Home Blog Page 1142

ส่องลุค Makeup จากรันเวย์ ตามติดเทรนแต่งหน้า winter 2021-2022

MakeUp  ใน Fashion Week บนรันเวย์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น paris fashion week ,london fashion week ,milan fashion week ,new york fashion week และตามหัวเมืองชั้นนำของโลก ได้นำเสนอเสื้อผ้า และกำหนดเทรนด์การแต่งกายในแต่ละซีซั่นจากเหล่าดีไซน์เนอร์ชื่อดังมากมาย ในแต่ละแฟชั่นโชว์ไม่ได้มีเพียงเสือผ้าเท่านั้นที่มีการนำเสนอออกมาให้ชาวโลกได้รับชม แต่ยังมีเรื่องของ Make Up ที่มี Make up artist ออกแบบให้กับโชว์ต่างๆ และยังเป็นตัวกำหนดเทรนด์แต่งหน้าในแต่ละซีซั่นอีกด้วย

MakeUp  ใน Fashion Week
Cr: Photo www.bytezza.com

การแต่งหน้าของเหล่านางแบบที่ถูกออกแบบจาก Make up artist ในแต่ละแฟชั่นโชว์ ถูกออกแบบให้เข้ากับคอนเซ็ปต์เสื้อผ้าของแต่ละแบรนด์ โดยในมี 2021 หลายๆ ของแต่ละซีซั่นก็จะมีความแตกต่างกันออกไป แต่ซีซั่นที่จะถึงนี้คือ winter หรือ หน้าหนาวนั้นเอง ซึ่งแบรนด์ต่างๆ ได้มีการจัดแฟชั่นโชว์ให้ทุกคนได้ยลโฉมกันไปเมื่อต้นปี-กลางปี 2021 ที่ผ่านมานี่แล้ว ทำหรับประเทศไทยเสื้อผ้าหน้าหนาวอาจจะไม่ใช่เป็นสิ่งที่จำเป็นมากนัก แต่เราจะพาทุกท่านไปส่องเทรนด์แต่งหน้าแต่ละลุคบนรันเวย์ เพื่อให้เราได้นำไปแต่งตามกันในซีซั่นที่จะถึงนี้

ตามเทรนด์แต่งหน้าwinter 2021-2022

‘No Makeup’ Make up

หลายคนอาจจะงงอะไรคือ “การแต่งหน้าแบบไม่แต่งหน้า” จริงๆ แล้วเทรนด์การแต่งหน้าแบบนี้นั้นมีมานานแล้ว แต่เทรนด์ ‘No Makeup’ Make up ก็เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่มาแรงในซีซั่น winter 2021-2022 นี้ด้วย ซึ่งจะให้ในหลายๆ โชว์ที่มีการแต่งหน้าที่แทบจะไม่มีเครื่องสำอางอยู่บนหน้าเลย แต่จะเน้นไปที่การปัดขนตา หรือ ไลเนอร์เบาๆ เท่านั้น ซึ่ง Makeup artist อย่างให้สะท้อนถึงความจริง และความหวังจากเนื้อแท้ของผู้หญิง

ตามเทรนด์แต่งหน้าwinter 2021-2022
Cr: Photo aventuramall.com
Sticker Makeup (แต่งหน้าแบบมีลูกเล่น)

หลายปีที่ผ่านมาการแต่งหน้าทั่วไปอาจจะยังดูไม่สนุกสนานพอ Designer และ Make up artist ที่อยู่เบื้องหลังของแฟชั่นโชว์ให้เราผู้หญิงเราได้สนุกสนานเหมือนย้อนกลับไปเมื่อสมัยเด็กๆ ที่มีการนำเอาสติ๊กเกอร์รูปการ์ตูน หรือ รูปต่างๆ มาติดแปะไว้ตามใบหน้าแบบเด็กๆ ที่จะเห็นได้จากโชว์ของ Burberry มีการติดสติ๊กเกอร์รูปดาวบนใบหน้าเหมือนท้องฟ้ายามค่ำคืน หรือ Blumarine ได้เพิ่มสติ๊กเกอร์รูปผีเสื้อเป็นประกายใต้เปลือกตาที่ดูมีความเก๋ไก๋ และ Coperni ที่แต่งแต้มอัญมณีเล็กๆ น้อยๆ ไข่มุกลูกปัดบนเปลือกตาอย่างวิจิต

Sticker Makeup (แต่งหน้าแบบมีลูกเล่น)
Cr: Photo www.thezoereport.com
Soap Brows

หากใครติดตามเทคนิคการแต่งหน้าของ Hollywood ก็จะรู้ว่ามีการใช้สบู่ในการนำมาปัดคิ้วให้ตั้งได้ เทคนิคนี้มีการใช้กันมาอย่างยาวนานแต่ไม่มีใครรู้ ซึ่งปัจจุบันการปัดคิ้วโดยใช้สบู่กำลังโด่งดังใน TikTok มาก ในหลายๆ โชว์โดยมีการทำเทคนิคนี้มีใช้กับการแต่งหน้าให้นางแบบและเสือผ้าดูมีพลังมากขึ้น และยังดูมีความเป็น อาว็อง-การ์ด อีกด้วย เช่นโชว์ของ ason Wu ไปจนถึง Dior เพื่อให้หน้าหนาวนี้ดูมีความอบอุ่นขึ้น

Make Up winter 2021-22 04
Cr: Photo www.thezoereport.com
Lilac Love (แต่งตาโทนสีม่วงพาสเทล)

ในหน้าหนาวที่จะถึงนี้เทรนด์ของสี Lilac Love หรือสีที่ออกไปในโทนโทนสีม่วงพาสเทลนั้น ได้รับความนิยมจาก Designer ที่อยู่ในเสื้อผ้าหลายๆ แบรนด์ ทำให้ Make up artist ได้ใช้สี Lilac Love ในการแต่งตาให้กับนางแบบที่นำความรู้สึกอิ่มเอมใจในซีซั่นนี้

โดยมีโชว์ของแบรนด์ Giambattista Valli ปัดเลือกตาให้ดูหวานละมุนเพียงสีเดียวเท่านั้น หรือ Christian Cowan ใช้สีม่วงในการแต่งตาให้มีความโมเดิร์นมากขึ้น

MakeUp winter 2021-22 05 (1)
Cr: Photo www.thezoereport.com
Smokey Eyes

การแต่งตาแบบ Smokey Eyes เป็นการแต่งหน้าไม่ว่าจะเวลาไหนก็ยังได้รับความนิยมอยู่เสมอ ยิ่งในช่วงของหน้าหนาวการแต่งหน้าแบบ Smokey Eyes ยิ่งจะทำให้ลุคของสาวๆ ดูมีพลัง และสร้างความเซ็กซี่ขึ้น โชคดีที่อายแชโดว์สีดำและน้ำตาลหนาๆ ที่หมุนวนกลับมาฮิตอีกครั้ง

ซึ่งจะให้ได้จากหลายๆ แบรนด์ดังๆ ต่างแต่งหน้าให้กับเหล่านางแบบในโทน Smokey Eyes ไม่ว่าจะเป็น Max Mara, Fendi และ Alberta Ferretti ในงาน Milan Fashion Week ฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาวปี 2021 ที่ผ่านมานี้

Make Up winter 2021-22 06
Cr: Photo www.escentual.com
Ruby Red Lips (ลิปสติกแดงทับทิม)

ความหนาวของอากาศหรือจะมาสู้กับริมฝีปากที่แดงฉ่ำอย่าง สลิปสติกสีแดงทับทิม ที่ทำให้สาวๆ ที่ได้ทานั้นมีความเผ็ดร้อน และดูเซ็กซี่ขึ้นมาได้หลายเท่า Make up artist ของหลายๆ โชว์จึงได้ออกแบบการแต่งหน้าให้เหล่านางแบบมีริมฝีปากที่มีสีแดงทับทิม

MakeUp winter 2021-22 07
Cr: Photo www.escentual.com

ส่องลุคเมคอัพจากรันเวย์ ตามติดเทรนด์แต่งหน้า winter 2021ในครั้งนี้ สาวๆ ที่ชื่นชอบในการแต่งหน้าสามารถนำเทรนด์ Runway Makeup Looks ที่หลายๆ แฟชั่นโชว์นำเสนอไปปรับแต่งให้กับสไตล์ของคุณได้อย่างสนุกสนานได้เลย หากมีใครอยากรู้ทริคแต่งหน้าแบบง่ายๆ สามารถเข้าไปอ่านได้ที่ inzpy.com

jung-saem-mool

ส่งต่อความงามจาก Jung Saem Mool เมคอัพอาร์ติสชื่อดัง สู่แบรนด์เครื่องสำอางระดับโลก คลิกที่นี่

