Home Blog Page 860

Steam Racing Fest เทศกาลลดราคาเกมประลองความเร็ว

0

Steam Racing Fest เทศกาลลดราคาเกมประลองความเร็ว

Cr. Photo : Steam Racing Fest

Valve อยู่ในช่วงขาขึ้นเมื่อพูดถึงยอดขาย Steam ในตำนาน เนื่องจากพวกเขาได้เสนอการขายตามธีมที่หลากหลายในปีนี้ ตั้งแต่ต้นปี พวกเขาเป็นเจ้าภาพการขายหรือคนรักเกม RPG ชาวญี่ปุ่น จากนั้นจึงจัดการขายเฉพาะสำหรับตำแหน่งงานจำลอง ไม่นานมานี้ พวกเขาเพิ่งจัดงานลดราคา “Going Rouge” ที่ยอดเยี่ยมโดยเน้นที่ Roguelikes, Roguelites, Soulslikes และ Metroidvanias ปีนี้ยังมียอดขายเพิ่มขึ้นอีกมาก แต่ยังมีอีกหนึ่งรายการสำหรับช่วงที่เหลือของเดือนพฤษภาคม และยอดขายใหญ่สองรายการในเดือนมิถุนายน และกรกฎาคม

สำหรับผู้ที่ต้องการความเร็ว Steam Racing Fest 2022 จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ ss ที่สามารถแข่งขันได้อย่างรวดเร็วและนำเสนอเกมที่มีกลไกหลักของการแข่งรถ ไม่ว่าจะบนล้อ น้ำ หรือในอากาศ หากคุณเคยจับตามองเกมแข่งรถยอดนิยมบางเกม เช่น Forza Horizon 4 หรือ 5, Need for Speed ​​Heat, Project Cars 2 และอื่นๆ อีกมากมาย คาดว่าเกมเหล่านี้จะวางจำหน่ายในเร็วๆ นี้ เนื่องจาก Steam Racing Fest 2022 จะเป็น เริ่มตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค.-30 พ.ค. ซึ่งวันนี้ Inzpy จะนำเกมที่น่าสนใจมาให้เพื่อน ๆ ได้ดูกัน

Cr. Photo : Assetto Corsa

Assetto Corsa วางจำหน่ายในปี 2014 จาก Kunos Simulazioni สารตั้งต้นของหนึ่งในรายการโปรดปัจจุบันของเราที่ Traxion.GG, Assetto Corsa Competizione (ซึ่งน่าเสียดายที่ไม่มีวางจำหน่ายในสัปดาห์นี้) AC เป็นหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดเมื่อพูดถึงความรู้สึกที่แท้จริง นอกจากนี้ยังได้รับรายได้มหาศาลจาก Digital Brosแม้ในช่วงไม่กี่ครั้งที่ผ่านมา

ชื่อนี้ค่อนข้างถูกอยู่แล้วที่ 19.99 ดอลลาร์ แต่ตอนนี้คุณสามารถรับส่วนลด 80 เปอร์เซ็นต์ได้! แพ็ค DLC จำนวนมากสำหรับ AC ก็ลดราคา 80 เปอร์เซ็นต์เช่นกัน ดังนั้นอย่าลืมลองดูด้วย!

Cr. Photo : NFS

Need For Speed ​​นี้เป็นภาคล่าสุดในแฟรนไชส์ที่ไม่ใช่รีมาสเตอร์ อย่างน้อยก็จนกว่าเกมถัดไปจะออกวางจำหน่ายในปีนี้ Need For Speed ​​Heat วางจำหน่ายในปี 2019 นำผู้เล่นไปยัง Palm City ด้วยสไตล์การแข่งรถใต้ดินแบบคลาสสิกที่เป็นที่รู้จักกันดีในซีรีส์นี้ นี่สำหรับเกมรุ่นดีลักซ์ซึ่งมาพร้อมกับคุณสมบัติพิเศษบางอย่างที่เหนือกว่ารุ่นมาตรฐานอยู่แล้ว ส่วนลด 80 เปอร์เซ็นต์เป็นข้อเสนอที่ดีทีเดียว 

Cr. Photo : THE CREW 2

THE CREW 2 เรายังคงพูดถึงเรื่องราวและบทใหม่ๆ สำหรับชื่อนี้แม้ว่าจะวางจำหน่ายเมื่อเกือบสี่ปีที่แล้วในปี 2018 หากคุณสนุกกับการอ่านเนื้อหาของเราเกี่ยวกับการอัปเดตล่าสุดของ Season 5สำหรับ American Legends เพียง $9.99 เพื่อรับ เกมฐาน ส่วนลด 80 เปอร์เซ็นต์ทำให้เกมนี้เป็นหนึ่งในข้อเสนอที่ดีที่สุดในช่วงนี้

ADA Exhibition นิทรรศการนานาชาติ

0

ADA Exhibition

วันนี้มีนิทรรศการศิลปะสุดเจ๋ง ADA Exhibition จะมาแนะนำทุกคนไปดูกันครับ ปกติจะไปดูนิทรรศการเราจะต้องไปดูที่จัดแสดงหรือหอศิลปะใช่ไหมครับแต่นิทรรศการนี้ไม่เหมือนกับที่อื่นๆ ครับ เขาจัดในโลกเสมือนจริง(Virtual) ไปดูกันว่าจะเจ๋งสักแค่ไหนกัน!

คำแนะนำและสาธิตการเข้าชมนิทรรศการในรูปแบบความจริงเสมือน
โดย ดร. ก้องเกียรติ หิรัญเกิด ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน AR – VR
Guidance and demonstration of visiting the exhibition in virtual reality
by Kongkiat Hirankerd Ph.,D.
Augmented Reality (AR) and Virtual Reality (VR) Experts

📍 Exhibition zone plan 
เนื่องจากผลงานที่จัดแสดงในปีนี้ มีมากถึง 211 ผลงาน
หากเข้าชมนิทรรศการแล้ว เหมือนยืนงงในดงภาพ
ลองชมโซนต่างๆ เพื่อหาพิกัดผลงานของเราก่อน
แต่หากต้องการความตื่นเต้น แนะนำให้ชมจนครบทุกโซน
ขอให้ทุกท่านมีความสุขในการรับชมผลงานศิลปะ
การจัดแสดงผลงานศิลปะ ออกแบบและสถาปัตยกรรม นานาชาติ 2022
International Art, Design and Architecture Exhibition 2022
ระหว่างวันที่ 20 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2565
ณ สถาบันศิลปะและวัฒนธรรม
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์
และผ่านระบบความเป็นจริงเสมือน (Visual Reality)

รูปแบบและประเภทผลงาน

1. การจัดแสดงผลงานทางวิชาการประเภทงานสร้างสรรค์พร้อมบทความ

  • ศิลปะ (Art)
  • ออกแบบ (Design)
  • ภาพถ่าย (Photography)
  • สถาปัตยกรรม (Architecture)

 2. การจัดแสดงผลงานประเภทงานสร้างสรรค์

  • ศิลปะ (Art)
  • ออกแบบ (Design)
  • ภาพถ่าย (Photography)
  • สถาปัตยกรรม (Architecture)

 3. การจัดแสดงผลงานประเภทงานสร้างสรรค์ ระดับ นักเรียน, นิสิต และนักศึกษา

  • ศิลปะ (Art)
  • ออกแบบ (Design)
  • ภาพถ่าย (Photography)
  • สถาปัตยกรรม (Architecture)
ผลงานทั้งหมด
ADA Exhibition
cr. ADA.Exhibition
สามารถสอบถามเพิ่มเติม
Facebook fanpage: ADA Exhibition

อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

ชิบะจัง ปังทวิสต์ ไอศกรีม ขนมปังสอดไส้ อร่อยตบโต๊ะ!

