Home Blog

ปักหมุด 8 นิทรรศการในกรุงเทพฯ ชวนเช็กอินถ่ายรูปช่วงวันหยุด

วันหยุดนี้ใครยังไม่มีแพลน ลองเปลี่ยนบรรยากาศจากการเดินห้างหรือแวะคาเฟ่ มาใช้เวลาดูงานศิลปะกันค่ะ เพราะช่วงเดือนกรกฎาคมถึงพฤศจิกายน 2569 มีนิทรรศการในกรุงเทพฯ ให้เลือกหลายแนว ทั้งศิลปะร่วมสมัย งานที่พูดถึงความสัมพันธ์และการยอมรับตัวตน ไปจนถึงนิทรรศการของคาแรกเตอร์ดังอย่าง Wednesday และยอดนักสืบจิ๋วโคนัน หลายงานเข้าชมฟรี เดินทางไม่ยาก และมีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูปกลับไปเพียบ

 

INZPY รวม 8 นิทรรศการน่าแวะมาให้แล้ว พร้อมวันจัดงาน สถานที่ และค่าเข้าชม เซฟลิสต์เอาไว้แล้วเลือกงานที่เข้ากับวันว่างของตัวเองกันค่ะ

ปักหมุด 8 นิทรรศการในกรุงเทพฯ ชวนเช็กอินถ่ายรูปช่วงวันหยุด

 

Visual Dialogue: สนทนา ปรากฏ

นิทรรศการที่นำผลงานจากสองคอลเล็กชันส่วนตัวของ อุเทน พัฒนานิผล และพิริยะ วัชจิตพันธ์ มาจัดแสดงร่วมกันกว่า 100 ชิ้น ความน่าสนใจอยู่ตรงการนำผลงานต่างยุค ต่างวัฒนธรรม และต่างสไตล์มาวางให้เกิด “บทสนทนา” ระหว่างกัน

ภายในงานมีผลงานของศิลปินไทยอย่าง จักรพันธุ์ โปษยกฤต, ถวัลย์ ดัชนี, ประเทือง เอมเจริญ และศิลป พีระศรี รวมถึงศิลปินร่วมสมัยจากต่างประเทศ หลายชิ้นเป็นผลงานจากคอลเล็กชันส่วนตัวที่ไม่ค่อยเปิดให้ชม ใครชอบงานศิลปะที่มีทั้งความสวยและเรื่องราว แนะนำให้เผื่อเวลาเดินดูนานหน่อยค่ะ (รายละเอียดนิทรรศการ)

วันที่: 6 มิถุนายน–2 สิงหาคม 2569
เวลา: 10.00–18.00 น.
สถานที่: ท่าพิพิธภัณฑ์
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 250 บาท / นักเรียน–นักศึกษา 150 บาท / เด็กสูงไม่เกิน 90 เซนติเมตร 150 บาท

Once Becoming: A Visible Presence

นิทรรศการชื่อไทยว่า “ครั้นก่อรูปการณ์” ชวนมองประวัติศาสตร์ศิลปะผ่านการมีอยู่ของศิลปินหญิงหลายช่วงวัย โดยนำผลงานจากอดีตมาวางคู่กับงานร่วมสมัย เพื่อให้เห็นว่าแนวคิดเรื่องตัวตน ร่างกาย บทบาททางสังคม และประสบการณ์ของผู้หญิง ค่อยๆ ก่อตัวและส่งต่อมาถึงปัจจุบันอย่างไร

ภายในงานรวบรวมผลงานของศิลปินหญิง 12 คน เช่น พินรี สัณฑ์พิทักษ์, อารยา ราษฎร์จำเริญสุข และสม ศุภปริญญา เหมาะกับคนที่ชอบงานมีประเด็น แต่ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมมองและตีความด้วยตัวเองค่ะ (รายละเอียดจากหอศิลปกรุงเทพฯ)

วันที่: 11 มิถุนายน–13 กันยายน 2569
เวลา: 10.00–20.00 น. วันอังคาร–อาทิตย์ ปิดวันจันทร์
สถานที่: ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 9 หอศิลปกรุงเทพฯ
ค่าเข้าชม: ฟรี

The Shades of Rainbow

สีรุ้งในนิทรรศการนี้ไม่ได้มีเพียงความสดใส แต่ถูกใช้แทนเฉดสีของชีวิตที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา บางวันอาจเต็มไปด้วยพลัง ขณะที่บางวันก็มีความหม่นหรือความรู้สึกที่อธิบายได้ยาก ผลงานจึงชวนมองความหลากหลายผ่านสี อารมณ์ และประสบการณ์ของแต่ละคน

ใครชอบงานที่ดูง่าย ถ่ายรูปสวย และมีความหมายให้กลับไปคิดต่อ แนะนำให้รีบไปเช็กอิน เพราะนิทรรศการจัดแสดงถึงวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 เท่านั้นค่ะ (รายละเอียดจาก River City Bangkok)

วันที่: 23 มิถุนายน–23 กรกฎาคม 2569
เวลา: 10.00–20.00 น.
สถานที่: RCB Galleria 3 ชั้น 2 ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก
ค่าเข้าชม: ฟรี

Exit II ใจสั่น: บทสนทนาจากครูสู่ศิษย์

นิทรรศการ Conceptual Art และงานเพนต์ที่เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างอาจารย์และกลุ่มศิลปินรับเชิญ ชวนสำรวจความทรงจำ ความเจ็บปวด และการค้นหาทางออกจากเรื่องที่ยังค้างอยู่ในใจ

คำว่า “Exit” ในงานจึงไม่ได้หมายถึงทางออกทางกายภาพเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงวิธีที่แต่ละคนเลือกจัดการกับสิ่งที่เคยพบเจอ แม้บรรยากาศของงานจะมีอารมณ์เข้มกว่านิทรรศการอื่นในลิสต์เล็กน้อย แต่ก็มีพื้นที่ให้ผู้ชมเชื่อมโยงกับเรื่องราวของตัวเองค่ะ (รายละเอียดนิทรรศการ)

วันที่: 1–31 กรกฎาคม 2569
สถานที่: Alexgust Gallery ชั้น 2 MMAD มันมัน ศรีนครินทร์
ค่าเข้าชม: ฟรี

ผจญหิมพานต์

นิทรรศการโดย ธนาบัตร หรือ ปัณณวิชญ์ กิตติโชติอภินันท์ ที่บันทึกการเดินทางของศิลปินในการค้นหา ทำความเข้าใจ และยอมรับตัวตน ผ่านการตีความศิลปะไทยควบคู่กับบริบทของสังคมร่วมสมัย

ศิลปินเลือกใช้ “ป่าหิมพานต์” เป็นตัวแทนของพื้นที่ลึกลับที่เข้าถึงได้ยาก การก้าวเข้าไปในป่าแห่งนี้จึงเปรียบเหมือนการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เป็นในสิ่งที่อยากเป็น รักในสิ่งที่อยากรัก และยอมรับความแตกต่างได้อย่างอิสระค่ะ (รายละเอียดจากหอศิลปกรุงเทพฯ)

วันที่: 1 กรกฎาคม–2 สิงหาคม 2569
เวลา: 10.00–20.00 น. วันอังคาร–อาทิตย์ ปิดวันจันทร์
สถานที่: พีเพิลส์แกลเลอรี ห้อง P3 ชั้น 2 หอศิลปกรุงเทพฯ
ค่าเข้าชม: ฟรี

Wednesday: All Over the Place

งานนี้ไม่ได้เกี่ยวกับ Wednesday Addams แต่เป็นนิทรรศการเดี่ยวของ NEWYEAR ที่มี “Wednesday” เจ้าดัชชุนด์ตัวน้อยเป็นตัวละครหลัก พาผู้ชมเดินทางผ่านประสบการณ์ ผู้คน และความรู้สึกต่างๆ ที่ค่อยๆ ทำให้เราเติบโต

ภายในแบ่งออกเป็น 5 โซนให้เดินตามเรื่องราว พร้อมมุมถ่ายรูปน่ารักๆ ที่น่าจะถูกใจทั้งคนรักงานอาร์ตและทาสน้องหมา ความพิเศษคือสามารถพาสัตว์เลี้ยงเข้าชมด้วยกันได้ โดยเลือกบัตร Besties Pass ค่ะ (รายละเอียดและจำหน่ายบัตร)

วันที่: 9 กรกฎาคม–6 กันยายน 2569
เวลา: 10.00–20.00 น.
สถานที่: RCB Galleria 2 ชั้น 2 ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก
ค่าเข้าชม: Introvert Pass 100 บาท / Besties Pass 150 บาท สำหรับผู้เข้าชม 1 คนพร้อมสิทธิ์นำสัตว์เลี้ยงเข้าชม

Relationship with…

คำว่า “ความสัมพันธ์” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องความรักหรือคนสองคน นิทรรศการกลุ่มโดย JIBCHAA, JAOYAO และ SIBECLOP จึงชวนมองความสัมพันธ์ผ่านสิ่งรอบตัวที่ดูธรรมดา แต่เต็มไปด้วยรายละเอียดซับซ้อนและเปราะบาง

ผลงานแต่ละชิ้นเปิดให้ผู้ชมลองเติมคำหลังประโยค “Relationship with…” ผ่านประสบการณ์ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์กับคนอื่น สิ่งของ พื้นที่ หรือความรู้สึกบางอย่าง เหมาะกับคนที่ชอบงานดูเพลิน แต่มีอะไรให้กลับไปคิดต่อค่ะ รายละเอียดจาก BACC pop-up

วันที่: 11 กรกฎาคม–23 สิงหาคม 2569
สถานที่: BACC pop-up พีเพิลส์แกลเลอรี P3 ชั้น 3 MMAD มันมัน ศรีนครินทร์
ค่าเข้าชม: ฟรี

Detective Conan 30th Anniversary TV Series Exhibition

แฟนยอดนักสืบจิ๋วโคนันเตรียมตัวให้พร้อม เพราะนิทรรศการฉลองครบรอบ 30 ปีของทีวีซีรีส์กำลังมาเปิดในประเทศไทยเป็นครั้งแรก งานนี้จะพาเข้าไปสำรวจเรื่องราว ตัวละคร และการเดินทางของแอนิเมชันที่อยู่กับแฟนๆ มาหลายยุค

นอกจากโซนจัดแสดงและมุมถ่ายรูปแล้ว ยังมีบัตรหลายรูปแบบให้เลือกตามของสะสมและสิทธิพิเศษที่ต้องการ ใครตั้งใจไปช่วงเปิดงานควรจองบัตรและตรวจสอบรอบเข้าชมล่วงหน้า โดยวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 รอบแรกเริ่มเวลา 17.00 น. ค่ะ (รายละเอียดและจำหน่ายบัตร)

วันที่: 22 กรกฎาคม–8 พฤศจิกายน 2569
สถานที่: Attraction Hall ชั้น 6 ไอคอนสยาม
ค่าเข้าชม: Regular Ticket เริ่มต้น 250 บาท

วันหยุดนี้ไม่ว่าจะอยากดูงานอาร์ตแบบจริงจัง หามุมถ่ายรูปใหม่ๆ หรือพาสัตว์เลี้ยงออกไปเที่ยว ก็มีนิทรรศการให้เลือกครบค่ะ ก่อนเดินทางอย่าลืมตรวจสอบวัน เวลาเปิด และเงื่อนไขการเข้าชมจากช่องทางของผู้จัดอีกครั้ง เพราะรายละเอียดอาจเปลี่ยนแปลงได้

 


อัปเดตล่าสุด! รวมคอนเสิร์ตในร่ม ครึ่งปีหลัง 2569 มัดรวมพิกัดฮอลล์อินดอร์สุดปัง

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

■ วิธีสื่อสารไม่ให้ Toxic พูดตรงได้โดยไม่ทำร้ายกัน

■ 5 Small Wins ในห้องนอน เริ่มใหม่วันที่หมดไฟแบบไม่ต้องกู้ชีวิตทั้งระบบ

ไม่ได้หยิ่ง ไม่ได้ไม่ชอบใคร ISTP แค่ชอบอยู่เงียบๆ

เจอคนเงียบๆ ไม่ค่อยทักก่อน เวลาอยู่ในวงใหญ่ก็ชอบนั่งฟัง หลายคนอาจเผลอคิดว่าเขาหยิ่ง ไม่อยากคุย หรือกำลังรำคาญอยู่หรือเปล่า แต่ถ้าคนคนนั้นเป็น ISTP ความจริงอาจง่ายกว่านั้นค่ะ

