Home Blog Page 1120

บิ๊วก่อนลุยจริงกับ 5 หนัง Gangster วัยรุ่น รับกระแส 4 Kings

0

หลังจากปล่อยทีเซอร์แรกออกไป ภาพยนตร์ 4Kings อาชีวะยุค 90’s ก็อยู่ในกระแสทันที กับ หนัง Gangster ที่บ้านเราไม่ได้ชมกันมานานเหลือเกิน

แต่เมื่อตัวอย่างภาพยนตร์ความยาว 1 นาที ที่มีเป้ อารักษ์ เป็นนักแสดง ถูกปล่อยออกมา กับ 7 ปีที่รอคอย ของหลาย ๆ คน รวมไปถึงตัวผู้กับ และคนเขียนด้วย ในคอมมูนิตี้ ของหนังเรื่องนี้ ก็เริ่มถูกพูดถึงเป็นอย่างมากจริง ๆ แบบอยากดูไม่ไหวแล้ว

และในฐานะที่ผมเองก็เป็นคนที่ชอบดูหนังแนววัยรุ่นตีกัน อะไรทำนองนี้อยู่แล้ว เลยอยากจะมาแนะนำ หนังแนวนี้ ไว้ดูเพื่อเป็นการบิ๊ว ก่อนจะไปดูหนังจริงที่เราคอยกันในวันที่ 9 ธ.ค. ที่จะถึงนี้

Gangster

2499 อันธพาล ครองเมือง

หนัง Gangster แบบไทย ๆ ที่ถูกเรียกว่า เป็นตำนานของวงการภาพยนตร์ไทยเลยล่ะ เพราะเป็นภาพยนตร์เรื่องแรก ที่ถ่ายทำแบบตามหลักสากล โดยเนื้อหาของภาพยนตร์เรื่องนี้ เอาเรื่องราวของ แดง ไบเล่ และผองเพื่อน มาปรับเสริมปรุงแต่ง แล้วเล่าออกมาใหม่ ในมุมมองของนักเลงเพื่อนรัก 5 คน ที่ในตอนหลังก็ต่างมีเส้นทางของตัวเอง

เรื่องราวมี แดง ไบเล่ย์ เป็นตัวดำเนินเรื่อง โดยเล่ามาตั้งแต่วัยเด็กของแดง ศพแรกของแดง เส้นทางสายนักเลง ความรัก ความบาดหมาง และความขัดแย้งกับเพื่อนของเขาอย่าง ปุ๊ และ ดำ ที่สุดท้ายต้องมาฟาดฟันกันเอง

เอาจริง ๆ แม้มันจะถูกปรับแต่งมา แต่ก็ถือว่า เป็นหนังที่ ดำเนินเรื่องได้สนุก มีจุดพีค จุดแตกหักที่ทำออกมาได้ดี ตัวหนังดำเนินเรื่องได้อย่างมีเหตุ มีผล และการได้นักแสดงที่เรียกว่า หล่อสุด ๆ ทั้ง 5 คน มาเล่น ทำเอาหนังฮิตถล่มทลาย ซึ่งคุณภาพของการถ่ายทำเอง หากเอากลับมาดูในยุคนี้ ก็ไมได้รู้ว่าเป็นหนังเก่าแต่อย่างใด

ส่วนฉาก ต่อยกัน การยกพวกตีกัน ก็ทำออกมาได้ยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะ ศึก 13 ห้าง บางลำพู ก็สนุก อลังการ ดูเป็นยกพวกตีกันที่อยากจะกระโดดเข้าร่วมด้วยเหลือเกิน นอกจากนี้ คำพูด คำจา วลีต่าง ๆ ในภาพยนตร์ก็ทำการบ้านกันมาอย่างดี คือผมก็ไม่รู้หรอก ว่ายุค 2499 นั้นเขาพูดกันยังไง แต่จากไดอาล็อกต่าง ๆ น้ำเสียง มันชวนให้อินจริง ๆ

Gangster

กู๋ หว่า ไจ๋

อีกหนึ่งหนัง Gangster ขึ้นหิ้งระดับตำนานของ ฮ่องกง “กู๋ หว่า ไจ๋” ที่วัยรุ่นยุค 90 ต้องผ่านตันมาบ้าง สำหรับ เฉินห้าวหนาน แห่งแก๊งหงส์ซิ่ง ที่ต้องต่อสู้ แก่งแย่ง ชิงดี ชิงเด่น พวกยึดครองอำนาจในย่าน ถง หลอ วาน

โดย อาหนาน มีพวกเพื่อน ๆ คอยต่อสู้อยู่เคียงข้าง ซึ่งแต่ละคนก็เป็นภาพจำของคนที่ทันดูหนังเรื่องนี้ทั้งนั้น อาทิ ไก่ป่า ,เปาผี ,หัวโต หรือ พี่ต้าเฟย อาจจะนับรวม เจ๊ 13 ไปด้วย

กู๋ หว่า ไจ๋ เป็นหนังมาเฟียฮ่องกง ที่ตัวละครหลักแต่ละคนเพิ่งจะมีอายุอยู่ในช่วง มัธยมปลายกันทั้งนั้น ก่อนที่จะจับพลัด จับผลู ได้ไปติดตาม “ลูกพี่บี” ที่เคยปกป้องพวกเขาในวันที่ถูกอันธพาลรังแก ก่อนที่พวกเขาจะช่วยงานของ หงส์ซิ่ง เก็บเกี่ยวประสบการณ์ สร้างผลงาน เพื่อขึ้นเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคต

เป็นหนังที่สนุกครับ สำหรับ เฟรนไชส์ นี้ เพราะมีด้วยกันถึง 6 ภาคด้วยกัน ซึ่งในแต่ล่ะภาค พระเอกของเราต้องสูญเสียทั้งเลือดเนื้อ สูญเสียเพื่อน และคนรัก ถูกหักหลัง มากมาย กว่าจะก้าวขึ้นไปยิ่งใหญ่ได้

เป็นหนังที่มีคุณค่าต่อการชมแน่นอนครับ หากใครมีเวลา ดูให้ครบทุกภาค แล้วลองไปศึกษาเรื่องราวในจักรวาลนี้ดู มันค่อนข้างสนุก เพราะนอกจากหนังแล้ว ยังมีหนังสือการ์ตูนที่ใช้ชื่อว่า เฉิน ห้าว หนาม อีกต่างหาก

Gangster

เรียกเขาว่า “อีกา”

ตำนานความสนุกอีกเรื่องหนึ่งเลย สำหรับยุคใหม่ ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากมังงะสุดโด่งดังอย่าง crow และอาจจะรวมไป worst ด้วย หนังว่าด้วยเรื่องของ โรงเรียนซูซูรัน โรงเรียนชายล้วน ที่มีหลักสูตรการต่อยตีเป็นอาชีพ เพียงเพื่อจะหาว่า ใครเจ๋งที่สุดในโรงเรียนนี้ และใครที่จะแน่พอ ที่จะก้าวขึ้นมาครองครอบ ตำแหน่ง “ลูกพี่”

ในภาคนี้ ใช้ชื่อว่า zero หรือหมายถึงว่ามาก่อน crow ภาคหลัก ที่มีโบยะ ฮารุมิจิ เป็นตัวเอก โดยมีการพูดถึงตัวละครในการ์ตูนอย่าง ฮิโรมิ ปง มาโค 3 เสือแห่งเอบิซึกะ บันโดแห่งแก๊งบุโซเซนเซน อาจจะรวมไปถึง บิโต้ ในภาคสองของหนังด้วยก็ได้ โอ้วที่ลืมไมได้ บอสใหญ่ที่ไม่เคยมีใครเอาเขาลงอย่าง รินดาแมน ก็มีอยู่นะ

โดยตัวหนังพูดถึง ทาคิยะ เกนจิ เด็กปี 3 ที่เข้ามาเรียนกลางเทอม โดยมีเป้าหมายไม่ใช่เพภื่อจบการศึกษา แต่เป็นการต่อยตี เพื่อพิสูจน์ว่า “ข้านี่แหละเจ๋งสุด” โดย เคนจิ ได้เข้ามาต่อสู้ และเริ่มรวบรวมสมัครพรรคพวก เพื่อไปไฟว์กับแก๊งของ เซริซาวะ ทามาโอะ เจ้าของสโลแกน “คนจนมันอึดโว้ย”

เรื่องนี้จุดเด่นของมันคือ ฉากต่อสู้ ที่ดีไซน์ออกมาได้เท่ ดุดัน รุนแรง บวกกับเอกลักษณ์ของเรื่องที่ทำตามแบบของตัมังงะ คือฉากสู้กันตัวต่อตัว ที่ทั้ง 2 ภาค (จริง ๆ มี 3 ภาคนะ แต่เหมือนอยู่คนละจักรวาล) ทำออกมาได้สนุก และมันสืมาก ๆ บางทีคือลุ้นสุด ๆ ว่า พระเอกมันจะชนะไหมวะ

นอกจากนี้ ในภาค 2 ของหนัง ก็ไม่ลืมเล่นอีกหนึ่งเส้นเรื่องหลัก คือความบาดหมางของ ซูซูรัน กับ โฮเซ็น ที่เห็นหน้ากันไม่ได้ เจอกันเป็นต้องอัด ตั้งทีมตามล่า ประกาศสงคราม (คล้ายกับ 4 คิงส์เลย) เรียกว่าทำออกมเคารพต้นฉบับสุด ๆ เป็นหนังต่อสู้ญี่ปุ่นที่ สนุกมากเรื่องหนึ่งครับ

Gangster

อันธพาล

หนังที่อิงมาจาก 2499 อีกเช่นกัน โดยในภาคนี้จะพูดถึง จ็อด เฮาดี้ ซะเป็นส่วนใหญ่ เรียกว่าเป็นหลักของเรื่อง 2499 ใน เวอร์ชั่นนี้ เรียกว่า มีเนื้อหาที่ใกล้เคียงความจริงมาขึ้น รวมทั้งการมีตัวตนของ จ็อด ที่ในขีวิตจริงนั้น สนิทกับ แดง มาก ๆ และการตายของ ดำ และ ปุ๊ รวมไปถึงที่มาของชื่อ ปุ๊ ระเบิดขวดด้วย

คือต้องบอกก่อนว่า แดง กับ ปุ๊ นั้นทะเลาะกันจริง แต่ไม่ใช่เรื่องราวใหญ่โต ส่วน ศึก 13 ห้างบางลำพู ไม่ใช่กับ ปุ๊ ระเบิดขวด ส่วน คนสนิทของแดงคือ จ็อด เฮาดี้ ไม่ใช่ แหลมสิงห์ หรือ เปี๊ยก วิสุทกษัตริย์ ที่ว่ากันว่า ไม่มีตัวตนจริงในยุคนั้น ถ้ามี ก็คือนักเลงปลายแถว

ในเรื่องนี้ จริง ๆ เน้นไปทางดราม่า ฉากยกพวกตีกันน้อย แต่ก้มีให้เห็นปะปลาย ส่วนใหญ่จะเป็นการไล่ยิงกัน การหักหลังกัน พุดถึงเรื่องของ ชีวิตนักเลงในยุคนั้น ความเป็นอยู่ งานการต่าง ๆ รวมไปถึงศักดิ์ศรีของพวกเขา ที่กว่าจะได้มา ไม่ใช่เรื่องงานเลยทีเดียว

เพราะต้องเสียทั้งเลือด ทั้งเนื้อ ทุ่มเทแรงกาย ใช้ใจเข้าต่อสู้ กับคอมมีด คมกระสุน กว่าจะสร้างชื่อเสียงขึ้นมาได้ ต้องเลือกข้างฝห้ถูก เลือกเดินตามให้ถูกคน  เมื่อเลือกถูกแล้ว มีชื่อเสียงแล้ว ก็ต้องอย่าทำให้มันหล่นหายไป

อันธพาล ว่าด้วยเรื่อง ของ จ็อด กับ แดง ที่เลือกเดินตาม เฮียหลอ เจ้าของธุรกิจมือผู้ยิ่งใหญ่ในยุคนั้น ก่อนที่หลาย ๆ อย่างจะเปลี่ยนไป การตายของแดง และยุคที่รัฐบาลเอาจริง ก็การปราบปรามนักเลง และเหล่าธุรกิจมืดต่าง ๆ ทำให้เกิดการหักหลัง ชิงเหลี่ยมกัน จนนำไปสู่เรื่องราวสุดสะเทือนใจ

อยากจะชมว่า เรื่องนี้ พี่น้อย วงพูร แสดงได้ดีมาก ๆ มากถึงมากที่สุด เช่นเดียวกับนักแสดงคนอื่น ที่มำให้หนังที่ควรจะต่อสู้กันแบบดุเดือด เลือดพล่าน นั้นดราม่า และสะเทือนอารมณ์ได้ขนาดนี้ ใครที่ยังไมได้ดู ไปหาดูซะครับ หนังทรงคุณค่าอีกเรื่องหนึ่งของไทย

