Home Blog Page 1127

4 ไอเทมสะท้อนไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในยุค New Normal

ในยุค New Normal บอกก่อนเลยว่า 4 ไอเทมที่จะยกมาบอกเล่าเป็นเทรนด์ระดับโลก เพราะมาจากรายงานความมั่งคั่ง และไลฟ์สไตล์จากทั่วโลกประจำปี 2021 (Global Wealth and Lifestyle Report 2021 – GWLR) ที่จัดทำขึ้นโดยจูเลียส แบร์ (Julius Baer) ผู้นำธุรกิจบริหารความมั่งคั่งชั้นนำระดับโลกจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เลยทีเดียว

เจ้านี้เขาจะคอยนำเสนอข้อมูล และผลการวิเคราะห์เทรนด์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค เพื่อสะท้อนแนวโน้มหลักด้านการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน ล่าสุดมีการวิเคราะห์ผู้บริโภคจากสถานการณ์ตลาดค้าปลีกในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19

รายงานนี้บอกว่าทั้ง 4 ไอเทมนี้ เป็นตัวบ่งบอกถึงกระแสรักษ์สุขภาพและใส่ใจสิ่งแวดล้อมอีกด้วย โดยเหตุผลที่ จูเลียส แบร์ เพิ่มกลุ่มสินค้าและบริการนี้เข้าไปในรายงานฉบับล่าสุดเพื่อแสดงเทรนด์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในยุค New Normal หลายชิ้นอาจจะเป็นสิ่งที่หลายคนคุ้นเคยอยู่แล้ว 4 ไอเทมนี้ก็คือ จักรยาน เทคโนโลยี ลู่วิ่งออกกำลังกาย และประกันสุขภาพ

New Normal
Cr: Photo SCB Julius Baer

1.จักรยาน มาแรงเพราะมีผลจากภาคค้าปลีกว่าเติบโตรวดเร็วจากการที่คนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้นตั้งแต่มีโควิด-19 ระบาด ยอดขายโตก้าวกระโดด การปั่นจักรยานแม้ไม่ใช่เพื่อการออกกำลังแต่ก็เอื้อประโยชน์ต่อสุขภาพจากการออกกำลังโดยตรง แถมได้ช่วยลดการใช้ระบบขนส่งสาธารณะที่ไม่ต้องเสี่ยงเดินทางจากการโดยสารร่วมกับผู้อื่นด้วย นอกจากนี้ยังมีเหตุผลจากการที่คนรุ่นใหม่หันมาให้สนใจการคมนาคมที่คำนึงถึงสภาพอากาศมากขึ้น เทรนด์นี้กระจายทั่วโลกทั้งยุโรป อเมริกาใต้ ตะวันออก แอฟริกา และเอเชีย

โดยในเอเชียโชคดีกว่าหลายประเทศที่จะตอบรับเทรนด์นี้ เพราะหลายประเทศในโลกเก็บภาษีจักรยานเสื้อหมอบ (Road bike) คุณภาพสูงแพงอยู่ แต่จากดัชนีบอกว่า เอเชียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่มีราคาจักรยานเสือหมอบถูกที่สุดในโลก แม้ว่าจะนับรวมสถิติของมะนิลาในประเทศฟิลิปปินส์ซึ่งมีภาษีการขายค่อนข้างต่ำ แต่เป็นเมืองที่แพงที่สุดเป็นอันดับสองในด้านราคาจักรยานเสือหมอบ

New Normal
Cr: Photo SCB Julius Baer

2.เทคโนโลยี เป็นอะไรที่โตขึ้นมานับจากมีโควิด-19 เช่นกัน โดยเฉพาะการที่คนต้องเว้นระยะห่างแยกกันกักตัวอยู่บ้าน แต่ยังต้องการการสื่อสารเชื่อมโยงกันโดยเฉพาะในระยะไกล ทำให้เทคโนโลยีมีบทบาทมากขึ้น ปี 2020 ที่ผ่านมา มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตประมาณ 4.5 พันล้านคนทั่วโลก และในจำนวนนี้ใช้เวลาเกือบ 1 ใน 3 บนโลกออนไลน์ และแน่นอน มากกว่า 80% เป็นการใช้งานบนโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ค ไลน์ ไอจี ทวิตเตอร์ TikTok ที่เราคุ้น ๆ กันทั้งนั้นนี่แหละ

New Normal
Cr: Photo SCB Julius Baer

 3.ลู่วิ่งออกกำลังกาย เรียกได้ว่าเข้ามาแทนที่เทรนเนอร์ที่หายไปจากชีวิตเพราะฟิตเนสเปิดให้บริการไม่ได้ก็ว่าได้ ลู่วิ่งสะท้อนถึงความต้องการในการออกกำลังกายที่บ้านมากขึ้น แม้ว่าโปรแกรมการออกกำลังกายต่าง ๆ จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ด้วยมาตรการด้านความปลอดภัยเพื่อรับมือกับการปิดของโรงยิม และศูนย์ออกกำลังกายทั่วโลกในช่วงการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ ทำให้หลายคนต้องนำโปรแกรมการออกกำลังกายส่วนตัวมาปฏิบัติที่บ้านของตนเองและหนึ่งในการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุดก็คือการเดินและวิ่ง

Cr: Photo SCB Julius Baer

4.ประกันสุขภาพ การให้บริการด้านเฮลธ์แคร์ และสุขภาพเป็นสิ่งที่ผู้คนต่างหันมาให้ความสำคัญมากขึ้นอย่างยิ่งในปีที่ผ่านมา เพราะไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่ไม่ว่าประเทศไหนในโลกก็ระบบสาธารณสุขต่างถูกทดสอบขีดจำกัด และถ้าต้องป่วยก็ไม่มีใครอยากเสี่ยง จึงต้องหาหลักประกันสุขภาพไว้ในยุคที่มีความเสี่ยงสูง และเชื่อหรือไม่ เมืองที่มีราคาประกันสุขภาพแพงที่สุดก็คือ กรุงเทพฯ ที่จัดอยู่ในเกณฑ์แพงกว่ามาตรฐาน!!  

  ด้วยเหตุผลประกอบของแต่ละไอเทม เชื่อว่าหลายคนคงพยักหน้าเห็นด้วยว่า ทั้ง 4 ไอเทมสะท้อนไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคนิวนอร์มัลได้ดีจริงๆ

ธุรกิจแฟชั่นตอบรับกระแสผ้าวัสดุรีไซเคิลเพราะผู้บริโภครักษ์โลก คลิกเลย

JAN Yakiniku Stadium ร้านปิ้งย่างลับ ๆ ในโตเกียว

JAN Yakiniku Stadium ร้านปิ้งย่างลับ ๆ ในโตเกียว


สาวกเนื้อย่างตามมาทางนี้จ้าาาา วันนี้เรามีร้านลับ ๆ แต่อร่อยสุดยอด ถือว่าเป็นร้านเนื้อย่างในดวงใจเราเลยก็ว่าได้ ถ้าใครมีโอกาศได้เดินทางไปเที่ยวที่โตเกียวแล้วหล่ะก็ เราอยากจะแนนำให้แวะไปทานเนื้อย่างร้าน JAN Yakiniku Stadium ซึ่งอยู่ในย่าน Ikebukuro ค่ะ

สำหรับใครที่อยากจะทานเนื้อวากิว A5 ที่ราคาไม่แรงมาก แนะนำว่าต้องมาร้านนี้ให้ได้เลยนะคะ การเดินทางมาก็ไม่ยากค่ะ นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Ikebukuro ออกฝั่ง Exit East แล้วปักหมุดเดินต่อมาที่ห้าง Sunshine City นะคะ เดินระยะสั้น ๆ ประมาณ 10-15 นาที

ทางเข้าร้านจะอยู่แถว ๆ นี้ค่ะ ใกล้ ๆ กับร้าน ABC MART สังเกตุป้ายร้านกันดี ๆ เพราะป้ายค่อนข้างเล็กเลย เมื่อมาถึงทางเข้าต้องเดินลงไปที่ชั้นใต้ดินนะคะ เป็นทางเดินแคบ ๆ แบบที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีร้านอร่อย ๆ ซ่อนอยู่เลยจริง ๆ

วันที่เราไปนั้นคนค่อนข้างเยอะค่ะ เพราะเป็นช่วงหัวค่ำ เราต้องรอคิว ซึ่งไม่สามารถรอที่หน้าร้านได้นะคะ เพราะพื้นที่แคบมากจริง ๆ เราต้องแจ้งจำนวนกับพนักงานว่ามากันกี่คน แล้วพนักงานจะแจ้งเวลาให้เรากลับมาที่ร้านค่ะ ต้องมาตรงเวลานะคะ ห้ามมาก่อนหรือมาหลัง เรารอคิวอยู่ประมาณ 20 นาที ก็ถึงเวลาไปทานของอร่อยกันแล้ว ไปค่ะ!!

