Home Blog Page 859

ไทวัสดุ เปิดตัว แบรนด์ Calina ชูแนวคิด “เฟอร์นิเจอร์ มีสไตล์ ราคาถูกใจ”

ไทวัสดุ เปิดตัว แบรนด์ Calina ชูแนวคิด “เฟอร์นิเจอร์ มีสไตล์ ราคาถูกใจ”

กระแสตลาดที่อยู่อาศัยเริ่มฟื้นตัวแล้ว ล่าสุด ไทวัสดุ จึงได้ตอบรับกระแส ด้วยการเปิดตัวแบรนด์เฟอร์นิเจอร์น้องใหม่ ‘Calina’ ขึ้น เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ โดยชูแนวคิด “เฟอร์นิเจอร์ มีสไตล์ ราคาถูกใจ”

ไทวัสดุ

มาพร้อมกับดีไซน์อันเรียบหรู และคุณภาพดี ทั้งนี้เพื่อสร้างทางเลือกให้แก่ผู้บริโภค ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ด้าน นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “กระแสการฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัยในประเทศไทยมีแนวโน้มดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง 2565

ซึ่งเห็นได้จากการเปิดโครงการทั้งแนวราบ และแนวดิ่งของผู้พัฒนาด้านอสังหาริมทรัพย์ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ ส่งผลให้มูลค่าของตลาดการซื้อสินค้าตกแต่งบ้าน และที่อยู่อาศัยมีการเติบโตตามกัน โดยคาดว่า ตลาดสินค้าตกแต่งบ้านจะโตขึ้นกว่า 10-12% ในปีนี้

ไทวัสดุ

ขณะเดียวกันเพื่อเสริมความแกร่งของศักยภาพของธุรกิจร้านไทวัสดุ ซึ่งเป็นศูนย์รวมสินค้าวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้าน จึงได้เดินหน้านำเสนอไลน์อัพสินค้าเฟอร์นิเจอร์เฮ้าส์แบรนด์น้องใหม่ ในชื่อ คาลิน่า (Calina) สำหรับเพิ่มทางเลือกสินค้าให้กับผู้บริโภค ตอกย้ำไทวัสดุในภาพการเป็น Home One Stop Shopping ช้อปทุกเรื่องบ้าน ครบจบที่เดียวที่ไทวัสดุ”

ไทวัสดุ

สำหรับเฟอร์นิเจอร์ คาลิน่า มีจุดเด่นด้านดีไซน์ที่ทันสมัย เรียบแต่หรูรับกับเทรนด์การแต่งบ้านและคอนโดฯ ในปัจจุบัน โดยออกแบบฟังก์ชันการใช้งานให้สอดคล้องกับพฤติกรรมที่หลากหลายเหมาะกับทุกห้องภายในบ้าน ทั้งห้องนอน ห้องอาหาร ห้องทำงาน และห้องนั่งเล่น

รวมถึงสินค้าสามารถปรับการใช้งานได้ตามพื้นที่ ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันที่มีข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่ นอกจากนี้ยังชูไฮไลท์การเป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่ดีไซน์เรียบหรู คุณภาพดี ในราคาที่จับต้องได้ เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายลูกค้าบ้านทั่วไป คอนโดฯ ร้านอาหาร และสำนักงาน เปิดตัวมาพร้อมโปรฯ ผ่อนสบาย ๆ 0% 10 เดือน หรือผ่อนนานสูงสุด 36 เดือน ตามเงื่อนไขของบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ รวมถึงจัดส่งและประกอบในพื้นที่ระยะ 30 กม. ฟรี… อีกด้วย

ไทวัสดุ

ส่วนตอนนี้ แบรนด์ คาลิน่า เปิดให้บริการแล้วที่ไทวัสดุสาขา ลพบุรี  ชลบุรี  เชียงราย  หาดใหญ่  ชัยภูมิ และจะเปิดเพิ่ม ที่สาขา สุพรรณบุรี เชียงใหม่ กาญจนบุรี ในเดือนพฤษภาคม – มิถุนายนนี้ ทั้งนี้ทางไทวัสดุตั้งเป้าขยายเพิ่มกว่า 18 สาขาในปี 2565

ไทวัสดุ

ติดตามข้อมูลข่าวสาร พร้อมรายละเอียดโปรโมชัน ได้ที่ FB : Thai Watsadu โทร. 1308 หรือช้อปออนไลน์ได้ที่ www.thaiwatsadu.com

 

อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

บทความน่าสนใจ : อาเลีย บาตต์ นางเอก คังคุไบ กับบ้านสไตล์นิวยอร์ก ลอฟต์ แห่งเมืองมุมไบ 

GOLEM2022: EMBODYING THE MONSTER

0

GOLEM2022: EMBODYING THE MONSTER

ขอเชิญชมนิทรรศการ “GOLEM2022: Embodying the monster” โดย

ที่สะท้อนแรงปรารถนาถึงร่างกายที่สมบูรณ์ผ่านการบริโภค

มนุษย์เรามองเห็นอะไรจากเงาสะท้อนของกระจก องค์ประกอบของร่างกายที่รวมเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว แตกต่างและคล้ายคลึงจากคนอื่นในรายละเอียดเพียงเล็กน้อยหากมองด้วยสายตา แต่ยังคงความเป็นมนุษย์โดยพื้นฐานอันไม่สมบูรณ์แบบ จากวิวัฒนาการและการปรับตัวให้เอาตัวรอดได้ในสภาพแวดล้อมอันหลากหลายในแต่ละพื้นที่ เป็นระยะเวลายาวนานในประวัติศาสตร์วิวัฒนาการสายพันธุ์มนุษย์ เพราะมนุษย์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้น

สัญชาตญาณของการเอาตัวรอดกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกต่างๆ ความบกพร่องและขาดหาย เป็นส่วนหนึ่งของความรู้สึกหวาดกลัว ต่อการขาดพร่องซึ่งปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีพ ก่อเกิดความรู้สึกอันไม่มั่นคง ขับเคลื่อนไปสู่ความคิดในการแสวงหาหรือสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ เพื่อช่วยให้สามารถปรับตัวและอยู่รอดต่อไป กลายเป็นตำนานเรื่องเล่าขานอันบันทึกไว้ถึงสิ่งมีชีวิตพิเศษซึ่งถูกสร้างสรรค์ขึ้นด้วยน้ำมือของมนุษย์ เพื่อเป็นร่างแทนหรือภาพสะท้อนของสิ่งมีชีวิตอันสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นไปกว่ามนุษย์

GOLEM2022: EMBODYING THE MONSTER
คุณ เรืองศักดิ์ อนุวัตรวิมล

Embodying the monster นิทรรศการเดี่ยวโดยศิลปินเรืองศักดิ์ อนุวัตรวิมล เป็นหนึ่งในนิทรรศการต่อเนื่องจาก GOLEM โปรเจคทางศิลปะระยะยาวตั้งแต่ในปี พ.ศ. 2554 ศิลปินหยิบยืมแรงบันดาลใจจากเรื่องเล่าในตำนานของสิ่งมีชีวิตที่สร้างขึ้นจากดินเหนียวในนิทานพื้นบ้านชาวยิว เป็นที่เรียกขานกันในนามว่า golem สิ่งมีชีวิตซึ่งประกอบร่างสร้างกายขึ้น มีชีวิตและเคลื่อนไหวได้ด้วยเวทมนตร์หรือถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์ ให้เป็นผู้คอยช่วยเหลือ ปกป้องหรือคุ้มครองตามวัตถุประสงค์อันบริสุทธิ์ของผู้สร้าง golem ปรากฏตัวขึ้นในคำบอกเล่า ตำนาน และเรื่องเล่าในหลายพื้นที่บนเนื้อหาที่แตกต่างกันไป สิ่งหนึ่งที่มีร่วมกันคือสิ่งมีชีวิตรูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกับมนุษย์แต่กลับสมบูรณ์เหนือไปกว่าผู้สร้าง จนถูกทำลายหรือทำให้สลายกับคืนสู่วัตถุตั้งต้น golem จึงสะท้อนถึงแก่นของเรื่องเล่าผ่านกฎของการสร้างสรรค์และการทำลายล้างซึ่งเป็นสิ่งคู่กัน