Gangster

High&Low

เรื่องนี้ เอาจริง ๆ มีมานานแล้ว แต่อาจจะรู้จักในวงแคบ ก่อนที่จะถูกดึงเข้ามาฉายใน Netflix ซึ่งก็ไมได้มากทั้งหมด เพราะใน เน็ตฟลิกซ์นั้นมาในฉบับ The Movie แบบครบทุกภาค

แต่จริง ๆ แล้วมันจะ ซีรี่ย์ของมันด้วย ซึ่งเป็นเหมือนตัวปูทาง ปูเนื้อเรื่อง แนะนำตัวละคร เล่าปูมหลังต่าง ๆ ของหนังในจักรวาล High&Low

โดยหนังเรื่องนี้ เป็นเรื่องรางของเมืองหนึ่งที่ถูกปกครองโดยกลุ่มที่เรียกว่า SWORD ซึ่งถูกย่อยออกอีกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ สมาพันธ์ซังโน (S) ,ไวท์ ราสคัล (W) ,โรงเรียนมัธยมโอยะ (O) ,รู้ดบอย (R) และ ดารุมะ แฟมิลี่ (D) ที่ยามสงบ

แต่ละกลุ่มอาจจะทะเลาะเบาะแว้งกันเองบ้าง ยามที่มีการข้ามเขตของกันและกัน แต่เวลามีใครมาบุกเมือง ก็รวมตัวกันแบบแข็งแกร่งสุด ๆ

หลังจากตัวของ ซีรี่ย์แล้ว หนังก็ถูกแบ่งออกเป็นภาคหลัก 3 ภาค มีภาคแยกออกอีก 2 ภาค โดยในภาคหลักนั้น จะพูดถึงการปะทะกันของกลุ่ม SWORD และ มาเฟียกลุ่มหนึ่ง ที่ต้องการจะยึดครองเมืองที่ SWORD ปกครองอยู่ ด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่ทั้ง 5 กลุ่มนี้ เป็นก้างขวางคอชิ้นโต จนต้องมีการลงไม้ลงมือ ให้สมกับเป็นมาเฟียบ้าง

ส่วนภาคแยกนั้นอย่างที่บอกว่ามีสองภาค ภาคแรกใช้ชื่อว่า Redrain เป็นรางราวของพี่น้องอามามิยะ ที่ออกตามหาพี่ชายอีกคนของพวกเขา ซึ่งเนื้อเรื่องจริง ๆ มันจะเชื่อมกับภาคหลักทั้ง 3 ภาค

ส่วนภาคย่อยอีกภาค คือภาคล่าสุดของ เฟรนไชส์นี้คือ ภาคที่ชื่อว่า The Worst ซึ่งเป็นการพูดถึงการต่อสู้กันของ โรงเรียนโอยะ กับ โรงเรียนโฮเซ็น ซึ่งก็คือโฮเซนเดียวกับในหนังเรื่อง Crow นั่นแหละ เพราะว่า 2 เรื่องนี้ เหมือนจะ ครอสโอเวอร์กันอยู่

และแน่นอน จุดเด่นของเรื่องนี้คือ ฉากต่อสู้อีกเช่นเคย ที่ดีไซส์ออกมาดี มีการต่อสู้หลายแขนงมาผสม ผสนาม แต่ละกลุ่มมีคาแรคเตอร์ ดนตรี และแฟชั่น ในรูปแบบของตัวเอง ทำให้แต่คาแรคเตอร์นั้นมีเอกลักษณ์และก็เท่มาก ๆ โดยฉากต่อสู้โดยส่วนใหญ่จะเป็นการยกพวกเข้าห่ำหั่นกันมากกว่า

ไปหาดูได้ใน Netflix ครับ สำหรับ ภาพยนตร์เรื่องนี้มีครบทุกภาค ยกเว้นตัวซีรี่ย์ แต่ก็จะมีแบบสรุป ๆ มาให้อีกภาคนึง ซึ่งก้ควรดูก่อนเพื่อความเข้าใจมากยิ่งขึ้น

Room Tour ที่พัก Villa De View เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ท่ามกลางดอยหลวง และดอยนาง

Room Tour ที่พัก Villa De View เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ท่ามกลางดอยหลวง และดอยนาง

Room Tour Villa De View เชียงดาว ดอยหลวง ดอยนาง

มาทัวร์ที่พักบรรยากาศดี อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ที่ Villa De View เชียงดาว จ.เชียงใหม่ วันนี้เลยอาสาพามา Room Tour ห้องพักท่ามกลางภูเขาล้อมรอบ และสวนพื้นที่มากกว่า 10 ไร่ ใหญ่โตมากค่า แถมยังสามารถมองเห็นวิว ดอยหลวง และ ดอยนาง ได้แบบเต็มตาไปเลยค่า ไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้า หรือช่วงเย็นก็สดชื่นได้ตลอด ห้องพักนอนสบาย มีเพียงไม่กี่หลังให้เข้าพัก

Room Tour Villa De View เชียงดาว

ด้านหน้าของห้องพักจะเต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิด เต็มไปด้วยความเขียวสดใสของต้นไม้ ที่ตัดกับที่พักโทนสีขาวคลีน สะอาดตา เรียบหรูดูแพงมากเวอร์ ส่วนด้านข้างที่พักก็จะมีที่นั่งระหว่าง 2 ห้องพักให้ด้วยนะคะ สำหรับใครที่อยากออกมานั่งตากอากาศช่วงเช้า ๆ หรือช่วงค่ำคืนค่ะ

ห้องแบบเตียงคู่ ที่ถูกจัดไว้อย่างเรียบร้อยดูสะอาดสะอ้านมาก กลิ่นหอม เพราะเจ้าของที่พักแจ้งว่าต้องส่งซักไกลถึงในเมือง เพื่อทำความสะอาด และฆ่าเชื้ออย่างดีของผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนต่าง ๆ ไว้รอต้อนรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะเลยค่ะ มีความใส่ใจรายละเอียดในดีเทลเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้คือชอบมากเลยค่ะ

Room Tour Villa De View เชียงดาว

ฝั่งปลายเตียงของที่นอน ก็จะมีโต๊ะคอนโซลมาให้ จะใช้สำหรับนั่งแต่งหน้า หรือจะใช้เป็นโต๊ะไว้สำหรับนั่งทำงานก็ได้นะคะ มีทีวี กาน้ำร้อน กระดาษทิชชู่ แก้วน้ำ จัดวางไว้ให้อย่างเป็นระเบียบ และชั้นสำหรับเก็บของค่ะ พร้อมกระจกบานใหญ่ ส่องได้สะใจ มาพักสองคนก็แบ่งกันส่องพร้อมกันได้เลย

ดอยหลวง ดอยนาง

หน้าต่างเป็นกระจกบานใหญ่สามารถเปิดรับลมได้ สามารถเปิดม่านมานั่งรับลม รับแสงตรงนี้ได้เลยค่ะ จะเดินไปมาแทบจะไม่มีใครมองเห็น เพราะถูกบังด้วยใบไม้ขนาดใหญ่ แต่ฝั่งเราสามารถมองรอดออกไปดูได้ว่ามีใครเดินผ่านหน้าห้องเราบ้างมั้ยน้า เป็นมุมนั่งชิลที่ดีมุมนึงเลยนะคะ แถมประหยัดพื้นที่ ไม่ต้องวางโซฟาให้เกะกะเลยค่ะ

Room Tour Villa De View เชียงดาว ดอยหลวง ดอยนาง

พอมองกลับมาอีกฝั่งก็จะเจอกับระเบียงที่ก็ไม่เล็กนะคะ ระเบียงกว้างมาก เอาไว้นั่งเม้าท์มอยเป็นพื้นที่ส่วนตัวได้เลย อารมณ์แบบมุม Private เพราะฝั่งนี้จะชนกับภูเขา และลำธารด้านล่าง ทำให้ไม่มีใครสามารถเดินผ่านมาส่องได้ว่าเรากำลังทำอะไร หรือคุยงานอะไรอยู่

Room Tour Villa De View เชียงดาว

มาดูทางห้องน้ำกันบ้าง มีการแยกโซนอย่างชัดเจน ระหว่างอ่างล้างหน้า และห้องอาบน้ำ ชอบห้องน้ำแบบนี้มากเลยค่ะ ก็คือสลับกันเข้าอาบน้ำ ลดเวลาที่เพื่อนอีกคนใช้เวลาในห้องน้ำนาน ๆ ได้เลยค่ะ ดีกงนี้จริง ๆ 555+ ไม่ต้องมารอต่อคิวเข้าห้องน้ำอีกต่อไป ฝั่งตรงข้ามกับอ่างล้างหน้า ก็จะมีมินิตู้เสื้อผ้า สำหรับเอาไว้แขวนผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้าที่เตรียมจะใส่ได้เลย

มีผ้าเช็ดผม และไดร์เป่าผมมาให้ด้วย จะบอกว่าที่เป่าผมคือแรงมากสะใจสุด ๆ ผมแห้งเร็วมาก ๆ เค้าเลือกใช้ของคุณภาพแทบจะทุกอย่างเลย พร้อมกับตู้เซฟเอาไว้เก็บของสำคัญ ที่วางอยู่ชั้นล่างของตู้ให้ด้วยค่ะ ดีงามมาก

Room Tour Villa De View เชียงดาว ดอยหลวง ดอยนาง

ฝั่งด้านในห้องน้ำก็จะอยู่กับชักโครกนะคะ ด้านซ้ายของชักโครกจะเป็นประตูกระจก นั่งส่งแฟ็กซ์มองธรรมชาติเพลิน ๆ ไป เก๋กรุบ และอีกฝั่งจะเป็นฝักบัว 2 แบบ เปิดบน กับเปิดต่อสวยฟิลโรงแรมไปอี๊ก

เจ้าของที่นี่เค้าแจ้งว่าช่วงหน้าหนาวนี่ อากาศจะเย็นมากเลยนะคะ อุณหภูมิมีต่ำจนเป็นเลขหลักเดียว เลยต้องใช้ฝักบัวที่เป็นแบบแก๊สทุกห้องค่ะ ข้อดีคือต่อให้น้ำเย็นขนาดไหน เครื่องทำน้ำอุ่นแบบแก๊สก็ยังสามารถทำให้น้ำอุ่นได้ และทำประตูกระจกเปิดออกเพื่อระบายกลิ่นแก๊สออกด้านนอกห้องได้เลย

Room Tour Villa De View เชียงดาว ดอยหลวง ดอยนาง

ของใช้ในห้องน้ำมีมาให้ครบนะคะ ทั้งหมวกอาบน้ำ คอตตอนบัด ดีงามมากกก ดีเทลเล็ก ๆ ที่เค้าใส่ใจทุกรายละเอียดจริง ๆ ค่ะทุกคน นัมเบอร์ไปเลย

ดอยหลวง ดอยนาง

มาดูระเบียงหลังห้องกันบ้างขอบอกเลยว่าใหญ่จริง ๆ ไม่ได้โม้นะคะ เป็นมุมจัดมินิปาร์ตี้เล็ก ๆ ได้เลย แต่อาจจะต้องระวังเสียงดังนิดนึงนะคะ เพราะตอนกลางคืนที่นี่จะค่อนข้างเงียบสงบค่ะ และเป็นห้องคู่ที่อีกห้องอยู่ถัดไปเพียงแค่หนึ่งม้านั่งเท่านั้น ช่วงเย็นนี่อาจจะยุงเยอะหน่อยนะคะ ใครมาพักก็อย่าลืมผิดประตูให้สนิทด้วยนะคะ หรือจะเปิดประตูกระจก แล้วปิดประตูมุ้งลวดไว้ เผื่ออยากนอนรับอากาศเย็นแบบธรรมชาติค่ะ

Room Tour Villa De View เชียงดาว

ถ้าเราเดินออกมานอกห้อง ด้านหน้าเราจะเป็นวิวทุ่งนา ที่อยู่ตรงกลางของที่พักเลยค่ะ สามารถออกมาเดินเล่นชมทุ่งนาได้ เพราะเค้าจะมีทางให้เดินตัดระหว่างทุ่งนากับสวนต่าง ๆ ภายในไร่ จัดโซนได้ดีมากเลยค่ะ และจัดสรรพื้นที่สำหรับเพาะปลูกได้ดีมาก ฟิลเหมือนอยู่ในเกม Harvest Moon แบบนั้นเลยค่ะ ออกมาสูดอากาศข้างนอก ที่นี่อากาศดีจริง ๆ รู้สึกปอดสะอาดไปเลยค่ะ ส่วนด้านหลังของที่พัก ก็จะเป็นวิว ดอยหลวง

