Home Blog Page 1133

“Nabana no sato” งานประดับไฟสุดอลังการ ที่นาโกย่า

“Nabana no sato” งานประดับไฟสุดอลังการ ที่นาโกย่า

nabana no sato
สวนดอกไม้ “นะบะนะ โนะ ซาโตะ” (Nabana no sato) เป็นสวนที่มีความกว้างใหญ่มาก ๆ มีพื้นที่มากถึง 300,000 ตารางเมตร สวนแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองคุวานะ จังหวัดมิเอะ ประเทศญี่ปุ่นค่ะ สามารถเข้าชมได้ตลอดทั้งปี เพราะที่นี่มีดอกไม้มากกว่า 40 สายพันธ์ุให้ได้ชมกันแบบละลานตาเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ดอกซากุระ ดอกไฮเดรนเยีย ทิวลิป คอสมอส ดอกกุหลาบ และอื่น ๆ อีกมากมาย

ในทุก ๆ ปีที่สวนแห่งนี้จะมีการจัดงาน ประดับไฟฤดูหนาว Nabana no sato Winter Illumination โดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมไปจนถึงเดือนพฤษภาคม ของทุกปี เช็ครายละเอียด คลิก โดยภายในงานนั้นจะน้ำไฟสีสันต่าง ๆ มาประดับประดาทั่วทั้งสวน เป็นธีมต่าง ๆ ไม่ซ้ำกันในแต่ละปี ไฮไลท์ของงานนี้จะอยู่ที่อุโมงค์ไฟประดับสุดโรแมนติกที่มีความยาว 200 เมตร ภายในอุโมงค์จะถูกประดับด้วยไฟดวงเล็ก ๆ เรียงรายเป็นแถว ละลานตา มองออกไปแล้วคล้ายดวงดาวที่ส่องสว่างอยู่เต็มท้องฟ้านั่นเองค่ะ

นอกจากกระประดับไฟสวยงามในช่วงกลางคืนแล้ว ในตอนกลางวันที่นี่ยังมีจุดให้ได้เดินเล่นเดินชมดอกไม้กันอยู่หลายจุด เช่น เรือนกระจกที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นอยู่ในโซน Begonia Garden เป็นเรือนกระจกที่มีขนาด 9,000 ตารางเมตร กว้างใหญ่สุด ๆ เลยหล่ะค่ะ ภายในเรือนกระจกจะถูกแบ่งเป็น 4 ธีม แต่ที่โดดเด่นที่สุดก็คงหนีไม้พ้นห้องแรกที่มีดอกบีโกเนียให้ได้ชมกว่า 5,000 ต้น การเข้าชมเรือนกระจกแห่งนี้จะเสียค่าเข้าเพิ่มนะคะ  แต่รับรองว่าคุ้มแน่นอน
Tips : ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 1,000 เยน, เด็กประถม – มัธยมต้น 700 เยน, เด็ก 3 ขวบขึ้นไป 200 เยน)

nabana no sato
หรือหากว่าใครต้องการจะไปชมวิวในมุมสูงหล่ะก็ สามารถขึ้น Island Fuji เพื่อชมวิวสวนแบบพาโนราม่าได้เช่นกัน เจ้าฟูจิจำลองนี้จะพาเราลอยช้า ๆ ขึ้นสูงไปประมาณ 45 เมตร ให้ได้ชมวิวกันอย่างเต็มอิ่ม (ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 500 เยน เด็ก 300 เยน)
ถ้าใครชื่นชอบดอกทิวลิปหล่ะก็แนะนำให้มาช่วงเดือนเมษายนนะคะ เพราะที่นี่จะมีการจัดสวนดอกที่ลิปที่มีขนาดใหญ่ มีดอกทิวลิปจำนวนกว่า 1,800,000 ดอกเลยทีเดียว อ่านไม่ผิดนะคะ จำนวนเท่านี้จริง ๆ เรียกว่าเดินชมกันยาว ๆ ไปเลยค่ะ

การเดินทาง

จากนาโกย่า
1.นังรถบัสจาก Meitetsu Bus Center ลงป้าย Nabana No Sato (ใช้เวลา 30 นาที)
2.นั่งรถไฟสาย Kintetsu จาก Nagoya Station ลงที่ Nagashima station(ใช้เวลา 20 นาที) แล้วต่อรถบัส Meitetsu Bus จาก Meitetsu Bus Center ลงป้าย NabanaNoSato (ใช้เวลา 10 นาที)

จากโอซาก้า
นั่งรถไฟชินคันเซ็น Nozomi จาก Shin-Osaka station ลงที่ Nagoya station (ใช้เวลา 50 นาที )แล้วต่อรถบัส Meitetsu Bus จาก Meitetsu Bus Center ลงป้าย NabanaNoSato (ใช้เวลา 30 นาที)

จากโตเกียว
นั่งรถไฟชินคันเซ็น Nozomi จาก Tokyo station ลงที่ Nagoya Station ใช้เวลา 100 นาที) แล้วต่อรถบัส Meitetsu Bus จาก Meitetsu Bus Center ลงป้าย NabanaNoSato (ใช้เวลา 30 นาที)

Tips : Meitetsu Bus Center อยู่ใกล้กับ Nagoya Station ราคา ตั๋วไป-กลับ ราคา 1,900 เยน ตั๋วเที่ยวเดียว ราคา 1,060 เยน เช็ครายละเอียด คลิก

ค่าเข้าชม : 1,600 เยน (ฤดูใบไม้ผลิ และฤดูใบไม้ร่วง) 1,000 เยน (ฤดูร้อน)
Nabana No Sato Winter Illumination 2,300 เยน (ฤดูหนาว) ได้คูปองทานอาหารในงาน 1,000 เยน

เวลา เปิด-ปิด : วันธรรมดา 09.00-21.00 น. และ วันหยุด 09.00-22.00 น.

 

 


เดินเล่นย่านเมืองเก่า “Takayama” ประเทศญี่ปุ่น คลิก

 

 

แปลงสวนดอกไม้ หลากหลายสีสัน ที่ I love Flower Farm

I Love Flower Farm คือแปลงดอกไม้ ที่สวยงามที่ตั้งอยู่ใน ต.เหมืองแก้ว อ.แม่ริม

เป็นอาชีพที่อยู่คู่คนเหมืองแก้วมากว่า 20 ปีแล้ว อาชีพหลักของชุมชนคือการปลูกไม้ตัดดอกขาย มีพื้นที่ปลูกประมาณ 12 ไร่ ทำรายได้มากมายให้กับชุมชน และชั่วโมงนี้ยังเป็นสถานที่สำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ได้เข้ามาถ่ายรูป โดยเก็บค่าเข้า คนละ  90 บาท จะได้รับน้ำและขนมที่ชุมชนเป็นคนทำขึ้นมา เป็นการบริหารงานชุมชนที่ยอดเยี่ยมมาก

ภายในพื้นที่มีทุ่งดอกมากาเร็ตสีม่วง ที่สีสันออกสีชัดเจน หากไปยืนอยู่กลางทุ่ง จะได้ภาพที่สวยงามตะการตา เป็นแถวแนวยาว ดูสดใส

หากมาอีกแนวที่เป็นทุ่งดอกซีโลเซีย จะได้ภาพที่เป็นสีแดง ส้ม ชมพู เป็นแนวยาวเรียงกัน สวยงามสดใส ชาวบ้านที่ปลูกดอกซีโลเซีย จะตัดดอก นำไปขายทุกอาทิตย์ ด้วยสภาพอากาศทำให้ออกดอกทั้งปี สร้างรายได้ให้กับชุมชน แถมยังเป็นแหล่งท่องเที่ยว สร้างรายได้เสริมให้กับชุมชนเพิ่มขึ้น

เรื่องเงินเข้าชุมชนสำคัญก็จริง แต่ชาวบ้านในชุมชนนี้อยู่อย่างมีความสุข ได้ทำงาน ได้พบปะผู้คน สร้างความสุขให้กับผู้เดินทางท่องเที่ยวเข้ามา ทำอาหาร เครื่องดื่มให้ นับว่าเป็นชุมชนต้นแบบ