เที่ยวพม่า ดินแดนแห่งศรัทธาของพุทธศาสนา EP.4

เที่ยวพม่า ดินแดนแห่งศรัทธาของพุทธศาสนา EP.4

พระธาตุอินทร์แขวน
สวัสดีชาวท่องเที่ยวทุก ๆ ท่านที่คอยติดตามทริปเที่ยวพม่าในครั้งนี้นะคะ สำหรับใครที่เปิดมาอ่าน EP.4 นี้ก็อย่าลืมย้อนกลับไปอ่าน EP.1-3 นะคะ เราจะแปะลิ้งค์ไว้ให้ท้ายบทความนี้ค่ะ สำหรับวันนี้เราก็จะพาทุกท่านเดินทางยาว ๆ เลยค่ะ ขึ้นเขาไปไหว้ พระธาตุอินทร์แขวน หรือ ไจ้ก์ทิโย(Kyaikhtiyo) ซึ่งเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานที่สำคัญของประเทศพม่าแห่งนี้กันค่ะ

ประวัติความเป็นมาของพระธาตุอินทร์แขวน

พระธาตุอินทร์แขวน

พระธาตุอินทร์แขวน(Kyaikhtiyo Pagoda) ตั้งอยู่ที่เมืองไจก์โถ่ รัฐมอญ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองย่างกุ้งไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 160 กิโลเมตร โดยประวัติความเป็นมาของพระธาตุอินทร์แขวนนั้นมีเรื่องเล่าอยู่ 2 เรื่อง ดังนี้
ตำนานเรื่องแรก ในอดีตกาลนั้นมีฤาษีตนหนึ่งได้นำเอาพระเกศาที่พระพุทธเจ้าได้มอบให้ไปซ่อนไว้ในมวยผมของตนเอง แล้วเมื่อถึงเวลาจะต้องละสังขาร ฤาษีตนนี้ก็ไปพบกับพระเจ้าติสสะ และกราบทูลว่าหากสามารถหาก้อนหินที่มีรูปร่างคล้ายศีรษะของตนแล้วนำมาสร้างเป็นเจดีย์เอาไว้เพื่อเก็บพระเกศาธาตุ ตนก็จะยินยอมมอบพระเกศาธาตุให้ เมื่อเรื่องดังกล่าวได้รู้ถึงพระอินทร์เข้า พระองค์จึงต้องใช้อิทธิฤทธิ์ช่วยงมหาหินใต้มหาสมุทรแล้วนำเอาไปไว้ที่เรือของพระเจ้าติสสะ เพื่อนำไปแขวนไว้บนยอดเขาตามความต้องการของฤาษี จึงกลายเป็นที่มาของพระธาตุอินทร์แขวนในปัจจุบัน
ตำนานเรื่องที่สอง พระพุทธเจ้าได้เห็นฤาษีพี่น้องสองตนมีความขยันและมุ่งมั่นในการบำเพ็ญเพียรสร้างความดีงาม จึงได้มอบพระเกศาไว้ให้ฤาษีพี่น้องคนละ 1 เส้น โดยให้แยกกันไปบำเพ็ญเพียรบนยอดเขาคนละเขากัน โดยในตอนค่ำของทุกวันต่างคนต่างก็ส่งสัญญาณไฟไปยังยอดเขาเพื่อให้เป็นอันรู้กันว่ายังมีชีวิตอยู่ แล้วอยู่มาวันหนึ่งฤาษีผู้พี่ไม่ได้รับสัญญาณไฟเหมือนเฉกเช่นทุกวัน จึงได้เดินทางไปยังยอดเขาที่ฤาษีผู้น้องบำเพ็ญเพียรอยู่และได้พบว่าฤาษีผู้น้องได้เสียชีวิตลงแล้ว จึงรีบเก็บพระเกศาอีกเส้นหนึ่งไว้ที่มวยผมของตน แล้วกลับไปบำเพ็ญบุญกุศลยังที่เดิม เมื่อเวลาผ่านพ้นไปฤาษีผู้พี่ก็ได้ตระหนักได้ว่าในวันใดวันหนึ่งตนเองก็จะต้องละสังขารเช่นกัน จึงต้องหาวิธีเก็บรักษาพระเกศาไว้ให้ได้ จึงได้ไปขอให้พระอินทร์ช่วยหาสถานที่เก็บพระเกศาที่อยู่สูงที่สุด พระอินทร์จึงได้ใช้อิทธิฤทธิ์ไปนำเอาหินมาจากใต้ท้องทะเลลึก แล้วนำไปแขวนไว้บนยอดเขา ฤาษีเห็นดังนั้นก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก และได้ตัดสินใจสร้างเจดีย์ไว้บนหินก้อนนั้น เพื่อให้เป็นที่เก็บรักษาพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า และเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า ไจ่ก์ทิโย คือ พระธาตุอินทร์แขวนนั่นเอง
ในอดีตนั้นเคยมีความเชื่อกันมาว่า หินก้อนนี้ได้อยู่บนยอดเขาแบบลอยอยู่กลางอากาศ แต่เนื่องจากมีคนทำบาปกรรมและทำชั่วไว้กันมากมาย จึงเป็นเหตุให้ก้อนหินค่อย ๆ ลอยต่ำลงมาเรื่อย ๆ จนสุดท้ายก็มาอยู่ติดกับพื้นอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน

การเดินทางขึ้นไปยังพระธาตุอินทร์แขวนนั้นมีอยู่เส้นทางเดียวนะคะ นั่นก็คือจะต้องนั่งรถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไป หากนั่งไปจนถึงด้านบนต่อเดียวจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 2,500 จ๊าดต่อท่าน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที ออกรถเมื่อคนเต็มค่ะ เส้นทางที่ขับขึ้นไปนั้นค่อนข้างคดเคี้ยว และสูงชันมาก ๆ บางจุดรถก็ไม่สามารถสวนทางกันได้ ต้องใช้ความชำนาญในการขับรถเป็นอย่างมากค่ะ และในปัจจุบันนี้ได้มีการจัดทำกระเช้าสำหรับชมวิวก่อนขึ้นถึงตัวพระธาตุเอาไว้ หากต้องการลงรถ 6 ล้อที่ที่จุดนี้ก็ทำได้โดยจะเสียค่ารถบรรทุก 6 ล้อที่ราคา 1,500 จ๊าด แล้วไปต่อกระเช้าอีก 10 นาที ก็จะถึงทางเข้าพระธาตุอินทร์แขวนค่ะ ค่าบริการกระเช้าอยู่ที่ 7,000 จ๊าด 1 กระเช้าสามารถนั่งได้ 6 ท่าน เป็นการนั่งระยะสั้น ๆ เพื่อชมวิวทิวทัศน์โดยรอบของภูเขาแห่งนี้
Tips: ค่าเงินพม่ามีหน่วยเป็นจ๊าด 1,000 จ๊าด ประมาณ 25-30 บาทไทย

พระธาตุอินทร์แขวน

เมื่อมาถึงจุดจอดรถหรือกระเช้าแล้วจะต้องเดินต่อไปอีกประมาณ 800 เมตรจึงจะถึงบริเวณทางเข้านะคะ ก่อนถึงทางเข้าก็จะมีร้านขายของท้องถิ่น รวมถึงที่พัก และเด็ก ๆ พม่า ที่จะคอยมาช่วยยกของ หรือมาอาสาเป็นคนดูแลเราค่ะ เด็ก ๆ ที่นี่พูดภาษาไทยเก่งกันมาก ๆ หากต้องการที่จะพักบนพระธาตุอินทร์แขวนนั้น ก็อาจจะต้องทำใจเรื่องที่พักซักเล็กน้อยนะคะ เพราะอาจจะไม่สะดวกสบายนัก จองที่พัก คลิก

