Home Blog Page 888

มัดรวม 5 คาเฟ่ อยุธยา คัดมาแล้วว่า “แก๋วสุด”

แจกพิกัด คาเฟ่ เท่ ๆ ในเมือง พระนครศรีอยุธยา ค่า มัดรวมมาให้ทั้งหมด 5 คาเฟ่ อยุธยา ที่คัดมาแล้วว่า “แก๋วสุด” ถ้าไม่อยากพลาดก็ตามไปเช็คอินกันได้เลยค่า บอกเลยว่าไม่มีผิดหวัง มีที่ไหนบ้างมาดูกันเลย

1. อยุธยารีทรีต คาเฟ่

คาเฟ่ที่เติมเต็มความเป็น พระนครศรีอยุธยาได้เป็นอย่างดี ใครอยากไปนั่งคาเฟ่ที่ได้ความเป็นเมืองเก่า เราแนะนำที่นี่เลยค่ะ นอกจากบรรยากาศที่มีความเป้นไทย ๆ แล้ว เมนูเครื่องดื่มและเบเกอรีก็ยังเพิ่มความไทย และความเป็นอยุธยาได้ดีมาก อย่าเมนูเครื่องดื่มที่มีสายไหมเป้นส่วนผสมที่ช่วยเพิ่มรสชาติหวานหอมแล้ว ยังมี เค้กมะพร้าว ที่เป็น signature ของที่นี่ หอมหวานร่อย ได้ฟิลอยุธยาทั้งบรรยากาศคาเฟ่ และเครื่องดื่ม เบเกอรี บอกเลยว่าที่นี่เหมาะมาก ๆ เลยค่ะ หรือจะใส่ชุดไทยสวย ๆ ไปถ่ายรูปด้วยก็เก๋ไปอีกแบบนะ

อยุธยารีทรีต คาเฟ่
ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13000
พิกัด: Google Map มีที่จดอรถ
เปิดทุกวัน เวลา 09.30 – 18.00 น.
ระดับราคา: ฿฿
เบอร์ติดต่อ: 0938865968
Facebook: https://www.facebook.com/ayutthayaretreat/

ดูรีวิวเต็ม> อยุธยารีทรีต คลิกเลย

2. พระนครแซ่บ คาเฟ่

แน่นอนว่า พระนครแซ่บ คาเฟ่ ถือเป็นอีกคาเฟ่ที่ดังมากในอยุธยา เนื่องจากที่นี่มีการตกแต่งคาเฟ่ได้แตกต่างจากหลาย ๆ ที่ด้วยสไตล์ที่มีกลิ่นอายความเป็นตุรกี มีชุดบริการให้ใส่ถ่ายรูปด้วยนะคะ มองแทบไม่ออกเลยว่านี่อยู่ไทย หรืออยู่ตุรกี รวมไปถึงเครื่องดื่มกาแฟก็มีเมนูกาแฟตุรกีให้เลือกสั่งด้วย แหม ถือว่าจัดเต็มกันเลยทีเดียวค่ะ แบบนี้จะพลาดได้เหรอ ต้องไปลองกันแล้ว

พระนครแซ่บ คาเฟ่
42 85 ตำบลวัดตูม อำเภอ พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13000
พิกัด: Google Map มีที่จอดรถ
เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 18.00 น.
ระดับราคา: ฿฿
เบอร์ติดต่อ: 0929946111
Facebook: https://www.facebook.com/Pranakornzabayutthaya

3. Baan Pomphet บ้านป้อมเพชร

คาเฟ่ บ้านป้อมเพชร เป็นคาเฟ่ที่อยู่ติดริมน้ำ ได้บรรยากาศความเป็นอยุธยา ความเป็นเมืองโบราณ ด้วยการตกแต่งร้านให้เสมือนว่ามีโบราณสถานอยู่ในคาเฟ่แห่งนี้ มีการตกแต่งจุดถ่ายรูปด้วยผนังอิฐโทนสีส้ม ถ่ายรูปออกมาแล้วสวยงามมาก นอกจากนี้ยังมีโซนนั่งที่ติดริมน้ำ ทำให้เป็นคาเฟ่ที่บรรยากาศค่อนข้างดีเลยทีเดียวค่ะ เราว่าเป็นอีกคาเฟ่นึงที่ควรแวะไปเช็คอินนะ

บ้านป้อมเพชร
13/5 ถ. อู่ทอง ตำบล ประตูชัย อำเภอ พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13000
พิกัด: Google Map มีที่จอดรถ
เปิดทุกวัน เวลา 10.30 – 20.30 น.
ระดับราคา: ฿฿
เบอร์ติดต่อ: 035242242
Facebook: https://www.facebook.com/baanpomphet

4. ในคลองคาเฟ่ Nai Klong Cafe

ในคลองคาเฟ่ คาเฟ่นี้ก็ตามชื่อเลยค่ะ บรรยากาศแบบติดริมคลอง ทำให้เวลานั่งแล้วได้บรรยากาศดีมาก เหมือนนั่งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่งดงาม สไตล์ไทย ๆ ได้บรรยากาศความเป็นอยุธยาสุด ๆ แถมที่นี่ยังมีเมนูเครื่องดื่ม และขนมหวานที่เป็นเอกลักษณ์ของอยุธยาด้วยค่ะ ใครอยากไปนั่งคาเฟ่ที่บรรยากาศดี ติดริมคลองแบบนี้ก็แนะนำเป็นที่นี่เลยค่า

ในคลองคาเฟ่ Nai Klong Cafe
ตำบลไผ่ลิง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13000
พิกัด: Google Map มีที่จอดรถ
เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 15.00 น.
ระดับราคา: ฿฿
เบอร์ติดต่อ: 0846650864
Facebook: ในคลองคาเฟ่-NAI-KLONG-CAFE

5. PRANG VIEW

สำหรับคาเฟ่พระปรางค์วิว โทนขาวคลีน สไตล์มินิมอล ที่นี่จะอยู่ใกล้กับวัดราชบูรณะ และมีพระปรางค์ที่สามารถเห็นได้จากที่ร้านเลย เป็นที่มาของชื่อร้าน และที่นี่ยังมีเมนู กาแฟสายไหม ขนมขึ้นชื่อเมืองอยุธยาด้วยนะคะ รวมไปถึงบิงซูสายไหมเห็นแล้วหน้าตาน่าทานสุด ๆ เลย ถือว่าดึงเอกลักษณ์ความเป็นอยุธยาออกมาทำเป็นเมนูได้ดีมาก ๆ แถมวิวดีด้วย มองเห็นโบราณสถานของเมืองอยุธยาขนาดนี้ ไม่มาได้เหรอ

PRANG VIEW
22 ประตูชัย 13 ถนนนเรศวร ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13000
พิกัด: Google Map มีที่จอดรถ
เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 20.00 น.
ระดับราคา: ฿฿
เบอร์ติดต่อ: 0898010138
Facebook: https://www.facebook.com/Prangviewcafe

ทั้ง 5 คาเฟ่ อยุธยา นี้บอกเลยเราคัดสรรมาให้แล้วว่า ถ้าไปไม่มีผิดหวังแน่นอนค่ะ ไม่ต้องเสียเวลาขับรถตามหาให่เหนื่อย อ่านบทความเราแล้วตามไปเช็คอินกันได้เลย ที่สำคัญหากใครอยากแวะไปสักการะ ไหว้พระ ชมโบราณสถานสวย ๆ สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ด้านล่างนี้เลยค่า ส่วนใครที่กำลังตามหาที่เที่ยว ที่พัก ร้านอาหารเด็ดดัง สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ Inzpy Travel ได้เลยค่า

โบราณสถาน ใน อยุธยา มีที่ไหนน่าไปถ่ายรูป เช็คอินบ้าง คลิกเลย

เพิ่มเพื่อนไลน์ เพื่อติดตามข่าวสาร ของ Inzpy
Line ID @Inzpy https://lin.ee/q9fQfshเพิ่มเพื่อน

Astron GPS Solar ประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนของ SEIKO มาพร้อมกับรูปทรงใหม่

Astron GPS Solar ประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนของ SEIKO มาพร้อมกับรูปทรงใหม่