I Love Flower Farm ตั้งอยู่ที่ 33 ตำบล เหมืองแก้ว อำเภอแม่ริม เชียงใหม่ 50180

พิกัด: คลิก

โทร.+66828972679

แก่นมะกรูด บ้านไร่ จ.อุทัยธานี จุดแวะถ่ายภาพ หนาวสุดกลางสยาม

แก่นมะกรูด บ้านไร่ จ.อุทัยธานี จุดแวะถ่ายภาพ หนาวสุดกลางสยาม

แก่นมะกรูด

ตำบล แก่นมะกรูด เป็นจุดที่อยู่สูงสุดบนทางขึ้นเขา ของอำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี คนที่นี่เค้าบอกว่า หนาวสุด อุณหภูมิเหลือเลขหลักเดียวเลยทีเดียวค่ะ และตลอดเส้นทางมีจุดให้แวะถ่ายรูปเยอะมากค่ะ รวมถึงมีจุดชมวิวที่มองเห็น ไร่ต่าง ๆ ของชุมชนที่นี่ด้วยค่ะ ถนนหนทางดีราดยางตลอดเส้นทาง รถเล็กสามารถขับขึ้นไปได้ จะแวะถ่ายรูปจุดไหนได้บ้างมาดูกันเลยค่ะ

แก่นมะกรูด

ทางขึ้นไปแก่นมะกรูด จะเป็นถนนทางตรงยาวไปจนถึงสุดยอดเขาเลยค่ะ ตามทางก็จะมีผ่านจุดท่องเที่ยวหบายอย่าง ทั้ง ต้นไม้ยักษ์ น้ำตกไซเบอร์ อุทยานห้วยขาแข้ง เยอะแยะมากมาย ซึ่งเป็นเส้นหลักที่ผ่านได้ทุกจุดเลยค่ะ อย่างในภาพก่อนเราจะเริ่มขับรถขึ้นไปข้างบน ระหว่างทางก็จะมีห้องน้ำน่ารัก ๆ ให้เราแวะเข้าก่อนขึ้นเขายาว ๆ ได้เลยค่ะ

จุดชมวิว

เมื่อขับเลยจุดอุทยานต่าง ๆ ไปแล้วจะมีจุดที่เป็นโค้งหักสอกหนึ่งโค้ง และพอพ้นโค้งนี้ไปก็จะเจอกับ จุดชมวิวที่สวยมาก ๆ เลยค่ะ ซึ่งจุดชมวิวตรงนี้จะอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 360 เมตร ถ้าขึ้นมาช่วงบ่ายแก่ขับมาถึงจุดนี้อากาศจะเริ่มเย็นแล้วค่ะ คนที่นี่บอกว่าถ้าช่วงอากาศหนาวมากๆ อุณหภูมินี่จะต่ำลงเหลือเพียงหลักเดียวเท่านั้นค่ะ คุณพระ!

บ้านอังวะ

หลังจากขับเลยจุดชมวิว ตรงยาวขึ้นมาเรื่อย ๆ จะพบกับหมู่บ้านอังวะ เป็นชุมชนที่อยู่อาศัยของชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยงโป จะมีลำธารไหลผ่านหนึ่งสายตลอดทั้งปี ชาวไทยภูเขาที่นี่จะในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จึงทำให้เป็นแหล่งป่าที่อุดมสมบูรณ์ และสัตว์ชุกชุม เค้าจะมีการใช้ภาษา ประเพณีเป็นของเค้าเองนะคะ แต่นับถือศาสนาพุทธเช่นเดียวกันกับเราค่ะ คนที่จะปลูกพันธุ์พืชพื้นเมืองที่มีการอนุรักษ์ในชุมชน เช่น พริกกะเหรี่ยง ข้าวโพดกะเหรี่ยง แตงกวาเหลือง เผือกคูโท้

แก่นมะกรูด

เส้นทางที่นี่เราจะเจอกับน้อง ๆ เจ้าถิ่นเยอะมากนะคะ ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอเจอเยอะมาก แบบมีตลอดเส้นทางที่ขับขึ้นมา จนอยากบอกต่อทุกคนที่จะขึ้นไปเหมือนเรา อาจจะระวังนิดนึงนะคะ บางจุดเยอะจนผ่านไม่ได้ แล้วน้องก็ไม่ยอมลุกออกด้วยค่ะ 555+ ขับช้า ๆ กินลมชมวิวไปเรื่อย ๆ คือดีที่สุดค่ะ

สะพานเก่า บนยอดแก่นมะกรูด

แก่นมะกรูด

เมื่อขับขึ้นมาถึงแก่นมะกรูดแล้ว เราจะเจอกับสะพานข้ามลำธารที่สร้างใหม่ รถยนต์ผ่านได้ค่ะ แต่ในภาพนั้นเป็นสะพานเก่าที่เค้าไม่ได้รื้อทิ้ง นี่ก็เป็นอีกจุดนึงที่มาถ่ายภาพได้สวยเลยทีเดียวค่ะ เพราะด้านข้างของสะพานก็จะมองเห็นแม่น้ำ ลำธารที่ไหลผ่าน แล้วเลยจุดนี้ขึ้นไปนิดนึงก็จะถึงจุดสูงสุดของแก่นมะกรูดแล้วค่ะ

จุดสูงสุดของแก่นมะกรูด

จุดนี้จะเป็นจุดป่าสงวนที่ถูกตั้งเป็น มรดกโลก เลยนะคะ เพราะเมื่อก่อนจุดนี้ถือเป็นที่มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติมาก ๆ มีลำธาร จนทำให้เหล่าสัตว์สงวนมากมายออกมาหากิน ดื่มน้ำในลำธาร ไม่ว่าจะเป็นกระทิง เสือดำ เสือดาว เสือโคร่ง ควายป่าออกมามากมาย แต่ปัจจุบันคงหาดูได้ยากแล้วนะคะ บนนี้อากาศเย็นสบายมากเลยค่ะ จนเกือบจะหนาวเย็น อาจจะติดเสื้อคาดิแกน หรือเสื้อคลุมบาง ๆ มาเผื่อด้วยก็ดีนะคะ

แก่นมะกรูด

ตลอดเส้นทางเราเจอความประทับใจมากมายหลายอย่าง หลายคนอาจจะมองเป็นแค่จังหวัดทางผ่าน แต่เราว่าที่นี่ยังมีอะไรให้น่าค้นหาอีกเยอะเลยนะคะ และช่วงหน้าหนาวของทุกปี ชาวบ้านที่นี่บอกเล่าว่า บนแก่นมะกรูดจะมีจัดงานดอกไม้เมืองหนาวสย ๆ เต็มพื้นที่เลยค่ะ ใครไปถูกช่วงถือว่าโชคดีมาก ได้เป็นดอกไม้นานาพันธุ์

บ้าน แก่นมะกรูด อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ทางหลวงชนบท 3011
พิกัด: Google Map

 

ต้นไม้ยักษ์ อายุ 300ปี 40คนโอบ หมู่บ้านสะนำ จังหวัดอุทัยธานี คลิกเลย

My Name ซีรีส์แอ็คชั่นสุดมันส์จาก Netflix Original 2021

0

Netflix Original

My Name ซีรีส์ Netflix Original ของฝั่งเกาหลีในปี 2021 ที่ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี ตั้งแต่ปล่อย Teaser ออกมา คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเพราะสาวสวยอย่าง ฮันโซฮี ที่รับบทนางเอกในซีรีส์ เพราะมายเนมเป็นซีรีส์ที่พลิกบทบาทการแสดงของเธอจากนักศึกษามหาลัยสุดน่ารักจากเรื่อง Nevertheless หรือจะเป็นบทแจ้งเกิดของเธอ อย่างบทเมียน้อยที่ต้องคอยปะทะอารมณ์กับเมียหลวงอย่างเรื่อง A World of Married Couple

