Pixie or Bixie? สลัดลุคเดิมแล้วเริ่มตัดผมสั้น!

อยากตัดผมสั้น แต่พอจะเลือกทรงจริงๆ กลับลังเลทุกครั้งใช่ไหมคะ? หลายคนกลัวว่าตัดออกมาแล้วจะดูจำเจ แต่งตัวยาก หรือไม่เข้ากับลุคเดิม เนื่องจาก ช่วงนี้กระแสของ Pixie และ Bixie กำลังฮิตมากในกลุ่มแฟชั่นนิสต้า ซึ่งสองทรงนี้ไม่ใช่แค่การตัดสั้นธรรมดาเพื่อความสบายหัวเท่านั้น แต่คือกิมมิกสำคัญที่ช่วยเปลี่ยนลุคของสาวๆ ให้ดูคม ชิค และมีคาแรกเตอร์ชัดเจนขึ้นมากเลยค่ะ

การก้าวเข้าสู่วงการผมสั้นยุคนี้สนุกกว่าที่คิดค่ะ เพราะเราสามารถดีไซน์ระดับความสั้น ดีเทลการสไลด์เลเยอร์ และเท็กซ์เจอร์ให้เข้ากับรูปหน้า สภาพเส้นผม รวมถึงสไตล์ของตัวเองได้อย่างไร้ขีดจำกัด สำหรับใครที่กำลังมองหาไอเดียใหม่ๆ วันนี้เราจะพาทุกคนไปเจาะลึกมู้ดของทั้งสองทรงนี้ พร้อมไอเดียแมตช์เสื้อผ้าในชีวิตประจำวันแบบฉบับโมเดิร์นที่เห็นแล้วอยากจองคิวช่างทันทีค่ะ

 

Pixie vs Bixie เลือกเวย์ที่ใช่ในสไตล์ที่เป็นคุณ

Pixie vs Bixie ต่างกันอย่างไร? เลือกผมสั้นให้เข้ากับสไตล์

ก่อนจะยื่นเรฟให้ช่างทำผม มาเช็กมู้ดของทั้งสองทรงนี้กันก่อนค่ะว่า แบบไหนตรงกับไลฟ์สไตล์ เทสต์การแต่งตัว และโครงหน้าของคุณที่สุด เพื่อให้ตัดออกมาแล้วมั่นใจตั้งแต่วันแรกค่ะ

 

Pixie Cut (เท่ มั่นใจ มีสไตล์ขั้นสุด)

เริ่มที่ทรงคลาสสิกอย่าง Pixie Cut ทรงผมสั้นกุดที่เน้นการตัดเปิดช่วงใบหู ด้านหลังทุยรับกับท้ายทอยพอดี โดยจะเหลือความยาวด้านบนไว้จัดทรงเล็กน้อย ทรงนี้คือตัวแทนของความมั่นใจและความคล่องตัวที่แท้จริงค่ะ หลายคนคิดว่าตัดพิกซี่แล้วจะแต่งตัวยากหรือดูแมนเกินไป แต่จริงๆ ทรงนี้ช่วยเสริมเสน่ห์และขับเน้นโครงสร้างใบหน้าให้ดูเรียวและเก๋ขึ้น ยิ่งวันไหนแต่งตัวเรียบๆ อย่างเสื้อยืดสีพื้นคู่กับกางเกงยีนส์ หรือสวมเบลเซอร์คัตติ้งเนี้ยบๆ ทรงผมนี้จะทำหน้าที่เป็นไอเทมหลักที่คอมพลีตลุคให้ดูแฟชั่นขึ้นมาทันทีแบบไม่ต้องพยายามเยอะเลยค่ะ

Bixie Cut (ชิค ละมุนปนซน ลงตัวที่สุด)

สำหรับใครที่ใจยังไม่กล้าพอจะสั้นกุดแบบพิกซี่ บิกซี่คัท (Bixie Cut) คือคำตอบค่ะ ทรงนี้คือลูกผสมระหว่างทรงบ็อบ (Bob) และพิกซี่ (Pixie) ออกมาเป็นความสั้นที่อยู่กึ่งกลาง คือมีความสั้นและซอยไล่ระดับแบบพิกซี่ แต่ยังคงเหลือความยาวและความหนาด้านข้างแถมมีวอลุ่มพลิ้วไหวคล้ายทรงบ็อบ ยิ่งไปกว่านั้น ทรงบิกซี่ยังให้มู้ดที่ซอฟต์กว่า มีความหวานปนซน มีกลิ่นอายวินเทจนิดๆ และเล่นกับเท็กซ์เจอร์ผมได้หลากหลาย เหมาะมากสำหรับสายแฟชั่นที่ชอบเปลี่ยนสไตล์แต่งตัวบ่อยๆ เพราะวันไหนอยากหวาน ทรงนี้ก็เข้ากับเดรสยาวได้อย่างละมุน หรือวันไหนอยากสตรีท ทรงนี้ก็เท่ได้ใจสุดๆ ค่ะ