Room Tour Villa De View เชียงดาว

ทางเดินระหว่างห้องพักเพื่อจะไปยังสวน และห้องทานอาหาร ทำทางเดินไว้อย่างดี มีลองด้วยแผ่นกันลื่น เพราะช่วงเช้าหมอกที่ตกลงสู่พื้น เวลาเราเดินอาจจะทำให้ลื่นได้ค่ะ เค้ามองถึงความสะดวกสบาย และความปลอดภัยของคนที่มาพักที่นี่ได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ ตอนกลางคืนออกมานั่งตรงนี้มองวิวทุ่งนา มองวิว ดอยนาง มันฟินมาก

สำหรับเซตอาหารเช้านั้นบอกเลยค่ะว่าดีเลิศ มีแบบเซตข้าวต้ม กับไข่กระทะค่ะ เสิร์ฟคู่กับขนมปังปิ้ง และแยม เนยหอมหวาน พร้อมผลไม้ ส่วนเครื่องดื่มนั้นเราสามารถเลือกได้ค่ะ ว่าจะรับเป็นกาแฟ หรือชาส้ม งื้อไม่ต้องเดินตักเองด้วยนะคะ เสิร์ฟให้ถึงโต๊ะเลยค่า กรี๊ดมาก ฟิลโรงแรม แต่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติอ่ะทุกคน คิดดูสิคะว่ามันดีต่อใจขนาดไหน

และ Signature ของที่นี่ก็คือชาส้มค่ะ ใครทานกาแฟก็ถือว่าพลาดเนอะ 555+ เพราะจะบอกว่าชาส้มเค้าหอม หวาน สดชื่นมาก ๆ สดร้อน ๆ ท่ามกลางอากาศเย็นสบายในยามเช้านั้น มันช่างเข้ากันดีจริง ๆ เลยค่ะ บอกเลยค่ะว่าไม่ลองนี่พลาดมาก ชาส้มนี่เค้าทำมาจากเปลือกส้มที่ทางที่พักปลูกเอง ปลอดภัยไร้สารพิษแน่นอนค่ะ เรานี่อยากขอซื้อชากับมาเลยค่ะ แต่ว่าเค้าไม่ขายนะคะ อยากชิมชาจากต้นในสวนที่นี่ต้องไปลองเองถึงที่เท่านั้น ต้องจองแล้วมั้งหนาวนี้ ป้ายยาก่อนแล้วหนึ่ง

Room Tour Villa De View เชียงดาว ดอยหลวง ดอยนาง

สรุปแล้วคือ สำหรับการ Room Tour ห้องพักที่นี่นั้นเราให้ 10/10 เลยค่ะ เราไม่ใช่คนที่เก็บรายละเอียดอะไรมากมาย ปกติก็พักแบบง่าย ๆ ไม่อะไรมาก มาเจอที่นี่เราเลยรู้สึกว่า ว้าวมากค่ะ ฟิลโรงแรมเลยล่ะค่า หน้าหนาวนี้ใครยังไม่มีที่ไป ลองดูที่พัก Villa De View เชียงดาว จ.เชียงใหม่ กันดูนะคะ เราว่าบรรยากาศดี แถมได้ใกล้ชิดธรรมชาติ ส่วนใครที่อยากรู้ว่าสวนที่นี่นั้นกว้างใหญ่อลังกาลขนาดไหน ติดตามชมต่อได้เลยค่า

ที่พัก Villa De View อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
เปิด 08.00 – 21.00น.
จองที่พักผ่านทาง Facebook: Villa De View Page
พิกัด: Google Map

ตามชมสวนอันกว้างใหญ่ของ วิวล่า เดอ วิว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ได้ที่นี่ คลิกเลย

Villa De View Cafe คาเฟ่น่ารัก ๆ มีสวนองุ่น เค้กแครอท อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ คลิกเลย

เพลงใหม่ ประจำเดือนตุลาคม “เพลงฮิต MV ดี” เพลงน่าฟัง MV น่าโดน

0

เพลงใหม่ เนื้อหาดี ตัวเอ็มวีก็น่าสนใจ 

เรียกว่าในช่วงปลายเดือนตุลาคมที่เพิ่งจะผ่านพ้นไปมี เพลงใหม่ จากศิลปินในเมืองไทย ได้ปล่อยเพลงดี ๆ ในแง่ของเนื้อหา และพาร์ทดนตรี ออกมาหลายเพลง และเรียกว่า เป็นการกลับมาของวงดัง ๆ ทั้งอดีตและปัจจุบัน ที่หายหน้าหายตาไปในช่วง Covid-19 นอกจากนี้แต่เพลงยังคงมี MV กระตุกจิต กระชากใจ ดีเหลือเกิน วันนี้เราเลยจะมาอัพเดทกันหน่อยส่า ช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีเพลงอะไรที่ปล่อยออกมา แล้วน่าสนใจกันบ้าง..

 

หมดรัก (EXPIRE) – Lomosonic

กลับมาพร้อมกับบทเพลงที่ ให้ข้อคิดอะไรหลายอย่างเหลือเกิน และเมื่อตั้งใจดู MV ของเพลงนี้ดี ๆ เราจะรู้สึกเลยว่า “เฮ้ย นี่มันชีวิตจริงของใครหลายคนนี่หว่า” คงต้องเรียกว่า เพลง หมดรัก ของ Lomosonic นั้น น่าจะมีหลายคู่ และหลายคนที่อินกับเนื้อหาของเพลงนี้ กับความรู้สึกที่มันเหนื่อย กับความรักที่แสนยาวนาน และมีแต่ปัญหา แม้สุดท้ายจะพยายามเท่าไหร่ มันก็ปรับตัวเข้าหากันไมได้ สุดท้ายกลายเป็นเหมือนทำร้ายกันและกัน

ส่วนตัว MV ผมชอบมาก เล่าเรื่องออกมาได้ชัดเจน ของคู่รักตั้งแต่วันแรก จนวันสุดท้ายที่พยายามจะปรับตัว (ฝืน)ลบข้อเสียของตัวเอง เพื่อคนที่รัก แต่สุดท้ายมันไม่ไหว ก็ต้องหยุดความสัมพันธ์ที่ยังรักกัน ไว้แค่นั้น

ลืมเขาได้ยัง – Serious Bacon

ดูโอ้ หนุ่มสาว เสียงใส ที่ไว้ใจได้ในพาร์ทดนตรี โดยเค้ก-นักร้องนำ และสองเมือง-คอรัสและกีต้าร์ โด่งดังมาจากช่องยูทูปที่ชื่อว่า cakethy ที่คัฟเวอร์เพลงดัง จนโด่งดังซะเอง จนวันหนึ่งพวกเขาได้ debut ในฐานะศิลปินที่แท้จริงในนาม Serious Bacon และ ลืมเขาได้ยัง ก็เป็นอีกหนึ่งผลงานเพลงที่พวกเขาปล่อยออกมา

เพลงนี้เป็นจังหวะ medium ครับ ดนตรีสดใส ๆ ฟังแล้วไม่เครียด ซึ่งมันเข้ากับเนื้อเพลง ที่แอบรัก และแอบรอแบบ ใส ๆ สไตล์โลกสวย ก้ลองฟังเนื้อท่อนฮุกสิ “ลืมเขาเมื่อไหร่ ฉันคงมีสิทธิ์ใช่ไหม” เรียกว่าเป็นเพลงที่มีคาแรคเตอร์เข้ากับดูโอ้คู่นี้ และตัวเอ็มวี ก็ทำออกมาได้น่ารัก สีสันก็ดูสบายตา แนะนำให้ไปลองฟังกันดูครับ

เดอะแบก (Baggage) – Tilly Bird

“หนักเหมือนกันนะแบกความสัมพันธ์ไว้” แค่ขึ้นประโยคแรกมา คนที่ทะเลาะกับแฟนบ่อย ๆ (อย่างผม) ก็อินแล้ว กับเพลงของอีกหนึ่งวงที่กำลังมาแรงในยุคนี้อย่าง Tilly Bird โดยเพลง เดอะแบก นั้นพูดถึงเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่ต้องแบกความรักของเขาเอาไว้ด้วยตัวคนเดียว ชนิดที่ว่า เหนือยสุด ๆ เพราะแฟนบอกเลิกเก่ง ทะเลาะกันก็เดินหนี แต่คนมันรัก ก็ต้องประคองต่อไป

เป็นเพลงที่เนื้อหาดีครับ อินได้ตั้งแต่ต้นยันจบเพลง เนื้อร้อง และดนตรี เรียกว่า เป็นเอกลักษณ์ของวงเลย ส่วนเอมวี ก็ถือว่า ถ่ายทำออกมาได้เท่ ทั้งในภาพของวง หรือตัวพระ-นาง ที่สื่อว่า เออ ผู้ชายมันแบกจริง เอาจริง ๆ เอ็มวี ของ ทิลลี่ เบิรืด แต่ล่ะเพลง ไม่ได้โดนเด่นที่ตัวเนื้อหาอยู่แล้ว แต่มู้ด แอนด์โทน ของเอ็มวีดีทุกเพลง และค่อนข้างจะมีความเป็นตัวเองสูง แบบ ฟังเพลง หรือดูเอ็มวี เราจะรู้เลยว่าเนี่ย Tilly Bird

เพื่อนสัมพันธ์ – HYE

ถ้าใครนั่งดูมิวสิควิดีโอเพลงนี้ตั้งแต่เริ่มจนจบ จะบอกเลยว่ามันค่อนข้างที่จะ… ไปดูเองแล้วกัน โดยเพลงนี้ชื่อว่า “เพื่อนสัมพันธ์” ร้องโดย HYE นักร้องนำของวง Paperplane โดยเนื้อหาของเพลงก็ความหมายตรงไปตรงมา ที่คนสองคนมีความสัมพันธ์กันระดับลึกซึ้ง แต่ไมได้คบหาเป็นแฟนกัน หรืออาจจะเรียกว่า Friend With Benefit ก็อาจจะได้

แน่นอนว่าความสัมพันธ์แบบนี้ ใครรักก่อนแพ้ และในเอ็มวีก็มีผู้แพ้ 1 คน อยากให้ลองไปฟัง และนั่งดูเอ็มวีครับ นอกจากนางเอกจากน่ารักแล้ว พระเอกยังแซ่บมาก ชนิดที่ว่า ผมแทบจะใจเกเรเลยทีเดียว (หึ๊ยย) เพลงดี ความหมายน่าจะโดนหลาย ๆ คนในสังคมยุคปัจจุบันครับ ลองไปฟังกันดู

อย่าจับเลย – Two pee feat. Youngohm

ไมือของหนูอย่าให้ใครมาจับเลย มันไว้ใจ ไม่ได้ โอ้แม่ทรามเชย” ไรม์คม ๆ เนื้อเพลงดี ๆ ที่ฟังเพลินน แบบไม่ต้องคิดอะไรมากมาย กับ มิวสิควิดีโอ สไตล์กวน ๆ ที่ถอดสมองดูไปดถอะ อย่าคิดอะไรเยอะ ตามสไตล์ของ 2 แรฟเปอร์ที่ไม่คิดว่า สุดท้ายจะได้มา Feat. กันแบบจริง ๆ จัง ๆ อย่าง Two pee และ Youngohm (จริง ๆ ก่อนหน้านี้เคย Feat กันมาแล้ว แต่มี JUU4E อีกคน)

เพลงจังหวะ Meduim ที่มั้งคู่ใส่ความเป็นตัวของตัวเองออกมา โดยเฉพาะ ยังโอม ที่ออโต้จุน ก็ร้องแบบโหยหวนมาเต็ม ในส่วนของ โต้ง-ทูพี เพลงนี้ลดความดุดันลงไปบ้าง แต่ไรม์ สัมผัสบาร์ต่าง ๆ ยังคมไร้ที่ติ เป็นเพลงที่ฟังแล้วจะรู้สึกโรแมนติกมาก ๆ ลองไปฟังครับ “อย่าจับเลย” – Two pee feat. Youngohm

แพ้ความอ่อนแอ – Silly fools

พวกเขากลับมาแล้ว กลับมาอย่างเป็นทางการ กลับมาแบบเป็นตัวของตัวเอง กลับมาแบบที่ลบภาพจำเก่า ๆ ทั้งหมดออกไป สำหรับ Silly fools อดีตวงร็อคหมายเลขของประเทศ ที่ล้มลุกคลุกคลาน ผ่านเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย อย่างที่หลาย ๆ คนรู้ วันนี้พวกเขาปล่อยเพลงที่บ่งบอกว่า “พวกเขาลืมทุกอย่างในอดีตไปหมดแล้ว”

“กลับเป็นใจฉันเอง ที่ไม่ยอมจะปล่อยมือ กลับเป็นใจฉันเอง ที่ไม่ยอมจะปล่อยเธอ ให้หลุดลอยไป” ท่อนนี้มันชัดเจนมาก ๆ ใน 2 ความหมาย

ความหมายแรกคือ เนื้อหาของเพลง ที่พูดถึงคนรักเก่า ที่เราไม่ยอมปล่อยไปซักที ทั้งที่เขาไมได้อะไรกับเราแล้ว แต่เรายังรู้สึกหึงหวง ไม่ปล่อยวางอยู่ตลอดเวลา