ISTP ทักได้ คุยได้ และชวนไปไหนก็ได้ แค่ไม่ถนัด Small Talk ชอบมีพื้นที่ส่วนตัว และไม่รู้สึกว่าทุกช่วงเวลาต้องหาเรื่องมาคุยกัน ลองทำความรู้จักคนไทป์นี้อีกนิด แล้วจะพบว่าภายใต้ความนิ่งมีทั้งความเป็นมิตร ความจริงใจ และความใส่ใจซ่อนอยู่มากกว่าที่เห็นนะ

 

ทักได้ คุยได้ ไม่ได้รำคาญนะ

ISTP แค่ชอบอยู่เงียบๆ

 

ISTP ไม่ได้ปิดรับการพูดคุย เพียงแต่อาจไม่ถนัดการชวนคุยเล่นแบบยังไม่มีหัวข้อชัดเจน ถ้าส่งข้อความไปถามว่า “ทำอะไรอยู่” แล้วได้รับคำตอบสั้นๆ ว่า “นอน” ก็อย่าเพิ่งคิดว่าเขาตัดบทค่ะ บางทีแค่ไม่รู้ว่าจะต่อเรื่องไปทางไหนดี ลองเปลี่ยนเป็นส่งเรื่องที่อีกฝ่ายสนใจ ชวนคุยเกี่ยวกับหนัง เกม เพลง งานอดิเรก หรือถามความคิดเห็นตรงๆ จะเห็นว่า ISTP ก็สามารถคุยได้ยาวเหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อเป็นเรื่องที่มีประสบการณ์หรือรู้จริง คนที่ดูพูดน้อยในตอนแรกอาจกลายเป็นคนเล่าเรื่องแบบละเอียดจนคนฟังต้องนั่งยาวก็ได้

 

อยู่กับคนสนิทคุยฉ่ำ แต่ในวงใหญ่ขอฟังก่อน

เวลาอยู่กับเพื่อนสนิท ISTP อาจเป็นคนปล่อยมุก คุยยาว และมีเรื่องมาเล่าไม่หยุด แต่พอเข้าไปอยู่ในกลุ่มที่มีคนไม่คุ้นหน้า โหมดสังเกตการณ์มักเริ่มทำงานทันที คนไทป์นี้มักนั่งฟังและดูบรรยากาศ ทำความรู้จักแต่ละคนผ่านบทสนทนา ก่อนดูว่าตัวเองจะเข้าร่วมวงตรงไหนดี ความเงียบในช่วงแรกจึงไม่ได้แปลว่าไม่สนุกหรือไม่อยากอยู่ตรงนั้น แค่กำลังปรับตัวอยู่ค่ะ ถ้าปล่อยให้นั่งฟังแบบสบายๆ ไม่เร่งให้พูด และไม่แซวว่า “ทำไมเงียบจัง” อีกสักพัก ISTP จะค่อยๆ เข้ามาร่วมวงเองเมื่อรู้สึกคุ้นเคยมากขึ้น

ชวนไปไหนได้ แค่บอกล่วงหน้าหน่อย

ISTP ไม่ได้ไม่ชอบออกไปเจอผู้คน และหลายคนก็พร้อมลองกิจกรรมใหม่ๆ ด้วยซ้ำ แต่ถ้าทักมาตอนเย็นว่า “อีกครึ่งชั่วโมงเจอกัน” อาจต้องลุ้นคำตอบนิดหนึ่ง โดยเฉพาะวันที่ตั้งใจว่าจะอยู่บ้าน ดูซีรีส์ หรือใช้เวลาคนเดียว ก่อนตอบตกลง ISTP มักอยากรู้ว่าไปไหน เจอใครบ้าง ทำอะไร และประมาณกี่โมงจะได้กลับ ไม่ได้ต้องการตารางละเอียดทุกนาที แค่อยากเห็นภาพรวมเพื่อจัดเวลาและเตรียมตัวให้พร้อม ถ้าบอกล่วงหน้าพร้อมรายละเอียดคร่าวๆ โอกาสได้คำตอบว่า “ไป” ก็มีมากขึ้นค่ะ

 

ไม่ทักทุกวัน ไม่ได้แปลว่าไม่แคร์

สำหรับ ISTP ความสัมพันธ์ที่ดีไม่จำเป็นต้องคุยกันทุกวัน ต่อให้ไม่ได้ส่งข้อความหากันหลายวัน ความรู้สึกที่มีให้อีกฝ่ายก็อาจยังเหมือนเดิม คนไทป์นี้อาจไม่ค่อยถามว่า “กินข้าวหรือยัง” หรือส่งข้อความหวานๆ บ่อยนัก แต่ถ้ารู้ว่าคุณมีปัญหา มักพร้อมช่วยคิดหรือเข้ามาจัดการให้ทันที ความใส่ใจจึงออกมาในรูปของการลงมือทำมากกว่าคำพูด เช่น ช่วยซ่อมของ หาข้อมูลให้ ไปส่งถึงบ้าน หรืออยู่เป็นเพื่อนโดยไม่ถามมากเกินไป ถ้าอยากรู้ว่า ISTP แคร์ไหม ลองสังเกตสิ่งเล็กๆ ที่ทำให้ เพราะบางครั้งคำตอบอาจอยู่ตรงนั้นชัดกว่าข้อความยาวๆ ค่ะ

หายตัวไปพัก ไม่ได้งอนใคร

บางช่วง ISTP อาจตอบข้อความช้า เงียบจากกรุ๊ปแชต หรือปฏิเสธนัดไปสักพัก ทั้งที่ไม่ได้มีดราม่ากับใคร แค่อยากกลับมาอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง ทำกิจกรรมที่ชอบ และพักจากการพูดคุยต่อเนื่อง การอยู่คนเดียวช่วยให้ได้พักและจัดการความคิด ก่อนกลับมาเจอผู้คนอีกครั้ง ถ้ากังวลสามารถส่งข้อความสั้นๆ ไปถามว่าโอเคไหม แล้วรอให้อีกฝ่ายตอบในเวลาที่พร้อมได้ ไม่จำเป็นต้องส่งตามหลายข้อความ เพราะเมื่อได้พักเต็มที่ ISTP มักกลับมาคุยตามปกติ และบางทีก็ทำเหมือนไม่เคยหายไปไหนเลยค่ะ

อยู่ด้วยกันแบบไม่ต้องคุยตลอดเวลาได้ไหม

ความสัมพันธ์แบบที่ ISTP มักรู้สึกสบายใจ คือการอยู่ด้วยกันแล้วไม่ต้องพยายามสร้างบทสนทนาตลอดเวลา ต่างคนต่างทำสิ่งที่ตัวเองสนใจได้ จะนั่งเล่นโทรศัพท์ ดูหนัง ทำงาน หรือปล่อยให้ห้องเงียบก็ไม่รู้สึกอึดอัด สำหรับคนไทป์นี้ ความเงียบไม่ได้หมายความว่าความสัมพันธ์มีปัญหา แต่อาจเป็นสัญญาณว่าสบายใจมากพอที่จะไม่ต้องหาอะไรพูดเพื่อเติมทุกช่องว่าง หาก ISTP เริ่มชวนคุณไปทำกิจกรรมที่เขาชอบ เล่าเรื่องส่วนตัว หรือยอมให้เข้าไปอยู่ในเวลาส่วนตัว นั่นก็อาจเป็นวิธีบอกว่าเขาไว้ใจและรู้สึกดีกับคุณแล้วนะ

ISTP เป็นมิตร แค่ต้องมีพื้นที่ส่วนตัว

ISTP ไม่ได้ไม่ชอบคน แค่ชอบความสัมพันธ์ที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ไม่ต้องคุยกันทุกวัน หรือพยายามหาเรื่องมาคุยกันตลอดเวลา ต่อให้บางวันตอบสั้น บางช่วงหายไปพัก หรือเลือกนั่งฟังมากกว่าพูด ก็ไม่ได้หมายความว่ารู้สึกไม่ดีกับใครเสมอไปค่ะ เพียงเข้าใจว่าคนไทป์นี้มีวิธีแสดงความสนิทและความใส่ใจในแบบของตัวเอง ส่วน MBTI เป็นเพียงภาพรวมของบุคลิก แต่ละคนจึงอาจมีนิสัยและวิธีแสดงความรู้สึกไม่เหมือนกันทั้งหมดนะ

ชาว ISTP อ่านแล้วตรงกับตัวเองแค่ไหน หรือมีเรื่องอะไรที่คนรอบตัวชอบเข้าใจผิดอีก คอมเมนต์มาเล่ากันค่ะ

 


เลิกมองว่ายอมคน! ESFJ ไม่ได้ใจดีกับทุกคน แค่จำได้แม่นว่าใคร “ดีกับเรา”

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

■ ทดสอบ MBTI แล้วได้อะไร ทำไมตัวอักษร 4 ตัวถึงทำให้เราเข้าใจตัวเองขึ้น

■ INFJ คนที่เข้าใจคนอื่นเยอะ แต่บางทีก็เหนื่อยกับความรู้สึกตัวเอง

ทำความรู้จัก Montblanc Legend Elixir น้ำหอมโทนสะอาดนุ่ม ร่วมสมัยที่ผู้ชายต้องมี

Montblanc เปิดตัว MONTBLANC LEGEND ELIXIR สมาชิกลำดับที่ 5 ของคอลเล็กชัน Legend โดยข้อมูลประชาสัมพันธ์ในประเทศไทยระบุว่า นี่คือน้ำหอมความเข้มข้นระดับ Parfum รุ่นแรกของคอลเล็กชัน พร้อมถ่ายทอดบุคลิกของ Legend ให้ลุ่มลึกและอบอุ่นขึ้นกว่าเดิม

ความน่าสนใจของรุ่นนี้อยู่ที่การจับคู่ Iris Germanica กับ Vanilla แล้วเติมความสดชื่นจาก Bergamot และ Lavender เข้าไป ทำให้ภาพรวมยังคงความสะอาดและเนี้ยบตามแบบน้ำหอมผู้ชาย แต่มีความหวานนุ่มและเย้ายวนมากขึ้น พร้อมขวดสีเงินโฉมใหม่ที่ดูทันสมัยและสะดุดตากว่ารุ่นก่อนค่ะ

 

 

จาก Montblanc Legend สู่ Legend Elixir

น้ำหอมในคอลเล็กชัน Montblanc Legend ถูกสร้างขึ้นเพื่อถ่ายทอดบุคลิกของผู้ชายในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นความมั่นใจ ความสุขุม หรือความสง่างาม โดยยังคงภาพของคนที่มีเส้นทางและเป้าหมายของตัวเอง สำหรับ Legend Elixir แบรนด์เลือกขยายภาพเดิมให้มีความเข้มข้นขึ้น ผ่านกลิ่นสไตล์ Fougère Ambery ที่รวมความสดชื่นแบบอโรมาติกเข้ากับความอบอุ่นของวานิลลา แอมเบอร์ และเรซิน ผลลัพธ์จึงเป็นกลิ่นที่ยังมีความคลาสสิก แต่ให้ความรู้สึกนุ่มและร่วมสมัยขึ้น

เว็บไซต์ Montblanc ระบุว่า Iris Germanica และ Vanilla เป็นคู่กลิ่นสำคัญของรุ่นนี้ พร้อมวาง Bergamot และ Lavender ไว้ในช่วงเปิด ตามด้วย Pomarose™ และปิดท้ายด้วย Ambrofix™ ข้อมูลจาก Montblanc

 

Fougère Ambery คือกลิ่นแบบไหน

คำว่า Fougère Ambery อาจดูเป็นศัพท์เฉพาะ แต่แยกทำความเข้าใจได้ง่ายๆ ค่ะ โดย Fougère เป็นโครงสร้างกลิ่นที่พบได้บ่อยในน้ำหอมผู้ชาย มักมี Lavender และกลิ่นโทนอโรมาติกเป็นองค์ประกอบ จึงให้ภาพของความสะอาด สุขุม และเป็นระเบียบ ส่วน Ambery จะเติมความอบอุ่น ความหวานนุ่ม และความลุ่มลึกให้กับกลิ่น เมื่อนำสองสไตล์มารวมกัน น้ำหอมจึงไม่สดชื่นแบบสปอร์ตเกินไป และไม่หวานหนักจนรู้สึกใช้ยาก เรียกว่าเป็นจุดตรงกลางระหว่างความคลาสสิกกับความอบอุ่นแบบร่วมสมัยค่ะ

 