ร้าน ชิบะจัง ปังทวิสต์ บอกเลยว่า เป็นร้านขนมปังที่ถูกปากมาก นอกจากขนมปังจะอร่อยแล้ว ไอศกรีมก็น่ากินไม่แพ้กันเลยค่า ที่สาขา ตลาต้นสัก เปิดเป็นสาขาแรก ยังไม่มีในห้างนะคะ ใครอ่านตอนเย็นต้องขออภัยในบางลีลา อาจจะทำให้รู้สึกอยากกินของหวานได้ 555

ชิบะจัง ปังทวิสต์ ไอศกรีม ขนมปังสอดไส้

ร้านชิบะจัง ปังทวิสต์ ร้านขนมปังทวิสต์ที่มีให้เลือกหลากหลายแบบ ตั้งแบบขนมปังธรรมดาที่เป็นออริจินอล ไปจนถึงแบบขนมปังอัลมอนด์ต่าง ๆ จะเป็นขนมปังที่อบสดใหม่ทุกชิ้น กลิ่นหอมกรุ่นไปทั้งตลาดต้นสัก แค่เดินมาก็รู้สึกว่าไม่สามารถเดินผ่านไปได้เลย ต้องหยุดดูทันที

นอกจากขนมปังที่มีให้เลือกหลายแบบแล้ว ไส้ของขนมปังยังมีให้เลือกหลากหลายรสชาติอีกด้วยค่ะ แต่ที่สุดก็จะเป็นไส้นมฮอกไกดด และไส้คัสตาร์ด นอกจากนี้ก็ยังมีไส้ ใบเตย ไส้ชาไทย แล้วก็ไส้ช็อกโกแลต แต่ละไส้คือ น่ากินทั้งนั้นเลยค่ะทุกคน

ชิบะจัง ปังทวิสต์ ไอศกรีม ขนมปังสอดไส้

มาดูตอนเค้าบีบไส้กันค่ะ พอเราเลือกขนมปัง และเลือกไส้ได้แล้วเค้าก็จะนำขนมปังที่เราเลือกมาบีบไส้ให้สด ๆ เลย เห็นแล้วแบบแอบกลืนน้ำลายเฮือก น่ากินมาก สำหรับตัวขนมปังทวิสต์ จะเป็นหัวเปิดทั้งสองฝั่ง เวลากัดนี่มีไส้ทะลักเลยแหละ เพราะเค้าบีบไส้ให้เยอะมาก ๆ ชอบสุด ๆ ไปเลย

ส่วนใครที่ไม่อยากกินขนมปังทวิสต์ที่ร้านก็ยังมีเป็น ไอศกรีม ให้เลือกอีกหนึ่งเมนูนะคะ เป็นไอศกรีมรสนมฮอกไกโด อากาศร้อนแบบนี้กินไอศกรีมเข้าไปมันสดชื่นมาก ๆ เลยล่ะค่ะทุกคน บอกเลยว่าถ้าไปเดินตลาดต้นสัก ต้องแวะร้านนี้ ใครไม่แวะถือว่าพลาด

ร้านชิบะจัง จะอยู่ฝั่งด้านสุดหน้าตลาดเลยค่ะ เดินเข้าไปแล้วจะอยู่ขวามือเรา เป็นร้านที่เปิดเป็นสาขาแรกในไทย และตอนนี้ยังไม่มีลงห้างที่ไหนนะคะ ถ้าใครอยากลองชิม ต้องไปที่สาขาตลาดต้นสัก หรือสาขาพระราม 2 ค่ะ อนาคตข้างหน้าอาจจะมีการขยายสาขาเพิ่ม แต่จะเป็นที่ไหนต้องคอยลุ้นกันค่ะ ส่วนใครไม่รู้ว่าตลาดต้นสักอยู่ที่ไหน เดี๋ยวเราแปะรายละเอียดไว้ให้ด้านล่างค่ะ

ชิบะจัง ปังทวิสต์ ไอศกรีม ขนมปังสอดไส้

นอกจากร้านชิบะจัง ปังทิวสต์แล้ว ยังมีร้านอื่น ๆ ที่น่ากินอีกเยอะแยะเลยในตลาดต้นสัก สามารถเข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่ Inzpy Travel ได้เลยค่า

ชิบะจัง ปังทวิสต์
1 ซ. นนทบุรี 15 บางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000
พิกัด: Google Map จอดรถที่ลานจอดรถตลาดต้นสัก
เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 19.30 น.
ระดับราคา: ฿฿
เบอร์ติดต่อ: 0811139966
Facebook: https://www.facebook.com/shibajung

ป้ายยา 7 รองเท้าผ้าใบหลักพันที่สาว ๆ ควรมี แมตช์ลุคไหนก็เอาอยู่!

อีกหนึ่งไอเทมแฟชั่นชิ้นสำคัญ ที่เหล่าแฟชั่นนิสต้าจะขาดไปไม่ได้เลยก็คือ ‘รองเท้าผ้าใบ’ นั่นเอง เพราะนอกจากจะใช้ได้ในหลากหลายโอกาสแล้ว ยังสวมใส่สบาย ให้ความรู้สึกทะมัดทะแมงคล่องตัว ทั้งยังสามารถนำไปมิกซ์แอนด์แมตช์กับเสื้อผ้าอื่น ๆ ครีเอทลุคใหม่ได้อีกหลายลุค วันนี้ทาง Inzpy เลยอยากจะมาป้ายยา 7 รองเท้าผ้าใบหลักพันที่สาว ๆ ควรมี แมตช์ลุคไหนก็เอาอยู่แน่นอน รับรองว่าคุ้มค่าแก่การลงทุน คู่ควรมีเอาไว้ติดตู้เสื้อผ้า แถมทั้งหมดยังเป็นรุ่นฮิตในตำนาน แมตช์ง่ายอินเทรนด์ เข้าได้กับทุกสไตล์การแต่งตัว ตามไปดูพร้อมกันเลยดีกว่าค่ะ

cr.photo ; pinterest
Nike : Air Max 97 (ราคา 6,300 บาท)

ถ้าพูดถึงรองเท้าผ้าใบในตำนานที่ควรค่าแก่การครอบครอง หนึ่งในนั้นจะต้องมีรองเท้ารุ่น Nike Air Max 97 อยู่ในลิสต์อย่างแน่นอน เป็นรองเท้าที่มีดีไซน์ลายเส้นคล้ายคลื่น ที่ด้านข้างอย่างเป็นเอกลักษณ์ สามารถนำไปมิกซ์แอนด์แมตช์กับลุคของสาว ๆ ได้ทุกวัน สามารถใส่ในชีวิตประจำวันได้อย่างคล่องตัวไม่มีเบื่อ มีหลายสีสันให้สาว ๆ ได้เลือกสรรตามสไตล์ที่ใช่เรา นอกจากความสวยงามด้วยดีไซน์ภายนอกแล้ว พื้นโฟมชั้นกลางยังช่วยซัพพอร์ตแรงกระแทก รวมไปถึงพื้นรองเท้ายังมีความแข็งแรงทนทาน มั่นใจได้เลยว่าใส่สบายคุ้มค่าไปได้อีกนาน

cr.photo ; pinterest
MLB : Big Ball Chunky Boston (ราคา 3,890 บาท)