พระธาตุอินทร์แขวน

พระธาตุอินทร์แขวนนี้ ถือกันว่าเป็นพระธาตุประจำตัวของคนที่เกิดปีจอ ชาวพม่ามีความเชื่อว่าจะต้องมาสักการะที่นี่ให้ครบ 3 ครั้ง จะถือเป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ สำหรับคนไทยแล้วการจะเดินทางมาถึง 3 ครั้งอาจจะทำได้ยากซักเล็กน้อย ซึ่งไกด์ท้องถิ่นมีทริคเล็ก ๆ มาฝากเราค่ะ โดยเมื่อมาถึงแล้วให้ขึ้นไปไหวพระธาตุก่อน 1 ครั้ง และลงมารับประทานอาหารค่ำ พักผ่อน และเมื่อถึงตอนค่ำก็ให้ขึ้นไปไหว้อีกเป็นครั้งที่ 2 ส่วนครั้งสุดท้ายนั้นให้ขึ้นไปไหว้ในตอนเช้าก่อนกลับค่ะ อันนี้ก็แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละบุคคลนะคะ ถือเป็นวิธีไหว้ที่ครบ 3 ครั้งในทริปเดียวค่ะ เมื่อมาถึงทางเข้าบริเวณด้านหน้าเราจะต้องถอดรองเท้า ถุงเท้าวางเอาไว้ที่จุดนี้และเดินเท้าเปล่าเข้าไปนะคะ ระหว่างทางก่อนจะถึงองค์พระธาตุอินทร์แขวนก็จะมีจุดต่าง ๆ ให้เราได้เข้าไปไหว้ สักการะ ขอพร เช่น จุดขอพรเกี่ยวกับสุขภาพ “พระนางชเวนันจิน” การไปสักการะองค์พระธาตุนั้นหากเป็นผู้หญิงจะไหว้ขอพรได้แค่บริเวณด้านนอกรั้ว ภายในรั้วจะอนุญาตให้เฉพาะผู้ชายที่สามารถเข้าไปปิดทองที่องค์พระธาตุได้ค่ะ

สำหรับการเดินทางเที่ยวพม่าในตอนที่ 4 นี้ก็ขอจบลงแต่เพียงเท่านี้ก่อนนะคะ รอติดตามตอนสุดท้ายสำหรับเที่ยวพม่า 3 วัน 2 คืนได้ในตอนถัดไป สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีค่ะ

 

 


เที่ยวพม่า ดินแดนแห่งศรัทธาของพุทธศาสนา EP.1 คลิก
เที่ยวพม่า ดินแดนแห่งศรัทธาของพุทธศาสนา EP.2 คลิก
เทียวพม่า ดินแดนแห่งศรัทธาของพุทธศาสนา EP.3 คลิก

 

 

รวม 10 ช่อง Youtube สายท่องเที่ยว ดูเพลิน น่าติดตาม

รวม 10 ช่อง Youtube สายท่องเที่ยว ดูเพลิน น่าตาม

เวลาที่ทุกคนจะหารีวิวเกี่ยวกับเรื่องท่องเที่ยว แน่นอนว่าที่ขาดไม่ได้คือ หาใน Youtube เพื่อเป็นไกด์ให้กับตัวเองก่อนที่จะออกไปเที่ยว แต่ว่ารอบนี้ไม่ต้องเสียเวลาหาช่องท่องเที่ยวเอง เพราะวันนี้เราหามาให้แล้ว สำหรับช่อง Youtube สายท่องเที่ยว มัดรวมมาให้ทั้งหมด 10 ช่อง จะมีช่องไหนถูกใจบ้าง ตามไปดูกันเลยค่ะ

1.TheGaijinTrips แบกเป้เที่ยวคนเดียว

ชอบในความเที่ยวจริงจัง เที่ยวคนเดียว เที่ยวไปเรื่อยๆ เที่ยวแบบได้สาระ เที่ยวที่ใหม่ ๆ และเป็นประโยชน์ต่อคนดูด้วย คือชอบมากเลยค่ะ ดำเนินได้ Smooth เวลาดูเหมือนดูซีรีย์อะไรสักอย่าง เพลิน ๆ ถ้าชอบแนวนี้ลองไปติดตามดูกันนะคะ

2.Go Went Go

ช่องนี้เที่ยวแบบวัยรุ่นค่ะ สายลุย บวกกับความสนุกเฮฮา มีแนะนำทริปเที่ยวง่าย ๆ หลายที่ มีแต่ที่ที่น่าสนใจมากเลยค่ะ ดูแล้วสนุก ดูแล้วไม่เบื่อ สร้างเสียงหัวเราะได้ดี ถึงแม้ต่อให้ไม่ได้หาที่เที่ยว ก็ยังดูได้แบบเพลิน ๆ เลยล่ะค่ะ

3.เทยเที่ยวไทย

สำหรับ เทยเที่ยวไทย จะเป็นรายการที่อยู่ในช่องของ GMMTV OFFICIAL นะคะ เอาจริงคือเป็นรายการเที่ยวแบบ ฮา หลุด รั่วมากค่า 555+ ชอบดูมาก ดูสนุก หัวเราะทั้งคลิป และทำออกมาหลายตอนแล้ว ก็จะมีตั้งแต่พาเที่ยวสถานที่ทั่วไปขำ ๆ ยันเที่ยวแบบบุกป่าฝ่าดงเลยค่ะ เราไม่ได้โม้นะคะ ต้องลองดูเองแล้วจะรู้

4.Chillpainai ชิลไปไหน

ช่องนี้จะเป็นจุดศูนย์รวมจากนักเที่ยวหลายที่เลยค่ะ เพราะฉะนั้นแล้ว ใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบดูยังไงก็ไม่มีวันหมด ต้องเป็นช่องนี้เลยค่ะ 555+ เพลิน ๆ ค่า หา Inspiration จากช่องนี้ไปเรื่อย ๆ รับรองว่าต้องมีสักคลิป ที่จะทำให้คุณต้องจัดกระเป๋าแล้วออกเดินทางอย่างแน่นอนค่ะ

5.Travel 101 : บางวันเที่ยว บางวันก็ไม่เที่ยว

บางวันเที่ยว บางวันก็ไม่เที่ยว จะลงคลิปท่องเที่ยวสัปดาห์ละ 1 เรื่องนะคะ เท่าที่ดูมา เราชอบในความเที่ยวธรรมชาติ แบบที่เป็นธรรมชาติจริง ๆ แล้วก็แต่ละที่คือ วิวดี ภาพสวย เห็นแล้วบางทีก็เผลอออกมาเอง โอ้โหววว แบบนี้เลยค่ะ ถ้าไม่เชื่อก็ลองไปตามกันดูนะคะ

6.Sneak Out หนีเที่ยว

ช่องนี้น้อง ๆ เค้าน่ารักดีนะคะ สดใสร่าเริง ฮา ๆ ดูเพลิน ๆ ไปค่ะ แต่จะบอกว่าเค้าตัดต่อคลิปได้ดีมากนะคะ มุมกล้องสวย เลือกเพลงดี ถ้าใครที่อยากลองถ่าย Vlog เป็นของตัวเองบ้าง ลองดูนะคะ ถือว่าสนุก แถมได้สาระด้วยค่ะ ถือว่าเป็นช่องที่ไม่ธรรมดาช่องนึงเลยค่ะ

7.เถื่อน Travel

รายการ เถื่อน Travel ก็เป็นอีกรายการนึงที่อยู่ในช่องของ GMMTV OFFICIAL นะคะ ถ้าพูดถึงรายการนี้ เราว่าน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักพิธีกรรายการที่ชื่อว่า พี่สิงห์ พี่เค้าสาย โหด มันส์ ฮามาก บอกเลยว่าที่ ๆ พี่เค้าไปเที่ยว หรือไปรีวิวส่วนใหญ่นั้น แทบจะเป็นที่ที่ไม่ค่อยมีคนไปเลย แค่ชื่อช่องก็เดาได้แล้วเนอะ 555+ แต่ถ้าใครชอบอนวสารคดี พี่เค้าก็มีช่องนะคะ เถื่อนChannel สาระพี่เค้าแน่นจริงค่ะ และบางคลิปก็ฮากระจายมาก

8.อาสาพาไปหลง – asapapailong

ชอบดูมากค่ะ ช่องนี้ พี่ว่านไฉน่ารัก ฮา รั่วสุด ชอบความเป็นเอกลักษณ์ของช่องก็คือการ ภาคเสียงคนพูดค่ะ แล้วก็ชอบมีทำเพลงสั้น ๆ ให้กดกดติดตาม ดูกี่ทีก็ฮา คือคลิปลงปุ๊บ ต้องรีบเปิดปั๊บเลยอ่ะ 555+ เราว่ามีหลายคนที่เป็นเหมือนเรานะ แต่หลัง ๆ ช่องพี่เค้าหวานเจี๊ยบมาก ใครดูก็ระวังตาลุกเป็นไฟนะคะ อิอิ แซวเก่งแหละ 555+

9. Benn TK

สำหรับช่องนี้ เป็นของต่างชาตินะคะ แต่ว่าชอบมาก ดูเพลิน ดูเท่ ดูแบบ ตัดคลิปโคตรโปรเลยค่ะ ภาพสวยมาก ก.ไก่ล้านตัว เล่าเรื่องราวการท่องเที่ยวผ่านการรวมคลิปที่เค้าไปเที่ยวมา คุมโทนสุด คุมโทน IG ว่ายากแล้ว แต่พี่เค้าเล่นคุมโทนคลิปเลยค่า สุดสวิงริงโก้ไปเลย