เรืองศักดิ์ มองย้อนกลับไปในตำนานเกี่ยวกับ golem ในวัฒนธรรมต่างๆ ถึงรูปร่างหน้าตาอันสมบูรณ์แบบจากจินตนาการของมนุษย์ และตีความถึง GOLEM ของตนขึ้นมาใหม่ด้วยความหมายที่ร่วมสมัย ด้วยรูปร่างของมนุษย์จำลองรูปทรงสูงใหญ่ซึ่งรวมจุดเด่นและองค์ประกอบของร่างกายที่เชื่อว่าสมบูรณ์แบบที่สุด มาประกอบสร้างร่างกายขึ้นผ่านการรวบรวมและสะสมชิ้นส่วนของสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ต่างๆ จากพันธุ์พืชและสัตว์กว่าทั่วโลก นำมาเผาให้เหลือเพียงฝุ่นเพื่อเป็นวัตถุดิบตั้งต้นในการสร้างสรรค์และขึ้นรูปผลงานแต่ละชิ้นให้กลายเป็นชิ้นส่วนของอวัยวะร่างกาย

รวบรวมและนำกลับมาจัดแสดงอีกครั้งในนิทรรศการ Embodying the monster โดยเป็นการนำเอาภาพร่างชิ้นส่วนอวัยวะของร่างกายแต่ละชิ้นกลับมาประกอบเข้า ผูกและโยงความหมายของสิ่งมีชีวิตแต่ละสายพันธุ์เข้าด้วยกันกับผลงานแต่ละชิ้นผ่านเรื่องเล่า และตำนานพื้นถิ่น ทำให้เห็นว่าไม่ว่าจะในทางตรงหรือทางอ้อม เราต่างเกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ต่างๆ โดยเฉพาะในวัฒนธรรมบริโภคนิยม ที่เปลี่ยนรูปแบบของการบริโภคให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค บริการทางการแพทย์ และผลิตภัณฑ์เสริมความงามต่างๆ เพื่อสร้างร่างกายที่สมบูรณ์และแข็งแรงตามรสนิยมของสังคม ศิลปินสร้าง GOLEM ให้กลับคืนชีวิตขึ้นมาอีกครั้งผ่านเรื่องเล่าที่สร้างความหมายของสิ่ง ซึ่งเปลี่ยนถ่ายลื่นไหลจากสภาวะหนึ่งไปสู่อีกสภาวะหนึ่ง ความตายของสิ่งมีชีวิตหนึ่ง ส่งผ่านและกลายเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งมีชีวิตอีกสิ่งหนึ่ง วนเวียนเป็นวงจรชีวิตของบรรดาสรรพสิ่งที่อาศัยอยู่ร่วมกันบนผืนโลก หากแต่กฎของธรรมชาตินี้เองกลับไม่อาจครอบคลุมและจำกัดความต้องการอันไร้ขอบเขต ในการดำรงชีวิตและการสร้างมนุษย์ที่เหนือกว่าและสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นไปกว่าได้

และในปัจจุบันที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก้าวหน้ามากพอ การสร้างสรรค์สิ่งมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบกว่ามนุษย์ไม่ใช่เรื่องยากเหนือจินตนาการอีกต่อไป คงจะไม่แตกต่างอะไรจากเวทมนตร์เมื่อครั้งอดีตที่สร้างสิ่งมีชีวิตเช่น golem ขึ้นมา อย่างไรก็ตามแก่นแท้ของธรรมชาติมนุษย์กลับเปลี่ยนแปลงไม่ทันความก้าวหน้าเหล่านั้น แม้ว่าพฤติกรรมของเราจะถูกปรับไปตามสภาพแวดล้อมเท่าไร แต่เบื้องลึกในจิตสำนึกยังคงไว้ซึ่งความคิดความคาดหวังที่ขัดแย้งกัน ความรู้สึกบกพร่องและขาดหายซึ่งบางสิ่งบางอย่าง ความเป็นมนุษย์จึงเป็นสิ่งที่ซับซ้อนเกินกว่าที่จะบอกเล่าผ่านรูปร่าง สีผิว และสติปัญญา สุดท้ายแล้วภาพสะท้อนที่เราเห็นจากกระจกเงาอาจไม่เพียงพอที่จะบอกเล่าถึงตัวตนความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ได้ เท่ากับบันทึกความสัมพันธ์ในระบบนิเวศน์ ความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม ที่ทำให้เกิดการเปรียบเทียบและเชื่อมสายธารของเรื่องเล่าจากแต่ละแห่งเข้าด้วยกันทั้งในแง่เวลาและสถานที่

GOLEM ของเรื่องศักดิ์จึงเปรียบเสมือนบันทึกของสายพันธุ์และสายสัมพันธ์ของชีวิตที่เคยดำรงอยู่ และยังดำรงอยู่ บางสายพันธุ์ใกล้เคียงกับคำว่าสูญพันธุ์ สูญหาย พบเห็นได้ยากในธรรมชาติ จนเราสามารถทำความรู้จักสายพันธุ์ต่างๆ เหล่านั้น ได้เพียงจากคำบอกเล่า เรื่องเล่า หรือในอีกความหมายหนึ่งตำนานที่กล่าวถึงสัตว์วิเศษเองเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในอดีตเช่นเดียวกัน อาจกล่าวได้ไม่เกินไปนักว่าการทำงานของเรืองศักดิ์ อนุวัตรวิมล เปรียบได้กับนักเล่นแร่แปรธาตุทางศิลปะ ที่นำเอาสหศาสตร์มาใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานชุด GOLEM และถูกปลุกกลับมามีชีวิตอีกครั้งผ่านผัสสะทางศิลปะในนิทรรศการ Embodying the monster เมื่อสภาวะของเรื่องเล่าทำงานร่วมกันราวกับเวทมนตร์ที่นอกจากจะประกอบร่างสร้างตัวตน GOLEM ตัวนี้ขึ้นมาแล้ว ยังร้อยเรียงผู้ชมเข้ากับเรื่องเล่าเหล่านั้นที่เลื่อนไหวไปตามเค้าโครงร่างของสิ่งมีชีวิตอันสมบูรณ์แบบเหนือความเป็นมนุษย์ แทนถึงตัวตนบนโลกที่ผู้คนล้วนจินตนาการไม่ถึง แปลกปลอม บกพร่อง และไม่สมบูรณ์แบบ

GETTING HERE

นิทรรศการ “GOLEM2022: Embodying the monster” มีกำหนดจัดแสดงระหว่างวันที่ 17 มีนาคม – 4 มิถุนายน พ.ศ. 2565 ณ บริเวณหอศิลป์ ชั้น 3 เอส เอ ซี แกลเลอรี (SAC Gallery)โดยมีพิธีเปิดนิทรรศการในวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2565 ตั้งแต่เวลา 18:00 น. เป็นต้นไป



อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

บทความน่าสนใจ : THE TREE วิธีดูแลต้นไม้ช่วงหน้าฝนให้ให้สวยงาม!

สเปรย์หอมติดบ้าน ฉีดหมอนสำหรับคนนอนหลับยาก!

0

สเปรย์หอมติดบ้าน ฉีดหมอนสำหรับคนนอนหลับยาก!

Spray Pillow Mist ฉีดหมอนสำหรับคนนอนหลับยาก ไอเทมที่หลายคนเรียกว่าต้องมีติดบ้าน หรือ ห้องนอนกันเลยล่ะ ด้วยการใช้งานนั้นช่วยเรื่องการทำให้หลายๆ คน ที่มีความกังวล เหนื่อยล้า หรือ มีความเครียดให้รบกวนจิตใจทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ และเริ่มหาตัวช่วยในการบำบัดอารมณ์ช่วยให้เราผ่อนคลาย และสบายมากขึ้น ว่าแต่จะมีตัวไหนที่น่าใช้บ้าง ตาม Inzpy ไปกันลยจ้าSpray Pillow Mist

Sleep Well Pillow Spray

มาเริ่มตัวแรกอย่างสเปรย์ฉีดหมอนจาก Sleep Well ตัวนี้มีส่วนผสมของน้ำมันดอกลาเวนเดอร์ 100% จากธรรมชาติ จากประะเทศอังกฤษ ซึ่งในน้ำมันจะมีสาร Linalool ที่เข้ามาช่วยทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย หลับสบาย หลับง่าย และหลับลึกขึ้น สร้างมู้ดอารมณ์ให้รู้สึกดี ไร้ความกังวล นอกจากนั้นยังสามารถช่วยลดความเครียดได้ดีอีกด้วย ช่วยทำให้ใช้เราสามารถตื่นนอนมาแล้วเบาสบาย สดชื่น และสมองโปรดโปร่งอีกด้วย