 

5 ไอเดียสไตลิ่งและมิกซ์แอนด์แมตช์ เปลี่ยนลุคธรรมดาให้ชิคกว่าเดิม

เมื่อรู้ความต่างของทั้งสองทรงแล้ว ถัดมาคือเทคนิคการหยิบสไตล์ผมเหล่านี้มาแมตช์กับแฟชั่นในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ทรงผมสั้นทำงานได้อย่างสนุกที่สุดในทุกวันค่ะ

1. The Soft Casual (สวยละมุน ใส่ง่าย แมตช์สนุกได้ทุกวัน)

สไตล์นี้เหมาะสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มตัดผมสั้นค่ะ โดยเน้นฟอร์มของทรง Bixie ที่ปล่อยให้ปลายผมมีความยาวระดับเคลียแก้มและกรอบหน้า ตัวอย่างเช่น ในวันหยุดสบายๆ ที่อยากไปคาเฟ่ เทคนิคคือแค่เป่าโคนผมให้ยกตัวเล็กน้อยเพื่อเพิ่มวอลุ่ม แล้วปล่อยให้เท็กซ์เจอร์ดูเป็นธรรมชาติแบบไม่ต้องตั้งใจเซ็ต ลุคนี้จะได้ฟีลสาวหวานซ่อนเปรี้ยว เข้ากันดีมากกับเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์ เสื้อไหมพรมเนื้อบาง หรือเดรสลายดอกไม้พริ้วๆ ทำให้การแต่งตัวธรรมดาดูมีอะไรขึ้นมาทันที

2. French Vibe (ชิคและเก๋ สไตล์สาวปารีเซียง)

ถ้าคิดว่าผมสั้นแบบทั่วไปยังจี๊ดไม่พอ ลองเพิ่มกิมมิกด้วยการตัดคู่กับหน้าม้าดูค่ะ ไม่ว่าจะเป็นหน้าม้าซีทรูบางๆ หรือหน้าม้าเหนือคิ้วสไตล์ French Bixie สรุปคือ ลุคนี้จะช่วยปรับมู้ดให้ภาพรวมดูชิค มีกลิ่นอายแฟชั่น และดึงสายตาไปที่ช่วงกรอบหน้าได้ดีมาก วันไหนแต่งตัวง่ายๆ สไตล์มินิมอล แค่หยิบเสื้อยืดสีขาว กางเกงขากระบอก แล้วทาลิปสติกสีแดงเนื้อแมตช์ตัวเดียวคู่กับผมทรงนี้ บอกเลยว่าดูเก๋ มีเทสต์ และดูเป็นคนที่แต่งตัวเป็นแน่นอนค่ะ

3. Textured & Messy (เซอร์แบบมีสไตล์ เท่แบบไม่ต้องพยายาม)

เอาใจสายสตรีทแวร์และสาวๆ ที่ชอบความทะมัดทะแมง คล่องตัว ด้วยการเซ็ตทรง Pixie หรือ Bixie ให้ดูยุ่งนิดๆ (Messy Look) สไตล์นี้ไม่ต้องพึ่งความเเนี้ยบตรงเป๊ะ แต่เน้นสร้างเท็กซ์เจอร์ให้ผมดูมีมิติ ทริกง่ายๆ คือใช้แว็กซ์เนื้อแมตช์หรือออยล์แตะที่ปลายนิ้วเบาๆ แล้วขยำปลายผมทีละช่อ เพื่อเน้นให้เห็นรอยซอยเลเยอร์ที่ชัดเจน ลุคนี้จะให้ฟีลเท่และลุยงานได้อย่างคล่องตัว แนะนำแมตช์คู่กับต่างหูห่วงสีทอง เสื้อยืดลายพริ้นต์ และกางเกงยีนส์ขาม้า รับรองคาแรกเตอร์ชัดจนต้องเหลียวมอง

4. Sleek & Glam (เรียบเก๋ คมกริบ พร้อมออกงาน)

ในทางกลับกัน วันไหนที่มีนัดสำคัญ มีประชุมใหญ่ หรือต้องแต่งตัวไปปาร์ตี้กลางคืนที่ต้องการความโปรเฟสชันนอล ผมสั้นทั้งสองทรงนี้ปรับเปลี่ยนมู้ดให้กลายเป็นสาวเรียบหรูได้ในพริบตาค่ะ ด้วยเทคนิคการหวีปัดข้างทับใบหู (Side-Swept) แล้วใช้เจลหรือสเปรย์เซ็ตให้อยู่ทรงเรียบกริบแบบ Wet Look หรือ Sleek Look การเซ็ตแบบนี้จะช่วยเปิดโชว์โครงหน้าและช่วงไหล่ให้ดูสมาร์ตมาก เหมาะที่สุดกับการสวมชุดเพลย์สูทคัตติ้งคมๆ หรือเดรสซาตินสายเดี่ยวสีเข้ม โชว์ผิวและต่างหูคู่โปรดได้อย่างโดดเด่นค่ะ