ส่วนอีกความหมาย มันหมายถึง พี่หรั่ง ที่ไม่ยอมปล่อยวางอดีตที่เคยหอมหวานในวันที่พี่โต ยังอยู่กับวง จนกลายเป็นการอาฆาตแค้น แต่วันนี้ที่พวกเขาได้ปล่อยเพลงนี้ออกมา และพี่หรั่ง ก็ประกาศอโหสิกรรมทุกอย่าง และขอให้พี่โตโชคดีในเส้นทางที่พี่โตได้เลือก ยุติความบาดหมาง 15 ปีลงไป ท่ามกลางความประทับใจของแฟนเพลงทั้งประเทศ

แต่เพลงนี้ทีเด็ดไม่ได้มีเท่านั้น นอกจากเสียงร้องของ พี่ริม-กฤษณะ ที่โดดเด่น และทำให้นึกถึงกลิ่นอายเก่า ๆ ของวงแล้ว ท่อนโซโล่ พี่ต้น-จักริน จูประเสริฐ ได้ปล่อยฟีลออกมา และอัดมันเข้าไปอย่างเต็มที่ เรียกว่าเป็นท่อนโซโล่ ที่ยอดยเยี่ยมที่สุดท่อนหนึ่ง และมันทำให้รู้ว่า พวกเขากลับมาแล้วจริง ๆ ในเพลง “แพ้ความอ่อนแอ” – Silly Fools

พูดไม่ได้ – Potato

ไม่พูดถึงคงไม่ได้ สำหรับราชาเพลงเศร้า ที่ทำเอ็มวีเพลงเศร้า ๆ ได้ เศร๊าเศร้า ก็มันเศร้าจริง ๆ ถ้าคุณได้ฟังเพลง และนั่งดูเอ็มวี บอกเลยใครที่เคยเจออะไรแบบนี้ มี Deep ลงไปลึกแน่หากอยู่คนเดียวตอนฟังเพลง (และดูเอ็มวี)

เพลงนี้วงร็อคหัวมัน เขียนถึงความรักที่มันอยู่ในอก คับแน่นอยู่ในใจ และพูดออกไมได้ว่า “เรายังรักเธออยู่” เพราะเธอเองจากไปแล้ว มีคนใหม่ไปแล้ว เมื่อเจอกัน เมื่อเธอทักทาย ก็คือพูดอะไรไม่ได้นอกจาก “ยิ้ม” ตอบ

ส่วนเนื้อหาของ เอ็มวี ก็ต้องตามเพลงเลยครับ เดิน ๆ อยู่เจอแฟนเก่า ที่หวังดีจะขับรถไปส่ง ก็วิ่งขึ้นรถไป แต่ชะอึ๋มแฟนใหม่เธอมาด้วย แต่ในรถคันนั้น มันมีหลาย ๆ สิ่งที่ทำให้คิดถึงวันเก่า ๆ บอกตรง ๆ เศร้าจับใจ

เธอไหวค่อยไป – Klear

เรียกว่านี่คือ ราชินี แห่งเพลงเศร้า ผู้รับช่วงต่อการเป็นกระบอกเสียงให้กับผู้หญิงต่อจาก โบ-สุนิตา สำหรับวง Klear ที่ว่ากันว่า ไปเล่น คอนเสิร์ตที่ไหน ก็ต้องมีน้ำตาที่นั่น วันนี้พวกเขาและหนึ่งเธอกลับมาอีกครั้ง กลับเพลงใหม่ที่มีจังหวะกลาง ๆ แต่เนื้อหากินใจนะ บอกก่อน ไม่ระวังจะซึมไม่รู้ตัว กับเพลง “เธอไหวค่อยไป”

กับเนื้อหาเพลงที่สื่อถึง เราที่เป็นเสมือนที่พักใจ เมื่อเธอหายเหนื่อย หรือเขากลับมา เธอก็ค่อยไปแล้วจากฉันก็แล้วกัน ซัพพอร์ตเสมอ (จังหวะเพลงมันไมได้เศร้านะ แต่ถ้าไปฟัง และดูเอ็มวี มันโคตรจุก)

แน่นอนเมื่อเนื้อหาเพลงมันมาแบบนี้ ระดับ Klear มีหรือจะไม่ดึงให้เจ็บแบบจุก ๆ ไปพร้อมกับตัว มิวสิควิดีโอ ที่พูดถึง ชายหญิง คู่หนึ่งที่มีความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจน จนเมื่อแฟนเก่าของผู้ชายกลับมา อะไรต่าง ๆ มันก็ชัดมากขึ้น ลองไปดูกันครับ

Not Yet – MILLI

เพลงนี้ผมอยากจะ Recommend เพราะบอกเลยว่า “ชอบมาก ๆ” ประทับใจทั้งเนื้อหาเพลงที่คือ ดีย์อะแม่ กับตัวเอ็มวีที่ทำออกมาน่ารักน่าเอ็นดู และถ้าฟังกันดี ๆ เราจะพบถึง พัฒนาการของน้อง MILLI ที่พัฒนามาไกล กระโดดขึ้นมาอีกระดับ เก่งเกินอายุ

“Not Yet” ที่เอาจริง ๆ หากอ่านแบบ คาราโอเกะ ก็ตามชื่อเพลงเลยจ้า “หยุดน้า หยุดก่อน ขอฉันขอร้อง ตอนนี้ยังไม่พร้อม ที่มหาแค่อยากจะนอนกอด ไม่ได้อยากจะ เย เย เย” ท่อนแรกก็บ่งบอกความหมายของเพลงได้เป็นอย่างดี ไปนั่งอ่านคอมเม้น มีคนบอกว่า นี่คือเพลงรักนะ แต่เรียกว่า รักตัวเอง ซึ่งเฮ้ย ผมเห็นด้วย

เนื้อเพลงเขียนออกมาได้ดี จังหวะสนุก ๆ ตามสไตล์ มิลลิ ส่วนบีทสนุก และเข้ากับคาแรคเตอร์ของน้องแบบนสุด ๆ ที่สำคัญตัวมิวสิควิดีโอ ตลก และน่ารักมาก ๆ มากจริง ๆ มากจน อยากจะให้ดู และฟังกัน และขอ ดอกจันไว้เลยว่า เพลงดียยย์ อะแก

Friend Zone – Three Man Down

แค่ชื่อเพลงก็ชัดเจนแล้ว ว่ามันหมายถึงอะไร วงนี้การันตี ความดีของเพลง ทั้งเนื้อหา พาร์ทดนตรี และตัวเอ็มวีที่ทำออกมาได้ดีทุกเพลงอยู่แล้ว สำหรับมือวางอันดับของวงการตอนนี้อย่าง Three Man Down กับเพลงที่สื่อออกมาชัดเจนว่า อยากลาออกจากการเป็นเพื่อน เอาตูออกไปจากวงการนี้ที่ (วงการแอบรักเพื่อนเป็น) อยากเป็นแฟน (อยากจะเดินกุมมือ) ไม่อยากเป็นเพื่อน (ไม่ใช่มองหน้าเธอ)

เป็นเพลงที่เนื้อหาเซง ๆ แต่มากับจังหวะสนุก ๆ ตามสไตล์ของ Three Man Down ทุกอย่างมันเลยออกมาดี โยกได้ เต้นได้ เอาให้เพื่อนที่เราแอบชอบฟัง ก็ยังคงลึกซึ้งอยู่ ไปฟังกันนน

 

จบไปแล้วนะครับ สำหรับ 10 เพลงใหม่ ประจำเดือนตุลาคม โดยสิบเพลงนี้ ไมได้เป็นการจัดอันดับแต่อย่างใด ชอบส่วนตัวล้วน ๆ จริง ๆ ก็มีอีกหลายเพลงที่ดี ๆ ไว้โอกาสน่าจะมาแนะนำใหม่ และโอกาสต่อไป เราจะมาอัพเดทแบบเป็นรายสัปดาหืกันเลยทีเดียว จะได้ไม่ต้องตกเทรนด์กัน!

 

กางเต็นท์ เล่นน้ำตก “ระเบียงไพร แวลลีย์” นครนายก

กางเต็นท์ เล่นน้ำตก “ระเบียงไพร แวลลีย์” นครนายก

ระเบียงไพร
สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยวทริปสั้น ๆ กัน เป็นกะทันหันทริป(อีกแล้ว) นอกจากจะได้ไปเที่ยวแล้ว ครั้งนี้ยังมีเรื่องเล่าตลก ๆ ในแบบฉบับฟ้าว้าว มาเล่าให้ฟังอีกด้วย ตามมาอ่านกันได้เลยจ้า ทริปนี้เราจะพากันไปกางเต็นท์ที่ “ระเบียงไพร แวลลีย์” จังหวัดนครนายก

ที่จั่วหัวมาว่าทริปนี้เป็นทริปกะทันหัน นั่นก็เพราะว่า จริง ๆ แล้ว เราไม่ได้มีแพลนทริปนี้อยู่ในหัวเลยค่ะ แต่วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา เรามีเหตุจำเป็นต้องเดินทางกลับบ้านที่จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อไปขนข้าวขนของ มาไว้ที่คอนโดค่ะ ซึ่งข้าวของนั้นก็รวมถึงอุปกรณ์กางเต็นท์ทั้งหมดของเรา ที่วางทิ้งเอาไว้ที่บ้าน ไม่ได้ออกทริปมาเป็นปีแล้วนั่นเองงงง

ระหว่างเก็บของนั้นเราก็เลยคิด ๆ อยู่ในหัวว่า เอายังงัยดีน้าาาา ของก็มีครบแล้ว จะแวะกางซักนิดดีไหม ในหัวก็ผุดชื่อ “ระเบียงไพร แวลลีย์” ที่ที่เราเคยอยากจะไปกางเต็นท์ขึ้นมา ลองเสิร์ทดูแล้ว ก็แวะออกจากทางหลักที่กลับกรุงเทพฯ ไม่เท่าไหร่ ก็เลยตัดสินใจแวะเข้าไป ตอนที่แวะเข้าไปนั้นเกือบจะ 5 โมงเย็นแล้วค่ะ ก็เลยคิดเข้าข้างตัวเองว่า มันเย็นแล้ว แวะนอนซักหน่อยจะเป็นอะไรไป คิดได้ดังนั้นก็เลี้ยวรถเลยค่ะ พิกัด https://goo.gl/maps/wZ9sUSxxKWHaQkydA

เราขับรถคู่ใจคันจิ๋ว น้อง Suzuki swift สีแดง ที่แบกของเต็มหลังรถ ขับไปจนถึงทางเข้า แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าจะมากางเต็นท์ค่ะ ไม่ได้จองมา เจ้าหน้าที่ก็ให้เราขับรถเข้าไป ลองหาที่กางดูว่าพอจะกางได้ไหม ถ้ากางได้ก็ปักสมอได้เลย เราขับไปเรื่อย ๆ พอได้ที่ก็จอดรถเลยค่ะ กำลังมอง ๆ ดูทำเล ฝนเจ้ากรรมก็เทลงมาอย่างหนักมากกกกกกกก เรานี่ตาค้างเลยค่ะ พยายามคิดในใจเดี๋ยวมันก็คงหยุด

ระเบียงไพร

รอแล้วววว รอเล่าาา ฝนเจ้ากรรมก็ไม่หยุดตก เราจึงตัดสินใจแบกเต็นท์ลงไปกางท่ามกลางสายฝนเท แต่สุดท้ายก็กางจนเสร็จ เพราะมีเพื่อน ๆ ที่แสนจะใจดีมาช่วยกางนั่นเองค่ะ เราเลือกกางตรงบริเวณลานที่ 1 นะคะ ที่นี่จะมีลานกางเต็นท์ทั้งหมด 3 ลาน โดยลานที่ 1 กับลานที่ 2 จะอยู่ติดลำธาร กลางลานก็จะมีน้ำพุด้วยค่ะ ลานที่ 3 จะอยู่บนเนินเขา ด้านหลังเป็นน้ำตก ทั้งสามลานนี้เป็นพื้นหญ้าสีเขียว กางสบายเลยค่ะ มีบริเวณซักล้าง และห้องน้ำแยกชาย-หญิง ค่อนข้างสะอาด และมีจุดต่อไฟให้ด้วยค่ะ แต่ต้องพกสายไฟยาวๆ มาซัก 20-30 เมตรนะคะ