Spray Pillow Mist

This Works Deep Sleep Pillow Spray

ต่อมาตัวที่สอง สเปรย์ที่ช่วยให้เรานอนหลับได้ ตัวสเปรย์จะทำงานอย่างสมบูรณ์แบบเพื่อให้เรานั้นได้ได้ผ่อนคลายก่อนนอน จากความเครียดต่างๆ และเพื่อให้เราได้นอนหลับตลอดทั้งคืน มีการผสมผสานของน้ำมันหอมระเหยในที่ให้การผ่อนคลายแบบคลาสสิกกับ ส่วนผสมที่มีก็คือลาเวนเดอร์ คาโมมายล์ และหญ้าแฝก ลาเวนเดอร์เป็นกลิ่นที่โดดเด่นถือว่าเป็นกลิ่นหลักของสเปรย์ตัวนี้ สารสกัดทั้งหมดมาจากธรรมชาติไม่ใช้เคมีจึงให้กลิ่นที่ผ่อนคลาย ใครที่นอนหลับยากต้องลองตัวนี้ถือเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งในการช่วยสร้างความผ่อนคลลายได้ดีเลยล่ะSpray Pillow Mist Jo Malone London Lavender & Musk Pillow Mist

ต่อมากันที่แบรนด์ดังอย่างสเปรย์ฉีดหมอนจาก Jo Malone London แบรนด์น้ำหอมสุดโด่งดังที่หลายๆ คนรู้จักกันเป็นอย่างดี ซึ่งทางแบรนด์ได้ออกสเปรย์ฉีดหมอนใหม่เป็นแบบลิมิเต็ดเอดิชันที่เรียกได้ว่าขายดีจนของหมดเกลี้ยง โดยตัวกลิ่นนั้นจะเป็นกลิ่นของดอกวาเลนเดอร์ จากอังกฤษผสมผสานกับกลิ่นมัสก์ ทำให้กลิ่นดูนุ่มนวล เย้ายวน และผ่อนคลายในยามค่ำคืนมากๆค่ะ ฉีดแล้วหลับง่าย และสบายสุดๆ

L’Occitane  Aromachologie Relaxing Pillow Mist

L’OCCITANE สเปรย์ฉีดหมอน เป็นแบรนด์ที่โดดเด่นด้วยการเลือกใช้ส่วนผสมสุดพรีเมียมในผลิตภัณฑ์ทุกตัว จึงทำให้สเปรย์ฉีดหมอนขวดนี้ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคจำนวนมาก เพราะจัดเต็มด้วยสารสกัดธรรมชาติอันทรงคุณค่านานาชนิด เช่น ลาเวนเดอร์, เบอร์กาม็อต, ส้มแมนดาริน, ส้มเขียวหวาน เป็นต้น จึงให้ทั้งความหอมผ่อนคลาย และความสดชื่นในขวดเดียวกัน แถมยังเปลี่ยนบรรยากาศภายในห้องนอนของเรานั้นให้เหมาะแก่การพักผ่อนมากยิ่งขึ้นด้วยเรียกได้ว่าตัวสเปรย์สามารถส่งกลิ่นหอมละมุนให้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้เป็นอย่างดี

KARMAKAMET Aromatherapy Finest Pillow Mist

ปิดท้าย Spray Pillow Mist กันที่แบรนด์ KARMAKAMET สเปร์ยสกัดจากธรรมชาติ 100% สำหรับใครที่เป็นคนนอนหลับยาก และมีอาการภูมิแพ้ร่วมด้วย เราขอแนะนำสเปรย์ฉีดหมอนขวดนี้เลย เพราะทางแบรนด์เคลมว่าเป็นสเปรย์ฉีดหมอนที่เหมาะกับคนเป็นภูมิแพ้ ไม่เพียงเท่านั้น แต่ยังมีกลิ่นหอมให้เลือกหลากหลายแบบ ซึ่งตอบโจทย์คนทุกสไตล์ได้อย่างลงตัว ทั้งกลิ่นหอมหวานจากดอกไม้นานาชนิด หรือกลิ่นหอมสดชื่น สบายจมูกจากสมุนไพรป่า นอกจากนี้ น้ำมันหอมระเหยและส่วนผสมต่าง ๆ ยังสกัดมาจากพืช 100% จึงไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้นอนหลับง่ายยิ่งขึ้นอีกด้วย

Overnaked บอดี้แคร์สัญชาติไทย กลิ่นหอมติดผิวเป็นเอกลักษณ์

0

Overnaked บอดี้แคร์สัญชาติไทย กลิ่นหอมติดผิวเป็นเอกลักษณ์

Overnaked บอดี้แคร์สัญชาติไทย

Overnaked บอดี้แคร์สัญชาติไทย

Overnaked บอดี้แคร์สัญชาติไทย กลิ่นหอมติดผิวเป็นเอกลักษณ์… ‘Overnaked’ แบรนด์บอดี้แคร์สัญชาติไทยที่เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติ มาพร้อมผลิตภัณฑ์ในกลุ่มออยล์บำรุงกลิ่นหอมติดผิวอันเป็นเอกลักษณ์ แบรนด์ Overnaked มีความเชื่อที่ว่าทุกคนมีความสวยในแบบของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร ไม่ต้องซ้ำใคร ไม่ว่าคุณจะรูปร่าง หน้าตาแบบไหน ความสวยที่อยู่ภายในจะสามารถสะท้อนออกมาจากจิตใจ และผิวพรรณที่เปล่งปลั่ง Overnaked มาพร้อมเอกลักษณ์ในเรื่องของส่วนผสมที่เน้นมาจากธรรมชาติและกลิ่นหอมแนวอโรม่าที่โดดเด่นใช้แล้วช่วยมอบความรู้สึกผ่อนคลาย โดดเด่นด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย 3 ชนิด ได้แก่ ออยล์อาบน้ำ ออยล์บำรุงผิว และเจลอาบน้ำ

Overnaked Shower Oil ราคา 990 บาท

เพลิดเพลินกับการอาบน้ำด้วย Shower oil ที่อุดมไปด้วยน้ำมันเมล็ดเบอร์รี น้ำมันสควาเลน และวิตามินอี เป็นออยล์อาบน้ำที่มาพร้อมกลิ่นหอมอโรม่าสดชื่นจากกลิ่นชาขาว ผสมผสานกับกลิ่นส้ม ยูคาลิปตัส และลาเวนเดอร์ ซึ่งทางแบรนด์ได้พัฒนากลิ่นร่วมกับนักปรุงน้ำหอมชาวฝรั่งเศส มาพร้อมคุณสมบัติช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น ลดผิวแห้งขุยและแตกลาย ด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติอย่าง Jojoba Oil, Olive Squalane, Sweet Almond Oil Blueberry Seed Oil, Black Current Seed Oil, Raspberry Seed Oil และ Avocado Oil โดยน้ำมันทุกชนิดจะผ่านกระบวนการสกัดเย็น เมื่อเทลงบนผิวและสัมผัสกับน้ำ ออยล์จะเปลี่ยนเป็นน้ำนม หลังจากล้างออกผิวจะมีสัมผัสที่เนียนนุ่มและชุ่มชื้น และทุกส่วนประกอบของกลิ่นนี้ ถูกใส่ในอัตราส่วนที่ถูกคำนวณมาเพื่อลดผิวเปลือกส้ม และผิวที่แตกลายโดยเฉพาะ

Overnaked Body Oil ราคา 1,590 บาท

Overnaked บอดี้แคร์สัญชาติไทย

Overnaked บอดี้แคร์สัญชาติไทย

น้ำมันธรรมชาติบำรุงผิว ที่จะทำให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น ไม่เหนียวเหนอะหนะ ออยล์บำรุงผิวกลิ่นหอมอัดแน่นด้วยน้ำมันสกัดจากธรรมชาติด้วยกระบวนการสกัดเย็น ส่วนผสมของออยล์มีความเข้มข้นของวิตามินจากเบอร์รี่ ทั้งน้ำมันสกัดจากเมล็ดและผลของเบอร์รี่ ผสานกับน้ำมันกลุ่มสควาเลนจากน้ำมันมะกอกที่ช่วยล็อคความชุ่มชื้นทำให้ผิวนุ่ม เนื้อออยล์บางเบาซึมซาบไว ไม่ทิ้งความเหนอะหนะกวนใจ ที่จะทำให้ผิวฉ่ำ นุ่ม ดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ มาพร้อมกลิ่นหอมสดชื่นจากดอกไม้ขาวและพีชสีขาวที่มีความหรูหรา สามารถใช้บำรุงผิวหลังอาบน้ำหรือจะใช้เวลามีทริปไปทะเลเพื่อช่วยสร้างผิวแทนบ่มแดดที่เนียนสวยและชุ่มชื้นก็ได้เช่นกัน