เปิดกลิ่นด้วย Bergamot, Lavender และ Pink Peppercorn

ช่วงแรกของ Legend Elixir เริ่มด้วย Bergamot ที่ให้ความสดชื่นในโทนซิตรัส ผสานกับ Lavender ซึ่งมักให้ความรู้สึกสะอาดและผ่อนคลาย ก่อนเติมความเผ็ดร้อนบางๆ จาก Pink Peppercorn

การผสมกันของสามโน้ตนี้ช่วยให้ช่วงเปิดมีความสดชื่นและมีชีวิตชีวา ขณะเดียวกันก็ยังเชื่อมโยงกับคาแรกเตอร์ที่คนคุ้นเคยจากน้ำหอม Montblanc Legend รุ่นก่อนๆ

 

German Iris และ Pomarose™ เติมความนุ่มให้ช่วงกลาง

เมื่อความสดชื่นในช่วงแรกเริ่มเบาลง กลิ่นจะค่อยๆ เผยความนุ่มของ German Iris ซึ่งในโลกของน้ำหอมมักถูกอธิบายว่ามีสัมผัสคล้ายแป้งละเอียดหรือเนื้อครีม ช่วยให้ภาพรวมของกลิ่นดูเรียบเนียนและละมุนขึ้น อีกหนึ่งองค์ประกอบคือ Pomarose™ ที่ให้ความหวานแบบผลไม้และกุหลาบ ช่วยเพิ่มมิติให้กลิ่นช่วงกลาง โดยไม่ทำให้ความหวานเด่นจนกลบความสะอาดและสุขุมของ Lavender กับ Iris

 

Vanilla และ Ambrofix™ ปิดท้ายด้วยความอบอุ่น

ช่วงท้ายของกลิ่นโดดเด่นด้วย Vanilla ที่เติมความหวานนุ่มและอบอุ่น ผสานกับ Ambrofix™ ซึ่งให้โทนวูดดี้แอมเบอร์ พร้อมด้วย Cistus และ Benzoin ที่เพิ่มความลึกในแบบเรซิน ส่วนผสมกลุ่มนี้ช่วยให้ช่วงท้ายมีน้ำหนักมากกว่าช่วงเปิด และทิ้งร่องรอยของกลิ่นหรือ Sillage ซึ่งหมายถึงกลิ่นที่กระจายอยู่รอบตัวหรือยังหลงเหลือในอากาศหลังจากเดินผ่านไป รายละเอียดโน้ตเหล่านี้ปรากฏตรงกันในหน้าผลิตภัณฑ์ของผู้จัดจำหน่ายหลายแห่ง ข้อมูลจาก Sephora France

ทำไม Iris กับ Vanilla ถึงเข้ากัน

Iris และ Vanilla เป็นคู่กลิ่นที่ช่วยสร้างความนุ่มให้กับน้ำหอม แต่ทำหน้าที่ต่างกันเล็กน้อย Iris มักให้ความรู้สึกสะอาด ละเอียด และคล้ายแป้ง ขณะที่ Vanilla เติมความหวานและความอบอุ่น

เมื่อนำมารวมกัน กลิ่นจึงมีความเรียบเนียนและไม่แหลมเกินไป สำหรับ Legend Elixir ยังมี Lavender, Pink Peppercorn และโทนเรซินเข้ามาช่วยคั่น ทำให้วานิลลาไม่ออกไปทางขนมหรือหวานนำจนเกินไปค่ะ

ขวดสีเงินที่เชื่อมโยงกับตัวตนของ Montblanc

ขวดทรงไอคอนิกของ Montblanc Legend ถูกนำมาตีความใหม่ด้วยการเคลือบแลคเกอร์สีเงินเงาคล้ายกระจก พร้อมลวดลายคลื่นแบบนูนและพื้นผิวที่ให้สัมผัสคล้ายหนังเกรน ช่วยให้ดีไซน์ดูมีมิติและสะท้อนความเข้มข้นของกลิ่นด้านใน

สีเงินยังเป็นองค์ประกอบที่พบได้ในผลิตภัณฑ์หลายหมวดของ Montblanc ทั้งเครื่องเขียน นาฬิกา และเครื่องหนัง การนำสีนี้มาใช้กับ Legend Elixir จึงไม่ได้เลือกมาเพื่อความสวยเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยเชื่อมโยงน้ำหอมเข้ากับภาพจำของแบรนด์ด้วย

 

MONTBLANC LEGEND ELIXIR เหมาะกับใคร

เมื่อดูจากโครงสร้างกลิ่น Legend Elixir น่าจะเหมาะกับคนที่ชอบน้ำหอมผู้ชายโทนสะอาด แต่อยากเพิ่มความอุ่นและหวานนุ่มเข้าไป รวมถึงคนที่สนใจกลิ่น Vanilla หรือ Iris แต่ไม่ต้องการน้ำหอมที่หวานชัดเกินไป

อย่างไรก็ตาม กลิ่นของน้ำหอมอาจเปลี่ยนไปตามสภาพผิว อากาศ และปริมาณที่ฉีด หากมีโอกาสจึงควรทดลองบนผิวจริง แล้วรอให้กลิ่นพัฒนาไปสักระยะก่อนตัดสินใจ เพราะช่วงท้ายที่มี Vanilla, Ambrofix™ และเรซิน เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเผยคาแรกเตอร์ของ Legend Elixir ได้ชัดที่สุดค่ะ

 


รวม 7 กระเป๋าแบรนด์ไทย กลิ่นอาย Quiet Luxury หยิบง่ายและเข้ากับทุกลุค

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

■ YUEDPAO เปิด Flagship Store สาขาใหญ่ที่สุดในไทย รวมแฟชั่นครบ 8 โซนที่แฟชั่น ไอส์แลนด์

■ Praew Talk 2026 รวมบทเรียนจากหลากหลายเส้นทางบนเวที “Stage of Stories”

วิธีสื่อสารไม่ให้ Toxic พูดตรงได้โดยไม่ทำร้ายกัน

เคยไหมคะ ตั้งใจเตือนเพราะเป็นห่วง แต่คนฟังกลับเงียบไป หรือคิดว่าตัวเองแค่พูดตรงๆ ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับตึงขึ้นทันที ปัญหาบางครั้งไม่ได้อยู่ที่เรื่องที่เราต้องการสื่อ แต่อยู่ที่คำพูด น้ำเสียง และวิธีเปิดบทสนทนาค่ะ

คำว่า Toxic ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าใครเป็นคนแย่ตลอดเวลา แต่พูดถึงพฤติกรรมการสื่อสารที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกถูกกด ถูกตัดสิน หรือไม่มีโอกาสอธิบายตัวเอง ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะตอนที่กำลังโมโห เหนื่อย หรืออยากรีบคุยให้จบ ดังนั้นวิธีสื่อสารไม่ให้ Toxic จึงไม่ใช่การพูดนุ่มทุกประโยคหรือยอมคนไปหมด แต่เป็นการพูดให้ชัดโดยไม่ลดคุณค่าของคนตรงหน้าค่ะ

 

พูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ตัดสินว่าเขาเป็นคนแบบไหน

วิธีสื่อสารไม่ให้ Toxic พูดตรงได้โดยไม่ทำร้ายกัน

 

ลองเปรียบเทียบสองประโยคนี้ดูนะคะ ระหว่าง “เธอเป็นคนไม่รับผิดชอบ” กับ “งานชิ้นนี้ส่งช้ากว่าเวลาที่เราตกลงกัน” แม้จะพูดถึงปัญหาเดียวกัน แต่ให้ความรู้สึกต่างกันมาก ประโยคแรกตัดสินตัวตนทั้งหมดของอีกฝ่าย ขณะที่ประโยคหลังพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง และยังเปิดพื้นที่ให้ถามต่อได้ว่าเกิดปัญหาอะไร หรือต้องปรับวิธีทำงานตรงไหนบ้าง อีกจุดที่ควรระวังคือคำว่า “เสมอ” และ “ไม่เคย” เช่น “เธอเป็นแบบนี้เสมอ” หรือ “ไม่เคยฟังกันเลย” เพราะคำเหล่านี้ทำให้อีกฝ่ายสนใจโต้แย้งว่าข้อกล่าวหาไม่จริง มากกว่าฟังประเด็นที่เราต้องการคุยค่ะ

ถ้าอยากพูดให้ชัดลองระบุเหตุการณ์ตรงหน้าไปเลย เช่น “เมื่อกี้เรายังพูดไม่จบ แต่ถูกเปลี่ยนเรื่อง เลยรู้สึกว่าไม่ได้รับฟัง” แบบนี้ยังตรงอยู่ แต่ไม่ขยายความผิดครั้งเดียวให้กลายเป็นนิสัยถาวรของใครค่ะ

บอกความรู้สึกและสิ่งที่ต้องการให้ชัด

การตอบว่า “ไม่เป็นไร” ทั้งที่ไม่พอใจ แล้วรอให้อีกฝ่ายสังเกตเอง อาจทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นปัญหาใหญ่ขึ้นได้ค่ะ เช่นเดียวกับการถอนหายใจ ประชด หรือโพสต์ข้อความลอยๆ โดยหวังให้คนที่เกี่ยวข้องรู้ตัว ถ้ามีเรื่องที่ต้องการให้เปลี่ยน แนะนำว่าบอกออกไปตรงๆ เช่น “เมื่อวานยกเลิกนัดกะทันหัน เราเสียแผนไปพอสมควร ครั้งหน้าช่วยบอกเร็วกว่านี้ได้ไหม” ประโยคนี้มีทั้งเหตุการณ์ ผลกระทบ และสิ่งที่ต้องการให้อีกฝ่ายปรับ จึงเข้าใจง่ายกว่าการปล่อยให้เดาค่ะ

อย่างไรก็ตามการพูดถึงความรู้สึกไม่ควรกลายเป็นการกล่าวหา เช่น “เธอทำให้เราต้องเป็นแบบนี้” เพราะอาจโยนความรับผิดชอบทั้งหมดให้อีกฝ่าย ลองเปลี่ยนเป็น “เรื่องนี้ทำให้เรารู้สึกไม่โอเค เลยอยากคุยให้ชัดก่อน” จะช่วยให้บทสนทนาเดินต่อได้มากกว่าค่ะ

พูดตรงได้ แต่ไม่ต้องพูดแรง

หลายคนใช้คำว่า “เป็นคนตรง” เพื่ออธิบายการพูดแบบไม่กรอง แต่ความตรงกับความแรงไม่ใช่เรื่องเดียวกันนะคะ เราสามารถไม่เห็นด้วย ปฏิเสธ หรือเตือนข้อผิดพลาดได้ โดยไม่ต้องประชด เหน็บแนม หรือทำให้อีกฝ่ายเสียหน้าต่อหน้าคนอื่น ตัวอย่างเช่น แทนที่จะพูดว่า “แค่นี้ก็ทำไม่ได้เหรอ” ลองเปลี่ยนเป็น “ตรงนี้ยังไม่ตรงกับที่คุยกัน เดี๋ยวเช็กโจทย์อีกครั้งนะ” หรือถ้าไม่สะดวกรับคำขอ แทนที่จะตอบว่า “อย่าโยนงานมาให้ตลอด” อาจพูดว่า “ตอนนี้เรามีงานที่ต้องส่งก่อน จึงยังรับงานนี้เพิ่มไม่ได้ค่ะ”

ก่อนพูดลองถามตัวเองสั้นๆ ว่า ประโยคนี้ช่วยแก้ปัญหา หรือแค่ช่วยระบายอารมณ์ ถ้าคำตอบเป็นอย่างหลัง อาจพักก่อนสักครู่ เพราะคำพูดที่ส่งออกไปแล้วมักตามเก็บยากกว่างานด่วนเสียอีกค่ะ

 

ฟังให้จบก่อนเตรียมคำโต้กลับ

บทสนทนาจะไปต่อได้ยาก ถ้าต่างฝ่ายต่างรอพูดแทรก หรือใช้เวลาที่อีกคนกำลังพูดเพื่อเตรียมคำตอบของตัวเอง ลองฟังให้จบก่อน แล้วทวนสิ่งที่เข้าใจ เช่น “หมายถึงไม่ได้ตั้งใจยกเลิก แต่มีงานเข้ามากะทันหัน ใช่ไหมคะ”

