Home Blog Page 1121

Harry Potter เข้า HBO จบครบทุกภาค พร้อมเสียงไทย

0

Harry Potter คือนวนิยาย วรรณกรรมที่เกิดขึ้นจากปลายปากกาของ J.K. Rolling ที่นิยม และมียอดขายดีเป็นอันดับหนึ่ง ก่อนจะถูกพัฒนาไปบทภาพยนตร์ที่ว่ากันว่าเป็นอีกหนึ่ง เฟรนไชส์ ที่ยอดนิยม ไม่แพ้กับรูปแบบของนิยายเลย

แฮรี่ พอตเตอร์ เป็นเรื่องราวของ เด็กน้อยที่เกิดในตระกูลผู้วิเศษ แต่พ่อแม่ของเขาได้ถูกฆ่าในคืนวันเกิด จาก “คนที่คุณก็รู้ว่าใคร” พร้อมกับฝากรอยแผลเป็น “รูปสายฟ้า” ไว้ที่หน้าฝากของเด็กน้อยคนนั้น

และนี่คือจุดเริ่มต้นเรื่องราวทั้งของทั้งตัวนิยาย และภาพยนตร์ ที่มีทั้งหมด 8 ภาค และข่าวดีอีกอย่างคือ ใครที่อยากจะดูแบบครบทุกภาค แบบไม่ต้องลำบากไปหาลิงค์เถื่อน หรือรอช่องฟรีทีวีเอามาฉาย เตรียมตัวนอนตีพุงนอนดูสบาย ๆ อยู่บ้านได้เลย เพราะล่าสุด HBO กำลังจะเอา พ่อมดน้อยแฮรี่ มาฉายแบบครบ 8 ภาค พร้อมเสียงพากษ์ด้วยนะเออ

วันนี้เราจะมาย้อนรอยกันหน่อยว่า ในแต่ละภาคของ แฮรี่ พอตเตอร์นั้น เป็นยังไงบ้าง (ไม่สปอยล์จ่ะ)

Harry Potter

Harry Potter กับศิลาอาถรรพ์

ปฐมบทของภาพยนตร์ ที่เล่าถึงความเป็นอยู่อันแสนยากลำบาก หลังจากต้องย้ายมาอยู่กับญาติ ที่รังเกียจเขา ก่อนที่ตัวของแฮรี่ จะได้ไปฮอว์กวอร์ตและได้เจอกับ เพื่อน ๆ ของเขา ได้คัดเลือกไปอยู่ในบ้านประจำของตัวเอง และนำไปสู่จุดเริ่มต้นของการผจญ เมื่อเขาและเพื่อนสนิททั้งสองอย่าง รอน วิสลี่ย์ และ เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ ต้องเข้าไปพัวพันกับสิ่งที่เรียกว่า ศิลาอาถรรพ์ ที่ใคร ๆ ก็อยากจะครอบครอง

แฮรี่ พอตเตอร์ กับห้องแห่งความลับ

ภาค 2 ของเรื่อง แฮรี่ กลับมาเรียนที่ฮอว์กวอร์ตอีกครั้ง แม้ว่าจะต้องโดนขัดขวางโดย ด็อบบี้ ภูตผู้เป็นทาสอยู่ในบ้านของ… เออช่างมัน เอาเป็นว่า การกลับมาเรียนรอบนี้ กว่าฝ่าฟันอุปสรรคมได้ เอาซะสนุกตั้งแต่ต้นเรื่อง โดยในภาคนี้ ด็อบบี้มาส่งข่าวให้แฮรี่ โดยบอกว่า จะมีคนปองร้าย และฮอว์กวอร์ตกำลังจะเจอกับเรื่องสุดร้ายแรง ก็ไปดูเอาเองว่า แรงแค่ไหน และจัดการได้อย่างไร

Harry Potter

แฮรี่ พอตเตอร์ กับนักโทษแห่งอัซคาบัน

ภาคนี้เป็นอีกภาคที่สนุกมาก ๆ และมันทำให้ผมได้พบกับตัวละคร ที่ผมชื่นชอบมากที่สุด เท่ที่สุด และดูดีแบบสุด ๆ ไปเลย อย่าง มหาโจรผู้แหกคุกจากอัซคาบัน “ซีเรียส แบล็ค” ผู้เป็นคีย์ของเรื่องราวในภาคนี้ ที่ทำให้เหล่าอาจารย์และนักเรียน ตื่นตระหนกกับการแหกคุกที่ไม่เคยมีใครแหกได้ของเขา และเป้าหมายของเขาคือต้องการเจอกับ แฮรี่ พอตเตอร์!

Harry Potter

แฮรี่ พอตเตอร์ กับถ้วยอัคนี

ในภาคนี้ ฮอว์กวอร์ตจะต้องเป็นเจ้าภาพในการประลองเวทย์ โดยมีโรงเรียนหญิงล้วน และชายล้วนอย่าง โบบาตงซ์ และเดิร์มสแตรงส์ เข้าร่วมด้วย ซึ่งตรงนี้แหละที่มันสนุก เพราะเมื่อมีสาวสวย หนุ่มหล่อ แปลกหน้าแปลกตาเข้ามา ความชุลมุนวุ่นรักมันก็เกิดขึ้น ตามประสาวัยรุ่น

แต่นอกจากนี้ เนื้อหาหลักของภาคนี้ ก็ยังคงสนุกครบรส ในการประลองเวทย์มนต์ ที่แฮรี่ พอตเตอร์ ของเราแหกกฎและไปเข้าร่วมโดยที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ แล้วใครล่ะที่จะชนะการประลองเวทย์นี้ อ่อใบ้ไว้ก่อนว่า ภาคนี้มีการปรากฎตัวของผู้ยิ่งใหญ่ และเป็นจุดเริ่มต้นของสถานการณ์ตึงเครียดในภาคต่อไป…

แฮรี่ พอตเตอร์ กับภาคีนกฟีนิกส์

เป็นอีกหนึ่งภาคที่สนุกเหลือเกิน ทั้งฉากต่อสู้ ความเท่ของตัวละคร และเนื้อเรื่องที่เรื่องที่เรียกว่า เข้มข้นมาก ๆ ในภาคนี้เนื้อเรื่องจะดำเนินต่อจากภาคที่แล้ว และมันจะยิ่งตึงเครียดมากกว่าเดิม เมื่อเหล่าตัวร้ายไมได้มาแค่หนึ่ง แต่ครั้งนี้มันเป็นกองทัพ เรียกว่า นอกจากพลังเวทย์จะแข็งแกร่งแล้ว ยังมากด้วยปริมาณและความชั่วร้าย

แต่เชื่อเถอะว่าภาคที่ 5 นี้ มีน้ำตาแตกในหลาย ๆ แง่ เป็นอีกหนึ่งภาคที่แสดงให้เห็นถึงมิตรภาพ และความกดดันต่าง ๆ นานา ที่ถาโถมเข้ามา แต่มันคือความบันเทิง และเป็นหนังอีกเรื่องที่พลาดไมได้ด้วยประการทั้งปวง เพราะเหล่าพระเอก และเพื่อนของเขาก็เริ่มต่อสู้เป็นแล้วนะขอบอก

Harry Potter

แฮรี่ พอตเตอร์ กับเจ้าชายเลือดผสม

ในภาคนี้แฮรี่ ได้หนังสือมาเล่มหนึ่ง เรียกว่าเป็นแรร์ไอเทมสำหรับพ่อมดวัยกำลังเรียนรู้ทีเดียว เพราะมันคือหนังสือของเจ้าชายเลือดผสม ที่ในนั้นบอกสูตรยาอย่างละเอียด พร้อมทั้งเขียนคาถาและวิชาการร่ายเวทย์มนต์แบบใหม่ ๆ ที่แฮรี่เองไม่เคยได้เรียนรู้ และเขาก็เอามาใช้อย่างเป็นประโยชน์

ในภาคนี้ แฮรี่ พอตเตอร์ และตัวของเดรโก้ มัลฟอยด์ ต้องออกเดินทางเพื่อทำภารกิจของพวกเขา (แล้วมันจะรอดไหม) ส่วนแฮรี่ เองก็ได้รุ้อะไรหลาย ๆ อย่างเพิ่มขึ้น รวมถึงเปิดโฉมหน้าของคนที่ไว้ใจแต่สุดท้ายร้ายยยที่สุด! ออกมาให้เห็น ว่าแต่จะเป็นใครน้า ไปดูกันครับใน แฮรี่ พอตเตอร์ ภาคที่ 6 นี้

แฮรี่ พอตเตอร์ กับเครื่องรางยมทูต พาร์ท 1

เป็นพาร์ทแรกของ ภาคจบ สำหรับภาพยนตร์เฟรนไชส์นี้ มันเริ่มต้นจากการหนี ที่ 3 เพื่อนซี้ต้องต่อสู้และเอาชีวิตรอดจากอันตรายรอบตัว เรียกว่าเป็นการ Survival อย่างแท้จริง ทั้ง 3 คน ต้องเจออะไรที่แย่ และหนักหน่วงตลอดการเดินทาง การต่อสู้ ความทรมาน บทพิสูจน์ความรัก และบทพิสูจน์เพื่อนแท้

ไหนจะเหล่าศัตรูที่ออกตามล่า พร้อมทั้งยังรายล้อมไปด้วยคนอื่น ๆ ที่แม้มิใช่ศัตรู แต่ก็ไม่มีใครที่ประสงค์ดีกับพวกเขาซักคน ขณะที่โลกเวทย์มนต์ กำลังถูกด้านมืดครอบงำ ฝั่งมักเกิ้ล (คนธรรมดา) ก็ต้องจมอยู่กับความเศร้า และนั่งรอหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามา

แฮรี่ พอตเตอร์ กับเครื่องรางยมทูต พาร์ท 2

เรื่องราวที่ปูเรื่องมาอย่างยาวนาน ดำเนินมาถึงจุดจบจนได้ นี่คือภาคสุดท้าย บทสรุปการต่อศึกของ แฮรี่ และ วอลเดอร์มอร์ต ใครจะอยู่ ใครจะไปภาคนี้มีคำตอบ เพราะหลังจากที่พวกเขาหนีการอยู่นาน ก็ถึงเวลาที่จะต้องลุกขึ้นสู้แบบจริงจัง โดยการกลับไปหาพรรคพวกของเขา สิ่งที่เรียกว่าเพื่อน และครอบครัว เพื่อรวมพลังกันต่อสู้

พร้อมกับภารกิจการทำลายฮอร์ครัก ที่ยังคงดำเนินในภาคนี้ ซึ่งมันคือภารกิจสุดสำคัญ เพราะสุดท้ายแล้ว พวกเขาจะแพ้ หรือชนะในสงครามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในโลกของเวทย์มนต์นั้น มันขึ้นอยู่กับตัวของพวกเขาเอง…

 

เรียกว่า เต็มอิ่มอย่างแน่นอนครับ สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่จะเข้าฉายที่ HBO แบบครบทุกภาคในวันนี้ ( 2 พฤศจิกายน 2564 ) สำหรับ HBO นั้นสามารถดูผ่านสมาร์ททีวี หรือ แอปของ HBO GO บนสมาร์ทโฟนได้เช่นกัน ใครที่ยังไม่สมัคร รีบสมัครครับ เพราะนอกจาก เรื่องราวของพ่อมดน้อย อย่างแฮรี่ แล้ว ยังมีหนัง และซีรี่ย์ดี ๆ อีกมากมาย ที่รออยู่ใน HBO GO

ASPIRE รัตนาธิเบศร์ เวสต์ตัน คอนโดฯ ยุคใหม่ ตอบโจทย์นิวเจนฯ ราคาล้านต้น!

