Home Blog Page 1148

FIFA 22 เกมดี มีคุณภาพที่ปรับ Balance เพื่อความท้าทายที่มากยิ่งขึ้น

0

เรียกว่า “หยุดไม่อยู่จริง ๆ เกมนี้!” สำหรับเกมฟุตบอลยอดนิยม อันดับ 1 ณ ปัจจุบัน “FIFA 22” ที่หลาย ๆ คนรอยคอ และ รอคอย ทั้งคนที่สมัคร EA PRO ของ Origin ซึ่งมีโอกาสได้เล่นก่อนใครเพื่อน

หรือจะแพลทฟอร์ม PC และ Console ที่ Pre-Order หรือ ซื้อแบบ Pack พิเศษไว้ เพื่อสิ่งที่ดีกว่า เมื่อลงสนามในรูปแบบ FUT champ ในวันที่เกมเปิดอย่างเป็นทางการ ก็คงจะถูกอกถูกใจ และ “ฟิน” กันสุด ๆ

อย่างที่เรารู้ ๆ กันครับ บนโลกใบนี้ มีเกมฟุตบอลดัง ๆ อยู่ไม่กี่เกม Pro Evolution Soccer (PES หรือ Winning Eleven ในอดีตกาลนานมาก ๆ) เกมฟุตบอลที่ครองตลาดมาอย่างยาวนานตั้งสมัย Play station 1 (PS1) และเปรี้ยงแบบพลุแตกสุด ๆ ตอน PS2 ก่อนที่จะค่อย ๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา

เกมต่อมา คือ FIFA ที่เบียดและต่อสู้กับ PES มาอย่างยาวนาน แม้ว่าจะสู้แทบไม่ได้ในอดีต โดยเฉพาะฝั่งของ เอเชีย แต่ก็พัฒนาจนกลายเป็นเบอร์ต้นในปัจจุบัน

และสุดท้าย Football Manager (FM) เกมบริหารทีมฟุตบอลชื่อดัง ค้างฟ้ามายาวนานกว่า 20 ปี (จริง ๆ นานกว่านั้น) แม้ว่าจะเป็นเกมคนล่ะแนวกับ 2 เกมข้างต้น แต่ก็เป็น ชื่อแรก ๆ ที่เกมเมอร์สายฟุตบอลนึกถึงเช่นกัน

แต่วันนี้เนื่องในโอกาสที่ FIFA ได้เปิดให้เล่นอย่างเป็นทางการแล้วในทุกแพลทฟอร์ม รวมถึงการยกธงขาว ยอมแพ้จากคู่แข่งโดยตรงอย่าง PES ที่ปรับตัวเองมาเป็นเกมฟรี ในชื่อ eFootball อย่างเป็นทางการ เป็นอันปิดตำนาน “วินนิ่ง” ที่ใคร ๆ ก็หลงใหลไปในที่สุด

ฉะนั้นเราจะมา รีวิวและพูดถึง FIFA เกมที่ยืนหนึ่ง (มาซักพักแล้วล่ะ) ในปัจจุบัน หลังจากเบียดเอาชนะ PES ได้อย่างเด็ดขาด ทั้งในเรื่องของ ภาพ แสง สี เสียง ระบบการเล่น และระบบเกมเล่นอแบบออนไลน์ ที่เหนือชั้นกว่าชัดเจน เรามาดูกันดีกว่าว่า ฟีฟ่า 22 ปรับปรุงอะไรขึ้นมาบ้าง หรือปรับเปลี่ยนตรงไหน เพื่อความสมดุลของตัวเกม

FIFA 22

โหมดการเล่นเยอะครบถ้วนทุกความสนุก

ในภาค 22 นี้ ตัวเกมก็ยังมีครบทั้งระบบ Multiplayer ทั้ง ออฟไลน์ และ ออนไลน์ ,โหมด VOLTA FOOTBALL หรือง่าย ๆ คือ ฟุตซอล หรือ สตรีทฟุตบอลนั่นแหละ ,โหมดออนไลน์ยอดฮิตอย่าง FIFA 22 ULTIMATE TEAM สังเวียนของเหล่าคนจริงทั้งหลาย ทั้งสายฟรี และสายเติม ที่จะเข้ามาปลุกปั้นทีมของตัวเอง จากง่อย ๆ สู่ความเป็นอันดับ 1 ไม่ว่าจะด้วยฝีมือล้วน ๆ หรือ การซื้อและสรรหานักเตะ เข้ามาสู่ทีม

การสร้างทีมก็สามารถทำได้ทั้งการซื้อ-ขายในเกม หรือเปิด PACK (สุ่มกาชา) อันเป็นสเน่ห์ของเกม และสุดท้าย Career Mode หรือ โหมดที่ให้เราเล่นเป็น Full Season สามารถทำได้หมด ทั้งซื้อขายนักเตะ ฝึกซ้อมนักเตะ พัฒนานักเตะในทีมของคุณ (มันก็คือฟุตบอลเมเนเจอร์ ที่เราสามารถคอนโทรลผู้เล่นเองได้)

และสุดท้าย PRO CLUB โหมดที่ให้เราสร้างตัวละครขึ้นมา 1 ตัว  และบังคับตัวละครนั้นเพียงแค่ตัวเดียว เพื่อนำไปเล่นร่วมกับคนอื่นอีก 10 คน (น่าสนุกใช่ไหมล่ะ วุ่นวายสุด ๆ โหมดนี้)

FIFA 22

น้ำปลาที่ว่าเค็ม ยังไม่เท่าระบบเปิด PACK ของ ULTIMATE TEAM

เรียกว่าเป็น โหมดยอดฮิตของบรรดาคนเล่น ฟีฟ่า เลยล่ะ คือซื้อมาเพื่อนเล่นโหมดนี้โดยเฉพาะ FIFA ULTIMATE TEAM (FUT) คืออะไร ? คำตอบคือ โหมดการเล่นที่ให้เรา สร้างทีมขึ้นมาเองจาก 1 โดยเริ่มแรกจะมีการสุ่มนักเตะมาให้จากแพคนักเตะที่เราเลือก แล้วเราก็ค่อย ๆ เล่น ค่อย ๆ เก็บเงินซื้อนักเตะ หรือทำเควสต่าง ๆ เพื่อเปิด Pack

เอาจริง ๆ มันก็ฟีลเดียวกันกับ ฟีฟ่า ออนไลน์ นั่นแหละ เพียงแต่ว่า หลาย ๆ อย่าง มันดูดีกว่า รวมไปถึงตัว Engine ของเกม ที่สมูท ไหลลื่นกว่า ฟีฟ่า ออนไลน์เป็นไหน ๆ

แต่ความสนุกของการสร้างทีมใน FUT นั้นมันมีสเน่ห์ และมีความยากกว่า หากเทียบกับอย่างฟีฟ่าออนไลน์ ที่ซื้อง่าย ขายคล่อง เน้นตีบวก และเติมเงินแลกเอา Point อะไรต่าง ๆ แต่ใน FUT นั้น เติมพ้อยท์ได้ แต่พ้อยท์ซื้อนักเตะไม่ได้

เพราะจะต้องเอามาซื้อแพคนักเตะ เพื่อมาลุ้นกันอีกเฮือกว่า ไอ้ที่เสียไปน่ะ มันคุ้มค่าแค่ไหน บอกเลยว่า ทำใจกันเอาไว้เยอะ ๆ เพราะบางคนหมดเป็นแสน แขนยังไม่ได้จับก็มี

การเติมเงินซื้อซัก 10 แพค 100 แพค มันมีค่าเท่ากับ สายฟรี อดทนเล่น จนได้ 10 แพค 100 แพค เพราะโอกาสได้นักเตะมันเท่ากัน คนที่เล่นฟรีจนได้แพค กับคนที่เงินซื้อแพค ต่างกันแค่ความง่ายในได้การแพคนักเตะมาเปิดเท่านั้น

เช่น ผมอยากได้ Paul Pogba มาก ๆ เติมซื้อไปเลย 10 แพค เอาล่ะ มันต้องมา มันต้องมี เติมขนาดนี้ จะไม่ได้ได้ยังไง สุดท้าย “เกลือยังเรียกพี่” คุณอาจไม่ได้อะไรเลย จนอยากจะปาจอย หรือทุบคีย์บอร์ดเลยทีเดียว

ส่วนคนทีเป็นสายฟรี ก็อาจจะเกลือ เหมือนสายเติม หรืออาจจะเปิดทีเดียวเข้าข้อ ไม่ได้ป็อกบา แต่ออกมาเป็น เมสซี่ หรือ โรนัลโด้ ก็มีให้เห็นถมเถ เพราะฉะนั้น กาชา เกมนี้อยากให้จำไว้เลยว่า มีความเสี่ยงทุกการลงทุน เงินแค่ทำให้มีโอกาสลุ้นนักเตะได้มากกว่า และเร็วกว่าคนที่ไม่เติม แต่โอกาสทุกอย่างเงินซื้อไมได้ อันนี้คอมเฟิร์ม (เพราะ หมดไปหมื่นยังเป็นง่อยอยู่เลย T T)

