Home Blog Page 1144

Item เครื่องสำอาง แต่งหน้ารับหน้าหนาวของสองสาว Lee Suhyun & LeeHi

Item อุปกรณ์แต่งหน้า

นอกจากเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เชื่อเลยว่า เครื่องสำอาง ก็ถือเป็นอีก Item สำคัญที่สาว ๆ หลายคนขาดไม่ได้เลย เพราะการได้แต่งหน้าแต่งตัวดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ เป็นอีกหนึ่งความสุขของผู้หญิงเราเลยก็ว่าได้ แถมสมัยนี้หลายแบรนด์ยังทำอุปกรณ์แต่งหน้าออกมาหลากหลายรูปแบบ ทำเอาเลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว

Inzpy เลยจะพาไปส่อง Item เครื่องสำอางบางส่วนของสองสาว Lee Su-hyun และ LeeHi กัน บอกเลยว่าไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะอย่างที่รู้กัน เรื่องแต่งหน้าแบบเป๊ะปังหลากหลายสไตล์เนี่ยต้องยกให้สาว ๆ เกาหลีเค้าเลยแหละ เพราะไม่ว่าจะฤดูไหนเทศกาลอะไรเค้าก็สามารถครีเอทลุค Make up ได้น่ารักน่ามองสุด ๆ ถ้าพร้อมแล้วตามมาเลย

Suhyun leehi
CR.Youtube : Leesuhyun

Part 1 Foundation & Concealer

เครื่องสำอาง
CR. Youtube : Leesuhyun
  • NARS Aqua Glow Cushion Foundation SPF23 PA++

เริ่มกันที่งานผิวด้วย NARS Cushion Foundation ที่จะช่วยปรับให้ผิวดูกระจ่างใส และดูสดชื่นอิ่มน้ำอยู่ตลอดวัน มีให้เลือกถึง 6 เฉดสีด้วยกัน แถมยังมีสาร SPF ช่วยป้องกันแสงแดดไม่ใหทำร้ายผิวอีกด้วย ราคาในไทยตอนนี้อยู่ที่ 1,400 บาท สามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ NARS

Cushion
CR. Youtube : Leesuhyun
  • Cologram TOK Cover Filter Cushion Set

Cushion ตัวต่อมาเป็นของแบรนด์สัญชาติเกาหลี ที่อาจจะเหมาะกับสาว ๆ ที่มีผิวโทนขาวกันซะหน่อย เพราะเค้ามีเพียง 2 เฉดสีผิวให้เลือก Cushion ตัวนี้จะช่วยปรับให้สีผิวดูเรียบเนียนสุขภาพดีและให้การปกปิดที่ดี ติดทนตลอดวัน สามารถใช้แป้งฝุ่นลงหลังจาก Cushion ได้โดยไม่เป็นขุย ราคาเกาหลีอยู่ที่ 26,000 วอน หรือประมาณ 740 บาท สาว ๆ คนไหนสนใจ สามารถดูรายละเอียดได้ที่ Cologram TOK

เครื่องสำอาง
CR. Youtube : Leesuhyun
  • NARS Radiant Creamy Concealer

คอนซีลเลอร์ตัวดังที่หลาย ๆ คนต้องรู้จักอย่างแน่นอน เพราะด้วยคุณสมบัติที่ช่วยเพิ่มการปกปิด หลังจากลง Cushion หรือรองพื้นไปแล้ว แถมยังมีเฉดสีมาให้เลือกกันแบบแน่น ๆ ถึง 26 เฉดสีกันเลยทีเดียว ตัวนี้ไม่ต้องพูดเยอะให้เจ็บคอเลย ราคาอยู่ที่ 1,400 บาท ใครอยากตำตามสาว Suhyun และ LeeHi จิ้มเลย NARS

Part 2 Shading

Shading
CR. Youtube : Leesuhyun
  • Cologram TOK Contouring Filter Shading

Shading ที่มาพร้อมกัน 2 เฉดในอันเดียว โดยสามารถใช้สี Light Peanut เพื่อ Shading ช่วงหัวคิ้วลงมาถึงสันจมูกเพื่อเพิ่มมิติให้จมูกดูชัดขึ้นมา ส่วนสี Natural Almond สามารถนำมา Contour กรอบหน้าเบา ๆ ให้หน้าดูเรียวคมชัด และมีมิติมากขึ้น เหมาะสำหรับสาว ๆ มือใหม่ที่เพิ่งหัดแต่งหน้ามาก ๆ ราคาเกาหลีอยู่ที่ 12,000 วอน หรือประมาณ 340 บาท สามารถดูรายละเอียดและสั่งซื้อได้ที่ Cologram TOK

Part 3 Eye Make up

eyeshadow
CR. Youtube : Leesuhyun
  • NARS Hardwired Eyeshadow

Eyeshadow สีเดี่ยวที่มีมาให้เลือกถึง 18 สี เม็ดสีแน่น ๆ เพราะตัวนี้เค้าผสมผสานชิมเมอร์และกิลเตอร์เพื่อความชัดของสีและช่วยเพิ่มความเปล่งประกายให้ดวงตา แถมแบรนด์เค้าเคลมมาว่าเนื้อเกลี่ยง่าย ให้ชั้นสีที่เสมอกันแน่นอน ติดทนนานด้วย ราคาอยู่ที่สีละ 900 บาท อยากได้สีไหนจิ้มเลย NARS

เครื่องสำอาง
CR. Youtube : Leesuhyun
  • 3CE Disney Matte Eye Color Palette #Over and Out

เครื่องสำอางจากแบรนด์ 3CE สุดฮิตจากเกาหลี ที่มาใน Collection มิกกี้เม้าท์สุดน่ารัก ตัวนี้เป็น Eye Shadow 6 สี โทนนู้ด น้ำตาล เนื้อแมตต์ เกลี่ยง่าย ราคาเกาหลีอยู่ที่ 32,000 วอน หรือประมาณ 1,000 บาท สามารถหาซื้อตามช่องทางออนไลน์ตามสะดวกได้เลย

มาสคาร่า
CR. Youtube : Leesuhyun
  • NARS Climax Extreme Mascara (สีดำ)

มาสคาร่านวัตกรรมใหม่ของ NARS เพื่อความงอนเด้งและหนาขึ้นของขนตา ด้วยขนแปรงรูปแบบเกลียวไซส์ XXL ปัดเพียงครั้งเดียวก็ได้ขนตาหนางอนทันที แถมยังให้สีดำสนิทตลอดทั้งเส้นตั้งแต่โคนถึงปลายเลยด้วย เค้ามีขนาด Mini มาให้ได้ลองใช้กันด้วยนะเออ ส่วนราคาของขนาดปกติก็อยู่ที่ 1,250 บาท สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้เลยที่ NARS

  • NARS Climax Mascara (สีแดง)

อีกสูตรของ NARS มาสคาร่าเนื้อวิปสีดำสนิท ให้ขนตางอนเด้งหนาแบบสะใจตั้งแต่โคนจนถึงปลาย แต่ให้สัมผัสที่บางเบา ไม่จับตัวกันเป็นก้อนและเป็นคราบระหว่าตัวด้วย ราคาอยู่ที่ 1,250 บาท สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้เลยที่ NARS