วิธีนี้ไม่ได้หมายความว่าเราต้องเห็นด้วยกับทุกเหตุผล แต่ช่วยลดโอกาสตอบกลับจากสิ่งที่เราคิดไปเอง หลังจากรับฟังแล้ว เรายังยืนยันความต้องการของตัวเองได้ เช่น “เราเข้าใจว่ามีเหตุจำเป็น แต่ครั้งหน้าช่วยบอกให้เร็วกว่านี้ได้ไหม เพราะเราต้องจัดเวลาเหมือนกันค่ะ”

ที่สำคัญคืออย่าเปลี่ยนทุกบทสนทนาให้เป็นการแข่งขันว่าใครลำบากกว่า ถ้าเพื่อนบอกว่าเหนื่อยจากงาน การตอบทันทีว่า “แค่นี้เอง เราหนักกว่าเยอะ” อาจทำให้เขารู้สึกว่าความรู้สึกของตัวเองไม่มีพื้นที่ค่ะ บางครั้งการรับฟังและถามต่อหนึ่งประโยคก็เพียงพอแล้วนะคะ

อย่าใช้ความเงียบหรือคำประชดเป็นเครื่องลงโทษ

การขอเวลาพักก่อนกลับมาคุยเป็นเรื่องปกติ แต่การหายไปโดยไม่บอก เงียบจนกว่าอีกฝ่ายจะยอม หรืออ่านทุกข้อความแต่ไม่ตอบเพื่อให้อีกฝ่ายกังวล ไม่ใช่การพักอารมณ์ค่ะ

ถ้ายังไม่พร้อมคุย ลองแจ้งให้ชัดว่า “ตอนนี้เรายังโมโหอยู่ ขอพักก่อน แล้วคืนนี้กลับมาคุยกันนะ” แบบนี้ทั้งสองฝ่ายจะมีเวลาตั้งหลัก โดยไม่ต้องเดาว่าบทสนทนาจบแล้วหรือความสัมพันธ์กำลังมีปัญหา

ส่วนการประชดอาจทำให้เรารู้สึกว่าได้ระบาย แต่คนฟังมักไม่แน่ใจว่าต้องตอบจริงจังแค่ไหน หากต้องการความช่วยเหลือหรือไม่พอใจเรื่องใด พูดให้ตรงประเด็นจะพาไปถึงทางออกได้เร็วกว่าค่ะ

ขอโทษให้ตรงจุด และปรับพฤติกรรมหลังจากนั้น

“ขอโทษที่พูดแรง แต่เธอก็ทำให้โมโห” ฟังเหมือนคำขอโทษ แต่กลับโยนความรับผิดชอบให้อีกฝ่ายทันที ถ้ารู้ว่าตัวเองทำเกินไป ลองยอมรับพฤติกรรมให้ชัด เช่น “เมื่อกี้เราพูดแทรกและใช้น้ำเสียงไม่ดี ขอโทษนะ ครั้งหน้าจะรอให้พูดจบก่อน”

คำขอโทษไม่จำเป็นต้องยาว แต่ควรบอกว่าเรารู้ว่าตัวเองทำอะไร และจะปรับตรงไหน เพราะสิ่งที่ทำให้คำขอโทษน่าเชื่อไม่ใช่ถ้อยคำสวยๆ แต่เป็นพฤติกรรมหลังจากนั้นค่ะ

ในทางกลับกัน การไม่อยากเป็นคน Toxic ก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องยอมทุกเรื่อง เราสามารถตั้งขอบเขต ปฏิเสธคำขอ และหยุดบทสนทนาที่เริ่มไม่ให้เกียรติกันได้ เช่น “ถ้ายังคุยกันด้วยน้ำเสียงแบบนี้ เราขอหยุดก่อน แล้วค่อยกลับมาคุยเมื่อพร้อมค่ะ”

วิธีสื่อสารไม่ให้ Toxic เริ่มจากเช็กวิธีพูดของตัวเอง

การสื่อสารที่ดีไม่ได้แปลว่าทุกบทสนทนาต้องจบแบบเห็นตรงกันค่ะ บางครั้งเรายังไม่เข้าใจกัน หรือยังต้องกลับมาคุยเรื่องเดิมอีกครั้ง แต่ถ้าพูดถึงปัญหาโดยไม่โจมตีตัวตน ฟังคำอธิบาย และรับผิดชอบคำพูดของตัวเอง บทสนทนาก็มีโอกาสไปถึงทางออกมากขึ้น

ถ้าไม่แน่ใจว่าควรเริ่มอย่างไร ลองจำสามอย่างไว้ก่อนนะคะว่าเกิดอะไรขึ้น เรารู้สึกอย่างไร และอยากให้อีกฝ่ายทำอะไรต่อ เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้คำพูดตรงขึ้น ลดการประชด และไม่ต้องปล่อยให้ใครเดาความรู้สึกกันเองค่ะ

 


10 เรื่องที่ทำให้ Extrovert หมดพลังเหมือนกัน

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

■ จริงหรือไม่ที่ ESTJ จัดการได้ทุกเรื่องบนโลก ยกเว้นเรื่อง ‘ความรู้สึกตัวเอง’

■ MBTI Movie Night คืนนี้ดูอะไรดี? เลือกหนังให้ตรงมู้ดของทั้ง 16 ไทป์

YUEDPAO เปิด Flagship Store สาขาใหญ่ที่สุดในไทย รวมแฟชั่นครบ 8 โซนที่แฟชั่น ไอส์แลนด์

“ยืดเปล่า” (YUEDPAO) เล่นใหญ่สร้างปรากฏการณ์ “ยืด” ขยายจักรวาลแฟชั่นให้ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยการเปิดตัว YUEDPAO Flagship Store สาขาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ปักหมุดแลนด์มาร์กใหม่ที่ห้างสรรพสินค้า แฟชั่น ไอส์แลนด์ พร้อมขอเป็นแบรนด์ไทยที่ยืนหยัดอย่างแข็งแกร่งท้าชนแบรนด์แฟชั่นระดับโลก งานนี้บอกเลยว่าไม่ได้มีดีแค่เสื้อยืด แต่ “อะไรที่ยืดได้…เราทำหมด” ขนทัพไอเทมแฟชั่นมาแบบจัดเต็ม ตั้งแต่ชุดทำงาน ชุดนอน ชุดชั้นใน กางเกงยีนส์ ไปจนถึงกระเป๋า
และแอกเซสซอรี ฯลฯ ตอบโจทย์คนทุกเจเนอเรชันและทุกไลฟ์สไตล์ มาร้านเดียวจบ ช้อปสนุกได้ครบทุกคน

YUEDPAO เปิด Flagship Store สาขาใหญ่ที่สุดในไทย รวมแฟชั่นครบ 8 โซนที่แฟชั่น ไอส์แลนด์

 

คุณทนงค์ศักดิ์ แซ่เอี้ยว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เริ่มใหม่ จำกัด กล่าวว่า การเดินทางเข้าสู่ปีที่ 7 ของ “ยืดเปล่า” ครั้งนี้คือการ “ยืดครั้งยิ่งใหญ่” เรายืดทะลุขีดจำกัดไปมากกว่าเรื่องของเสื้อผ้าที่ “ยืดแต่ไม่ย้วย” แต่คือการยืดขยายจักรวาลยืดเปล่าสู่แฟล็กชิปสโตร์สาขาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บนพื้นที่กว่า 763 ตารางเมตร ที่ห้างสรรพสินค้า แฟชั่น ไอส์แลนด์ เพื่อปักหมุดแบรนด์ของคนไทยที่พร้อมท้าชนกับแบรนด์ระดับโลก โดยไฮไลต์ในรอบ 7 ปีนี้ คือการ “ยืดสินค้าให้ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ของชีวิต” ตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น ครอบครัว ไปจนถึงกลุ่มคนทำงาน ตอกย้ำแนวคิด “อะไรที่ยืดได้ นั่นคือยืดเปล่า”

 


เมื่อจักรวาลแห่งความยืดขยายไปถึงทุกไลฟ์สไตล์ของชีวิตผ่าน 8 โซนที่ต้องไปเช็คอิน

1.Work Wear ZONE : โซนนี้จะพาหนุ่มสาวชาวออฟฟิศก้าวข้ามกฎความเชย ด้วยแฟชั่นทำงานที่ได้ลุคเนี้ยบ ดูดีแต่ใส่สบายขั้นสุด ลุกนั่งท่าไหนก็ชิล รอดทุกห้องประชุมและพร้อมไปปาร์ตี้ต่อได้ทันที

2.Sport Wear ZONE : เอาใจสายเฮลตี้และคนชอบลุย ด้วยเสื้อผ้าออกกำลังกายและสายแอ็กทีฟ ที่พร้อมบาลานซ์ชีวิตให้สนุกขึ้น เนื้อผ้าเบาสบาย ระบายอากาศดีเยี่ยมพร้อมยืดหยุ่นไปกับคุณในทุกมูฟเมนต์ แบบไม่มีสะดุด

3.MEN’S ZONE : มัดรวมทุกไอเทมที่ผู้ชายต้องการไว้ครบจบในที่เดียว ตั้งแต่ลุคมินิมอลเรียบเท่ ยันสตรีทแวร์สุดคูลให้คุณเดินเข้าโซนนี้แล้วได้ลุคหล่อเป๊ะปังแบบไม่ต้องพยายาม

4.WOMEN’S ZONE : จัดเต็มไอเทมแฟชั่นละลานตาให้สอยไปเติมตู้แบบฉ่ำๆ มิกซ์แอนด์แมตช์สลับลุคสนุกได้ตั้งแต่เช้าจรดเย็น  

5.Kids ZONE : โซนเสื้อผ้าสำหรับเด็กๆ ที่คัดสรรเสื้อผ้าเนื้อนุ่ม ใส่สบายสไตล์เท่ๆ ตั้งแต่เด็กมาให้ช้อป 

6.Jeans ZONE : แหล่งรวมกางเกงยีนส์หลากทรงหลายดีไซน์ยอดฮิตที่หยิบมาแมตช์เมื่อไหร่ก็รอด คอมพลีตลุคแคชชวลสุดเซอร์ในวันหยุดได้อย่างมั่นใจ แถมยังยืดหยุ่นรับกับทุกสรีระ ใส่เดินทั้งวันก็ไม่มีอึดอัด

7.Lifestyle ZONE : เติมกิมมิคความสนุกกับการใช้ชีวิตด้วยหมวก ถุงเท้า กระเป๋า และแอกเซสซอรีดีไซน์เก๋ ที่จะมาช่วยชุบชีวิตและอัปเกรดโททัลลุคของคุณให้ดูคูลขึ้นอีกระดับ

8.DIY ZONE : พื้นที่ออกแบบความเป็นคุณ ด้วยเทคนิค Screen Printing, FLEX (Heat Transfer) และ งานปัก เลือกลวดลาย
ข้อความ และองค์ประกอบต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ เพื่อความแตกต่างไม่ซ้ำใคร พิเศษ! เฉพาะสาขานี้เท่านั้น

 

ยืดเปล่าชี้เป้าของมันต้องมี! เปิดลิสต์ 5 ไอเทมขายดีขวัญใจมหาชน

อันดับที่ 1 : Ultra Flow Collection คอลเลกชันสำหรับผู้ที่รักการออกกำลังกายและกิจกรรมกลางแจ้ง เน้นความคล่องตัวน้ำหนักเบา และสวมใส่สบาย 

อันดับที่ 2 : Ultrasoft , Oversize Timeless เสื้อยืดเนื้อผ้านุ่มพิเศษ สวมใส่สบาย เหมาะสำหรับการใช้งานในทุกวัน

อันดับที่ 3 : The bagg กระเป๋าที่ออกแบบมาอย่างลงตัว ทั้งดีไซน์เรียบง่ายแบบมินิมอล พร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่อัดแน่นอยู่ในใบเดียว สามารถสะพายอวดความเก๋ได้ทุกโอกาส จะสะพายไปเที่ยว ไปทำงาน ไปเรียน หรือแม้แต่ไปเล่นกีฬา ก็เข้ากันได้ดีแบบไม่ขัดมูด

อันดับที่ 4 : Ultimate Stretch Collection ชุดทำงานและไอเท็มสำหรับชีวิตประจำวัน ที่มาพร้อมเทคโนโลยีผ้ายืดหยุ่น 360 องศา สวมใส่สบาย เคลื่อนไหวคล่องตัว

อันดับที่ 5 : Sleep Mode ชุดนอนที่เป็นมากกว่าชุดนอน ชุดสำหรับช่วงเวลาที่คุณได้เปิดโหมดแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง

 

