Home Blog Page 1143

ริ้วรอยรอบดวงตา ริ้วรอยสัญญาณแห่งวัย รีบดูแลก่อนสายเกินแก้!

0

ริ้วรอยมาเยือนรอบดวงตา 

“ริ้วรอยรอบดวงตา”  มักเป็นบริเวณส่วนแรกของร่างกายที่แสดงให้เห็นถึงสัญญาณแห่งวัย ด้วยอายุที่มากขึ้น ริ้วรอย ตีนกา รอยยับ รอยหยักก็ยิ่งลึกขึ้น โดยเฉพาะที่บริเวณรอบดวงตาของเรา ผิวบริเวณรอบดวงตามีความบอบบางมากเมื่อเทียบกับบริเวณอื่น ๆ ของร่างกาย ดังนั้นการดูแลรักษาหรือหาครีมมาบำรุงรอบดวงตาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยต่อต้านและชะลอการเกิดริ้วรอย

ริ้วรอยรอยดวงตา
Cr.Photo: Unsplash.com

แล้วอะไรที่ทำให้เกิดริ้วรอยรอบดวงตา ?

อายุที่เพิ่มมากขึ้น  ข้อนี้เป็นปัจจัยที่เลี่ยงไม่ได้ เพราะเมื่ออายุมากขึ้นร่างกายก็จะผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง โครงสร้างผิวก็จะเกิดความหย่อนคล้อย ทำให้ผิวไม่กระชับและเกิดริ้วรอยตามมา

แสงแดด เพราะในแสงแดดมีทั้งรังสี UVA & UVB ซึ่งระดับความเข้มข้นของแสงแดดจะส่งผลทำให้ผิวของเรานั้นเกิดความเสียหาย เช่น ผิวไหม้ เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำและริ้วรอย สำหรับใครที่ต้องทำงานกลางแจ้ง อยู่ท่ามกลางแสงแดด ผิวก็จะเสื่อมสภาพเร็วยิ่งขึ้น

ไม่ทาครีมกันแดดบริเวณรอบดวงตา  หลายคนคงลืมให้ความสำคัญและละเลยกับส่วนบริเวณนี้ไป เพราะส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่าครีมกันแดดจะมีส่วนผสมของสารกันแดดที่รุนแรงเกินไปและไม่เหมาะกับผิวบริเวณรอบดวงตา ซึ่งความจริงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องดูแลและปกป้องผิวบริเวณนี้มากกว่าบริเวณอื่น  เมื่อแสงแดดทำร้ายผิวส่วนบริเวณนี้ได้ง่ายขึ้น ผิวรอบดวงตาก็จะสูญเสียความชุ่มชื้น ทำให้เหี่ยวย่นได้ง่าย ฉะนั้นแล้ว ต้องทาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยป้องกันแสงแดดบริเวณรอบดวงตาด้วย

เครื่องสำอางค์ บางคนเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับสภาพผิวตนเอง และชำระล้างทำความสะอาดผิวหน้าไม่สะอาดพอ ก็นับเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่พาริ้วรอยมาเยือน

ความเครียด การแสดงสีหน้าทางอารมณ์ ความเครียดนี่แหละตัวดีเลย ที่สามารถทำลายทั้งอารมณ์และใบหน้าของเราได้พอๆกัน เวลาที่เราขมวดคิ้ว, หัวเราะ, ยิ้ม ริ้วรอยเหล่านี้จะแสดงตามบริเวณใต้ตา หางตา ร่องแก้มและหน้าผาก ริ้วรอยจะเห็นชัดขึ้นเมื่อเราแสดงสีหน้าเหล่านี้ ความเครียดจะส่งผลให้ร่างกายเราผลิตสารคอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่จะไปทำลายประสิทธิภาพของคอลลาเจนใต้ผิวของเรา เมื่อคอลลาเจนถูกทำลายไป ผิวเราก็จะดูไม่อวบอิ่มเปล่งปลั่ง ดูแห้งเหี่ยวลงไป

พักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลให้ระบบในร่างกายทำงานไม่ปกติ และส่งผลไปยังโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone: GH) ฮอร์โมนที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิว ฮอร์โมนชนิดนี้จะหลั่งออกมาเวลาที่เรานอนหลับ เมื่อนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายก็จะหลั่งออร์โมนชนิดนี้ได้น้อยลง ทำให้ผิวเหี่ยวย่นง่ายขึ้น

ไม่มีวินัยในการดูแลผิว ผิวเราล้วนต้องการรับบำรุงที่ดี เหมือนต้นไม้ที่ต้องการเติมน้ำและสารอาหาร ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดูแลรักษาผิวอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการทาครีมบำรุง การกินอาหารที่มีประโยชน์ หรือเข้าสถาบันคลินิกเสริมความงามก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่สามารถชะลอหรือลดการเกิดริ้วรอยได้

ทานแต่ของหวาน อาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล อาหารที่มีไขมันสูงและอาหารปิ้งย่าง การรับประทานอาหารจำพวกดังกล่าว อาหารประเภท Fast Food ขนมหวานอาจจะต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะอาหารประเภทนี้จะทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระ ที่เป็นต้นเหตุให้สูญเสียคอลลาเจน ทำให้ผิวของเราขาดความชุ่มชื้นและหย่อนคล้อยในที่สุด  

ดื่มแอลกอฮอล์ / สูบบุหรี่ พฤติกรรมเหล่านี้จะส่งผลให้คอลลาเจนในผิวเราถูกทำลาย ทำให้เซลล์ผิวเสื่อมสภาพ เกิดความเสื่อมโทรมทางผิวหนังหรือร่างกายในที่สุด

การบาดเจ็บทางผิวหนัง การดึงผิวหนัง การเช็ดเครื่องสำอางและการขยี้ตา สำหรับคนที่ชอบแต่งหน้าและต้องเช็ดเครื่องสำอางทุกวัน อาจจะเผลอขยี้ตาแรงๆ ทำให้ผิวรอบดวงตาของเราถูกทำร้ายแบบไม่รู้ตัว  รวมไปถึงการใส่คอนแทคเลนส์ ในขณะที่ดึงผิวหนังบริเวณรอบดวงตาขณะใส่-ถอดคอนแทคเลนส์ ก็ทำให้ผิวเราเกิดอาการบาดเจ็บได้ในทุก ๆ วัน เป็นผลเสียทำให้ผิวหนังบริเวณรอบดวงตาของเราเกิดริ้วรอย

การทาครีมบำรุงรอบดวงตาจำเป็นมั้ย ?

ผิวรอบดวงตาของคุณก็ยังเต็มไปด้วยถุงใต้ตา ความหมองคล้ำ และริ้วรอยต่าง ๆ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ปรับเปลี่ยน lifestyle ก็อาจจะช่วยคุณได้ แต่ยังไงล่ะ ถ้ามันยากที่จะปรับเปลี่ยนตารางการนอน การหาครีมมาบำรุงรอบดวงตาก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีที่จะช่วยลดเลือนริ้วรอยรอบดวงตาของคุณ

ดังนั้น หากคุณกำลังมองหาครีมบำรุงรอบดวงตาสำหรับริ้วรอย วันนี้ทาง Inzpy ได้รวบรวม 5 อันดับครีมบำรุงรอบดวงตาเพื่อลดเลือนริ้วรอยมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ เริ่มกันที่ตัวแรก

1. Estee Lauder Advanced Night Repair Eye Concentrate Matrix

ครีมบำรุงรอบดวงตา-ริ้วรอยรอบดวงตาเซรั่มบำรุงผิวรอบดวงตาจากเอสเต้ ลอเดอร์ ฟื้นบำรุงผิวจากสัญญาณความร่วงโรยผิว รวมถึงเส้นริ้วและร่องลึก ผิวใต้ตาที่ไม่กระชับ ช่วยบำรุงผิวรอบดวงตาให้ดูอ่อนเยาว์ สดใส เปล่งประกาย เนื้อบางเบาซึมซาบเร็ว มอบความชุ่มชื้นยาวนาน 24 ชั่วโมง

คุณสามารถทาผลิตภัณฑ์ลงบนผิวรอบดวงตาได้ทั้งในตอนเช้าและกลางคืน โดยใช้แอพพลิเคเตอร์ 360° ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ นวดเบาๆ ใต้ดวงตาสามครั้งจนครบทั้งสองข้าง จากนั้นนวดเป็นวงกลม 360 องศาที่ใต้ดวงตาและเหนือเปลือกตา จบด้วยการใช้นิ้วนางแตะเบาๆ จนเนื้อผลิตภัณฑ์ซึมเข้าสู่ผิวจนหมด

รายละเอียดผลิตภัณฑ์  ขนาด 15ml ในราคา 3,200 บาท  สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรืออยากสั่งซื้อ กดเลย Estee Lauder

2. La Mer The Eye Concentrate

ครีมบำรุงรอบดวงตา

ลาแมร์ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวรอบดวงตา  ลดเลือนรอยคล้ำ ริ้วรอยรอบดวงตาให้จางลง ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นจากผิวที่อ่อนล้ามาทั้งวัน บำรุงบริเวณรอบดวงตาของคุณให้แลดูนุ่มนวล มีสุขภาพดี ผิวดูสว่างใสอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