Part 4 Blush

บลัช
CR. Youtube : Leesuhyun
  • NARS Neutral Pink Blush

บลัชที่ดีที่สุดของ NARS ลักษณะเป็นเนื้อแมตต์ ให้สัมผัสบางเบาแก่ผิวแต่เม็ดสีชัด เกลี่ยง่าย ให้ความเป็นประกายและลุคที่ดูเป็นธรรมชาติ มีให้แบบจุก ๆ ถึง 26 เฉดสีด้วยกัน ราคาอยู่ที่อันละ 1,300 บาท สามารถเลือกเฉดสีที่ชอบและสั่งซื้อได้ที่นี่เลย NARS

Part 5 Lip

ลิปบาล์ม
CR. Youtube : Leesuhyun
  • Byredo Lip Blam

ลิปบาล์มไร้สีสำหรับบำรุงและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปาก ดีไซน์ของตัวแพ็คเกจมาในวัสดุโลหะเพื่อป้องกันการแตกหักของตัวลิปด้านใน รูปทรงมีลักษณะโค้งมน สีเงินแบบให้ความเรียบหรูดูดีสุด ๆ  ตัวนี้จะหญิงหรือชายก็ใช้ได้เลย ราคาอยู่ที่ 1,536 บาท ใครสนใจไปตำกันได้ที่ saks avenue

เครื่องสำอางลิป
CR. Youtube : Leesuhyun
  • Forencos Tatto Clair Velvet Tint

ลิปทินต์แบบจิ้มจุ่ม ในแพ็คเกจดีไซน์หรูหราสุด ๆ แถมมีมาให้เลือกถึง 41 สีกันไปเลย ลิปเป็นเนื้อครีมให้สัมผัสบางเบา แต่ติดทนถึง 24 ชั่วโมง ! ตัวลิปมีส่วนผสมของเชียบัตเตอร์ น้ำมันอะโวคาโด และน้ำผึ้ง ให้ความชุ่มชื้นกับริมฝีปาก ไม่ทำให้ปากดูแห้งแตกและตกร่อง ราคาอยู่ที่ประมาณ 670 บาท สนใจดูรายละเอียดหรือสั่งซื้อก็กดเลย Forencos

Lee Su-Hyun & LeeHi

เป็นยังไงกันบ้าง หลังจากแนะนำ Item บางส่วนของสองสาว Suhyun และ LeeHi ให้ดูกันไปแล้ว สาว ๆ สนใจตัวไหนเป็นพิเศษกันบ้าง ยังไงก็อย่าลืมไปหาซื้อมาใช้กันนะ หรือถ้าใครชอบแต่งหน้าลุคใส ๆ เป็นธรรมชาติแบบของสองสาว ก็สามารถลองดูคลิปและลองแต่งตาม Suhyun และ LeeHi กันได้ตาม Clip ด้านล่างนี้เลย บอกเลยมี Item ที่ยังไม่ได้แนะนำให้ติดตามเพิ่มกันอีกด้วย

 

วง Hyukoh กับแฟชั่นสายสตรีทสุดเท่ คลิกเลย

เสื้อคลุมกันยูวี มีฮู้ด ราคาหลักร้อย แบรนด์ Uniqlo

0

เสื้อคลุมกันยูวี มีฮู้ด ราคาหลักร้อย แบรนด์ Uniqloเสื้อคลุมกันยูวี

เวลาที่เราออกเดินไปเที่ยวนี่ ต้องเจอทั้งแดด ทั้งลม ทั้งฝน ถ้าลมเย็นก็หนาวสุด ๆ ไปเลย ถ้าเจอแดดแรง ก็ร้อนสุด ๆ เช่นกันค่ะ แล้วบังเอิญไปเดิน Uniqlo แล้วเจอเสื้อคลุมมารุ่นนึง เค้าบอกว่าเป็น เสื้อคลุมกันยูวี สัมผัสแรกคือ เนื้อผ้าเบา บาง สบาย และใส่กันได้ทั้งแดด ทั้งลมเลยค่ะ

 

เสื้อคลุม UV Protection จะสามารถกันยูวีได้ทันทีเมื่อสวมใส่ กันแดดได้ถึง 90% เลยทีเดียวค่า โดยมีการผสมผสานเทคโนโลยี ป้องกันรังสียูวี เข้าไปในไฟเบอร์ของเนื้อผ้า ผ้าจะสามารถซึมซับ และสะท้อนรังสียูวีได้ ยังมีความบางเบา สวมใส่สบาย สามารถใส่ได้ทุกวันค่ะ

เสื้อคลุมกันยูวี

นอกจากจะช่วยป้องกันรังสียูวีแล้ว ยังสามารถช่วยป้องกันลมแอร์เย็น ๆ จากเครื่องปรับอากาศได้ด้วยนะคะ คือซื้อตัวเดียวใช้คลุมได้หลายอย่างเลย ดีมากคือถ้าใส่ออกแดด ผ้ามีความระบายอากาศได้ดีทำให้ไม่รู้สึกร้อน หรือเหงื่อออกเลยค่ะ

ดีมากเลยคือ มีฮู้ดมาให้ด้วย ออกแดดไม่ต้องกลัวเสียแล้วนะคะสาว ๆ คลุมไปทั้งตัวเลย มีมาก ๆ นอกจากนี้หากเรายังไม่ได้ใช้ หรือต้องการพกพาไปเที่ยว หือออกแดดด้วยก็มีถุงผ้ามาให้ใส่ขนาดเล็กมาก ยัดใส่กระเป๋าก็ประหยัดพื้นที่ได้ดีสุด ๆ ไปเลยค่ะ

สำหรับขนาดเสื้อ จะมีทั้ง Size ผู้หญิง ผู้ชาย และเด็กค่ะ ราคาเริ่มต้นน่ารักกรุบ อยู่ที่ 590 บาท เบาบางเหมือนเสื้อเลยค่า จะซื้อติดตู้เก็บไว้ก่อนก็ยังโอเค แต่อยากที่บอกค่ะ ว่าเราสามารถใส่เสื้อคลุมกันยูวีออกไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทุกวัน เพราะฉะนั้นเราว่า มันคุ้มค่าที่จะซื้อมาไว้ค่ะ

เสื้อกันยูวีนอกจากจะมีให้เลือกหลาย Size แล้ว ยังมีหลายแบบให้จับจองนะคะ รวมถึงสีสันของเสื้อคลุม มีหลากหลายมาก ทั้งแบบสีพื้น หรือลวดลายผ้า ถ้าได้ไปเลือกนะ บอกเลยว่าเลือกไม่ถูกเหมือนเราแน่นอน 555+ สลับแล้วสลับอีก กว่าจะได้ถือไปจ่ายเงิน ป้ายยาแหละ เพราะว่า ของมันต้องมีนะ สายเที่ยว ไม่มีนี่แสดงว่าไม่ใช่สายเที่ยวตัวจริง 5555