แต่กระนั้น โหมด FUT ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยสเน่ห์ในตัวมันที่ไม่ใช่ว่า จะจับยัด ๆ ใครลงไปก็ได้ แต่ ต้องให้ตรงเงื่อนไข เนื่องจากมันจะมีค่า CHEMISTRY หรือ ความเข้ากันได้ จะด้วยเงื่อนไขที่นักเตะจะต้องมาจากสโมสรเดียวกัน หรือลีคเดียวกัน หรือชาติเดียวกัน ต้องเอาคนนั้นมายืนตรงนี้ เพื่อจะให้เชื่อมกับคนนั้น ตรงตำแหน่งนี้ โอยยย! ปวดหัว แต่เชื่อเถอะ ว่ามันสนุกตรงนี้ ใครที่เคยเล่นจะเข้าใจดี ว่ามันฟินมาก ๆ

FIFA 22

FUT CHAMP ก็แข็ง AI โหด

จัดทีมแล้ว ก็ต้องส่งลงสนาม ในการเล่นแบบ FUT CHAMP ก็คือการออนไลน์เจอกับผู้เล่นอื่นนั่นแหละ ซึ่งบอกเลยนะว่า “แข็งโป๊ก” ทีมคุณอาจจะรวมดาวมหาเทพแห่งวงการ แต่ด้วยความที่มัน World wide (แม้จะสุ่มเจอในโซนใกล้ ๆ กันนั่นแหละ) ยอดฝีมือจากทั่วทุกสารทิศ จะประเดประดัง ใส่ทุกแทคติค อัดทุกทริค กดทุกกระบวนท่าเข้าใส่คุณ

โดยเฉพาะในในแพลทฟอร์มของเครื่อง Console แล้วล่ะก็ บอกเลยว่า ร้อนจี๋ แบบย่างหมูกะทะได้ ฉะนั้นจะให้ดี ก่อนจะลงสนามจริง เราขอแนะนำระบบ SQUAD BATTLE หรือการนำทีมของคุณไปแข่งกับ AI ก่อน ซึ่งบอกเลยว่า โหดโคตร ๆ แม้จะไม่เท่าพวกเหล่ายอดมนุษย์ แต่ก็ถือว่าเป็นคู่ซ้อมที่ดี เอาเล่นเก็บแต้ม ทำ Objective ต่าง ๆ เก็บเงิน ซื้อนักเตะ เปิดแพค หรือถ้าทนไม่ไหวจริง ๆ ก็เติมเงินไปเสี่ยงเอาดาบหน้าไปเลยแล้ว ร้อน ไม่ไหว! พอ! หมดความอดทน!

ใจเย็น ๆ ก่อน มันไม่ได้ขนาดนั้น ค่อย ๆ เล่น ค่อย ๆ ปั้น เดี๋ยวทุกอย่างจะดีเอง (มั้ง ?)

FIFA 22

ปรับ Balance เปลี่ยนสมดุล สายเลี้ยง พลิ้วไม่ออกนะบอกเลย

จุดเด่น จุดแข็งของเหล่าเซียน คือ ความพลิ้วไหว ในการคอนโทรลนักเตะ Skill move ระดับ 4 – 5 ดาว อย่าง เนย์มาร์ ,โรนัลโด้ ,เมสซี่ หรือ เอมป็าปเป้ แต่บอกเลยว่า ภาคล่าสุดนี้ มีการเนิร์ฟเกิดขึ้น ไม่ใช่ครับ EA ไมได้เนิร์ฟนักเตะให้แย่ลง แต่เนิร์ฟระบบมันต่างหาก การเลี้ยงแต่ละครั้ง ทั้งก่อนและหลังการคอนโทรลจะมีดีเลย์หน่อย ๆ ซึ่งมันเป็นโอกาสให้คนที่เล่นเกมรับมีโอกาสให้แย่งบอลได้มากขึ้น ไม่ใช่ประเภทที่ว่า โยกซ้ายไปซ้าย โยกขวาไปขวา แบบที่คนเล่นเกมรับได้แต่ยืนมอง นั่งยิ้มแบบตาปริบ ๆ

แต่ทั้งนี้ ใครที่ปรับตัวได้ไว ก็คงไม่ได้มีปัญหาอะไรมาก แต่อย่างน้อย ๆ มันก็ทำให้ สมดุลรุก – รับ มีมากขึ้น คนที่สกิลเพลย์ไม่สูงมาก ก็มีโอกาส ชนะ ด้วยแทคติค แผนการเล่น หรือชั้นเชิงในรูปแบบอื่นมากขึ้น (ภาคเก่า แทคติคไปเถอะ หลบที 3-4 คน ไม่ไหว ปาจอย!)

อีกอย่างที่น่าสนใจ คือ ค่าพลังของนักเตะ ที่ลดความเหลื่อมล้ำลงไปค่อนข้างเยอะ อย่างเช่น นักเตะความเร็ว (PAC) 70 กับ ความเร็ว 80 ก็ไม่ใช่จะวิ่งทิ้ง วิ่งฉีกกันเป็นทุ่งเมื่อก่อนได้อีกแล้ว

อีกอย่างที่น่าสนใจคือ ในเรื่องของรายละเอียดของระบบการเล่นที่ภาคนี้ปรับได้ละเอียดขึ้น มีคำสั่งให้นักเตะทำในแผนของเราได้หลากหลายมากขึ้น อย่างที่บอกไปว่า พวกสาย Skill play จะโดนเนิร์ฟลงไป สาย Tactic จะมีโอกาสมากขึ้น เรียกว่า ให้ความสำคัญกับตัวนักเตะ และแบบแผนมากกว่า ตัวบุคคล ซึ่งตรงนี้คือสิ่งที่ชอบมาก ๆ (เพราะสกิลเพลย์กาก แหะ ๆ)

FIFA 22

ภาพดี กราฟฟิคสวย งดงาม และจัดเต็ม

ในส่วนนี้ เป็นสิ่งที่ดึงดูดให้หลายคนเข้ามาเล่น FIFA และก็ติดใจจนเป็นขาประจำ ถ้าเปรียบเทียบ เราจะจีบสาว (หนุ่ม) ซักคน สิ่งแรกที่เห็นก็คงจะเป็นหน้าตา ที่หากว่าถูกใจ ก็ขอลองลุยดูหน่อย เช่นกันกับเหล่าเกมเมอร์สมัยนี้ เกมเพลย์เป็นยังไงเดี๋ยว่ากัน แต่ถ้าภาพสวย อือ ต้องพิจารณา!

ฉะนั้น ฟีฟ่า 22 นี้ ไม่ทำให้คุณผิดหวังเลย ความสมจริงคือสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนมาก ตัวนักเตะหน้าเหมือนตัวจริง เป๊ะ ไมได้ต้องมานั่งนึกว่า “นี่ใครฟะ” ในการ์ดเป็นยังไง ตัวในเกมก็เป็นอย่างนั้น

ที่สำคัญ movement ต่าง ๆ ก็สมจริง เหมือนกับเอานักเตะจริง ๆ มาลงสนาม (อย่างกับดูถ่ายทอดสด) เพราะภาคนี้เขาใช้ระบบ Next-gen HyperMotion technology ที่นำเอานักเตะจริง ๆ มาทำการ Motion Capture มันเล่ยทำให้ท่วงท่าต่าง ๆ ออกมาเป๊ะสุด!

 

สรุป

เลยแล้วกัน สำหรับ FIFA 22 นี้ เกมดีที่โลกรออีกแล้ว ยังคงมาตรฐานความสนุกในทุก ๆ อย่าง แม้โหมดการเล่นอาจไม่ได้มีเพิ่มเติม การเปิดแพคต่าง ๆ ยังคงความเกลือไว้เช่นเคย แต่ด้วยการที่เพิ่มดีเลย์ในการเลี้ยงบอล หรือการใช้ สกิลมูฟต่าง ๆ   เข้าไป

การที่ลดความเหลื่อมล้ำของค่าพลังนักเตะ การเพิ่มรายละเอียดในการปรับแทคติคต่าง ๆ ให้หลากหลายขึ้น มันก็ทำให้ ภาคนี้ ยังคงความสนุกไว้แบบเต็มเปี่ยมเช่นเคย!