Cr. Photo : SEIKO

Astron GPS Solar (แอสตรอน จีพีเอส โซล่า) ยังคงความเที่ยงตรงและเปี่ยมด้วยประโยชน์ใช้สอยที่ยังไม่มีนาฬิกาเรือนไหนสามารถทำได้ในฐานะนาฬิกาคู่ใจสำหรับการเดินทางข้ามเขตเวลา กลไก GPS ที่โดดเด่นไม่เหมือนใครและมีประสิทธิภาพในการทำงานระดับสูง ด้วยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว ตัวกลไกจะเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่าย GPS และทำการปรับเวลาให้สอดคล้องกับความเที่ยงตรงตามโซนเวลาที่นักเดินทางไปถึง ขณะที่ยังคงทำงานได้อย่างต่อเนื่องและยาวนานด้วยพลังงานที่ได้รับจากแสงเพียงอย่างเดียว ในช่วงตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยี GPS ของ Astron ได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการทำงานได้รับการยกระดับให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น ในกลไกรุ่นล่าสุดอย่าง คาลิเบอร์ 5X53 Dual-Time นอกจากจะมีความเที่ยงตรงในระดับสูงสุดแล้ว ยังมีประสิทธิภาพของการใช้พลังงาน และง่ายต่อการใช้งาน สำหรับผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกาที่มีความยอดเยี่ยมที่มาพร้อมเทคโนโลยีระดับสูง

และในวันนี้ Seiko ได้เพิ่มนาฬิกา รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับการออกแบบที่สวยงามและทันสมัยเช่นเดียวกับเทคโนโลยี GPS Solar ที่มีอยู่ในนาฬิกา ตัวเรือนได้รับการผลิตจากไทเทเนียมทั้งเรือนและมาพร้อมกับโครงสร้างของรูปทรงที่เน้นเหลี่ยมมุม ให้มีความสวยโดดเด่นทันสมัยผนวกกับการขัดแต่งอย่างประณีตบนตัวเรือน

Cr. Photo : SEIKO

นาฬิกาซีรีส์ใหม่นี้ประกอบด้วยนาฬิกา 2 รุ่นที่มาพร้อมกับหน้าปัดสีน้ำเงิน-เทา และรวมถึงนาฬิการุ่นผลิตจำนวนจำกัดที่มีหน้าปัดเป็นลายทางซึ่งโดดเด่นและไม่เหมือนใคร และจะเริ่มจำหน่ายผ่านทางบูติกและตัวแทนจำหน่ายของ Seiko ทั่วโลกที่ได้รับการคัดเลือกตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2022 ส่วนนาฬิการุ่นพิเศษที่ผลิตจำกัดจะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป

*ผู้สวมใส่จะต้องทำการเปลี่ยนด้วยตัวเองหากมีการเดินทางข้ามภูมิภาค เขตเวลา หรือ DST

ตัวเรือนไทเทเนียมที่มีความแข็งแกร่ง พร้อมขอบตัวเรือนที่ผลิตจากคริสตัลแซฟไฟร์

นาฬิกาซีรีส์ใหม่นี้ให้สัมผัสที่มีความร่วมสมัยด้วยการออกแบบที่เน้นเส้นสายที่ปราดเปรียว รูปทรงโดยรวมของตัวเรือนที่ดูเพรียวบาง ทำให้ตัวเรือนมีขนาดพอเหมาะ พร้อมการออกแบบที่เน้นสันคมซึ่งจะทำให้ทั้งตัวเรือน ขาสาย และสายมีความเชื่อมโยงและสอดรับกันอย่างต่อเนื่อง ตัวเรือนและสายผลิตจากไทเทเนียมที่ได้รับการเคลือบแข็ง (Hard-Coating) เพื่อให้มีความทนทานต่อการขีดข่วนได้ดีขึ้น โดดเด่นด้วยการเลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบาและตัวเรือนที่ถูกออกแบบให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำเมื่อวางตัวอยู่บนข้อมือ ทำให้เกิดความสะดวกสบายเวลาที่สวมใส่ ขอบตัวเรือนผลิตจากกระจกแซฟไฟร์ และได้รับการออกแบบให้มีความแคบลงเพื่อช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถกวาดสายตาไปยังหน้าปัดได้ดีขึ้น อีกทั้งยังมีส่วนที่ทำให้ตัวนาฬิกาดูเป็นประกายและช่วยเติมเต็มให้นาฬิกาเรือนนี้มีความโดดเด่นมากขึ้น

Cr. Photo : SEIKO

หลักชั่วโมงถูกจัดวางอย่างลงตัวและอยู่เหนือพื้นผิวของหน้าปัด โดยแต่ละหลักชั่วโมงถูกขัดแต่งบนเส้นสายที่มีความเฉียบคมอีกต่างหาก โดยทั้งหมดรวมถึงชุดเข็มชั่วโมงและนาทีได้รับการเคลือบสารเรืองแสงลูมิไบร์ท (Lumibrite) ที่ช่วยยกระดับความสว่างในการมองเห็นแม้ว่าจะอยู่บนพื้นที่ซึ่งมีแสงน้อย กระจกเป็นแบบแซฟไฟร์ที่ได้รับการเคลือบสารกันการสะท้อนแสงเพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่าคุณจะสามารถอ่านค่าเวลาได้อย่างชัดเจนและสะดวกไม่ว่าจะมองจากมุมไหนของตัวนาฬิกา

Cr. Photo : SEIKO

นาฬิกาทั้ง 4 รุ่นได้รับการติดตั้งกลไกแบบ GPS Solar ที่มีความทันสมัยสูงสุดและบางเฉียบที่สุดของ Seiko นั่นก็คือ กลไกคาลิเบอร์ 5X53 Dual-Time เมื่อผู้สวมใส่ต้องการปรับเวลาให้เข้ากับเขตเวลาที่อยู่ สิ่งที่ต้องทำคือ แค่กดปุ่มเดียวบนตัวนาฬิกา จากนั้นชุดเข็มก็จะเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วกว่าที่เคยเป็นในกลไกรุ่นก่อนๆ เพื่อปรับเวลาให้สอดคล้องกับเขตเวลานั้นๆ และจะปรับเวลาโดยอัตโนมัติถ้าตอนนั้นมีการชดเชยเวลาในช่วงที่มีการใช้ช่วงเวลาออมแสง (Daylight Saving Time)** ซึ่งมาจากระบบที่ออกแบบให้เข็มแต่ละส่วนมีการเคลื่อนที่อย่างอิสระจากกัน นอกจากนั้น ผู้สวมใส่สามารถเปลี่ยนการแสดงเวลาหลักจากเมืองที่เดินทางจากมา (Home Time) มาเป็นเมืองที่เดินทางมาถึง (Local Time) หรือเปลี่ยนกลับในแบบเดียวกันได้อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น คาลิเบอร์ 5X53 ยังเชื่อมต่อกับเครือข่าย GPS ถึง 2 ครั้งต่อวันเพื่อรักษาความเที่ยงตรงของเวลาให้อยู่ในระดับสูงสุดไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของโลก***

**ถ้าการปรับเปลี่ยนเวลาเสร็จสมบูรณ์ นาฬิกาจะแสดงเวลาของเมืองที่เดินทางมาถึงพร้อมกับการชดเชยช่วงเวลาออมแสง หรือ DST (ยกเว้นในกรณีที่มีผู้สวมใส่ปรับเวลาใหม่ด้วยตัวเองโดยไม่ผ่านระบบ GPS)

***เมื่อหน้าปัดตรวจจับว่าอยู่ท่ามกลางแสงแดด นาฬิกาจะเชื่อมต่อกับเครือข่ายดาวเทียมในระบบ GPS และปรับเวลาที่ถูกต้องโดยอัตโนมัติ ถ้านาฬิกาไม่ได้สัมผัสกับแสงแดด ตัวนาฬิกาจะจำค่าเวลาครั้งล่าสุดที่ถูกปรับโดยผู้สวมใส่เอาไว้ และในวลาเดียวกันก็พยายามที่จะรับสัญญาณ GPS อีกครั้ง

นาฬิการุ่นผลิตจำนวนจำกัดแบ่งปันรูปลักษณ์การออกแบบที่เหมือนกันกับอีกรุ่น แตกต่างกันที่หน้าปัดประดับลายแถบแนวนอนเฉดสีเทา ขอบตัวเรือนคริสตัลแซฟไฟร์ในเฉดสีเทาเข้ม แสดงเขตเวลา UTC อย่างเด่นชัด