ASPIRE รัตนาธิเบศร์ เวสต์ตัน คอนโดฯ ยุคใหม่ ตอบโจทย์นิวเจนฯ ราคาล้านต้น!

ASPIRE

บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) ล่าสุดได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำคอนโดฯ แนวรถไฟฟ้า ด้วยการเปิดตัว โครงการ ASPIRE รัตนาธิเบศร์ เวสต์ตัน (มูลค่าโครงการ 1,600 ล้านบาท) เป็นครั้งแรก โดยพลิกโฉมภาพลักษณ์คอนโดฯ แบรนด์ ASPIRE มัดใจลูกค้าคนรุ่นใหม่ ด้วยการออกแบบผังห้องชุดดีไซน์พิเศษ ที่เพียบพร้อมไปด้วยความอบอุ่นและเป็นสัดส่วนเหมือนอยู่บ้าน

แถมคอนโดฯ ASPIRE รัตนาธิเบศร์ เวสต์ตัน ยังมาพร้อมคอนเซ็ปต์ “ฟรีสเปซให้คุณใช้ชีวิตอย่างฟรีสไตล์” เพื่อรองรับลูกค้านิว เจเนอเรชั่นย่านรัตนาธิเบศร์ยุคใหม่ โดยหลังโควิด-19 พบว่ากว่า 90% ของลูกค้ากลุ่มนี้มองหาประสบการณ์การอยู่อาศัยในสเปซคอนโดฯ ที่สามารถเติมเต็มพลังชีวิต ในขณะที่ยังคงความเป็นส่วนตัวไม่ต่างจากการใช้ชีวิตในบ้าน จึงเป็นที่มาของการต่อยอดพัฒนาพื้นที่ส่วนกลางมิติใหม่แบบจัดเต็ม ด้วยการผสานบรรยากาศธรรมชาติและความเป็นส่วนตัวไว้ด้วยกัน

ASPIRE

ผ่านการรังสรรค์ให้มีพื้นที่สวนธรรมชาติในส่วนกลางขนาดใหญ่กว่า 2.5 ไร่ (ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่กว่าที่เคยมีมา) เผยการดีไซน์แลนด์สเคปให้มีร่มเงาของต้นไม้ปกคลุมตั้งแต่ทางเข้าหลักของโครงการ เปรียบเสมือนเป็น ‘ป่าใหญ่’  แห่งใหม่ของย่านรัตนาธิเบศร์

ASPIRE

รวมถึงยังละลานตาด้วยสเปซส่วนกลางที่ตอบโจทย์ความเป็นส่วนตัวสูงสุดกว่า 1,000 ตร.ม. ซึ่งประกอบไปด้วย Welcome Foyer พื้นที่ส่วนต้อนรับบริเวณชั้น 1 ดีไซน์รองรับทั้งฟังก์ชั่นแบบ Semi-Outdoor ท่ามกลางธรรมชาติและ Indoor ในแบบสไตล์โมเดิร์น The Co-Living มุมสำหรับเปลี่ยนบรรยากาศในการทำงานแบบ  Work from Anywhere

ASPIRE

The Parlour ห้องรับประทานอาหารพร้อมมุมนั่งเล่นตอบเทรนด์ Grab & Go ของคนยุคใหม่ The Grand Living พื้นที่พักผ่อนขนาดกว้าง ให้ความเป็นส่วนตัวแม้อยู่ในพื้นที่ส่วนกลาง The Active ห้องฟิตเนส (ที่ชั้น 7) อุปกรณ์ครบพร้อมกระจกบานใหญ่สามารถเทควิวได้แบบ 180 องศา

ASPIRE

The Blue Refresh Pool สระว่ายน้ำดีไซน์สวย ยาวกว่า 38 เมตร พร้อมฟังก์ชั่นแบบจัดเต็มทั้ง Jacuzzi และ Hydro Spa รวมถึง The Sky Retreat พื้นที่สีเขียวบนชั้น  Rooftop ซึ่งดีไซน์มารองรับการผ่อนคลายท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ และเป็นหนึ่งในจุดชมวิวชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม

ASPIRE

แต่สิ่งที่เป็นจุดเด่นไม่เอ่ยถึงไม่ได้คือการดีไซน์ผังห้องชุดให้เป็นแบบ  ‘Multi-Functional Future’ เน้นรองรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย เผยสเปซฟังก์ชั่นที่ ‘ยั่งยืน ยืดหยุ่น ยืนยาว’ เพื่อสามารถใช้งานได้ทุกตารางนิ้ว อีกทั้งยังตกแต่งคอนโดฯ สะท้อนความรู้สึก ‘อบอุ่นและมีสัดส่วนเหมือนได้อยู่บ้าน’

โดยส่วนที่พักอาศัย มีแบบห้องชุดให้เลือกขนาด 1 ห้องนอน (พื้นที่ใช้สอย 30.50 ตร.ม.) ดีไซน์พื้นที่ตอบรับไลฟ์สไตล์และฟังก์ชั่นที่มากกว่าเดิม เริ่มตั้งแต่โถงด้านหน้า เผยพื้นที่จัดเก็บรองเท้าและชุดครัวพร้อมอ่างล้างมือ เพื่อวางพักสิ่งของและทำความสะอาดมือที่อาจมีการปนเปื้อนจากด้านนอก  ตอบเทรนด์ Well-Being & Hygiene รวมถึงห้องนอนที่เน้นการตกแต่งยั่งยืน พร้อมเปิดมุมมองผ่านกระจกบานกว้าง รับแสงแดดรับลมธรรมชาติ

และห้องชุดขนาด 2 ห้องนอน (พื้นที่ใช้สอย 45 ตร.ม.) ดีไซน์พื้นที่หน้ากว้าง 8 เมตร เต็มอิ่มกับทุกพื้นที่ได้อย่างเป็นสัดส่วน ตั้งแต่ส่วนพักผ่อนขนาดใหญ่ที่รองรับการปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการใช้งานได้หลากหลาย พร้อมเชื่อมต่อไปยังส่วนรับประทานและสเปซครัวแบบปิด ในขณะที่ห้องนอนพร้อมสเปซ Walk in closet และกระจกบานใหญ่ ให้บรรยากาศความอบอุ่นและความหรูหราในเวลาเดียวกัน

ASPIRE รัตนาธิเบศร์ เวสตัน ประกอบด้วยห้องพักอาศัยจำนวน 854 ยูนิต (2 ร้านค้า) ภายใต้อาคารสูง 25 ชั้น (จำนวน 1 อาคาร) ตั้งอยู่ติดถนนรัตนาธิเบศร์ ใกล้รถไฟฟ้า MRT (สถานีบางกระสอ) เพียง 200 เมตร

โดยราคาเริ่มต้นที่ 1.59 ล้านบาท (52,000 บาท/ ตร.ม.) ซึ่งกำลังเตรียมเปิดจองรอบพิเศษในวันที่ 6-7 พ.ย. 64 (มาพร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ฟรี ! เฟอร์นิเจอร์แพ็คเกจเซ็ตใหญ่) หากสนใจสามารถลงทะเบียนรับส่วนลดพิเศษหรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.apthai.com

 

Cr. Photo : Joel Wyncott on Unsplash

บทความน่าสนใจ : How to Pick the Right Dining Chair วิธีเลือกเก้าอี้ทานอาหารให้ถูกจริต

 

 

ปักหมุด! สปาที่ อวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท

ปักหมุด! สปาที่หัวหิน มกราคม 2565 พบกับศูนย์สุขภาพเมดิ-สปา ที่อวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท

ไมเนอร์ โฮเทลส์ ได้เตรียมเปิดตัวศูนย์สุขภาพและการบำบัดภายใต้ความร่วมมือกับ VLCC ภายใน อวานี สปา ณ อวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท ในเดือนมกราคม 2565

VLCC ได้รับการก่อตั้งขึ้นที่ประเทศอินเดียในปี 2532 โดยมีชื่อเสียงด้านการให้บริการสุขภาพและความงามแบบครบวงจร รวมทั้งด้านการอบรมบุคลากร ซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจถึงกว่า 310 สาขา ใน 12 ประเทศทั่วทั้งทวีปเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับและแอฟริกาตะวันออก ซึ่งถือเป็นเครื่องการันตีความแข็งแกร่งและชื่อเสียงอันเป็นเลิศในธุรกิจด้านสุขภาพในระดับสากล

สปา หัวหิน

ในขณะที่ประเทศไทยได้เตรียมความพร้อมที่จะเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอีกครั้ง การเปิดให้บริการศูนย์สุขภาพและการบำบัดแห่งใหม่จะสอดคล้องกับความต้องการการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพที่เพิ่มมากขึ้น ตอกย้ำการเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพชั้นนำระดับโลกของประเทศไทย ซึ่งผู้เข้าพักจะได้สัมผัสประสบการณ์การดูแลสุขภาพและความงามแบบองค์รวม ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ทั้งจากทรีตเมนต์เพื่อการบำบัดและความงาม โดยทางรีสอร์ทยังเตรียมแพ็กเกจพิเศษสำหรับการเข้าพักและดูแลตัวเองไปพร้อม ๆ กัน ในแบบ 3 วัน ไปจนถึง 21 วัน โดยผสานเทคนิคทางการแพทย์แบบดั้งเดิมและสมัยใหม่ควบคู่ไปกับคำแนะนำในการออกกำลังกายและโภชนาการที่เหมาะสมเพื่อผลลัพธ์ที่ครอบคลุมจากภายในสู่ภายนอก

ศูนย์สุขภาพ VLCC จะช่วยยก ระดับให้อวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่สมบูรณ์แบบสำหรับการผ่อนคลายและฟื้นฟูร่างกายให้สดชื่นภายใต้การดูแลของบุคคลากรผู้เชี่ยวชาญ ทั้งผู้ชำนาญการทางด้านเวชกรรม แพทย์โรคผิวหนัง นักโภชนาการ นักกายภาพบำบัด ผู้ฝึกสอนการออกกำลังกาย ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรเวท และผู้ให้คำแนะนำด้านความงาม ที่พร้อมดูแลทุกความต้องการของแต่ละบุคคลด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูง โดยโปรแกรมเริ่มต้นแบบ 3 วัน เป็นการบำบัดและฟื้นฟูสุขภาพที่มุ่งเน้นการดูแลโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และความสมดุลของลำไส้

