Home Blog Page 1047

ดองกิ (Donki) สาขา MBK คึกคักมาก

ดองกิ (Donki) สาขา MBK คึกคักมาก

คิดถึงญี่ปุ่นกันมั้ย ไปหาอะไรกินกันแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ที่ ดองกิ (Donki) สาขา MBK ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ที่ผ่านมา สินค้าคุณภาพเยอะมากค่ะ อาหารญี่ปุ่นของที่นี่คัดสรรค์แต่วัตถุดิบชั้นเลิศมาทั้งนั้น

ด้วยความเป็นสัญชาติญี่ปุ่นแท้ ๆ ของ ดอง ดองกิ ที่คนไทยทุกคนรู้จักกันดีอยู่แล้วในเรื่องคุณภาพสินค้า และอาหารที่ส่งตรงมาจากญี่ปุ่น ทางดองกิได้รุกตลาดกลางเมืองอย่างห้าง เอ็ม บี เค หรือมาบุญครองทางฝั่งโตคิว ที่เพิ่งปิดตัวลงไปเมื่อปลายปีที่แล้ว และดองกิ เองก็เข้ามายึดหัวหาดทางด้านชั้น 2 ของห้างโตคิวเดิม ตรงทางเชื่อมรถไฟฟ้า สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ที่มีคนเดิน เข้า-ออก ตลอด จนทำให้ ห้าง เอ็ม บี เค นั้นคึกคักขึ้นมาทันที

ดองกิ

เริ่มเปิดร้านมาได้ไม่ถึงอาทิตย์ดี ก็จัดโปรโมชั่น ลดราคากันแล้ว เนื้อวากิวคุณภาพระดับ เอ 4 เอ 5 มากันครบ รับประกันความชุ่มฉ่ำ และลายหินอ่อนที่สวยงาม

วัตถุดิบคุณภาพ พากันมาจัดโปรโมชั่นเพียบค่ะ ทั้งเนื้อวากิวจากญี่ปุ่น แค่นำไปจี่กับกระทะร้อน ๆ ก็ได้ความชุ่มฉ่ำ ละลายในปากเลย ส่วนปลาไหลอูนางิ (Unagi) ก็มาเป็นแพ็ค ตัวใหญ่มาก แค่นำไปเข้าไมโครเวฟให้สุก แล้ววางไว้บนข้าวร้อน ๆ ก็จะได้ ข้าวหน้าปลาไหล (Unagi Don) กันไปเลย ส่วนวัตถุดิบอย่างอื่น เช่น ไส้กรอก ก็ซื้อ 1 แถม 1 กันไปเลยค่ะ ยังมีวัตถุดิบอีกมากมายที่เป็นของญี่ปุ่นแท้ ๆ ลองแวะไปเยี่ยมชมกันค่ะ

หรือใครไม่ถนัดทำ ทางร้านก็มีแบบทำเป็นกล่อง ๆ สำเร็จมาพร้อมรับประทาน ทำกันสด ๆ ให้มองเห็นกันเลย ทั้งความสะอาด ความสด เรียกว่าเดินเข้าไปนี่น้ำลายไหลกันไปเลยค่ะ

อย่างข้าวหน้าเนื้อวากิว ที่ทำออกมาพร้อมทาน ชิ้นใหญ่มาก เท่ากับกล่องข้าวเลยค่ะ น้ำของเนื้อยังไหล ๆ อยู่เลย ตอนเดินเข้าไป เหลือน้อยมากแล้ว แต่ไม่ต้องห่วง ทางร้านทำออกมาเรื่อย ๆ ค่ะ

ที่พลาดไม่ได้ ก็คงเป็นซูชินี่แหละ มาถึงห้างดังของญี่ปุ่นแล้ว จะพลาดการกินซูชิได้ไง แซลม่อนคุณภาพที่มีลายไขมันแทรก มันช่างเงา และสดอะไรเช่นนี้ ส่วนแซลม่อนเบิร์นไฟ ก็ยังมีความชุ่มช่ำอยู่มาก ๆ เลย ไม่แค่แซลม่อนนะ ยังมี หอยเชลล์ฮอกไกโด อะกามิ ชูโทโร่ โอโทโร่ หรือประเภทอื่นอีกเยอะเลย

ของหวานของญี่ปุ่นก็มีเพียบเลยค่ะ โรลครีมเค้ก ที่ใช้ครีมนมจากฮอกไกโด ไส้นี่เยอะมาก ๆ มากกว่าแป้งโรลที่ห่อหุ่มไว้อีก หรือไดฟูกุ ที่สตอเบอรี่จากญี่ปุน ลูกใหญ่ ๆ  เลยค่ะ

ดองกิ

ว่าแต่เรื่องของกินทั้งนั้นเลยค่ะวันนี้ แต่ด้านในของดองกิ ยังมีสินค้าคุณภาพจากญี่ปุ่นอีกมากมาย ทั้งของเล่น ฟิกเกอร์ กาชาปอง ของน้อง ๆ หนู ๆ อุปกรณ์การทำครัวของแม่บ้าน เครื่องสำอาง ครีมอาบน้ำ สบู่ ยาสระผม แปรงสีฟัน เสื้อผ้า ถุงเท้าลายแปลก ๆ หรือแม้แต่อุปกรณ์กางเต็นท์ ก็มีมาให้จับจ่ายกันค่ะ

เรียกได้ว่า ดองกิ (Donki) สาขา MBK นี่มีครบ จบในที่เดียวเลย ต้องรีบไปนะคะ ลงรถไฟฟ้าก็ถึงเลย ตอนออกมานี่คนต่อแถวจ่ายเงินยาวมากเลยค่ะ และหากใครกินอาหารญี่ปุ่นจนเลี่ยนแล้วล่ะก็ ลองอุดหนุนของไทย ๆ อย่าง ติ๋มนมสด ขนมปังปิ้ง แถวประตูผี ดูค่ะ

Facebook: Don Don Donki

พิกัด: Donki MBK

เวลาเปิด – ปิด 09.00 – 24.00น.

 

ไก่ย่างบัวตอง ร้านอาหารพื้นบ้าน อาหารอีสาน ยอดนิยมใน เพชรบูรณ์

ไก่ย่างบัวตอง ร้านอาหารพื้นบ้าน อาหารอีสาน ยอดนิยมใน เพชรบูรณ์

มาถึงเพชรบูรณ์แล้ว ต้องมาลอง ไก่ย่างบัวตอง เป็น ร้านอาหารพื้นบ้าน อาหารอีสาน ที่ใครมาที่ เพชรบูรณ์ ก็ต้องแวะค่ะ ซึ่งร้านอาหารนี้จะอยู่ฝั่งขาเข้าเมือง วิเชียรบุรี เพชรบูรณ์ ติดริมถนน มองเห็นได้ชัดเจน และจะบอกว่าร้านนี้คนเยอะจริง ๆ ไม่ว่าจะสั่งกลับบ้าน หรือสั่งมานั่งทานที่ร้าน บ่งบอกได้เลยว่าเด็ดดวงแน่นอน

ไก่ย่างบัวตอง ร้านอาหารพื้นบ้าน อาหารอีสาน วิเชียรบุรี เพชรบูรณ์

สำหรับการสั่งอาหารที่ร้านนี้ คือจะมีแค่แบบใส่ถุงเท่านั้นนะคะ จะสั่งกลับบ้าน หรือจะทานที่นี่ก็ได้ ก็คือต้องใส่ถุง แต่ว่าถ้านั่งทานในร้าน ก็จะมีจานกระดาษ กับช้อนส้อมมาให้ค่ะ ซึ่งเมนูก็มีให้เลือกหลากหลายเมนูมากเลยล่ะค่ะ บอกเลยว่า แต่ละเมนูมีแต่อาหารพื้นบ้านที่หาทานยากทั้งนั้น นัวทุกเมนูเด้อ ขอบอก

ไก่ย่างบัวตอง ร้านอาหารพื้นบ้าน อาหารอีสาน วิเชียรบุรี เพชรบูรณ์

เมื่อเราไปถึงที่ร้านก็จะมีกระดาษเมนูมาให้ติ๊กแบบนี้ค่ะ ซึ่งก็สามารถเลือกสั่งได้ตามที่เราชอบเลย มีตั้งแต่ประเภท ตำ ยำ ต้ม แกง ทอดต่าง ๆ ราคากลาง ๆ ถือว่าไม่แพงค่ะ ติ๊กเมนูที่เราต้องการ พร้อมกับเขียนชื่อระบุไว้ในใบรายการอาหาร ทางร้านก็จะเริ่มเตรียมให้เราตามคิวเลยค่ะ จัดการเป็นระบบดีมากพอสมควรค่ะ

หลังจากที่สั่งแล้วก็จะถูกกระจายเมนูไปยังซุ้มต่าง ๆ ที่เค้าแบ่งโซนไว้แบบนี้ค่ะ เราก็สามารถนั่ง หรือยืนรอออเดอร์ของเราได้เลย เอาจริง ๆ คือเมนูมีเยอะมาก เห็นแล้วอยากสั่งทุกเมนูเลยค่ะ แต่ว่าก็ต้องเลือกเป็นเมนูที่หาทานยากไว้ก่อน อย่างเช่น แกงเห็ดเผาะ ทอดมันหัวปลี น้ำลายสอกันเลยทีเดียว