มาต่อกันที่รองเท้าผ้าใบรุ่นต่อไปที่ฮอตฮิตไม่หวาดไม่ไหว ไปทางไหนก็เห็นคนใส่เพียบ กับรองเท้าจากแบรนด์ MLB รุ่น Big Ball Chunky Boston เป็นรองเท้าผ้าใบส้นหนา ที่มีรูปแบบคล้ายรองเท้าแพลตฟอร์ม ที่สูงจริงสูงจังช่วยเสริมความสูงให้สาว ๆ ได้มากถึง 6 เซนติเมตร สาวไซส์มินิที่ต้องการโกงความสูงจะต้องถูกใจสิ่งนี้ ให้สัมผัสทั้งเท่ทั้งเก๋ด้วยการออกแบบแนวสตรีทแวร์ เพิ่มความคูลให้รองเท้ารุ่นนี้พิเศษและโดดเด่นยิ่งขึ้น ด้วยคำว่า “Boston” สีแดงบริเวณด้านข้างรองเท้า นอกจากจะสวมใส่สบาย คล่องตัวแล้ว พอใส่แล้วยังได้ลุคสาวเท่เก๋ชิคอีกด้วย

cr.photo ; pinterest
FILA : Disruptor 2 Premium (ราคา 2,990 บาท)

มาต่อกันที่รองเท้าผ้าใบส้นหนา สไตล์รองเท้าแพลตฟอร์มอีกหนึ่งคู่ ที่สามารถช่วยเสริมทำให้เราดูสูงขึ้นได้แบบเนียน ๆ นอกจากนั้นแล้วยังเป็นรองเท้าที่มีดีไซน์เก๋ไก๋ แนวสตรีทน่ารัก มาในสีขาวสะอาดตา ทำให้สามารถสวมใส่ได้กับเสื้อผ้าแทบทุกสไตล์ นำไปมิกซ์แอนด์แมตช์ง่ายยิ่งกว่าอะไรดี หยิบมาใส่ในวันเร่งรีบได้แบบไม่ต้องคิดเยอะให้ปวดหัว ยิ่งไปกว่านั้นตัวรองเท้ายังมีน้ำหนักเบา แถมพื้นรองเท้าก็ยังช่วยรองรับแรงกระแทก ใส่สบายแบบสุด ๆ ทั้งยังมาในราคาน่ารักน่าหยิก สาว ๆ สายแฟชั่นนิสต้าไม่ควรพลาดที่จะมีไว้ในครอบครองแล้วล่ะ

รองเท้าผ้าใบ
cr.photo ; pinterest
Keds : Champion Core CVO (ราคา 1,850 บาท)

สาว ๆ สายมินิมอลจะต้องตกหลุมรักรองเท้ารุ่นนี้อย่างแน่นอน เป็นรองเท้าผ้าใบสีขาวล้วนสะอาดตา สไตล์การออกแบบเรียบง่ายคลาสสิก เป็นรองเท้าที่มีชื่อว่ารุ่น Champion Core CVO ที่นับว่าเป็นรุ่นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ Keds เลยทีเดียว ถึงดีไซน์จะเรียบ ๆ ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่อย่าดูถูกกันเชียวนะ เพราะใส่แล้วได้ลุคออกมาดูดีมากแบบเหลือเชื่อเลยล่ะ แถมทรงรองเท้ายังช่วยทำให้สาว ๆ ดูเท้าเรียวเล็ก เหมาะกับคนที่อยากอำพรางปัญหาหน้าเท้าใหญ่ โดยตัวรองเท้าทำมาจากผ้าฝ้ายออร์แกนิก 100% ที่มีความอ่อนโยนต่อผิว ระบายอากาศได้ดี มีน้ำหนักที่เบา แถมยังมีความยืดหยุ่นและทนทาน ใช้งานได้แบบสมบุกสมบันเต็มที่กันได้เลย

รองเท้าผ้าใบ
cr.photo ; pinterest
Converse : Chuck Taylor All Star 70 (ราคา 2,600 บาท)

มาต่อกันที่รองเท้าผ้าใบสุดคลาสสิกอีกหนึ่งรุ่น ที่มีกลิ่นอายความเท่เก๋าตามสไตล์แบบฉบับ Converse ที่มีลักษณะเป็นรองเท้าผ้าใบไม่หุ้มข้อ ที่ได้รับความนิยมเหนือกาลเวลามาอย่างยาวนาน เป็นรองเท้าที่มีความคูลแต่ก็แฝงไปด้วยความสนุกสนานและเสน่ห์อันเต็มเปี่ยม ผลิตจากผ้าแคนวาสระดับพรีเมียม ส่งผลทำให้รองเท้ามีความทนทานแข็งแรง ไม่ต้องกังวลถึงความสวมใส่สบาย เพราะพื้นรองเท้าด้านในเสริมด้วย OrthoLite ที่ให้ความนิ่มสบายเท้าแบบสุด ๆ พร้อมรองรับแรงกระแทก และขาดไม่ได้กับดีเทลป้ายโลโก้ที่บริเวณด้านหลังส้นรองเท้า ที่เป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์

รองเท้าผ้าใบ
cr.photo ; pinterest
Adidas : Stan Smith (ราคา 4,000 บาท)

หนึ่งในรองเท้าผ้าใบที่อยู่ในลิสต์ฮิตติดชาร์ตตลอดกาล จะต้องมีรองเท้าจาก Adidas รุ่น Stan Smith ติดโผอย่างแน่นอน นับว่าเป็นรองเท้าแห่งยุคที่ได้รับความนิยม ตั้งแต่เปิดตัวจนมาถึงปัจจุบันแบบไม่มีแผ่ว จนกลายเป็นหนึ่งในรองเท้าระดับตำนาน ที่สายแฟชั่นนิสต้าตัวจริงต้องมีไว้ครอบครอง ด้วยการออกแบบที่เน้นความเรียบง่าย แต่แอบแฝงไปด้วยลูกเล่นและกิมมิกเปี่ยมเสน่ห์ ด้วยการสอดแทรกสีสันไว้ที่ลิ้นและส้นรองเท้า ทำให้รองเท้ารุ่นนี้สามารถนำมาใส่ได้ทุกวันแบบไม่มีเบื่อ นำไปแมตช์กับเสื้อผ้าได้หลากหลายสไตล์ ช่วยสาว ๆ ครีเอทลุคสนุก ๆ ได้อีกเพียบ

รองเท้าผ้าใบ
cr.photo ; pinterest
Vans : Style 36 Marshmallow (ราคา 2,800 บาท)

