Home Blog Page 1135

De’ Ya Cafe คาเฟ่น่ารักในเมืองปราจีนบุรี

De’ Ya Cafe คาเฟ่น่ารักในเมืองปราจีนบุรี

De' Ya Cafe
สำหรับใครที่กำลังจะเดินทางไปท่องเที่ยวที่จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดภาคตะวันออก ที่อยู่ไกลจากกรุงเทพฯ ขับรถเพียงแค่สองชั่วโมงนิด ๆ ก็ถึงแล้ว หากผ่านไปถึงตัวเมืองปราจีนบุรี แล้วกำลังมองหากาแฟอร่อย ๆ ทาน อย่าลืมแวะไปที่ De’ Ya Cafe (เดอ’ย่า) คาเฟ่เล็ก ๆ แต่แฝงไปด้วยความน่ารัก สุดชิค

เดอ’ย่าคาเฟ่ เป็นร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น มีทั้งหมด 2 ชั้น เมื่อเดินเข้าไปในร้านเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ และเคาเตอร์บาร์จะถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์โทนสีไม้เข้ม ๆ มีที่นั่งให้เลือกทั้งแบบมาเป็นคู่รัก หรือมาเป็นครอบครัวใหญ่ก็สามารถนั่งด้วยกันได้ ในส่วนของชั้นสองนั้นก็จะมีมุมสำหรับนั่งทำงาน ให้วัยรุ่น วัยทำงาน มานั่งชิลคุยงานสบาย ๆ ที่นี่ได้อีกด้วย โดยรอบร้านจะถูกตกแต่งด้วยกระจกใส ทำให้ร้านดูโปร่ง โล่งสบาย รับแสงสว่างจากภายนอกได้อย่างเต็มที่

แต่สำหรับใครที่ไม่ชอบบรรยากาศภายในห้องแอร์ ก็จะมีที่นั่งเล็ก ๆ ด้านนอกให้นั่งรับลมเย็น ๆ ใต้ต้นไม้ใหญ่อีกด้วย ด้านนอกนี้จะมีมุมต้นแคคตัสเล็ก ๆ เอาไว้ให้ผู้มาเยือนได้เดินชมและถ่ายรูปน่ารัก ๆ

สำหรับเมนูที่ร้านนี้มีให้เลือกกันอย่างหลากหลาย เริ่มตั้งแต่อาหารข้าว ของหวาน เบเกอรี่ และเครื่องดื่มร้อน เย็น ต่าง ๆ นอกจากความหลากหลายแล้ว อาหารเมนูต่าง ๆ ของที่นี่ยังได้รับการการันตีความอร่อยจากรายการร้านเด็ดประเทศไทยอีกด้วย ทางร้านจะมีเมนูเด็ด ๆ มากมาย มีทั้งเมนูที่มาจากผลไม้ตามฤดูกาล อาทิเช่น เดอย่า แมงโก้ เป็นเมนูข้าวเหนียวมะม่วง เมนูมะยงชิดสมูทตี้ หรือเมนูแนะนำของทางร้านอย่าง มุราซากิเครป เป็นเครปแผ่นแป้งมันม่วงสีออกพาสเทล ด้านในแป้งเป็นไส้มันม่วง โปะด้านบนด้วยวิปครีมสีม่วงเข้ม ทานคู่กับไอศรีม อร่อยลงตัวมาก ๆ เลยค่ะ แต่ละเมนูนั้น นอกจากจะได้ความอร่อยในราคาไม่แพงแล้ว ยังถูกจัดแต่งออกมาอย่างสวยงามมาก ๆ อีกด้วยค่ะ

De' Ya Cafe

นอกจากของหวานแล้วที่ก็ยังมีเมนูอาหารคาวให้เลือกทานกันให้อิ่มท้องได้อีกหลายเมนู เช่น ราดหน้าปูเกี๊ยวกรอบ สปาเก็ตตี้ขี้เมา สเต็กปลาแซลมอน หรือเมนูไทย ๆ อย่างผัดฉ่าปลากระพงราดข้าว ก็เด็ดไม่แพ้กันค่ะ

สำหรับใครที่ยังหาร้านแวะทานอาหารไม่ได้ ขอฝากร้าน เดอ’ย่า คาเฟ่ แห่งนี้เอาไว้เป็นหนึ่งในลิสต์ที่ต้องแวะมาให้ได้ด้วยนะคะ รับรองว่าถ้าได้มาทานอาหารที่นี่แล้วจะต้องติดใจกลับไปอย่างแน่นอนค่ะ

Location: 225/3 หมู่ที่1 ต.รอบเมือง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี
Open-Close: เปิดบริการทุกวัน 09.00-21.00 น.
Phone: 037 452 353
Facebook: https://www.facebook.com/DeYabykhunya/
Google map: https://g.page/DeYabykhunya?share 

 


นั่งชิล ๆ จิบกาแฟชมวิว@Pino Latte เขาค้อ คลิก

 

 

The Messenger Through The Twilights นิทรรศการกลุ่มโดย 5 ศิลปินเซรามิกมากฝีมือ     

The Messenger Through The Twilights นิทรรศการกลุ่มโดย 5 ศิลปินเซรามิกมากฝีมือ                                          

The Messenger

พบกับผลงานศิลปะ จากเหล่าบรรดาศิลปินทั้ง 5 ที่มี “ดิน” เป็นจุดเริ่มต้นของนิทรรศการ ผ่านตัวงานเซรามิกที่สะท้อนถึงการสร้างหลักฐานทางอารยธรรม ขณะเดียวกันสื่อสารให้เห็นความขัดแย้ง และการล่มสลายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตเพราะฝีมือมนุษย์ โดยนิทรรศการนี้จัดแสดงให้ชมตั้งแต่วันที่ 9 – 31 ตุลาคม 2564 ณ 333 Anywhere

ผลงานและแนวคิด

 

“Another One” โดย วิทวัส ปิยะชัยวุฒิ / Material & Technique : Slip-cast porcelain installation                                                                        The Messenger

ผลงานชุดนี้ เป็นการสร้างรูปปั้นเสมือนสิ่งมีชีวิต ที่ประกอบรวมร่างจากวัตถุรูปทรงกลม ถูกปรุงแต่งด้วยทิศทางในการประกอบ พื้นผิว ลวดลาย สีสัน สัญลักษณ์ และส่วนประกอบของรยางค์ แขนขาที่แตกต่างกัน เพื่อสะท้อนถึงสภาวะร่วมของสิ่งที่เหมือน และสิ่งที่แตกต่าง ที่ประกอบรวมเป็นแต่ละสิ่งมีชีวิตนั้น ๆ

โดยมีการใช้องค์ประกอบของสี จากสีผิวของมนุษย์ ซึ่งเป็นเรื่องเล็ก ๆ เรื่องหนึ่งของความหลากหลาย ที่ก่อให้เกิดความแตกต่างและความขัดแย้งกันอย่างนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งในอดีตจนถึงปัจจุบัน สีผิวที่ในมุมมองทางวิทยาศาสตร์ แตกต่างกันด้วยความมาก-น้อยของเม็ดสี หรือเมลานิน แต่ในมุมมองของกลุ่มคนหลากหลายกลุ่ม สีผิวอาจถูกพูดถึงในความมาก-น้อยของสติปัญญา, ของบุญวาสนา, ของความเป็นคนดีคนชั่ว ตามแต่ที่คนแต่ละสังคมจะนิยาม

“ex Machina” โดย โม จิรชัยสกุล / Material & Technique : 10 Mixed clay forms, subtracted by CNC machine and a single channel video (10 mins.)                                                                             The Messenger

ผลงานที่อ้างอิงไปถึง ปี ค.ศ. 3020 หนึ่งพันปีหลังจากอารยธรรมของ Homo Sapiens Sapiens ได้ล่มสลายจากการบริหารจัดการโรคระบาดที่ผิดพลาด มนุษย์ในรอบอารยธรรมใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้นจากศูนย์ ผ่านวิถีชีวิตแบบสังคมเร่ร่อนเก็บของป่าล่าสัตว์ ซึ่งได้มาพบเครื่อง CNC (Computer Numerical Control) milling machine ที่ถูกต่อไว้กับแผงโซลาร์เซลล์ ภายใต้ซากปรักหักพังของโรงงาน Duriflex  มนุษย์จึงเข้าใจว่าเป็นพระผู้สร้าง พวกเขาจัดแจงกอบเอาเศษดินและหินในบริเวณนั้นขึ้นมาปั้นเป็นก้อน เพื่อถวายเป็นบรรณาการแก่พระผู้สร้างองค์นี้ หลังจากนั้น ภาชนะศักดิ์สิทธิ์ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น