Cr. Photo : SEIKO

กลไกคาลิเบอร์ 5X53
รักษาเวลาและปรับเปลี่ยนเวลาเมื่อมีการเปลี่ยนโซนเวลาด้วยสัญญาณ GPS
การแสดง 2 เขตเวลาพร้อมกับมาตรวัดบอกช่วงเวลากลางวันกลางคืน (AM/PM Indicator)
ระบบปฏิทินร้อยปี ปรับอัตโนมัติจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2100
การปรับชดเชยเวลาออมแสง หรือ DST โดยอัตโนมัติ
การปรับเปลี่ยนเวลาตามเขตโซนเวลาได้อย่างรวดเร็ว
ฟังก์ชั่นปรับเปลี่ยนเวลา
การแสดงผลของการรับสัญญาณ
ฟังก์ชั่นปรับเวลาตามเขตเวลา (39 เขตเวลา)
ฟังก์ชั่นประหยัดพลังงาน
ความแม่นยำ: +/-15 วินาที ต่อเดือน (โดยไม่ได้รับสัญญาณ จีพีเอส และอยู่ในอุณหภูมิระหว่าง 5 องศาเซลเซียส กับ 35 องศาเซลเซียส)

รายละเอียดทางเทคนิค
ตัวเรือนไทเทเนียมและสายพร้อมเคลือบ ซูเปอร์-ฮาร์ด โค้ตติ้ง
บานพับแบบทบ 3 ชั้นพร้อมการปรับที่สะดวกและง่ายดาย โดยมาพร้อมปุ่มกดคลายล็อก
กระจกแบบ Sapphire พร้อมเคลือบสารกันการสะท้อนแสง
ขนาดตัวเรือน : 42.7 มิลลิเมตร และหนา 12.2 มิลลิเมตร
การกันน้ำ : 10 บาร์
การกันสนามแม่เหล็ก : 4,800 A/m

โรงแรม แนวอวกาศ ที่ Grand Centre Point Space Pattaya

หลังจากลูกพี่ อีลอน มัสก์ ได้เปิดภารกิจท่องเที่ยวทางอวกาศไปกับสเปซเอ็กซ์ (Space X) ก็มีมหาเศรษฐี เข้าไปจับจองกันเพื่อขึ้นไปพักบนสถานีอวกาศนานาชาติ ที่ราคา 55 ล้านเหรียญ หรือ 1,800 ล้านบาท (ร่วมค่าอาหาร และที่พัก) วันนี้อินสไปร์ขอแนะนำโรงแรมเปิดใหม่ แนวอวกาศสุดล้ำ ที่จ่ายเพียงห้องละ 5,000 บาท (ช่วงเปิดตัว) ก็เที่ยวกับครอบครัวได้แล้ว ที่ แกรนด์ Grand Center Point Space Pattaya

Grand Centre Point Space

แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา พร้อมเปิดให้บริการ 1 สิงหาคม 2565 เป็นโรงแรมเปิดใหม่ที่นำเอาการท่องเที่ยวสู่อวกาศ เป็นต้นแบบ ตั้งแต่ดีไซน์ตัวอาคารที่มาจากกระสวยอวกาศ ให้บริการห้องพักที่ตกแต่งเหมือนพักบนยานอวกาศพร้อมแสงออโรร่าและดวงดาวที่เป็นซิกเนเจอร์ของโรงแรม จำนวน 490 ห้อง ขนาดเริ่มต้น 45 ถึง 133 ตารางเมตร พร้อมระเบียงส่วนตัวรับวิวทะเลพัทยาทุกห้องพัก รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

ภายในห้องพักจะตกแต่งด้วยไฟเหมือนกลุ่มดาว และแสงออโรร่าเพื่อสร้างความผ่อนคลายให้กับห้องพัก โดยมีห้องอยู่ 6 ชนิด คือ สเปซ ดีลักซ์, สเปซ พรีเมี่ยม, สเปซ คอนเนอร์ ที่มีขนาดห้อง 45 ตารางเมตร ส่วน สเปซ คอนเนค มีขนาดห้อง 90 ตารางเมตร สเปซ สวีท ขนาดห้อง 88 ตารางเมตร และ สเปซ สวีท คอนเนค จะอยู่ที่ 133 ตารางเมตร เป็นห้องใหญ่ที่สุด

ที่พลาดไม่ได้สำหรับสวนน้ำแนวผจญภัยภายขนาดถึง 11,500 ตารางเมตร ที่เป็นเหมือนป่าในอวกาศ ดูคล้ายกับเรื่องหนังอวตารเลยทีเดียว และอีกโซนที่สร้างให้เป็นทะเลเทียม แต่เห็นปีกเครื่องบินคล้ายกับเรื่องสตาร์วอร์ ส่วนอีกสระที่น่าสนใจมากคือ Sky Pool ที่สามารมองเห็นวิวทิวทัศน์ของอ่าวพัทยาได้ 180 องศา และมี “พร๊อพ” เหมือนประตูข้ามมิติไว้ให้ถ่ายรูป ดูล้ำสมัยไปเลย

สำหรับ Kid’s Club และ Entertainment Zone ก็มีขนาดใหญ่โตมาก เรียกว่าน้อง ๆ หนู ๆ อยู่ได้ทั้งวันไม่ต้องไปไหน รวบรวมอยู่ในตึกทรงกระสวยอวกาศ โดยใช้ชื่อ Astro Club และมีมาสคอต เป็นรูปหุ่นยนต์ ส่วนเกมรูมมีมากมายหลากหลายชนิด ในบรรยากาศ ล่องลอยอยู่ในอวกาศกันไปเลย

ส่วนห้องอาหารเช้าที่มีชื่อว่า Sola | Luna  กับ มีความเรียบหรู ดูอวกาศกันไป เป็นร้านอาหารชั้นบนสุดของโรงแรม ให้มองเห็นได้ทั้งอ่าวพัทยาในมุมมองกว้าง เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำสำหรับมื้ออาหารกันไป และยังมีห้องอาหารอีกอย่าง Orbit Restaurant หรือ Space Bar Beach หรือห้องประชุม ห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ และอีกหลากหลายโซนให้มาสัมผัสกัน

Grand Centre Point Space

ทางโรงแรม Grand Centre Point Space Pattaya มีความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ให้มาขึ้นยานอวกาศไปด้วยกัน สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

แกรนด์ เซนเตอร์ พ้อยต์ สเปซ พัทยา (Grand Centre Point Space Pattaya)
888 เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง ชลบุรี 20150
พิกัด: Google Map มีที่จดอรถ
เบอร์ติดต่อ: 0332688888
Facebook: https://www.facebook.com/gcpspacepattaya
Website: https://spacepattaya.com/dining/space-beach-bar

มามิกซ์แอนด์แมทช์เป็นสาว Classy ด้วยการหยิบชุดสีเบจมาใส่กันดีกว่า

0

มามิกซ์แอนด์แมทช์เป็นสาว Classy ด้วยการหยิบชุดสีเบจมาใส่กันดีกว่า

มามิกซ์แอนด์แมทช์เป็นสาว Classy

มามิกซ์แอนด์แมทช์เป็นสาว Classy Style ด้วยการหยิบชุดสีเบจมาใส่กัน !! เรามั่นใจว่า ‘สีเบจ’ จัดเป็น Favorite Color ของใครหลายคนเลยใช่มุ้ยยยยยยยยย เป็นสีที่บ่งบอกถึงความเรียบง่าย โทนสีละมุน ซึ่งมีหลายเฉดด้วยกัน ตามโทนสีของ Pantone

แม้ว่าช่วงซัมเมอร์แบบนี้จะเป็นเวลาแห่งสีสัน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าแฟชั่นคลาสสิกในโทนสีเพลน ๆ ก็ยังเป็นอะไรที่ไม่มีวันตาย หยิบมาใส่ได้ในทุกโอกาส “สีเบจ” หนึ่งโทนสีที่เลือกมาแมทช์ได้ง่าย รวมไปถึงยังดู classy มีรสนิยม เป็นอีกหนึ่งโทนสีสุภาพที่เรานึกถึง สีเบจ สีออกครีม ๆ หม่น ๆ ออกไปโทนน้ำตาล ให้ความรู้สึกอบอุ่น นุ่มนวล มีความคลาสสิก เรียบง่ายสบายตา จึงกลายเป็นสีที่ชาวมินิมอลหลงรัก แถมยังนำมาแมทช์เป็นลุคหรูดูแพงได้ด้วย ไหนใครมีใจรักในโทนสีแบบสไตล์เอิร์ธโทน (Earth tone) ต้องมาทางนี้เลยนะคะ เพราะ Inzpy จะชวนทุกคนมามิกซ์แอนด์แมทช์เป็นสาว Classy ด้วยชุดสีเบจกันนนน !