ส่วนผสมที่เข้มข้นขึ้น 3 เท่า ของ Concentrated Miracle Broth™ ช่วยมอบพลังความชุ่มชื้นและช่วยให้เนื้อครีมซึ่มเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้รอยคล้ำรอบดวงตาลดเลือน ริ้วรอยและเส้นริ้วรอยดูจางลงภายใน 3 สัปดาห์

นอกจากนี้ Lime Tea Concentrate ส่วนผสม Anti-oxidant  เอกลักษณ์จากลาแมร์ ช่วยเสริมปราการปกป้องผิวจากสภาพแวดล้อมและมลภาวะภายนอกที่อาจทำร้ายผิว เพื่อผลลัพธ์ผิวรอบดวงตาที่แลดูกระจ่างใส เรียบเนียนและดูมีชีวิตชีวาอีกด้วย

รายละเอียดผลิตภัณฑ์ ขนาด 15ml ในราคา 9,700 บาท  สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้เลยที่ LaMer

3. Lancom Advance Genefique Serum

ครีมบำรุงรอบดวงตา

ผิวดูแข็งแรง สุขภาพดี และอ่อนเยาว์ใน 7 วัน* เซรั่มอันดับ 1 จากลังโคม ทันทีที่ใช้จะช่วยเสริมป้อมปราการผิวให้ดูแข็งแรงขึ้น ด้วย Microbiome Technology ที่ช่วยปรับสมดุลให้ผิว จึงช่วยฟื้นฟูและบำรุงผิวได้เร็วขึ้นถึง 2 เท่า**
รายละเอียดผลิตภัณฑ์ ขนาด 50 ml ในราคา 4,700 บาท  สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้เลยที่ Lancom

 

4. Clinique Moisture Surge Eye 96-Hour Hydro-Filler Concentrate

ครีมบำรุงรอบดวงตา

วอเตอร์เจลที่เติมน้ำให้บริเวณรอบดวงตาที่บอบบางจากคลีนิกข์ ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นต่อเนื่องยาวนานถึง 96 ชั่วโมง จากเทคโนโลยี ‘Auto-Replenishing Lipid-Sphere’ ที่ช่วย ‘เติม-ล็อก-ปล่อย’ ความชุ่มชื้นอัตโนมัติ ให้ผิวรอบดวงตาสบายผ่อนคลายตลอดวัน  พร้อมมอบสัมผัสที่ชุ่มฉ่ำด้วยเท็กซ์เจอร์ที่เป็นเนื้อวอเตอร์เจลบางเบา ซึมง่าย อีกทั้งยังมีส่วนผสมจากแตงกวา ชาเขียวและสารสกัดจากสาหร่าย ช่วยปลอบประโลมผิวที่อ่อนล้า

รายละเอียดผลิตภัณฑ์ ขนาด 15 ml ในราคา 1,600 บาท  สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้เลยที่ Clinique

5. Kiehl’s Creamy Eye Treatment with Avocado

ครีมบำรุงรอบดวงตา

ผลิตภัณฑ์จากคีลส์ ทรีตเมนต์เสริมความชุ่มชื้นให้ผิวรอบดวงตา เนื้อนุ่มข้นดุจครีม ผสานน้ำมันอะโวคาโด (Avocado Oil) ช่วยเสริมความชุ่มชื้นให้ผิวบอบบางรอบดวงตาอย่างอ่อนโยน ไม่ไหลเข้าตา ผ่านการทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านจักษุวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาแล้ว

รายละเอียดผลิตภัณฑ์ ขนาด 14 ml ในราคา 1,400 บาท  สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้เลยที่ Kiehl’s

___________________________________________________________________

ไม่จำเป็นต้องรอให้อายุวิ่งไล่ คุณก็สามารถดูแลผิวรอบดวงตาของคุณได้แล้ววันนี้..

 

ฉีดฟิลเลอร์ (filler)ให้หน้าเด็กควรฉีดจุดไหนดี inzpy มีคำตอบ!

ฉีดฟิลเลอร์ (filler)ให้หน้าเด็กควรฉีดจุดไหนดี inzpy มีคำตอบ! คลิกเลย

5 วิธีแก้อาการปวดหัวแบบธรรมชาติ

0

ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดเมื่อยหรือปวดเมื่อย เราก็ชอบจะไปคว้ายาที่ตู้เลยทันทีใชมั้ยคะ แต่ยาเม็ดไม่ใช่วิธีเดียวที่จะบรรเทาอาการปวดหัวหรืออาการไมเกรน บางครั้งอาการมักมาพร้อมกับอาการคลื่นไส้ อาเจียน ความไวต่อแสงและเสียง

วันนี้เราจะมาขอนำเสนอ 5 วิธีธรรมชาติ ที่ช่วยบรรเทาอาการปวดหัวค่ะ

ปรับเปลี่ยนการกินอาหาร
Cr: Photo pinterest.com

ก่อนที่จะไปคว้าขวดยาแก้ปวดนั้น ลองพยายามต่อสู้กับอาการปวดหัวด้วยอาหารของคุณก่อนเลยค่ะ และเพิ่มอาหารที่มีแมกนีเซียมซึ่งพบได้ในผักใบเขียวและธัญพืชไม่ขัดสี และไรโบฟลาวิน (วิตามิน B2) ที่พบในผลิตภัณฑ์นมและไข่ที่มีไขมันต่ำ งดอาหารบางชนิดที่กระตุ้นให้เกิดไมเกรน และต้องแน่ใจว่าอาหารโดยรวมของคุณมีสุขภาพที่ดีและสมดุล

 

เลือกใช้สมุนไพร
บรรเทาอาการปวดหัว
Cr: Photo pinterest.com

สมุนไพรบางชนิดอาจเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการปวดตามใบสั่งแพทย์หรือที่จำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์ เช่น ขิงช่วยบรรเทาอาการไมเกรนโดยทำหน้าที่เป็นยาแก้อักเสบ ในขณะที่ไข้ฟีว์ช่วยลดการหดตัวของหลอดเลือดที่อาจนำไปสู่อาการปวดหัวได้ น้ำมันสะระแหน่ถูบนขมับและหน้าผากก็เป็นวิธีที่ดีในการบรรเทา คุณสมบัติต้านการอักเสบช่วยบรรเทาความเจ็บปวดและกล้ามเนื้อตึงซึ่งพบได้บ่อยในอาการปวดศีรษะตึงเครียด

 

โยคะสักหน่อย
บรรเทาอาการปวดหัว
Cr: Photo pinterest.com

คุณเป็นโรคปวดหัวเรื้อรังหรือไม่? ลองโยคะสักสัปดาห์ดูสิคะ การวิจัยเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่าโยคะสามารถลดความรุนแรงและความถี่ของความตึงเครียดและอาการปวดหัวไมเกรนได้ และยังอาจช่วยลดความจำเป็นในการใช้ยาบรรเทาปวดในอนาคตด้วย โยคะยังเหมาะสำหรับการบรรเทาความเครียด ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของอาการปวดศีรษะ

 

ลองฝังเข็ม
บรรเทาอาการปวดหัว
Cr: Photo pinterest.com

เข็มขนาดเล็กและบางที่ใช้ในยาจีนโบราณนี้สามารถให้ประโยชน์อย่างมากเมื่อพูดถึงไมเกรนและอาการปวดหัว การศึกษาพบว่าความช่วยเหลือฝังเข็มสามารถป้องกันการโจมตีไมเกรนและบรรเทาอาการปวดหัวตึงเครียด

 

มีการนอนหลับที่ดี
Cr: Photo pinterest.com

จากการศึกษาพบว่าการนอนไม่เพียงพอหรือมีนิสัยการนอนที่ไม่ดีสามารถกระตุ้นให้เกิดไมเกรนและเพิ่มความถี่ของอาการปวดศีรษะตึงเครียดได้

 

  • หากคุณได้ลองใช้เคล็ดลับเรื่องสุขอนามัยในการนอนหลับแล้วและยังนอนหลับไม่สนิท แนะนำว่าลองปรึกษาแพทย์ดูค่ะ เพื่อเช็คสุขภาพร่างกายตัวเองว่าอาจจะมีสิ่งผิดปกติที่เป็นสาเหตุของการปวดหัวของเรารึเปล่า อย่าลืมพักผ่อนให้เพียงพอด้วยนะคะ

 


 

6 วิธีที่ชาญฉลาดที่สมาร์ทโฟนสามารถทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีได้ คลิกเลย

Mix & Match เครื่องประดับสุดหรู BVLGARI ในสไตล์ AOMG

0

จากร้านเครื่องเงินเก่าแก่สู่แบรนด์ระดับ Luxury

BVLGARI (บุลการิ) แบรนด์เครื่องประดับและอัญมณี ระดับ Luxury ลำดับต้น ๆ ของโลก ที่มีการออกแบบและดีไซน์ด้วยความประณีต และมีเอกลักษณ์เฉพาะโดยการผสมผสานศิลปะกรีกโรมันเข้าด้วยกัน และมีการปรับเปลี่ยนจากเครื่องเงินเก่าแก่ ให้เป็นเครื่องประดับสุดหรูที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของบุลการิอย่างลงตัว