10.YBS Youngbloods

เป็นอีกช่อง สายท่องเที่ยว (ทะเล) ที่อยากแนะนำค่ะ พี่เค้าดู ฮา และบ้าบิ่นมากค่ะ สุดมากจริง ๆ ชอบพาไปดูอะไรแถวทะเลที่แปลก ๆ พาไปเสาะแสวงหาสัตว์ทะเลต่าง ๆ ที่หาดูยาก แล้วก็คือ คุณพี่เค้าอุปกรณ์ครบมาก ลุยเต็มที่มาก ดูเพลินไม่ไหว ดูทีไรเหมือนตัวเองนั่งเรือออกไปกับพี่เค้าด้วยตลอด 555+ ก็คือ อินจัดค่ะ

สำหรับ 10 Youtube ที่แนะนำสำหรับใครที่ชอบเรื่องท่องเที่ยวเพลิน ๆ นะคะ มีทั้งแบบสร้างเสียงหัวเราะ และแบบได้ความรู้มากมายจากการออกไปเที่ยวของใครสักคน และมาเล่าให้เราฟังผ่านช่องยูทูป เชื่อว่าหลายคนสนใจที่จะเปิดช่องเป็นของตัวเอง เราสนับสนุนนะคะ อยากให้ทุกคนออกไปเที่ยวแล้วมาเล่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในประเทศไทย ยังมีอีกหลายสถานที่ ที่น่าสนใจค่ะ ช่วยกันผลักดันให้โลกรู้ว่าเที่ยวประเทศไทย ก็ไม่ธรรมดากันค่ะ

 

10 เพจ สายท่องเที่ยว ภาพสวย ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ คลิกเลย

 

 

กลับมาเมืองท่า Yokohama อีกครั้ง ช่างเปลี่ยนไปมาก

กลับมาเมืองท่า Yokohama อีกครั้ง ช่างเปลี่ยนไปมาก

เราเคยมา Yokohama เมืองท่าที่สำคัญของญี่ปุ่น หลายครั้งแล้ว เพราะมีเพื่อนแม่เป็นคนญี่ปุ่น ทำอาหารจีนขายอยู่ที่ China Town รอบนี้ห่างหายไปเกือบ 20 ปี กลับมานี่ตกใจเลย

เราจำได้ว่า เมื่อก่อนก็มีรถไฟเหาะ อยู่ริมทะเลตรงเมืองท่าเรือตรงแบบนี้ แต่ยังไม่มีตึกสูงใหญ่ขนาดนี้ แต่ตอนนี้เป็นเหมือนชิงช้าสวรรค์ยักษ์ ที่คุมรถไฟเหะอยู่

ตึกสูงใหญ่ ตะหง่านเสียดฟ้าอยู่ ดูดี แต่ตามท้องถนนไม่มีฝุ่นควันเลย รถแทบจะไม่มี และรถแต่ละคันที่ขับมา เป็นรถสปอร์ต ทั้งนั้น เขาทำได้ยังไงกับ คุณภาพชีวิตเช่นนี้

เพราะเป็นเมืองท่าเรือ ขึ้นลงของต้องใช้เครื่องจักรในการยก แต่ที่นี่กลับมีแต่ตึกที่มีรูปแบบ ดีไซน์ สวยงาม เจริญหู เจริญตาไปหมด

picture: pinterest

ยามเย็นตกค่ำก็จะเห็นแสง สี สวยงาม กับตึก และความละเอียดของดีไซน์ แต่เมื่อเข้าสู่เมือง Yokohama นี่ จะเป็นการผสมผสาน กันระหว่าง ยุคสมัย ที่คนออกมากิน ดื่มกันเหมือนแต่ก่อน แบบร้านปิ้ง ย่าง อิซากายะ มาพูดคุยกันหลังเลิกงาน พบปะ สังสรรค์ กับเพื่อนฝูง จึงเป็นเมืองที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ที่การจัดการท่าเรือให้เรียบร้อย กับคนที่ยังใช้ชีวิตแบบผสมผสานระหว่างยุคเก่า และยุคใหม่ ได้เป็นอย่างดี

อาหารทะเลสด ๆ ที่ซัวเถา อร่อยทุกร้าน คลิกเลย

ร้านอาหารทะเล สด ๆ ที่ ซัวเถา อร่อยทุกร้าน

ร้านอาหารทะเล สด ๆ ที่ ซัวเถา อร่อยทุกร้าน

ซัวเถา หรือ ซ่านโถว เป็นที่คนจีนในประเทศไทย นั่งเรือข้ามทะเลมาในช่วงสงคราม บรรพบุรุษใครข้ามมา ก็จะได้ยินคำว่า ซัวเถา เป็นแน่แท้ ปัจจุบัน ซ่านโถว เป็นเมืองทางธุรกิจไปแล้ว เจริญขึ้นอย่างรวดเร็ว ตึกสูงมากมาย แล้วเป็นเมืองท่า ที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศจีน เมื่อเศรษฐกิจดี การจับจ่าย ใช้สอย ก็ดีตาม ร้านอาหาร จึงเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งจะเห็นตู้ปลาแบบนี้ หลาย ๆ ที่ใน ซัวเถา ไม่ต้องตัดสินใจช้า เข้าไปได้เลยทุกร้าน เพราะของทั้งสด และที่สำคัญอร่อย ถูกปากคนไทยแน่นอน รสชาติแท้ ๆ ที่เรากินกันในประเทศไทย เกิดขึ้นที่นี่ เราลองมาดูกันว่าว่าเมนูมีอะไรบ้าง

รากบัว

โดยปกติ รากบัวจะมีเยื่อ อ่อน ๆ เมื่อเอาไปต้มจะมีน้ำหวาน ๆ ออกมา แต่ที่นี่ เหมือนกับยัดอะไรไว้ในช่องของรากบัว แล้วเอาไปเคียว ทำให้นุ่ม ไม่รู้ทำได้ยังไง กรรมวิธี เป็นไงไม่แน่ใจ แต่เป็นออเดิร์ฟ แรกที่ประทับใจ

เป็ดย่าง

อร่อยอย่างมาก เป็นเหมือนเป็ดรมควัน แต่ไม่ใช่เป็ดซีพี แน่นอน นุ่ม ไม่เหนียว เนื้อนี่หวานออกเค็มนิด ๆ แต่เคี้ยวได้ลง อยากสั่งกลับบ้าน ไปกินที่เมืองไทยเลย ติดใจมาก

ซุป

อันนี้เป็นซุปเหมือนหน่อไม้นะ แต่มีหมูสามชั้นที่ นุ่ม เปื่อย ละลายในปากได้เลย ก็เรียกว่า หอม หวาน

ซี่โครงทอด

เอาไว้กินแกล้มแหละ อร่อย กินได้เรื่อย

เต้าหู้ทอด

พลาดไม่ได้อีกเช่นกัน ที่ซัวเถา จะมีชาวจีนแคระ ที่ทำเต้าหู้ ได้ดีมาก โดยเฉพาะ เต้าหู้ทอดนี่ กรอบนอก นุ่มในเลย

ปลานึ่งซีอิ้ว

เห็นตู้ปลาด้านหน้าแล้วจะไม่สั่งปลานึ่งซีอิ๊วเป็นไม่ได้ วันนี้เราเลือกปลาลิ้นหมา เพราะมีหลากหลายเมนูแล้ว เลยเลือกตัวเล็กลงสักหน่อย แต่ปลาลิ้นหมา ตัวเล็กของที่นี่ บั้งออกมาเนื้อเยอะมากเลย

ต้องบอกว่า มา ซัวเถา หรือ ชุมชนคนแต้จิ๋ว แล้ว มากินอาหารที่นี่ ถือว่าที่สุดแล้ว สด ใหญ่ ถูก และอร่อยมาก กินเสร็จแล้ว ก็มาเดินช้อปปิ้ง กันสักหน่อย เห็นห้าง Walmart ก็ตกใจเหมือนกัน นึกว่าอยู่อังกฤษ

มาลองตลาดปลา เกาหลีใต้กันบ้าง คลิกเลย

7 งานสุดเจ๋ง การันตีด้วยรางวัล DEmark winner 2021

7 งานสุดเจ๋ง การันตีด้วยรางวัล DEmark winner 2021

7 งานสุดเจ๋ง

พบกับ 7 งานออกแบบสุดเจ๋ง จากเวทีการประกวดระดับประเทศ ภายใต้ชื่อ Design Excellenc Award 2021 (Demark) ซึ่งเราคัดมาฝากให้คนที่รักงานดีไซน์ได้อ่าน เผื่อกำลังเล็งหาของแต่งบ้าน หรือนำแนวคิดไปต่อยอดเป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตที่พ้องต้องกับตัวเอง

 