ซุ้มไก่ย่าง ห่อหมก

ไก่ย่างบัวตอง ร้านอาหารพื้นบ้าน อาหารอีสาน วิเชียรบุรี เพชรบูรณ์

ส่วนอีกซุ้มนึง อันนี้ต้องมาสั่งแยกนะคะ จะเป็นซุ้มที่ขายไก่ย่างบัวตอง ทีเด็ดของร้าน มีพวกห่อหมกต่าง ๆ มากมาย รวมไปถึงข้าวค่ะ ทั้งข้าวสวย ข้าวเหนียว ขนมจีน ส่วนไก่ย่างนั้น มีให้เลือกตั้งแต่ ไก่ครึ่งตัว หรือไก่หนึ่งตัว มีไส้อั่วย่าง แต่บางอย่างก็หมดแล้ว ขายดีมากจริง ๆ ค่ะ เรามาช่วงบ่ายแล้ว เลยไม่ทันห่อหมกอร่อย ๆ เลย 555+ ก็สั่งเป็นหมกอย่างอื่นไป มาดูเมนูอาหารกันบ้างดีกว่าค่ะ ว่ามีอะไรที่เราสั่งมาบ้าง

เมนูนี้คือ ลาบปลาดุก  สีสันน่าทาน แล้วก็รสชาติดีมากทุกคน ไม่เผ็ดมาก กลาง ๆ กำลังดี แต่ถ้าใครชอบเผ็ด ๆ ก็สามารถเขียนระบุเพิ่มเติมได้ว่า ขอเผ็ด ๆ ค่ะ ได้เยอะเหมือนกันนะคะสำหรับเมนูนี้

ไก่ย่างบัวตอง ร้านอาหารพื้นบ้าน อาหารอีสาน วิเชียรบุรี เพชรบูรณ์

เมนูที่สองเป็นซุปหน่อไม้ สุดแซ่บซี้ด หน่อไม้ไม่มีกลิ่นฉุนเลย อาจจะเป็นเพราะใส่เครื่องมาเยอะ ทำให้ได้รสชาติที่อร่อยกำลังดีค่ะ ได้เยอะจนแทบจะล้นจานกระดาษแล้วค่า ถ้ามาคนเดียวนะ บอกเลยว่าสั่ง 2 อย่างก็อิ่มมากแล้ว 555+

แน่นอนร้านอาหารพื้นบ้าน อาหารอีสานแบบนี้ก็ต้องมีเมนูส้มตำค่ะ แต่ที่นี่มีเมนู ตำหลวงพระบางด้วยน้า ต้องจัดซะหน่อยแล้ว ใครไม่เคยลองตำหลวงพระบาง อาจจะดูแปลกตานะคะ สำหรับเส้นมะละกอจะเป็นชิ้นแบน ๆ มาแบบนี้ค่ะ เครื่องปรุงนอกจากจะใส่ปลาร้าแล้ว ก็จะมีรสชาติของกะปิเพิ่มเข้ามาด้วยค่า อันนี้นัวมาก ขอบอก

ส่วนเมนูนี้ เป็นเมนูที่เราเคยลองทานเป็นครั้งแรกค่ะ มันคือเมนู ทอดมันหัวปลี อารมณ์มันจะคล้าย ๆ กับพวกผักบุ้งทอด ผักทอดทั่วไปประมาณนั้นค่ะ ให้น้ำจิ้มไก่มาทานคู่ด้วย ส่วนรสชาติก็หวาน ๆ กรอบ ๆ เราเอามาเป็นกับแกล้มทานคู่กับส้มตำ ถือว่าเข้ากันได้ดีมากเลยนะคะ ช่วยแก้เผ็ดได้

อ่ะ น้ำตกหมูก็มาแหละ สั่งเยอะมั้ยล่ะ 555+ น้ำตกหมูก็เข้าเครื่องดีมากค่ะ ได้เยอะเหมือนกันนะ รสชาติดีเลยทีเดียวค่ะ มันเหมือนเป็นเมนูเบสิก ที่ต้องสั่งประจำเวลาที่ได้มาทานอาหารร้านอาหารอีสานแบบนี้ค่ะ ก็เลยต้องสั่งแหละเนอะ แต่อร่อยนะคะ

อันนี้ก็ตำเหมือนกันค่า 555+ เป็นเมนูตำข้าวโพด แบบไม่ใส่ปลาร้าสำหรับสายคลีนเบา ๆ ตำข้าวโพดที่ใส่แครรอทมาด้วย แล้วก็ใส่ไข่เค็มมาหนึ่งฟองค่ะ เท่าที่ดูก็คือมีแต่เมนูผัก ๆ ทั้งนั้นเลยเนอะ 555+ ดีนะที่สั่งหมูน้ำตกมา ยังพอได้รับโปรตีนจากหมูอยู่บ้าง ^^”

ไก่ย่างบัวตอง ร้านอาหารพื้นบ้าน อาหารอีสาน วิเชียรบุรี เพชรบูรณ์

เมนูเด็ดที่เราชอบมาก ๆ คือ เมนูนี้เลยค่า แกงเห็ดเผาะ ถ้าเทียบในกรุงเทพฯ ถือว่าหาทานยากพอสมควรเลยนะคะ แกงเห็ดเผาะใส่ผักเยอะ รสชาติดีมาก ฟินเด้อเมนูนี้ขอบอกเลย ตักกันแบบแทบจะซดน้ำแกงกันเลยทีเดียว ว่าแล้วก็อยากจะหาสั่งมาทานอีก หิวเองซะงั้น 555+

ไก่ย่างบัวตอง ร้านอาหารพื้นบ้าน อาหารอีสาน วิเชียรบุรี เพชรบูรณ์

ห่อหมกก็เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ไม่ควรพลาดค่ะ อร่อยเด็ดสุด ๆ ปรุงรสได้เข้มข้นมาก กินกับข้าวเหนียวร้อน ๆ อื้อหือ แซ่บไม่เบาเด้อ แต่ว่ามีห่อหมกนี่แหละที่รู้สึกว่าจะห่อเล็กไปหน่อยนึง ^^” แถมสั่งมาแค่ห่อเดียวซะด้วยสิ น่าเสียดายเนอะ ถ้ารู้ว่าอร่อยแบบนี้จะสั่งมาอีกสัก 2 ห่อเลย เผื่อเอาไปฝากป้าด้วย 555+

ไก่ย่างบัวตอง ร้านอาหารพื้นบ้าน อาหารอีสาน วิเชียรบุรี เพชรบูรณ์

ทีเด็ดของร้านบัวตองก็คือนี่เลยค่า ไก่ย่างบัวตอง ตัวใหญ่เนื้อแน่น กลิ่นหอมมาก เนื้อนี่แน่นจริงทุกคน รสชาติดี และที่สำคัญคือต้องแย่งกันดึง คือมันแบบสุดยอดมาก มาร้านไก่ย่างบัวตอง ที่ วิเชียรบุรี จะไม่สั่งอะไรก็ได้ แต่ว่าเมนูไก่ย่างนี้ต้องสั่งเด้อ เพราะเป็น Signature ของทางร้านค่า

ชอบในความข้าวเหนียว ที่ทำมาเป็นแบบสองสีค่ะ จะเป็นแบบนี้ทุกห่อเลย ถูกใจสายข้าวเหนียวดำที่แท้ทรู เอาจริงนะ เราว่าร้านนี้ถือเป็นอีกร้าน อาหารพื้นบ้านในดวงใจอีกร้านหนึ่งเลย เพราะว่ามีเมนูที่หาทานได้ยากอยู่หลายเมนู ร้านนี้มีเกือบครบทุกอย่างเลยค่ะ ถ้าใครได้แวะที่เพชรบูรณ์ก็อย่าลืมแวะมาสั่ง อาหารอร่อย ๆ ที่ร้านไก่ย่างบัวตองกันนะคะ แล้วถ้าหากใครอยากขึ้นไปเที่ยวชมความสวยงาม บน เขาค้อ ขอแนะนำที่พักวิวทะเลหมอก แบบเต็นท์กระโจม ที่ คนรักทะเลหมอกเขาค้อ ที่พักวิวทะเลหมอก ค่ะ รับรองเลยว่าคุณจะต้องหลงรัก

ร้านไก่ย่างบัวตอง ถนนสระบุรี-หล่มสัก ตำบลสระประดู่ อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์
เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00น.
พิกัด: Google Map
Facebook: newkaiyangbuatong

Murakami with New Era Flower-Filled คอลเลกชันที่เต็มไปด้วยดอกไม้

0

Murakami with New Era Flower-Filled คอลเลกชันที่เต็มไปด้วยดอกไม้

Flower-Filled
Cr.Photo ; Murakami with New Era

ทาคาชิ มูราคามิ ได้ทำการคอลแลปส์กับ New Era ในการออกคอลเลกชัน Flower-Filled ของ Winter Season ที่เต็มไปด้วยลวดลายดอกไม้ หลากหลายสีอันเป็นเอกลักษณ์ของ Murakami ผสมผสานกับความเป็น Street Fashion ของแบรนด์สุดสตรีทอย่าง New Era หรือที่เพื่อน ๆ เรียกกันว่า NY บอกเลยว่าการคอลแลปส์ครั้งนี้ ของขาดสต๊อก อย่างแน่นอน

