Home Blog Page 1136

Sex Education กับเหล่าตัว Top ประจำคลาสที่คุณต้องรู้จักพวกเขา

0

Sex Education ซีรี่ย์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง

เรียกว่า ดี และ ดัง ต่อเนื่องจริง ๆ สำหรับ ซีรี่ส์ ที่พูดถึงเรื่องของ “เพศศึกษา” อย่าง Sex Education ที่เพิ่งจะปล่อย Season 3 ออกมาให้ชมผ่านทาง Netflix ในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา (2021) และแน่นอนกว่า “กระแส” ของซีรี่ส์ เรื่องนี้ต่อเนื่องทุกซีซั่น แถมทิ้งปมไว้เตรียมปัง กับ ซีซั่น 4 อีกต่างหาก!

Sex Education ss 1 ออกอากาศครั้งแรก บน Netflix แพลตฟอร์มสตีมชื่อดัง เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2019 โดยเนื้อหาหลัก ๆ จะพูดเรื่องความ เพศ เซ็กส์ และความรัก ที่ดำเนินผ่านตัวละครหลากหลายบุคลิก หลากหลายนิสัย และหลากหลายทัศนคติ ที่สุดท้ายแล้ว มันลงตัว กลมกล่อม และชวนติดตาม มากกว่า ซีรี่ส์เรื่องไหน ๆ

และวันนี้ เราจะมาทำความรู้จัก กับเหล่าตัว Top ของ  “ห้องเรียนเพศศึกษา” ห้องนี้กัน!

Sex Education

อดัม กรอฟฟ์ รับบทโดย คอนเนอร์ สวินเดลล์

หนุ่มล่ำ ลูก ผอ. เกเร ก้าวร้าว ขาโหดประจำโรงเรียน ที่เรียกว่า ไม่มีใครคบเลย อดัมค่อนข้างจะแสดงออกแบบชัดเจนว่า เกลียด “LGBT” และชอบแกล้ง “อีริค” ที่แสดงออกชัดเจนว่าเป็น “เกย์” แต่สุดท้าย เจ้าตัวก็ดันไปตกหลุมรัก อีริค ซะเอง (แอบละครไทยเหมือนกันนะ)

แต่อย่างว่าแหละ ความรักมันก็ขึ้นที่ไหนก็ได้ เวลาไหนก็ได้บนโลกใบนี้ ประเภทที่ด่ากันมาตั้งแต่แรกเจอ อาจจะมาป๊ะ ๆ กันในภายหลัง ไม่ได้มีแค่ในซีรี่ส์ หรือ ละครนะจ๊ะ

อะ วนกลับมาถึง นิสัยใจคอของ กรอฟฟ์ คนลูก ที่เอาจริง ๆ แล้วเขาน่าสงสารมาก ๆ นะ เพราะว่าไอ้ความ ดุดัน ก้าวร้าว ของกรอฟฟ์เนี่ย มันน่าจะมาจากความเก็บกดของเจ้าตัว ที่ถูกพ่อ ซึ่งเป็นครูใหญ่ประจำโรงเรียน ที่มีทั้งความเฮี้ยบ มีความเผด็จการมากมายในตัว และเขาเอาสิ่งเหล่านั้นมาลงกับที่บ้าน ในระดับที่ว่า หาก กรอฟฟ์ กลับบ้านช้าแม้แต่วินาทีเดียว เขาก็จะถูกลงโทษ

รวมไปถึงการกดดันให้มีผลการเรียนที่ดี (ที่สุด) และการส่งไปโรงเรียนทหาร แบบที่ไม่ถามสุขภาพลูกชายซักคำ สิ่งเหล่านั้น คือสิ่งที่หล่อหลอมให้กรอฟฟ์ มีความแข็งกระด่าง และก้าวร้าว อย่างที่เห็นกัน แต่ในความเศร้านั้น ยังมีความดชคดี ที่เขาได้เจอกับคนที่สามารถเรียกว่าเพื่อนได้เต็มปากอย่าง “โอลา” หรือ การมีความรักในแบบฉบับ LGBT กับ อีริค ที่กล่าวเป็นในข้างต้น ก็ช่วยเยียวยาให้เขากลับมาเป็นคนดีที่ขึ้นกว่าเดิม

Sex Education

เอมี่ กิบส์ รับบทโดย เอมี่ ลู วูด

สาวน้อยที่น่าสงสารคนหนึ่งของเรื่อง เนื่องจากเคยสมหวัง และผิดหวังในความรัก รวมทั้งเคย สับสนในความรักของตัวเอง จนต้องไปปรึกษากับ โอทิส มาแล้ว

แต่ที่มันแย่ยิ่งกว่านั้นคือ ครั้งหนึ่งเธอเคยถูก “ลวมลาม” บนรถประจำทาง อันเป็นเหตุให้ เธอเลือกที่จะ “เดินเท้า” ไปโรงเรียนทุกวัน เพราะความรู้สึกที่มันที่เก็บซ่อนไว้จากเหตุการณืนี้ มันด้านพุ่งทะยานเข้ามา และทำร้ายจิตใจของเธออย่างหาพระคุณที่สุดไม่ได้

และความกลัวนั้นมันยังส่งผลต่อชีวิตคู่ของเธอกับ สตีฟ มอร์ลีย์ เพราะตัวของ เอมี่ นั้นกลัวที่จะใกล้ชิดกับผู้ชาย ซึ่งมันรวมไปถึง แฟนของเธอด้วย สุดท้ายมันส่งผลร้ายกว่าที่คิด เพราะเธอ กับ สตีฟก็ค่อย ๆ ห่างกันไปจากเหตุการณ์นี้ (สตีฟ พยายามจะมีอะไรกับ เอมี่ แต่ถูกเธอปฏิเสธเพราะความกลัว)

จริง ๆ แล้ว สาวน้อยฟันกระต่ายคนนี้ เป็นคนร่าเริงนะ แต่จากเหตุการณืที่เธอถูกผู้ชายที่ดุใจดี และน่าไว้ใจ ช่วยตัวเองจนเสร็จใส่กระโปรงของเธอบนรถประจำทางคันนั้นที่ทำให้เธอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เธอกลายเป็นคนอมทุกข์ กลัวผู้ชายทุกคน ที่เฉียดเข้าใกล้ และ เอมี่ เองก็แค่ต้องการใครซักคน (หรือหลายคน) ที่รับรู้ รับฟัง และเข้าใจเธอ

อย่างเช่น ตอนที่ เธอ และแก็งค์สาว ๆ ถูกลงโทษกักบริเวณ จนนำไปสู่การทะเลาะกันของ เมฟ และ โอลา และนั่นเองทำให้เธอได้ระเบิดเรื่องราวของเธอออกมา..

แจ็คสัน มาร์เซ็ตติ รับบทโดย คีดาร์ วิลเลียมส์-สเตียร์ลิง

นักกีฬาสุดฮ็อตประจำโรงเรียน ผู้ที่เติบโตมาโดยการแบกความฝัน และความคาดหวังของแม่ ที่อยากจะให้เขาเป็นนักว่ายน้ำเอาไว้ และนั่นแหละคือสิ่งที่กดดัน แล้วทำให้เขาเหมือนจะมีปัญหาซักอย่างที่ก่อตัวขึ้นในจิตใจ

แจ็คสัน นั้นแอบชอบ เมฟ และเขาก็ได้ใช้บริการของของ โอทิส ในการปรึกษาว่า จะจีบ เมฟ ยังไงดี (ปรึกษาถูกคนซะด้วยนะ) ซึ่งสุดท้าย โอทิส ก็ช่วยให้ แจ็คสัน และ เมฟ สมหวัง (แบบเจ็บ ๆ) แม้ว่า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะดีขึ้นเรื่อย ๆ จนตัวของแจ็คสันเอง ก็ไว้ใจ เมฟ และเปิดใจเรื่องที่เขาเองรู้สึกอึดอัดที่ถูกแม่คาดหวัง แต่สุดท้าย ทั้งคู่ก้ต้องเลิกรากันไป เพราะ เขารู้ว่า เมฟ นั้นจริง ๆ แล้วมีใจให้กับ โอทิส ต่างหาก ไม่ใช่เขา

สุดท้ายแม้ว่าเขาจะมูฟออน ออกมาได้ แต่ปัญหาส่วนตัวยังวนเวียนอยู่ในจิตใจ จนเขายอมทำร้าย ข้อมือของตัวเอง เพื่อที่จะได้ไม่ต้องว่ายน้ำอีก ตรงนี้จุดนี้ มันคือชัดเจนมาก ๆ ว่า ปัญหาแรงกดดันของพ่อแม่ มันมีอยู่ทุกที และมันรุนแรงเกินกว่าที่ใคร ๆ จะเข้าใจได้จริง ๆ แจ็คสัน คือตัวอย่างที่ชัดเจน เขาอาจจะชอบว่ายน้ำจริง ๆ ก็ได้ แต่บางทีเขาแค่ รับแรงกดดันไม่ไหว จนต้องเลิกชอบมัน

ในความโชคดี ก่อนที่แจ็คสัน จะดำดิ่งไปมากกว่านี้ เขาได้รู้จักกับ วิฟ ผู้ซึ่งกลายเป็นเพื่อนสินท และผู้ที่ช่วยดึงให้เขาขึ้นมาจากความทุกข์ และทำให้ แจ็คสัน มาร์เซ็ตติ ได้ค้นพบว่า เขาชอบการเล่นละครเวที จนนำไปสู่การเปิดใจ และเข้าใจกับแม่ของเขาในที่สุด

ก็คงต้องยอมรับว่า แจ็คสันนั้นน่าสงสารจริง ๆ กับปัญหาที่เขาได้เจอ ในเรื่องของชีวิต และครอบครัว และมันเป็นปัญหาที่ค่อนข้างตรงกับในบ้านเราเลยล่ะ ฉะนั้น นี่คือบทเรียนชั้นดี ในการฝาก หรือให้ลูก ๆ แบกความคาดหวังของพ่อแม่ไว้ เพราะสุดท้าย ผลรับมันอาจเลวร้ายกว่าที่คุณจินตาการไหว ก็ได้

Sex Education

เมฟ รับบทโดย เอมม่า แมคกี้

สาวสุดมั่น ที่ถูกแม่ทอดทิ้งตั้งแต่เด็ก ๆ เธอได้เจอกับ โอทิส (ผู้แอบหลงรักเธอ) และทั้งสองได้ช่วยเหลือ อดัม กรอฟฟ์ ให้เอาชนะความวิตกกังวลเกี่ยวกับ สมรรถภาพทางเพศของตัวเองได้สำเร็จ จนทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจ เปิดคลีนิคบำบัดเซ็กส์ แบบลับ ๆ ขึ้นในโรงเรียน โดยเธอมีหน้าที่เก็บเงิน และนัดคิวให้กับ โอทิส

นอกจากโอทส ที่แอบชอบ เมฟ แล้ว ยังมี “แจ็คสัน” หนุ่มสุดฮอตนักกีฬาผู้โดดเด่นประจำโรงเรียน ที่เล็งเธออยู่เหมือนกัน และก็เป็นโอทิสเนี่ยแหละ ที่แนะนำว่า จะเอาชนะใจเมฟ ต้องทำอย่างไร