Overnaked Shower Gel ราคา 650 บาท

สบู่อาบน้ำเนื้อเจล เนื้อเจลที่มีเนื้อสัมผัสนุ่ม โดยเน้นใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติที่ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น มีฟองปานกลางช่วยถนอมผิว เพื่อไม่ให้ผิวแห้งหลังอาบน้ำ มาพร้อมหลากหลายกลิ่นหอมที่ช่วยมอบความรู้สึกสดชื่นขณะใช้ ที่เราแนะนำวันนี้จะเป็นกลิ่น White garden กลิ่นดอกไม้ขาว และพีชขาว หอมละมุน อบอุ่น หวานนิด ๆ แต่มีความหรูหรา

สำหรับใครที่สนใจผลิตภัณฑ์ของ Overnaked สามารถตามไปชอปกันได้เลยนะคะ รับรองความหอมติดผิว ใช้แล้วจะรู้สึกถึงความผ่อนคลายอย่างแน่นอน สามารถไปชอปกันได้ที่ช่องทางไอจีและทางไลน์ของทางแบรนด์เลยค่ะ IG: overnaked.official / Line : @overnaked.official

ทานอาหารไทยริมแม่น้ำเจ้าพระยา “Nye Caféstaurant” Amdaeng Bangkok Riverside Hotel

ทานอาหารไทยริมแม่น้ำเจ้าพระยา “Nye Caféstaurant” Amdaeng Bangkok Riverside Hotel

เมื่อวันหยุดที่ผ่านมา เราได้เปลี่ยนบรรยากาศ ไปหาที่นอนเล่นชิล ๆ ในกรุงเทพฯกัน เนื่องจากเหนื่อยจากการทำงาน อยากพักผ่อน แบบพักผ่อนจริง ๆ คืออยากนอนเฉย ๆ ชมวิวไปเรื่อยเปื่อย ไม่อยากเหนื่อยขับรถออกไปต่างจังหวัด จึงตัดสินใจหาที่พักในกรุงเทพฯ ที่วิวดี ๆ ติดแม่น้ำเจ้าพระยา จนได้มาเจอกับ Amdaeng Bangkok Riverside Hotel ซึ่งเป็นที่พักลับ ๆ ขนาดเล็ก แต่วิวและบรรยากาศดีสุด ๆ นอกจากห้องพักจะเก๋มาก ๆ แล้ว ที่นี่ยังมีร้านอาหารไทยกึ่งคาเฟ่ ที่มีชื่อว่า Nye Caféstaurant ซึ่งเราตั้งใจจะมาทานอาหารค่ำที่นี่กันค่ะ

ร้านนายเป็นร้านอาหารไทยแบบฟิวชั่น ที่ได้รับรางวัลการันตีความอร่อยจาก Thailand Tatler เพราะฉะนั้นรับรองได้เลยว่ามาทานอาหารที่นี่ ทั้งอร่อย และแถมไปด้วยบรรยากาศดี ๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วยค่ะ Nye Caféstaurant ออกเสียงว่า นาย ซึ่งเป็นคำนำหน้าของผู้ชาย สาเหตุที่ตั้งชื่อร้านอาหารเป็นแบบผู้ชายนั้น ก็เพื่อให้เข้ากับชื่อโรงแรมอำแดง ที่เป็นคำนำหน้าชื่อหญิง ในสมัยก่อนนั่นเองค่ะ แค่ชื่อร้านก็เก๋แล้วใช่ไหมล่ะคะ มาดูเมนูอาหารที่เราสั่งมาทานในวันนี้ต่อกันเลย

Nye Caféstaurant

เราสั่งมาทานกันหลายเมนูมาก ๆ เริ่มที่อาหารคาวกันก่อนนะคะ เป็นเมนูแนะนำทั้งหมดเลย ทั้งลาบแซลมอนย่าง, ถุงทองไส้กุ้ง,ปูนิ่มทอดกระเทียม และมะระหวานทอดน้ำปลา จานแรกที่มาเสิร์ฟก็คือ ลาบแซลมอนย่าง จานนี้รสชาติจัดจ้าน แซ่บมาก แซลมอนย่างออกมาได้กำลังดีเลยค่ะ กริลด้านนอกมาพอให้สุก เนื้อยังมีความชุ่มฉ่ำ ไม่แห้ง ลาบมาได้ถึงเครื่องดีค่ะ

ต่อกันด้วยปูนิ่มทอดกระเทียม เมนูนี้ให้ปูมาแบบแน่น ๆ มาก ทอดมาร้อน ๆ กรอบนอก นุ่มใน หอมกลิ่นกระเทียม ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ด ดีงามมาก ๆ ค่ะ

จานต่อมา ขอบอกเลยว่าเด็ดสุด ๆ เป็นเมนูแนะนำของทางร้าน และเราก็ขอแนะนำด้วยอีกคนเลยว่าต้องห้ามพลาดเด็ดขาด นั่นก็คือเมนู ถุงทองไส้กุ้ง ตัวแป้งที่ห่อมาจะมีความบาง แต่กรอบมาก รสสัมผัสดีงาม ไส้ข้างในมาแบบแน่น ๆ ชุ่มฉ่ำ หอมเครื่องเทศ ปรุงรสชาติออกมาได้ดีมาก ๆ เลยค่ะ

ทานเดี่ยว ๆ ก็ดี แต่ก็ต้องห้ามพลาดน้ำจิ้มของเค้าเลยนะคะ เพราะจะเป็นน้ำจิ้มแอปเปิล ที่มีความหวานอมเปรี้ยวนิด ๆ ซึ่งช่วยชูรสชาติของถุงทองให้อร่อยมากยิ่งขึ้นไปอีก พูดแล้วก็อยากกลับไปสั่งทานอีกสักรอบเลยค่ะ

Nye Caféstaurant

ปิดท้ายเมนูอาหารคาวด้วยผักกันบ้าง กับเมนูมะระหวานทอดน้ำปลา เมนูธรรมดา แต่รสชาติไม่ธรรมดาเลยค่ะ เชฟผัดยอดมะระหวานออกมาได้สด และกรอบมาก กลิ่นน้ำปลาหอม ทานคู่กับข้าวสวย ดีสุด ๆ เลยค่ะ เป็นเมนูสุดท้ายที่ปิดจบได้ดีมาก เพิ่มกากใยให้ร่างกาย และอร่อยอีกด้วย

Nye Caféstaurant

ทานคาวแล้ว ไม่ทานหวาน ก็คงจะไม่ได้ จัดมากันอีก 2 เมนูจุก ๆ ไปเลยค่ะ เมนูของหวานแนะนำ “อาโวคาโดบวชเย็น” อันนี้อร่อยมากกกกกกกกกกก อาโวคาโดมัน ๆ นำมาบวชใส่กับกะทิ เสิร์ฟมาพร้อมไอศกรีมเย็น ๆ โดยหน้าด้วยอามอนด์เพิ่มความกรุบกรอบ ตักทานพร้อม ๆ กันในหนึ่งคำ รับรองว่าฟินสุด ๆ

ส่วนของหวานอีกหนึ่งเมนูที่เราลองสั่งมาชิม คือ เมนูมะกรูดลอยแก้ว เอาจริง ๆ คือ เป็นเมนูที่เราไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยค่ะ มะกรูดเค้าจะทำออกมาเป็นเหมือนวุ้นใส ๆ รสชาติหวาน ๆ มีความนุ่ม ๆ หนึบ ๆ ทานคู่กับน้ำแข็ง อร่อยแปลกดีค่ะ ไม่มีกลิ่นมะกรูดเลยค่ะ ถ้าไม่บอกนี่คือไม่รู้เลยนะคะ เมนูนี้ทานแล้วสดชื่นดีมาก ๆ

เครื่องดื่มสมุนไพร “จันทร์กระจ่าง”

นอกจากของคาว และของหวานแล้ว สิ่งที่พลาดไม่ได้อีกอย่างเลยก็คือ เมนูเครื่องดื่มสมุนไพรของที่นี่ เพราะเป็นสูตรเฉพาะที่ผู้จัดการร้านอาหารรังสรรค์เมนู และส่วนผสมขึ้นมาเองโดยเฉพาะ วันนี้เราสั่งมาดื่มกัน 2 แก้วค่ะ ชื่อแต่ละแก้วน่ารักมาก ๆ ค่ะ ชื่อว่าทับทิมสยาม และจันทร์กระจ่าง

เครื่องดื่มสมุนไพร "ทับทิมสยาม"
เครื่องดื่มสมุนไพร “ทับทิมสยาม”

