Home Blog Page 1126

ไทยจะหนาวมั้ยไม่รู้ แต่เสื้อผ้าฤดูหนาวของ UNIQLO น่าใส่มาก

แบรนด์เสื้อผ้าสุดฮิตจากแดนปลาดิบ

UNIQLO แบรนด์เสื้อผ้าจากประเทศญีปุ่น ที่ถือว่าเป็นที่นิยมมากสำหรับคนไทยเลยก็ว่าได้ เพราะด้วยสไตล์ที่เรียบง่าย ราคาเป็นมิตร แถมคุณภาพก็อยู่ในระดับที่เรียกได้ว่าค่อนข้างจะคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป แบรนด์ยูนิโคล่จึงว่าเป็นแบรนด์ที่มีไอเท็มเด็ดหลายชิ้นให้ได้เลือกช้อปกัน

แต่ปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ เขื่อว่าหลาย ๆ คนคงอยากจะเลือกหาไอเท็มสำหรับแฟชั่นต้อนรับหน้าหนาวที่กำลังจะมาถึงกันแน่นอน แต่โอเค ถ้าให้พูดกันตามตรงประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่ในเขตร้อน บางครั้งไอ้หน้าหนาวเมืองไทยเนี่ย มันก็ไม่หนาวมากพอให้เราได้หาเสื้อกันหนาวมาใส่ให้ได้ฟีลแบบอยู่เกาหลี ญี่ปุ่นกันหรอก

แต่อย่าได้แคร์จ้าแม่ เพราะเสื้อผ้าสำหรับฤดูหนาวของยูนิโคล่น่าใส่มาก จะหนาวมั้ยไม่รู้ แต่อยากใส่ต้องได้ใส่ ! จะมีอะไรให้ช้อปบ้าง Inzpy จะพาไปส่องไอเท็มฤดูหนาวน่าสนใจกัน

  • เสื้อแจ็คเก็ต : ไอเท็มฤดูหนาว ที่สามารถนำมา Mix & Match แบบง่าย ๆ เข้ากันได้กับทุกชุด

UNIQLO

ตัวแรก แจ็คเก็ต ผ้าเจอร์ซี่ Relaxed : เสื้อแจ็คเก็ตน้ำหนักเบา ดีไซน์ทันสมัยด้วยทรงโอเวอร์ไซส์ สามารถเอาไปใส่คลุมทับกับเสื้อยืด หรือชุดเดรส ชุดลำลอง ก็เข้ากันได้หมดทุกสไตล์เลย แถมผ้ายังไม่หนามากเหมาะกับอากาศหนาวแบบเมืองไทยสุด

ตัวที่สอง แจ็คเก็ต ผ้า Heavy แฟลนแนล : เสื้อแจ็คเก็ตแขนยาว ผ้าคอตตอนเนื้อหนาที่ผ่านกระบวนการแปรงเส้นใย ให้สัมผัสที่นุ่มสบาย ทรงครอปแบบนี้จะใส่กับกางเกงหรือกระโปรงก็ดูดีได้ง่าย ๆ แถมจะเอามาใส่คลุมทับเป็นแจ็คเก็ต หรือจะใส่เป็นเสื้อเชิ๊ตตัวเดียวก็ให้ลุคเท่ ๆ ได้เหมือนกัน

ตัวที่สาม เสื้อเชิ้ตแจ็คเก็ต ทรงหลวม : ใส่ได้ทั้งคุณผู้ชายและคุณผู้หญิงเลย เพราะเขาดีไซน์มาเป็นทรงโอเวอร์ไซส์แถมแขนก็มีขนาดใหญ่พิเศษ จะใส่คลุมทับเสื้อตัวในก็ไม่ต้องกลัวอึดอัดเลย แถมให้สัมผัสเบาสบายเหมือนใส่ผ้าขนสัตว์ แถมมีกระเป๋าด้านในมาให้ด้วยรับรองความสะดวกสบายตอนใช้เลย

ตัวที่สี่ เสื้อแจ็คเก็ต Utility : ดีไซน์เสื้อผ้าล่าสัตว์สไตล์คลาสสิก ด้านนอกตัดเย็บจากผ้าเจอร์ซี่ และมีซับในที่ยืดหยุ่นเพื่อความสบายขณะใส่ ปกเสื้อ ปลอกข้อมือเสื้อ และฝากระเป๋า ทำจากผ้าสักหลาดเพิ่มความอุ่นแถมนุ่มสบาย อาจจะเหมาะสำหรับใส่ตอนไปเที่ยวดอย หรือที่หนาว ๆ นิดนึงนะถ้าใส่ในไทย

  • เสื้อฮู้ดและสเวตเตอร์ : ซื้อติดไว้ ยังไงก็ได้ใช้ หนาวไม่หนาวก็ใส่ได้

UNIQLO

ตัวที่ห้า เสื้อฮู้ดแขนยาว : ทำด้วยผ้าสเวต มีซิปตรงกลาง ไอเท็มที่มีติดไว้ยังไงก็คุ้ม ด้วยดีไซน์ที่เป็นทรงหลวมนิด ๆ จะใส่คลุมเสื้อตัวใน หรือจัดสไตล์แบบไหนก็เข้ากัน แถมเหมาะกับอากาศในเมืองไทยอีกด้วย เพราะใส่กันหนาวไม่ได้ก็ใส่กันแดดแทนได้

ตัวที่หก เสื้อฮู้ดแขนยาว แบบสวมหัว : ผ้าเฟรนช์เทอร์รี่คอตตอน 100% ใส่สบายดีไซน์สไตล์ผ้าสเวตแบบวินเทจ ความหนาและความทนทานเหมาะกับการสวมใส่ในแบบลำลอง

ตัวที่เจ็ด เสื้อผ้าสเวตแขนยาว ทรงหลวม : ผ้าสเวตให้สัมผัสนุ่มสบาย ดีไซน์แขนพองและความยาวพอเหมาะ จะเอาแมทช์กับกางเกงหรือกระโปรงก็ดูดีมีสไตล์ได้ง่าย ๆ

ตัวที่แปด Uniqlo U เสื้อยืดคอตั้ง แขนยาว : แบบสวมหัวแขนจั๊ม คอลเลคชัน Uniqlo U ผลงานสร้างสรรค์ของทีมดีไซเนอร์นานาชาติ ทำจากผ้าดับเบิ้ลเฟซเนื้อนุ่ม ให้ความหนากว่าเสื้อยืดปกติแต่ไม่หนาเท่าสเวต เหมาะกับอากาศในไทย แถมทรงหลวมดีไซน์ไหล่ตกแบบอินเทรนด์สุด ๆ

  • เสื้อคาดิแกและสเวตเตอร์ถัก : ให้ฟีลสบาย ๆ ใส่แล้วเหมือนอยู่เกาหลี

ยูนิโคล่

ตัวที่เก้า INES DE LA FRESSANGE เสื้อคลุม 3D Knit แคชเมียร์ผสม : คอลเลคชันภายใต้ความร่วมมือกับ Ines de la Fressange ไอคอนแห่งความชิคเหนือกาลเวลาสไตล์ฝรั่งเศส ทำจากผ้าแคชเมียร์ผสมสุดหรูและผ้าพรีเมียมวูล 17.5 ไมครอน ดีไซน์เสื้อปอนโชผ้าถักที่เน้นความเบาและความทิ้งตัวสวย ใส่แล้วให้ลุคเรียบหรูดูดี

ตัวที่สิบ เสื้อคาร์ดิแกน UV Protection คอวีแขนยาว : ทำจากผ้าซูพีมาคอตตอนคุณภาพสูง 100% ทรงหลวมเหมาะสำหรับใส่คลุมได้สบาย ๆ แถมยังช่วยป้องกันรังสี UV อีกด้วย คุ้มสุด ๆ เพราะจะใช้หน้าหนาวก็ได้หน้าร้อนก็ดีนะ

ตัวที่สิบเอ็ด Uniqlo U เสื้อสเวตเตอร์ คอตั้งแขนยาว : คอลเลคชัน Uniqlo U ผลงานสร้างสรรค์ของทีมดีไซเนอร์นานาชาติ ทำจากเส้นใยอะคริลิกเนื้อหนาผสมกับเส้นใยโพลีเอสเตอร์ ไนลอนและวูล ถักลายกระดูกงูสุดคลาสสิก ให้ลุคแบบเรียบ ๆ แต่ดูดีสุด ๆ

ตัวที่สิบสอง เสื้อสเวตเตอร์ Powder Yarn คอปาดแขนยาว : เนื้อผ้านุ่มไม่ทำให้ระคายเคือง ทำจากเส้นด้ายที่ยืดได้ ทับด้วยเรยอนและอะคริลิค การถักแบบเรียบเนียนเพื่อให้ได้ความหนากำลังดี ใส่แล้วได้ลุคมินิมอลแบบเก๋ ๆ ด้วยสไตล์คอปาด

  • ไอเท็มอื่น ๆ : หน้าหนาวไม่ได้มีแค่เสื้อกันหนาว ยูนิโคล่เขามีเครื่องแต่งกายอื่น ๆ ให้เลือกกันด้วย

ยูนิโคล่

หมวก HEATTECH ทรง Beanie : ทำจากเส้นใยฮีทเทค (HEATTECH) เพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย ถักแบบ ทรีเกจเพื่อความสบายและให้ลุคแบบแฮนเมค อยู่ในไทยก็ใส่ตอนไปเที่ยวภาคเหนือภาคอีสานได้นะ นอกจากให้ความอบอุ่นแล้วยังถ่ายรูปออกมาดูเก๋มีสไตล์อีกด้วย

ถุงเท้า HEATTECH Peanuts Holiday : PEANUTS Holiday คอลเลคชันชุดลำลองดีไซน์คาแรคเตอร์สนู๊ปปี้ วู้ดสต๊อก และชาร์ลี บราวน์ สุดน่ารัก ทำจากผ้าโพลิเอสเตอร์ ให้ความอบอุ่น แถมนุ่มสบายต่อเท้า

ผ้าคลุมไหล่ : ทำมาจากผ้าวูล 100 % น้ำหนักเบาให้สัมผัสนุ่มสบาย ลายก้างปลาในสไตล์ที่ดูเรียบง่ายคลาสสิก จะเอามาคลุมไหล่หรือทำเป็นผ้าพันคอเก๋ ๆ ก็ได้