สุดท้ายทั้งคู่ก็ได้… เดทกันจริง ๆ แม้สุดท้ายความสัมพันธ์จะพังลง เพราะเมฟนั้นมีใจให้โอทิสก็ตาม และเธอเองก็เตรียมใจที่จะไปสารภาพรักกับโอทิส แต่กลับต้องเจอภาพบาดตา เมื่อเห็น โอทิสจูบกับ โอลา

ซึ่งในตอนหลังนั้น โอลา กับ เมฟ ก็มีปัญหากันอย่างจริงจัง โดย โอลาได้ยื่นคำขาดว่า โอทิส ต้องเลิกคบเมฟ ไม่งั้นก็เลิกกันไปเลย! (แม้สุดท้าย โอลาจะทิ้งโอทิสอยู่ดี) ในขณะเดียวหัน เมฟนั้นก็มีเพื่อบ้าน นามว่า ไอแซค เข้ามาในชีวิต และมาตามจีบเธออยู่เรื่อย ๆ ก่อนจะคบกันในภายหลัง ในขณะที่ความสัมพันธ์ของเธอกับ โอทิส ก็ยังเหมือนเดิม คือ เพื่อนร่วมงาน หลังจาก คลีนิคบำบัดเซ็กส์ได้กลับมาอีกครั้ง

ขณะที่ชีวิตส่วนตัวของเมฟนั้น ก็มีปัญหามากมาย ทั้งส่วนตัว ทั้งครอบครัว ครั้งหนึ่งเธอเองเคยโดนไล่ออกจากโรงเรียน ก่อนจะกลับเข้ามาจากความสามารถของเธอ นอกจากนี้ เธอยังมีปัญหาเกี่ยวกับความเชื่อใจในตัวเธอ จากคนรอบข้าง ยกเว้นอาจารย์คนหนึ่งในโรงเรียน ที่มองเห็นความสามารถของเธอและพยายามที่จะผลักดัน

เมฟ อาจจะดูเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองนะ แต่ลึก ๆ แล้ว เธอก็มีความโลเล ความคิดเยอะอยู่ในตัว เธอเองก็ต้องการทั้งเพื่อน และความเชื่อใจเหมือนกัน เพราะจากปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของ ครอบครัว และด้วยความที่ต้องพึ่งพาตัวเองมาตั้งแต่เด็ก ก้ทำให้เมฟอาจจะดูแข็งกร้าวไปบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่คุณต้องรู้คือ เธอเป็นอัจฉริยะในด้านของ วรรณกรรม และประวัติศาสตร์เลยล่ะ

Sex Education

 เอริค เอฟฟิง รับบทโดย เอ็นคูติ กัตวา

เอริคนั้นเป็นเพื่อนสนิทของ โอทิส เรียกว่าไปไหนไปกัน ทำทุกอย่างด้วยกันมาโดยเสมอ แต่! เอริคนั้น มักจะถูกทางได้ของอดัม กรอฟฟื จอมเกเรประจำโรงเรียน ทำร้ายร่างกาย และกลั่นแกล้งอยู่เป็นประจำ แต่สุดท้าย ด้วยความสัมพันธ์ต่าง ๆ และรสนิยมที่เหมือนกัน (ทั้งคู่เป็น LGBT) ก็ทำให้ทั้ง 2 ปิ๊งกันเข้าจนได้ โดยทั้งคู่แอบคบกันแบบลับ ๆ ก่อนที่ ตัวของอดัม จะถูกพ่อผู้ซ฿งเป็นจอมเผด็จการ และอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียน ส่งไปเรียน ที่โรงเรียนเตรียมทหาร

ในภายหลังนั้น เอริค ก็ได้มีโอกาสเข้าร่วมกับวง Swing Band  แล้วไม่น่าเชื่อว่า จะมีสาวบุกหาเขาทั้งที่บ้าน โดยคาดหวังจะถูกเขาจัดหนัก แต่เจ้ากรรม เมื่อเจ้าตัวสารภาพว่าเป็นเกย์ ทั้งคู่เล่นทำอะไรแบบเพี้ยน ๆ และไร้ยางอายด้วยกัน

ตรงเองมันสื่อให้เห็นนิสัยของ เอริค อย่างชัดเจนว่า เขาเป็นพวกร่าเริงแจ่มใส เข้ากับคนได้ง่าย และใครที่เอริค สินทใจด้วยล่ะก็ เขาพร้อมที่จะเฮฮา ทำอะไรบ้า ๆ เพี้ยน ๆ ไปพร้อมกับคน ๆ นั้น โดยไม่แคร์อะไร ใด ๆ ทั้งสิ้น

ในส่วนของเรื่องความรัก ที่อยู่ ๆ ก็ฮอต เพราะ อยู่ ๆ ก็มีนักเรียนใหม่ อิมพอร์ตตรงมาจากฝรั่งเศส นามว่า ราฮีม และเขาไม่รีรอ สารภาพกับ เอริค อย่างทันที  และเอริคเอง ก็ตกลงปลงใจกับความรักครั้งนี้ เนื่องจาก ตัวอดัม ที่เป็นอิสระแล้ว ไม่ได้แสดงออกอย่างชัดเจนเสียที กับความรักที่มีให้กับตัวของ เอริค แต่สุดท้าย อดัม ก็ได้แสดงความรักออกมาท่ามกลางฝูงชน และทำให้ทั้งสองได้ลงเอยกันเสียที!

แม้ว่า เอริค จะดูสุขสมหวังในความรัก แต่ว่า การที่เขาเป็นเกย์นั้น ไมได้รับการยอมรับจากครอบครัว และเอริคเองก้ได้หงุดหงิดกับเรื่องนี้มาก ๆ เพราะเขาต้องการเป็นที่ยอมรับ ไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม

เรื่องนี้มันชัดเจนมาก ๆ ในตอนที่ เอริค เดินทางไปไนจีเรีย และจะได้เจอกับญาติ ๆ ของเขา เพียงแต่ว่า เขาต้องปกปิดเรื่องของ LGBT ไว้ไม่ให้คนในครอบครัวได้รับรู้ นั่นแปว่า ครอบครัวของ เอริค ไม่สามารถยอมรับเรื่องนี้ได้เลย แต่กระนั้นการเดินทางมาไนจีเรียในครั้งนี้ ก็เป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบในความสัมพันธ์ระหว่าง เขากับอดัมนั่นเอง

อย่างที่บอกไปว่า ลึก ๆ แล้ว เอริค ต้องการเป็นที่ยอมรับ โดยเฉพสะในเรื่องของเพศสภาพของเขา แม้ว่า เอริค จะเป็นคนที่ร่าเริง และมอบพลังบวกแบบสุด ๆ แต่เขาก้มีความอ่อนแออยู่ในตัวเองเช่นกัน แต่กระนั้น เราจะเห็นได้ว่า เอรคิ คือคนที่มีความชัดเจนในทุก ๆ เรื่อง โดยเฉพาะ เรื่องของ “หัวใจ”

โอทิส รับบทโดย เอซา บัตเตอร์ฟีลด์

เขาเป็นลูกของนักบำบัดทางเพศและนักบำบัดความสัมพันธ์ และนั่นทำให้เขามีความรู้ และความเข้าใจเรื่องนี้ในเชิงจิตวิทยา (อ่อนภาคปฏิบัต) ซึ่งสุดท้ายโอทิสนำความรู้ตรงนี้ มาใช้เพื่อช่วยบำบัดเซ็กส์และเรื่องของความสัมพันธ์ภายในโรงเรียนของเขา โดยลูกค้ารายแรก (อย่างไม่เป็นทางการ) คือ อดัม กรอฟฟ์ จอมห้าวประจำโรงเรียน ที่มีความคิดที่จะใช้ยาปลุกเซ็กส์กับแฟนของเขา แต่ด้วยคำแนะนำของพระเอกของเรา ไวอากร้า เลยไม่จำเป็นต่ออดัม ซึ่งในที่แห่งนั้นมี เมฟ อยู่ด้วย และเมฟก็ประทับใจในตัวของ โอทิสแบบสุด ๆ ส่งผลให้เธอยื่นดีลให้กับ โอทิส ในการเปิดคลีนิคบำบัดเซ็กส์ในโรงเรียน หรือ Sex Education (อย่างเป็นทางการ)

โอทิสนั้น มีใจกับเมฟ แต่ในเมื่อ แจ็คสัน มาขอคำปรึกษาในการจีบเมฟ เขาก็(จำใจ)ช่วย จนแจ็คสัน และ เมฟได้คบกัน แม้ว่าสุดท้ายความสัมพันของสองคนจะไปไม่รอด แต่ทางเมฟเองก็โกรธโอทิสมาก ๆ เพราะรู้ว่า โอทิส เป้นคนที่ทำให้เมฟ ได้คบกับแจ็คสัน

แม้สุดท้ายทั้งคืนจะหายโกรธกัน แต่โอทิสที่คิดว่า เมฟไม่ได้ชอบต้น ก็ไปคบกับโอลา ซึ่งระหว่างที่ทั้งสองกำลังจูบกัน เมฟก็มาเห็น และความชุลมุนวุ่นรักก็เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ เพราะทางโอลาเอง ก็หึงโอทิส เรื่องของเมฟ และสุดท้ายโอลา ก็ทิ้งโอทิสไป แม้ว่าโอทิสจะยอมตัดสัมพันธ์กับ เมฟ ก็ตาม

และด้วยความเฮิร์ท เขาได้จัดปาร์ตี้ขึ้น และได้ด่า ทั้งโอลา และเมฟ กลางปาร์ตี้ ในชนิดว่าแตกหักกันไปเลย แถมเจ้าตัวยังไปมีความัสมพันธ์แบบลับ ๆ กับ รูบี้ อีก เรียกว่า ชุลมุนชวนงง แบบสุด ๆ กับความวุ่นวายในครั้งนี้

จริง ๆ ตัวของโอทิสนั้น มีอีกหนึ่งปัญหาที่ของต้องกังวลคือ อวัยเพศของเขา ที่มันแข็งตัวมากเกินไป จนทำโอทิสต้องมีเซ็กส์ หรือ แม้แต่ก็ช่วยตัวเองแบบบ่อยมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้าตัวเขาเอง กลัว และไม่พร้อมกับเรื่องอะไรแบบนี้ด้วยซ้ำ เนื่องจากในวัยเด็กเคยมีปม ที่ได้เห็นพ่อของเขานอกใจแม่ และมันก่อให้เกิดความกลัวในจิตใจ

โดยส่วนตัวแล้ว โอทิส นั้นเป็นคนที่สุภาพ อ่อนโยนนอบน้อม และลาด แต่ในทางกลับกันเขาก็เป็นคนที่ขี้กลัว และมีความวิตกกังวลอยู่ในตัวสูงมาก ๆ แถมยังเข้าสังคมไม่เก่งอีกต่างหาก มันเลยทำให้โอทิส ดูจะมีเพื่อนน้อย เหลือเกิน

 

 