BVLGARI
CR. IG : voguekorea

BVLGARI in Korea

เมื่อช่วงกลางปี 2021 บุลการิมีการเปิดตัวร้านอย่างเป็นทางการบน Galleria Luxury Hall West เป็นแห่งแรกของประเทศเกาหลีใต้ และแน่นอนว่าได้รับความสนใจอย่างมากจากทั้งหนุ่มสาวชาวเกาหลี ดารา นักร้อง และเหล่าคนดังก็ด้วยเช่นกัน รวมทั้งศิลปิน K-Hip hop สุดฮอตของเกาหลีจากค่าย AOMG อย่าง Jay Park Loco Simon Dominic ก็ได้เข้าไปเยี่ยมชมทางร้านด้วยเช่นกัน

BVLGARI
CR. IG : voguekorea

VOGUE KOREA

ในวันที่ 2 มิถุนายน 2021 Vogue Korea ได้ปล่อย Video ที่ให้หนุ่ม Jay Park Loco และ Simon Dominic มาลองทำ Mission Mix & Match เครื่องประดับสุดหรู BVLGARI ในสไตล์ AOMG โดยมีโจทย์สถานการณ์ตัวอย่างมาให้หนุ่ม ๆ ได้ลองเอาเครื่องประดับมา match กันในแบบฉบับของตัวเองกัน งานนี้หนุ่มคนไหนจะใส่อะไร แล้วจะเอามาดูหรูหราขนาดไหนไปดูกัน

BVLGARI
CR. YT : VOGUE KOREA
bv
CR. YT : VOGUE KOREA

เริ่มกันที่หนุ่ม Jay Park ที่เลือก กำไลข้อมือ บุลการิใน Collection Serpenti ที่เป็นการนำเสน่ห์อันเย้ายวนของงูมาดีไซน์ให้เป็นเครื่องประดับหรู ด้วยทองคำขาวและเพชร 4.19 กะรัต และมรกต 0.26 กะรัตที่นำมาทำเป็นดวงตางูสุดโดดเด่น มา match กับ แหวน จาก Collection เดียวกัน ที่ทำด้วยทองคำขาวและเพชร 3.72 กะรัต และมรกต 0.26 กะรัต เข้าเซ็ตกันกับกำไลข้อมือ

bv
CR. YT : VOGUE KOREA

ต่อกันที่ Simon Dominic หรือคุณ ซัมดี ที่ได้เลือก นาฬิกา จาก Collection Octo Finissimo Chronograph นาฬิกาสไตล์สปอร์ต แบบระบบไขลานอัตโนมัติ พร้อมด้วยระบบ GMT ที่สามารถแสดงเขตเวลาที่ต่างกันได้ ตัวเรือนเป็นสแตนเลทอย่างดี และโดดเด่นด้วยหน้าปัดสีน้ำเงิน มา match กับ กระเป๋าถือ หนังวัวสีดำขัดเงาพิมพ์ชื่อ Logo แบรนด์ พร้อมสายหนังที่สามารถถอดได้ จะถือเป็นหิ้วมือหรือสะพานไหล่ก็เรียบหรูดูดี

bv
CR. YT : VOGUE KOREA
bv
CR. YT : VOGUE KOREA
bv ring
CR. YT : VOGUE KOREA
BVLGARI
CR. YT : VOGUE KOREA

สุดท้ายกับน้องเล็กสุดอย่าง Loco ที่เลือก mix แหวน จาก Collection B.ZERO1 ที่บุลการิมีแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมของโรม ด้วยการดีไซน์จากรูปทรงของโคลอสเซียม และสลักชื่อแบรนด์ลงไป match กับ นาฬิกา จาก Collection Octo Finissimo Skeleton นาฬิกาทรงแปดเหลี่ยมที่แรงบันดาลใจจากมหาวิหาร Massentius Basilica ของโรมัน ตัวเรือนสีโรสโกลว เข้ากันกับสายหนังจระเข้สีดำ หน้าปัดดีไซน์ให้เห็นการทำงานของกลไกลนาฬิกาอย่างน่าหลงไหล

BVLGARI
CR. www.slist.kr

เรียกว่าเป็นการ Mix & Match เครื่องประดับสุดหรูที่ทำให้เห็นสไตล์ความเป็นตัวเองของหนุ่ม ๆ แต่ละคนกันสุด ๆ และสามารถรับชม Video แบบตัวเต็มกันได้ตามด้านล่างนี้เลย รับรองว่านอกจาก Mix & Match กันเก่งแล้วเนี่ย สามหนุ่มจาก AOMG ยังน่ารักและตลกกันอีกด้วย ใครเข้าไปดูบอกเลยว่าได้หลงเสน่ห์ของทั้งสามหนุ่มแน่นอน ส่วนใครที่สนใจสินค้าของแบรนด์บุลการิ ก็สามารถคลิกที่ชื่อสินค้าแต่ละตัวได้เลย หรือสนใจสินค้าอื่น ๆ คลิกเลย

 

 

เครื่องสำอาง

 

 

 

 

Item เครื่องสำอาง แต่งหน้ารับหน้าหนาวของสองสาว Lee Suhyun & LeeHi คลิกเลย

เดินชิลชิลที่ “จิ่วเฟิ่น” หมู่บ้านโบราณในฝัน

เดินชิลชิลที่ “จิ่วเฟิ่น” หมู่บ้านโบราณในฝัน

จิ่วเฟิ่น

จิ่วเฟิ่น(Jiufen) เมืองโบราณเล็ก ๆ น่ารัก เป็นเมืองต้องห้ามพลาดหากได้เดินทางมาท่องเที่ยวที่ไต้หวัน ก่อนที่จะไปชมความงดงามแบบโบราณของสถานที่แห่งนี้กัน เรามาทำความรู้จักกับประวัติความเป็นมากันก่อนค่ะ

หมู่บ้านจิ่วเฟิ่นแห่งนี้ ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองไทเป ซึ่งเป็นเมืองหลวงของไต้หวัน ลักษณะภูมิประเทศของที่นี่มีความสลับซับซ้อนเนื่องจากตั้งอยู่บนหุบเขา และมีสถาปัตยกรรมดั้งเดิมที่สวยงามตามสไตล์จีน ในอดีตสถานที่แห่งนี้เคยเป็นเหมืองทองที่มีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก ผู้คนต่างมุ่งมาที่นี่เพื่อทำมาหากิน แต่ต่อมาเมื่อเหมืองทองได้ปิดตัวลงแล้วผู้คนก็ค่อยๆ ทยอยย้ายออกไปจนเรียกได้ว่าเกือบจะกลายเป็นเมืองร้าง รัฐบาลจึงได้เข้ามามาปรับปรุงและพัฒนาให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว แล้วเมืองจิ่วเฟินก็ได้เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาและครึกครื้นขึ้นอีกครั้ง จนกระทั่งที่แห่งนี้ได้กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในไต้หวันที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือนซักครั้งในชีวิต หากใครที่เป็นแฟนตัวยงของการ์ตูนค่าย Studio Gibli แล้วหล่ะก็ คงจะเคยดูเรื่อง Spirited Away ซึ่งสถานที่ในการ์ตูนเรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมืองโบราณจิ่วเฟิ่นแห่งนี้นั่นเองค่ะ

การมาเที่ยวในหมู่บ้านจิ่วเฟิ่นนั้นสิ่งที่พลาดไม่ได้เลยก็คือการมาเดินเล่นชมความสวยงามของเมือง ซื้อของฝาก ของที่ระลึก และที่สำคัญที่สุดก็คือ การมาชิมของอร่อยนั่นเอง วันนี้เราจะพาไปดูกันว่าร้านเด็ดที่ไม่ควรพลาดในการมาจิ่วเฟินนั้นมีร้านอะไรบ้าง แต่ก่อนจะไปแนะนำร้านของอร่อย เราไปเดินชมความสวยงามรอบ ๆ เมืองกันก่อนดีกว่าค่ะ

Cr. Pinterest

เมื่อเพลิดเพลินกับความสวยงาม และบรรยากาศรอบ ๆ เมืองกันจนเพลินแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องไปหาของอร่อยลงท้องกันแล้วค่ะ ที่เมืองโบราณจิ่วเฟิ่นนี้มีร้านขนมหวานวิวดีกันอยู่หลายร้านมาก ๆ เราเลือกร้านที่ถูกใจมากฝากทุกคนกันดังนี้ ตามไปดูเลยค่ะ

 

จิ่วเฟิ่น
Cr. Pinterest

เมื่อมาจิ่วเฟิ่นแล้วก็จะต้องมานั่งจิบน้ำชากันค่ะ ที่นี่มีร้านน้ำชาอยู่เยอะแยะมากมายให้เลือกชิมนะคะ วันนี้เราจะมาแนะนำร้านชาที่มีชื่อเสียงมาก ๆ นั่นก็คือ ร้าน Amei Tea House ที่นี่เป็นร้านชาโบราณที่มีอายุกว่าร้อยปี เป็นร้านที่นักท่องเที่ยวนิยมมากันอย่างมาก เพราะว่านอกจากจะได้อิทธิพลมาจากการ์ตูน Spirited Away แล้ว ที่นี่ยังมีวิวที่สวยงามมาก ๆ เรียกว่าจิบชาไป ทานขนม ชมวิวไป เพลินตา เพลินใจ และอิ่มท้องค่ะ ขนมก็มีให้เลือกหลากหลายนะคะ ไม่ว่าจะเป็น เค้กถั่วเขียว โมจิคลุกน้ำตาลทรายแดง แผ่นงากรอบ สามารถเลือกได้ตามชอบเลยค่ะ 

 