นอกจากนี้ VLCC ยังมีบริการด้านเวชศาสตร์ความงามและวิตามินบำบัด ที่จะช่วยเสริมสร้างและรักษาอาการต่างๆ ที่เกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันและปัญหาสุขภาพเรื้อรัง พร้อมด้วยการทำทรีทเมนท์สปาเพื่อความงามสำหรับร่างกาย ผิวพรรณ และเส้นผม อีกด้วย

สปา หัวหิน

ผู้เข้าพักที่อวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท สามารถใช้บริการโปรแกรมเพื่อสุขภาพแบบองค์รวมภายใต้มาตรการป้องกันโรคระบาดโควิด-19 ได้อย่างมั่นใจ โดยจะมีบริการตั้งแต่การตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบ PCR ตรวจภูมิคุ้มกัน ไปจนถึงแพ็กเกจวิตามินบำบัด ดำเนินการตามมาตรการด้านอนามัยและความปลอดภัย อวานีชิลด์ (AvaniSHIELD) ของโรงแรมในเครืออวานีเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

อวานีสปา รวมศาสตร์การบำบัดเพื่อความผ่อนคลายจากทุกมุมโลก ด้วยห้องทรีทเมนท์ 9 ห้อง โดยมีทรีทเมนท์สำหรับนักเดินทางคู่รัก โดยมีซิกเนเจอร์อย่างทรีทเมนท์ ราซซูล ริชวล (Rhassoul Ritual) พร้อมด้วยกิจกรรมเพื่อสุขภาพอันหลากหลายของอวานี ฟิต (AvaniFit) อาทิ โยคะ พิลาทิส มวยไทย และฟิตเนสเซ็นเตอร์ที่มีอุปกรณ์ครบครัน

อวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท (www.avanihotels.com/hua-hin) เป็นรีสอร์ทริมทะเลที่ประกอบด้วยห้องพัก ห้องสวีท และพูลวิลล่า รวม 196 ห้อง โดดเด่นด้วยสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ถึง 2 สระ โอบล้อมด้วยสวนสีเขียวอันร่มรื่น โดยใช้เวลาเดินทางเพียง 2 ชั่วโมงครึ่งจากกรุงเทพฯ โดยทางรถยนต์

ไมเนอร์ โฮเทลส์ (Minor Hotels หรือ MH)

ไมเนอร์ โฮเทลส์ (MH) เป็นบริษัทผู้ดำเนินธุรกิจโรงแรม ทั้งในฐานะเจ้าของ ผู้บริหาร และผู้ลงทุน โดยในปัจจุบันมีโรงแรมจำนวนทั้งหมดกว่า 535 แห่ง ไมเนอร์ โฮเทลส์ มีความมุ่งมั่นที่จะมองหาโอกาสทางด้านธุรกิจการบริการที่มีความหลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของนักเดินทางหลากหลายกลุ่ม ภายใต้แบรนด์ อนันตรา (Anantara) อวานี (Avani) โอ๊คส์ (OAKS) เอ็ม คอลเลคชัน (M Collection) เอ็นเอช คอลเลคชั่น (NH Collection) เอ็นเอช โฮเทลส์ (NH Hotels) นาว (nhow) ทิโวลี (Tivoli) เอเลวาน่า (Elewana) แมริออท (Marriott) โฟร์ซีซั่นส์ (Four Seasons) เซ็นต์ รีจิส (St. Regis) เรดิสัน บูล (Radission Blu) และ โรงแรมในกลุ่มไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ใน 56 ประเทศ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง แอฟริกา มหาสมุทรอินเดีย ยุโรป อเมริกาใต้ และเอมริกาเหนือ

ไมเนอร์ ยังมีแผนการขยายโรงแรมภายใต้แบรนด์ต่างๆ รวมถึงการเข้าซื้อกิจการในตลาดที่มีแนวโน้นเติบโตที่ดีทั่วโลก สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ www.minorhotels.com

ข้อมูลเกี่ยวกับ VLCC กรุ๊ป

VLCC กรุ๊ป ก่อตั้งโดย นาง วันทนา ลูทรา (Vandana Luthra) ในปี ค.ศ. 1989 โดยเริ่มจากการเป็นศูนย์บริการด้านความงามและการควบคุมน้ำหนัก ในปัจจุบัน VLCC (www.vlccwellness.com) เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการด้านสุขภาพและความงาม รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ผู้ใช้ให้ความไว้วางใจสูงสุด VLCC กรุ๊ปได้ขยายสาขามากกว่า 310 แห่ง ในกว่า 143 เมือง ใน 12 ประเทศ ในเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ และแอฟริกา โดย VLCC เป็นหนึ่งในกลุ่มคลินิกเพื่อสุขภาพและความงามที่ใหญ่ที่สุดในอินเดียและกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ เป็นหนึ่งในเครือข่ายสถาบันอาชีวศึกษาด้านความงามและโภชนาการที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย และเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลผิวพรรณ เส้นผม และบำรุงร่างกาย ตลอดจนโภชนเภสัช (อาหาร หรือส่วนประกอบของอาหาร ที่มีสรรพคุณซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ) ผลิตโดยโรงงาน 3 แห่งในอินเดียและสิงคโปร์ ภายใต้แบรนด์ VLCC Natural Sciences™, Skin MTX™, BelleWave™, VLCC Slimmer’s™, VLCC Shape Up™ และ VLCC Wellscience ซึ่งนอกจากจะนำไปใช้สำหรับทรีทเมนท์ที่คลินิกเพื่อสุขภาพและความงาม VLCC ทั่วโลก ยังวางจำหน่ายในร้านค้าปลีกกว่า 110,000 แห่งในอินเดียและประเทศอื่นๆ รวมทั้งในร้านเสริมสวย และคลินิกเวชศาสตร์ความงามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย นอกจากนี้ โปรแกรมเพื่อสุขภาพและควบคุมน้ำหนักของ VLCC ยังได้รับยอมรับจากสมาคมการแพทย์อินเดีย (Indian Medical Association) แพทย์ในอินเดียกว่า 330,000 คน

แว็กซ์ขน โกนขน เลเซอร์ขน "กำจัดขน" แบบไหนดีกว่ากัน

แว็กซ์ขน โกนขน เลเซอร์ขนกำจัดขนแบบไหนดีกว่ากัน คลิกเลย

How to Pick the Right Dining Chair วิธีเลือกเก้าอี้ทานอาหารให้ถูกจริต

How to Pick the Right Dining Chair วิธีเลือกเก้าอี้ทานอาหารให้ถูกจริต

How to Pick
Cr. Photo : Dillon Mangum on Unsplash

แม้เราจะใช้เวลากับโต๊ะอาหารไม่นานนัก แต่เก้าอี้ทานอาหารก็ถือว่ามีส่วนสำคัญ เพราะถ้าเลือกให้ถูกโฉลกสอดรับกับการใช้งานของตัวเองและครอบครัว ยิ่งสร้างความสบายกายให้เราอยากนั่งละเลียดทานอาหารได้อย่างเย็นใจ เผลอ ๆ ทำให้เจริญอาหารมากขึ้นอีกด้วย และสำหรับใครกำลังมองหาเก้าอี้ทานอาหารดีดีมาวางตั้งเพื่อใช้งาน แต่ยังไม่มีเวย์ว่าจะเริ่มต้นยังไง เรามีทริคเล็ก ๆ มาฝากให้นำไปใช้ เพื่อค้นหาเก้าอี้ดาวเด่นให้แก่พื้นที่รับประทานอาหารในบ้านได้อย่างถูกใจ

สแกนนิด… ก่อนฟันธง!
How to Pick
Cr. Photo : Spacejoy on Unsplash

ทุกวันนี้เก้าอี้มีนับร้อยนับพันแบบ หลากหลายราคา แต่ละตัวก็เหมาะกับแต่ละสไตล์ของบ้านหรือห้อง รวมถึงบุคลิกของเจ้าของ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่คุณควรทำอันดับแรกคือต้องให้เวลาในการมองหาเก้าอี้ดี ๆ สักตัวก่อนการตัดสินใจลงทุนซื้อ ลองเริ่มต้นจากการรวบรวมลิสต์เก้าอี้ที่หมายตากับระดับราคาที่คุณตั้งไว้ในใจ จากนั้นค่อยลงลึกถึงเรื่องรายละเอียดของดีเทล ตั้งแต่เรื่องดีไซน์และวัสดุที่ใช้ผลิต ว่าเราอยากเลือกเป็นเก้าอี้มีเบาะไม่มีเบาะ เบาะบุผ้าหรือเบาะบุหนัง ทรงกลมหรือทรงเหลี่ยม เพื่อประมวลเลือกตัวที่ถูกใจ

สไตล์ที่ใช่
How to Pick
Cr. Photo : Lettuce Grow on Unsplash

การมองหาความสมดุลระหว่างสรีรศาสตร์กับความงามอาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะปัจจุบันมีเก้าอี้ดีไซน์สวยอยู่มากมาย แต่กลับนั่งไม่สบาย ทว่างานบางชิ้นเราดั๊น… ถูกใจในเรื่องของการออกแบบ ชอบในวัสดุและรูปทรงมากกว่าประโยชน์ใช้สอยเรื่องนี้ก็คงบังคับใจใครไม่ได้ แต่โดยปกติแล้วพื้นที่รับประทานอาหาร มักถูกแบ่งแยกเป็นเอกเทศ บางครั้งจึงไม่จำเป็นต้องเลือกเก้าอี้ให้สอดรับกับสไตล์หลักของบ้านก็ได้ แต่อย่างน้อยแนะนำว่าให้เลือกวัสดุเดียวกันหรือแมชท์กันกับโต๊ะดีกว่า เพราะจะสร้างให้พื้นที่ดูกลมกลืนสวยงาม ไม่แตกแถวจนเกินไป

สัดส่วนลงตัว

ถ้าคุณมองหาเก้าอี้ที่นั่งสบายเป็นทุน เรื่องความสวยเป็นรอง ฉะนั้นสัดส่วนของเก้าอี้ต่อไปนี้จึงเป็นเรื่องที่ต้องนำมาพิจารณา

ความสูง : หากเก้าอี้สูงหรือต่ำเกินไป อาจทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกอึดอัดนั่งไม่สบายในทันที ซึ่งเก้าอี้มาตรฐานโดยทั่วไป มักมีความสูงจากปลายขาถึงส่วนบนสุดของที่นั่งอยู่ที่ 42-44 ซม. ความสูงที่แตกต่างแม้เซ็นติเมตรเดียวก็มีผลต่อความสบายในการนั่งของคุณด้วย ดังนั้นเมื่อคุณทดลองนั่งเก้าอี้ว่ามีความสูงเหมาะสมกับตัวเองหรือไม่ สังเกตง่ายๆ คือลองวางมือของคุณลงบนโต๊ะ มือจะต้องวางราบได้อย่างพอดี

ความกว้าง : อย่าลืมนำจำนวนสมาชิกไปคำนวณหาขนาดความกว้างของเก้าอี้ที่เหมาะสม และอย่าจัดวางเก้าอี้ให้เบียดแนบชิดจนเกินไป เพราะจะทำให้นั่งไม่สบาย แถมเก้าอี้ตัวสวยของคุณอาจจะเสียดสีกันเกิดริ้วรอยเสียหายได้

ความลึก : มาตรฐานที่ถูกต้อง สังเกตได้โดยขณะที่นั่งลงไปคุณจะรู้สึกได้ว่านั่งอยู่ในตำแหน่งที่พอดี ไม่ล้ำไปข้างหน้า หรือเอนไปด้านหลังจนเกินไป และเพื่อความสบายในระยะยาวเมื่อต้องนั่งนาน ๆ ส่วนด้านหน้าของเก้าอี้จะต้องแนบพอดีกับหัวเข่า ในยามที่คุณเอนตัวพิงพนักไปด้านหลังนั่นเอง

 

บทความน่าสนใจ : Trick การปล่อยขายคอนโดฯ กับเทคนิควิธีที่ได้ผลเร็ว !  

