Home Blog Page 1108

เมโสแฟต ลดไขมันบนหน้าได้จริงหรือไม่ ใครบ้างที่ควรทำ?

เมโสแฟต ลดไขมันบนหน้าได้จริงหรือไม่ ใครบ้างที่ควรทำ? – หลายครั้งที่สาวๆ นั้นเป็นกังวลกับใบหน้าที่อ้วน หรือหน้าใหญ่ขึ้นเพราะมีไขมันสะสมอยู่บนชั้นผิวหนังบนใบหน้าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งการที่จะลดความอ้วนบริเวณใบหน้านั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมากๆ เพราะเราไม่สามารถเอาใบหน้าของเราไปออกกำลังกายได้เหมือนกับ บริเวณแขนขา หน้าท้อง สะโพก เป็นต้น ที่สามารถขยับร่างกายในส่วนต่างๆ เพื่อให้ไขมันที่สะสมสลายหายไป และทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นเกิดความกระชับขึ้น และเฟิร์มขึ้นมาได้

เมโสแฟต ลดไขมัน
Cr: Photo www.freepik.com

การจะทำหน้าให้เล็ก และเรียวขึ้นนั้นสำหรับคนมีไขมันสามารถทำได้แค่ไม่กี่วิธี เช่นการลดน้ำหนักด้วยการควบคุมอาหารเพื่อให้น้ำหนักลดลง เพื่อให้บริเวณใบหน้าลดลงตาม ซึ่งมันอาจจะไม่ได้ผลกับบางคนก็ได้ ปัญหาหน้าบวมอ้วนที่เกิดจากไขมัน เป็นปัญหาใหญ่สำหรับผู้หญิงหลายๆ คน ทำให้มีการผลิตตัวยาที่เรียกว่าเมโสแฟต ( meso fat ) ขึ้นมาโดยจะใช้ฉีดเข้าไปตรงบริเวณที่มีไขมัน

เมโสแฟต( meso fat ) คืออะไร

คงมีหลายท่านที่เคยได้ยินคำว่า เมโสแฟต ( meso fat ) กันมาบ้างแล้ว เมโสแฟต( meso fat ) คือ การฉีดสารที่มีชื่อว่า Artichoke extract (Cynara scolymus) ที่เป็นตัวทำหน้าที่กระตุ้นการสังเคราะห์ coenzyme ในกระบวนการ anabolism ในการช่วยให้ไขมันแตกตัว และสลายไขมันเซลลูไลท์ออกไป โดยสามารถทำการสลายเฉพาะจุดตามที่ต้องการได้โดยไม่ต้องผ่าตัด และไขมันที่สลายหายไปจะถูกขับออกทางเหงื่อ และปัสสวะ นั้นเอง

การฉีดเมโสแฟต ( meso fat ) อันตรายหรือไม่?

อย่างไรก็ตามการฉีดเมโสแฟต ( meso fat ) หากถามว่าอันตรายหรือไม่นั้น บอกเลยว่าไม่มีอันตรายกับร่างกายอย่างแน่นอน แต่หากคุณได้รับเมโสแฟต ( meso fat ) ของปลอม หรือได้รับในปริมาณที่มากเกินไปอาจจะส่งผลเสียกับสุขภาพของคุณได้ ซึ่งการฉีดเมโสแฟต ( meso fat ) จะถูกควบคุมปริมาณ และการฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินไขมันในชั้นผิวที่ต้องการฉีด และกำหนดปริมาณเมโสแฟต (meso fat) ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

เมโสแฟต ลดไขมัน 1
การฉีดเมโสแฟต เรียกว่า Artichoke extract (Cynara scolymus) Cr: Photo www.freepik.com

สามารถฉีดเมโสแฟต ( meso fat ) ในบริเวณไหนได้บ้าง?

สำหรับตำแหน่งของการฉีด เมโสแฟต ( meso fat ) ส่วนใหญ่คนที่มาฉีดจะเน้นไปที่เรื่องของความงาม ซึ่งสามารถฉีดได้ตรงส่วนที่มีไขมันเกาะอยู่ ไม่ว่าจะเป็น ใบหน้า ต้นขา ต้นแขน หรือหน้าท้อง ก็สามารถฉีดเมโสแฟต ( meso fat ) สลายไขมันได้ ซึ่งแต่ละส่วนนั้นจะมีปริมาณไขมันเกาะอยู่ไม่เท่ากัน ซึ่งบางจุดอาจจะมีการใช้ตัวยาที่มาก เช่น หน้าท้อง อาจจะใช้มากถึง 50 CC ในการฉีดแต่ละครั้งเลยทีเดียว เมื่อยิ่งมีการใช้เยอะราคาก็จะสูงตามขึ้นไปด้วย

การฉีดเมโสแฟต ( meso fat ) เหมาะกับใคร?

การฉีดเมโสแฟต ( meso fat ) หากถามว่าเหมาะกับใครมากที่สุด ขอตอบเลยว่าเหมาะกับผู้ที่มีความกังวลในเรื่องของการมีส่วนเกินจากไขมัน ไม่ว่าจะเป็นบริเวณใบหน้า หน้าท้อง ต้นแขน และต้นขา ที่ทำให้เกิดความไม่มั่นใจ และต้องการที่จะเอาไขมันบริเวณนั้นๆ ออกไป สามารถทำได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ซึ่งคุณจะต้องดูดีๆ ว่าบริเวณที่ต้องการลด บริเวณนั้นเป็นไขมัน หรือกล้ามเนื้อ หากเป็นกล้ามเนื้อและฉีดเมโสแฟต ( meso fat ) เข้าไปก็อาจจะไม่มีประโยชน์

เมโสแฟต ลดไขมัน 2
Cr: Photo www.freepik.com

ทำไมบ้างคนฉีดเมโสแฟต ( meso fat ) แล้วไม่ลด?

มีหลายคนที่เมโสแฟต ( meso fat ) แล้วบริเวณที่ฉีดไปนั้นไม่ลดลง ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ โดยสาเหตุส่วนใหญ่ที่สามารถเกิดขึ้นได้จะมีดังต่อไปนี้

  • บริเวณที่ฉีดเข้าไปไม่ใช่ไขมัน แต่กลายเป็นกล้ามเนื้อ เพราะเมโสแฟต ( meso fat ) จะเข้าไปทำให้ไขมันแตกตัว และสลายถูกขับออกจากร่างกายเท่านั้น
  • ฉีดเมโสแฟต ( meso fat )ในปริมาณที่น้อยเกินไป ทำให้ไขมันบริเวณนั้นแตกตัวได้น้อย
  • ไม่มีการออกกำลังกายควบคู่ไปกับการฉีด ซึ่งการออกกำลังกายจะช่วยให้ผิวหนัง และกล้ามเนื้อบริเวณนั้นกระชับขึ้น ซึ่งจะทำให้บริเวณที่ฉีดเล็กลงอย่างเห็นได้ชัดมากขึ้นอีกด้วย
  • โดนหลอกขายเมโสแฟต ( meso fat ) ปลอม หรือไม่มีคุณภาพพอ ทำให้ตัวยาไม่เกิดประสิทธิภาพ

การฉีดเมโสแฟต ( meso fat ) หากถามว่าได้ผลจริงหรือไม่ บอกเลยว่าได้ผลจริง แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น คุณภาพตัวยาที่ฉีด ปริมาณที่ฉีด บริเวณที่ฉีด ที่จะเป็นตัวแปรส่งผลให้ไขมันนั้นถูกสลาย และทำให้บริเวณนั้นลดลงได้จริง โดยส่วนใหญ่เมโสแฟต ( meso fat ) สามารถเข้าไปรับการรักษาได้ที่คลีนิคเสริมความงามทั่วไปได้เลย และควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ให้การรักษากับคุณจริงๆ

อยากหน้าเด้ง หน้าเรียว ทำได้ง่ายๆ แค่รู้จัก วิธีทาครีม
วิธีทาครีม ที่จะช่วยให้ผิวหน้าของคุณนั้นยกกระชับ ดูเต่งตึง และดูเรียวขึ้นมาได้ง่ายๆ แถมยังเพิ่มประสิทธิภาพให้กับครีมอีกด้วย

อยากหน้าเด้ง หน้าเรียว ทำได้ง่ายๆ แค่ทาครีมให้ถูกวิธี  อ่านต่อ…คลิก!!

อยากหน้าเด้ง หน้าเรียว ทำได้ง่ายๆ แค่ทาครีมให้ถูกวิธี

อยากหน้าเด้ง หน้าเรียว ทำได้ง่ายๆ แค่รู้จัก วิธีทาครีม – ยิ่งอายุมากขึ้นโดยเฉพาะคนที่มีวัยเกิน 30 ปีขึ้นไป จะรู้สึกเหมือนกันหรือไม่ว่าผิวหน้าที่เคยเต่งตึง เนียนเด้ง และ เรียวเล็ก มันค่อยๆ หย่อนคล้อยลงมาทีละนิด ทีละนิด บางครั้งเราก็ไปโทษอาหารการกินที่ทำให้ใบหน้าดูอ้วนและหย่อนคล้อย แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย การที่อายุเพิ่มขึ้น ผิวหน้าของเราก็มีการผลิตคอลลาเจนลดลงทำให้ใบหน้านั้นเกิดการหย่อนคล้อยขึ้นได้ง่าย ยิ่งใครที่ไม่มีการทะนุถนอมใบหน้า เช่น การล้างหน้าแรง ไม่ทาครีมกันแดด ไม่มีการบำรุง จะเป็นการทำให้ใบหน้านั้นดูหย่อนคล้อยยิ่งกว่าเดิม

การทำให้ หน้าเด้ง หน้าเรียว ทำอย่างไรได้บ้าง?