สามารถดูรายละเอียด และช้อปผ่านช่องทางออนไลน์ได้บนเว็บไซต์ Uniqlo หมวดสินค้า UV Protection
เว็บไซต์: https://www.uniqlo.com/th/th/ หรือที่ช้อป Uniqlo ทุกสาขา

 

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น พกไปเที่ยวด้วย ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง คลิกเลย

พาร์ค รามอินทรา คอนโดฯ พร้อมอยู่ ตอบโจทย์ชีวิตหลากมิติ

พาร์ค รามอินทรา คอนโดฯ พร้อมอยู่ ตอบโจทย์ชีวิตหลากมิติ

พาร์ค รามอินทรา

พาร์ค รามอินทรา คอนโดฯ ใหม่แกะกล่อง เน้นตอบโจทย์การใช้ชีวิตรอบด้าน ผ่านการนำเสนอทำเลศักยภาพ การชูภาพลักษณ์ห้องชุดอันทันสมัย ตกแต่งครบพร้อมอยู่ภายใต้ระดับราคาที่คุ้มค่า ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนร่มรื่น

พาร์ค รามอินทรา

โดยโครงการแห่งนี้เป็นของ บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) ซึ่งปักหมุดอยู่ที่ซอยรามอินทรา 47 ภายใต้รูปแบบคอนโดมิเนียม Low Rise สูง 8 ชั้น จำนวน 206 ยูนิต มีพื้นที่ใช้สอยให้เลือกตั้งแต่ 29.50 – 36.75 ตารางเมตร มาพร้อมแนวคิด “PACK MORE FOR YOUR LIFE” (แพ็กทุกความใช่ให้ชีวิตได้มากกว่า) สะท้อนความพร้อมสรรพอันหลากหลายด้านผ่านการดีไซน์ห้องไซส์ใหญ่ที่มาพร้อมการตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ครบครัน ในราคาที่ย่อมเยา (เริ่มต้นอยู่ที่ 1.59 ล้านบาท)

พาร์ค รามอินทรา

อีกทั้งภายในโครงการยังรังสรรค์ให้มีคลับเฮาส์ และพื้นที่ส่วนกลาง สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกายไว้ให้ผู้อยู่อาศัยได้ใช้งานอย่างครบบครับ รวมถึงตอบโจทย์คนรักธรรมชาติ ภายใต้คอนเซ็ปต์การออกแบบสไตล์ ‘Home Greenery’ เน้นให้มีพื้นที่สีเขียวที่ร่มรื่น มีการปลูกต้นไม้นานาพรรณไว้รอบโครงการ เพื่อสร้างให้เกิดบรรยากาศแห่งการพักผ่อนที่แท้จริง

พาร์ค รามอินทรา

จุดเด่นอีกประการหนึ่ง คือเรื่องโลเคชั่นของโครงการ เพราะตั้งอยู่โซนกลางของถนนรามอินทรา ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีชมพู (สถานีมัยลาภและวัชรพล) ประมาณ 600 เมตรเท่านั้น ที่สำคัญเชื่อมต่อถนนหลายสาย ขับรถไปโซนต่างๆ ได้ง่ายดาย เช่น ถนนเกษตร- นวมินทร์, ถนนมีนบุรี, ถนนแจ้งวัฒนะ และถนนพหลโยธิน ซึ่งสามารถเดินทางเข้าเมืองหรือมุ่งหน้าสู่ภาคเหนือได้สะดวก รวมถึงยังใกล้ทางด่วนฉลองรัช รามอินทรา – อาจณรงค์ ซึ่งทำให้การเดินทางสู่ย่านสุขุมวิทเป็นไปอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ย่านรามอินทรายังครบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และแหล่งไลฟ์สไตล์มากมาย อาทิ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซ่า รามอินทรา, แฟชั่นไอส์แลนด์, คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์, ศูนย์การค้าเดอะวอล์ค เกษตร-นวมินทร์ และตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา รวมถึงยังอยู่ใกล้โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์, โรงพยาบาลสินแพทย์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อีกด้วย

และถ้าหากติดตามความเคลื่อนไหวของโซนรามอินทรา จะทราบว่าทำเลแห่งนี้เป็นยุทธศาสตร์ของเขตกรุงเทพฯ ฝั่งเหนือที่มีการเจริญเติบโตของอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง สังเกตได้จากมีที่อยู่อาศัยทั้งโครงการแนบราบหรือแนวสูงเปิดตัวกันไม่ขาดสาย แถมความเฟื่องฟูของโครงการอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้ยังมาพร้อมกับราคาที่ดินที่ไต่ระดับแบบก้าวกระโดด เพราะถ้าเทียบข้อมูลราคาประเมินที่ดินรอบปีบัญชี 2559 -2564 ของกรมธนารักษ์ ระบุว่าราคาที่ดินถนนรามอินทราอยู่ที่ 95,000 – 100,000 บาท/ตารางวา เติบโตจาก ปี 2555 – 2558 ซึ่งราคาประเมินอยู่ที่ 90,000 – 95,000 บาท/ตารางวา

ขณะเดียวกันฝ่ายวิจัยและพัฒนาของ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยข้อมูลว่า คอนโดมิเนียมโซนรามอินทรามีดีมานด์เพิ่มขึ้นปีละ 600 – 800 ยูนิต และผลตอบแทนการปล่อยเช่า (Rental Yield) เฉลี่ยจากโครงการที่อยู่บริเวณรถไฟฟ้าสายสีชมพูของโซนรามอินทราอยู่ที่ 5.5% ซึ่งแน่นอนว่าการมาถึงของรถไฟฟ้าสายสีชมพูจะยิ่งทำให้ที่ดินและคอนโดมิเนียมมีราคาสูงขึ้น จึงเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่ารามอินทราเป็นทำเลที่แสดงให้เห็นศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นหากใครต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยเอง หรือวางแผนที่จะปล่อยเช่าเพื่อเก็งกำไรระยะยาว โซนนี้ถือว่าน่าจับตาทีเดียว

ดูรายละเอียดโครงการเพิ่มเติม คลิก www.parkramindra.com

 

บทความน่าสนใจ :  FABB COFFEE 2021 งานดีของคนคอกาแฟ

แนะนำ การบรรยาย เรื่อง ศิลปะเขมร ท่องอารยธรรมกว่า 1000 ปี

0

แนะนำ การบรรยาย เรื่อง ศิลปะเขมร ท่องอารยธรรมกว่า 1000 ปี

พบกับความยิ่งใหญ่ ตระการตา สัมผัสมนตราและความงามของหินแกะสลักอันเลื่องชื่อ เรื่อง ศิลปะเขมร ในประเทศกัมพูชา ทีมีประวัติศาสตร์กว่า 1,000 ปี

บรรยายโดย ผู้เชี่ยวชาญนักโบราณคดีนักประวัติศาสตร์ ที่ศึกษาและมีความรู้เรื่อง ศิลปะเขมร ดีที่สุดในประเทศไทย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.หม่อมราชวงศ์สุริยวุฒิ สุขสวัสดิ์

ได้ความรู้จักประวัติศาสตร์ อันยิ่งใหญ่ของ อาณาจักรเขมร ที่มีสิ่งมหัศจรรย์ของโลก อย่างนครวัด ที่เชื่อมโยงมาถึงไทย ทางอิสานตอนล่าง

รับรู้ถึงศิลปะของหินแกะสลัก รูปนางอัปสรา ปราสาทบายน และ กษัตริย์ผู้ทรงอิทธิพล พระเจ้าชัยวรมัน

วันเสาร์ที่ 16  ตุลาคม 2564 เวลา19.00น.ถึง 23.00 น.