My Name
CR.www.cheatsheet.com

ซีรีส์แอ็คชั่น-แก้แค้น สุดมัน

มายเนม ซีรีส์ความยาว 8 ตอน ตอนละประมาณ 1 ชั่วโมง โดยได้ผู้กำกับมากฝีมืออย่าง คิม มินจิน มากำกับซีรีส์เรื่องนี้ ซึ่งเป็นเรื่องราวของนักเรียนมัธยมปลาย ยุนจีอู (ฮันโซฮี) ที่เห็นพ่อของตัวเองดูฆาตกรรมต่อหน้าต่อตา ทำให้เธอเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของตัวเอง เรื่องราวการแก้แค้นจึงเกิดขึ้น

ใครชอบฉากบู๊แบบล้างผลาน หรือเรื่องราวการแก้แค้นแบบเดือดดาน ความสัมพันธ์ระหว่างแก็งเจ้าพ่อค้ายาที่จะทำให้คุณลุ้นไปตลอดทั้งเรื่องว่าใครจะทรยศใครบ้าง รับรองว่าเรื่องนี้ต้องถูกใจแน่นอน และ Inzpy จะพาไปทำความรู้จักตัวละครในเด่น ๆ ในเรื่องกัน เผื่อใครจะนำไปเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์เรื่องกัน

My Name
CR.Twitter : Netflixth

ยุน จีอู (ฮันโซฮี) เริ่มต้นต้นจากนางเอกสุดแกร่งของเรากัน การที่ต้องเห็นพ่อตัวเองตายไปต่อหน้าต่อตา ทำให้แรงแค้นผลักดันให้เธอเดินทางเข้าสู่เส้นทางของการเป็นสายในหน่วยปราบปรามยาเสพติด ให้กับแก็งดงชอน แก็งค้ายาเสพติดที่เธอคิดว่าพ่อเธออยู่ และถูกตำรวจฆ่าตาย

My Name
CR.www.ungeek.ph

ด้วยชีวิตที่ขุรขระอยู่ตลอดเวลานั้น ทำให้ตัวละคร ยุน จีอู ดูจะเหมือนคนที่มีลักษณะเย็นชา เต็มไปความใจเด็ด แต่บนความเด็ดเดี่ยวนั้น ยุน จีอู ก็เหมือนคนที่แบกโลกเอาไว้ทั้งใบ ชีวิตที่มีเป้าหมายเพื่อการแก้แค้นเท่านั้น จากประโยคที่ว่า “ฉันทิ้งอนาคต และชื่อของฉัน เพื่อแก้แค้น” ทำให้เราสามารถสัมผัสได้ถึงความสิ้นหวังของตัวละครตัวนี้ และฮันโซฮี ก็สามารถถ่ายทอดมันออกมาได้ดีสุด ๆ จนทำให้เรารู้สึกเจ็บปวดไปกับตัวละครได้เลย

My Name
CR.Twitter : Netflixth

ชเว มูจิน (พัค ฮีซุน) เจ้าพ่อแห่งแก็งดงชอน แก็งค้ายาเสพติดขนาดใหญ่ ที่เป็นถือเป็นจุดเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของ ยุน จีอู เลยก็ว่าได้ เพราะคนที่ให้ความช่วยเหลือและทำให้ จีอูเป็นสายในหน่วยงานตำรวจนั้นก็คือเขานั้นเอง

My Name
CR.www.ungeek.ph

ตัวละครที่แค่เห็นก็สามารถทำให้รู้สึกถึงความแข็งแกร่งและทรงพลังได้ในทุกอิริยาบท และสามารถทำให้คนดูทั้งรักและเกลียดได้ในเวลาเดียวกัน “ฉันไม่เคยเลยสักครั้ง ที่จะทรยศคนที่ไว้ใจฉัน แต่ทำไมฉันจึงถูกทรยศไม่จบไม่สิ้น” ประโยคนี้ของชเว มูจิน ทำให้เราสามารับรู้ได้เลยว่าภายใต้ความเยือกเย็นและโหดร้ายของตัวละครนี้นั้นมีความเจ็บปวด ซ่อนอยู่มากมายแค่ไหน

My Name
CR.Twitter : Netflixth

จอน พิลโด (อัน โบฮยอน) ตำรวจฝีมือดีจากหน่วยปราบปรามยาเสพติด ที่มีความมุ่งมั่นและความตั้งใจในการทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มความสามารถ

เป็นตัวละครที่ดูมีความกวนเล็ก ๆ แต่เต็มไปด้วยความจริงใจ และที่เราสามารถเห็นได้เต็ม ๆ จากลักษณะนิสัยของตัวละครนี้เลยคือ เป็นคนมุ่งมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง และพร้อมให้ความช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอ เป็นอีกตัวละครที่จะสร้างความเซอร์ไพส์ให้แฟน ๆ อย่างแน่นอน

My Name
CR.www.ungeek.ph

จอง แทจู (อี ฮักจู) ลูกน้องมือดีของชเว มูจิน ที่ทำหน้าและรับใช้เจ้านายอย่างเต็มที่ เป็นตัวละครที่ดูเงียบขรึม มีความคิดที่เป็นระบบและมีความรอบคอบสูง แต่บางครั้งก็เป็นตัวละครที่อาจจะทำให้คนดูรู้สึกสงสัยถึงตัวตนของตัวละครตัวนี้อยู่หน่อย ๆ เพราะเป็นตัวละครที่ถึงจะเต็มไปด้วยความซื่อสัตย์ต่อเจ้านาย แต่ก็มีเป็นตัวละครที่ให้ความรู้สึกหลายหลากทางอารมณ์มาก ๆ เลย

myname
CR.www.ungeek.ph

ชา กีโฮ (คิม ซังโฮ) หัวหน้าหน่วยปราบปรามยาเสพติด เป็นตัวละครที่มีปมฝังใจกับแก็งดงชอนและชเว มูจิน และตัวละครสำคัญที่เปลี่ยนชีวิตจี อู เช่นเดียวกัน เป็นตัวละครที่ดูจะเหมือนมีเกาะป้องกันตัวเอง และระแวงระวังคนรอบตัวอยู่เสมอ ใช้ความคิด และเล่นเกมส์ประสาทเก่งมากกว่าที่จะใช้กำลังในการสืบหาข้อมูล

myname
CR.www.ungeek.ph

โด กังแจ (จาง รยูล) มักเน่ (น้องเล็ก) ของแก็งดงชอน ก่อนที่จี อู จะมาเข้าร่วมแก็ง จึงต้องการเป็นที่ยอมรับจากพี่ ๆ และหัวหน้าแก็ง มีนิสัยที่เหมือนเด็กที่ดูเหมือนจะไม่มีพิษมีภัยกับใคร แต่กลับมีความเจ้าเล่ห์เจ้ากลเมื่อไม่ได้ดั่งใจและทำได้ทุกอย่างเพื่อสิ่งที่ต้องการ เป็นอีกตัวละครที่มีมิติหลายด้านที่โชว์ให้คนดูได้เห็น

myname
CR.www.ungeek.ph

ก็จบไปแล้วกับการแนะนำทั้งตัวซีรีส์และตัวละครนำ มายเนม ถือเป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่ทำออกมาได้ดีทั้งในการแสดงทั้งนักแสดงนำและสมบทที่ยังไม่ได้พูดถึง ด้านโปรดักชั่น ความสมจริงของฉากแอ็คชั่น มุมกล้อง การตัดต่อและเทคนิคต่างก็ถือว่าไม่ธรรมดามาก ๆ

myname
CR.www.kdramastars.com

ใครที่ยังไม่ได้ดู สามารถติดตามรับชมได้ที่ Netflix ลงครบแล้วทั้ง 8 ตอนดูกันยาว ๆ แบบต่อเนื่องกันได้เลย รับรองความสนุก โหด มันส์ ของฉากแอ็คชั่น และความลุ้นว่าใครจะทรยศใคร นางเอกจะความแตกตอนไหน แบบนั่งไม่ติดกันแน่นอน ร่วมกันสนับสนุนดูผ่านช่องทางถูกลิขสิทธิ์กันด้วยนะ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับทั้งนักแสดงและทีมผู้สร้างที่ทุ่มเทผลิตผลงานดี ๆ มาให้เราได้รับชมกัน