การมีใบหน้าที่ไม่เด่ง ไม่ตึง ไม่เรียว ทำให้หลายคนหมดความมั่นใจเอาง่ายๆ ซึ่งการทำให้ใบหน้ากลับมาเต่งตึง เรียวเล็กนั้นไม่ใช้เรื่องง่ายเลย แต่ใช่ว่าจะไม่มีทางที่จะทำให้ใบหน้านั้นกลับมาเหมือนตอนยังสาว จริงๆ แล้ว มีอยู่หลายวิธีที่จะทำให้ผิวหน้าของคุณกลับมาหน้าเด้ง หน้าเรียวได้ดังเดิม ซึ่งวิธีที่เห็นผลเร็วที่สุดคือ การทำ ไฮฟู่ HIFU (High Intensity Focus Ultrasound) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ในการช่วยยกกระชับใบหน้าให้กลับมาตึง และเรียวขึ้นได้ในไม่กี่วัน เป็นนวัตกรรมการใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์ความเข้มข้นสูง ทำให้กล้ามเนื้อรัดตัว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง

วิธีการทำไฮฟู่ (HIFU หรือ High Intensity Focus Ultrasound) นั้นก็มีความเสี่ยงอยู่มาก ต้องใช้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการทำเท่านั้น เพราะจะต้องควบคุมความเข้มของคลื่นอัลตร้าซาวด์ในปริมาณที่เหมาะกับผิวหน้าของแต่ละคน และเครื่องมือที่ใช้จะต้องได้รับมาตรฐาน มิฉะนั้นใบหน้าของคุณอาจจะบิดเบี้ยวไม่เท่ากันได้ ซึ่งการทำ High Intensity Focus Ultrasound นั้นมีค่าใช้จ่ายต่อครั้งค่อนข้างแพง และอาจเกิดความเจ็บปวดขณะทำได้ง่าย จึงได้รับความนิยมเฉพาะบางกลุ่มเท่านั้น

HIFU หรือ High Intensity Focus Ultrasound
HIFU หรือ High Intensity Focus Ultrasound

สำหรับวิธีการทำให้หน้าเต่งตึง เรียวเล็ก อื่นๆ ก็สามารถทำได้ เช่น การหาครีมบำรุงดีๆ มาทาตอนเช้า และก่อนนอน เพื่อเติมเต็มสารอาหารให้กับผิวให้กลับมาเต่งตึงสดใสดังเดิม แต่ไม่ใช้แค่การทาครีม หรือการบำรุงบนใบหน้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่จะช่วยให้ใบหน้ากลับมาเต่งตึง เรียวเล็กได้ในทันที ยิ่งสำหรับใครที่ทาครีมไม่ถูกวิธีแล้วล่ะก็ ผลิตภัณฑ์บำรุงที่ทาลงไปนั้นอาจจะไม่เกิดประโยชน์กับผิวของคุณเลยก็ได้

การทาครีมให้ถูกวิธี เพื่อให้หน้าเต่งตึง และเรียวเล็กสามารถทำได้จริง

เรื่องของการทาครีมนั้นเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญมากๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์ที่ทาลงไปเกิดประโยชน์กับผิวหน้าของเรามากที่สุด วันนี้เราจึงมี วิธีทาครีม ที่จะช่วยให้ผิวหน้าของคุณนั้นยกกระชับ ดูเต่งตึง และดูเรียวขึ้นมาได้ง่ายๆ ดังนี้

1.การใช้นิ้วกลาง และนิ้วนางในการทา

ทำไมถึงต้องใช้นิ้วกลาง และนิ้วนางในการทา เพราะว่า ทั้ง 2 นิ้ว เป็นนิ้วที่มีแรงในการกระทำต่อวัตถุที่น้อยกว่านิ้วชี้ และนิ้วโป้ง ทำให้เวลานิ้วทั้ง 2 สัมผัสกับใบหน้าจะไม่เกิดความรุนแรงต่อผิวที่มีการทาลงไป ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวกับการไม่ให้คุณใช้ผ้าขนหนูเช็ดหน้าแรงๆ ซึ่งเป็นหนึ่งของสาเหตุที่ทำให้ผิวของคุณเกิดริ้วรอย เหี่ยวย่นและแก่ก่อนวัยได้ จงจำไว้เสมอว่าการทาครีมจะต้องใช้นิ้วกลาง และนิ้วนางในการทาเท่านั้น

การใช้นิ้วกลาง และนิ้วนางในการทา
Cr: Photo www.freepik.com
2.บริเวณแก้ม และกรามให้ทาขึ้น

ปกติแล้วเชื่อว่าหลายๆ คนเวลาทาครีมมักจะทาวนๆไปให้ทั่วผิวกันใช่หรือไม่? ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่งในการทาบริเวณแก้ม และกราม อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้หน้าหย่อนคล่อยขึ้นมากกว่าเดิม คุณควรใช้นิ้วทั้งสองที่แนะนำไปค่อยๆ ทาขึ้นเป็นเส้นตรงขนานไปกับแรงโน้มถ่วงของโลก เพื่อให้ผิวหน้าได้ยกกระชับขึ้น ทำแบบนี้ทุกวันค่อยๆทาขึ้นไปจนรู้สึกว่าครีมได้ซึมซับเข้าสู่ผิวทั้งหมดแล้ว

3.ทาขึ้นบริเวณหน้าฝาก

สำหรับหน้าผากสิ่งที่ไม่ควรทำที่สุดคือ การทาครีมเป็นแนวขวางไปตามความกว้างของหน้าฝาก ซึ่งจะทำให้หน้าฝากของคุณเกิดริ้วรอยย่นได้ง่าย โดยการทาครีมในบริเวณนี้ให้คุณทำเหมือนกับการทาครีมบริเวณแก้ม และกรามได้เลย ถึงการทาแบบนี้อาจจะดูลำบาก และช้า แต่ก็ทำให้ผิวบริเวณหน้าฝากนั้นถูกยกกระชับขึ้นมาได้ โดยไม่ต้องพึ่งโบท็อกซ์ Botox แม้แต่ CC เดียวเลย

อยากหน้าเด้ง หน้าเรียว ทำได้ง่ายๆ แค่รู้จัก วิธีทาครีม
Cr: Photo www.freepik.com
4.ทาครีมใต้ตาให้เป็นรูปตัว U

การทาครีมในบริเวณใต้ตานั้นเป็นส่วนที่อันตรายมากๆ เพราะอาจจะมีอันตรายกับตาหากครีมหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้เข้าตาไป ควรเว้นช่วงการทาครีมใต้ขอบตาลงมาประมาณครึ่ง หรือ 1 เซนติเมตร เพื่อป้องกันไม่ให้เข้าตา โดยการทานั้นควรที่จะใช้มือข้างไหนข้างนั้นกับดวงตาทั้งสอง ทาเป็นรูปตัว U ขึ้นไปในบริเวณหัวตาขึ้นไปถึงขมับ เพื่อเป็นการยกกระชับผิวหนังบริเวณดวงตาขึ้นไปด้วย

5.ทาตามลักษณะของบริเวณนั้นๆ

การทาครีมในขั้นตอนสุดท้ายที่เหลือ ไม่ว่าจะเป็น ปาก และจมูก ให้ทาตามลักษณะของอวัยวะได้เลย เช่น ปากให้คุณทาเป็นวงกลมวนรอบขอบปาก หรือจะใช้มือทั้งสองทาจากใต้ริมฝีปากขึ้นมาบรรจบกับบริเวณกระจับของปากก็ได้ และการทาครีมบริเวณจมูกให้คุณใช้มือทั้งสองเหมือนกันในการทาเข้าไปที่บริเวณสันจมูก และปีกจมูกได้เลย

อยากหน้าเด้ง หน้าเรียว ทำได้ง่ายๆ
Cr: Photo www.freepik.com

เพียงแค่นี้การทาครีมของคุณก็จะถูกต้องตามหลักของการยกกระชับผิวหนัง และกล้ามเนื้อ เพื่อลดการหย่อนคล้อย เหี่ยวย่นก่อนวัยอันควรได้ง่ายๆ สำหรับใครที่ทำเป็นประจำคุณจะสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า หน้าของคุณจะเรียวขึ้นอีกด้วย หากทำตาม วิธีทาครีม ที่บอกไป การทำ High Intensity Focus Ultrasound ก็ไม่จำเป็นสำหรับคุณอีกแล้ว

เมโสหน้าใส กับ การมาสก์หน้า แบบไหนดีกว่ากัน
การทำ เมโสหน้าใส คืออะไร?หลายคนอาจจะสงสัยว่ามันดีกว่าการมาสก์หน้าจริงหรือไม่ วิธีการทำเมโสต้องทำอย่างไร ใครบ้างที่สามารถทำได้ หาคำตอบได้ที่นี่

เมโสหน้าใส กับ การมาสก์หน้า แบบไหนดีกว่ากัน อ่านต่อได้..ที่นี่!!

S1mple ราชันต์ CS:GO ที่เพิ่งเคยคว้าแชมป์ Major

0

หากจะนึกถึง Proplayer ที่ครบเครื่อง เข้าขั้นสมบูรณ์แบบในวงการ E-Sport ล่ะก็ S1mple ราชันต์แห่งเกม CS:GO คงเป็นหนึ่งในนั้นแน่ ๆ

เกม CS:GO เป็นชื่อย่อของเกม Counter Strike : Global Offensive เกมแนว FPS หรือ First Person Shooting ที่จะยิงกันแบบ 5 ต่อ 5 และอย่างที่เรารู้ครับว่า เกม ๆ นี้นั้น ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตำนานของวงการเกม ที่อยู่มากว่า 20 ปีแล้ว ซึ่งภาค Global Offensive นี้คือภาคล่าสุดของเกมนี้ เปิดตัวเมื่อปี 2012

ซึ่งเป็นปีเดียวกันกับที่ Olesandr “s1mple” Kostyliev เริ่มเล่นเกมอย่างจริงจังในวัยเพียง 15 ปี ก่อนที่เขาจะพัฒนาฝีมือตัวเอง มาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงผ่านเรื่องราวร้าย ๆ จากความ toxic ของเขามากมาย จนปัจจุบันเขาได้ถูกยกให้เป็น เพลย์เยอร์ CS:GO อันดับ 1 ของโลก

กระนั้นก็ดี ไม่น่าเชื่อว่า ซิมเปิ้ล จะเพิ่งเคยคว้าแชมป์ ระดับ Major ครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ที่ผ่านมานี้เอง หลังเขาพา Navi เอาชนะ G2 ของ Niko ไปได้ 2-0 เกมในรอบชิงชนะเลิศราย PGL Major Stockholm 2021 กวาดเงินรางวัลไป 1,000,000 เหรียญสหรัฐ หรือ 32 ล้านบาท

พร้อมกันนี้เจ้าตัวยังคว้าตำแหน่ง MVP ของรายการไปแบบสมศักดิ์ศรี เรียกว่า ไม่เสียชื่อผู้อยู่จุดสูงสุดของวงการจริง ๆ

 