ลพบุรี Half Day Trip เที่ยวไหนดี

ลพบุรี Half Day Trip เที่ยวไหนดี

เรื่องเที่ยว เราคิดว่าเอาเร็วไว้เข้าว่า แบบคิดแล้วไป อย่ามัวแพลนให้เนิ่นนาน เพราะในจังหวัดนี้ไม่รู้เลยว่าการแพร่ระบาดระรอกใหม่จะมาเมื่อไหร่ แล้วน้ำจะท่วมอีกวันไหน ในเมื่อว่าง คิดแล้วอยากไปสูดโอโซนใจจะขาด ก็ไปกันเลย

เอางี้แล้วกัน ทีแรกวันหยุดวันเดียวว่าจะไม่ไปไหน พอคิดอยากไปก็รีบอาบน้ำ แล้วจับพวงมาลัยเหยียบคันเร่งออกจากบ้าน แบบที่คิดว่า ไปใกล้ ๆ กรุงเทพฯ แล้วกัน สายแล้ว ทำให้ Half Day Trip ในวันนี้ เราได้พุ่งตัวไปกันที่จังหวัดลพบุรี

ต้องบอกเลยว่าลพบุรี คือจังหวัดที่เที่ยวได้ตลอดปี และไม่ได้มีดีแค่ทุ่งทานตะวัน หรือการเป็นเมืองประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ที่สวยงาม แต่ยังมีความเป็นธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ พรั่งพร้อมไปด้วย น้ำตก ป่า เขา เขื่อนที่สวยงาม ทางรถไฟลอยน้ำ หรือแม้กระทั่งทะเลน้ำจืด ที่กำลังรอทุกคนไปสัมผัสบรรยากาศอันน่าค้นหานี้ ที่สำคัญคนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพห้ามพลาดเด็ดขาด

จุดหมายแรก > อ่างเก็บน้ำซับเหล็ก

การเดินทางจากกรุงเทพฯ มาลพบุรีก็แค่อึดใจเดียว ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง เราก็เดินทางมาถึงจุดหมายแรก อ่างเก็บน้ำซับเหล็ก ที่นี่ถือเป็น Unseen ของจังหวัดลพบุรีอีกแห่งหนึ่ง หลายคนยังไม่เคยไป เพราะไม่รู้ว่ามีความสวยงามของอ่างเก็บน้ำเล็ก ๆ ซ่อนอยู่

การเดินทาง ให้ลองเซิร์ชหาคำว่า “จุดชมวิวภูซับเหล็ก” กันดู แล้วขับรถเลยมาอีกหน่อยก็จะเจอถนนสีแดงขนาบสองข้าง วิ่งตรงไปจะเห็นจุดก่อสร้าง และมีอ่างเก็บน้ำอยู่ ซึ่งอนาคตอันใกล้นี้ ที่สอบถามช่างที่กำลังก่อสร้าง ปรับหน้าดินละแวกนั้นมา ปรากฏว่าเขากำลังปรับบริเวณริมอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ เพื่อเนรมิตให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งในจังหวัดลพบุรี ซึ่งจะเสร็จราวๆ ต้นปี 2022

จากจุดของอ่างเก็บน้ำ มองตรงไปจะเห็นเขารูปทรงตั้งเรียงกันอยู่ตรงหน้า นั่นแหละคือจุดชมวิวภูซับเหล็ก โดยภายในอ่างเก็บน้ำจะมีทุ่งดอกบัว พร้อมกับชาวบ้านที่มาทอดแหจับปลา เป็นภาพที่สวยงาม และจะสวยยิ่งขึ้นหลังฝนตก เพราะคุณสามารถมองเห็นไอหมอกล้อมรอบเขาอยู่

จุดที่สอง > ทางรถไฟลอยน้ำโคกสลุง

ขับรถออกจากจุดแรกมาราวครึ่งชั่วโมง เราก็จะพบกับไฮไลท์สำคัญของลพบุรี นั่นคือ “ทางรถไฟลอยน้ำโคกสลุง” และดูเหมือนว่าจะกำลังเป็นที่นิยมมากกว่าทุ่งทานตะวันไปแล้ว เนื่องจากจุดชมวิวทางรถไฟลอยน้ำโคกสลุก มีเส้นทางรถไฟโค้งทอดยาววิ่งเลียบเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ รายล้อมไปด้วยทุ่งหญ้าในช่วงเวลาที่น้ำลด หรือหน้าน้ำแล้งช่วงเดือนมีนาคม – กันยายน (หรือบางทีก็ต้น ๆ ตุลาคม ถ้าแล้งมาก) ที่นี่จึงมีพื้นหญ้าเขียวขจี กว้างใหญ่ สลับกับแอ่งน้ำ มองไปมีทางรถไฟตัดผ่าน

ซึ่งครั้งนี้ที่เรามาถึง เราคลาดกับขบวนรถไฟไปเสี้ยวนาที น่าเสียดายมาก เลยได้แต่เห็นรถไฟจากมุมไกล ๆ ส่วนด้านล่างพื้นหญ้ามีฝูงควายเดินเล็มหญ้า หลายคนที่มาถือโอกาสพกเก้าอี้ปิกนิกมานั่งเล่นผ่อนคลายกันเป็นจำนวนมากในช่วงวันหยุด แต่ในช่วงวันธรรมดานั้น คนโล่ง ไร้กังวลเรื่องความแออัด

จุดหมายสุดท้าย > พระปรางค์สามยอด

แน่นอนว่าเมื่อขับรถเข้าเมือง ต้องลองไปวนดูพระปรางค์สามยอด ที่ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองลพบุรี เป็นโบราณสถาน และแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ รูปทรงที่เห็นเป็นประสาทศิลาแลงแบบเขมรในศิลปะที่เรียกว่าศิลปะบายน เรียงต่อกัน 3 องค์ เชื่อมต่อกัน ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นเป็นลวดลายปูนปั้นที่งดงาม

แต่ ณ ช่วงเวลาที่ไป ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวลงไปถ่ายรูปมากนัก เนื่องจากมีประชากรลิงเจ้าถิ่นรายล้อมตัวปราสาทอยู่จำนวนมาก และอย่างที่ทราบกันดีว่า ลิงเหล่านั้นค่อนข้างหัวร้อน และชอบแย่งของจากมือนักท่องเที่ยว ทำให้อาจเป็นอันตรายได้

ถ้าใครมีโอกาสขับรถผ่านไป ก็ขอให้ขับอย่างระมัดระวัง เพราะเจ้าพวกลิงน้อยจะวิ่งเพ่นพ่านข้ามถนนไปมา หรือหากใครจอดแวะเปิดกระจกถ่ายรูปก็ให้ระวังโทรศัพท์มือถือกันไว้ดี ๆ สังเกตให้ปลอดภัยก่อน ค่อยยื่นมือออกไปเก็บภาพกัน

หรือหากใครอยากขับรถวนเล่นรอบ ๆ ตัวเมือง ก็จะพบกับวัดโบราณ โบราณสถาน และศาลเจ้าที่สวยงามไล่เรียงกันอยู่ภายในตัวเมือง ถือเป็นทริปชมประวัติศาสตร์ และเสพธรรมชาติให้ร่างกายได้ผ่อนคลายในช่วงเวลาที่สถานการณ์หลาย ๆ อย่างตึงเครียดได้อย่างดี

สำหรับใครที่อยากลองขับรถไปเที่ยวแบบเช้าเย็นกลับ หรือ Half Day Trip แบบเรา ก็สามารถทำได้นะ รับรองได้ว่าลพบุรีก็เป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่น่ารัก น่าสนใจ จนอยากชวนทุกคนให้ลองแวะมาเที่ยวกัน แล้วจะรู้ว่าการท่องเที่ยววิถีใหม่ในจังหวัดลพบุรี ประเทศไทย ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด

น้ำตกสาริกา

เล่นน้ำคลายร้อน น้ำตกสาริกา คลิกเลย

เล่นน้ำคลายร้อน “น้ำตกสาลิกา” นครนายก

เล่นน้ำคลายร้อน “น้ำตกสาลิกา” นครนายก

น้ำตกสาริกา

วันนี้เราจะมาแนะนำที่เล่นน้ำที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ น้ำตกสาริกา จังหวัดนครนายก ช่วงนี้เป็นช่วงที่กำลังจะผ่านหน้าฝนไปแล้ว เรียกว่าน่าจะเป็นฝนสุดท้ายของปี ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะมาก ๆ กับการไปเที่ยวน้ำตก ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักน้ำตกแห่งนี้กันคร่าว ๆ ก่อนนะคะ

น้ำตกสาริกา เป็นน้ำตกที่อยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ตำบลสาริกา จังหวัดนครนายก การเดินทางมาที่นี่ก็ไม่ยากค่ะ ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงก็ไปถึงแล้ว การเดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ( พหลโยธิน ) ที่ตรงไปทางจังหวัดสระบุรี จากนั้นให้เข้าเลนซ้ายเพื่อไปจังหวัดนครนายก แล้วใช้ถนนหมายเลข 33 เมื่อลงจากสะพานแล้วก็ให้ขับไปจนถึงตัวเมืองนครนายก สังเกตป้ายบอกทางไป น้ำตกสาริกา น้ำตกนางรอง ขับไปบนถนนหมายเลข 3049 เลย ประมาณ 14 กิโลเมตร ก็จะถึง น้ำตกสาริกา ค่ะ หรือขับตาม Google map คลิก

น้ำตกสาริกา

เมื่อมาถึงทางเข้าก็จะเจอกับร้านค้าต่าง ๆ มากมาย โดยส่วนมากจะเป็นร้านอาหารและเครื่องดื่ม เต็ม 2 ข้างทาง อาหารส่วนมากจะเป็น อาหารอีสาน ส้มตำ ไก่ย่างและอาหารตามสั่งค่ะ สามารถนั่งทานที่ร้านได้ มีทั้งร้านที่เป็นแคร่ให้นั่งในน้ำ ที่จะตั้งไว้ให้ทานบริเวณปลายน้ำตกและร้านนั่งทานปกติทั่วไปค่ะ หรือจะเลือกซื้อไปนั่งทานบริเวณแถวก่อนทางขึ้นน้ำตกก็ได้ แต่ไม่สามารถนำขึ้นไปทานบริเวณตัวน้ำตกได้นะคะ ที่ร้านอาหารจะมีบริการให้เช่าเสื่อ และกระติกใส่น้ำแข็ง ที่น้ำตกแห่งนี้จะมีที่จอดรถค่อนข้างเยอะ มีทั้งจอดฟรีและเสียค่าบริการค่ะ แนะนำว่าอย่าเพิ่งรีบจอดนะคะ ลองขับเข้าไปหาที่จอดด้านในดูก่อน เพราะหากจอดตั้งแต่ทางเข้าแล้ว จะต้องเดินเข้าไปตรงจุดซื้อตั๋วอีกราว ๆ 1 กิโลเมตรค่ะ