ปิดท้ายลิสต์วันนี้กันไปด้วยรองเท้ารุ่น Style 36 Marshmallow จาก Vans เอาใจเหล่าสาวกสายวินเทจ ที่รักการแต่งตัวสไตล์ Old School เด็กแนวย้อนยุค เป็นรองเท้าแบบ Unisex ที่สามารถสวมใส่ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง มีดีไซน์คลาสสิกแบบซิกเนเจอร์ ที่มองปราดเดียวก็รู้เลยว่าเป็นรองเท้าของแบรนด์อะไร โดดเด่นสะดุดตาด้วยลูกเล่นแถบคาดสี ที่เราสามารถเลือกได้ตามใจชอบ ตัดกับตัวรองเท้าสีขาวได้อย่างสวยงามลงตัว ในส่วนบนของรองเท้าทำมาจากหนังนิ่มและผ้าแคนวาส ที่สามารถช่วยลดการอับชื้น เพราะระบายอากาศได้เป็นอย่างดี ในส่วนของตัวพื้นรองเท้านั้นทำมาจากยาง ที่มีความยืดหยุ่นทนทานสูง แถมยังดูแลทำความสะอาดง่ายอีกด้วย

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน กับบทความป้ายยา 7 รองเท้าผ้าใบ หลักพันที่สาว ๆ ควรมี แมตช์ลุคไหนก็เอาอยู่! ที่เราเอามาฝากทุกคนกันในวันนี้ หวังว่าวันนี้เราสามารถช่วยให้สาวกแฟชั่น มีไอเดียในการเลือกรองเท้าคู่ใจ คู่ใหม่ที่จะกลายมาเป็นหนึ่งในรองเท้าลูกรักของทุกคนได้ง่ายขึ้นนะคะ อย่าลืมติดตามว่าคราวหน้าเราจะเอาไอเทมปัง ๆ แบบไหนมาฝากทุกคนกันอีก รอติดตามเลยค่ะ

สุดยอด อาหารตามสั่ง ราคามิตรภาพ

การเลือกทานอาหาร เป็นอะไรที่ต้องคิดกันทุกวันว่า วันนี้กินอะไรกันดี วันนี้อินสไปร์ขอแนะนำ อาหารตามสั่ง ที่มีรสชาติสุดยอดมาก บนถนนนางลิ้นจี่ ตัดกับแยกถนนจันทร์เก่า ที่สำคัญ ราคามิตรภาพ ที่ขายกันมานานถึง 30 กว่าปีแล้ว

หากใครอยู่แถวสาทร ถนนจันทร์ เข้ามาลึกถึงเส้นถนนจันทร์เก่า ที่จะไปออกคลองเตยได้ คงได้เคยเห็นร้านที่ช่วงเที่ยง คนต่อคิวกันเยอะเพื่อรอที่นั่ง ตรงช่วงถนนจันทร์เก่า ตัดแยกนางลิ้นจี่ ห้องหัวมุม จะมีร้าน อาหารตามสั่ง ที่ปัจจุบันเป็นเคาน์เตอร์สแตนเลส สะอาด ดูดี กับหัวเตาแก๊ส 3 หัว ที่มีการผัดอยู่ตลอดเวลา

อาหารตามสั่ง

เช้า ๆ เจ๊เจ้าของร้านก็จะเตรียมไข่เจียว ไข่ดาว เอาไว้ กับเมนูที่พอเตรียมได้อย่างหมูกระเทียม ส่วนพวกผักที่ต้องผัดกันสด ๆ ก็จผัดทีละจาน มีพวกผัดซีอิ๊ว ผัดขี้เมาด้วย ข้าวราดเด็ด ๆ ก็มีพวกผัดเผ็ดหน่อไม้ ผัดเปรี้ยวหวาน ที่สำคัญราคามิตรภาพมาก อย่างไข่เจียวที่ป้ายบอกราคา 6 บาท ส่วนไข่ดาว 5 บาท

 

ส่วนที่นั่งเรียกว่าเหมือนภัตตาคารสมัยก่อนเลย ที่เป็นสไตล์ฝรั่ง โดยแกบอกว่า แกอยู่ตรงนี้มาจะ 40 ปีแล้ว ขายแบบนี้มาตั้งแต่รุ่นแม่ ตอนนี้ตกทอดมาถึงรุ่นแก ซึ่งก็ยังคงรักษาความอร่อยได้อยู่ ซึ่งคนจะเยอะมากช่วงกลางวัน มันเป็นเพราะอะไร ทำไมคนถึงชอบทาน ลองถามแก แกก็ตอบเบา ๆ

อาหารตามสั่ง

ไม่มีอะไรมากหรอก ก็แค่ใช้น้ำมันหมู ที่แกรีดน้ำมันหมูออกมา แล้วได้กากหมูที่อยู่ในถุง พอดีเรามาเช้าก็เลยได้ทานกากหมู เป็นกากหมูที่อร่อยมาก ไม่มันเลย หอมมากด้วย สำหรับใครมาทันกากหมูในถุง ก็จะตักไปทานเท่าไหร่ก็ได้ มาสายหมดแน่นอน

อาหารตามสั่ง

สำหรับร้าน อาหารตามสั่ง ร้านนี้ไม่เคยมีชื่อร้านนะ เป็นห้องหัวมุม ถ้ามาจากคลองเตย เข้าถนนนางลิ้นจี่ ตรงแยกไฟแดงตัดกับถนนจันทร์เก่า จะเห็นเด่นชัดทางด้านขวามือ ทุกคนเรียกแกว่า “เจ๊ฮวง” ก็เรียกเป็นชื่อร้านไปเลยว่า เจ๊ฮวง อาหารตามสั่งหัวมุม

เจ๊ฮวง อาหารตามสั่งหัวมุม
319/6 ถนน นางลิ้นจี่ แขวง ช่องนนทรี เขต ยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120
พิกัด: Google Map จอดรถฝั่งตรงข้ามตลาดนางลิ้นจี่
เปิดทุกวัน เวลา 07.00-14.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)
ระดับราคา: ฿฿
เบอร์ติดต่อ: 022869568

ขนมไทยโบราณ หายาก ลองคลิกดู

เทศกาลผลไม้ทั้งที ทำเล็บลายผลไม้ กันดีกว่า

0

เทศกาลผลไม้ทั้งที ทำเล็บลายผลไม้ กันดีกว่า

ในช่วงเทศกาลผลไม้แบบนี้ นอกจากจะได้อิ่มอร่อยกับผลไม้แล้ว Inzpy เราก็มีไอเดีย ทำเล็บลายผลไม้ เข้ากับช่วงเทศกาลผลไม้และช่วยเพิ่มลุคที่ดูน่ารักสดใสให้กับคนเพ้นท์อีกด้วยนะ จะมีลายน่ารัก ๆ อะไรบ้างตามมาดูกันเลย 🙂

ทำเล็บลายผลไม้
Credit Photo: Pinterest: SooShell

เริ่มกันที่ลายแรกบอกเลยว่าจัดเต็มแทบจะทุกชนิดผลไม้กันเลย ไม่ว่าจะเป็นสตอร์เบอร์รี่ องุ่นม่วง องุ่นเขียว ส้ม สับปะรด เลม่อน นอกจากจะได้ผลไม้ลายน่ารัก ๆ ไว้บนนิ้วแล้ว ยังช่วยเพิ่มสีสันสุดสดใสให้กับลุคของคุณอีกด้วย เรียกได้ว่าเดินไปไหนมาไหนเนี่ย เล็บโดดเด่นเตะตาแน่นอน

ทำเล็บลายผลไม้
Credit Photo: Pinterest: Fab Mood 🌟 Inspiration

ลายต่อมาขอเอาใจคนรักสีโทนแดงและผลไม้ที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นอย่างแตงโม ที่มาในโทนสีแดงเขียว และดำที่เป็นสีเอกลักษณ์ของผลไม้อย่างแตงโม แถมนิ้วก้อยยังเพิ่มลูกเล่นด้วยรูปหัวใจสีดำที่เพ้นท์ลงบนพื้นสีแดงสด เพิ่มความร้อนแรงผสมกับความน่ารักของเล็บลายนี้ได้อย่างลงตัว

