การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 กำลังกลับมาเป็นเรื่องที่คนกรุงเทพฯ ควรตามไว้ เพราะนี่ไม่ใช่แค่การเลือกคนมาบริหารเมือง แต่เกี่ยวกับชีวิตประจำวันของเราแบบตรงมาก ตั้งแต่รถติด ทางเท้า น้ำท่วม ฝุ่น ความปลอดภัย พื้นที่สีเขียว ไปจนถึงบริการพื้นฐานที่ควรทำให้การใช้ชีวิตในเมืองง่ายขึ้นกว่าเดิม
รอบนี้สนามเลือกตั้งกรุงเทพเริ่มมีความเคลื่อนไหวตั้งแต่ก่อนเปิดรับสมัครจริง โดย กทม. เตรียมจัดเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ สก. ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ส่วนช่วงรับสมัครจะอยู่ระหว่าง 28 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2569
ก่อนถึงวันหย่อนบัตร Inzpy ชวนมารู้จัก 5 แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ที่กำลังถูกจับตา ว่าแต่ละคนมีภาพจำแบบไหน และมีอะไรที่ควรรอดูต่อ ทั้งนี้ บางชื่อยังอยู่ในสถานะ “มีรายงานความเคลื่อนไหว” หรือ “รอความชัดเจนช่วงรับสมัคร” เพราะรายชื่อทางการจะชัดขึ้นหลังขั้นตอนรับสมัครเสร็จสิ้น
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

แชมป์เก่าที่หลายคนรอดูว่าจะไปต่อไหม
ชื่อแรกที่ยังเป็นจุดโฟกัสของสนามนี้คือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. คนปัจจุบัน ซึ่งกำลังจะครบวาระในเดือนพฤษภาคม 2569 และถูกจับตาว่าจะกลับมาลงสนามอีกครั้ง โดยมีรายงานว่า หากลงสมัครจะลงในนามอิสระ
ภาพจำของชัชชาติคือผู้ว่าฯ สายลงพื้นที่ ทำงานกับข้อมูล และสื่อสารกับประชาชนค่อนข้างต่อเนื่อง ตลอดวาระที่ผ่านมา หลายประเด็นเมืองถูกหยิบขึ้นมาให้เห็นชัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบรับเรื่องร้องเรียน ทางเท้า น้ำท่วม จุดเสี่ยง หรือปัญหาที่เกิดในแต่ละเขต ถ้าชัชชาติลงสมัครอีกครั้ง คำถามที่คนกรุงเทพฯ น่าจะอยากรู้คือ เมืองจะเดินต่อในแนวทางเดิม หรือจะมีแนวทางใหม่เข้ามาเติมในรอบหน้า
ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร

ตัวแทนพรรคประชาชนที่มากับภาพกรุงเทพฯ ใช้ง่ายขึ้น
อีกชื่อที่เปิดตัวชัดแล้วคือ ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แคนดิเดตจากพรรคประชาชน ภายใต้แคมเปญ “กรุงเทพง่าย ๆ by ผู้ว่าประชาชน” โดยพรรคเปิดตัวพร้อมทีมว่าที่ผู้สมัคร สก. ครบ 50 เขต
สิ่งที่พรรคประชาชนพยายามสื่อสารคือภาพของกรุงเทพฯ ที่ใช้ชีวิตง่ายขึ้น ตั้งแต่การเดินทางที่ไม่เหนื่อยเกินไป ความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน ปากท้อง โรงเรียนใกล้บ้าน สถานพยาบาลที่เข้าถึงได้ ไปจนถึงระบบขนส่งที่เชื่อมต่อชีวิตคนเมืองได้มากขึ้น จุดที่ทำให้ ดร.โจ ชัยวัฒน์ น่าจับตา คือการลงสนามพร้อมทีมท้องถิ่นครบทุกเขต เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้วัดกันแค่ตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. แต่ยังรวมถึงพลังของทีม สก. ที่จะช่วยผลักนโยบายกรุงเทพ ให้ไปถึงระดับพื้นที่จริงด้วย
ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข

ผู้สมัครหญิงที่มากับแบ็กกราวนด์สื่อและการเมือง
ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข เป็นอีกชื่อที่ถูกพูดถึงในกลุ่มผู้สมัครอิสระ โดยหลายสื่อจัดไว้ในลิสต์แคนดิเดตที่น่าจับตาของสนามผู้ว่าฯ กทม. 2569
จุดที่ทำให้ชื่อนี้น่าสนใจคือแบ็กกราวนด์ด้านสื่อและการเมือง ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่อาจช่วยให้การสื่อสารประเด็นเมืองเข้าถึงคนทั่วไปได้ง่ายขึ้น เพราะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ การมีนโยบายอย่างเดียวอาจยังไม่พอ แต่ต้องอธิบายปัญหาให้คนเข้าใจ และเล่าทางออกให้เห็นภาพด้วย สำหรับสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ดร.มัลลิกาเป็นอีกชื่อที่ควรดูต่อว่าจะชูประเด็นไหนเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นปากท้อง ความปลอดภัย บริการเมือง หรือการทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ฟังเสียงคนใช้ชีวิตจริงมากขึ้น
ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี

โปรไฟล์สายพลังงานที่อาจโยงกับต้นทุนเมือง
ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี เป็นหนึ่งในชื่อที่มีรายงานว่าเตรียมลงสนามผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ และถูกจัดอยู่ในกลุ่มแคนดิเดตที่ถูกจับตาในรอบนี้
โปรไฟล์ของชื่อนี้ถูกพูดถึงในมุมพลังงานและทรัพยากร ซึ่งดูเผิน ๆ อาจเหมือนไกลตัว แต่จริง ๆ แล้วโยงกับชีวิตคนเมืองมากกว่าที่คิด ทั้งต้นทุนการเดินทาง การจัดการระบบเมือง การใช้ทรัพยากร และแนวคิดเรื่องเมืองที่บริหารได้คุ้มค่าขึ้น ถ้าจะเล่าให้อ่านง่าย ม.ล.กรกสิวัฒน์อาจเป็นแคนดิเดตสาย “ระบบหลังบ้านของเมือง” เพราะหลายเรื่องอาจไม่ได้เห็นทันทีเหมือนถนนหรือทางเท้า แต่มีผลกับคุณภาพชีวิตในกรุงเทพฯ อยู่ตลอด
คมสัน พันธุ์วิชาติกุล

อีกชื่ออิสระที่ทำให้สนามมีตัวเลือกมากขึ้น
คมสัน พันธุ์วิชาติกุล เป็นอีกหนึ่งชื่อที่มีรายงานว่าเตรียมลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. โดยกรุงเทพธุรกิจรายงานว่า คมสันเคยเปิดตัวความประสงค์ลงสมัครในนามอิสระ และเคยมีประสบการณ์เป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานครมาก่อน
แม้ชื่อของคมสันอาจไม่ได้เป็นกระแสใหญ่เท่าฝั่งพรรคหลักหรือแชมป์เก่า แต่การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. มักมีพื้นที่ให้ผู้สมัครอิสระหรือผู้สมัครจากกลุ่มเล็ก ๆ นำไอเดียใหม่เข้ามาในวงสนทนาเมืองได้เสมอ และนี่คืออีกเหตุผลที่ทำให้สนามนี้มีตัวเลือกหลากหลายขึ้น สิ่งที่ควรตามต่อคือคมสันจะวางตัวเองในสนามนี้อย่างไร จะหยิบปัญหาเมืองเรื่องไหนขึ้นมาเป็นจุดขาย และจะสื่อสารกับคนกรุงเทพฯ ในแบบที่ต่างจากแคนดิเดตคนอื่นได้มากแค่ไหน
ทำไมการเลือกตั้งกรุงเทพรอบนี้ถึงควรตาม
การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ไม่ได้มีแค่ภาพว่าใครจะชนะ แต่เกี่ยวกับทิศทางเมืองหลังจากนี้โดยตรง เพราะผู้ว่าฯ มีบทบาทกับหลายเรื่องที่เราเจอทุกวัน ทั้งถนน ทางเท้า น้ำท่วม ความสะอาด ความปลอดภัย โรงเรียนในสังกัด กทม. พื้นที่สาธารณะ และบริการต่าง ๆ ที่ทำให้เมืองน่าอยู่ขึ้น
อีกจุดที่ไม่ควรมองข้ามคือการเลือก สก. ที่จัดพร้อมกัน เพราะ สก. คือคนที่สะท้อนปัญหาระดับเขต ตรวจสอบ และช่วยผลักเรื่องต่าง ๆ ให้ไปถึงพื้นที่จริง พูดง่าย ๆ ผู้ว่าฯ วางภาพใหญ่ ส่วน สก. คืออีกกลไกที่ทำให้เสียงของแต่ละเขตไม่หายไประหว่างทาง
ก่อนถึงวันหย่อนบัตร สิ่งที่ควรตามต่อคือรายชื่อผู้สมัครอย่างเป็นทางการ นโยบายหลักของแต่ละคน ทีม สก. ที่มาพร้อมกัน และคำตอบของแต่ละแคนดิเดตต่อปัญหาเมืองที่คนกรุงเทพฯ เจอจริง ไม่ว่าจะเป็นรถติด ฝุ่น ทางเท้า น้ำท่วม หรือความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้อยู่แค่ในหน้าข่าวการเมือง แต่อยู่บนถนนที่เราใช้เดิน ทางเท้าที่เราใช้ข้าม และเมืองที่เราใช้ชีวิตอยู่ทุกวัน
(หมายเหตุ: ข้อมูล ณ 6 พ.ค. 2569 บางรายชื่อยังรอความชัดเจนช่วงรับสมัครอย่างเป็นทางการ)
ประวัติความเป็นมา – พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พร้อมวิธีการเดินทาง
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
■ Comfort Show คืออะไร? ทำไมเวลาเหนื่อยเราถึงอยากดูเรื่องเดิมๆ
■ เหนื่อยสะสมเพราะคนข้างๆ? วิธีสแกนคน Toxic VS คนคุมอารมณ์ไม่เป็น ที่คุณต้องรู้