น้ำตกสาริกา

หลังจากจอดรถเรียบร้อยแล้วก็เข้าไปที่บริเวณน้ำตกกันค่ะ ที่หน้าน้ำตกจะมีจุดจำหน่ายตั๋วเข้าชมนะคะ ค่าเข้าสำหรับคนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท สำหรับชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท ถือเป็นค่าบำรุงสถานที่ของอุทยานแห่งชาติค่ะ เมื่อเดินผ่านจุดซื้อตั๋วมาแล้วจะเจอกับลานกว้าง ๆ ตรงจุดนี้จะมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ห้องน้ำ และเก้าอี้นั่งไว้ให้ และมีจุดถ่ายรูปกับป้ายน้ำตกเล็ก ๆ ด้วยค่ะ สามารถมองเห็นตัวน้ำตกไกล ๆ ได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีศาลเจ้าพ่อปลัดจ่าง และเจ้าแม่สาริกา ที่ชาวนครนายกให้ความเคารพนับถือ ตั้งอยู่บริเวณนี้อีกด้วย

น้ำตกสาริกานั้นเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชันแล้วค่อย ๆไหลลดหลั่นกันลงมาตามแนวหินจนลงมาสู่เบื้องล่าง ตัวน้ำตกนั้นมีทั้งหมด 9 ชั้น ในจุดที่เป็นหน้าผานั้นมีความสูงถึง 200 เมตรเลยค่ะ การขึ้นไปยังจุดที่เป็นหน้าผานั้นก็สะดวกสบายค่ะ เพราะทางอุทยานได้มีการจัดทำขั้นบันได้เป็นทางปูนให้สามารถเดินขึ้นไปได้ อาจจะมีความชันซักหน่อย แต่สามารถเดินได้ค่ะ ระยะทางการเดินบันไดนั้นราว ๆ 500 เมตรเท่านั้นเอง

น้ำตกสาริกา

ภายในบริเวณน้ำตกนั้นนอกจากจะมีร้านอาหารแล้วก็ยังมีคาเฟ่น่ารัก ๆ Namtok Sarika Cafe&Bisto ให้นั่งทานอาหาร หรือจิบเครื่องดื่ม ชมน้ำตกได้ชิล ๆ ที่นี่มีอาหารให้บริการค่อนข้างหลากหลายนะคะ ไม่ว่าจะเป็น อาหารไทย อาหารอีสาน อาหารฝรั่ง หรือแม้แต่เมนูวีแกน สำหรับคนรักสุขภาพก็มีค่ะ เมนูเครื่องดื่มก็มีให้เลือกหลากหลายมาก ๆ ราคาไม่แพงรสชาติดี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม คลิก  หรือถ้าใครต้องการมาค้างคืนที่นี่ก็มีรีสอร์ทไว้ให้บริการ ชื่อว่า Namtok Sarika Resotel ราคาที่พักเริ่มต้นที่ 1,980 บาทต่อคืน สอบถามเพิ่มเติม คลิก

สำหรับใครที่กำลังมองหาการมาท่องเที่ยวน้ำตกเพื่อส่งท้ายหน้าฝน พาครอบครัวมาเล่นน้ำ ก็ขอฝากน้ำตกสาริการแห่งนี้ไว้เป็นตัวเลือกด้วยนะคะ

 

 


อลังการ “น้ำตกคลองลาน” กำแพงเพชร คลิก

 

อุปกรณ์จำเป็นต้องมี!!!สำหรับสายเดินป่า ตั้งแคมป์

อุปกรณ์จำเป็นต้องมี!!!สำหรับสายเดินป่า ตั้งแคมป์

ได้เวลาออกเที่ยวกันแล้ว! อยู่ในเมืองกันมานานอยากออกไปสัมผัสธรรมชาติ ต้นไม้ ใบหญ้า และป่าเขา นอนกลางดิน กินกลางทราย เอ้ย!!ไม่ใช่ นอนกางเต็นท์สิ การท่องเที่ยวแนวนี้เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่กำลังฮิตในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ สำหรับมือใหม่ที่อยากจะลองไปสัมผัสธรรมชาติกับการท่องเที่ยวรูปบบนี้ ก็คงจะต้องเตรียมตัว เตรียมใจ และเตรียมเงิน ไว้สำหรับซื้ออุปกรณ์กันแล้ว เรามาดูกันซิว่า อุปกรณ์จำเป็นเบื้องต้นสำหรับ สาย เดินป่า ตั้งแคมป์ นั้นมีอะไรบ้าง ต้องเตรียมงบประมาณกันซักเท่าไหร่ ตามมาอ่านกันได้เลยค่ะ

เดินป่า ตั้งแคมป์
Cr. Pinterest

1.เต็นท์ เป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้อย่างเด็ดขาดเลยค่ะ ไม่งั้นอาจจะต้องไปนอนสัมผัสยุงแทนการสัมผัสธรรมชาตินะคะ การเลือกซื้อเต็นท์ก็มีปัจจัยหลาย ๆ อย่าง เช่น ขนาด คุณภาพ น้ำหนัก และราคา ต้องดูว่าคุณชอบกางเต็นท์แนวไหน ผู้ร่วมเดินทางกี่คน หากเน้นเดินป่า ก็ควรเลือกเต็นท์ที่มีขนาดเบา พกพาง่าย หรือหากไปกางกันเป็นครอบครัวก็ควรเลือกแบบที่กว้างขวางสักหน่อย นอกจากเต็นท์แล้วยังมีอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เช่น ทาร์ป สำหรับใช้กางด้านนอกไว้เป็นที่นั่งเล่น ทำอาหาร กราวน์ชีท เอาไว้ช่วยรองพื้นเต็นท์กันเศษไม้ เศษหินและสิ่งสกปรกต่าง ๆ เป็นต้น

 

เดินป่า ตั้งแคมป์
Cr. Pinterest

2.กระเป๋าเป้ สำหรับสายเดินป่านั้น ถือว่าเป็นอุปกรณ์สำคัญมาก ๆ ต้องเลือกให้ดีเหมาะสมกับสภาพร่างกาย และสรีระของแต่ละคน ความจุพอเหมาะ มีช่องใส่ของเยอะ มีช่องระบายอากาศด้านหลัง กระเป๋าที่ดีควรจะต้องมีสายรัดครบ 3 จุด คือ สายรัดช่วงอก สะโพก และสายปรับขยายกระเป๋า ซึ่งสายเหล่านี้จะช่วยกระจายน้ำหนักทำให้เราสามารถแบกของได้สบายยิ่งขึ้น ที่สำคัญควรจะต้องมีคุณสมบัติกันน้ำได้ด้วยค่ะ

 

เดินป่า ตั้งแคมป์
Cr. Pinterest

3.รองเท้าเดินป่า เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญแต่หลาย ๆ คนอาจจะมองข้ามไป สำหรับสายแคมปิ้งทั่วไป อาจจะเลือกใช้รองเท้าผ้าใบที่ดูแลรักษาง่าย ทนทาน และระบายน้ำได้ดี มาใช้แทนกันได้ แต่หากเป็นสายเดินป่าโหด ๆ ที่ต้องเดินต่อเนื่องแบบนาน ๆ ขึ้นเขา ลงห้วย สมบุกสมบันแล้วล่ะก็ การเลือกรองเท้าที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณปลอดภัย ลดอาการบาดเจ็บ ลดอาการเมื่อยล้าและเดินได้สบาย ยาวนานยิ่งขึ้น แนะนำให้เลือกรองเท้าที่พอดีกับขนาดเท้า ควรไปทดลองใส่เดินดูก่อนการตัดสินใจซื้อ รองเท้าเดินป่านั้นมีหลายแบบ ควรเลือกให้เหมาะสมกับกิจกรรมที่ทำค่ะ

 

เดินป่า ตั้งแคมป์
Cr. Pinterest

4.ถุงนอน หรือ อุปกรณ์สำหรับนอน เลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน เช่นหากไปเดินป่าที่ไกล ๆ ก็ควรเลือกถุงนอนขนาดเล็ก และเบา แต่ให้ความอบอุ่นได้ดี หากเป็นการกางเต็นท์ทั่วไปที่รถสามารถเข้าถึงได้ก็อาจจะมีตัวเลือกในการนอนที่สะดวกสบายได้มากขึ้น เช่น เลือกเป็นแผ่นรองนอนที่มีขนาดหนาและใหญ่ หรือ ที่นอนแบบเป่าลม เพื่อให้นอนหลับได้สบายมากยิ่งขึ้น แนะนำว่าก่อนซื้อควรไปลองทดสอบนอนดูก่อนว่าชอบแบบไหน เพราะความชอบของแต่ละคนนั้นต่างกัน แผ่นลองนอนนั้นก็มีหลากหลายแบบทั้งแบบแน่น ๆ แบบนุ่ม ๆ ผิวสัมผัสก็มีหลากหลายค่ะ

 

เดินป่า ตั้งแคมป์
Cr. Pinterest

5.อุปกรณ์ส่องสว่าง ไม่ว่าจะเป็นไฟฉาย หรือตะเกียง เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว ไว้สำหรับใช้ในการนำทาง และส่องสว่างในเวลากลางคืน

 

Cr. Pinterest

6.มีดพก เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นและใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นใช้ในการเตรียมอาหาร ตัดเชือก ตัดกิ่งไม้ ควรเลือกมีดพกที่มีความแข็งแรง ทนทาน และน้ำหนักกำลังพอดี

 

Cr. Pinterest

7.ชุดเครื่องครัวสนาม การไป เดินป่า ตั้งแคมป์ นั้น การทำอาหารก็ถือเป็นกิจกรรมที่มีความสนุกอย่างหนึ่ง หรือหากไปเดินป่า เราก็จำเป็นต้องพกอาหารไปทำทานกันเอง ดังนั้นควรเลือกชุดเครื่องครัวสนามให้เหมาะสม เน้นที่ขนาดกะทัดรัด พกพาสะดวก ใช้งานได้หลากหลาย ทำความสะอาดง่าย

 

เดินป่า ตั้งแคมป์
Cr. Pinterest

8.เสื้อผ้าสำหรับเดินป่า ควรเลือกที่มีความยืดหยุ่นและระบายอากาศได้ดี หากไปในที่ที่มีอากาศหนาว หรือมีความชื้นสูง อย่าลืมเตรียมเสื้อกันหนาว หรือเสื้อกันฝนไปด้วยค่ะ

 

Cr. Pinterest

9.น้ำดื่ม ควรเลือกขนาดของขวดน้ำให้พอดีกับการเดินทางของเรา หรือหากเราไปเดินในป่าลึกและไกล อาจจะไม่สามารถเตรียมน้ำเข้าไปได้อย่างเพียงพอก็มีอุปกรณ์สำหรับช่วยกรองน้ำแบบพกพา สามารถหาซื้อเพิ่มเติมได้ หากเดินมาเหนื่อย ๆ แนะนำควรค่อย ๆ จิบน้ำเรื่อย ๆ ไม่ควรกระดกเข้าไปรวดเดียวนะคะ อาจจะทำให้เกิดอาการจุกได้

 

เดินป่า ตั้งแคมป์
Cr. Pinterest

10.อุปกรณ์ปฐมพยาบาล เป็นสิ่งสุดท้ายที่ขาดไม่ได้เลย สำหรับทุกการเดินทาง สิ่งที่ควรมีติดไว้ก็เช่น ยาต่าง ๆ อุปกรณ์ทำแผล สเปรย์กันยุง เป็นต้น

เมื่อเตรียมอุปกรณ์ครบตามความต้องการแล้ว ก็ออกเดินทางไปท่องเที่ยวกันได้เล้ยยย!!!