เมืองลูเซิร์น(Luzern) เมืองแห่งการอนุรักษ์ ที่สวิตเซอร์แลนด์

เมืองลูเซิร์น(Luzern) เมืองแห่งการอนุรักษ์ ที่สวิตเซอร์แลนด์

ลูเซิร์น
สวิตเซอร์แลนด์ ประเทศในฝันของนักเดินทาง ที่หวังว่าสักครั้งในชีวิตจะต้องเดินทางมาเที่ยวให้ได้ วันนี้เราจะพาทุก ๆ คนมาเที่ยวเมือง ลูเซิร์น เมืองท่องเที่ยวยอดฮิตอีกเมืองหนึ่ง ของสวิตเซอร์แลนด์กันค่ะ ที่เมืองนี้มีอะไรน่าสนใจที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้หลั่งไหลกันเข้าไปเที่ยวชม
เมืองลูเซิร์น(Luzern) เป็นเมืองอนุรักษ์ที่มีอาคารเก่าแก่ที่มีคุณค่ามากทางประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองซูริก และเป็นเมืองหลักศูนย์กลางในการเดินทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางรถไฟ หรือทางเครื่องบิน วันนี้เรามาเที่ยวในเมืองลูเซิร์นกันค่ะ จะพาไปที่ไหนบ้างตามไปดูกันเลย

ลูเซิร์น

ที่แรกที่เราจะพาไปชมนั้น คืออนุสาวรีย์สิงโตสะอื้น (Lion Monument) ซึ่งตั้งอยู่ในสวน Glacier Garden เมื่อเข้ามาที่นี่จะพบกับ อนุสาวรีย์ขนาดใหญ่ถูกแกะสลักเป็นรูปสิงโตร้องไห้อยู่บนผาหิน รูปปั้นถูกออกแบบและแกะสลักโดย ธอร์ วอลเส้น ใช้เวลาแกะสลักประมาณ 2 ปี โดยอนุสาวรีย์แห่งนี้สร้างโดยรัฐบาลฝรั่งเศส ที่มอบให้เป็นของขวัญแก่สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเป็นการขอบคุณแก่ทหารสวิตเซอร์แลนด์ 786 นายที่เสียชีวิตจากการปกป้อง พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารี อองตัวแนตต์ จากการสู้รบกันในช่วงการปฎิวัติฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1792 ทหารเหล่านั้นโดยส่วนใหญ่เป็นชาวลูเซิร์นจึงได้ใช้เป็นรูปปั้นสิงโต ซึ่งถือเป็นสัตว์สัญลักษณ์ประจำเมืองของชาวลูเซิร์นนั่นเอง

สะพานไม้ชาเปล Chapel Bridge เป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ซึ่งถือว่าเป็นสัญญลักษณ์ของเมือง ลูเซิร์น เลยหล่ะค่ะ ตัวสะพานนั้นมีความยาว 204 เมตร มีหลังคาคลุมตลอดแนว บริเวณริมสะพานถูกประดับประดาด้วยดอกไม้สวยงดงาม โดยระหว่างสะพานนั้นมีหอคอยน้ำสูง 34 เมตรตั้งคู่อยู่ด้วย ซึ่งหอคอยนี้ในอดีตเคยเป็นที่สำหรับคุมขังนักโทษ และสำหรับเก็บรักษาสิ่งของมีค่าต่าง ๆ ของเมืองเอาไว้ ภายในสะพานมีภาพวาดจิตกรรมเก่าแก่ที่สวยงามถูกวาดอยู่ด้านบนกว่า 120 รูป สะพานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 เรียกว่ามีอายุที่ยาวนานกว่า 670 ปีเลยทีเดียว ตัวสะพานจะสร้างขึ้นข้ามแม่น้ำรอยส์เพื่อมาสู่ฝั่งเมืองเก่า โดยในปี 1993 นั้น สะพานเคยถูกไฟไหม้มาก่อนแต่ก็ได้ถูกบูรณะซ่อมแซมกลับมาสมบูรณ์เหมือนเดิมอย่างปัจจุบัน

เมื่อถ่ายรูปสวย ๆ กับสะพานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็มาเดินเล่นในย่านเมืองเก่ากันต่อ ถนนในเขตเมืองเก่านี้เป็นถนนที่ปลอดรถยนต์ค่ะ สามารถเดินเล่นกันได้แบบสบาย ๆ เลย จากสะพานไม้ชาเปล สามารถเดินเรียบริมแม่น้ำมาเรื่อย ๆ ซึ่งบริเวณริมแม่น้ำนี้จะเป็นที่ตั้งของร้านอาหารต่าง ๆ บรรยากาศดี ๆ และเดินต่อมาเรื่อยก็จะพบเจอกับตัวอาคาร ตึกเก่า ๆ ที่มีความสวยงามและคลาสสิกมาก ๆ อาคารแต่ละหลังมีอายุไม่ต่ำกว่า 400-500 ปีเลยทีเดียวค่ะ จุดไฮไลท์ในย่านเมืองเก่านี้ยกตัวอย่างเช่น

ลูเซิร์น
Welnmark จตุรัสเมืองเก่า ซึ่งในอดีตนั้นเคยเป็นตลาดไวน์ที่รุ่งเรืองมาก่อน
St.Peter’s Chapel โบสถที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ถูกสร้างเอาไว้เพื่อเป็นป้อมปราการของเมือง ภายในได้มีการวาดรูปที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาตร์ของดินแดนเอาไว้ โดยมีเรื่องราวสำคัญต่าง ๆ ของ William Tell และชีวประวัติของนักบุญประจำเมืองอย่าง Leodegar และ Mauritius
Altes Rathaus ที่ว่าการเมืองที่ถูกสร้างขึ้นด้วยศิลปะแบบ Italian Renaissance สร้างขึ้นในปี 1602-1606 โดย Anton Isenmann ด้านบนของที่ว่าการแห่งนี้เป็นส่วนของพื้นที่จัดแสดงต่าง ๆ

นอกจากนี้ที่เมืองลูเซิร์นก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งเราจะพาทุก ๆ ท่าน ไปเที่ยวต่อกันในโอกาสถัดไปนะคะ อย่าลืมติดตามกันด้วยนะคะ

 

 


Zermatt เมืองเล็ก ๆ ที่สุดแสนโรแมนติก ที่สวิตเซอร์แลนด์ คลิก

 

 

Ever Cafe คาเฟ่ จุดนัดพบของวัยรุ่น อำเภอเมืองแพร่ ใน Need a Nap Hostel

Ever Cafe คาเฟ่ จุดนัดพบของวัยรุ่น อำเภอเมืองแพร่ ใน Need a Nap Hostel

Ever Cafe คาเฟ่ อำเภอเมืองแพร่

ที่ Need a Nap Hostel มี คาเฟ่ ที่เปิดด้านในชื่อว่า Ever Cafe คาเฟ่ที่ถือว่าเป็นจุดนัดพบของวัยรุ่นใน อำเภอเมืองแพร่ เลยก็ว่าได้ค่ะ ร้านกาแฟที่มีโต๊ะให้สามารถนั่งทำงาน นั่งติวหนังสือได้ คือเริ่ดมากจริง ๆ ทุกคน ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมวัยรุ่นมากันเยอะ แล้วคือบรรยากาศร้านดีกรุบ ตกแต่งได้น่ารัก อยากจะย้ายไปนั่งทุกโต๊ะเลยละ่ค่ะ 555+

Ever Cafe คาเฟ่ อำเภอเมืองแพร่

คาเฟ่ ที่นี่ มีเครื่องดื่ม และขนมเค้กหลากหลายเมนู ซึ่งแต่ละเมนูนั้นน่าทานมาก หน้าตาเค้กดี สั่งมาทานคู่กับเครื่องดื่ม นม ชา กาแฟ ร้อน เย็น ปั่นนี่บอกเลยฟินสุด แต่เดี๋ยวไปชมบรรยากาศภายในร้านกันก่อนเลยดีกว่าค่ะ ว่าจะน่ารักขนาดไหน ตามมาดูกันเลยค่า

Ever Cafe คาเฟ่ อำเภอเมืองแพร่

ประตูทางเข้าคาเฟ่ จะสามารถเข้าได้ 2 ทางนะคะ ก็คือสามารถ Walk in เข้าทางด้านหน้าร้านได้เลย หรือถ้าใครมาพักที่ Need a Nap ก็สามารถเดินเข้าประตูที่อยู่จากฝั่งด้านในของโฮสเทลได้เลยค่ะ ซึ่งการตกแต่งนั้น สไตล์เดียวกันกับฝั่งโฮสเทลเลย คือเป็นงานไม้ ผนังขาวคลีน และมีตกแต่งด้วยผนังอิฐดิบ ๆ เพิ่มความเท่ให้ร้านไปอีกแบบค่ะ

เราชอบที่นี่มาก เพราะกระจกส่วนใหญ่เค้าจะออกแบบมาเป็นกระกลมทำให้สถานที่ดูละมุน ฟิลแบบ Slow Life น่ารักดีค่ะ แต่ละโซนก็จะตกแต่งด้วยโซฟา และเก้าอี้ไม้ที่ไม่เหมือนกัน ทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าอยากลองนั่งให้ได้ครบทุกมุมเลยค่ะ

Ever Cafe คาเฟ่ อำเภอเมืองแพร่

ใครที่ต้องการความเงียบสงบ ต้องการมุมส่วนตัวสำหรับทำงาน ติวหนังสือ อ่านหนัง ทบทวนบทเรียนก็จะมีโซนที่ทำยกต่างระดับขึ้นไป และกลั้นด้วยราวไม้ ทำให้ดูเป็นพื้นที่ส่วนตัวสุด ๆ ไปเลยละ่ค่ะ แถมใครเดินผ่านไปมา ก็ไม่รบกวนสายตาเราด้วย