ผ้าพันคอ HEATTECH : ทำมาจากผ้าวูลผสมเพื่อให้สัมผัสนุ่มขึ้นและลดความระคายเคือง และเส้นใยฮีทเทค (HEATTECH) เพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย

 

Westlife

 

 

 

 

Westlife บอยแบนด์ระดับตำนาน ที่ยังโลดแล่นอยู่บนถนนสายดนตรี คลิกเลย

มหาวิหารแห่งกรุงมิลาน “Duomo Di Milano”

มหาวิหารแห่งกรุงมิลาน “Duomo Di Milano”

Duomo Di Milano

มหาวิหารแห่งมิลาน(Milan Cathedral)  หรือที่มีชื่อเรียกในภาษาอิตาลีว่า “Duomo Di Milano” สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังแห่งกรุงมิลาน ประเทศอิตาลี มหาวิหารแห่งนี้ถูกออกแบบสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบกอธิคที่ใหญ่ที่สุดในโลก 

มหาวิหารดูโอโม่นี้เป็นวิหารที่ใหญ่เป็นอันอับที่สองของอิตาลี รองจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ที่ตั้งอยู่ที่นครรัฐวาติกัน วิหารแห่งนี้มีความสูง 157 เมตร กว้าง 92 เมตร เริ่มก่อสร้างในปี ค.ศ. 1386 โดยใช้เวลาก่อสร้างกว่า 579 ปีกว่าจะเสร็จสมบูรณ์ เนื่องจากระหว่างการก่อสร้างนั้นได้พบกับปัญหาและอุปสรรค์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางการเมือง หรือปัญหาด้านการเงิน ทำให้กินเวลาก่อสร้างมาอย่างยาวนาน 

มหาวิหารแห่งกรุงมิลาน "Duomo Di Milano"

เริ่มก่อสร้างครั้งแรกในยุคสมัยของ Antonio da Saluzzo โดยจิอาน กาเลอัซโช วิสคอนดิ แห่งตระกูลวิสคอนดิ จุดประสงค์เริ่มแรกในการก่อสร้างคือเพื่อมอบแก่พระแม่เพื่อขอให้ประทานบุตรชายเพื่อสืบทอดวงศ์ตระกูลต่อไป การก่อสร้างที่ยาวนานนี้ ทำให้มีการผลัดเปลี่ยนผู้คุมงานเข้ามาหลายคน โดยสถาปนิกที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งที่คุมการออกแบบก่อสร้างมหาวิหารแห่งนี้นั่นก็คือ ลีโอนาโด นาวินชี ศิลปินชื่อดังของโลกนั่นเองค่ะ

มหาวิหารแห่งกรุงมิลาน "Duomo Di Milano"
Cr. Pinterest

ความโดดเด่นของหมาวิหารแห่งนี้ อยู่ที่ยอดแหลมกว่า 135 ยอดบนหลังคา โดยบนยอดที่ใหญ่ที่สุดซึ่งอยู่ตรงกลางนั้น มีรูปปั้นของพระแม่ที่ทำด้วยทองสัมฤทธิ์ซึ่งมีความสูง 4 เมตร ประดับอยู่ที่ปลายยอด รูปปั้นนี้มีชื่อเรียกว่า มาดูมีนา (Madunina) ถือว่าเป็นแม่พระผู้คอยปกปักษ์คุ้มครองเมืองมิลาน 

Cr. Pinterest

ภายในและภายนอกตัววิหาร ถูกประดับประดาไปด้วยรูปปั้นต่าง ๆ กว่า 3,000 รูป โดยรูปปั้นเหล่านี้จะเป็นรูปปั้นของนักบุญและเรื่องราวต่าง ๆ ที่ถ่ายทอดออกมาจากพระคัมภีร์ ด้านในสุดจะมีแท่นบูชาขนาดใหญ่ บริเวณด้านหน้ามีที่นั่ง ที่ถูกแบ่งสัดส่วน มีความโดดเด่นด้วยเสาขนาดใหญ่ที่ตั้งเรียงรายอยู่ภายใน บริเวณด้านหลังแท่นนั้นจะเป็นหน้าต่างกระจกที่มีรูปวาดของนักบุญ ด้วยสีสันที่หลากหลายประดับประดาอยู่เรียงติดกัน เมื่อมองระยะไกลจะมีลักษณะคล้ายภาพโมเสก สวยงาม  โดดเด่น  ที่ใต้พระแท่นบูชานั้นเป็นที่สำหรับเก็บสมบัติทางศาสนา อีกทั้งยังเป็นหลุมฝังศพของนักบุญคาร์โล บอร์โรเมโออีกด้วย

บริเวณด้านบนของวิหารนั้นสามารถเดินขึ้นบันได 158 เพื่อขึ้นไปยังจุดชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามของเมืองมิลานได้อีกด้วย โดยจะต้องเสียค่าเข้าที่ 5 ยูโร แต่หากใครอยากขึ้นชมวิวแต่ไม่อยากเดินขึ้นไปก็มีบริการลิฟท์ราคาจะอยู่ที่ 7 ยูโร

บริเวณใกล้ ๆ กับตัววิหาร เป็นที่ตั้งของห้าง Galleria Vittorio Emanuele II เป็นห้างเก่าแก่ที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหรา โดยสถาปนิก Giuseppe Mengoni ในช่วงระหว่างปี 1865 ถึงปี 1877 ห้างแห่งนี้มีทั้งหมด 4 ชั้น มีทางเดินภายในเป็นหลังค้างโค้งมน มีจุดตัดรูปแปดเหลี่ยมตรงกึ่งกลาง ตรงจุดตัดนี้จะถูกสร้างเป็นโดมกระจก มีความโดดเด่นและสวยงามเป็นอย่างมาก ภายในห้างนี้มีสินค้าแบนด์เนมต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น Gucci, Chanel และอื่น ๆ รวมถึงร้านอาหาร ร้านขายหนังสือ ร้านกาแฟและอื่น ๆ อีกมากมาย สามารถเข้าไปเลือกซื้อ เดินเล่น ถ่ายรูปกันได้ค่ะ

ค่าเข้าชมวิหาร : 2 ยูโร
เวลาเปิด-ปิด : 08.00-19.00 น.
การเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดิน Metro line 1 หรือ 3 ลงที่สถานี Duomo

 


Zermatt เมืองเล็ก ๆ ที่สุดแสนโรแมนติก ที่สวิตเซอร์แลนด์ คลิก

 

 

Westlife บอยแบนด์ระดับตำนาน ที่ยังโลดแล่นอยู่บนถนนสายดนตรี

0

บอยแบนด์เจ้าของเพลงฮิตตลอดกาล

วัยรุ่นยุค 90 หลายคน คงไม่มีใครไม่รู้จัก บอยแบรนด์ระดับตำนานอย่าง Westlife เจ้าของบทเพลงฮิตตลอดกาลอย่าง “My Love” ที่ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน ก็เชื่อเลยว่าเด็กยุค 90 ก็ยังคงจะร้องตามได้อยู่อย่างแน่นอน

Westlife
CR.IG : @Westlife

ถึงจะบอกว่าเป็นบอยแบนด์ในช่วงปี 90-20 และเคยห่างหายจากร้องเพลงกว่า 6 ปี แต่ปัจจุบัน เวสต์ไลฟ์ ก็กลับมาเป็นวงที่โลดแล่นอยู่ถนนสายดนตรีอีกครั้ง ในรูปแบบที่มีความผู้ใหญ่มากขึ้น (แน่นอนแหละว่าตามอายุ ของสมาชิกในวง)

แต่กาลเวลาก็ไม่เคยทำ บอยแบนด์รุ่นเก่าวงนี้ ลดความเก๋าลงได้แม้แต่นิดเดียว ทั้งเสียงร้อง และไลน์เต้นยังเป๊ะเหมือนตอนวัยรุ่นแน่นอน

Westlife
CR.IG : @Westlife

ก่อนจะพาไปฟังเพลงใหม่อย่าง Starlight เราขอพาทุกคนย้อนเวลา พาไปทำความรู้จัก สมาชิกในวงกันสักหน่อย แถมพาไปฟังเพลงเก่าสุดฮิต ที่หลายคนอาจจะไม่ค่อยได้กลับไปกันก่อนเลย ใครร้องเพลงไหนได้ หรือใครร้องได้ทุกเพลงเลย ! คุณไม่เด็ก
แล้วนะเนี่ย 😛

บอยแบนด์ สัญชาติไอริช

Westlife บอยแบนด์สัญชาติไอริช (ประเทศไอร์แลนด์) ที่รวมตัวก่อตั้งเป็นวงเมื่อเดือนกรกฎาคม 1998 โดยมีสมาชิกทั้งหมด 5 คนคือ Shane Filan, Mark Feehily, Kian Egan, Nicky Byrne, Brian McFadden

Westlife
CR.www.idntimes.com

และได้ปล่อย Single แรกที่มีชื่อเพลงว่า “Swear It Again” ออกมา และเมื่อวางแผงก็ดังเป็นพลุแตก ขึ้นสู่อันดับชาร์ตสูงสุดทั้งในไอร์แลนด์ และในสหราชอาณาจักร ทำให้เวสต์ไลฟ์กลายเป็น วงบอยแบนด์ที่กลายเป็นที่นิยมมาก

ในปี 1999 อัลบั้มเต็มอัลบั้มแรกก็ได้ถูกปล่อยมา โดยใช้ชื่อง่าย ๆ เป็น ชื่อเดียวกับชื่อวงนั้นเอง ซึ่งเพลงฮิตต่าง ๆ ที่ปล่อยออกมานั้น ก็อยู่ในอัลบั้มชุดนี้ด้วย และเพลง Fool Again ที่ถูกปล่อยออกมา พร้อมกับอัลบั้มนั้นก็แน่นอนว่าขึ้นชาร์ตด้วยเช่นกัน แถมอัลบั้มนี้ก็ กลายเป็นอัลบั้มยอดนิยม ในช่วงนั้นอีกด้วย

ต่อมาในปี 2000 อัลบั้ม Coast To Coast ก็ได้ถูกปล่อยออกมา และเพลง “My Love” ก็ขึ้นทะยานสู่อันดับ 1 ของชาร์ตในสหราชอาณาจักร รวมถึงเพลง Against All Odds (Take a Look at Me Now) ที่ได้ร่วมร้องกับ Mariah Carey ด้วยเช่นกัน