 

 


แนะนำ 6 ลานกางเต็นท์ ใกล้กรุงเทพฯสำหรับสายแคมป์ที่มีเวลาน้อย คลิก

 

 

สาวหมวย “แต่งหน้าให้อินเตอร์” แบบไหนถึงจะรอด!

การ แต่งหน้าให้อินเตอร์ แบบดารา Hollywood สำหรับผู้หญิงเอเชียแล้วอาจจะเป็นสิ่งที่ดูยาก ด้วยลักษณะโครงสร้างของใบหน้าและอวัยวะบนหน้าก็มีความแต่กต่างจากผู้หญิงฝั่งตะวันตกอยู่แล้ว การแต่งหน้า “แบบอินเตอร์” หรือที่เราเรียกกันว่า “สายฝ.” เป็นการแต่งหน้าที่เน้นความคมชัด แต่ไม่ถึงกับแต่งหน้าให้ดูหนา แต่จัดหนักในเรื่องของงานคิ้ว คอนทัวร์(contour) และไฮไลท์ (highlight) แบบฉ่ำๆ ที่คุณสามารถหาตัวอย่างได้จากเวทีประกวดสาวงามระดับโลก

ในชีวิตจริงนั้นการแต่งหน้าแบบสายฝ.สำหรับคนที่มีโครงหน้าแบบเอเชียก็สามารถแต่งได้เช่นกัน แต่ก่อนอื่นเราต้องมารู้จักกับลักษณะรูปใบหน้าตรงไหนบ้างที่จะทำให้เราดูเป็นสาวอินเตอร์ยากที่สุด โดยเอกลักษณ์ของสาวหมวยที่เปลี่ยนแปลงยากนั้นจะมีอะไรบ้างไปดูกัน

สาวหมวย "แต่งหน้าให้อินเตอร์" แบบไหนถึงจะรอด2

เอกลักษณ์ของสาวหมวยที่เปลี่ยนแปลงยาก

เมื่อพูดถึงสาวหมวยภาพแรกที่จะเกิดในหัวของเราคือ ภาพสาวตาชั้นเดียวที่มีขนาดเล็ก โหนกแก้มจะดูแบน หน้าดูจืดๆ ซึ่งทั้งหมดนี้จะตรงข้ามกับผู้หญิงฝั่งอเมริกา ละติน หรือยุโรปเป็นอย่างมาก อย่างที่บอกไปการแต่งหน้าแบบอินเตอร์จะต้องเน้นให้ทุกอย่างดูคมชัด จัดเต็มไฮไลท์ให้ดูฉ่ำวาว สาวหมวยอาจจะต้องดัดแปลงการแต่งหน้าแบบสายฝ.บางวิธีการเพื่อให้เข้ากับลักษณ์ใบหน้า เพื่อให้ลุคสาวหมวยเปลี่ยนไปเป็นสาวอินเตอร์ให้มากที่สุด

การปรับลุคสาวหมวย แต่งหน้าให้อินเตอร์

สาวหมวยที่อยากแต่งหน้าให้อินเตอร์ สิ่งที่ควรปรับเอกลักษณ์ และการแต่งหน้าจะมีดังนี้

การแต่งตาให้ดูคมขึ้น

ดวงตาของสาวหมวยเป็นสิ่งที่ยากที่สุดในการแต่งหน้าแบบอินเตอร์ เพราะด้วยบางคนมีตาชั้นเดียว ตาเล็ก การแต่งตาแบบสโมกกี้อาย (smokey eye) อาจจะทำให้เครื่องสำอางที่แต่งไปหายเข้าไปในเปลือกตา สำหรับปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ง่ายๆ คือให้คุณเกลี่ยอายแชโดว์ให้กระจายออกมาจากปกติ โดยอาจจะใช้วิธีการลืมตาแต่งหน้าแล้วเกลี่ยไปด้วยเพื่อให้เห็นว่าสีของอายแชโดว์ที่คุณแต่งไปกระจายตามที่ต้องการแล้วหรือไม่ จากนั้นให้เขียนอายไลน์เนอร์สวิงหางออกไป เพียงแค่นี้ดวงตาของคุณก็จะดูโตขึ้นแล้ว

สาวหมวย "แต่งหน้าให้อินเตอร์" แบบไหนถึงจะรอด3
Cr: Photo /www.beautylish.com
สาวหมวย "แต่งหน้าให้อินเตอร์" แบบไหนถึงจะรอด4
Cr: Photo /www.beautylish.com
จัดเต็มคอนทัวร์ (contour) สร้างมิติให้ชัดเจน

จะเห็นว่าการแต่งหน้าแบบสาวอินเตอร์ จะเน้นการเห็นโครงหน้าที่ชัดและมีมิติ การคอนทัวร์ใบหน้าจึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญมาก การเลือกสีคอนทัวร์ก็สำคัญ ให้เลือกสีที่เข้มกว่าสีผิวของเราประมาณ 3-4 เฉดสี โดยที่สามารถกะจากสายตาของคุณได้เลย ตำแหน่งการปัดก็สำคัญ ให้ปัดที่ตำแหน่งของ กรอบหน้า ชีคโบน กราม และสันข้างจมูก เพื่อให้ดูมีเงาหรือมีมิติขึ้นมา โดยสามารถดูจากตำแหน่งการปัดที่รูปภาพได้ล่างได้เลย

จัดเต็มคอนทัวร์ (contour) สร้างมิติให้ชัดเจน

ปัดไฮไลท์ (highlight) ให้หน้าพุ่ง

ความฉ่ำวาวก็เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของการแต่งหน้าแบบอินเตอร์ ซึ่งจะต่างจากการปัดไฮไลท์แบบเกาหลี การปัดแบบลุคสาวอินเตอร์จะเน้นให้หน้าดูพุ่ง และเกินธรรมชาติขึ้นมานิดหน่อย โดยตำแหน่งที่ปัดไฮไลท์จะปัดเหมือนกับการไฮไลท์หน้าทั่วไปเลย คือบริเวณทีโซน ตั้งแต่หน้าผาก ไล่ลงมาที่สันจมูก ปาก และคาง แล้วให้คุณเพิ่มการปัดไฮไลท์บริเวณแก้มและโหนกแก้มขึ้นไปด้วย โดยไฮไลท์ที่ใช้ควรจะเป็นสีมุข หรือสีโกลด์ เพื่อให้ดูวาวอย่างเป็นธรรมชาติ

ปัดไฮไลท์ (highlight) ให้หน้าพุ่ง
Cr: Photo weheartit.com
ทาลิปสติกให้ขอบปากดูชัด

การทาลิปสติกให้ริมฝีปากดูอวบอิ่มคือสิ่งที่สายฝ.หลายคนต้องการ แต่หลายคนมีริมฝีปากที่เล็กการทาลิปสติกให้ปากอวบอิ่มจึงเป็นสิ่งที่ยาก ซึ่งคุณสามารถแก้ไขรูปปากด้วยการวาดโครงด้วยดินสอก่อน วาดขอบปากให้เลยออกไปจากของปากจริงเล็กน้อย วาดให้เป็นกระจับโดยสามารถดูวิธีทาลิปสติกให้ริมฝีปากดูเป็นกระจับ แลดูอวบอิ่มได้ที่นี่ คลิก! เพียงแค่นี้ก็จะมีริมฝีปากที่ดูสวยอวบอิ่มแบบสาวอินเตอร์แล้ว

ปัดไฮไลท์ (highlight) ให้หน้าพุ่ง
Cr: Photo weheartit.com

การแต่งหน้าจากสาวหมวยให้เป็นสาวอินเตอร์สามารถทำได้ไม่ยาก เพียงแค่คุณฝึกแต่งบ่อยๆ ปรับเปลี่ยนการแต่งบางจุดให้เหมาะสมกับลักษณะของตนเอง ส่วนการเลือกโทนสีของเครื่องสำอางในการ แต่งหน้าให้อินเตอร์ นั้นก็จะขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวของแต่ละคน โดยเลือกโทนสีที่เป็นตัวคุณมากที่สุด เพราะมันจะทำให้คุณมั่นใจในการแต่งหน้ามากขึ้น เพียงเท่านี้การแต่งหน้าลุคสาวอินเตอร์ก็จะออกมาดูสวยอย่างที่ต้องการได้แล้ว

หมดปัญหา ปากแห้งลอก ด้วยเคล็ดลับปากนุ่มชุ่มชื้นตลอดวัน

หมดปัญหา ปากแห้งลอก ด้วยเคล็ดลับปากนุ่มชุ่มชื้นตลอดวัน คลิก!!!

หมดปัญหา ปากแห้งลอก ด้วยเคล็ดลับปากนุ่มชุ่มชื้นตลอดวัน

ปากแห้งลอก เป็นหนึ่งในปัญหาที่หลายๆ คนพบเจอเป็นประจำ การมีปากแห้งและลอกออกมานั้นทำให้บุคลิกของเราดูแย่ เพราะจะทำให้เราเลียปากอยู่บ่อยๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่น่ามองเป็นอย่างมาก และทำให้ความมั่นใจในตนเองลดลงเมื่อต้องออกไปพบเจอผู้คน ปากแห้งลอกจึงไม่ใช่ปัญหาเล็กอีกต่อไป และหากปล่อยทิ้งไว้จะทำให้ปากแตกเป็นแผลและทำให้ปากดูซีด อาจทำให้ขอบปากหรือริมฝีปากนั้นดำขึ้นมาได้ด้วย

สำหรับใครที่ประสบปัญหาปากแห้งลอกอยู่ การทาลิปมันหรือลิปบาล์มอย่างเดียวอาจจะไม่ช่วยให้ริมฝีปากนุ่มชุ่มชื้นตลอดทั้งวันได้ วันนี้ inzpy จึงอยากจะมาบอกเคล็ดลับให้ริมปากกลับมานุ่มชุ่มชื้นตลอดทั้งวันได้อีกครั้ง ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายมากๆ และสามารถทำเองได้ที่บ้าน

หมดปัญหา ปากแห้งลอก ด้วยเคล็ดลับปากนุ่มชุ่มชื้นตลอดวัน1

สาเหตุการเกิดปัญหาปากแห้งลอก

ก่อนที่จะไปรู้จักกับวิธีการแก้ปัญหาปากแห้งลอก คุณจะต้องรู้ถึงปัญหาปากแห้งลอกก่อน เพราะการรู้ถึงปัญหาจะทำให้เราแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดยิ่งขึ้น โดยสาเหตุการเกิดปัญหาปากแห้งลอกหลักๆจะมีดังนี้
การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ
ร่างการขาดน้ำเนื่องจากการอากาศร้อน
การดื่มน้ำไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย
เสียเหงื่อปริมาณมาก
เกิดจากการอาเจียน ท้องเสีย หรือ เป็นไข้