S1mple

S1mple “Toxic” จนถูกแบน

อย่างบอกไว้ว่า ตัวของ ซิมเปิ้ล นั้น เริ่มเล่น cs:go อย่างจริงจัง ตั้งแต่ตัวเกมเปิด และได้แข่งครั้งแรกในสังกัดทีม LAN DODGERS ซึ่งเป็นการแข่งขันระดับ semi-pro ทำให้ข้อมูลการแข่งขันนั้นมีไม่มาก ก่อนที่จะย้ายมาเล่นให้กับ Courage Gaming ในปี 2014 และค่อย ๆ สร้างชื่อให้กับตัวเอง ทีละเล็ก ทีละน้อย

ก่อนที่ทีมอย่าง HellRaiser จะเห็นแวว และคว้าตัวเขาร่วมทีม และทำผลงานชนะทัวร์นาเม้น Dreamhack Tour 2015 online Qualify ได้ด้วยการตบยอดทีมในขณะนั้นอย่าง Fnatic จนได้เข้าไปแข่งในงาน LAN หรือการแข่งขันแบบ ออฟไลน์ได้สำเร็จ ซึ่งในอีเว้นท์นี้พวกเขาจบที่อันดับ 3-4 ร่วม

แม้ว่า ซิมเปิ้ล จะไม่สามารถคว้าแชมป์รายการใหญ่ได้ แต่ชื่อเสียงของเขา เริ่มเป็นที่ยอมรับมากขึ้น และเรียกว่าเป็นเด็กปิศาจที่มีพรสวรรค์สูงที่จะเข้าแบกอนาคตของวงการเอาไว้ได้

กระนั้นตัวของ simple ก็อยู่กับทีมได้เพียง 2 เดือนเท่ากัน เพราะเขาถูกทาง ESL แบนถึง 2 ปี จากความ toxic ที่หวนกลับมาเล่นงานเขา

Simple แม้จะเก่ง แต่ยังเด็ก (ในตอนนั้น) เขาเป้นนักแข่งที่หัวร้อน พูดจาอะไรไม่คิด ใช้คำพูดที่รุนแรงต่อเพื่อนร่วมทีม จนโปรหลายคนไม่อยากจะร่วมทีมกับเขา นอกจากนี้ ตัวเขายังเคยใช้โปรแกรมโกงต่าง ๆ ในการแข่งขันด้วย แต่สิ่งที่ร้ายแรงที่สุดคือ การพูดเหยียดเชื้อชาติคนเยอรมัน ออกสตีมของเขา จนกลายเป็นตราบาปไปตลอดชีวิต

กระนั้นก็ดี แม้จะโดนแบนจาก ESL เขาก็เลือกที่จะกลับไปร่วมทีม Flipsid3 Tactic ในบ้านเกิดประเทศยูเครน แต่เหมือนเดิม นิสัย toxic พูดจาไม่ดีกับเพื่อนร่วมทีมยังคงติดตัวไป และก็ต้องออกจากทีม จากความสัมพันธ์ที่แย่มาก ๆ กับเพื่อนร่วมทีม

S1mple

Hiko ชายผู้เปลี่ยนชีวิต S1mple ไปตลอดกาล

หลังจากที่ผ่านอะไรมามากมาย ในปี 2016 ซิมเปิ้ล ได้รับโอกาสอีกครั้งจาก Hiko โปรเพลเยอร์จาก Team Liquid หลังจากที่ทั้งคู่มีโอกาสได้เล่นด้วยกัน และตัว Hiko ก็ประทับใจในตัวของโปรชาวยูเครนคนนี้มาก ๆ และแม้ S1mple จะพูดจาแย่ขนาดไหน Hiko ก็ไม่เคยโกรธ และรู้สึกว่าทำให้ตัวเองนั้นเล่นได้ง่ายขึ้นด้วยซำ

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ ซิมเปิ้ล ยอมย้ายออกจากบ้านเกิดไปไกลถึง สหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าร่วมสังกัดทีมม้าน้ำ ในปี 2016 ซึ่งเป็นปีที่เขาพ้นโทษแบนของ ESL พอดี

โดยเขาได้ลุยไปกับ Team Liquid หลายรายการ แม้จะไมได้ไปไกลถึงขั้นคว้าแชมป์ แต่ก็มีตำนานเกิดขึ้นมากมาย

โดยเฉพาะในการแข่งขัน ESL One Cologne 2016 รอบ semi-final ที่ TL จะต้องเจอกับ Fnatic โดยใน map Cache ตัวของ Simple ได้สร้างตำนาน กระโดดลงมาเก็บ 2 ตัวรวดด้วยปืนถนัด AWP โดยที่ไม่ต้องขึ้นสโคปเล็งแต่อย่างใด ถึงขนาดที่ Valve ผู้พัฒนาเกม ต้องทำกราฟิตี้ ไว้เพื่อจารึกในจุดเกิดเหตุ!

และนั่นก็คือการแข่งครั้งสุดท้ายให้กับ Team Liquid ของเจ้าตัว ด้วยเหตุผลที่คิดถึงบ้าน อยากกลับไปยูเครน และจนตัวก็กลับไปร่วมทีม Navi ในตำแหน่งของมือ sniper rifle แทนการหายไปของ Zeus พร้อมทั้งเปลี่ยนตัวเอง ลดความ toxic ลง และเริ่มประสบความสำเร็จ

ซึ่งแชมป์แรกแบบจริง ๆ จัง ๆ คือ ESL One New York 2016 พร้อมตำนานโยนปืนหลอก แล้วกระโดดเข้าไปยิง แต่กระนั้นในปี 2017 เหมือนจะเป็นปีที่แย่ ๆ ของฝั่ง Navi เช่นกัน

แต่โชคยังดี ที่ตัวของ ซิมเปิ้ล เองมีความอดทนมากพอ และก้าวผ่านมาสู่ปี 2018 อันเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จมากมาย

ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ StarSeries & i-League CS:GO Season 5 , CS:GO Asia Championships 2018 , ESL One: Cologne 2018 , StarSeries & i-League CS:GO Season 7 ในปี 2019

จนต่อมาถึงปี 2020 และ 2021 กับ แชมป์ Intel Extreme Masters XIV – World Championship , BLAST Premier: Global Final 2020 , Intel Extreme Masters XVI – Cologne และ ESL Pro League Season 14

แต่กระนั้นหากสังเกตแชมป์ต่าง ๆ ที่เขาเคยได้ s1mple ไม่เคยเลยที่จะประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ระดับ Major บางรรยการเข้าชิง บางรายการตกรอบรอง แม้ตัวเขาเองจะทำผลงานได้ดีเพียงใด แต่ในหลายรายการเหมือนเขาต้องยิงอยู่คนเดียว ซึ่งทางต้นสังกัดเองก็มองเห็นจุดนี้ และค่อย ๆ หาผู้เล่นใหม่ ๆ เข้ามาเติมเต็ม

จนในที่สุดด้วยผู้เล่นอย่าง s1mple, electronic, Boombl4, Perfectp และ b1t ก็ทำให้ทีม Natus Vincere (Navi) และตัวของซิมแล ที่ถูกยกให้เป็นหมายเลข 1 ของวงการ คว้าแชมป์ระดับ Major มานอนกอดได้สำเร็จเสียที

S1mple

 

เมโสหน้าใส กับ การมาสก์หน้า แบบไหนดีกว่ากัน

เมโสหน้าใส กับ การมาสก์หน้า แบบไหนดีกว่ากันการ-ฟื้นฟูผิวหน้าที่เสื่อมโทรมขีดสุดนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย การปล่อยให้ผิวเป็นไปตามธรรมชาติโดยไม่ใส่ใจดูแล และขาดการบำรุงอย่างสม่ำเสมอ อาจทำให้ผิวของคุณนั้นแห้งแตก เป็นฝ่ากระ และดูแก่ก่อนวัยได้ง่ายกว่าคนที่ดูแลและบำรุงเป็นประจำ ในการบำรุงผิวบางครั้งไม่จำเป็นต้องใช้เวลาทาครีม ทาเซรั่มหน้ากระจกนานๆ เลย เพียงแค่มีมอยเจอร์ไรเซอร์ดีๆ สักกระปุกเพื่อให้หน้าชุ่มชื้นแค่นี้ก็พอแล้ว แต่สำหรับใครที่ต้องการให้ผิวขาวกระจ่างใส สุขภาพดี ต้องมีการบำรุงที่มากขึ้นตามไปด้วย

สำหรับใครที่ไม่มีเวลามากพอ หรือขี้เกียจในการบำรุงฟื้นฟูผิวหน้าเป็นประจำ สิ่งที่คุณสามารถทำได้นั้นคือ การมาส์กหน้า โดยส่วนใหญ่แล้วการมาส์กหน้าควรทำอาทิตย์ละ 2 – 3 ครั้ง เพื่อให้ผิวหน้าได้รับการบำรุงจากสารอาหารที่อยู่ในมาส์กหน้าที่มีอยู่มากมาย อีกทั้งการมาส์กหน้ายังมอบความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ดีกว่า มอยเจอร์ไรเซอร์

เมโสหน้าใส กับ การมาสก์หน้า แบบไหนดีกว่ากัน 1
Cr: Photo www.freepik.com

การมาส์กหน้าดีกับผิวแค่ไหน?