ภายในร้านจะมีที่นั่งค่อนข้างเยอะอยู่นะคะ บรรยากาศจะสลัว ๆ นิดนึง เพราะประดับด้วยไฟสีส้มอ่อน ๆ เราดูเมนูแล้วก็เริ่มสั่งกันค่ะ เราจะมาลงรายละเอียดของเนื้อแต่ละตัวที่เราสั่งมาทานกันนะคะ ขอเลือกมาเฉพาะที่เราทานแล้วรู้สึกว่ามันเด็ดจริง ๆ

Thick Slice Special Spareribs 1,700 เยน ตัวนี้เป็นเนื้อก้อน ๆ ที่มีความหนาประมาณ 2 เซ็น มีลายแทรกแบบสวยมาก ๆ ค่ะ ชิ้นนี้พนักงานจะเป็นคนมาย่างให้เรา เมื่อย่างจนได้ที่เค้าจะตัดแบ่งเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมพอดีคำ แบ่งให้แต่ละคน โดยจะวางชิ้นเนื้อลงบนซอสก้อนสีเหลือง ๆ ค่ะ ความร้อนจากเนื้อทำให้ซอสละลาย จากนั้นก็ตักเข้าปาก อร่อยมากกกกกกก รีบสั่งเบิ้ลกันทันทีค่ะ ทานเดี่ยว ๆ ไม่ต้องใส่น้ำจิ้มก็อร่อยแล้วค่ะสำหรับชิ้นนี้

Jan Yakiniku stadium

Japanese black beef Ribujose 950 เยน ตัวนี้เป็นเนื้อระดับ A5 ค่ะ ขึ้นชื่อว่าเป็นเนื้อระดับนี้คืออร่อย นุ่ม ละลายในปากแน่นอนอยู่แล้วค่ะ ลายแทรกมาแบบสวยมากจริง ๆ ค่ะ

Special Sparerib 950 เยน เป็นเนื้อระดับ A5 อีกหนึ่งตัวที่เราสั่งมาทานกัน จานนี้เนื้อมาแบบจุ๊ยซี่ ชุ่มฉ่ำมากค่ะ ให้คะแนนเท่ากับจานข้างบนนะคะ ดีงามพระรามแปด พอ ๆ กันค่ะ

Jan Yakiniku stadium

Yuk Hwe 1,100 เยน เมนูนี้เรียกว่ายุกเกะนะคะ เป็นเนื้อดิบที่ผ่านการพ่นไฟมาแล้วนิด ๆ ตัวนี้ทานแบบดิบเลยค่ะ สำหรับคนทานเนื้อดิบครั้งแรกแบบเรา ขอบอกว่าว้าวมาก ๆ ค่ะ คือหวาน อร่อยสุด ๆ ทานครั้งแรกก้เบิ้ลมาอีกจานนึงเลยหล่ะค่ะ ใครที่ไม่เคยทาน ต้องลองนะคะ รับรองว่าติดใจแน่นอน

Japanese Black Beef Sukiyaki 650 เยน เป็นเนื้ออีกตัวที่ราคาดีงาม และอร่อยไม่แพ้ตัว A5 เลยค่ะ สั่งรัว ๆ มาหลายจาน ตัวนี้เนื้อมาแบบค่อนข้างบางมาก ๆ นะคะ เอาลงเตานิดเดียวพอแล้วรีบม้วนขึ้น จิ้มไข่ดิบ ทานได้เลยนะคะ ห้ามทิ้งเอาไว้นานน้าาาา ทานคู่กับข้าวสวย อร่อยลงตัว

ส่วนอีก 2 ตัวที่เหลือเราลองสั่งมาทานเล่น ๆ ถือว่าอร่อยพอใช้ได้ ยังไม่ถึงกับว้าวนะคะ เป็นเมนูลิ้นวัว กับตับวัว ราคาจานละ 600 เยนค่ะ การทานนเื้อย่างนี้จะมีพวกเครื่องปรุงมาให้นะคะ ทั้งกระเทียมซอย หอมซอย วาซาบิ แนะนำให้ทานเนื้อย่างคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ นะคะ แล้วสั่งเครื่องดื่มเย็น ๆ มาอีกซักคนละ 1 แก้ว อร่อยสดชื่นแน่นอนค่ะ
เราไปกันทั้งหมด 6 คน สั่งมาทานกันจนอิ่ม ทั้งเนื้อย่างและเครื่องดื่ม หารออกมาแล้วตกคนละ สามพันกว่าเยนเท่านั้น ถือว่าถูกมาก ๆ เลยค่ะ ครั้งหน้าถ้ามีโอกาสได้ไปแถวย่านนี้อีก รับรองว่าเราต้องกลับไปทานซ้ำอีกแน่นอนค่ะ สำหรับใครที่อยากหาร้านอร่อย ๆ ในญี่ปุ่นทานกัน สามารถเข้าไปเช็คคะแนนของแต่ละร้านได้ที่ Tabelog

เวลาเปิด-ปิด : 11.30-15.00 น. และ 17.00-24.00 น.

 

 


จุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยม ที่โตเกียว คลิก

 

อะไรจะมาเป็นบรรจุภัณฑ์อนาคตทดแทนพลาสติก

พลาสติก โลกเตือนเราหลายครั้งเรื่องภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้น สิ่งที่คนเราควรทำทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งจึงอยู่ที่เราจะช่วยอายุโลกให้ยืนยาวได้ด้วยวิธีใดบ้าง นอกจากลดขยะที่เป็นเรื่องใหญ่ หลายคนก็พูดและหาวิธีเลือกหาบรรจุภัณฑ์ใหม่ ๆ มาทดแทนพลาสติกที่ใช้เวลาย่อยสลายนาน ยิ่งเจอโรคระบาดและทำให้ปริมาณขยะพลาสติกและขยะอื่นๆ  เพิ่มขึ้น ยิ่งต้องช่วยกันหาว่า อะไรที่จะมาเป็นบรรจุภัณฑ์ทดแทนพลาสติกได้ในอนาคต

พาไปดูในยุโรป ที่เยอรมนี ประเทศที่ได้ชื่อว่าให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมไม่น้อยหน้าใคร ตอนนี้เริ่มมีเทรนด์บรรจุภัณฑ์ที่มาทดแทนพลาสติกให้เห็นและเริ่มเป็นที่เชื่อว่าอาจจะพัฒนาไปสู่การทดแทนพลาสติกและเป็นบรรจุภัณฑ์แห่งอนาคตได้ แต่ก็ต้องบอกเลยว่าส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากกฏข้อบังคับที่ออกมาด้วย

พลาสติก

เหมือนที่น้ำผลไม้ยี่ห้อ Capri-Sun ที่เปลี่ยนจากี่ต้องใช้หลอดพลาสติกมาเป็นหลอดกระดาษ เพราะสหภาพยุโรปห้ามใช้หลอดพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง พอบริษัทพัฒนาหลอดกระดาษที่ไม่เปื่อยไม่ยุ่ยได้ ก็เลยวางแผนจะพัฒนาขึ้นมาใช้แทนถุงพลาสติกสำหรับบรรจุเครื่องดื่มด้วยในอนาคต โดยจะพัฒนาให้ทนต่อแสง อากาศ และกรดของน้ำผลไม้

นอกจากนี้บริษัท Frosta ผู้ผลิตอาหารแช่แข็ง ก็เริ่มใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษในผลิตภัณฑ์ แทนพลาสติกที่ปกติต้องใช้มากกว่า 40 ล้านถุงต่อปี เพราะถุงกระดาษที่เป็นบรรจุภัณฑ์รุ่นใหม่ปกป้องสินค้าได้เหมือนกัน

บรรจุภัณฑ์กระดาษนี้มีลักษณะคล้ายถุงปูนกระดาษ ที่กันความชื้นเข้าไปในถุงได้ด้วย มีความหนา มีวัสดุเชื่อมที่แตกต่างกันระหว่างถุงด้านนอกกับถุงด้านในที่ใช้นวัตกรรมในการพัฒนา เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ได้สิทธิบัตรและรางวัลบรรจุภัณฑ์ในเยอรมนี แต่บริษัทก็ใช้เงินลงทุนพัฒนาถุงนี้ไปถึง 2 ล้านยูโร

อย่างไรก็ตาม ถุงรุ่นนี้ใช้บรรจุอาหารของบริษัทได้แค่ 4 รายการจากสินค้าที่มี 50 รายการ แต่บริษัทก็ยังยืนยันที่จะพัฒนาต่อไป

นอกจากบริษัทเหล่านี้ สถาบันด้านบรรจุภัณฑ์ในเยอรมนีก็วิจัยและพัฒนาที่จะทำถุงกระดาษแบบมีซิปรูดเปิดปิดออกมาด้วย โดยใช้โปรตีนจากเศษวัตถุดิบการเกษตรและใช้แว็กซ์ธรรมชาติมากันไอน้ำ หรือแม้แต่โค้ก หรือโคคา-โคลา ก็สนใจและอยู่ระหว่างพัฒนาขวดกระดาษต้นแบบที่ทำจากกระดาษเส้นใยไม้หรือเปลือกกระดาษที่ห่อหุ้มด้วยพลาสติกรีไซเคิล และฝาขวดจากพลาสติกรีไซเคิล

พลาสติก
Cr: Photo frozenfoodeurope.com

นอกจากนี้ยังมี บริษัท Paper Bottle Company ในเดนมาร์ก ก็ร่วมกับหลายแบรนด์ดัง อาทิ Clarlsberg, Absolut Vodka, L’oreal ฯลฯ เพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์จากกระดาษ ที่มีโรงงานรีไซเคิลกระดาษอยู่ทั่วโลกรองรับที่จะช่วยเรื่องการรีไซเคิลได้ดีด้วย 

ลองคิดดูว่าถ้าบรรจุภัณฑ์เหล่านี้ ถูกนำไปแทนที่ขวดพลาสติกที่ใช้กันเป็นหลักตอนนี้ จะช่วยยืดอายุโลกได้อีกนานแค่ไหน 

โอ้โห ร้านสะดวกซื้อ เกาหลีสุดล้ำ ใช้หุ่นยนต์เอไอส่งสินค้าในอาคารย่านกังนัม คลิกเลย

เคล็ด (ไม่) ลับ เลือกโซฟาอย่างไรให้ถูกจริต

เคล็ด (ไม่) ลับ เลือกโซฟาอย่างไรให้ถูกจริต

เคล็ด (ไม่) ลับ
Cr. Photo : Inside Weather on Unsplash

โซฟา’ สำหรับใครบางคนอาจเป็นมากกว่าไว้นั่งพักผ่อน หรือใช้รับรองแขกเหรื่อ เพราะสำหรับคนรุ่นใหม่ โซฟาใช้เป็นได้ทั้งมุมนั่งทำงาน มุมทานอาหารชั่วคราว! และพื้นที่สังสรรค์ในตัว ซึ่งเราเชื่อว่ามีหลายคนอาจจะใช้เวลาบนโซฟามากกว่าบนเตียงเสียอีก!