ปักหมุดเช็กอินแล้วมา “ยืด” ความสนุกไปด้วยกัน

เลือกไอเทมที่ใช่จนเต็มตะกร้าแล้ว ยืดเปล่าส่งท้ายประสบการณ์ช้อปปิ้งด้วย Self Service Zone ระบบชำระเงินด้วยตนเองที่ช่วยเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และตอบโจทย์พฤติกรรมการช้อปปิ้งในยุคดิจิทัล ช้อปเสร็จปุ๊บสแกนจ่ายเงินได้ทันทีแบบไม่ต้องเสียเวลายืนรอคิวให้ขัดใจ ซึ่งความล้ำแบบเอ็กซ์คลูซีฟนี้มีให้สัมผัสเฉพาะแฟล็กชิปสโตร์สาขานี้เท่านั้น  สัมผัสประสบการณ์แฟล็กชิปสโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจากยืดเปล่าได้ที่ ห้างสรรพสินค้า แฟชั่น ไอส์แลนด์ Caribbean Zone ชั้น 1 และติดตามข้อมูลเพิ่มเติมจากยืดเปล่าทางออนไลน์ได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/Yuedpao

รวม 7 กระเป๋าแบรนด์ไทย กลิ่นอาย Quiet Luxury หยิบง่ายและเข้ากับทุกลุค

กระเป๋าบางใบสวยมากตอนเห็นในรูป แต่พอซื้อมาแล้วกลับไม่รู้จะถือกับชุดไหนดี ขณะที่บางใบดีไซน์เรียบกว่า แต่หยิบใช้ได้ตั้งแต่วันทำงานไปจนถึงมื้อเย็น กลายเป็นว่าใบหลังถูกใช้งานบ่อยกว่าค่ะ

 

นี่จึงเป็นเสน่ห์ของกระเป๋ากลิ่นอาย Quiet Luxury ที่ไม่จำเป็นต้องมีโลโก้เด่นหรือดีเทลเยอะ

จุดสำคัญอยู่ที่รูปทรง วัสดุ และสีที่เข้ากับเสื้อผ้าได้หลายแบบ รอบนี้ Inzpy เลือกมาให้ 7 รุ่นจากแบรนด์ไทย มีทั้งกระเป๋าหนังสาน ทรง Baguette และกระเป๋าทำงาน ลองมาดูกันว่าใบไหนเหมาะกับตู้เสื้อผ้าของเรามากที่สุดนะคะ

รวม 7 กระเป๋าแบรนด์ไทย กลิ่นอาย Quiet Luxury หยิบง่ายและเข้ากับทุกลุค

 

1. She Knows – Willow Woven Bag

ถ้าชอบงานสานแต่ไม่อยากได้กระเป๋าที่ดูเป็น Beach Bag จนเกินไป Willow Woven Bag น่าจะเข้าทางค่ะ ตัวกระเป๋าใช้หนังลูกวัวและหนังกลับมาสานเป็นทรงโค้ง พร้อมหูจับเส้นเรียวยาวที่ช่วยให้สะพายแล้วดูเบา ด้านในแบ่งเป็นสองช่อง มีช่องซิปตรงกลางและตัวปิดแม่เหล็กซ่อน จึงใส่ของประจำวันได้เป็นสัดส่วน

สี Oat และ Mocha เหมาะกับลุคเอิร์ธโทน ส่วน Black จะดูคมขึ้นและถือไปทำงานได้ง่ายค่ะ

ราคา ~6,490 บาท
ดูเพิ่มเติม: She Knows

 

2. Sugarlessbakery – Pulse

Pulse เป็นกระเป๋าสำหรับคนที่อยากได้ความเรียบ แต่ยังต้องมีรูปทรงที่ช่วยให้ชุดดูน่าสนใจขึ้นค่ะ ด้วยดีไซน์ที่ไม่ผูกกับลุคทางการหรือแคชชวลมากเกินไป จึงถือกับเสื้อเชิ้ต กางเกงทรงตรง เดรสสีพื้น หรือเสื้อยืดกับยีนส์ได้

ใบนี้เหมาะกับคนที่กำลังมองหากระเป๋าหลักหนึ่งใบสำหรับสลับใช้หลายโอกาส โดยไม่ต้องคอยเปลี่ยนกระเป๋าตามชุดตลอดทั้งสัปดาห์ค่ะ

ราคา ~7,190 บาท
ดูเพิ่มเติม: Sugarlessbakery

 

3. Twotwice – Ode Bag

จุดเด่นของ Ode Bag อยู่ที่ทรงกระเป๋าซึ่งดูชัดและโมเดิร์นกว่ากระเป๋าหนังทรงคลาสสิกทั่วไป รุ่นนี้มีให้เลือกสามสี ได้แก่ Ivory, Dark Taupe และ Black ซึ่งเป็นโทนที่ใช้งานต่อได้หลายซีซัน

ถ้าเสื้อผ้าในตู้มีสีดำ เทา หรือน้ำเงินเยอะ สี Ivory จะช่วยให้ลุคดูเบาลง ส่วน Dark Taupe เข้ากับสีครีม น้ำตาล และยีนส์ได้ดี ขณะที่ Black เหมาะกับคนที่ต้องการใบเดียวจบตั้งแต่เข้าประชุมจนถึงนัดหลังเลิกงานค่ะ

ราคา ~9,290 บาท
ดูเพิ่มเติม: Twotwice

 

4. Aristotle Bag – Editor 10

ชื่อรุ่น Editor 10 ให้ภาพของกระเป๋าทำงานที่มีความแฟชั่นอยู่พอดีค่ะ ตัวกระเป๋าเหมาะกับวันที่ต้องการแต่งตัวให้ดูเรียบร้อย แต่ไม่อยากได้ลุคออฟฟิศเต็มรูปแบบ ลองถือคู่กับเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซซ์ กางเกงทรงหลวม หรือเบลเซอร์กับยีนส์ ก็ช่วยให้ชุดดูเข้าที่ขึ้นได้

ถ้าเป็นคนพกของหลายชิ้นและต้องใช้กระเป๋าตั้งแต่เช้าถึงเย็น รุ่นนี้น่าสนใจกว่ากระเป๋าทรงเล็กที่เน้นถือออกงานเพียงอย่างเดียวค่ะ

ราคา ~5,950 บาท
ดูเพิ่มเติม: Aristotle Bag

 

5. FUNDAO – LUPO Baguette

กระเป๋าทรง Baguette ยังเป็นตัวเลือกที่หยิบใช้ได้ง่าย เพราะสะพายกระชับและไม่บดบังเสื้อผ้ามากเกินไป LUPO Baguette จึงเหมาะกับคนที่ชอบกระเป๋าทรงเรียวยาวและต้องการเพิ่มเส้นสายให้ชุดที่ค่อนข้างเรียบ

วันสบายๆ ลองแมตช์กับเสื้อพอดีตัวและกางเกงยีนส์ ส่วนวันที่อยากแต่งเต็มขึ้นอีกนิด เปลี่ยนเป็นเดรสสีพื้นกับรองเท้าส้นเล็กก็ยังถือใบเดิมต่อได้ค่ะ

ราคา ~11,900 บาท
ดูเพิ่มเติม: FUNDAO

 

6. MYNTE STUDIO – BASKE Brown (Valen Leather)

กระเป๋าหนังสีน้ำตาลเป็นไอเทมที่ใช้งานง่ายไม่แพ้สีดำ โดยเฉพาะคนที่มีเสื้อผ้าสีขาว ครีม เบจ และยีนส์อยู่ในตู้เยอะค่ะ BASKE Brown รุ่น Valen Leather ให้ความรู้สึกผ่อนคลายกว่าใบสีดำ แต่ยังเรียบร้อยพอสำหรับถือไปทำงาน

รุ่นนี้เข้ากับเสื้อกล้ามและกางเกงทรงกว้าง เสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซซ์ หรือเดรสยาวได้ดี เหมาะกับคนที่ชอบแต่งตัวด้วยสีพื้นและอยากให้กระเป๋าช่วยเพิ่มมิติแบบไม่เด่นเกินชุดค่ะ

ราคา ~6,590 บาท
ดูเพิ่มเติม: MYNTE STUDIO

 

7. VERA – Lundi 20

Lundi 20 เป็นอีกใบที่อยู่ตรงกลางระหว่างกระเป๋าทำงานกับกระเป๋าสำหรับวันหยุด รูปทรงเรียบและเป็นระเบียบ จึงถือกับเบลเซอร์ได้โดยไม่ดูสบายเกินไป ขณะเดียวกันก็เข้ากับเสื้อยืดและกางเกงยีนส์โดยไม่ทำให้ชุดดูจริงจังค่ะ

รุ่นนี้มีช่วงราคาต่างกันตามวัสดุและรุ่นย่อย ก่อนเลือกจึงควรดูทั้งน้ำหนัก ความยาวสาย และรายละเอียดของแต่ละแบบให้เหมาะกับของที่พกเป็นประจำนะคะ

ราคา ~6,720–11,650 บาท
ดูเพิ่มเติม: VERA

 

กระเป๋าที่เข้ากับทุกลุค ต้องเข้ากับชีวิตเราก่อน

ก่อนเลือกกระเป๋าสักใบ ลองเปิดตู้ดูว่าเราใส่เสื้อผ้าสีไหนบ่อย และต้องพกอะไรออกจากบ้านเป็นประจำค่ะ ถ้าต้องถือไปทำงานทุกวัน ควรเช็กจำนวนช่อง น้ำหนัก และวิธีเปิดปิดให้ครบ ส่วนคนที่พกของไม่มากอาจเลือกทรง Baguette หรือ Shoulder Bag เพื่อให้ลุคดูคล่องตัวขึ้น

ทั้ง 7 รุ่นมีความเรียบในแบบของตัวเอง แต่ไม่จำเป็นต้องเลือกจากกระแสเพียงอย่างเดียวนะคะ เพราะกระเป๋าที่คุ้มที่สุดคือใบที่เข้ากับเสื้อผ้า ใส่ของได้พอดี และหยิบออกมาใช้ได้จริงบ่อยๆ ค่ะ

หมายเหตุ: ราคาที่ระบุเป็นราคาโดยประมาณ อาจเปลี่ยนแปลงตามสี วัสดุ รุ่นย่อย และโปรโมชัน แนะนำตรวจสอบข้อมูลจากช่องทางทางการของแต่ละแบรนด์ก่อนสั่งซื้อค่ะ

 


รวมรองเท้าสีมงคล ตามวันเกิด คัดเฉดแต่งตัวง่าย มูยังไงให้ดูแฟชั่น

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

■ MBTI Movie List: ลิสต์หนังที่ใช่ ส่องลิสต์เรื่องที่ชอบตามไทป์ของคุณ (Part 2: EXTROVERT EDITION)

■ Pixie or Bixie? สลัดลุคเดิมแล้วเริ่มตัดผมสั้น!