ช่วงปี 2001 เวสต์ไลฟ์ก็เริ่มมีการจัด เวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ตในชื่อ The No Stools Tour เพื่อพบปะแฟน ๆ จากทั่วโลกของพวกเขา และหลังจากนั้นอัลบั้ม World Of Our Own ก็ถูกปล่อยออกมาเป็นอัลบั้มที่ 3 และมีเพลงฮิตอย่าง Queen of My Heart และ World of Our Own ด้วย

ปี 2002 พวกเขาก็ได้ออกอัลบั้มรวมเพลงฮิต ที่มีชื่อว่า Unbreakable และ Single ที่มีชื่อเดียวกับอัลบั้มออกมา ปี 2003 เวสต์ไลฟ์ก็ได้ปล่อยอัลบั้ม Turnaround ซึ่งเป็นอัลบั้มที่รวบรวมเพลงดัง ที่นำมาร้องใหม่ ในแบบฉบับของพวกเขาเอง อย่างเพลง Mandy และก็มี Single อย่างเพลง Obvious ที่ฮิตจนขึ้นชาร์ตอันดับ 3 อีกด้วย

ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง

2004 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ของบอยแบนด์ที่กำลังโด่งดัง นั้นคือหลังจากที่ออกอัลบั้ม Allow Us To Be Frank สมาชิกหนึ่งคนซึ่งก็คือ Brian McFadden ได้ขอแยกตัวออกจากวงนั้นเอง ทำเอาแฟน ๆ ตกใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

แม้จะเหลือสมาชิกอยู่เพียง 4 คน เวสต์ไลฟ์ก็ยังเดินหน้า ในการทำงานเพลงต่อไป ปี 2005 พวกเขากลับมากับเพลง You Raise Me Up ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่เวสต์ไลฟ์ ได้นำมาทำใหม่ จากเวอร์ชั่นเดิมของ วง Secret Garden และเป็นหนึ่งใน อัลบั้ม Face To Face ที่ถูกปล่อยมาในปีเดียวกันอีกด้วย

และทุกเพลงที่อยู่ในอัลบั้มชุดนี้ก็ ทะยายขึ้นสู่อันดับ 1 ของชาร์ต สหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ทั้งเพลง และอัลบั้มของพวกเขา ได้เป็นแชมป์ในสัปดาห์เดียวกัน และเพลง You Raise Me Up ก็ยังได้รับ รางวัลเพลงแห่งปี ของสหราชอาณาจักรอีกด้วย ทำให้เวสต์ไลฟ์กลายเป็น ศิลปินที่ได้รางวัล เพลงแห่งปีมากที่สุดถึง 4 ปี

ปี 2006 เวสต์ไลฟ์ เปลี่ยนมาร่วมงานกับค่าย Sony BMG และปล่อย อัลบั้ม The Love Album ออกมา ซึ่งในอัลบั้มนี้เป็นการนำเพลงจากต้นฉบับ มาทำและขับร้องใหม่ในแบบของพวกเขาทั้งหมด จนทำให้มีเพลงจากอัลบั้มนี้ขึ้นสู่อันดับ 1 ของชาร์ตสหราชอาณาจักรอีกครั้ง นั้นคือเพลง The Rose นั้นเอง

ซึ่งทำให้บอยแบนด์กลุ่มนี้ มีสถิติ 14 เพลง ที่ขึ้นชาร์ตอันดับ 1 ของสหราชอาณาจักร ซึ่งเท่ากับ คลิฟ ริชาร์ด และเป็นรองเพียงเอลวิส เพรสลีย์ กับ เดอะ บีทเทิลส์ เท่านั้นเอง

และยังเป็นศิลปินที่มี ยอดขายอัลบั้มสูงที่สุด ในประวัติศาสตร์วงการดนตรีของอังกฤษ ในศตวรรษที่ 21 ซึ่งทำ ยอดขายไปกว่า 55 ล้านแผ่น

ปี 2007 – 2011 ที่อัลบั้ม Back Home / Where We Are / Gravity / Greatest Hits ได้ถูกปล่อยออกมาตามลำดับ แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จสักเท่าไหร่นัก และหลังจากจบทัวร์คอนเสิร์ต Greatest Hits ในปี 2012 บอยแบนด์ระดับตำนานก็ประกาศแยกวงในที่สุด

เวสต์ไลฟ์
CR.IG : @Westlife

ตำนานที่ฟื้นคืนชีพ

ตำแหน่งอาจจะอยู่ไม่นาน แต่ตำนานอยู่ตลอดไป คำนี้ไม่ได้ดูเกินจริงเท่าไหรนัก ถ้าจะให้พูดถึงวงบอยแบนด์ รุ่นเก๋าวงนี้ เพราะหลังจากแยกย้ายไปใช้ชีวิตส่วนตัวกันมา ในปี 2018 เวสต์ไลฟ์ได้ ประกาศรวมตัวกันอีกครั้ง ภายใต้ต้นสังกัดใหม่อย่าง Universal Music Group และ Virgin EMI Records

เวสต์ไลฟ์
CR.IG : @Westlife

แถมยังได้นักร้อง และนักแต่งเพลงมากความสามารถอย่าง Ed Sheeran มาร่วมเขียนเนื้อเพลง และโปรดิวซ์เพลง Hello My Love รวมทั้งเพลง Better Man อีกด้วย

ซึ่งทั้ง 2 เพลงนี้อยู่ใน อัลบั้ม Spectrum ที่ถูกปล่อยออกมาในปี 2019 อีกด้วย และได้จัดเวิลด์ทัวร์ในชื่อ The Twenty Tour ครบรอบ 20 ปีของวงอีกด้วย โดยเริ่มจัดที่เมืองเบลฟาสต์ ไอร์แลนด์เหนือ ในเดือนพฤษภาคม แถมมาไทยไปเมื่อ วันที่ 24 กรกฎาคม 2019 ด้วยนะ

2021 การกลับมาอีกครั้งกับอัลบั้มล่าสุด Wild Dreams และเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมาก็ได้ปล่อยหนึ่งในเพลงจาก อัลบั้มอย่าง “Starlight” ออกมาทางช่อง Spotify ให้แฟน ๆ ได้ฟังกันแล้ว และวิดีโอในรูปแบบ Lyric ในช่องทาง Youtube ก็ได้ถูกปล่อยออกมาแล้วเช่นกัน ส่วนเวอร์ชั่นมิวสิควิดีโอนั้น ไม่นานเกินรอ จะถูกปล่อยมาให้ได้ชมกันอย่างแน่นอน

เวสต์ไลฟ์
CR.IG : @Westlife

เด็กยุค 90 คนไหนที่เป็น แฟนบอยแบนด์ระดับตำนานวงนี้ก็อย่าลืมไปฟังกันเยอะ ๆ นะ และใครที่อยากติดตามลุง ๆ สุดเท่จาก เวสต์ไลฟ์ก็สามารถเข้าไปติดตามที่ IG ส่วนตัวกันได้เลยที่ markusmoments / kianegan / shanefilanofficial / nickybyrneinsta

 

ซุงคัง

 

 

 

 

พาไปรู้จัก Han ผู้ชายที่ฟื้นคืนชีพจากความตายใน Fast & Furious คลิกเลย

ใช้น้ำเกลือเช็ดหน้า..ไม่ได้! น้ำเกลือไม่ใช่โทนเนอร์ ใช้แทนโทนเนอร์ไม่ได้!

0

น้ำเกลือไม่ใช่โทนเนอร์ โทนเนอร์ไม่ใช่น้ำเกลือ เพราะงั้นจะมาใช้น้ำเกลือเช็ดหน้าแทนโทนเนอร์ไม่ได้!

ใช้น้ำเกลือแทนโทนเนอร์

 

ใช้น้ำเกลือเช็ดหน้า รีบเคลียร์ความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับน้ำเกลือที่หลายคนใช้เช็ดแทนโทนเนอร์ รวมถึงใช้เช็ดเครื่องสำอางค์ไปเลย มันไม่ได้นะ !

เราไม่สามารถใช้น้ำเกลือแทนโทนเนอร์ หรือ makeup remover หรือแม้แต่ใช้เป็นยาฆ่าเชื้อสิวได้นะ เพราะน้ำเกลือไม่ได้มีหน้าที่รักษาสิว ไม่ได้ทำหน้าที่บำรุงผิว ไม่ควรนำมามาส์กหน้า น้ำเกลือแค่ช่วยทำความสะอาดแผลให้สะอาด หรือถ้ามีแผลจากสิวแล้วต้องการเช็ดแผลสิวให้สะอาด แบบนั้นยังทำได้อยู่ แต่ห้ามนะ ห้ามเอามาใช้แทนโทนเนอร์นะ ขอ..

ใช้น้ำเกลือเช็ดหน้า

คุณสมบัติของน้ำเกลือ เหมาะสำหรับการใช้ทำความสะอาดแผลจากสิวเท่านั้น แต่ไม่ได้มีคุณสมบัติในการช่วยบำรุงผิวแต่อย่างใด เพราะค่า ph ที่มีในน้ำเกลือ ไม่เหมาะต่อสภาพผิวหน้าของเรา หลังจากที่เราเช็ดเสร็จน้ำมันจะระเหยออก เหลือแต่เกลือ เกลือก็จะมาดึงน้ำในผิวของเราไปอีก

น้ำเกลือ คือะไร ?

คือน้ำที่มีส่วนผสมของตัวยาโซเดียมคลอไรด์ ที่มีความเข้มข้นในอัตราส่วน 0.9%  ผสมในน้ำกลั่นบริสุทธิ ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูง ไม่มีการผสมสารเคมีและสารกันบูด เรียกได้ว่าเป็นน้ำที่สะอาดในปริมาณที่ใกล้เคียงกับน้ำในร่างกายของคนเรา น้ำเกลือเป็นสารน้ำที่นิยมใช้ในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นทั้งในและนอกสถานพยาบาล ซึ่งนอกจากจะนำมาใช้ทำความสะอาดบาดแผลแล้ว ยังมีประโยชน์ที่หลากหลายอย่างเช่น การใช้ น้ำเกลือล้างตา น้ำเกลือล้างจมูก บ้วนปากหรือคอ ล้างคอนแทคเลนส์

น้ำเกลือช่วยลดอาการอักเสบ ลดรอยดำรอยแดงได้มั้ย ?