โซฟาคุณภาพดี มีราคาตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักล้าน! แต่โซฟาที่ถูกจริตผู้ใช้งาน ต้องเป็นโซฟาที่ใช้แล้วคุ้มค่าในระยะยาว เพราะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่เราต้องใช้งานทุกวัน ดังนั้นโซฟาดี ๆ ราคาเหมาะสมหาได้ไม่ยากเกินกำลัง ขอแค่คุณเปิดใจ ลองศึกษาข้อมูลที่เรานำมาฝากสักนิด รับรองว่าจะช่วยให้ง่ายต่อการตัดสินใจมากขึ้นอย่างแน่นอน

 

สไตล์ที่ใช่
เคล็ด (ไม่) ลับ
Cr. Photo : Sladjana Karvounis on Unsplash

ถ้าคุณไม่เชี่ยวชาญในการมิกซ์แอนด์แมชท์ของ หรือชอบการตกแต่งบ้านสไตล์ Eclectic ที่จับสไตล์นั้นมาผสานกับสไตล์นี้ด้วยองค์ประศิลป์ที่ลงตัวแล้วล่ะก็… ประการแรกที่ต้องตีกรอบให้แคบลงก่อนเลือกซื้อโซฟาคือ คุณต้องคำนึงว่าห้องที่จะนำโซฟาไปวางตั้งนั้นตกแต่งในสไตล์อะไร อาทิ หากตกแต่งในสไตล์คอนเทมโพรารีที่เจือความคลาสิก อาจเลือกเป็นโซฟาแบบที่เท้าแขนม้วนพนักพิงโค้ง หรือแบบทรงสี่เหลี่ยมเรียบหรู ก็ถือว่าเหมาะไม่ฉีกกันเท่าไหร แต่ถ้าเป็นห้องแนวมินิมัล ก็ควรเลือกโซฟารูปทรงเรียบง่าย ที่มีลวดลายไม่หวือหวามาก หรือเลือกเป็นสีโมโนโทน ก็จะทำให้ดูสวยกลมกลืนกันได้ไม่ยาก

 

สีที่เชื่อมโยง
เคล็ด (ไม่) ลับ
Cr.Photo : Inside Weather on Unsplash

การเลือกสีโซฟา มีความสำคัญไม่น้อยเช่นกัน ซึ่งวิธีง่ายๆ ในการจับคู่โซฟาเข้ากับข้าวของต่างๆ ก็แค่คุณต้องหาว่าสีสัน จาก ผนัง เฟอร์นิเจอร์ พื้น หรือ พรม ภายในห้องมีสีใดเป็นหลัก แล้วจึงเลือกสีโซฟาเชื่อมโยงกัน ก็จะทำให้สามารถแมชท์กับห้องได้ แต่… ทั้งนี้หากคุณเลือกโซฟาสีอ่อนหรือสีขาวแล้วกังวลจะสกปรกง่าย ดูแลรักษายาก ก็ควรหาโซฟารุ่นที่สามารถถอดผ้าหุ้มออกมาซักได้ ส่วนถ้าเลือกเป็นโซฟาสีเข้ม แม้จะมีข้อดีสามารถซ่อนคราบสกปรกได้ แต่ข้อด้อยโทนสีนั้นก็อาจจะดูไม่สะดุดตาเท่าไหร่นัก ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณพึงใจให้ตอบโจทย์กับเรื่องใดมากที่สุด

 
อย่ามองข้ามเรื่องสเปซ
เคล็ด (ไม่) ลับ
Cr.Photo : Inside Weather on Unsplash

ก่อนจะตัดสินใจเลือกโซฟา ควรคำนึงถึงสเปซของห้องด้วยว่ามีความกว้าง ยาว และสูงเท่าไหร่ เพราะหากเลือกโซฟาตัวใหญ่ไปจะทำให้พื้นที่นั้นดูคับแคบ ถ้าโซฟาเล็กไปห้องอาจจะดูโหรงเหรงไม่สวยงาม หรือหากไม่แน่ใจ ลองวางแผนโดยการนำเทปผ้ามาติดบนพื้นห้อง ตามขนาดความกว้าง/ยาวของโซฟาที่เราสนใจดูก่อนว่ามันอึดอัดหรือไม่  อีกอย่างที่อยากแนะนำก็คือ ไม่ว่าคุณจะเลือกโซฟาขนาดใดก็ตามมาวางตั้ง จงอย่าลืม! เหลือพื้นที่สำหรับทางเดินอย่างน้อย 80-90 เซ็นติเมตรไว้ด้วยก็จะทำให้สะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น

 

รูปทรงที่อิงถึงความสบาย
Cr. Photo : Inside Weather on Unsplash

ไม่มีโซฟาใดในโลกนี้ ที่ออกแบบมาแล้วเหมาะสำหรับทุกคนอย่างแน่นอน บริเวณที่มีความสำคัญต่อความสบายในการนั่งอยู่ที่ความลึกของที่นั่งและองศาการเอียงของพนักพิง ฉะนั้นการวัดความสบายในการใช้งานควรยึดจากตัวเองเป็นหลักไว้ดีที่สุด และเพื่อหาโซฟาที่ใช่ จึงต้องมีการดูตัวเลขความลึกของที่นั่งส่วนตัวด้วย โดยวัดจากขาพับบริเวณใต้หัวเข่า จรดบั้นท้ายที่ติดกับพนักพิง ส่วนองศาในการเอนของพนักพิง (ซึ่งปัจจุบันมีหลายรุ่นสามารถปรับได้) และความนุ่มของที่นั่งขึ้นอยู่กับความชอบ ดังนั้นควรทดลองนั่งก่อนตัดสินใจ

โซฟาทั่วไปจะมีส่วนที่นั่งลึกประมาณ 50-60 ซม.ส่วนใครที่ชอบนอนเล่นบนโซฟา หรือชอบนอนแนบอิงแบบสองต่อสองกับคนรัก แนะนำให้เลือกหาโซฟาที่มีความลึกเป็นพิเศษมาใช้ ซึ่งปัจจุบันจะมีความลึกอยู่ที่ประมาณ 80-90 ซม. นั่นเอง

 

 

บทความน่าสนใจ : จับตา 2 แบรนด์ไทย ชูความร่วมสมัยผ่าน ‘เสื่อ’

 

 

 

 

 

 

 

 

ร้านลาบบังเกอร์ ลาบสไตล์คนเหนือ จ.เชียงใหม่ ถูกใจวัยรุ่น

ร้านลาบบังเกอร์ ลาบสไตล์คนเหนือ จ.เชียงใหม่ ถูกใจวัยรุ่น

ร้านลาบบังเกอร์

บอกเลยว่าร้านนี้ ดูบ้าน ๆ ธรรมดาเหมือนจะไม่มีอะไร แต่วัยรุ่น จ.เชียงใหม่ มาร้านนี้กันเยอะมาก นั่นก็คือ ร้านลาบบังเกอร์ ลาบสไตล์คนเหนือ แปลกใจมากว่าวัยรุ่นติดใจอะไรกันที่ร้านนี้น้า เห็นจอดรถมากินกันเยอะมากเลย แล้วเราจะพลาดได้ไง 555+ ของชอบเลย ลาบเนี่ย แต่ลาบทางเหนือ บอกไว้ก่อนนะคะ จะไม่ค่อยเหมือนลาบทางอิสานเด้อ เดี๋ยวมาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่ทำให้โดนใจวัยรุ่นขนาดนี้

แค่เดินเข้ามาก็หอมเย้ายวนไม่เบา หืมมม หมกต่าง ๆ นานา ถ้าไม่บอกหลายคนอาจไม่รู้ว่าอยู่เชียงใหม่ 555+ ดูอิสานเหมือนกันนะเนี่ย กลิ่นหอมของใบเตยที่โดนไฟย่างอ่อน ๆ มันช่างหอมเหลือเกินค่ะทุกคน เดินไปก็ดูก่อนเลยว่ามีอะไรบ้าง

ร้านลาบบังเกอร์

อยากจะให้ดูเมนูซะก่อน งงไปเลยค่า 555 สั่งแทบไม่ถูก ทุกเมนูคือแทบจะไม่รู้จักเลยล่ะค่ะ แต่ที่เห็นได้ชัดถึงความแตกต่าง แปลกความแปลกของร้านนี้ นั่นก็คือราคาของเมนูอาหารร้านนี้ โอ้วโหว ไม่มีเมนูไหนเลยที่เกิน 20 บาท ขุ่นพระ! เรานี่ตกใจเบา ๆ ราคานี้จริงหรือเนี่ย แล้วเปิดแค่ช่วงเย็นด้วยนะคะ ก็คือเริ่มขายช่วง 16.00น.