ทำเล็บลายผลไม้
Credit Photo: Pinterest: Renée’s Nails

มาสายหวาน ๆ กันบ้าง กับสีพื้นสีชมพูตุ่น ๆ พร้อมกับประกายของกากเพชรสุดน่ารัก บอกเลยว่าสีชมพูตุ่น ๆ แบบนี้จะช่วยทำให้สีผิวมือดูผ่องขึ้นด้วยนะ แถมยังมีลายผลไม้อย่าง ส้ม เลม่อน และกีวี่ ที่ทำเป็นลายเหมือนหั่นเป็นแว่น ๆ มาแปะไว้อีกด้วย สีสดใสของผลไม้ตัดกับสีพื้นสีชมพูช่วยทำให้เล็บลายนี้ดูน่ารักสดใสขึ้นมาเลยใช่มั้ยล่ะ

ทำเล็บลายผลไม้
Credit Photo: Pinterest: My sweet nail art

สไตล์ ทำเล็บลายผลไม้ บอกเลยว่าเหมือนมีเค้กผลไม้มาประดับอยู่บนเล็บเลยก็ว่าได้ ด้วยการเพ้นท์ลายคล้าย ๆ มีเนื้อครีมอยู่บนเล็บ พร้อมด้วยผลไม้ตกแต่งสีสันสดใส ที่จะมาช่วยเพิ่มให้เล็บของคุณดูโดดเด่นขึ้น ลายนี้เชื่อว่าสาวหวานน่าจะต้องถูกใจกันแน่นอน

ทำเล็บลายผลไม้
Credit Photo: Pinterest: Chasing Daisies

ลายต่อมาขอเอาใจสาย Minimal กันบ้าง กับเล็บที่มาในสไตล์โทนสีขาวครีมเรียบ ๆ พร้อมเพ้นท์ลายเลม่อนบนเล็บนิ้วโป้ง นิ้วกลาง และนิ้วนางเพียงสามเล็บเท่านั้น บอกเลยว่าแค่นี้ก็ได้เล็บลายผลไม้สุด Minimal มาแล้ว ลายนี้เนี่ยถึงจะหมดเทศกาลผลไม้ไปแล้วแต่ก็บอกได้เลยว่ายังเพ้นท์ต่อได้อีกยาว ๆ เพราะด้วยสไตล์ Minimal เรียบ ๆ แบบนี้จะเพ้นท์แมทช์กับชุดไหนก็เข้า

เล็บลายผลไม้
Credit Photo: Pinterest: jesuisvernie

ใครที่ชอบลายเพ้นท์แนวเหมือนลายเส้นการ์ตูนต้องชอบลายนี้แน่นอน ด้วยสไตล์การเพ้นท์ที่ไม่ได้ซับซ้อนมาก ด้วยการเพ้นท์ลายผลไม้ชนิดเดียวกันในแต่ละเล็บ บอกเลยว่าแค่นี้ก็ได้เล็บในสไตล์น่ารักปุ๊กปิ๊กมาแล้ว แถมยังมีผลไม้เกือบครบทุกชนิดเลยนะ ไม่ว่าจะเป็น กีวี่ องุ่น เลม่อน แตงโม และสตอเบอร์รี่ บอกเลยว่า Cute สุด

เล็บลายผลไม้
Credit Photo: Pinterest: icecreamandclara

อีกลายที่จะมาเอาใจสายหวาน กับโทนสีสุดน่ารักอย่างสีชมพูสุดน่ารักที่มาพร้อมลายตารางสีขาวและรูปสตอเบอร์รี่ ที่จะมาช่วยเพิ่มความสดใสน่ารักให้กับมือของคุณได้ง่าย ๆ บอกเลยว่าลายนี้เนี่ยต้องถูกใจสาวสายหวานแน่นอน

เล็บลายผลไม้
Credit Photo: Pinterest: reddit

ลายสุดท้ายแล้วที่เราเอามาฝากกัน กับลายในสไตล์สีพื้นโทนสีเบจ ที่มีลายเพ้นท์รูปส้มสีส้มสีสันสดใส กับลายใบไม้สีเขียวที่มาตัดกับสีเบจและสีส้มได้อย่างลงตัว ใครชอบสไตล์งาน Art ต้องถูกใจลายนี้แน่นอน

เป็นยังไงกันบ้างกับไอเดียการ ทำเล็บลายผลไม้ ที่เราเอามาฝากกัน บอกเลยว่าเข้ากับช่วงเทศกาลผลไม้แบบนี้สุด ๆ แถมยังช่วยเพิ่มลุคที่ดูสดใสน่ารักให้อารมณ์สดชื่นอีกด้วย บอกเลยว่าใครที่ชอบเพ้นท์เล็บ ทำเล็บบ่อย ๆ พลาดลายผลไม้ไม่ได้เลยนะ !

เลห์ ลาดักห์ ที่เที่ยว ฮิป ๆ ในอินเดีย

เลห์ เป็นมณฑลหนึ่งที่อยู่บนเทือกเขาหิมาลัยใน เมืองลาดักห์ ประเทศอินเดีย สมัยก่อนเป็นที่ตั้งพระราชวังเลห์ ของเจ้านายลาดักห์ในอดีต ตั้งอยู่บนความสูง 3,524 เมตรจากระดับน้ำทะเล ประชากรในเลห์ส่วนใหญ่สืบเชื้อสายมาจากชาวทิเบต ส่วนชาวมุสลิมเป็นประชากรที่อพยพเข้ามาในภายหลัง

เที่ยว เลห์ ลาดักห์ ที่เที่ยว ฮิป ๆ ในอินเดีย ท่องเที่ยว เที่ยวต่างประเทศ

ที่เส้นถนนของเลห์ จะเรียกกันว่า เส้นทางสายไหม อยู่ในภูมิประเทศที่เหมาะแก่การเดินทางไปผจญภัย ใครที่ชื่นชอบสาย Adventure แนะนำว่าต้องไปให้ได้ครั้งในชีวิต ที่นี่เราจะได้เดินทางอย่างผู้กล้าหาญ กับกิจกรรมมากมายอย่างเช่น ปีนเขา ล่องแก่ง และเดินชมวิวทิวทัศน์ที่งามของหุบเขามาร์คาห์

สำหรับการเดินทางไปยังเลห์ เราสามารถนั่งเครื่องไปลงที่กรุงเดลี ประเทศอินเดีย ใช้เลวาประมาณ 4 ชม. แล้วต่อเครื่องไปยังเลห์ ใช้เวลาอีก 1 ชม.นิด ๆ

มา เลห์ ลาดักห์ มีอะไรให้เที่ยวบ้าง?