 

 

 

 

 

ส่องแบรนด์ นาฬิกาหรู ของเหล่าคนดัง ที่ต้องร้องอู้หูว เมื่อเห็นราคา คลิกเลย

GUCCI 25H นาฬิกาชั้นสูงที่นักสะสมควรมีไว้ครอบครอง

Gucci เปิดตัวคอลเลคชั่นนาฬิกาชั้นสูง GUCCI 25H

ในโอกาสครบรอบหนึ่งร้อยปี กุชชี่ ในปี2021 มีความภาคภูมิใจที่จะประกาศการเข้าสู่ตลาดนาฬิกาชั้นสูงด้วยคอลเลคชั่นนาฬิกาดีไซน์สุดทันสมัยที่โดดเด่นโดยผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ Alessandro Michele (อเลสซานโดร มิเคเล) ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของกุชชี่ นาฬิกาแต่ละเรือนแสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ งานฝีมือ และทักษะทางเทคนิคที่สนับสนุนการสร้างสรรค์ชิ้นงานนับตั้งแต่แบรนด์แฟชั่นหรูได้ถูกก่อตั้งขึ้นโดย กุชชิโอ กุชชี่ ในปี 1921

คอลเลคชั่นใหม่ของนาฬิกาชั้นสูงประกอบด้วย 4 ไลน์สินค้า ได้แก่ กุชชี่ 25H, G-Timeless, Grip และนาฬิกาเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูง โดยแต่ละแบบได้รับแรงบันดาลใจจากมรดกทางด้านงานฝีมือและวัฒนธรรมของ กุชชี่ เช่น ลายดอกไม้และลายสัตว์, เครื่องรางนำโชค และสัญลักษณ์โลโก้ Interlocking G

GUCCI 25H

กุชชี่ สร้างประวัติศาสตร์การผลิตนาฬิกาในปี 1972 ไม่เพียงแต่จะเป็นแบรนด์แฟชั่นหรูแบรนด์แรกที่ยกระดับนาฬิกาให้ออกมาเป็นสไตล์ที่ดูทันสมัย แต่ยังต้องมีคุณภาพที่สูงที่สุดด้วย โดยนาฬิกา กุชชี่ ทุกเรือนจะเป็น Swiss made ทั้งหมด ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา กุชชี่ ได้ออกแบบนาฬิกาสุดพิเศษมาอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นหนึ่งในผู้ผลิตนาฬิกาแฟชั่นหรูที่ใหญ่ที่สุดในโลก

และผลิตในโรงงานผลิตทั่วภูมิภาคการผลิตนาฬิกา Swiss ที่มีชื่อเสียง ทั้งในเมือง La Chaux-de-Fonds ที่จะเป็นสถานที่สำหรับควบคุมคุณภาพ ประกอบ และประดับเพชร ขณะที่หน้าปัดนาฬิกาจะถูกผลิตขึ้นในโรงงาน Fabbrica Quadranti ของ กุชชี่ ในรัฐ Ticino ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตหน้าปัดนาฬิกาที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดควบคู่ไปกับงานฝีมือที่มีทักษะสูง

GUCCI 25H

นอกจากนี้ยังมีการใช้เทคนิคการตกแต่งแบบพิเศษที่โรงงาน Fabbrica Quadranti อีกด้วย เมือง Neuchâtel เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่และถิ่นกำเนิดของนาฬิกา กุชชี่ อีกทั้งยังเป็นแหล่งรวบรวมความรู้และทักษะทางด้านการออกแบบนาฬิกาของ กุชชี่ ปัจจุบัน กุชชี่ เป็นหนึ่งในผู้ผลิตนาฬิกาแฟชั่นหรูที่ใหญ่ที่สุดในโลกและยังคงออกแบบนาฬิกา Swiss-made ที่เป็นตัวกำหนดยุคสมัย

ขณะนี้ กุชชี่ ได้ก้าวไปอีกขั้นอย่างสู่โลกของนาฬิกาชั้นสูงซึ่งเป็นโลกอันสูงสุดที่รวมเอาความรู้และทักษะที่ดีที่สุดเกี่ยวกับศาสตร์การทำนาฬิกา เทคนิคการผลิตขั้นสูง และทักษะอันยอดเยี่ยมในการออกแบบอย่างประณีต คอลเลคชั่นใหม่นี้เป็นการผสมผสานที่น่าตื่นตาของสไตล์อิตาลีดั้งเดิมของ กุชชี่ และความเชี่ยวชาญแบบ Swiss ที่ไม่มีใครเทียบได้ เป็นการผสมผสานที่แสดงออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบของตัวเครื่องนาฬิการุ่นใหม่ GG727.25

และยังเป็นก้าวแรกของ กุชชี่ ในการพัฒนาและผลิตโดยใช้การผลิตกลไกเคลื่อนไหว Kering อันล้ำสมัยในเมือง La Chaux-de-Fonds ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตัวเครื่อง GG727.25 เป็นแบบไขลานด้วยตัวเองและมีขนาดที่บางมากด้วยความสูงเพียง 3.70 มม. สำหรับตัวเครื่องรุ่นนี้ได้เปิดตัวในไลน์สินค้าใหม่ กุชชี่ 25H ซึ่งเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์นาฬิกาของ กุชชี่

GUCCI 25H

GUCCI 25H

กุชชี่ 25H เป็นชื่อที่ออกแนวขี้เล่นซึ่งมีตัวเลขที่ “อเลสซานโดร มิเคเล” ถือว่าเป็นเครื่องรางนำโชคและเป็นเลขที่เขามักจะนำเสนอในคอลเลคชั่นของเขาสำหรับ กุชชี่ ตัวเครื่อง GG727.25 นั้นอ้างอิงสัญลักษณ์ตัวเลขที่สำคัญ ได้แก่ ‘7’ เพื่อห่อหุ้มความสมบูรณ์, ‘2’ แสดงถึงความสมดุลและการร่วมมือกัน และ ‘5’ เป็นสัญลักษณ์ของความอยากรู้อยากเห็นและอิสรภาพ

ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูทันสมัยสไตล์สปอร์ต การตกแต่งที่ตัดกัน และความเป็นเลิศทางเทคโนโลยี ทำให้นาฬิกา กุชชี่ 25H เป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดตัวคอลเลคชั่นนาฬิกาชั้นสูงของ กุชชี่ ตัวเรือนที่บางเฉียบ ซึ่งมีขนาดบางเพียง 3.70 มม.ทำให้นาฬิกาเป็นเหมือนผิวหนังที่สองบนข้อมือ เหมาะสำหรับทั้งสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี

GUCCI 25H

นาฬิกา กุชชี่ 25H ถูกนำเสนอในรุ่นเหล็ก รุ่น pavé-set และรุ่น Tourbillon ที่เหมือนกันสองรุ่นในทองคำขาวและทองคำ นาฬิกา กุชชี่ 25H เป็นการออกแบบนาฬิกากลไกสำหรับยุคสมัยของเราที่เชื่อมโยงสไตล์ร่วมสมัยที่แท้จริงและความรู้ความเชี่ยวชาญด้านนาฬิกาที่ไม่มีใครเทียบได้ได้อย่างแนบเนียน

นาฬิการุ่นนี้จึงเป็นการผสมผสานกรรมวิธีผลิตอันประณีตของสวิสและความคิดสร้างสร้างอันโดดเด่นของอิตาเลียน นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยผลงานการสร้างสรรค์นาฬิกาชั้นสูงอีกสองชิ้นและคอลเลคชั่นนาฬิกาเครื่องประดับอัญมณีอีกหนึ่งชิ้นซึ่งแต่ละชิ้นเต็มไปด้วยลักษณะทางศิลปะและจิตวิญญาณอิสระของ กุชชี่