เมนูต้ม ๆ ทำหม้อใหญ่มากเลยค่ะ แสดงว่าลูกค้าเยอะจริง คือแล้วยิ่งเห็นราคาแบบนั้น กับชื่อเมนูที่แปลกตาสำหรับเรา แทบจะติ๊กไปเกือบทุกเมนูค่ะทุกคน 555+ อยากลองทุกอย่างเลย ยิ่งชื่อแปลก ๆ ยิ่งรู้สึกว่าต้องลองแหละ เดี๋ยวจะพลาด

ร้านลาบบังเกอร์

ส่วนโต๊ะนั่ง ถ้าใครจะมานั่งที่ร้านก็สไตล์บ้าน ๆ แบบนี้เลยค่า เป็นพื้นยกสูงปูเสื่อ แล้วก็วางโต๊ะไว้ให้แบบนี้ มีติดเลขโต๊ะที่เขียนเป็นตัวอักษร ไม่ใช่ตัวเลขซะด้วย แนวมาก เข้าใจเลยว่าทำไมถึงถูกใจวัยรุ่นที่นี่

ลาบเนื้อดิบ

ร้านลาบบังเกอร์

เอ๊า อย่าว่าไป ที่เหนือเค้าก็มีลาบเนื้อดิบเหมือนอิสานเลยนะคะ หน้าตานี่คือเหมือนเด๊ะ แต่ว่าเนื้อที่เหนือนี่ไม่ใช่เนื้อวัวนะคะ คนที่นี่เค้าทานเป็นเนื้อควายกันค่ะ ใช่ค่ะ อ่านไม่ผิดค่ะ เนื้อควาย แท้ ๆ นี่แหละค่ะ ใครที่ชอบกินลาบเนื้อดิบก็ลองสั่งดูนะคะ ว่ามันต่างจากลาบเนื้อดิบอิสานหรือเปล่า

จิ้นส้มหมกใส่ไข่

ร้านลาบบังเกอร์

อีกเมนูนึงก็น่าลองเพราะชื่อเค้าแปลก คือเมนู จิ้นส้มหมกใส่ไข่ หน้าสีเหลืองแบบนี้ค่ะ รสชาติก็คือได้กลิ่นไข่ด้านหน้าน่ะค่ะ แล้วด้านในก็เป็นเนื้อ ๆ มัน ๆ หน่อย บอกไม่ถูกเลยค่ะ 555+ แต่ว่าก็อร่อยดีเราแนะนำนะคะ

แอ๊บอ่องออ

ร้านลาบบังเกอร์

อันนี้ก็เป็นเมนูหมกค่ะ เรียกว่า แอ๊บอ่องออ แต่มันคือหมกอะไรไม่รู้เลยค่ะ 555+ แต่คิดว่ามันน่าคือหมกหมูค่ะ เราว่าดีงาม อ่ะ ลองดูกันนะคะ

เมนูอื่น ๆ ที่เหลือก็หน้าตาประมาณนี้ค่ะ แต่อร่อยทุกเมนูคอนเฟิร์มค่ะ ใครที่สนใจอยากลองอาหารเหนือแบบ บ้าน ๆ เราแนะนำร้านนี้นะคะ ราคาไม่แรง แถมอร่อยด้วย แถมมีเมนูให้เลือกแปลก ๆ เยอะเลย ข้อดีคือ ราคาไม่แพง เราจะสั่งมาลองทุกเมนูยังได้เลยค่ะ ย้ำอีกครั้งว่าทุกเมนูราคาไม่เกิน 20 บาท ลำแต้ ๆ เน่อ

ร้านลาบบังเกอร์ ถ.เชียงใหม่-ลำพูน ต.วัดเกต อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่
พิกัด: Google Map

บ้านต้นไม้ แม่แมะ ที่พัก และร้านกาแฟ ท่ามกลางหุบเขา ที่สุดแสนจะธรรมชาติ คลิกเลย

บ้านต้นไม้ แม่แมะ ที่พัก และร้านกาแฟ ท่ามกลางหุบเขา ที่สุดแสนจะธรรมชาติ

บ้านต้นไม้ แม่แมะ ที่พัก และร้านกาแฟ ท่ามกลางหุบเขา ที่สุดแสนจะธรรมชาติ

บ้านต้นไม้ แม่แมะ

ที่พักแบบโฮมสเตย์ และมินิร้านกาแฟ ที่อยู่ท่ามกลางหุบเขาสูง ที่ได้สัมผัสวิวเขาแบบใกล้ชิดอย่าง บ้านต้นไม้ แม่แมะ บอกเลยค่ะว่า มันฟินมาก ๆ เจ้าของที่พักเล่าให้ฟังว่า สร้างที่นี่ขึ้นมาเพื่ออยากให้ทุกคนได้มาใกล้ชิกกับบรรยากาศบนหุบเขา แบบที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน เส้นทางสามารถขับรถขึ้นมาจอดด้านบนได้เลยค่ะ อากาศดีมาก มองไปแล้วเหมือนรอบตัวถูกล้อมรอบไปด้วยป่าเขา มันดีจริง ๆ เลยค่ะทุกคน

ใครที่ไม่ได้มาพักก็สามารถมาสั่งกาแฟบนดอย แล้วมานั่งจิบเพลิน ๆ กันที่ลานกว้างด้านล่างของบ้านต้นไม้นี้ได้นะคะ นอกจากเมนูกาแฟแล้ว ก็ยังมีแนะนำ อย่างนมน้ำผึ้ง จะดื่มแบบร้อน หรือเย็น ก็นุ่มคอสุด ๆ ไปเลยค่ะ ขอบอกเลยว่าเป็นอีกเมนูที่เหมาะสำหรับการมาจิบท่ามกลางบรรยากาศหุบเขาแบบนี้ เพราะได้กลิ่นหอมของน้ำผึ้งป่า อินไปกับธรรมชาติแบบดีกรุบ

ที่นี่จะมีห้องพักเพียงไม่กี่ห้องเท่านั้นนะคะ และที่นี่ช่วงก่อนที่จะมีโรคระบาด ชาวต่างชาติได้ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ที่จะขึ้นมาพักที่บ้านต้นไม้แห่งนี้ เพราะที่นี่เหมือนได้ใกล้ชิดหุบเขาแบบที่สุดแล้วล่ะค่ะ ใครสายเขานี่ต้องหลงรักอย่างแน่นอน การเป็นอยู่ของที่นี่ก็ยังมีความเป็นอยู่แบบชาวเขาพอสมควรนะคะ แต่ก็มีสิ่งอำนายความสะดวกเข้าถึงแล้วหลายอย่างค่ะ ใครกังวลเรื่องจะอยู่ลำบาก บอกเลยว่าไม่ต้องกังวล ที่นี่ถึงแม้จะดูธรรมชาติ แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ครบนะคะ

บ้านต้นไม้ แม่แมะ

ชอบสุดคือห้องพักห้องริม เพราะจะได้เห็นวิวภูเขาแบบเต็มตา ตื่นมาพร้อมกับความเขียวของต้นไม้สูงมากมาย ภายในห้องไม่มีแอร์ ไม่มีมุ้งลวดนะคะ เปิดโล่งไปเลยค่า แต่ไม่ร้อนแน่นอนค่ะ เพราะที่นี่อยู่ใกล้ต้นไม้ และลำธาร อากาศดีตลอดทั้งวัน ส่วนใครที่กลัวว่าจะมียุง เค้าก็มีมุ้งให้ค่ะ ตอนกลางคืนสามารถกางมุ้งลอบที่เตียงก่อนเข้านอนได้เลย นอนพร้อมกับเสียงต้นไม้ เสียงนก เสียงแมลงแบบตามชาติ นึกถึงเวลาที่เรานอนไม่หลับแล้วต้องเปิด Sound ในยูทูปให้มีเสียงธรรมชาติไว้แบบนั้นเลยค่ะ งู้ยย ดีต่อใจ

ห้องน้ำที่นี่ก็สะอาดสะอ้าน ดูแลความสะอาดได้ดีมากเลยค่ะ แถมมีเครื่องทำน้ำอุ่นให้ด้วยนะคะ เราคนนึงที่ไม่ชอบอาบน้ำเย็น 555+ คือเหมาะมาก เพราะบางที่ถ้าเป็นที่พักแนวนี้ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีเครื่องทำน้ำอุ่นให้ค่ะ เราว่าที่นี่โอเคเลย สะดวกสบาย ไร้กังวลเด้อ