อย่างที่ได้บอกไปการมาส์กหน้าเป็นการบำรุงผิวที่ดีที่สุดอีกหนึ่งวิธีที่ไม่จำเป็นต้องทำทุกวัน ในมาส์กหน้าแต่ละชนิดก็จะมีสารสกัดที่ดีที่ต่อผิวแตกต่างกันไป เพราะผิวของแต่ละคนอาจต้องการการบำรุงที่ต่างกันออกไป แต่เหตุผลหลักๆของการมาส์กหน้าคือ การ “เติมความชุ่มชื้นให้กับผิว” โดยมาส์กที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจะเป็น ชีสมาส์ก ที่มีวิธีการใช้ที่ง่ายไม่ยุ่งยาก สามารถเก็บไว้ได้นาน

การใช้ชีสมาส์กที่ถูกต้องควรจะเก็บมาส์กไว้ในตู้เย็น เพื่อให้มาส์กหน้ามีความเย็น เพราะการนำมาส์กเย็นๆ มามาส์กหน้าจะช่วยในเรื่องของ “รูขุมขนดูกระชับขึ้น” อีกด้วย สำหรับใครที่ไม่มีเวลาบำรุงผิวหน้าเป็นประจำ แล้วรู้สึกว่าผิวขาดความชุ่มชื้น ให้ลองมาส์กหน้าอาทิตย์ละ 2- 3 ครั้งดู แล้วผิวของคุณจะกลับมาสดใส เนียนนุ่มอย่างแน่นอน

แต่ก็มีอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยฟื้นฟูบำรุงผิวแบบเร่งด่วนได้ดีกว่ามาส์กหน้า คือ การทำเมโสหน้าใส ที่ใครหลายๆ คนอาจจะคุ้นหูเป็นอย่างดี สำหรับใครที่ชอบเข้าคลีนิคเสริมความงามจะต้องรู้จักเป็นอย่างดีแน่นอน เพราะส่วนใหญ่การทำเมโสจะมีวิธีการทำที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ไม่สามารถทำเองได้

มาสก์หน้า
Cr: Photo www.freepik.com

เมโสหน้าใสคือ อะไร

การทำเมโสหน้าใส คืออะไรนั้น? หลายคนอาจจะสงสัย การทำเมโสหน้าใส หรือ Mesotherapy คือ การบำรุงผิวหน้าที่เน้นให้ผิวดูดซึมสารอาหารจากเซรั่ม หรือวิตามิน ขึ้นไปสู่ชั้นผิวที่ลึกยิ่งขึ้น ด้วยการใช้เข็มสะกิดลงไปทั่วใบหน้า โดยจะมีการให้บริการในคลิกนิคเสริมความงามเท่านั้น เพราะจะต้องให้ผู้เชี่ยวชาญในการสะกิดเข็มลงบนผิวหน้า ซึ่งจะทำให้ผิวได้รับการบำรุงที่ดีกว่าการทาครีม และมาส์กหน้าอย่างแน่นอน

ทำไมถึงต้องทำเมโสหน้าใส Mesotherapy

โดยปกติแล้วหากเราซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าดีๆมาใช้ 1-2 ชนิด การที่จะให้เห็นผลลัพธ์นั้นต้องใช้เวลานาน 3-4 สัปดาห์ หรือ ต้องใช้มากว่า 1 ขวดถึงจะเห็นผล แต่การทำ เมโสหน้าใส หรือ Mesotherapy คุณจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงของผิวหน้าหลังการทำเมโส ภายใน 3 วันแรกเลย ซึ่งการทำเมโสหน้าใส จะสามารถทำได้ทั้งการสะกิดทั่วใบหน้า หรือฉีดเข้าไป 15 จุดบนใบหน้าก็ได้ แล้วแต่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้

เมโสหน้าใส
Cr: Photo www.freepik.com

เมโสหน้าใสควรทำหรือไม่

สำหรับใครที่ไม่มีเวลาในการบำรุงผิวหน้าอย่างสม่ำเสมอ หรือต้องการพื้นฟูผิวหน้าในช่วงเวลาสั้น เช่น การเตรียมตัวเป็นเจ้าสาว หรือหลังจากไปเที่ยวทะเลที่ต้องการฟื้นฟูผิวอย่างเร่งด่วน ก็สามารถเข้ามารับบริการเมโสหน้าใสได้จากคลีนิคเสริมความงามทั่วไปได้เลย ซึ่งสูตรของการบำรุงด้วยเมโสของแต่ละที่นั้นอาจจะต่างกัน คุณสามารถเข้าไปปรึกษาในเรื่องของการทำเมโสหน้าใสก่อนได้ เพื่อให้เรานั้นสบายใจก่อนที่จะรับบริการ

เมโสหน้าใส กับการมาส์กหน้า บอกได้เลยว่า การทำเมโสหน้าใสนั้นดีกว่าแน่นอน แต่สำหรับใครที่ไม่สะดวกในการเข้าไปรับบริการที่คลีนิค ก็สามารถมาส์กหน้าไปก่อนได้ และสิ่งที่มาส์กหน้านั้นดีกว่าคือมีราคาที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย สามารถทำได้บ่อยกว่าเมโสหน้าใส ซึ่งการทำเมโสหน้าใสควรจะเว้นระยะห่างในการทำประมาน 1-2 อาทิตย์ เพื่อป้องกันใบหน้าไม่ให้เกิดการช้ำจากเข็ม

มือใหม่หัดแต่งควรมี "แปรงแต่งหน้า" อะไรบ้าง ?
แปรงแต่งหน้า ซึ่งจะเป็นตัวช่วยสำคัญของการแต่งหน้าให้ดูสวย และดูคอมพลีทลุคได้เหมือนมืออาชีพเลยแปรงแต่งหน้าเริ่มต้นควรมีแปรงดังนี้

มือใหม่หัดแต่งควรมี “แปรงแต่งหน้า” อะไรบ้าง ? คลิกเลย

Papa Beach Pattaya มุมถ่ายภาพสไตล์เมอเมดยังปั๊วะปังเหมือนเดิม

Papa Beach Pattaya มุมถ่ายภาพสไตล์ เมอเมด ยังปั๊วะปังเหมือนเดิม

Papa Beach Pattaya เมอเมด

ถ้าพูดถึง Papa Beach Pattaya เราว่าแทบจะไม่มีใครไม่รู้จักที่นี่เลย จุดเด่นของเค้าก็คือ มุมถ่ายภาพแนว เมอเมด ที่หลายคนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และคาเฟ่มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง ทำให้มีการจัดโซนมุมถ่ายภาพค่อนข้างหลากหลาย เดินถ่ายรูปทีมีหอบไปเลยค่ะ 555+ โดยทีเด็ดของที่นี่คือ มักจะมีการจัดโซนใหม่อยู่เสมอ เพื่อดึงดูดให้ผู้คนอยากเข้ามาถ่ายรูปใหม่ตลอด ล่าสุด เราก็ไปอัปเดตมาว่าที่ ปาป้าบีช เค้ามีจัดโซนอะไรเพิ่มมาฝากทุกคน เผื่อใครอยากจะกลับไปเก็บภาพใหม่อีกรอบค่ะ

เอาแค่จุดนั่งชิล จิบกาแฟถ่ายรูปบริเวณโซนที่นั่งก็คือ เยอะมากแล้วค่ะ เยอะมากจริง ๆ แต่ขนาดนี้ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับจำนวนคนที่อยากจะเข้ามาที่คาเฟ่ 555+ คนมหาศาลมาก โดยเฉพาะช่วงวันหยุดแบบนี้ แนะนำว่าใครอยากถ่ายภาพสวย ๆ แบบไม่ค่อยมีคนต่อคิว ควรมาตั้งแต่เช้า และอากาศช่วงเช้าก็ยังไม่ร้อนมากด้วยค่ะ

Papa Beach Pattaya เมอเมด

ถัดลงมาอีกหน่อยก็จะมีเก้าอี้น่ารัก ๆ สองตัวพร้อมกับพร๊อพตะกร้าสาน ตกแต่งด้วยเสื่อ PDM น่ารักเบา ๆ นั่งถ่ายภาพแบบที่มองเห็นวิวทะเลสวย ๆ ยิ่งวันไหนที่ฟ้าเปิด เห็นเมฆขาว ๆ ที่ตัดกับสีท้องฟ้าแล้วนั้น บอกเลยค่ะว่าได้ภาพที่ถ่ายออกมาแล้วดูดีไม่เบาเลยล่ะค่ะ เป็นอีกมุมกรุบ ๆ ที่ไม่ควรพลาดเช่นกันค่ะ

อีกหนึ่งมุมสวย ๆ คือ โซนสระว่ายน้ำเล็ก ๆ ที่มีที่ให้นั่งชิล ๆ เหมือนติดริมทะเลแบบนี้ค่ะ บรรยากาศดี แถมจัดโซนได้น่ารักเอามาก ๆ เลย ที่นั่งโทนสีฟ้า ตัดกับร่มใหญ่สีเหลือง เข้ากันดีแบบปั๊วะปังมาก บอกเลยว่าเป็นอีกจุดนึงที่ไม่ควรพลาดนะคะ

Papa Beach Pattaya เมอเมด

ตรงนี้จะเป็นทางที่เดินลงไปสำหรับถ่ายมุมเมอเมดค่ะ ก็ยังแอบมีมุมสวย ๆ เอาไว้ให้ถ่ายรูปวิวทะเลเก๋ ๆ ไปอีกหนึ่งกรุบ จะได้โทนแบบขาวคลีนลุคใส ๆ ไปอีกมุมค่ะ วันไหนที่ฟ้าเปิดวันนั้นเราจะได้เห็นน้ำทะเลใส ๆ ที่สะท้อนกับแสงแดด ได้ฟีลลิ่งที่สวยไม่แพ้ทะเลใต้เลยล่ะค่า

และมุมทีเด็ดสุด นั่นก็คือ มุมนี้เลยค่ะ มุมเมอเมดที่ใครหลาย ๆ คนมาเพื่อสิ่งนี้ เราก็เช่นกัน 555+ บอกเลยว่าไม่ควรพลาด ล่าสุดคือ มีจัดเป็นแบบเหมือนห้องนอนใต้น้ำของเมอเมดไปเลยค่า สวยไม่เบา ปั๊ยวปังมากแม่ ยังคงเน้นเป็นโทนชมพูน่ารัก ๆ เหมือนเดิมเลยค่ะ ยิ่งได้แสงธรรมชาติ กับท้องฟ้าคลีน ๆ ไม่ขุ่นมัวยิ่งสวย บอกเลยว่าถ้ามาแล้วไม่ได้ลงมาถ่ายมุมนี้แสดงว่า มาไม่ถึงปาป้าบีชนะคะ 555+

มีหนึ่งมุมที่ก็น่ารักไม่เบาเลย ก็คือ มุมอ่าง และมุมเตียงนอนสีขาว ตัดกับสวนดอกไม้ตกแต่งเล็ก ๆ สีชมพู ม่วง หวานแหววสุด ๆ ไปเลยค่า บอกเลยว่า เป็นอีกมุมที่ต้องได้ถ่ายนะคะ วิวน้ำทะเลเก๋กรุบ สวยเวอร์วังอลังการไม่ไหวแม่ จะว่าไปนั้น ต้องเลือกชุดสวย ๆ แนวแบบ กรุยกรายให้เข้ากับบรรยากาศด้วยก็คือ ดี มันจะสวยมาก ๆ เลยล่ะค่ะ