จิ่วเฟิ่น
Cr. Pinterest

ร้านต่อมาก็เป็นร้านของหวานที่มีชื่อว่า Lai Ah Po Yu Yuan เป็นร้านขายบัวลอยสไตล์ไต้หวันค่ะ  ลักษณะของบัวลอยจะเป็นเม็ดแป้งที่มีลักษณะออกเหลี่ยม ๆ หลากหลายสีสัน ส่วนผสมของแป้งก็มาจาก เผือก มัน งาดำ ชาเขียวและอื่น ๆ  เราสามารถเลือกได้ตามชอบเลยค่ะว่าจะทานรสไหน หรือจะทานรวม ๆ ก็ได้ มีทั้งแบบร้อนและแบบเย็น ราคาอยู่ที่ 50 NT ทานไปชมเมืองจิ่วเฟิ่นไป อร่อยฟินค่ะ

 

จิ่วเฟิ่น
Cr. Pinterest

จัดของหวานกันต่อแบบจุก ๆ ด้วยร้านไอศกรีม A-Jou Peanut Ice Cream Roll เป็นไอศกรีมที่มีความแปลกนะคะ โดยจะใช้แผ่นแป้งบาง ๆ คล้ายแผ่นโรตีสายไหมบ้านเรารองเอาไว้ชั้นแรก จากนั้นก็โรยด้วยถั่วตัดที่ขูดออกมา แล้วตักไอศกรีมใส่ลงไป 2 ก้อนโปะบนถั่วค่ะ ทีเด็ดคือโรยผักชีปิดท้าย แล้วม้วนปิดคล้าย ๆ กับโรตี ลองทานดูแล้วอร่อยเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อเลยค่ะ ราคาอยู่ที่ 40 NT เมื่ออิ่มแล้วก็ถึงเวลาเดินทางกลับกันแล้วค่ะ

 

การเดินทาง

– รถประจำทาง ขึ้นที่บริเวณหน้า Taipei Main Station รถประจำทางสาย 307 ต่อด้วย 965 เพื่อเดินทางไปยัง Jiufen Old Street ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 15 นาที
– รถไฟ นั่งรถไฟใต้ดิน Bannan Line(สายสีน้ำเงิน) หรือ Wenhu Line (สายสีน้ำตาล) ลงที่สถานี Zhongxiao Fuxing ใช้ทางออกที่ 1 จากนั้นต่อรถประจำทางสาย 1062 หรือ 788 (Keelung Bus) ไปที่ Jinguashi ลงที่ป้าย Jiufen Old Street ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าโดยสารราคา 102 NT หรือหากใครชอบความสะดวกสบาย บริเวณสถานี Zhongxiao Fuxing จะมีรถแท็คซี่คอยให้บริการอยู่ โดยปกติจะเรียกรับผู้โดยสารให้ครบ 6 คน ค่าบริการคนละ 200 NT ค่ะ หากไปโดยวิธีนี้จะใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที

 

ทะเลสาบสุริยันจันทรา
ทะเลสาบสุริยันจันทรา “Sun Moon Lake” คลิก

ส่งต่อความงามจาก Jung Saem Mool เมคอัพอาร์ติสชื่อดัง สู่แบรนด์เครื่องสำอางระดับโลก

ในเวลานี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก Jung Saem Mool (จองแซมมุล) เธอเป็นหนึ่งใน makeup artist ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในประเทศเกาหลี ด้วยความสามารถในการแต่งหน้าที่เป็นเอกลักษณ์นั้นก็คือ Glass Skin ที่เผยความงดงามอย่างเป็นธรรมชาติบนผิวหน้าให้ออกมามีออร่าอย่างแท้จริง เป็นเทคนิคการแต่งหน้าที่จองแซมมุลใช้แต่งให้กับศิลปิน ดารา หลายคนในเกาหลี อาทิเช่น คิมแตฮี นางเอกเบอร์ต้นๆของประเทศ รวมไปถึง โบอา, จยอนจิฮุน , เจสสิกา และคนดังอีกมากมายในเกาหลี

ทุกคนที่ได้แต่งหน้ากับจองแซมมุลนั้นจะดูสวยมีออร่าอย่างเป็นธรรมชาติ โดยที่ยังคงความเป็นตัวเองไว้อยู่ และสิ่งนี้เองทำให้เธอกลายเป็นสุดยอด makeup artist ระดับตำนานของเกาหลีใต้ และยังเป็นที่ยอมรับในต่างประเทศอีกด้วย

Jung Saem Mool

เล่นทางสู่ความสำเร็จของ Jung Saem Mool (จองแซมมุล)

ด้วยกระแส K-beauty นี่เองทำให้จองแซมมุลขึ้นมาเป็น makeup artist แนวหน้าของเกาหลี โดยการปฏิวัติพลิกโฉม การแต่งหน้าที่สร้างเทรนขึ้นมาใหม่อย่าง Glass Skin ที่ใครๆ ก็ต่างอยากจับจองให้เธอลงแปรงบนใบหน้าสักครั้งในชีวิต ด้วยประสบการณ์อันยาวนานของจองแซมมุลนั้นเธอเริ่มต้นแต่งหน้ามาตั้งแต่อายุ 21 ปี ความชอบในการแต่งหน้าทำให้เธอข้ามน้ำข้ามทะเลไปเรียนต่อด้าน makeup โดยตรงที่ประเทศอเมริกา และมากกว่า 15 ปีที่เธอสร้างประวิติศาสตร์ด้านการแต่งหน้า รวมถึงเธอยังได้สร้างแบรนด์เครื่องสำอางซึ่งตอนนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกอย่างแบรนด์ “Jung SaemMool”

จุดประกายความงามผ่านการสร้างแบรนด์ “Jung SaemMool”

การสร้างแบรนด์ “Jung SaemMool” เกิดขึ้นเมื่อปี 2015 จองแซมมุลได้เปิดตัวแบรนด์เครื่องสำอางโดยที่ใช้ชื่อของเธอเองในการตั้งชื่อ ด้วยความที่จองแซมมุลคร่ำหวอดอยู่ในวงการแต่งหน้ามาอย่างยาวนั้น จึงทำให้เธอนั้นรู้ถึงปัญหาของผิวพรรณ และการเลือกเครื่องสำอางเป็นอย่างดี เธอจึงอยากแบ่งปันความงามด้วยผลิตภัณฑ์ที่เข้ากับผิวหน้าของคนเอเชียมากที่สุด เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงการแต่งหน้าแบบ Glass Skin ผ่านเครื่องสำอางแบรนด์ “Jung SaemMool”

จุดประกายความงามผ่านการสร้างแบรนด์ “Jung SaemMool”

ในช่วงแรกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมมาก และมีเสียงตอบรับในทางที่ดีก็คือ คุชชั่น ด้วยเนื้อสัมผัสที่เบาสบาย พร้อมผสานเป็นหนึ่งเดียวกับผิวหน้า ทำให้ “Jung SaemMool” เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในประเทศเกาหลี ซึ่งก็ไม่ได้มีเพียง คุชชั่น เท่านั้น ยังมีเครื่องสำอางอื่นๆ ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน ทำให้แบรนด์ได้รับรางวัล Korea Brand Award ในปี 2017 ที่ผ่านมานี้อีกด้วย

สุดยอดเครื่องสำอางจาก “Jung SaemMool”

สิ่งสำคัญในการสร้างผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “Jung SaemMool” จองแซมมุลเธอได้ให้ความสำคัญกับการสร้างผิวหน้าให้ดูเนียนใสอย่างเป็นธรรมชาติ และมีสุขภาพผิวที่ดี สมกับเป็นเจ้าแม่แห่งการแต่งหน้าแบบ Glass Skin ซึ่งเธอไม่ได้ละทิ้งการบำรุงผิวก่อนการแต่งหน้าอีกด้วย เพราะการมีผิวที่ชุ่มชื่นก่อนการแต่งหน้าจะทำให้ผิวหน้าเปิดรับเครื่องสำอางผสานกับผิวได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด เธอจึงได้ออกผลิตภัณฑ์อย่าง Essential Mool Cream ที่มีสารสกัดจากดอกไม้ต่างๆ ถึง 8 ชนิด ในการช่วยบำรุงผิวก่อนแต่งหน้าได้เป็นอย่างดี

เล่นทางสู่ความสำเร็จของ Jung Saem Mool

สำหรับผลิตภัณฑ์อื่นๆ อาทิเช่น Essential Star- Concealer Foundation รองพื้นตลับเลี่ยมอันโด่งดังที่มาพร้อมกับคอลซิลเลอร์ในตลับอีกด้วย หรือจะเป็น Pro-lasting Finish Powder แป้งฝุ่นไร้น้ำหนักที่เหมาะกับคนผิวมันในการใช้เซตรองพื้น หรือคุชชั่น แป้งพัฟ และเครื่องสำอางอื่นๆ อีกมากมายที่จัดเต็มด้วยคุณภาพทุกผลิตภัณฑ์

LIP-PRESSION SEE-THROUGH TINT

จุดประกายความงามผ่านการสร้างแบรนด์ “Jung SaemMool”

ทางแบรนด์ “Jung SaemMool” ได้สร้างผลิตภัณฑ์ตัวใหม่อย่าง “LIP-PRESSION SEE-THROUGH TINT” ซึ่งจะเป็นลิปเนื้อ “ทิ้นท์” การันตีความติดทนนานพร้อมกับเนื้อสัมผัสลิควิดเท็กซ์เจอร์กำมะหยี่ นุ่ม เบา ด้วยสูตรพิเศษที่ให้ความสบาย ไร้น้ำหนักมากกว่าปกติ และยังให้ผลลัพธ์สีที่ไม่เปลี่ยน กลมกลืนกับริมฝีปากเป็นเนื้อเดียวกันจนไม่รู้สึกเลยว่าทาลิปสติกอยู่

LIP-PRESSION SEE-THROUGH TINT เปิดตัวให้ผู้หญิงทั่วโลกได้เลือกมากถึง 6 เฉดสีใหม่ ในโทนฮิตสไต์เกาหลีที่ไม่เหมือนใคร ช่วยในการขับผิวพรรณของสาวเอเชียให้ดูสว่างทันทีเมื่อลิปสัมผัสกับริมฝีปาก เพิ่มออร่าพุ่งดุจติดสปอตไลท์ให้ผิว ในตัวลิปนี้ยังมีส่วนผสมของมอยซ์เจอร์ไรเซอร์เข้มข้นผสานกับเม็ดสีอณูละเอียด ซึ่งจะมอบความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปาก และช่วยให้สีติดทนยาวนานไปพร้อมๆ กัน เป็นการรวมทุกอย่างที่เราอยากได้จากลิปไว้ในชิ้นเดียว!