พาเที่ยวรอบทะเลสาบคาวากุจิโกะ

พาเที่ยวรอบทะเลสาบคาวากุจิโกะ(Kawaguchiko Lake)

ถ้าพูดถึงสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่น ภาพที่อยู่ในจินตนาการของใครหลายคนก็คงหนีไม่พ้น ภาพภูเขาไฟฟูจิ  ภูเขาแห่งนี้มีความสูง 3,776 เมตรจากระดับน้ำทะเลซึ่งถือเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ใครที่เดินทางมาก็หวังจะได้ยลโฉมและถ่ายรูปคู่กับภูเขาไฟฟูจิกันทั้งนั้น ซึ่งจุดที่สามารถชมภูเขาไฟลูกนี้นั้นมีอยู่ถึง 15 จุดกันเลยทีเดียว ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกท่านมาชมวิวกับที่ทะเลสาบ Kawaguchigo ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมากที่สุดจุดหนึ่งเลยทีเดียว ทะเลสาบ คาวากุจิโกะ นี้ตั้งอยู่ที่จังหวัดยามานาชิ ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากกรุงโตเกียวมากนัก การเดินทางมาที่นี่นั้นก็ง่ายแสนง่าย และสะดวกสบายมาก ๆ

การเดินทางไปยังทะเลสาบคาวากุจิโกะ
1.โดยรถบัส

รถบัสคันนี้มีชื่อว่า Highway Bus สถานีต้นทางอยู่ที่ สถานีชินจูกุ (Shinjuku) สามารถนั่งยาวไปลงที่สถานีคาวากุจิโกะได้เลยค่ะ ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 45 นาที(หากรถติดอาจจะช้ากว่านี้นะคะ) ค่าเดินทาง ผู้ใหญ่ 1,950 เยน เด็ก 980 เยน สามารถเข้าไปจองตั๋วล่วงหน้าได้ที่นี่เลยค่ะ คลิก
Tips: 1 บาท = 0.30 เยน โดยประมาณ

2.โดยรถไฟ

คาวากุจิโกะ

สามารถเลือกขึ้นได้หลายสถานีนะคะ และจะต้องมีการเปลี่ยนขบวนรถไฟ วันนี้เราจะยกตัวอย่างการขึ้นที่สถานีใหญ่อย่าง สถานี JR Shinjuku ไปลงที่ สถานี JR Otsuki ด้วยรถไฟสาย Azusa ใช้เวลาประมาณ 55 นาที เมื่อถึงสถานี JR Otsuki แล้ว ก็เปลี่ยนขบวนไปนั่งรถไฟสาย Fujikyu จากสถานีเดิมไปลงที่ สถานี Kawaguchiko ใช้เวลาประมาณ 54 นาที ค่าเดินทางจะอยู่ที่ประมาณ 3,500 เยนค่ะ

Tips: รถไฟสาย Fujikyu ไม่สามารถใช้ JR Pass ได้นะคะ ซื้อตั๋วที่สถานี Otsuki ได้เลยค่ะ แต่หากใช้ Tokyo Wide Pass สามารถขึ้นได้ฟรีจ้า

เป็นยังไงบ้างคะ การเดินทางของเราไม่ยากใช่ไหม เมื่อมาถึงแล้วก็ได้เวลาเที่ยวชมภูเขาไฟฟูจิกันอย่างเต็ม ๆ ตาแล้วค่ะ มีจุดไหนบ้างที่มาถึงแล้วไม่ควรพลาดไปดูกันค่ะ

เจดีย์แดงชูเรโตะ(Chureito Pagoda)
 

เรียกว่าเป็นจุดไฮไลต์ที่ต้องห้ามพลาดเลยค่ะ การเดินทางขึ้นมาตรงจุดนี้อาจจะซับซ้อนซักหน่อยนะคะ พิกัดสำคัญคือให้ลงรถไฟที่สถานี Shimoyoshida ค่ะ โดยเจ้าสถานีนี้จะอยู่ระหว่างสถานี Otsuki กับ สถานี Kawaguchiko นะคะ ถ้ามาจากโตเกียวจะแวะเที่ยวก่อนไปหรือหลังจากกลับจากทะเลสาบคาวากุจิโกะก็ได้ค่ะ เมื่อลงรถไฟที่สถานี Shimoyoshida แล้วก็เดินตาม Google Map เลยค่ะ ระยะทางเดินประมาณ 1 กิโลเมตรกว่า ๆ แต่ยังไม่จบแค่นั้นนะคะ เราจะต้องเดินขึ้นบันไดไปอีก 398 ขั้นค่ะ กว่าจะถึงจุดถ่ายรูปยอดฮิต โปรดเตรียมกำลังขามาให้พร้อม!! แล้วลุยกันเลยค่ะ

Tips:แนะนำให้มาช่วงเช้านะคะ เพราะหากมาช่วงบ่ายเวลาถ่ายรูปออกมามันจะย้อนแสงค่ะ

 

นั่งกระเช้า Kachi Kachi
คาวากุจิโกะ

ขึ้นมาที่นี่จะได้สัมผัสกับวิวมุมสูงของทะเลสาบคาวากุจิโกะและภูเขาไฟฟูจิแบบเต็ม ๆ ตา 360 องศากันเลยทีเดียว หากใคร นั่งรถบัส Kawaguchiko Sightseeing “Red Line” ให้ลงที่ป้ายหมายเลข 9 นะคะ ถ้าใครเลือกปั่นจักรยานก็มาตาม Google Map ได้เลยค่ะ ค่าขึ้นกระเช้าจะมีอยู่ 2 แบบนะคะ
แบบไป-กลับ ผู้ใหญ่ 950 เยน เด็ก 450 เยน
แบบเที่ยวเดียว ผู้ใหญ่ 500 เยน เด็ก 250 เยน

 

ล่องเรือชมทะเลสาบคาวากุจิโกะ
คาวากุจิโกะ

จุดขึ้นเรือนี้จะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับจุดขึ้นกระเช้า โดยเรือนี้จะมีเป็นรอบ ๆ นะคะ ใช้เวลาในการล่องเรือราว ๆ 40 นาที แนะนำให้มาขึ้นเรือรอบท้าย ๆ ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ใกล้ตกดิน จะได้บรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติกมาก ชมพระอาทิตย์ตกดินโดยมีภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลัง สวยงามเกินบรรยายเลยค่ะ ค่าบริการ ผู้ใหญ่ 1,000 เยน เด็ก 500 เยน

 

ถนน Fuji-Michi

ถือว่าเป็นจุดถ่ายรูปลับ ๆ ที่หลาย ๆ คนตามหากันอยู่ค่ะ โดยภาพที่ได้จะเป็นภาพของหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มีถนนตัดผ่าน สองข้างทางเป็นบ้านเรือนสไตล์ญี่ปุ่นแบบผสมผสาน มีฉากหลังเป็นรูปภูเขาไฟฟูจิขนาดมหึมา เป็นภาพที่สวยงามแปลกตาชวนหลงไหลมาก ๆ ค่ะ การเดินทางจะต้องมาลงที่สถานี Shimoyoshida แล้วเดินตาม Google Map มาเลยค่ะ เวลาถ่ายรูปจะต้องระมัดระวังรถที่ขับผ่านไปผ่านมาด้วยนะคะ

 

อุโมงค์เมเปิ้ลแดง

เป็นอีกจุดหนึ่งที่สวยงามมาก ๆ แต่จะมาชมได้เฉพาะช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี โดยจะอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายนของทุกปีค่ะ  เข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 9.00-19.00 น.และจะมีประดับไฟ Light up จนถึงเวลา 22.00 น.การเดินทาง หากใคร นั่งรถบัส Kawaguchiko Sightseeing “Red Line” ให้ลงที่ป้ายหมายเลข 19 แล้วเดินต่อมาอีกนิดก็ถึงค่ะ  ถ้าใครเลือกปั่นจักรยานก็มาตาม Google Map ได้เลยค่ะ บริเวณนี้จะมีที่ให้จอดรถ และมีอาหารเครื่องดื่มไว้บริการอีกด้วย

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับจุดท่องเที่ยวรอบ ๆ ทะเลสาบ คาวากุจิโกะ ที่เราแนะนำกันในวันนี้ สวยถูกใจจุดไหนกันบ้าง ทริปหน้าเราจะพาไปเที่ยวที่ไหนกันต่ออย่าลืมติดตามนะคะ


แช่ออนเซ็น ชมใบไม้เปลี่ยนสีไปกับบรรยากาศฟินๆที่ Takaragawa Onsen คลิก

 

 

หลาก Stool เด็ด คอนเซ็ปต์ดี ฝีมือนักออกแบบไทย

หลาก Stool เด็ด คอนเซ็ปต์ดี ฝีมือนักออกแบบไทย

หลาก Stool เด็ด
Cr. Photo : everyday studio

สตูลแม้จะไม่ใช่เป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลักในบ้านที่พึงมี แต่ก็ถือเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นรองที่สามารถเพิ่มเติมรายละเอียดให้แก่มุมหรือพื้นที่ในบ้านให้ดูโดดเด่นได้ นอกจากเป็นที่นั่งเสริมแล้ว บางชิ้นยังเปลี่ยนบทบาทเป็นที่รองเท้าไว้สำหรับนั่งเหยียดกาย หรือบางดีไซน์ก็สามารถใช้เป็นโต๊ะข้างได้ในคราเดียว นี่ล่ะคือข้อดีของสตูล ดังนั้นเราจะมาชวนทำความรู้จักกับสตูลฝีมือคนไทย ภายใต้ใต้คอนเซ็ปต์ดี รูปลักษณ์สวยงาม เหมาะกับการนำไปวางตั้ง เสริมส่งการตกแต่งบ้านในแบบเฉพาะตัว

Chang
หลาก Stool เด็ด
Cr. Photo : mobella

ภาพคนขี่ช้าง เป็นหนึ่งในภาพจำที่คนต่างชาติคิดถึงเมืองไทย สู่การนำมาถ่ายทอดเป็นสตูลนั่งของแบรนด์ Mobella ซึ่งถูกลดเส้นสายให้ดูเรียบง่ายและเป็นสากลมากขึ้น แถมเพิ่มเติมลูกเล่นด้านฟังก์ชั่น ทำเป็นเบาะหนัง สามารถแยกส่วนกับที่นั่งได้ ทั้งนี้เพื่อเอื้อต่อการเปลี่ยนหรือซ่อมในอนาคต ที่สำคัญเป็นไอเทมที่ผู้ซื้อสามารถสั่งทำสีและลวดลายได้ตามต้องการ