5. Curly & Volumed (ปลุกพลังความยูนีค สำหรับสาวผมหยักศก)

ข้อดีอีกอย่างของทรง Pixie และ Bixie คือเปิดโอกาสให้สาวผมหยักศกหรือผมหยิกธรรมชาติได้มั่นใจขึ้นค่ะ เนื่องจาก ลอนผมธรรมชาติจะช่วยทำหน้าที่สร้างวอลุ่มและความพองหนาให้ทรงผมโดยอัตโนมัติ ทำให้ผมไม่ดูลีบแบน แนะนำว่าแทนที่จะต้องตื่นมาหนีบผมตรงทุกเช้า ลองปล่อยให้ลอนผมจริงทำงานร่วมกับเลเยอร์ที่ช่างซอยไว้ดูค่ะ แค่ใช้ครีมจับลอนชโลมตอนผมหมาดแล้วปล่อยให้แห้งเอง คุณจะได้ลุค Curly Pixie ที่มีความยูนีค มีเสน่ห์ และไม่ซ้ำใครแน่นอน

แนะนำก่อนเดินเข้าร้านทำผมจริง

สรุปง่ายๆ สำหรับคนที่กำลังลังเลใจนะคะ หากอยากเริ่มจากทรงที่ปรับตัวง่าย ค่อยเป็นค่อยไป และยังอยากสนุกกับการเซ็ตผมได้หลากหลายเวย์ แนะนำให้เลือก Bixie ก่อนเลยค่ะ แต่ถ้าใจพร้อมแล้ว อยากได้ลุคที่เปลี่ยนแบบพลิกโฉม ดึงหน้าตาให้ดูคมชัด โปรเฟสชันนอลขั้นสุด Pixie คือคำตอบที่ใช่ที่สุด

อย่างไรก็ตาม ก่อนเข้าร้านทำผม สิ่งสำคัญคือการเตรียมรูปเรฟอย่างน้อย 3-5 รูป ที่มีมุมหน้า ตรง ข้าง และหลังชัดเจน เพื่อคุยกับช่างหน้างานค่ะ เพราะช่างจะช่วยปรับระดับความสั้น การสไลด์เลเยอร์ และจอนผมให้เข้ากับรูปหน้า ความหนา และข้อจำกัดของเส้นผมจริงของคุณได้ดีที่สุด ซึ่งจะช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาตัดออกมาแล้วไม่เข้ากับตัวเองได้เยอะเลยค่ะ

ไม่ว่าคุณจะเลือกเวย์ Pixie หรือ Bixie ก็ไม่มีกฎเหล็กตายตัวในโลกแฟชั่นค่ะ เพราะผมสั้นคู่ที่ดีที่สุดคือทรงที่อยู่บนหัวเราแล้วทำให้รู้สึกมั่นใจ กล้าที่จะแต่งตัว และสนุกกับการใช้ชีวิตในทุกวัน ยิ่งถ้าเราสนุกกับการมิกซ์แอนด์แมตช์เสื้อผ้าและเครื่องประดับด้วยนะ ผมสั้นนี่แหละค่ะที่จะทำหน้าที่เป็นไอเทมลับสุดชิคที่ช่วยเปลี่ยนฟีลให้ทุกลุคดูดีและมีสไตล์ขึ้นมาทันที ใครเล็งทรงไหนไว้ อย่ามัวแต่ลังเลจนหมดสนุกนะคะ รีบเซฟเรฟแล้วพุ่งไปหาช่างคู่ใจกันเลยค่ะแก!

 


รวม 8 ลิปออยปากฉ่ำ ตั้งแต่หลักร้อยถึงเคาน์เตอร์แบรนด์ ทาเดี่ยวก็สวย ทาทับลิปก็รอด

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

■ เปิดลายแทง “5 ร้านมิชลินไกด์” มู้ดดีสำหรับออกเดท เซฟพิกัดและเบอร์โทรจองไว้เลย

■ รีวิว SIWILAI RADICAL CLUB จากไนต์คลับสู่คาเฟ่โหมดกลางวัน ส่องพิกัดใหม่ไม่ควรพลาด – ย่านทองหล่อ

Parichat
Parichat
ถ้าเขียนแล้วชอบ ก็แปลว่าใช่ -

Related Post