วิธีการพื้นฟูริมฝีปากให้กลับมานุ่มชุ่มชื้น

หลักๆ แล้วสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา ปากแห้งลอก มีอยู่ไม่มากอย่างที่ได้กล่าวไป ซึ่งบางครั้งเราอาจจะไม่สามารถเปลี่ยนวิถีชีวิต หรือสภาพอากาศได้ เราจึงมีวิธีในการดูแล และช่วยให้คุณมีริมฝีปากที่นุ่มชุ่มชื้นได้

จิบน้ำให้บ่อยที่สุด

สำหรับใครที่ต้องทำงานดึกๆ หรือพักผ่อนน้อย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่จะทำให้ริมปากของเราแห้งลอกได้ง่าย หากไม่สามารถพักผ่อนให้เพียงพอได้ คุณควรจะดื่มน้ำเข้าไปมากๆ เพื่อให้น้ำเข้าไปปรับสมดุลของร่างกาย และควรดื่มน้ำ หรือจิบน้ำเป็นประจำให้เพียงพอวันละ 8-10 แก้ว อย่างสม่ำเสมอ การดื่มน้ำให้เพียงพอนี้จะสามารถลดปัญหาของปากแห้งลอกลงถึง 50 % เลยทีเดียว

หมดปัญหา ปากแห้งลอก ด้วยเคล็ดลับปากนุ่มชุ่มชื้นตลอดวัน2
Cr: Photo www.freepik.com/
ทาลิปบาล์มเมื่อรู้สึกปากแห้ง

การมีปากแห้งลอกโดยเฉพาะหน้าหนาว ถึงจะดื่มน้ำมากเท่าไหร่ก็ยังมีริมฝีปากที่แห้งอยู่ดี การมีลิปบาล์มติดตัวก็เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก เมื่อรู้สึกว่าผิวปากเริ่มแห้งก็นำลิปบาล์มขึ้นมาทาได้เลยทันที ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายก็สามารถทาได้ ซึ่งผู้ชายส่วนมากก็อาจจะเลือกทาเป็นลิปบาล์มธรรมดาไม่มีสี ส่วนผู้หญิงส่วนมากจะเลือกทาลิปบาล์มที่มีสี และการเลือกลิปบาล์มนั้นก็สำคัญมากๆเช่นกัน ควรเลือกแบรนด์ที่ปลอดภัยต่อริมฝีปาก เพื่อป้องกันไม่ให้ริมฝีปากเกิดการระคายเคือง

หมดปัญหา ปากแห้งลอก ด้วยเคล็ดลับปากนุ่มชุ่มชื้นตลอดวัน
Cr: Photo www.freepik.com/
สครับริมฝีปากเป็นประจำ

ปากแห้งจะทำให้ผิวที่อยู่บริเวณริมฝีปากเกิดการลอกออกมา ซึ่งบางครั้งมันอาจจะหลุดลอกออกมาไม่หมดทำให้ริมปากดูเป็นขุยได้ การสครับปากจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าบนริมฝีปากออกไปและเผยเซลล์ผิวที่มีความนุ่มชุ่มชื้นอีกครั้ง โดยการสครับปากสามรถทำได้หลายวิธี แต่วิธีที่ง่ายที่สุดคือ เวลาที่คุณแปรงฟันให้เอาแปรงฟันแปรงบริเวณริมฝีปากเบาๆ ไปมาประมาน 8-10 ครั้ง หรืออาจจะหาซื้อผลิตภัณฑ์สครับปากที่มีขายทั่วไปมาใช้ก็ได้เช่นกัน

Mouth 04
Cr: Photo www.freepik.com/
เลือกผลิตภัณฑ์ทาริมฝีปากที่ปลอดภัย

การเลือกผลิตภัณฑ์ทาริมฝีปากที่ปลอดภัยอาจะไม่ใช่วิธีที่จะช่วยให้ริมฝีปากหายแห้งลอกได้โดยตรง แต่เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยป้องการไม่ให้ริมฝีปากของคุณเจอกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีคุณภาพ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการระคายเคือง แพ้ แห้งแตกลอกมากยิ่งกว่าเดิมได้ หากคุณใช้ผลิตภัณฑ์ทาริมฝีปากยี่ห้อใดไปแล้วรู้สึกร้อนหรือระคายเคืองให้รีบล้างทำความสะอาด และหยุดใช้ทันที

Mouth 05
Cr: Photo www.cindyhyue.com/

ใครที่กำลังเป็นกังวลกับปัญหา “ปากแห้งลอก” อยู่ สามารถนำวิธีที่เราได้แนะนำไปปฏิบัติตามได้ง่ายๆ แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยลดปัญหานี้ได้ก็คือการพักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกาย ก็จะช่วยให้ริมฝีปากของคุณเกิดการแห้งลอกได้ยากขึ้น การมีริมฝีปากที่นุ่มชุ่มชื้นจะทำให้บุคลิกของคุณดูดีขึ้นได้เป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นอย่าลืมหันมาดูแลสุขภาพให้มากๆ กันนะคะ

https://inzpy.com/beauty/skin/%e0%b8%babeauty-skincare/

เลือก SkinCare สำหรับผิวบอบบางยังไง? ไม่ให้หน้าพังไปกว่าเดิม คลิก!!

ก๋วยเตี๋ยวเสียงดัง เอกลักษณ์ของ ร้านเย็นตาโฟศรีพิงค์

ก๋วยเตี๋ยวเสียงดัง เอกลักษณ์ของ ร้านเย็นตาโฟศรีพิงค์

เย็นตาโฟศรีพิงค์ เป็นร้านเก่าแก่ของชาวเชียงใหม่ เจ้าดังของนักศึกษา มหาลัยเชียงใหม่ ถึงแม้จะอยู่ในซอยเข้ามา คนก็ยังแวะเวียนกันมากิน รวมถึงคนทำงานด้วย ซึ่งช่วงเที่ยง คนจะเยอะมากเป็นพิเศษ จนเจ้าของร้านจะต้องออกมาพูดเสียงดัง สั่งลูกน้อง จนเกิดเป็นชื่อร้าน ก๋วยเตี๋ยวเสียงดัง

ด้วยเครื่องปรุงที่ครบรสของเย็นตาโฟ ทำให้เมนูจานนี้ มีรสชาติที่ดี กินได้สนุก เพราะมีหลายอย่างอยู่ในชามนั้น ผนวกกับฝีมือการลวงเส้นที่พอดี กับน้ำเดือด ๆ ทำให้อาหารจานนี้สมบูรณ์แบบ

เมนูหลักของร้าน ก๋วยเตี๋ยวเสียงดัง คือ เย็นตาโฟ แต่ก็มีก๋วยเตี๋ยวต้มยำด้วย รสชาติของร้านนี้จะออกหวานหน่อย เราก็เลยสั่ง เย็นตาโฟต้มยำเลย จะได้พอดี และมันอร่อยมากด้วย

ทีเด็ดของทางร้าน ก๋วยเตี๋ยวเสียงดัง คือเกี๊ยวกรอบใส้หมูสับ ที่ทอดได้กรอบ หอม อร่อยมาก แผ่นเกี๊ยวหนา เวลาทอดเลยกรอบอร่อยจนต้องสั่งแยกเกี๊ยวกรอบต่างหาก

เรามาเชียงใหม่ทีไร ก็ต้องแวะมากินที่นี่ประจำ เป็นร้านโปรดในดวงใจไปซะแล้ว ก็รสชาติมันลงตัว รวมถึงเครื่องแน่น ที่มีทั้ง เกี๊ยวกรอบ ปลาหมึกกรอบ เลือด เต้าหู้ ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง ส่วนก๋วยเตี๋ยวธรรดา หรือไม่เย็นตาโฟ จะใส่หมูชิ้น กับหนังปลาอินทรีทอดกรอบ แทน มากินที ก็สั่งเบิ้ล แห้งชาม น้ำชาม แถมเกี๊ยวกรอบอีกชาม อร่อยเหาะไปเลย

กินอิ่มก็อย่าลืมซื้อของฝาก ติดไม้ติดมือไปด้วยนะ อร่อยและถูกดี ครองแครงกรอบอร่อย ร้านอยู่บนถนนช้างเผือก ก่อนถึง กาดธานินทร์ เป็นร้านอยู่ในซอยนะคะ เพราะมีร้านก๋วยเตี๋ยวอยู่หน้าปากซอยอีกร้าน ตามพิกัดด้านล่างมาเลย

 

พิกัดร้าน: เย็นตาโฟศรีพิงค์

เปิด 08:00 – 14:00 น.

ปิดทุกวันพฤหัสบดี

โทร.090-226-2354

ลูกชิ้นเห็ดหอม หน้าวอร์ม คลิกเลย

Kyoto House บ้านจิ๋วแต่แนวคิดแจ๋ว

Kyoto House บ้านจิ๋วแต่แนวคิดแจ๋ว

Kyoto House บ้านสไตล์มินิมัลแซมความร่วมสมัย โดดเด่นด้วยการออกแบบฟังก์ชั่นที่ครบครัน พร้อมสอดแทรกพื้นที่สีเขียวได้อย่างชาญฉลาดและสบายตา

Kyoto เมื่อพูดถึงชื่อนี้ หลาย ๆ คนอาจนึกถึงเมืองเก่าในประเทศญี่ปุ่น ภายใต้บรรยากาศที่มีกลิ่นอายของวัฒนธรรมความเป็นอยู่ รวมทั้งสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม แต่ปัจจุบันเมืองเกียวโต ประดามีด้วยบ้านและอาคารที่เปลี่ยนไปจากเดิมไม่น้อย ซึ่ง Kyoto House เป็นอีกหนึ่งบ้านน่ารักในเมืองนี้ ที่เราจะมาบอกเล่าให้รู้จักกัน

 

kyoto house
Cr.Yosuke Ohtake

บ้านหลังน้อยในสไตล์โมเดิร์น ที่ให้อารมณ์ของความคลาสสิกหลังนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากความชื่นชอบและความต้องการส่วนตัวของเจ้าของบ้านเอง ที่ตั้งโจทย์ต้องการให้บ้านมีบรรยากาศที่อบอุ่น มาพร้อมกับฟังก์ชันและพื้นที่ใช้สอยที่ครบครัน โดยเบื้องหลังความสวยงามนั้นได้สำนักออกแบบ “07 BEACH” มารับหน้าที่ในการจัดการให้ในครั้งนี้ ซึ่งต้องบอกว่าเป็นบ้านที่ยังคงถ่ายทอดรูปแบบความมีเสน่ห์และเอกลักษณ์ของบ้านสไตล์ญี่ปุ่นไว้ได้อย่างน่าสนใจ อีกทั้งผู้ออกแบบยังดีไซน์ให้มีพื้นที่สีเขียวรายล้อมทั้งในและนอกบ้าน เผยให้เห็นทั้งต้นไม้น้อยใหญ่ สวนดอกไม้ที่บานสะพรั่ง มีพื้นที่ปลูกพืชผักสวนครัว และสวนสวยที่จัดแต่งด้วยก้อนหิน น้ำตก และลำธารเล็ก ๆ