อีกหนึ่งที่ก็กำลังมาแรงของ Papa Beach นั่นก็คือทุ่งหญ้าสีม่วงอันนี้เลยค่ะ คือสวยงาม ดีเลิศ ใส่เดรสสีขาวมาถ่ายคือ ขึ้นมาก ชุดต้องมีความกรุยกราย ลากพื้น ดูฟุ้งฟิ้งกระดิ่งแมวมากแม่ บอกเลยค่ะว่า มาแล้วต้องได้ถ่าย 555+ ต่อให้ร้อนแค่ไหนก็จะทน เพราะถือว่าเป็นอีกมุมที่ควรได้ภาพสวย ๆ ค่ะ

Menu Signature

Papa Beach Pattaya เมอเมด

เมนูแรกก็คือ Papa Pink Lava เมนูนี้ถือเป็นเมนู Signature ของทางร้านนะคะ จะประกอบไปด้วยเค้กที่ด้านในสอดไส้ด้วยซอสสตรอวเบอร์รี่ เวลาตัดออกมาแล้วจะเป็นเหมือนลาวาที่กำลังไหลออกมา มากับไอศกรีมรสสตรอวเบอร์รี่ ประดับตกแต่งด้วย สตรอวเบอร์รี่สด กับบิสกิต และมีซอสสตรอวเบอร์รี่มาไว้ให้สำหรับราดเพิ่มค่ะ สายเค้กสายหวานต้องโดนค่ะเมนูนี้ พอทานทุกอย่างคู่กันแล้ว มันเข้ากันดี รู้สึกหวานจับใจสดชื่นมาก

Papa Beach Pattaya เมอเมด

อีกหนึ่งเมนูที่เป็น signature ของทางร้านเช่นกัน นั่นก็คือ เมนู Papa Coco เป็นช็อกโกแลตสดรูปมะพร้าวกะทิ ซึ่งด้านในจะเป็นครีมวนิลามูส และเพิ่มความหวานซ่อนเปรี้ยวด้วยผลไม้รวม ทั้งน่ารัก ทั้งน่าทานขนาดนี้ ไม่สั่งไม่ได้เลย อย่างน้อยก็ต้องเป็นพร๊อพล่ะค่ะ 555+ รสชาติเมนูนี้ถือว่ามีความหวาน ที่ไม่ได้หวานเลี่ยน เพราะจะถูกตัดรสชาติด้วยผลไม้นานาชนิด ทำให้รู้สึกสดชื่นเวลาทานค่ะ

Papa Beach Pattaya เมอเมด

จริง ๆ ยังมีอีกหลายมุมที่มีไว้สำหรับถ่ายภาพค่ะ บอกเลยว่ามาอยู่นี่ก็ปาเข้าไปแล้วเกือบครึ่งวัน เพราะออกจากจุดถ่ายภาพไม่ได้เลย 555+ โชคดีมากที่มาช่วงเช้าคนเลยยังไม่ค่อยเยอะมากค่ะ แต่พอเริ่มจะบ่าย ๆ แล้วนั้น บอกเลยคนเริ่มหลั่งไหลมากันเยอะมาก ๆ ค่ะ และข้อสำคัญคือ มาที่นี่ เค้ามีมาตรการตรวจความปลอดภัย ตาม ศบค. เป็นอย่างดีค่ะ ใครไปเที่ยวพัทยาก็อย่าลืม แวะมาเก็บภาพกันได้นะคะ

Papa Beach Pattaya ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี
เปิดทุกวัน เวลา 09.30 – 19.00น.
พิกัด: Google Map

บ้านกะลาสี

“บ้านกะลาสี” บ้านพักฟีลทะเล @แสมสาร คลิกเลย

พาเที่ยว พัทยา เกาะล้าน 2 วัน 1 คืน

พาเที่ยว พัทยา เกาะล้าน 2 วัน 1 คืน

เที่ยวพัทยา เกาะล้าน
ฮัลโหลวววว สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ วันนี้เราจะมาแนะนำทริปง่าย ๆ ขับรถใกล้ ๆ ได้เห็นทะเลสวย ๆ กันนะคะ มีเวลาแค่ 2 วัน 1 คืน ก็ไปเที่ยวได้ กับทริป เที่ยวพัทยา เกาะล้าน นั่นเองค่ะ

เที่ยวพัทยา เกาะล้าน

เริ่มต้นเช้าวันแรกด้วยการตื่นสาย ๆ อาบน้ำแต่งตัวและขับรถตรงยาวไปยังท่าเรือแหลมบาลีฮายค่ะ วันแรกนี้เราจะไปเที่ยวที่เกาะล้านกันค่ะ สำหรับใครที่ขับรถมาเอง ที่ท่าเรือแหลมบาลีฮายนี้จะมีที่จอดรถอยู่ค่อนข้างเยอะนะคะ แต่ระหว่างที่ขับรถเข้าไป จะมีพนักงานของที่จอดรถด้านนอก มาคอยโบกเรียกเราให้ไปจอดค่ะ โดยส่วนมากจะอยู่ไกล
จากจุดขึ้นเรือออกไปนิดหน่อย แต่เค้าจะมีรถรับ-ส่งถึงท่าเรือค่ะ ค่าบริการจะอยู่ที่ 150-300 บาท ก็แล้วแต่เราจะตัดสินใจนะคะ ที่จอดรถที่ใกล้ท่าเรือที่สุดจะเป็นที่จอดแบบอัตโนมัติ คิดเป็นรายชั่วโมง ชั่วโมงละ 30 บาท เกิน 8 ชั่วโมง คิดเหมา ๆ 250 บาทค่ะ

เมื่อจอดรถเรียบร้อย ก็ไปขึ้นเรือกันค่ะ เรือที่จะไปเกาะล้านมีอยู่ 2 แบบนะคะ คือเรือเฟอรี่ และเรือ Speedboat สามารถเลือกได้ตามความสะดวกและงบประมาณค่ะ ราคาเรือเฟอรี่จะอยู่ที่คนละ 30 บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าถูกมาก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที โดยเรือจะออกเป็นรอบๆ ต้องมาให้ตรงเวลานะคะ ส่วนใครที่ไม่อยากนั่งเรือนานๆ
แนะนำให้ไปเรือ Speedboat ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15-20 นาที ค่าโดยสารจะอยู่ที่ 200 บาทต่อท่าน สำหรับจุดลงเรือที่เกาะล้านจะมีอยู่ 2 จุดนะคะ แล้วแต่รอบเรือ มีที่ท่าเรือหน้าบ้าน และท่าเรือหาดตาแหวน ตรวจสอบรอบเรือเฟอรี่ คลิก 

เราเลือกนั่ง Speedboat ไปลงที่หาดตาแหวนค่ะ เพราะมีเวลาน้อย และอยากเที่ยวแค่บริเวณนั้น การนั่งเรือ Speedboat นี้ ไม่ต้องรอเป็นรอบนะคะ ถ้าคนเต็มเรือก็ออกเลยค่ะ เมื่อเราไปถึงหาดตาแหวน ก็ไปแวะทานอาหารกลางวันกันที่ สุขเสมอ เกาะล้าน ค่ะ ทานอาหารเรียบร้อย เราก็ไปเดินเล่นถ่ายรูปกันที่หาดสังวาลย์ ซึ่งอยู่ติดกับหาด
ตาแหวนที่เราลงเรือนะคะ ที่หาดสังวาลย์นี้ จะมีสะพานไม้ให้เดินข้ามไป เป็นจุดที่ถ่ายรูปสวยอีก 1 จุดค่ะ ถ่ายรุปจุดนี้เสร็จ ก็เดินต่อไปยังคาเฟ่ Le Wave Beach Bar ที่อยู่ติดกันค่ะ

ถ่ายรูป กินอาหาร เล่นน้ำ กันจนพอใจ ก็เตรียมตัวกลับค่ะ ขากลับ เราเลือกกลับเรือเฟอรี่นะคะ เราเลือกกลับเที่ยว 15.30 น. ค่ะ เมื่อถึงท่าเรือแหลมบาลีฮายแล้ว เราก็ไปเอารถ และขับต่อไปยังที่พักกันค่ะ สำหรับที่พักวันนี้ เราเลือก
มาพักที่ Amazon Residence Unit B1-217 เป็นที่พักแบบคอนโดที่เจ้าของปล่อยให้เช่านะคะ ที่เลือกที่นี่เพราะได้ห้องพักมีระเบียง มองลงไปเจอสระน้ำ แล้วสระน้ำของที่นี่ก็สวยมาก ๆ แล้วก็กว้างขวางค่ะ ที่สำคัญราคาห้องถูกมาก ๆ อีกด้วย แต่ห้องค่อนข้างเก่าไปหน่อยค่ะ ทางไปจอง คลิก

เที่ยวพัทยา เกาะล้าน

การจองที่พักแบบนี้ จะต้องติดต่อกับผู้ปล่อยจองโดยตรงนะคะ ซึ่งคนดูแลที่ปล่อยจองให้เราในครั้งนี้ เป็นต่างชาติค่ะ เค้าจะเก็บค่ามัดจำเรา 500 บาท จะคืนเมื่อเช็คเอาท์นะคะ เมื่อเราเช็คอิน เก็บสัมภาระเรียบร้อย ก็ออกไปทานอาหารค่ำกันที่ร้านปูเป็นค่ะ ร้านนี้อยู่ติดกับริมหาดจอมเทียนเลยนะคะ ขอบอกว่าคนเยอะมากกกกกกก แนะนำว่าอย่ามาตอนหิวนะคะ เมื่อมาถึงต้องมาลงชื่อจอง รอคิวก่อนนะคะ ระหว่างรอคิวเราก็สามารถไปนั่งเล่นชมพระอาทิตย์ตกได้ค่ะ

เมื่อทานอาหารเสร็จแล้ว ก็ขับรถกลับที่พักกันค่ะ เมื่อถึงที่พักแล้ว เราก็ไปเล่นน้ำกันอีกซักรอบ ในช่วงกลางคืน ที่สระน้ำก็จะปรับไฟเอาไว้สวยงาม ได้บรรยากาศแบบโรแมนติกไปอีกแบบ จากนั้นก็เข้านอนกันค่ะ