เมื่อกางเสร็จแล้ว ก็หยิบมือถือขึ้นมาดู ก็ต้องร้องกรี๊ดอีกครั้ง ไม่มีสัญญาณค่ะ เล่นเน็ตไม่ได้นะคะ แต่โทรได้เป็นครั้งคราวสำหรับ AIS ส่วนค่ายอื่นนั้น หมดสิทธิ์เลยค่ะ แต่ที่นี่จะมีรหัสไวไฟให้ใช้นะคะ โดยที่เราจะต้องไปทำการลงทะเบียนที่ด้านหน้าทางเข้า จ่ายค่ากางเต็นคนละ 150 บาท(นำเต็นท์มาเอง) และค่ามัดจำสถานที่ 1,000 บาท  แล้วเจ้าหน้าที่จะให้รหัสไวไฟกับเรามาค่ะ ส่วนค่ามัดจำนั้น ก็รับคืนที่ทางออกเหมือนเดิมตอนกลับบ้านค่ะ

ระเบียงไพร

ตื่นเช้ารุ่งขึ้นมาอีกวันเราก้ได้เดินสำรวจภายในที่พัก และเดินไปเล่นน้ำตกกันค่ะ น้ำตกที่นี่มีชื่อว่าน้ำตกคลองตาอินนะคะ เดินจากลานที่ 3 ไปแค่นิดเดียวก็จะเจอกับปลายน้ำตกแล้ว แต่หากอยากขึ้นไปตรงต้นน้ำตกที่เป็นจุดไฮไลท์ ก็ต้องเดินผ่านป่าเข้าไปอีกประมาณ 700 เมตรค่ะ และต้องปีนป่ายหินกันซักเล็กน้อย แต่ขอบอกว่าคุ้มค่าที่จะเข้าไปนะคะ เป็นน้ำตกเล็ก ๆ ที่สวยมาก ๆ และน้ำเย็นสดชื่นดีมากค่ะ

ออกจากน้ำตกมาเราก็มาเดินสำรวจบริเวณโซนต่าง ๆ ที่นี่จะมีบ้านพักเป็นหลัง ๆ เอาไว้ให้บริการนะคะ มีค่อนข้างเยอะ และมีหลายแบบ ทั้งแบบหลังใหญ่มาปาตี้กับแกงค์เพื่อนได้ หรือหลังกลาง ๆ สำหรับมากันแบบครอบครัว หรือมาพักหลังเล็กแบบคู่รักก็มีให้เลือกค่ะ

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ให้ทำเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรมตกปลา, ปั่นจักรยาน, ขับATV, พายเรือคายัค, สระว่ายน้ำ หรืออื่น ๆ อีกมากมายค่ะ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ระเบียงไพรแวลลีย์ นครนายก

ระเบียงไพร

สำรวจโดยรอบกันเรียบร้อยแล้ว ก็เตรียมตัวเดินทางกลับ ก่อนกลับเราแวะชมวิวที่อ่างเก็บน้ำทรายทอง ซึ่งอยู่ด้านหน้าทางเข้าเลยค่ะ ขับออกไปแค่ประมาณ 200 เมตร บริเวณสันเขื่อนนี้ ช่วงบ่าย ๆ เย็น ๆ จะมีร้านกาแฟแบบ Food Truck มาจอด และตั้งโต๊ะไว้ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งจิบกาแฟ รับลมเย็น ๆ อีกด้วยค่ะ

ขับออกมาอีกหน่อยก็สามารถแวะเที่ยวบริเวณอ่างเก็บน้ำอีกหนึ่งที่ นั่นก็คืออ่างเก็บน้ำห้วยปรือ บริเวณนี้คนนิยมมาชมวิวยามเช้า และชมดาวกันในยามค่ำคืนค่ะ ที่นี่ขึ้นชื่อว่าดาวสวย เต็มท้องฟ้าเลยนะคะ ถ้าใครมีเวลาก็แวะมาได้ค่ะ

ทริปนี้เป็นทริปแรกที่เราออกไปกางเต็นท์คนเดียว ความมันส์ก็คือเราต้องกางท่ามกลางสายฝนและความมืด นอกจากนั้นไม่พอแบตพัดลมเราก็ไม่ได้ชาร์จมา แถมไม่ได้ตอกสมอบก เพราะหาค้อนไม่เจอค่ะ เรียกว่าเป็นทริปที่ทุลักทุเลสุด ๆ ไปเลย สมกับความเปิ่นของเราจริง ๆ แต่ก็รอดมาได้ค่ะ 5555 ทุกอย่างต้องมีครั้งแรกเสมอ อย่ากลัวแล้วออกไปเที่ยวกันค่ะ

 

 

ตาดหมอก
กางเต็นท์ กินลม ชมดาว “อุทยานแห่งชาติตาดหมอก” คลิก

 

 

Lisa BLACKPINK ปังไม่มีจอด เพลง Money ติด Hot 100 ของ Billboard

0

ปังไม่มีจอด เพราะเพลงติด Billboard อีกแล้วจ้า

ถ้าจะให้พูดถึงความปังแบบฉุดไม่อยู่นาทีนี้ไม่มีใครเกิน Lalisa หรือ Lisa BLACKPINK นั้นเอง เพราะล่าสุด ผลงานเพลง MONEY ของเธอปังแบบไม่มีจอด เพราะติด Hot 100 ของ Billboard ของสหรัฐอเมริกา แล้วจ้าแม่ ! สำหรับสัปดาห์ประจำวันที่ 6 พฤศจิกายน อยู่ที่อันดับ 90 แล้วเด้อ

Lisa BLACKPINK

ซึ่งทำให้ Lisa เป็นศิลปิน K-POP เดี่ยว คนที่สอง ที่มีผลงานติด Hot 100 ของชาร์ต Billboard ที่มีผลงานเพลงมากกว่าหนึ่งเพลง นั้นคือเพลงโซโล่อย่าง LALISA และเพลง MONEY นั้นเอง หลังจากที่รุ่นพี่สุดแซบอย่าง CL นั้นเอง

Lisa BLACKPINK
CR.IG : lalalalisa_m

เรียกได้ว่าปังสุด ๆ ไปเลย เพราะอย่างที่รู้กันว่านอกจากจะซิงเกิล MONEY จะติดชาร์ตแล้ว ตัววิดีโอ ‘MONEY’ EXCLUSIVE PERFORMANCE VIDEO บน Youtube ก็เรียกได้ว่าฮิตทะล่มทลาย การันตีด้วยยอดรับชมถึง 200 กว่าล้านเลยทีเดียว

ยังจ้า ความปังของสาวสวยคนเก่งคนนี้ยังไม่หมดค่า เพราะเป็นเพลงของศิลปิน K-POP เดี่ยว ที่มียอดสตรีมมิ่งใน Spotify กว่า 100 ล้านวิว แบบเร็วที่สุดด้วยจ้า บอกเลยว่าปังปุ ต๊าซมากแม่ !

 

 

 

 

 

 

2AM วงบัลลาดมากความสามารถ กับการกลับมาในรอบ 7 ปี คลิกเลย

Top 10 Skin Moisturizers ที่จะช่วยเติมความชุ่มชื้น ฟื้นฟูผิวของคุณให้ดูอ่อนเยาว์

0

Top 10 Skin Moisturizers ที่จะช่วยเติมความชุ่มชื้น ฟื้นฟูผิวของคุณให้ดูอ่อนเยาว์Moisturizers

Moisturizers เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีหน้าที่หลักในการคงความชุ่มชื้นของผิว อาจเป็นอิมัลชันน้ำในน้ำมัน (น้ำมันมากกว่าน้ำ) หรือน้ำมันในน้ำ (น้ำมากกว่าน้ำมัน) ซึ่งสิ่งที่สำคัญ  น้ำ เป็นส่วนประกอบสำคัญมาก สำคัญมาก ๆ สำหรับผิวของเรา มอยเจอร์ไรเซอร์เหล่านี้จะทำหน้าที่ทั้งเพิ่มน้ำให้กับผิวและป้องกันการสูญเสียปริมาณน้ำ ซึ่งหมายความว่าผิวของเราจะอ่อนนุ่มชุ่มชื้น เด้ง คงความยืดหยุ่นของผิวหนังไว้

รวมถึงน้ำมีส่วนสำคัญทั้งในกระบวนการผลัดเซลล์ผิว เพราะเอนไซม์ที่ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวนั้นต้องอาศัยน้ำเป็นตัวที่ช่วยในการทำงาน ถ้าปริมาณน้ำในผิวหนังของเราลดลงก็จะส่งผลให้ผิวของเราขาดความสมดุล ผิวไม่เรียบ ผิวเราจะดูสากๆและแห้งกร้าน ผิวเกิดอาการแพ้ง่าย ลอกแตกได้ รวมทั้งอาจจะแต่งหน้าไม่ค่อยติด ระคายเคืองง่ายอีกด้วย

การใช้ Moisturizers จึงถือว่ามีความสำคัญต่อผิว เพราะช่วยทำให้ผิวของเรามีความชุ่มชื้น สามารถช่วยลดปัญหาผิวต่าง ๆ

วันนี้ Inzpy จะมาแนะนำ Top 10 Skin Moisturizers ที่จะช่วยเติมความชุ่มชื้น ฟื้นฟูผิวของคุณให้ดูอ่อนเยาว์ ในราคาที่ทุกคนสามารถเอื้อมถึงกันได้มาฝากกันค่ะ

1.Yves Rocher Sebo Vegetal Zero Defaut Mattifying Gel Cream

Moisturizers

Yves Rocher Sebo Vegetal Zero Defaut Mattifying Gel Cream เป็นมอยเจอร์ไรเซอร์ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ที่มีผิวมันโดยเฉพาะ มอยเจอร์ไรเซอร์เป็นเนื้อเจล ทาแล้วให้ความรู้สึกสดชื่นสบายผิวหน้า มีกลิ่นที่สดชื่นผ่อนคลาย บางเบา มีคุณสมบัติช่วยควบคุมความมันระหว่างวันได้ยาวนาน ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขน ทำให้ให้รูขุมขนดูกระชับเรียบเนียน หน้าไม่มันระหว่างวัน

สามารถใช้ทาก่อนการแต่งหน้าได้เลย เกลี่ยง่าย ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวได้อย่างล้ำลึก ให้ผิวดูอิ่มฟูแต่ไม่มัน ใครที่ผิวมันมาก ๆ ต้องไปตำด่วน!

2.CeraVe Moisturising Cream

Moisturizers

มอยเจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะสำหรับคนผิวแห้ง และผิวแห้งมาก เหมาะมากที่สุดสำหรับผู้ที่กำลังเผชิญกับปัญหาผิวแสบแดง ผิวอักเสบและระคายเคือง หน้าแห้งเป็นงู ลอกเป็นขุย เนื้อครีมเข้มข้น ไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึมลงผิวได้ดีแต่ยังมีครีมเคลือบอยู่ที่ผิวเพื่อคงความชุ่มชื่น

มีส่วนผสมสำคัญคือเซราไมด์ที่จำเป็นต่อผิว 3 ชนิด สกัดจากพืชธรรมชาติ และมีไฮยาลูรอนิกแอซิด ช่วยเติมความชุ่มชื่นให้ผิว เสริมเกราะปกป้องผิวด้วยเทคโนโลยี MVE ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ CeraVe ที่นำพาเซราไมด์เข้าฟื้นบำรุงผิวอย่างล้ำลึกยาวนานผิวจึงเนียนนุ่มชุ่มชื้นยาวนานกว่า 24 ชั่วโมง

CeraVe Moisturising Cream จะช่วยคงความชุ่มชื้นในผิว ฟื้นบำรุงผิวที่อ่อนแอให้กลับมาแข็งแรงและชุ่มชื้นได้ พร้อมยังช่วยสร้างเกราะป้องกันทำให้มลภาวะต่าง ๆ อีกทั้งยังช่วยลดเลือนริ้วรอยให้ดูจางลง ผิวหน้าดูเต่งตึง เนียนเด้งอิ่มน้ำ

3.Cetaphil Moisturizing Cream Face and Body

Moisturizers

มอยเจอร์ไรเซอร์ สำหรับสาวผิวแห้งและผิวแพ้ง่าย อ่อนโยน ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมและลาโนลิน ไม่ก่อให้เกิดสิวที่สำคัญใช้ได้ทุกส่วนของร่างกายเลยค่ะ

อุดมด้วยคุณค่าการบำรุงจาก Sweet Almond Oil มีส่วนผสมอย่าง Emollients และ Humectants เหมาะกับผิวบอบบางแพ้ง่าย ช่วยคงความชุ่มชื้นไว้ในผิว ลดอาการอักเสบ ลดอาการคัน รวมถึงสามารถใช้ควบคู่ไปกับผิวที่มีปัญหาโรคผิวหนังและผื่นคันต่าง ๆ ได้อีกด้วย

4.Physiogel Daily Moisture Therapy Cream

Moisturizers

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ใช้อะไรแล้วก็แพ้ไปหมด ขอแนะนำมอยเจอร์ไรเซอร์ตัวนี้เลย มอยเจอร์ไรเซอร์สำหรับผิวบอบบาง ช่วยลดอาการอักเสบ ผิวลอกผิวแดงและผิวแห้งกร้าน ช่วยคืนความชุ่มชื้น ทำให้ผิวกลับมาอิ่มน้ำ แข็งแรง เนื้อครีมเข้มข้นค่อนข้างหนักหน้าสำหรับผิวมัน