ทับทิมสยาม จะมีส่วนผสมของพุทราจีน ดอกคำฝอย มะตูม น้ำผึ้ง มะนาว และทับทิม ให้รสชาติหวานอมเปรี้ยว สดชื่น ส่วนจันทร์กระจ่าง จะมีส่วนผสมของ เก๊กฮวย คาโมมาย  ว่านห่างจระเข้ น้ำผึ้ง และมะนาว แก้วนี้จะมีความหวานนวล ๆ ดื่มแล้วรู้สึกผ่อนคลาย หอมดอกเก๊กฮวย

สำหรับอาหารวันนี้ที่เราได้ทานไป ทุกเมนูคือดีงามมาก ๆ ไม่มีอะไรจะติเลยค่ะ อร่อยถูกปากสุด ๆ แนะนำเลยว่าต้องมาทานให้ได้ รับรองว่าติดใจ อยากกลับไปซ้ำอีกแน่นอนค่ะ

รายละเอียดเพิ่มเติม
พิกัด : https://g.page/AMDAENGHotelBkkNyerestaurant?share 
โทร : 02-162-0138
Facebook : https://www.facebook.com/AMDAENGHotelBkk/
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 11.00-22.00 น.
ลักษณะร้านค้า : มีที่จอดรถ

HOP Hub Of Photography เปิดพื้นที่ให้บัณฑิตที่จบใหม่โชว์ของ

0

HOP Hub Of Photography เปิดพื้นที่ให้บัณฑิตที่จบใหม่โชว์ของ

EMERGE : Photo Thesis Exhibition
Open Call for Submission
ถึงเวลาของนิสิต-นักศึกษาสาขาการถ่ายภาพจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศไทย ที่กำลังจะจบการศึกษาในปี 2564 รวมถึงบัณฑิตที่จบการศึกษาในปี 2563 ทั้งหมด 100 คน ที่จะได้จัดแสดงผลงานภาพถ่ายวิทยานิพนธ์ของตัวเองในนิทรรศการ “EMERGE : Photo Thesis Exhibition” นิทรรศการกลุ่มชุดใหม่ของ HOP – Hub Of Photography
“EMERGE : Photo Thesis Exhibition” จัดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาและบัณฑิตที่จบใหม่ในปีการศึกษา 2563-2564 จากสาขาภาพถ่าย ได้จัดแสดงงานวิทยานิพนธ์ของตนโดยไม่จำกัดประเภทและแนวทางของผลงาน โดยจะมีการคัดเลือกผลงานผ่านกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพ ก่อนจัดแสดงในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้
วันที่เปิดรับสมัคร : วันนี้ – 16 มิถุนายน 2565 (ก่อน 23:59)
ประกาศผล :22 มิถุนายน 2565
วันที่จัดแสดง : 16 กรกฎาคม – 11 กันยายน 2565
สถานที่จัดแสดง HOP – Hub Of Photography ชั้น 3 โซน MUNx2 ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์
HOP – Hub Of Photography เปิดพื้นที่สนับสนุนนักศึกษาสาขาการถ่ายภาพ จากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศไทย ที่กำลังจะจบการศึกษาในปี 2564 และบัณฑิตที่จบการศึกษาในปี 2563 ได้จัดแสดงผลงานภาพถ่ายวิทยานิพนธ์ของตัวเองโดยไม่จำกัดประเภทของภาพถ่ายซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้จัดแสดงผลงานภาพถ่าย และสามารถออกแบบเรียบเรียงเล่าผลงานตนเอง
 HOP – Hub Of Photography เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ให้นักศึกษาได้มีพื้นที่ในการจัดแสดงผลงาน และแสดงศักยภาพของตัวเองโดยจะมีการคัดเลือกผลงาน ผ่านกรรมการที่เป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงด้านการถ่ายภาพ มาร่วมคัดเลือกผลงานภาพถ่ายเพื่อการจัดแสดงในครั้งนี้ นอกจากนี้ระหว่างจัดแสดงผลงาน ยังมีกิจกรรมเสวนาในหัวข้อที่จะช่วยเปิดโอกาสในการทำงานสำหรับนักศึกษาที่จบใหม่ให้ความรู้และความพร้อมที่จะสามารถต่อยอดในการทำงานในอนาคตการประกาศผลจะประกาศผ่านทาง

Facebook : HOP Hub Of Photography ในวันที่ 22 มิถุนายน 2565ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : [email protected]

(โปรดระบุหัวข้ออีเมลว่า “EMERGE : สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม”)

The name and photo associated with your Google account will be recorded when you upload files and submit this form. Your email is not part of your response.
Any files that are uploaded will be shared outside of the organization they belong to.
HOP Hub Of Photography เปิดพื้นที่ให้บัณฑิตที่จบใหม่โชว์ของ
cr. timeout.com
รายละเอียดสำหรับการสมัครเข้าร่วม
1. ผู้สมัครจะต้องเรียนจบในปีการศึกษา 2563 หรือ 2564
2. ผู้สมัครสามารถส่งผลงานได้อย่างน้อยท่านละ 4 ภาพ
3. ผลงานที่ผ่านการคัดเลือกจะถูกจัดแสดงบนผนังหรือฉากสำหรับจัดแสดงที่มีขนาด ความสูง 2.45 เมตร X ความกว้าง 1.2 เมตร
4. ผลงานอื่นๆ ที่ส่งเข้ามาจะจัดแสดงบนจอดิจิทัล
5. HOP จะช่วยรับผิดชอบค่าปริ้นท์งาน, ฉากสำหรับจัดแสดงผลงาน และอุปกรณ์สำหรับติดตั้งผลงาน
6. ผู้สมัครที่ผลงานผ่านการคัดเลือกสามารถเข้ามาติดตั้งผลงานด้วยตัวเองได้ โดยจะมีทีมติดตั้งคอยช่วยเหลือ หรือสามารถส่งรายละเอียดการติดตั้งผลงานให้ทาง HOP ดำเนินการติดตั้งให้ได้เช่นกัน
7. การประกาศผลจะประกาศผ่านทาง Facebook : HOP Hub Of Photography ในวันที่ 22 มิถุนายน 2565
ข้อมูลที่ต้องเตรียมเพื่อการสมัคร

* แบบฟอร์มนี้ควรทำโดยนักศึกษาเจ้าของผลงาน

ผู้ที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ สามารถกรอกรายละเอียดได้ที่ลิงก์ : https://forms.gle/Cn9zsxxvAM8mRDXW7


อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

บทความน่าสนใจ : THE TREE วิธีดูแลต้นไม้ช่วงหน้าฝนให้ให้สวยงาม!

กินตามรีวิว “โกโก้ร้านไอ้ต้น” สาขาตลาดต้นสัก

กินตามรีวิว “โกโก้ร้านไอ้ต้น” สาขาตลาดต้นสัก

เมื่อครั้งที่แล้ว เราได้รีวิวร้านอาหารที่ตลาดต้นสักไป 2 ร้านแล้วนะคะ ร้านอาหารคาว “ตะวันซีฟู้ด” ร้านขนมปังพรีเมียม “ละลาย” ไปตามอ่านรีวิวย้อนหลังกันได้เลย ในส่วนของวันนี้นั้น เราจะพาไปดื่มเครื่องดื่มอร่อย ๆ กันบ้าง ร้านที่เราจะพาไป เป็นร้านที่มีรีวิวเยอะมาก ๆ เนื่องจากกำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ นั่นก็คือ โกโก้ร้านไอ้ต้น ตามไปดูพร้อมกันกับเราเลย ว่าทำไมร้านนี้คนมาต่อคิวซื้อกันเยอะมาก ๆ

โกโก้ร้านไอ้ต้นเป็นร้านที่เราเห็นในโซเชียลเยอะมาก จนอดใจไม่ไหวอยากลองดูสักที ร้านนี้จะมีเมนูเดียวนะคะ คือเมนูโกโก้ แต่จะมีระดับความเข็มให้เลือก 3 ระดับนะคะ คือ ละอ่อน เข้ม และโคตรเข้ม วันนี้เลือกไม่ได้ ก็สั่งมาลองกันทั้ง 3 ระดับเลยค่ะ เอาให้รู้ไปเลย ว่ามันต่างกันยังไง

โกโก้ร้านไอ้ต้น

แก้วแรกเราเริ่มกันที่ ระดับละอ่อน กันก่อน ระดับนี้ทางร้านอธิบายว่าเหมาะสำหรับท่านที่ชอบทานโกโก้ แต่ก็ยังรักในความหวาน เหมือนกับเด็กชายวัยละอ่อน หน้าใส ไร้หนวดเครา นั่นเองค่ะ แก้วนี้ก็จะมีความเข้มของโกโก้ไม่มากนัก เน้นความหวานมันของนมเป็นหลัก