One Day Trip ฉะเชิงเทรา แจกพิกัด ร้านอร่อย บรรยากาศดี ใกล้กรุงเทพฯ กินได้ครบทั้งคาวหวาน

วันหยุดมีแค่วันเดียว แต่อยากออกจากกรุงเทพฯ ให้รู้สึกว่าได้เปลี่ยนบรรยากาศจริงๆ ฉะเชิงเทราเป็นพิกัดที่หยิบมาจัดทริปได้กำลังดีค่ะ ไม่ต้องลางาน ไม่ต้องค้างคืน แค่สตาร์ตรถตอนสายๆ ก็พาตัวเองออกไปเจอเมืองเก่าแปดริ้ว คาเฟ่ริมชายน้ำ ร้านขนมอบดีๆ และมื้อเย็นที่จบวันได้แบบอิ่มครบ

 

ทริปนี้เราไปกัน 5 คน และขอเรียกว่าเป็น One Day Trip ฉะเชิงเทราสายกินแบบจริงจัง

พราะแพลนแทบไม่มีช่องว่างให้ท้องเหงาเลยค่ะ เริ่มจากพิซซ่ามื้อใหญ่ แวะก๋วยจั๊บเจ้าดัง ต่อด้วยครัวซองต์ เจลาโต้ แล้วปิดท้ายด้วยอาหารใต้ก่อนกลับกรุงเทพฯ ใครอยากได้รูทเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ที่กินได้หลายบรรยากาศในวันเดียว เซฟลิสต์นี้ไว้ได้เลย

 

1. บ่อดิน Pizza&Restaurant

บ่อดิน Pizza&Restaurant

พิกัดแรกคือ บ่อดิน Pizza&Restaurant” หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อคาเฟ่แกรนด์แคนยอน เป็นร้านที่เหมาะกับการเริ่มทริปแบบไม่รีบ บรรยากาศร้านโปร่ง มีทั้งโซน Open Air รับลมธรรมชาติ และโซนห้องแอร์ให้นั่งหลบแดดสบายๆ ที่สำคัญคือพาน้องหมาน้องแมวมาด้วยได้ ใครอยากจัดทริปครอบครัวหรือชวนเพื่อนไปแบบมีสัตว์เลี้ยงร่วมทริป ร้านนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีค่ะ

 

รอบนี้เราเลือกสั่ง Set 999 บาท ได้ครบทั้งพิซซ่า สลัด ของกินเล่น สปาเกตตี และสเต๊ก เหมาะกับโต๊ะที่ไปหลายคน เพราะไม่ต้องนั่งเลือกนาน แถมได้ลองหลายเมนูในมื้อเดียวอีกด้วย ไฮไลต์คือพิซซ่าแป้งบางกรอบที่อบสดใหม่แบบออเดอร์ต่อออเดอร์ กินตอนร้อนๆ แล้วดีมาก เป็นเมนูที่ช่วยเปิดทริปได้แบบอิ่มกำลังดี ก่อนออกไปต่อคาเฟ่ช่วงบ่าย 

บ่อดิน Pizza&Restaurant

ข้อมูล: เปิดทุกวัน เวลา 11.00–20.00 น.
พิกัด: อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา (https://maps.app.goo.gl/r7WEWFBU1d6LYNP67)
สอบถามเพิ่มเติม: 093-414-4556

 

2. ก๋วยจั๊บ ตั๊กม้อ

ก๋วยจั๊บ ตั๊กม้อ

 

หลังจากมื้อแรกผ่านไป เราขยับเข้าเมืองมาแวะ ก๋วยจั๊บ ตั๊กม้อ ร้านท้องถิ่นที่บรรยากาศคึกคักตั้งแต่เดินเข้าไป ลูกค้าแวะเวียนตลอดวัน ให้ฟีลร้านประจำของคนพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวก็อยากตามมาชิมด้วย เราไปกัน 5 คน เลยได้ลองทั้งก๋วยจั๊บและกระเพาะปลา ราคาอยู่ที่ 60 บาท เป็นมื้อที่กินง่าย อุ่นท้อง และเหมาะกับการแทรกไว้กลางวันก่อนเดินสายคาเฟ่ต่อ จุดที่ชอบคือร้านถึงแม้ลูกค้าจะเยอะแต่ทางร้านทำออเดอร์เร็วมาก ไม่ปล่อยให้เราต้องรอนาน มีเสน่ห์แบบร้านอร่อยประจำเมืองที่แวะแล้วรู้สึกว่าได้แตะบรรยากาศแปดริ้วขึ้นอีกนิด

ก๋วยจั๊บ ตั๊กม้อ

 

ข้อมูล: เปิดบริการทุกวัน เวลา 06.00–18.00 น.
พิกัด: 30/24-25 ม.5 ต.บางพระ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา (https://maps.app.goo.gl/e9gchQ4CV6kYj6ou8)
สอบถามเพิ่มเติม: 081-371-0631

 

3. BEURRE & BOULANGER

BEURRE & BOULANGER

ช่วงบ่ายเป็นเวลาของของหวาน เราแวะ BEURRE & BOULANGER ร้านครัวซองต์และขนมอบสไตล์ฝรั่งเศสในย่านชุมชนเก่าริมแม่น้ำฉะเชิงเทรา ตัวร้านมี 2 ชั้น ตกแต่งโทนวินเทจ มีมุมถ่ายรูปเยอะมาก และเป็นร้านที่เหมาะกับการนั่งพักหลังจากกินคาวมาทั้งวัน

 

BEURRE & BOULANGER

เมนูที่อยากให้ทุกคนลองคือ Crème Brûlée Croissant เมนูซิกเนเจอร์ของร้าน ตัวครัวซองต์กรอบนอก กินคู่กับครีมบรูเล่ที่หวานกำลังดีแล้วเข้ากันมาก เพราะไปกันหลายคน เลยได้ลองเมนูอื่นๆ ด้วย ทั้ง Pain au Chocolat และ Cigarette เมนูใหม่ของทางร้าน ใครชอบคาเฟ่ที่มีขนมอบเป็นตัวหลัก ร้านนี้อยู่ในลิสต์ได้เลยค่ะ

 

BEURRE & BOULANGER

 

ข้อมูล: เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00–18.00 น. (เริ่มอบขนม: 08.00 น.)
พิกัด: 91 ถ.พานิช ต.หน้าเมือง อ.เมืองฉะเชิงเทรา จ.ฉะเชิงเทรา (https://maps.app.goo.gl/wXfSyutgFoJcbyRm7)

 

4. One Hour From Bangkok

One Hour From Bangkok

เดินต่อมาอีกมู้ดกับร้าน วัน อาว-เอ้อร์ ฟรอม บางกอก (One Hour From Bangkok) ร้านเจลาโต้ สโคนโฮมเมด และขนมฝรั่งในบ้านเก่าริมแม่น้ำใจกลางเมืองแปดริ้ว ตัวบ้านมีอายุราว 70–80 ปี ทำให้ร้านมีบรรยากาศอบอุ่นและมีเสน่ห์แบบไม่ต้องแต่งเยอะ

เมนูที่เราได้ลองคือไอศกรีม Pistachio แบบพิสตาชิโอ 100% เสิร์ฟพร้อมเอสเปรสโซ่ช็อต พอราดกาแฟลงบนเจลาโต้แล้วกินพร้อมกันคือดีมาก เนื้อไอศกรีมเนียน หอมถั่วชัด หวานน้อย และมีกาแฟมาช่วยตัดให้รสบาลานซ์ขึ้น นอกจากเจลาโต้ ที่ร้านยังมีสโคนและเบเกอรีให้เลือกอีกหลายเมนู เป็นอีกพิกัดที่ช่วยเปลี่ยนจังหวะของทริปได้ดีค่ะ

 

One Hour From Bangkok

 

ข้อมูล: เปิดเวลา 11.00–20.00 น. ปิดวันจันทร์
พิกัด: ถนนพานิช เส้นชายน้ำ หน้าโรงหนังเก่า อำเภอเมือง จ.ฉะเชิงเทรา (ตรงข้ามร้านครัวซอง เบิร์ก & บูลองเช่)
สอบถามเพิ่มเติม: 061-998-9449

 

5. ป้าเขียว สำรับใต้

ป้าเขียว สำรับใต้

ก่อนขับรถกลับกรุงเทพฯ เราปิดวันกันที่ “ป้าเขียว สำรับใต้” ร้านอาหารใต้สำหรับครอบครัวและกลุ่มเพื่อน สูตรอาหารส่งต่อมาจากอำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี บรรยากาศร้านให้ฟีลอบอุ่นเหมือนได้กินข้าวบ้านคนรู้จัก แต่รสชาติจริงจังแบบอาหารใต้ที่ต้องมีข้าวสวยร้อนๆ อยู่ข้างจาน

ป้าเขียว สำรับใต้

มื้อนี้เราสั่งมาหลายเมนู ทั้ง แกงส้มสำรับใต้ปลากะพง, ยำไข่เค็มน้ำปลากวน, ผัดสามฉุนกุ้ง, ผัดเปรี้ยวหวานหมูสะตอ และยำสับปะรด เป็นมื้อเย็นที่รสชัด กินสนุก และเหมาะกับการจบ One Day Trip มากค่ะ หลังจากกินคาเฟ่มาทั้งวัน การได้ปิดด้วยอาหารใต้รสจัดคือจบวันได้ดีแบบอิ่มกลับกรุงเทพฯ

ข้อมูล: เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00–23.00 น.
พิกัด: ถนนมรุพงษ์ชายน้ำ จ.ฉะเชิงเทรา (https://maps.app.goo.gl/Roy4qYwrp8SzD7yx7)
สอบถามเพิ่มเติม: 094-659-8414

 

เสน่ห์ของทริปนี้คือไม่ได้มีแค่ร้านเดียวที่เด่น แต่แต่ละพิกัดพาเราเจอคนละบรรยากาศกันเลยค่ะ เริ่มจากร้านพิซซ่าพื้นที่กว้าง แวะร้านท้องถิ่นในเมือง ต่อด้วยคาเฟ่ขนมอบ เจลาโต้ในบ้านเก่า แล้วปิดด้วยอาหารใต้รสจัด เป็นทริปสั้นๆ ที่ทำให้ฉะเชิงเทรามีหลายรสชาติให้ค่อยๆ เก็บตลอดวัน

ใครอยากตามรูทนี้ อาจเริ่มจากบ่อดิน Pizza&Restaurant เป็นมื้อแรก แล้วค่อยเข้าเมืองไปก๋วยจั๊บ ตั๊กม้อ ต่อด้วย BEURRE & BOULANGER และ One Hour From Bangkok ก่อนจบที่ป้าเขียว สำรับใต้ แพลนเที่ยวของวันจะกำลังพอดีไม่รีบเกินและกลับกรุงเทพฯ แบบอิ่มครบ แต่ยังรู้สึกว่าได้พักจริงๆ ค่ะ

หมายเหตุ: ราคา เวลาเปิด-ปิด เมนู เซ็ตอาหาร และรายละเอียดการให้บริการของแต่ละร้านอาจมีการเปลี่ยนแปลง แนะนำให้ตรวจสอบกับร้านอีกครั้งก่อนเดินทาง

 


One Day Trip นครนายก แจกรูทเที่ยววันเดียว วิวปัง เที่ยวได้มากกว่าที่คิด!

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

■ แจกพิกัด One Day Trip ปทุมธานี รูตรังสิต-เมืองเอก เที่ยวครบ จบแบบชิลๆ ไม่ต้องตื่นเช้า

■ สมุทรปราการ One Day Trip: แจกรูทเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ครบทุก Vibe ในวันเดียว (ขับรถ 30 นาทีจากกรุงเทพฯ ก็ได้ Vibe แบบนี้แล้วเหรอ?)

เลิกมองว่ายอมคน! ESFJ ไม่ได้ใจดีกับทุกคน แค่จำได้แม่นว่าใคร “ดีกับเรา”

ถ้าพูดถึง ESFJ ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงมักเป็นเพื่อนสายซัพพอร์ต คนที่คอยเช็กว่าใครยังไม่ได้กินข้าว จำวันเกิดของทุกคนได้ และพร้อมยื่นมือช่วยทันทีเมื่อเห็นคนรอบตัวมีปัญหา ด้วยความเป็นมิตรแบบนี้ ESFJ จึงมักถูกมองว่าใจอ่อน ยอมคนง่าย หรือปฏิเสธใครไม่เป็นค่ะ

แต่ถ้ารู้จักกันนานพอ จะพบว่าความใจดีของ ESFJ ไม่ได้ถูกแจกให้ทุกคนในระดับเดียวกันนะคะ ภายนอกพวกเขาอาจวางตัวดีและช่วยเหลือตามสถานการณ์ แต่ความใส่ใจแบบเต็มที่มักมอบให้คนที่สร้างความไว้ใจร่วมกันมาแล้ว โดยเฉพาะคนที่เคยอยู่ข้างกันในวันที่ต้องการใครสักคนค่ะ

 

ภาพจำ “นางฟ้าประจำกลุ่ม” อาจไม่ใช่ทั้งหมด

ESFJ มักให้ความสำคัญกับความรู้สึกของคนรอบตัวและบรรยากาศในกลุ่ม จึงพยายามทำให้ทุกคนรู้สึกมีส่วนร่วม ไม่ถูกทิ้งไว้คนเดียว และได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เวลาเพื่อนมีปัญหา พวกเขามักเป็นคนแรกๆ ที่ถามว่า “โอเคไหม” หรือ “ให้ช่วยอะไรหรือเปล่า”

พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้คนนอกมองว่า ESFJ พร้อมยอมทุกอย่างเพื่อคนอื่น แต่จริงๆ แล้วพวกเขาสังเกตคนเก่งกว่าที่เห็นค่ะ ใครพูดอย่างหนึ่งแต่ทำอีกอย่าง ใครเข้าหาเฉพาะเวลาต้องการความช่วยเหลือ หรือใครรับความใส่ใจไปเรื่อยๆ โดยไม่เคยสนใจความรู้สึกของอีกฝ่าย เรื่องเหล่านี้มักถูกบันทึกไว้เงียบๆ