ค่าลงทะเบียนเรียน 800 บาท

ค่าใบเกียรติบัตร 100 บาท

ติดต่อได้ทาง Line: ศิลปะเขมรในประเทศกัมพูชา

ปราสาทเขาพนมรุ้ง คลิกเลย

10 เพจ สายท่องเที่ยว ภาพสวย ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ

10 เพจ สายท่องเที่ยว ภาพสวย ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ

สายท่องเที่ยว

ทุกคนต้องเคย มีประสบการณ์การไปเที่ยวสถานที่สวย ๆ แต่บางที ทำไมรู้สึกว่าถ่ายรูปออกมาไม่สวยเลย วันนี้เลยขอรวบ 10 เพจ สายท่องเที่ยว ภาพสวย แบบคัดมาแล้ว มาฝากค่ะ การดูภาพจากเพจที่ถ่ายรูปสวย ๆ เราจะได้เห็นมุมมองใหม่ ๆ สำหรับนำไปเป็นไอเดีย ในการถ่ายภาพท่องเที่ยวในครั้งถัดไปได้ มาดูกันดีกว่าว่ามีเพจอะไรบ้าง

1. Lazy Coup : เที่ยวเป็นคู่

เพจนี้คือรักมาก เพราะมุมมองภาพเค้าดี และสวยทุกภาพค่ะ การปรับ mood & Tone ของภาพทำได้สวย คุมโทนสุด ๆ เลย สถานที่ที่เพจเลือกไปก็ถือว่าเป็นสถานที่ที่เหมือนคัดมาแล้วว่าเจ๋ง ต้องอยากมีตามลอยบ้าง ใครที่จะหาที่พักสวย ๆ หรือหาไอเดียการถ่ายภาพ ลองดูเพจนี้ได้นะคะ

2. ผมม้าพาเที่ยว

เพจนี้มีความ So Cute คุมโทนสวยงามมากค่ะ การวาง Text เป็นเอกลัษณ์มาก ทำให้เห็นแล้วจำได้เลยว่า โพสนี้ของเพจ ผมม้าพาเที่ยว แน่นอน ชอบในการถ่ายภาพแนวแบบ ดูสบาย ๆ ลุคชิล ๆ เป็นมุมมองภาพที่เราสามารถหัดถ่ายตามเองได้ค่ะ น่ารักมาก

3. เที่ยวแหลก แดกกาแฟ

คอกาแฟต้องชอบเพจนี้แน่นอนค่ะ เป็นเพจรีวิวคาเฟ่ แบบคาเฟ่จริง ๆ และร้านที่เพจรีวิวคือดีต่อใจทุกร้าน เห็นแล้วน่าไปตามเลยค่ะ ใครชอบเข้าคาเฟ่ ลองดูเพจนี้ได้เลยค่ะ เป็นสายสบาย ๆ นะคะ ภาพถ่ายก็ธรรมดา แบบไม่ธรรมดา ดูแล้วมีความหิวกาแฟค่ะ 555+

4. Nicole Aloha

เพจนี้เหมาะสำหรับ สายทะเล รักทะเล รักการดำน้ำค่ะ ใครสนใจการถ่ายภาพใต้น้ำด้วยกล้อง Gopro แนะนำเลยค่ะ ชอบตามเพราะ เพจจะมีถ่าย Video สั้น ๆ มาตัดลงเพจ ที่ดูแล้วแบบ เอ่อ สวยยย ถ่ายได้ไง ทำได้ไง อะไรปรัมาณนี้ค่ะ ลองเข้าไปดูกันนะคะ เจ้าของเพจก็น่ารักมากเลย เป็นคนที่ภาพแล้วโลกสุดฝดใฝฝุด ๆ ไปเลย

5. ตามติดชีวิตผีบ้า

ตอนแรกตามเพราะชื่อเพจเค้าแปลกดีค่ะ แต่พอดูไปดูมาคือ โอ้โหว ผีบ้าอะไร๊ จะน่ารักขนาดนี้ แล้วมุมมองภาพคือดีมากเลย สถานที่ที่เค้าไปแต่ละที่ก็น่าไปทั้งนั้นเลยค่ะ สายป่า สายภูเขานี่รักเลยเอาจริง ชอบในความร่าเริงของเพจ ดูทีไรใจบางทุกทีเลย อยากไปมั่ง 555+

6. ไปค่ะไป

เพจนี้เหมาะกับใครที่ชอบรีวิวสายอาหาร ร้านอาหาร เครื่องดื่ม ร้านกาแฟค่ะ ภาพสไตล์มินิมอล สบายตา ดูเพลิน ๆ สายชิล สายอาหารเหมาะมากเลยค่ะ ภาพสวย สถานที่ดี หลงรักเลยค่ะ

7. Chill With Me

เพจนี้ดูแล้วชิลตามชื่อเลยค่ะ มีความลัคชู (Luxury) ลุคลูกคุณ แต่คุมโทนสวย และสถานที่ๆที่เค้าเลือกไปคือไม่ธรรมดาเลยนะคะ ดูแปลกใหม่ บางที่ก็ดูหรูหรา อาจจะด้วยมุมภาพ และ Charactor เพจด้วย เราว่าเค้าทำให้เห็นสไตล์ผ่านภาพได้ชัดเจนดีค่ะ ใครสายลูกคุณหน่อย ชอบถ่ายแบบสวย ๆ ลองตามเพจนี้ดูนะคะ

8. จ ะ เ ที่ ย ว ไ ป ไ ห น

ทุกคนเพจนี้ดี ภาพสวย ชอบที่เวลาเค้าลงแคปชั่น อธิบายได้ละเอียด เราว่าเป็นอีกหนึ่งเพจที่น่าสนใจสำหรับสายท่องเที่ยวเลยค่ะ เพราะเค้าไปหลายที่มาก ไม่ใช่แค่ที่ไทยนะคะ ดูเที่ยวเก่งสมชื่อจริง ๆ ชอบในมุมมองภาพที่เห็นองค์ประกอบของวิวได้ครบ และสวย แปลกใหม่ดีค่ะ

9. ไปกันนะ : Pai Gun Na

เพจคู่รัก ที่หลายคนอาจรู้กันบ้างแล้ว เพจนี้ก็เที่ยวเก่ง เที่ยวทุกที่ เที่ยวแล้วทำให้เราอยากเที่ยวด้วย และชอบในความตั้งกล้องถ่ายกันเอง แต่ได้ภาพที่ดีมาก สวยมาก และคุมโทนได้ดีเลยทีเดียวค่ะ ใครอยากลองถ่ายรูปแนวคู่รัก เวลาไปเที่ยว แนะนำ ตามเพจนี้เลยค่ะ