G-Timeless รูปลักษณ์คลาสสิก ดีไซน์ร่วมสมัย

ผลงานการสร้างสรรค์นาฬิกาชั้นสูง G-Timeless ประกอบด้วยการออกแบบที่โดดเด่นห้าแบบ ได้แก่ G-Timeless Dancing Bees เป็นนาฬิการุ่นใหม่ที่ดูน่าสนใจตกแต่งด้วยเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูงกับผึ้ง 22 ตัวที่ส่องแสงระยิบระยับและเคลื่อนไหวอยู่บนหน้าปัดนาฬิกา, นาฬิการุ่น Tourbillon ที่ออกแบบและผลิตโดยใช้การผลิตกลไกเคลื่อนไหว Kering ซึ่งเป็นความซับซ้อนของกลไกเคลื่อนไหวที่น่าทึ่งพร้อมด้วยการตกแต่งในสไตล์ กุชชี่, นาฬิการุ่น G-Timeless Automatic ที่มีลวดลายผึ้ง ตัวหน้าปัดนาฬิกาทำจาก Hardstone ประดับด้วยอัญมณี และสายนาฬิกาหนังอันล้ำค่า, นาฬิการุ่น G-Timeless Moonphase อันลึกลับ และนาฬิกาออโตเมติกฝังเพชรสีขาวพร้อมสายนาฬิกาหนังจระเข้รุ่น G-Timeless Pavé หากใครที่กำลังมองหานาฬิกาหน้าปัดกลมที่มีดีไซน์สุดล้ำ ผสมผสานกับมุมมองที่ดูคลาสสิกอย่างลงตัว เราขอแนะนำคอลเลคชันนี้เลยค่ะ

Grip แนบสนิทกับข้อมือ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสเก็ตบอร์ด

รูปแบบของนาฬิกาชั้นสูง Five Grip ถูกผลิตขึ้นด้วยวัตถุดิบล้ำค่าที่สร้างความสมดุลให้กับประเพณีงานฝีมือด้านการตกแต่งและเทคนิคที่ล้ำสมัยด้วยความรู้และทักษะทางเทคโนโลยี นาฬิกา Grip แต่ละรุ่นนั้นถูกติดตั้งด้วยกลไกเคลื่อนไหวแบบ Jump Hour ที่จะกระโดดไปข้างหน้าทุก ๆ ชั่วโมงไปยังดิสก์นาทีที่กวาดไปรอบ ๆ 60 นาที เทคโนโลยีนี้แสดงออกมาได้อย่างสร้างสรรค์ในนาฬิการุ่นใหม่ด้วยช่องรับแสงที่โค้งบนหน้าปัดนาฬิกาแต่ละอันทำให้สามารถแสดงตัวเลขได้อย่างชัดเจน หน้าปัดนาฬิกาแบบ Hardstone ประดับด้วย Grip ทอง 18kt รุ่นใหม่สามรุ่น  โดยมีสองรุ่นที่ทำด้วยทองคำส่วนอีกรุ่นจะทำด้วยทองคำขาว หน้าปัดนาฬิกาแต่ละอันได้รับการเจียระไนอย่างแม่นยำโดยช่างเจียระไนเพชรพลอยที่มีทักษะสูงซึ่งจะต้องขึ้นรูปวัตถุดิบที่ละเอียดอ่อนในขณะที่ยังคงรักษาความแข็งแรง

ดีไซน์ของนาฬิกา Grip จะมาพร้อมกับสายนาฬิกาหนังจระเข้ในเฉดสีที่สอดคล้องกับสีของหน้าปัดหิน ดีไซน์ที่สี่ในรุ่นที่ทำจากทองของนาฬิกา Grip ถูกผลิตขึ้นด้วยทองคำ 18kt ทั้งหมดพร้อมกับหน้าปัดนาฬิกาสีทองแบบ Brushed ที่ถูกแกะสลักอย่างละเอียดด้วยโลโก้ กุชชี่ และสายนาฬิกา bracelet link แบบตรงที่ส่องแสงแวววาว นาฬิกา Grip ที่ทำจากทอง 18kt แต่ละเรือนได้รับการตั้งค่าอย่างแม่นยำด้วยเพชรบาเก็ต 44 เหลี่ยมเรียงต่อเนื่องกัน

นาฬิกา Grip Sapphire เป็นรุ่นที่ห้าในไลน์สินค้านาฬิกา Grip เป็นนาฬิกากลไกเคลื่อนไหวแบบ Jump Hour ที่ชวนให้หลงใหลด้วยตัวเรือนที่ผลิตขึ้นจากคริสตัลแซฟไฟร์ทั้งหมด มีด้วยกันสี่สี ได้แก่ สีใส สีฟ้า สีเขียว และสีชมพู พร้อมด้วยสายนาฬิกายางแบบ tone-on-tone โปร่งแสงที่ถูกสลักลายนูนด้วยลวดลาย Interlocking G และตัวล็อกสายเหล็กแบบ ardillon buckle

คอลเลคชั่นนาฬิกาเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูง กุชชี่

กุชชี่ นำเสนอแนวคิดสุดล้ำที่นิยามดีไซน์นาฬิกาประดับอัญมณีด้วยขุมทรัพย์อันน่าตื่นตาของนาฬิกาอันล้ำค่าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายการออกแบบของ กุชชี่ ได้แก่ Dionysus, Lion Head และ กุชชี่ เพลย์ การออกแบบแต่ละชิ้นถูกสร้างขึ้นโดยใช้กลไกเคลื่อนไหวแบบควอตซ์ซึ่งเหมาะสำหรับงานทองและอัญมณีล้ำค่าที่ทำให้นาฬิกาเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูงนั้นแตกต่างออกไป รวมถึงเป็นงานศิลปะที่ผสมผสานระหว่าง ทักษะ งานฝีมือ ความแม่นยำ และสไตล์ ซึ่งดีไซน์ใหม่แต่ละชิ้นจะนำเสนอเรื่องราวของตัวมันเองผ่านทางโลหะมีค่าและหินล้ำค่าที่เปล่งประกายออกมา นาฬิกาชั้นสูงของ กุชชี่ จะวางจำหน่ายในบูติกจิวเวลรี่และนาฬิกาของกุชชี่  ที่ปลาซ วองโดม กรุงปารีส

Alessandro Michele
Alessandro Michele (อเลสซานโดร มิเคเล)
เกี่ยวกับ กุชชี่

กุชชี่ ก่อตั้งขึ้นที่เมืองฟลอเรนซ์ในปี 1921 และถือเป็นหนึ่งในแบรนด์แฟชั่นชั้นนำระดับโลก ในฐานะที่ กุชชี่ ครบรอบ 100 ปีภายใต้แนวทางความคิดสร้างสรรค์ของ อเลสซานโดร มิเคเล โดยมี Marco Bizzarri ดำรงตำแหน่งเป็นประธานและซีอีโอ กุชชี่ ก้าวไปสู่ทศวรรษต่อไปด้วยความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการกำหนดนิยามของความหรูหราขึ้นมาใหม่ ในขณะเดียวกันก็เฉลิมฉลองให้กับความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และงานฝีมือของชาวอิตาเลี่ยนที่เป็นค่านิยมหลักของ กุชชี่

กุชชี่ เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทสินค้าแบรนด์หรูระดับโลก Kering ซึ่งทำหน้าที่จัดการการพัฒนาของห้องเสื้อชื่อดังต่าง ๆ ในด้านแฟชั่น สินค้าเครื่องหนัง เครื่องประดับ และนาฬิกา

สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ กุชชี่ ได้ที่ www.gucci.com

Gucci Flora Gorgeous Gardenia นำเสนอสู่โลกจินตนาการผ่าน Miley Cyrus คลิกเลย

Sirimahannop เรือแห่งศตวรรษที่ 19 สู่ร้านอาหารหรูที่เชื่อมโลกในอดีตและปัจจุบัน

Sirimahannop เรือแห่งศตวรรษที่ 19 สู่ร้านอาหารหรูที่เชื่อมโลกในอดีตและปัจจุบันSirimahannop

“สิริมหรรณพ” เรือในอดีตกับบทบาทใหม่ สู่การสร้างสรรค์เป็นร้านอาหารที่สะท้อนการตกแต่งในยุคทองแห่งการค้าขายทางเรือของอารยธรรมสยาม ผสานเข้ากับความร่วมสมัยได้แบบหรูหรา และมากด้วยรายละเอียดอันเปี่ยมเสน่ห์