LIP-PRESSION SEE-THROUGH TINT2 LIP-PRESSION SEE-THROUGH TINT1

สำหรับใครที่ต้องการลิปทิ้นท์ตัวใหม่ของ “Jung Saem Mool” ได้เปิดวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2021 เป็นต้นไป สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ https://m.facebook.com/msg/Jungsaemmoolthailand
หรือเข้าไปดูผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางได้ที่เว็บ https://www.jungsaemmool-th.com/

เครื่องสำอาง

Item เครื่องสำอาง แต่งหน้ารับหน้าหนาวของสองสาว Lee Suhyun & LeeHi คลิกเลย

6 วิธีที่ชาญฉลาดที่สมาร์ทโฟนสามารถทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีได้

0
Cr: Photo pinterest.com

รู้หมือไร่ แฮ่!! รู้หรือไม่ว่า นอกจากเราจะโหลดแอพต่าง ๆ เช่น แอพเกม แอพดูหนัง หรือแอพการชอปปิ้งแล้ว ทุกคนสามารถดาวน์โหลดแอปฟิตเนสหรือสุขภาพลงในสมาร์ทโฟนของตนได้ บางครั้งเราอาจจะเพลินเพลินไปกับการนอนเล่นมือถือ โดยไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไรแล้ว และเราเสียเวลาที่ไม่ได้ทำอย่างอื่นด้วยรึเปล่า แต่เล่นมือถือยังไงให้มีสุขภาพดี เรามาดูทริคเล็ก ๆ กันดีกว่าค่ะ

 

6 วิธีในการใช้มือถือของคุณเพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพ

 

ตั้งค่าการนัดหมาย
Cr: Photo pinterest.com

 

ให้ฟังก์ชันเตือนความจำของคุณให้คุณได้ทำอะไรได้มากกว่าไปประชุมตรงเวลา คุณสามารถใช้มันเพื่อเตือนให้คุณทานยาหรือวิตามินและกำหนดเวลาออกกำลังกาย หากคุณชอบนอนดึก ให้ตั้งนาฬิกาปลุกในตอนเย็นเพื่อเตือนให้คุณเข้านอนตรงเวลา

 

 ใช้นาฬิกาจับเวลา

ลองจับเวลากันบ้างมั้ยคะ  เช่น  มีปัญหาการบริหารเวลา ใช้ตัวจับเวลาเพื่อคอยดูว่าคุณต้องใช้เวลานานแค่ไหน

ในการทำสิ่งพื้นฐาน (ทำความสะอาดห้องครัว เขียนรายงานประจำสัปดาห์ เมื่อคุณรู้แล้วว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน คุณจะสามารถกำหนดเวลางานและจัดลำดับความสำคัญได้ดีขึ้น หรือใช้เพื่อจับเวลาว่าคุณทำท่าแพลงก์นานแค่ไหนหรือท่าอื่น ๆ

 

 ติดตามความคืบหน้าของคุณ

แอปฟิตเนสสามารถใช้ติดตามการออกกำลังกายได้หลากหลาย ดังนั้นอย่าลืมใช้ประโยชน์จากมันให้มาก ๆ นะคะ มันทำงานรวมถึงการติดตามความเร็วจำนวนก้าวระยะทาง ระดับความสูง และเส้นทาง ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถแชร์ในโซเชียลได้ แอพบางตัว เช่น Cardiotrainer ช่วยให้คุณแข่งขันกับผู้ใช้ทั่วโลก แอพ Nike+ จะเก็บบันทึกการวิ่งของคุณและจะบอกคุณว่าคุณต้องวิ่งอีกกี่ไมล์ในระหว่างการออกกำลังกายครั้งต่อไป

 

ทางการแพทย์

แอพบางทำได้แบบครบวงจรสำหรับการจัดการปัญหาสุขภาพที่ซับซ้อน ตัวอย่างเช่น ผู้ที่เป็นโรคไฟโบรมัยอัลเจีย สามารถใช้ Patientlikeme เพื่อติดตามระดับความเจ็บปวด ไมเกรน ยารักษาโรค และการรักษาพร้อมกับผลลัพธ์ ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถแชร์กับแพทย์ของคุณได้ ไม่ว่าจะผ่านงานพิมพ์หรือผ่านอินเทอร์เฟซ นอกจากนี้ยังจัดเก็บรายงานห้องปฏิบัติการ การนัดหมาย และติดตามอาการ

 

กินเพื่อสุขภาพ

Fooducate สแกนรหัส UPC แล้วแอปจะประเมินส่วนผสมทันที มันยังแนะนำทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพในประเภทเดียวกัน FoodFacts เป็นประโยชน์สำหรับการหาค่าคุณค่าทางโภชนาการสำหรับส่วนผสมในสูตรที่เป็นประโยชน์

 

กระตุ้นตัวเอง

 

Cr: Photo pinterest.com

เวลาเราจะทำอะไรแต่รู้สึกขี้เกียจ ลองใช้วิธีการกระตุ้นตัวเองในรูปแบบนี้ดูนะคะ

“ไปออกกำลังกายได้แล้ว'”

เราจะรู้สึกว่ามีแรงจูงใจมากกว่าเสียงบี๊บ บี๊บ บี๊บ ซึ่งเสียงนี้คงน่ารำคานและฟังจนชินหูจนปิดไปในที่สุด

 

  • นี่เป็น 6 วิธีง่าย ๆ สำหรับการใช้มือถือของเรายังไงให้เรามีทั้งความเพลินเพลิน ทั้งการมีสุขภาพที่ดี แต่อย่าเล่นจนตาของเราล้านะคะ เพราะมันก็จะส่งผลที่ไม่ดีต่อสุขภาพตาเราด้วยเช่นกัน และที่สำคัญเราควรแบ่งเวลาให้เป็นกับการใช้เวลาบนหน้าจอมือถือค่ะ

8 วิธีง่าย ๆ ในการจำการใช้ยาของคุณ คลิกเลย

Taperá Residence บ้านกลางป่า ภายใต้ชายคาสุดล้ำ

Taperá Residence บ้านกลางป่า ภายใต้ชายคาสุดล้ำ

Taperá Residence
หลังคาดีไซน์สุดล้ำ ด้านบนปูหญ้าเพิ่มเติมบรรยากาศได้กลมกลืนกับพื้นที่สีเขียว

งานออกแบบบ้านสุดโต่ง ของ “วิคเตอร์ ออร์ติซ” (Victor Ortiz) สถาปนิกชาวนิวยอร์ก ที่ขมวดวัฒนธรรมพื้นเมืองโบราณของชาวบราซิล มาผสานเข้ามู้ดแอนด์โทนที่เรียบง่าย ทว่าซุกซ่อนไปด้วยความซุกซนทันสมัย ภายใต้หลังคาสุดล้ำที่ออกแบบกลมกลืนกับพื้นที่สีเขียวได้อย่างลงตัว

ความเท่ของ Taperá Residence ที่ตั้งอยู่ในเมือง Rio De Janeiro ประเทศบราซิลแห่งนี้ มิใช่อยู่ที่ดีไซน์หลังคาโค้งเว้าโฉบเฉี่ยวแปลกตาเท่านั้น แต่วิคเตอร์ ออร์ติซ สถาปนิกชาวนิวยอร์กผู้เป็นเจ้าของผลงาน ยังออกแบบสถาปัตยกรรมของตัวบ้านให้มีความเรียบง่าย รู้จักนำวัฒนธรรมพื้นเมืองโบราณของชาวบราซิล (ที่สืบทอดมาจากเมือง Paraty) มาผ่านการตีความ และสร้างเอกลักษณ์ใหม่ให้ดูสะดุดตา ท่ามกลางความงดงามของธรรมชาติที่เต็มไปด้วยความสงบ ร่มรื่น และมีความเป็นส่วนตัวสูง

Taperá Residence
เส้นสายของตัวบ้านที่อยู่ด้านบนสุด ซึ่งมอบความทันสมัย เผยให้เห็นช่องหลังคาแบบเปิดที่ดูเท่่ไม่เหมือนใคร