น้ำเกลือคือน้ำบริสุทธิ์ แต่ไม่ได้มีส่วนผสมของวิตามินซีหรือสารบำรุงใด ๆ ที่จะสามารถช่วยลดรอยดำรอยแดงได้นะคะ การที่จะใช้น้ำเกลือเช็ดหน้าแล้วหวังให้่วยเรื่องรอยดำรองแดง ยิ่งไม่สามารถทำได้เลยค่า แค่เพียงช่วยเช็ดหน้าให้สะอาดขึ้นในระดับหนึ่งเท่านั้นนะคะ

ซึ่งหากใครจะใช้น้ำเกลือเช็ดหน้าก็ไม่ใช่เรื่องผิดใหญ่หลวงอะไร ต้องดูจุดประสงค์ของการใช้ของแต่ละคนดีกว่า… ถ้าใช้เพื่อเช็ดหน้าให้สะอาด เช็ดได้ค่ะ ไม่ผิด แต่หลังใช้น้ำเกลือเช็ดใบหน้าแล้ว หน้าเราจะมีความแห้งมากยิ่งขึ้น ควรหามอยเจอร์ไรเซอร์มาทาซ้ำอีกทีด้วยนะคะเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวแห้ง ถ้าผิวแห้งแล้วหน้าเราจะแก่ไขึ้นนะ แถมทำให้หน้าแพ้ง่ายด้วย! แต่ถ้าใครใช้เพื่อหวังให้รอยดำรอยแดงหาย ใช้เพื่อลบเมคอัพเครื่องสำอางค์ บอกเลยว่าผิดค่ะ! ห้ามทำ ทำแบบนี้ไม่ได้

แล้วก็ขอเตือนไว้อีกข้อหนึ่งเลยนะคะ.. ห้ามเอาน้ำเกลือไปผสมกับสกินแคร์ ผสมสบู่ หรือเอาไปทำเจลล้างหน้านะ แอบเคยเห็นนะว่าหลายคนทำแบบนี้ มันไม่ดีต่อผิวเลยนะคะ อย่าหาทำเลยนะ ..

ประโยชน์ของน้ำเกลือจริง ๆ คือ

1.ใช้น้ำเกลือสวนล้างโพรงจมูก จะช่วยชะล้างสารก่อภูมิแพ้ น้ำมูก เมือก และสิ่งสกปรกอื่น ๆ ส่งผลให้อาการคัดจมูกบรรเทาลง อาการน้ำมูกไหลลงคอลดลง โพรงจมูกโล่ง สะอาด หายใจได้สะดวกยิ่งขึ้น และยังช่วยป้องกันการติดเชื้อบริเวณโพรงจมูกด้วย

2.ทำความสะอาดแผลทั่วไป นำมาใช้ล้างทำความสะอาดบาดแผล เช่น แผลเปิด แผลผ่าตัด แผลกดทับ เป็นต้น เพื่อกำจัดสิ่งแปลกปลอมและแบคทีเรียต่าง ๆ ช่วยลดโอกาสในการติดเชื้อ นอกจากนี้ น้ำเกลือยังไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดหรืออาการแสบร้อนบริเวณแผลเหมือนแอลกอฮอล์ล้างแผล จึงเหมาะคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ

3.บ้วนปาก การบ้วนหรือกลั้วปากด้วยน้ำเกลือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเพิ่มความสะอาดและสุขอนามัยที่ดีภายในช่องปาก ลดความเสี่ยงต่อโรคของเหงือกและฟัน ช่วยให้แผลภายในช่องปาก แผลผ่าตัด แผลหลังการถอนฟัน หรือแผลร้อนในทุเลาลง และอาจช่วยรักษาอาการเจ็บคอ รวมไปถึงการลดความรุนแรงของการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจอย่างไข้หวัดได้เช่นกัน

4.ล้างคอนแทคเลนส์  น้ำเกลือมีลักษณะคล้ายกับน้ำตาธรรมชาติ จึงมักถูกนำมาใช้ชะล้างคอนแทคเลนส์หลังทำความสะอาดด้วยการแช่น้ำยาแล้ว วิธีนี้จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับคอนแทคเลนส์และทำให้รู้สึกสบายตามากขึ้น   ใครที่กลัวการระคายเคืองจากน้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ ควรเลือกน้ำเกลือมาใช้แทน โดยใช้สำหรับล้างนะคะไม่ใช่แช่ การแช่คอนแทคเลนส์ต้องใช้น้ำยาสำหรับแช่คอนแทคเลนส์เท่านั้น แต่ แต่..ไม่ควรนำคอนแทคเลนส์มาแช่ในน้ำเกลือโดยตรงเป็นระยะเวลานานข้ามคืน เพราะนอกจากจะไม่ช่วยในการฆ่าเชื้อแล้ว ยังทำให้เชื้อเจริญได้ดีเพิ่มมากขึ้นด้วย

ใช้น้ำเกลือเช็ดหน้า ที่หลายๆ คนบอกว่าใช้น้ำเกลือเช็ดหน้าแล้วรู้สึกว่าสิวลดลง อาจเป็นเพราะน้ำเกลือช่วยให้ผิวสะอาด แต่! น้ำเกลือไม่ได้มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อ ไม่สามารถชำระล้างคราบเมคอัพหนาๆ รองพื้น ครีมบำรุงต่าง ๆ ให้หมดไปจากหน้าเราได้อย่างสะอาดหมดจดในครั้งเดียวหรอกนะ จำเป็นมาก ! เรื่องการทำความสะอาดผิวหน้า ถ้าแต่งหน้าเยอะมากควรใช้ควบคู่กับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าอื่นๆ เช่น Cleansing เพื่อความสะอาดที่ล้ำลึกยิ่งขึ้นบนใบหน้า ไม่อย่างงั้นหน้าพังแน่ สิวมาบุกบนใบหน้าเดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนนะ !

สรุปเรื่องของการใช้น้ำเกลืออีกรอบ

– น้ำเกลือไม่ใช่โทนเนอร์ น้ำเกลือไม่ใช่ยา

– น้ำเกลือไม่ได้มีหน้าที่สำหรับรักษาสิว

– น้ำเกลือมีความสะอาดสูงมาก ไว้ใช้สำหรับทำความสะอาด

– น้ำเกลือไม่มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อ เพียงแต่ทำความสะอาดให้สะอาดยิ่งขึ้นเท่านั้น

– น้ำเกลือใช้เช็ดสิ่งสกปรกบนผิวหน้าได้ แต่ไม่สามารถใช้แทนโทนเนอร์ หรือใช้เช็ดเครื่องสำอางค์ ใช้แทนเมคอัพรีมูฟเวอร์ได้!!!!

ข้อควรระวังในการใช้น้ำเกลือ

ควรใช้น้ำเกลือให้หมดภายใน 30 วัน เนื่องจากน้ำเกลือไม่มีการใส่ส่วนผสมของสารกันเสีย น้ำเกลืออาจไม่คงความสะอาดได้เท่าเดิม ทำให้ประสิทธิภาพในการใช้งานลดลง น้ำเกลือที่ถูกเปิดใช้นานแล้วอาจมีการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย จึงควรระมัดระวังในระหว่างการใช้งานและเก็บรักษา เลือกน้ำเกลือชนิด Multiple dose container ซึ่งน้ำเกลือชนิดนี้เป็นชนิดที่นิยมไว้สำหรับเช็ดแผล ล้างคอลแทคเลนส์ ย้ำนะคะว่าล้างไม่ใช่แช่ !

ควรล้างมือให้สะอาดก่อนใช้น้ำเกลือ หยุดใช้หากน้ำเกลือปนเปื้อนสิ่งสกปรกหรือเกิดการเปลี่ยนสี เก็บน้ำเกลือไว้ที่อุณหภูมิห้อง เก็บให้ห่างจากความชื้น ความร้อนและแสงแดด คอยสังเกตผลิตภัณฑ์ด้วยว่าไม่มีรอยรั่วซึม ควรจะเขียนวันที่ไว้เองย้ำเตือนตัวเองด้วยนะคะ  วันที่เปิดขวดใช้งานและวันที่สิ้นสุดการใช้งาน เปิดใช้แล้วไม่ควรเกิน 30 วันค่ะ สุดท้ายหากใช้น้ำเกลือแล้วมีความผิดปกติเกิดขึ้น ควรหยุดใช้และไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมต่อไป

หรือเพื่อความมั่นใจ และปลอดภัยกับผิวหน้าของคุณ สามารถปรึกษากับเภสัชกรตามร้านขายยาได้เลย หรือหากสนใจดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์น้ำเกลือเพิ่มเติม กดที่นี่


อยากมีผิวโกลว์สวย

อยากผิวโกลว์ ผิวสวยทั่วเรือนร่าง ทำยังไง ?  

Hug House ดอยสะโง้ ที่พัก มีหมูกระทะ วิวทะเลหมอก จ.เชียงราย

Hug House ดอยสะโง้ ที่พัก มีหมูกระทะ วิวทะเลหมอก จ.เชียงราย

Hug House ดอยสะโง้

พูดถึงหน้าหนาวนี้จะไปเที่ยวที่ไหนดี หลายคนเริ่มแพลนกันไว้แล้ว ภาคเหนือนี่น่าจะแน่นไม่เบาเลยค่ะ แต่ถ้าใครยังหาที่พักไม่ได้ เรามีแนะนำอีกที่ นั่นก็คือ Hug House ดอยสะโง้ ที่ จ.เชียงราย วิวทะเลหมอกแบบสุดลูกหูลูกตา แถมอากาศดี มี หมูกระทะ เตาถ่านให้นั่งกินบนดอย คือดีย์มากเลยค่า

เช็คอินที่ร้านกาแฟ ฮักเฮา

Hug House ดอยสะโง้

ใครที่มาถึงด้านบนแล้ว และพักที่นี่ สามารถมาเช็คอินที่ด้านหน้าร้านกาแฟ Hug House Cafe ตรงนี้ได้เลยค่ะ หรือใครอยากหาร้านกาแฟ ดื่มบนดอยสะโง้ ก็แวะมาที่นี่ได้นะคะ ร้านกาแฟมีเมนูเครื่องดื่มให้เลือกหลากหลายเมนู รวมถึงอาหารด้วยค่ะ