แก้วที่ 2 ระดับเข้ม แก้วนี้จะมีความขมของโกโก้เพิ่มมากขึ้นจากแก้วแรก เหมาะกับผู้รักโกโก้ที่ชอบทางสายกลาง ได้ทั้งความหวานมันของนม และความเข้ม หอม ของโกโก้ เหมือนผู้ชายมีหนวดแบบคมเข้ม

โกโก้ร้านไอ้ต้น

ส่วนใครที่เป็นสายดาร์ก ต้องมาที่แก้วนี้เลยค่ะ ระดับโคตรเข้ม แก้วนี้จะได้ลิ้มรสโกโก้แบบเต็ม ๆ มีส่วนผสมของนมเพียงเล็กน้อย เรียกว่าหวานน้อยมาก ๆ ให้ฟีลเหมือนกินดาร์กช็อกโกแลตค่ะ เน้นที่ความขม และหอมโกโก้แบบเข้มข้นสุด ๆ เหมือนกับสาว ๆ ที่ชอบผู้ชายเซอร์ ๆ ไว้หนวดเครางามนั่นเอง

หลังจากที่ชิมไปครบทั้ง 3 แก้วแล้ว ตาค้างเลยค่ะ หยอก ๆ 5555 หลังจากที่ทานไปทั้ง 3 แก้ว เราชอบโคตรเข้มมากที่สุด เพราะปกติเป็นคนที่ไม่ค่อยทานหวานอยู่แล้ว ชอบความขม ๆ ข้น ๆ ของโกโก้แบบเน้น ๆ ระดับโคตรเข้มเลยเหมาะกับตัวเองที่สุด อันนี้หมายถึงโกโก้นะคะ ไม่ใช่ผู้ชาย เพราะถ้าเป็นผู้ชาย คือได้หมดทุกระดับเลยค่ะ วัยนี้ได้อะไรก็เอาแล้ว 555555

โอกาสหน้าเราจะพาไปทานร้านไหน อย่าลืมติดตามเราได้ที่ Inzpy Travel นะคะ

พิกัด : https://g.page/tonsakmarket?share

โจ๊กเนื้อครีม ที่ ร้านป๋วย

หาอาหารเช้าทานง่าย ๆ ต้องไปที่ตลาดยามเช้า ที่มีของขายอยู่เยอะ หนึ่งในตลาดเช้าที่มีของอร่อยอย่าง โจ๊กเนื้อครีม ที่มีเนื้อโจ๊กข้น ละเอียดมาก อย่าง ร้านป๋วย เจ้าแรกตลาดนางลิ้นจี่ คือจุดหมายที่ต้องไปทาน

ร้านป๋วย

ร้านป๋วยจะทำโจ๊กออกมาขายตั้งแต่ตี 5 เตรียมโจ๊กไว้ แล้วมาเคี่ยวต่อให้เนื้อเป็นโจ๊กข้นขึ้น โดยไม่มีกลิ่นไหม้ของก้นหม้อ เนื้อจะนุ่ม ละมุนมาก ข้นและหอมข้าว ก่อนนำไปผสมกับน้ำของหมูสับที่ปรุงรสมาเป็นอย่างดี ก่อนเสิร์ฟให้กับลูกค้าในความนุ่มละมุนของสัมผัสเนื้อโจ๊ก

ร้านป๋วย

สังเกตได้ว่าตัวเนื้อโจ๊กจะเคลือบหมูสับทั้งชิ้นเลย ไม่มีความเป็นเม็ดข้าว ส่วนเนื้อหมูสับก็แน่นกำลังดี ชิ้นไม่ใหญ่เกินไป หากใครชอบรสจัดก็ปรุงด้วยซีอิ๊ว พริกไทยสักหน่อย แต่ลองชิมความละมุนของตัวเนื้อโจ๊กก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งเราลองชิม และเติมพริกไทยลงไปหน่อย ก็ได้รสที่เด่นขึ้นมาเลยทีเดียว

เครื่องที่ ร้านป๋วย มีหลากหลายมาก อย่างลิ้นหมู ไส้หมู ตับหมู หัวใจหมู หรือเซียงจี้ ก็มี ซึ่งทางร้านยังมีขายต้มเลือดหมู และก๋วยจั๊บน้ำใสอีกด้วย น้อยร้านที่จะทำลิ้นใส่ด้วย ถือว่าเป็นร้านที่ครบเครื่องมากเหมือนกัน

โดยปกติใครผ่านมาแถวตลาดนางลิ้นจี้ จะไม่เห็น ร้านป๋วย มาขายโจ๊ก แต่จะเห็นลูกชายขายบะหมี่เกี๊ยวหมูแดง ที่ให้เครื่องอย่างเต็มที่ เพราะแม่ป๋วยจะขายเฉพาะช่วงเช้าไม่เกิน 11 โมงก็เก็บแล้ว และลูกชายจะมาขายต่อ เดิมขายอยู่หน้าตลาด แต่ตอนนี้ได้ย้ายเข้ามาที่บ้านถัดจากซอยตลาดไม่กี่เมตร ที่ตั้งชื่อร้านเป็นชื่อแม่เพราะจะได้โชคดี หากใครอยากทานโจ๊กเนื้อครีมให้รีบมาแต่เช้า หากไม่เจอก็ทานบะหมี่เกี๊ยวลูกชายไปก่อนเลยนะ

ป๋วยโจ๊ก เจ้าแรกตลาดนางลิ้นจี่
313 ถนน นางลิ้นจี่ แขวง ช่องนนทรี อำเภอยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120 กรุงเทพมหานคร 10240
พิกัด: Google Map จอดรถฝั่งตรงข้าม
เปิดทุกวัน เวลา 05.30 – 10.30 น.
ระดับราคา: ฿฿
เบอร์ติดต่อ: 0851174797

10 ร้านเด็ดตลาดรุ่งเจริญ คลิก

อาเลีย บาตต์ นางเอก คังคุไบ กับบ้านสไตล์นิวยอร์ก ลอฟต์ แห่งเมืองมุมไบ 

0

อาเลีย บาตต์ นางเอก คังคุไบ กับบ้านสไตล์นิวยอร์ก ลอฟต์ แห่งเมืองมุมไบ 

ฟีเวอร์… ในเมืองไทยมากแม่… สำหรับกระแสภาพยนตร์เรื่อง Gangubai Kathiawadi (หญิงแกร่งแห่งมุมไบ) ซึ่งทำเอาเหล่าเซเลบฯ & ดารา ต่างลุกขึ้นมาสะบัดลุค คัฟเวอร์การแต่งชุดส่าหรีสีขาว เลียนแบบนางเอกหนังกันอย่างท่วมท้น เพราะหนังเรื่องนี้ นอกจากพล็อตเรื่องสนุก ฉาก แสง สี ทำออกมาดีงามแล้ว

Cr.Photo : www.hindirush.com

สิ่งที่ชูโรงให้หนังมันส์… ถึงกึ๋นยิ่งขึ้น ต้องยกให้กับความสามารถของนักแสดงสุดสวยอย่าง อาเลีย บาตต์ (Alia Bhatt) นางเอกผู้รับบทเป็น คังคุไบ เพราะนางตีบทออกมาได้สุโค่ย… (สุดยอด) โดนใจผู้ชมได้อย่างสนิทใจ

ทำให้หลายสื่อต่างประโคมข่าว งัดประวัติส่วนตัวของเธอมาตีแพร่เป็นจำนวนมาก แต่… Inzpy ในพาร์ทของ Properties ขอฉีกแนวสักนิด… ด้วยการนำเสนออีกแง่มุมส่วนตัว ผ่านการพาไปส่องบ้านของนาง ซึ่งบอกได้เลยว่าตกแต่งได้ยวนใจ ไม่แพ้เสื้อผ้าอาภรณ์ของคังคุไบในหนังอย่างแน่นอน…

อาเลีย บาตต์ นางเอก คังคุไบ
Cr.Photo : www.architecturaldigest.in

สำหรับบ้านแห่งนี้ ตั้งอยู่ในย่าน Juhu แห่งเมืองมุมไบ  ซึ่งนักแสดงหญิงวัย 29 ปีได้ซื้อไว้ในปี 2019 (และได้ซื้อแฟลตอีกสองห้องในละแวกเดียวกัน) ด้วยราคา 13.11 ล้านรูปี ในทางกลับกัน มันถูกตกแต่งมิได้หรูหราเหมือนไลฟ์สไตล์ของเธอ (แต่มีคาแรคเตอร์) ซึ่งนางเคยกล่าวในวิดีโอ YouTube แชแนลหนึ่งว่าใช้เวลาปาไปสองปี กว่าจะทำออกมาให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัยจนถึงทุกวันนี้

อาเลีย บาตต์ นางเอก คังคุไบ
Cr.Photo : www.houzz.com

ซึ่งได้ Richa Bahl มารับหน้าที่ในการออกแบบตกแต่งภายใน โดยอัพลุคใหม่จากอพาร์ตเมนต์ที่ดูเสื่อมโทรม เต็มไปด้วยปลวก ให้มีกลิ่นอายของสไตล์ นิวยอร์ก ลอฟต์ โดยที่ อาเลีย บาตต์ ค่อนข้างเปิดโอกาสให้นักออกแบบดีไซน์ได้อย่างอิสระ แต่มีเพียงโจทย์เดียวที่เธอต้องการก็คือ บ้านต้องไม่หรูหรา หรือทันสมัยจนเกินไป!