Petite Rattan Stool
หลาก Stool เด็ด
Cr. Photo : SALT AND PEPPER

สตูลหวายเทคนิคโดยช่างฝีมือคนไทย จาก SALT AND PEPPER ที่ฉีกโลกงานหัตถกรรมแบบดั้งเดิม ผ่านการอัพลุคให้ร่วมสมัย โดยเล่นกับเส้นสายเรขาคณิต สร้างให้เกิดลวดลายเท่ๆ น่าสนใจ ผนวกกับการใช้เฉดสีกระตุ้นให้โดดเด่น มาพร้อมฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์การใช้งานกับพื้นที่ขนาดกะทัดรัด ด้วยการดีไซน์ให้สามารถจัดเก็บของได้ในตัว (ที่นั่งทำหน้าที่เป็นฝาเปิด-ปิดได้)

Bangkok Taxi
หลาก Stool เด็ด
Cr. Photo : everyday studio

ชุดสตูลแนวคิดเจ๋งจากแบรนด์ everyday studio ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจในการเลือกสีมาจากรถแท็กซี่ในกรุงเทพฯ ผ่านการลดทอนรูปฟอร์มให้ดูเรียบง่าย แต่มากไปด้วยฟังก์ชั่น นอกจากออกแบบให้ซ้อนกันจัดเก็บได้ประหยัดพื้นที่ ยังสามารถปรับการใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นวางตั้งเดี่ยวๆ ใช้เป็นสตูลทรงเตี้ย หรือนำมาต่อซ้อน 2 ทำเป็นเก้าอี้นั่งทั่วไป และซ้อน 3 เพิ่มความสูงเปลี่ยนเป็นเก้าอี้บาร์สตูลง่าย ๆ ได้ในพริบตา

Kratib
หลาก Stool เด็ด
Cr. Photo : Prempracha

จาก “กระติ๊บ” ภาชนะที่ใช้เก็บข้าวเหนียวของไทย สู่การเปลี่ยนโหมดใหม่เป็นสตูลนั่งที่ทำจากวัสดุเซรามิกของแบรนด์ Prempracha ภายใต้การใช้สีพาสเทล เพื่อลดความแข็งกระด้างและสร้างให้ลุคดูร่วมสมัย ขณะเดียวกันการขึ้นรูปด้วยแป้นหมุน การแกะสลักด้วยมือ การแต้มสีสันลงไปในชิ้นงาน ล้วนเกิดจากช่างฝีมือผู้ชำนาญงานเซรามิกทั้งสิ้น แถมสตูลตัวนี้สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานเป็นโต๊ะข้างสำหรับวางของได้อีกด้วย (ไม่ผิดกฎ…)

Ink Collection
Cr. Photo : Masaya

จิตรกรรมจีนที่เผยการตวัดลายเส้นผ่านฝีแปรงอันลื่นไหล ถูกนำมาเป็นแรงบันดาลใจในการรังสรรค์สตูลของแบรนด์ Masaya ซึ่งนอกจากจะดูแปลกตาแล้ว วัสดุทองเหลืองที่นำมาขึ้นรูปยังมอบคุณสมบัติที่แข็งแรง ทนต่อรอยขีดข่วนและการกัดกร่อน ทำให้สามารถใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอกบ้าน ที่เจ๋งคือรูปลักษณ์นั้นสวยราวกับชิ้นงานประติกรรม แม้ตั้งวางไว้เฉยๆ ก็เท่สะดุดตา กลายเป็นไอเทมตกแต่งบ้านชิ้นเด่นได้ในตัว

 

 

 

 

บทความน่าสนใจ : Samsung เจ๋ง! กวาด 48 รางวัลในงาน IDEA 2021

 

Mystays Phuket Hotel & Cafe ร้านกาแฟ และห้องพัก ราคาประหยัด

Mystays Phuket Hotel & Cafe ร้านกาแฟ และห้องพัก ราคาประหยัด

Mystays

แชร์พิกัดร้านกาแฟน่ารัก แถม มีห้องพัก ในราคาประหยัด ต้องที่นี่เลย Mystays Phuket Hotel & Cafe จะบอกว่าที่นี่แต่งร้านกาแฟได้น่ารักมาก ๆ เลยค่ะ ตกแต่งร้านออกแนวมูจินิด ๆ ผนังขาวคลีน ถูกใจสายคุมโทนแน่นอน ใครที่จะไปภูเก็ต ไปเที่ยวในเมือง แล้วยังหาที่พักไม่ได้ อย่าลืมมาที่นี่นะคะ

Mystays

ในส่วนของโซนร้านกาแฟด้านล่าง (ล็อบบี้) ภายในร้าน จะมีที่ให้นั่งหลายโซนด้วยกัน ซึ่งโซนที่ดูจะโดดเด่นที่สุด จะเป็นตรงโต๊ะไม้ที่ตั้งอยู่ระหว่าง 2 เสา ท็อปไม้เรียบ ๆ เวลาสั่งกาแฟ หรือเบเกอรี่ ขนมเค้กมาวางถ่ายภาพ จะได้ภาพที่สวยมากค่ะ

Mystays

ทุกโซนดูมีความน่านั่ง ชิล ๆ สบาย ๆ เหมาะแก่การมานั่งนึกว่า เอ๊ วันต่อไปเราจะไปเที่ยวที่ไหนต่อดี 555+ ทริปเดิมยังไม่ทันจะจบ คิดทริปเที่ยวที่ใหม่รอซะแล้ว มีใครเป็นแบบเราบ้าง

Mystays

สำหรับเมนูแนะนำ ซึ่งตอนที่เราไป ทางร้านแจ้งว่าเป็นเมนูใหม่ค่ะ ชื่อว่าเมนู Delight Fruit Berry ได้อารมณ์แบบกินเบอร์รี่รวม นานาชนิด ด้านล่างจะมี โยเกิร์ต ซึ่งทุกคนจะรู้กันดีว่ามันเข้ากันได้ดีกับผลไม้ ตัดด้วยความหวานหอมของช็อกโกแลต ละมุนเกินจะบรรยายค่า

นอกจากเมนูใหม่แล้ว ก็ยังมีเมนูขนมเค้ก เบเกอรี่ อีกมากมายให้คุณได้ลิ้มลองเลยล่ะค่ะ ไม่แค่รสชาติที่อร่อยเท่านั้นนะคะ แต่การตกแต่งมาเสิร์ฟก็สวยแก่การ วางเป็นพร๊อบถ่ายรูปมาก ๆ เลยค่า เก๋กรุบ ส่วนเมนูเครื่องดื่มก็จะมี กาแฟเป็นแบรนด์ Segafredo มีชา กาแฟ ร้อน เย็น ปั่น และเมนูอาหารแบบทานง่าย ๆ อย่างสปาเก็ตตี้ ใครที่พักที่นี่ ตื่นมาก็สามารถสั่งอาหาร และกาแฟทานได้เลยค่ะ

Mystays

สำหรับห้องพัก Mystays Phuket มีทั้งหมด 16 ห้อง ราคาเริ่มต้นที่ 480 บาทต่อคืนค่ะ
– Standard Double Room 10 ห้อง
– Standard Twin Room 6 ห้อง
โรงแรมมีบริการอาหารเช้า และเครื่องดื่ม ถือว่าประหยัดมากค่ะ เหมาะกับการมาพัก เพื่อมาทำงาน หรือสัมมนาเบาๆ

Mystays Phuket Hotel & Cafe
เปิดทุกวัน 09.00 – 19.00น.
เบอร์ติดต่อ 076-641125, 098-7943537

 

เลี้ยงช้าง สร้างรอยยิ้ม ที่ Elephant Retirement Park Phuket คลิกเลย

ทาลิปสติกสีนู้ด “nude” เลือกโทนไหนให้รอดกับสีผิว!