ปราศจากสารกันเสีย ไม่มีกลิ่น ไม่มีน้ำหอม ไม่มีสีสังเคราะห์ ไม่มีแออลกอฮอล์ น้ำหอม และพาราเบน สูตรไฮโปอัลเลอร์จีนิก ผ่านการทดสอบการระคายเคืองแล้ว! เหมาะกับผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายและที่มีปัญหาสิว

5.MizuMi Dry Rescue Intense Melt-In Cream

สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวขาดน้ำและผิวแห้งอย่างรุนแรง ต้องใช้ MizuMi ตัวนี้เลย มอยเจอร์ไรเซอร์สูตรเข้มข้นที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมานุ่มชุ่มชื้น ด้วยส่วนผสมสำคัญอย่าง AquaxylTM เข้มข้น 3% ทำให้ช่วยลดการสูญเสียน้ำ ช่วยคงความชุ่มชื้นไว้ในผิวได้ยาวนานถึง 48 ชั่วโมง

เนื้อสัมผัสนุ่มละมุน ซึมเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ผ่านการทดสอบการแพ้ระคายเคืองแล้วเรียบร้อย

6.LA ROCHE POSAY Effaclar Mat Sebo – Regulating Moisturizer

ดีที่สุดสำหรับผิวแห้งมาก EFFACLAR MAT เป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ควบคุมความมันที่ต่อสู้กับความมันและกระชับรูขุมขนให้เล็กลงในผิวมันที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่าย พิสูจน์แล้วว่ามีผลทำให้ผิวไม่มันยาวนานผสมผสานน้ำแร่ธรรมชาติจากลา โรช-โพเซย์  ช่วยให้รูขุมขนก็กระชับขึ้นและมองเห็นได้น้อยลง

ผิวสวยดูดีขึ้น*
98% ผิวดูสวยสม่ำเสมอมากยิ่งขึ้น
96% ผิวแลดูเรียบเนียนกว่าที่เคย
90% สุขภาพผิวดูดีมากขึ้น
*การทดสอบทางคลินิกภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง, การประเมินผลจากผู้ใช้จริงหลังใช้และหลังใช้ 4 สัปดาห์

7.Clinique Dramatically Different Hydrating Jelly Anti-Pollution

มอยส์เจอไรเซอร์ เนื้อสัมผัสแบบเนื้อเจลลี่ บางเบา รู้สึกสดชื่นทันทีหลังใช้ เนื้อเจลซึมลงผิวได้อย่างรวดเร็ว ขึ้นชื่อเรื่องการเติมความชุ่มชื่นอย่างอ่อนโยน ด้วยเทคโนโลยี CleanShield Technology ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวพร้อมกักความชุ่มชื้นยาวนาน ปกป้องผิวจากมลภาวะ

สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว สูตรอ่อนโยนไม่มีส่วนผสมจากน้ำมัน ไม่มีส่วนผสมของพาราเบน ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติสารสกัดจากแตงกวาเม็ดทานตะวัน ช่วยให้ผิวแข็งแรง สุขภาพผิวดี ผิวดูสะอาด เปล่งประกายสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ

8.Neutrogena Hydro Boost Water Gel

มอยเจอร์ไรเซอร์เนื้อเจล ด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัย Progressive Release Technology ช่วยปล่อยความชุ่มชื้นกลับคืนสู่ผิว ให้ผิวดูอิ่มน้ำ  สุขภาพผิวแข็งแรงและไม่แห้งกร้าน พร้อมกับกักเก็บความชุ่มชื่นได้ยาวนาน 24 ชั่วโมงเหมาะกับทุกสภาพผิวไม่ว่าจะเป็นผิวแห้ง ผิวมัน ผิวผสม

มีส่วนประกอบสำคัญอย่าง Olive Extract Formula ที่เป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ช่วยฟื้นฟูผิวเสื่อมโทรมจากมลภาวะต่างๆ ช่วยฟื้นฟูผิวจากการต้องเจอกับมลภาวะ รวมถึงไม่มีน้ำมัน น้ำหอมและพาราแบน ไม่ทำให้ผิวอุดตันและไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้

9.KIEHL’S ULTRA FACIAL OIL-FREE GEL CREAM

มอยเจอร์ไรเซอร์เนื้อเจลบางเบาที่คุ้มค่าน่าลงทุนอีกหนึ่งตัว มีส่วนผสมจากสารสกัดจากราก Imperata Cylindrica และวิตามินอี เก็บความชุ่มชื่นใต้ผิวยาวนานตลอดทั้งวัน เนื้อเจลไม่มีความมันเงา เป็นสูตรอ่อนโยนไม่ก่อให้เกิดมะเร็ง

ไม่มีส่วนผสมจากพาราเบน น้ำหอม และน้ำมัน ใช้ได้ทุกสภาพผิวทั้งผิวแห้ง ผิวมัน ผิวผสมหรือผิวแพ้ง่าย

10.Bioderma Sébium Global Intensive Purifying Care Acne-Prone Skin

เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับผิวเป็นสิว ครีมบำรุงปรับสมดุลความมัน ผิวอิ่มฟู ชุ่มชื้น เหมาะสำหรับผิวผสมที่แพ้ง่าย ช่วยจัดการความมันทีโซนและยูโซนที่บอบบาง ช่วยฟื้นบำรุงผิวระคายเคืองง่าย ปรับสมดุลความมัน ผิวอิ่มฟู ชุ่มชื้น

อุดมไปด้วยสารสกัด Bakuchiol ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มากกว่าวิตามินอีถึง 2 เท่า ช่วยจัดการปัญหาหน้ามัน Seborestore Technology ช่วยปรับสมดุลน้ำมันบนผิว Mattifying powders ดูดซับความมันส่วนเกิน Zinc gluconate ควบคุมความมันบนใบหน้า และยังอุดมไปด้วย Glycerine ให้ความชุ่มชื้นยาวนาน 12 ชั่วโมง

 


เครื่องล้างทำความสะอาดผิวหน้าดียังไง ? ซื้อรุ่นไหนปังที่สุด ! คลิก

 

นั่งรถไฟชมธรรมชาติที่ อุทยานแห่งชาติอาลีซาน(Alishan) ไต้หวัน

นั่งรถไฟชมธรรมชาติที่ อุทยานแห่งชาติอาลีซาน(Alishan) ไต้หวัน

อาลีซาน

ที่ไต้หวันนั้นมีอุทยานแห่งชาติที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โด่งดังมาก ๆ อยู่ 3 อุทยานค่ะ ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้รีวิวไปแล้ว 2 อุทยาน นั่นก็คือ อุทยานทาโรโกะ และ อุทยานเย่หลิว สำหรับวันนี้เราก็พามาเที่ยวที่ อุทยานแห่งชาติ อาลีซาน  (Alishan National Park) ที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองเจียอี้ (Chiayi ) กันค่ะ

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักอุทยานแห่งนี้แบบคร่าว ๆ กันก่อนนะคะ อุทยานแห่งชาติอาลีซานนี้ ตั้งอยู่ในเขตเมืองเจียอี้ ซึ่งอยู่ในตอนกลางของไต้หวัน เขาอาลีซานแห่งนี้มีความสูง 2,700 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ที่นี่เป็นแหล่งผลิตชาชั้นยอดที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติเลยทีเดียวค่ะ

การมาเที่ยวในวันนี้นั้น ออกจะพิเศษซักหน่อยนะคะ เพราะทริปนี้เราได้ไปนอนที่ ที่พักบนอุทยานกันด้วยนะคะ มาเริ่มต้นการเดินทางกันเลยค่ะ การเดินทางจะแบ่งเป็น 2 ช่วงนะคะ ช่วงแรกคือการเดินทางมาที่เมืองเจียอี้กันก่อน จากนั้นต่อรถจากเจียอี้ขึ้นเขาอาลีซานกันค่ะ โดยสามารถเลือกการเดินทางได้ 3 แบบนะคะ

1. เดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูง : HSR Taipei ลงที่ HSR Chiayi (ใช้เวลา 1.5 ชั่วโมง) ค่าใช้จ่าย 1,080 NT
จากนั้นต่อ bus to Alishan (ใช้เวลา 2.5 ชั่วโมง) ค่าใช้จ่าย 271 NT
รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.thsrc.com.tw/index_en.html?force=1
2. เดินทางด้วยรถไฟธรรมดา : TRA Taipei ลงที่ TRA Chiayi (ใช้เวลา 3.5 ชั่วโมง) ค่าใช้จ่าย 598 NT จาก
นั้นต่อ bus to Alishan (ใช้เวลา 2.5 ชั่วโมง) ค่าใช้จ่าย 230 NT
รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.railway.gov.tw/en/index.aspx
3. เดินทางด้วยรถบัส (มีเฉพาะวันศุกร์และเสาร์เท่านั้น) : วิ่งตรงจาก Taipei ไป Alishan (ใช้เวลา 6 ชั่วโมง) ค่าใช้จ่าย 620 NT เช็ครายละเอียด คลิก http://www.kingbus.com.tw/en/

เมื่อมาถึงที่อุทยานเราก็เริ่มไปเดินเที่ยวกันค่ะ กิจกรรมต่าง ๆ ที่แนะนำเมื่อมายังอุทยานแห่งนี้

อาลีซาน

-เดินชมธรรมชาติตามเส้นทาง Zhaoping Park ตลอดเส้นทางเค้าจะทำทางเดินไว้ให้เดินได้แบบสะดวกมาก ๆ นะคะ ผู้สูงอายุสามารถเดินได้แบบสบาย ๆ เลย อาจจะมีช่วงที่ต้องเดินขึ้นบันไดบ้าง แต่ไม่เยอะมากค่ะ จุดท่องเที่ยวเด่นที่ ในการเดินครั้งนี้ ก็เช่น การเดินชมต้นสนอายุกว่า 1,000 ปี แวะถ่ายรูปกับทะเลสาบสองพี่น้อง และหากคุณเดินทางมาในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ก็ยังสามารถชมซากุระที่นี่ได้อีกด้วยค่ะ

 

– สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ Shouzhen Temple วัดขนาดใหญ่ในอุทยาน อาลีซาน วัดนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1969 ชาวบ้านนิยมมาสักการะเทพธิดาแห่งความอุดมสมบูรณ์ และเทพแห่งการค้า เพื่อให้การทำการค้าขายมีความเจริญรุ่งเรือง


– ดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ สถานี Zhushan ซึ่งความพิเศษของมันก็คือ ใน 1 ปี จะมีโอกาสได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นที่จุดนี้เพียงแค่ 30 วัน เท่านั้นค่ะ

-นั่งรถไฟไต่เขา ในเส้นทาง Alishan Forest Railway เป็นเส้นทางรถไฟ ที่มีชื่อเสียงความสวยความงามติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลก วันธรรมดาให้บริการแค่วันละ 1 รอบ 9.00 น. และ วันเสาร์ – อาทิตย์เพิ่มอีก 1 รอบ 10.00 น. สามารถจองตั๋วได้ล่วงหน้า 15 วันก่อนการเดินทางที่ http://alishan.railway.gov.tw

เนื่องจากในทริปนี้ เรามีนัดขึ้นไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่สถานี Zhushan กันค่ะ เราจึงเลือกจองที่พักที่ Alishan House ทางไปจอง คลิก ซึ่งที่พักแห่งนี้ราคาค่อนข้างแรงเลยนะคะ แต่ต้องขอบอกว่า บรรยากาศภายในโรงแรมนั้นดีมาก ๆ มีการจัดน้ำตกจำลองขนาดใหญ่เอาไว้ในโรงแรมอีกด้วย การที่จะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นนั้น เราจะต้องให้รถ Shuttle Bus ของโรงแรม ไปส่งที่สถานีรถไฟนะคะ ต้องทำการลงทะเบียนจองเอาไว้ก่อน เพราะรถจะมีไปเพียงรอบเดียวคือรอบประมาณตีสามค่ะ เช้ามากกกกกก ถ้าใครมีงบเหลือ ๆ แนะนำว่าให้ลองไปพักดูซักครั้งค่ะ

เมื่อเที่ยวที่อาลีซานเสร็จแล้ว จะเดินทางกลับไทเปเลยก็ได้ แต่อย่าลืมแวะไปชิมชาของที่นี่ก่อนกลับนะคะ หรือจะแวะไปเที่ยวที่อื่น ๆ ต่อก็ได้เช่นกัน แนะนำว่าให้แวะไปที่ ทะเลสาบสุริยันจันทรา และฟาร์มแกะชิงจิ้งนะคะ สำหรับทริปอาลีซาน ก็ขอจบไว้แต่เพียงเท่านี้ สวัสดีทุก ๆ คนค่ะ แล้วครั้งหน้ามีทริปใหม่ ๆ น่าสนใจ จะพาไปเที่ยวอีกนะคะ