อาเลีย บาตต์ นางเอก คังคุไบ
Cr.Photo : www.houzz.com

แต่ Inzpy คิดว่าก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนะ เพราะดูจากโดยรวมแล้ว ที่นี่จะเลือกใช้ไม้มาเป็นวัสดุหลัก ในการตกแต่งผนัง เพดาน และกรอบประตู / หน้าต่าง ที่ช่วยเสริมส่งให้บ้านดูอบอุ่นและดูเป็นกันเองมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นแนวทางการอยู่อาศัยที่เธอชอบอยู่ลึก ๆ ก็ได้  (แม้จะคอนทราสต์กับลุคตัวเองก็ตาม)


ห้องนั่งเล่นกลิ่นอายลอฟต์แกมอบอุ่น

สำหรับการออกแบบพื้นที่ภายในนั้นประกอบไปด้วย 4 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ  โดยข้าวของตกแต่งส่วนใหญ่ Shaheen Bhatt (พี่สาว) ซื้อมาจากทางออนไลน์ ธีมของบ้านทั้งหมดเน้นฉาบด้วยโทนขาวเป็นหลัก โดยเริ่มจากห้องนั่งเล่น ซึ่งเผยผนังและโซฟาเป็นโทนขาวล้วน ตัดความเลี่ยน สร้างความอบอุ่นด้วยการจัดวางโต๊ะกลางไม้ และโซฟาหนังสีน้ำตาลเข้ามาแซมแทรกได้อย่างน่าสนใจ  ขณะที่พื้นกระเบื้องคอนกรีตสร้างพื้นที่ให้ดูมีเอกลักษณ์ เสริมความดิบเท่แบบสไตล์ลอฟท์ขึ้นมาอีกนิด

อาเลีย บาตต์ นางเอก คังคุไบ
Cr.Photo : www.houzz.com
เพื่อให้ได้ลุคที่ใกล้เคียง

ลองดูอาร์มแชร์ลักษณะคล้ายกันได้ที่ Studio 128  โซฟาตัวสีขาวดูที่ Seasons หมอนอิง (รูปหน้าหญิงสาว) มีคล้ายกันที่ SB Design Square โคมไฟตั้งโต๊ะลุคนี้มีที่ Craft


ห้องแต่งตัวเก๋ ๆ ออกลีลาวินเทจ

ส่วนห้องแต่งตัว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่สะท้อนความเป็นตัวตนของ อาเลีย บาตต์ นางเอก คังคุไบ ได้ดีทีเดียว เพราะเธอทำทุกอย่างตั้งแต่การทดลองทำผม แต่งหน้า เติมสวยชนิดจัดเต็มเลยก็ว่าได้ จึงออกแบบให้แยกเป็นเอกเทศจากพื้นที่อื่น ๆ ในขณะเดียวกันยังยึดธีมสีขาว ตกแต่งสะท้อนความร่วมสมัยที่ระคนไปด้วยกลิ่นอายวินเทจที่แอบหยอดความหวานไว้เล็ก ๆ

อาเลีย บาตต์
Cr.Photo : www.houzz.com
เพื่อให้ได้ลุคที่ใกล้เคียง

เก้าอี้รูปทรงนี้มีคล้ายกันที่ IKEA ลองเลือกหาตู้เสื้อผ้าแบบลอยตัวลุคใกล้เคียงได้ที่ Index Living Mall


ห้องนอนสวยหวานปนเท่

เมื่อเข้ามาในห้องนอน จะสะดุดตาด้วยเตียงขนาดใหญ่โครงสีขาว-ทอง ซึ่งขับให้ห้องดูหรูหราขึ้นมา รวมถึงผนังห้องสีขาวยังแอบเท่ ด้วยการเล่นกับการฉาบสีที่เผยพื้นผิวไม่เรียบ สร้างเท็กซ์เจอร์อันสวยงามแปลกตาเป็นอย่างดี รวมถึงภายในห้องยังติดตั้งแสงไฟที่ปรับระดับความสว่างได้ เพื่อให้เธอสามารถอ่านบทได้อย่างสะดวกสบาย ที่สำคัญห้องนี้ยังเป็นที่โปรดปรานของแมวสามตัวของเธอเป็นอย่างยิ่ง (อ้าว… อาเลีย บาตต์ เธอก็คือทาสแมวผู้หนึ่งนี่เอง)

อาเลีย บาตต์ นางเอก คังคุไบ
Cr.Photo : www.houzz.com
เพื่อให้ได้ลุคที่ใกล้เคียง

เตียงเหล็กคล้ายกันมีที่ IKEA ลองเลือกหาตู้ข้างเตียงดีไซน์ใกล้กันได้ที่ SB Design Square


ห้องครัวสีพาสเทลยั่ว ๆ

สำหรับห้องครัวของเธอนั้นก็ออกแบบแยกส่วนไว้เช่นกัน โดยเผยให้เห็นความออกแบบที่เรียบง่าย ทว่าแฝงไปด้วยลูกเล่นเก๋ ๆ ด้วยการปูกระเบื้องผนังสีขาวคล้ายการก่ออิฐโชว์แนว แถมเลือกตู้ครัวในเฉดสีเขียวพาสเทลสวยหวาน พร้อมขับเน้นให้พื้นที่ดูสะดุดตาด้วยกระเบื้องลายคลาสสิกสีขาว-ดำ

อาเลีย บาตต์ นางเอก คังคุไบ
Cr.Photo : www.houzz.com
เพื่อให้ได้ลุคที่ใกล้เคียง

ชั้นวางลักษณะคล้ายกันมีที่ IKEA ครัวสีแบบนี้ลองดูที่ Modernform


มุมรับประทานอาหารสุดชิล

เป็นอีกมุมสุดชิล ซึ่งกว้างขวางและสว่างไสวด้วยการออกแบบให้มีหน้าต่างบานกว้าง โต๊ะไม้ตัวสวยฉาบด้วยสีเขียวเข้มล้อรับไปกับพื้นกระเบื้องและความเขียวครึ้มของต้นไม้ด้านนอก ตรงบริเวณนี้ ยังออกแบบพิเศษให้มีบาร์สำหรับดื่มชาโดยเฉพาะ เนื่องจาก อาเลีย บาตต์  และพี่สาวของเธอนั้นชื่นชอบการดื่มชาเป็นอย่างมาก

อาเลีย บาตต์ นางเอก คังคุไบ
Cr.Photo : www.houzz.com
เพื่อให้ได้ลุคที่ใกล้เคียง

โต๊ะรับประทานอาหาร และเก้าอี้สไตล์สแกนดิเนเวียน แบบนี้มีคล้ายกันที่ SB Design Square


ห้องน้ำ อัดแน่นไปด้วยสีสันสดใส

ในส่วนพื้นที่ห้องน้ำ เรียกได้ว่าเป็นอะไรที่ตกแต่งได้ไม่เหมือนใคร มีการนำกระเบื้องปูพื้นและผนังหลากสีสันและลวดลายมากำหนดพื้นที่ได้ดูสนุก มอบอารมณ์ทั้งคลาสสิก ร่วมสมัยในคราเดียวกัน รวมถึงยังมีการติดตั้งกระจกใสบาง ๆ แบ่งแยกพื้นที่อาบน้ำได้เซ็กซี่ ไม่ดูอึดอัดคับแคบอีกด้วย

เพื่อให้ได้ลุคที่ใกล้เคียง

ลองดูฝักบัวตั้งพื้น และฝักบัวติดผนังลักษณะนี้ได้ที่ Kohlor ส่วนกระเบื้องหลากสีสันหลายลวดลายแบบนี้มีที่ บุญถาวร