ฝั่งที่อยู่โซนหน้าเคาท์เตอร์กาแฟ ก็จะมีทำเจาะผนังให้เห็นอิฐเปือยด้านในตัดกับสีขาวของผนังนอก ที่เป็นโทนสีใกล้เคียงกันกับสีของไม้ ทำให้ดูเป็นมุมที่เท่มากเลยค่ะ การวางแจกัน การประดับไฟ การตกแต่งคือ งู้ยยย ละลายมาก สายคุมโทนอย่างเราคือ ดีต่อใจสุด ๆ ไปเลยค่า

ขอบอกก่อนเลยว่าถึงแม้จะเป็นเพียง 2 อาคารด้านหน้าที่ทะลุต่อกันไม่ได้พื้นที่กว้างมาก แต่มีการแบ่งโซนได้ดีเลยทีเดียวค่ะ แล้วพร๊อบที่นำมาวางตกแต่งร้านนั้น แทบอยากจะยกไปแต่งที่ห้องตัวเองซะเหลือเกิน ทำไมดูกะปุ๊กกะปิ๊กไปหมดอย่างงี้ คนที่ไปเที่ยวแพร่ อดใจไหวเหรอ ถ้าไม่แวะร้านนี้ 5555+

ทุกคนดูงานผนังที่เค้าทุบเพื่อเชื่อมอาคารสองฝั่งสิคะ แปลกตามากมาย บ่งบอกได้ว่าคนออกแบบนั้น อาร์ตมาก ๆ ที่อื่นทั่วไปอย่างมากก็คงเป็นเพียงผนังเปิดตีโค้งเบา ๆ นับถือในงานออกแบบของที่นี่จริง ๆ ค่ะ สวยไม่แพ้ฝั่งโฮตเทลเลย ทุกการตกแต่งดีเทลรายละเอียดต่าง ๆ ดูสสมู้ทจนอยากจะแต่งห้องให้ออกมาเป็นแบบนี้เลยค่ะ

Ever Cafe คาเฟ่ อำเภอเมืองแพร่

แม้แต่ดีเทลของเมนูเค้ก ยังน่ารักฟุ้งฟิ้งกระดิ่งแมวอะไรเบอร์นี้ เห็นราคาเค้ก 75 บาทแบบ แต่บอกค่ะว่าเป็น Blueberry Cheese Pie ที่ชิ้นใหญ่ และหอมหวานอร่อยละมุนลิ้นสุด ๆ แทบจะละลายในปากเหมือนกินไส้โรตีสายไหม 555+

พูดขนาดนั้นแล้วจะอดใจไหวเหรอ 555+ ต้องสั่งมาลองค่ะ เหมือนที่บอกเลย รสชาตดี ไม่หวานเกินไปนะคะ กลิ่นหอมบลูเบอร์รี่ ชีสนุ่มละลายในปากจริง ๆ ค่ะทุกคน สายเค้กนี่เราว่ามีเบิ้ลแน่ ๆ 555+ แล้วดูบนโต๊ะที่เราวางถ่ายภาพเค้กสิ เหมือนเค้าจัดเซตพร๊อบมาไว้ให้เลย เราแทบจะไม่ต้องเตรียมพร๊อบอะไรมาทั้งนั้น มาถึงสั่งเครื่องดื่ม สั่งเค้ก แล้วนั่งรอเก็บภาพได้เลยค่ะ ดีตรงนี้

Ever Cafe คาเฟ่ อำเภอเมืองแพร่

และจุดที่เราคิดว่าพี้คสุด และกิ๊บเก๋สุดในคาเฟ่นี้ก็คือมุมผ้าม่านขาวลากยาวสุดพื้น กับเก้าอี้หวาย ที่ตั้งอยู่ข้างกับกระจกบานใหญ่ ขุ่นพระ! เป็นมุมที่เราจ้องจะนั่งไปหลายที แต่บอกเลย ไม่เคยว่าง 555+ ตามไม่ทันน้อง ๆ จะมานั่งกันเลยล่ะค่ะ

Ever Cafe คาเฟ่ อำเภอเมืองแพร่

ฝั่งทางที่จะเดินออกไปประตูด้านหน้าร้าน เค้ามีการตกแต่งได้น่ารักจริง ๆ ค่ะ จะเห็นว่าเราเจอกระจกกลมกันอีกแล้ว 555+ ด้านหน้าประตูเป็นประตูกระจกขอบไม้ คุมโทนได้เก๋มาก มันดูมีความละมุนไปหมดเลย แถมร้านยังอยู่ในตัวเมืองอีกด้วยค่ะ จังหวัดแพร่ เป็นจังหวัดเล็ก ๆ ทำให้หาร้านได้ไม่ยาก

ใครสนใจมานั่งคาเฟ่อย่างเดียวก็ได้ค่ะ หรือจะมาพักที่ Need a Nap ด้วยเลยก็ดีค่ะ เพราะว่าเหมือนโลเคชั่นเค้าเป็นจุดศูนย์กลางในการเดินไปเก็บภาพตามสถานที่ต่าง ๆ ในตัวเมืองแพร่ค่ะ

Ever Cafe คาเฟ่ ใน Need a Nap Hostel
เปิดทุกวัน 10.00 – 17.00น.
พิกัดร้าน: Google Map
Facebook: EVER café

 

Need a Nap Hostel ที่พักสไตล์มูจิ น่ารักสุดใน จ.แพร่ คลิกเลย

Need a Nap Hostel ที่พักสไตล์มูจิ น่ารักสุดใน จ.แพร่

Need a Nap Hostel ที่พักสไตล์มูจิ น่ารักสุดใน จ.แพร่

Need a Nap Hostel แพร่

จะว่าไป ไม่คิดเลยว่า จ.แพร่ จะเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่น่ารักมาก แถมยังมีที่พักสุดมูจิ ราคาไม่แพง ที่ Need a Nap Hostel ซึ่งทางเจ้าของที่พักเป็นคนออกแบบเอง และคุมงานตกแต่งเองทั้งหมดเลยค่ะ ดูที่พักแล้ว เค้ามีความใส่ใจทุกรายละเอียดทุกอย่างเลยล่ะค่ะ ถือว่าเป็นโฮสเทลที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกได้ดีพอ ๆ กับการไปนอนที่โรงแรมเลยค่า จะน่ารักขนาดไหน ตามมาดูกันได้เลย

Need a Nap Hostel แพร่

จากทางด้านหน้าของโฮสเทล เดินเข้าประตูมาฝั่งทางขวามือ เดินมาเช็คอินที่จุดนี้ได้เลยค่ะ ก่อนเข้าพัก ทางที่พักจะให้วัดอุณหภูมิ และดูวัคซีนป้องกันโรคระบาดว่าเราฉีดวัคซีนมาแล้วหรือยังค่ะ สามารถเปิดให้ทางที่พักดูผ่านแอปหมอพร้อมได้เลย หลังจากได้กุญแจแล้ว ที่พักก็จะแจ้งเลขห้อง และให้รหัส Wifi กับเรามาค่ะ หากใครที่จะ Wifi สามารถแจ้งได้เลยว่าต้องใช้ Connect กับอุปกรณ์กี่เครื่อง เค้าจะให้รหัวแยกมาตามจำนวนที่จะใช้งานค่ะ

Need a Nap Hostel แพร่

หลังจากนั้นก็สามารถขึ้นไปห้องพักได้แล้วค่า ที่โฮสเทล นีด-อะ-แนป ถ้าดูจากด้านหน้าจะเหมือนเล็ก ๆ นะคะ แต่ความจริงเค้าทำยาวไกลไปถึงด้านหลัง เป็นอาคาร 3 ชั้น มีห้องพักมากถึง 20 กว่าห้องเลยล่ะค่ะ ซึ่งห้องก็มีให้เลือกหลาย Type ซึ่งแต่ละ Type ก็จะมีการออกแบบที่ต่างกันตามตัวอาคาร และพื้นที่ใช้สอยค่ะ มาลุ้นกันดีกว่าว่าเราจะได้พักห้องแบบไหนน้า

Need a Nap Hostel แพร่

ขอเกินเกิ่นก่อนนิดนึงนะคะว่าที่นี่มีเพียง 3 ชั้น เพราะฉะนั้นแล้วจะไม่มีลิฟท์นะคะ แต่ละชั้นมีขั้นบันไดไม่เยอะค่ะ เดินขึ้นแป๊บเดียวก็ถึงด้านบนแล้วเนอะ ถือว่าเป็นการได้ออกกำลังกายไปในตัวด้วยค่ะ

บอกเลยค่ะว่าห้องพักของเรานั้นน่ารักมาก ได้ห้องเบอร์ 301 มา แถมมีห้องน้ำในตัว สะดวกสบายสุด ๆ ไปเลย ชอบความกระจกในห้องจะติดแบบกระจกกลมทั้งในห้องน้ำ และตรงโต๊ะเครื่องแป้ง นี่มันฟีลโรงแรมชัด ๆ ค่ะทุกคน ภายในห้องจะมี ทีวี มีตู้เย็นเล็ก ที่วางของ ผ้าเช็ดตัว โต๊ะเครื่องแป้ง แอร์ และมีแก้ว รวมถึงอุปกรณือาบน้ำให้ครบค่ะ แถมห้องสะอาดดีมาก ผนังขาว ตัดน้ำเงินเข้ม กับงานไม้ มันเข้ากันดีจริง ๆ เลยค่ะ

นอกจากนี้แล้วยังมีพื้นที่ใช้สอยให้อีกเพรียบเลย เราสามารถมามุมสงบนั่งทำงานตามสบาย เพราะฝั่งที่เป็นโซนอาหารเช้าจะมีโต๊ะให้นั่งหลายมุมเลยค่ะ ชอบตรงนี้ คือออกแบบมาดีมาก เผื่อโซนสำหรับให้พักผ่อนสมกับชื่อที่พักมากเลยค่ะ

Need a Nap Hostel แพร่

แถมที่นี่ยังมีห้องสำหรับนั่งพัก ที่สามารถพาเด็กมานั่งแยกอยู่ในห้องนี้ได้ด้วยค่ะ การออกแบบดูเรียบ ๆ น่ารัก ดูสบายตา น่านอนที่สุดใครอยากจะแนป ก็เชิญมุมนี้ได้เลยค่ะ

Need a Nap Hostel แพร่

นอกจากสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ แล้วยังมีเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญไว้ให้ด้วยนะคะ โอ้ว สุด ๆ ไปเลย ฟีลเหมือนอยู่บ้านเลยก็ว่าได้ มีครบทุกอย่างจริง ๆ ค่ะ

Need a Nap Hostel แพร่

ส่วนใครที่เตรียม หรืออาหารมาทานเองก็จะมีโซนห้องครัว ที่มีซิงก์ล้างจานให้ด้วยนะคะ สามารถบริการตัวเองได้เลย ห้องครัวนี้จะอยู่ชั้น 3 นะคะทุกคน เราโชคดีมากได้อยู่ชั้น 3 พอดีเลย ถึงแม้จะสูงหน่อย แต่ว่าก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ใกล้สุด ถือว่าดีมากเลยค่ะ