การทา “ลิปสติกสีนู้ด nude ” หลายคนนั้นมักจะไม่ค่อยรอดเท่าไหร่ เพราะ บางครั้งมันอาจจะทำให้ปากเราดูซีดได้ แต่เทรนด์การแต่งหน้าในปัจจุบันเราไม่จำเป็นที่จะต้องทาลิปสติกสีนู้ดทั่วทั้งปากแบบแต่ก่อน เราสามารถนำลิปสติกสีนู้ดมาปรับแต่งในการทาริมฝีปากให้ดูมีมิติขึ้นได้อย่างหลากหลาย โดยเสน่ห์ของลิปสติกสีนู้ดมันคือความเรียบง่ายที่คอยช่วยเบรคการแต่งหน้าที่จัดเต็มเกินไปให้ดูพอดีได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้ผู้หญิงเราควรมีลิปสติกสีนู้ดติดกระเป๋าไว้สัก 2-3 แท่ง

แต่การเลือกลิปสติกสีนู้ดnude ติดกระเป๋าสักแท่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายหลายๆ คนคิดหนักกับการเลือกซื้อลิปสติกอย่างมาก เพราะจะเลือกสีไหนดีให้เข้ากับริมฝีปากของเราที่สุด เพราะบางทีให้ทาปากสีนู้ดก็ไม่ได้จะเข้ากับทุกสีผิว และอาจจะทำให้ริมฝีปากดูลอย หรือซีดลงได้ เพราะฉะนั้นวันนี้…เลยอยากจะมาแนะนำการเลือกลิปสติกสีนู้ด เลือกโทนไหนให้รอดกับสีผิว

การเลือกลิปสติกสีนู้ด nude เลือกโทนไหนให้รอดกับสีผิว

ลิปสติกสีนู้ดนั้นจริงๆ แล้วก็มีอยู่ไม่กี่โทนสี เพราะ ความที่เป็นสีอ่อนทำให้การเลือกสีจึงสำคัญต่อสีผิว เพื่อให้การแต่งหน้าของเราดู Complete Look ที่สุด ดังนั้นไปดูกันเลยว่าสีผิวแบบเราจะเหมาะกับสีลิปสติกนู้ดสีไหนมากที่สุด

ผิวขาวเหลือง เลือกลิปสติกสีนู้ด

การเลือกลิปสีนู้ดnude สำหรับคนผิวขาวเหลือง เพื่อให้การแต่งหน้าของเราดูไม่ซีดจนเกินไป ควรเลือกลิปสติกสีนู้ดในโทนส้มพีช สีพีช สีอิฐ จะทำให้ใบหน้าของเราดูสดใสมากยิ่งขึ้น และยังสามารถเข้ากับการแต่งหน้า และการแต่งตัวได้หลากหลายสไตล์อีกด้วย หากมีติดกระเป๋าไว้รับรองว่าได้ใช้อย่างแน่นอน

ผิวขาวเหลือง เลือกลิปสติกสีนู้ด
Cr: Photo www.escentual.com

ผิวขาวชมพู เลือกลิปสติกสีนู้ด

สำหรับผิวขาวอมชมพูจะพบน้อยในหมู่เอเชีย และคนไทย แต่จะพบในฝั่งของตะวันตก เช่นยุโรป หรืออเมริกา อย่างไรก็ตามหากใครมีสีผิวขาวอมชมพูการเลือกลิปสติกสีนู้ด nude นั้นไม่ค่อยเป็นปัญหาสักเท่าไหร่ แต่หากอยากให้เหมาะกับสีผิว ควรเลือกลิปนู้ดในโทนชมพู หรือชมพูพีช เพราะมันจะทำให้ผิวของเราดูมีออร่าเหมือนกับนางฟ้าในเทพนิยายเอามากๆ

ผิวขาวชมพู เลือกลิปสติกสีนู้ด
Cr: Photo www.escentual.com

ผิวสองสี เลือกลิปสติกสีนู้ด

เชื่อว่าผู้หญิงไทยหลายคนมักจะมีผิวสองสีกันเป็นส่วนใหญ่ ก็ไม่ขาวมาก และไม่ดำหรือแทนแบบสุดๆ การเลือกลิปของผู้หญิงประเทศนี้การทาลิปนู้ดอาจจะต้องเลือกสีเป็นพิเศษ เพราะหากเลือกไม่ดีริมฝีปากของเราอาจจะดูลอยได้ ดังนั้นลิปสติกสีนู้ดที่ควรเลือกคือ โทนสีอิฐ สีส้มอิฐ สีน้ำตาล จะเหมาะกับคนผิวสองสีเป็นอย่างมาก จะทำให้ริมฝีปากดูสวยอย่างเป็นธรรมชาติ และยังเข้ากับการแต่งหน้าได้เกือบทุกลุคอีกด้วย

ผิวสองสี เลือกลิปสติกสีนู้ด nude
Cr: Photo www.escentual.com

ผิวสีเข้ม เลือกลิปสติกสีนู้ด

ผิวสองสี เลือกลิปสติกสีนู้ด "nude"
Cr: Photo www.escentual.com

สำหรับสาวผิวสีหลายคนมักจะเลือกสีลิปที่ดูเป็นธรรมชาติกับผิวที่สุด เพื่อไม่ให้ริมฝีปากดูโดดเด่นเกินไป การเลือกลิปสติกสีนู้ดจึงมีความสำคัญกับสาวผิวสีเป็นอย่างมาก โดยลิปสีนู้ดที่ควรเลือกนั้นคือ โทนสีน้ำตาล หรือเป็นสีนู้ดที่ออกน้ำตาลแดง ก็ได้ โดยสีเหล่านี้จะทำให้ริมฝีกปากของสาวผิวสีดูเป็นธรรมชาติ และไม่โดดเด่นเกินหน้าเกินตาการแต่งหน้าในส่วนอื่นๆ

ทุกโทนสี “ลิปสติกสีนู้ดnude ” ที่เราได้แนะนำไปในทุกสีผิว คุณสามารถนำไปเลือกซื้อเลือกช้อปได้อย่างสบายใจ เพราะเป็นสิ่งที่คุณสามารถใช้ในการทาริมฝีปากจริงๆ ได้ทุกๆ วัน หรือแม้แต่การออกงานสังคมต่างๆ ลิปสติกสีนู้ดก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่หลายคนนั้นมักจะทาอยู่เสมอ ดังนั้นการมีลิปสติกสีนู้ดก็เหมือนมีของกันตายได้สำหรับเรื่องของการแต่งหน้า

 

แนะนำ Playlist เพลงเกาหลี เล่นสด ฟังสบาย

0

แนะนำ Playlist เพลงเกาหลี เล่นสด ฟังสบาย ๆ

ในช่วง Covid – 19 เชื่อเลยว่าสายเสพคอนเสิร์ต สายดนตรีเล่นสดหลายคนต้องมีอาการลงแดงเพราะนอกจากจะไม่ได้เจอหน้าศิลปินในดวงใจแล้ว ยังอดอินไปกับบรรยากาศสนุก ๆ ของการฟังดนตรีแบบสด ๆ อีกด้วย โดยเฉพาะศิลปินต่างชาติที่ดูยังไงก็น่าจะยังไม่มีแพลนมาจัดคอนเสิร์ตให้แฟน ๆ ชาวไทยได้หายคิดถึงกันเร็ววันนี้แน่นอน

Inzpy เลยขอแนะนำ Playlist เพลงเกาหลี เอาใจแฟนคลับ K-pop กันซะหน่อย เพราะด้วยสถานการณ์ Covid – 19 ที่ระบาดไปทั่วโลกนั้น ทำให้เกาหลีใต้ได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นกัน แต่เพราะเป็นประเทศที่อุตสาหกรรมบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นดนตรี ศิลปะ รวมถึงภาพยนตร์และละครก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว และถือเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของประเทศเลยก็ว่าได้ จึงทำให้เกิดการปรับตัวของอุตสาหกรรมบันเทิงเพื่อสอดคล้องไปกับมาตรการต่าง ๆ

เพลงเกาหลี
Cr. Begin again 3

มาเริ่มต้นกันที่ Playlist ฟังสบายจากรายการ Begin Again Korea รายการที่จะพาศิลปินเกาหลีจัด Busking events ในประเทศต่าง ๆ แต่ด้วยสถานการณ์ Covid – 19 ทำให้ใน Season 4 นั้นถูกจัดขึ้นประเทศเกาหลีใต้เอง โดยมีศิลปินชื่อดังของเกาหลีมากมายที่เข้าร่วม เช่น Lee Sora, Crush, LeeHi, Lee Suhyun, Jukjae, Hareem,  Jung Seunghwan และการจัดรายการนั้นก็อยู่ภายใต้มาตรการ Social distancing ที่ทำให้คนเกาหลีได้ฟังดนตรีสดสุดฟินแบบปลอดภัยห่างไกล Covid – 19 อีกด้วย ส่วนแฟน ๆ ชาวไทยคนไหนที่อยากจะลองฟังเพลงเพราะ ๆ ของศิลปินท่านอื่นนอกเหนือจากที่เราแนะนำไปก็สามารถเข้าไปกดติดตามช่อง Official ของรายการได้ที่ Beginagain 비긴어게인

Playlist ต่อมากันเลยกับรายการ The Sea I Wished For ทีมผู้จัดเดียวรายการ Begin Again เป็นรายการวาไรตี้ที่มี Concept โดยการนำ อาหาร ผู้คน ดนตรี มารวมไว้ที่บาร์แห่งหนึ่ง โดยมีศิลปินและนักแสดงชื่อดังของเกาหลีมากมายที่มารับบทเป็นพนักงานของบาร์และคอยดูแลผู้ที่มาใช้บริการบาร์ ไม่ว่าจะเป็น Onew, Lee Suhyun, Lee Dongwook, Kim Goeun, Yoon Jongshin, Lee jiah และแขกรับเชิญสุดน่ารักอย่าง Rose Blackpink ซึ่งศิลปินและนักแสดงที่เข้าร่วมรายการนั้นก็มีเอกลักษณ์ความโดดเด่นเฉพาะตัวแตกต่างกันไป ทำให้แขกที่มาเข้าใช้บริการได้สัมผัสกับความเป็นตัวของตัวเองของศิลปินแบบฟิน ๆ กันไปเลย และใครที่กำลังมองหารายการฟีลลิ่งกู๊ดที่ช่วยฮิลลิ่งจิตใจ ก็สามารถตามไปคลิก Subscribe ได้ที่ 바라던 바다