 

 


ทะเลสาบสุริยันจันทรา “Sun Moon Lake” คลิก

 

2AM วงบัลลาดมากความสามารถ กับการกลับมาในรอบ 7 ปี

0

การกลับมาของวงบัลลาดมากฝีมือ

การกลับมาของวงบัลลาดความสามารถของประเทศเกาหลีใต้อย่างวง 2AM ซึ่งถ้าคุณเป็นสายเกาหลีมาตั้งแต่ยุค 2000 ละก็ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่รู้จักวงพี่วงน้องของ 2PM ภายในสังกัดเดียวกันอย่าง JPY Entertainment

ซึ่งหลังจากทูเอเอ็มได้หมดสัญญากับทางค่ายและสมาชิกในวงต่างแยกย้ายกันไปทำตามเส้นทางของตัวเองกันแล้วนั้น เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาทูเอเอ็มก็ Come Back ให้แฟน ๆ ได้หายคิดถึงกันแล้ว ซึ่งเป็นการกลับมาในรอบ 7 ปีเลยทีเดียว

2AM
CR.www.nme.com

2AM

ทูเอเอ็ม วงบอยแบนด์ในสไตล์เพลงบัลลาด ที่เดบิวต์อย่างเป็นทางเมื่อปี 2008 โดยมีสมาชิกที่มากด้วยความสามารถและเสียงร้องคุณภาพ ถึงแม้ว่าจะมีภาพลักษณ์ที่ต่างจากบอยแบนด์วงอื่น ๆ ในสมัยนั้น ที่เน้นการเต้นที่ดูพร้อมเพรียงและเต็มไปด้วยความแข็งแรง งานเพลงที่มีจังหวะดูสนุกสนาน และมีการใส่ท่อนแร็ปเข้าไป

ในขณะที่ทูเอเอ็ม เป็นวงที่เน้นงานเพลงในสไตล์บัลลาด ให้อารมณ์ที่สุขุม นุ่มลึก และเน้นไปที่สไตล์การร้องแบบโชว์พลังเสียงของสมาชิกทั้ง 4 คน ได้แก่ อี ชางมิน, อิม ซึลอง, จอง จินอุน, และ โจ ควอน และทั้ง 4 คนก็จะมีลักษณะการร้อง และเนื้อเสียงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเองมาก ๆ ทำให้งานเพลงของทูเอเอ็มเป็นวงบัลลาดที่มีคุณภาพระดับต้น ๆ ของวงการเสียงเกาหลีเลยก็ว่าได้

2AM
CR.www.dkpopnews.net

พวกเขาเดบิวต์ Single แรก ในเพลง This Song ที่ได้ประธานค่ายอย่าง พัค จินยอง มาแต่งเนื้อร้องและทำนองให้ และยังมีเพลงฮิตอีกมากมายเลย เช่น I Wonder If You Hurt Like Me, Confession of a friend, Never let you go, You Wouldn’t Answer My Calls, Can’t Let You Go Even if I Die

และในจากปล่อยอัลบั้ม Let’s Talk ออกมาวงทูเอเอ็มก็หมดสัญญากับค่ายต้นสังกัดในปี 2015 นั้นเองและในปี 2021 หลังจากแยกย้ายไปตามเส้นทางของตัวเอง สมาชิกทั้ง 4 ก็ได้กลับมาพร้อมอัลบั้ม Ballad 21 F/W อีกครั้ง เพราะสมาชิกทุกคนพูดอย่างชัดเจนว่าการหมดสัญญากับค่ายนั้น ไม่ใช่การยุบวงแต่อย่างใด

การกลับมาในรอบ 7 ปีครั้งนี้ก็ได้ปล่อย Music Video เพลงในอัลบั้มอย่างเพลง No good in good-bye และ Should’ve known ออกมาให้แฟน ๆ ได้ชมกันไปแล้วในวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านนั้นเอง

แถมทั้งสองเพลงยังได้พระเอก Music Video ที่เป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตากันอย่างหนุ่ม อี จุนโฮ จากวง 2PM ประกบคู่มากับสาวน้อยสุดน่ารักอย่าง คิม โซฮยอน ที่มาร่วมเล่นเป็นนางเอกเอ็มวีให้นั้นเอง

ซึ่งในอัลบั้ม Ballad 21 F/W ก็มีทั้งหมด 5 เพลงด้วยกัน ได้แก่ Should’ve known / No good in good-bye / I Can’t / Always Me / Propose นั้นเอง ซึ่งแต่ละเพลงก็แน่นอนว่ายังคงความเป็นสไตล์เฉพาะตัว ที่ฟังปุ๊บก็รู้เลยว่าเป็นของทูเอเอ็ม

ทั้งเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของสมาชิกแต่ละคน บวกกับสไตล์เพลงบัลลาดช้า ๆ ที่มีการปรับรายละเอียดให้เพลงดูเข้ากับช่วงเวลาและยุคสมัยมากขึ้น โดยที่ยังไม่ทิ้งความโดดเด่นและเอกลักษณ์เป็นทูเอเอ็มไป

และเพลงจากอัลบั้มทั้ง 5 เพลง ก็ถูกปล่อยให้แฟน ๆ ได้ฟังกันแล้ว ทุกช่องทางสตรีมมิ่งเลยนะ ใครที่คิดถึงวงบัลลาดคุณภาพแน่น ๆ เน้น ๆ ก็อย่าลืมไปหาฟังเพื่อเป็นกำลังใจให้ศิลปินคุณภาพ ที่ได้ผลิตงานดี ๆ ออกมาให้ฟังกันนะ ส่วนใครอยากติดตาม IG ของทั้ง 4 หนุ่ม Inzpy ก็เอาวาร์ปมาแปะให้ตามนี้เลยนะ kwon_jo / lsod.d / p.f.changmin / jinwoon52 /

 

Cover เพลง

 

 

 

 

รวม Cover เพลง ดังในสมัยเก่า ที่จะเอามาทำใหม่กี่ครั้งก็ยังชวนร้องตามเหมือนเดิม คลิกเลย

กินปูไข่แน่น ๆ อาหารทะเลเด็ด ๆ ที่ ครัวผู้ใหญ่จอย คลองโคน

กินปูไข่แน่น ๆ อาหารทะเลเด็ด ๆ ที่ ครัวผู้ใหญ่จอย คลองโคน

คลองโคน
นึกอยากทานอาหารทะเล ถ้าอยู่กรุงเทพฯ ก็คงจะมีตัวเลือกให้เลือกมากมาย ถ้าถ้านึกถึงการทานปูที่ไข่แน่น ๆ แล้วหล่ะก็ สำหรับเราแล้วยกให้ คลองโคน จังหวัดสมุทรสงคราม มาเป็นอันดับหนึ่งเลยค่ะ ปูเนื้อแน่น ๆ ไข่เยิ้ม ๆ ราคาไม่แพง ที่สำคัญอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ขับรถแค่ 2 ชั่วโมง ก็ได้ทานของอร่อย ๆ กันแล้วค่ะ

ที่คลองโคนนี้ ขึ้นชื่อเรื่องปูไข่ เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจที่จะมีร้านอาหารประเภทนี้อยู่เยอะมาก เรียกว่าเลือกกันจนตาลาย ร้านนู้นก็ดี ร้านนี้ก็เด็ด สำหรับเรานั้น วันนี้จะขอแนะนำหนึ่งร้านในดวงใจค่ะ ชื่อร้านว่า ครัวผู้ใหญ่จอย ร้านนี้มีทีเด็ดอะไรที่เราชอบมาทานมากกว่าร้านอื่น ๆ ตามไปดูกันนะคะ

Cr. ครัวผู้ใหญ่จอย

ทางเข้ามาอาจจะต้องขับขี่กันอย่างระวังนิดนึง เพราะถนนแคบและมีหลุม บ่อ บ้างบางช่วง ที่นี่มีที่จอดรถกว้างขวางไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ พิกัดร้าน https://goo.gl/maps/P88dDzbLgpzWA9Kx6 เมื่อมาถึงจอดรถเรียบร้อยก็เดินเข้าไปในร้านกันค่ะ

บรรยากาศภายในร้าน ก็จะเป็นร้านแบบเปิดนะคะ โปร่ง โล่ง สบาย รับลมเย็น ๆ เพราะตัวร้านจะยื่นออกไปกลางน้ำค่ะ โต๊ะที่นั่งต่าง ๆ เป็นโต๊ะไม้ สะอาดสะอ้าน เมื่นั่งเรียบร้อยก็เตรียมตัวเปิดดูเมนูกันค่ะ จริง ๆ เรามีเมนูในใจอยู่แล้วแหละ นั่นก็คือปูไข่นึ่ง แต่ก็อยากลองเมนูอื่น ๆ เพิ่มเติมอีกด้วยค่ะ เมนูแนะนำที่น่าลองก็มีหลายอย่าง เช่น ปูม้าแกะนึ่ง ปลากระพงทอดน้ำปลา หมึกผัดกะปิ แกงส้มกุ้งชะคราม หอยหลอดผัดฉ่า ยำใบชะคราม ฉู่ฉี่ปลาทู และเมนูอื่น ๆ อีกมากมาย

แต่วันนี้เรามาทานกันแค่ 2 คน จะให้สั่งทั้งหมดก็คงจะไม่ได้ เพราะอยากจะเน้นกินปูไข่ด้วย เราเลยเลือกสั่งเมนูแนะนำ มา 2 เมนูค่ะ นั่นก็คือ ยำใบชะคราม และหมึกผัดกะปิ เรามาถึงในช่วงกลางวันพอดี รออาหารกันซักพัก ก็เริ่มทยอยมาเสิร์ฟค่ะ

มาเริ่มกันที่เมนูเด็ดของเรา นั่นก็คือปูไข่นึ่ง เราชิมไปคำแรกแบบไม่ราดน้ำจิ้ม ขอบอกว่าไข่ปูมันๆ อร่อยมาก นึ่งมากำลังดีไม่แห้งเกินไปค่ะ แต่ที่เด็ดกว่านั้นคือเนื้อปูค่ะ แน่นและหวานอร่อย จากนั้นเราก็ทานกันแบบราดน้ำจิ้มค่ะ อันนี้แหละคือทีเด็ดที่ทำให้เราต้องมาซ้ำร้านนี้ เพราะน้ำจิ้มของเค้าอร่อยแซ่บมากกกกกกกกกกกก ถูกปากเรามากค่ะ ยิ่งถ้าได้ตักไข่ปูวางบนข้าวสวย ราดน้ำจิ้มลงไปนะคะ อื้อหื้ออออ อร่อยเหมือนขึ้นสวรรค์จริง ๆ ไม่เวอร์แน่นอน

คลองโคน

การจะมาทานปูไข่นั้นต้องบอกก่อนว่า ขนาดและราคาของปูไข่แต่ละวันนั้นไม่เท่ากันนะคะ แนะนำว่าให้โทรมาเช็คก่อนนะคะ และสามารถจองเอาไว้ได้เลย ถ้าใครกลัวว่ามาถึงแล้วจะไม่ได้ทาน วันที่เราไปทานนั้นเราได้ราคาอยู่ที่ 900 บาทต่อกิโลกรัมค่ะ ถือว่าราคาดีมาก ๆ แม้ปูจะตัวไม่ใหญ่มาก แต่ไข่แน่น ๆ ทุกตัวเลยค่ะ

สำหรับ 2 เมนูที่เราสั่งเพิ่มไปนั้น เมนูหมึกผัดกระปิ หมึกสดอร่อย ทำออกมารสชาติเค็มกำลังดี เมนูนี้เราให้ผ่านนะคะ ส่วนเมนูยำใบชะคราม จะออกหวาน เปรี้ยว ซึ่งเราเป็นคนไม่ค่อยทานหวานอยู่แล้วก็เลยรู้สึกว่าหวานนำไปนิดนึง แต่เพื่อนอีกคนนั้นชอบทานหวาน ก็บอกว่าอร่อยมากนะคะ เมนูนี้ ก็แล้วแต่คนจะชอบค่ะ

สรุปรวมวันนี้รสชาติอาหารโดยรวมถือว่าอร่อยค่ะ มากันสองคนหมดไปประมาณพันกว่าบาท ถือว่าคุ้มค่า แถมทานกันไม่หมดด้วย ต้องห่อปูกลับมาทานที่บ้าน แนะนำนะคะ สำหรับใครที่อยากไปลองทานปูไข่กัน ที่นี่มีปูไข่ให้ทานทั้งปีนะคะ เพราะเค้าเลี้ยงปูเองค่ะ

สอบถามเพิ่มเติม

โทร : 085-184-3410
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 09.00-19.30 น.
Facebook : ครัวผู้ใหญ่จอย

 

 

kimkane
แบงค์ร้อย 2 ใบมีทอน “Kimgane Korea BBQ Buffet” คลิก

 

 