10. ค น ห ล ง ท า ง

เพจสุดท้ายนี้ คือภาพดีมาก เป็นอีกเพจที่เวลาจะไปเที่ยวไหนต้องแวะมาดูก่อน คุมโทนภสพได้ดีแทบทุกโพสเลยค่ะ เป็นสายดื่มด่ำธรรมชาติสุดคูล ชอบมากเลย

ทั้ง 10 เพจที่คัดมาให้นั้น บอกเลยว่าเป็นเพจท่องเที่ยวที่ต้องตามให้ครบ ทุกคนจะเห็นมุมมองการท่องเที่ยว และการถ่ายภาพใหม่ ๆ แน่นอนค่ะ จริง ๆ ยังมีอีกหลายเป็นนอกเหนือจากนี้ ที่ถ่ายภาพได้สวย เราเชื่อว่าถ้าทุกคนตั้งใจก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ

 

หมู่บ้านหิมะดินแดนแห่งจุดเยือกแข็ง คลิกเลย

เที่ยวพม่า ดินแดนแห่งศรัทธาของพุทธศาสนา EP.3

เที่ยวพม่า ดินแดนแห่งศรัทธาของพุทธศาสนา EP.3

หงสาวดี

มาต่อกันค่ะ สำหรับการพาเที่ยวพม่าในตอนที่ 3 นี้ เราจะพาทุกท่านออกจากเมืองย่างกุ้งแล้วนะคะ เราจะพามาเที่ยวกันที่ หงสาวดี หรือเมืองพะโค(Bago) ในอดีตนั้นที่นี่เคยเป็นเมืองหลวงที่เป็นศูนย์กลางสำคัญของชาวมอญ โดยในสมัยพระเจ้าอลองพญากษัตริย์ของพม่านั้นก็ได้เข้าบุกยึดครองเมืองหงสาวดีมาเป็นของพม่าอย่างเบ็ดเสร็จในปี พ.ศ.2300 เมืองหงสาวดีในปัจจุบันนั้นก็ถือว่าเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองไม่แพ้เมืองอื่น ๆ ในพม่าเลย สัญลักษณ์ของเมืองนี้เป็นรูปหงส์คู่ โดยจะมีรูปปั้นสัญลักษณ์นี้ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ลักษณะเป็นหงส์ตัวเมียยืนอยู่บนหลังหงส์ตัวผู้ เมืองหงสาวดีแห่งนี้มีแหล่งท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนาที่สำคัญอยู่หลายแห่ง โดยมี 1 ใน 5 มหาบูชาสถานที่เป็นที่เคารพนับถืออย่างมากก็ตั้งอยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน วันนี้เราจะมาแนะนำให้รู้จักแหล่งท่องเที่ยวในเมืองหงสาวดีนี้กันค่ะ

เจดีย์ดีชเวมอดอว์ หรือ พระธาตุมุเตา

หงสาวดี

ซึ่งได้สมญานามว่า “เจดีย์จมูกร้อน” เนื่องจากเจดีย์แห่งนี้มีความสูงถึง 144 เมตร ผู้ที่ไปสักการะจะต้องแหงนหน้าสูงจนคอตั้งจึงจะมองเห็นยอดเจดีย์ ทำให้เจอแสงแดดแผดเผาลงมาจนจมูกแสบร้อน จึงเป็นที่มาของชื่อ เจดีย์จมูกร้อนนั่นเองค่ะ เจดีย์ชเวมอดอว์เป็นเจดีย์คู่บ้านคู่เมืองหงสาวดีมาอย่างยาวนาน สร้างขึ้นด้วยศิลปะแบบมอญ ภายในมีพระเกศาธาตุบรรจุไว้จำนวน 2 เส้น เมื่อครั้งหนึ่งเจดีย์แห่งนี้ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวรุนแรงเป็นอย่างมาก ถึงขนาดทำให้ยอดเจดีย์หักลงมา  หลังจากนั้นก็ได้ทำการบูรณะซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ โดยได้นำยอดเจดีย์เก่าส่วนที่หักมาวางไว้ติดกับองค์เจดีย์ ซึ่งในปัจจุบันจุดนี้เองที่จัดเป็นจุดอธิษฐานศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนมาสักการะกันอย่างล้นหลาม โดยวิธีการอธิษฐานนี้ จะให้เอามือและหน้าผากแตะไปที่พระธาตุองค์เดิมที่หัก และอธิษฐานขอพร เชื่อกันว่าจะทำให้พรที่ขอไปนั้นสัมฤทธิ์ผลดังใจหวังค่ะ

พระนอนชเวตาเลียว หรือ พระนอนยิ้มหวาน 

Cr.Pinteress

พระปางพุทธไสยาสน์องค์นี้มีความยาว ถึง 55 เมตร สูง 16 เมตร มีอายุเก่าแก่กว่า 1,200 ปี ถูกสร้างขึ้นด้วยศิลปะแบบมอญ พระพักตร์ของท่านถูกตกแต่งไว้อย่างวิจิตรสวยงาม ลักษณะเหมือนท่านกำลังยิ้มอยู่ตลอดเวลา จึงได้ชื่อว่าเป็นพระนอนยิ้มหวาน จุดเด่นของพระนอนองค์นี้คือบริเวณพระบาทจะวางไว้แบบไม่เสมอกัน ต่างจากพระนอนของไทยที่เราเห็นกันโดยปกติ ตรงจุดนี้มีความเชื่อกันว่าขณะนั้นพระพุทธเจ้า พระองค์ยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ ซึ่งท่านอนนี้เป็นอากัปกริยาก่อนที่จะเสด็จปรินิพพานในวันถัดไป บริเวณฝ่าพระบาทของพระนอนองค์นี้นั้นถูกแกะสลักเป็นภาพแทนพระพุทธลักษณะอันเป็นมงคล 108 ประการ ประวัติการก่อสร้างพระนอนตาหวานองค์นี้ มีตำนานเล่าขานกันมาว่า ในอดีตมีกษัตริย์องค์หนึ่งได้นับถือลัทธิยักษ์ โอรสของกษัตริย์องค์นี้ได้ไปมีความรักให้แก่เจ้าหญิงของเมืองที่นับถือพุทธศาสนา โอรสของกษัตริย์องค์นี้ด้วยความรักจึงได้นับถือพุทธศาสนาไปด้วย เมื่อกษัตริย์ทรงทราบจึงโกรธกริ้วเป็นอย่างมากสั่งทหารไปจับตัวโอรสและเจ้าหญิงมาประหารชีวิต ก่อนที่เจ้าหญิงจะสิ้นพระชนม์ได้อธิษฐานเอาไว้ว่าหากตนเองไม่มีความผิดอันใดในครั้งนี้ ขอให้เกิดอาเพศขึ้นกับกษัตริย์องค์นี้ เมื่อทั้งสองสิ้นใจแล้ว จู่ ๆ ก็เกิดไฟไหม้ขึ้นที่รูปปั้นยักษ์จนวอดวายหมดสิ้น ทำให้กษัตริย์องค์นี้สำนึกผิดและกลับตัวกลับใจ จึงได้สร้างพระนอนชเวตาเลียวแห่งนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นการอุทิศให้โอรสและเจ้าหญิงที่เสียชีวิตไป การมาที่พระนอนยิ้มหวานนี้นอกจากจะได้มาสักการะขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลแล้ว ที่บริเวณโถงด้านหน้ายังมีของฝาก ของที่ระลึกพื้นเมืองจำหน่ายอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นไม้แกะสลักต่าง ๆ ผ้าทอลายพม่า อัญมนี เช่น กำไลหยก ต่าง ๆ สามารถซื้อเป็นของขวัญของฝากได้