เที่ยวพัทยา เกาะล้าน

ตื่นเช้าวันใหม่ วันนี้เราก็ตั้งใจว่าจะแค่ไปนั่งเล่นริมหาด หาอะไรทานแล้วก็กลับค่ะ เพราะทริปนี้ ตั้งใจมานั่งเล่น พักผ่อน แบบสบาย ๆ ไม่ได้ไปเที่ยวไหนเยอะ เราก็เลยเลือกตื่นสาย ๆ หน่อย แล้วก็ออกไปนั่งชิลที่ริมหาดจอมเทียนกันค่ะ เราเลือกที่นั่งแบบเก้าอี้ชายหาด นั่งใต้ร่ม และสั่งอาหารมาทานกันเล่น ๆ รับลมเย็น ๆ ความน่ารักของการมานั่งริมหาดที่พัทยาก็คือ จะมีอาหาร ขนม ของกินเล่น ต่าง ๆ ที่ชาวบ้านแถวนี้ จะคอยหิ้วมาขายให้กับเราอยู่เรื่อย ๆ ค่ะ ถ้าอยากกินก็แค่กวักมือเรียก คนขายก็นำมาขายให้ถึงโต๊ะเลยค่ะ

เมื่อนั่งพักผ่อนกันจนพอใจ ก็ถึงเวลาอำลาการ เที่ยวพัทยา เกาะล้าน กลับสู่เมืองกรุงกันได้แล้วค่ะ สำหรับใครที่ไม่มีรถส่วนตัว ก็จะมีวิธีการเดินทางมาเกาะล้าน อยู่ 3 วิธีค่ะ
1.นั่งรถไฟจากสถานีหัวลำโพงไปลงที่พัทยา แล้วต่อรถสองแถวที่หน้าสถานีรถไฟเพื่อไปที่ท่าเรือแหลมบาลีฮาย วิธีนี้เหมาะสำหรับสายชิลที่ไม่เร่งรีบนะคะ เป็นวิธีเดินทางที่เสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด
2.นั่งรถทัวร์หรือรถมินิบัสที่สถานีขนส่งหมอชิต(จตุจักร) หรือขนส่งเอกมัยก็ได้ ไปลงที่พัทยา วิธีนี้จะต้องต่อรถสองแถว 2 ต่อนะคะ จากขนส่งพัทยาไปที่ Terminal 21(วงเวียน) จากนั้นก็นั่งจากวงเวียนไปลงที่ Walking Street แล้วเดินต่อไปยังท่าเรือแหลมบาลีฮาย
3.นั่งรถตู้ตรงไปลงที่ท่าเรือแหลมบาลีฮาย วิธีนี้เรียกว่าสะดวกและรวดเร็วที่สุดเหมือนขับรถส่วนตัวไปเองเลยค่ะ สามารถขึ้นรถตู้ได้ที่ขนส่งหมอชิต(จตุจักร) และขนส่งเอกมัย

 


“สุขเสมอ” เกาะล้าน ที่พักสไตล์แคมป์ปิ้ง คลิก

 

เดินเล่น ตลาดต้นไม้ กองทัพอากาศ ทุ่งสีกัน ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย

เดินเล่น ตลาดต้นไม้ กองทัพอากาศ ทุ่งสีกัน ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย

ตลาดต้นไม้ กองทัพอากาศ ทุ่งสีกัน

ช่วงนี้เจอกับปัญหาเรื่องเครียด รู้สึกอึดอัด กดดันไปกับทุกสถานการณ์ที่เข้ามาในชีวิตประจำวัน การที่เราได้ออกใช้ชีวิตข้างบ้างก็จะช่วยให้เราผ่อนคลายมากขึ้น อย่างเช่น การออกไปเดินเล่น ตลาดต้นไม้ กองทัพอากาศ ทุ่งสีกัน บอกเลยว่าได้เห็นความสวยงามของต้นไม้แล้ว หัวใจมันเบ่งบานตามไปด้วย จนบางทีเผลอลืมเรื่องเครียด ๆ ไปได้เฉยเลยล่ะค่ะ

ตลาดต้นไม้ กองทัพอากาศ ทุ่งสีกัน

ถ้าคิดอะไรไม่ออก ก็ให้ออกมาเดินตลาดต้นไม้ดูค่ะ ซึ่งที่แนะนำตลาดที่นี่ เพราะว่ามีต้นไม้ให้เลือกเยอะ มีอุปกรณ์สำหรับจัดสวน เพาะปลูก มากมาย รวมถึงพันธุ์ไม้ที่กำลังเป็นที่นิยมในตอนนี้ค่ะ ในราคาที่ไม่แพงเลย สมเหตุสมผล ไม่ว่าจะเป็น หูกระจงแคระ ยางอินเดีย ไทรใบสัก ราคาน่ารักมาก ๆ ทั้งยังมีพืชไม้มงคลอีกมากมาย เจ้าของร้านพร้อมแนะนำวิธีการปลูก การดูแลรักษาหลายอย่างเลยค่ะ มีแต่ต้นไม้น่าปลูกทั้งนั้น

ตลาดต้นไม้ กองทัพอากาศ ทุ่งสีกัน

พอได้ออกมาเดินอะไรแบบนี้แล้วรู้สึกได้เลยว่า มันแฮปปี้จริง ๆ ค่ะ ดีกว่านั่งเหงา ๆ อยู่บ้าน ยิ่งถ้าเจอต้นไม้ที่ชอบแล้วซื้อกลับบ้าน ซื้ออุปกรณ์เพาะปลูก ซื้อดิน ซื้อกระถางสวย ๆ ไปทำสวนเล็ก ๆ ที่บ้าน หรือที่คอนโดด้วย ยิ่งทำให้แฮปปี้มากขึ้นไปอีก เราว่ามีหลายคนที่เป็นแบบเรานะ 5555+ ต่อให้ต้องปลูกแล้วตาย แล้วต้องซื้อมาปลูกใหม่มันก็ยังคือ ความสุขของคนที่อยากจะคลายเครียดอ่ะเนอะ วันไหนมีเวลาว่าง ได้ตื่นขึ้นมาชมสวน จิบกาแฟ เพลินได้ทั้งวันเลยล่ะค่ะ อย่างน้อยก็ได้พักจากปัญหามากมายสักนิดนึงก็ยังดี

การเลือกซื้อต้นไม้ เราขอแนะนำว่า เดินดูให้ทั่วทุกร้านก่อนนะคะ แล้วค่อยตัดสินใจ เพราะบางที บางร้านอาจจะมีต้นไม้ที่เราชอบอยู่ แต่ไม่ได้เอามาโชว์หน้าร้าน และอาจจะฟอร์มสวยกว่าที่เราเห็นมาก่อนหน้า เราจะเสียดายมาก 555+ ซื้อต้นไม้ก็ต้องใจเย็น ๆ ค่อย ๆ เลือก ค่อย ๆ ตัดสินใจค่ะ เอาที่เราคิดว่า ถูกใจที่สุดแล้วค่อยตัดสินใจซื้อค่ะ

ตลาดต้นไม้ กองทัพอากาศ ทุ่งสีกัน

สวนนี้หลายคนน่าจะชอบกันมาก เพราะว่ามีไม้มงคลมากมายหลายอย่างเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ลิ้นมังกร ยางอินเดีย ไทรใบสัก โรสแมรี่ และอีกมากมายที่ฟอร์มสวย ๆ ราคาเริ่มต้น ต้นละ 100 บาทเท่านั้นค่ะ เห็นแล้วเรายังอยากจะซื้อให้ครบทุกแบบเลย แต่กลัวว่าจะไม่มีที่ให้เดินซะก่อน 555+

ตลาดต้นไม้ กองทัพอากาศ ทุ่งสีกัน

นอกจากร้านขายต้นไม้แล้ว ก็จะมีร้านจำหน่ายวัสดุ อุปกรณ์แต่งสวนด้วยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นอิฐตัวหนอนเอย หิน ดินทราย ต่าง ๆ มีอยู่นี่ครบเลยค่ะ ไม่ต้องไปหาเพิ่มจากที่อื่น ใครอยู่คอนโดก็จะมีกระถางแบบแขวนผนัง กระถางยกสูงมากมายให้เลือกหลายแบบ บอกเลยว่าวงการจัดสวนนี่ เข้าแล้วออกยาก อยากจะเปลี่ยนมันทุกสัปดาห์ 555+ แถมซื้อทีนี่ก็มีหลายพันบาทเลยค่ะ ไม่รวมต้นไม้นะ แต่ถ้าใจรักอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละเนอะ

ไม่รู้ว่ามีใครเป็นแบบเราหรือเปล่า คือต่อให้ต้องไปเดินคนเดียวก็ยังไป ไปแล้วมันอารมณ์แบบต้องได้อะไรกลับมาปลูกอีกสักต้น 2 ต้นก็ยังดีงี้ 555+ มันเรื่องจริงค่ะ ซื้อจนอยากจะเปลี่ยนบ้านใหม่ ให้มีพื้นที่สำหรับปลูกต้นไม้มากขึ้น เพราะยิ่งช้อปมันก็ยิ่งเยอะขึ้นเรื่อย ๆ จนคนในบ้านบ่นไม่หยุด ว่าซื้อเยอะเกินไปแล้ว 5555

อีกจุดนึงที่ก็จะใช้เวลาตัดสินใจ และเลือกอยู่ค่อนข้างนาน นั่นก็คือร้านขายกระถางต้นไม้ พยายามนึกว่า ต้นที่บ้านนั้นมีต้นไหนต้องเปลี่ยนกระถางหรือยัง ต้นไม้ซื้อไปกี่ต้น ต้องซื้อไซส์ไหนดี หรือซื้อแบบไหน แล้วจะเข้ากับเซตเดิมหรือเปล่า 555+ คิดเยอะแยะไปหมด สุดท้ายก็หนีไม่พ้นกระถางดินเผาค่ะ ราคาอาจจะสูงกว่ากระถางพลาสติก แต่ข้อดีคือน้ำไม่ขัง สามารถซึมออกกระถางได้ ลดการเกิดเชื้อรา เกิดรากเน่า และต้นไม้ไม่เหี่ยวตายเพราะในกระถางมีน้ำขังมากเกินไปค่ะ

ตลาดต้นไม้ กองทัพอากาศ ทุ่งสีกัน

ถ้าหากใครที่เดินแล้วรู้สึกเหนื่อย ๆ รู้สึกหิวขึ้นมาล่ะก็ ที่นี่ก็จะมีร้านอาหารให้นั่ง เป็นร้านขายต้นไม้ ที่ขายอาหาร และเครื่องดื่มด้วยค่ะ ก็จะมีพวกสเต็ก สลัดผักต่าง ๆ เฟรนไฟรน์ เครื่องดื่มกาแฟสด โซดาต่าง ๆ ค่ะ ถ้าหิวก็สามารถมาแวะร้านนี้ได้เลย ร้านจะอยู่ด้านใน เกือบล็อคสุดท้ายเลยค่ะ