เป็นอย่างไรบ้างครับ สำหรับบ้านสไตล์นิวยอร์ก ลอฟต์ ของ อาเลีย บาตต์ ที่เรานำมาเสนอให้ได้รู้จัก หากใครชื่นชอบ หรือถูกใจมุมใด อยากตกแต่งแบบนี้ ก็ลองนำไปปรับประยุกต์ใช้เป็นแนวทางกันดูได้นะครับ หรือหากต้องใจเครื่องเรือนและข้าวของเครื่องใช้ลักษณะคล้าย ๆ กัน ก็ลองคลิกลิงก์ (ตัวหนังสือสีน้ำเงิน) เข้าไปดูร้านเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ในไทยได้ เผื่อจะชอบจะถูกใจกัน…

 

 

อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

บทความน่าสนใจ : อนันดาฯ ขน 12 โครงการ นำเสนอโปรฯ อยู่ฟรีสูงสุด 3 ปี

 

PNC 2022 ทีมชาติไทยพร้อมถล่ม ICON SIAM

ประกาศออกมาเป็นที่เรียบร้อยนะครับสำหรับสถานที่จัดการแข่งขัน PNC 2022 หรือการแข่งขัน PUBG ทีมชาติ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 16-19 มิถุนายน 2022 ที่ ICON SIAM นั่นเองครับ! และวันนี้เราก็จะมาแนะนำให้รู้จัดกับไลน์อัพของทีมชาติไทยกัน ว่ามีใครบ้าง

ไลน์อัพ ทีมชาติไทยลุย PNC 2022

หลังจากที่มีดราม่าใหญ่โตไปเมื่อมนานนะจากเหตุการณ์ #ไม่สนิทอย่าติดทีมชาติ กระนั้นเรื่องราวที่มันผห่านไปแล้ว ก็ให้ผ่านไป ทุกคนได้รับผลจากการกระทำของตัวเอง ฉะนั้นวันนี้ ตอนนี้ เราต้องมารวมพลัง ส่งแรงใจ ไปช่วยเชียร์ PUBG ทีมชาติไทยของเรา ในการต่อกรกับเหล่ายอดฝีมือจากทั่วโลก

โดยสมาชิกของทีมชาติไทยแต่ละคนนั้นก็ต้องบอกว่ายอดฝีมือทั้งนั้นครับ เรียกว่าคัดมาแล้วแบบเน้น ๆ เนื้อ ๆ และไร้คำครหาใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งวันนี้ Inzpy จะมาแนะนำ และวิเคราะห์ทีมชุดนี้กันว่า พร้อมจะเขย่าวงการ PUBG แล้วหรือยัง

Nourinz

ผู้เล่นคนแรกที่ติดทีมชาติ จากผลงานยอดเยี่ยมในการแข่ง PTS หรือโปรลีก ที่น้องบอลได้รับตำแหน่ง MVP ของการแข่งขัน โดยบอลนั้นโด่งดังตั้งแต่อายุเพียง 16-17 ปี เท่านั้น เขาเป็นความหวังของวงการพับจีไทยเลยล่ะ จากฝีไม้ลายมือ การเล่นที่โคตรจะแม่น โดยเฉพาะการใช้ปืน Sniper ที่แค่เล็งก็แทบจะเอาชีวิตศัตรูได้แล้ว

Nourinz ปัจจุบันสังกัดอยู่กับสังกัด Daytrade Gaming โดยเจ้าตวสามารถเล่นได้แทบจะทุกตำแหน่ง แม้ว่าหลัก ๆ แล้วจะเล่นเป็นเหมือนตัวที่สองที่คอยโดนตามเทรดให้กับเพื่อน แต่กระนั้นบอลก็ทำได้ดีในบทบาทของ Attacker และ In-Game Leader

J4nku2of

จอมทัพและมันสมองของ AAA เป็นคนที่มีฟอร์มการเล่นโดดเด่น สกิลเพลย์สูง เป็นเพลย์เยอร์ที่ใช้สมองเล่นครับ คอยดูภาพรวมของทีม และเก่งมาก ๆ เวลาที่เขาเหลือคนเดียว เรียกว่าการตัวรอดยอดเยี่ยม

สำหรับ แจน นั้นหลัก ๆ เหมือนจะเป็น IGL ของ AAA แต่การมาเล่นในทีมชาติ อาจจะต้องเปลี่ยนบทบาทมาเป็นตัว Attacker มากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากทรัพยากรของทีมชี้ไปทางนั้น แต่เชื่อขนมกินได้ว่า แจน จะเป็นส่วนสำคัญของการแข่งขัน ด้วยการเล่นสุดฉลาด และการยิงที่แม่นพอจะพลิกไฟท์ได้ เหมือนที่ทำให้เห้นบ่อย ๆ ใน โปรลีก

Puuchiwz

ผู้เล่นที่เข้ามาแทน Jacob ที่ถอนตัวออกไป นี่คือหนึ่งในผู้เล่นที่เก๋าที่สุดคนหนึ่งของวงการ เขาคือ IGL ของ Daytrade และน่าจะที่หน้าที่ต้องนี้ในทีมชาติด้วย

รูปแบบการเล่นของปู่จะเอาแนวใจเย็น คอยระวังหลังให้เพื่อน ดูภาพรวมของเกม และสั่งแผนให้น้อง ๆ ในทีม ซึ่งเราก็เห็นกันแล้วว่าจะตัวทำได้ดีแค่ไหน ไม่อย่างนั้น DAY คงจะไม่สามารถคว้าแชมป์ PCS6 มาได้ หากว่า “พี่ปู่” ของน้อง ๆ ไม่แน่จริง โดยความละเอียด รอบคอบ และพร้อมเสียสละของ “ปู่” จะช่วยประคองทีมให้ทำอันดับดี ๆ ในการแข่งขันแน่นอน

Ezqelusia

คนสุดท้ายของทีมชาติไทยที่ถูกประกาศออก ชายที่ทำให้วงการพับจีไทยสงบ และแฟน ๆ หันกลับมาเชียร์ทีมชาติกันอีกครั้ง “เขียว” คือคนที่แฟน ๆ พับจีรู้จักกันดี ร้อยทั้งร้อยคนที่เล่นพับจีจะต้องผ่านการดูช่องของกรีนมาแน่ ๆ ด้วยสไตล์การเล่นที่ดุดัน ยิงแม่นระดับเบอร์ต้น ๆ มีสไตล์การเล่นที่เป็นเอกลักษณ์

รวมไปถึงนิสัยใจคอ ความน่ารัก เป็นกันเองกับแฟน ๆ นี่คือเพลย์เยอร์ที่ยังไงซะก็เกลียดไม่ลง!  รูปแบบการเล่นของ EZQ ตามปกติแล้วคือ Attacker ของทีมที่มีหน้าที่เดินนำ เดินยิงในไฟท์ จุดเด่นคือการวางเป้าที่แม่นมาก ๆ ชนิดที่ว่าถ้าได้ยิงติดหัวทุกดอก

เรียกว่าหากเจอกับ “กรีน” แบบ 1 ต่อ 1 รอดยาก! นอกจากนนี้เจ้าตัวยังมีทีเด็ดคือการระเบิดพลังที่ ในสถานการณ์สำคัญมักจะยิงแบบดุดัน ชนิดที่ว่า รุม 3 รุ่ม 4 ไม่รู้ว่าจะเอาเขาลงหรือเปล่า

นี่คือผู้เล่นที่ทุกคนสามารถฝากความหวังไว้ได้เสมอ ไม่ว่าจะในรูปแบบได้ก็ตาม และคงต้องบอกว่า หากในการแข่งขัน EZQ เข้าฟอร์มละก่อนทีมชาติไทย ลุ้นได้ถึงแชมป์โลก

จบครบทั้ง 4 คนสำหรับไลน์อัพของทีมชาติไทย ส่วนตัวของโค้ช Chak นั้นไม่ต้องพูดเยอะ เพราะผลงานมันพิสูจน์ตัวเขาอยู่แล้วในช่วง 2 ปีล่าสุด โค้ช Chak พาทีม Daytrade Gaming พาทีมมาสู้ชั้นแนวหน้าของวงการ

โดยเขานำทีมคว้ารองแชมป์ PUBG Thailand Series 2021 – Phase 1 และ PUBG Thailand Series 2022 – Phase 1 รวมถึงแชมป์PUBG Thailand Series 2021 – Phase 2 และ PUBG Continental Series 6: Asia Pacific ซึ่งประสบการณ์ในการคุมทีมของเขาจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยทีมลุยศึก PUBG Nations Cup 2022

PNC 2022

สำหรับ PNC 2022 แฟน ๆ ชาวไทยสามารถเข้าไปเชียร์กันได้ในวันที่ 16-19 มิถุนายน นี้ที่ ICON SIAM ครับ