  • BLAZER LOOKS

มามิกซ์แอนด์แมทช์เป็นสาว Classy

ไอเทมที่ Girl Boss ไม่ควรพลาดเลยนะคะ นอกจากจะใส่บ่อยใส่ได้ทุกโอกาสแล้ว ยังแมทช์ได้หลายลุคด้วยนะ แมทช์แล้วได้ลุคเจ๋ง ๆ ไม่ซ้ำกันในแต่ละวันเลย ไม่ว่าจะใส่ไปหาลูกค้า หรือมาออฟฟิศชิล ๆ ไอเทมนี้คือเอาอยู่ รับรองว่าหยิบเบลเซอร์สีเบจมาใส่แล้วจะทำให้คุณได้ลุคที่สวยหรูดูแพงแน่นอนค่า

  • CLASSY DRESS

มามิกซ์แอนด์แมทช์เป็นสาว Classy

หากคุณกำลังมองหาลุคสาวไฮคลาส แนะนำชุดเดรสสีเบจก็เป็นตัวเลือกที่ดีเหมือนกันนะคะ ให้ลุคที่เรียบง่าย สุภาพ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความละมุน อ่อนหวาน ยิ่งถ้าเป็นเดรสก็ยิ่งมิกซ์แอนด์แมทช์ได้ง่าย ออกจากบ้านดูดีแบบหัวจรดเท้ากันไปเลย

  • SMART SHIRT

มามิกซ์แอนด์แมทช์เป็นสาว Classy

สาว Working Woman จะต้องชอบจะต้องหลงรัก กับการนำเสื้อเชิ้ตมามิกซ์แอนด์แมทช์ เสื้อเชิ้ตเป็นชิ้นที่เราคิดว่าแมทช์ได้ง่าย ๆ เลย เหมาะกับลุคทางการ หรือจะใส่แบบชิล ๆ ให้ลุคเท่ ๆ และพอเมื่อมาเป็นสีเบจ สีเบจจะช่วยให้ดูละมุนขึ้นนะคะ

  • TROUSER

กางเกงขายาวทรงกระบอกสีเบจ เป็นหนึ่งในตัวเลือกก่อนเลย เพราะว่าสามารถหยิบออกมาแมทช์ได้ง่ายมาก ด้วยความเป็นสีเบสิคเข้าได้กับทุกชุดแล้ว ยังเป็นไอเทมที่สร้างสรรค์ให้ลุคของคุณดูเป็นสาว Classy ได้อีกด้วย สามารถเอามาแมทช์กับเบลเซอร์ หรือจะเป็นเสื้อเชิ้ต ก็เก๋สุด ๆ ไปเลยค่า

เป็นยังไงกันบ้างคะ ถูกอกถูกใจลุคไหนกันบ้างเอ่ย ? รีบพุ่งตัวไปหาไอเทมสีเบจมา Mix and Match กันให้ไวเลยค่า รับรองว่าไอเทมนี้จะทำให้คุณหลงรักจนหัวปักหัวปำ สร้างลุคสวยหรูให้สาว ๆ ได้อย่างแน่นอน 🙂

จับตา! พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้ารุกบริหารโครงการระดับ Luxury

จับตา ! พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้ารุกบริหารโครงการระดับ Luxury

จับตา

อีกหนึ่งการเคลื่อนไหวในวงการอสังหาริมทรัพย์ที่น่าจับตา เพราะล่าสุด บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด วางกลยุทธ์ PLUS EXTRAORDINARY LIVING”  เจาะกลุ่มโครงการระดับลักชัวรี ดูแลบริหารจัดการโครงการอย่างเหนือชั้น พร้อมส่งมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ ชูจุดเด่น 3 ด้าน ได้แก่ การดูแลรักษาโครงการให้คงมูลค่า (Timeless Property) การออกแบบบริการเฉพาะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ (Customised Service) และสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่แตกต่าง (Extraordinary Experience)

จับตา

ด้าน คุณสุวรรณี มหณรงค์ชัย รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนากลยุทธ์และบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “จากแผนธุรกิจที่ตั้งเป้ารายได้ของการบริหารจัดการอาคารเติบโต 15% พร้อมบริหารอาคารกว่า  300  โครงการ  คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1,200 ล้านบาท โดยเน้นรุกตลาดกลุ่มโครงการลักชัวรี

แม้ว่าจะมีปัจจัยภายนอกเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแพร่ระบาดของโควิดโอมิครอนที่ส่งผลกระทบในด้านเศรษฐกิจ  แต่ในปีที่ผ่านมาพอร์ตงานบริหารโครงการกลุ่มลักชัวรีของบริษัทฯ ยังมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทางพลัสฯ จึงตั้งเป้าขยายการบริหารงานจัดการอาคารใน Segment Luxury และ Super Luxury  พร้อมกลยุทธ์ PLUS EXTRAORDINARY LIVING : ดูแลบริหารจัดการโครงการอย่างเหนือชั้น เพื่อส่งมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะคุณ” โดยโฟกัสที่จุดเด่น 3 ด้าน ได้แก่

จับตา

1. Timeless Property  การดูแลรักษาโครงการ และทรัพย์สินของโครงการ ให้คงมูลค่า คงความสวยงาม สามารถส่งต่อให้แก่คนรุ่นหลัง เช่น บ้านไข่มุกหัวหิน คอนโดมิเนียมโครงการแรกของแสนสิริมีอายุ 30 ปีแล้ว เป็นโครงการที่ได้รับการดูแลอย่างดี พิถีพิถันในการให้บริการ การเลือกวัสดุ รวมถึงการซ่อมแซมแม้ในจุดเล็ก อย่างการซ่อมแซมกระเบื้องโมเสกสีเหลืองมัสตาร์ด ก็ยังสั่งทำสีพิเศษเพื่อให้มีความใกล้เคียงของเดิมที่สุด ทำให้ราคาโครงการเพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่าตัว

หรือโครงการ KHUN by YOO ที่มีโคมไฟแชนเดอเลียร์ ซึ่งเป็นงานศิลปะการเป่าแก้วประณีตจากเมือง มูราโน่ ประเทศอิตาลีตกแต่ง จึงต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้เฉพาะทางในการดูแลงานศิลปะและทรัพย์สินมูลค่าสูงเหล่านี้

รวมถึงการตกแต่งอาคารด้วยหินอ่อนที่นำเข้าจากอิตาลี หลากหลายรูปแบบที่ต้องใช้เทคนิคเฉพาะในการดูแลที่แตกต่างกัน หรือ โครงการ The Monument Thonglor ที่มีต้นจามจุรีอยู่กับที่ดินเดิมมาเป็นเวลานานกว่า 50 ปี ที่พลัสฯ ใช้รุกขกรผู้เชี่ยวชาญในการดูแล ให้คงสภาพเดิมให้ได้มากที่สุด เพื่อมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของโครงการในระยะยาว

2. Customised Service การเข้าใจถึงแนวคิดโครงการ เข้าใจไลฟ์สไตล์ พฤติกรรม และความต้องการของผู้พักอาศัยที่มีความแตกต่างกัน จึงสามารถออกแบบบริการพิเศษ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดี เติมเต็มความสุขในการพักอาศัย ตัวอย่างบริการเฉพาะที่พลัสฯ ได้ออกแบบให้แก่กลุ่มลักชัวรี

อาทิ โครงการ KHUN by YOO คอนโดฯ ใจกลางทองหล่อ (ออกแบบโดย Philippe Starck  ดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลก) ซึ่งทางเราได้ออกแบบเมนูเครื่องดื่มเฉพาะอย่าง Nitro Cold Brew สำหรับให้บริการแก่ลูกบ้าน ซึ่งมีให้เลือกทั้งกาแฟ และชาไทย หรือโครงการ 98 Wireless และ คอนโด เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ

ออกแบบบริการพิเศษจากบัตเลอร์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน อาทิ  Navigator บัตเลอร์ผู้สามารถให้ข้อมูลสถานที่สำคัญ เช่น ร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง รวมไปถึงประสานงานติดต่อร้านค้า  Healthiologist  บัตเลอร์ผู้ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นด้านสุขภาพพร้อมให้คำแนะนำในการออกกำลังกายอย่างถูกต้อง

Mixologist  บัตเลอร์ผู้เชี่ยวชาญการดีไซน์เครื่องดื่มต่าง ๆ ให้เหมาะกับรูปแบบงานจัดเลี้ยง และอาหารแต่ละประเภท Romaceologist บัตเลอร์ผู้ให้บริการด้านการบำบัดร่างกายด้วยกลิ่น ตั้งแต่เลือกกลิ่นเฉพาะบุคคล หรือประสานงานการทำสปาใน facility ของโครงการ โดยให้บริการภายในโครงการ  เป็นต้น