Sirimahannop

สำหรับ เรือ “สิริมหรรณพ” ที่จอดเทียบท่าถาวรอยู่ ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อน  นับเป็นอีกหนึ่งผลงานในการออกแบบของบริษัท PIA Interior ที่น่าสนใจ ซึ่งล่าสุดได้รับรางวัล DEmark 2021 มาครอง

โดยโปรเจ็คท์นี้ เป็นการนำต้นแบบของเรือใบสำเภาโบราณ สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) มาประยุกต์เป็นบาร์และร้านอาหารที่ผสานกับกลิ่นอายพิพิธภัณฑ์ได้อย่างน่าทึ่ง ซึ่งบนเรือสามารถรองรับผู้มาใช้บริการได้ประมาณ 300 ท่าน

Sirimahannop

Sirimahannop

ประกอบด้วยชั้นบน (Upper Deck) ดีไซน์เป็นบาร์หรู ส่วนโซนตรงกลางและหัวเรือทำเป็นพื้นที่นั่งรับประทานอาหาร ท้ายเรือเดิมคือห้องกัปตัน ถูกปรับเปลี่ยนเป็น Private Room รวมถึงเหนือห้องกัปตันยังทำเป็นที่นั่ง VIP และห้อง Secret Room (หรือ VVIP) เพื่อรองรับในการประชุมที่แสนจะเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันชั้นล่าง (Lower Deck) ของเรือ ได้ออกแบบให้กลายเป็นพื้นที่จัดสัมมนา จัดเลี้ยง และนั่งรับประทานอาหาร

Sirimahannop

นอกจากนี้ยังมีการยิงเลเซอร์ไปบนเสาและกระจกเงาโบราณ เพื่อสร้างสรรค์เป็นลวดลายศิลปะที่งดงาม สอดรับกับการสอดแทรกดีเทลการตกแต่งที่ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้เรื่องราวประวัติความเป็นมาของเรือใบสามเสาในช่วงรัชกาลที่ 4- รัชกาลที่ 5 รวมถึงวิถีชีวิตลุ่มแม่น้ำในครั้งอดีตได้อย่างตระการตาทีเดียว

Sirimahannop

ที่สำคัญโปรเจ็คท์สิริมหรรณพ ทาง PIA Interior ได้ทำการค้นคว้าข้อมูลอย่างหนักมาก่อนที่จะลงมือออกแบบ เพื่อที่จะสร้างสรรค์รายละเอียดให้มีความใกล้เคียงกับเรือครั้งอดีตมากที่สุด

ดังนั้น สิริมหรรณพ จึงถือเป็นสถานที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ สถานที่แฮงค์เอาท์ และแลนมาร์กของกรุงเทพฯ ที่มีความแปลกใหม่ทั้งในเรื่องของการดีไซน์ และการนำเสนอที่แนวคิดที่แตกต่างแต่สร้างสรรค์มาก ๆ ทีเดียว (ตบมือให้รัวๆ)

Sirimahannop : ตั้งอยู่ที่ Asiatique The Riverfront ซอยเจริญกรุง 72-76 เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร โทร. 02 059 5999

 

Cr. Photo : demarkaward.net

 

บทความน่าสนใจ : 5 โรงแรมดีไซน์สวย เปิดตัวในปี 2021

5 โรงแรมดีไซน์สวย เปิดตัวในปี 2021

5 โรงแรมดีไซน์สวย เปิดตัวในปี 2021

5 โรงแรมดีไซน์สวย
Cr.Photo : architizer.com

พบกับ 5 โรงแรมเปิดใหม่ในปี 2021  ภายใต้การดีไซน์ห้องหับและสถาปัตยกรรมอันงดงาม มาพร้อมความหรูและครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงสีสันต่าง ๆ ที่เติมเต็มความกระปรี้กระเปร่าให้แก่ชีวิต…

แม้การท่องเที่ยวทั่วโลกจะชะงักงันไปพักใหญ่ ทว่าอุตสาหกรรมโรงแรมก็ใช่จะหยุดคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ เพราะที่พักทั้งหมดนี้เป็นสิ่งปลูกสร้างที่เพิ่งเปิดตัวในปีนี้ (แนะนำโดย อาโกดา) ซึ่งทางเราได้รีบนำมาแชร์ต่อ เผื่อให้คนชอบเที่ยวและรักในงานดีไซน์สวย ๆ ได้นำไปบันทึกไว้เป็นลิสต์ที่พักสำหรับเดินทางไปท่องเที่ยวในอนาคตกัน

ME ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
5 โรงแรมดีไซน์สวย
Cr.Photo : hoteliermiddleeast.com

ME Dubai by Melia เป็นหนึ่งในโรงแรมใหม่ที่มีความน่าสนใจในเรื่องของการออกแบบภายในและสถาปัตยกรรมเป็นอย่างมาก เพราะเป็นผลงานชิ้นเอกของนักออกแบบชื่อก้องโลกที่ล่วงลับไปแล้วอย่าง “Zaha Hadid” ซึ่งงานนี้เธอดีไซน์ไว้อย่างงดงามตรึงใจ ผ่านการนำเสนออาคารแฝด Opus อันโดดเด่นในย่าน Burj Khalifa ที่เป็นสีสันของดูไบ แถมภายในโรงแรมยังมีร้านอาหาร 3 ร้าน ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี รวมถึงยังครบครันด้วยสระว่ายน้ำ พื้นที่อาบแดด สปาสุดหรู ภายใต้วิวเมืองสวยสุดพรรณา นับเป็นงานออกแบบที่สวยและปัง… สมชื่อ Zaha Hadid เลยทีเดียว

Hyatt Reqency เกาะสมุย ประเทศไทย
5 โรงแรมดีไซน์สวย
Cr.Photo : agoda.com

Hyatt Regency Koh Samui โรงแรมแห่งนี้นอกจากจะวางแปลนห้องสวีท และวิลล่าให้มองเห็นวิวทะเลสวยเต็มตาแล้ว การออกแบบภายในยังโดดเด่นกลมกลืนไปกับธรรมชาติ เพราะได้รับแรงบันดาลใจในการตกแต่งมาจากมหาสมุทร ที่นี่มีร้านอาหาร รวมถึงบาร์ 4 แห่ง ซึ่งเสิร์ฟอาหารหลากหลายประเภท ตัวโรงแรมตั้งอยู่ในบริเวณหาดเฉวงเหนือ ที่ดูคึกคักไม่ร้างผู้คน เดินทางสะดวก นั่งรถเพียง 10 นาทีจากสนามบิน อีกทั้งยังใกล้สถานที่ท่องเที่ยว และกิจกรรมมากมาย

Andaz บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย
5 โรงแรมดีไซน์สวย
Cr.Photo : agoda.com

รีสอร์ทหรูระดับ 5 ดาวที่ผสานศิลปะและสถาปัตยกรรมบาหลีเข้ากับสไตล์ร่วมสมัยและความสะดวกสบายได้อย่างมีเสน่ห์ อาณาบริเวณในโรงแรมกว้าง มีลานขนาดใหญ่ที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้ รวมถึงมีสระว่ายน้ำส่วนกลางท่ามกลางพื้นที่สีเขียวถึง 3 สระให้ผู้เข้าพักได้แหวกว่ายออกกำลังกายได้จุใจ หรือตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าที่หาดซานูร์ (Sanur) ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ที่สำคัญที่นี่มีร้านอาหารที่ตกแต่งสะท้อนกลิ่นอายความเป็นอินโดนีเซียให้ได้ลิ้มลอง รวมถึงมีศูนย์สุขภาพให้ผู้มาเยือนได้ใช้บริการอีกด้วย