ESFJ อาจไม่ได้พูดออกมาทันที เพราะไม่อยากทำให้บรรยากาศเสีย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่รู้ว่าใครกำลังเข้าหาด้วยความจริงใจนะคะ

 

เรื่องเล็กๆ ที่คุณลืม ESFJ อาจยังจำได้

จุดที่ทำให้ ESFJ ดูแลคนใกล้ตัวได้ละเอียด คือการจดจำเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผู้คนและความสัมพันธ์ได้ดี ใครเคยช่วยถือของ ใครทักมาถามตอนป่วย หรือใครเคยแบ่งของชิ้นเล็กๆ ให้ในวันที่ลำบาก เรื่องธรรมดาเหล่านี้อาจผ่านไปแล้วสำหรับอีกฝ่าย แต่ ESFJ บางคนยังจำได้ค่ะ

สิ่งที่ถูกจำไม่จำเป็นต้องเป็นของขวัญชิ้นใหญ่หรือความช่วยเหลือครั้งสำคัญเสมอไป บางครั้งแค่การรักษาคำพูด มาตรงเวลา หรือถามไถ่กันในวันที่อีกฝ่ายเงียบไป ก็เพียงพอให้ ESFJ รู้สึกว่า “คนนี้ใส่ใจเราจริงๆ” เพราะแบบนี้ ความสัมพันธ์กับ ESFJ จึงมักสะสมจากความสม่ำเสมอมากกว่าคำพูดสวยๆ ค่ะ ยิ่งมีเหตุการณ์เล็กๆ ที่แสดงให้เห็นว่าไว้ใจกันได้ พวกเขาก็ยิ่งพร้อมเปิดพื้นที่ให้มากขึ้นตามไปด้วย

ดีมาดีกลับ แต่ไม่จำเป็นต้องคูณสิบทุกครั้ง

เมื่อรู้สึกว่าได้รับความจริงใจ ESFJ มักอยากตอบกลับด้วยการดูแลในแบบที่ตัวเองทำได้ คุณอาจเคยช่วยเขาเพียงครั้งเดียว แต่หลังจากนั้นกลับมีคนคอยจำเมนูโปรด ช่วยเตรียมของก่อนออกทริป หรือทักมาเตือนเรื่องสำคัญโดยที่ยังไม่ได้ขอค่ะ

อย่างไรก็ตาม คำว่า “ตอบแทน” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการคิดบัญชีว่าใครทำอะไรให้เท่าไรนะคะ แต่เป็นความรู้สึกว่า เมื่อมีคนให้ความสำคัญกับเรา เราก็อยากทำให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าเขามีความหมายเหมือนกัน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า ทำไม ESFJ บางคนดูช่วยทุกคนได้ แต่กับคนสนิทจะใส่รายละเอียดลงไปมากกว่าอย่างเห็นได้ชัดค่ะ

ที่ช่วยเหลือ อาจเป็นมารยาท ไม่ใช่การเปิดใจ

อีกจุดที่มักทำให้เข้าใจ ESFJ ผิด คือการนำความสุภาพไปตีความว่าอีกฝ่ายสนิทหรือไว้ใจแล้วค่ะ ในความเป็นจริง ESFJ สามารถยิ้ม พูดคุย และช่วยจัดการเรื่องต่างๆ ให้คนที่ไม่ได้สนิทได้ เพราะมองว่าเป็นมารยาททางสังคมและความรับผิดชอบต่อสถานการณ์

ถ้าเป็นเพื่อนร่วมงานทั่วไป พวกเขาอาจช่วยให้งานเดินต่อได้ ตอบข้อความอย่างสุภาพ และดูแลไม่ให้ใครรู้สึกถูกกันออกจากกลุ่ม แต่ถ้าเป็นคนที่อยู่ในวงใกล้ชิด ความแตกต่างจะอยู่ในรายละเอียดค่ะ เช่น จำเรื่องที่เคยเล่าไว้ คอยเช็กว่าเดินทางถึงบ้านหรือยัง หรือรู้ว่าเวลาเจอปัญหาควรเข้าหาด้วยวิธีไหน ดังนั้นการที่ ESFJ เป็นมิตรกับคุณอาจยังไม่ได้แปลว่าได้รับ “สิทธิ์คนโปรด” แล้วนะคะ ความสนิทของพวกเขามักใช้เวลาและดูจากการกระทำที่ต่อเนื่องมากกว่า

จำเรื่องดีได้ ก็จำความรู้สึกแย่ๆ ได้เหมือนกัน

ESFJ ไม่ได้สังเกตเฉพาะความใจดีค่ะ หากเจอคนที่ชอบเอาเปรียบ ทักมาเฉพาะตอนต้องการความช่วยเหลือ หรือทำให้รู้สึกว่าเป็นฝ่ายดูแลความสัมพันธ์อยู่คนเดียว พวกเขาก็มักจำรูปแบบเหล่านั้นได้เช่นกัน

ช่วงแรก ESFJ อาจยังให้โอกาส เพราะอยากรักษาความสัมพันธ์และไม่อยากตัดสินใครจากเหตุการณ์เดียว แต่ถ้าพฤติกรรมเดิมเกิดซ้ำ ความใส่ใจจะค่อยๆ ลดลง จากที่เคยเล่าเรื่องส่วนตัวก็เริ่มคุยเฉพาะเรื่องจำเป็น จากที่เคยพร้อมช่วยทันที ก็อาจช่วยเท่าที่สถานการณ์ควรได้รับค่ะ พวกเขาไม่จำเป็นต้องประกาศเลิกคบหรือเปิดประเด็นให้วุ่นวาย แต่อาจย้ายความสัมพันธ์จาก “คนสนิท” ไปเป็น “คนรู้จัก” อย่างเงียบๆ และกลับไปวางตัวตามมารยาทแทน

สิทธิ์ของคนโปรดไม่ได้มาจากการเอาใจ

ถ้าคุณเป็นคนที่ ESFJ ไว้ใจ สิ่งที่ได้รับมักไม่ใช่แค่การช่วยเหลือเวลามีปัญหา แต่คือความใส่ใจในวันธรรมดาค่ะ พวกเขาอาจจำเครื่องดื่มที่ชอบ วันสำคัญ เรื่องที่กำลังกังวล หรือรายละเอียดที่คุณพูดผ่านๆ แล้วหยิบกลับมาถามอีกครั้งในเวลาที่เหมาะสม

แต่การได้อยู่ในวงใกล้ชิดไม่ได้มาจากการเอาใจหรือทำดีเพียงครั้งเดียวนะคะ สิ่งที่ ESFJ มองหามักเป็นความจริงใจ ความสม่ำเสมอ และความรู้สึกว่าความสัมพันธ์นี้ไม่ได้มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ให้อยู่ตลอดเวลา พูดง่ายๆ คือ ไม่ต้องทำอะไรใหญ่โตค่ะ แค่รักษาคำพูด ถามไถ่กันบ้าง และไม่ทำให้ความใส่ใจของเขากลายเป็นสิ่งที่ถูกมองข้ามก็พอแล้ว

ความใจดีของ ESFJ ก็มีขอบเขต

เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น ESFJ หลายคนจะเริ่มรู้ว่า ไม่สามารถดูแลทุกคนด้วยพลังงานเท่ากันได้ตลอดค่ะ การลดบทบาทในความสัมพันธ์ที่ไม่สมดุลจึงไม่ได้แปลว่าเปลี่ยนเป็นคนใจร้าย แต่เป็นการจัดลำดับว่าใครควรได้รับเวลาและความใส่ใจในระดับไหน

เพราะท้ายที่สุด ESFJ ไม่ได้ใจดีกับทุกคนเหมือนกันทั้งหมด พวกเขาเพียงวางตัวดีกับคนทั่วไป และเลือกทุ่มความใส่ใจให้คนที่มีความจริงใจต่อกันค่ะ หากวันหนึ่ง ESFJ จำรายละเอียดของคุณได้แทบทุกเรื่อง นั่นอาจไม่ใช่เพราะเขาจำเก่งอย่างเดียว แต่เพราะคุณสำคัญพอที่จะถูกเก็บไว้ในความทรงจำด้วยนะคะ

หมายเหตุ:บทความนี้เป็นการตีความบุคลิกภาพ ESFJ ในเชิงไลฟ์สไตล์จากลักษณะทั่วไป ไม่ได้ใช้ตัดสินนิสัยของทุกคน เพราะบุคลิกยังขึ้นอยู่กับประสบการณ์ การเลี้ยงดู และบริบทของแต่ละคนค่ะ

 


MBTI Movie List: ลิสต์หนังที่ใช่ ส่องลิสต์เรื่องที่ชอบตามไทป์ของคุณ (Part 2: EXTROVERT EDITION)

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

■ 5 วิธีปรับ Routine ครึ่งปีหลัง ให้วันทำงาน productive ขึ้น

■ Burnout อยู่หรือเปล่า? ลองอ่านสิ่งนี้ก่อน

รวมเบอร์โทรฉุกเฉินที่ควรรู้ ปี 2026

อุบัติเหตุหรือเหตุไม่คาดคิดเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เมื่อถึงเวลาจำเป็น การมีเบอร์โทรฉุกเฉินที่ถูกต้องอยู่ในมือถือ อาจช่วยให้ติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รวดเร็วยิ่งขึ้น 

ไม่ว่าจะเป็นเหตุไฟไหม้ อุบัติเหตุบนท้องถนน เหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ หรือภัยพิบัติต่าง ๆ การรู้ว่า “ควรโทรหาใคร” ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ควรมีติดตัวไว้เสมอค่ะ

รวมเบอร์โทรฉุกเฉินที่ควรรู้

สำหรับเบอร์ที่ควรรู้เป็นอันดับแรก ได้แก่ 191 สำหรับแจ้งเหตุด่วนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ, 199 สำหรับเหตุเพลิงไหม้และกู้ภัย, 1669 เมื่อต้องการรถพยาบาลหรือความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉิน และ 1784 ศูนย์ช่วยเหลือด้านสาธารณภัย เช่น น้ำท่วม พายุ หรือดินถล่ม ซึ่งทั้ง 4 เบอร์นี้ครอบคลุมเหตุฉุกเฉินที่พบได้บ่อย และควรบันทึกไว้ในรายชื่อโทรศัพท์ทันทีค่ะ

นอกจากนี้ ยังมีเบอร์เฉพาะด้านที่ช่วยอำนวยความสะดวกในสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น 1137 สำหรับสอบถามสภาพการจราจรและแจ้งเหตุบนท้องถนน, 1155 ตำรวจท่องเที่ยว, 1193 ตำรวจทางหลวง, 1196 อุบัติเหตุทางน้ำ, 1356 ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม, 1543 การทางพิเศษแห่งประเทศไทย, 1586 กรมทางหลวง, 1644 สวพ. FM91 และ 1677 วิทยุร่วมด้วยช่วยกัน ซึ่งแต่ละหน่วยงานพร้อมให้ความช่วยเหลือตามภารกิจที่แตกต่างกัน

หวังว่าโพสต์นี้จะเป็นอีกหนึ่งข้อมูลที่ช่วยให้หลายคนอุ่นใจมากขึ้น แม้จะเป็นสิ่งที่เราไม่อยากใช้ แต่การเตรียมพร้อมไว้ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ลองเซฟโพสต์นี้หรือบันทึกเบอร์สำคัญไว้ในมือถือ เพราะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นจริง การหาเบอร์ได้ทันเวลา อาจช่วยให้ได้รับความช่วยเหลือเร็วขึ้นค่ะ 