คำถามคือ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากมนุษย์ในรอบหน้านั้นสร้างอารยธรรมจากการคว้าน (subtraction) และ วงกลม ที่ได้รับอิทธิพลมาจากพระผู้สร้าง (เครื่อง CNC) ของพวกเขา

“Mingle-Mangle” โดย อิ๊แอร่ / Material & Technique : 12 Pieces of handbuilt porcelain covered with glass on metal base                                                                                    

อีกหนึ่งผลงานที่ต้องการสื่อสารถึงโลกใหม่ในอนาคตที่มนุษย์มีอายุขัย 80,000 ปี ความเจ็บปวดหลังจากภัยพิบัติและสงครามทำให้ผู้คนได้ตระหนักรู้ถึงคุณค่าแห่งชีวิต และมนุษย์เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างรู้รักสามัคคี จึงเกิดการพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยีก้าวล้ำราวกับมีเวทมนต์ มนุษย์ สัตว์ พืช ได้เกิดวิวัฒนาการข้ามสายพันธุ์อย่างไม่เคยมีมาก่อน และสิ่งมีชีวิตสามารถอยู่ได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องเบียดเบียนกัน หากแต่เป็นการแบ่งปัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

“Petrified Knots ปมที่ถูกสาปเป็นหิน” โดย พิม สุทธิคำ / Material & Technique : Set 1: Porcelain with clear glaze, cone 9 OF, Set 2: Black Stoneware with white crawling glaze on clear glaze, cone 8 RF                                                                                                                                                                                                              The Messenger

ผลงานของ พิมสุทธิคำ ที่สะท้อนให้เห็นถึง ‘ปม’ ความหมายทางภาษาหลายแง่มุม ผ่านการขึ้นรูปของปมจากวัสดุดินเหนียวที่มีความยืดหยุ่นโดยตวัดไขว้เส้นดินตามเส้นทางการขมวด ซึ่งแต่ละปมเป็นปมพื้นฐานที่แก้ได้ไม่ยาก โดยเฉพาะ Slip Knot ที่เพียงแค่กระตุกด้านหนึ่งก็สามารถคลายปมออกมาได้อย่างง่ายดาย ทว่าปมดินถูกเผาดั่งต้องคำสาปให้กลายเป็นหิน นั่นหมายถึง ปมนั้นไม่สามารถคลี่คลายได้อีกต่อไป ความพรั่นพรึงในใจเกิดขึ้นต่อสิ่งที่แก้ไม่ได้ตรงหน้านี้ กับสองทางเลือกว่า จะเก็บปมเหล่านั้นไว้ให้คงเป็นปมเช่นเดิมไปอีกนานเท่านาน หรือหากต้องการเปลี่ยนแปลงก็มีแต่จะต้องทุบทำลายเท่านั้น

“ตถตา suchness” โดย อ้อ สุทธิประภา /Material & Technique : A single channel video of performative meditation and porcelain bisqueware installation                                                                    

ผลงานที่เป็นการพินิจชีวิตสำรวจตัวเอง เพื่อก้าวข้ามผ่านวังวนแห่งอารมณ์และความรู้สึกสุข/ทุกข์ที่เกิดขึ้น โดยชีวิตเปรียบดั่งการเดินเท้าเปล่าไปบนภาชนะดินเผาที่มีทั้งสภาวะที่แข็งกระด้าง แห้งผาก และแหลมคม ซึ่งต้องใช้เวลาสร้างประสบการณ์ในการเรียนรู้ที่จะเหยียบย่ำไปกับมัน จนถึงวันที่เข้าใจและอยู่กับมันได้ด้วยใจที่เสถียร

โดยศิลปินได้เปรียบเปรย ภาชนะดินเผา จาน ชาม ถ้วย เป็นสิ่งของที่ทุก ๆ คนมีใช้กัน ไม่ว่ายากดีมีจน มีจานไว้ทานอาหารทั้งสิ้น และเป็นของที่มีจนชิน ใช้สอยจนลืมไปว่ามันมีอยู่เพื่ออะไร เพราะประโยชน์ของมันคือการรองรับอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงร่างกาย มิใช่เป็นสัญลักษณ์แสดงความมั่งคั่ง  การเห็นที่บิดเบือนเช่นนี้ ทำให้คนดิ้นรนจนเกิดทุกข์ เหมือนกับภาชนะเปราะบางเริ่มแตกหักนั่นเอง

The Messenger Through The Twilights จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 9 – 31 ตุลาคม 2564 ณ 333 Anywhere โกดัง 5 Warehouse 30 ซ.เจริญกรุง 30เปิดวันอังคาร – อาทิตย์  เวลา 11:00 – 18:00 น.

ดูข้อมูลเพิ่มเติม คลิก FB : web.facebook.com/333anywhere

 

บทความน่าสนใจ : Fluted โต๊ะข้างฝีมือคนไทย ดังไกลถึงต่างแดน

ส่องแฟชั่น “จองโฮยอน” Global Ambassador คนล่าสุดของ Louis Vuitton

0

ส่องแฟชั่น “จองโฮยอน” Global Ambassador คนใหม่ของ Louis Vuitton

จางโฮยอน
Cr.Photo ; fashiongonerogue.com

จองโฮยอน(Jung Ho Yeon) เรียกได้ว่าเป็นผู้หญิงที่ฮอตมากที่สุดในชั่วโมงนี้ เพราะเธอโด่งดังและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางมากขึ้นจากการเป็นนักแสดงนำในเรื่อง Squid Game ซี่รี่ส์ระทึกขวัญจากประเทศเกาหลีใต้ที่ได้รับกระแสความนิยมจากทั่วโลก ตัวละครทุกตัวที่เข้าร่วมเกมต้องเอาตัวรอดให้ได้เพื่อชิงเงินรางวัล 45,600 ล้านวอน เป็นซีรี่ส์ที่สะท้อนสังคมได้เป็นอย่างดี และแต่ละตัวละครมีปูมหลังที่แตกต่างกัน หลังจากซีรี่ส์ดังนี้ได้จบไปแล้วก็ยิ่งทำให้เธอเป็นที่น่าสนใจและถูกจับตามองมากขึ้น จนทำให้ยอดฟอลโล่ใน Instagram ของเธอนัั้นพุ่งสูงขึ้นมากจนน่าตกใจขึ้นแท่นนักแสดงหญิงชาวเกาหลีใต้ที่มียอดผู้ติดตามมากที่สุดไปแล้ว ด้วยหน้าตาของเธอที่ดูเก๋ไก๋สไตล์นางแบบและการแสดงที่ตีบทแตกไม่น้อยหน้ารุ่นพี่ของเธอนั่นเอง

จางโฮยอน
Jung Ho Yeon
จางโฮยอน
Cr.Photo ; Pinterest

ถึงแม้ว่า จองโฮยอน จะเป็นที่รู้จักจากการแสดงซีรี่ส์เรื่อง Squid Game แต่ที่จริงแล้วเธอเองเป็นนางแบบมืออาชีพตั้งแต่อายุ 16 ปี เธอได้เซ็นต์สัญญาร่วมงานกับ Louis Vuitton แบรนด์หรูสัญชาติฝรั่งเศส และหลังจากนั้นก็ได้ร่วมงานกับแบรนด์ระดับโลกอีกมากมายหลายแบรนด์เลย ไม่ว่าจะเป็น Chanel, Fendi, Hermes และ Tory Burch และในเดือนตุลาคมนี้ทาง Louis Vuitton ก็ได้ชวนจองโฮยอนกลับมาร่วมงานอีกครั้งในฐานะ Global Ambassador อีกด้วย ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากสำหรับ จองโฮยอน