สำหรับอาหารเช้านั้นก็จะเป็นเมนูลองท้องเบา ๆ อย่างนม กาแฟ โอวันติน ขนมปัง ปาท่องโก๋ ผลไม้ ขนม ประมาณนี้ค่ะ ตื่นมาก็เดินมาชงดื่ม บริการตัวเองได้เลยค่ะ สะดวกดี

Need a Nap Hostel แพร่

ใครที่จะมาพักที่ นีด-อะ-แนป ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีที่จอดรถนะคะ เพราะฝั่งตรงข้ามเค้าจะมีลานจอดรถให้เฉพาะลูกค้าที่มาพักที่นี่ค่ะ บอกเลยว่าครบมากจริง ๆ แถมที่นี่ยังอยู่ใกล้กับ Street Food ในช่วงย็นสามารถเดินเท้าไปทางฝั่งซ้ายของโฮสเมลเพียง 3-5 นาทีก็ถึงแล้วค่ะ หรือวันไหนโชคดี ที่โซนหน้าที่พักก็จะมีตั้งตลาดตอนเย็นกันด้วยนะคะ

Need a Nap Hostel แพร่

ถ้าได้แวะมาที่จังหวัดแพร่ แล้วกำลังมองหาที่พักเราแนะนำเลย บริการดี แนะนำดี แถมราคาห้องพักคือเบามาก จนตกใจ สำหรับห้องที่เราพักราคาเพียงคืนละ 750 บาทเท่านั้นค่ะ ถือว่าไม่แพงเลย ขับรถกลับจากเหนือผ่านจังหวัดแพร่ช่วงค่ำ ๆ เราว่าแวะพักก่อนดีกว่าค่ะ เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง ถือว่าได้แวะมาเที่ยวเล่นชมเมืองแพร่ เมืองเล็ก ๆ ที่มีอะไรให้น่าค้นหาอีกเยอะเลยค่ะ

Need a Nap Hostel

ตามไปดูต่อได้ที่นี่เลย Ever Cafe

Need a Nap เลขที่ 118 ถ.เจริญเมือง ต.ในเวียง อ.เมือง จ.แพร่
พิกัด: Google Map
เบอร์ติดต่อ: 054-060-554
Facebook: Need A Nap Hostel Phrae

 

ร้านข้าวต้ม กาญจนบุรี เฮียเซ้น เด็ดสุดใน จ.แพร่ คลิกเลย

ใช้หวีอะไรหวีผมก็เหมือนกัน..ไม่จริง! รวมแปรงหวีผมดี ๆ ไอเท็มที่ต้องมีหน้ากระจก!

0

ใช้หวีอะไรหวีผมก็เหมือนกัน..ไม่จริง! แปรงหวีผมดี ๆ ไอเท็มที่ต้องมีหน้ากระจก!

รวมแปรงหวีผม

รวมแปรงหวีผม รวมแปรงดีๆ ที่จะช่วยนวดหนังศีรษะไปในตัวทุกครั้งที่หวีและดูแลสุขภาพผมของคุณใครพูดว่าใช้หวีอะไรก็เหมือนกัน ไม่จริง!

วันนี้เราจะมาเปิดโลกวงการหวีให้กับทุกคนกัน ! เราได้รวมแปรงดีๆ มาให้ทุกคนวันนี้ เพราะรู้อะไรมั้ย ? หวีที่ดีจะช่วยนวดหนังศีรษะไปในตัวทุกครั้งที่หวี ช่วยกระตุ้นการไหลเหวียนเลือดของศีรษะเขาเราได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย แปรงหวีผมที่ดี ขนของเเปรงจะช่วยในการถนอมเส้นผมของเรา ทำให้ผมของเราเงางามขึ้น สางผมได้ง่ายขึ้น ผมไม่พันกันและไม่ชี้ฟู!

ลองดูกันก่อน ลองใช้กันก่อน ลองแล้วเดี๋ยวทุกคนก็จะรู้สึกถึงความแตกต่างเองล่ะ.. จริงๆ นะ เพราะฉะนั้นใช้หวีอะไรหวีผมก็เหมือนกันไม่ได้ จะมาเป็นหวีเหมือนกันไม่ได้จ้า!

รวมแปรงหวีผม! มาเริ่มเลยที่อันแรก

1.𝗬𝗔𝗢 𝗦𝘁𝗿𝗼𝗻𝗴 𝗕𝗼𝗮𝗿 𝗕𝗿𝘂𝘀𝗵

รวมแปรงหวีผม

หวีแบรนด์เกาหลีที่มาแรงจากแบรนด์ Yao มีให้เลือกหลายแบบ โดยการออกแบบจะออกแบบมาตามลักษณะความยาวผมที่ต่างกันออกไป

เป็นหวีที่คุ้มค่าแก่การลงทุนค่ะทุกคน! โครงสร้างของหวีมีความแข็งแรง เหมาะสำหรับมนุษย์ผมหนามากๆ ใช้แล้วผมไม่พันกัน ดีไซน์ออกมาได้เก๋มาก โครงสร้างของแปรงออกแบบมาเป็นอย่างดี  ขนแปรง 2 ชั้น สามารถใช้งานคู่กับไดร์เป่าผมได้ มีช่องว่างให้ลมจากไดร์ผ่านเข้าไปยังเส้นผม แข็งแรงทนทาน ทนความร้อน ข้อดีอีกอย่างคือไม่ทำให้เกิดไฟฟ้าสถิตย์ด้วย

ขนของแปรง มีการผสมผสานระหว่างขนหมูป่าธรรมชาติและไนลอน เพราะว่าขนหมูป่าจะมีความใกล้เคียงกับขนของมนุษย์ ทำให้น้ำมันธรรมชาติของผิวหนังคนเกาะตัวได้ดีกับหวี ไม่กระชากเส้นผมและไม่ทำให้ผมขาดหลุดร่วง ลดไฟฟ้าสถิตและยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ช่วยเพิ่ม Volume ให้กับเส้นผม ทำให้เส้นผมเงางามโดยธรรมชาติ เป็นการบำรุงเส้นผมจากรากสู่ปลายผมได้อย่างปัง ด้ามจับถนัดมือ สามารถบังคับหวีไปในทิศทางต่างๆได้ง่าย

แต่เตือนไว้ก่อนเลยนะ หวีรุ่นนี้ไม่สามารถใช้งานกับผมเปียกได้นะน้องนะ เพราะจะทำให้หวีเปียกและเหม็นอับได้

สำหรับราคาของแบรนด์นี้ก็ยังถือว่าไม่แรงมาก ราคาอยู่ที่ 850 บาท ควรค่าแก่การลงทุน ! ทุกคนสามารถไปตำกันได้ตามพิกัดนี้เลย YAO Hairbrush Thailand

2.aveda wooden paddle brush

รวมแปรงหวีผม

แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่เชี่ยวชาญเรื่องการดูแลเส้นผมม้าก โดยแปรงหวีผมรุ่นนี้ มาพร้อมกับฐานแปรงที่มีขนาดใหญ่ ประหยัดเวลาแปรงผม และขนแปรงคุณภาพ แต่ละซี่ของแปรงจะช่วยกระตุ้นและนวดหนังศีรษะไปในตัว ช่วยนวดศีรษะให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ทำให้รากผมแข็งแรงรวมถึงกระตุ้นให้ผมงอกใหม่

ด้วยฐานแปรงที่ใหญ่จึงเหมาะกับคนที่มีผมหนาหรือผมยาว เพราะสามารถเก็บผมได้เยอะ ช่วยลดการขาดหลุดร่วงและพันกันของเส้นผมได้อย่างดีเยี่ยม ใช้ได้ทั้งผมเปียกและแห้ง

ราคาหวีชิ้นนี้ จะอยู่ที่ 1290 บาท เชิญไปตำกันตามพิกัดนี้กันได้เลยค่ะ คลิก

3.AbyssianClassic Wooden Hairbrush

รวมแปรงหวีผม

ตัวหวีผลิตจากไม้ธรรมชาติ Schima  ด้านหลังแกะสลักลายลูก ให้กลิ่นอายความคลาสสิกสุดๆ ผลิตจากประเทศฮ่องกง ตัวฐานแปรงบุนุ่ม ปลายขนไม้ออกแบบให้มีปุ่มกลม สามารถใช้นวดจุดหรือนวดหนังศีรษะให้เลือดไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น ช่วยกระตุ้นการเกิดเส้นผมใหม่

รวมถึงกระจายน้ำมันธรรมชาติจากโคนผมไปจนถึงปลายเส้นผม ช่วยลดการเกิดไฟฟ้าสถิตที่เส้นผม ไม่ชี้ฟูเป็นเสาอากาศ แถมยังให้ผมเงางามสวยสุขภาพดี นอกจากนี้ ด้วยซี่แปรงที่ห่างกันจึงลดการขาดของเส้นผม เหมาะกับเส้นผมทุกประเภท

ราคาอยู่ที่ 800 บาท ราคาดี แถมช่วยจัดทรง และนวดหนังศีรษะรวมถึงเส้นมให้เงางามสุขภาพดี ต้องมีนะพส.หวีดีๆแบบนี้ !

4.Tangle

มาพร้อมการดีไซน์ที่โดดเด่นสะดุดตาด้วยสีสันที่น่ารักม้าก แปรงหวีผมรุ่นยอดฮิตจาก Tangle Teezer  มีคุณสมบัติช่วยฟื้นฟูเส้นผมให้เรียบตรงสวยเหมือนเพิ่งออกมาจากซาลอน โดยไม่ต้องหนีบหรือไดร์ผมให้เสีย!

เพิ่มด้วยเทคโนโลยีพิเศษ Memory Flex ขนาดผมที่เส้นใหญ่ ฟู หยักศก หวีชิ้นนี้ก็สามารถช่วยให้ผมดูตรงขึ้นได้ นอกจากนี้ ยังช่วยลดการเกิดไฟฟ้าสถิต ลดการขาดร่วงในขณะหวีผม แนะนำอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีผมแห้งเสียและพันกันเป็นประจำให้เรียบลื่นภายในไม่กี่นาที! พกพาง้ายง่าย สะดวก กระทัดรัด

5.Wet Brush Speed Dry Hair Brush

ใครที่กำลังหาแปรงหวีผมดี ๆ สักอัน ลองเก็บรุ่นนี้ไว้พิจารณาดูกันได้เลย แบรนด์แปรงหวีผมชิ้นนี้  ได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในไทยและต่างประเทศ

ขนแปรงรุ่นนี้ เป็นแบบผสมขนแปรงไนลอนและขนหมูป่า แต่มีความพิเศษกว่าแบรนด์อื่น ๆ ตรงที่มีเทคโนโลยีขนแปรง Intelliflex ลิขสิทธิ์เฉพาะของ Wet Brush ที่ออกแบบให้ขนแปรงมีความยืดหยุ่นอย่างพอเหมาะ บริเวณปลายขนมีปุ่มที่สามารถใช้นวดหนังศีรษะได้อย่างดีเยี่ยม รวมถึงขนหมูป่าที่ช่วยเพิ่มความเงางามให้กับเส้นผม เพิ่มความเงางาม ลดผมพันกัน ป้องกันไฟฟ้าสถิตทั้งหมด และลดปัญหาผมชี้ฟู

6.Philip B Paddle Brush 

อันสุดท้าย หลายคนต้องร้องอู้หูว หรืออาจจะร้องกรี๊ส เมื่อเห็นราคาน้อง แต่อยากบอกว่าคุณภาพมันดีจริงๆ ใครมีงบต้องจัด!

