นิทรรศการจิวเวลรีส่วนใหญ่มักโฟกัสที่ความหายากของอัญมณี เทคนิคที่ซับซ้อน หรือประวัติของบุคคลสำคัญ แต่สำหรับ GLANZSTÜCKE Van Cleef & Arpels High Jewelry × Masterpieces from the MAK Collection เลือกเล่าในมุมที่ต่างออกไป งานนี้หยิบเอาเครื่องประดับชั้นสูงมาวางคู่กับพรม โต๊ะ เสื้อผ้า ฉากกั้นห้อง ไปจนถึงเครื่องมือดาราศาสตร์ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า ไอเดียงานดีไซน์สามารถเดินทางข้ามวัสดุและเวลาได้ไกลกว่าที่เราคิด
นิทรรศการนี้จัดขึ้นที่ MAK – Museum of Applied Arts กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย รวบรวมผลงานจาก Van Cleef & Arpels และคอลเล็กชันของ MAK รวมกว่า 500 ชิ้น แตกไลน์เป็น 6 บทสำคัญ ได้แก่ Wanderlust, Architecture, Rhythmic Design, On Stage, Metamorphosis และ Nature & Cosmos โดยได้ Atelier Tsuyoshi Tane Architects มาดีไซน์สเปซให้มีลักษณะคล้ายเขาวงกต ทำให้คนดูสนุกไปกับการค้นพบผลงานจากสองโลกที่ส่งต่อแรงบันดาลใจให้กันตลอดเส้นทาง
Wanderlust: การเดินทางผ่านเรือ พรม และเรื่องเล่าจากท้องทะเล
บทแรกเริ่มต้นด้วยการเดินทางผ่านวัตถุสองชิ้นที่มองเผินๆ อาจดูไม่เข้ากัน ชิ้นแรกคือแบบจำลองเรือยอชต์ Varuna งานลักชัวรีสั่งทำพิเศษจากทองคำลงยา วางอยู่บนระลอกคลื่นหินแจสเปอร์และฐานไม้มะเกลือ ซึ่งดีเทลสมจริงมากตั้งแต่โครงสร้างเรือไปจนถึงปล่องควัน ที่ในอดีตเคยใช้งานเป็นกระดิ่งเรียกคนรับใช้ได้จริง
อีกฝั่งคือ Portuguese Carpet พรมจากต้นศตวรรษที่ 17 ที่ถักทอภาพเรือ ผู้โดยสารในชุดยุโรป คลื่นทะเล และสัตว์ประหลาด เมื่อนำทั้งสองชิ้นมาจัดวางใกล้กัน ภาพของการเดินทางจึงไม่ใช่แค่การออกไปเจอโลกใหม่ แต่คือการสะท้อนถึงความกล้า และจินตนาการของมนุษย์ยามเมื่อมองออกไปที่เส้นขอบฟ้า
Architecture: งานดีไซน์ชิ้นเล็กที่ซ่อนฟังก์ชันระดับสถาปัตยกรรม
ห้อง Architecture เล่าเรื่องโครงสร้างและฟังก์ชันผ่าน Minaudière กระเป๋าคลัตช์ทรงกล่องของ Van Cleef & Arpels และโต๊ะไพ่จากศตวรรษที่ 18 ในคอลเล็กชันของ MAK ฝั่งกระเป๋าภายนอกดูเป็นทรงเรขาคณิตเรียบหรู แต่เมื่อเปิดออกจะพบการจัดสรรช่องขนาดเล็กสำหรับเก็บของใช้ส่วนตัวได้อย่างเป็นระเบียบ
เช่นเดียวกับโต๊ะไพ่ที่สามารถกางเพิ่มพื้นที่ พับเก็บ และซ่อนกระดานเกมแบบอื่นไว้ภายใน จุดร่วมของทั้งคู่คือการบริหารพื้นที่จำกัดให้เก็บรายละเอียดได้มากกว่าที่ตาเห็น เป็นงานดีไซน์ที่ปล่อยให้ผู้ใช้งานค่อยๆ ค้นพบฟังก์ชันด้วยตัวเอง
Rhythmic Design & On Stage: เส้นสายและท่วงท่าบนเรือนร่าง
ในส่วนของ Rhythmic Design นิทรรศการนำเข็มกลัด Silhouette Flower ช่วงปลายทศวรรษ 1930 มาแมตช์กับตัวอย่างลวดลายสิ่งทอของ Wiener Werkstätte ชวนให้เห็นว่าเส้นเรขาคณิตและรูปทรงซ้ำๆ (Repetitive Patterns) สามารถไปปรากฏอยู่ได้ทั้งบนงานผ้าและเครื่องประดับ มอบความรู้สึกเคลื่อนไหวไม่ต่างกัน
จากนั้นสลับมู้ดเข้าสู่ On Stage ที่เชื่อมโลกเวียนนาเข้ากับโอเปราและดนตรี ผ่านชุดราตรีจากศตวรรษที่ 19 และเข็มกลัดรูปนักบัลเลต์หรือนางฟ้า ผลงานไอคอนิกของแบรนด์อย่าง Little Winged Fairy เข็มกลัดนางฟ้ามีปีกจากยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อจัดแสดงใกล้กับชุดเต้นรำ ยิ่งทำให้ภาพของเวทีการแสดงดูเหมือนถูกย่อส่วนมาอยู่บนเครื่องประดับชิ้นจิ๋วที่พร้อมเคลื่อนไหวไปกับผู้สวมใส่