จางโฮยอน
Cr.Photo ; twitter.com 

จองโฮยอน ได้รับรางวัลรองชนะเลิศจากรายการ Korea’s Next Top Model 4 และยังถูกจัดอันดับให้เป็นนางแบบ Top 50 ระดับโลก ของ models.com ด้วยนะ ลุคที่เรามักจะเห็นเธอบนรันเวย์ว่าสวยเริ่ดแล้ว ลุคในชีวิตประจำวันของเธอก็ดูดีไม่แพ้กัน เธอเป็นผู้หญิงที่มีสไตล์สมกับเป็นนางแบบแถวหน้าระดับโลกจริงๆ สำหรับจองโอยอน

จางโฮยอน

จางโฮยอน
Cr.Photo ; hoyeonjung23.tumblr.com, twitter.com

ส่วนในเรื่องของหัวใจจองโฮยอนนั้นเธอกำลังอินเลิฟอยู่กับ “อีดงฮวี” จาก ซีรีส์ “Reply 1988” และเธอยังเป็นเพื่อนสนิทของ เจนนี่ BLACKPINK อีกด้วย

ส่องสตรีทสไตล์ “เบลล่า ฮาดิด” กับแฟชั่นในยุคโควิด คลิก

ส่องสตรีทสไตล์ “เบลล่า ฮาดิด” กับแฟชั่นในยุคโควิด

0

ส่องสตรีทสไตล์ “เบลล่า ฮาดิด” กับแฟชั่นในยุคโควิด

ส่องสไตล์เบลล่า
Cr.Photo ; Pinterest

เบลล่า ฮาดิด เป็นอีกหนึ่งเซเลบและนางแบบชื่อดังที่น้อยคนนักจะไม่รู้จักเธอ เธอคนนี้คือผู้ที่อิทธิพลทางด้านแฟชั่นมากๆ ไม่ว่าหยิบจับอะไรขึ้นมาใส่ ก็มักจะถูกจับตามองเสมอ เรามักจะเห็นรูปถ่ายเธอตามท้องถนนในแฟชั่นที่เธอสวนใส่ในชีวิตประจำของเธอ เรามาทำความรู้จัก เบลล่า ฮาดิด กันให้มากกว่านี้ดีกว่า

ส่องสไตล์เบลล่า
Cr.Photo ; Pinterest

อิซาเบลล่า ไคร์ ฮาดิด (Isabella Khair Hadid) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ เบลล่า ฮาดิด ด้วยรูปร่างหน้าตาที่พระเจ้าให้มาทำให้เธอเริ่มเข้าสู่วงการนางแบบตั้งแต่อายุ 16 ปี เบลล่า มักปรากฏตัวบนรันเวย์ของแบรนด์แฟชั่นแถวหน้าของโลกตลอดเวลาเมื่อมีแฟชั่นโชว์และเธอเองก็โดดเด่นเอามากๆ เบลล่าเป็นลูกครึ่งปาเลสไตน์และเธอก็เป็นชาวมุสลิมด้วยนะ แน่นอนว่าเธอมีพี่สาวสุดสยอีกคนที่เป็นนางแบบเหมือนกันนั้นก็คือ จีจี้ ฮาดิด ซึ่งตอนนี้เธอนั้นก็ได้มีครอบครัวที่น่ารักกับ เซน มาลิก อดีตสมาชิกบอยแบรนด์ชื่อดัง One Direction และน้องชายอีกคนของเธอ อันวา ฮาดิด เรียกได้ว่าหน้าดีกันทังบ้านเลย

ส่องสไตล์เบลล่า
Cr.Photo ; Pinterest

เบลล่าเคยได้ร่วมงานกับแบรนด์เสื้อผ้าระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Victoria’s Secret, Marc Jacobs, Moschino,Chanel, Ralph Lauren, Givenchy, Miu Miu, Versace, Dior, Fendi, Calvin Klein, Bulgari, Alexander Wang, Nike และยังได้ร่วมงานถ่ายแบบกับนิตยสารชั้นนำของโลก อย่าง Vogue, Harper’s Bazaar, L’Officiel, Elle เป็นต้น ผลงานของเบลล่าโดดเด่นมากแม้กระทั่งเธอแต่งตัวออกมาเดินช้อปปิ้งก็เป็นที่จับตามองใส่เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่แล้ว

ส่องสไตล์เบลล่า
Cr.Photo ; Pinterest

นอกจากรูปร่างที่สมส่วนจนเป็นรูปร่างในฝันของสาวๆ แล้ว เบลล่ายังได้รับการขนานนามว่ามีใบหน้าที่งดงามและได้สัดส่วนตามแบบฉบับชาวกรีกโบราณ ใบหน้าสวยๆ ของเธอนั้นสามารถแต่งแต้มให้ออกมาสวยได้หลากหลายสไตล์จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมแบรนด์ดังๆ ทั้งหลายจึงอยากได้เธอมาร่วมงานด้วยเสมอ

ส่องสไตล์เบลล่า
Cr.Photo ; Pinterest

สำหรับในปีนี้ เบลล่าก็ได้ออกมาสร้างเสียงฮือฮาไม่แผ่วเลยสำหรับลุคสตรีทแฟชั่นของเธอ ถึงแม้ว่าเธอจะต้องสวมใส่แมสก์ออกจากบ้านก็ไม่สามรถขัดกับลุคของเธอได้ เรียกได้ว่าสวยเก๋ทะลุแมสก์หันไปเลยทีเดียว ลุคที่แต่งแต้มบนรันเวย์นั้นเราเห็นจนชินตา ลุคในสไตล์ของเธอเองตามถนนก็เริ่ดไม่แพ้บนรันเวย์เลยนะ ด้วยรูปร่างที่เธอดูแลอย่างดีมาตลอดไม่ว่าจะใส่อะไรก็ดูดีเสมอ

ส่องสไตล์เบลล่า
Cr.Photo ; Pinterest

จากที่สังเกตเบลล่าหลายๆ ลุค เรามักจะเห็นเบลล่านั้นชอบใส่แว่นตากับลุคที่เธอเลือกเสมอ และมักจะเป็นแว่นทรงสไตล์ 90 เห็นแว่นทรงนี้ทีไรทำให้อดนึกถึงใบหน้าสวยๆ ของเบลล่าไม่ได้เลย เพราะรูปหน้าที่ได้สัดส่วนของเธอนั่นแหละที่ไม่ว่าจะใส่แว่นทรงไหนก็ดูเข้ากันไปซะหมดเลย น่าอิจฉาจริงๆ

ส่องสไตล์เบลล่า
Cr.Photo ; Pinterest

ด้วยความที่เธอเป็นนางแบบเซนส์ในการเลือกเสื้อผ้าและไอเทมต่างๆ ของเธอนั้นมักจะออกมาลงตัวเสมอ และในหลายๆ ลุคของเธอนั้นสามารถเป็นไอเดียให้เรานั้นแต่งตามกันได้ ลุคของเบลล่านั้นจะออกมาในแนวเท่และวินเทจนิดๆ เป็นสไตล์เฉพาะตัวของเธอเลยก็ว่าได้

Oversize Blazer ไอเทมสุดฮิตจากรุ่นแม่ถึงรุ่นลูก คลิก

 

 

ส่องเทรนด์อาหารและเครื่องดื่มมาแรง ปี 2021

ส่องเทรนด์อาหารและเครื่องดื่มมาแรง ปี 2021

ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ทั่วโลกของเราประสบกับปัญหาการระบาดของไวรัสโคโรนา(Covid-19) ทำให้การใช้ชีวิตของคนบนโลกใบนี้เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ธุรกิจหลาย ๆ ประเภทหยุดชะงัก หรือมีการเปลี่ยนแปลง ปรับตัวให้เขากับสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ก็มีบางธุรกิจที่เกิดใหม่และเติบไปได้ในสถานการณ์นี้ อุตสาหกรรมอาหาร ก็เป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่มีการปรับตัวอย่างเห็นได้ชัด เพื่อให้สอดคล้องกับสถาณการณ์ปัจจุบันและความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป วันนี้เราจะพาไปสำรวจกันว่าในปี 2021 นี้ มี เทรนด์อาหารและเครื่องดื่ม รูปแบบไหนบ้างที่กำลังเป็นที่นิยม