Flower-Filled
Cr.Photo ; Murakami with New Era

คอลเลกชันนี้จะมีหมวกอยู่หลายรุ่นมาก ๆ ที่ทำออกมาอย่างลงตัว เช่น 59FIFTY, 9FIFTY, 9FORTY A-Frame Trucker, 9THIRTY Cloth Strap และ 9TWENTY Cloth Strap หมวกนั้นเป็นตัวโมเดลของแบรนด์ New Era มีส่วนประกอบลายกราฟิกต่าง ๆ ตัวละครและ ดอกไม้ Murakami หลากหลายสีตามที่เราได้รู้จัก นอกจากหมวกสุดแสนจะคลาสสิกของ New Era แล้ว คอลเลคชันนี้ยังมีหมวกไหมพรม, เสื้อยืดแขนยาว และเสื้อยืดแขนสั้น ที่ทำออกมาได้บ่งบอกถึงความ Murakami สุด ๆ สายสตรีทแฟชั่นต้องไม่พลาด

Cr.Photo ; Murakami HUBLOT

เมื่อต้นเดือนนี้ Murakami นั้นก็ได้มีการคอลแลปมาไม่นานนัก ที่ได้นำผู้ผลิตนาฬิกาอย่าง Hublot การร่วมมือครั้งใหม่นี้ ทำให้เกิดชื่อของ HUBLOT X Takashi Murakami ได้นำเจ้าตัวโมเดล Hublot Classic Fusion กับดอกไม้อันเป็นเอกลักษณ์ของ Murakami ที่ประดับด้วยอัญมณี 487 เม็ด ทำให้เกิดเป็นสีรุ้งแสนสวยงาม สะกดทุกสายตา ซึ่งประกอบไปด้วยทับทิม, แซฟไฟร์สีชมพู, อเมทิสต์, แซฟไฟร์สีฟ้า, โกเมนสีเขียว, แซฟไฟร์สีเหลือง และแซฟไฟร์สีส้ม 

Cr.Photo ; Murakami

ความสร้างสรรค์ของดอกไม้สีรุ้ง ที่มีความเกี่ยวข้องกับแฟชั่นในสมัยนี้อย่างมาก ที่เกิดจากชายคนหนึ่ง ที่มีชื่อว่า มุราคามิ เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1962 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จบการศึกษาระดับปริญญาตรี, ปริญญาโทและ ปริญญาเอก ทางสาขาจิตรกรรมญี่ปุ่นแนวประเพณี (Nihonga) จาก Tokyo National University of Fine Arts and Music ผลงานส่วนใหญ่ของเขา ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังสือการ์ตูนหรือ นิยายภาพของญี่ปุ่นที่เรียกว่า มังงะ (Manga) และอานิเมะ (Anime) มุราคามิใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ในการผสมผสานศิลปะตะวันตกกับ วัฒนธรรมความป๊อปของญี่ปุ่นเข้าด้วยกัน โดยนำทั้งสองสิ่งมาผนวกเข้ากับความรู้และ ความเชี่ยวชาญในงานจิตรกรรมแบบประเพณีโบราณของญี่ปุ่น ที่สื่อผ่านตัวละครที่มีทั้งความน่ารักสดใสและ ประณีตวิจิตรบรรจงในแบบประเพณี ให้เราออกมาให้เห็น ๆ กันจนถึงตอนนี้

Flower-Filled
Cr.Photo ; Murakami with New Era
Cr.Photo ; Murakami with New Era

Murakami with New Era คอลเลกชั่นนี้ จะมีขายเฉพาะในญี่ปุ่น ราคาตั้งแต่ 5,500 เยน (ประมาณ 48 เหรียญสหรัฐ) ถึง 9,900 เยน (ประมาณ 86 เหรียญสหรัฐ) บนเว็บไซต์ของ New Era วันเสาร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2565 บอกเลยนะว่า ไม่ซื้อไม่ได้แล้ว พ่อค้าทั้งหลายเตรียมตัวรับเข้ามาขายในไทยกันได้เลย 

อย่างที่กล่าวข้างต้นไปว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตอนต้นเดือน Murakami ได้มีการคอลแลป Hublot ในเจ้าตัวโมเดลนาฬิกา Classic Fusion ในชื่อของ HUBLOT X Takashi เพื่อน ๆสามารถเข้ามาอ่านกันได้แล้ว ที่นี่ และยังมีข่าวสารอีกมากมายที่เกี่ยวกับแฟชั่น และนาฬิกาอีกมากมายให้มาอ่านกัน วันนี้ Inzpy ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ

HARIO CAFÉ BANGKOK คาเฟ่ดีไซน์สุดฮิป ในสไตล์ Japanese Minimal

HARIO CAFÉ BANGKOK คาเฟ่ดีไซน์สุดฮิป ในสไตล์ Japanese Minimal

HARIO CAFÉ BANGKOK

ถ้าเป็นคอกาแฟตัวจริง ที่นิยมการชงกาแฟในแบบสโลว์บาร์ ต้องเคยได้ยินชื่อ Hario (ฮาริโอะ) เป็นแน่ เพราะเป็นแบรนด์ผู้ผลิตอุปกรณ์เครื่องใช้เกี่ยวกับการชงกาแฟชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น ที่มีการเปิด Flagship Store คาเฟ่กลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดขึ้นที่กรุงโตเกียว เพื่อให้ผู้ที่ไปติดต่อธุรกิจได้ลองชิมรสชาติกาแฟอันแสนละมุน ด้วยอุปกรณ์เครื่องมือชงกาแฟต่าง ๆ ของเขานั่นเอง

จากนั้นดอดไปเปิดที่ กรุงจาการ์ตา ก่อนมาเปิดสาขาแห่งแรกในเมืองไทย แถวย่านโชคชัย 4 และล่าสุดนี้ ฮาริโอะ คาเฟ่ แบงค็อก (HARIO CAFÉ BANGKOK) แห่งที่สอง สาขาธนิยะ พลาซ่า ได้เปิดตัวขึ้นให้เหล่าบรรดา Instagrammable ได้มาสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่กันแล้ว

HARIO CAFÉ BANGKOK

โดยในเรื่องของการออกแบบตกแต่งภายในครั้งนี้ ก็ยังคงความโดดเด่นภายใต้แนวทางอันเรียบง่ายในสไตล์ “Japanese Minimal” แต่… ด้านในแบ่งโซนต่าง ๆ ได้อย่างลงตัวเป็นสัดส่วน และออกแบบได้สนุกสนาน แถมนำช่วงฤดูกาลต่างๆ ของญี่ปุ่นมาเล่นในการออกแบบ

เมื่อย่างก้าวมาถึงด้านใน คุณจะได้พบกับต้นซากุระสีชมพูอันสดใสตัวแทนฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่นได้ดีที่สุด ถัดมาในส่วนของ Speed Bar และ Outdoor เปรียบได้กับฤดูร้อน สีเขียวของต้นไม้ตัดกับสีน้ำเงินตัวแทนของท้องฟ้าได้อย่างลงตัว

HARIO CAFÉ BANGKOK

แต่เมื่อตรงดิ่งมายังโซน Slow Bar จะพบกับบรรยากาศอันแสนอบอุ่นที่เปรียบได้กับฤดูใบไม้ร่วง ด้วยโทนสีขาวแซมน้ำตาลอ่อน ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเป็นกันเอง เหมาะแก่การดื่มด่ำกับเมล็ดกาแฟชั้นดีนานาชนิดจากแหล่งต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งสามารถนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับบาริสต้าอย่างสนุกเลยล่ะ

HARIO CAFÉ BANGKOK

ส่วนที่เป็นไฮไลท์ของคอฟฟี่เลิฟเวอร์ ต้องโซนจำหน่ายอุปกรณ์ที่รวบรวมเครื่องใช้ภายใต้แบรนด์ Hario ไว้ทุกประเภท มองไปละลานตาชุ่มชื่น… หัวใจกันเลยทีเดียว แถมบรรยากาศการตกแต่งชวนคล้อยให้นึกถึงฤดูหนาว ที่มีความเย็นของหิมะปกคลุม ทั้งนี้ภายในร้านมีพื้นที่ให้บริการและสามารถรองรับลูกค้าทั้งด้านในและด้านนอกได้ถึง 80 ที่นั่งอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารและเบเกอรี่ที่คัดสรรมาเพื่อลูกค้าเพียบ! อีกทั้งมีกิจกรรมพิเศษ B.I.Y (Brew It Yourself) สามารถเข้า Workshop เรียนดริปกาแฟเบื้องต้นได้ฟรี รวมถึงคอร์ส Omakase ที่ใช้เมล็ดกาแฟคัดพิเศษ เน้นย้ำคุณภาพทุกตัว…

เรียกว่าเป็นคอมมูนิตี้แห่งใหม่ สำหรับผู้ที่หลงใหลในกาแฟพิเศษ และอยากสัมผัสประสบการณ์สู่โลกของกาแฟที่แท้จริง เหมาะแก่การมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ปล่อยใจทอดอารมณ์ไปกับรสชาติกาแฟ และน่าถ่ายรูปเล่นเป็นอย่างมาก บอกเลย! สายคาเฟ่ฮอปปิ้งที่รักการดื่มกาแฟและงานดีไซน์ไม่ควรพลาด!