Zhangri La

7 งานสุดเจ๋ง

นับว่าเป็นชุดแก้วกาแฟเซรามิก จาก แบรนด์ ดอยตุง ที่ชิค… และสะดุดตาไม่เบา โดยคอลเลคชั่นนี้เป็นการผสมผสานลวดลาย folk art ของชาวเขาเผ่าบนดอยตุงเข้ากับงาน Blue and White เพื่อสร้างมูลค่าให้กับตัวงาน สะท้อนให้เห็นถึงความงามที่คลาสสิคและร่วมสมัยในคราเดียวกัน แม้จะดูไม่สมบูรณ์ (เพราะตั้งใจ) แต่เป็นเทคนิคจากช่างฝีมือที่ต้องอาศัยความประณีตในการเคลือบ การราด การจุ่ม และการพ่น เพื่อสร้างสรรค์รายละเอียดเล็ก ๆ ของแก้วขึ้นมานั่นเอง

 

VICTORY toothbrush

7 งานสุดเจ๋ง

แปรงสีฟันแนวคิดเลิฟ… โลก ของแบรนด์ dots ที่ออกแบบอิงถึงการผูกมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเลือกวัสดุอะลูมิเนียมมาใช้ผลิตเป็นด้ามแปรงแทนพลาสติก ทั้งนี้เพื่อให้มีอายุการใช้งานที่ยาว… ขึ้น แต่หัวใจสำคัญของงานออกแบบชิ้นนี้อยู่ที่ ‘หัวแปรง’ ซึ่งดีไซน์ให้สามารถถอดเปลี่ยนได้ (ขนแปรงประมาณ 2-3 เดือนก็หมดอายุแล้ว) งานชิ้นนี้จึงช่วยลดการใช้พลาสติกลงถึง 90% ซึ่งส่วนใหญ่แปรงสีฟันทั่วไปนั้นผลิตด้วยพลาสติก ถึงแม้จะสามารถนำมา recycle ได้ 100% ก็ตาม แต่ก็ยังมีการผลิตและใช้เรื่อย ๆ อยู่ดี ส่วนเรื่องรูปทรงของแปรงที่ดูเก๋นั้น นักออกแบบได้หยิบนำเส้นสายและสีสันที่มี DNA ความเป็นอายไทยมาเป็นแรงบันดาลใจ แต่บิดแนวคิดและถ่ายทอดออกมาให้ดูร่วมสมัยขึ้น

Apercu wallpaper

7 งานสุดเจ๋ง

 

การออกแบบวอลล์เปเปอร์ ของ “พิชฐญาณ์ โอสถเจริญผล” จากแบรนด์ Apercu โดยมีแนวคิดในการสร้างสรรค์ลวดลายมาจากการนำวัฒนธรรมของชาวไทยมาถ่ายทอดใหม่ ทั้งที่เป็นสถาปัตยกรรม วัดวาอาราม วรรณคดีต่าง ๆ ไล่ลามไปถึงวิถีการใช้ชีวิต แต่ที่เหนือชั้นคือแบรนด์นี้ได้นำเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) มาใส่ไว้ในวอลล์เปเปอร์ เพิ่มลูกเล่นให้เกิดภาพเคลื่อนไหว เพียงแค่ผู้ใช้งานดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Artivive ก็สามารถสแกนไปรอบ ๆ วอลเปเปอร์และดูได้ผ่านมือถือหรือแท็บเล็ตนั่นเอง โอ้ว… สุดยอด

 

SUMERU  

จากการศึกษาการก่อสร้าง ‘เขามอ’ แห่งวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร สู่แนวทางการออกแบบเป็นแจกัน “SUMERU” (สุเมรุ) ของ Sumphat Gallery ภายใต้รูปลักษณ์ใหม่ ที่นำองค์ความรู้ของงานเครื่องปั้นดินเผามาผสมผสาน ก่อนตัดทอนรูปทรงให้มีความทันสมัย โดยแจกันชิ้นนี้ แตกต่างจากแจกันทั่วไปตรงที่สามารถจัดดอกไม้ได้หลากหลายรูปแบบ แถมถอดประกอบแยกส่วนได้ ทำให้สะดวกต่อการทำความสะอาด และง่ายต่อการใช้งาน เรียกว่าเป็นการนำเรื่องราวในอดีต มาสร้างคุณค่าใหม่ เป็นของใช้ที่เข้ากับวิถีชีวิตในยุคปัจจุบัน

PINTO

ผลงาน PINTO เป็นการผนึกกำลังทางความคิดระหว่างแบรนด์เครื่องหนัง Labrador กับ แบรนด์พลาสติก Qualy โดยนำเสนอการออกแบบภาชนะใส่อาหารของไทยที่คำนึงถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและโรคระบาดที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ส่วนวัสดุปิ่นโตที่ใช้ล้วนแต่เป็นวัสดุ Recycle และ Recyclable ทั้งสิ้น อาทิ ตัวล็อคด้านบนฝาของปิ่นโตทำจากแหอวน  สายหิ้วปิ่นโตทำจากเศษผ้าและหนัง ส่วนตัวปิ่นโตทําจากพลาสติก Tritan ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรง ทนความร้อนและเย็นเป็นอย่างดี  เรียกว่าเป็นการช่วยลดขยะที่ใช้บรรจุอาหารอย่าง พลาสติก กล่องโฟม และถุงได้โดยปริยาย แต่ที่ถูกใจเป็นพิเศษยกให้กับรูปลักษณ์ ที่ถูกลดทอนรายละเอียดให้ดูเรียบง่าย มีความมินิมัลที่แค่ถือก็ cool … แล้ว

Buffo collection

 

ผลงานโซฟาจากแบรนด์ Mobella กับการฉีกแนวของรูปทรงโซฟาทั่วไป โดยนำควาย หรือกระบือไทยมาเป็นต้นแบบในการสร้างเอกลักษณ์ให้แก่ผลงาน ทว่าเป็นคุณกระบือโซฟา ที่ได้รับการขัดเกลา ให้มีความเท่ สุขุม เพิ่มเติมลูกเล่นเล็กน้อย ผ่านลวดลายการเย็บโซฟาตรงพนักพิงที่รูปทรงเหมือนเขากระเบือ ที่สำคัญยังนำสัดส่วนความทึกของกล้ามเนื้อกระบือมาใช้ในการขึ้นรูปฟองน้ำ สะท้อนออกมาเป็นรูปทรงที่มอบความแข็งแรง แถมผู้ซื้อสามารถสั่งทำ โดยปรับเปลี่ยนสีของโซฟาได้ตามความต้องการ เพื่อให้เข้ากับการตกแต่งบ้านของตัวเอง และนี่เป็นการนั่งชิลล์บนหลังควายในรูปแบบเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่เหมือนใคร

G Wood bench

ม้านั่งไม้สักรุ่น G Wood ที่สามารถใช้ได้ทั้งภายใน และภายนอกบ้าน เป็นอีกหนึ่งไอเทมเท่ ๆ จากแบรนด์ TAKEHOMEDESIGN ซึ่งมาพร้อมแนวคิดที่ท้าทาย โดยเลือกใช้วัสดุกระจกนิรภัย 2 แผ่น มารังสรรค์เป็นขาม้านั่ง แทนการเลือกใช้วัสดุเหล็ก ทั้งนี้ที่นั่งไม้ยังออกแบบให้โค้งรับสรีระของผู้นั่ง มีการลบคมเก็บงานเนี้ยบ ส่วนหัวน็อตไม้เชื่อมต่อโครงสร้างนั้น ดีไซน์ขึ้นให้สามารถหมุนประกอบด้วยมือง่าย ๆ โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องมือใด ๆ รวมถึงทำหน้าที่ช่วยในเรื่องการถ่ายเทน้ำหนัก ทำให้ม้านั่งแข็งแรงและมั่นคง

และนี่คือ 7 ผลงาน ที่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของอีกหลากหลายผลงานที่ได้รับรางวัลในการประกวด Design Excellence Award 2021 เท่านั้น ซึ่งสเต็ปต่อไปผู้ชนะทั้งหลายในเวทีนี้จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมการประกวดเวทีระดับสากลในรายการ Good Design (G-mark) ณ ประเทศญี่ปุ่น ฉะนั้นเราขอเอาใจช่วยให้ทุกผลงานของคนไทยสามารถคว้ารางวัลกันได้ถ้วนหน้าล่ะกัน

 

Cr.Photo : demarkaward

 

บทความน่าสนใจ Taperá Residence บ้านกลางป่า ภายใต้ชายคาสุดล้ำ

วิธีรับมือเมื่อเรากลัวการเข้าสังคม

0

วิธีรับมือเมื่อเราเป็น โรคกลัวสังคม

โรคกลัวสังคม
Cr: รูปภาพ pinterest.com

โรคสังคมกลัว ความวิตกกังวลทางสังคมเกิดขึ้นเมื่อผู้คนกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่คนอื่นคิดเกี่ยวกับพวกเขาหรือจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปในสถานการณ์ทางสังคม