Hug House ดอยสะโง้

ที่พักของ Hug House จะมีเป็นแบบบ้านพัก โดมใหญ่ โดมเล็ก และทุกห้องจะมีระเบียง รพ้อมห้องน้ำส่วนค่ะ ตั้งอยู่บนสันเขา ทำให้สามารถมองเห็นวิวที่กว้างได้อย่างเต็มตาแบบไม่มีอะไรมากั้น ฟินมาก ๆ บอกเลย ส่วนเรานั้น เลือกเข้าพักแบบโดมใหญ่ ชั้นล่าง ๆ ของที่พักค่ะ ก็เลยทำให้ได้เห็นวิวแบบไม่มีห้องอื่นมาบัง แต่จริง ๆ ทุกห้องเค้าทำไล่ระดับให้พอดีกับระยะมองวิวแบบเต็มตาได้ทุกห้องอยู่แล้วค่ะ

ภายในห้องพักโดม

ภายในโดมนั้น คือสวย สะอาด เรียบร้อย และน่ารักมาก ๆ ทุกอย่างมีเตรียมไว้ให้พร้อม และครบหมดเลยค่ะ เป็น ผ้าห่ม และผ้าห่มเสริมแบบเยอะเลย ผ้าเช็ดตัว เบาะนั่งด้านใน พัดลม ชั้นวางของ และมีผ้าม่านสำหรับรูดปิดหน้าโดม แล้วพอมองออกไปด้านหน้าก็จะเห็นระเบียง แต่ก็ยังสามารถมองเห็นได้ แถมห้องน้ำส่วนตัวคือก็คืออยู่ติดกับโดมแต่หลังเลยค่ะ สะดวกดีมาก ๆ

หมูกระทะหน้าระเบียง

ทีเด็ด ของที่นี่คือมี หมูกระทะ ด้วยค่ะ งื้อ คือดีต่อใจ อากาศหนาว ๆ นั่งกินหมูกระทะบนดอย กับวิวบนเขา มันช่างเลิศอะไรเบอร์นี้ หมูมาแบบเน้น ๆ น้ำซุปกลมกล่อม น้ำจิ้มสุดแซ่บ พร้อมผัก และวุ่นเส้น บอกเลยว่าได้เยอะมาก ไปสองคนนี่แทบจะกินไม่หมดเลย นั่งชิลยาวไปได้เลยค่ะ สำหรับเซตหมูกระทะทางที่พักจะเริ่มเสิร์ฟให้ช่วง 17.00น. เป็นต้นไปค่ะ เวลากำลังดีเลย โชคดีที่ฝนไม่ตกตอนนั่งกินหมูกระทะ เป็นบุญของเรามาก

บรรยากาศช่วงเย็น

Hug House ดอยสะโง้

บรรยากาศช่วงเย็นของที่พัก วันที่เรามาจะแอบมีฝนเล็กน้อย เลยทำให้ท้องฟ้าดูครึ้มนิด ๆ ค่ะ แต่มาเที่ยวช่วงนี้อากาศจะดูชุ่มฉ่ำ และจะเห็นเขาที่เป็นสีเขียวงดงาม ละลานตามากค่ะ ชอบมากเลย อากาศนี่เหมือนนั่งอยู่ในห้องแอร์ออฟฟิศตลอดเวลา 555+ เย็นมากค่ะทุกคน ใครมาก็อย่าเตรียมเสื้อคลุม และเสื้อกันลมติดมาด้วยนะคะ

ห้องโดมตอนกลางคืน

Hug House ดอยสะโง้

ช่วงกลางคืนของโดม ก็จะประมาณนี้ค่ะ แสงไฟสีเหลืองนวลแบบนี้ ไม่แสบตา เราจะมองเห็นแสงสว่างจากโดม และจากหลอดไฟห้อยตรงระเบียงของที่พักทุกห้อง สำหให้ดูสวยไปอีกแบบค่ะ เราว่าถ้าได้ไปยืนมองจากหน้าด้านหน้าเขาแบบไกล ๆ คงจะสวยไม่ใช่น้อยเลย กรี๊ด คิดแล้วก็อยากจะไปอีกตอนนี้เลย ติดอะไรน่ะเหรอ ติดใจหมูกระทะค่า 555+ ที่นี่จะงดใช้เสียงหลัง 22.00น. ค่ะ ทำให้ตอนนอนนั้นเงียบสงบ หลับสบายตลอดทั้งคืน

บรรยากาศยามเช้า

Hug House ดอยสะโง้

สำหรับบรรยากาศยามเช้าตรู่นั้น ตื่นขึ้นมาก็จะเจอกับทะเลหมอก และหมอกที่แน่นไปหมด ที่แค่เดินก็ชนหมอก และมองอะไรก็เหมือนเลนส์ที่ขึ้นฝ้าค่ะ 555+ โอ้ว ได้ใกล้ชิดหมอกแบบจริงจัง อากาศดีมาก ก.ไก่ล้านตัว ตื่นมาเพื่อรอพระอาทิตย์ แต่รู้สึกฟ้าจะไม่เปิดค่ะ วันหลังฝน เลยได้วิวหมอกแบบหนาแน่นมาแทนค่ะ 555+

ถ้ามองมาจากข้างหลังโดมเพื่อดูวิว ก็จะเห็นเป็นประมาณนี้เลยค่ะ อาจจะเป็นเพราะเมื่อคืนแอบมีฝนนิด ๆ เช้าวันนี้เลยทำให้มีเมฆมากอย่างที่เห็นค่ะ แต่ถึงยังไงอากาศก็ยังดีมาก ๆ บอกเลยค่ะไม่กล้าอาบน้ำตอนเช้า 555+ นี่ต้องนั่งรอให้มีแดดก่อน ก่อนจะใกล้เวลาเช็คเอาท์ค่อยน้ำอาบน้ำค่ะ แฮ่!

อาหารเช้า

Hug House ดอยสะโง้

สำหรับเซตอาหารเช้า จะมีให้เลือกสองแบบนะคะ เซตไข่กระทะร้อน ขนมปัง กับข้าวต้ม พร้อมไข่ลวกค่ะ ขึ้นมานั่งทานด้านบนตรงโซนร้านกาแฟของที่พัก นั่งชั้นบนก็ยังมองเห็นวิวสวย ๆ ได้ เหมือนอยู่ตรงระเบียงหน้าโดมเลยค่ะ พอสาย ๆ ก็เริ่มมีแสงมาให้เห็นกันแล้วล่ะค่ะ ทำให้มองเห็นทะเลหมอกบาง ๆ บ้างแล้ว นั่งทานอาหารเช้า ไปกับวิวเขียวขจีของต้นไม้ที่ปกคลุมด้วยหมอกจาง ๆ ช่วงนี้ก็เลิศนะคะ ใครขึ้นมาบนดอยสะโง้ก็ไม่อยากให้พลาดบรรยากาศช่วงเช้าค่ะ บรรยากาศดีไม่แพ้ช่วงเย็นเลย

ส่วนนี้คือด้านบนตรงโซนร้านกาแฟของที่พักค่ะ ที่สำหรับเอาไว้ให้นั่งทานอาหารเช้า ส่วนช่วงเย็นนั้นใครที่พักใกล้ ๆ กับที่พักฮักเฮ้าส์ ก็สามารถมากินหมูกระทะที่นี่ได้นะคะ ทางร้านมีบริการเฉพาะหมูกระทะด้วยค่ะ แต่เราว่าไหน ๆ ก็จะมากินหมูกระทะอยู่แล้ว ก็พักที่นี่ซะเลย ไม่ต้องขับรถบนเขาตอนกลางด้วย อิ่มแล้วเข้านอนได้เลยสบายกว่าค่ะ

หลังที่จากได้ลองพักแล้ว เรารู้สึกหลงรักบรรยากาศบนดอยสะโง้มาก ๆ เลยค่ะ โดยเฉพาะได้พักกับ ฮักเฮ้าส์ ที่พักคือดี บริการก็ดี แนะนำดี รู้สึกคิดถูกมากที่เลือกมาพักที่นี่

Hug House ดอยสะโง้

ด้านบนมีลานจอดรถเป็นลานกว้าง จอดได้หลายคันเลยค่ะ แล้วก็ชิงช้าชาวเขาแบบนี้ให้เล่นด้วยนะ โหนชิงช้ากันวนไปค่า สนุกมาก

พักที่ ฮักเฮ้าส์ ดอยสะโง้ มีที่พักให้เลือกให้เลือก 3 แบบค่ะ

บ้านพัก มีระเบียง และห้องน้ำในตัว พัก 2 ท่าน คืนละ 1,000 บาท/พัก 3 ท่าน คืนละ 1,200 บาท (รวมอาหารเช้า)
เพิ่มหมูกระทะตอนเย็น ชุดละ 500 บาท ทานได้ 2-3 ท่าน

โดมเล็ก มีระเบียง และห้องน้ำส่วนตัว พักได้ 2 ท่าน คืนละ 1,500 บาท (รวมอาหารเช้า) เพิ่มหมูกระทะตอนเย็น ชุดละ 400 บาท

โดมใหญ่ มีระเบียง และห้องน้ำส่วนตัว พักได้ 2-4 ท่าน คืนละ 2,500 บาท (รวมอาหารเช้า) เพิ่มหมูกระทะตอนเย็น ชุดละ 400 บาท

(ราคาค่าห้องพักอาจมีการเปลี่ยนแปลง สามารถเช็คได้ที่เพจ Hug House ดอยสะโง้)

**Inzpy แจกโค้ดลดเพิ่ม 10% เมื่อเข้าพักที่ Hug House ดอยสะโง้**
เงื่อนไขการใช้โค้ด เมื่อจองที่พักผ่านทางเพจ Hug House ดอยสะโง้
รับส่วนลดเพิ่ม 10% เพียงแจ้งโค้ด INZPY10 กับทางเพจ (สำหรับการจองที่พักโดม+เซตหมูกระทะ)
สามารถใช้โค้ดส่วนลดได้ ภายในวันที่ 28 ต.ค. 64 – 30 พ.ย. 64 เท่านั้น

บ้านต้นไม้ แม่แมะ ที่พัก และร้านกาแฟ ท่ามกลางหุบเขา ที่สุดแสนจะธรรมชาติ คลิกเลย

 

 

 

รู้จัก Chinoiserie แต่งบ้านเก๋แบบตะวันตก ผสานกลิ่นอายจีน

รู้จัก Chinoiserie แต่งบ้านเก๋แบบตะวันตก ผสานกลิ่นอายจีน

Chinoiserie
Cr. Photo : degournay.com

สำหรับสไตล์ Chinoiserie (ชินัวซีรี) ถือเป็นหนึ่งการแต่งบ้านที่เปี่ยมเสน่ห์ด้วยคาแรกเตอร์แบบลูกครึ่งที่ไม่เหมือนใคร จุดโดดเด่นของแนวทางนี้คือการมิกซ์แอนด์แมชท์ ข้าวของระหว่างตะวันตกและจีนให้ผสานเข้ากัน เพื่อสร้างสรรค์ดีเทลใหม่ ๆ ที่พิศมองแล้วแปลกตา มอบอารมณ์ให้ห้องดูหรูหรา คลาสสิก หรือแม้แต่ร่วมสมัยได้เช่นกัน