จับตา

3. Extraordinary Experience การมอบบริการพิเศษเพื่อสร้างประสบการณ์ Surprise & Delight สำหรับลูกบ้าน นอกเหนือไปจากบริการทั่วไป เช่น  โครงการบ้านแสนสิริพัฒนาการ ที่มีบริการช่วยจัดการ Event พิเศษสำหรับลูกบ้าน โครงการ 98 Wireless ที่มีบริการส่งพัสดุถึงห้องพัก บริการรับอาหารจาก delivery จัดจานพร้อมเสิร์ฟในห้องประชุม Private Lounge

รวมถึงบริการเข้าซ่อมบำรุงอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในห้องพัก การจัดกิจกรรม Exclusive เช่น  Sunset Evening Cocktail Night, Movie Night พร้อมเป็น organizer จัดงานในโอกาสพิเศษต่าง ๆ

นอกจากนี้ ทางพลัสฯ ยังมี Luxury Vendor List ในทุกสาขา เพื่อบริการและอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้าน ทั้งบริษัท Catering ร้านดอกไม้ สปา Limousine จากพาร์ทเนอร์ชั้นนำที่พร้อมเข้าให้บริการได้ตลอด  และจับมือกับบริษัทนำเข้าไวน์ชั้นนำ จัด Executive Wine Tasting ให้กับลูกบ้าน

ซึ่ง “พลัสฯ ตั้งเป้ากวาดโครงการระดับลักชัวรีเข้าพอร์ต เพิ่ม 20%  หรือ คิดเป็นมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท  โดยมีสัดส่วนเป็นคอนโดมิเนียมอยู่ที่ 65% และบ้านเดี่ยว-ทาวน์เฮ้าส์ 35%  พร้อมมั่นใจถึงการบริหารจัดการกลุ่มนี้ด้วยความเชี่ยวชาญด้านบริการอสังหาริมทรัพย์มากกว่า 25 ปี  กับทีมงานคุณภาพมากประสบการณ์ในการดูแลผู้พักอาศัยแบบในระยะยาว

 

จับตา

อีกทั้งมีความเข้าใจงานบริหารอาคารครบทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น การดูแลบริหารจัดการการอยู่อาศัยร่วมกัน  ความพิถีพิถันใส่ใจทุกรายละเอียดของลูกค้า ความโปร่งใสในการบริหารงาน การเข้าใจ พรบ. กฎหมายอาคาร การบริหารจัดการซัพพลายเออร์ ซึ่งต้องมีการวางแผนงานดูแลอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้ พลัสฯ พร้อมส่งมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เป็นเอกสิทธิ์ Living for You ‘เฉพาะคุณ’ เท่านั้น”

สำหรับการดำเนินธุรกิจบริหารอาคาร ปัจจุบันพลัสฯ บริหารโครงการระดับลักชัวรี อาทิ  KHUN by YOO,  98 Wireless, บ้านแสนสิริพัฒนาการ, The River, Nivati Thonglor 23, Athenee Residence  และThe Bangkok Sathorn เป็นต้น

ในปี 2565 ยังคงเดินหน้ารับธุรกิจบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัย ครอบคลุมโครงการคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว และทาวน์โฮม สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถสอบถามบริการได้ทาง โทร. 02-688-7555  หรือคลิก www.plus.co.th/service/living-management

อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ) เพิ่มเพื่อน

บทความน่าสนใจ : คาราเพซ หัวหิน – เขาเต่า คอนโดฯ สำหรับพักผ่อน และสร้างผลตอบแทนระยะยาว

Cry me a river Exhibition by Crybaby Molly นิทรรศการใหม่ที่ 333Anywhere

0

Cry me a river by Crybaby Molly นิทรรศการใหม่ที่ 333Anywhere

Cry me a river Exhibition นิทรรศการที่จะชวนคุณมาร้องไห้ไปด้วยกัน กับผลงานของ Crybaby Molly (มอลลี่ – นิสา ศรีคำดี) ที่จะชวนทุกคนมาร้องไห้ไปพร้อม ๆ กับบรรยากาศสุดน่ารัก โดยงานจัดขึ้นที่ 333 Anywhere Gallery, Warehouse 30

Cry me a river Exhibition by Crybaby Molly
Credit Photo Facebook: 333Anywhere

เพราะบางครั้งคนเราก็ไม่จำเป็นต้องแสดงออกแค่ด้านที่มีความสุขให้คนอื่นเห็น การจะอ่อนแอบ้างหรือร้องไห้บ้างไม่ใช่เรื่องผิด เพราะการร้องไห้ไม่ได้หมายถึงเราอ่อนแอแต่เพียงต้องการระบายออกมาเท่านั้น

Cry me a river Exhibition by Crybaby Molly
Credit Photo Facebook: 333Anywhere

คุณมอลลี่เป็นศิลปินที่มีความหลงใหลในงานฝีมือและของเล่นมาโดยตลอด เธอมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำศิลปะในมุมเล็ก ๆ ของเธอเอง โดยเธอโตมากับในใจว่า ผู้คนรอบตัวเธอมักจะเปิดเผยแต่ด้านที่มีความสุขของตัวเองให้คนอื่นเห็น เธอรู้สึกว่าการแสดงความอ่อนแอและความอ่อนไหวเป็นสิ่งที่ควรยอมรับ เธอรู้สึกว่าการร้องไห้ช่วยบรรเทาจิตใจและสามารถเอาชนะความเศร้าโศกได้ ผสานกับเรื่องราวและประสบการณ์ที่ผ่านมาของเธอ จนเกิดเป็นแรงบันดาลใจของงานนี้

Crybaby
Credit Photo Facebook: 333Anywhere

คุณมอลลี่เป็นศิลปินนักทำของเล่นที่มีผลงานออกมาแล้วมากมาย ซึ่งนิทรรศการนี้เป็นการเล่าเรื่องราวผ่านตัวละครหลักสุดน่ารักอย่าง Crybaby หรือ Cryteddy ซึ่งเป็นเด็กแก้มยุ้ยในชุดหมี Teddy และ Crybunny ที่เป็นเด็กน้อยในชุดกระต่ายสุดน่ารัก และอีกหลากหลายคาแรตเตอร์ในอิริยาบถที่กำลังเบะปาก น้ำตาคลอ เตรียมที่จะปล่อยโฮได้ทุกเมื่อ

Cry me a river Exhibition by Crybaby Molly
Credit Photo Facebook: 333Anywhere

ซึ่งในนิทรรศการ เราจะได้เห็นเจ้า Crybaby ขนาดใหญ่ยักษ์ที่กำลังเบะปากน้ำตาคลอในหลากหลายสไตล์ ที่จะมาชวนให้ผู้เข้าชมนิทรรศการมาร้องไห้ไปด้วยกันในบรรยากาศที่โอบล้อมไปด้วยความเศร้าเคล้าความน่ารัก

Crybaby
Credit Photo Facebook: 333Anywhere

ใครที่ไม่อยากร้องไห้คนเดียว 333 Anywhere Gallery เปิดพื้นที่ที่ยินดีต้อนรับความเศร้าทุกรูปแบบ เอาทุกความเสียใจ ทุกความรู้สึกที่ท่วมท้น ทุกเรื่องราวที่อัดอั้นตันใจ มาทิ้งไว้ที่นี่ น้ำตาหยดเล็ก ๆ จะรวมกันเป็นแม่น้ำใหญ่ ทิ้งความเสียใจลงแม่น้ำ แล้วปล่อยให้มันไหลไป…

Cry me a river Exhibition by Crybaby Molly
Credit Photo Facebook: 333Anywhere

ใครอยากมาปลดปล่อยความเศร้ามาเจอกันได้ที่ Cry me a river Exhibition by Crybaby Molly จัดขึ้นที่ 📍  333 Anywhere Gallery, Warehouse 30 ซอยเจริญกรุง 30 📌เปิดให้เข้าชมทุกวันอังคาร – อาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์) ⏰ ตั้งแต่เวลา 11.00 – 18.00 น. 📆 ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 29 พฤษภาคม 2022 🙂 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: 333Anywhere