 

พระราชวังบุเรงนอง 

หงสาวดี

ถ้าเอ่ยชื่อกษัตริย์ชองพม่า ที่มีนามว่า “บุเรงนอง” น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก ด้วยวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ที่เรารับได้รับทราบจากวรรณกรรมเรื่อง “ผู้ชนะสิบทิศ” และภาพยนตร์อีกหลาย ๆ เรื่อง ทำให้คนไทยคุ้นชินกับชื่อนี้เป็นอย่างมาก พระราชวังบุเรงนองปัจจุบันนี้ได้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ ทับที่เดิมที่เคยเป็นพระราชวังเก่า โดยเริ่มจากที่รัฐบาลพม่าได้สั่งให้นักโบราณคดีและผู้เชี่ยวชาญได้ขุดค้นซากพระราชวังเก่าขึ้นมา ซึ่งสุดท้ายแล้วเหลือไว้เพียงแค่ซากตอไม้ที่โผล่พ้นดินขึ้นมาเท่านั้น เมื่องขุดขึ้นมาได้แล้วก็ได้จัดการนำมาวางตั้งโชว์เอาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ชมกัน ภายในพระราชวังแห่งใหม่นี้ถูกทาฉาบด้วยสีทองสวยงาม โดยตัวอาคารจะมี 2 ส่วน คือ ส่วนที่เรียกว่าบัลลังค์ผึ้ง ที่เป็นส่วนไว้สำหรับบรรทม และ ส่วนที่ใช้ว่าราชการ เรียกว่า  กามโบสสะตาหรี

สำหรับการเที่ยวในเมือง หงสาวดี ก็ขอจบลงเท่านี้ก่อนนะคะ ในตอนหน้าเราจะพาเที่ยวเมืองไหนต่อ ขออุบไว้ก่อน อย่าลืมติดตามกันนะคะ 

 


เที่ยวพม่า ดินแดนแห่งศรัทธาของพุทธศาสนา EP.1 คลิก
เที่ยวพม่า ดินแดนแห่งศรัทธาของพุทธศาสนา EP.2 คลิก

FABB COFFEE FAIR 2021 งานดีของคนคอกาแฟ

FABB COFFEE FAIR 2021 งานดีของคนคอกาแฟ

FABB COFFEE

งานแสดงสินค้าและนิทรรศการสำหรับคนรักกาแฟ ในรูปแบบ In-House Exhibition ณ สถาบันอบรมหลักสูตรกาแฟ FABB ACADEMY OF COFFEE โดยจัดเต็ม! หนึ่งเดือน ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม – 28 พฤศจิกายน 2564

FABB COFFEE

FABB COFFEE FAIR 2021 อีกหนึ่งงานแฟร์ที่คอกาแฟพันธุ์แท้ไม่ควรพลาด เพราะงานนี้อัดแน่นไปด้วยข้อมูลสาระมากมาย แถมจะพาคุณไปพบปะกับผู้ผลิตเมล็ดกาแฟคุณภาพ ผู้นำเข้าอุปกรณ์และเทคโนโลยีล่าสุดจากทั้งในและต่างประเทศ

พร้อมเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมสัมมนาจากผู้คนในแวดวงกาแฟชั้นนำ ตั้งแต่คนปลูก คนผลิต คนคั่ว คนชง ไปจนถึงนักดื่ม ซึ่งจะพาเหรดกันมาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ รวมถึงอัพเดทเทรนด์วัฒนธรรมกาแฟของไทยที่เปลี่ยนไปในยุคโควิด-19 เพื่อเปิดโลกทัศน์วงการกาแฟให้กว้าง…. ขึ้น

FABB COFFEE

โดยภายในงานจะได้พบกับบูธผู้ประกอบการชั้นนำ เริ่มต้นด้วยไฮไลท์เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดเครื่องคั่ว “Coffee-Tech Engineering” ที่ส่งตรงจากประเทศอิสราเอล มาเอาใจสาย Roaster รวมถึงการเปิดตัวและทดลองใช้งาน “ZERO Perfect Extraction” เครื่องเอสเปรสโซ่ ปี 2021 จาก Dalla Corte ประเทศอิตาลี (ซึ่งบาริสต้าทั้งหลายไม่ควรพลาด)

ที่สำคัญยังมีการจัดแสดงเมล็ดกาแฟสายพันธุ์พิเศษ ออร์แกนิคแท้ 100% จากเกษตรกรชาวไทยของ Ubon Bio Agricultural ที่ส่งออก Green Bean ไปยังทั่วโลก ส่วนใครที่กำลังตามหาสารกาแฟเพื่อใช้ในโรงคั่ว ลองไปหาได้ในงานเพราะมีจำหน่ายทั้งปลีกและส่ง แถมงานนี้คุณจะได้พบกับอุปกรณ์คั่วกาแฟ Coffee Tools และ Toper จากประเทศกรีซ ซึ่งสามารถซื้อหรือสั่งจองสินค้าจากผู้ประกอบการได้โดยตรง พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษภายในงานอีกด้วย

และสำหรับใครที่อยากค้นหาความสามารถในการทำกาแฟของตัวเอง หรืออยากเรียนรู้จักรสชาติของกาแฟให้มากขึ้น แนะให้ไปทำกิจกรรมในงาน FABB COFFEE FAIR 2021 เพราะเขามีสอนการเรียนรู้การชงกาแฟด้วยกรรมวิธีดั้งเดิม ไปจนถึงการชงด้วยเครื่องชงนวัตกรรมใหม่ และสนุกไปกับการคั่ว ชง ชิม Green Bean สายพันธุ์พิเศษที่คัดสรรโดย Farmer มืออาชีพ

โดยกิจกรรมสัมมนาเสิร์ฟความรู้ 6 เรื่อง 6 รสชาติ มีกำหนดการดังนี้

วันที่ 2 พ.ย. เวลา 11.00-12.00 น. SPECIALTY COFFEE SHOP MEANING X WINING เข้าใจก่อนสำเร็จก่อน

วันที่ 9 พ.ย. เวลา 11.00-12.00 น. INJECTING BRAND TO BRAIN แบรนด์ดิ้งร้านกาแฟอย่างไรให้โลกจำ

วันที่ 11 พ.ย. เวลา 11.00-12.00 น. D.I.Y CAFÉ : HACKING YOUR BUDGET คิด เล่น เป็น ร้าน

วันที่ 16 พ.ย. เวลา 11.00-12.00 น. OMAKASE – CAFÉ AT HOME ปัจจัยแห่งความสำเร็จของร้านกาแฟที่บ้าน