วิคเตอร์ ออร์ติซ ยังสอดแทรกการออกแบบบ้านให้เป็น 3 ระดับ ล้อรับไปตามความลาดชันของพื้นที่บ้านที่มีลักษณะเป็นเนิน โดยออกแบบแปลนตรงส่วนที่สูงที่สุดใช้เป็นห้องรับแขก ซึ่งดีไซน์ให้มีมุมนั่งเล่นและพื้นที่รับประทานอาหารเชื่อมต่อกัน

สำหรับโซนความสูงระดับกลางของบ้าน ออกแบบเป็นห้องสวีท 3 ห้อง แต่ละห้องจะมีดีไซด์การตกแต่งที่แตกต่างกันไป ส่วนโซนที่ต่ำที่สุดของบ้านได้รังสรรค์เป็นห้องโฮมเธียร์เตอร์  พร้อมเจียดพื้นที่ด้านนอกไว้สำหรับเป็นพื้นที่พักผ่อนอาบแดดนั่นเอง

Taperá Residence
การออกแบบผนังกระจกยาวเต็มพื้นที่ เพื่อเปิดรับให้พื้นที่ภายในสว่างไสว ขณะเดียวกันผู้อยู่อาศัยสามารถมองเห็นพื้นที่่สีเขียวได้อย่างเต็มตา

 

โครงสร้างของบ้าน Taperá ส่วนใหญ่ทำจากไม้ และกรุกระจกโดยรอบ ทั้งนี้สถาปนิกต้องการเปิดรับลมและแสงธรรมชาติเข้ามาสู่ภายในบ้าน เพื่อก่อให้เกิดการถ่ายเทอากาศที่ดี อีกทั้งผนังบานกระจกยังสามารถมองเห็นพื้นที่สีเขียวด้านอกได้อย่างเต็มตาแม้ผู้อยู่อาศัยจะอยู่ภายในก็ตาม

ส่วนการออกแบบตกแต่งภายในนั้นเน้นความโปร่งสว่างและเรียบง่ายแต่พิถีพิถัน ผ่านการเลือกใช้วัสดุธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่นทั่วไป รวมถึงการเลือกใช้โทนสีของเฟอร์นิเจอร์ที่สอดรับกับโทนสีจากวัสดุหลักของบ้าน ซึ่งเสริมส่งให้แลดูสบายตา ชวนผ่อนคลาย

และที่เป็นไฮไลต์ของโปรเจ็กต์นี้คือ รูปทรงของหลังคาซึ่งโครงสร้างทำจากเมทัลลิก ที่เล่นกับรูปทรงเรขาคณิตได้โฉบเฉี่ยว อีกทั้งยังดีไซน์พื้นที่ด้านบนให้มีสนามหญ้า เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ตัวบ้านกลมกลืนกับพื้นที่ภายนอกได้เก๋ไก๋ซะจริงๆ

Taperá Residence

 

และทั้งหมดนี้ คือบ้านจากมุมมองของสถาปิกชาวนิวยอร์ก ที่สะท้อนความงามของตัวบ้านออกมาได้แตกต่าง ผ่านไอเดียสุดบรรเจิดที่ไม่เหมือนใคร มัดรวมทั้งความทันสมัย ความเรียบง่าย และกลิ่นอายพื้นถิ่นที่มีมาช้านานเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว กลายเป็นงานสถาปัตยกรรมที่สร้างสรรค์อารมณ์ออกมาได้หลากหลาย ที่สำคัญผู้มิตรกับธรรมชาติ และพื้นที่โดยรอบได้เจ๋งไม่เบา

Project Info

Project Title: Taperá Residence

Architecture: Victor b. Ortiz Architecture

Location: Rio De Janeiro, Brazil

 

Source : www.designboom.com

Cr.Photo : www.collater.al

 

 

บทความน่าสนใจ : พาร์ค รามอินทรา คอนโดฯ พร้อมอยู่ ตอบโจทย์ชีวิตหลากมิติ

 

เครื่องสำอางไทย ฮิตครองไทยวัยรุ่นญี่ปุ่น

อยากรู้มั้ย ทำไมสาวญี่ปุ่นติดใจเครื่องสำอางไทยจนขายดี

คนไทยอาจจะคุ้นเคยกับเครื่องสำอางญี่ปุ่นที่นำเข้ามาขายในบ้านเราหลายยี่ห้อเวลาไปญี่ปุ่นก็เล็งแต่ของญี่ปุ่นอีกเลยอาจจะไม่เห็นว่าจริง ๆ แล้วมีแบรนด์ เครื่องสำอางไทย ที่เป็นที่นิยมอยู่ในญี่ปุ่นเหมือนกันนะ 

นอกจากเครื่องสำอางจากเกาหลีใต้จีนและจากประเทศตะวันตกที่นำเข้าไปในญี่ปุ่นก็มีบริษัทญี่ปุ่นที่นำเข้าเครื่องสำอางไทยไปทำตลาดได้ดีเหมือนกันอย่างน้อยถ้าแวะไปร้าน Cosmelabo ร้านขายเครื่องสำอางนำเข้าย่านชิบุย่า หรือร้าน Laforet Harajuku ในย่านฮาราจูกะ หรือในร้าน Loft แบรนด์ที่คนไทยคุ้นเคยก็จะเจอแบรนด์เครื่องสำอางไทยวางจำหน่าย

เครื่องสำอางไทย
Cr: Photo matichon.co.th

ที่ได้รับความนิยมมากก็ 3 แบรนด์นี้  ได้แก่ Cathy Doll, ศรีจันทร์ และ Beauty Cottage ซึ่งมีกลุ่มลูกค้าทั้งวัยรุ่นและนักศึกษาญี่ปุ่นชื่นชอบ แต่รวม ๆ แล้วเครื่องสำอางไทยจะขายดีในกลุ่มสาว ๆ ตั้งแต่อายุ 20-40 ปีเลย 

เครื่องสำอางแบรนด์ “Cathy Doll” เป็นที่รู้จักในญี่ปุ่นจากละครไทยเรื่อง “เพราะเราคู่กัน (2gether)” ถึงแม้ว่าตัวเอกในเรื่องจะเป็นผู้ชายสายวายแต่ก็มีกลุ่มแฟนคลับสาวญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยที่ชมละครผ่านทางออนไลน์ และสนใจในผลิตภัณฑ์ที่ถูกโปรโมทในละคร เครื่องสำอาง Cathy Doll ได้เริ่มวางตลาดในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม เป็นวันแรกที่วางจำหน่ายในญี่ปุ่น โดยใช้นักแสดงนำ ไบร์ท วชิรวิชญ์ ชีวอารี และ วิน เมธวิน โอภาส เอี่ยมขจร นักแสดงนำจากละคร “เพราะเราคู่กัน (2gether)” จากละครเรื่องดังกล่าว มาเป็น Image Character เหล่าสาวๆ มารอต่อแถวคิวยาวเหยียดก่อนร้านเปิด ทำเอาสินค้าขายเกลี้ยงหมดในวันเดียว 

เพราะอะไรถึงที่ทำให้เหล่าสาว ๆ ต่อแถวยาวออกไปถึงหน้าร้านน่ะหรือ?

ก็เพราะมีสินค้าหลากหลายสีสันให้เลือกในราคาย่อมเยาเอื้อมถึงง่าย  ลิปสติกของ Cathy Doll มีสีให้เลือกถึง 12 สี บลัชออนเองก็เช่นกัน มีทำออกมาถึง 12 สี ทั้งยังมีการพัฒนาสีสันในไอเทมต่าง ๆ ให้เลือกถึง 102 สี แถมแพ็คเกจจิ้งดีไซน์น่ารักน่าใช้ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เป็นที่นิยม ทำให้สามารถเลือกใช้สีให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ และราคาไม่แพง ลิปสติก 880 เยน บลัชออน 770 เยน  และ Lip tint ที่ว่าฮอตฮิตขายได้ถึงล้านแท่งในไทย วางขายที่นี่ในราคาเพียง 550 เยน กลายเป็นสินค้า Mega Hit ของร้าน


เครื่องสำอางแบรนด์ “ศรีจันทร์” เป็นแบรนด์ยอดนิยมอันดับหนึ่งของไทยในเรื่องแป้งฝุ่นที่ได้รับความสนใจบนโลกออนไลน์มาก ซึ่งมีเนื้อแป้งละเอียดทนน้ำทนเหงื่อ เป็นที่เลื่องลือ แล้วเมคอัพไม่หลุดลอกถึงแม้จะใส่หน้ากากอนามัยอยู่ก็ไม่หลุดลอก

ทั้งนี้ สินค้านี้เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2563 ก็ได้รับ ความนิยมมาก ขายได้ถึง 2,600 ชิ้นภายใน 1 เดือน และในเดือน มกราคมถึงมีนาคม ปี 2564 ที่ผ่านมา ก็ขายได้ถึง 1,960 ชิ้น ซึ่ง เป็นตัวเลขที่แสดงให้เห็นถึงความนิยมในตัวสินค้านี้

เครื่องสำอางไทย
Cr: ศรีจันทร์

ไม่เพียงแค่ผู้หญิงเท่านั้น แต่เครื่องสำอางไทยสำหรับผู้ชายก็มีจำหน่ายด้วย “ศรีจันทร์” มีออก สินค้าแป้งฝุ่นควบคุมความมัน รุ่นสีดำ (Black Edition Oil Control Powder) ราคา 1980 เยน หรือ ประมาณ 570 บาท อีกด้วย