บ้านต้นไม้ แม่แมะ

ถ้ายืนอยู่ฝั่งด้านบนแล้วมองลงไปตรงโถงด้านล่างก็จะเป็นโถงกว้างชั้นสอง นะคะ จะเห็นว่ามีกองไฟให้ด้วย และเก้าอี้ไม้ไผ่ แบบบ้าน ๆ เลย ตามวิถีชาวเขาอย่างที่เราบอก ลองนึกถึงบรรยากาศยามค่ำคืนที่ ที่เจอกับอากาศเย็น ๆ แล้วนั่งผิงไฟล้อมวงแชร์ประสบการณ์ให้คนที่พักที่นี่ได้เล่าสู่กันฟัง จะมาคนเดียว มาเป็นคู่ หรือมาเป็นหมู่ก็แฮปปี้ไม่ต่างกันค่ะ หรือไม่แน่อาจมีคนได้แฟนจากการมาพักที่นี่ก็เป็นได้ 555+

ลานด้านล่างก็จะมีโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลางให้นั่งมองดูวิวหุบเขากันได้อย่างเต็มตา เพราะฝั่งที่หันหน้าเข้าหาเขาคือเปิดโล่งมาก เหมือนลานกลางบ้านแบบสมัยก่อนเลยค่ะ เราชอบนะ เวลาที่เดินไป-มา ก็ได้ส่งยิ้มทักทายกันไป เอาจริง ๆ คืออากาศที่นี่ดีมาก ร่มเย็นสบาย แทบจะบอกได้ว่าไม่ร้อนเลยก็ว่าได้ค่ะ มาทีนี่ไม่อยากจะกลับลงไปด้านล่างเลยล่ะค่ะ 555+

สำหรับชั้นสองที่เดินลงมานี่ เราว่าเป็นโซนสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ นั่งมองต้นไม้เพลิน ๆ แล้วชั้นนี้ก็เป็นชั้นที่สำหรับเอาไว้นั่งรับประทานอาหารเช้าด้วยค่ะ ใครจะอยากนั่งชิลก็นั่งได้เลย ใครอยากเอนตัวนอนเปลฟินก็ได้ คือดีมาก และบ้านนี้ที่เรียกว่าบ้านต้นไม้ เพราะบ้านทั้งหลังนี้ทำจากต้นไม้จริงทั้งหมดเลยค่ะ ทั้งต้นเสา ทั้งพื้น ทั้งห้อง ฝาห้องทุกอย่าง

หากเดินลงไปอีกชั้นก็จะเป็นทางบันได้ที่มีการสร้างผ่านไหล่เขาลงไปอีกชั้น ทางแบบแปลกตาดีค่ะ ไม่เคยแบบนี้มาก่อนเลย เราจะมองเห็นชั้นดินแบบธรรมชาติจริง ๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะสร้างได้ใหญ่ขนาดนี้นะคะ จุดนี้อาจทำให้กลายเป็นความสนใจของเหล่าบรรดานักเดินทางเลยว่าได้ค่ะ

บ้านต้นไม้ แม่แมะ

พอเดินลงบันได้มาแล้วก็จะมีโต๊ะที่จัดวางไว้ให้นั่งได้ ถ้าใครไม่ชอบอยู่ลานกว้างก็สามารถมานั่งมุมนี้ได้เลยค่ะ แล้วผนังที่ตีด้วยไม้ไผ่เรียงรายสวยงาม เวลาถ่ายรูปออกมาแล้วก็สวยไปอีกแบบนะคะ ถือเป็นมุมที่ดีอีกมุมที่เหมาะกับการมานั่งพักกายพักใจอ่ะเนอะ

บ้านต้นไม้ แม่แมะ

หลุดจากทางเดินใต้บันไดมาก็จะเจอกับลานกว้างอีกลานที่อยู่ถัดจากชั้นบน ลานนี้กว้างโล่งสบายตาดีจริง ๆ ค่ะ น่าพกหมอนกับเสื่อมาปูนั่ง นอนเล่นได้เลยในเวลาที่ไม่ค่อยมีคน ที่นี่ค่อนข้างเงียบสงบ จะได้ยินเพียงเสียงลมลู่กับใบไม้ที่พัดปลิวมาเป็นระยะ เราว่าคนที่ช่วงหน้าหนาว คงได้หนาวจับใจไปกับวิวทะเลหมอกกันแน่ ๆ เลยค่ะ แค่คิดก็ฟินแล้วเนี่ย

บ้านต้นไม้ แม่แมะ

ด้านนี้ก็เป็นฝั่งขอบระเบียง ก็จะมีเก้าอี้บาร์ให้นั่งชมวิวแบบนี้ มุมนี้ก็คือดีไม่แพ้มุมอื่น ๆ เลยค่ะ งื้อ นึกแล้วก็อยากจะกลับไปอีกสักครั้ง 555+

บ้านต้นไม้ แม่แมะ

ความฟินของที่นี่ก็คือต้นไม้ ภูเขา ท้องฟ้า บรรยากาศธรรมชาติแบบใกล้ชิดหุบเขาของจริงแบบนี้แหละค่ะ ที่เป็นเสน่ห์ของที่นี่ เราว่าถ้าใครคิดจะมาเที่ยวที่เชียงดาว ลองมาพักที่นี่ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีนะคะ ส่วนทางขึ้นมาบนต้นไม้นั้นอาจจะแคบไปนิด แต่รถใหญ่สามารถขึ้นมาได้ถึงด้านเลยนะคะ เราว่ามันคุ้มค่าที่จะมามาก

การขับรถขึ้นมาบนนี้มีข้อแนะนำว่าให้บีบแตรตรงทางโค้งทุกโค้งนะคะ เนื่องจากทางค่อนข้างแคบ เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของรถที่ขึ้นลงเส้นทางนี้ค่ะ

บ้านต้นไม้ แม่แมะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
พิกัด: Google Map
ติดต่อที่พัก Facebook Page: บ้านต้นไม้แม่แมะ Tree House Hideaway

 

แปลงสวนดอกไม้ หลากหลายสีสัน ที่ I love Flower Farm คลิกเลย

Taroko National Park อุทยานหินอ่อนที่ไต้หวัน

Taroko National Park อุทยานหินอ่อนที่ไต้หวัน

taroko
อุทยานแห่งชาติทาโรโกะ (Taroko National Park) หรือที่ชาวไต้หวันเรียกว่า “ไท่หลู่เก๋อ” อุทยานเขาหินอ่อน ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้น ๆ ในไต้หวันค่ะ อุทยานแห่งนี้มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ในไต้หวัน มีพื้นที่ทั้งหมดกว่า 1,200 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัดได้แก่ ฮัวเหลียน ไทจง และหนานโถว

ความโดดเด่นของอุทยานแห่งนี้คือ เป็นยอดเขาสูงที่เกิดจากหินปูนและหยกเป็นส่วนใหญ่ มีความความแคบ และมีหน้าผาที่ชันซึ่งถูกกัดเซาะจากลำธารมาเป็นเวลานานกว่า 200 ล้านปี ระหว่างภูเขาหินปูนสูงตระหง่านนั้นมีลำธารสีฟ้า สดใส สะอาดตา ไหลผ่านตามซอกหิน ภาพที่เราได้เห็นนั้น คือ ภูเขาหินปูสีขาว ที่ถูกตัดด้วยต้นไม้สีเขียวสดใส เมื่อมองไปด้านล่างเห็นแม่น้ำสีฟ้าสวยงาม เรียกว่าไม่ว่าจะมองไปทางไหน ที่อุทยานแห่งนี้ก็มีทัศนียภาพที่สวยงดงาม และหาชมได้ยาก ทำให้อุทยานแห่งนี้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดผู้คนให้มาเยี่ยมชมได้เป็นอย่างมาก

taroko

กิจกรรมต่าง ๆ ที่ผู้คนนิยมมาทำกันที่นี่ ที่นิยมที่สุดนั่นก็คือการเดินเที่ยวชมโดยรอบอุทยาน และนอกจากนี้ก็ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ อีก เช่น การปีนเขา และการปั่นจักรยานค่ะ เส้นทางชมธรรมชาติมีอยู่หลายเส้นทางดังนี้

Shakadang Trail เส้นทางนี้ถูกสร้างขึ้นตามแนวหน้าผาริมแม่น้ำ Shakadang บางช่วงเป็นทางที่ตัดผ่านใต้แนวหินให้มุมมองใหม่ในการเดินชม

Cr. Pinterest

อุโมงค์ 9 โค้ง (Tunnel of Nine Turns) เป็นเส้นทางสำหรับการเดินชมหน้าผาหินปูขนาดใหญ่ ที่มองไปเบื้องล่างจะเห็นแม่น้ำหลีหวู่ ที่ไหลผ่าตัดกลางหุบเขาที่คดเคี้ยว จุดไฮไลท์ของเส้นทางนี้คือสะพานแดง Tsihmuchiao หรือ The Bridge of the Kind Mother ซึ่งมีความโดดเด่นตัดกับสีขาวเทาของเขาหินปูน

Baiyang Trail เส้นทางนี้มีจุดเด่นคือน้ำตก Baiyang ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1984 มีทางเดินบางช่วงที่เป็นอุโมงค์ที่ค่อนข้างมืดแนะนำควรพกไฟฉายติดตัวไปด้วยเพื่อการเดินที่ปลอดภัย

taroko
Cr. Pinterest

นอกจากเส้นทางเดินชมธรรมชาติต่าง ๆ แล้วยังมีจุดถ่ายรูปอื่น ๆ ที่น่าสนใจค่ะ เช่น ซุ้มประตูทางเข้าอุทยาน เมื่อมาถึงที่อุทยานแห่งนี้ สิ่งแรกที่ทุกคนจะต้องผ่านก็คือที่นี่นั่นเอง ลักษณะเป็นซุ้มประตูสไตล์จีนโบราณ มีเสาสีแดงเข้มสีต้น หลังคามุงกระเบื้องสีเหลือง ถือว่าเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาแวะถ่ายรูปกันจุดหนึ่งในอุทยานค่ะ