ในการเดินทางไปยังเลห์ ระหว่างทางที่ผ่านไปนั้นก็เหมือนเป็นการได้เที่ยวได้ผจญภัยแล้วอย่างหนึ่ง เพราะตลอดทางเราจะได้พบเจอกับหนทางที่เป็นถนนกรวด เวลานั่งรถเหมือนกับว่ามันจะโยกตลอดการเดินทาง อาจจะต้องมีหยุดพักกันเป็นระยะ ๆ และที่สำคัญคือ ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์

Thiksey Monastery 

เที่ยว เลห์ ลาดักห์ ที่เที่ยว ฮิป ๆ ในอินเดีย ท่องเที่ยว เที่ยวต่างประเทศ

ที่เป็นสถานที่ทางศาสนาที่น่าสนใจ จะเรียกว่าเป็น วัด ก็ว่าได้ค่ะ นอกจากจะมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามแล้ว ตัวสถานที่ หรือสถาปัตยกรรมยังสวยมากอีกด้วยค่ะ หลายคนที่ไปแล้วบอกว่า แทบไม่อยากกระพริบตากันเลยทีเดียว ในสถานที่ที่เป็นสถานที่ทางศาสนา เราจะพบเจอกับผ้า 5 สี ถือเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึง ความสมดุลของธาตุตามธรรมชาติ และร่างกายเราค่ะ ถือเป็นสถานที่ที่งดงามมาก เห็นวิวเทือกเขาเรียงสลับกันเป็น Background

เส้นทางของแม่น้ำสินธุ และแม่ซันสการ์ 

เที่ยว เลห์ ลาดักห์ ที่เที่ยว ฮิป ๆ ในอินเดีย ท่องเที่ยว เที่ยวต่างประเทศ

ตรงนี้ก็เป็นจุดชมวิวอีกจุดนึงที่ไม่ควรพลาด เราจะได้เห็นเส้นทางของแม่น้ำสินธุ และแม่น้ำซันสการ์ที่ไหลมาบรรจบกัน ที่ถูกล้อมรอบไปด้วยเทือกเขาที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวเรียงสลับกันอย่างงดงาม บ้างก็เรียกกันว่าเป็นแม่น้ำสองสี เป็นเรื่องแปลก แต่น่าสวยงาม บอกเลยว่าถ้าไม่ได้มาจุดชมวิวแม่น้ำ ถือว่ามาไม่ถึงเลห์ค่ะ

Moonland เลห์

Moonland หรือดินแดนโลกพระจันทร์ จุดนี้จะเป็นจุดที่ภูเขาหิมะพังทลาย เป็นทะเลสาบเก่าที่แห้ง จนเกิดเป็นหินแกรนิตมากมาย และมีรอยยุบตัวสลับกันไปมาลักษณะเป็นหลุม ๆ คล้ายกับพื้นผิวของจันทร์นั้นเองค่ะ ที่นี่ก็เป็นสถานที่ที่น่ามาชมปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่หาดูได้ยาก ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก Thilset Monastery มากนัก

Pangong Lake

แปงกอง หรือปันกอง เป็นทะเลสาบที่อยู่สูงที่สุดในโลก ที่ตั้งอยู่บนเลห์ ลาดักห์ แต่ว่าทะเลสาบแห่งนี้จะอยู่ห่างออกไปจากเมืองลาดักห์เป็นร้อยเมตร เป็นเส้นทางที่มีความคดเคี้ยว ที่นี่เป็นทะเลสาบที่น้ำเค็มที่น้ำใสมาก ๆ ทีเดียวค่ะ แต่ทว่าจะไม่มีสตว์ที่อาศัยอยู่เลย จะมีเพียงนกที่บินมาเล่นน้ำบ้างเท่านั้นเอง บางคนที่ไปเลห์ก็เลือกเดินไปเช้าเย็นกลับ หรือบางคนเลือกที่จะพักที่นี่ เพราะค่อนข้างเงียบสงบ เย็นสบายถึงเย็นมาก

และนอกจากนี้ตลอดเส้นทางในเลห์ ลาดักห์ ก็ยังสามารถแวะชมความสวยทางธรรมชาติได้อีกหลายแห่ง บางเส้นทางก็จะพบเจอกับสัตว์ของคนที่นี่ ที่ออกมากินน้ำตามแหล่งธรรมชาติ เป็นจำนวนมาก ถึงแม้บางเส้นทางจะดูน่ากลัว แต่ว่าถนนหนทางตามสถานที่ต่าง ๆ ก็เป็นถนนพื้นเรียบทำให้เดินทางได้สะดวกอยู่บ้าง ขึ้นมาบนนี้เราจะได้เห็นวิถีชีวิตของคนบนเขาสูง ที่ใช้ชีวิตกันแบบเรียบง่าย ห่างไกลจากโลกภายนอก

อยู่นี้เราจะได้พบเจอความเป็นธรรมชาติที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ทุ่งหญ้า ทะเลทราย หิมะ ลำธาร เป็นความหลากหลายทางภูมิประเทศที่น่าสนใจ เชื่อว่ามันคือ สวรรค์ของนักเดินทางหลาย ๆ คน ที่อยากไปพิชิตเลห์ ลาดักห์สักครั้ง

แต่ถึงแม้ เลห์ ลาดักห์ จะเป็นเมืองที่อยู่ในภูมิประเทศที่มีสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่น่าสนใจหลายอย่าง จนทำให้หลายคนสนใจที่จะเดินทางไปยังเมืองแห่งนี้ ที่นี่ก็ยังมีจุดนึงที่ควรคำนึงถึง ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ควรศึกษาให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจจองตั๋วมาเยือนเมืองนี้

เที่ยว เลห์ ลาดักห์ ที่เที่ยว ฮิป ๆ ในอินเดีย ท่องเที่ยว เที่ยวต่างประเทศ

ด้วยเลห์เป็นเมืองที่อยู่บนยอดเขาสูงถึง 3,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล แน่นอนว่าจะทำให้ความกดอากาศลดลง ระดับออกซิเจนก็ลดลง หากขึ้นไปในระดับที่สูงอย่างรวดเร็ว อาจจะทำให้เกิดภาวะ วิงเวียนศีรษะ มึนหัว อยากอาเจียน แน่นหน้าอก จนหายใจออก หากเป็นมาก ๆ อาจจะทำให้เสียชีวิตได้ ถึงแม้จะมีร่างที่แข็งแรงสมบูรณ์ก็ตาม เป็นข้อควรระวังอย่างหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยล่ะค่ะ

แนะนำว่าถ้าใครจะไปก็ลองศึกษาหาข้อมูลให้ดีก่อนนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของที่พัก อาหารการกิน ระยะทางในการเดินทาง จะมีผู้สูงอายุมาด้วยอาจจะต้องพิจารณาเป็นพิเศษเลยค่ะ เพื่อความปลอดภัยของตัวเรา และเพื่อนร่วมทริป จะได้เที่ยวกันอย่างสนุกไม่มีสะดุด

ใครที่ได้ลองอ่านแล้วรู้สึกว่ามันไกลเกินเอื้อม ที่ Inzpy Travel ยังมีอีกหลายที่บนโลกใบนี้ที่จะพาทุกคนไปเช็คอินกันอยู่นะคะ

Nike ฉลอง 50 ปี ผ่านนิทรรศการ Nike at 50: A Genealogy of Progress

0

Nike ฉลอง 50 ปี ผ่านนิทรรศการ Nike at 50: A Genealogy of Progress

Cr. Photo : ไนกี้ ฉลอง 50 ปี

Nike เฉลิมฉลองการเดินทางที่ไม่สิ้นสุดในการสนับสนุนนักกีฬา

ภารกิจของไนกี้ในการนำแรงบันดาลใจและนวัตกรรมมาสู่นักกีฬาทุกคน เกิดขึ้นจากความเชื่อที่ว่า “ไม่เคยหยุด” ไนกี้ไม่เคยหยุดกำหนดเป้าหมายและความฝันใหม่ ๆ เช่นเดียวกับนักกีฬาที่บริษัทให้การสนับสนุน