Metamorphosis: เมื่อของหนึ่งชิ้นไม่ยอมทำหน้าที่เดียว
สำหรับคนที่ชอบงานออกแบบที่มีลูกเล่น ห้อง Metamorphosis คือไฮไลต์ เพราะรวมงานดีไซน์ที่สามารถเปลี่ยนรูปหรือเปลี่ยนวิธีใช้งานได้ ตั้งแต่ฉากกั้นห้องของ Koloman Moser ไปจนถึง Zip Necklace อันโด่งดังของ Van Cleef & Arpels
สร้อยคอ Zip ที่ได้แรงบันดาลใจจากซิปบนเสื้อผ้า สามารถรูดปรับเปลี่ยนจากสร้อยคอให้กลายเป็นสร้อยข้อมือได้จริง เปลี่ยนของใช้ในชีวิตประจำวันให้เป็น High Jewelry ที่ขยับขับเคลื่อนได้ ส่วนฉากกั้นห้องของ MAK ก็สามารถปรับเปลี่ยนรูปทรงตามพื้นที่ ห้องนี้พิสูจน์ว่าไอเดียที่ดีไม่จำเป็นต้องหยุดอยู่ดีไซน์นิ่งๆ แต่ควรทลายข้อจำกัดเพื่อสร้างบทบาทใหม่ได้ตลอดเวลา
Nature & Cosmos: จากกลีบดอกไม้สู่วงโคจรของดวงดาว
บทสุดท้ายพาไปสำรวจธรรมชาติและจักรวาลผ่านเข็มกลัดดอกไม้ สัตว์ และเครื่องมือทางดาราศาสตร์ ชิ้นเด่นคือเข็มกลัด Chrysanthemum ที่ใช้เทคนิค Mystery Set อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ฝังอัญมณีแบบซ่อนโลหะและหนามเตยทั้งหมด ทำให้ผิวกลีบดอกไม้ดูเรียบเนียนต่อเนื่องและมีมิติสมจริง
ฝั่ง MAK จัดแสดงวงแหวนจำลองตำแหน่งดาวจากปี 1553 ทำจากวงแหวนหลายชั้นที่หมุนได้เพื่อแทนเส้นทางของวัตถุบนท้องฟ้า เมื่อเครื่องมือดาราศาสตร์มาอยู่ข้างเครื่องประดับดวงดาว มันทำให้เราเห็นอินไซต์ว่า มนุษย์ในทุกยุคต่างพยายามย่อส่วนจักรวาลอันกว้างใหญ่ ให้กลายเป็นวัตถุที่สามารถมองเห็น สัมผัส หรือสวมใส่ติดตัวได้
ไม่ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญจิวเวลรี ก็เดินงานนี้สนุก
จุดเด่นของนิทรรศการ GLANZSTÜCKE คือการไม่ต้องอาศัยศัพท์เทคนิคหรือประวัติศาสตร์ศิลปะที่เข้าใจยาก สายแฟชั่นจะได้เสพรูปทรงและการสวมใส่ สายดีไซน์จะได้เห็นฟังก์ชันที่ซ่อนอยู่ ส่วนสายมิวเซียมจะได้เห็นการปะทะกันของวัตถุต่างยุคสมัย
เมื่อเดินจนสุดทาง สิ่งที่ติดอยู่ในหัวอาจไม่ใช่ว่าอัญมณีเม็ดไหนมูลค่าสูงที่สุด แต่คือภาพของซิปที่กลายเป็นสร้อยข้อมือ เรือยอชต์ที่เป็นกระดิ่ง หรือวงโคจรดาวที่ถูกย่อมาอยู่ในตู้โชว์ นี่คือนิทรรศการที่เริ่มต้นด้วยเรื่องของจิวเวลรี แต่ปลายทางคือการเฉลิมฉลองให้กับความคิดสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสิ่งรอบตัวให้กลายเป็นงานศิลปะอย่างแท้จริง
รายละเอียดนิทรรศการ
- สถานที่: MAK – Museum of Applied Arts กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย (MAK Exhibition Hall)
- ระยะเวลาจัดแสดง: 10 มิถุนายน – 27 กันยายน 2026
หมายเหตุ: เวลาเปิด ค่าเข้าชม และรอบนำชมอาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับทางพิพิธภัณฑ์อีกครั้งก่อนออกเดินทาง
CARTIER Exhibition เมลเบิร์น พาชมจิวเวลรี เทียร่า และเรือนเวลากว่า 400 ชิ้น
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
■ COVA คาเฟ่ดังจากมิลาน เปิดสาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ One Bangkok
■ 7 Exhibition กรุงเทพฯ หน้าฝน เข้าฟรี เที่ยวกรุงเทพฯ วันหยุด ไม่ต้องลุ้นอากาศ