Cr. Pinterest

Changchun Shrine หรือ Eternal Spring Shrine เป็นอีกหนึ่งจุดที่ถือเป็นแลนด์มาร์คของที่นี่ ความโดดเด่นคือมีศาลเจ้าแบบจีนโบราณตั้งอยู่บริเวณริมผา โดยที่มีสายน้ำตกไหลลงมาสู่เบื้องล่าง เป็นภาพที่สวยงามมากค่ะ ศาลเจ้าแห่งนี้ได้สร้างเอาไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์เพื่อรำลึกให้แก่ผู้ที่สร้างทางหลวงสร้างเกาะกลางที่ตัดผ่านอุทยานทาโรโกะแห่งนี้นั่นเอง

อุทยานแห่งนี้โดยปกติจะไม่ได้เปิดให้ชมตลอดปีนะคะ แต่จะมีปิดในช่วงหน้าฝน ซึ่งอาจจะเกิดพายุ หรือแผ่นดินไหว ทำให้มีหินตกลงมาอาจจะสร้างอันตรายให้กับนักท่องเที่ยวได้ เช็ครายละเอียดได้ที่นี่ คลิก 

การเดินทาง

จาก Taipei Main Station นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Hualian
รถไฟธรรมดา (TRA) ใช้เวลา 5-6 ชั่วโมง ค่าโดยสารประมาณ 800-900 NT
รถไฟความเร็วสูง (THSR) ใช้เวลา 2 ชั่วโมง ค่าโดยสารประมาณ 1,500 NT
จากนั้นต่อรถไปยังอุทยานโดยจะสามารถนั่ง Taroko Tourist Shuttle Bus หรือเรียกใช้บริการรถ Taxi ที่บริเวณหน้าสถานีก็ได้
เวลาเปิด-ปิด : 08.30-17.00 น.
อัตราค่าเข้าชม : ฟรี

 

 


พาเดินชิล ๆ ที่อุทยานเย่หลิว (Yehliu Geopark) คลิก

 

 

เติมพลัง ยามเช้าด้วย 10 วิธีง่าย ๆ

0

เติมพลังยามเช้าด้วย 10 วิธีง่าย ๆ

ยามเช้าเมื่อเราลุกมาจากที่นอนรู้สึก ” หมดพลัง ” มั้ย ? เพราะสำหรับหลาย ๆ คนมันคงเป็นเรื่องที่ยากมาก ยังมีความมึน อึน ๆ กว่าตัวเองจะตื่นได้เต็มที่ก็แทบจะกินเวลาไปหลายนาทีอยู่ใช่มั้ยละ บางคนก็ล่อไปเป็นชั่วโมงเลยทีเดียว ตอนแรกกะจะงีบอีกสักแปป ประมาณ 10 นาที แต่ดันเผลอลากยาวไปเลยจ้า 555 เราลองปรับเปลี่ยนกันดูดีมั้ย เพราะวันนี้เรามีวิธี เติมพลัง ที่จะทำให้ทุกคนหมดปัญหาเรื่องพวกนี้และสามารถรับมือกับมันได้ทุกเช้าได้เป็นอย่างดี

 

1. เสียงเพลงนาฬิกาปลุก

ลองใช้เสียงเพลงที่ชอบตั้งปลุกดู แต่อย่าเอาเพลงช้านะ ไม่งั้นได้หลับต่อแน่ 555 เราใช้เพลงที่แบบพอมันปลุกหัวเราก็จะร้องเพลงต่ออะ แถมยังทำให้การตื่นนอนสดชื่นมากกว่าเสียงนาฬิกาปลุกแบบ ตื้ด ๆ ที่ตื่นมาแล้วน่าปวดหู ปวดหัวอีกแถมหงุดหงิดอีกด้วย รวมถึงมันยังช่วยทำให้อารมณ์ดีตอนตื่นด้วยนะ

Cr: Photo ios.gadgethacks.com
2. เปิดเพลง

พอลุกจากที่นอนได้แล้ว สร้างจังหวะชีวิตด้วยการเปิดเพลงดู ไม่วาจะเป็นแนวคลาสสิค R&B หรือ Hip hop จังหวะเพลงพวกนี้จะทำให้ร่างกายเราตื่นตัวมากขึ้น มีความกระฉับกระเฉง

Cr: Photo unsplash.com
3. ออกกำลังกายตอนเข้า

ออกกำลังกายเบา ๆ ยามเช้าจะทำให้ร่างกายได้เพิ่มพลังความสดชื่นให้กับเรา รู้สึกกระปรี้กระเปร่า เแต่อย่าออกกหนักมากจนเกินไปนะเดี๋ยวจะเหนื่อยแล้วง่วงเอาซะก่อน

Cr: Photo www.cigna.co.th
4. วางนาฬิกาปลุกให้ห่างเตียง

สังเกตเวลาเราเอานาฬิกาปลุกไว้บนหัวนอนดู เราจะชอบกดปิดหรือเลื่อนเวลาตื่นใช่มั้ยละ และการกระทำแบบนี้ทุกวันมันจะทำให้เรานอนต่อจนเป็นนิสัย ไม่ยอมลุก ฉะนั้นก็เอาวางไว้ให้ห่างเตียงจะดีกว่านะ เราจะได้ลุกเดินไปปิดด้วยแต่อย่ากลับมานอนต่อละ

เติมพลัง
Cr: Photo unsplash.com
5. ดื่มกาแฟ

ลองดื่มกาแฟหลังตื่นนอนดูค่ะ ถ้ายังรู้สึกว่าเรายังมีความง่วงอยู่เพราะหลังดื่มแล้วเราก็คงไม่อยากจะกลับไปนอนอีก อีกทั้งยังช่วยเป็นการเติมพลังให้เราพร้อมสำหรับการทำงานในวันใหม่ได้เต็มที่

เติมพลัง
Cr: Photo unsplash.com
6. เปิดม่านหน้าต่าง

สำหรับใครที่สามารถนอนเปิดม่านในช่วงกลางคืนได้ก็ขอแนะนำให้เปิดไว้นะคะ เพราะแสงตอนเช้าจะได้ลอดเข้ามาปลุกเรา ( แดดมันจ้าซะเหลือเกิน ) ทำให้เราลุกจากที่นอนได้อีกทั้งแสงอาทิตย์ยังให้วตามินดีต่อร่างกายด้วย

Cr: Photo unsplash.com
7. เข้านอนเป็นเวลา

การเข้านอนและตื่นนอนเป็นเวลานั้นสำคัญมาก ๆ เพราะนอกจากจะทำให้ร่างกายเราทำงานอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพแล้ว ช่วงที่เราตื่นมาเราจะรู้สึกสดชื่นมีพลังในการเริ่มต้นวันใหม่ แถมยังทำให้สุขภาพดีด้วยนะทุกโคนนนน

เติมพลัง
Cr: Photo magiclinen.com
8. ยิ้มให้ตัวเอง

ก่อนออกจากบ้านหัดยิ้มให้กับตัวเองทุกวัน เพราะนั่นคือพลังสีหน้าของเราที่จะทำให้เรามีความสุข

เติมพลัง
Cr: Photo sites.google.com
9. กินอาหารเช้า

มื้อเช้าของเรานั้นสำคัญมากค่ะ เราควร เติมพลัง ด้วยการหาอะไรรองท้องก่อน เราจะได้มีพลังงานในการทำงานในช่วงตลอดวัน พยายามอย่าอดอาหารในช่วงเช้านะคะ เพราะมันไม่ดีต่อสุขภาพเรามาก ๆ

เติมพลัง
Cr: Photo unsplash.com
 10. ยืดเส้นยืดสาย

อย่าลืมยืดเส้นยืดสายในตอนเช้า หลังจากที่เราได้นอนพักผ่อนมาตลอดทั้งคืน ให้ร่างกายเราได้มีการขยับอวัยวะกันบ้าง

เติมพลัง
Cr: Photo www.cigna.co.th
  • และนี่คือวิธีการเติมพลังในยามเช้าที่จะทำให้ทุกคนหมดความกังวลเรื่องปัญหาในการตื่นนอน ไม่สดชื่น ไม่กระฉับกระเฉงค่ะ ควรหมั่นทำให้เป็นกิจวัตรประจำวัน มันก็จะชินเป็นนิสัย ทำให้เรามีพลังในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในแต่ละวันได้ดี และมันสามารถทำให้เราไม่เพลีย เหนื่อยล้า หมดพลังในช่วงบ่ายด้วยค่ะ

” ความสุข ” หาได้ด้วยตัวเองใน 8 วิธี คลิกเลย

Silly Fools ปลดทุกพันธนาการ กับ 15 ปีแแห่งการหลงทางของวง

0

Silly Fools

คงต้องยอมรับว่า การแตกวงของ Silly Fools ครั้งนั้นเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการเพลง รวมถึงแฟนเพลงของพวกเขา เพราะว่ากันว่า นี่คือวงดนตรีที่ครบเครื่อง และลงตัวที่สุดแห่งยุค ฝีมือลายมือยอดเยี่ยมที่สุดของประเทศ ก็ลองคิดเอาแล้วกันว่ากว่า 15 ปี ที่แยกวงไป แต่เพลงของพวกเขายังคงถูกเปิดลถูกร้องตามจากทุกที่ จะรุ่นใหม่ รุ่นเก่า จะทันไม่หรือไม่ทันยุคนั้น ร้องเป็นกันเกือบหมด