รวม Cover เพลง ดังในสมัยเก่า ที่จะเอามาทำใหม่กี่ครั้งก็ยังชวนร้องตามเหมือนเดิม

0

เพลงเก่าชวนร้องตาม

เคยมั้ยที่บ้างครั้งฟังเพลงแล้วคิดว่าเอ๊ะ เพลงนี้ทำไมร้องได้นะ เคยฟังที่ไหนรึเปล่า ?! ไม่ต้องแปลกใจ เพราะบางครั้งเพลงที่เราได้ยินนั้น อาจจะเป็น Cover เพลง ดังในสมัยก่อนที่เราอาจจะเคยฟังเมื่อนานมาแล้วก็ได้ Inzpy เลยขอรวมโคฟเวอร์เพลงดังในสมัยเก่า ที่เชื่อเลยว่าจะเอามาทำใหม่กี่ครั้งกี่เวอร์ชั่นก็ยังชวนให้ร้องตามเหมือนเดิม

Cover เพลง

ต้นฉบับ VS โคฟเวอร์ใหม่

เริ่มกันที่เพลงแรกอย่าง “ทั้งรู้ก็รัก” ในเวอร์ชั่นต้นฉบับของคุณอา ชวัส เฟื่องอารมณ์ ที่ปล่อยออกมาครั้งแรกในปีพ.ศ. 2529 และนำมารีมาสเตอร์ในปีพ.ศ. 2551 เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงเคยได้ยินเพลงนี้ผ่านหูมาจากที่พ่อแม่เปิดฟังมาบ้างแน่นอน

เนื้อหาเพลงที่เข้ากับทุกยุคทุกสมัย เพราะไอ้อาการยังรักทั้งที่รู้ว่าเค้ามีเจ้าของเนี่ย เชื่อว่าเป็นกันทุกรุ่นแน่นอน บวกกับเสียงนุ่ม ละมุนหู การใช้คำที่สละสลวย และสไตล์ดนตรี เพลงนี้ถือเป็นอีกหนึ่งตำนานของวงการเพลงไทยเลยก็ว่าได้

อีกหนึ่งเวอร์ชั่นโคฟเวอร์ที่เราอาจะแนะนำก็คือ ทั้งรู้ก็รัก ในสไตล์ของนักร้อง นักแต่งเพลงรุ่นใหม่มากความสามารถอย่างคุณ อะตอม ชนกันต์ ที่เอาเพลงนี้มาทำใหม่โดยยังมีกลิ่นอายความเฉพาะตัวของเพลงจากต้นฉบับด้วย ผสมผสานกับสไตล์ของเสียงจากเครื่องเป่าและดนตรีที่มีความอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ทำให้เพิ่มความเป็นยุคใหม่มากขึ้น เป็นการทำเพลงให้คนสองเจนฟังร่วมกันได้ดีมาก ๆ

เพลงต่อมาอย่างเพลง “คิดถึงพี่ไหม” ที่ต้นฉบับขับร้องโดยคุณศรคีรี ศรีประจวบ เป็นเวอร์ชั่นที่พอได้ฟังเพลงก็จะรู้เลยว่าเก่ามาก ๆ เพราะด้วยสไตล์เสียงจากเครื่องดนตรีและวิธีการขับร้องลักษณะคล้าย ๆ เพลงไทยเดิม

ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเพลงระดับตำนานของวงการเพลงไทยเลย เพราะเชื่อหลาย ๆ คนที่อ่านอยู่อาจจะไม่เคยฟังเพลงนี้ในต้นฉบับจริง ๆ แต่ก็ยังคงพอจะร้องได้อยู่บ้างแน่นอน เพราะเป็นเพลงที่ถูกทำออกมาเรื่อย ๆ ในหลากหลายสไตล์เพลง จากศิลปินแทบจะทุกรุ่นเลยก็ว่าได้

แต่เวอร์ชั่นที่เราจะมาแนะนำให้ทุกคนได้ลองฟังคือ คิดถึงพี่ไหม ในแบบฉบับของคุณอะตอม ชนกันต์ ที่ปล่อยเพลงนี้ออกมาในอัลบั้ม MOON และทำเพลงนี้ออกมาในสไตล์ดนตรีที่มีกลิ่นอายความเป็นแจ๊ส ผสมผสานกับเสน่ห์ดั้งเดิมของเพลงนี้ไว้ เพลง คิดถึงพี่ไหม จึงเป็นในตำนานที่ไม่เคยตายไปจากวงการเพลงบ้านเราเลยจริง ๆ เพราะไม่ว่าจะเอามาทำใหม่หรือร้องโดยใคร ก็จะได้รับกระแสตอบรับที่ดีเสมอมา

ต่อมากับเพลง “ใจโทรม ๆ” จากวงไมโคร เพลงอกหักในสไตล์ลูกผู้ชาย หนึ่งในเพลงจากอัลบั้มหมื่นฟาเรนไฮต์ ในปีพ.ศ. 2531 ในรูปแบบของดนตรีร็อคเบา ๆ และเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ ที่เชื่อว่าคุณพ่อหลาย ๆ บ้านเนี่ย เลี้ยงลูกให้โตมาพร้อมกับวงไมโครและเพลงใจโทรม ๆ ก็คงติดหูมาจนถึงปัจจุบันแน่นอน

และโคฟเวอร์เพลงนี้ที่เราจะเอามาฝากกันก็คือ ใจโทรม ๆ ในฉบับของร็อคสุดเท่อย่างวง Zeal นั้นเอง ซึ่งพี่ ๆ ซีลเค้าก็ต้องการคงสไตล์เดิมของเพลงนี้ไว้ และเพิ่มความหนักของไลน์เครื่องดนตรีต่าง ๆ ให้เข้ากับวงและยุคสมัยมากขึ้น บอกเลยว่าโดนใจสายร็อคสุด ๆ

หรือใครอยากจะฟังในรูปแบบที่ฉีกออกไปจากทั้งต้นฉบับ และเวอร์ชั่นของวงซีลเลย ก็แนะนำนี่เลย ใจโทรม ๆ ในเวอร์ของ KH.SD Thaitanium ที่ถูกปรับมาเป็นสไตล์ฮิปฮอป แร็ป โย่ว ลายดนตรีเป็นในรูปแบบบีทอิเล็กทรอนิกส์ ที่สร้างความแตกต่างจากสองเวอร์ชั่นบนมาก ๆ แต่เชื่อว่าโดนใจสายเด็กแนวสุดฮิปแน่นอน

ต่อกันที่เพลง “อยากให้รู้ว่าเหงา” ในฉบับของพี่เจ เจตริน ในดนตรีสไลต์ป๊อปร็อคเบา ๆ กับเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ของพี่เจ เชื่อว่าเป็นเพลงโปรดของเด็กยุค 90 – 20 หลาย ๆ คนเลยก็ว่าได้

ฉบับโคฟเวอร์ที่เราจะมาแนะนำกันก็คือ อยากให้รู้ว่าเหงา ในเวอร์ชั่นของพี่หนุ่ม KALA จาก PLAY2Project นั้นเอง ในสไตล์ดนตรีร็อคเท่ ๆ เน้นเสียงกีตาร์โปร่ง ทำให้ยังมีกลิ่นอายของต้นฉบับบวกกับแนวเพลงร็อคมากขึ้น

เพลงต่อมากับ “ก็พอ” เวอร์ชั่นต้นฉบับจากพี่ เต็ม วุฒิสิทธิ์ กับเนื้อหารักข้างเดียวที่ไม่ได้ต้องการอะไรตอบแทน ในสไตล์ดนตรีป๊อบผสมผสานกับไลน์โซ่โล่กีตาร์ ชวนฟัง

ส่วนฉบับโคฟเวอร์ที่เราอยากแนะนำก็คือ ก็พอ จากวง Yes’sir Days feat.DAJIM ที่เปลี่ยนมาเป็นจังหวะสนุก ๆ ในสไตล์ดนตรีร็อคหนัก ๆ ผสมกับดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ ในสไตล์เยสเซอร์เดย์ แถมมีเพิ่มไลน์แร็ปมาในเพลงด้วย เรียกได้ว่าฉีกจากเวอร์ชั่นเดิมอยู่เยอะพอสมควรเลย แต่ก็เป็นการทำให้เพลงเข้ากับยุคสมัยมากขึ้น

ซึ่งเพลงนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเพลงจาก PLAY2Project นั้นเอง บอกเลย Project นี้มีแต่เพลงโคฟเวอร์เจ๋ง ๆ จากศิลปินค่าย Genie Records ให้ได้ฟังแบบจุใจไปเลย

เพลงต่อมากับเพลง “จำฉันได้หรือเปล่า” ที่ต้นฉบับเป็นของวง CHOCOLATE KIT เพลงอกหักในแบบของผู้หญิง กับดนตรีแนวป๊อบช้า ๆ ของสไตล์เพลงช่วง 2000 นั้นเอง

ส่วนเวอร์ชั่นโคฟเวอร์ที่เราจะแนะนำมีถึง 2 เวอร์ชั่นด้วยกัน เริ่มจาก จำฉันได้หรือเปล่า ในแบบฉบับของ อ้าย สรัลชนา ที่ร้องประกอบซีรีส์ happy birthday วันเกิดของนาย วันตายของฉัน กับเสียงร้องหวาน ๆ ในอารมณ์เศร้า ๆ ที่ทำเอาหลายครู้สึกเหมือนอกหักทิพย์ได้เลย

และอีกเวอร์ชั่นที่จะใช้คำว่าโคฟเวอร์ก็คงไม่ถูกเท่าไหร่นัก เพราะเป็นฉบับที่ วง CHOCOLATE KIT เอามารื้อทำใหม่นั้นเอง ซึ่งสไตล์เพลงก็ถูกปรับให้แตกต่างเวอร์ชั่นก่อนมาก ๆ เพราะสไตล์ดนตรีที่ใช้ซาวน์อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น บวกกับที่มี T-Rex ที่มาร่วมแร็ปในเพลงด้วย ทำให้สไตล์เพลงดูเปลี่ยนไปมากพอสมควรเลย แต่สียงร้องของคุณ ก้อย ก็ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของความเป็น CHOCOLATE KIT ที่ทำให้เหล่าเด็กยุค 2000 ได้หลายคิดถึงกัน

เพลงสุดท้ายกับ “ผู้ชายไม่เป็นเพื่อนกับผู้หญิง” ในต้นฉบับจากพี่น้องดูโอ้สุดหล่ออย่างกอล์ฟ-ไมค์ ในแนวเพลง R&B ของยุค 2000 ที่เรียกได้ว่าฮิตมาก ๆ ในยุคนั้นเลย

ส่วนเวอร์ชั่นโคฟเวอร์ที่เอามาแนะนำกับก็คือ ผู้ชายไม่เป็นเพื่อนกับผู้หญิง ที่นำมาทำใหม่ในสไตล์ของ Three Man Down นั้นเอง ที่ปรับไลน์ดนตรีใหม่เป็นแนวเพลงร็อคที่เน้นเสียงจากเครื่องดนตรีอย่าง เบส กีตาร์ กลอง และคีย์บอร์ด ทำให้มีความเป็นเอกลักษณ์ของ Three Man Down และอารมณ์เพลงที่ต่างจากของเวอร์ชั่นต้นฉบับชัดขึ้น

แต่แอบบอกเลยว่าสองหนุ่มกอล์ฟไมค์เค้าก็มีเวอร์ชั่นที่ทำใหม่เหมือนกันนะ โดยเวอร์ชั่นใหม่ก็ยังคงสไตล์ของต้นฉบับไว้ แต่เพิ่มซาวน์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ให้เพลงมีเข้ากับสมัยใหม่มากขึ้น ลองฟังกันดูได้ว่าชอบแบบไหนมากกว่า

ดนตรีจุดรวมของความสุขของทุกวัย

เป็นยังไงกันบ้าง กับ Cover เพลง ดังในสมัยก่อนที่ Inzpy นำมาฝากกัน หวังว่าจะถูกใจหลาย ๆ คนที่ชอบฟังเพลงกันนะ ไม่ว่าจะเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่อาจจะไม่รู้ว่าเพลงที่ฟังอยู่นั้น อาจจะเป็นโคฟเวอร์เพลงดังในอดีต หรือวัยรุ่นย่างวัยผู้ใหญ่ที่ได้ย้อนความทรงจำ กลับไปหาเพลงดังในอดีตที่เคยฟังเมื่อก่อน แต่บอกเลยว่านี่เป็นเพลงดังที่ถูกนำมาโคฟเวอร์ใหม่แค่ส่วนเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าใครมีเพลงโคฟเวอร์เพลงไหนที่ชอบเป็นพิเศษก็แวะมาแชร์กันได้นะ

 

Long Hair

 

 

 

 

รวมเทรนด์ ผู้ชายผมยาว สายเซอร์ที่สาวคนไหนได้เจอก็ใจละลาย คลิกเลย