การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปี 2569 กำลังเป็นอีกหนึ่งสนามที่ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่บนเวทีหาเสียงหรือป้ายตามถนน แต่ยังรวมถึงพื้นที่บนโซเชียลมีเดีย ที่คนกรุงเทพฯ ใช้แสดงความเห็น ตั้งคำถาม แชร์คลิป และจับตานโยบายของผู้สมัครแต่ละคน
จากข้อมูลของ บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) ผ่านเครื่องมือ Wisesight Bangkok Election ซึ่งเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 7 มิถุนายน 2569 อัปเดตล่าสุดวันที่ 7 มิถุนายน 2569 เวลา 15:26 น. พบว่า โซเชียลกำลังสะท้อนทั้งความสนใจ ความคาดหวัง และประเด็นเมืองที่คนกรุงเทพฯ อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง
อย่างไรก็ตามตัวเลขบนโซเชียลไม่ใช่คะแนนเสียงจริง และไม่ได้แปลว่าใครจะชนะการเลือกตั้งเสมอไป สิ่งที่ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เห็นคือ ใครกำลังถูกพูดถึง แพลตฟอร์มไหนสร้างกระแส และเรื่องอะไรที่คนเมืองกำลังให้ความสำคัญก่อนวันเลือกตั้ง
Facebook ยังเป็นพื้นที่หลักของข่าวเลือกตั้ง
ในช่วงเวลาที่เก็บข้อมูล Facebook ยังเป็นแพลตฟอร์มหลักของการรับรู้ข่าวเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ด้วยจำนวนข้อความ 2,584 ข้อความ สะท้อนให้เห็นว่า Facebook ยังคงเป็นพื้นที่สำคัญของสื่อ หน่วยงาน และผู้ใช้ทั่วไปในการติดตามข่าวสาร นโยบาย และความเคลื่อนไหวของผู้สมัคร
จุดเด่นของ Facebook คือเหมาะกับคอนเทนต์ที่มีรายละเอียดมากกว่าโพสต์สั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นข่าว บทวิเคราะห์ คลิปลงพื้นที่ หรือโพสต์อธิบายนโยบาย ทำให้แพลตฟอร์มนี้ยังมีบทบาทต่อกลุ่มคนที่ติดตามข่าวการเมืองเมืองหลวงอย่างต่อเนื่อง
TikTok ข้อความน้อยกว่า แต่เอนเกจเมนต์แรงกว่า
แม้ TikTok จะมีจำนวนข้อความอยู่ที่ 530 ข้อความ น้อยกว่า Facebook แต่กลับสร้างการมีส่วนร่วมต่อโพสต์ได้สูงกว่า 1.2 ล้านเอนเกจเมนต์ ตัวเลขนี้ทำให้เห็นว่า TikTok เป็นพื้นที่ที่ขยายกระแสได้เร็วมาก โดยเฉพาะคอนเทนต์วิดีโอสั้นที่เห็นภาพชัด เข้าใจไว และแชร์ต่อได้ง่าย
คลิปแคนดิเดตลงพื้นที่จริง ตอบคำถามประชาชน หรือจับจังหวะสถานการณ์เฉพาะหน้า มักมีโอกาสกลายเป็นไวรัลได้เร็วกว่าโพสต์ยาวๆ เพราะคนดูรู้สึกว่าเห็นภาพจริง เห็นบุคลิกจริง และตัดสินใจจากโมเมนต์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้ง่ายขึ้น
X เป็นพื้นที่ถกเถียงและวิเคราะห์นโยบาย
X มีจำนวนข้อความ 613 ข้อความ และยังเป็นพื้นที่ที่คนใช้พูดคุยเรื่องการเมืองแบบรวดเร็ว โดยเฉพาะการตั้งคำถาม วิเคราะห์นโยบาย แชร์มุมมอง และถกเถียงประเด็นที่กำลังเป็นกระแส
จุดเด่นของ X คือความไวและความเข้มของบทสนทนา หลายประเด็นที่เริ่มจากแพลตฟอร์มนี้สามารถถูกหยิบไปขยายต่อบน Facebook, TikTok หรือสื่ออื่นๆ ได้ จึงเป็นอีกพื้นที่ที่ช่วยสะท้อนอารมณ์ของคนบนโซเชียลในช่วงเลือกตั้งได้ดี

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ครองเอนเกจเมนต์อันดับ 1
จากข้อมูลที่เก็บได้ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ขึ้นเป็นอันดับ 1 ด้วยเอนเกจเมนต์ 5.34 ล้านครั้ง จุดแข็งของชัชชาติไม่ได้มาจากคอนเทนต์หาเสียงแบบจัดฉากเท่านั้น แต่ยังมาจากภาพจำเรื่องการลงพื้นที่ การรับฟังปัญหา และโมเมนต์ชีวิตจริงที่ผู้คนบนโซเชียลหยิบไปแชร์ต่อ