เมื่อรักฉันเกิด ,บ้าบอ ,ไหนว่าจะไม่หลอกกัน ,เพลงนี้เกี่ยวกับความรัก ,จิ๊จ๊ะ หรือน้ำลาย และยังมีอีกมากมาย ที่ติดหู ติดปาก ของคนไทย และไม่ว่าเวลาจะผ่านมาไปนานแค่ไหน ทุกคนก็หวังว่า ซิลลี่ ฟูลส์ ยุคดั้งเดิมจะกลับมารวมกันได้อีกครั้ง

แต่สุดท้ายมันเป็นไปไม่ได้ ไม่ว่ายังไงก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เพราะปัญหา (ที่ไม่มีใครเคยได้รู้ความจริงว่า มันเป็นอย่างไรกันแน่) มันรุนแรงเหลือเกิน และยิ่งหากเราได้ดูช่องยูทูปของ ป๋าเต็ด-ยุทธนา อย่างรายการป๋าเต็ดทอล์ก ที่ได้เชิญทั้ง 2 ฝ่ายมานั่งพูดคุยกันความยาวกว่า 3 ตอนใน BREAK-UP แยกวง SERIES ep.11-13 ก็จะเข้าใจว่ามัน “เป็นไปไมได้จริง ๆ

Silly Fools
ภาพจาก Live ของ หรั่ง-เทวฤทธิ์ ศรีสุข

ปมในใจที่ถูกเคลียร์

แต่ล่าสุดก็เหมือนจะมีการเคลียร์ปมในใจต่าง ๆ เกิดขึ้น หลังจากที่ Silly Fools ยุคใหม่ได้ปล่อยเพลงที่มีชื่อว่า “แพ้ความอ่อนแอ” และมีเสียงตอบรับที่ดีมาก จนแฟนเพลงบอกว่า ในที่สุดวงก็กลับมาสู่จุดที่ควรจะเป็นอีกครั้ง หลังจากนั้นไม่นาน หรั่ง-เทวฤทธิ์ ศรีสุข มือเบสของวง และเป็น 1 ในคนที่สนิท และเกลียดโตที่สุด ได้ออกมาไลฟ์ รวมกับ ริม และ ต่อ นักร้องนำของวง และได้กล่าวถึง โต ไว้ว่า

“ไอ้โต คือทุกวันที่ผ่านมาที่ไม่มีมึงเนี่ย พวกกูเป็นหัวหมาที่โดนตัด เดินกุกกักๆ ไม่รู้ทิศรู้ทางมาจนถึงทุกวันนี้ ล้มบ้างลุกบ้าง วันนี้ กูมีความอิสระแล้ว กูจะไม่จองเวรจองกรรมกับมึงแล้ว ขอให้มึงมีความสุขกับชีวิตมึงนะ กูก็จะเดินในทางใหม่ของพวกกูทั้งหมด…

สิ่งที่มึงทำกับกู หรือกูทำกับมึง กูจะอโหสิกรรมให้มึงหมด กูจะไม่จองล้างจองผลาญมึงเหมือนที่กูบอกกับอากู๋ว่ากูจะจองล้างจองผลาญมึงทุกชาติ กูขอถอนคำพูด ขอเลิกคำนี้ มีชีวิตที่ดีเพื่อน”

ก็เรียกว่า แฟน ๆ ก็ร่วมยินดี แม้ว่าวงจะไม่กลับมารวมกัน แต่พวกเขาก็ยอมให้อภัยซึ่งกันและกันได้ วันนี้ เราเลยอยากจะมาพูดถึง อัลบั้มของ ซิลลี่ ฟูลส์ ในช่วงที่ไร้โต-ณัฐพงษ์ และเป็นช่วงที่ หรั่ง-เทวฤทธิ์ บอกว่าเป็นการเดินทางที่ กุกกัก ๆ นั้น เป็นอย่างไร ออกมากี่อัลบั้ม และมีเพลงอะไรฮิตบ้าง

Silly Fools

Silly fools และเบนจามิน กับการเริ่มใหม่อีกครั้ง

วงทุกวงไม่มีใครอยากเปลี่ยนักร้อง จริง ๆ แล้ว ก็คงไม่มีใครอยากจะเปลี่ยนสมาชิกในวงเลยแม้แต่ตำแหน่งเลยแม้แต่ตำแหน่งเดยว แต่ในเมื่อทุกอย่าง มันเป็นไปแล้ว ก็มีแต่ต้องเดินไปข้างหน้า หลังจาก ออกอัลบั้มชุดที่ 5 : Kingsize ซึ่งเป็นชุดสุดท้ายที่มี โต เป็นนักร้องนำ พวกเขาก้ต้องหานักร้องใหม่

จนสุดท้าย ปู-แบล็คเฮด ก็ได้แนะนำ เบน-เบนจามิน จุง ทัฟเนล ให้มาลองเทสกับวง และสุดท้ายก็ได้เข้ามาเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการพร้อมปล่อย E.P. อัลบั้ม mini ออกมาในปี 2550  ซึ่งเป็นเพลงภาษาอังกฤษหมดเลย

โดยมีเพลงเด่นอย่าง Stay Away เพลงร็อคในทำนองและเสียงร้องที่ดูแปลกหู แต่ในพาร์ทของดนตรี ยังคงแน่น และอุดมไปด้วยคุณภาพเช่นเดิม

ก่อนที่อีก 1 ปีต่อมาก Silly Fools อัลบั้มเต็มชุดที่ 6 ที่มีนักร้องใหม่อย่างเป็นทางการก็ถูกปล่อยออกมาในนาม The One ซึ่งก็มีเพลงที่ติดหูหลายเพลง อาทิ เราเป็นคนเลือกเอง ,โง่ หรือ เหนื่อยแล้ว เท่านั้นไม่พอพวกเขายังได้ออกอัลบั้มคู่ขนานที่เปลี่ยนเนื้อร้องเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดชื่อว่า The One Limited Edition

จากนั้นทางวงการเดินมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง หลังแยกออกจาก R.S. และมาเป็นศิลปินอิสระ พร้อมกับปล่อยเพลงมา 2 ซิงเกิ้ล คือเพลง สูญญากาศ (หลังปล่อยเพลงนี้ได้ซักพัก ต่อ-ต่อตระกูล มือกลองได้ขอลาออก และได้รัต-โกบายาชิ มาทำหน้าที่แทน)

และอีกเพลงชื่อว่า Standing tall ซึ่งเป็นซิ่งเพลงภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นเพลงที่แต่งขึ้นมาในช่วงออกที่ออกทัวร์กับกลุ่มศิลปินที่มีชื่อว่า “Rock Rider” ประกอบไปด้วย ซิลลี่ ฟูลส์ ,แด็ก บิ๊กแอส และแอร์บอร์น

Silly Fools

เปลี่ยนแปลงอีกครั้ง สู่เสียงร้องที่คุ้นเคย

เป็นอีกครั้งที่พวกเขาต้องเปลี่ยนแปลง ตำแหน่งสำคัญอย่าง Frontman หรือนักร้องนำของวง หลังจจากที่ เบนจามิน ประสบอุบัติเหตุขณะที่เล่นฟุตบอล และต้องพักรักษาตัวระยะยาว ทำให้เขาต้องขอลาออกจากวงไป ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะแฟน ๆ ก็เริ่มคุ้น และปรับตัวเข้ากับเสียงของ เบน ได้แล้วแท้ ๆ

แต่ทั้งนี้ และทั้งนั้น เหมือนโชคชะตานำพา เมื่อทาง วงได้ตัดสินใจประกาศออดิชั่นนักร้องนำเข้ามาสู่วง และแม้จะได้นักร้องมาแล้วก็ปิดข่าวเรื่อยมา จนมาเปิดตัวพร้อมกับเพลงใหม่ของพวกเขาในปี 2559 กับซิงเกิ้ลที่มีชื่อว่า “แป๊ะอย่าร้อง” ในสังกัด Me Records

ซึ่งเมื่อได้ยินเสียงของนักร้องใหม่ครั้งแรกถึงกับต้องอุทาน เพราะมันเหมือนกับเสียงของ โต นักร้องคนแรก ซึ่งเป็นเสียงที่ถูกจดจำมาจนทุกวันนี้มาก ๆ เหมือนจนแยกแทบไม่ออก ถึงได้บอกว่า เหมือนกับโชคชะตาได้นำพา ริม-กฤษณะ ปานดอนลาน ให้เข้ามาสู่วง

ซึ่งหลังจากการเข้ามาของ ริม วงก็เริ่มกลับมามีงาน มีชื่อเสียงขึ้นมาอีกครั้ง มีคอนเสิร์ตใหญ่รวมกับวง Zeal ที่ชื่อว่า Zealy Fools Concert และแม้จะยังไม่ได้ปล่อยอัลบั้มเต็มออกมา แต่พวกเขาก็ทยอยปล่อยซิงเกิ้ลใหม่เรื่อย ๆ แม้ความห่วงของแต่ละซิงเกิ้ลจะใช้เวลาหลักปีก็ตาม