 W เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย

Cr.Photo : agoda.com

ถ้าใครชอบพอบรรยากาศหรูหราระคนด้วยความสนุกสนาน ต้องไม่พลาดไปเยือน W Melbourne โรงแรมทันสมัยที่มีห้องพักรวมถึงห้องสวีทมากกว่า 300 ห้อง ถูกออกแบบมาให้คล้ายคลึงกับตรอกซอกซอยของเมืองเมลเบิร์น! ภายในโรงแรมมีร้านอาหารถึง 4 ร้านให้เลือกลิ้มลอง ส่วนใครสายชิลล์/สายดื่ม แนะให้แวะไปบนชั้น 14 เพราะมีบาร์ริมสระน้ำในร่มให้นั่งดริงก์ พลางชมทัศนียภาพอันงดงามของเมืองไปด้วยรับรองฟิน…

The Londoner ลอนดอน สหราชอาณาจักร
Cr.Photo : agoda.com

บูติกโฮเทลสุดหรูหราที่เพิ่งเปิดตัวใหม่หมาดเมื่อเดือนกันยายนนี้เอง ตั้งอยู่ในจัตุรัสเลสเตอร์สแควร์ ใจกลางย่านโรงละครของเขตเวสต์เอนด์ โรงแรมมี 16 ชั้น จำนวนห้องทั้งหมด 350 ห้อง มาพร้อมร้านอาหาร 6 ร้านที่มีสไตล์แตกต่างกัน รวมถึงมีโรงภาพยนตร์ และศูนย์สุขภาพรองรับความสะดวกสบายอยู่ภายใน ส่วนใครนิยมความมีระดับ แนะนำให้จองห้อง Tower Penthouse Suite เพราะไม่เพียงเผยพื้นที่นั่งเล่น ห้องครัว และห้องโถงดีไซน์สวยและสง่างามเท่านั้น แต่ยังนำเทคโนลียีใหม่ ๆ มาติดตั้งภายในห้องเพื่อรองรับความสะดวกสบายให้แก่ผู้มาเยือนอีกด้วย

สำหรับใครที่อยากไปเปิดหูเปิดตากับความใหม่ที่เรานำเสนอมานี้  รวมถึงอยากได้ข้อเสนอพิเศษ ๆ สำหรับการจองห้องพัก ลองคลิกไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ agoda.com

 

บทความน่าสนใจ : The Messenger Through The Twilights นิทรรศการกลุ่มโดย 5 ศิลปินเซรามิกมากฝีมือ

 

 

ต้นไม้ยักษ์ อายุ 300ปี 40คนโอบ หมู่บ้านสะนำ จังหวัดอุทัยธานี

ต้นไม้ยักษ์ อายุ 300ปี 40คนโอบ หมู่บ้านสะนำ จังหวัดอุทัยธานี

ต้นไม้ยักษ์

ต้นไม้ยักษ์ ที่มีอายุกว่า 300ปี ต้นนี้ชื่อว่าต้นเซียง ต้นไม้เนื้ออ่อน ขนาดใหญ่ หากจะโอบต้นนี้ต้องใช้คนถึง 40คนโอบเลยนะคะ มันใหม่มากจริง ๆ ในอดีตเป็นเพียงต้นไม้ธรรมดา แต่โตข้างศาลเจ้าบ้าน จึงเปรียบเสมือนเป็นจิตวิญญาณของคนชุมชนที่นี่ค่ะ

ต้นไม้ยักษ์

เมื่อก่อนจะมีต้นไม้เซียงขึ้นหนาแน่นในป่าดงดิบ แต่พอมีคนอพยพเข้ามา ก็มีการถากถางป่าเพื่อนำไปสร้างเป็นที่อยู่อาศัย และคงหลงเหลือไว้เพียงต้นเซียงยักษ์ ที่มีอายุ 300ปีไว้กลางชุมชนเพียงต้นเดียว และถูกรายล้อมไปด้วยต้นหมากอีกนับร้อยพันต้น

ต้นไม้ยักษ์

หลังจากที่เริ่มเป็นที่รู้จักชุมชนที่นี่ก็ได้มีการสร้างตลาดขึ้นมา เพื่อเป็นพื้นที่ทำกินของคนในชุมน ชื่อว่า ตสหลาดต้นไม้ยักษ์ ก็จะนำพืช ผัก ผลไม้ต่าง ๆ ที่เพาะปลูกกันมาแปรรูปเป็นอาหาร และนำมาวางขายเป็นทางเดินก่อนที่คนจะผ่านเข้าไปดูต้นไม้ใหญ่

การเข้ามาในชุมชนแห่งนี้ ใช้เพียงไม่นานจากบ้านไร่ ขสามารถขับรถเข้าซอยได้ระยะทางประมาณ 500 เมตรจากปากซอยค่ะ ใครอยากไปพิสูจน์ความใหญ่โตของต้นไม้นี้ก็สามารถปักมุกไปหมู่บ้านสะนำ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานีได้เลย

ลุง ๆ ป้า ๆ ที่นี่น่ารัก และใจดีมาก แนะนำสถานที่ บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับต้นไม้ใหญ่ว่าอยู่คู่กับเค้ามาตั้งแต่เค้ายังเด็ก เกิดมาก็เจอต้นไม้นี้ใหญ่โตมากแล้วค่ะ

ต้นไม้ยักษ์

ชอบสุดคือร้านคุณลุงที่ขาย กล้วยเบรคแตก ป้าเอียด ลุงบอกว่าขายกล้วยเบรคแตกที่นี่มานานกว่า 10 ปีแล้วค่ะ คนจะมาหรือไม่มาก็ยังเปิดขายอยู่ตลอด ใครที่ได้แวะดูต้นไม้ใหญ่ก็อย่าลืมแวะอุด กล้วยเบรคแตกป้าเอียด ของคุณลุงกันได้นะคะ

เรารู้สึกว่าการเดินทางมาที่นี่ จะเห็นต้นไม้ด่าง และต้นไม้ประดับบ้านที่เกิดอยู่ตามข้างทางมากมายเลย ทั้งที่ในกรุงเทพฯ นำมาขายกันค่อนข้างแพง ซึ่งก็บ่งบอกถึงความเป็นชนบท ที่มีความเป็นธรรมชาติจริง ๆ คนที่ชุมชนที่ดูมีความสุข สุขภาพแข็งแรงกันทั้งนั้นเลยค่ะ ทั้ง ๆ ที่อายุนี่แทบ 60 กว่าปีกันแล้วเกือบทุกคนค่ะ

ต้นไม้ยักษ์

และถ้าหากมองไปฝั่งตรงข้ามของตลาดก็จะเห็นลำธารเล็ก ๆ และจะเห็นร้านกาแฟเท่ ๆ อยู่ ใครที่จะแวะไปแล้วคนอยากดูต้นไม้ก็เดินไปดู แต่ใครที่อยากแวะนั่งร้านกาแฟก็แวะไปนั่งรอร้านนี้ได้เลยค่ะ

เราเชื่อว่าสถานที่ของต้นไม้ยักษ์แห่งนี้ ถือเป็นมรดกของไทยที่ควรช่วยกันรักษาไว้ ให้คนรุ่นหลังได้เห็นคุณค่าของสิ่งเหล่านี้ ว่ามีผลต่อจิตใจของคนในชุมชน ถึงแม้จะเป็นชุมชนเล็ก แต่ทุกคนก็มีความสุขกับการได้อยู่แบบธรรมชาติที่นี่ค่ะ

ต้นไม้ยักษ์ หมูบ้านสะนำ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี
พิกัด: Google Map

 

Soulmate Cafe & Garden คาเฟ่เปิดใหม่ สำหรับคนรักต้นไม้ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี คลิกเลย

พาเดินชิล ๆ ที่อุทยานเย่หลิว (Yehliu Geopark)

พาเดินชิล ๆ ที่อุทยานเย่หลิว (Yehliu Geopark)

อุทยาน เย่หลิว (Yehliu Geopark) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่ต้องมาเมื่อเดินทางมาเที่ยวที่ไต้หวัน อุทยานแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ตอนเหนือสุดของเมืองนิวไทเป(New Teipei) อุทยานแห่งนี้เป็นอุทยานด้านธรนีวิทยา ความโดดเด่นคือ ที่นี่จะเป็นแหลมยื่นออกไปในทะเลประมาณ 1,700 เมตร โดยแหลมนี้จะถูกกัดเซาะจากคลื่นลมทะเล เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนเกิดเป็นหินที่มีรูปร่างแปลกตา โดดเด่น ไม่เหมือนใคร ดึงดูดใจผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่มีชื่อเสียงในระดับโลกเลยค่ะ