 

อาหารที่ทำมาจากพืช Plant-Based Food
เทรนด์อาหารและเครื่องดื่ม
Cr. Pinterest

เป็นผลพวงจากการระบาดของไวรัสโคโรนาที่เห็นได้ชัดที่สุด ผู้คนหันมาดูและสุขภาพกันมากขึ้น ทั้งการออกกำลังกาย เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์และดีต่อสุขภาพ ลดการรับประทานเนื้อสัตว์ลง ทานผักผลไม้มากขึ้น โดยมีผลิตภันฑ์อื่น ๆ ขึ้นมาทดแทนผลิตภันฑ์จากสัตว์ อาทิเช่น การทานนมจากพืชแทนนมวัว อย่างนมจากถั่วต่าง ๆ หรือ ผลิตภัณฑ์เนื้อไร้เนื้อ(เนื้อที่ผลิตจากพืชที่ให้รสชาติและสัมผัสเหมือนเนื้อสัตว์)

 

โภชนาการเฉพาะบุคคล Tailored-to-Fit Food
เทรนด์อาหารและเครื่องดื่ม
Cr. Pinterest

ในอดีตจนถึงปัจจุบันอาหารและยานั้นจะถูกสร้างขึ้นมาสำหรับทุกคน แต่เพราะมนุษย์แต่ละคนนั้นมีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของพันธุกรรม เพศ อายุ กรุ๊ปเลือด หรือ ไลฟ์สไตล์ด้านสุขภาพที่แตกต่างกัน เช่น กลุ่มผู้ลดน้ำหนัก กลุ่มผู้สูงอายุ เด็ก หรือกลุ่มผู้ออกกำลังกาย เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลให้ความต้องการในการบริโภคอาหารแตกต่างกันไป ดังนั้นอาหารเพื่อสุขภาพของแต่ละบุคคลคนจึงไม่เหมือนกันอีกต่อไป เทรนด์อาหารเฉพาะบุคคลจึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทน์ความแตกต่างนี้ได้อย่างตรงจุดและชัดเจนที่สุด ตัวอย่างอาหารเฉพาะบุคคล เช่น อาหารสำหรับผู้เป็นเบาหวานที่จะใช้สารให้ความหวานเช่นหญ้าหวาน แทนน้ำตาล, อาหารแบบคีโตเจนิกไดเอต ที่เน้นการทานไขมันดีและโปรตีน ลดคาร์โบไฮเดรต เป็นต้น

 

อาหารพร้อมทาน Ready-to-Eat
Cr. Pinterest

ยังคงเป็นเทรนด์อาหารยอดฮิตที่ครองใจหนุ่มสาววัยทำงานมาอย่างยาวนาน ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในเมืองที่เร่งรีบ และสถานการณ์ปัจจุบันอีกด้วย โดยร้านอาหารหลาย ๆ แห่งได้ปรับตัวให้มีบริการจัดส่งอาหารส่งถึงบ้านกันมากขึ้น อาหารพร้อมทานในยุคปัจจุบันนี้ นอกจากจะได้เรื่องความสะดวกสบายแล้ว ยังคำนึงถึงรสชาติ ความสด คุณภาพของวัตุดิบ และบรรจุภัณฑ์ มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

อาหารพร้อมปรุง Meal Kits
Cr. Pinterest

ในช่วงสถานการณ์โรคระบาดนี้ พฤติกรรมการเดินทางออกจากบ้านเพื่อจับจ่ายซื้อของได้มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก หลายคนเลือกที่จะออกจากบ้านให้น้อยที่สุด และเมื่อออกแล้วก็จะซื้อวัตถุดิบต่าง ๆ มาในจำนวนที่มากกว่าปกติ ซึ่งการซื้อในจำนวนมาก ๆ นั้นมักจะควบคุมปริมาณได้ยากและทำให้ซื้อเกินจำเป็น ทำให้วัตุดิบเน่าเสียได้ ยิ่งโดยเฉพาะการทำอาหารทานคนเดียวหรือทำในปริมาณน้อย ๆ ยิ่งเกิดปัญหานี้ได้ง่าย จึงเกิดเป็นเทรนด์อาหารชุดพร้อมสำหรับปรุงสุก ที่มีการจัดเซ็ตมาให้พร้อมทั้งวัตุดิบและเครื่องปรุงต่าง ๆ โดยคำนวนปริมาณสำหรับทานได้ 1 มื้อ ตอบโจทย์สำหรับคนที่ต้องการทำอาหารทานเอง หรือแม้แต่ผู้ที่เริ่มต้นทำอาหาร ก็สามารถทำทานได้อย่างง่าย ๆ ไม่เหลือวัตุดิบทิ้ง

 

ยกระดับอาหารริมทาง Street Food
เทรนด์อาหารและเครื่องดื่ม
Cr. Pinterest

อาหารริมทางหรือสตรีทฟู้ดของไทยนั้น ถือเป็นอาหารที่มีชื่อเสียงติดอันดับต้น ๆ ของโลก จึงได้มีการส่งเสริมให้ยกระดับอาหารริมทางได้มีคุณภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในด้านของความสะอาด เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตแบบ New Normal ร้านอาหารหลาย ๆ ร้านก็มีการยกระดับอาหารของตนเองให้มีความโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อดึงดูดลูกค้าให้มาทานมากยิ่งขึ้น ซึ่งหากธุกิจท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัว จะทำให้ธุรกิจอาหารริมทางนี้มีการแข่งขันที่สูงมากยิ่งขึ้นไปในอนาคต

นอกจาก เทรนด์อาหารและเครื่องดื่ม ที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้ว สิ่งหนึ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากในการประกอบธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม นั่นก็คือ ความสะอาด เนื่องจากปัจจุบันผู้คนหันมาใส่ใจเกี่ยวกับสุขอนามัยกันมากขึ้น ดังนั้นความสะอาดจึงเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจประเภทนี้ โดยจะต้องใส่ใจในทุก ๆ ขั้นตอน ตั้งแต่ภายนอกและภายในร้าน วัตุดิบ การปรุงอาหาร รวมไปถึงการกำจัดขยะอีกด้วย หากมีการสร้างมาตรฐานเรื่องความสะอาดได้อย่างดี รับรองว่าร้านอาหารของคุณจะได้ไปต่ออย่างแน่นอนค่ะ

 

 


update ตำนานลูกชิ้นปลากระโดดได้ ย้ายเข้าตึกแถวแล้ว คลิก

 

 

รวม Brand fashion ของเหล่าศิลปิน ไอดอลเกาหลี

0

ความสามารถด้านบริหาร

Brand fashion อีกสิ่งหนึ่งที่ไอดอล หรือ ดารา ศิลปิน เกาหลี ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถของพวกเขา ทั้งทางด้านการออกแบบ หรือมีส่วนร่วมในการออกแบบ การบริหารและสร้างแบรนด์ของตัวเองนอกเหนือจากความสามารถด้านการสร้างความบันเทิง ความสุขให้กับเหล่าแฟนคลับ เราจึงจะพาเพื่อน ๆ ชาว Inzpy บางคนที่อาจจะยังไม่รู้ว่าเหล่าศิลปิน ไอดอลเหล่านี้ก็มีแบรนด์แฟชั่นเป็นของตัวเอง จะมีใครบ้างไปดูกัน

A6OVE x AOMG

Brand fashion
CR.A6VOE

A6OVE (Above) แบรนด์ภายใต้การดูแลของค่ายฮิปฮอปสุด Swag อย่าง AOMG นอกจากเสื้อผ้าแนวสตรีทสุดฮิตที่ไม่ว่าจะออกมากี่ Collection ก็ Sold Out อย่างรวดเร็ว ก็ยังมี เครื่องประดับ กระเป๋า พวงกุญแจ รวมทั้ง CD หรือสินค้าเกี่ยวกับงานเพลงของศิลปินในค่ายให้แฟนคลับได้อุดหนุนกันแบบจุใจอีกด้วย ใครอยากจะตามไปช้อปหรือสนใจสินค้าไหนเพิ่มเติมก็เข้าไปดูกันได้ที่ A6OVESTROE ได้เลย