ซึ่งแม้จะใกล้เคียงกับการตกแต่งสไตล์ Eclectic (อิเคล็คติก) ที่หยิบเอาความหลากหลายทั้งสิ่งของและสไตล์การตกแต่งบ้านแต่ละรูปแบบมาใส่ไว้ด้วยกัน แต่ก็แตกต่างกันตรงที่ อิเคล็คติกเน้นการจัดวางองค์ประกอบผ่านมุมมองอันสวยงาม มากกว่าการตกแต่งให้เข้ากันนั่นเอง

ปูมหลังของ Chinoiserie ?
Chinoiserie
Cr. Photo : cdn.decoist.com

คำว่า “chinoiserie” มาจากภาษาฝรั่งเศส (sheen-was-er-ree อ่านว่าเชน-วอส-เออ-รี่) ซึ่งถูกนำมาใช้เพื่ออธิบายถึงเครื่องเรือนเครื่องประดับตกแต่งที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะลวดลายแบบจีนที่แพร่หลายไปทั่วยุโรปในศตวรรษที่ 17 – 18 แม้แต่นักออกแบบอย่าง “Thomas Chippendale” ผู้ที่ถูกขนานนามว่าเป็นเชคสเปียร์ของช่างเฟอร์นิเจอร์ ก็ประสบความสำเร็จในการนำศิลปะแบบจีนมาผสมผสานกับผลงานของเขาเช่นกัน ไล่ลามถึงการตกแต่งสไตล์ Louis XV ในฝรั่งเศส (หรือเรียกว่า Rococo ) ก็มีการนำศิลปะแบบจีนเข้ามาผสมโรงกับศิลปะฝรั่งเศสนั่นเอง

และเนื่องจากศิลปะแบบจีน สามารถนำมาใช้ตกแต่งเพื่อเพิ่มรายละเอียด หรือตกแต่งให้เรียบง่ายได้ รวมถึงนำมาผสานเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ใหม่ได้ ปัจจุบันจึงนิยมนำลวดลายแบบจีนมาออกแบบลดทอน เพื่อใช้ในการตกแต่งกับห้องสไตล์โมเดิร์นอีกด้วย

เทคนิคแปลงโฉมห้องเป็นสไตล์ Chinoiserie ให้ดูดีมีระดับ
Chinoiserie
Cr. Photo : blog.wellappointedhouse.com

การตกแต่งบ้านในสไตล์ชินัวซีรีให้สวยงามและพราวเสน่ห์นั้นมิใช่แค่หยิบข้าวของสไตล์จีนมาผสานกับตะวันตกเท่านั้น แต่ต้องทำให้กลมกลืนลงตัวสวยงาม โดยยึดหลักการและเทคนิคง่ายๆ ดังต่อไปนี้

Cr. Photo : hg-images.condecdn.net
Chinoiserie
Cr. Photo : Susan Wilkinson on Unsplash

1.กำหนดเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลัก

เพื่อให้ง่ายต่อการตกแต่งสไตล์ชินัวซีรี ต้องกำหนดเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลัก (ที่ชอบจริงๆ) สำหรับเป็นจุดโฟกัสให้กับพื้นที่ (ประมาณ 1 – 2 ชิ้นต่อห้อง) ก่อนต่อยอดสู่การเลือกข้าวของชิ้นเล็กมาเติมเต็มให้ดูสวยงามดึงดูดใจยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ในห้องโถง หากกำหนดโต๊ะคอนโซลและกระจกติดผนังสไตล์ยุโรปเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลักแล้ว คุณอาจหาบรรดาแจกันหรือเครื่องลายครามจีนมาจัดวางตกแต่งบนโต๊ะ เพื่อสร้างดีเทลของการตกแต่งสไตล์ชินัวซีรีให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เป็นต้น

2.คุมโทนสี

ในการตกแต่งห้องด้วยของตกแต่งที่มีเอกลักษณ์ต่างกัน หรือมีลายลวดลายไม่เข้ากัน เราสามารถใช้สีเชื่อมโยงสิ่งเหล่านั้นเข้าไว้ด้วยกันได้ ผ่านการเลือกใช้โทนเฉดเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน (เช่น  น้ำตาล เทา ดำ) ก่อนเหยาะความน่าสนใจด้วยสีสันอื่นๆ เพียงเล็กน้อย เพื่อเพิ่มรายละเอียดให้แก่ห้องให้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น เรียกว่าเป็นการกำหนดโทนสีห้องให้ไปในทิศทางเดียวกันนั่นเอง

3.เชื่อมโยงรูปทรง หรือพื้นผิววัสดุ

นอกจากการกำหนดสีแล้ว คุณยังสามารถเชื่อมสไตล์ชินัวซีรีให้ดูกลมกลืนกันได้ด้วยการเลือกใช้ของตกแต่ง หรือเฟอร์นิเจอร์ต่างสไตล์ที่มีรูปทรงคล้ายๆ กัน หรือพื้นผิวของวัสดุประเภทเดียวกัน เช่น ในห้องนั่นเล่น ตกแต่งด้วยภาพวาดจีนกรอบทอง ซึ่งเชื่อมโยงกับการจัดวางโต๊ะข้างสไตล์โมเดิร์นที่ทำจากวัสดุทองเหลือง เป็นต้น

และทั้งหมดนี้ คือข้อมูลพร้อมทริคที่นำมาให้คุณได้ รู้จัก Chinoiserie แนวทางตกแต่งบ้านอีกหนึ่งสไตล์ที่ต้องบอกว่ายืนหนึ่งในเรื่องความสวยงามแปลกตา รวมถึงซุกซ่อนความมีระดับหรูหราในแบบที่ไม่ซ้ำใครทีเดียว

 

บทความน่าสนใจ : Introspection นิทรรศการโดย “ก้องกาน” ศิลปินผู้แจ้งเกิดในแวดวงสตรีทอาร์ต ณ มหานครนิวยอร์ก

เปิดกรุกระเบื้อง ตกแต่งบ้าน หลากสไตล์หลายลีลา

เปิดกรุกระเบื้อง ตกแต่งบ้าน หลากสไตล์หลายลีลา

เปิดกรุกระเบื้อง “Roofing” ตกแต่งบ้านหลายคนกำลังมองหาไอเดียการตกแต่งบ้าน นอกจากเฟอร์นิเจอร์แล้ว การปูกระเบื้องก็สามารถเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับบ้านได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ มาดูกันว่าปีนี้เทรนด์กระเบื้องมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง รับกับเทรนด์ตกแต่งบ้านปี 2021อย่างไร ตาม INZPY มาส่องไอเดียเจ๋ง ๆ กันเลย

กระเบื้อง
Cr.nocnoc.com

TERRAZZO  การเลือกใช้งานหิน Terrazzo ส่วนมากนิยมใช้ภายในอาคารเป็นหลัก เพราะหินชนิดนี้มีเนื้อค่อนข้างละเอียดและบอบบาง ไม่ทนต่อความร้อนและน้ำเท่าไร จึงไม่นิยมใช้งานภายนอกอาคาร ดังนั้นจึงนิยมใช้งานเป็นวัสดุปิดผิวภายในอาคาร เช่น วัสดุปูพื้น, วัสดุกรุผิวผนัง และเป็นวัสดุปิดผิวเฟอร์นิเจอร์ ข้อดีของหิน นอกจากเป็นวัสดุที่แข็งแรงไม่แพ้กับวัสดุหินประเภทอื่นแล้ว ยังให้ความสวยงามแปลกใหม่ เผยลวดลายสนุกสนาน มีชีวิตชีวา อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความสดใสให้กับพื้นที่การใช้งานที่ทันสมัยอีกด้วย

กระเบื้อง
Cr.nocnoc.com

WOOD  การเบื้องลายไม้ถือว่ามาแรง แถมได้รับความนิยมจัดว่าอยู่อันดับต้น ๆ เพราะเลียนแบบได้เหมือนไม้จริง ทั้งสีและพื้นผิวสัมผัส กระเบื้องลายไม้สร้างบรรยากาศให้บ้านดูอบอุ่นน่าอยู่ เน้นโทนสีธรรมชาติ และการจัดวาง ด้วยความสวยงามเสมือนไม้ธรรมชาติ กระเบื้องลายไม้จึงเป็นที่นิยมติดตั้งในทุกส่วนของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นห้องรับแขก ห้องครัว หรือห้องนอน รวมทั้งพื้นที่ในห้องน้ำ และภายนอกอาคารอย่างลานจอดรถ ระเบียงทางเดิน ก็สามารถเลือกปูกระเบื้องลายไม้ที่มีผิวสัมผัสหยาบด้านได้

กระเบื้อง
Cr.nocnoc.com

STONE  กระเบื้องหินธรรมชาติ ได้รับความนิยมสูงมากกว่ากระเบื้องตัวอื่นๆ เพราะลวดลายที่สวยงาม บวกกับความคงทนมักนิยมนำมาใช้ภายในบ้านกันส่วนมาก ด้วยรูปลักษณ์มาจากหินธรรมชาติมักมีความคงทน และ แข็งแรง แฝงความนุ่มนวลของลวดลายบนกระเบื้อง เช่น หินแกรนิต หินอ่อน หินทราเวอร์ทีน นอกจากนิยมใช้ตกแต่งภายในห้องน้ำกันแล้ว มักนิยมมาตกแต่งเพิ่มเติมความหรูหราให้แก่ภายในห้องนอน และห้องนั่งเล่นอีกด้วย