จงเรียกเธอว่านางพญา

ทั้ง “จงเรียกเธอว่านางพญา” เพลงสนุก ๆ ที่ยิ่งโชว์ให้เห็นถึงเสียงของริมที่คล้ายกับโตเหลือเกิน โดยเพลงนี้ถูกปล่อยมาในปี 2560 จากนั้นในปี 2561 ก็ปล่อยเพลงที่ชื่อว่า 20 ตุลา เพลงเนื้อหาชวนดิ่ง ที่ต้น-จักริน จูประเสิรฐ มือกีต้าร์ระดับตำนานของวง แต่ขึ้นจากความรู้สึกที่คิดถึงลูกสาว ซึ่งเพลงนี้ ริม ยังใช้เสียงร้องที่ต่างออกไปจากเดิม

ก่อนที่ปี 2563 เพลงที่ชื่อว่า “Orange” จะถูกปล่อยออกมา ซึ่งหากไม่ตั้งใจฟังดี ๆ หรือเปิดเนื้อเพลงขึ้นมา ก็คงจะไม่รู้ว่าเพลงนี้ มีความหมายว่าอะไร และท่อนฮุกมันออกเสียงยังไงก็แน่ ซึ่งเป็นเพลงที่ริม แต่งขึ้นมาโดยพูดถึงแมวของเขาที่ชื่อว่า orange

แพ้ความอ่อนแอ

และล่าสุดกับเพลง “แพ้ความอ่อนแอ” ที่เพิ่งปล่อยออกมา (2564) เพลงที่ปลดล็อคทุกอย่าง ทั้งเนื้อหาของเพลง ทั้งของวงเอง ทั้งตัวของหรั่ง ที่สุดท้ายก็ก้าวข้ามผ่านความรู้สึกแย่ ๆ และสามาเรียก โต ว่าเพื่อนได้อีกครั้งอย่างเต็มปาก

แพ้ความอ่อนแอ เพลงที่ทุกคนบอกว่านี่คือ ซิลลี่ ฟูลส์ ยุคดั้งเดิม นี่คือ Silly Fools ที่จะกลับมา ท็อปฟอร์มอีกครั้ง และหลังจากเพลงปล่อยมาได้ 5 วัน ก็มียอดวิวขึ้นไปแตะ 4 ล้านเข้าไปแล้ว และเพลงนี้เองที่อาจจะเป็นความหวัง และเป็นการเปลี่ยนแปลงที่จะพลิกให้พวกเขากลับขึ้นไปสู่จุดที่ควรจะเป็นอีกครั้ง หลังจากหลงทางมากกว่า 15 ปี เต็ม ๆ

พาไปรู้จัก Han ผู้ชายที่ฟื้นคืนชีพจากความตายใน Fast & Furious

0

#JusticeForHan

สำหรับแฟน ๆ หนังแอ็คชั่น สายซิ่งอย่าง Fast & Furious คงจะรู้สึกตื่นตาตื่นใจไม่น้อยกับตัวละคร Han ผู้ชายที่ฟื้นคืนชีพจากความตายใน Fast & Furious 9 ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวละครที่สร้างความผูกพันธ์ให้กับแฟนหนังเฟรนไชส์อย่างฟาสต์แอนด์ฟิวเรียสไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะถึงขนาดมี #JusticeForHan เพื่อเรียกร้องการกลับมาของตัวละครตัวนี้กันเลย

Han
CR.www.imdb.com

แต่ในครั้งนี้เราไม่ได้จะพาผู้อ่านชาว Inzpy ไปไล่ไทม์ไลน์เรื่องราวชีวิตของฮานในภาพยนตร์ฟาสต์แอนด์ฟิวเรียสแต่อย่างใด แต่เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับ Sung Kang (ซุงคัง) ผู้ชายลุคอบอุ่นที่มารับบทเป็นขาซิ่งชาวเอเชียของแก็งค์เร็วแรง…ทะลุนรกกัน

นักแสดงสายเลือดเกาหลี ในอเมริกา

Han
CR. FB : Sung Kang

ซุงคัง หรือชื่อเต็มของเขาก็คือ คัง ซองโฮ (Kang Sung Ho) แค่ชื่อนามสกุลก็ชัดเลยว่าเป็นชาวเกาหลีใต้นั้นเอง โดยซุงคังเกิดที่เมืองเกนวิลล์ รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอมเริกา และเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นเขาได้ย้ายไปอยู่แคลิฟอร์เนีย และจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยยูซีแอลเอ ด้านวิทยาศาสตร์การเมือง แต่สุดท้ายเขาก็สนใจด้านการแสดงมากกว่าสาขาด้านที่เรียนจบมา แถมยังมีร้านอาหารชื่อ Saketini ที่อยู่ในแอลเอเป็นของตัวเองอีกด้วยนะ

เมื่อปี 2001 เขาก็ได้เริ่มงานแสดงในฐานะนักแสดงสมบทจากภาพยนตร์เรื่อง Pearl Harbor และในปี 2002 ก็ได้ร่วมงานกับผู้กำกับจัสติน ลิน กับบทบาทที่โดดเด่นมากขึ้นในเรื่อง Better Luck Tomorrow แถมทำให้เขาได้รับคำชมอย่างล้นหลาม

Han
CR. www.rottentomatoes.com

และก็ได้ร่วมงานกับผู้กำกับจัสติน ลิน อีกครั้งในเรื่อง The Fast and the Furious : Tokyo Drift จากนั้นซุงคังก็มีผลงานการแสดงออกมาให้เราได้ชมกันอีกหลายเรื่องเลยทีเดียว แน่นอนว่าในหนังเฟรนไชส์ของ Fast & Furious ในภาค 4,5,6 และการกลับมาในภาค 9 ด้วย และเรื่องอื่น ๆ อีกมากมายเช่น Live Free or Die Hard ในปี 2007 / Ninja Assassin ในปี 2009 / Code 8 ในปี 2020

โตเกียวดริฟ
CR. TW : @FastFamily

Han

ขาซิ่งทั้งในจอและนอกจอ

นอกจากผลงานการแสดงที่โดดเด่นแล้ว อีกสิ่งที่เราเห็นกันได้ชัดมาก ๆ กับความชอบของเขาคนนี้คือ “รถ” นั้นเอง เรียกได้ว่าเป็นขาซิ่งทั้งในจอและนอกจอเลยก็ว่าได้ เพราะใน Project “Underdog” ซึ่ง Project นี้ของเขาเป็นการให้โอกาสเด็กมัธยม Alhambra ในรัฐแคลิฟอร์เนียได้ทำงานร่วมกับเขา

Project “Underdog”
CR.www.carscoops.com

ในการนำรถ Ford Maverick ปี 1971 มาแปลงโฉม ซึ่งก็คือรถเก่าที่ฮานเคยใช้มันในการส่องทีมค้ายาของเรเยสในฟาสต์ภาคที่ 5 นั้นแหละ โดยมี Datsun 240Z ปี 1972 รถคู่ใจของซุงคังเองเป็นต้นแบบ ซึ่งเจ้า Datsun 240Z คันนี้ก็เป็นรถที่ซุงคัง และเพื่อนเขาอย่าง Michael Jen และ Greg Hwang ช่วยกันตามหารถเก่ากว่า 40 ปีคันนี้ และได้ Steve Strope ผู้เชี่ยวชาญในด้านการทำรถยนตร์มาช่วยกันตกแต่ง ยกเครื่องแปลงโฉม และได้เปิดตัวในงาน SEMA Show 2015 ด้วย

Ford Maverick ปี 1971 ที่ถูกจับแต่งหล่อ และจับใส่เครื่องยนต์ 2.3 ลิตร EcoBoost 4 สูบ ที่มาจาก Mustang Gen 6 ก็สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ SEMA Show 2015 เรียกได้ว่าเป็นเซียนรถทั้งในบทบาทที่ได้รับในภาพยนตร์ รวมทั้งในชีวิตจริงด้วย

Project “Underdog”
CR.www.carscoops.com

แถมจุดประสงค์ของ Project ในครั้งนี้ก็เพื่อเป็นอีกแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ ได้ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ แหม ! หล่อ อบอุ่น รักน้องหมา แถมยังใจดีให้โอกาสเด็ก ๆ อีกด้วย แบบนี้จะไม่ให้สาวเล็กสาวใหญ่หลงกันได้ยังไงหล่ะ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by sung kang (@sungkangsta)


ใครที่ชอบอกชอบใจเฮียซุงคัง ก็อย่าลืมไปรับชมการกลับมาแบบหล่อ ๆ ของเฮียในบท Han กันได้ในภาพยนตร์ Fast & Furious 9 เข้าฉายแล้วทุกโรงภาพยนตร์ หรือจะอยากติดตาม IG : sungkangsta Facebook : Sung Kang Twitter : @sungkang ของเขา Inzpy ก็เอามาฝากกันด้วยนะ ตามไปฟอลกันได้เลย

 

 

อีเจฮุน

 

 

 

 

ไอเดียแฟชั่นวันสบาย ๆ ของคุณผู้ชาย สไตล์อปป้า Lee JeHoon คลิกเลย

 

ขอขอบคุณข้อมมูลจาก

https://www.facebook.com/2007331706232995/posts/2087581288208036/

https://auto.mthai.com/celeb/25187.html

https://mgronline.com/live/detail/9600000038661

https://www.autoblog.com/article/fuguz/