NERDY

Brand fashion
CR.NERDY

NERDY แบรนด์ที่จุดเริ่มต้นจากคุณ Zico และคุณจงฮยอน ที่ร่วมหุ้นกัน เป็นแบรนด์เสื้อผ้าแนวสตรีท ไอเท็มสุดฮิตของแบรนด์นี้คงหนีไม่พ้น ชุดวอร์ม ที่จะเห็นได้ว่าไอดอล ศิลปินเกาหลีใส่กันเยอะมาก ๆ งานกีฬาสีไอดอล ISAC ในปี 2019 นี้เรียกได้ว่าใส่กันแทบทั้งสนามแข่งเลยทีเดียว

และยิ่งเพิ่มความฮิตไปอีกเมื่อคุณคัง แดเนียล ได้ใส่ชุดวอร์มสีม่วงของแบรนด์ ทำให้ช่วงนั้นชุดวอร์มมียอดขายทะลุเพดานไปเลย แต่แบรนด์นี้เค้าก็ไม่ได้มีแค่ชุดวอร์มนะ เสื้อผ้าแนวสตรีทอื่น ๆ อีกหลากหลาย Collection ก็น่าซื้อใส่สุด ๆ ไปเลย วาร์ปสั่งซื้ออยู่ที่นี่เลย NERDY

TEAM WANG

Brand fashion
CR.TEAM WANG

TEAM WANG แค่ชื่อแบรนด์ก็รู้เลยว่าใครเป็นเจ้าของ Wang Jackson หรือพี่แจ็คของเหล่าอากาเซ่นั้นเอง เป็นแบรนด์เสื้อผ้าแนวสตรีทแฟชั่น ที่เน้นความเรียบง่ายแต่มีความเป็นเอกลักษณ์สูง แถมในอนาคตยังแพลนที่จะขยายให้ธุรกิจภายในแบรนด์มีหลากหลายมากขึ้นด้วย เหล่าอากาเซ่หรือใครที่สนใจอยากช้อปสินค้าสุดเท่จากพี่แจ็ค ก็คลิกที่ TEAM WANG ได้เลย

TEMPUS

แบรนด์แฟชั่นเกาหลี
CR.TEMPUS

TEMPUS แบรนด์ของสมาชิกบอยแบนด์ระดับตำนานอย่างคุณ อีดงเฮ จาก ซูปเปอร์จูเนียร์ ที่ก่อตั้งแบรนด์นี้ขึ้นกับพี่ชายแท้ ๆ ของตัวเอง เป็นเสื้อผ้าสไตล์มินิมอล ที่เน้นการใช้วัสดุคุณภาพดีในการเสื้อผ้าแต่ละชิ้น ทำให้รู้สึกสบายเมื่อได้สวมใส่ แถมยังดูเรียบง่ายให้ได้ทุกวันอีกด้วย ใครสนใจอยากได้อยากโดนคลิกเลย TEMPUS STUDIO

BLANC & ECLARE

แบรนด์แฟชั่น
CR.Blanc & Eclare

BLANC & ECLARE ข้ามมาที่แบรนด์ของสาวสวยมากความสามารถอย่างคุณ เจสสิกา จอง กันบ้าง แบรนด์แฟชั่นในรูปแบบเรียบหรูดูดี เหมือนเจ้าของแบรนด์กันเลยทีเดียว เสื้อผ้าในแต่ละ Collection นั้น จะถูกดีไซน์ออกมาให้มีความทันสมัย และดูคลาสสิก แถมไม่ได้มีแค่เสื้อผ้านะ แว่นกันแดด เครื่องประดับ หมวก ชุดว่ายน้ำ ที่คาดผม และอีกเยอะแยะมาแบบจัดเต็ม รับรองว่าถูกใจสาว ๆ แน่นอน ใครอยากดูสินค้าเพิ่มเติมคลิกเลย BLANC & ECLARE

STAYDIUM

STAYDIUM
CR.STAYDIUM

STAYDIUM แบรนด์เสื้อผ้าสไตล์ฮิปฮอปของคุณ BM จากวง KRAD วิสัยทัศน์ของแบรนด์คือต้องการมอบความดูดีและมีสไตล์สบาย ๆ และผลิตด้วยผ้าคุณภาพดีจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แถมกำไรส่วนหนึ่งยังบริจาคให้กับองค์กรเพื่อสังคมต่าง ๆ อีกด้วย งานนี้นอกจากจะได้เสื้อผ้าคุณภาพดี ดีไซน์เด่นแล้ว ยังได้เป็นสนับสนุนแบรนด์ที่มีแนวคิดดี ๆ อีกด้วย ใครสนใจคลิกเลย STAYDIUM

เป็นยังไงกันบ้างสายแฟชั่นทั้งหลาย ชอบ Brand fashion ของศิลปินคนไหนเป็นพิเศษรึป่าว บอกเลยว่าทุกแบรนด์มีความเอกลักษณ์และมีสไตล์เฉพาะตัวของแบรนด์มาก ๆ ใครชอบแฟชั่นแนวไหนก็อย่าลืมไปอุดหนุนศิลปินที่ชอบกันนะ หรือใครไม่ได้เป็นแฟนคลับคนไหนเป็นพิเศษก็ไปอุดหนุนกันได้ รับรองคุณภาพทั้งด้านการดีไซน์และวัสดุที่ใช้ถูกใจสายแฟชั่นแน่นอน

 

รายการสนุก ๆ

 

 

 

 

แนะนำ รายการสนุก ๆ ดูเพลินรู้ตัวอีกทีเฮ้ย ! เกินเวลานอน คลิกเลย

Oversize Blazer ไอเทมสุดฮิตจากรุ่นแม่ถึงรุ่นลูก

0

Oversize Blazer ไอเทมสุดฮิตจากรุ่นแม่ถึงรุ่นลูก

เบลเซอร์โอเวอร์ไซส์
อิ้งค์ วรันธร

เสื้อเบลเซอร์ (Blazer) แบบโอเวอร์ไซส์ หรือเบลเซอร์ไหล่ตกกลับมาฮิตอินเทรนด์อีกครั้งในปี 2021 นี้ แต่สาวๆ รู้หรือไม่ว่าแฟชั่นเสื้อเบลเซอร์แบบโอเวอร์ไซศ์นั้นเฟื่องฟูมากตั้งแต่ยุค 80 หลายคนอาจจะงงว่ามันต่างกันยังไงก็แค่แฟชั่นเสื้อเบลเซอร์นี่นา… แฟชั่นเสื้อเบลเซอร์แบบวินเทจหรือเบลเซอร์สไตล์ 80 นั้น มีความแตกต่างจากปัจจุบันตรงที่ สมัยนั้นเน้นเบลเซอร์แบบโอเวอร์ไซส์มากๆ เลยล่ะ เบลเซอร์ในยุคนั้นไหล่ต้องตกลงมาไม่พอดีกับไหล่ผู้ใส่ เราจะเห็นได้จาก ศิลปินนักร้องของไทยเราหลายๆ คนนิยมใส่กันในช่วงนี้ ไม่ว่าจะเป็น นนท์ ธนนท์ หรือ อิ้งค์ วรันธร ใน MV เพลงเก่งแต่เรื่องคนอื่น ที่ให้ฟีลสไตล์วินเทจ ก็จะต้องมีแฟชั่นเบลเซอร์แบบนี้อยู่

เบลเซอร์โอเวอร์ไซส์
Cr.Photo ; thefrankieshop.com zen.yandex.ru

นึกออกกันไหมคะว่าเบลเซอร์ยุค 80 นั้นเป็นยังไง มันก็คือเสื้อเบลเซอร์สไตล์คุณแม่แบบใหญ่ๆ ใส่หลวมๆ ไหล่ตกนิดหน่อย ยังไงล่ะ เชื่อว่ามีหลายคนนะที่มีคำถามอยู่ในหัวว่าแล้ว เบลเซอร์ กับ สูท เนี้ยต่างกันยังไงล่ะ ตอบง่ายๆ เลยนะคะ ถ้าเป็นสูทนั้นจะต้องเป็นเซตเดียวกันทั้งเสื้อและกางเกง ผ้าชนิดเดียวกันและใส่เนื่องในโอกาสพิเศษที่เป็นทางการ ส่วนเบลเซอร์นั้นก็คือเสื้อตัวนอกเพียงตัวเดียวที่ไม่ต้องใส่เข้าคู่กับกางเกง และจะดูลำลองกว่าจะแมทช์กับกางเกงยีนส์หรือกางเกงคนละสีที่ไม่จำเป็นต้องสีเดียวกันก็ได้ค่ะ