Crybaby
Credit Photo Facebook: 333Anywhere

ชวนสายสตรีท “Across the Universe” ไปกับ Matter Makers

สวัสดีค่ะ ชาวแฟชั่นนิสต้าสายสตรีท วันนี้ Inzpy ขอมาเอาใจสาวกหัวใจสตรีทแวร์ด้วยข่าวดีจากแบรนด์ “Matter Makers” (แมตเทอร์ เมกเกอร์) แบรนด์สตรีทแวร์สัญชาติไทยแท้ ที่มักจะออกคอลเลกชันที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์แปลกใหม่ ส่งผลให้แต่ละคอลเลกชันเต็มเปี่ยมไปด้วยเสื้อผ้าและไอเทมแฟชั่น ที่น่าตื่นตาตื่นใจแบบไม่ทำให้แฟนคลับต้องผิดหวัง ในครั้งนี้ก็เช่นกัน เพราะทางแบรนด์กลับมาพร้อมกับคอลเลกชันใหม่ล่าสุดที่มีชื่อว่า “Across the Universe” ที่จะพาทุกคนสวมใส่เสื้อผ้าสุดล้ำตะลุยอวกาศไปพร้อม ๆ กัน ตามไปดูกันเลยค่ะ

cr.photo ; mattermakers.com

สำหรับใครที่เคยหรือชื่นชอบการดูภาพยนตร์แนว Sci-Fi หรือ Futuristic ที่มีฉากพาเราท่องเที่ยวตะลุยไปยังโลกอวกาศ ไปสู่ดวงดาวอื่น ๆ ในอีกกาแล็กซี โดยส่วนใหญ่นอกจากเราจะได้เห็นชุดนักบินอวกาศสุดคูลแล้ว เรายังจะได้เห็นเสื้อผ้าดีไซน์สุดล้ำนำสมัย รูปทรงแปลกประหลาด ที่คาแรคเตอร์แต่ละตัวสวมใส่ ซึ่งเป็นชุดที่คนปกติอย่างเรา ๆ ไม่น่าจะเอามาสวมใส่ในชีวิตประจำวัน

cr.photo ; mattermakers.com

แต่ใครจะคาดคิดว่าทางแบรนด์ Matter Makers จะเลือกนำเอาแรงบันดาลใจและองค์ประกอบต่าง ๆ ภายในหนังมาสร้างสรรค์เป็นเสื้อผ้าแฟชั่นในคอลเลกชันล่าสุดที่มีชื่อว่า “Across the Universe” ด้วยการนำรูปทรงเสื้อผ้าสุดล้ำนำเทรนด์ที่ให้กลิ่นอายแบบอวกาศ ไม่ว่าจะเป็นทรง Oversized หรือแขนบอลลูน มาพลิกแพลงใส่ลูกเล่นให้มีความเท่และคูลในคราวเดียวกัน ทั้งยังแอบแฝงสอดแทรกความ Feminine ในแบบฉบับของแบรนด์ อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ต้องบอกเลยว่าสาวกสายสตรีทแวร์ห้ามพลาด แฟชั่นคอลเลกชันที่จะพาทุกคนไปสนุกกับเสื้อผ้าที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร

cr.photo ; mattermakers.com

สำหรับคอลเลกชัน “Across the Universe” ที่มาในคอนเซ็ปต์พาเราท่องโลกสำรวจอวกาศ ยังแอบใส่กิมมิคอย่างความ exCOOLsive ที่เป็นการผสมผสานระหว่างความ “Exclusive” กับความ “Cool” เข้าไว้ด้วยกัน พาเรามุ่งหน้าสู่มิติของความเท่แบบใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร

cr.photo ; mattermakers.com

แน่นอนว่าคอลเลกชันนี้ มีความโดดเด่นหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นสีสันแสนสดใส อย่างสีฟ้า น้ำเงิน เหลือง เขียว และชมพู หรือการเลือกใช้ลวดลายพิมพ์เก๋ไก๋แปลกตา อย่างลายกาแล็กซีล้อเล่นไล่สีไปกับแสง Aurora ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการใช้เทคนิคแปลกใหม่ อย่างการนำลายหัวใจและลายดาว มาทำให้เกิดเป็นลายคล้ายหินอ่อนในรูปแบบ Knitwear ที่ให้กลิ่นอายย้อนยุคแบบศิลปะ Psychedelic (ไซคีเดลิก) ในยุค 70s อันเปี่ยมเสน่ห์

Matter Makers
cr.photo ; mattermakers.com

ในส่วนของดีไซน์การออกแบบซีซั่นนี้ ทางแบรนด์ยังคงตั้งใจนำเสนอสตรีทแวร์สไตล์ไฮแฟชั่นเหมือนอย่างเคย โดยการนำ T-shirt มาตัดต่อเข้ากับผ้าซาติน ตกแต่งด้วยกำมะหยี่และผ้าลูกไม้ ที่ใช้เทคนิคแบบเดรปและมัดผ้าแปลงไอเทมเบสิก ให้กลายเป็นเสื้อครอปแขนยาวเข้าเซตกับกระโปรงได้แบบสุดล้ำ

Matter Makers
cr.photo ; mattermakers.com

มีการนำคอร์เซ็ทไปจับคู่กับเสื้อฮู้ดดี้และเสื้อยืด จนกลายเป็นลุคที่โดดเด่นแปลกตาไม่ซ้ำใคร นอกจากนั้นยังมีการนำคอนเซ็ปต์ชุดนักบินอวกาศ มาตัดทอนออกแบบใหม่ ได้ออกมาเป็นกางเกงขายาวทรงเก๋ดีเทลผูกโบว์ตรงกลาง พิมพ์ลายโซ่สุดแนว มีการใช้ผ้าลูกฟูกสีสันสดใส ทำเป็นชุดเซตเสื้อเชิ้ตแขนยาวคู่กับกางเกงขายาว สุดท้ายยังมีบราท็อปดีเทลโบว์เข้าเซตกับกางเกงขาสั้น ที่ช่วยเผยความเซ็กซี่เย้ายวนของผู้หญิง ออกมาได้อย่างน่าหลงใหลมากขึ้น

Matter Makers
cr.photo ; mattermakers.com

ความพิเศษของคอลเลกชันนี้ยังไม่หมด เพราะมีไอเทม Limited Edition อย่างเสื้อฮาวายและกางเกงขาสั้น ที่นับว่าเป็นไอเทมสุดฮอตของแบรนด์ ที่ไม่ว่าจะทำออกมาขายเท่าไหร่ก็หมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว สำหรับคอลเลกชันนี้ทำออกมาในรูปแบบลวดลายภาพนักบินอวกาศที่กำลังออกเดินทางท่องจักรวาล และภาพทิวทัศน์บนดาวดวงอื่นผ่านลายเส้นแบบเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความคูล

Matter Makers
cr.photo ; mattermakers.com

ร่วมเดินทางท่องอวกาศไปกับคอลเลกชัน Across the Universe ได้ที่:

  • Matter Makers Flagship Store  ชั้น 2 เกษรวิลเลจ โทร. 02-656-1388
  • Matter Makers Pop-up Store ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี โทร. 06-2642-2536
  • ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรี่ยม โซนไทยดีไซน์เนอร์
  • ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

หรือทางออนไลน์ ผ่านทาง:

  • Line Official: @mattermakers
  • www.matter-makers.com
  • Instagram: @mattermakers
  • Facebook: www.facebook.com/mattermakers
Matter Makers
cr.photo ; mattermakers.com

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน กับเสื้อผ้าแฟชั่นแนวสตรีทแวร์สุดล้ำ ที่เราเอามาฝากกันในวันนี้ ยิ่งไปกว่านั้นแล้วยังเป็นแบรนด์ไทยแท้อีกด้วยนะคะ เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจจริง ๆ ค่ะ เพราะส่วนใหญ่เราจะเห็นและคุ้นเคยแต่กับแบรนด์แนวสตรีทจากต่างประเทศ แต่ในวันนี้เราได้พาทุกคนไปรู้จักกับแบรนด์สตรีทแวร์ฝีมือคนไทยที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีเอกลักษณ์แบบสุดคูล ส่วนในวันนี้ทาง Inzpy คงต้องขอลาไปก่อน พบกันใหม่คราวหน้า พร้อมกับแบรนด์แฟชั่นฝีมือคนไทยที่หลายคนอาจไม่รู้มาก่อน ที่เราจะเอามาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกันอีก รอชมกันได้เลยค่ะ!!

กอกะเพรา 29 ร้านเด็ดเชียงราย อยากอร่อยต้องจองคิว!

กอกะเพรา 29 ร้านเด็ดเชียงราย อยากอร่อยต้องจองคิว!