กระเบื้อง
Cr.nocnoc.com

MARBEL กระเบื้องหินอ่อน มีจุดเด่นตรงสว่าง สะอาดตา ลวดลายอ้อนช้อย งดงาม เปล่งรัศมีความหรูหราชวนหลงใหลไม่เบา เหมือนการสาดสีลงบนแผ่นกระเบื้องถือว่าเป็นอัญมณีสุดร้อนแรงในตลาดปูพื้นเลยก็ว่าได้ แต่หินอ่อนมักมีราคาค่อนข้างสูง ดูแลรักษายาก แต่มีความคงทน หินอ่อนนิยมใช้ได้แก่ ครีมมาเฟิล เอ็มเพอราโด้ ส่วนประโยชน์การใช้สอยหินอ่อน ใช้เป็นวัสดุก่อสร้างและหินประดับ เช่น ปูอาคาร ปูผนัง โต๊ะ ทำขั้นบันได (แต่กระเบื้องหินอ่อนเหมาะสำหรับกรุผนังห้องน้ำมากกว่าปูพื้นอาคารเพราะดูแลรักษาได้ง่ายกว่า)

Roofing
Cr.baanlaesuan.com

CONCRETE  กระเบื้องลายคอนกรีตหรือปูนเปลือย คือองค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งของสไตล์ลอฟท์ สไตล์อินดัสเทรียล สไตล์ที่เน้นดีไซน์ที่แสดงถึงความดิบ เท่ กระเบื้องลายคอนกรีตมีการใช้ปูนซีเมนต์มาฉาบแต่งพื้นผิว รวมถึงมีการผลิตสีที่ทำให้เกิดลวดลายคล้ายปูนเปลือย หรือเรียกว่า “ปูนลอฟต์” ยิ่งถ้าตกแต่งรวมกับโครงสร้างหรือเฟอร์นิเจอร์ประเภทโลหะและหนัง จะเกิดเป็นความลงตัวที่พอเหมาะจริง ๆ กระเบื้องลายคอนกรีตนั้นมีราคาไม่แพงและเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมสำหรับอพาร์ทเมนต์สไตล์โมเดิร์น และกำลังเป็นที่นิยมในหมู่คนรุ่นใหม่ รวมถึงร้านอาหารหรือคาเฟ่ต่าง ๆ

Roofing
Cr.nocnoc.com

ART DECO  Art Deco Style คือศิลปะที่มีอิทธิพลต่อการออกแบบตกแต่งสถาปัตยกรรม และการตกแต่งภายใน เกิดขึ้นช่วงศตวรรษที่ 20 ในประเทศฝรั่งเศส และเริ่มเป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวางในสหรัฐอเมริกาตลอดคริสต์ทศวรรษ 1930 โดยสไตล์นี้มีการใช้สีสันที่สว่างสดใส เส้นสายอ่อนช้อย มีการใช้แพทเทิร์นของรูปทรงเรขาคณิตมาสร้างจุดสนใจ ซึ่งเป็นสไตล์ที่หรูหราสง่างามผสมผสานความทันสมัยของแต่ละยุคได้อย่างมีเสน่ห์ สไตล์อาร์ตเดโคจึงนิยมนำมาออกแบบเป็นลวดลายวอลล์เปเปอร์ กระเบื้องปูผนัง และกระเบื้องปูพื้น โดยส่วนใหญ่จะเน้นการตกแต่งในโทนเรียบ ๆ เช่น ครีม ขาว และดำ

Roofing

MOROCCAN การตกแต่งสไตล์โมร็อคโก ลวดลายสีสันจัดจ้าน สไตล์นี้เหมาะกับผู้ที่รักศิลปะแบบแนวคราฟท์ หลงรักวัฒนธรรมของฝั่งตะวันตก ลวดลายกระเบื้องโมเสก สีสันช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ หนึ่งในเทรนด์ที่มีแนวโน้มได้รับความสนใจในปีนี้เช่นกัน สไตล์โมร็อคโกเมื่อถูกนำมาใช้เป็นลายกระเบื้อง ยิ่งทำให้น่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีก นิยามว่า “สไตล์ยุคตะวันตก” ถ้ายังนึกไม่ออกว่าโมร็อคโกตกแต่งประมาณไหน ก็ลองนึกถึงศิลปะการตกแต่งของประเทศอาหรับ ซึ่งเรามักจะเห็นได้ตามรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศ หรือคาเฟ่เก๋ ๆ ในกรุงเทพฯ เป็นต้น

 

                                                            จับตา 2 แบรนด์ไทยชูความร่วมสมัยผ่าน ‘เสื่อ’ คลิกเลย

 

 

 

 

 

ขนมกินเล่น แคลอรี่ต่ำ และ ชาลดเครียด ขายดีในไต้หวัน

ขนมกินเล่น แคลอรี่ต่ำ และชาลดเครียด แคลอรี่ต่ำ ขายดีในไต้หวัน!!!

ในช่วงโควิด คนไต้หวันก็ตกอยู่ในสถานการณ์คล้าย ๆ คนไทย ถ้าเลือกได้ก็จะหยุดเชื้ออยู่บ้าน ลดความเสี่ยงติดเชื้อไปในตัว แล้วคนเราเวลาอยู่บ้านจะมีอะไรมากไปกว่า เดี๋ยวก็กิน เดี๋ยวก็กิน พอขึ้นตาชั่งก็อาจจะเครียด จากที่ถ้าต้องเวิร์กฟอร์มโฮมเดี่ยว ๆ ไม่มีเพื่อนร่วมงานไว้พูดคุยตอนพักก็ว่าเครียดแล้ว แบบนี้ก็ต้องมีวิธีคลายเครียดกันหน่อย และถ้าไม่อ้วนได้ก็ยิ่งดีใช่มั้ยล่ะที่ไต้หวันตั้งแต่มีโควิด และกระแสยิ่งแรงขึ้นช่วงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2020 ณ กรุงโตเกียวที่ผ่านมา ที่ดูและเชียร์ได้ผ่านจอเท่านั้น เลยส่งผลให้ยอดขายสินค้าประเภทขนมทานเล่นและเครื่องดื่มเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย 

แต่ที่เป็นปรากฏการณ์ขึ้นมาก็เพราะมีผู้ประกอบการประเภทร้านขายสินค้าเฉพาะ หรือ Specialty Store รวมถึงกลุ่มร้านสุขภาพและความงามที่มองโอกาสทางการค้าออก เห็นความต้องการของตลาดที่ต้องการของกินเล่นแต่ได้สุขภาพ ก็เลยออกมาจัดโปรโมชั่นสินค้ากินเล่นแบบ แคลลอรี่ต่ำ (Low-calorie)  และเครื่องดื่มชาที่คนไต้หวันชื่นชอบ แต่มาแบบเน้นฟังก์ชั่น เช่น ชาลดไขมัน ลดความเครียด ฯลฯ ที่ดึงดูดลูกค้าได้ดี ทำยอดขายเพิ่มขึ้นกันได้ 30-40% กันเลย

แคลอรี่ต่ำ
Cr: Photo topick.hket.com

ตัวอย่างแบรนด์ POYA เชนร้านสินค้าสุขภาพและความงามในไต้หวัน จัดโปรโมชั่นสินค้าในกลุ่มขนมและเครื่องดื่ม แคลลอรี่ต่ำ เช่น เยลลี่ บุก ชานมไร้น้ำตาล เห็ดหอมอบกรอบ ฯลฯ เห็นมั้ยว่าน่าซื้อทุกไอเทมเลย 

ร้าน Watson’s ก็ไม่น้อยหน้า ทำตลาดแบบ Localized ทันที่ด้วยการจัดสินค้าในหมวดเดียวกันทำโปรโมชั่นในกลุ่มขนม และเครื่องดื่มแคลลอรี่ต่ำ (Low-calorie)ให้เห็นชัด ๆ ให้ลูกค้าเลือกซื้อได้ไวขึ้น

กลุ่มสุขภาพความงาม ก็มีตัวอย่างจาก Beauty Forever Clinic ที่มีศูนย์สปาและคลินิกแพทย์แผนจีน ที่ยอดสปาตกเพราะโควิด ก็หันมาโปรโมทผลิตภัณฑ์ ชาลดไขมัน และชาปรับภูมิคุ้มกัน ที่เหมาะกับช่วงโควิดทำให้ได้รับความนิยมไม่น้อย 

แคลอรี่ต่ำ

เมื่อความเครียดเกิดในกลุ่มผู้บริโภคจำนวนมาก แบรนด์ใหญ่อย่าง Pepsi Co ก็ตัดสินใจออกผลิตภัณฑ์แบรนด์ Driftwell ชาที่มีสรรพคุณช่วยให้ผ่อนคลายออกมาวางตลาด มีส่วนผสมของแมกนีเซียม และแอลธีอะนีน ที่มีกรดอะมิโนที่ค้นพบจากต้นไม้ ช่วยลดภาวะเครียดทางจิตใจ ผ่อนคลาย ลดความตึงเครียด ส่งผลให้นอนหลับดีขึ้น ก็กลายเป็นฟังก์ชั่นใหม่ที่ฮิตมาก ๆ อีกตัวเช่นกัน 

โอ้โห ร้านสะดวกซื้อ เกาหลีสุดล้ำ ใช้หุ่นยนต์เอไอส่งสินค้าในอาคารย่านกังนัม คลิกเลย

PEOPLESCAPE จัดงานสัมมนาออนไลน์เรื่องการปรับตัวในวงการอสังหาฯ กับ 21 กูรูในเมืองไทย

PEOPLESCAPE จัดงานสัมมนาออนไลน์เรื่องการปรับตัวในวงการอสังหาฯ กับ 21 กูรูในเมืองไทย

PEOPLESCAPE

งานดีที่คนสนใจเรื่องอสังหาฯ ไม่ควรพลาด! เพราะบริษัท PEOPLESCAPE ในเครือเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ล่าสุดได้ประกาศจัดงานสัมมนาออนไลน์ (ฟรี!) “Transforming Real Estate Thailand Forum 2021” ชูแนวคิด “Transforming Post COVID-19 : Strategies for Success” โดยเชิญ 21 วิทยากร อาทิ คุณสุรพล โอภาสเสถียร – บ.ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ, คุณจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา – ผู้ก่อตั้ง Bitkub, คุณอลงกต บุญมาสุข – ธนาคารกสิกรไทย, คุณจิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์ – SCG Innovation, คุณพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ – นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย และคุณกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์  – ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) มาร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ พร้อมแนะแนวทางการปรับตัว และทรานส์ฟอร์มองค์กรอสังหาริมทรัพย์ผ่าน 6 หัวข้อน่าสนใจ ได้แก่

PEOPLESCAPE

1.เจาะกลยุทธ์เชิงรุกของผู้นำและกลุ่มองค์กรนักพัฒนาอสังหาฯ แนวหน้าของประเทศไทย ความท้าทายในการขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาฯ ให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อก้าวผ่านวิกฤติ COVID–19 และการรุกหาโอกาสใหม่ของ Real Estate Brokers ในยุค Next Normal