วันที่ 23 พ.ย. เวลา 11.00-12.00 น. MEET THE FARMER กุญแจแห่งความสำเร็จของเกษตรกรกาแฟ

วันที่ 25 พ.ย. เวลา 11.00-12.00 น. ‘HOME ROASTER’ PASSION VOCATION กำเนิดอาชีพใหม่คนกาแฟในยุคโควิด-19

นอกจากงานแสดงสินค้าและนิทรรศการแล้ว สิ่งที่พลาดไม่ได้อีกประการหนึ่ง คือการประมูล COFFEE MACHINE จากผู้ผลิตระดับโลกผ่านระบบออนไลน์ ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ตลอดการจัดงานนั่นเอง หากคอกาแฟท่านใดสนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงาน Add line : @thefabb (ต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพื่อเข้าร่วมงาน)

สถานที่ในการจัดงาน FABB ACADEMY OF COFFEE ซ.ปรีดีพนมยงค์ 15 (สุดซอย) ถ. สุขุมวิท 71

ดูข้อมูลเพิ่มเติม คลิก www.fabbaoc.com

Cr.Photo : FABB ACADEMY OF COFFEE

 

 

บทความน่าสนใจ : 365° Exhibition งานภาพถ่ายสุดโต่ง อิงเหตุการณ์สำคัญของโลก 

“ทุ่งแสลงหลวง” กางเต็นท์ กินลม ชมหิ่งห้อย 

“ทุ่งแสลงหลวง” กางเต็นท์ กินลม ชมหิ่งห้อย 

ทุ่งแสลงหลวง

สวัสดีชาวท่องเที่ยวไทยค่ะ วันนี้เราจะพาทุกท่านไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติกันนะคะ ซึ่งที่นี่มีสมญานามว่า “ทุ่งหญ้าสะวันนาแห่งเมืองไทย” นั่นก็คือ ทุ่งแสลงหลวง นั่นเองค่ะ

อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง มีพื้นที่ครอบคลุม 2 จังหวัดใหญ่ ซึ่งได้แก่ อำเภอเขาค้อ อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ และ อำเภอวังทอง อำเภอนครไทย อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก มีเนื้อที่รวม 1,262 ตารางกิโลเมตร ที่นี่มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่หลากหลาย ทั้ง ถ้ำ น้ำตก และทุ่งหญ้าโล่งกว้างใหญ่ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้นานาพรรณและสัตว์ป่าหลากหลายชนิด ที่มาของชื่อทุ่งแสลงหลวงนี้มาจากในอดีตซึ่งมีการคาดการณ์กันว่าที่นี่นั้นเคยมี ต้นแสลงใจ ขนาดใหญ่ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งต้นไม้ชนิดนี้เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ มีผลสุกเป็นสีแดงสดใส และด้วยสภาพภูมิประเทศที่เป็นทุ่งโล่งมีเนินสูง ต่ำสลับกันไปมา จึงได้ชื่อว่า ทุ่งแสลงหลวงในปัจจุบัน 

สถานที่นี่น่าสนใจในอุทยานทุ่งแสลงหลวง

ที่จุดนี้อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ หนองแม่นาไปประมาณ 25 กิโลเมตร เป็นทุ่งหญ้าแบบสะวันนา มีพื้นที่เป็นที่โล่งกว้างใหญ่เนื้อที่ประมาณ  16 ตารางกิโลเมตร ตามเส้นทางจะตัดผ่านป่าเบญจพรรณจะพบสัตว์ป่าออกมาหากินตามข้างทาง หากเราต้องการที่จะมาพักค้างคืน จะมีลานกางเต็นท์ไว้ให้ที่ตรงบริเวณที่ทำการอุทยานฯ(ค่ากางเต็นท์ 30 บาท/คน/คืน) หากไม่ได้นำเต็นท์มาเองสามารถเช่าเต็นท์ของอุทยานฯได้ค่ะ ราคา 250-400 บาท บริเวณนี้จะมีทั้งที่กางเต็นท์แบบเป็นลานหญ้าสีเขียวโล่งกว้าง หรือจุดที่เป็นต้นสนสูงใหญ่เป็นแนวสวยงาม สามารถเลือกกางได้ตามต้องการ ในช่วงกลางคืนหากฟ้าเปิดจะมองเห็นดาวได้อย่างชัดเจนระยิบระยับสวยงามมาก ๆ ค่ะ นอกจากดาวสวย ๆ แล้ว ยังมีสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกอย่างนั่นก็คือ วันที่เราไปนั้นเราได้พบกับหิ่งห้อยค่ะ บินเล่นกันสวยงามในช่วงหัวค่ำ การที่จะเจอกับหิ่งห้อยได้นั้นขึ้นอยู่ที่ดวงล้วน ๆ นะคะ หากใครไม่อยากกางเต็นท์ที่นี่ก็มีบ้านพักของอุทยานไว้ให้บริการเช่นกันค่ะ มีทั้งหมด 5 หลัง ราคา 2,000-2,400 บาท สอบถามเพิ่มเติม คลิก

ทุ่งแสลงหลวง
Cr. Pinterest

ทุ่งนางพญา กิจกรรมที่นิยมทำกันในการเดินทางมาที่ทุ่งแสลงหลวงนี้ เช่น การขับรถเข้าไปชมป่าสนสองใบ ที่ทุ่งนางพญาแห่งนี้ (ที่นี่มีจุดกางเต็นท์ด้วยนะคะ) มาที่นี่นอกจากจะได้เห็นทิวสนสวยงามแล้วยังมีไม้ป่าพันธุ์หายาก ก็คือ เอื้องชะนีและเอื้องคำปากไก่ค่ะ 

Cr. Pinterest

จุดชมวิวศาลาดุสิตา ถือว่าเป็นจุดไฮไลท์ของการมาที่นี่ค่ะ ควรมาในช่วงเพื่อชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นจะได้เห็นภาพสายหมอกสีขาวบางเบาคลอดเคลียไปกับต้นไม้น้อยใหญ่สีเขียวสดใส เมื่อแสงอาทิตย์ค่อย ๆ สาดส่องลงมา จะได้ภาพที่สวยงดงามมาก ๆ เลยค่ะ 

ทุ่งโนนสน เป็นอีกจุดนึงที่มีความสวยงามมาก ๆ หากมาในช่วงปลายฝนต้นหนาว ท่านจะได้พบกับความสวยงามของดอกไม้ต่าง ๆ เช่น ดอกดุสิตา ดอกเอื้องม้าวิ่งกระดุมเงิน ดอกยี่โถปีนัง ดอกหม้อข้าวหม้อแกงลิง สำหรับสายเดินป่าเหมาะที่จะมาเดินที่นี่มาก ๆ ค่ะ จุดนี้จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปได้ในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนเท่านั้นนะคะ

กิจกรรมส่องสัตว์ในช่วงกลางคืน โดยทางอุทยานฯ จะมีรถบริการพาเที่ยวชมสัตว์ป่า ค่าบริการเหมาคันละ 600 บาท (ไม่เกิน 10 คน) ระยะทางประมาณ1-2 กิโลเมตร สัตว์ป่าที่เราได้พบก็เช่น เก้ง เนื้อทราย และกวาง เป็นต้นค่ะ