 

บทความน่าสนใจ : ต้นสนฉัตร ไม้มงคลฟอร์มสวย หนุนดวงปังรับปีใหม่

 

มัดรวม 5 กระเป๋าแบรนด์เนมสี “Very Peri” สุดปัง!! พร้อมนำเทรนด์ปีหน้า

มัดรวม 5 กระเป๋าแบรนด์เนมสี “Very Peri” สุดปัง!! พร้อมนำเทรนด์ปีหน้า

หลายคนน่าจะทราบกันดี โดยเฉพาะสาวสายแฟชั่นที่มีการประกาศอย่างเป็นทางการถึงสี Pantone Color of The Year ในปี 2022 ปีหน้านั้น คือสีโทนม่วงเฉดสวยที่ชื่อว่า “Very Peri” นั่นเอง ซึ่งการเป็นสาวแฟชั่นนิสต้านั้น เราจะยอมตกเทรนด์ไม่ได้เด็ดขาด และปีใหม่ก็เดินทางใกล้เข้ามาทุกที ทางเราเชื่อว่าสาว ๆ หลาย ๆ คน ต้องกำลังมองหาไอเทมกระเป๋าคู่กายที่ขาดไปไม่ได้กันอยู่อย่างแน่นอน แล้วยิ่งถ้าเป็นกระเป๋าแบรนด์เนมด้วยแล้วล่ะก็ หลายคนยิ่งต้องอยากที่จะหามาครอบครองเป็นแน่ พอดีเวลาเหมาะเจาะช่วงเวลาเงินเดือนใกล้ออกแบบนี้ Inzpy ก็ขอมาป้ายยา พร้อมแนะนำกระเป๋าแบรนด์เนมโทนสี Very Peri เทรนด์สีมาแรงประจำปีหน้า ที่สาวสายแบรนด์เนมต้องไม่พลาด เพราะมีหลากหลายแบรนด์ที่ทำสีโทนนี้ออกมาสวยทันสมัย ไม่เหมือนใคร มั่นใจได้เลยว่าเราต้องนำเทรนด์ก่อนใคร ส่วนใครสะดวกแบบไหนไปจัดกันตามสบายเลยนะจ๊ะ

Cr.Photo ; haute24.com
1.Chanel : Classic Handbag Grained Calfskin & Gold-Tone Metal in Purple

Chanel ซูเปอร์แบรนด์เนมไฮเอนด์จากฝรั่งเศสที่แน่นอนว่าไม่มีใครไม่รู้จัก ถือว่าเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่สาวกแบรนด์เนมใฝ่ฝันอยากครอบครองสักใบ เพราะความเรียบหรูดูดีมีระดับ ทำให้สาวกยอมเทให้หมดใจ ยกให้เป็นกระเป๋าสุดคลาสสิกตลอดกาลตรงตามชื่อรุ่น “Chanel Classic Handbag”

กระเป๋ารุ่นนี้เป็นกระเป๋ารุ่นยอดนิยมที่สุดของแบรนด์ โดยกระเป๋ามีดีไซน์ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า เรียบง่าย แต่ดูหรูหรา โดยมีเอกลักษณ์โดดเด่นคือ การเย็บนวมทั้งใบด้วย Diamond-Patterned (ลวดลายข้าวหลามตัด) ที่สะท้อนให้เห็นถึงความประณีตบรรจงเป็นอย่างมากของช่างฝีมือชั้นสูง เพราะรอยต่อแต่ละลายจะบรรจบกันพอดีเป๊ะ ไม่ว่าจะปิดหรือเปิดกระเป๋า

จุดเด่นของรุ่นนี้อยู่ที่ด้านหน้าตกแต่งด้วยฮาร์ดแวร์โลหะสีทองรูป Iconic CC-Lock หรือที่เรียกกันง่าย ๆ ว่า “ตัวล็อกรูปตัวซีไขว้” ส่วนดีเทลโซ่โลหะที่ใช้ จะเป็นแบบ Woven Chain Leather (สายโซ่ถักสลับหนัง) ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์ ภายในมีซิปแบ่งเป็นช่อง ๆ ทำให้ใส่ของได้สะดวก โดยในวันนี้เราเอารุ่นที่เป็นเฉดสีม่วงแสนสวยละมุนละไม ใส่แล้วให้ฟีลลิ่งลูกคุณหนูไม่เบา ที่มาในเฉดสีที่ไม่ธรรมดา และน่าจะหายากอยู่พอสมควร จึงมีราคาเบา ๆ อยู่ที่ประมาณ 203,000 บาทกันเลยทีเดียว

very peri
Cr.Photo ; bottegaveneta.com
2. Bottega Veneta : Mini Pouch in Lavender

มาถึงแบรนด์เนมอิตาเลียนผู้เชี่ยวชาญเครื่องหนังอย่าง Bottega Veneta ที่มักจะออกกระเป๋ารุ่นต่าง ๆ ที่มีสีสันสดใสแสบทรวงโดนใจเหล่าคนรักแฟชั่นไปแบบเต็ม ๆ โดยใบนี้มาในเฉดสีม่วง Lavender คุมธีมสีประจำปีหน้า

วัสดุทำมาจากหนังวัวทั้งใบ ตัดกับอะไหล่สีเงินอย่างลงตัว มีขนาดไซส์เล็กมินิจิ๋วหลิว เหมาะกับสาวเปรี้ยวที่ไม่ชอบพกพาอะไรรกรุงรัง และต้องการความคล่องแคล่วระหว่างทำกิจกรรมในแต่ละวัน ถึงจะมีดีไซน์เรียบง่าย แต่ทรงกระเป๋ามาในแบบเก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร

สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะถือแบบกระเป๋าคลัทช์ สะพายไหล่ หรือจะถือสายไปเลยแบบเก๋ ๆ เหมือนนางแบบในรูป ก็สุดแล้วแต่สไตล์การแต่งตัวในวันนั้นของแต่ละคนเลยค่ะ โดยกระเป๋าสีม่วงสุดต๊าชใบจิ๋วนี้ มีราคาอยู่ที่ประมาณ 64,000 บาท

very peri
Cr.Photo ; prada.com
3. Prada : Re-Nylon Re-Edition 2000 Mini-Bag

มาถึงแบรนด์สุดหรูจากอิตาลีอีกแบรนด์ที่สามารถครองใจสาว ๆ ตลอดมา โดยเฉพาะกระเป๋ารุ่นนี้ที่เป็นที่ฮอตฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง เป็นหนึ่งในกระเป๋าที่สาวแฟชั่นตัวแม่ต้องมีเลยก็ว่าได้ เพราะสาว ๆ อินฟลูเอนเซอร์หลายคนได้เอากระเป๋ารุ่นนี้ไปแมทช์เข้ากับการแต่งตัวแนวสตรีทแวร์ แล้วออกมาสุดเท่เก๋ปัง จนใคร ๆ ก็อยากแต่งตามกันใหญ่ ทำให้กระเป๋ารุ่นนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และไม่มีแนวโน้มว่าจะเอาท์ในปีหน้าอีกด้วย

วันนี้เราเลยหยิบเอากระเป๋ารุ่นนี้ในเฉดสีดอก Wisteria มาฝากทุกคน เพื่อจะได้เตรียมพร้อมนำเทรนด์สีในปีหน้ากันไปเลยค่ะ โดยกระเป๋ารุ่นนี้ทำมาจากวัสดุไนลอนรีไซเคิล ที่ผลิตมาจากขยะพลาสติกและอวนจับปลาในทะเล นอกจากนั้นยังมีการผสมเส้นใยไฟเบอร์ที่เป็นขยะจากอุตสาหกรรมสิ่งทออีกด้วย เป็นกระเป๋าที่นอกจากจะเรียบเท่แล้ว ยังเป็นกระเป๋ารักษ์โลกอีกด้วยนะ

ถึงแม้จะมีดีไซน์กระเป๋าแบบเรียบ ๆ แต่ก็แฝงไปด้วยความหรูหรา ด้วยการประดับตกแต่งด้วยสัญลักษณ์โลโก้ประทับตราชื่อแบรนด์ รูปสามเหลี่ยมที่ทำมาจากวัสดุ Enamel ส่วนราคากระเป๋าใบสวยอยู่ที่ประมาณ 32,000 บาท

very peri
Cr.Photo ; praew.com
4. Celine : Nano Belt Bag in Arctic Blue

มาถึงกระเป๋าเรียบหรูแต่มีลูกเล่นอย่างกระเป๋ารุ่น Nano Belt Bag จากแบรนด์สุดหรูสัญชาติฝรั่งเศสอย่าง Celine ที่เป็นอีกหนึ่งไอเทมสุดฮอต ที่รับรองว่าคุ้มค่าคุ้มเงินที่เสียไปอย่างแน่นอนค่ะ

เพราะถ้าพูดถึงกระเป๋าดีไซน์เรียบหรู แต่แฝงไปด้วยลูกเล่นสะดุดตา ต้องยกให้รุ่น Nano Belt Bag ให้เป็นกระเป๋ายอดฮิตหนึ่งในลิสต์กระเป๋าในฝันของสาว ๆ เลยเชียวล่ะ เพราะดีไซน์ที่ไม่ซ้ำใคร และยังมีเอกลักษณ์อันโดดเด่น เหมาะสมกับตำแหน่งที่จะเป็นกระเป๋าลูกรักอีกใบหนึ่งของสาว ๆ

คนบันเทิงอวดลุคสุดต๊าชชช!! แจกความสดใสรับปีใหม่กับคอลเลกชั่น Jaspal x Smiley

คนบันเทิงอวดลุคสุดต๊าชชช!! แจกความสดใสรับปีใหม่กับคอลเลกชั่น Jaspal x Smiley

ในวันนี้เราจะมาพูดถึงคอลเลกชั่นที่มีแต่รอยยิ้ม ที่ทุกคนเห็นแล้วจะต้องยิ้มตาม จากการร่วมมือคอลแลบบอเรชั่นของแบรนด์ Jaspal และ The Smiley Company แบรนด์ดังระดับโลกสัญชาติอังกฤษส่งตรงจากกรุงลอนดอนสุดไอคอนิก ที่ครอบครองลิขสิทธิ์ของเจ้าตัวหน้ายิ้มสีเหลืองมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก เป็นการเปิดตัวคอลเลกชั่นด้วยความสดใสเกินต้าน ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข ที่ช่างมาได้ในจังหวะที่เหมาะเจาะ เพราะนี่ก็ใกล้จะถึงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันแล้ว และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ การที่เราต้องการส่งความสุข ส่งต่อรอยยิ้มให้กับคนรอบตัว ซึ่งคอลเลกชั่น Jaspal x Smiley Collection สุดพิเศษนี้เปรียบเสมือนการเติมความสุขให้เหล่าสาวกของทั้ง 2 แบรนด์ ด้วยการนำเสนอเสื้อผ้าแฟชั่นและ Accessories ที่เอาใจทั้งคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายกว่า 92 ชิ้นด้วยกัน