เบลเซอร์โอเวอร์ไซส์
Cr.Photo ; Pinterest, gagetgirl.hubpages.com

เบลเซอร์ที่จะให้อารมณ์แบบ 80s ที่แท้จริงจะต้องมีการเสริมไหล่ บางคนมองว่ามันจะดูเฉยไปไหมนะถ้าฉันจะหยิบมันมาใส่ จริงๆ แล้วไม่เลยค่ะ เก๋ไปอีกแบบด้วยซ้ำ จะใส่ไปช้อปปิ้งหรือใส่ไปทำงานก็ว้าวสุดๆ เลยนะ การที่เราจะหยิบสูทมาใส่มันก็ดูดีอยู่หรอกนะ แต่มันก็ดูไม่แฟชั่นเอาซะเลยนี่สิ ถ้าอย่างนั้นมาปิ๊งไอเดียเบลเซอร์โอเวอร์ไซส์ไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ

เบลเซอร์โอเวอร์ไซส์
Cr.Photo ; Pinterest, elle.com.au

เริ่มจากเลือกเบลเซอร์โอเวอร์ไซส์สีพื้นสักตัว จะยืมคุณแม่มาก่อนก็ได้นะ ได้ฟีลยุค 80 ชัวร์ จับคู่กับเดรสตัวโปรดด้านในอีกสักตัวก็เริ่ดแล้วนะ แต่ขอความยาวของเดรสไม่เกินเบลเซอร์ตัวนอกล่ะ แค่นี้ก็แบเซ็กซี่ขยี้ใจสุดๆ ไปเลย หรือถ้าเบลเซอร์ของเราใหญ่มากๆ พอจะเป็นเดรสได้เลย ก็ใส่ชิ้นเดียวไปเลยก็ได้นะเออ โชว์เรียวขาไปเลยสิ

เบลเซอร์โอเวอร์ไซส์
Cr.Photo ; sheerluxe.com, whowhatwear.co.uk

สำหรับใครที่นึกไม่ออกก็หยิบกางเกงยีนส์ตัวโปรดออกมาเลยจ้า แค่มีกางเกงยีนส์ก็สามารถแมทช์กับอะไรก็เอาอยู่ แถมยังได้ฟีลแบบวัยรุ่นยุค 80 แบบเก๋าๆ ไปอีก แนะนำเลยนะถ้าคุณอยากให้ออกมาวินเทจสุดๆ ขอให้เน้นไปที่สีเอิร์ธโทนไปเลย จับคู่กับยีนส์สีซีดนิดๆ ยังไงก็วินเทจ

เบลเซอร์โอเวอร์ไซส์
Cr.Photo ; dailymail.co.uk, popsugar.com

สายสตรีทเห็นลุคนี้ต้องกรี๊ดใส่ ใครจะเชื่อว่าเบลเซอร์แบบโอเวอร์ไซส์จะสามารถจับคู่กับ cycling short แบบ 90 ได้เป็นอย่างดี เห็นแล้วอดนึกถึงสไตล์กรันจ์แบบเท่ๆ ไม่ได้

เบลเซอร์โอเวอร์ไซส์
Cr.Photo ; fashionkiosk.ch, mariefrance.fr

แฟชั่นไม่มีถูกไม่มีผิดหรอกค่ะ จับเบลเซอร์มาแมทช์ให้ได้ลุคแบบสปอร์ตก็ยังได้ แต่ข้อที่ควรระวังสำหรับลุคนี้คือ ไม่ควรใส่ทุกชิ้นให้มิดชิดเกินไปค่ะ เพราะจะทำให้ดูแน่นไม่บาลานซ์ได้ ทางที่ดีควรโชว์หน้าท้องนิดหน่อยเพราะกางเกงทรงนี้จะดูหลวมอยู่แล้วอาจทำให้ดูเทอะทะ บ้านเราเป็นเมืองร้อนด้วยเพราะฉะนั้นอาจต้องระวังอย่าให้ร้อนจะไม่สบายตัวได้

How To สาวอวบแต่งตัวยังไงให้มีเอว! คลิก

Fluted โต๊ะข้างฝีมือคนไทย ดังไกลถึงต่างแดน

Fluted โต๊ะข้างฝีมือคนไทย ดังไกลถึงต่างแดน

Fluted

Fluted Glass Table โต๊ะข้างสีสันสดใส ที่นำเรื่องของนวัตกรรมมาขมวดเข้ากับช่างฝีมือท้องถิ่นไว้อย่างกลมกลืน เกิดเป็นงานของใช้ของตกแต่งบ้านที่ร่วมสมัย เผยรายละเอียดที่แปลกตาแต่สวยงาม

Fluted

เดชา อรรจนานันท์ และพลอยพรรณ ธีรชัย ผู้ก่อตั้งแบรนด์ “THINKK Studio” ถือว่าเป็นสองดีไซเนอร์ที่มีกลวิธีในการสร้างงานแต่ละชิ้นออกมาได้อย่างน่าสนใจ  นอกเหนือจากแบรนด์ของตัวเองแล้ว ทั้งคู่ยังขยันโฉบไปลับคมสมอง ร่วมออกแบบผลิตภัณฑ์กับแบรนด์อื่นอยู่เป็นประจำ รวมถึงยังรับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ และการออกแบบตกแต่งภายในให้กับบริษัทอีกหลายแห่ง แถมยังช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ชาวบ้านตามจังหวัดต่าง ๆ  ด้วยการเจียดเวลาไปช่วยพัฒนางานชุมชนให้เกิดความร่วมสมัยเพื่อผลักดันไปสู่ตลาดสากลอีกด้วย

 

Fluted

ส่วนโต๊ะข้าง “Fluted Glass Table” ชิ้นนี้ เป็นอีกหนึ่งผลงานจาก THINKK Studio ที่ออกแบบให้กับบริษัท ไทยเทคโนโลกลาส จำกัด (BSG Glass) ซึ่งไม่เพียงได้รับรางวัล DEmark เท่านั้น แต่ก่อนหน้านี้ยังคว้ารางวัลชนะเลิศ ประเภท Designed Furniture จาก Interior Design Magazine ที่นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกามาแล้ว

Fluted

สำหรับจุดเด่นต้องยกให้กับความคิดอันชาญฉลาด ที่ต่อยอดมาจากกระบวนการผลิตกระจกรถยนต์ ซึ่งเป็นธุรกิจดั้งเดิมจากทางโรงงานของ BSG Glass มาผสานร่วมกับเทคโนโลยีอันทันสมัย โดยสลัดคราบกระจกเรียบทื่อ… น่าเบื่อทิ้ง ผ่านการประยุกต์นำกระจกลอนแก้วและกระจกใสมาประกบกัน และคั่นกลางด้วยแผ่นฟิล์มลามิเนต พร้อมกับดัดโค้ง เพื่อเปลี่ยนมุมมองให้เด่นเด้งน่าสนใจ เผยการหักเหของแสงที่แปลกตา และการไล่เฉดสีที่เกิดจากเทคโนโลยีงานพิมพ์บนแผ่นฟิล์มลามิเนตที่งดงาม มอบอารมณ์โมเดิร์นทันสมัย ดูเก๋ไก๋ และสร้างความต่างได้แบบไม่เหมือนใคร

ที่เจ๋งคือนอกจากจะมีความคงทนเป็นทุนแล้ว ยังออกแบบคำนึงถึงความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน ผ่านการดีไซน์ให้รูปทรงมีความโค้งเว้าไร้เหลี่ยมคม ที่สำคัญมีน้ำหนักเบา ไม่ว่าจะเป็นแรงชายแรงหญิง ก็สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก แถมทำความสะอาดก็ง่ายอีกด้วย