เบอร์สำคัญอัปเดตปี 2026

  • 191 – ตำรวจ : แจ้งเหตุด่วน เหตุร้าย อาชญากรรม หรือขอความช่วยเหลือจากตำรวจ
  • 199 – สถานีดับเพลิงและกู้ภัย : แจ้งเหตุเพลิงไหม้ เหตุไฟฟ้าลัดวงจร หรือขอความช่วยเหลือด้านกู้ภัย
  • 1137 – จส.100 : แจ้งสภาพการจราจร อุบัติเหตุ และประสานเหตุฉุกเฉิน
  • 1155 – ตำรวจท่องเที่ยว : ขอความช่วยเหลือ สอบถามข้อมูล หรือแจ้งเหตุสำหรับนักท่องเที่ยว (มีบริการหลายภาษา)
  • 1193 – ตำรวจทางหลวง : แจ้งเหตุบนทางหลวง ขอความช่วยเหลือด้านการจราจร หรือรถเสีย
  • 1196 – สายด่วนอุบัติเหตุทางน้ำ : แจ้งเหตุอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉินทางน้ำ
  • 1197 – ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจรตำรวจ : แจ้งปัญหาการจราจร เหตุด่วนด้านถนน หรือขอข้อมูลเส้นทาง
  • 1356 – ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม : แจ้งเหตุด้านความปลอดภัยของระบบขนส่งและคมนาคม
  • 1543 – การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (EXAT Call Center) : สอบถามข้อมูล แจ้งเหตุ หรือขอความช่วยเหลือบนทางพิเศษ
  • 1554 – หน่วยแพทย์กู้ชีพ วชิรพยาบาล : ติดต่อขอความช่วยเหลือด้านการแพทย์ฉุกเฉินในพื้นที่ให้บริการ
  • 1586 – กรมทางหลวง : แจ้งปัญหาถนน สิ่งกีดขวาง หรือขอความช่วยเหลือบนทางหลวง
  • 1644 – สวพ. FM91 : แจ้งเหตุฉุกเฉิน สอบถามเส้นทาง และรายงานสภาพการจราจร
  • 1669 – สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) : เรียกรถพยาบาลเมื่อมีผู้ป่วยฉุกเฉินหรือผู้ได้รับบาดเจ็บ
  • 1677 – วิทยุร่วมด้วยช่วยกัน : แจ้งเหตุ ขอความช่วยเหลือ และประสานงานด้านสาธารณประโยชน์
  • 1784 – กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) : แจ้งเหตุอุทกภัย พายุ ดินถล่ม ภัยพิบัติ และสาธารณภัยต่าง ๆ

 


อัปเดตล่าสุด! รวมคอนเสิร์ตในร่ม ครึ่งปีหลัง 2569 มัดรวมพิกัดฮอลล์อินดอร์สุดปัง

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Praew Talk 2026 รวมบทเรียนจากหลากหลายเส้นทางบนเวที “Stage of Stories”

MBTI Movie List: ลิสต์หนังที่ใช่ ส่องลิสต์เรื่องที่ชอบตามไทป์ของคุณ (Part 2: EXTROVERT EDITION)

อัปเดตล่าสุด! รวมคอนเสิร์ตในร่ม ครึ่งปีหลัง 2569 มัดรวมพิกัดฮอลล์อินดอร์สุดปัง

0

ครึ่งปีหลังแบบนี้ มหันตภัยหน้าฝนและแดดเมืองไทยบอกเลยว่าไว้ใจไม่ได้สักวันค่ะ! สำหรับสายคอนเสิร์ตอย่างเราๆ สิ่งที่จะช่วยเซฟพลังงานชีวิตและเมคอัพได้ดีที่สุดในเวลานี้ ก็คือการได้ไปยืนกรี๊ดศิลปินคนโปรดในฮอลล์แอร์ฉ่ำๆ แสงสีจัดเต็ม แบบไม่ต้องคอยพกเสื้อกันฝนให้รุงรัง

วันนี้ Inzpy เลยขอเอาใจสายอินดอร์ด้วยการ รวมคอนเสิร์ตในร่ม ครึ่งปีหลัง 2569 ปักหมุดตารางงานแสดงดนตรีและแฟนคอนสุดปังทั่วมหานครกรุงเทพฯ ลากยาวไปจนถึงสิ้นปี มีครบทุกแนวทั้ง Pop, Rock, R&B และ J-Pop เคลียร์คิวให้พร้อม เตรียมวอร์มนิ้วกดบัตรให้มั่น แล้วตามมาเช็กพิกัดกันเลยค่ะ!

 

ส่องไลน์อัป “คอนเสิร์ตในร่ม” ครึ่งปีหลัง 2569 ที่ห้ามพลาด

ส่องไลน์อัป "คอนเสิร์ตในร่ม" ครึ่งปีหลัง 2569 ที่ห้ามพลาด

 

🗓️ กรกฎาคม 2569

Centimillimental WORLD TOUR 2025–2026 “Cafuné”

  • วันแสดง: 19 กรกฎาคม 2569 (วันอาทิตย์)
  • สถานที่: centralwOrld LIVE, CentralWorld
  • ประเดิมงานแรกของครึ่งปีหลังด้วยเสียงดนตรีอบอุ่นและทรงพลังจากโปรเจกต์เดี่ยวของ Atsushi ศิลปินหนุ่มผู้อยู่เบื้องหลังเพลงอนิเมะสุดซึ้ง ยึดพื้นที่ใจกลางเมืองที่ centralwOrld LIVE เดินทางสะดวกแถมแอร์เย็นฉ่ำแน่นอนค่ะ

 

🗓️ สิงหาคม 2569

FANDOM FEST

  • วันแสดง: 15 สิงหาคม 2569 (วันเสาร์)
  • สถานที่: One Bangkok Forum, One Bangkok
  • เทศกาลรวมพลคนรักแฟนดอมที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ปักหมุดแลนด์มาร์กแห่งใหม่อย่าง One Bangkok Forum งานนี้บอกเลยว่าพื้นที่กว้างขวาง สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เดินเฟสติวัลในร่มแบบสับๆ ไม่ต้องกลัวร้อนเลยค่ะ

Sunnee’s “Home Coming” Bangkok Music Concert

  • วันแสดง: 16 สิงหาคม 2569 (วันอาทิตย์)
  • สถานที่: Union Hall 1, Union Mall
  • การกลับมาบ้านเกิดอย่างสมศักดิ์ศรีของ “ซันนี่ เกวลิน” ที่พร้อมระเบิดความปังบนเวที Union Hall 1 บอกเลยว่าฮอลล์นี้ขึ้นชื่อเรื่องระบบเสียงและความใกล้ชิด แฟนคลับเตรียมตัวฟินได้เลย

LEEHI & 808 HI RECORDINGS WORLD TOUR 2026 IN BANGKOK

  • วันแสดง: 16 สิงหาคม 2569 (วันอาทิตย์)
  • สถานที่: Sphere Hall, Emsphere
  • สายโวคอลและ R&B จากเกาหลีใต้เตรียมมาปล่อยเสียงร้องละมุนหูที่ Sphere Hall ห้างสุดฮิปใจกลางพร้อมพงษ์ ใครที่ชอบจังหวะดนตรีเท่ๆ คูลๆ ล็อกวันรอได้เลยค่ะ

 

🗓️ กันยายน 2569

SKYNANI S to the N FANCON

  • วันแสดง: 19–20 กันยายน 2569 (วันเสาร์–วันอาทิตย์)
  • สถานที่: Thunder Dome, Muang Thong Thani (พร้อมระบบ Live Streaming & Rerun by TTM LIVE)
  • แฟนคอนสุดยิ่งใหญ่ที่จัดเต็มถึง 2 วันรวด ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ฮอลล์อินดอร์ในตำนานที่การันตีความฟินทุกที่นั่ง และสำหรับใครที่ไม่สะดวกเดินทาง ยังมีระบบสตรีมมิ่งสดให้หวีดกันจากที่บ้านด้วยนะ

 

🗓️ ตุลาคม 2569

MILLI JAA EHH! ASIA TOUR 2026

  • วันแสดง: 3 ตุลาคม 2569 (วันเสาร์)
  • สถานที่: Samyan Mitrtown Hall
  • เตรียมตัวต้อนรับความปังระดับเอเชียกับคอนเสิร์ตเดี่ยวของนวย! ที่รอบนี้ขอมายึดพื้นที่ Samyan Mitrtown Hall ปล่อยพลังแรปไฟลุกในฮอลล์อินดอร์แอร์ฉ่ำ เดินทางง่ายด้วย MRT สามย่าน สายแดนซ์ต้องรีบกดบัตรด่วน

 

🗓️ พฤศจิกายน 2569

Zara Larsson – Midnight Sun Tour in Bangkok

  • วันแสดง: 1 พฤศจิกายน 2569 (วันอาทิตย์)
  • สถานที่: UOB LIVE, Emsphere
  • ป็อปสตาร์สาวระดับโลกพร้อมมาสาดความมันส์ต้อนรับช่วงปลายปี ปักหมุดที่ UOB LIVE ฮอลล์อินดอร์สุดล้ำที่ไลน์อัปโปรดักชันสุดปัง แสง สี เสียง ต้องอลังการตาแตกแน่นอนค่ะ

ไทยประกันชีวิต presents BIG ASS คอนเสิร์ตใหญ่ ก่อนตาย

  • วันแสดง: 13–15 พฤศจิกายน 2569 (วันศุกร์–วันอาทิตย์)
  • สถานที่: IMPACT Arena, Muang Thong Thani
  • คอนเสิร์ตใหญ่ในตำนานของวงร็อกระดับแถวหน้าของเมืองไทย จัดเต็ม 3 วันรวดที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เตรียมไปกระโดดและชูมือขวาให้สุดแขน โยกกันให้ฮอลล์สะเทือนไปเลยค่ะ

FKJ – Tyber Tour in Bangkok

  • วันแสดง: 27 พฤศจิกายน 2569 (วันศุกร์)
  • สถานที่: UOB LIVE, Emsphere
  • อัจฉริยะทางดนตรีสาย Multi-instrumentalist เตรียมกลับมาสะกดจิตแฟนเพลงชาวไทยอีกครั้ง ค่ำคืนวันศุกร์สิ้นเดือนแบบนี้ ไม่มีอะไรฟินไปกว่าการนั่งฟังเพลงคูลๆ ในบรรยากาศสุดพรีเมียมอีกแล้ว

Khalid: It’s Always Summer Somewhere Tour in Bangkok

  • วันแสดง: 29 พฤศจิกายน 2569 (วันอาทิตย์)
  • สถานที่: UOB LIVE, Emsphere
  • ส่งท้ายเดือนพฤศจิกายนด้วยเสียงร้องนุ่มทุ้มชวนเคลิ้มของเจ้าพ่อเพลง R&B ระดับโลก ปักหมุดที่ UOB LIVE เจ้าเก่า ถือเป็นเดือนที่ฮอลล์นี้ฮอตที่สุดจริงๆ ค่ะ ใครเป็นแฟนเพลงของ Khalid ห้ามพลาดเด็ดขาด

 

🗓️ ธันวาคม 2569

DREAMING TOMOHISA YAMASHITA TOUR 2026 LIVE IN BANGKOK

  • วันแสดง: 19 ธันวาคม 2569 (วันเสาร์)
  • สถานที่: Union Hall, Union Mall
  • ปิดท้ายปี 2569 อย่างอบอุ่นกับคอนเสิร์ตของพี่โทโมะ “Yamashita Tomohisa” ขวัญใจสาวก J-POP ตลอดกาล ที่พร้อมมาส่งความสุขท้ายปีในฮอลล์อินดอร์สุดคลีนอย่าง Union Hall ช้อปปิ้งเสร็จแล้วแวะมาดูคอนเสิร์ตต่อได้แบบชิลๆ เลยค่ะ

 

ชาร์จพลังชีวิตด้วยเสียงดนตรีแบบไม่ง้อฟ้าฝน

ลิสต์ยาวเหยียดขนาดนี้ บอกเลยว่าเทรนด์ รวมคอนเสิร์ตในร่ม คือคำตอบที่ใช่ที่สุดของไลฟ์สไตล์คนยุคนี้ค่ะ เพราะนอกจากเราจะได้ดื่มด่ำกับโปรดักชันที่ควบคุมคุณภาพได้แบบ 100% แล้ว ยังไม่ต้องเสียพลังงานชีวิตไปกับการเผชิญสภาพอากาศที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ข้างนอกอีกด้วย

ชอบแนวไหน ศิลปินคนไหน ล็อกวันในปฏิทินให้ดี แล้วเตรียมตัวไปชาร์จแบตชีวิตให้เต็มหลอดกันในฮอลล์อินดอร์ครึ่งปีหลังนี้กันนะคะ!

สำหรับอัปเดตข่าวสารวงการบันเทิงและไลฟ์สไตล์คูลๆ อย่าลืมกดติดตาม Inzpy ไว้ทุกช่องทาง จะได้ไม่พลาดเทรนด์ใหม่ๆ ค่ะ!

 


MBTI Movie List: ลิสต์หนังที่ใช่ ส่องลิสต์เรื่องที่ชอบตามไทป์ของคุณ (Part 2: EXTROVERT EDITION)

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

■ Pixie or Bixie? สลัดลุคเดิมแล้วเริ่มตัดผมสั้น!

■ รวมวาไรตี้เกาหลีน่าดู ดูเพลิน มีทั้งทริป เพื่อน อาหาร และบ้านพักฟีลอบอุ่น