ภาพของการตรวจพื้นที่น้ำท่วม การตอบคำถามชาวบ้าน หรือการปรากฏตัวในชีวิตประจำวัน กลายเป็นคอนเทนต์ที่คนจดจำได้ง่าย และช่วยให้ภาพลักษณ์ที่จับต้องได้ยังทำงานบนโซเชียลอย่างชัดเจน ตัวเลขเอนเกจเมนต์นี้จึงไม่ใช่แค่ความดัง แต่สะท้อนว่าชัชชาติยังเป็นชื่อที่คนออนไลน์ให้ความสนใจสูงมากในสนามนี้
ภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ แคนดิเดตกลุ่มรองที่น่าจับตา
อันดับ 2 คือ ภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ ด้วยเอนเกจเมนต์ 214K และมีเอนเกจเมนต์เฉลี่ยต่อโพสต์ 544 ครั้ง ซึ่งถือว่าสูงเมื่อเทียบกับผู้สมัครกลุ่มรอง
แม้ส่วนแบ่งเอนเกจเมนต์โดยรวมจะยังไม่มากเท่าผู้สมัครอันดับแรก แต่ตัวเลขต่อโพสต์สะท้อนว่า เมื่อภาสพงศ์ปรากฏบนโซเชียล คอนเทนต์มักได้รับการตอบสนองค่อนข้างดี กระแสนี้จึงน่าสนใจในฐานะผู้สมัครที่ยังมีพื้นที่ให้ขยายการรับรู้เพิ่มขึ้นก่อนถึงวันเลือกตั้ง
มัลลิกา บุญมีตระกูลมหาสุข กับประเด็นเมืองที่คนพูดถึง
อันดับ 3 คือ ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูลมหาสุข ด้วยเอนเกจเมนต์ 197K และเอนเกจเมนต์เฉลี่ย 256 ครั้งต่อโพสต์ จุดที่น่าสนใจคือการเชื่อมโยงกับประเด็นสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต ฝุ่น PM2.5 และการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเมือง
เมื่อเทียบกับข้อมูลประเด็นที่คนกรุงเทพฯ พูดถึง ฝุ่น PM2.5 และมลพิษอยู่ในอันดับต้นๆ ของบทสนทนาบนโซเชียล การที่มัลลิกาผูกตัวเองกับโจทย์เมืองเหล่านี้ได้อย่างต่อเนื่อง จึงช่วยสร้างฐานการรับรู้ในกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม
ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร อยู่ในพื้นที่ที่คนเริ่มตั้งคำถาม
อันดับ 4 คือ ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ด้วยเอนเกจเมนต์ 165K และเอนเกจเมนต์เฉลี่ย 104 ครั้งต่อโพสต์ แม้ตัวเลขโดยรวมอาจไม่ได้พุ่งสูงมาก แต่กระแสเริ่มมีความเคลื่อนไหวในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงต้นมิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงที่บทสนทนาเรื่องนโยบายเริ่มเข้มขึ้น
เมื่อดูมิติ Sentiment พบว่าภาพรวมอยู่ที่ -13 สะท้อนว่ามีทั้งเสียงสนับสนุนและเสียงวิจารณ์ปะปนกัน ในอีกมุมหนึ่ง นี่อาจหมายความว่าผู้สมัครรายนี้กำลังถูกจับตาและถูกตั้งคำถาม มากกว่าการถูกปล่อยผ่านไปโดยไม่มีปฏิกิริยาใดๆ
อนุชา บูรพชัยศรี กับภาพจำเรื่องประสบการณ์บริหาร
อันดับ 5 คือ อนุชา บูรพชัยศรี ด้วยเอนเกจเมนต์ 115K จุดเด่นของอนุชาคือภาพลักษณ์ของนักการเมืองที่มีประสบการณ์ด้านการบริหารในระดับชาติมาก่อน ซึ่งอาจเชื่อมกับกลุ่มผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องและความมั่นคงในการบริหารเมือง
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือเรื่องทางเท้าและความสะอาด ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวข้อที่คนกรุงเทพฯ พูดถึงมากบนโซเชียล หากสื่อสารให้ต่อเนื่องและเห็นภาพได้ชัดขึ้น ประเด็นนี้ยังมีโอกาสสร้างการรับรู้เพิ่มเติมได้อีกมาก
5 ประเด็นเมืองที่คนกรุงเทพฯ พูดถึงมากที่สุด

ข้อมูลช่วงวันที่ 17 พฤษภาคม – 7 มิถุนายน 2569 ชี้ว่า บทสนทนาบนโซเชียลไม่ได้พูดถึงแค่ตัวผู้สมัคร แต่ยังสะท้อนปัญหาเมืองที่คนกรุงเทพฯ อยากเห็นการแก้ไขอย่างจริงจัง โดย 5 ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ได้แก่