Cr.Photo ; sanook.com

ยิ่งไปกว่านั้นแล้วยังมาในธีม ‘All Day All Night Happy’ ที่เอาใจสายปาร์ตี้ไปเลยเต็ม ๆ ที่บอกเราเป็นนัย ๆ ว่า เราสามารถมีความสุขและสนุกกันได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเวลากลางวันหรือกลางคืน จึงได้ความลงตัวออกมาเป็นคอลเลกชั่นสุดพิเศษอย่างที่เห็นในที่สุด และเชื่อเถอะว่าเหล่าสาวกจะได้ลุคที่โดดเด่นไปทุกงานปาร์ตี้ แบบที่ต้องบอกเลยว่าสุดปังไม่แพ้ใครอย่างแน่นอน

ภายในระยะเวลาไม่นานหลังเปิดตัว เสื้อผ้าแฟชั่นจากคอลเลกชั่น Jaspal x Smiley ขึ้นแท่นกลายเป็นไอเทมแฟชั่นขวัญใจของเหล่าคนในวงการบันเทิงไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมคอลเลกชั่นนี้ถึงได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม และได้รับความนิยมเกินคาดในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพราะคนบันเทิงต่างพร้อมใจพากันสวมชุดจากคอลเลกชั่นใหม่ แจกความสดใสพร้อมติดแฮชแท็ก #jaspalxsmiley ที่สามารถสะท้อนความเป็นหนุ่มสาวในแบบฉบับ Jaspal ที่มีทั้งความร่าเริง สดใสอ่อนหวาน และความร่วมสมัยของตัวแบรนด์ Jaspal ที่ผสมผสานออกมาได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะหยิบจับตัวไหนมามิกซ์แอนด์แมทช์ก็ได้ลุคสวยเก๋ แปลกใหม่ ดูยังไงก็เป็นสาวสายแฟตัวแม่

Cr.Photo ; Courtesy of @ppanward (Instagram)

อย่างสาว เป้ย ปานวาด คุณแม่ลูกสองหุ่นแซ่บ ก็เป็นหนึ่งในเหล่าดาราคนบันเทิงที่สวมใส่ชุดจากคอลเลกชั่นใหม่นี้ ที่มาในลุคปาร์ตี้สุดหรูหรา ในชุดเข้าเซตลายปริ้นท์หน้าตัวยิ้มสีดำทองเรียบหรู แต่มีการดีไซน์ที่ให้ความรู้สึกแฝงความขี้เล่น ใส่แมทช์เข้ากับสร้อยคอสีทอง มั่นใจได้เลยว่าชุดนี้เอาอยู่แน่นอน ไม่ว่าจะใส่ไปงานปาร์ตี้หรืองานทางการก็ไม่มีหวั่น

Smiley
Cr.Photo ; Courtesy of @sananthachat (Instagram)

อีกหนึ่งสาวน้อยน่ารักอย่าง ฝน ศนันธฉัตร ที่มาในลุคหน้าหนาวต้อนรับปีใหม่สุดชิค โดยเธอตัดสินใจเลือกหยิบไอเทมที่ถึงจะดูเบสิก แต่สามารถนำมามิกซ์แอนด์แมทช์ได้อย่างหลากหลาย แถมมองยังไงก็ไม่มีเบื่อ อย่างเสื้อยืดสกรีนลายเจ้าหน้ายิ้ม เสริมลูกเล่นและมิติให้กับลุคนี้ด้วยการใส่แจ็คเก็ตขนเฟอร์คลุมทับลงไป ก็ได้ลุคสาวเก๋เมืองหนาวที่ช่างเข้ากับบรรยากาศช่วงเทศกาลซะจริง ๆ

Smiley
Cr.Photo ; Courtesy of @pigletcharada (Instagram)

มาถึงสายคลั่งรักกันบ้าง สำหรับใครที่อยากจะชวนคุณแฟนมาแต่งธีมเดียวกันให้คนทั้งโลกอิจฉาตาร้อนผ่าว อย่างคู่ของพิกเล็ทกับวิคเตอร์ ที่สาวพิกเล็ทได้เลือกหยิบเสื้อยืดคอกลมสีดำปักลายหน้ายิ้มสุดไอคอนิก ที่เพิ่มความอลังการด้วยขนนกบริเวณแขน นำมาแมทช์กับกระโปรงปักเลื่อมทั้งตัว ทำให้ได้ลุคที่ทั้งเปรี้ยวซ่าแถมยังดูเรียบหรูในเวลาเดียวกัน ส่วนด้านหวานใจอย่างหนุ่มวิคเตอร์ก็ไม่ยอมแพ้แฟนสาว ถึงแม้เขาจะเลือกใส่เป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ดูทางการขึ้นมาหน่อย แต่เมื่อนำมาแมทช์กับกระเป๋าคาดอก (Crossbody) ลายหน้ายิ้มแล้ว ก็ทำให้ได้ลุคที่ดูสบาย ๆ แต่ยังไม่ทิ้งความดูดีมีสไตล์

Smiley
Cr.Photo ; Courtesy of @weartoworkstyle (Instagram)

หากใครที่เป็นสายคาเฟ่ตะลอนทัวร์เหมือนสาว แตน แฟชั่นบล็อกเกอร์สุดน่ารัก ที่จัดเต็มพกความสดใสมาฝากทุกคน ด้วย 3 ลุค 3 สไตล์ โดยลุคแรกเป็นชุดเสื้อกั๊กใส่กับกางเกงเข้าชุดสีชมพู สไตล์สาวหวานซ่อนเปรี้ยวแสนซุกซน ตกแต่งด้วยดีเทลลายนูนสามมิติปั๊มรูปหน้ายิ้ม สร้างเลเยอร์ของลุคให้เข้ากับบรรยากาศช่วงปลายปีได้อย่างดี

Smiley
Cr.Photo ; Courtesy of @weartoworkstyle (Instagram)

ในลุคที่ 2 เธอเลือกใส่กางเกงยีนส์เอวจีบแมทช์เข้ากับเสื้อไหมพรมสีเหลือง เพิ่มความเก๋ด้วยการหยิบ Accessories อย่างแว่นตามาเพิ่มความสนุกสนานที่ให้สัมผัสสาวขี้เล่น และลุคสุดท้ายที่มาพร้อมกับเสื้อไหมพรมทรงโอเวอร์ไซส์สีดำ เอาไปแมทช์กับกระโปรงปักเลื่อมสีเงินทั้งตัวสุดชิค ได้ออกมาเป็นลุคสาวเปรี้ยวสไตล์เกาหลี

Smiley
Cr.Photo ; Courtesy of @ice_amena (Instagram)

ปิดท้ายกันที่สาวสวยคนสุดท้ายอย่าง ไอซ์ อามีนา ที่เลือกแมทช์เสื้อ Sweatshirt ขนนุ่มลายหน้ายิ้มสีขาวกับกระโปรง Midi Skirt สีทองโดดเด่นสะดุดตา ที่ออกมาเป็นลุคแฟชั่นรับลมหนาวที่ทั้งชิคทั้งคูลกันไปเลย

ต้องบอกเลยว่าคอลเลกชั่นนี้มีไอเทมเสื้อผ้าแฟชั่นที่หลากหลายเหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์จริง ๆ ไม่ว่าคุณจะเป็นสายชิลหรือสายปาร์ตี้ ก็สามารถเลือกแมทช์ไอเทมต่าง ๆ ให้เหมาะสมเข้ากับสไตล์เฉพาะตัวของตัวเองได้อย่างแน่นอน โดยเหล่าหนุ่มสาวสามารถถ่ายทอดความสุขและความสดใส ผ่านการคอลาบอเรชั่นสุดพิเศษแห่งปีที่จะทำให้ทุกช่วงเวลาของคุณโดดเด่นและน่าค้นหามากยิ่งขึ้น

เริ่มจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้าน Jaspal ทุกสาขา

Chat & Shop ง่าย ๆ เพียงแอด @jaspalthailand

หรือ Shop online สไตล์ New normal ได้ที่ www.jaspal.com

หวังว่าทุกคนจะชอบลุคสุดปังของเหล่าดาราในวงการบันเทิงที่เราเอามาฝากกันในวันนี้ เชื่อว่าลุคการแต่งตัวและไอเดียมิกซ์แอนด์แมทช์ไอเทมแฟชั่นจากคอลเลกชั่นแสนสดใสต้อนรับปีใหม่นี้ จะช่วยให้ทุกคนมีแรงบันดาลใจในการแต่งตัวไปสนุกสุดเหวี่ยงในงานปาร์ตี้ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในปีนี้ แต่ถ้าใครยังรู้สึกไม่จุใจ อยากที่จะดูไอเทมอื่น ๆ และรายละเอียดฉบับเต็มของคอลเลกชั่นสุดพิเศษนี้ ลองตามไปดู JASPAL X SMILEY ร่วมสร้างคอลเลกชั่นพิเศษ ส่งรอยยิ้มเตรียมรับปีใหม่ ที่ทางเรามีรายละเอียดไว้ให้อย่างครบถ้วน ส่วนในวันนี้ทาง Inzpy คงต้องขอลาไปก่อน พบกันใหม่คราวหน้า พร้อมไอเดียการแต่งตัวและความบันเทิงในวงการแฟชั่นอีกมากมาย อย่าลืมติดตามชมกันนะคะ