หน้าตาเมนูอาหารของทางร้านก็ประมาณนี้นะคะ จานใหญ่พอสมควรค่ะ แถมรสชาติดี แก้หิวได้เลยค่ะ นั่งทานอาหารไป พร้อมกับชมสวน ชมต้นไม้ไปเพลิน ๆ มันดีต่อใจมากเลยล่ะค่ะ อยากจะมาเดินเล่นตลาดแบบนี้ทุกวันเลยเนอะ ใครสนใจมาเดินตลาดต้นไม้ของ กองทัพอากาศทุ่งสีกัน มาเลยค่ะ มาง่าย มีที่จอดรถตรงกลางด้านในเลยค่ะ เลือกซื้อของเสร็จยกใส่รถไว้แล้วเดินเลือกต่อได้เลย สำหรับตลาดนี้เราให้คะแนน 10/10 เลยค่ะ เราไปบ่อยมาก มีอุปกรณ์ให้ครบ แถมราคาไม่แพง มีที่จอดรถใกล้ร้าน มีร้านอาหาร

ตลาดต้นไม้ กองทัพอากาศ ทุ่งสีกัน แขวงสีกัน เขตดอนเมือง จ.กรุงเทพฯ
เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00น.
พิกัด: Google Map

 

โจ๊ก จักรพรรดิ อร่อย และเด็ดสุด ในย่าน เมืองทองธานี อาหารเพื่อสุขภาพ ในยามเช้า คลิกเลย

จัดโต๊ะทำงาน และ วางพร็อพบนโต๊ะทำงานยังไงไม่ให้น่าเบื่อ

0

จัดโต๊ะทำงาน ไม่ให้น่าเบื่อ ….

หลาย ๆ คน คงรู้สึกว่าจะนั่งทำงานที่บ้านยังไงให้ Enjoy สนุกสนานเพลิดเพลิน กับ งานที่ตัวเองรัก ในช่วงที่บางพื้นที่ก็ยังไม่คลายล็อกดาวน์ อาจจะทำให้เราอยากลุกขึ้นมาจัดโต๊ะทำงานที่บ้านใหม่บ้าง!! เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศที่น่า

เบื่อให้ดูมีชีวิตชีวา เป็นออฟฟิศช่วงคราว ในช่วง Work Form Home แบบนี้ จากที่เมื่อก่อนอาจไม่ได้สนใจการจัดโต๊ะทำงานที่บ้าน แต่ตอนนี้จะต้องมีแล้วล่ะ ว่าควรสร้างบรรยากาศการทำงานยังไงให้ไม่น่าเบื่อเหมือนตอนที่ทำงาน

อยู่ที่ออฟฟิศ เราคัดไอเดียจัดโต๊ะทำงานมาฝากจ้าา สามารถนำไปใช้ได้ทั้งที่บ้านและออฟฟิศ แต่ว่าจะมีไอเดียแบบไหนบ้างตามไปดูกันเลย…

จัดมุมทำงานแบบประหยัดพื้นที่

จัดโต๊ะทำงาน
Cr.pinterest.com

ถ้าพูดถึงการจัดโต๊ะทำงานแบบพื้นที่ใช้สอยอย่างประหยัด นี่เป็นไอเดียสำหรับคนที่พื้นที่น้อย เนื้อที่ในการจัดโต๊ะทำงานแบบใหญ่ๆ อาจจะไม่เหมาะ ก็อาจจะต้องเลือกโต๊ะทำงานแบบตู้อเนกประสงค์ก็ได้ หรือ โต๊ะที่มีขนาดเล็ก

สามารถเคลื่อนย้ายได้ เพื่อให้มีพื้นที่เหลือ ซึ่งโต๊ะแบบนี้ อาจจะเจาะติดกับกำแพงหรือสามารถพับเก็บได้เวลาที่เราไม่ใช้ ทำให้ประหยัดพื้นที่ได้ดี ที่สำคัญถ้าเราเลือกไม้ดี ๆ เราก็ได้โต๊ะทำงานที่สามารถใช้ในการตกแต่งบ้านได้ด้วยในเวลาเดียวกัน ถือว่าเป็นอีกไอเดียที่ได้ทั้งมุมทำงานและของแต่งบ้านแบบคลาสสิกเลยล่ะ

จัดโต๊ะทำงานนั่งอยู่ริมกระจก

จัดโต๊ะทำงาน
Cr.pinterest.com

การจัดมุมโต๊ะทำงานที่นั่งอยู่ริมกระจก ก็ถือว่าเป็นไอเดียที่ดีเลยล่ะ หลาย ๆ คนคงชอบนั่งทำงานอยู่ริมหน้าต่าง เวลาทำงานเครียด ๆ ก็มองวิว ทิวทัศน์ รอบๆ นอก ให้มีสมาธิสักหน่อย จะได้มีแรงไปทำงานต่อ การจัดโต๊ะริมหน้าต่างให้

กลายเป็นโต๊ะทำงานสุดชิคได้ ก็แค่หาโต๊ะตัวเล็กขนาดกำลังดีสำหรับวาง Mace Book  จากนั้นอาจจะเลือก Tone ให้เข้ากับสไตล์ของเราหน่อย ตกแต่งด้วยของที่ตัวเองชอบแค่นี้ก็ได้มุมทำงานสบาย ๆ เรียกว่าก็นั่งอยู่ริมหน้าต่างใน

มุมทำงานเล็ก ๆ หลบความวุ่นวายกับผู้คนได้ดีเลยทีเดียว ซึ่งเหมาะสำหรับการทำงานที่ใช้ความคิด มันอาจจะช่วยให้การทำงานมีความสุขอีกด้วย

จัดวางเทียนหอมบนทำงานจัดโต๊ะทำงาน

สำหรับใครที่คิดอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศการนั่งทำงานแนะนำให้เริ่มต้นจากไอเทมชิ้นนี้เลย “เทียนหอม” สินค้ายอดฮิตแห่งปีมีให้เลือกมากมายหลากหลายกลิ่นหลากหลายแบรนด์  ซึ่งเราก็สามารถสร้างกลิ่นหอม ๆ

ในบ้านได้ง่าย ๆ เลย แค่มีเพียงเทียนหอม หรือ ก้านน้ำหอมกลิ่นที่ถูกใจตั้งไว้สักมุมในบ้าน เพราะว่ากลิ่นในห้องทำงานนั้นมีผลต่ออารมณ์อย่างไม่น่าเชื่อ เราจึงขอจัดให้เป็นไอเทมที่ต้องมีไว้ในห้องทำงาน กลิ่นของเทียนหอมช่วยให้รู้สึกดี

ลดความเครียดอีกด้วย หรือตอนกลางคืนที่บางคนอาจจะนอนไม่ค่อยหลับ เทียนหอม ก็ช่วยให้ผ่อนคลาย และ หลับสบายเช่นกัน

แปะโปสเตอร์บนผนัง

Desk corner

การแปะโปสเตอร์ ในห้องทำงานที่ผนัง ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่นิยมเหมือนกัน ยิ่งเป็นคนที่ชอบท่องเที่ยว หรือ สายอาร์ตหน่อย ก็จะชอบนำ โปสเตอร์มาติดในห้อง ทำให้ห้องทำงานดูมีสีสัน ถือว่าเป็นอุปกรณ์การตกแต่งห้องทำงานอีก

อย่างหนึ่งก็ว่าได้ ยิ่งเป็นโปสเตอร์สถานที่ท่องเที่ยวจะต้นไม้ ทะเล ภูเขา หรือ ภาพอาร์ต ๆ ก็จะช่วยทำให้มุมโต๊ะทำงานของเราดูสวยงามน่ามอง และ ไม่ดูตึงเครียดเกินไปด้วยนะ

 นาฬิกาตั้งโต๊ะทำงาน

Desk corner
Cr.pinterest.com

“นาฬิกาตั้งโต๊ะทำงาน” ถือเป็นไอเทมสำคัญเลยทีเดียว เพราะจะช่วยให้เราจัดสรรตารางเวลาและกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างสะดวก และ เป็นระบบมากขึ้น เคล็ดลับในการจัดวางนาฬิกาบนโต๊ะคือให้วางในด้านขวามือ เพื่อความสะดวกใน

การมองเวลาการนั่งทำงานเพลิน ๆ นาฬิกาตั้งโต๊ะทำงานก็ถือว่าป็นไอเทมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการจัดแต่งโต๊ะทำงานให้ไม่น่าเบื่อเกินไป ช่วยให้ละสายตาเวลาทำงานได้ดีเลยล่ะ บางเวลาที่เราอาจจะนั่งทำงานมากเกินไป มันก็ช่วยเตือนเราให้พักผ่อนบ้าง ก็ถือว่าเป็นไอเทมน่ารักไปอีกแบบ

จัดโต๊ะทำงาน เป็นยังไงกันบ้างกับ 5 ไอเทมสำหรับการจัดมุมทำงาน และ การวางพร็อพบนโต๊ะทำงาน ที่เราคัดสรรมา

ให้การทำงานที่น่าเบื่อ ไม่มีความน่าเบื่ออีกต่อไป ด้วยทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการแต่งบ้านให้เป็นห้องทำงาน หรือใครมีไอเดีย ๆ ใหม่ ๆ ก็ลองนำมาปรับใช้ดู รับรองว่าจะต้องได้ห้องทำงานที่เพิ่มความฟิน… ได้ถูกใจอย่างแน่นอน

 

บทความน่าใจ : THER LADPRAO 93 ทาวน์โฮมหรูและแรง! เตรียมเปิดเฟสใหม่อีก 25 ยูนิต คลิก