Cr.Yosuke Ohtake

หากพูดถึงบ้านสไตล์ญี่ปุ่น สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ที่คุณจะสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนเลยคือ “ไม้” เนื่องจากในสมัยก่อนประเทศญี่ปุ่นนิยมสร้างบ้านกันด้วยไม้หรือกระดาษทั้งหลัง ถึงในปัจจุบันวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างบ้านจะมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามยุคสมัยและกาลเวลา พร้อมทั้งการเพิ่มฟังก์ชันหรือเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อความสะดวกสบายภายในบ้านมากขึ้น แต่ถ้าลองสังเกต โครงสร้าง หรือการตกแต่งภายในบ้าน ก็ยังคงเอกลักษณ์และวัฒนธรรมของความเป็นญี่ปุ่นดั้งเดิมอยู่ในบ้านเกือบทุกหลัง

 

cr.Yosuke Ohtake

รวมทั้งบ้านหลังนี้ ที่มีพื้นที่ใช้สอยอยู่ที่ 131 ตารางเมตร ซึ่งเป็นบ้านขนาดเล็กตั้งอยู่ใจกลางเมืองของกรุงเกียวโต ทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น ภายในบ้านมีขนาด 2 ชั้น 2 ห้องนอน 1 ห้องอาบน้ำ ที่เน้นการตกแต่งแบบสไตล์ไม้เป็นส่วนใหญ่ ไม่มีประตูกั้น ภายในบ้านเปิดโล่ง มีการจัดวางต้นไม้อยู่ตรงกลางบ้าน ที่เชื่อมติดกันกับห้องโถงเดี่ยว ที่มีทั้งส่วนนั่งเล่น และพื้นที่สำหรับรับประทานอาหาร และ ห้องอาบน้ำ

JP house
cr.Yosuke ohtake

ในส่วนของพื้นที่ด้านหน้าบ้าน จัดวางแปลนให้มีที่สำหรับจอดรถในบ้านได้ 1 คัน และมีการนำต้นไม้มาปลูกให้ใกล้ตัวบ้าน เพื่อผู้อาศัยได้ใกล้ชิดและรับพลังแห่งธรรมชาติมากที่สุด นั้นหมายรวมถึงการใช้วัสดุอย่าง “ไม้” ที่ได้จากพื้นที่ในท้องถิ่น และมีความเป็นมิตรกับธรรมชาติมากที่สุด พร้อมทั้งยังสามารถช่วยควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะกับการอยู่อาศัยภายในบ้านที่ตั้งอยู่ในภูมิอากาศที่เป็นเขตร้อนชื้นอย่างประเทศญี่ปุ่นได้ดีอีกด้วย อีกทั้งโทนสีที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เหมาะการอาศัยอยู่ของครอบครัวเล็ก ๆ ที่ต้องการบ้านที่ครบครันไปด้วยพื้นที่ใช้สอยและให้บรรยากาศที่สดชื่นและมีชีวิตชีวา

kyoto house05
cr.Yosuke Ohtake

 

 

 

 

 

อลังการ “น้ำตกคลองลาน” กำแพงเพชร คลิกเลย

สุดปัง ! 3 ศิลปินไทย ร่วมจัดแสดงผลงานในแกลเลอรี่ระดับโลก

สุดปัง ! 3 ศิลปินไทย ร่วมจัดแสดงผลงานในแกลเลอรี่ระดับโลก สุดปัง ! 3 ศิลปินไทย

3 ศิลปินไทย ปาล์ม อินสติงค์ ป๊อด โมเดิร์นด็อก และโอ๋ ฟูตอง ร่วมแสดงผลงานศิลปะใน Saatchi Gallery ณ กรุงลอนดอน พร้อมเปิดขายผลงานให้นักสะสมทั่วโลกผ่าน StART.art

อีกหนึ่งความภาคภูมิใจ ที่ล่าสุดทางเทโร เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ ได้ส่งผลงานศิลปะของ “ปาล์ม อินสติงค์” “ป๊อด โมเดิร์นด็อก” และ “โอ๋ ฟูตอง”  ไปร่วมจัดแสดงในแกลลอรี่ระดับโลก ณ  Saatchi Gallery (ซาทชิ แกลลอรี่) แห่งกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในงาน StART Art Fair (สตาร์ท อาร์ท แฟร์) ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 13-17 ตุลาคมนี้

สำหรับศิลปะ StART (สตาร์ท) นั้นเปิดตัวขึ้นครั้งแรกในปี 2014 ก่อนจะโด่งดังในเรื่องการนำเสนอผลงานของศิลปินหน้าใหม่ (แต่มีฝีมือ) สู่สาธารณชนทั่วโลกผ่านโครงการ Global Eye ซึ่งเป็นงานนิทรรศการศิลปะที่เผยแพร่และมอบรางวัลให้แก่ศิลปินในแถบตะวันออก และยังคงยึดมั่นในแนวคิดในการนำเสนอศิลปินและแกลลอรี่ทั้งที่เกิดใหม่ และเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลกมาโดยตลอด

ส่วนปีนี้ StART ได้จัดแสดงงานทัศนศิลป์ขึ้นที่ Saatchi Gallery ณ กรุงลอนดอน โดยขนผลงานของศิลปินกว่า 70 คน มากกว่า 25 ประเทศมาร่วมโชว์ ที่สำคัญในงานยังมีผลงานของศิลปิน K-Pop ชื่อดังอย่าง “เฮนรี่ หลิว” อดีตสมาชิกวง Super Junior M และ “ซงมินโฮ” กับ “คังซึงยุน” แห่งวง Winner มาเข้าร่วมด้วย

สุดปัง ! 3 ศิลปินไทย

ด้าน ปาล์ม อินสติงค์ หรือ “ปรียวิศว์ นิลจุลกะ” ศิลิปินไทยของเรานั้น ได้ส่งผลงานเลนติกูล่าร์ ปริ้นติ้ง และ อะคริลิค  ดิจิตัล เพ้นท์ติ้ง แบบสื่อผสม เป็นผลงานชุด Memento Moe ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากคำว่า Memento Mori ซึ่งเป็นมรณานุสติของฝั่งตะวันตก และคำว่า “โมเอะ” (Moe) ซึ่งเป็นคำสแลง หมายถึงความน่ารักแบบอนิเมะญี่ปุ่น ที่เป็นการผสมภาพวาดเกี่ยวกับความตายของตะวันตกเข้ากับภาพวาดการ์ตูนญี่ปุ่นน่ารัก ๆ ทำให้ความตายดูเป็นเรื่องน่ารักหวานแหววแทนที่จะน่ากลัว

สุดปัง ! 3 ศิลปินไทย

ส่วนทางด้านหนุ่ม ป๊อด โมเดิร์นด็อก หรือ “ธนชัย อุชชิน” ได้ส่งผลงานภาพวาดสีอะคริลิคบนกระดาษ แนว abstract ไปร่วมจัดแสดง ซึ่งป๊อดกล่าวถึงผลงานและแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ให้ฟังว่า

“งานศิลปะที่ผมทำอยู่ตอนนี้ เป็นภาพวาดที่เป็นเรื่องของการปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดออกมาเป็นลักษณะนามธรรม โดยจะใช้เรื่องของ สี เส้น พื้นผิว และความฉับพลัน รวมถึงการอยู่กับปัจจุบันใส่เข้าไปในผลงาน ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากการที่ผมอยากนำเสนอความรู้สึกตัวเองผ่านลงไปทางงานภาพ ที่เป็นความสนใจส่วนตัวอีกด้านหนึ่งนอกเหนือจากการทำงานเพลง และจะตั้งชื่อผลงานแต่ละชิ้นเป็นวัน เดือน ปี ของเหตุการณ์นั้น ๆ เพราะอยากนำเสนอภาพให้เปรียบเสมือนการเขียนไดอะรี่  ซึ่งผมพยายามที่จะวาดทุกวัน วันไหนผมรู้สึกอย่างไรก็จะบันทึกความรู้สึกของตัวเองลงไปบนภาพ เพื่อที่จะได้ย้อนกลับมาดูตัวเองได้ว่าในวันที่ผ่าน ๆ มา เกิดเหตุการณ์อะไร อารมณ์ความรู้สึกของผมเป็นแบบไหน หรือกำลังอยู่ที่ไหน ผ่านภาพที่ผมวาดเหล่านี้ครับ”

สุดปัง ! 3 ศิลปินไทย

และสำหรับศิลปินสาว โอ๋ ฟูตอง หรือ “หทัยรัตน์ เจริญชัยชนะ” เธอได้ส่งผลงานชุด “EYES ON YOU” ซึ่งเป็นภาพวาดสีน้ำมันบนผ้าลินินไปร่วมจัดแสดง นอกจากนี้เธอยังเตรียมบินลัดฟ้าไปเข้าร่วมงานที่ Saatchi Gallery อีกด้วย

ปีนี้นอกจาก StART จะเปิดให้เข้าชมงานศิลปะที่ Saatchi Gallery แล้ว ยังได้เปิดตัว StART.art (สตาร์ท ดอท อาร์ท) แพลตฟอร์มดิจิตัลที่จะนำเสนอผลงานหรือสินค้าเกี่ยวกับศิลปะของศิลปินหน้าใหม่และศิลปินที่เป็นที่ยอมรับให้ผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะจากทั่วทุกมุมโลกได้เข้าชม และเลือกซื้อผลงานได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

ส่วนศิลปินไทยท่านใดที่สนใจและต้องการนำเสนอผลงานบน StART.art ลองอินบ๊อกซ์ไปถามรายละเอียดได้ที่ FB : Tero Entertainment หรือติดตามข่าวสารศิลปะของ StART ได้ทางอินสตาแกรม start.art.global

 

บทความน่าสนใจ : Malton Private Residence Ari กับการตกแต่งสุดหรู โดย Olivia Living

หมดเวลาเที่ยวทิพย์ เตรียมผิวสวยด้วยคลอลาเจน แล้วไปเที่ยวกันค่ะ

หมดเวลาเที่ยวทิพย์ เตรียมผิวสวยด้วยคลอลาเจน แล้วไปเที่ยวกันค่ะ

ปฎิเสธไม่ได้ว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ที่มีการระบาดอย่างรุนแรง ทำให้หลายคนขอเซฟตัวเองกักตัวอยู่บ้านเปลี่ยนแผนจาก “ทริปเที่ยว” มาเป็น “เที่ยวทิพย์” แบบ New Normal กันไปก่อน ผ่านการโพสต์รูปทริปเที่ยวเก่าๆ ที่อยู่ในความทรงจำ บางคนก็ไอเดียบรรเจิดตัดต่อภาพตัวเองกับสถานที่ในฝัน ถึงขั้นทำคลิปก็ยังมีให้เห็น นั่นล่ะคืออิทธิพลของการ “เที่ยวทิพย์” ที่เข้ามาเยียวยาความเบื่อหน่ายจากสถานการณ์โควิด-19 ของผู้คน จนกลายเป็นแฮชแท็กมาแรง ทั้งยังสะท้อนให้ถึงสภาวะอัดอั้นของผู้คนที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยว

เตรียมผิวสวยด้วยคลอลาเจน
Cr: Photo pexels

และล่าสุดจากมาตรการ “คลายล็อกดาวน์-ลดเคอร์ฟิว” หลายคนก็เริ่มที่จะนับถอยหลังวางแผน “ทริปเที่ยว” ไม่ต้อง “เที่ยวทิพย์” กันแล้วค่ะ จะไปเที่ยวทั้งที ก็ต้องเตรียมอวดผิวสวย ๆ กันหน่อยใช่ไหมค่ะ วันนี้ทาง Inzpy จะพาทุกคนไป เตรียมผิวสวยด้วยคลอลาเจน แบบชนิดที่ว่า ใครเห็นก็ทักว่า ไปทำอะไรมาจ๊ะ!! ทำไมสวยขึ้น ทำไมผิวดีจัง

เตรียมผิวสวยด้วยคลอลาเจน
Cr: Photo pexels
คอลลาเจนคืออะไร ?