1. ความทุจริตและความโปร่งใส 274 โพสต์
นี่คือประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุด สะท้อนว่าก่อนจะฟังนโยบาย คนจำนวนมากอยากรู้ก่อนว่าผู้สมัครเชื่อถือได้แค่ไหน และจะทำให้การบริหารเมืองโปร่งใสขึ้นได้อย่างไร
2. ฝุ่น PM2.5 และมลพิษ 266 โพสต์
ฝุ่นยังเป็นปัญหาที่คนกรุงเทพฯ ต้องเจอซ้ำทุกปี เสียงบนโซเชียลไม่ได้ต้องการแค่การรับมือปลายทาง แต่คาดหวังนโยบายที่แก้ต้นตอและเชื่อมโยงกับคุณภาพชีวิตจริง
3. ทางเท้า ความสะอาด และขยะ 236 โพสต์
นี่คือปัญหาใกล้ตัวที่เจอได้ทุกวัน ตั้งแต่ทางเดิน พื้นที่สาธารณะ ไปจนถึงการจัดการขยะในชุมชน คนเมืองจึงคาดหวังการแก้ปัญหาพื้นฐานที่เห็นผลได้จริง
4. ค่าครองชีพและเศรษฐกิจ 226 โพสต์
ค่าครองชีพยังเป็นความกังวลสำคัญของคนกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นราคาสินค้า ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หรือโอกาสทางเศรษฐกิจของคนตัวเล็กในเมือง
5. น้ำท่วมและระบบระบายน้ำ 208 โพสต์
ทุกครั้งที่ฝนตกหนัก ปัญหาน้ำรอระบายยังเป็นภาพที่คุ้นเคย เสียงบนโซเชียลจึงสะท้อนความคาดหวังต่อการแก้ปัญหาที่เป็นระบบ ไม่ใช่แค่รอให้สถานการณ์ผ่านไปครั้งต่อครั้ง
เสียงโซเชียลบอกอะไรกับสนามผู้ว่าฯ กทม. 2569
ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในคูหา แต่กำลังเกิดขึ้นบนหน้าจอไปพร้อมกัน ทุกโพสต์ ทุกคลิป และทุกคอมเมนต์กำลังสะท้อนว่า คนกรุงเทพฯ คาดหวังอะไรจากผู้ว่าฯ คนต่อไป
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเอนเกจเมนต์ไม่ได้เท่ากับคะแนนเสียงจริง เพราะคนที่ถูกพูดถึงเยอะอาจไม่ได้แปลว่าจะได้รับคะแนนมากที่สุดเสมอไป ข้อมูลโซเชียลจึงควรถูกมองเป็น “อุณหภูมิของบทสนทนา” มากกว่าคำตอบสุดท้ายของผลเลือกตั้ง
สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ คนกรุงเทพฯ ไม่ได้จับตาแค่ภาพลักษณ์ของผู้สมัคร แต่ยังมองหาคำตอบต่อปัญหาเมืองที่เจออยู่ทุกวัน ทั้งความโปร่งใส ฝุ่น ทางเท้า ค่าครองชีพ และน้ำท่วม
วันที่ 28 มิถุนายน 2569 สนามจริงจะอยู่ที่คูหาเลือกตั้ง แต่ก่อนถึงวันนั้น เสียงหน้าจอก็ยังเป็นพื้นที่สำคัญที่บอกได้ว่า เมืองนี้กำลังอยากเห็นอะไรเปลี่ยนไปบ้าง
ที่มาข้อมูล:
ข้อมูลกระแสโซเชียลอ้างอิงจาก บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) ผ่านเครื่องมือ Wisesight Bangkok Election โดยเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 7 มิถุนายน 2569 อัปเดตล่าสุดวันที่ 7 มิถุนายน 2569 เวลา 15:26 น. ครอบคลุมข้อมูล Social Listening จากแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Facebook, X, TikTok และช่องทางออนไลน์อื่นๆ
หมายเหตุ: ตัวเลขการพูดถึงและเอนเกจเมนต์บนโซเชียลมีเดียเป็นข้อมูลที่สะท้อนกระแสการสนทนาในช่วงเวลาที่เก็บข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่ผลสำรวจคะแนนนิยม หรือผลการเลือกตั้งจริง จึงควรใช้ประกอบการอ่านภาพรวมของบทสนทนาบนโลกออนไลน์เท่านั้น
เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569: รู้จักแคนดิเดตที่ถูกจับตา ก่อนถึงวันหย่อนบัตร
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
■ Havaianas ดึง เจ ชนาธิป ปลุกกระแสแฟชั่นไลฟ์สไตล์รับทัวร์นาเมนต์ฟุตบอล
■ รวมร้านบุฟเฟ่ต์ที่เข้าร่วม ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ อิ่มคุ้ม จ่ายเองแค่ 40%