เมื่อครั้งที่แล้วเราได้แนะนำ คาเฟ่เท่ ๆ ที่เชียงราย “The MET CEI” ไป ตามไปอ่านย้อนหลังกันได้นะคะ น่าไปจริง ๆ ส่วนในวันนี้นั้น ก็ยังไม่สามารถหลุดพ้นจากวงจรคนอ้วนได้สักที ก็แนะนำร้านอาหารอร่อย ๆ กันต่อเลยสิคะ กินแล้วก็กินให้สุด หยุดที่ร้อยโลไปเลย ฮ่าฮ่า เอาล่ะค่ะ เข้าเรื่องเนาะ ร้านที่เราจะพาไปทานกันในวันนี้ เป็นร้านข้าวกะเพราค่ะ อ๊ะ อ๊ะ แต่เป็นกะเพราที่ต้องจองคิวนะคะ พิเศษกว่าร้านอื่นยังไงนั้น ตามไปทานกับเราที่ร้าน กอกะเพรา 29 ค่ะ

กอกะเพรา 29

สำหรับร้านกอกะเพรา 29 นี้ จะอยู่ในเมืองเชียงรายเลยค่ะ เดี๋ยวเราจะแปะพิกัดไว้ให้ท้ายบทความนะคะ สำหรับเมนูของร้านนี้ ก็ตามชื่อร้านเลยค่ะ ก็คือเมนูกะเพรานั่นเอง ซึ่งมีให้เลือกด้วยกันหลายกะเพราเลย ทั้งไก่ หมูเนื้อ และเมนูพิเศษอื่น ๆ แต่ถ้าใครมาร้านกะเพรา แต่ไม่กินกะเพราก็ได้นะ แล้วแต่เลย ทางร้านก็ไม่ว่าหรอก เมนูอื่น ๆ ก็มีให้เลือกบ้าง เช่น ข้าวผัดหมูเอย ข้าวหมูคั่วพริกกระเทียมเอย ก็สั่งมาทานกันได้

แต่เรามาเพื่อทานกะเพราเมนูเด็ดของเค้ากันค่ะ วันนี้เราจัดมาจุก ๆ 3 จานเลย ซึ่ง 2 จานแรกจะเป็นกะเพราเนื้อออสเตรเลีย ซึ่งทางร้านจะใช้เนื้อส่วนพิคานย่ามาทำให้นะคะ เนื้อส่วนนี้จะมีความนุ่ม และหอมกลิ่นเนื้อชัดมาก ๆ นำมาทำเป็นผัดกะเพราคือดีงาม รสชาติจัดจ้าน เข้มข้นขึ้นไปอีก เมนูนี้จะเสิร์ฟมาพร้อมข้าวผัดมันเนื้อ และไข่

กอกะเพรา 29

ซึ่งไข่ก็มีให้เลือกทั้งหมด 6 แบบนะคะ คือ ไข่ออมเลต, ไข่ดาวน้ำ, ไข่เจียวอย่างไทย, ไข่ดาวแบบไทย, ไข่ดาวแบบฝรั่ง, และไข่ข้น ๆ ค่ะ 2 จานที่เราสั่งมา เราเลือกไข่เป็น ไข่ดาวแบบไทย และไข่ข้น ๆ ทานคู่กันคือ อร่อยแบบลืมโลกไปเลย ดีงามมาก ๆ เนื้อนุ่ม หอมใบกะเพรา รสชาติเข้มข้น จัดจ้าน อร่อยสุด!!

ส่วนอีกหนึ่งเมนูที่เราอยากสั่งมาลองมาก ๆ เป็นเมนูพิเศษที่ยังคงมีความกะเพราอยู่ นั่นก็คือ เฟตตูชินีครีมกะเพราเบคอน อาหารฟิวชัน ที่อยากรู้รสชาติมาก ๆ ว่าจะอร่อยเข้ากันไหม สำหรับจานนี้คือ มีความครีมมี่มาก ๆ มัน ๆ นัว ๆ มีความหอมกระเพรา และความเผ็ดร้อน เส้นพาสต้าทางร้านก็ทำเองนะคะ เป็นเส้นพาสต้ากะเพรา ให้รสสัมผัสที่เหนียวนุ่ม ขอบอกเลยว่า โคตรอร่อยอ่ะ ยิ่งได้ความกรุบ กรอบ ของตัวเบคอน ยิ่งเพิ่มความอร่อยเข้าไปอีก จานนี้เอาไป 100 เต็ม 10 เลย ต้องลองให้ได้นะคะ เริ่ดมาก!!!

กอกะเพรา 29

เป็นยังไงคะ อ่านมาถึงตรงนี้ อยากกินแล้วล่ะสิ แต่อย่างที่บอกไปข้างต้นนะคะ ถ้าอยากทาน ก็ไม่ใช่จะเดินดุ่ย ๆ ไปทานได้เลย ต้องจองก่อนจ้า ของอร่อย ต้องรอนะคะทุกคน  ที่นี่เป็นร้านเล็ก ๆ ที่เชฟใส่ใจรายละเอียดในทุก ๆ จาน คิวจองของทางร้านก็ค่อนข้างยาวเลย แต่เชื่อเถอะว่า คุ้มค่ากับการรอคอยแน่นอนค่ะ คอนเฟิร์ม!

รายละเอียดเพิ่มเติม
พิกัด : https://goo.gl/maps/9Y7Yw7q7Eic1zQNMA
ที่อยู่ : 203/1 หมู่บ้านลดาวัลย์ ซอย5 ตำบลรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย, เทศบาลนครเชียงราย, จังหวัดเชียงราย
โทร : 083-033-9139
Facebook : กอกะเพรา 29
ลักษณะร้านค้า : มีที่จอดรถริมถนน
ระดับราคา : 29-179 บาท

HOW TO STREET GIRL แต่งตัวยังไงให้เป็นสาวสายสตรีท

0

HOW TO STREET GIRL แต่งตัวยังไงให้เป็นสาวสายสตรีท

HOW TO STREET GIRL

HOW TO STREET GIRL แต่งตัวยังไงให้เป็นสาวสายสตรีท ? วันนี้ Inzpy จะมาเอาใจสาว ๆ ที่อยากจะแต่งตัวสไตล์เท่ ๆ คูล ๆ ดูยังไงก็เป็นสาวสายสตรีท “Street Girl” มาฝากกัน มาพร้อมความมั่นใจ ความเท่ ความชิคแน่นอน แต่งตัวแนว Street Girl ก็เป็นแบบที่ค่อนข้างเป็นที่นิยมนะคะ เราจะเห็นสาว ๆ ทั่วโลกแต่งตัวแบบนี้ รวมถึงเหล่า Idol อีกด้วยนะ ออกไปถ่ายรูปสวยแน่นอน ไม่ต้องกลัวว่าจะพังเลยค่ะ แต่ละแบบที่เลือกมาน่าแต่งตามสุด ๆ เลย ถ้าพร้อมแล้วไปดูกัน !

  • เสื้อยืด

HOW TO STREET GIRL

เริ่มกันด้วยไอเทมกันตายทุกโคนนนนนน ที่สายสตรีทที่ทุกคนต้องมีนะคะ ! นั่นก็คือ เสื้อยืดคอกลมเจ้าประจำ สามารถปรับลุคให้ดูสตรีทขึ้นได้ในทันที เวลาเลือกซื้อเสื้อยืด แนะนำให้ซื้อเสื้อยืดแบบสกรีนลายเก๋ ๆ เท่ ๆ ที่เหมาะกับคุณ บวกกับการเลือกแบบทรงโอเวอร์ไซซ์สักนิด ใส่รองเท้าผ้าใบเพิ่มความคูลสักหน่อย แค่นี้ก็กลายเป็น Street Girl แล้วค่า

  •  เสื้อเชิ้ต

HOW TO STREET GIRL

เสื้อเชิ้ต เสื้อที่สามารถใส่ได้ในทุกโอกาส ตามลักษณะ หรือดีไซน์ของแต่ละแบรนด์เสื้อผ้า ซึ่งสำหรับสายสตรีทแล้ว เสื้อเชิ้ตจะต้องเนื้อผ้าบางสบาย ระบายความร้อนได้ดีถึงดีมาก รูปทรงจะต้องไม่รัดรูปจนเกินไป ทรงปล่อย ๆ ดูสบาย ๆ ลักษณะเสื้อเชิ้ตแบบนี้ ตอบโจทย์การแต่งตัวแบบสตรีทที่สุดเลยค่ะ