เย่หลิว

การมาเที่ยวที่อุทยาน เย่หลิว แห่งนี้กิจกรรมที่สนุกอย่างหนึ่งนั่นก็คือการเดินชมหินรูปร่างต่าง ๆ แล้วจินตนาการออกมาว่าเป็นรูปร่างเช่นไร ซึ่งนั่นอยู่อยู่ที่มุมมองของแต่ละคน ไม่มีผิดหรือถูกนะคะหากเรามองไม่เหมือนคนอื่น หินที่มีชื่อเสียงมาก ๆ คนไปต่อคิวถ่ายรูปเยอะที่สุดก็จะมี หินเศียรราชินี การหาหินรูปเศียรราชินีนั้นก็ไม่ยากเลยค่ะ จุดไหนแถวยาว ๆ คนต่อคิวเยอะ ๆ นั่นแหละค่ะ ใช่เลย แต่นอกจากนี้ก็ยังมีหินรูปร่างต่าง ๆ เช่น หินไอศกรีม หินเห็ด หินขิง หินเสือดาว หินรองเท้านางฟ้า เป็นต้น สามารถจินตนาการกันได้อย่างเต็มที่เลยค่ะ

ภายในอุทยานจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกและส่วนที่สองจะเป็นที่ตั้งของหินรูปร่างแปลกตาต่าง ๆ ส่วนที่สามนั้นจะเป็นจุดที่สูงที่สุดในอุทยาน สามารถขึ้นไปชมวิวมุมสูงได้ที่จุดนี้ค่ะ

เย่หลิว

นอกจากภายในอุทยานที่มีธรรมชาติสวยแปลกตาแล้ว ก็จะมี Yehliu Ocean World ที่เป็นพิพิธภัณท์สัตว์น้ำและสวนสนุกอีกด้วย ภายในเย่หลิวโอเชี่ยนเวิลด์นี้ประกอบด้วย โรงละครโอเชี่ยน สำหรับจัดแสดงโชว์โลมาสุดน่ารัก มีอุโมงค์ทะเลความยาว 100 เมตร สำหรับเดินชมปลาสวยงามและสัตว์ทะเลต่าง ๆ รวมทั้งยังมีหอแสดงนิทรรศการทางทะเลอีกด้วย ค่าเข้าชม Yehliu Ocean World ผู้ใหญ่ 80 NT เด็ก(6-11 ปี) 65 NT ผู้สูงอายุ(65 ปีขึ้นไป) 40 NT เปิด 09.00-17.00 น.

บริเวณด้านหน้าอุทยานจะอยู่ติดกับท่าเรือและมีร้านขายอาหารทะเลต่าง ๆ ทั้งร้านอาหารที่มีของทะเลสด ๆ ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อเลือกทานกันได้ที่ร้านหรือจะเป็นของทะเลแห้งสามารถซื้อกลับไปเป็นของฝากก็สามารถจับจ่ายใช้สอยกันได้ที่นี่

การเดินทาง

นั่ง MRT สายสีน้ำเงินไปลงที่ Taipei Main Station Exit 3 จากนั้นต่อรถบัส KuoKuang หมายเลข 1815 ลงที่ป้ายอุทยานเย่หลิว (Yehliu Geopark) มีรถออกทุก ๆ 20 นาที ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ค่าโดยสารรถบัส 96 NT
ตรวจสอบเส้นทางเดินรถบัส KuoKuang Bus ได้ที่ http://www.taiwanbus.tw/information.aspx?Lang=En&Line=8236

ค่าบริการเข้าอุทยาน

ผู้ใหญ่ ราคา 80 NT
เด็กนักเรียนและเด็กอายุ 6 – 12 ปี ราคา 40 NT

 

 


ทะเลสาบสุริยันจันทรา “Sun Moon Lake” คลิก

 

ชมความวิจิตรงดงามของวิหารแก้ว “วัดท่าซุง” อุทัยธานี

ชมความวิจิตรงดงามของวิหารแก้ว “วัดท่าซุง” อุทัยธานี

วัดท่าซุง

ถ้าจะพูดถึงวัดที่มีชื่อเสียงที่รู้จักกันในเมืองไทย วัดท่าซุง จะต้องมีชื่อติดอยู่ในโผด้วยอย่างแน่นอนค่ะ หากใครที่กำลังมองหาการเดินทางมาไหว้พระทำบุญ ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ และยังได้ชมความสวยงามของของศิลปะการตกแต่งภายในวัดแล้วหล่ะก็ วันนี้เราจะพาทุก ๆ ท่านมากราบไหว้ สักการะ ขอพร และชมความวิจิตรงดงามตาของสิ่งก่อสร้างภายใน วัดท่าซุง นี้กันค่ะ

Cr. Pinterest

วัดท่าซุง หรือ วัดจันทาราม ตั้งอยู่ที่จังหวัดอุทัยธานี วัดนี้ได้ถูกพัฒนาจนมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จัก ภายในวัดมีสิ่งก่อนสร้างอันโดดเด่น และสวยงามอย่างมาก นั่นคือ วิหารแก้ว และปราสาททองคำ โดยในวิหารแก้วนั้นจะเป็นวิหารที่มีทรงสูง ข้างในมีเสาสูงหลายต้นถูกประดับประดาไปด้วยประจกและโมเสกสีขาว เมื่อกระทบกับแสงไฟจากโคมไฟแขวนในวิหาร ทำให้ดูเหมือนแก้วใสสะท้อนวิบวับไปทั่วทั้งวิหาร เป็นภาพที่สวยงดงามเป็นอย่างมาก

วัดท่าซุง
Cr. Pinterest

ภายในวิหารแก้วนี้ด้านในสุดจะเป็นที่ประดิษฐานขององค์พระพุทธชินราชจำลอง ที่มีผู้คนมากราบไหว้กันอย่างไม่ขาดสาย และยังมีโลงที่บรรจุสังขารที่ไม่เน่าเปื่อยของหลวงพ่อฤาษีลิงดำที่ชาวอุทัยเคารพนับถืออย่างมากเอาไว้อีกด้วย

Cr. Pinterest

จุดต่อมาภายในวัดท่าซุงนี้ก็คือ วิหารทองคำ(กาญจนาภิเษก) ที่ก่อสร้างโดยการก่ออิฐฉาบปู ประดับด้วยลวดลายไทยที่วิจิตร อ่อนช้อย งดงาม ปิดด้วยทองคำเปลวสีเหลืองทองทั่วทั้งปราสาท ที่นี่สร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวาระที่ทรงเสวยราชย์เป็นปีที่ 50

นอกจากความสวยงามอลังการของ 2 สถานที่นี้แล้ว ยังมีจุดต่าง ๆ ภายในวัดที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เช่น พระศรีอริยเมตตรัย วิหารพระวิสุทธกษัตริย์เทพ วิหารสมเด็จองค์พระปฐม มณฑปพระปัจเจกพระพุทธเจ้า หอไตร และอื่นๆ อีกมากมาย ให้นักท่องเที่ยวได้มากราบไหว้สักการะ และชมความงดงามไปพร้อม ๆ กัน

ข้อมูลทั่วไป

ที่อยู่ : ตำบลท่าซุง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี
เบอร์ติดต่อ : 056-502-506
Website : http://www.watthasung.com/home.php
Google Map คลิก

เวลาทำการ

วิหารแก้ว เปิด 9:00 – 11: 45 น. และ 14:00 – 16:00 น.
พระวิหารสมเด็จองค์ปฐม เปิด 09.00 – 10.30 น. และ 13.00 – 16.00 น.
ปราสาททองคำ เปิด 08.00 – 16.00 น.

 

 


ปราสาทเขาพนมรุ้ง ปราสาทสีชมพู ที่งดงามที่สุดในประเทศไทย คลิก