 

Cr.Photo : THINKK Studio

 

บ้านจิ๋วแต่แนวคิดแจ๋ว

บทความน่าสนใจ : Kyoto House บ้านจิ๋วแต่แนวคิดแจ๋ว

ไปปะทิว ไปนอนเต็นท์ชมวิว ที่บ้านเกาะเตียบ

ไปปะทิว ไปนอนเต็นท์ชมวิว ที่บ้านเกาะเตียบ

ช่วงนี้กระแสการแคมป์ปิ้งค่อนข้างมา หลายคนเลือกที่จะเว้นระยะห่าง ไม่นอนในโรงแรม แล้วออกมาตั้งแคมป์ส่วนตัว ตามสถานที่กางเต็นท์ในแต่ละจังหวัดที่มีผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด เราก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ต้องการพักแบบเว้นระยะห่าง รอบนี้เลยเลือกไปตั้งแคมป์ที่ทะเล (Beach Camping) กันที่อำเภอปะทิว เพื่อไปนอนเต็นท์ชมวิว ที่บ้านเกาะเตียบ จ.ชุมพร

การเดินทางไปชุมพรนั้น ดูเหมือนว่าจะใกล้ แต่ด้วยเส้นทางลงใต้ ที่เราต้องผ่านด่านสำคัญ และต้องเผื่อเวลาหลายชั่วโมงในการติดอยู่ตรงเส้นพระราม2 (ที่ทำถนนกันมานานมากกกก แล้วยังไม่เสร็จ) แต่นั่นเราไม่ถือว่าเป็นอุปสรรค หากเราอยากไปเที่ยว เราก็แค่เผื่อเวลาเดินทางให้มากหน่อยก็เท่านั้นว่ามั้ย ?

เราออกเดินทางกันแต่เช้าตรู่ เพราะกรุงเทพฯ – ชุมพร ระยะทางราว 450 กิโลเมตร ทำให้ต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 – 7 ชั่วโมง รวมการแวะพักเข้าห้องน้ำ และทานข้าวระหว่างทาง ซึ่งเราเลือกเดินทางในวันธรรมดา ให้เข้ากับโครงการ “วันธรรมดา น่าเที่ยว” ของทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพราะมันก็ช่วยได้เยอะจริงนั่นแหละ ทั้งรถไม่ติด คนไม่เยอะ ไม่ต้องแย่งกันกิน แย่งกันถ่ายรูป ที่สำคัญช่วยเว้นระยะห่างได้อย่างดี (ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ กับการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่)

เมื่อเราดินทางมาถึงจุดหมาย บ้านเกาะเตียบ ชุมชนเล็กๆ ก่อนถึงตัวอำเภอปะทิว ที่เราศึกษามาแล้วว่าที่นี่คืออีกหนึ่งจุดหมายของสายแคมป์ปิ้งเลยล่ะ

บ้านเกาะเตียบ จุดหมายของสายแคมป์ปิ้ง

บ้านเกาะเตียบ คาเฟ่หมูกระทะชาวเกาะ” ที่มีเจ้าของเป็นสาวใต้ตาคมนามว่า “น้องแป๋ม” เจ้าของพื้นที่ที่ชื่อว่า “บ้านเกาะเตียบ” แห่งนี้ ที่นี่เป็นเวิ้งหาดส่วนตัวหลังเขา พื้นที่กว้างใหญ่ จนเธอเองก็ไม่รู้ว่าพื้นที่ทั้งหมดเท่าไหร่เหมือนกัน น้องแป๋มมีความเป็นกันเอง จ้อจี้ แหลงใต้ชับปึ๋ง แหลงเร็ว แหลงคล่อง และมีความอ้อร้อดีเวลาคุยกับลูกค้าทุกท่านที่แวะเวียนเข้าไป

น้องแป๋มค่อนข้างเก่งมาก เพราะเธอเข้ามาพัฒนาพื้นที่ของพ่อแม่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก ที่ได้รับความนิยมพอตัว แม้ว่าจะติดปัญหาเรื่องน้ำ ไฟ และดีไซน์การออกแบบที่พักอยู่มากก็ตาม ต้องขอปรบมือชื่นชมในความตั้งใจนี้

กิจกรรมที่นี่มีให้ทำมากมาย ทั้งคายัค และซัพบอร์ด หรือกินหมูกระทะริมเล

ที่นี่ยังมีกิจกรรมให้คุณเลือกทำมากมาย อาทิ นั่งเรือไปกินปูห้อยขา  ไปดำน้ำ (ว่ากันว่าโลกใต้น้ำชุมพรก็สวยใช่เล่น) เล่นซัพบอร์ด พายคายัค ไฮไลท์ คือหมูกระทะ ท่ามกลางบรรยากาศพระอาทิตย์ลับขอบทะเลตรงหน้า หรือจะนั่งชิลล์ริมชายหาดที่ทอดยาว เพื่อกินบรรยากาศหลักล้านตรงหน้าก็เป็นการเก็บเกี่ยวความสุขได้อย่างดีในช่วงเวลานี้

กินหมูกระทะเสร็จ ก็มาฟินกับแสงใต้

ต้องบอกเลยว่า ใครที่คิดถึงแสงเหนือ แต่ยังออกเดินทางไปเที่ยวอีกฟากโลกไม่ได้ ก็ขอให้มาที่นี่ค่ะ ภาคใต้ประเทศไทยบ้านมีแสงใต้ให้ดูกัน ที่นี่เท่านั้นนะ สวยจนไม่อยากจะเชื่อเลยว่าที่นี่ประเทศไทย มองด้วยตาเปล่า สวยกว่านี้มาก ๆ เลยล่ะ

บรรยากาศฟินๆ ยามค่ำคืนของการแคมป์ปิ้งริมทะเล

ส่วนการกางเต็นท์ยามค่ำคืนแบบริมทะเล สวย และบรรยากาศดี ไม่แพ้ขึ้นไปตั้งแคมป์บนเขาทางภาคเหนือเลยนะ แม้ว่าทรายจะเยอะหน่อย แต่กลางคืนลมทะเลพัดเข้าเต็นท์จนต้องนอนห่มผ้า ไม่เชื่อก็ต้องลองไปกันเองดู และถ้าใครอยากเพิ่มบรรยากาศให้การตั้งแคมป์ของเราดียิ่งขึ้นไปอีกล่ะก็ ให้เตรียมไฟราวไปตกแต่งเยอะ ๆ นะ สวยมาก

ตื่นเช้ามาเจอกับความสวยงามของทะเลชุมพร

ต้องบอกว่าบรรยากาศในยามเช้าก็ฟิน แม้ว่าการไปตั้งแคมป์รอบนี้จะไม่เจอหมอกจาง ๆ แต่เราได้กลิ่นไอทะเลที่ลอยมาแตะจมูก พร้อมกับวิวแบบหลักล้านเหมือนกันนะ ที่สำคัญแม้ว่าทางที่พักเขาจะมีร้านอาหาร พร้อมกับเมนูอาหารเช้าไว้ให้ แต่เราเลือกที่จะทำเอง โดยเฉพาะสายแคมป์ปิ้งคงรู้ดีว่า สิ่งที่พลาดไม่ได้ในการไปแคมป์ คือหม้อต้มกาแฟ กับกาแฟรสชาติดี ๆ สักถุงสองถุง แค่นี้ก็ฟินแล้ว จิบกาแฟไป ชมวิวตรงหน้าไปนี่มันสุด ๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากอิจฉาต้องตามเรามานะ

เดินชมบรรยากาศโดยรอบที่พักก่อนกลับ

ที่นี่…มีครบให้คุณทุกรสชาติ กับการได้หลีกหนีความวุ่นวาย เพื่อให้กายใจ และสมอง ได้ผ่อนคลาย ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่คุณเลือกไป แต่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดเจ้าของที่พักบอกว่าจะเป็นช่วงเดือนเมษายน และตั้งแต่สถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ทางที่พักเปิดรับนักท่องเที่ยวเพียงแค่วันละไม่เกิน 30 คนเท่านั้น ช่วงไหนที่มาตรการเข้มงวดหน่อย ก็จะรับเพียง 15 – 20 คนเท่านั้น