2.วิถีของการทำการตลาดยุคใหม่ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กลยุทธ์ด้านการตลาด และการสร้าง Brand อย่างไรให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุค After COVID Customer Experience : สร้างประสบการณ์เชิงบวกกับธุรกิจ และการพลิกโฉมภาพลักษณ์องค์กรให้คุณได้เกิดใหม่อีกครั้ง

3.ยุทธศาสตร์การวิเคราะห์ด้านการเงิน การธนาคาร จับตาทิศทางการวิเคราะห์เชิงลึกสถานการณ์เครดิตรบูโรในสถานการณ์ COVID–19 และภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ในกลุ่มลูกค้าสินเชื่อธนาคาร

4.ส่องเทรนด์ เผยมุมมองของนักลงทุนเพื่อหาโอกาสใหม่ๆ แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและการเตรียมความพร้อมในการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย Bitcoin & Cryptocurrency Revolution

5.ผู้นำการเปลี่ยนแปลงในการพัฒนาคนไปสู่ทักษะแห่งโลกอนาคต Transforming People in Real Estate ความท้าทายแนวคิดในการทำงานขององค์กรยุคใหม่

6.แนวคิดและเครื่องมือการบริหารจัดการด้วยนวัตกรรมสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จับตาทิศทางการวิเคราะห์เชิงลึกสถานการณ์เครดิตรบูโรในสถานการณ์ COVID – 19 และภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ในกลุ่มลูกค้าสินเชื่อธนาคาร

PEOPLESCAPE

นางธีริศรา พวงประโคน กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีเพิลสเคป จำกัด ในเครือ บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า

“ในฐานะที่ปรึกษาด้านการพัฒนาองค์กร บริหารงานบุคคล และจัดหลักสูตรอบรม บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการยกระดับองค์ความรู้ของบุคลากรทุกระดับในแวดวงต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พร้อมปรับตัวและรับมือกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุค New Normal ล่าสุดบริษัทฯ ได้จัดงานสัมมนาออนไลน์ในรูปแบบ Free Webinar ภายใต้ชื่อ ‘Transforming Real Estate Thailand Forum 2021’ เพื่อระดมองค์ความรู้จากบุคลากรในหลากหลายวงการ มาร่วมปลดล็อค เปิดมุมมองและยกระดับองค์ความรู้ให้แก่ทั้งผู้บริหาร พนักงาน และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Ecosystem) ให้สามารถนำพาองค์กรปรับตัวสู่อนาคตได้อย่างแข็งแกร่ง”

PEOPLESCAPE

สำหรับงานสัมมนาครั้งนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 9-11 พ.ย. 2564 ตั้งแต่เวลา 9.30-16.30 น. รวมถึงมีกิจกรรม Workshop ระดับพรีเมียมให้ผู้สนใจได้อัพสกิลและรีสกิลกันเพิ่มเติมกับวิทยากรสุดเอ็กซ์คลูซีฟ (พิเศษเฉพาะเวลา 14.45-16.15 น.ของทั้ง 3 วันแยกจากฟอรัมปกติ) นำโดย ผศ.ดร.พีระศักดิ์ โมมิน (อาจารย์ทอม) ที่จะมาอัพเดทเทรนด์ Wellness และความรู้มาตรฐานระดับโลกสามารถนำมาใช้ได้จริงในองค์กร รวมถึง คุณอนุสรณ์ เพชรเทียม ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี BIM ที่จะมาจัด Workshops เพิ่ม Skill Advance การใช้ BIM ในระดับ Cloud Collaboration และ Customer Experience Design ที่มากด้วยเทคนิคการสร้างประสบการณ์ ว้าว! ให้ลูกค้าประทับใจ โดยแต่ละคอร์สเปิดให้ลงทะเบียนจองบัตรได้แล้ววันนี้คลิก peoplescape.co.th/ (events-landing/register.html ในราคาเพียง 990 บาทต่อคอร์สเท่านั้น)

ทั้งนี้ หัวข้อสัมมนาอื่นๆ ที่ไม่ใช่ช่วง Workshop เปิดกว้างให้ทุกคนเข้าร่วมฟังได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้สนใจสามารถดูกำหนดการทั้ง 3 วัน รายละเอียดเพิ่มเติม ตลอดจนลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรี (จำกัดจำนวน) ตั้งแต่วันนี้ถึง 8 พ.ย.64 ที่ peoplescape.co.th/events-landing

 

บทความน่าสนใจ : เคล็ด (ไม่) ลับ เลือกโซฟาอย่างไรให้ถูกจริต

 

Introspection นิทรรศการโดย “ก้องกาน” ศิลปินผู้แจ้งเกิดในแวดวงสตรีทอาร์ต ณ มหานครนิวยอร์ก

Introspection นิทรรศการโดย “ก้องกาน” ศิลปินผู้แจ้งเกิดในแวดวงสตรีทอาร์ต ณ มหานครนิวยอร์ก

Introspection

หากเอ่ยถึงศิลปินสตรีทอาร์ตรุ่นใหม่มาแรงของไทย ย่อมต้องมีชื่อของ “กันตภณ เมธีกุล” หรือที่รู้จักกันในแวดวงศิลปะว่า “GongKan” (ก้องกาน) อยู่ด้วยแน่นอน เพราะผลงาน “Teleport Art” ของเขาได้รับเสียงตอบรับในแวดวงสตรีทอาร์ตที่มหานครนิวยอร์กรวมถึงในกรุงเทพฯ เป็นอย่างมาก

โดยผลงานของก้องกาน มักฉายให้เห็นองค์ประกอบของเวลา ผ่านการสร้างสรรค์ภาพผลงานเหนือจริงลงบนผืนผ้าใบ สะท้อนลายเส้นกราฟิกที่มีความมินิมอล เรียบง่ายและไม่ซับซ้อน ตัวการ์ตูนดวงตากลมโตนิ่งเฉยที่เขาวาด ไม่แสดงความรู้สึกใดเป็นพิเศษ แต่เปิดโอกาสให้คนดูได้ตีความเอง นี่ล่ะคือลายเส้นเผยให้เห็นความเป็นจริงในอดีตและปัจจุบันในรูปแบบเฉพาะตัวของศิลปิน จึงไม่แปลกใจที่ผลงานของเขาได้ถูกคัดเลือกไปร่วมจัดแสดงในเมืองใหญ่ ๆ หลายประเทศ อาทิ นิวยอร์ก, ลอสแอนเจลิส, ไทเป, ปักกิ่ง และโซล เป็นต้น

Introspection

สำหรับนิทรรศการ “Introspection” นับเป็นผลงานเดี่ยวครั้งแรกที่จัดขึ้น ณ ถัง คอนเทมโพรารี่ กรุงเทพฯ โดยนำเสนอผลงานศิลปะหลากรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพเขียน งานประติมากรรม รวมไปถึง Interactive digital platform ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกในนิทรรศการนี้เช่นกัน

Introspection

รวมถึงในนิทรรศยังเป็นผลงานภายใต้โปรเจ็คท์ Souleport ซึ่งเป็นโปรเจ็คท์งานศิลปะที่ผสมผสานการสำรวจและการศึกษาในเชิงจิตวิทยาถึงสภาวะอารมณ์และจิตใจของมนุษย์ โดยเป็นการพัฒนาและต่อยอดจากแนวคิดเรื่อง Teleportation (การวาร์ปผ่านหลุมดำไปสู่อีกมิติ) ของก้องกาน ซึ่งศิลปินได้ทำการวาร์ปเข้าไปสำรวจสภาวะจิตใจและความทรงจำในส่วนลึกของตนเอง เพื่อสร้างความเข้าใจ ความสุข และความพึงพอใจในตัวเองอย่างแท้จริง และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมพื้นฐานทางจิตวิญญาณให้เข้มแข็งเพื่อพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับโอกาสและความท้าทายใหม่ ๆ

Introspection

โดยศิลปินได้กล่าวถึงผลงานครั้งนี้ไว้ว่า “การทำความเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของตนเอง ถือเป็นแนวคิดที่สำคัญทั้งในทางปรัชญาและในทางจิตวิทยา ซึ่งถูกกล่าวถึงมาตั้งแต่สมัยโบราณโดยนักปรัชญาระดับโลก อย่าง เล่าจื๊อ (Lao Tzu) และ โสกราตีส (Socrates) ต่างก็เน้นย้ำและให้ความสำคัญกับการรู้จักและเข้าใจตัวเอง ส่วนในทางจิตวิทยาสมัยใหม่ ความเข้าใจตนเอง หรือ อัตมโนทัศน์ (Self-concept) และการวิเคราะห์ตนเอง (Self-analysis) ถือเป็นสองแนวคิดที่สำคัญต่อการดำเนินชีวิตให้มีความหมายและมีความสุข”

และนี่คือการสำรวจอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ของก้องกาน ที่นำเสนอขึ้นเพื่อให้เกิดความเข้าใจในตัวเองอย่างถ่องแท้ เขาได้ทำการท้าทายตัวเองโดยการเปิดเผยด้านที่เปราะบางให้คนอื่นได้เห็นถึงความโกรธ ความขุ่นเคืองใจ ความกลัวและความหวาดระแวงที่อยู่ในก้นบึ้งส่วนที่ดำมืดที่สุดของจิตใจ ในขณะเดียวกันก็เผยให้เห็นถึงความทรงจำอันน่ารื่นรมย์และจินตนาการที่ไร้เดียงสาในวัยเด็กผ่านงานศิลปะ รวมถึงผู้เข้าชมนิทรรศการนี้ไม่เพียงแต่จะสามารถติดตามการเดินทางสำรวจจิตใจของศิลปินเท่านั้น แต่ยังสามารถสะท้อนถึงความคิดและจิตใจของตนเองไปพร้อม ๆ กัน

นิทรรศการ Introspection จัดแสดงขึ้นในวันที่ 6 พฤศจิกายน – 12 ธันวาคม 2564 ณ ถัง คอนเทมโพรารี่ กรุงเทพฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02 000 1541 หรือ คลิก FB : TangContemporaryArtBangkok

 

บทความน่าสนใจ : PEOPLESCAPE จัดงานสัมมนาออนไลน์เรื่องการปรับตัวในวงการอสังหาฯ กับ 21 กูรูในเมืองไทย