เครื่องสำอางแบรนด์  “Beauty Cottage” คือแบรนด์ที่เปิดแยกออกมาจาก Beauty Buffet ขายเครื่องสำอางออร์แกนิค เน้นสารสกัดจากธรรมชาติเป็นหลัก มีแพ็คเกจที่น่ารักฟรุ้งฟริ้ง หรูหรา ราคาย่อมเยาว์ ในหลายปีมานี้ทั้งสองแบรนด์ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาเที่ยวในประเทศไทยเป็นอย่างมาก เพราะมีราคาถูกและคุณภาพดี แพ็คเกจน่ารัก

ส่วนเหตุผลว่าทำไมสาว ๆ ญี่ปุ่นติดใจเครื่องสำอางไทยจนขายดีนั้นจากการสอบถามของบริษัทนำเข้าเครื่องสำอางกับกลุ่มลูกค้าบรรดาลูกค้าสาว ๆ บอกว่าเป็นเพราะ

เครื่องสำอางไทยแพ็คเกจน่ารักจนอดใจไม่ได้ บางครั้งซื้อมาเยอะเลย

เครื่องสำอางไทยบางแบรนด์ มีราคาถูกกว่าเครื่องสำอางที่ขายในห้างสรรพสินค้า และได้มาตรฐาน

เครื่องสำอางไทยมีสีหลากหลาย เช่น ลิปสติกของ Cathy Doll มีมากถึง 12 สี ใช้แล้วดูสวย แถมราคาไม่กี่ร้อยเยน

ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนและร้อนกว่าญี่ปุ่น สินค้าทนความร้อนและความชื้นสูงได้ดี ถึงแม้จะใส่หน้ากากอนามัยก็ไม่ค่อยหลุด ติดทน คุณสมบัติดีกว่าจากบางประเทศที่บางครั้งละลายได้ในระหว่างวัน

เครื่องสำอางไทย
Cr: Photo matichon.co.th

เรียกว่าเครื่องสำอางไทยนอกจากเรื่องคุณสมบัติสินค้าไม่เป็นรองใครส่วนหนึ่งที่ได้รับการตอบรับดีก็เพราะเรื่องการตลาดที่รู้ใจผู้บริโภคว่าต้องการในแง่ของความรู้สึกด้วยเรียกว่ามีครบทั้งฟังก์ชั่นและอีโมชั่นเลย

นอกจากเหตุผลด้านการใช้งานยังมีลูกค้าบางกลุ่มที่ยอมรับว่าซื้อเพราะความน่ารักของแพ็คเกจหรืออยากได้รูปถ่ายบนแพ็คเกจเวลามีพรีเซ็นเตอร์ที่ชอบ และกระแสการใช้เครื่องสำอางในหมู่ผู้ชายยังทำให้มีลูกค้าผู้ชายในญี่ปุ่นเลือกซื้อเครื่องซื้อสำอางไทยด้วย เช่น แป้งพัฟตลับดำของศรีจันทร์ที่นำเข้าไปเจาะตลาดผู้ชาย ฯลฯ อีกทั้วลงความนิยมเครื่องสำอางเกาหลีในช่วงก่อนหน้านี้ ทำให้คนญี่ปุ่นคุ้นเคยกับเครื่องสำอางเอเชียมากขึ้น จึงทำให้การตอบรับเครื่องสำอางไทยในตลาดญี่ปุ่นเป็นกระแสได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

ส่งต่อความงามจาก “Jung Saem Mool” เมคอัพอาร์ติสชื่อดัง สู่แบรนด์เครื่องสำอางระดับโลก

ส่งต่อความงามจาก Jung Saem Mool เมคอัพอาร์ติสชื่อดัง สู่แบรนด์เครื่องสำอางระดับโลก คลิกเลย

ลุกเป็นไฟกับแฟชั่น Louis Vuitton X Bam Bam

เรียกได้ว่าลุกเป็นไฟกับแฟชั่น Louis Vuitton X Bam Bam ที่ถ่ายลง Official Louis Vuitton โดย แบมแบม – กันต์พิมุกต์ ภูวกุลและเหล่าคนดังได้รับเชิญให้ชมผลงาน #LVSS22 ของคุณ Nicolas Ghesquière ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์แห่งคอลเล็กชันสุขภาพสตรี ที่นำเสนอ LouisVuitton Women’s Collection ล่าสุดของเขา

 

View this post on Instagram

 

A post shared by BamBam (@bambam1a)

ภาพที่ถ่ายลง Official Louis Vuitton ของ แบมแบม จริงๆแล้วแฟชั่นคอลเล็กชันของผู้หญิง แบมแบมเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวที่อยู่ในคอลเล็กชันนี้ และด้วยองค์ประกอบที่ลงตัวทุกองศาของแบมแบม ตั้งแต่ท่าโพส ทรงผม ชุด และกระเป๋า ทำให้เหล่าอากาเซ่ปลาบปลื้มตอบรับด้วยการติดแฮชแท็ก #LouisVuittonxBamBam จนเป็นกระแสติด 1 Top เทรนด์ทวิตเตอร์ในไทยอย่างรวดเร็ว

Louis Vuitton Bam Bam

ภาพของ Friend of Louis Vuitton ที่ถ่ายลง Official Louis Vuitton และเหล่าเซเลบริตี้ระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Alicia Vikander, Naomi Osaka, Liu Yifei, Jennifer Connelly, Gemma Chan, Suzu Hirose, Taeyeon, และ Bambam ในโททัลลุคจาก Louis Vuitton Collection Spring/Summer 2022

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Louis Vuitton (@louisvuitton)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Louis Vuitton (@louisvuitton)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Louis Vuitton (@louisvuitton)


และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกของ แบมแบม กับแฟชั่นจาก Louis Vuitton Collection Spring/Summer ก่อนหน้านี้ในเอ็มวีเพลง ‘riBBon’ ที่พุ่งทะยานขึ้นไปแล้วกว่า 10 ล้านวิวภายในไม่ถึง 24 ชั่วโมง แบมแบมมาในลุคชุดสูทกางเกงพิมพ์ลายโมโนแกรมเพนท์สีน้ำก็เป็นแฟชั่นจาก Louis Vuitton Collection Spring/Summer 2021 ด้วยเช่นกัน

Louis Vuitton Bam Bam

Nicolas Ghesquière ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์แห่งคอลเล็กชันสุขภาพสตรี

Nicolas Ghesquière เกิดวันที่ 9 พฤษภาคม 1971 ที่เมือง Comines ทางตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศสแต่เติบโตใน Loudun ทางตะวันตกของประเทศ ความรักในงานแฟชั่นของเขาปรากฏชัดตั้งแต่อายุยังน้อย โดยได้รับแรงบัลดาลใจมาจากแม่ของเขาที่ใส่ใจแฟชั่นการแต่งตัวของเขา และเขาได้ร่างการออกแบบก่อนที่เขาจะอายุ 12 ปีเสียอีก เขาเข้าสู่วงการแฟชั่นครั้งแรกเมื่ออายุ 15 ปีด้วยการฝึกงานด้านแฟชั่นที่หลายหลายแห่ง ในปี 1991 เมื่อสำเร็จการศึกษา เขาก็เริ่มต้นอาชีพในวงการแฟชั่นในตำแหน่งผู้ช่วยด้านการออกแบบให้กับ Jean Paul Gaultier

ในปี 1995 เขาก้าวขึ้นเป็นครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ให้กับ Balenciaga และเอกลักษณ์ในการออกแบบของเขาอย่างโครงสร้างเสื้อผ้าที่ชัดเจนสไตล์ฟิวเจอริสติก รวมถึงสไตล์ Parisian Chic ก็กลายเป็นที่ยอมรับและชื่นชมอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ตลอดระยะเวลา 3 ฤดูกาล เขาได้ออกแบบให้กับหลากหลายแบรนด์ รวมไปถึงแบรนด์เลือดอิตาเลียน Callaghan

ในปีเดือนตุลาคม 2001 เขาได้รับรางวัล “International Designer” จาก CFDA ต่อมาในปี 2006 เขาได้รับเลือกจากนิตยสาร Times ให้เป็นหนึ่งใน 100 ผู้ทรงอิทธิพลของโลก และได้รับเลือกให้เป็น “Chevalier des Arts et des Lettres” ในปี 2007 โดยรัฐบาลฝรั่งเศส

เขาได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในดีไซเนอร์ที่น่าจับตามองที่สุดในรุ่นของเขา และได้รับการยกย่องในวงกว้างสำหรับเทรนด์ที่สร้างอิทธิพลไปทั่วโลก

ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2013 Nicolas Ghesquière ได้รับการแต่งตัวให้เป็นอาร์ทิสติกไดเรกเตอร์แห่งคอลเล็คชั่นสุภาพสตรีให้กับหลุยส์ วิตตอง ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์คนใหม่ของ Louis Vuitton เขาได้รับคำชมสำหรับคอลเลกชันนี้ซึ่งเขาใช้ผ้าที่มีคุณภาพ เช่น จระเข้ขนสัตว์เชตแลนด์ขัดเงาและผ้าโมลสกินพิมพ์สำหรับกระโปรงทรงเอสั้นแจ็คเก็ตบ็อกซ์กางเกงเอวสูงและเสื้อสเวตเตอร์แบบครอป ภาพเงาอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาคือทรงเอเล็กน้อยซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบในช่วงปี 1970 และต้นทศวรรษที่ 80