สำหรับห้องพักมีให้เลือกเข้าพักได้ 2 รูปแบบ ทั้งบังกะโลห้องพักติดแอร์ ที่มีทั้งหลังเล็กสำหรับสองคน และหลังใหญ่สำหรับต้องการเข้าพักเป็นหมู่คณะ แต่ส่วนใหญ่คนที่แวะเวียนมาที่นี่มักพกเต็นท์เข้ามากางริมหาด เพื่อเก็บบรรยากาศเองมากกว่า

ทริปนี้ แม้ว่าอาจจะทุลักทุเลไปบ้าง เพราะเป็นมือใหม่ในการกางเต็นท์ แถมยังเจอฝนอีกนิดหน่อย แต่โดยรวมถือว่าเป็นการมาปะทิว เพื่อตั้งใจที่จะมานอนเต็นท์ชมวิว ที่บ้านเกาะเตียบ จังหวัดชุมพร แห่งนี้ และที่สำคัญอยากจะมาบอกต่อให้เพื่อน ๆ ทุกคนได้รู้ว่า เมืองไทยบ้านเรามีความสวยงามรอให้ทุกคนมาสัมผัสด้วยตัวเองอยู่นะ

สำหรับใครที่อยากลองไปกางเต็นท์ แบบ Beach Camping ที่นี่ ลองแวะเข้าไปดูรายละเอียด หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ FB: บ้านเกาะเตียบ

หรือโทร. 098-364-3861

อุปกรณ์เดินป่า

อุปกรณ์จำเป็นที่ต้องมี สำหรับสายเดินป่า แค้มป์ปิ้ง คลิกเลย

 

Gucci Flora Gorgeous Gardenia นำเสนอสู่โลกจินตนาการผ่าน Miley Cyrus

Gucci Flora Gorgeous Gardenia นำเสนอสู่โลกจินตนาการที่เต็มไปด้วยความสุขไปกับ ผ่าน #FloraFantasy แคมเปญที่ถูกถ่ายทอดโดย Miley Cyrus นักร้อง นักแต่งเพลงชื่อดังเจ้าของรางวัลมากมาย และในสถานะนักร้องป๊อปเจ้าของยอดขายอัลบัมมัลติแพลตินัมอีกด้วย

Gucci Flora Gorgeous Gardenia

สำหรับใครที่เป็นสาวกน้ำหอมของ Gucci อยู่แล้ว ก็คงต้องเคยใช้ไลน์น้ำหอม Flora กันมาบ้างอย่างแน่นอนและสำหรับน้ำหอมรุ่นนี้ถูกพัฒนาสู่ความหอมในรูปแบบ Eau de Parfum ต่อยอดมาจากรุ่น Eau de Toilette ก็ยังคงถ่ายทอดดีเอ็นเอของไลน์น้ำหอมแห่งหมู่มวลดอกไม้อันสดใสของแบรนด์ได้อย่างลงตัว แต่ความสดใหม่นั้นอยู่ที่รูปแบบของกลิ่นหอมที่ถูกปรับให้เข้มข้นและติดทนนานยิ่งขึ้น ในรูปแบบของ Eau de Parfum โดย Alessandro Michele ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Gucci ที่นำเอาคุณค่าจากดอกพุดซ้อนสีขาว ดอกไม้ส่งกลิ่นรัญจวนใจตั้งแต่ยามรุ่งอรุณ กับพลังความหอมอันเย้ายวนที่ถูกเลื่องลือเป็นตำนานความหอมอันมีเอกลักษณ์ โดยนำคุณค่าของกลิ่นดอกพุดซ้อนสีขาว (White Gardenia) ผสานกับน้ำมันหอมระเหยจากดอกมะลิพันธุ์แกรนดิฟลอรัม (Jasmine Grandiflorum Absolute) รวมกับคุณค่าของดอกแพร์ (Pear Blossom) ที่กระตุ้นพลังให้รู้สึกเบิกบานใจ และสารสกัดจากบราวน์ชูการ์ (Brown Sugar) ช่วยเพิ่มดีกรีความหวานละเอียดอ่อนที่ลงตัวถูก

Gucci Flora Gorgeous Gardenia

น้ำหอมรุ่นนี้ถูกบรรจุมาในขวดแก้วสีชมพูทรงสูงแบบวินเทจ ฝาปิดผลิตจากวัสดุสีทองแวว ให้ความรู้สึกหรูหรา มีระดับ ตกแต่งด้วย Flora pattern อันโดดเด่น โดย อเลสซานโดร มิเคเล ได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายอันบ่งบอกถึงความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ถูกสร้างขึ้นในปี 1966 โดย Vittorio Accornero จึงเกิดเป็นลวดลายที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาของหมู่มวลดอกไม้ประดับประดาอยู่บนขวดน้ำหอม รวมไปถึงกล่องกระดาษที่บรรจุน้ำหอม เรียกว่าใครสาวกวินเทต้องจัดค่ะ

และสุดท้ายทางแบรนด์ Gucci ได้ปล่อยวิดีโอโปรโมทออกด้วย ตัววิดีโอโปรโมทนี้กำกับโดย Petra Collins โดยให้ Miley Crus นำเสนอโลกแห่งการจินตนาการผ่านโลกลูกกวาดสีชมพูที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการ์ตูนอนิเมะญี่ปุ่น สะท้อนถึงความน่ารักสดใส แฝงด้วยจิตวิญญาณของการกล้าแสดงออกของเธอและเต็มไปด้วยกลิ่นอายการผสมผสานกับแนวป๊อป ซึ่งถือเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่ไม่อายที่จะเผยความเป็นตัวของตัวเอง ร่วมสนุกไปกับโลกแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยสัตว์และดอกไม้

Gucci Flora Gorgeous Gardenia

โดยถ่ายทอดผ่านบรรยากาศของที่แวดล้อมด้วยไปสุนัขพุดเดิ้ลสีขาวที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีและแมวเปอร์เซียขนนุ่ม นอกบ้านที่มีรั้วไม้สีขาวและแปลงดอกไม้ที่ดูแลอย่างเรียบร้อย Miley อยู่ในสวนก่อนที่จะหนีไปที่ชายหาดซึ่งเธอกำลังเล่นกีตาร์ไฟฟ้าอยู่

Gucci Flora Gorgeous Gardenia

ย้อนกลับไปสู่ไอคอนร็อคในอดีตในขณะที่เป็นชนพื้นเมืองมาจนถึงปัจจุบัน Miley เป็นศูนย์รวมที่สมบูรณ์แบบของคนรุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยความถูกต้องและการแสดงออก ฉากที่แต่งแต้มด้วยเฉดสีพาสเทลช่วยสร้างจิตวิญญาณแห่งการเซอร์เรียลของภาพยนตร์เรื่องนี้ และดึงดูดผู้ชมให้เข้าสู่ความฝันของอนิเมะ แฟนตาซีฟลอร่าที่ย้ายจากชีวิตจริงไปสู่อีกมิติหนึ่งโดยสิ้นเชิง เมื่อ Miley แปลงร่างเป็นตัวละครที่มีภาพประกอบ ผู้ชมก็เข้าสู่โลกแห่งจินตนาการที่ธรรมชาติผุดขึ้นมามีชีวิต Miley กลายเป็นตัวตนที่แท้จริงของเธออีกครั้งเมื่อขวดน้ำหอมรุ่นนี้อยู่ตรงกลางท่ามกลางดอกไม้หลากสีสันเป็นเสมือนเวทีให้แสดงออกถึงความสุขสมบูรณ์แบบ และกลิ่นหอมของดอกไม้ที่สมดุลทุกองค์

โดยน้ำหอมในรุ่นนี้ Gucci Flora Gorgeous Gardenia Eau de Parfum วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วในประเทศไทย ในขนาด 3 0 ml., 50 ml. และ 100 ml. ที่เคาน์เตอร์น้ำหอมของกุชชี  ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป หรือช้อปผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ Central Online, M Online, Robinson Online และ Sephora Online

เทรนด์สีพาสเทลจะกลับมาปังสุดๆ ในฤดูหนาวนี้ คลิกเลย