Playlist สุดท้าที่นำมาฝากกัน จากรายการ Killing Voice ที่อาจจะไม่ใช่ดนตรีเล่นสดแต่ขอบอกเลยว่าศิลปินที่มาร้องสดเหมือนมาร้องให้ฟังอยู่ข้าง ๆ กันเลย ใครที่ชอบฟังเสียงสดเพราะ ๆ รับรองว่า Playlist นี้ถูกใจแน่นอน แถมมาครบทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นไอดอลบอยแบนด์หรือเกริลกรุ๊ป ตัวพ่อตัวแม่ทั้งสายอินดี้ R&B Rap หรือจะเป็น Pop เบา ๆ ก็จัดมาเต็มรูปแบบเลย อยากรู้ว่ามีศิลปินที่รักที่ชอบของตัวเองมั้ยหรืจะอยากดู Content อื่น ๆ ของทางช่องตามไปกด Subscribe ได้ที่ 딩고 뮤직 / dingo music

เป็นยังไงกันบ้างกับ Playlist เพลงเกาหลีเล่นสดที่ Inzpy เอามาฝากกัน หวังว่าจะถูกใจสายเกาหลี รวมทั้งคนที่ชอบฟังดนตรีสดหลาย ๆ คนให้พอได้หายคิดถึงบรรยากาศคอนเสิร์ตหรือร้านนั่งชิลกันไปบ้าง งานนี้ไม่ว่าจะสายเกาหลีหรือใครที่ยังไม่เคยฟังเพลงเกาหลีก็ลองเอาไว้ฟังระหว่างทำงานเพลิน ๆ หรือตอนขับรถชิล ๆก็ได้นะ ถือว่าเตรียมความพร้อมรอวันที่จะได้กลับไปดูคอนเสิร์ตสนุก ๆ กันอีกครั้ง

Listening_ASMR

ASMR รายละเอียดเสียงต่าง ๆ ที่จะทำให้คุณผ่อนคลาย คลิก

ค่ำคืนอันสุดแสนพิเศษ กับทุกรายละเอียด การตกแต่ง ที่ Kata Rock

ค่ำคืนอันสุดแสนพิเศษ กับทุกรายละเอียด การตกแต่ง ที่ Kata Rock

หากใครหาค่ำคืนพิเศษ กับใครสักคน กับอาหาร เครื่องดื่ม เลิศหรู และ การตกแต่ง ที่เก็บทุกรายละเอียดได้อย่างสมบูรณ์แบบ แนะนำให้มาที่ Kata Rock ภูเก็ต เลยค่ะ

การเดินทางของเรามีเป้าหมายในการมาที่หาดกะตะ เพราะเป็นหาดที่เราชอบที่สุดในภูเก็ตเลย เราจอดรถดูวิว ที่ยอดเขา มองไปไกล เห็นหาดกะตะ อยู่ข้างหน้า เห็นเกาะเล็ก ๆ นั่นมั้ยคะ นั้นคือเกาะปู ที่ทำให้หาดกะตะ ดูดี

เกาะปูนี่แหละ ที่ทำให้นักเซิร์ฟ มาเล่นกันมากมาย ทางฝั่งใต้ของหาด เนื่องจากคลื่นลมจากอันดามัน พัดผ่านเกาะปูมา ทำให้เขาหาดเป็นคลื่นที่ม้วนและบีบตัว ก่อนเข้าหาด ช่วงเวลาที่เหมาะสมของการเล่นกระดานโต้คลื่น ที่ หาดกะตะ คือช่วงปลายฝน แต่ช่วงต้นหนาวก็ยังคงเล่นได้ แต่เป็นแบบ beginner

เสร็จจากการเดินเล่นหาดกะตะ พระอาทิตย์เริ่มตก ค่ำคืนนี้เราต้องการอะไรพิเศษ ๆ สำหรับวันพิเศษ กับคนพิเศษ เราจึงจองอาหารที่ Kata Rock ไว้ ทาง กะตะร็อค มีทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และห้องพักไว้บริการ ส่วนสถานที่นั้นเรียกว่าอยู่บนยอดเขาหินข้าง ๆ หาดกะตะ ทางด้านใต้นี่เอง เราขับขึ้นไปครึ่งทางก็มีที่จอดรถ แล้รอสักครู่ ก็จะมีรถกอล์ฟมารับ ขึ้นไปห้องอาหาร เราต้องร้อง wow กับวิว และการตกแต่งที่สวยงาม อะไรเช่นนี้ มุมมองมองไปได้ไกล เห็นเกาะปูชัดเจน

ตกค่ำแล้ว ทานอาหารเสร็จ เราก็ได้ย้ายมาดื่มเครื่องดื่ม อีกบาร์ ที่มีเครื่องดื่มพิเศษ ๆ มากมาย รวมถึงเครื่องดื่มที่ผลิตเอง ที่มี brand เป็นของตัวเอง ดูแล้วต้องลองให้หมดเลย

เราพูดคุยกับ bartender จนลืมถ่ายรูปเลย หากใครอยากหาเวลาพิเศษ กับคนพิเศษ ให้มาพักที่ Kata Rock นี่เลย ห้องพักก็สุดแสนวิเศษ การบริการดีเลิศ และที่สำคัญ การตกแต่ง สุดแสนจะละเอียด

ดูกันเพลิน ๆ กับกองหินริเชริว คลิกเลย

เปลี่ยน “สีผม” ให้ใบหน้าเปล่งประกายสีไหนเหมาะกับคุณที่สุด

การเปลี่ยน สีผม เป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ และปรับเปลี่ยนลุคให้กลายเป็นอีกสไตล์หนึ่งได้ โดยพื้นฐานของสีผมของคนไทยนั้นส่วนใหญ่จะเป็นสีดำ หรือน้ำตาลเข้ม แถมยังมีผมเส้นหนา ตามพันธุกรรมของคนในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และหลายคนก็เบื่อกับการมีผมสีดำเพราะมันทำให้ใบหน้าของเราดูธรรมดาไม่โดดเด่น แบบฝั่งตะวันตก

ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงสีผมมีการสร้างผลิตภัณฑ์ย้อมสีผมที่มีการผลิตสีออกมาจำนวนมากในหลายเฉดสี เพื่อให้ทุกคนได้เปลี่ยนสีผมอย่างที่ใจต้องการได้ และยิ่งไปกว่านั้นในบางซาลอนยังสามารถไล่เฉดสีผมจากโคนผมสู่ปลายผมให้มีความแตกต่างกันได้อีกด้วย

ย้อม”สีผม“ทำเอง หรือทำที่ซาลอนแบบไหนดีกว่ากัน?

หลายคนที่เคยเปลี่ยนสีผมอยู่เป็นประจำจะรู้ดี ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนแปลงสีผมได้ด้วยตนเอง หรือสามารถเข้าไปใช้บริการที่ร้านซาลอนได้ หากถามว่าควรทำเอง หรือทำที่ร้าน บอกได้เลยว่าควรทำที่ร้านจะดีกว่า เพราะแต่ละร้านซาลอนจะมีผู้เชี่ยวชาญในการย้อมเปลี่ยนสีผมอยู่ ซึ่งทางร้าน หรือ hairstyles จะรู้ดีว่าเส้นผมแบบไหนควรใช้เวลาย้อมกี่นาที่ หรือควรมีการผสมสารเคมีที่ใช้ในการเปลี่ยนสีเท่าไหร่ เพื่อทำให้ผมออกมาเป็นสีอย่างที่ตั้งใจไว้

เปลี่ยน "สีผม" ให้ใบหน้าเปล่งประกายสีไหนเหมาะกับคุณที่สุด-1
Cr: Photo freepik.com

สำหรับใครที่ไม่ซีเรียสกับผลลัพธ์ที่จะออกมาก็สามารถย้อมเองได้ที่บ้าน โดยตามร้านค้าทั่วไปก็มีผลิตภัณฑ์ย้อมผมที่มีสีให้เลือกมากมาย แต่สำหรับใครที่ต้องการย้อมสีผมให้อ่อนมากๆ ควรเข้าใช้บริการที่ซาลอนดีกว่า

สีผมที่ควรเลือกเพื่อให้เข้ากับสีผิว!