“รองเท้าทุกคู่ทำให้เราพัฒนาขึ้น ทุกความผิดพลาดทำให้เราพัฒนาขึ้น และเหตุผลเดียวกันนี้ ทำให้นักกีฬาทุกคนพัฒนาขึ้น” ฟิล ไนท์ ผู้ก่อตั้งไนกี้ กล่าว

ปีนี้ ไนกี้ เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีแห่งการขับเคลื่อนโลกด้วยพลังแห่งกีฬา และนำการเฉลิมฉลองนี้มาสู่นักกีฬา ในท้องถิ่น ผ่านการจัดแสดงนิทรรศการ Nike at 50: A Genealogy of Progress ที่ดูแลโดยไนกี้ ฮ่องกง จิตวิญญาณที่ไม่เคยหยุดได้รับการถ่ายทอดผ่านส่วนจัดแสดง 4 โซนที่สะท้อนความก้าวหน้าในด้านต่าง ๆ ของไนกี้ ประสบการณ์ทั้งหมดถูกเรียงร้อยเชื่อมโยงด้วยตระกูลผลิตภัณฑ์และพันธกิจของไนกี้ในการสนับสนุนนักกีฬา พร้อมนำพาเราไปสู่จินตนาการอันบรรเจิดในอีก 50 ปีข้างหน้า และสร้างโลกที่ดีกว่าเดิมเพื่ออนาคตของกีฬาและโลกใบนี้

Cr. Photo : Nike at 50

Nike 50 Moments: เฉลิมฉลองอดีต ปัจจุบัน และอนาคต

การสนับสนุนนักกีฬา และกีฬาของไนกี้ มีรากฐานมาจากวัฒนธรรมแห่งนวัตกรรม ซึ่งปรากฏชัดในผลิตภัณฑ์ของเรา โซนจัดแสดงนี้ผสมผสานอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของไนกี้ เข้ากับประสบการณ์ภาพและเสียงที่ดื่มด่ำสมจริง เพื่อนำพาผู้ชมหวนรำลึกถึงมรดกและช่วงเวลาสำคัญทางประวัติศาสตร์ รองเท้ารุ่นดังที่เป็นลายเซ็นของแบรนด์ และโฆษณาที่สร้างปรากฏการณ์ในยุคของเรา ตลอดจนสนับสนุนนักกีฬาและความเป็นไปได้มากมายที่รออยู่ในอนาคต ผู้ชมจะได้พบกับใบหน้าที่คุ้นเคยของนักกีฬาชาวฮ่องกง เช่น เร็กซ์ โซว (Rex Tso), สเตฟานี่ อู (Stephanie Au) และเอ็ดการ์ เฉิง (Edgar Cheung (Ka Long)) ที่โซนนี้

Cr. Photo : Nike at 50

Moon Path: วิวัฒนาการของนวัตกรรมเพื่อการวิ่งมาราธอน

รองเท้า มูน ชู (Moon Shoe) ซึ่งเปิดตัวในปี 2515 เป็นทั้งอนุสรณ์ของปีแห่งอิสรภาพและความมุ่งมาดปรารถนาของไนกี้ ตั้งแต่แรกเริ่ม ไนกี้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อให้นักกีฬา* สามารถทำผลงานได้ดีที่สุด โซนนี้จัดแสดงในรูปแบบของทางเดินที่บอกเล่าเรื่องราวของไนกี้กับการวิ่งมาราธอนผ่านรองเท้าวิ่งที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ซึ่งนิยามโดยเทคโนโลยีและความมุ่งมั่นของไนกี้ที่จะสนับสนุนนักกีฬาและปกป้องโลกนี้ให้ดีขึ้น เริ่มต้นจาก มูน ชู รุ่นออริจินอล นำเสนอโดย เค11 มิวเซีย (K11 Musia) ไปจนถึงรุ่น อัลฟาฟลาย เน็กซ์% (Alphafly Next%) ที่ทำลายสถิติ

Cr. Photo : Nike at 50

Allure of Air: สำรวจโลกของไนกี้ แอร์

เมื่อ แอร์ (Air) เข้าสู่จักรวาลไนกี้ในช่วงปลายทศวรรษ 1970 แอร์ได้รับการตอบรับด้วยศักยภาพที่ยอดเยี่ยม อันเกิดจากการออกแบบ วิศวกรรม และการผลิตที่มาบรรจบกัน ในปี 2530 เทคโนโลยีนี้ได้รับการ “เปิดเผย” สู่สายตาชาวโลกพร้อมกับการถือกำเนิดของรองเท้าตระกูล แอร์ แม็กซ์ (Air Max) ที่กลายเป็นไอคอน โซนนี้จัดแสดงในรูปแบบของอุโมงค์ที่อุทิศให้กับ ไนกี้ แอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่โดดเด่นที่สุดของบริษัท ตลอดเส้นทางเดินในอุโมงค์ ผู้ชมจะได้พบกับรูปทรงใหม่ ๆ และการรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ ผ่านเทคโนโลยีรับแรงกระแทก ซึ่งแอร์ถือเป็นผู้บุกเบิกและเป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่ยั่งยืนที่สุดของไนกี้

Move to Zero Lounge: ค้นพบแนวปฏิบัติด้านการออกแบบที่ยั่งยืน

การทบทวนวิธีการออกแบบและกระบวนการผลิตเพื่อพัฒนาสมรรถนะของนักกีฬาและปกป้องโลก เป็นสิ่งที่ไนกี้ยึดถือปฏิบัติมาแต่ไหนแต่ไร ภายในโซนนี้เป็นการจัดแสดงประวัติศาสตร์ของนวัตกรรมที่ยั่งยืนของไนกี้ อาทิ ZVEZDOCHKA ซึ่งเป็นหนึ่งในความพยายามแรก ๆ ของไนกี้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ภายใต้ระบบแบบปิด (Closed-loop) และ เพกาซัส เทอร์โบ เน็กซ์ เนเจอร์ (Pegasus Turbo Next Nature) ซึ่งเป็นการพัฒนาล่าสุดของรองเท้าประสิทธิภาพสูงที่คำนึงถึงอนาคตของโลกเป็นสำคัญ

Cr. Photo : Nike at 50

นอกจากนี้ นักสร้างสรรค์ผู้มีวิสัยทัศน์ชาวฮ่องกง 6 คน นำขยะจากกระบวนการผลิตของไนกี้มาจัดแสดงเป็นผลงานศิลปะ ภายใต้แนวคิดการสร้างพื้นที่อยู่อาศัยที่ยั่งยืน ขยะที่ถูกอัปไซเคิล (upcycled) ได้แก่ กล่องรองเท้าที่ไม่เป็นที่ต้องการ และเศษผ้าจากการผลิตของไนกี้ ขยะจากการผลิตทั้งหมดถูกเก็บรวบรวมจากในพื้นที่ ซึ่งสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของไนกี้ที่มีต่อระบบซัพพลายเชนหมุนเวียน ผลงานศิลปะแต่ละชิ้นเปิดจำหน่ายเพื่อการกุศล โดยรายได้ทั้งหมดจะนำไปมอบให้ แชร์ ฟอร์ กู๊ด (Share For Good) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มระดมเงินบริจาค (crowd-donation) ของบริษัท นิว เวิลด์ ดีเวลอปเมนต์ (New World Development) เพื่อสนับสนุนชุมชนที่ต้องต่อสู้กับโควิด-19 และกำลังฟื้นตัวหลังโควิด-19