G-SHOCK เปิดตัวคอลเลกชั่น Grunge Snow Camouflage

0

G-SHOCK เปิดตัวคอลเลกชั่น Grunge Snow Camouflage

Grunge Snow Camouflage
Cr.Photo ; G-SHOCK

G-SHOCK ได้เปิดตัวคอลเลกชั่นฤดูหนาวด้วยนาฬิกาซีรีส์ใหม่ล่าสุด คอลเลคชั่น Grunge Snow Camouflage ในธีมหิมะขาว ๆ เนียน ๆ ซึ่งนำเสนอการออกแบบลายพรางหิมะที่เยือกเย็น เพื่อให้เข้ากับ Winter Season รูปแบบนาฬิกาฐานสีขาวล้วนที่ไม่เหมือนใคร ส้รางสรรค์ผลงานฤดูหนาวมาสู่ข้อมือ ซึ่งโมเดลที่นำมาทำนั้น มีทั้งหมดสี่รุ่น: GAE-2100 ทรงแปดเหลี่ยมแบบบาง, ตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยม DW-5600, GA-2200 แบบผสมผสานระหว่างอนาล็อกและ ดิจิตอลแบบสปอร์ต และ GA-900 ที่ทนทานและ ทรงพลัง 

Grunge Snow Camouflage
Cr.Photo ; G-SHOCK

ซีรีส์ G-SHOCK คอลเลกชั่นฤดูหนาวนั้น ได้รับแรงบันดาลใจอย่างหนักจากฉากฤดูหนาว ด้วยรูปแบบลายพรางที่แสดงถึงโลกโลหะสีเงินที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ รุ่นสีขาวและ สีออฟไวท์ก็ผสมผสานเข้ากับรูปทรง และมีลวดลายที่มีสไตล์ เป็นนาฬิกาที่จะสร้างความโดดเด่นได้ตลอดทั้งปีบนข้อมือ อย่างนาฬิกาฮีโร่ รุ่น GAE-2100GC-7A มีลุคที่ไม่ซ้ำใครเมื่อมองใกล้ ๆ ด้วยตำแหน่งบอกชั่วโมงที่ทำจากเรซินใส เพื่อแสดงถึงเกล็ดหิมะ มาพร้อมกับความลิมิเต็ดอิดิชั่น ที่มีขอบหน้าปัดสีเขียวมะกอกและ สายชนิดผ้า ที่สามารถเปลี่ยนได้ และอีกรุ่นหนึ่งอย่างเจ้า GAE-2100GC-7A ยังมาพร้อมกับสายและ กรอบสีเขียวเข้มเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มสไตล์ที่แตกต่างให้การผสมผสานที่ลงตัวอย่างมีสไตล์

Cr.Photo ; G-SHOCK

รูปแบบลายเกล็ดหิมะ ที่ถูกพิมพ์บนฐานสีขาว โดยการพิมพ์ลวดลายที่สายหลายมุม ซึ่งทำให้แต่ละชิ้นมีการตกแต่งที่แตกต่างกัน นาฬิกาทั้ง 4 เรือนของ G-SHOCK ในซีรีส์นี้  ยังคงใช้พารามิเตอร์ เพื่อการต้านทานแรงกระแทกและ กันน้ำลึก 200 เมตร ที่สามารถจับเวลา, นับเวลาถอยหลัง, ไฟหน้าปัดจอแสดงผลดิจิตอล และหน้าปัดที่ช่วยปรับปรุงการมองเห็นในที่มืด นอกจากนี้ GA-2200GC, GA-900GC และ GAE-2100GC ยังสามารถตั้งเวลาโลกได้จาก 31 เขตเวลาทั่วโลกได้อีกด้วยนะ

Inzpy ยังมีข่าวสารแฟชั่นอีกมากมายที่ให้เพื่อน ๆ สามารถเข้ามาอ่านกันได้อย่างเพลิดเพลิน ไม่ว่าจะเป็นการคอลแลป และคอลเลกชั่นใหม่ ๆ ของแต่ละแบรนด์ วันนี้ขอตัวลาไปก่อนนะครับ บะบาย

ไอเทมรักษาสิวที่หลัง กู้ผิวหลังให้กลับมาเนียนใส !

0

ไอเทมรักษาสิวที่หลัง กู้ผิวหลังให้กลับมาเนียนใส !

ไอเทมรักษาสิวที่หลัง ! สาว ๆ คนไหนมีสิวที่หลังและแก้ไม่หายสักที มาทางนี้เลยทุกคน ! วันนี้เรามีไอเทมเด็ดที่จะช่วยเคลียร์สิวที่หลังของคุณให้กลับมาเนียนใสกันอีกครั้ง

ไอเทมรักษาสิวที่หลัง
Cr: Photo www.freepik.com/

สิวที่หลังเนี่ย… ปัญหากวนใจของคุณสาว ๆ หลายคนเลยก็ว่าได้ ซึ่งรู้มั้ยคะว่ามันเกิดมาจากหลายสาเหตุเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฮอร์โมน การรับประทานยา การรับประทานอาหาร เรื่องของความสะอาด บางครั้งสิ่งสกปรกอาจจะสะสมอยู่ในเสื้อผ้าที่เราสวมใส่ เช่น เหงื่อ ทั้งยังรวมไปถึงเรื่องของแชมพู และผลิตภัณฑ์น้ำยาซักผ้าที่เราเลือกใช้ ก็สามารถทำให้เกิดสิวที่หลังได้เช่นกัน

ไม่ต้องกังวลใจไป เราสามารถรักษาสิวที่หลังได้ด้วยตัวเองในเบื้องต้น โดยการทำความสะอาดบริเวณที่เป็นสิวอย่างอ่อนโยน ทาครีมบำรุงหรือใช้ยารักษา… ซึ่งวันนี้ Inzpy มีไอเทมเด็ดที่จะช่วยเคลียร์สิวที่หลังของคุณให้กลับมาเนียนใส แต่จะมีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลย !

ไอเทมเด็ด..ช่วยรักษาสิวที่หลัง 

1.Sulfer Soap จาก Oxe’Cure

ไอเทมรักษาสิวที่หลัง
Sulfer Soap จาก Oxe’Cure

สบู่ซัลเฟอร์ที่ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย ช่วยทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึก เป็นสบู่ซัลเฟอร์ที่ช่วยจัดการกับปัญหาสิวและรอยสิว ช่วยลดความมันส่วนเกินบนผิวหนัง ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้ว แถมยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ไม่ให้ผิวเกิดการระคายเคืองอีกด้วย ราคา 155 บาท ถือว่าคุ้มค่ามากในการจัดการกับเจ้าสิวตัวป่วน

2.Body Acne Spray จาก Oxe’Cure

ไอเทมรักษาสิวที่หลัง
Body Acne Spray จาก Oxe’Cure

แอคเน่ สเปรย์ ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวที่เป็นสิว ไอเทมปราบสิวหลังจากอ๊อกซีเคียวในรูปแบบสเปรย์ ใช้งานง่ายมาก หลังอาบน้ำเสร็จ สามารถฉีดได้เลย แอคเน่ สเปรย์ มีส่วนช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ช่วยลดการอักเสบและการอุดตันของสิว ช่วยบำรุงผิวให้กลับมาแข็งแรงและเนียนนุ่มอีกครั้ง ปริมาณ 50 ml ราคา 255 บาท เป็นไอเทมที่ต้องมีติดโต๊ะเลย

3.Cleanliness For Healthy Skin จาก Asepso

ไอเทมรักษาสิวที่หลัง
Cleanliness For Healthy Skin จาก Asepso

สบู่อาเซปโซ สูตรออริจินัล อีกหนึ่งไอเทมที่เราอยากแนะนำให้ลอง สบู่นี้มีส่วนช่วยชำระสิ่งสกปรก ช่วยบรรเทาปัญหาสิว อาการผื่นคัน อาการระคายเคืองผิวหนังต่าง ๆ  แถมยังช่วยลดกลิ่นกายได้อีกด้วย ราคาย่อมเยามากพส. ราคา 20 บาท ปริมาณ 80 g ถือเป็นไอเทมที่เลิศมาก ต้องไปซื้อมาใช้แล้ว

4.P-Lotion จาก ZiiiT

P-Lotion จาก ZiiiT

เชื่อว่าตัวนี้ต้องเป็นนัมเบอร์วันในใจของหลายคนแน่ ๆ กับแป้งน้ำทาสิว จาก ZiiiT แป้งน้ำทาสิวผด สิวผื่น ใช้ได้ทั้งใบหน้าและแผ่นหลัง ช่วยยับยั้งแบคทีเรียจากการหมักหมม ต้นตอของสิวผดและผื่นแดง บรรเทาอาการระคายเคืองต่าง ๆ ควบคุมความมันส่วนเกิน และปรับสมดุลให้กับผิว พร้อมลดเลือนรอยสิว ให้ผิวกระจ่างใสขึ้นอีกด้วย ปริมาณ 50 ml ราคาเพียง 115 บาท

5.Bamboo Charcoal Detoxifying Face and Body Bar Soap จาก Charcoalogy 

Bamboo Charcoal Detoxifying Face and Body Bar Soap จาก Charcoalogy

สบู่โคลนถ่านไม้ไผ่สูตรรักษาสิวโดยเฉพาะ สูตรพิเศษที่ใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย ช่วยทำความสะอาดได้หมดจด ช่วยขจัดสิ่งสกปรกและสารเคมีที่ตกค้างบนใบหน้า ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า แถมมีส่วนผสมของทีทรีออยล์และมังคุด เมื่อใช้ล้างทำความสะอาดผิวหน้าจะไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ช่วยลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย เนื้อฟองนุ่ม ไม่บาดผิว ผิวสวยได้ในงบไม่ถึง 100 เพราะราคาสบู่ก้อนนี้แค่ 58 บาทเอง รีบไปจัดด่วน !