Sock Lover แฟชั่นสไตล์ 80 ที่อยู่คู่หน้าหนาวตลอดกาล 

0

Sock Lover แฟชั่นสไตล์ 80 ที่อยู่คู่หน้าหนาวตลอดกาล

แฟชั่นถุงเท้า
Cr.Photo: elle.com

แฟชั่นถุงเท้า มักจะวนมาพร้อมกับอากาศหนาวเสมอ เพราะนอกจากเสื้อผ้าที่ช่วยทำให้ร่างกายเราอบอุ่นขึ้นแล้ว ถุงเท้าก็สำคัญสำหรับเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกายด้วยนะ และในช่วงอากาศหนาวทีไรถุงเท้ามันจะถูกหยิบขึ้นมามิกซ์แอนด์แมทช์กันอย่างสนุกสนาน เรียกได้ว่าแฟชั่นในช่วงหน้าหนาวมันช่างสนุกจริงๆ เพราะสามารถเล่นกับไอเทมได้อย่างหลากหลาย

ถึงแม้ว่าบ้านเราอากาศจะไม่หนาวจัดเหมือนต่างประเทศแต่ถุงเท้าก็เป็นแฟชั่นที่สาวไทยหยิบมาเล่นกันมากเพิ่มเลเยอร์ให้แฟชั่นหน้าหนาวของคุณได้ดี แทนที่จะหยิบเสื้อโคทขึ้นมาสวมใส่เพราะมันอาจจะดูเว่อไปนิดสำหรับบ้านเรา แต่ยังไงก็ตามก็อยู่ที่เราแหละค่ะ ว่าอยากหยิบไอเทมอะไรออกมาใช้ในช่วงอากาศที่ค่อนข้างจะเย็นลงนี้

แฟชั่นถุงเท้า
Cr.Photo: styledumonde.com

ในวันที่อากาศไม่ได้หนาวจัดอย่างบ้านเราการเลือกถุงเท้าสีน่ารักสักคู่ขึ้นมาใส่กับรองเท้าคู่โปรดก็เก๋ไปอีกนะ ไม่จำกัดเลยว่ารองเท้านั้นจะเป็นส้นสูงหรือรองเท้าแตะ เพราะมันยิ่งอัพให้คุณดูมีสไตล์ได้ง่ายมาก ๆ ด้วย นอกจากสนีกเกอร์แล้วที่เราจะใส่ถุงเท้าเข้าไปด้วย มันกลับดูดีมากซะอีกถ้าลองเป็นรองเท้าแบบอื่นที่แตกต่างดูบ้าง

แฟชั่นถุงเท้า
Cr.Photo: refinery29.com 

อยากได้ลุคที่อ่อนหวานก็เลือกถุงเท้ากับรองเท้าส้นสูงสิ แน่นอนว่ามันจะทำให้คุณดูเป็นเลดี้สไตล์มากขึ้นแต่ถ้าไม่อยากให้ลุคดูเลี่ยนเกินไป ก็แค่เสื้อเสื้อผ้าที่เพิ่มสีสีนอันจี๊ดจ๊าดเข้าไปหน่อยก็น่าจะโอเคขึ้น แต่ถ้ายังเป็นมือใหม่ที่อยากจะลองแต่งตัวให้ดูแต่งต่างดูบ้างก็ขอให้เริ่มเลือกถุงเท้าสีพื้นก่อนเพราะมันจะง่ายต่อการมิกซ์แอนด์แมทช์มากกว่า

แฟชั่นถุงเท้า
Cr.Photo: m.en.vogue.fr
แฟชั่นถุงเท้า
Cr.Photo: manrepeller.com
แฟชั่นถุงเท้า
Cr.Photo: wattpad.com, brit.co

ไม่จำเป็นจะต้องอายถ้าเลือกที่จะใส่ถุงเท้าในช่วงนี้ จริงๆ แล้วแฟชั่นนี้ไม่ได้แปลกใหม่อะไรและช่วงเวลาปกติเหล่าแฟชั่นนิสต้าก็เลือกที่จะใส่ถุงเท้าสีสดกับรองเท้าส้นสูงด้วยซ้ำ ไม่จำเป็นต้องรอให้หนาวเลย เพียงแค่ปรับเสื้อผ้าแทนที่จะใส่โคทหรือเสตตัวหน้าก็เป็นเสื้อที่ผ้าบางลงก็โอเคแล้วล่ะ

การใส่ถุงเท้ากับรองเท้าส้นสูงคือแฟชั่นที่ฮิตมาในช่วง 80s แล้วมันมักจะกลับมาตลอดทุกปีในช่วงหน้าหนาว หรือเอาจริงๆ แฟชั่นนี้ก็ไม่ได้หายไปไหนเลยก็ว่าได้ เพราะเรามักจะเห็นกันบ่อยๆ บนรันเวย์หรือสายสตรีทตามท้องถนน หลังจากช่วงที่ฮิตกันในสมัย 80 แล้ว ยุคหลังจากนั้นก็ปรับเปลี่ยนเป็นต้องใส่ถุงเท้าแบบซ่อนไม่ให้เห็นถุงเท้าโผล่ออกมา แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปมันไม่จำเป็นแล้วล่ะที่จะหลบซ่อน และไม่ต้องกัลวลนะว่าการแต่งตัวแบบนี้จะแมทช์ได้แค่กับกระโปรงเท่านั้น เพราะจะใส่กับกางเกงก็ไม่ผิดแถมเพิ่มความแซบให้กับลุคของคุณดูดีขึ้นไปอีกด้วยล่ะ

Headscarf จากวัฒนธรรมสู่แฟชั่นสุดจี๊ด ที่ควรมีมากกว่าหนึ่งผืน คลิกเลย

Ragnarok Online หวนคืนสู่วานร กับการกลับมาของเกมขวัญใจยุค 90s

Ragnarok Online หวนคืนสู่วานร กับการกลับมาของเกมขวัญใจยุค 90s

Ragnarok Classic
Cr.Photo ; roc.gnjoy.in.th/home/

Gravity Game ผู้พัฒนาและให้บริการเกมแนว MMORPG อมตะตลอดกาลของชาวไทยอย่างเกม Ragnarok Classic ย้อนวันวานกลับไปสมัยก่อนที่ตัวเกมจะมีอาชีพให้เลือกเล่นไม่มากนัก ซึ่งเกมเมอร์ทั่วประเทศต่างพูดตรงกันว่ามันต้องเป็นตัวเกม Ragnarok Classic บอกเลยว่าการกลับมาคราวนี้จะทำให้เหล่าเกมเมอร์ใจเต้นได้ขนาดไหนกัน เพราะเกมเมอร์ชาวไทยอย่างเราชอบเวอร์ชั่นนี้มากพอสมควร

Ragnarok Classic
Cr.Photo ; pinterest.com

ก่อนหน้านี้ทาง Gravity Game มีการเปิดให้ทดสอบ Beta Test เกมที่เป็นการกลับมาในเวอร์ชั่นคลาสสิก เหล่าเกมเมอร์ก็มีเสียงตอบรับหลังจากหลังจากประกาศเปิด Sever เป็นอย่างมาก ตอนนี้ทางตัวเกมได้ทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว Inzpy จะพาเพื่อนๆไปดูข้อมูลตัวเกมนี้กัน

Ragnarok Classic
Cr.Photo ; roc.gnjoy.in.th/home/

ข้อมูลเซิร์ฟเวอร์ สำหรับเซิร์ฟเวอร์เปิดให้บริการในรูปแบบ Free to Play จำนวนทั้งสิ้น 2 เซิร์ฟเวอร์
ได้แก่ Sv.Maya , Sv.Baphomet ในแพทช์ Classic Renewal Class 2-1 Episode 4.0

Cr.Photo ; Pinterrest

ข้อแตกต่างที่ทำให้เราเห็นได้อย่างชัดเจน

                   1. มีการคำนวน Variable Cast Time , Fixed Cast Time เข้ามาเกี่ยวข้อง
                   2. การเก็บเลเวลสามารถเก็บเลเวลมอนเตอร์ที่สูงกว่าได้ ไม่จำกัดว่าต้องเลเวลห่างกันเท่าไหร่ (ซึ่งเรามีความต้องการให้ผู้เล่นเก็บเลเวลง่ายไม่น่าเบื่อจนเกินไป และสามารถทำตัวละครได้หลากหลายอาชีพมากขึ้น)
                   3. Dungeons , Memory , Instances จะมีการอัพเดทเพิ่มเข้ามาให้ Episode ต่างๆ เพื่อเติมเต็มเนื้อเรื่องของ Ragnarok Online ในยุคแรกให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น และเพิ่มความสนุกและคอมมูนิตี้ของเกมให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

Cr.Photo ; roc.gnjoy.in.th/home/

คลาสอาชีพสูงสุดในการอัพเดทของปี 2022 อยู่ที่ Class 2-2 ทาง Gravity Game จะมีการทยอยอัพเดทเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เพื่อนๆได้เสพบรรยากาศของตัวเกม และ พาเพื่อนๆตั้งปาร์ตี้เพื่อลุยดันเจี้ยนเพื่อพบกับความท้าทายใหม่ๆ ที่จะได้ใช้ความสามารถต่างๆของแต่ละอาชีพได้เต็มที่!

Cr.Photo ; roc.gnjoy.in.th/home/

แผนที่ , มอนสเตอร์ จะมีการอัพเดทเพิ่มในแต่ Episode โดยอ้างอิ้งค์ข้อมูลตาม Official Original Ver.KRO ซึ่งเพื่อความสนุกมากยิ่งขึ้นทาง Gravity Game จะทำข้อมูลอ้างอิงให้กับเพื่อนๆใช้สำหรับค้นหาและดูรายละเอียดกัน

Cr.Photo ;roc.gnjoy.in.th/home/

ตอนนี้ทางตัวเกมได้มีการจัดกิจกรรม Lucky Refine 500,000 Point เพราะตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2564 – 27 ตุลาคม 2564 ได้มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ซึ่งได้คะแนน Lucky Refine ทั้งหมด 782,406 Point ทางเกมจึงตอบแทนรางวัลให้กับผู้ที่เข้าร่วมเล่น
รางวัลที่ได้รับ :
– EXP +50% (150%), Dead +25% 
– [Event] Feather Scroll 5ea

 

จบแล้วนะครับสำหรับการเปิดตัวของ Ragnarok เพื่อนๆคนไหนที่ชอบหรืออยากเล่นเกมนี้ สมารถสมัครไอดี และ ดาวน์โหลดเกมได้ที่ ตรงนี้ ได้แล้วนะครับ วันนี้ทาง Inzpy ขอลาไปก่อนเน้ออ

ขอบคุณข้อมูลจาก Ragnarok


Play To Earn เกมที่ทำเงินให้ จริงเหรอ!?

Play To Earn เกมที่ทำเงินให้ จริงเหรอ!? Click