อย่างไรก็ตามการย้อมผม หรือเปลี่ยนสีผมที่ไหนก็ตามไม่สำคัญเท่ากับสีผมที่เราต้องการย้อมออกมาเป็นสีที่เราตั้งใจ ซึ่งการเลือกสีผมก็สำคัญมากๆ เพราะแต่ละสีอาจจะส่งเสริมให้ใบหน้าของเราเปล่งประกาย หรือทำให้หม่นหมองได้เลย Tnzpy จึงมีวิธีการเลือกสีผมให้เข้ากับผิวดังนี้

ผิวขาวโทนชมพูทำสีผมแบบไหนดี

ใครที่มีสีผิวขาวอมชมพูส่วนใหญ่แล้วจะย้อมสีไหนก็ได้ เพราะย้อมแล้วออกมารอดทุกสี แต่ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของคุณ หากย้อมในโทนน้ำตาลอ่อนก็จะทำให้ใบหน้าของคุณดูหวานขึ้น หรือจะออกไปแนวแฟชั่นอย่างสีที่ออกหม่นๆ อย่างสีควันบุหรี่ แบบมีการไล่เฉด ยิ่งเป็นการขับผิวหน้าของเราให้เปล่งประกายขึ้นเป็นอย่างมาก

ผิวขาวโทนชมพูทำสีผมแบบไหนดี
Cr: Photo www.latest-hairstyles.com

ผิวขาวโทนเหลืองทำสีผมแบบไหนดี

จริงๆ คนผิวโทนขาวเหลืองก็สามารถทำได้เกือบทุกสีเลยเช่นกัน แต่สิ่งที่เป็นปัญหาของคนผิวขาวเหลืองคือการมีผิวที่ดูซีด ทำให้ต้องเลือกสีผมในโทนที่ไม่ติดเหลืองมาก เช่นสีน้ำตาล สีคาราเมล สีที่ออกไปในโทนแดง ซึ่งจะทำให้ผิวของเราดูสดใสกว่าการย้อมผมสีบลอนด์ทอง หรือโทนสีทอง

ผิวขาวโทนชมพูทำ สีผม แบบไหนดี
Cr: Photo girlstyle.com

ผิวสองสีทำสีผมแบบไหนดี

ผิวสองสีจะเจอมากในผิวของคนไทย ซึ่งเราจะเห็นจากหลายๆ คนชอบไปทำผมสีทอง ซึ่งดูแล้วไม่ค่อยน่ามองสักเท่าไหร่ หากต้องการย้อมผมสีอ่อนๆ แนะนำให้ย้อมในโทนสีบลอนด์เทา น้ำตาลควันบุรี่ น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับใครที่อยากทำสีอ่อน หรือหากเป็นสีที่เข้มขึ้นมาอย่างสีน้ำตาล สีแดงประกายต่างๆ ก็สามารถทำให้ใบหน้าของคุณดูโดดเด่นขึ้นมาได้เช่นกัน

ผิวสองสีทำสีผมแบบไหนดี
Cr: Photo www.latest-hairstyles.com

ผิวสีเข้มทำสีผมแบบไหนดี

ผิวสีเข้มเป็นอะไรที่ท้าทายกับการทำสีมากๆ แต่สีที่ไม่ควรย้อมเลยคือโทนสีทอง เพราะจะทำให้หน้าของคุณดูหม่นหมองยิ่งกว่าเดิม แนะนำให้คุณลอง สีน้ำตาลคาราเมล สีบลอนด์เทา หรือน้ำตาล แบบไล่เฉดสี ก็สามารถทำให้ลุคของคุณดีเก๋ไก๋ และเฉิดฉายในหมู่เพื่อนๆ ได้อย่างแน่นอน

เปลี่ยนใบหน้าให้เปร่งประกายด้วยสีผม
Cr: Photo www.latest-hairstyles.com

การเลือกเปลี่ยนแปลง สีผม นั้นถือเป็นความสนุกสนาน และมีความท้าทายในชีวิตอีกอย่างหนึ่งที่เราสามารถเล่นสนุกมากกว่าการย้อมให้สีเหมือนกันทั้งศีรษะ คุณสามารถนำคำแนะนำการเลือกสีผมให้เข้ากับสีผิวไปปรับเปลี่ยนได้ตามสไตล์ของคุณได้เลย ไม่เพียงแต่จะทำให้ใบหน้าของคุณดูเปล่งประกาย แต่ยังสร้างความมั่นใจ และความโดดเด่นให้กับคุณได้อีกด้วย

Cross Vibe Sukhumvit โรงแรมราคาดี ติด BTS อ่อนนุช

Cross Vibe Sukhumvit โรงแรมราคาดี ติด BTS อ่อนนุช

Cross Vibe Sukhumvit

วันนี้เราจะมาแนะนำโรงแรมที่มีโปรโมชั่นเด็ด ๆ โดนใจ สำหรับสายที่ต้องการอยู่ยาว หรือพักผ่อนเปลี่ยนสถานที่ทำงานในช่วง Work From Home ขอแนะนำโรงแรม Cross Vibe Bangkok Sukhumvit ที่นี่จะตั้งอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 52 หน้าปากซอยเป็นโลตัส สาขาอ่อนนุช และ BTS อ่อนนุชค่ะ เดินเข้าซอยไปแค่ 500 เมตร ก็ถึงตัวโรงแรมแล้วค่ะ เรียกว่าเดินทางสะดวก หาของกินก็ง่าย แถมยังมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ ออกมาอยู่บ่อย ๆ อีกด้วย ทีนี้เราไปดูรายละเอียดต่าง ๆ ภายในโรงแรมกันค่ะ

สำหรับตัวห้องพักนั้นที่นี่จะมีให้เลือกค่อนข้างหลากหลายค่ะ ไปดูกันค่ะว่ามีแบบไหนบ้าง

Standard Room
ห้องขนาด 28 ตร.ม. มีแบ่งโซนที่นั่งทำงานและที่นั่งเล่นให้ อยู่คนเดียวก็สบาย หรือถ้าอยู่ 2 คนก็ถือว่าไม่อึดอัดมากค่ะ มีห้อง 2 แบบให้เลือกนะคะ ว่าจะเลือกเป็นเตียง Double Bed Room หรือ Twin Bed Room

 

Superior Room
ขนาดห้องจะอยู่ที่ 38 ตร.ม.นะคะ ถือว่าค่อนข้างกว้างเลยค่ะ มีห้อง 2 แบบให้เลือกนะคะ ว่าจะเลือกเป็นเตียง Double Bed Room หรือ Twin Bed Room แถมยังมีพื้นที่ให้นั่งพักผ่อน หรือทำงานให้อีกด้วยค่ะ

 

Cross Vibe Sukhumvit

Studio Room
ห้อง Type นี้ถือว่าหายากนะคะ โรงแรมโดยทั่วไปมักจะไม่มีห้องที่มีครัวแบบจัดเต็มให้แบบนี้ ทั้งเคาเตอร์ครัว เตาไฟฟ้า ที่ดูดควัน อ่างล้างจาน และอุปกรณ์ทำครัวต่าง ๆ โต๊ะ เก้าอี้นั่งทานอาหาร เรียกได้ว่าไม่ต่างจากการอยู่คอนโดเลยค่ะ ขนาดห้องจะอยู่ที่ 28 ตร.ม.

 

Suite Room
ห้องนี้จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนนะคะ คล้าย ๆ คอนโดที่เป็น One Bed Room ในส่วนของห้องนอนและห้องนั่งเล่นจะแบ่งแยกกันออกเป็นสัดส่วนชัดเจน มีโซฟาตัวใหญ่ สามารถพาเพื่อนหรือครอบครัวมานั่งเล่นนั่งคุยกันได้อย่างสะดวกสบายเลยค่ะ ขนาดห้องอยู่ที่ 40 ตร.ม. กว้างมาก ๆ ค่ะ

 

One Bedroom
ขนาดห้อง 38 ตร.ม. แบ่งสัดส่วนชัดเจนคล้ายห้อง Suite เพิ่มเติมคือมีครัวมาให้ด้วยค่ะ อุปกรณ์ครัวครบครันเหมือนห้อง Studio เลยค่ะ เหมาะกับการอยู่ระยะยาว และทำอาหารทานในห้อง ชวนเพื่อนและครอบครัวมาสังสรรกันได้อย่างสบายเลยค่ะ แยกห้องนอนกับห้องรับแขกได้ความเป็นส่วนตัวดีด้วยค่ะ

 

Two Bed Room
ขนาดห้อง 56 ตร.ม. ห้องนอนแบ่งเป็นห้องเตียงใหญ่ 1 ห้อง และห้องเตียงเดี่ยว 1 ห้องค่ะ มีส่วนของห้องนั่งเล่นและโซนครัว แยกออกมาเป็นสัดส่วน มีระเบียง ครอบครัวเล็ก ๆ พ่อ แม่ ลูก อยู่ได้แบบกำลังดีเลยค่ะ

 

มาดูในส่วนของสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในโรงแรมกันค่ะ ที่นี่เป็นโรงแรมที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้ามาก ๆ เดินทางสะดวกแต่มีพื้นที่จอดรถให้ค่อนข้างเยอะเลยนะคะ สำหรับใครที่ไม่ได้เดินทางด้วยรถไฟฟ้า ก็สามารถนำรถมาจอดได้ นอกจากนี้เคาเตอร์เช็คอินก็เปิดตลอด 24 ชั่วโมง มีบริการสปา ห้องออนเซ็น แยกชาย-หญิง สระว่ายน้ำขนาดไม่ใหญ่มาก ห้องฟิตเนส บาร์ และห้องอาหาร เครื่องซักผ้า และอบแห้งหยอดเหรียญ ภายในบริเวณโรงแรมยังมีตู้กดเครื่องดื่มและขนมให้บริการสำหรับสายหิวดึกด้วยค่ะ แต่หากต้องการตัวเลือกเยอะหน่อย ด้านหน้าโรงแรมเองก็ติดกับร้านสะดวกซื้อ 7-11 ด้วยค่ะ มาพักที่นี่เรียกว่าสะดวกสบายทั้งเรื่องห้องพักที่สะอาดสวยงาม สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน การเดินทางง่าย ของกินมีให้เลือกเยอะ ในราคาที่ไม่แพงเลยค่ะ