6.Acne Clear Soap จาก Madam Heng

Acne Clear Soap จาก Madam Heng

ชื่อนี้หลายคนน่าจะคุ้นหูกันดี กับสบู่สมุนไพรสูตรต้นตำหรับจากมาดามเฮง มีส่วนผสมของ TeaTree ช่วยปรับผิวให้ผิวหน้าเรียบเนียน ดูกระจ่างใสขึ้น ช่วยบรรเทาปัญหาสิวหนอง สิวอักเสบ และสิวผดได้ดีมาก มีส่วนช่วยระงับกลิ่นกาย ลดเชื้อโรคและแบคทีเรีย บรรเทาการอักเสบ และควบคุมความมันส่วนเกินบนผิวหนัง ราคาย่อมเยาอีกเช่นเคย ราคาสบู่ก้อนนี้เพียง 50 บาทเท่านั้น รีบ ๆ ไปหามาใช้กันด่วน ๆ เลย

เป็นยังไงกันบ้างคะกับ ไอเทมรักษาสิวที่หลัง ที่เราหยิบมาฝากทุกคนในวันนี้ สาว ๆ คนไหนมีสิวที่หลังและแก้ไม่หายสักที วันนี้รีบพุ่งตัวไปหาซื้อไอเทมที่เราแนะนำมาใช้กันด่วน ๆ เลย ! รับรองว่าสิวที่หลังของคุณสาว ๆ จะกลับมาเนียนใสกันอีกครั้งแน่นอน และอย่าลืม ! อย่าลืมติดตามเว็บไซต์ Inzpy ของเราด้วยนะคะ เพราะวันหน้าเรามีไอเทมความสวยมาแบ่งปันทุกคนกันอีกแน่นอน

 

สกินแคร์ไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก… รวม สกินแคร์แบรนด์ไทย ที่น่าใช้

สกินแคร์ไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก… รวม สกินแคร์แบรนด์ไทย ที่น่าใช้ – ในโลกของวงการสกินแคร์ ถ้าแบรนด์ไหนขึ้นชื่อแล้วว่าใช้ดีจริง เห็นผลลัพธ์จริง สามารถแก้ปัญหาผิวหน้าต่างๆได้จริง ต่อให้อยู่ไกลสุดขั้วทุกมุมโลก มีหรือที่เราจะหามาใช้ไม่ได้… ก็พรีออเดอร์กันไปเลยสิคะ! แต่มองอีกมุมหนึ่ง แล้วสกินแคร์แบรนด์ไทยของบ้านเราล่ะ? หาซื้อได้ง่าย ไม่ต้องรอนาน แถมไม่ต้องเสียเงินค่าพรีออเดอร์อีก ทั้งๆที่ก็มีหลายแบรนด์ที่ทำให้คุณอาจได้รับผลลัพธ์ที่ดีเท่ากันหรือดีมากกว่าซะด้วยซ้ำเพราะเขาคิดค้นมาแล้วว่าสกินแคร์เหล่านั้นเหมาะสมกับสภาพผิวของคนไทย

วันนี้ Inzpy เลยจะมารวบรวมสกินแคร์แบรนด์ไทยที่น่าใช้ โดยเน้นว่าผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้ ให้รู้กันไปเลยว่าสกินแคร์แบรนด์ไทยก็ไม่แพ้ชาติใดในโลกนะจ๊ะ

1.Na Ha Thai

“ณ หทัย” แบรนด์สกินแคร์ที่ใช้สารสกัดจากกาแฟ Coffee Cherry ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่สูงมากมาเป็นส่วนผสมหลัก โดยสารสกัดนี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิว พร้อมปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ผ่านกรรมวิธีการสกัดแบบ Green Technology ปราศจากวัตถุกันเสียและแอลกอฮอล์ เรียกได้ว่า “ณ หทัย” ใส่ใจในทุกขั้นตอนและส่วนผสมของสกินแคร์จริงๆ เพราะแบรนด์นี้มุ่งหวังให้ทุกคนที่ผิวเกิดการระคายเคืองง่ายหรือแม้คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถใช้ได้ โดยที่สกินแคร์ “ณ หทัย” จะไม่ใส่น้ำหอม ไม่มีแอลกอฮอล์ และไม่มีพาราเบน

Na Ha Thai สกินแคร์แบรนด์ไทย

Na Ha Thai — Coffee Extract Supreme Antioxidant Serum หรือเซรั่มกาแฟ เป็นอีกหนึ่งสกินแคร์ตัวดังของทางแบรนด์ ด้วยสารสกัดจากกาแฟ Vitamin C และ Hyaluronic Acid ช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันให้ผิวแข็งแรง ทำให้ผิวชุ่มชื้น และลดเลือนริ้วรอยก่อนวัย

Fundamental

2.Fundamental

แบรนด์ที่เป็นที่ชื่นชอบของหลายๆคน เพราะมีผลิตภัณฑ์ไม่ว่าจะเครื่องสำอาง สกินแคร์ หรือแม้กระทั่งผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางที่ใช้ดีมากหลายตัว แบรนด์ “Fundamental” เริ่มต้นมาจากมุ่งหวังให้ทุกคนได้ใช้สกินแคร์ที่ดี เห็นผล และปลอดภัย โดยเน้นความเรียบง่าย จริงใจ และราคาเป็นมิตรให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงได้ สกินแคร์ของ Fundamental จะมีส่วนผสมของ Active Ingredients หรือสารสกัดที่จำเป็นเพื่อแก้ปัญหาผิวหน้าโดยเฉพาะ เป็นหลัก

FYNE สกินแคร์แบรนด์ไทย

Fundamental — Acniclair Advanced Serum Plus เป็นสกินแคร์ Best Seller ของแบรนด์นี้เพราะใช้แล้วหลายคนเห็นผลจริง ติดใจ รีวิวบอกต่อกันปากต่อปาก ทำให้ลูกค้าเก่าก็มี ลูกค้าใหม่ก็มา ตัวนี้มีส่วนผสมของ Niacinamide / ZINC PCA / HYA + NMFS / Panthenol / AHA / BHA / Tea Tree / Green Tea ช่วยรักษาเรื่องสิวโดยเฉพาะ ลดการอักเสบ ลดรอยจากสิว พร้อมเติมน้ำให้ผิว ทำให้ผิวชุ่มชื้น ลดอาการระคายเคือง

Fundamental

3.FYNE

ตามหาสกินแคร์สำหรับผิวบอบบาง ไม่รู้จักแบรนด์นี้ไม่ได้! “ฟายน์” เป็นแบรนด์สกินแคร์คนไทยที่ออกแบบและใส่ใจผู้ที่มีผิวบอบบาง แพ้ง่ายโดยเฉพาะ สกินแคร์ของเขาจะมีส่วนผสมจากธรรมชาติ ไม่ใส่สารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น ซิลิโคน แอลกอฮอล์ชนิดระเหยไว สีสังเคราะห์ พาราเบน มิเนอรัลออย และน้ำหอม ที่สำคัญผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญแล้วว่าอ่อนโยน เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ไม่ว่าจะ Youtuber หรือ Blogger ก็ยกให้เป็น Favourite Item ไปแล้ว

FYNE

FYNE — BHA Clarifying Serum ผู้ช่วยรักษาสิวอุดตันและสิวอักเสบที่ครองใจคนไทยมานักต่อนัก ด้วยส่วนผสมของ BHA ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและกำจัดสิ่งสกปรกในรูขุมขนได้ดีทำให้โอกาสการเกิดสิวใหม่น้อยลง และยังมี Centella Extract / Aloe Vera Juice / Chamomile Extract / Panthenol / Cucumber Extract / Green Tea Extract ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ลดการแพ้ พร้อมรักษารอยจากสิว

FYNE

4.The Labatorian

แค่ชื่อก็รู้แล้วว่าแบรนด์นี้ใส่ใจเรื่องส่วนผสมและงานวิจัยเป็นหลัก เพราะเป็นแบรนด์สกินแคร์ของคุณโดนัท (@donutbeautybrains) เภสัชกรสาวที่เรียนเรื่องเครื่องสำอางมาโดยตรงและในขณะนี้ก็เป็น Blogger ด้วยเหตุนี้สกินแคร์แบรนด์ “The Labatorian” ก็เป็นอีกแบรนด์ที่อ่อนโยนและมุ่งเน้นให้ใช้ได้ทุกสภาพผิว