คอลลาเจน คือ โปรตีนชนิดหนึ่ง ที่มีมากที่สุดในร่างกาย คิดเป็น 1 ใน 3 ของโปรตีนทั่วร่างกาย เป็นส่วนประกอบหลักของผิวหนัง โดยมีสัดส่วนสูงถึง 80 % โดยคำว่า คอลลาเจน ในภาษาอังกฤษ Collagen มีที่มาจากคำภาษากรีกคำว่า “kólla” ซึ่งแปลว่า “กาว” ดังนั้น คอลลาเจนจึงมีคุณสมบัติในการยึดเกาะสิ่งต่างๆ เข้าไว้ด้วยกันคล้ายกับกาวและเป็นโครงสร้างของเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง กระดูก กล้ามเนื้อ เล็บ เอ็น และข้อ นอกจากนั้นยังสามารถพบคอลลาเจนได้ในส่วนอื่นๆ ของร่างกายอีกด้วย เช่น หลอดเลือด กระจกตา และฟัน โดยคอลลาเจนจะอยู่ที่ผิวหนังชั้นล่าง (ชั้นหนังแท้ หรือ dermis) ฉะนั้นการทาครีมทั่วไปจะไม่มีผลโดยตรงถึงคอลลาเจนในผิวหนัง  ในปัจจุบันมีการค้นพบคอลลาเจนมากกว่า 18 ชนิด และแตกต่างกันไปตามหน้าที่ในร่างกาย แต่ที่สำคัญและควรรู้จักมี  4 ได้แก่

  • คอลลาเจนชนิดที่ 1 (Collagen Type I) เป็นชนิดที่พบได้มากที่สุดในร่างกาย พบมากถึง 90% ของคอลลาเจนทั้งหมดในร่างกาย ช่วยในการเสริมความยืดหยุ่น การสมานแผล การสร้างกระดูก ผนังหลอดเลือด เอ็นและเอ็นยึดกล้ามเนื้อ ผิวหนัง กระจกตา และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน มีความเหนียวและแข็งแรงมากที่สุด สามารถพบได้ในผิวหนัง เส้นผม กระดูก เนื้อเยื่อ และผนังหลอดเลือด
  • คอลลาเจนชนิดที่ 2 (Collagen Type II) เป็นชนิดที่มีความยืดหยุ่นมากกว่าชนิดที่ 1 พบมากในกระดูก กระดูกอ่อน และข้อต่อ เช่น ส่วนประกอบของหู จมูก หลอดลม และกระดูกซี่โครง มีหน้าที่ช่วยในการสร้างกระดูกอ่อน
  • คอลลาเจนชนิดที่ 3 (Collagen Type III) เป็นชนิดที่มักจะพบในผิวหนัง กล้ามเนื้อ อวัยวะภายใน ผนังหลอดเลือด และหลอดเลือดแดง
  • คอลลาเจนชนิดที่ 4 (Collagen type IV) พบใน basal lamina และ basement membrane ในส่วนของ epithelium-secreted layer
  • คอลลาเจนชนิดที่ 5 (Collagen Type V) สามารถพบได้ในบริเวณเดียวกันกับชนิดที่ 1 หรือใต้ชั้นผิวหนังของเซลล์ ผม และรก และในเนื้อเยื่อของทารกในระหว่างตั้งครรภ์

จะเห็นได้ว่าคอลลาเจนกระจายอยู่ทั่วร่างกายของเรา โดยปกติแล้วร่างกายจะมีการสร้างและสลายคอลลาเจนในปริมาณที่สมดุลกัน แต่เมื่อเรามีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป การสร้างคอลลาเจนก็จะลดลงประมาณร้อยละ 1 ต่อปี ในขณะที่อัตราการสลายคอลลาเจนยังเท่าเดิม ทำให้ปริมาณคอลลาเจนในร่างกายลดลงเรื่อย ๆ ส่งผลให้ความแข็งแรงของผิวลดลงเมื่ออายุมากขึ้น และอย่างที่ทุกคนรู้กันดีว่าเมื่อคอลลาเจนใต้ผิวหนังลดลงก็จะเกิดริ้วรอย

เตรียมผิวสวยด้วยคลอลาเจน
Cr: Photo pexels
ทำความรู้จักกับคลอลาเจนกันมาพอสมควรแล้ว ก็ถึงเวลาที่เราจะเตรียมผิวสวยด้วยคลอลาเจน แล้วไปเที่ยวกันค่ะ
เลือกกินอาหาร ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน

ใครอยากมีผิวสวยจนเพื่อนทัก ฟังทางนี้ ! เราสามารถเลือกการกินอาหารที่ช่วยชะลอการสลายและมีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจนให้เพิ่มขึ้นได้จากอาหารเพื่อสุขภาพ ที่คุ้นเคย รับรองว่าปลอดภัยหายห่วง เป็นคอลลาเจนที่ดีที่สุดในโลก และนี่คือเทคนิคง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คอลลาเจนในร่างกายอยู่กับเราไปนาน ๆ อยากรู้ว่ามีอาหารอะไรบ้างตามมาดูกันเลยค่ะ

กินโปรตีนต่อวันต้องเพียงพอ

ทำให้สร้างคอลลาเจนได้อย่างเต็มที่ อย่างที่รู้กันแล้วว่าคอลลาเจนคือ โปรตีนชนิดหนึ่ง ดังนั้นการกินโปรตีนจากเนื้อสัตว์ นม ไข่ หรือ ธัญพืชต่าง ๆ ให้เพียงพอความต้องการต่อวัน หรือ 1 – 1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เช่น ถ้าหากเรามีน้ำหนักตัวที่ 50 กรัม แสดงว่าเราต้องกินโปรตีนให้ได้ 50 – 60 กรัมต่อวัน หรือเทียบเท่ากับการเลือกกินเนื้อสัตว์ไม่ว่าจะเป็นหมู ไก่ ปลา ให้ได้รวม ๆ กันประมาณ 200 – 250 กรัม การกินโปรตีนที่เพียงพอ ร่างกายจะย่อยเป็นกรดอะมิโนเพื่อนำไปสร้างเป็นคอลลาเจนไปใช้ประโยชน์ต่อสภาพผิว ข้อเข่า หรือมวลกระดูก นอกเหนือจากการนำไปปรับสมดุลของโปรตีนในร่างกายนั่นเอง

กินอาหารที่เป็นแหล่งกรดไขมันโอเมก้า

ต้องยกให้โอเมก้าเป็นแหล่งสร้างคอลลาเจนจากธรรมชาติตัวเด็ดอีกตัวหนึ่ง ซึ่งช่วยเติมเต็มร่องลึกของเซลล์ผิวที่ถูกปัจจัยอื่น ๆ ทำลาย โดยเราจะรับกรดไขมันโอเมก้าได้จากเมล็ดแฟลกซ์ซีด แซลมอน ปลาทูน่า อะโวคาโด เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และอัลมอนด์ เป็นต้น

กินอาหารที่เป็นแหล่งของวิตามิน ซี

วิตามิน ซี เป็นตัวพระเองที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และถือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญที่ช่วยชะลอการสลายของคอลลาเจน โดยแหล่งของวิตามิน ซี คือ ผักและผลไม้ต่าง ๆ เช่น ฝรั่ง ผักคะน้า บรอกโคลี สตรอเบอร์รี่ ส้ม แอปเปิ้ลแดง มะนาว เบอร์รีชนิดต่าง ๆ เป็นต้น

กินอาหารที่เป็นแหล่งของวิตามิน เอ

เพราะวิตามิน เอ ช่วยกระตุ้นการเติบโตของไฟโบรบลาสต์ (fibroblast) ที่มีหน้าที่สร้างคอลลาเจนและอิลาสตินของร่างกาย ที่ทำให้ผิวพรรณยังเต่งตึง โดยแหล่งอาหารที่มีวิตามิน เอ ได้แก่ เนื้อสัตว์ ไข่ นม ผักที่มีสีเขียวเข้มและสีเหลืองส้ม เช่น ตำลึง ผักบุ้ง แครอทมะละกอสุก เป็นต้น

กินอาหารที่เป็นแหล่งวิตามิน อี

เพราะวิตามิน อี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทำงานคู่กับวิตามิน ซี โดยแหล่งของวิตามิน อี คือ น้ำมันพืชต่าง ๆ เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง นอกจากนี้ยังพบใน ถั่วอัลมอนด์ อาโวคาโด มะม่วง กีวี เป็นต้น

เตรียมผิวสวยด้วย คลอลาเจน
Cr: Photo pexels

ดื่มน้ำวันละ 8 – 10 แก้ว

ดื่มน้ำให้เพียงพอวันละ 8 – 10 แก้ว หรือ 2 ลิตรต่อวัน น้ำเปล่าเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยสร้างคอลลาเจนในร่างกาย หากดื่มน้ำไม่พอการสร้างคอลลาเจนก็จะลดลงไปด้วย

และปัจจุบันยังมีผลิตภัณฑ์เสริมคลอลาเจนที่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้เราผิวพรรณสวยได้เช่นกัน การมองหาตัวช่วยเสริมปริมาณคอลลาเจนจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้ผิวพรรณของเราเต่งตึงไม่เหี่ยวย่น รวมถึงลดการเสื่อมของไขข้อเมื่อเราอายุมากขึ้น โดยปริมาณคอลลาเจนที่ควรรับประทานในแต่ละวันเหมาะสำหรับคนที่ไม่เคยมีประวัติการแพ้อาหารทะเล หรือไม่เคยแพ้สารสกัดจากปลามาก่อน โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหาร และยาของประเทศไทย ได้ประกาศออกมาว่าไม่ควรรับประทานคอลลาเจนเกิน 10 กรัมต่อวัน แต่สำหรับการรับประทานในชีวิตปกติประจำวันแล้ว การบริโภคคอลลาเจนเพียง 2.5-5 กรัมต่อวัน ก็ถือว่าเพียงพอแล้วสำหรับการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย เพื่อเสริมสร้างผิวพรรณที่สวยงามและร่างกายที่แข็งแรง โดยไม่เป็นอันตรายใด ๆ ต่อร่างกาย สำหรับใครที่กำลังมองผลิตภัณฑ์เสริมคลอลาเจน แต่ยังไม่รู้ว่า ควรเลือกยังไง กินยังไงถึงจะได้ผลและปลอดภัย รอติดตามอ่านได้ที่ Inzpy นะคะ

เคล็ดลับในการลดน้ำหนัก ให้พร้อมสำหรับไปเที่ยว คลิกเลย