ยิ่งในช่วงนี้โควิดนี้ ทางโรงแรมเองก็ออกโปรโมชั่นส่วนลดอยู่ตลอดเวลา เช่น ซื้อ Voucher 30 ใบ ในราคาเพียง 9,900 บาทเท่านั้น เลือกพักห้อง Standard หรือ Studio ก็ได้ หารเฉลี่ยแล้วตกคืนละ 330 บาทเท่านั้น แถมเจ้าคูปองตัวนี้ยังมีระยะเวลาการหมดอายุได้ถึง 60 วันเลยค่ะ (นับจากวันแรกที่ใช้ Voucher ใบแรก) โปรโมชั่นนี้มีถึงเดือน ธันวาคม 2564 นะคะ คุ้มสุด ๆ ค่ะ สามารถติดตามข่าวสารและอัพเดตโปรโมชั่นต่าง ๆ ของโรงแรมได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/crossvibe.bkksukhumvit

พิกัดการเดินทาง : https://goo.gl/maps/akuaJ8uqa4d6Hmx97

หมู่เกาะสุรินทร์ ดินแดนมหัศจรรย์ สวรรค์ของนักดำน้ำ นอนเต็นท์คืนละ 450 บาท

หมู่เกาะสุรินทร์ ดินแดนมหัศจรรย์ สวรรค์ของนักดำน้ำ นอนเต็นท์คืนละ 450 บาท

หมู่เกาะสุรินทร์

เที่ยว หมู่เกาะสุรินทร์ ดินแดนมหัศจรรย์ สวรรค์ของนักดำน้ำ แต่ต่อให้ไม่ได้ดำน้ำจริงจังก็ต้องหลงรักค่ะ หมู่เกาะที่นี่ยังมีความเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์มาก ไม่ว่าจะเป็นบนหาด หรือใต้ทะเล เนื่องจากเป็นอุทยาน อยากจะบอกว่าความสวยของทะเล สวยไม่แพ้ชาติใดในโลกเลยนะคะ

หมู่เกาะสุรินทร์

การนั่งเรือไปเกาะสุรินทร์ ใช้เวลาค่อนข้างนานพอสมควรค่ะ แต่คุ้มค่ามาก ๆ การันตี สีของน้ำทะเลที่เรามองเห็นมันฟ้า สดใสมาก ใสชนิดที่แบบแค่มองก้มลงไปจากเรือเฉยๆ ยังเห็นตัวปลาและ ปะการัง โดยเฉพาะวันที่ฟ้าเปิด เวลาที่แสงจากดวงอาทิตย์กระทบกับน้ำ เรามองเห็นเป็น Crystal แบบนั้นเลยค่ะ งื้อ ดีต่อใจ

จุดที่เราพักจะเป็นจุดพักที่เป็นลานกางเต็นท์ของทางอุทยานนะคะ ค่าเช่าเต็นท์ละ 450 บาท นอนได้ 3 คน สำหรนับใครที่อยากประหยัดงบแนะนำเลยค่ะ ติดต่อที่ Seastar Happy Journey ตั้งอยู่บนหาดไม้งาม พอมองออกไปทางฝั่งทะเล จะเห็นหาดทราบสีขาวละเอียด ตัดกับฟ้าของน้ำทะเล ถึงต้องบอกว่า ที่นี่มันคือสวรรค์ชัด ๆ ถ้าเราถามจากคนที่อยู่ที่นี่ เค้าบอกว่าที่ไหนที่มี ปูเสฉวน อยู่มาก แสดงว่าเป็นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์มากเช่นกันค่ะ และแน่นอน ไม่ว่าเราจะเดินไปทางไหนบนอุทยานนี้ ก็จะเจอกับปูเสฉวน ลูกเล็กใหญ่ เดินอยู่เต็มหาดไปหมดเลย

อีกหนึ่งสถานที่ที่อยู่ใกล้กับอุทยาน ก็จะเป็น หมู่บ้านมอแกนค่ะ เป็นชุมชนเล็ก ๆ ที่อาศัยอยู่ติดหาด ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้จนน่าตกใจ แต่คนไทยที่มีน้ำใจทุกคน และหลายหน่วยงานได้เข้ามาดูแล จนสร้างบ้านขึ้นมาใหม่ให้ชุมชนชาวมอแกน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าประทับใจมากค่ะ คนที่นี่น่ารัก และใจดี เค้ามีทำงานแฮนเมด อย่างสร้อมข้อมือ กำไร แกะสลักไม้เป็นรูปสัตว์ทะเล เรือที่เป็นเอกลักษณ์ของหมู่บ้านมอแกน (เรือก่าบาง) วางจำหน่าย เพื่อหาเลี้ยงคนในครอบครัว ถ้าใครมีโอกาสได้ไป ก็อยากให้ช่วยกันอุดหนุนน้องๆที่นี่นะคะ ราคาไม่แพง แล้วเอาไปตั้งเป็นที่ระลึกสวยๆได้เลย

หมู่เกาะสุรินทร์

ทุกคนให้ดูความใสของน้ำ โชคดีมากที่มาตอนที่ฟ้าเปิด มันดีต่อใจ เห็นทีไรก็อยากโดดน้ำตลอดเวลา 555+ เราเชื่อว่าทุกคนที่มาที่นี่ก็ต้องเป็นแบบเรา ไม่พูดมาก จองตั๋วเลย 555+ เดี๋ยวไปดูโลกใต้น้ำกันบ้าง ว่าจะว้าวขนาดไหนค่ะ

หมู่เกาะสุรินทร์

การจะดำน้ำดูฝูงปลา และปะการังที่นี่ ก็จะมีหลายแบบค่ะ ทั้งแบบที่ตื้น ๆ แบบ Snorkeling ก็ได้เห็นปะการังสวย ๆ แล้วค่ะ หรือจะเลือกดำลึกลงไปหน่อยแบบ สาย Freediving ก็ไม่ผิดหวัง เพราะไม่ว่าจะตื้นหรือดำลึก ก็ได้เห็นความงดงามของปะการังไม่ต่างกันค่ะ มันมีความสีสันสดใส ยิ่งดูใกล้ๆ ยิ่งแฮปปี้ มุดน้ำยังไงก็เจอปะการัง มันแน่นมาก และสมบูรณ์มาก ๆ เลยค่ะ

ในเขตอนุรักษ์แบบนี้ เราก็จะได้เจอปะการังอันใหญ่ ๆ มากมายเลยค่ะ ว่าแล้วก็อยากจะกดตั๋วไปอีกรอบเลย 555+ แนะนำว่าในช่วง Summer คือตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม ยาวไปจนถึงเดือนเมษายน เหมาะที่จะดำน้ำมากค่ะ หมดช่วงมรสุมแล้วน้ำจะใสมาก ๆ

มีสิ่งนึงที่อยากให้ทุกคนช่วยกันรักษาความงดงามนี้ไว้ นั่นก็คือเรื่องขยะพลาสติก และการเลือกใช้ครีมกันแดดที่ไม่เป็นอันตรายต่อปะการังค่ะ เราจะได้มีผืนทะเลสวย ๆ ไว้ให้คนรุ่นเห็นแบบที่เราเห็น แล้วให้มันกลายเป็นทะเลที่สวยแบบนี้คงอยู่ต่อไปกันนะคะ สิ่งนึงที่ทางไกด์คอยย้ำเตือนเราอยู่เสมอ คือเรื่องของสัตว์ทะเล และปะการังถึงแม้มันจะสวยขนาดไหน ก็ไม่ควรไปจับ หรือไปใกล้มันมากเกินไปค่ะ

หมู่เกาะสุรินทร์

ตอนนี้ที่อุทยานเค้าห้ามนำครีมกันแดดที่มีสารอันตรายขึ้นอุทยานกันแล้วนะคะ หากใครฝ่าฝืนจะมีโทษปรับ 1 แสนบาท เราจึงอยากแนะนำ ครีมกันแดด ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปะการังมาฝาก 5 แบรนด์ ซึ่งในนั้นก็จะมีแบรนด์ที่เราคัดมาแล้วว่าเป็นแบรนด์ที่ใช้แล้วปลอดภัยต่อปะการัง แต่มีประสิทธิภาพในการกันแดดได้ดี
5 แบรนด์ครีมกันแดด เป็นมิตรต่อปะการัง

แต่ถ้าหากว่าใครแพ้ครีมกันแดด เราแนะนำให้ทาน้ำมันมะพร้าวแทนนะคะ อาจจะไม่ได้ช่วยเรื่องกันผิวดำ แต่อย่างน้อยก็ช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวี ไม่เกิดเป็นเซลล์มะเร็งผิวหนังได้ค่ะ และช่วยลดแสบร้อน จากการไหม้เบิร์น แดงของผิวได้ด้วยค่ะ