ความพิเศษของนางคือขนหมูที่เลี้ยงพิเศษ เนื้อเอาไปทำ Iberico Ham ส่วนขนเอามาทำเป็นแปรง คุณภาพของขนเลยดีเวอร์ อวบอิ่มไปด้วยไขมันและความชุ่มชื้น ด้ามทำมือทุกอัน ช่วยดูดสิ่งสกปรก บำรุงหนังศรีษะและเส้นผม ช่วยปิดเกล็ดผม ช่วยลำเลียงน้ำมันจากโคนผมมาบำรุงให้ถึงปลายผม ไม่ตะกุยเกล็ดผมให้เปิดและช่วยปิดเกล็ดผมให้เรียบ

และสุดท้ายขอปิดประโยคไปด้วยด้วยราคาของนอ้อง ราคาน้องอยู่ที่ 10,200 บาท …เหม่อมั้ย อย่าพึ่งเหม่อ แพงมั้ย แพงแหละ แต่ของคุณภาพจริงๆนะ ถ้าใครมีงบก็แนะนำให้ซื้อเลย! แต่ถ้ากำลังมองหาตัวเลือกที่ดูงบที่น้อยกว่านี้ แต่ก็มีคณาพดีเหมือนกัน ย้อนกลับขึ้นไปข้างบนเลยจ้า

 


เครื่องล้างทำความสะอาดผิวหน้า FOREO LUNA ดียังไง ? ซื้อรุ่นไหนปังที่สุด !

 

แบงค์ร้อย 2 ใบมีทอน “Kimgane Korea BBQ Buffet”

แบงค์ร้อย 2 ใบมีทอน “Kimgane Korea BBQ Buffet”


ในยุคโรคระบาด โควิด 19 เป็นเหตุ หลาย ๆ คนก็คงใช้ชีวิตแบบจำกัด โดยเฉพาะการใช้เงิน ก็ต้องระมัดระวังกันมากขึ้น ใช่ไหมหล่ะคะ? ถึงแม้จะประหยัดกันแค่ไหน แต่เรื่องกิน มันก็ห้ามกันยากกกกก ก็ในเมื่อโลกนี้มันมีของอร่อยมากมายซะขนาดนี้ จะอดใจไหวได้อย่างไร วันนี้เราจะพาทุกคนไปทานอาหารเกาหลีกันค่ะ อ่ะ ๆ แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ สำหรับร้านอาหารเกาหลีที่เราจะมาแนะนำในวันนี้ กำแบงค์ร้อยแค่ 2 ใบ ก็ได้ทานกันแบบไม่อั้นแล้ววว เราไปทานกันที่ร้าน Kimgane Korea BBQ Buffet ไปค่ะ

Kimgane Korea BBQ Buffet หรือ ที่อ่านเป็นภาษาไทยว่า ร้านกิมกาเน ค่ะ ร้านตั้งอยู่ที่บริเวณ Udomsuk Walk – อุดมสุข วอล์ค ( BTS สถานีอุดมสุข) หรือหากใครจะขับรถไปก็ได้นะคะ จิ้มพิกัดที่นี่เลย https://goo.gl/maps/Go5MchZWHGrzUzMdA เมื่อเราเลี้ยวเข้าโครงการ Udomsuk Walk ปุ๊ป สังเกตซ้ายมือเลยค่ะ ร้านจะตั้งเด่นเป็นสง่า ห่างจากตรงทางเข้าประมาณ 100 เมตร ถ้าขับรถมาก็เลยร้านไปก่อนนะคะ จะเจอกับทางเข้าที่จอดรถ ที่จอดรถที่นี่มีค่อนข้างเยอะเลยค่ะ ไม่ต้องกังวล เมื่อจอดเสร็จแล้วก็เดินกลับมาที่ร้านกันค่ะ

kimkane

ร้านกิมกาเน เป็นร้านอาหารเกาหลีขนาดเล็ก ๆ นะคะ มีโต๊ะนั่งทานภายในร้านประมาณ 10 โต๊ะ มีที่ดูดควันให้ทุกโต๊ะ แต่หัวก็เหม็นอยู่ดี 5555 ทำใจค่ะ ภายนอกร้านเป็นกระจกใสโปร่ง รับแสงได้อย่างดี ตกแต่งเก้าอี้และเคาเตอร์บาร์ด้วยสีดำ ดูเข้ม ๆ หน้าร้านจะมีเก้าอี้ให้สำหรับนั่งรอนะคะ วันที่เราไปเป็นช่วงบ่าย ๆ คนกำลังทยอยออกจากร้าน จึงรอคิวแค่แป็ปเดียวค่ะ

เมื่อเดินเข้าไปในร้าน พนักงานก็นำถุงมือมาให้สวมใส่ นำน้ำจิ้ม ชุดจานชาม และเตาถ่านสำหรับย่างมาวางให้ค่ะ สำหรับอาหารทั้งหมด เราจะต้องเดินไปตักเองนะคะ เรามาเริ่มดูไลน์อาหารแต่ละส่วนกันค่ะ

kimkane

ส่วนแรกจะเป็นส่วนสำหรับปิ้งย่าง ตรงนี้จะมีหมูหมักชนิดต่าง ๆ ให้เลือก ทั้งส่วนสามชั้น สันคอสไลด์ และที่เด็ดที่สุดคือ หนังหมูค่ะ นอกจากนี้ก็จะเป็นส่วนของผักต่าง ๆ เช่น ผักสด ผักยำ ไชเท้าดอง กิมจิ จะอยู่ในช่องถาดแสตนเลส ตรงกลางร้าน

จากนั้นเราก็เดินไปดูกันต่อในส่วนของบาร์อาหาร ก็จะมีอาหารที่ทำเสร็จพร้อมทาน วางใส่ถาดอุ่นอาหารมีฝาปิดเอาไว้ ดูสะอาดสะอ้าน ตรงส่วนนี้มีเมนูที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น ปีกไก่เผ็ดเกาหลี จับเช ปลาหมึกผัดซอส บุลโกกิหมู จาจังเหมียน เป็นต้นค่ะ

ถัดออกมาที่อยู่ติดกันจะเป็นโซนของกินเล่นต่าง ๆ เช่น ต็อกบกกี ปลาหมึกทอด มันทอดโรยน้ำตาล ตีนไก่เผ็ด คิมบับ โอเด้ง คิมมาริ และซุปต่าง ๆ รวมถึงมาม่าเกาหลีด้วยค่ะ

kimgane

ต้องบอกว่ามีเมนูให้เลือกแบบเยอะมาก ๆ จริง ๆ เราเดินดูกันก่อนหนึ่งรอบค่ะ จากนั้นก็ไปหยิบจานมาตักอาหารเตรียมตัวรับประทานกันได้ ขอบอกว่าอาหารรสชาติค่อนข้างดีใช้ได้ค่ะ โดยเฉพาะตัวหมูสามชั้นหมักซอสโคชูจัง และหนังหมู แต่ตอนย่างหนังหมูต้องระวังนิดนึงนะคะ เพราะมันหมูชอบหยดลงไปตรงถาดรองน้ำด้านล่างเตา ทำให้น้ำกระเด็นค่ะ ทานหนังหมูคู่กับผักกาดหอม ใส่กระเทียมและพริกย่าง เติมน้ำจิ้มเล็กน้อย อร่อยเด็ดค่ะ น้ำจิ้มที่ให้มาจะมี 3 แบบนะคะ เป็นน้ำจิ้มซีฟู้ด น้ำจิ้มเต้าเจี้ยวรสชาติออกเค็ม ๆ ส่วนอีกตัวคล้ายน้ำจิ้มบาบีคิว ออกหวานเค็มค่ะ

kimgane

ส่วนเมนูอื่น ๆ ที่เราชอบก็จะมีคิมมารีค่ะ ทานคู่กับต็อกบกกี คืออร่อยมาก ๆ หมึกชุบแป้งทอดก็เป็นอีกเมนูที่เราตักเพิ่มบ่อยมาก ๆ ค่ะ ทอดมาร้อน ๆ กรอบอร่อย หมึกชิ้นเต็มคำ ส่วนเมนูอื่น ๆ ก็ถือว่าอยู่ในระดับกลาง ๆ นะคะ

ในส่วนของเครื่องดื่มก็มีให้เลือกตามแบบปกติของบุฟเฟ่ทั่วไป ก็พวกน้ำอัดอม น้ำชา ค่ะ ถ้าเลือกทานแบบรีฟีลเติมได้ไม่อั้นก็จ่ายเพิ่มไปอีก 40 บาทค่ะ ที่นี่จะไม่มีขนมหวานให้ทานแต่จะมีเป็นผลไม้แทนค่ะ วันที่เราไปจะเป็นแตงโม

อิ่มท้องกันแล้วก็มาสรุปรวมค่าอาหารกันค่ะ ราคาจะอยู่ที่ 299 บาทต่อท่าน ไม่มี vat ไม่มี service​ charge นะคะ ใช้คนละครึ่งแล้วเหลือ 150 เท่านั้นเองงงง ใครทานน้ำรีฟีลก็บวกเพิ่มไปอีก 40 บาท ก็ตกคนละแค่ 190 บาทค่ะ ถูกมาก ๆ ทานได้ถึง 90 นาทีค่ะ เรียกว่าอิ่มจนจุก อาหารหลากหลาย รสชาติดี ราคาไม่แพง ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่ 12.30-23.00 น. นะคะ ตามไปทานกันได้เลยค่ะ

รายละเอียดเพิ่มเติม Kimgane Korea BBQ Buffet 

 

 


5 เมนู DIY ร้านดัง “MO MO PARADISE” ที่มาแล้วต้องทำทาน คลิก

 

 

Haloween แห่งการสูญเสีย การจากไปที่ไม่มีวันกลับของ Mitch Lucker

0

ในวัน Haloween วงการเพลงได้เคยสูญเสียนักร้องที่เป็นอนาคตของวงการไป หากคุณคือคนที่ฟังเพลงแนว Death Core หรือเพลงที่มีการร้องสุดดุดันที่เรียกแบบไทย ๆ ว่า “การว้าก” คุณจะต้องเคยผ่านหูกับเสียงของ Mitch Lucker แห่งคณะ Suicide Silence ผู้จากไปในค่ำคืนแห่งวันปล่อยผี

Haloween

ผลงานของ Mitch และชาวคณะ

มิท ลักเกอร์ นักร้องขวัญใจวันรุ่นเมกา (สายต่างประเทศจะค่อนข้างรู้จักเขา แต่ถ้าในไทยอาจจะค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม) ผู้ก่อตั้งวงดนตรี Suicide Silence ร่วมกับ Chirs Garza ,Mark Heylmun ,Alex Lopez และ Dan Kenny เมื่อปี 2002