The Labatorian

The Labatorian — Agness The All-Round Solution เซรั่มรักษาสิวในดวงใจหลายๆคน ด้วยส่วนผสมคุณภาพหลายอย่าง เช่น MultiEx BSASM สมุนไพร 7 ชนิดที่ช่วยลดการอักเสบบวมแดง การอักเสบของสิว / สารสกัดจากดอกไลแลคทำให้สิวแห้งไว ยับยั้งการสร้างเม็ดสีและแบคทีเรีย / สารสกัดจากเห็ด ช่วยสมานแผลและกระชับรูขุมขน / Niacinamide / Sodium Hyaluronate 4 ช่วยเติมความชุ่มชื่น ทำให้ผิวอิ่มฟู

5.MizuMi

สกินแคร์แบรนด์ไทย ชื่อดังที่มีจำหน่ายอยู่ทั่วประเทศไทยในตอนนี้ มีขายตั้งแต่ในห้างสรรพสินค้ายันร้านสะดวกซื้อ “MizuMi” แบรนด์ที่เริ่มต้นจากการสร้างผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว ให้ความสำคัญในทุกรายละเอียดของส่วนผสมทุกตัว ปราศจากสารเคมีที่รุนแรงต่อผิว โดยชื่อแบรนด์มาจากภาษาญี่ปุ่น Mizu แปลว่าน้ำ และ Mi แปลว่าความสวยงาม ดังนั้นแนวคิดของ “MizuMi” คือความงามของผิวพรรณเริ่มต้นจากน้ำ ทั้งดื่มน้ำให้เพียงต่อ ใช้น้ำทำความสะอาดผิวหน้า รวมถึงสกินแคร์จากแบรนด์นี้จึงเน้นผลิตภัณฑ์ที่เป็นสูตรน้ำด้วย

The Labatorian

Mizumi — UV Water Serum SPF50+ PA++++ ครีมกันแดดในตำนานของหลายๆคน เรียกได้ว่ากระแสดี รีวิวดีแบบฉุดไม่อยู่แล้ว ตัวนี้เป็นครีมกันแดดสูตรน้ำสำหรับผิวแพ้ง่าย สามารถใช้ได้ทุกวัน มีเนื้อสัมผัสที่บางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ และปราศจากน้ำหอม พาราเบน น้ำมัน แอลกอฮอล์ รวมถึงสีสังเคราะห์

6 สถานที่ท่องเที่ยวในเวียงจันทน์ มาแล้วต้องห้ามพลาด

6 สถานที่ท่องเที่ยวในเวียงจันทน์ มาแล้วต้องห้ามพลาด

1 มกราคม 2565 ลาวเตรียมเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้ว แต่เป็นการเดินทางแบบมีเงื่อนไข ซึ่งจะเปิดให้นักท่องเที่ยว เที่ยวได้ในบางเมืองเท่านั้น ซึ่ง 1 ในเมืองที่ลาวนั้นจะอนุญาตให้เดินทางไป นั่นก็คือ เวียงจันทน์ เมืองหลวงของลาวนั่นเองค่ะ วันนี้เราเลยจะมา แนะนำ 6 สถานที่ท่องเที่ยวในเวียงจันทน์ ที่มาแล้วต้องห้ามพลาด มีที่ไหนกันบ้าง

 

พระธาตุหลวง หรือ พระเจดีย์โลกะจุฬามณี (Pha That Luang)


พระธาตุหลวง เป็นศาสนสถานที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากของเวียงจันทน์ ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของประเทศลาวเลยก็ว่าได้ โดยตามประวัติศาตร์แล้วมีความเชื่อกันว่า พระธาตุหลวงแห่งนี้ได้ถูกก่อสร้างขึ้นมาพร้อมกับการสร้างเมืองเวียงจันทน์ โดยพระเจ้าจันทบุรีประสิทธิศักดิ์ ซึ่งเป็นผู้ครองนครเวียงจันทน์พระองค์แรกนั่นเอง พระธาตุแห่งนี้มีความสวยงดงาม โดดเด่น ด้วยองค์ที่เป็นสีทองอร่ามตา ล้อมรอบด้วยกำแพงสีทอง ภายในพระธาตุบรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนหัวเหน่า 27 พระองค์ นักท่องเที่ยวหรือแม้แต่ประชาชนชาวลาว นิยมมากราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล หากใครมาเวียงจันทน์แล้วไม่ได้มาที่นี่ ก็เหมือนกับมาไม่ถึงเลยค่ะ นักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าชม จะต้องแต่งกายให้สุภาพ มิฉะนั้นจะไม่อนุญาติให้เข้าชมค่ะ
ค่าเข้าชมสถานที่ : 10,000 กีบ
เวลาเปิด – ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

 

ประตูชัย (Patuxay Monument)

สถานที่ท่องเที่ยวในเวียงจันทน์
ประตูชัย หรือ ปะตูไซ เป็นอีกหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองเวียงจันทน์ จะต้องมากันทุกคน ประตูแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณถนนลานช้าง โดยมีการสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานให้กับประชาชนที่ร่วมกันต่อสู้ในสงครามก่อนการปฏิวัติพรรคคอมมิวนิสต์ และเสียชีวิตลง ได้มีการก่อสร้างขึ้นเมื่อประมาณ ปี ค.ศ. 1957 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากประตูชัยแห่งปารีส นอกจากตัวประตูนั้นมีสถาปัตยกรรมที่งดงามแล้ว โดยรอบยังถูกตกแต่งให้เป็นสวนดอกไม้ที่สวยงาม และลานน้ำพุ นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปยังด้านบนเพื่อชมวิวในมุมสูงได้อีกด้วยค่ะ
ค่าเข้าชมสถานที่ : 2,000 กีบ
เวลาเปิด – ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

 

วัดศรีสะเกษ (Wat Sisaket)

สถานที่ท่องเที่ยวในเวียงจันทน์
วัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญอีกแห่งหนึ่งในเวียงจันทน์ สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระเจ้าอนุวงศ์ ในปี ค.ศ. 1818 ในอดีตที่วัดแห่งนี้เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชของลาว นอกจากนี้แล้วที่นี่ยังเป็นสถานที่ที่เก็บรวบรวมพระพุทธรูปไว้เป็นจำนวนมากกว่า 16,000 องค์เลยทีเดียว มีพระพุทธรูป ทุกรูปแบบ ทุกปาง เรียกได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์พระพุทธรูปเลยก็ว่าได้ค่ะ ที่วัดแห่งนี้จะมีโบสถ์เก่าแก่ ที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่าง ศิลปะแบบไทยและลาว เป็นศิลปะแบบดั้งเดิมที่มีหลังคาเป็นไม้แกะสลักสวยงาม
ค่าเข้าชมสถานที่ : 5,000 กีบ
เวลาเปิด – ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.00 -12.00 น. และ 13.00-16.00 น.

 

วัดศรีเมือง (Sri Muang Temple)
Cr. Pinterest

วัดแห่งนี้ ตั้งอยู่บนถนนเชษฐาธิราช สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1563 เป็นวัดอีกแห่งหนึ่งที่มีความน่าสนใจ ที่วัดแห่งนี้มีพระอุโบสถเก่าแก่ ที่สร้างโดยใช้สถาปัตยกรรมที่มีส่วนผสมระหว่าง ศิลปะแบบไทยและลาว ที่มีความสวยงดงาม นอกจากนี้ภายในวัดยังมีพระพุทธรูปเก่าแก่ ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ผู้คนจึงนิยมไปกราบไหว้ สักการะ วัดแห่งนี้จึงเป็นวัดอีกหนึ่งแห่งที่น่าสนใจในเมืองเวียงจันทน์
ค่าเข้าชมสถานที่ : 5,000 กีบ
เวลาเปิด – ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.00 -17.00 น.

 

หอพระแก้ว (Hor Phakeo Museum)


หอพระแก้วตั้งอยู่บนถนนสุพานุวง แต่เดิมนั้นที่หอแห่งนี้เคยเป็นวัดหลวงประจำราชวงศ์ของลาว และเป็นที่ประดิษฐานของ พระแก้วมรกตในอดีต ซึ่งปัจจุบันได้ย้ายไปประดิษฐานอยู่ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ที่ประเทศไทย ทำให้ที่วัดแห่งนี้ เหลือไว้เพียงพระแท่นที่ประดิษฐาน หอพระแก้วถูกสร้างขึ้นในสมัยของ พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช แต่ในปัจจุบันนั้นถูกบูรณะขึ้นใหม่เกือบทั้งหมด
ค่าเข้าชมสถานที่ : 5,000 กีบ
เวลาเปิด – ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.00-12.00 น. และ 13.00-16.00 น.

 

สวนพระ (Buddha Park)

สถานที่ท่องเที่ยวในเวียงจันทน์
สวนพระแห่งนี้ตั้งอยู่ในวัดเชียงควน ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองเวียงจันทน์ไปประมาณ 25 กิโลเมตร ที่สวนนี้ได้ถูกสร้างขึ้นโดยหลวงปู่บุญเหลือ และบรรดาลูกศิษย์ของท่าน ภายในสวนนั้นเต็มไปด้วยรูปปั้นต่าง ๆ มากมาย ซึ่งบางรูปปั้นนั้นเป็นรูปแบบที่หาดูได้ยาก ซึ่งการสร้างรูปปั้นเหล่านี้ขึ้นมา ก็เพื่อแสดงให้เห็นความเชื่อและความศรัทธาในพระพุทธศาสนาของชาวลาวในอดีตนั่นเองค่ะ
ค่าเข้าชมสถานที่ : 5,000 กีบ
เวลาเปิด – ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.00 -17.00 น.