การเดินทาง

โดยรถยนต์ สามารถเข้าได้หลากหลายเส้นทาง ที่สะดวกที่สุดคือเข้ามาทางจังหวัดพิษณุโลกใช้เส้นทางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข12 สายพิษณุโลก – หล่มสัก ระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง หรือขับตาม Google Map เลือกเส้นทางที่เหมาะสม
รถโดยสารประจำทาง เริ่มต้นที่ บขส.พิษณุโลก โดยนั่งรถโดยสารพิษณุโลก – หล่มสัก – เพชรบูรณ์ จะถึงที่ทำการอุทยานฯ แต่ถ้าจะเดินทางไปทุ่งแสลงหลวงจะต้องนั่งรถไปลงที่สามแยกตำบลแคมป์สน โดยจะต้องต่อรถหรือเหมารถสองแถวไปยังหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ สล.8 ( หนองแม่นา )

 


พาเที่ยว ทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง จังหวัดชัยภูมิ คลิก

 

 

ศาลเจ้าพ่อเสือ ซัวเถา เฮียงบู้ซัว สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่พ่อค้าชาวจีนต้องมา

ศาล เจ้าพ่อเสือ ซัวเถา เฮียงบู้ซัว สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่พ่อค้าชาวจีนต้องมา

เฮียงบู้ซัว คือที่ประดิษฐาน ของ เจ้าพ่อเสือ ที่เป็นองค์จริง ที่ทางไทยได้จำลองมา ไว้อยู่ตรงเสาชิงช้า ที่มีพ่อค้าชาวจีนในไทย มาสักการะ กันมากมาย เป็นความเชื่อของชาวแต้จิ๋วทุกคนที่ข้ามน้ำ ข้ามทะเลมาอยู่เมืองไทย แล้วค้าขาย ต้องมาไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือ ตรงเสาชิงช้า แต่ที่ซัวเถานี้ ท่านอยู่มาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซ่ง มาช้านานแล้ว มีการบูรณะซ่อมแซมมาโดยตลอด ซึ่งภายในนั้น ทุกสิ่ง ทุกอย่าง ใหญ่โต มโหฬาร มากกว่าในกรุงเทพฯ มาก

เราได้เข้าไปถ่ายได้ถึงข้างใน เจ้าพ่อเลย ซึ่งปกติจะอยู่หน้าโต๊ะถวายของได้เท่านั้น แต่เราต้องทริป กับคนเฝ้าตรงนั้นสักหน่อย เป็นน้ำใจที่คนไทยทำกัน

กระถางธูปที่ปักธูป ที่ใหญ่โต มโหฬาร ไม่เพียงแค่ธูปนะ ทุกอย่างที่นี่ ใหญ่หมด เดินเข้าไปมีหลายห้องมาก

ดูอย่างอ่างเซรามิค นี่สิ ใหญ่ขนาด ที่กั้น ยังดูเล็กไปทันตา

ด้วยความกว้างใหญ่ของ เฮียงบู้ซัว แล้ว ทำให้ต้องเดินขึ้น เดินลง บันได เข้าทางนี้ ออกทางนั้น แต่มีจุดหนึ่ง ที่ผู้คนมาไหว้ แล้วจะหา ก็คือหัวมังกร อันนนี้ ใครมาแล้ว มากระซิบ บอกท่าน เหมือนกับแก้บน แล้วจะกลับมาใหม่ ลองทำกันดูนะคะ

ลองหาทัวร์กันดูนะคะ มีหลายบริษัททัวร์ พาไปไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือ ส่วนพี่น้อง ชาวจีน ใครมีญาติ หรือครอบครัวอยู่ ก็ลองติดต่อกันไว้ เผื่อได้ไปไหว้

 

มาลองตลาดปลา เกาหลีใต้ คลิกเลย

มาลอง ตลาดปลา เกาหลีใต้บ้าง ที่ Noryangjin Fish Market

มาลอง ตลาดปลา เกาหลีใต้บ้าง ที่ Noryangjin Fish Market

เวลาไปต่างประเทศ เราชอบที่จะไปตลาด เพื่อดูวัตถุดิบของประเทศนั้น ๆ ยิ่งประเทศที่ติดทะเลแล้ว ยิ่งชอบใหญ่ เพราะชอบกินอาหารทะเลเป็นชีวิตจิตใจ สำหรับ ตลาดปลา นอร์ยางจิน เป็นตลาดค้าส่งช่วงเช้าเหมือนตลาดปลา ซึกิจิ ที่ญี่ปุ่น แต่ไม่เคยตื่นไปดูได้ทันเลยสักที ดูการบริหารจัดการก็เรียบร้อย สะอาดดี กว้างใหญ่ มีภาษาเกาหลี ให้เห็นอยู่ เป็นชื่อร้าน และรหัสประจำร้านแหละ

หลังจากเลือกวัตถุดิบแล้ว เราก็ขึ้นไปที่ชั้น 2 จะมีร้านให้ทำ ต้องเลือกร้านดี ๆ นะ เราก็เลือกร้านมุม ๆ จะได้เห็นวิว นอกหน้าต่าง ตัวแรกมาแล้ว 3 โล กว่า ๆ แบ่งกันกิน 8 คน ไม่หมดล่ะ

เมนูต่อไปก็มา กุ้งล็อบสเตอร์ ซาชิมิ ตัวนี้ใหญ่มาก แต่เนื้อตรงกล้าม จะไม่ค่อยดี แนะนำให้เลือกตัวเล็กจะดีกว่า

หอยเม่น หรืออูนิ มาแบบสด ๆ ในฝาเลย ตัดหนามออก ก็ใช้ได้นะ

หอยเป๋าฮื้อ มาคนละตัว ให้หั่นเอง ก็จะลำบากนิดหน่อย ความสดถือว่าดี แต่เรื่องการปรุง หรือการเลือกร้าน คิดว่าแล้วแต่โชคล่ะ สรุปคือ เราเลือกร้านไม่ค่อยดี หรือ ไม่ค่อยถูกปากเรา เราคิดว่าจะออก แนวอาหารจีน แต่เป็นแค่การลวก นึ่ง และ ซาชิมิ น้ำจิ้ม ยังไงก็ไม่เด็ดเท่าซีฟู้ด บ้านเรา อย่างว่าแหละ ก็เป็นตลาดปลา ของคนท้องถิ่น คงต้องรสชาติของท้องถิ่น จะให้ใส่มะนาว รากผักชี พริกขี้หนู คงเป็นไปไม่ได้

การเดินทางไปตลาดปลา คลิก Noryangjin

สถานีรถไฟใต้ดินที่ใกล้ที่สุดคือสถานี Noryangjin ของรถไฟใต้ดินสายโซลหมายเลข 1 และ 9
ใช้ทางออก 7 ของรถไฟใต้ดินสาย 9 แล้วเดินตรงไปอีก 145 เมตร จากนั้นคุณจะเห็นสะพานลอยไปสู่ตลาดค้าส่งประมงนอร์ยางจิน

Kawatoyo ตำนานข้าวหน้าปลาไหล คลิกเลย