โดยเปิดตัวอย่างเป็นทางการด้วยอัลบั้ม The Cleansing ที่สามารถทำอันดับขึ้นไปติดท็อปชาร์ตบิลบอร์ดในอันดับที่ 94

จากนั้น No Time to Bleed ก็ถูกปล่อยมาเป็นอัลบั้มที่สองในปี 2009 และไต่ขึ้นไปสู่อันดับ 32 ของ ท็อปชาร์ตบิลบอร์ด หลังเปิดตัวมาได้หนึ่งสัปดาห์ โดยมีเพลงฮิตอย่าง wake up ,No Time to Bleed และ Disengage ที่ตัว MV มียอดวิวกว่า 38 ล้านครั้งใน youtube

จากนั้นในปี 2011 อัลบั้มที่ใช้ชื่อว่า “The Black Crown” ก็ถูกปล่อยออกมาโดยมีเพลงเด่นที่ใคร ๆ ก็ต้องรู้จักอย่าง “You only live once” เพลงที่มียอดวิวกว่า 104 ล้านครั้งใน ยูทูป

ในช่วงนั้นต้องยอมรับว่า ซุยไซด์ กำลังขึ้นหม้อ และโด่งดังขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีทัวร์ต่าง ๆ มาก ทั้งนอกและในประเทศ ชื่อของ มิช นั้นเบียดขึ้นมาพร้อม ๆ กับ Oliver Skype อีกหนึ่งไอคอนของวงการเพลง เมทัลยุคปัจบุบัน

ด้วยลุคที่รูปร่างสูง ผอม รอยสักเต็มตัว แต่งอะไรออกมาก็ดูเท่ไปหมด หรือแม้แต่เสียงร้อง เสียง scream ที่ต้องยอมรับว่า เขามีเสียง “ว้าก” ที่ติดหู และเป็นเอกลักษณ์ ชื่อของพวกเขาด่งดังขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่ง…

Haloween

Haloween แห่งการสูญเสีย

1 พฤศจิกายน 2012 ผม (ผู้เขียน) ตื่นขึ้นมาท่ามกลางความงัวเงียที่ยังคงมีอยู่ในร่างกายของตัวเอง สิ่งแรกที่ทำขึ้น หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิด Facebook เพื่อนสไลด์นู่นนี่นั่น เช็คทุกอย่างที่ควรจะเช็ค จนมาเจอกับข่าว ๆ หนึ่ง มันทำให้ผมเอง ช็อค และซึมไปไม่น้อย โดยเนื้อข่าวมีใจความว่า

“Mitch Lucker นักร้องนำจากวง Death Core ขวัญใจวัยรุ่น อย่าง Suicide Silence เสียชีวิตแล้ว จากอุบัติเหตุทางมอเตอร์ไซด์ เมื่อเช้าวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา”

โดยรายละเอียดของการตายคือ มิชนั้น ก็ออกไปเฉลิมแลองวัน Haloween ตามปกตินั่นแหละ โดยในช่วง 20.55 น. ของคืนปล่อยผี มิช ได้ซิ่งงมอเตอร์ไซด์ ฮาร์เล่ เดวิดสัน ไปชนเข้ากับเสาไฟ ด้วยความเร็วที่ว่ากันว่า “บ้าคลั่ง” มาก ๆ

ซึ่งทางทีมแพทย์เองก็มาอย่างรวดเร็ว และเข้าช่วยเหลือเขาทันที แต่สุดท้ายยื้อไม่ไหว จนมาเสียชีวิตในช่วงเวลา 6 โมงเช้าของวันที่ 1 พ.ย. 2012

เฮ้ยยยย! มันคือเสียงแรกที่ถูกผมเปล่งออกมาหลังจากตั้งสติได้ ถูกต้องครับ มิช เสียชีวิตจากมอเตอร์ไซด์คว่ำ ในวัยเพียง 28 ปี ในช่วงที่เขากำลังขึ้นหม้อ ในช่วงที่เขากำลังมีชื่อเสียงอย่างสุด ๆ แต่เขาต้องจากไป แบบไม่มีวันกลับ ท่ามกลางความเสียใจ และเสียดายจากแฟนคลับ

เพราะเราต้องยอมรับว่า ในต่างประเทศนั้น วงแนว เดธคอร์ หรือ เมทัล ได้รับการยอมรับกว่าในประเทศไทยมากนัก และเขาเองก็ถูกคาดหวังไว้ว่าจะกล่าวขึ้นมา เป็นผู้นำของวงการ ทั้งในเรื่องของเพลงและแฟชั่น จุดเดียวกับที่ โอลิเวอร์ แห่ง BMTH ยืนอยู่ตอนนี้

ซึ่งมิชเอง ก็มีคุณสมบัติทั้งหมด ชื่อเสียง ภาพลักษณ์ทั้งส่วนตัว และของวง แนวเพลง ความเก่งกาจในการทำดนตรี การแต่งตัวต่าง ๆ แม้เขาจะเอาตัวรอดจาก 27 Clubs ได้ แต่สุดท้ายเขาก็จากไป ในวัยที่ห่างกันเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้นเอง

ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน เพื่อนร่วมวงก็ได้จัดคอนเสิร์ตที่มีชื่อว่า Ending is the Beginning : Mitch Lucker Memorial Show ขึ้นมา เพื่อเป็นการระลึกถึง และสวดส่งวิญญาณของ มิช ขึ้นสู่สรวงสวรรค์ โดยในงานนี้ได้มีการนำนักร้องนำของวงต่าง ๆ ขึ้นมาแจมกับสมาชิกที่เหลือของ Suicide Silence และขับร้องเพลงของพวกเขา

โดยมีตั้งแต่ Phi Bozeman – Whitechapel , Tim Lambesis – As I Lay Dying ,Randy Blythe – Lamp of god , Danny Worsnop – Asking Alexandria เป็นต้น ซึ่งรายได้ของคอนเสิร์ตครั้งนี้ ก็นำไปเป้นทุนการศึกษาให้กับ Kenadee Lucker ลูกสาวเพียงคนเดียวของ Mitch

27 Club ?

เมื่อมีการพูดถึง 27 คลับ หลายคนอาจสงสัยว่า คลับนี้คืออะไร

27 Club คือ ลิสรายชื่อของศิลปิน นักร้อง นักแสดงที่เสียชีวิตในวัย 27 ปี ซึ่งมันเป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก ๆ ที่เหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นซ้ำแล้ว ซ้ำเหล่าของเหล่าคนดัง และมันไม่ใช่การตายโดยธรรมชาติ (ก็แน่นอนล่ะ เพิ่งจะอายุ 27 เอง) แต่โดยส่วนใหญ่จะเกิดจากการ Overdose หรือฆ่าตัวตาย และรวมไปถึงถูกฆาตกรรมด้วย

ซึ่งเราจะมายกตัวอย่างดัง ๆ ซัก 2-3 ราย แม้ว่าจริง ๆ แล้วมันจะมีมากกว่านั้นก็(เยอะ) ก็ตาม…

Haloween

Kurt Cobian

สุดยอดฟรอนท์แมน แห่งวง Nirvana เองก็เป็นหนึ่งในคลับนี้กับเขาด้วย เพราะว่า เหตุการณ์ลูกซองกรอกปาก ของเจ้าของบทเพลง Smell Like Teen Spirit นั้นเกิดขึ้นในวัย 27 ปี ของเขา ซึ่งการตายของ เคิร์ทนั้นเรียกว่า ช็อควงการที่สุดเหตุการณ์หนึ่งในยุคนั้น ด้วยลุค ด้วยความขบถในตัว ทำให้เขายังคงเป็นตำนาน มาจนถึงทุกวันนี้

Haloween

Jimi Hendrix

มือกีต้าร์ที่ว่ากันว่าเก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ โดดจากเอกลักษณ์การใช้มือขวาจับคอร์ด และดีดด้วยมือซ้าย ในวงเล็บที่ว่า เล่นกีต้าร์ของคนถนัดขวานะ ไม่ใช่เล่นของคนถนัดซ้ายที่สั่งทำมาพิเศษ!!! และสไตล์การแต่งตัวที่โคตรจะฉูดฉาด สิ่งเหล่านี้ทำให้ความเป็นภาพจำของวงการเพลง

รวมไปถึง เสียงทำนอง สำเนียงกีต้าร์ของเขาที่แปลก เด่นและมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ผสมผสาน หลาย ๆ แนวดนตรีเข้าด้วยกัน แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ ในวัย 27 ปี เขาต้องเสียชีวิตจากการที่ กินยานอนหลับ (ผสมไวน์) เกินขนาด

Amy Winehouse

ศิลปินโซลแจ๊ส ที่มาจากลอนดอน ประเทศอังกฤษ อีกหนึ่งศิลปินหญิงพรสวรรค์สูงของวงการ ที่เข้าร่วม 27 Club นี้ เอมี่ ในอดีตมีปัญหาในชีวิตต่าง ๆ มากมายที่ต่างฝ่าฟัน กว่าจะมาเป็นศิลปินที่ได้รับการยอมรับ โดยเฉพาะปัญหาการติดเหล้า และสุดสุดท้ายเธอก็ต้องเสียชีวิตด้วยสาเหตุนี้ เนื่องจากเธอดื่มเกินขนาดไปถึง 4 เท่าตัว โดยมีปริมาณเหล้ามากถึง 416 Mg ในเม็ดเลือดของเธอ และไม่พบสารเสพติดใด ๆ ทิ้งสิ้น

คนหนึ่งจากไป แต่ที่เหลือต้องเดินต่อ

สุดท้ายไม่ว่าจะอะไรจะเกิดขึ้น ทุกคนต้องก้าวต่อไป หลังจากจัดคอนเสิร์ตส่ง Mitch Lucker แล้ว ทางวงก็ไมได้คิดจะเลิกแต่อย่างใด โดยการประกาศออดิชั่น เพื่อหานักร้องนำ ที่เข้ามาเป็นหน้าเป็นตาคนใหม่ของวง และสุดท้ายก็มาลงตัวที่ Hernan “Eddie” Hermida อดีตนักร้องนำของ All Shall Perish ในปี 2014 โดยเปิดตัวพร้อมกับเพลง “You Can’t Stop Me”

พร้อมกับปล่อยอัลบั้มที่มีชื่อเดียวกับเพลงเปิดตัวในยุคใหม่ของวง ซึ่งก็ไมได้แพ้สมัยที่ยังมี มิช อยู่แต่อย่างใด แม้ว่าในบางช่วงบางตอน จะมีเสียงวิจารณ์มาบ้าง ในบางเพลงของวง ที่ดูจะลดความดุดันลงไป แต่สุดท้าย แฟนคลับของวง ก็ให้เกียรติ พร้อมฟัง และเสพความเป็น Suicide Silence เหมือนเดิม