อาจเป็นความรู้สึกวิตกกังวลหรือหวาดกลัวในสภาพแวดล้อม และหากความวิตกกังวลของคุณรุนแรง ก็อาจเริ่มรบกวนกิจวัตรประจำวัน การงาน มิตรภาพ และการนอนหลับของคุณ

ความวิตกกังวลทางสังคมส่งผลกระทบต่อทุกคนแตกต่างกันเล็กน้อย หากคุณมีอาการใด ๆ ในตัวอย่างด้านล่างนี้แสดงว่าคุณอาจมีความวิตกกังวลในการเข้าสังคม

  1. คุณรู้สึกกังวลเมื่อต้องอยู่ท่ามกลางผู้คนใหม่ ๆ
  2. รู้สึกประหม่าต่อหน้าผู้คนและกังวลว่าจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ ปฏิเสธ หรือล้อเลียน
  3. คุณหลีกเลี่ยงสถานที่ที่จะมีผู้คนจำนวนมาก
  4. คุณกังวลเป็นวันหรือเป็นสัปดาห์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น
  5. คุณรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือไม่สบายใจเมื่ออยู่ในสังคม
  6. การหาเพื่อนใหม่หรือรักษามิตรภาพในปัจจุบันเป็นเรื่องยาก
  7. คุณเริ่มหน้าแดง เหงื่อออก ตัวสั่น หรือคลื่นไส้เมื่ออยู่ใกล้ ๆ คนอื่น
  8. คุณประสบกับความกลัว ความประหม่า หรือหัวใจเต้นแรง

 

วิธีคลายความวิตกกังวลทางสังคม
 ออกไปข้างนอกบ้าง
โรคกลัวสังคม
Cr: Photo istockphoto.com

การอยู่บ้านยิ่งทำให้รู้สึกโดดเดี่ยวมากขึ้น และอาจทำให้อารมณ์ด้านลบแย่ลงไปอีก เหมือนบางครั้งที่เราอยู่แต่ห้องทุกวันไม่ได้ออกไปไหน หรือพบเจอใคร มันจะยิ่งทำให้เรารู้สึกเบื่อหน่าย ไม่อยากทำอะไร ลองหาสถานที่ไปชอปปิ้ง ไปกับเพื่อนหาร้านกาแฟนั่งชิว ๆ ดูนะคะ บรรยากาศรอบ ๆ จะทำให้เรารู้สึกดีขึ้นค่ะ

นั่งสมาธิ

การทำสมาธิสัก 2 – 3 นาที เป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่จะทำให้คุณได้มีสติมากขึ้น เราสามารถนั่งทุกวันได้นะคะ

การฝึกฝนเทคนิคการสงบสติอารมณ์
โรคกลัวสังคม
Cr: Photo Shutterstock

การสูดหายใจลึก ๆ และการฝึกกล้ามเนื้อจะช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและลดความวิตกกังวล กลั้นหายใจสักแปปนึงก่อนจะปล่อยมันไปช้า ๆ

เตรียมการล่วงหน้า

ลองแพลนกิจกรรมในช่วงสัปดาห์และเดือนก่อนที่จะเกิดขึ้น อาจช่วยเราให้พร้อมสำหรับการสนทนาแบบสบาย ๆ ล่วงหน้าได้

ให้ความช่วยเหลือคนอื่น

หากไม่ชอบการคุยมากนัก ลองใช้วิธีในการเข้าสังคมโดยการถามคนรอบข้างดูก็ได้ค่ะ ถ้าเกิดเราอยู่งานปาร์ตี้ ก็เข้าไปถามเลยว่ามีอะไรให้ช่วยมั้ย หรือต้องการอะไรรึเปล่า ตรงนี้มันจะเป็นจุดเริ่มของการสนทนาและความสัมพันธ์ที่ดีด้วยนะคะ

ออกไปเดินเล่น
โรคกลัวสังคม
Cr: Photo Seattle Magazine

ถ้ารู้นสึกกังวลมาก ๆ ลองออกไปเดินเล่นดูค่ะ ออกไปสูดอากาศให้เพื่อให้เราได้รู้สึกผ่อนคลาย ทำให้สมองปลอดโปร่งสักหน่อย เรียกความมั่นใจให้กับตัวเองกลับมา จะได้รู้สึกเป็นตัวเองมากขึ้น

อย่าใช้แอลกอฮอล์หรือยาช่วย

เราควรใช้ความมั่นใจและสติจากตัวเราเองในการเข้าหาสังคม ปรับความคิดหรือทัศนคติ เพื่อเข้าสังคมใหม่ ๆ หลีกเลี่ยงในการใช้ยา หรือการดื่มเพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกผ่อนคลายนะคะ เพราะพวกนี้มันก็จะส่งผลต่อร่างกายเราหลายอย่างค่ะ

 

  • ความวิตกกังวลทางสังคมเป็นโรคที่ร้ายแรงและพบได้บ่อยมาก หากคุณมีปัญหาในการจัดการสภาพจิตใจของด้วยตัวเอง ลองเปิดอกคุยกับคนรอบข้าง ครอบครัว หรือปรึกษาแพทย์ดูนะคะ เพราะเราสามารถหาวิธีการแก้ไขและการบำบัดได้ค่ะ อีกทั้งการเข้าสังคมนั้นมันไม่ใช่เรื่องแย่อย่างที่เราคิด ทำตัวสบาย ๆ และทุกอย่างจะดีไปตามสถานการณ์ของมันเองค่ะ สู้ ๆ นะคะ

การจะมีปัญหาหรือไม่ ? คลิกเลย

พ่อแม่ควรรู้!!!ก่อนพาลูกน้อยขึ้นเครื่องบิน

พ่อแม่ควรรู้!!!ก่อนพาลูกน้อยขึ้นเครื่องบิน

พาลูกขึ้นเครื่องบิน
Cr. Pinterest

สำหรับครอบครัวไหนที่มีลูกเล็กการจะพาลูกไปเที่ยวกันทั้งครอบครัวแน่นอนว่าหลาย ๆ ครอบครัวก็อยากจะให้มันเกิดขึ้น แต่ก็คงอดกังวลใจไม่ได้ ยิ่งการเดินทางที่ต้องใช้การโดยสารสาธารณะต่าง ๆ ยิ่งกังวลเป็นพิเศษ วันนี้เราจะมาแนะนำเคล็ดลับที่จะช่วยให้ทริปการเดินทางของคุณพ่อ คุณแม่ เป็นไปอย่างราบรื่นและไร้กังวล มาดูกันค่ะว่าการ พาลูกขึ้นเครื่องบิน จะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

 

ศึกษาข้อมูลและกฎต่าง ๆ ของสายการบิน
พาลูกขึ้นเครื่องบิน
Cr. Pinterest

1.อายุของเด็กที่สามารถพาขึ้นเครื่องได้ ซึ่งตรงจุดนี้จะมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละสายการบิน ดังนั้นก่อนการจองตั๋วเครื่องบินจะต้องทำการสอบถามกับเจ้าหน้าที่ก่อนให้เรียบร้อย แต่โดยทั่วไปแล้วจะอนุญาตให้ทารกที่มีอายุเกิน 14 วันขึ้นไปเท่านั้นที่จะสามารถขึ้นเครื่องบินได้ แต่บางสายการบินก็จะมีความยืดหยุ่นตรงจุดนี้ เช่น อนุญาตให้ทารกอายุต่ำกว่า 14 วันขึ้นเครื่องได้ แต่ต้องมีใบรับรองของแพทย์ เป็นต้น
2.การจองตั๋วเครื่องบิน ซึ่งจะมี 2 แบบนะคะ โดยปกติหากเป็นเด็กที่อายุยังไม่ครบ 2 ปีบริบูรณ์ในวันเดินทาง จะนับเป็นทารก ซึ่งไม่จำเป็นต้องจองที่นั่งแยกกับคุณพ่อ คุณแม่ เพียงแค่ทำจองที่นั่งของคุณพ่อหรือคุณแม่แล้วเพิ่มรายชื่อของลูก ระบุเป็นทารกไป ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเท่าไหร่นั้นขึ้นอยู่กับแต่ละสายการบินค่ะ บางสายการบินก็อาจจะไม่คิดค่าบริการเพิ่ม แต่หากวันที่เดินทาง น้องมีอายุเกิน 2 ปีแล้ว จะนับเป็นเด็กนะคะ ต้องจองที่นั่งเพิ่มให้เหมือนกับที่จองให้คุณพ่อ คุณแม่ บางสายการบินนั้นจะมีส่วนลดราคาค่าโดยสารสำหรับเด็กให้ค่ะ
3.เอกสารที่ต้องใช้ในการเช็กอินขึ้นเครื่องบิน ใช้สูติบัตร(ใบเกิด), หนังสือเดินทาง หรือ บัตรประชาชน(สำหรับเด็กที่อายุ 7 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป) ใช้อย่างใดอย่างหนึ่งสำหรับการเช็คอินการเดินทางเที่ยวบินภายในประเทศ แต่หากเดินทางเที่ยวบินต่างประเทศจะต้องใช้หนังสือเดินทาง และสูติบัตร ทั้ง 2 อย่างนะคะ

 

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนการเดินทาง
พาลูกขึ้นเครื่องบิน
Cr. Pinterest

1.พักผ่อนให้เพียงพอ สำหรับลูกน้อยนั้นการพักผ่อนให้เต็มที่เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ หากลูกพักผ่อนไม่เพียงพอจะเกิดอาการงอแงและร้องไห้ได้ง่ายกว่าปกติ เพราะการเดินทางจะทำให้เด็กรู้สึกเหนื่อย อ่อนเพลียได้มากกว่าปกติ ดังนั้นคุณพ่อ คุณแม่ทุก ๆ ท่าน จะต้องแน่ใจว่าลูกได้นอนหลับพักผ่อนมาอย่างเพียงพอแล้ว
2.การเตรียมนม สำหรับคุณแม่ที่ยังต้องให้นมลูก หรือลูกยังติดเต้าอยู่ จะต้องเตรียมให้พร้อมเรื่องการแต่งตัวให้มิดชิดและสะดวกกับการให้นมลูกบนเครื่อง หากลูกสามารถดื่มจากขวดนมได้ ก็สามารถเตรียมปั๊มนมใส่ขวดเป็นสต็อกไว้ให้ทานบนเครื่อง หรือสำหรับลูก ๆ ที่ทานนมชงได้แล้วก็สามารถเตรียมนมผงขึ้นไปแล้วขอน้ำร้อนบนเครื่องบินได้ค่ะ และตามกฎของสายการบินจะอนุญาตให้นำของเหลวขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 100 มิลลิลิตรต่อชิ้นนะคะ และแต่ละชิ้นรวมกันสูงสุดไม่เกิน 1,000 มิลลิลิตร
3.จัดเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะสม เนื่องจากบนเครื่องบินนั้นจะมีอุณหภูมิที่ค่อนข้างเย็น หากลูกของคุณเป็นเด็กขี้หนาว จะต้องเตรียมเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายที่สะดวกสะบายไม่อึดอัดแต่ต้องให้ความอบอุ่นได้ รวมไปถึงของเล่นต่าง ๆ ที่จะช่วยให้ลุกน้อยงอแงน้อยลงด้วยนะคะ

 

การใช้รถเข็นเด็ก
พาลูกขึ้นเครื่องบิน
Cr. Pinterest

การเดินทางไปท่องเที่ยวแน่นอนว่าเป้อุ้มและรถเข็นเด็กเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณพ่อ คุณแม่มาก ๆ เป็นเครื่องช่วยทุ่นแรงอย่างดีในการเดินทางท่องเที่ยว การนำรถเข็นเด็กโหลดใต้ท้องเครื่องสามารถทำได้ 2 แบบนะคะ แบบที่หนึ่งคือโหลดไปใต้ท้องเครื่องพร้อมกับตอนโหลดกระเป๋าเดินทางที่เคาเตอร์เช็คอิน แบบที่สองคือหากมีความจำเป็นจะต้องใช้รถเข็นต่อก็สามารถนำมาโหลดได้ที่ประตูขึ้นเครื่องบินค่ะ สำหรับวิธีที่ 2 นี้จะต้องสอบถามสายการบินก่อนทุกครั้งนะคะ ว่าสามารถทำได้ไหม และเมื่อลงเครื่องอย่าลืมรับรถเข็นเด็กกลับมาด้วยนะคะ โดยปกติแล้วหากโหลดที่หน้าประตูขึ้นเครื่อง ตอนลงเครื่องเจ้าหน้าที่ก็จะนำมาวางไว้ให้ตรงประตูตอนลงเครื่องค่ะ ส่วนใครที่โหลดมาแบบที่ 1 ก็ไปรอรับที่สายพานพร้อมกับกระเป๋าสัมภาระอื่น ๆ ได้เลยค่ะ

 

สิ่งอำนวยความสะดวกบนเครื่องบินสำหรับเด็กและทารก

บางสายการบินจะมีบริการเปลสำหรับเด็กทารก หรือที่นั่งแบบคาร์ซีตสำหรับเด็กเล็กไว้ให้บริการ กรุณาเช็คข้อมูลเหล่านี้กับทางสายการบินอีกครั้งก่อนตัดสินใจเลือกว่าจะเดินทางกับสายการบินไหน โดยปกติแล้วสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้จะมีบริการในสายการบินที่เป็นแบบ Full Service ซึ่งค่าโดยสารเองก็จะสูงกว่าสายการบินแบบ Low Cost

 

เตรียมตัวเมื่อลูกต้องเจอกับความดันอากาศที่เปลี่ยนแปลง
Cr. Pinterest

โดยปกติระหว่างที่เครื่องบินกำลังขึ้นหรือลง ความดันอากาศจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทำให้เกิดอาการหูอื้อ ซึ่งเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย ทั้งในเด็กหรือผู้ใหญ่ แต่ในเด็กหากเกิดขึ้นแล้วจะทำให้เด็ก ๆ เกิดการงอแงและร้องไห้ขึ้นมาได้ เพราะฉะนั้นเราควรเตรียมนม น้ำดื่ม ไว้ให้ลูกน้อยของเรา เพาะการกลืนน้ำจะช่วยให้อาการหูอื้อนั้นดีขึ้นค่ะ

เป็นยังงัยกันบ้างคะ สำหรับการเตรียมตัวก่อน พาลูกขึ้นเครื่องบิน ช่วยให้คุณพ่อ คุณแม่คลายกังวลลงได้บ้างไหมคะ ในโอกาสต่อไปหากเรามีเคล็ดลับดี ๆ จะมานำเสนอให้กับทุก ๆ ท่านได้รับทราบกันอีกนะคะ

 


วิธีเตรียมตัวเที่ยวให้สนุกฉบับผู้สูงอายุ คลิก

 

การใช้เทคโนโลยีมากเกินไปทำให้คุณป่วยหรือไม่ ?

0

การใช้เทคโนโลยีมากเกินไปทำให้คุณมีผลเสียต่อสุขภาพหรือไม่?

ดูเหมือนว่าสมาร์ทโฟนและโซเชียลมีเดียไม่เพียงแต่แพร่หลายเท่านั้น แต่ยังขาดไม่ได้อีกด้วย เพราะสมัยนี้ผู้คนได้มีการติดตามสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของข่าวสาร แฟชั่น ดูหนังฟังเพลง การออกกำลังกาย การทำอาหาร ชอปปิ้งออนไลน์ เป็นต้น เมื่อเราได้ไถมือถือไปเพลิน ๆ แล้วล่ะก็ เห็นได้ชัดเลยว่าเราหมดเวลาไปกับหมดหลายชั่วโมงเลยทีเดียว

เมื่อในชีวิตประจำวันของเราได้เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีมากขนาดนี้ มันจะส่งผลเสียต่อสุขภพของเรายังไงบ้าง ไปดูกันค่ะ

 

มีผลเสียต่ออารมณ์
Cr: Photo pinterest.com

เรารู้สึกมั้ยว่าบางทีการอ่านบางอย่างบนโลกโซเชียล อาจทำให้คุณรู้สึกหงุดหงิด เหงา และอิจฉาได้ เหมือนบางครั้งเราก็อินกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งและสำหรับผู้ที่มีแนวโน้มเป็นโรคซึมเศร้าอยู่แล้ว การเห็นโพสต์ในเชิงนั้นจริง ๆ สามารถเพิ่มความเข้มข้นหรือทำให้เกิดอารมณ์หดหู่ได้ เพราะบางคนเกิดการเปรียบเทียบตัวเอง หรือเป็นการบูลลี่กันให้อับอาย

 

ทำให้เกิดปัญหาทางดวงตา
Cr: Photo pinterest.com

เมื่อเราดูจอหน้าคอมพิวเตอร์หรือมือถือเป็นเวลานาน ๆ อาจทำให้คุณปวดตาและปวดหัวได้ โดยเฉพาะสำหรับคนที่ใส่คอนแทคเลนส์ ต้องระวังและคอยพักสายตาเป็นระยะ รวมถึงหยอดน้ำตาเทียมสม่ำเสมอ ป้องกันความเสี่ยงของโรคตาแห้งด้วยค่ะ

 

ผลกระทบต่อระบบประสาทสมอง
เทคโนโลยีมีเสียต่อสุขภาพ
Cr: Photo pinterest.com

หากเราใช้สายตาในการเล่น หรือดูข้อมูลต่าง ๆ เป็นเวลานานและต่อเนื่องมากเกินไป การใช้เครื่องมือเทคโนโลยีนาน ๆ มันจะมีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและรังสีหลายชนิดค่ะ ที่มันจะไปกระตุ้นให้สมองนอนหลับยาก บางคนจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนด้วย

 

อาการนิ้วล็อค
เทคโนโลยีมีเสียต่อสุขภาพ
Cr: Photo pinterest.com

ใครเคยได้ยิน หรือเคยมีอาการนี้บ้างคะ มันเกิดจากพฤติกรรมการใช้งานของนิ้วหัวแม่มือนี่แหละค่ะ มันทำให้เส้นเอ็นไปทับเส้นประสาท ทำให้มีอาการมื้อชาและนิ้วล็อก อาจทำให้เกิดการอักเสบได้นะคะ

 

สมาธิสั้น
เทคโนโลยีมีเสียต่อสุขภาพ
Cr: Photo pinterest.com

จากการวิจัยพบว่ามีโอกาสก่อให้เกิดอาการที่คล้ายคลึงกับคนเป็นโรคสมาธิสั้น คือ อาจไม่สามารถทีจะจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นาน ๆ และแน่นอนว่ามันส่งผลถึงปัญหาในด้านการทำงาน ทำให้เราขาดสมาธิและงานก็จะออกมาได้ไม่ดีค่ะ

 

ปัญหาของกล้ามเนื้อคอและหลัง
Cr: Photo pinterest.com

ถ้าเรานั่งท่าเดียวเป็นเวลานาน จะทำให้เราเกิดปัญหาปวดกล้ามเนื้อบริเวณหลัง ต้องระวังเพื่อไม่ให้ลามไปถึงกระดูกสันหลัง และการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อบริเวณลำคอและไหล่

 

ไม่กล้าเข้าสังคม
Cr: Photo pinterest.com

มีหลายคนที่รู้สึกชอบการคุยผ่านทางการพิมพ์ หรือการโทร แต่ไม่ชอบการเจอเผชิญหน้า และเมื่อไปเจอกับผู้คนเยอะ ๆ จะรู้สึกประหม่า แล้วเลือกที่จะหลีกเลี่ยงในการพูดคุย

 

มีความโดดเดี่ยว
Cr: Photo pinterest.com

ผลของการหลีกเลี่ยงในการเข้าสังคมก็คือ การที่ชอบอยู่คนเดียวไม่สุงสิงกับใคร แม้กระทั่งครอบครัวตัวเอง ซึ่งมันจะนำไปสู่โรคซึมเศร้าได้ ถือว่าข้อนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเยอะในปัจจุบันเลยล่ะค่ะ

 

  • ผลเสียแต่ละข้อที่เราได้ศึกษาไปนั้น มันส่งผลต่อร่างกายเราหลาย ๆ อย่าง รวมถึงด้านจิตใจของเราด้วย เราเป็นสัตว์สังคม ฉะนั้นเมื่อใดที่เรารู้สึกว่าอยากอยู่คนเดียวบ่อย ๆ หรือไม่อยากพูดคุยกับใคร หดหู่ ลองปรับการใช้เทคโนโลยีกันให้อย่างพอดีดูนะคะ ลองออกไปใช้ชีวิตข้างนอก พบปะเพื่อนเพื่อพูดคุยดูค่ะ เพราะการได้พักสายตาจากจอทั้งหลาย มันจะช่วยให้สุขภาพร่างกายกับจิตใจดีขึ้นด้วย

วิธีป้องกันหัวใจหากคุณเป็นเบาหวาน  คลิกเลย

5 วิธีลดอายุให้ดูหน้าเด็ก

0

 5 วิธีลดอายุให้ดูเด็ก

เคยได้ยินดังคำกล่าวที่ว่า “อายุเป็นเพียงตัวเลข” มั้ย ? ใคร ๆ ก็อยากที่จะมีใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์ หรือที่เรียกว่า หน้าเด็ก นั่นเองค่ะ เพราะปัจจุบันมีทั้งฝุ่นและมลพิษมากมายที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย ทำให้แสดงออกมาสู่ภายหน้า เช่น ผิวพรรณ หรือผิวหน้า วันนี้เรามี 5 วิธีในการดูแลตนเองที่ทำให้หน้าเด็กมาฝากกันค่ะ

การออกกำลังกาย
วิธีที่ทำให้หน้าเด็ก
Cr: Photo pinterest.com

การออกกำลังกายประมาณ 30 นาทีในแต่ละวันช่วยให้สุขภาพดีขึ้นได้จริง เช่น ลดคอเลสเตอรอล LDL (ไม่ดี) ลดความเครียดและการอักเสบ และปรับปรุงการทำงานของสมอง

 

งดการสูบบุหรี่
Cr: Photo pinterest.com

การสูบบุหรี่ไม่เพียงทำให้หน้าเราดูมีอายุ แต่มันทำให้ปอดของเรามีปัญหาที่ตามมา การสูบบุหรี่ไม่ใช่เรื่องดีอย่างที่ทราบกันอยู่แล้ว แต่การงดหรือเลิกสูบบุหรี่นั้นจะทำให้การทำงานของปอดจะเริ่มฟื้นตัวในเวลาเพียงสองสัปดาห์ และเมื่อครบหนึ่งปี ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจวายจะลดลงครึ่งหนึ่ง เพราะในสารเคมีในบุหรี่ทำให้ผิวแก่ก่อนวัย เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็ง และมีส่วนทำให้ความจำเสื่อม

 

ไม่กินอาหารขยะ
วิธีทำให้หน้าด็ก
Cr: Photo pinterest.com

ใครที่ชอบกินอาหารขยะ เช่น อาหารฟาสต์ฟูด อาหารแปรรูป  ต้องพึงระวังเป็นพิเศษ อีกทั้งยังไม่มีคุณค่าทางโภชนาการแล้วมักเต็มไปด้วย ไขมันที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และสารกันบูด ทำลายเกือบทุกระบบในร่างกายของคุณ นำไปสู่ปัญหาสุขภาพ เช่น ไขมันหน้าท้องที่เพิ่มขึ้น ทางที่ดีควรเน้นการกินอาหารที่มีประโยชน์ หรือถั่ว ผลไม้ ทานเป็นของว่างแทน

 

มีการพบแพทย์
วิธีทำให้หน้าด็ก
Cr: Photo pinterest.com

เราควรคมีการพบแพทย์หรือตรวจสุขภาพประจำปี ปีละครั้ง เพื่อที่พวกเขาจะแจ้งให้คุณทราบถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับสุขภาพของเราและได้รู้ถึงวิธีการป้องกัน

 

ทำใจให้ผ่อนคลาย
Cr: Phototheeverygirl.com

ถ้าเรารู้สึกเครียด หรือไม่สบายใจ เราลองทำแบบนี้ดูค่ะ

  1. ออกไปเที่ยว แบบ One day trip หรือ ค้างสักที่นึงแถวแหล่งธรรมชาติ เช่น ภูเขาน้ำตก หรือ ทะเล เป็นการบำบัดความเครียดได้ดี
  2. หาร้านกาแฟนั่งชิว ๆ ถ่ายรูปกับเพื่อนหรือกับแฟนเก๋ ๆ
  3. นัดเจอกลุ่มเพื่อน สังสรรค์ปาร์ตี้ กินหมูกระทะ ดูน่าสนุกอยู่นะเนี่ย
  4. ดูหนัง แต่ต้องเป็นหนังที่มีรอยยิ้มด้วยนะคะ เช่น หนังแนวคอมเมดี้ อย่าหาหนังดูแล้วเครียดกว่าเดิมนะ 555
  5. ฟังเพลงก็ช่วยได้ค่ะ เราว่ามันเป็นวิธีง่าย ๆ และผ่อนคลายได้ดีด้วย

 

  • 5 วิธีที่ทำให้หน้าเด็กเหล่านี้ เป็นสิ่งที่เราทำได้แน่นอนค่ะ แต่ต้องหมั่นมีวินัยในเรื่องของการกินอาหารกับการออกกำลังกายกันหน่อยนะคะ เพราะถ้าร่างกายของเรามันดีจากภายในแล้วมันก็จะออกมาดีสู่ภายนอกค่ะ จะทำให้หน้าเด็ก ๆ และสุขภาพร่างกายแข็งแรงไปด้วยเลย เอาไปลองทำกันดูนะคะ

6 ของว่างช่วยลดพุง กินตอนไหนก็ไม่อ้วน คลิกเลย