ในเดือนพฤศจิกายน 2014 หนึ่งปีหลังจากเข้ามาทำงานที่หลุยส์ วิตตอง เขาได้รับรางวัล Fashion Innovator of the year จาก Wall Street Journal และจากนั้นในเดือนธันวาคม เขาก็ได้รับรางวัล British Fashion Award ในฐานะ Best International Designer of the year

สำหรับใครที่อยากรู้รายละเอียดแฟชั่นเซต Louis Vuitton X Bam Bam ที่ถ่ายลง Official Louis Vuitton สามารถติดตามที่ inzpy เร็วๆนี้ค่ะ

อ้างอิงข้อมูลจาก: Louis Vuitton Thailand

แอบส่องทริคฟิตหุ่นของ “Kendall Jenner” นางแบบสุดฮ็อตหุ่นเซ็กซี่ คลิกเลย

ทะเลสาบสุริยันจันทรา “Sun Moon Lake”

ทะเลสาบสุริยันจันทรา “Sun Moon Lake”

ทะเลสาบสุริยันจันทรา
Cr. Pinterest

เมื่อทริปที่แล้วเราพาออกจากไทเป เมืองหลวงของไต้หวันมาแล้ว และเดินทางมายังเมืองหนานโถว(Nantou) เมืองท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของไต้หวัน และอยู่ไม่ไกลจากไทเปอีกด้วย ถ้าพูดถึงการมาเที่ยวหนานโถว สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดที่ทุกคนต่างพูดถึงนั่นก็คือ ทะเลสาบสุริยันจันทรา (Sun Moon Lake) นั่นเอง ก่อนจะพาไปเที่ยวทะเลสาบแห่งนี้ เรามาทำความรู้จักเมืองหนานโถวกันก่อนดีกว่าค่ะ

เมืองหนานโถว(Nantou) เป็นเมืองที่อยู่ในภาคกลางของไต้หวัน เป็นมณฑลที่มีประชากรอาศัยอยู่มากเป็นอันดับ 2 ของไต้หวัน มีพื้นที่ทั้งหมด 4106.436 ตารางกิโลเมตร  และเป็นเมืองที่ไม่มีอาณาเขตติดกับทะเล ภูมิทัศน์โดยทั่วไปของเมืองนี้จะเป็นภูเขาสูงใหญ่สลับซับซ้อน และมีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ นอกจากแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแล้วที่นี่ยังเป็นแหล่งวัฒนธรรมที่ผสมผสานระหว่างจีนและญี่ปุ่นอีกด้วย จึงได้เห็นสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอยู่หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น หมู่บ้านปีศาจซีโถว หรือ หมู่บ้านวัฒนธรรมชนเผ่าอะบอริจินฟอร์โมซาน แต่สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดในหนานโถวนั้นก็คงหนีไม่พ้น ทะเลสาบสุริยันจันทรา ที่เรากำลังจะพาทุกท่านไปเที่ยวชมกันในวันนี้

ทะเลสาบสุริยันจันทรา
Cr. Pinterest

ทะเลสาบสุริยันจันทรา (Sun Moon Lake) เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน และยังได้รับการยอมรับว่าเป็นทะเลสาบที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลกอีกด้วย จุดเด่นของความสวยงามของที่นี่คือพื้นน้ำสีฟ้าอมเขียวสอดส่องประกายรับกับท้องฟ้า โดยมีฉากหลังเป็นภูเขาสูงใหญ่งดงาม ในตอนเช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้นจะได้เห็นแสงสีส้มฉาบบนท้องฟ้าตัดกับน้ำทะเล ส่วนในยามเย็นพระอาทิตย์ใกล้ตกนั้นจะได้เห็นแสงเป็นสีแดงอมม่วง เรียกว่าโรแมนติกสุด ๆ ไม่ว่าจะมาในช่วงไหนก็ตาม ว่ากันว่าภาพที่ได้เห็นนั้นสวยงามราวกับภาพวาดเลยทีเดียวค่ะ ซึ่งต้องบอกเลยว่าคำพูดนั้นไม่เกินจริงไปเลยซักนิดเดียว ที่ทะเลสาบสุริยันจันทราแห่งนี้มีอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี ถือเป็นสถานที่ตากอากาศยอดนิยมของคนไต้หวันแห่งหนึ่งอีกด้วย 

ประวัติความเป็นมาของชื่อ ทะเลสาบสุริยันจันทรา หรือ Sun Moon Lake นั้น ในอดีตทะเลสาบแห่งนี้ได้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน เมื่อเรามองไปทางทิศตะวันออกจะมีลักษณะคล้ายกับพระอาทิตย์ และเมื่อมองไปทางทิศตะวันตกจะมีลักษณะคล้ายกับพระจันทร์ ซึ่งในบางครั้งอาจจะทำให้รู้สึกได้ว่าเห็นพระอาทิตย์และพระจันทร์ปรากฎขึ้นมาพร้อม ๆ กัน โดยระหว่างกลางนั้นจะมีเกาะเล็ก ๆ ชื่อว่าเกาะลาลู กั้นเอาไว้ 

Cr. Pinterest

กิจกรรมที่นิยมมาทำกันที่ทะเลสาบแห่งนี้ก็คงหนีไม่พ้นการนั่งเรือชมความงามของทะเลสาบ ขึ้นไปยังเกาะเพื่อชมวิวด้านบน สักการะวัด และทานไข่ต้มใบชา นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมปั่นจักรยานรอบทะเลสาบ ขึ้นกระเช้าชมวิวทะเลสาบในมุมสูงแบบพาโนราม่า ที่นี่นอกจากเป็นที่นิยมในการมาพักผ่อนตากอากาศแล้ว ยังเป็นสถานที่ถ่ายรูปฮันนีมูนสำหรับคู่รักอีกด้วย หากมาแล้วเจอคู่รักที่นี่เยอะแยะมากมายคงไม่ต้องแปลกใจกันแล้วนะคะ โดยปกติทั่วไปแล้วที่ทะเลสาบแห่งนี้จะไม่อนุญาตให้ลงไปว่ายน้ำเนื่องจากความลึกและอุณหภูมิที่ค่อนข้างเย็นอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ แต่ทุก ๆ ปีจะมีการจัดกิจกรรมแข่งขันว่ายน้ำข้ามทะเลสาบสุริยันจันทรา ซึ่งจะจัดในช่วงกลางฤดูใบไม้ผลิ ระยะทางที่จัดแข่งขันจะมีความยาวอยู่ที่ 3 กิโลเมตร เป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากและมีผู้คนเข้าร่วมแข่งขันนับหมื่นคนในทุก ๆ ปีเลยค่ะ

Cr. Pinterest

นอกจากความสวยงามของทะเลสาบสุริยันจันทราแล้ว บริเวณโดยรอบยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น วัดเหวินหวู่(Wenwu Temple) ตั้งอยู่บริเวณทิศเหนือของทะเลสาบ วัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นของเทพเจ้ากวนอู บริเวณภายในวัดเต็มไปด้วยรูปปั้นหินแกะสลัก ความโดดเด่นของรูปปั้นเหล่านี้คือ รูปปั้นสิงโตสีแดง 2 ตัวที่ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าวัด ซึ่งสิงโตคู่นี้ถูกแกะสลักมาจากหินอ่อน มีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านดอลลาร์กันเลยทีเดียว นอกจากวัดเหวินหวู่แล้วก็ยังมีหมู่บ้านวัฒนธรรมอะบอริจินฟอโมซาน(Formosan Aboriginal Culture Village) ที่นี่เป็นแหล่งศึกษาศิลปะวัฒนะธรรมชนเผ่าดั้งเดิม นอกจากจะมีกิจกรรมการแสดงต่าง ๆ ของชนเผ่าแล้ว ที่นี่ยังมีสวนสนุกและเครื่องเล่นต่าง ๆ มากมายอีกด้วย ภายในหมู่บ้านแห่งนี้จะถูกแบ่งออกเป็น 3 โซนใหญ่ ๆ ได้แก่ โซนสวนยุโรป โซนเกาะแห่งสวนสนุก และโซนหมู่บ้านชนเผ่าอะบอริจิน 

การเดินทางมายังทะเลสาบสุริยันจันทรา

1.โดยรถไฟ จาก Taipei Station ไป Taichung Station แล้วต่อ Nantou Bus ที่หน้าสถานีไปยังทะเลสาบสุริยันจันทรา รถไฟมีอยู่ 2 แบบนะคะ
รถไฟความเร็วสูง HSR ใช้เวลา 1 ชั่วโมง ราคา 700 เหรียญไต้หวัน
รถไฟธรรมดา TSR ใช้เวลา 90n นาที ราคา 200 เหรียญไต้หวัน
*รถบัสจาก Taichung Station ไปทะเลสาบสรุยันจันทรา ราคา 229 NT ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง

2.โดยรถบัส KUO-KUANG MOTOR ขึ้นที่ Taipei Bus Station ไปลงที่ทะเลสาบสุริยันจันทรา ราคา 470 NT ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก 

ในโอกาสหน้าเราจะพามาเจาะลึกสถานที่ท่องเที่ยวรอบ ๆ ทะเลสาบสุริยันจันทรากันอีกครั้งนะคะ

 


ฟาร์มแกะชิงจิ้ง (Cingjing Farm) สวิตเซอร์แลนด์แห่งไต้หวัน คลิก