  • เสื้อสายเดี่ยว

HOW TO STREET GIRL

เสื้อสายเดี่ยว ไม่ได้เป็นเพียงแค่เสื้อที่ใส่แล้วให้ลุคเป็นสาวเปรี้ยวซ่าส์อย่างเดียว แต่สามารถแปลงร่างมาเป็นสายสตรีทได้ไม่ยากเลย เพียงแค่ลองปรับแต่งลุคสักนิด มิกซ์แอนด์แมทซ์ เสื้อสายเดี่ยวให้เข้าคู่กับกางเกงยีนส์ และใส่คู่กับรองเท้าผ้าใบสักคู่ แค่นี้คุณก็จะกลายเป็นสาว Street Look แล้วค่า

  • กระโปรงยีนส์

HOW TO STREET GIRL

กระโปรงยีนส์ ไอเทมที่บ่งบอกเอกลักษณ์ความเป็นหญิงในตัวคุณ แต่จะให้แบบธรรมดา ๆ ก็คงจะไม่ใช่สายสตรีทแน่ ๆ การเลือกกระโปรงยีนส์สักตัวสำหรับสายสตรีท คงจะต้องเลือกจากดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นหลัก ยิ่งถ้าตัดเย็บเท่ ๆ ดีไซน์ไม่เหมือนใคร

  • กางเกงยีนส์

ขึ้นชื่อว่าเป็นกางเกงยีนส์แล้ว ก็เป็นส่วนที่นิยมมาเสมอ ทั้งยังง่ายต่อการ mix & match เราอาจจะเลือกเสื้อตัวใหญ่ มี screen เท่ ๆ หรือจะใส่เป็นเสื้อกล้ามขาด ๆ ก็สวยไม่เบา ยิ่งเป็นกางเกงแบบขาดก็ยิ่งได้รับความนิยมอย่างมากเลยค่ะ สำหรับวงการการแต่งตัวแนวนี้ เพราะกางเกงแบบนี้ จะทำให้ลุคดูลุย เซอร์ มากขึ้น แล้วก็ควรเลือกกางเกงแบบขากว้าง ที่ไม่รัดขา สวมใส่สบาย ยิ่งทำให้ลุคดูเท่มากยิ่งขึ้นค่ะ หยิบมาใส่โลด !!!

  • หมวก

หมวก ไอเทมพิเศษที่จะช่วยเสริมลุคให้คุณดูเป็นสาวสตรีท ซึ่งหมวกหลากหลายสไตล์ในปัจจุบันก็ยังคงได้รับความนิยมในการนำมาแต่งตัวแนว Street Look เพราะด้วยอากาศบ้านเราที่ร้อนระอุ จึงไม่แปลกที่หมวกจะเป็นไอเทมสำคัญสำหรับสายสตรีท นอกจากจะเอาไว้ใส่เท่ ๆ แล้ว เอาไว้ใส่กันแดดได้ด้วยค่ะ

  • กระเป๋าสะพาย

กระเป๋าสะพาย ไอเทมพิเศษชิ้นต่อไปที่ต้องห้ามพลาด เรียกว่าขาดไม่ได้เด็ดขาด ยังไงก็ต้องพกออกจากบ้าน สายสตรีทจะเน้นในเรื่องของดีไซน์กระเป๋าที่จะต้องใหญ่ จุของได้เยอะสิ่ง ยิ่งถ้าเป็นกระเป๋าผ้าดีไซน์เก๋ ๆ ด้วยแล้วยิ่งตอบโจทย์ที่สุด นอกจากจะเป็นสาวเท่แล้วยังรักษ์โลกไปในตัวด้วย

แนะนำกันมาขนาดนี้แล้ว รีบไปมิกซ์แอนด์แมทซ์แต่งตัวเป็นสาวสตรีทกันให้ไวเลยค่าาาาา 🙂

จัดอันดับ 30 นักแสดงเกาหลี มาแรงประจำเดือนพฤษภาคม

0

จัดอันดับ 30 นักแสดงเกาหลี มาแรงประจำเดือนพฤษภาคม

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าซีรีส์เกาหลีและเหล่านักแสดงคนดังของเกาหลีเนี่ย ถือว่ามีอิทธิพลต่อปัจจัยหลาย ๆ ด้านในปัจจุบัน และในวันที่ 5 พฤษภาคม 2022 ที่ผ่านมาสถาบันวิจัยธุรกิจแห่งเกาหลีใต้ (The Korea Institute of Corporate Reputation) ได้มีการจัดอันดับ 30 นักแสดงเกาหลี มาแรงจากผลงานซีรีส์ต่าง ๆ ทั้งชายหญิง ประจำเดือนพฤษภาคม 2022 จะมีนักแสดงคนไหนติดอันดับที่เท่าไหร่กันบ้าง ตาม Inzpy มาดูกันเลย

โดยการจัดอันดับและพิจารณาจากการวิเคราะห์ข้อมูล ดัชนีการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค รายงานข่าวจากสื่อมวลชน การสื่อสาร การถูกพูดถึงบนเว็บไซต์และสังคมออนไลน์ ของนักแสดง 50 คน ที่ปรากฏตัวในซีรีส์ที่ออกอากาศระหว่างวันที่ 5 เมษายน ถึง 5 พฤษภาคม

ซึ่งนักแสดงเบอร์ใหญ่อย่าง อีบยองฮอน ก็คว้าอันดับ 1 ด้วยดัชนีชื่อเสียงที่ 3,817,265 คำค้นหาสูงสุด การวิเคราะห์เชิงบวกและลบ อีบยองฮอนมีคะแนนปฏิกิริยาเชิงบวก 76.14 เปอร์เซ็นต์ จากผลงานซีรีส์เรื่องล่าสุดอย่าง Our Blues นั่นเอง

อีจุนกิ ได้อันดับที่ 2 ไปด้วยดัชนีชื่อเสียง 3,248,377 จากผลงานซีรีส์ Again My Life และอันดับ 3 ได้แก่ ซนซ็อกกู ด้วยดัชนีชื่อเสียง 2,548,804 จากผลงานซีรีส์ My Liberation Notes

30 นักแสดงเกาหลี

ในขณะที่ ชาซึงวอน คว้าอันดับที่ 4 ไปด้วยดัชนีชื่อเสียง 2,498,481 จากผลงานซีรีส์เรื่องล่าสุดอย่าง Our Blues อันดับ 5 ได้แก่ ฮันจีมิน อันดับ 6 ได้แก่ อีจองอึน

30 นักแสดงเกาหลี

อันดับ 7 โรอุน จากวง SF9 | อันดับ 8 ชินมินอา | อันดับ 9 คิมฮีซอน

อันดับ 10 พัคจูมี | อันดับ 11 แบดาบิน | อันดับ 12 อีโยวอน

30 นักแสดงเกาหลี

อันดับ 13 คิมจีอึน | อันดับ 14 คิมจีวอน | อันดับ 15 ยุนชียุน

30 นักแสดงเกาหลี

อันดับ 16 อันโบฮยอน | อันดับ 17 ซอลฮยอน AOA | อันดับ 18 ชูจาฮยอน

30 นักแสดงเกาหลี

อันดับ 19 โจโบอา | อันดับ 20 คิมแจอุค | อันดับ 21 อีซูฮยอก

Top 30 actors on May 2022

อันดับ 22 คิมอูซอก | อันดับ 23 อีกวางซู | อันดับ 24 จินกีจู

Top 30 actors on May 2022

อันดับ 25 อีซองคยอง | อันดับ 26 พัคแฮจิน | อันดับ 27 จูซังอุค

Top 30 actors on May 2022

อันดับ 28 อีเอล | อันดับ 29 คิมกยูริ | อันดับ 30 โอยอนซู

30 นักแสดงเกาหลี

โดย คูจางฮวาน ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยธุรกิจแห่งเกาหลีใต้ กล่าวว่า “จากการวิเคราะห์ชื่อเสียงและความนิยมของนักแสดงซีรีส์ในเดือนพฤษภาคม 2022 อีบยองฮอน ซึ่งนำแสดงในละคร Our Blues ขึ้นอันดับ 1 เป็นครั้งแรก …แต่การวิเคราะห์ในหมวดหมู่นักแสดงซีรีส์จากบิ๊กดาต้าในเดือนพฤษภาคม 2022 ลดลง 18.94% เมื่อเทียบกับ 79,525,986 บิ๊กดาต้าของนักแสดงซีรีส์ยอดนิยมในเดือนมีนาคม” (CR.mgronline)

ขอขอบคุณข้อมูล : 1 | 2