BLACKPINKxRollingStone ประวัติศาสตร์เกิร์ลกรุ๊ปเอเชีย

ทำอะไรก็เป็นกระแสเสมอสำหรับขวัญใจเหล่า Blink ที่ล่าสุดก็มีโปรเจกท์พิเศษสุดยิ่งใหญ่ BLACKPINKxRollingStone ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่าง BLACKPINK วงไอดอลเกิร์ลกรุ๊ประดับโลกจากแดนกิมจิ ซึ่งได้คอลแลปกับนิตยสารชื่อดังแดนอเมริกา Rolling Stone

นิตยสารที่ลงเรื่องราวเกี่ยวกับดนตรี การเมือง วัฒนธรรมสมัยนิยม โดย 4 สาว BLACKPINK ลิซ่า, เจนนี่, โรเซ่, จีซู จะได้ขึ้นปกของ RollingStone ประจำเดือนมิถุนายน

BLACKPINKxRollingStone สร้างประวัติศาสตร์เกิร์ลกรุ๊ปเอเชีย

ถือว่าเป็นอีกก้าวที่สำคัญของ Blackpink ครับ เพราะ Rolling Stone นั้นถือว่าเป็นสุดยอดนิตยสารที่อยู่มานาน คือเรียกว่าใครก็ตามที่จะได้ขึ้นปก Rolling Stine ต้องเป็นระดับที่ดังจริง และต้องได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ซึ่งนอกจากขึ้นปกแล้วก็ยังมีเซตภาพแฟชั่นสวย ๆ ออกมาให้ชมอีกต่างหาก

นอกจากนี้ BLACKPINK ยังได้ให้สัมภาษณ์แบบเปิดเผยมากที่สุดเกี่ยวกับวิธีการทำเพลง การจัดการกับชีวิตการเป็นคนดัง ครอบครัว และเรื่องราวอื่น ๆ อีกมากมาย โดยนิตยสาร Rolling Stone เดือนมิถุนายน จะมีทั้งหมด 5 ปก เป็นภาพปกเดี่ยวของ 4 สาว ลิซ่า, เจนนี่, โรเซ่, จีซู และปกรวมทั้ง 4 คน ซึ่งมีขายแบบบ็อกซ์เซตสีชมพูสดใสด้วย ในราคา 129 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4,400 บาท)

Rolling Stone

ล่าสุด Rolling Stone ก็ได้ปล่อยคอนเทนต์แรกสุดพิเศษที่ทำร่วมกับสาวๆ ทั้ง 4 สาว จีซู, ลิซ่า, เจนนี่ และโรเซ่ ให้แฟนๆ ได้ชมกัน ผ่านทุกช่องทางของ Rolling Stone อีกด้วย ซึ่งคอนเทนต์ดังกล่าวจะจัดฉายกันแบบเต็มๆ ตลอด 1 สัปดาห์

และนี่ก็ถือเป็นการกลับมารวมตัวกันอีกครั้งของ Blackpink หลังจากที่หาย ๆ กันไประยะหนึ่ง และอาจจะเป็นสัญญาณที่บอกว่า Blackpink อาจจะคัมแบ็คในไม่ช้านี้! เพราะว่าก็มีข่าวลือมาสักพักว่าทั้ง 4 จะกลับมาปล่อยเพลงใหม่ครั้งแรกในรอบกว่าปีครึ่ง

Rolling Stone

สำหรับการขึ้นปกครั้งนี้ของ BLACKPINK ทำให้พวกเธอเป็นวงเกิร์ลกรุ๊ปจากเอเชียวงแรกที่ได้รับเกียรตินี้ และเป็นวงที่ 3 ที่เป็นวงหญิงล้วนต่อจาก Spice Girls (ปี 1997) และ Destiny’s Child (ปี 2001) ที่ได้ขึ้นปกนิตยสาร Rolling Stone

Adidas Originals x Marimekko ผสมผสานศิลปะลาย

0

Adidas Originals x Marimekko ผสมผสานศิลปะลาย

Cr. Photo : Adidas x Marimekko

ค้นพบศิลปะแห่งการเล่นสนุกได้อีกครั้งกับ Adidas Originals x Marimekko สองไอคอนกลับมารวมตัวกันเพื่อสร้างสรรค์คอลเลกชันชุดที่ 3 ที่มีสีสันแบบกล้องสลับลาย พร้อมสอดประสานเทคโนโลยีด้านกีฬาและลายพิมพ์สุดโดดเด่นเข้าด้วยกันอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ลองจินตนาการถึงโลกแห่งเสรีและสีสัน ที่ความคิดสร้างสรรค์สามารถเบ่งบานได้ แล้วคุณจะพบกับความสุขในช่วงเวลาระหว่างการเคลื่อนไหว

คอลเลกชันของการนำลายพิมพ์อันเป็นเอกลักษณ์ของ MARIMEKKO มาพิมพ์ลงบนสปอร์ตแวร์ดีไซน์โฉบเฉี่ยวของ Adidas ถ่ายทอดความสุขของการออกค้นหาสิ่งใหม่ อันเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เกิดการยกระดับ ทั้งในวงการกีฬา ศิลปะ และการใช้ชีวิต ในแบบ Daily ของพวกเรา

Cr. Photo : Adidas x Marimekko

พบกับคอลเลกชันใหม่จาก Adidas x Marimekko ที่ร่วมกันถ่ายทอดความเบิกบานผ่านลายพิมพ์กราฟิกดอก “Unikko” ผสมผสานกับโลโก้ Marimekko อันเป็นเอกลักษณ์ที่ใช้มาตั้งเเต่ยุค 60s โดยในคอลเลกชั่นนี้จะประกอบไปด้วยโมเดลที่น่าสนใจทั้ง Ultraboost 22, SN1997, Ultraboost 5.0 รวมถึง Cap เเละกระเป๋า Backpack ขนาดกำลังพอดี

Cr. Photo : Adidas x Marimekko
Cr. Photo : Adidas x Marimekko

2 แบรนด์ดัง กับการโคจรมาพบกันของสองไอคอนผู้ขับเคลื่อนวงการแฟชั่นมาเป็นระยะเวลากว่า 7 ทศวรรษในครั้งนี้ เป็นการรวมตัวของผู้หญิงที่เต็มไปด้วยความสามารถ ในการเฟ้นหาลวดลายเหนือกาลเวลาของ Marimekko ที่เหมาะสมกับคอลเลกชันประจำฤดูกาล Spring/Summer ของ Adidas โดยลายพิมพ์ได้รับเลือกคือ Laine โดย อันนิกา ริมาลา (Annika Rimala) ปี 1965 และลาย Räsymatto (แรสุห์มัตโตะ-rag rug) โดยไมยา โลวการี ปี 2009 เมื่อถักทอสองแพทเทิร์นซิกเนเจอร์ที่สดใสมีชีวิตชีวาเข้ากับเส้นใยที่เต็มไปด้วยสมรรถนะของ Adidas จึงเกิดเป็นไลน์เสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยพลังบวก และความขี้เล่นมีความสดใสที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน