Home Blog Page 1046

Seiko คอลเลกชั่นใหม่ 1968 Dive Watch คอนเซ็ปนักประดาน้ำสำรวจแอนตาร์กติกา

Seiko คอลเลกชั่นใหม่ 1968 Dive Watch คอนเซ็ปนักประดาน้ำสำรวจแอนตาร์กติกา

1968 Dive Watch
Cr.Photo ; Seiko

Seiko ได้ผลิตนาฬิการุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นใหม่สองรุ่น 1968 Dive Watch โดยอิงจากนาฬิกานักประดาน้ำ ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ การสร้างนาฬิกาคอลเลกชั่นนี้ขึ้น ได้มีการอ้างอิงจากทีมสำรวจ Anarctic ของญี่ปุ่น ในปี 1968 ซึ่งนาฬิกาคอลเลกชั่นนักประดาน้ำอันนี้ สามารถกันน้ำได้ถึง 200 เมตร ด้วยการเคลื่อนไหวแบบไฮบีท ที่มีความเหมือนสมาชิกของการสำรวจแอนตาร์กติกของญี่ปุ่นครั้งที่ 8 ในอดีต บอกเลยว่าลึกซึ้งเกินคาด

Cr.Photo ; Seiko

คอลเลกชั่นเจ้านักประดาน้ำ แบรนด์ Seiko อันนี้ เผยเป็นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นใหม่สองรุ่น ซึ่งจะวางตลาดในเดือนมกราคม ที่จะนำโมเดลเจ้าตัวคอลเลกชั่น Prospex ที่เป็นแนวสปอร์ต พร้อมที่จะลุยทุกกิจกรรมต่าง ๆ ในการใช้ชีวิตของผู้สวมใส่ รวมถึงทำมาเพื่อการดำน้ำโดยเฉพาะ โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เครื่องบอกเวลาที่นำพาผู้สวมใส่ก้าวข้ามความท้าทายต่าง ๆ ในทะเลลึก

นาฬิกาคอลเลกชั่นนี้ ได้นำวัสดุโลหะที่ใช้ในการผลิต Ever-Brilliant Steel ของ Seiko ซึ่งเป็นโลหะที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทานที่พร้อมจะใส่ลุยได้ทุก ๆ กิจกรรม ที่นำวัสดุนี้มาทำแทบทั้งตัวเรือน และประกอบไปด้วยสายรัดซิลิโคนและ สายผ้า เลือกใส่ได้ตามใจกันไปเลย

Cr.Photo ; Seiko

ชื่อเต็ม ๆ ของคอลเลกชั่นนี้ คือ 1968 Diver’s Modern Re-Interpretation Limited Edition SLA055J1 ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 600 ชิ้น เท่านั้นและ สร้างจากรูปลักษณ์ของนาฬิการุ่นดั้งเดิมด้วยสีดำและ สีทองที่ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น ในขณะที่ 1968 Diver’s Modern Re-Interpretation Save the Ocean Limited Edition SLA057J1 มีจำนวนจำกัดที่ 1,300 และใช้โทนสีน้ำเงินเยือกเย็นและ หน้าปัดแบบไล่ระดับสี ที่สะท้อนถึงน้ำแข็งขั้วโลกของภูมิประเทศแอนตาร์กติก ฉบับ Save the Ocean ที่แปลได้ตรงตัวว่า “การอนุรักษ์ทางทะเล”

เจ้านาฬิกา 2 ตัวนี้ จะเริ่มวางขายในเดือน มกราคม ราคา $4,600 USD ที่สามารถสั่งซื้อได้ช่องทางออนไลน์ของ Seiko ของมันต้องมี แต่ตังในกระเป๋ามันไม่อำนวยสักเท่าไหร่

Inzpy ยังมีข่าวสารแฟชั่นอีกหลายที่ไม่ใช่แค่เพียงนาฬิกา เพื่อน ๆ สามารถติดตามแล้วคราวหน้าเราจะได้มาเจอกันอีกนะครับ

ยาหยอดตา ไอเทมสำหรับคนที่ใช้สายตาและใส่คอนแทคเลนส์

0

แนะนำ ยาหยอดตา ไอเทมสำคัญของคนที่ใช้สายตาหนัก

ยาหยอดตา ไอเทมสำคัญของคนที่ต้องใช้สายตาหนัก รวมทั้งคนที่ใส่คอนแทคเลนส์ด้วย แต่ยาหยอดตาก็มีทั้งแบบที่ต้องใช้ใบสั่งของแพทย์ และที่ไม่จำเป็นต้องใช้ใบสั่งแพทย์ ซึ่งในครั้งนี้ Inzpy จะมาแนะนำยาหยอดตาสำหรับคนที่ต้องใช้สายตาหนัก จากการจ้องคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ รวมทั้งการใส่คอนแทคเลนส์ ซึ่งก่อให้เกิดอาการตาแห้ง หรือการระคายเคืองในบางครั้ง จะมีตัวไหนน่าใช้บ้างตามมาดูกันเลย

  • ALCON Systane Ultra UD

Eye Drops ยาหยอดตา

ผลิตภัณฑ์น้ำตาเทียมที่ส่วนผสม Polyethylene Glycol และ Propylene Glycol ช่วยคืนความชุ่มชื้นให้กับดวงตาช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองตา ไม่สบายตาหรือตาพร่า ซึ่งอาจเกิดจากตาแห้งขณะใส่คอนแทคเลนส์ ช่วยทำความชุ่มชื้นในระหว่างวัน บรรเทาอาการตาแห้งเนื่องจากมลภาวะต่าง ๆ รวมทั้งเครื่องปรับอากาศ หรือการเพ่งสายตาในการดูโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์เป็นเวลานาน ๆ สามารถใช้ได้ทั้งผู้ที่ใส่ และไม่ใส่คอนแทคเลนส์

  • CELLUFRESH Lubricant Eye Drops

Eye Drops ยาหยอดตา

ผลิตภัณฑ์น้ำตาเทียมจากบริษัทเวชภัณฑ์ในอเมริกา มีส่วนผสมของ Carboxymethylcellulose (CMC) ซึ่งเป็นสารในกลุ่ม Cellulose Ether โมเลกุลใหญ่ที่มีประจุลบ ออกฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองตาจากฝุ่น ตาแห้ง หรือเมื่อรู้สึกไม่สบายตาจากการจ้องคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์เป็นเวลานาน และยังประกอบไปด้วย Electrolyte ที่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกันกับน้ำตาธรรมชาติ และปราศจากสารกันเสียจึงทำให้รู้สึกสบายตา ปลอดภัย

  • ROHTO Z! Eyedrop

Eye Drops ยาหยอดตา

ยาหยอดตาสูตรเย็นจากประเทศญี่ปุ่น ช่วยเพิ่มความเย็นสดชื่นให้ดวงตา ช่วยให้ดวงตาหายจากอาการเมื่อยล้า ง่วงนอน และพร่ามั่ว ช่วยลดการอักเสบของดวงตา ช่วยป้องกันการติดเชื้อของดวงตาหลังจากว่ายน้ำ หรือการเจอมลภาวะ ฝุ่นละอองต่าง ๆ แต่ ! สูตรนี้ไม่ควรใช้ตอนใส่คอนแทคเลนส์นะ สำหรับคนที่ใส่คอนแทคเลนส์จะมีอีกสูตรที่เป็นสูตรเฉพาะอยู่นะ

  • ALCON Opti-Free Rewetting Drops

Eye Drops ยาหยอดตา

ผลิตภัณฑ์ ยาหยอดตา สำหรับผู้ใส่คอนแทคเลนส์ให้ความชุ่มชื้นเพื่อให้ใส่คอนแทคเลนส์สบายตาขึ้น ช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองตาอันเนื่องมาจากตาแห้ง และช่วยคงความชุ่มชื้นในระหว่างวัน บรรเทาอาการตาแห้งเนื่องจากมลภาวะต่าง ๆ รวมทั้งเครื่องปรับอากาศ หรือการเพ่งสายตาในการดูโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์เป็นเวลานาน ๆ

  • ROHTO Lycee Eye Drops For Contact Lens

ROHTO Lycee Eye Drops

น้ำตาเทียมสำหรับผู้ที่สวมใส่คอนแทคเลนส์ ด้วยการทำงานของ Tetrahydrozoline Hydrochloride 0.04% ซึ่งมีส่วนช่วยลดอาการตาแห้ง ตาแดง รู้สึกระคายเคือง แสบตา ช่วยลดอาการอักเสบ ลดการติดเชื้อจากการว่ายน้ำ หรือฝุ่นละออง ลดอาการภาพเบลอมองไม่ชัด ซึ่งเกิดจากการใช้สายตาหนักจนเกินไป พร้อมทั้งยังช่วยป้องกันการกระทบกระเทือนของกระจกตา และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตาได้อย่างดี

  • Bausch + Lomb ReNu MultiPlus Lubricating and Rewetting Drops

Bausch + Lomb ReNu MultiPlus Lubricating and Rewetting Drops

น้ำยาหยอดตาสำหรับผู้ใส่คอนแทคเลนส์ ที่มีส่วนผสมของ Povidone ช่วยป้องกันการติดเชื้อ เหมาะสำหรับผู้ที่ตาแห้งปานกลางและต้องการความสะอาด พร้อมทั้งช่วยหล่อลื่น และคืนความชุ่มชื้นให้กับผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์แบบนิ่ม ทำให้ดวงตาไม่อ่อนล้าและระคายเคือง

  • Sante PC Contact Eye Drops

Sante PC Contact Eye Drops

น้ำตาเทียมจากประเทศญี่ปุ่น สำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ และ โทรศัพท์มือถือนาน ๆ ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์สามารถใช้ได้ มีส่วนประกอบเพื่อป้องกันกระจกตาและวิตามินบี ช่วยในการปรับโฟกัสของดวงตา และป้องกันความเสียหายของดวงตา เพื่อลดการระคายเคืองและความเมื่อยล้าและอาการปวดตา ช่วยปกป้องดวงตาและซ่อมแซมเนื้อเยื่อบริเวณดวงตาที่ถูกทำลายจากแสงสีฟ้า

  • Senju New Mytear CL

Senju New Mytear CL

น้ำตาเทียมจากประเทศญี่ปุ่น ที่ทำมอบความชุ่มชื้นในดวงตาและคอนแทคเลนส์ ลดอาการเสียดสีระหว่างดวงตากับคอนแทคเลนส์ทำให้เกิดอาการตาแดงและระคายเคือง พร้อมช่วยปรับโฟกัสให้ดวงตาและลดอาการอ่อนล้าของดวงตาด้วยส่วนผสมจากกลูโคส (Glucose) ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของพลังงานที่รวมอยู่ในน้ำตาเพื่อส่งเสริมการเผาผลาญเมตาบอลิซึมช่วยให้ดวงตาทำงานได้ดีขึ้น

จบไปแล้วสำหรับการแนะนำ 8 ยาหยอดตา ที่เพื่อน ๆ สามารถหาซื้อกันได้เองแบบไม่ต้องมีใบสั่งของแพทย์ ซึ่งเหมาะกับคนที่ต้องใส่คอนแทคเลนส์เป็นประจำ หรือคนที่ใช้สายตาในการจ้องคอมพิวเตอร์ ดูโทรทัศน์ หรือใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน ๆ ถือว่าเป็นไอเทมที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งเลย แต่ก่อนใช้ก็ควรอ่านฉลากให้รายละเอียดก่อนนะ เพื่อความปลอดภัยของดวงตาตัวเอง 🙂

Aromatherapy ดอกไม้บำบัดอารมณ์ ผ่อนคลายได้แบบไม่ต้องง้อสปา

Aromatherapy ดอกไม้บำบัดอารมณ์ ผ่อนคลายได้แบบไม่ต้องง้อสปา

Aromatherapy

Aromatherapy สุคนธบำบัดจากดอกไม้ใกล้ตัว หรือเรียกอีกอย่างว่า การบำบัดโดยการใช้กลิ่น สามารถช่วยให้เราผ่อนคลายได้แบบไม่ต้องง้อสปาเลย…

“กลิ่น” เป็นอีกหนึ่งสัมผัสที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจและความรู้สึกของเราได้โดยตรง เริ่มต้นเช้าวันใหม่ บางครั้งเราได้กลิ่นจากดอกไม้สุดโปรดหรือกลิ่นน้ำหอมที่โชยชายจากเนื้อตัวของคนข้างกาย กลิ่นนั้นก็ทำให้เราอารมณ์ดีไปทั้งวัน และในมุมกลับกัน ถ้าเช้านี้คุณเริ่มต้นวันด้วยการเจอกลิ่นอันไม่พึงประสงค์จากคนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ บนรถสาธารณะ คุณอาจรู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจไปกับทุกเรื่องที่เจอหลังจากนั้นเลยก็ว่าได้ นี่แหละ… เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมกลิ่นจึงเป็นเรื่องสำคัญ…

คุณอาจรู้สึกหิว สุข เศร้า เหงา หรือคิดถึงใครบางคน เมื่อได้กลิ่นที่กระตุ้นเตือนให้หวนระลึกถึงเรื่องราวใดเรื่องราวหนึ่ง นั่นจึงเป็นเหตุผลให้เกิดศาสตร์ที่เรียกว่าสุคนธบำบัด หรือ Aromatherapy อันเป็นศาสตร์ที่มุ่งเน้นการนำกลิ่นต่าง ๆ มาบำบัดร่างกายและจิตใจ

Aromatherapy

วันนี้ inzpy จะมาเสนออีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ สำหรับใครที่อาจไม่ถูกจริตกับกลิ่นน้ำหอม วันนี้เราจะมานำเสนอเป็น “ดอกไม้” กลิ่นของดอกไม้จะทำให้โสตประสาทของคุณเบิกบานและผ่อนคลาย แม้ว่ากลิ่นจากธรรมชาติอาจไม่เข้มข้นเหมือนกลิ่นสกัด แต่ก็นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะนอกจากประหยัดแล้ว คุณยังได้เสพความงามและสีสันสดใสเป็นของแถม หรือจะนำมาวางประดับตามมุมต่าง ๆ ในบ้านหรือจะปลูกกันทั้งต้นเลยก็ยังได้ มาดูกันว่าจะมีดอกไม้อะไรบ้าง และแต่ละอย่างให้สรรพคุณเลอเลิศขนาดไหน เริ่มเลย !

ดอกไม้บำบัดอารมณ์ 

  • คาโมมายล์

Aromatherapy

คาโมมายล์… ดอกไม้สีขาวขนาดเล็กน่ารักชนิดนี้ นอกจากจะนำมาตั้งในบ้านให้บ้านของเราสดชื่นแล้ว เรายังสามารถนำส่วนดอกไปตากแห้งชงดื่มเป็นชา หรือจะนำมาทำน้ำมันหอมระเหยก็ได้ด้วยนะคะ แถมยังมีคุณสมบัติช่วยให้หลับสบาย คลายความกังวล และช่วยบำรุงระบบย่อยอาหารอีกด้วย

  • กุหลาบ

Aromatherapy

ดอกกุหลาบ…กลิ่นหอมหวานของกุหลาบมีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์ในเพศหญิงนะคะ ช่วยควบคุมระดับฮอร์โมนผู้หญิง ช่วยบรรเทาอารมณ์เศร้าหมอง วิตกกังวล อีกทั้งยังช่วยลดความเครียด ช่วยให้เกิดความผ่อนคลาย สร้างความสดชื่น ลดความกระวนกระวายในจิตใจ นอกจากนี้และยังมีช่วยให้คุณนอนหลับได้เต็มอิ่ม คล้าย ๆ กับเป็นยานอนหลับอ่อน ๆ ซึ่งจะช่วยสร้างบรรยากาศให้คุณได้นอนหลับสบายยิ่งขึ้น

ยังไม่หมดนะ… กลิ่นหอมของกุหลาบนั้นยังช่วยกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกทางเพศ และอาจช่วยเพิ่มจำนวนอสุจิของคุณผู้ชายให้เพิ่มพูนทวีคูณอีกด้วย สรรพคุณเยอะขนาดนี้ ต้องหามาวางไว้ในห้องนอนแล้ว

  • ลิลลี่

Aromatherapy

ดอกลิลลี่… สีขาวบริสุทธิ์  กระตุ้นให้เกิดสมดุลในจิตใจ แถมรูปลักษณ์ของดอกลิลลี่ก็ยังสวยงามดึงดูดใจอีก กลิ่นหอมของลิลลี่ มีสรรพคุณสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย ช่วยลดความตึงเครียด เพิ่มพลังงาน ให้ความรู้สึกกระชุ่มกระชวยช่วยบำบัดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ แถมยังช่วยสร้างอารมณ์โรแมนติกเล็ก ๆ ได้ด้วย

ข้อควรระวังคือ ควรวางดอกลิลลี่ไว้ในพื้นที่ที่มีอากาศระบายถ่ายเทดี อย่าวางไว้ในสถานที่ปิด เพราะกลิ่นจะฉุนจนเกินไปและอาจทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายตัวได้

  • ลาเวนเดอร์

Aromatherapy

ลาเวนเดอร์… ดอกไม้สีม่วง และเป็นสีม่วงที่ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกถึงความเศร้าหมองแต่อย่างใด กลับให้ความรู้สึกสบาย โรแมนติกนิด ๆ กลิ่นหอมของลาเวนเดอร์ จะช่วยให้จิตใจของเราสุขุมขึ้น เย็นขึ้น ช่วยลดความเครียด บรรเทาอาการปวดศีรษะ และช่วยให้หลับสบาย

  • กระดังงา

Aromatherapy

ดอกกระดังงา… กลิ่นของดอกกระดังงามีส่วนช่วยในการบำบัดร่างกายและจิตใจ ช่วยให้ร่างกายผลิตเซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองที่สำคัญที่สุด ทำให้มีความสุข จิตใจสงบ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายบรรเทาอาการซึมเศร้า อารมณ์ไม่แปรปรวนหรือช่วยลดอาการหงุดหงิดจากการปวดประจำเดือนได้ คลายความเมื่อยล้า สมองทำงานอย่างเป็นระบบ ป้องกันโรคไมเกรนและโรคเครียดได้ด้วย

  • โรสแมรี่

โรสแมรี่… โรสแมรี่ไม่ได้มีดีแค่เพียงใช้ในการทำอาหาร หลายคนคงนึกว่าโรสแม่รี่มีเพียงแต่ใบ แต่จริง ๆ แล้วเจ้าต้นนี้ก็มีดอกที่น่ารักให้เราได้ชื่นชมกันพอชื่นใจด้วย แถมดอกโรสแมรี่ยังได้รับการยกย่องให้เป็นสัญลักษณ์ของความรักและความทรงจำที่ดีพ่วงมาด้วยอีกหนึ่งตำแหน่ง

ดอกโรสแมรี่มีทั้งสีขาว ม่วง ชมพู และฟ้า กลิ่นของดอกโรสแมรี่จะช่วยกระตุ้นให้คุณรู้สึกกระชุ่มกระชวย กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ช่วยบรรเทาความรู้สึกปวดกล้ามเนื้อ คลายความรู้สึกซึมเศร้า อ่อนล้า ช่วยเสริมสร้างความจำ และยังทำให้รู้สึกสดชื่นสบายใจ รวมถึงยังเป็นตัวช่วยให้รู้สึกมีสมาธิมากขึ้น นี่จึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในบ้านเลยก็ว่าได้

และนี่ก็คือ 6 ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมที่จะช่วยให้คุณผ่อนคลายได้ นอกจากคุณสมบัติเรื่องกลิ่นที่จะทำให้คุณผ่อนคลายแล้ว ดอกไม้เหล่านี้ยังช่วยสร้างบรรยากาศดี ๆ ให้คุณได้อีกด้วยนะคะ ยังไงก็อย่าลืมติดตามเว็บไซต์ Inzpy ของเราด้วยนะคะ คราวหน้าจะมาแชร์อะไรดี ๆ ให้ทุกคนอ่านกันแน่นอนค่ะ

จบปัญหาผิวแห้งแตก…ฟื้นผิวให้ชุ่มชื่นในช่วงหน้าหนาว !!

จบปัญหาผิวแห้งแตก…ฟื้นผิวให้ชุ่มชื่นในช่วงหน้าหนาว !! – การเจอกับอากาศหนาวเย็นถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับชาวไทยทุกคน เพราะส่วนใหญ่ภูมิอากาศในประเทศไทยจะเจอกับบรรยากาศที่ร้อนอบอ้าว และมีมรสุมอยู่เป็นจำนวนมาก ด้วยประเทศไทยเราอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรจึงไม่แปลกใจที่เราจะเจอกับอากาศที่หนาวเย็นได้น้อย แต่ก็มีให้เราได้ชื่นใจอยู่มากในพื้นที่ทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จะเจอกับอากาศหนาวแบบอุณหภูมิเลขตัวเดียวอยู่บ้าง

แต่จริง ๆ แล้วการมีอากาศหนาวเย็นก็เป็นภัยกับผิวของเราไม่น้อยไปกว่าการเจอแสงแดดเลย เพราะในช่วงหน้าหนาวอุณหภูมิจะลดต่ำลง และมีความกดอากาศสูงจึงทำให้หน้าหนาวมีอากาศที่แห้งกว่าหน้าร้อน เหตุนี้เองจึงส่งผลให้ผิวพรรณของทุกคนเกิดปัญหาผิวแห้งแตกกันเป็นจำนวนมาก บางคนถึงกับลอกออกมาเป็นขุยเลยก็มี

ดังนั้นการทำให้ผิวของเราชุ่มชื่นในช่วงหน้าหนาวจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพื่อไม่ให้ผิวเกิดการแห้งแตก ซึ่งเป็นปัญหาของการแต่งหน้าไม่ติดทาน เกิดขุยตามร่างกาย ไม่น่ามอง inzpy จึงอยากมีเคล็ดลับในการพลิกผิวที่แห้งแตกให้กลับมาชุ่มชื่นได้ง่าย ๆ ดังนี้

เคล็ดลับ จบปัญหาผิวแห้งแตก ให้กลับมาชุ่มชื่น

1. ไม่อาบน้ำอุ่นมากเกินไป

ถึงจะหนาวแค่ไหนการอาบน้ำอุ่นนั้นไม่ดีต่อผิวแน่นอน เพราะความร้อนของน้ำจะทำให้ผิวเกิดการแห้งเสีย แตกลอกมากขึ้น เนื่องจากความร้อนจากน้ำอุ่นจะเข้าไปทำลายไขมันที่เคลือบผิวด้านนอกไว้ โดยปกติจะแทรกอยู่ระหว่างเซลล์ผิวหนังชั้นนอก เพื่อทำหน้าที่ในการป้องกันไม่ให้น้ำผ่านออกจากเซลล์ การอาบน้ำอุ่นมากเกินไป จึงทำให้ผิวสูญเสียน้ำได้มากขึ้น

ไม่อาบน้ำอุ่นมากเกินไป
Cr: Photo www.pexels.com

2. เลือกใช้สบู่ทำความสะอาดผิวที่อ่อนโยน

หลาย ๆ คนคงรู้มาบ้างแล้วว่าสบู่ที่เราใช้อาบน้ำนั้นมีค่าของความเป็นด่าง ซึ่งจะช่วยในการกำจัดความมันและสิ่งสกปรกได้ง่ายขึ้น ดังการใช้สบู่หรือครีมอาบน้ำเวลาทำความสะอาดผิวควรหลีกเลี่ยงการขัดถูอย่างรุนแรงหรือผลิตภัณฑ์ที่มีสครับขัดผิวจะได้ไม่เป็นการทำร้ายผิว จบปัญหาผิวแห้งแตก

เลือกใช้สบู่ทำความสะอาดผิวที่อ่อนโยน
Cr: Photo www.freepik.com

3. ทาครีมบำรุงผิวให้ความชุ่มชื่น

สำหรับใครที่อดใจในการอาบน้ำอุ่นไม่ได้ การทาครีมบำรุงผิวเพื่อให้ผิวชุ่มชื่นนั้นสำคัญมาก หน้าหนาวแบบนี้จำเป็นมากที่จะต้องเติมความชุ่มชื่นให้กับผิว การทาโลชั่นหรือครีมที่มีสูตรบางเบาอาจจะไม่ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นขึ้นมาได้ แนะนำว่าหากยังรู้สึกว่าผิวยังแห้งอยู่ อาจจะหาโลชั่นพิเศษที่เหมาะกับคนผิวแห้ง ควรทาครีมหรือโลชั่นให้ความชุ่มชื่นภายใน 30 นาทีหลังอาบน้ำ เพราะจะช่วยเพิ่มการดูดซึมพร้อมกับกักเก็บความชุ่มชื่นได้ดียิ่งขึ้น

ทาครีมบำรุงผิวให้ความชุ่มชื่น
Cr: Photo www.pexels.com

4. ทาครีมกันแดดเป็นประจำ

ถึงแม้อากาศจะเย็นลงก็จริง แต่รังสียูวีและแสงแดดในฤดูกาลนี้ก็ไม่แพ้ฤดูร้อนเลย ซึ่งมันยังคงทำร้ายผิวกายและผิวหน้าได้ ยิ่งหากเรามีผิวที่แห้งอยู่แล้วการเจอกับปัญหา ฝ้า กระ จุดด่างดำ อาจจะมีมากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นเราควรเลือกใช้ครีมกันแดด ที่มีประสิทธิภาพและใช้ในปริมาณที่เหมาะสม เช่น ต้องใช้ครีมกันแดดที่มีค่า spf 50 ขึ้นไป นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งโดยเฉพาะเวลา 10.00-14.00 น.

ทาครีมกันแดดเป็นประจำ
Cr: Photo www.pexels.com

5. หลีกเลี่ยงการทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง

การมีผิวแห้งเป็นสิ่งที่คุณต้องคอยระมัดระวังไม่ให้ผิวกายเสียดสีไม่ว่าอะไรก็ตาม อาจจะทำให้ผิวเกิดการหลุดลอกเป็นขุยสีขาวได้ หรือจะเป็นการเสียดสีของหน้ากากอนามัย ขุยจากเสื้อผ้า โดยเฉพาะส่วนผสมจากเส้นใยสังเคราะห์ อาจกระตุ้นให้ผิวแห้งเพิ่มขึ้น ดังนั้นสิ่งที่จะช่วยได้ดีที่สุดคือควรทาครีมเพิ่มความชุ่มชื้นเป็นประจำ หากรู้สึกผิวแห้งให้รีบทาทันที

หลีกเลี่ยงการทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง จบปัญหาผิวแห้งแตก
Cr: Photo www.freepik.com

6. ดื่มน้ำให้มาก ๆ เป็นประจำ

อากาศแห้งแบบนี้ถึงจะไม่ยากลุกออกไปเข้าห้องน้ำบ่อย แต่การดื่มน้ำน้อยนั้นไม่ดีต่อสุขภาพร่างกายของเราแน่ ๆ ยิ่งในหน้าหนาวการดื่มน้ำของคนส่วนใหญ่ก็มีปริมาณที่ลดลงด้วย ดังนั้นทุกคนควรดื่มน้ำ หรือจิบน้ำบ่อย ๆ เพื่อให้ร่างกายดึงน้ำไปใช้ในส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะผิว เพื่อไม่ให้ผิวมีความแห้งไปมากกว่านี้

ดื่มน้ำให้มาก ๆ เป็นประจำ จบปัญหาผิวแห้งแตก
Cr: Photo www.pexels.com

จบปัญหาผิวแห้งแตก การดูแลผิวในช่วงหน้าหนาวทุกคนควรดูแลให้เป็นพิเศษเพื่อไม่ให้ผิวแห้งแตก และเกิดเป็นขุยสีขาวตามผิวหนัง ซึ่งมันสามารถสร้างความไม่มั่นใจให้กับเราได้หากมีคนมาทัก ดังนั้นการดูแลบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ ทาครีม หรือโลชั่นที่มีความเข้มข้น เพื่อให้ผิวชุ่มชื่นอยู่ตลอดเวลาจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด และอย่าลืมนำ 6 วิธีเคล็ดลับในการพลิกผิวที่แห้งแตก ให้กลับมาชุ่มชื่นไปใช้กันด้วยนะคะ ขอบคุณความรู้จากคุณหมอแพร – แพทย์หญิงนภัสนันท์ เทพพรพิทักษ์ จาก รมย์รวินท์ คลินิก

5 เมนูอาหารสำหรับสายแคมป์ พร้อมวิธีทำที่แสนง่าย แต่ได้รสชาติที่อร่อย

5 เมนูอาหารสำหรับสายแคมป์ พร้อมวิธีทำที่แสนง่าย แต่ได้รสชาติที่อร่อย

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ ชาว Inzpy ทุกท่าน วันนี้เราจะมาแชร์ เมนูอาหารสำหรับสายแคมป์ ว่ามีเมนูไหนบ้าง ที่ทำได้ง่าย ไม่ต้องพกวัตถุดิบไปมากมาย แต่ก็อร่อยถูกปาก เป็นได้ทั้งอาหารหลัก และกับแกล้มเลยค่ะ วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีทำทั้ง 5 เมนูนี้ด้วยค่ะ

 

เมนูยำปลากระป๋อง

เมนูอาหารสายแคมป์

วัตถุดิบ
1.ปลากระป๋อง 1-2 กระป๋อง(เลือกยี่ห้อตามความชอบ)
2.พริกขี้หนูซอย 1-2 ช้อนโต๊ะ
3.ใบมะกรูดซอยตามชอบ
4.หอมแดงซอย 2-3 ลูก
5.ตะไคร้ซอย 1-2 ต้น
5.น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
6.มะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
6.น้ำตาลนิดหน่อย

วิธีทำ
1.แยกปลากระป๋องออกเป็น 2 ส่วน คือเนื้อกับน้ำ
2.นำน้ำปลากระป๋องมาปรุงรสชาติด้วย น้ำปลา มะนาว น้ำตาล ชิมรสตามชอบ
3.ใส่ ตะไคร้ หอมแดง พริก ที่ซอยไว้ลงผสมในน้ำยำที่ปรุงเรียบร้อย
4.นำน้ำยำมาคลุกเคล้ากับเนื้อปลา โรยด้วยใบมะกรูดซอย เป็นอันเรียบร้อย พร้อมทานค่ะ

 

เมนูหมูมะนาว

วัตถุดิบ
1.หมูสันคอ หรือสันใน ตามชอบ 200 กรัม
2.พริกแดงจินดา 5 เม็ด
3.พริกขี้หนูสวน 10 เม็ด
4.กระเทียมไทย 2 หัว
5.กระเทียมจีน 1 หัว
6.น้ำมะนาว 4 ช้อนโต๊ะ
7.น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
8.น้ำเชื่อม 2 ช้อนโต๊ะ
9.สะระแหน่ตามชอบ
10.คะน้าตามชอบ
11.เบคกิ้งโซดา

วิธีทำ
1.นำหมูมาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ หมักเบคกิ้งโซดาทิ้งไว้ 10-15 นาที เพื่อให้หมูมีความนุ่ม
2.ทำน้ำราด ด้วยการนำพริกทั้งสองแบบ และกระเทียม มาปั่นหรือตำให้ละเอียด ปรุงรสด้วยน้ำปลา มะนาว และน้ำเชื่อม
3.นำหมูที่หมักไว้มาล้างให้สะอาด แล้วน้ำไปลวกให้สุกพอดี เอาขึ้นพักสะเด็ดน้ำให้แห้ง
4.จากนั้นนำน้ำยำที่เตรียมไว้มาราด โรยหน้าด้วยใบสะระแหน่ และกระเทียมจีนฝานบาง ๆ ทานคู่กับคะน้า อร่อยเด็ดแน่นอนค่ะ
หมายเหตุ : สามารถเตรียมน้ำราดไปจากบ้านได้เลยค่ะ เพื่อความสะดวกสบาย

 

เมนูหมูกระทะ

เมนูอาหารสำหรับสายแคมป์
เมนูยอดนิยมที่ไม่ว่าจะไปตั้งแคมป์ที่ไหน การทานหมูกระทะก็เป็นเหมือนเมนูอาหารคู่กันไปแล้วค่ะ วันนี้เราจะมาแจกสูตรสำหรับหมักหมูและสูตรทำน้ำจิ้มกันนะคะ

สูตรหมักหมู

วัตถุดิบ
1.เนื้อหมูส่วนที่ชอบ 1 กิโลกรัม
2.ไข่ไก่ 2 ฟอง
3.เบคกิ้งโซดา 2 ช้อนชา
4.ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
5.น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
6.น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
7.งาขาวคั่วตามชอบ หรือจะไม่ใส่ก็ได้

วิธีทำ
นำส่วนผสมทั้งหมดเทลงในชามผสม คลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นนำเข้าตู้เย็นแช่ทิ้งไว้อย่างน้อย 1 ชั่วโมง

สูตรน้ำจิ้มหมูกระทะ

วัตถุดิบ
1.ซอสพริก 2 ถ้วยตวง
2.ซอสมะเขือเทศ 1 ถ้วยตวง
3.พริกแดงสับหยาบตามชอบ
4.กระเทียมสับหยาบตามชอบ
5.น้ำกระเทียมดอง 3 ช้อนโต๊ะ
6.น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
7.มะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
8.น้ำมันงา 2 ช้อนโต๊ะ
9.งาขาวคั่วตามชอบ
10.น้ำเปล่า

วิธีทำ
1.ตั้งกระทะไฟอ่อน ใส่ซอสพริก ซอสมะเขือเทศ น้ำกระเทียมดอง น้ำปลา คนส่วนผสมให้เข้ากัน
2.จากนั้นใส่วัตถุดิบที่เหลือทั้งหมด แล้วคนให้เข้ากันอีกครั้ง หากรู้สึกว่าน้ำจิ้มข้นเกินไป ให้เติมน้ำเปล่าเพิ่ม จากนั้นชิมรสให้ถูกใจแล้วปิดไฟ ตักเสิร์ฟได้เลยค่ะ

 

เมนูบาร์บีคิว

เมนูอาหารสำหรับสายแคมป์

วัตถุดิบ
1.หมู ไก่ หรือเนื้อวัว ตามชอบ 500 กรัม
2.สับปะรด
3.มะเขือเทศสีดา
4.หอมหัวใหญ่หั่นชิ้น
5.พริกหยวกหั่นชิ้น
6.เนยสด
7.น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
8.ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
9.น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
10.พริกไทยป่น
11.ซอสบาร์บีคิวสำเร็จรูป (ช่องทางไปซื้อ คลิก)

วิธีทำ
1.หั่นเนื้อสัตว์เป็นชิ้นพอดีคำ แล้วนำมาหมักด้วย น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย ทิ้งไว้ 30 นาที
2.นำเนื้อสัตว์ที่หมักไว้มาเสียบไม้ สลับกับหอมใหญ่ พริกหยวก สับปะรด และมะเขือเทศ
3.นำบาร์บีคิวทีเสียบไม้ไว้แล้วขึ้นเตาย่าง ระหว่างย่างให้ทาด้วยเนย และซอสบาร์บีคิว เมื่อสุกแล้วก็นำมาเสิร์ฟได้ พร้อมทาน
หมายเหตุ : แนะนำว่าให้เตรียมชุดบาร์บีคิวเสียบไม้ไปให้เรียบร้อยตั้งแต่ที่บ้านนะคะ จะได้สะดวกสบายในการแพคอาหารไป แล้วค่อยนำไปย่างทานกันที่แคมป์ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในครอบครัวได้เลยค่ะ

 

เมนูเนื้อย่างกับน้ำจิ้มแจ่ว

วัตถุดิบ
1.เนื้อหั่นเป็นชิ้นใหญ่ สำหรับย่าง 1 ชิ้น
2.รากผักชี 2 ราก
3.กระเทียม 3 หัว
4.พริกไทย 1 ช้อนโต๊ะ
5.น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
6.ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
7.น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
8.พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ
9.มะนาว 1 ลูก
10.ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1.นำรากผักชี กระเทียม และพริกไทยมาตำให้ละเอียด
2.หมักหมูโดยการนำวัตถุดิบจากข้อ 1 และเครื่องปรุง คือ ซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย ลงไปคลุกเคล้ากับเนื้อ นำเข้าตู้เย็นทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที
3.เตรียมน้ำจิ้มแจ่วโดยการใส่ส่วนผสม น้ำปลา พริกป่น มะนาว และข้าวคั่ว
4.นำเนื้อขึ้นเตาย่าง ความสุกตามชอบใจ คีบลงพักไว้ 5 นาที จากนั้นนำมาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ เสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มแจ่ว อร่อยถูกใจแน่นอนค่ะ

ได้เมนูอาหารเตรียมพร้อมสำหรับไปตั้งแคมป์ในวันหยุดกันแล้ว แต่ถ้าหากใครยังมองหาสถานที่ไปแคมป์ปิ้งไม่ได้ อย่าลืมตามไปอ่านบทความ แนะนำ 10 จุดกางเต็นท์หน้าหนาว กันนะคะ

How to แต่งตัว เที่ยวคาเฟ่ ลุคสาว Minimalist ให้ดูเรียบง่าย และคุมโทน

การแต่งตัวในลุคสาว Minimalist คือการแต่งตัวในรูปแบบเรียบง่าย ไม่เยอะรุงรัง แต่ถ้าจะ แต่งตัว ไป เที่ยวคาเฟ่ ด้วยแล้วล่ะก็ ต้องเลือกโทนสีให้ดูคุมโทนด้วย โดยส่วนใหญ่แล้วการเลือกโทนสีให้คุมโทน จะเน้นเป็นสีพื้นเรียบ ๆ เน้นไปทางสี Earth Tone เช่น สี ขาว ครีม กากี น้ำตาล เขียวอมฟ้า เขียวพาสเทล เขียวขี้ม้า สีแบบโทนธรรมชาติ ของ ดิน น้ำ ต้นไม้ ประมาณนี้ค่ะ จะทำให้ดูไม่โดด แต่ดูเรียบง่าย เหมาะกับการแต่งไปนั่งคาเฟ่ในวันสบาย ๆ วันนี้เลยเอา How to การแต่งตัวมินิมอลมาฝากค่า

แต่งตัว ไปเที่ยวคาเฟ่ ลุคสาว Minimalist

ลุคสาวมินิมอล แบบน่ารัก

minimalist

การจับคู่เสื้อผ้าให้ดูมินิมอล ให้ได้ลุคน่ารัก แต่ดูเรียบง่าย ลองเลือก Match ด้วย กระโปรงยาว กับเสื้อเชิ้ต เสื้อยืด หรือเสื้อไหมพรมน่ารัก ๆ สวมรองเท้าผ้าใบเรียบ ๆ หรือรองเท้าส้นเตี้ยโทนสีขาว-ครีม ก็ได้ลุคที่ดูดี น่ารักขึ้น หรือจะเลือกเป็นใส่เดรสไปเลยก็ดีค่ะ เดรสที่เน้นเป็นสีพื้น หรือสีขาว ตกแต่งด้วยเข็มขัดเข้ารูปนิดหน่อย แค่นี้ก็ดูมินิมอลแล้วค่า

ลุคมินิมอลแบบดูเท่ ดูซนนิด ๆ

minimalist

ลุคที่ดูจะเป็นสาวซนนิด ๆ ก็แต่งแบบมินิมอลได้เหมือนกัน ด้วยการเลือกใส่เสื้อแบบ Over Size โทนสีพื้น สีเอิร์ธโทนเบา ๆ Match กับกางเกงขาสั้นเท่ ๆ อาจจะเป็นกางเกงยีนส์ หรือเลคกิ้งแบบเลยเข่าขึ้นมาหน่อย สวมกับรองเท้าผ้าใบสุดต๊าช แบบนี้ก็จะได้ลุคสาววัยซน แต่ดูมินิมอลค่ะ

ลุคคุณหนู ดูดี มีสไตล์เบา ๆ

How to แต่งตัว เที่ยวคาเฟ่ สไตล์มินิมอล minimalist

ลุคนี้เลือกจับคู่ง่าย ๆ ด้วยการหยิบ Brazer เท่ ๆ มาสักตัว อาจจะเป็นแบบไซส์ใหญ่กว่าตัวขึ้นมาสักไซส์นึงค่ะ แล้วเลือกใช้เป็นโทนสีเข้ม ลุคนี้จะจับคู่กับกระโปร่ง กางเกงขาสั้น หรือกางเกงขายาวก็ดูดี แนวคุณหนูมาก ใครยังไม่มี Brazer แนะนำว่าต้องไปตำมาติดตู้ไว้สักตัวแล้วน้า เพราะ Match กับชุดได้หลากหลายแบบเลยค่ะ

ลุคมินิมอล ดูเรียบร้อย น่ารัก

How to แต่งตัว เที่ยวคาเฟ่ สไตล์มินิมอล minimalist

ลุคนี้ Match ง่าย ๆ ด้วยการเลือกใส่เป็นกางเกงขายาว โทนสีเข้มกว่าสีเสื้อสักหนึ่งเบอร์ค่ะ เช่น ถ้าเลือกใส่เสื้อสีขาว ก็เลือกกางเกงโทนสีครีมขึ้นไป แต่ถ้าใส่เสื้อสีครีมก็อาจจะเลือกกางเกงโทนสีกากี สีน้ำตาล สีเขียวประมาณนี้ค่ะ ส่วนกางเกงเน้นเป็นทรงขาหลวม ๆ ทรงขากระบอก กางเกงขาบาน หรือจะเป็นกระโปรงยาวก็ได้นะคะ จับคู่กับเสื้อเชิ๊ตเท่ ๆ หน่อย แค่นี้ก็ดูเรียบร้อย ดูดีมีสไตล์สุด ๆ

เนื้อผ้า สำหรับสายมินิมอล

How to แต่งตัว เที่ยวคาเฟ่ สไตล์มินิมอล

สำหรับการเลือกเสื้อผ้า สายมินิมอล ส่วนใหญ่จะเน้นเป็น เนื้อผ้าคอตตอน และ เนื้อผ้าลินิน เพราะเป็นเนื้อผ้าเรียบ ๆ ใส่สบาย ไม่ขึ้นเงา ระบายอากาศได้ดี เหมาะกับสภาพในเขตโซนร้อนอย่างเมืองไทยเราค่ะ แต่เลือกใช้เป็นผ้าลินินราคาอาจจะค่อนข้างสูงกว่า เนื่องจากผ้ามีการทอที่ละเอียดกว่า และคุณภาพดีกว่าผ้าคอตตอนค่ะ ส่วนจะหาซื้อเสื้อผ้าสไตล์มินิมอลแบบนี้ได้จากที่ไหนบ้างนั้น ไถอ่านต่อเลยค่า

ร้านเสื้อผ้า มินิมอล

1. ร้าน Muji

How to แต่งตัว เที่ยวคาเฟ่ สไตล์มินิมอล

ร้านนี้เป็นร้านที่บอกได้เลยว่า มีเสื้อผ้าที่มีความเป็นมินิมอลมาก ๆ ค่ะ คือร้าน Muji เสื้อผ้าส่วนใหญ่จะเน้นเป็นสีพื้นเรียบ ๆ หรือลวดลายที่ไม่ฉูดฉาดมากจนเกินไป สามารถนำมาเลือกจับคู่กับชุดอื่น ๆ ได้ง่าย และไม่ได้มีขายเฉพาะเสื้อผ้านะคะ ของทุกอย่างแบบ Everyting มีขายเกือบครบ และเน้นความเป็นมินิมอล เกือบจะทั้งร้านเลยก็ว่าได้ค่ะ

2. ร้าน Uniqlo

How to แต่งตัว เที่ยวคาเฟ่ สไตล์มินิมอล minimalist

ส่วนอีกหนึ่งร้านที่อยากจะแนะนำคือ Uniqlo ค่ะ ถึงแม้จะมีเสื้อผ้าขายมากมายหลายสไตล์ แต่ก็จะมีโซนที่เป็นเสื้อผ้าแบบเรียบง่าย มีความมินิมอลอยู่ค่ะ แถมชอบจัดโปรส่วนลดพิเศษอยู่เรื่อย ๆ ถือเป็นอีก Store ที่เหมาะแก่การไปช้อปปิ้งเสื้อผ้ามินิมอลอีกที่นึงค่ะ

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับ How to แต่งตัว ลุคสาว Minimalist ใครจะไป เที่ยวคาเฟ่ แล้วอยากถ่ายรูปออกมาให้ได้ลุคมินิมอล คุมโทน ลองแมทช์เสื้อผ้าตามนี้ดูนะคะ รับรองเลยว่า ถ้าลง Instagram ได้ภาพที่คุมโทนสวยงาม ยอดไลก์พุ่งแน่นอนค่า ส่วนใครที่ยังหาคาเฟ่มินิมอลไม่ได้ เรามีแนะนำหลายร้าน ลองดูได้ที่นี่เลยค่ะ คลิกเลย หาสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม ที่พัก ร้านอาหารเด็ดดัง ตามดูได้ที่ Inzpy Travel

 

Trick…ดูแลผิวใต้วงแขน ให้ขาวเนียนไร้กลิ่นตลอดทั้งวัน !!

Trick…ดูแลผิวใต้วงแขน ให้ขาวเนียนไร้กลิ่นตลอดทั้งวัน – ใครหลาย ๆ คนอยากจะโชว์วงแขนที่เนียนขาวแต่ก็อาย!! มีหลายคนที่ไม่มั่นใจในผิวใต้วงแขน หรือที่เรียกว่า รักแร้ ของตัวเองเป็นจำนวนมาก ด้วยสาเหตุที่มีอยู่มากมายไม่ว่าจะ รักแร้ดูหมองคล้ำ มีขนขึ้นเยอะไม่ได้ถอน ผิวรักแร้เป็นผิวหนังไก่ หรือด้วยสาเหตุอะไรก็ตามที่ทำให้สาว ๆ ไม่กล้าที่จะยกแขน และลุกขึ้นมาสวมใส่เสื้อผ้าสวย ๆ ที่ต้องมีการโชว์วงแขน

การดูแลรักษาผิวใต้วงแขนก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญไม่แพ้ส่วนอื่น ๆ เลย ยิ่งใครที่รักแร้มีเหงื่อออกมากยิ่งต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะเป็นหนึ่งในปัญหาของการมีกลิ่นตัวอีกด้วย การดูแลรักษาให้ใต้วงแขนเรียบเนียน ไม่มีกลิ่นนั้นทำได้ไม่ยาก แต่สาว ๆ จะต้องใส่ใจในการดูแล และไม่ควรทำให้รักแร้ของเราถูกกระทำด้วยความรุนแรงอยากเช่น การเช็ดทำความสะอาดที่แรงจนเกินไป การถอนขน หรือแม้แต่การโกนขนก็อาจจะทำให้ผิวบริเวณนั้นเกิดการระคายเคืองได้

ดูแลผิวใต้วงแขน
Cr: Photo www.freepik.com

ดังนั้นวันนี้ Inzpy จึงจะมาบอก Trick…ดูแลผิวใต้วงแขน ให้ขาวเนียนไร้กลิ่นตลอดทั้งวัน ที่สาว ๆ สามารถทำเองได้ที่บ้าน หรือจะเข้ารับบริการในบางขั้นตอนได้ที่คลินิกเสริมความงามใกล้บ้านคุณก็ได้เช่นกัน จะมีวิธีไหนบ้างไปดูกันเลย

Trick ดูแลผิวใต้วงแขน

1.เลิกกำจัดขนรักแร้โดยการถอน และโกน

การกำจัดขนด้วยการถอน และโกนขนทิ้ง เป็นวิธีที่อันตรายต่อผิวบริเวณใต้วงแขนเป็นอย่างมาก เช่นการถอนขนจะเป็นการดึงขนทีละเส้นออกจากผิวหนัง ไม่เพียงทำให้เรารู้สึกเจ็บปวด แต่ยังทำให้รูขุมขนนูนขึ้นมาเป็นหนังไก่อีกด้วย และในระยะยาวจะทำให้ผิวเกิดการเหี่ยวย่นได้ง่าย สำหรับการโกนขนก็ไม่ใช่วิธีที่ดีอีกเช่นกัน เพราะขนที่ถูกโกนไปจะมีความคมทำให้รักแร้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย และยังทำให้รักแร้เกิดความหมองคล้ำอีกด้วย

1.เลิกกำจัดขนรักแร้โดยการถอน และโกน
Veet Hair Removal Cream Silk & Fresh , Some By Mi Perfect Clear Hair Removal Cream ,EPILAT Hair Removing Body Cream with Collagen and Shea Butter

ดังนั้นการดูแลในเรื่องของขนที่ถูกต้อง และเกิดผลกระทบกับผิวใต้วงแขนน้อยที่สุด คือ การทำเลเซอร์ และจะต้องทำเป็นประจำ 5-10 ครั้ง เพื่อให้ขนรักแร้ไม่ขึ้น หรือขึ้นช้าลง หรือใครที่มีงบประมาณน้อยการใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดขนอย่าง Veet Hair Removal Cream Silk & Fresh , Some By Mi Perfect Clear Hair Removal Cream หรือ EPILAT Hair Removing Body Cream with Collagen and Shea Butter ก็สามารถกำจัดขนได้ดีเช่นกัน

2.การสครับผิวใต้วงแขนเป็นประจำ

สำหรับผู้หญิงคนไหนที่มีผิวใต้วงแขนดำคล้ำจากผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย การถอนขน โกนขน หรือเกิดจากการเสียดสีกันของผิวหนัง สิ่งที่จะช่วยให้ผิวบริเวณนั้นมีความกระจ่างใส และทำให้รักแร้ดูสะอาดขึ้นคือ “การสครับผิว” ที่คุณสามารถทำเองได้ที่บ้าน โดยจะต้องสครับผิวอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อให้ผิวบริเวณนั้นเกิดการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่หมองคล้ำออกไป

การสครับผิวใต้วงแขนเป็นประจำ
RANK BODY Cacao Coffee Scrub , HERBIVORE BOTANICALS Coco Rose – Coconut Oil Body

การเลือกสครับผิวก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้ผิวบริเวณนั้นไม่เกิดการเสียดสีที่รุนแรง เช่น การใช้กากกาแฟที่มีความนุ่มในการสครับผิว ซึ่งมีให้เลือกใช้มากมายไม่ว่าจะเป็น FRANK BODY Cacao Coffee Scrub หรือจะใช้สครับที่เป็นเกลืออย่าง HERBIVORE BOTANICALS Coco Rose – Coconut Oil Body Polish ก็ได้

3.เติมความชุ่มชื้นให้กับผิวใต้วงแขนอยู่เสมอ

การทำให้ผิวบริเวณใต้วงแขนเกิดความชุ่มชื้นจากการบำรุงที่มีประสิทธิภาพ ยิ่งทำให้ผิวบริเวณนั้นเกิดความเนียนนุ่ม และกระจ่างใสขึ้นมาได้จริง ๆ โดยคุณสามารถเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวใต้วงแขนโดยเฉพาะ และแนะนำให้ใช้เฉพาะตอนก่อนนอนเท่านั้น เพราะหากใช้ตอนกลางวันการมีเหงื่อออกมาอาจทำให้ทั้งครีมบำรุง โรลออน และเหงื่อ ไหลรวมกันจนทำให้เสื้อผ้าเป็นคราบได้

เติมความชุ่มชื้นให้กับผิวใต้วงแขนอยู่เสมอ
Biotherm Deo Pure Sensitive Skin Crème Anti-Transpirante ,Kiehl’s Superbly Efficient Anti-Perspirant and Deodorant Cream , Vichy Traitement Anti-Transpirant Cream 7 days

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวใต้วงแขนที่ทำให้ผิวเกิดความเรียบเนียน และกระจ่างใสขึ้นที่แนะนำจะมี Biotherm Deo Pure Sensitive Skin Crème Anti-Transpirante ,Kiehl’s Superbly Efficient Anti-Perspirant and Deodorant Cream และ Vichy Traitement Anti-Transpirant Cream 7 days ที่คุณสามารถหาซื้อได้ไม่ยาก

4.ใช้โรลออนที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์

เรื่องของกลิ่นกายสำหรับผู้หญิงถือเป็นเรื่องที่น่าอายมาก ๆ ยิ่งใครที่มีเหงื่อเยอะอาจจะทำให้กลิ่นกระจายไปบริเวณอื่น ๆ ของเสื้อผ้า การจะห้ามไม่ให้เหงื่อออกในสภาพอากาศที่ร้อนนั้นคงเป็นไปได้ยาก แต่สำหรับใครที่มีเงินมากพอที่จะไปฉีดโบท็อกซ์ใต้รักแร้เพื่อให้เหงื่อไม่ไหลก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่ต้องใช้ปริมาณโบท็อกซ์ที่มากพอในการฉีด

ใช้โรลออนที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์
KOPARI BEAUTY Natural Aluminum-Free Coastal Deodorant ,Focal natural deodorant , WOW MINERAL

ดังนั้นสำหรับใครที่ไม่พร้อมในการฉีดโบท็อกซ์ใต้รักแร้ การเลือกใช้โรลออนเพื่อช่วยระงับกลิ่นกายก็เป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกันแต่จะต้องใช้โรลออนที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ อย่างเช่น KOPARI BEAUTY Natural Aluminum-Free Coastal Deodorant ,Focal natural deodorant และ WOW MINERAL

ORIGIN GUNKUL และ BRITANIA กางแผน 3 ปี สร้าง “โซลาร์ วิลเลจ”

ORIGIN GUNKUL และ BRITANIA กางแผน 3 ปี สร้าง “โซลาร์ วิลเลจ”

ORIGIN GUNKUL

อีกหนึ่งสีสันข่าวใหม่ที่น่าจับตา เมื่อทาง ออริจิ้น กันกุล และ บริทาเนีย หันมาต่อยอดสร้างปรากฏการณ์ความร่วมมือนวัตกรรมพลังงานสะอาดในที่อยู่อาศัย โดยล่าสุดประกาศกางแผน 3 ปี หนุนโครงการบ้านเดี่ยว “แกรนด์ บริทาเนีย” สู่ “โซลาร์ วิลเลจ” หวังสร้างความยั่งยืนให้ที่อยู่อาศัยในรูปแบบ Zero-Carbon Ecosystem

โดยในไตรมาสแรกของปี 2565  นำร่องติดตั้งโซลาร์รูฟใน 2 โครงการย่านราชพฤกษ์-พระราม 5 และบางนา กม.12 ก่อนขยายผลต่อเนื่อง ปี 2566 – 2567 วางแผนนำแอป PARITY เอื้อลูกบ้านซื้อ-ขาย พลังงานแสงอาทิตย์ผ่านบล็อกเชนและ Smart Contract แบบ Peer-to-Peer

ORIGIN GUNKUL

โดย นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เผยว่า หลังจากได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ GUNKUL ภายใต้ชื่อ บริษัท ออริจิ้น กันกุล เอ็นเนอร์ยี จำกัด เพื่อร่วมกันดำเนินกิจการด้านพลังงานทดแทน/พลังงานสะอาดในโครงการที่อยู่อาศัย

ล่าสุด บริษัทได้วางแผน 3 ปี (พ.ศ.2565-2567) ผลักดันให้เกิดหมู่บ้านพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ วิลเลจ) ในกลุ่มธุรกิจบ้านจัดสรรภายใต้บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) บริษัทในเครือซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจบ้านจัดสรร โดยเฉพาะในโครงการบ้านเดี่ยวแบรนด์ แกรนด์ บริทาเนีย (Grand Britania) จะมุ่งเน้นติดโซลาร์รูฟในโครงการใหม่ขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่รวม 30-50 ไร่ มีบ้านพักอาศัยรวม 100-200 หลัง ในแถบกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมทั้งสร้างระบบที่ทำให้เรื่องพลังงานสะอาด เป็นเรื่องเข้าถึงได้สำหรับทุกคนในชุมชน

ORIGIN GUNKUL

ทางด้าน นางศุภลักษณ์ จันทร์พิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) เผยว่า แบรนด์แกรนด์ บริทาเนีย มีความเหมาะสมต่อการติดตั้งโซลาร์รูฟ เนื่องจากที่อยู่อาศัยในโครงการส่วนใหญ่เป็นบ้านเดี่ยว มีหลังคารูปทรงปั้นหยา สามารถนำแผงโซลาร์เซลหันหน้ารับแสงอาทิตย์ในทิศทางที่เหมาะสมได้อย่างเต็มที่

โดยในเฟสแรก บริษัทจะเริ่มติดตั้งโซลาร์รูฟ พร้อมกับนำร่องสัญญาซื้อ-ขายพลังงานไฟฟ้าระยะยาว หรือ Private PPA (Power Purchase Agreement) กับพื้นที่ส่วนกลางโครงการแกรนด์ บริทาเนีย ราชพฤกษ์-พระราม 5 และโครงการแกรนด์ บริทาเนีย บางนา กม.12 เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่ผู้อยู่อาศัยในโครงการ ขณะเดียวกันในปี 2565 อาจมีการพิจารณาติดตั้งโซลาร์รูฟในรูปแบบ Private PPA กับโครงการแบรนด์อื่น ๆ ที่เป็นไปได้ด้วย

ส่วน นายสมบูรณ์ เอื้ออัชฌาสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL กล่าวว่า ในฐานะบริษัทผู้นำด้านธุรกิจพลังงานทดแทนแบบครบวงจรและธุรกิจระบบไฟฟ้า ทาง GUNKUL จะเป็นผู้ลงทุนและผู้รับผิดชอบทั้งหมดในการออกแบบและก่อสร้างระบบโซลาร์รูฟ เพื่อเป็นโครงการนำร่องสัญญาซื้อ-ขายพลังงานไฟฟ้าระยะยาวในระดับพาณิชย์ที่จะเอื้อประโยชน์ ลดค่าใช้จ่ายให้กับส่วนกลางและโครงการบ้านอยู่อาศัยของบริทาเนีย ในอัตราค่าไฟที่ประหยัดยิ่งขึ้น

โดยคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จ พร้อมทดสอบการทำงานของระบบภายในไตรมาสแรกของปี 2565  และต่อยอดบริการให้ครอบคลุมไปจนถึงบริการแลกเปลี่ยนซื้อ-ขายพลังงาน (Peer-to-Peer Energy Trading) ซึ่งความร่วมมือกับเครือออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ในครั้งนี้ จะไม่ใช่แค่เพียงการนำเทคโนโลยีมาอำนวยความสะดวก แต่เป็นการเน้นย้ำแนวคิด ENERGY x URBAN LIVING SOLUTION ที่จะสร้างความยั่งยืนให้กับการอยู่อาศัย และนำไปสู่การเป็น Zero-Carbon ecosystem ผ่านมิติของพลังงาน

ขณะที่ นางสาวนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ สายงานกลยุทธ์การลงทุนและนวัตกรรม และ Team lead ของแผนกนวัตกรรมธุรกิจพลังงาน GUNKUL SPECTRUM กล่าวว่า

สาเหตุที่บริษัทให้ความสนใจในการทำสัญญาซื้อ-ขายพลังงานเชิงพาณิชย์ซึ่งเป็นหนึ่งในนวัตกรรม Energy-as-a-Service ค่อนข้างมาก เนื่องมาจาก ข้อได้เปรียบของการที่ผู้บริโภคหรือเจ้าของบ้านสามารถเข้าถึงบริการด้านพลังงานได้อย่างหลากหลาย โดยไม่มีเงินลงทุนเบื้องต้น ซึ่งบริษัทมองที่จะต่อยอดเฟสถัดไปในปี 2566-2567

เริ่มดำเนินการให้ลูกบ้านได้ทดลองแลกเปลี่ยนซื้อ-ขายพลังงาน ที่ผลิตได้จากระบบโซลาร์รูฟของตนเองผ่านทางแอปพลิเคชัน PARITY ที่บริษัทพัฒนาขึ้น โดยนำเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) เข้ามาสร้างชุดคำสั่งซื้อ-ขายพลังงานอัจฉริยะ (Smart contract) ทำให้ไม่เกิดพลังงานที่สูญเปล่า แต่สร้างมูลค่าในทุกยูนิตที่ผลิตได้

นับเป็นการให้เจ้าของบ้านได้สัมผัสกับประสบการณ์รูปแบบใหม่ ที่เจ้าตัวสามารถบริหารจัดการพลังงานและค่าใช้จ่ายด้วยตัวเอง เช่นเดียวกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในครัวเรือนอื่น ๆ และยังเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ในอนาคตผ่านพลังงานสะอาดอีกด้วย

และทั้งหมดนี้เป็นการกางแผน 3 ปี ที่ ORIGIN GUNKUL และ BRITANIA หวังสร้าง “โซลาร์ วิลเลจ” ให้ประสบความสำเร็จตามที่มุ่งหวังไว้ ซึ่งถือว่าเป็นโครงการดี ๆ ที่น่าจับตามองทีเดียว

Cr. Photo : www.origin.co.th

บทความน่าสนใจ : นิทรรศการ แสงแรกแห่งศักราชใหม่ สู่ทศวรรษที่ 7 โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณปรีชา เถาทอง

Shirodhara พลังแห่งการบำบัดความเครียดแบบอินเดีย

Shirodhara พลังแห่งการบำบัดความเครียดแบบอินเดีย

Shirodhara

Shirodhara (ชิโรดารา) คืออะไร ? วันนี้ Inzpy จะมาชวนทุกคนทำความรู้จักกับพลังแห่งการบำบัดความเครียดแบบอินเดียที่เรียกกันว่า “ชิโรดารา” ชิโรดาราเป็นส่วนหนึ่งของอายุรเวท (Ayurveda) การแพทย์แผนโบราณจากอินเดีย เป็นการบำบัดแบบอายุรเวทซึ่งเกี่ยวข้องกับการเทของเหลวอย่างช้า ๆ ที่บริเวณหน้าผาก

ชิโรดารา เป็นการแพทย์แผนโบราณอายุหลายพันปี เชื่อกันว่าเป็นความรู้ที่เทพเจ้าถ่ายทอดสู่มวลมนุษย์ โดยพระธันวันตริ เทพแห่งการแพทย์เป็นผู้เผยแพร่ การแพทย์แผนโบราณนี้ใช้ในอินเดียมานานหลายศตวรรษเพื่อผ่อนคลายความเครียด จัดการจิตใจที่สับสนกระวนกระวาย อาการสมองเหนื่อยล้า

Shirodhara

ชิโรดารา ประกอบจากคำสันสกฤต 2 คำ คือ “Shiro” ซึ่งแปลว่า “ศีรษะ” และ “Dhara” แปลว่า “ไหล” เมื่อนำสองคำนี้มารวมกัน ความหมายคือ เป็นการหยดของเหลวลงบนหน้าผาก บริเวณอาชณาจักระ (Agnya Chakra) หรือดวงตาที่สาม ซึ่งส่วนนี้เองเป็นส่วนที่ควบคุมการทำงานของร่างกายและจิตใจ ถ้าพูดถึงในทางของหลักการวิทยาศาสตร์ บริเวณหน้าผากนี้เป็นบริเวณที่เชื่อมต่อกับต่อมไร้ท่อไพนีล หรือต่อมเหนือสมอง ที่ทำหน้าที่ดูแลการหลั่งฮอร์โมนของร่างกาย

Shirodhara

การบำบัดในลักษณะนี้ เหมาะมากสำหรับคนที่ทำงานหนัก มีปัญหาความเครียดสะสม มีอาการนอนไม่หลับหรือหลับไม่ลึก ชิโรดาราจะช่วยให้เลือดลมไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น ให้ร่างกายผ่อนคลาย สงบ สดชื่น คล้ายการทำสมาธิ เสริมความจำให้ดีขึ้นอีกด้วย

Shirodhara

การบำบัดแบบชิโรดารา ต้องขึ้นไปนอนหงายบนเตียง แล้วปล่อยผมให้สยายลงมา ไม่มีการม้วนผมเก็บผมแต่อย่างใด เมื่อหลับตาลงหรือใช้ผ้าปิดตา เทอราพิสต์ (therapist) หรือผู้เชี่ยวชาญในการบำบัดก็จะค่อย ๆ หยดน้ำมันลงชามอ่างที่เจาะรูอยู่เหนือศีรษะของเรา เมื่อน้ำมันหยดลงมา ส่วนแรกที่จะหยดโดนก่อนคือหน้าผาก จากนั้นน้ำมันจะค่อย ๆ ไหลออกไปทางปลายผม ในจุดนี้จะเป็นการบำรุงเส้นผมไปด้วยในตัว หลังจากนั้น เทอราพิสต์จะค่อย ๆ เริ่มต้นด้วยการนวดเบา ๆ บริเวณศีรษะ และหน้าผาก ตามด้วยบ่า ไหล่และคอ นวดไล่ลงมาเพื่อช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น

ซึ่งในปัจจุบัน สถาบันความงามหรือสปาหลายแห่ง ก็ได้นำการรักษาด้วยชิโรดารามาใช้กันอย่างแพร่หลาย สามารถผสมผสานกับสปาสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ชิโรดารา กลายเป็นตัวเลือกใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในเมนูสปาระดับไฮเอนด์ ชิโรดารา ถือเป็นทรีตเม้นท์ที่มีความพิเศษในการช่วยคลายความเครียดและอ่อนล้าได้ดีมาก แถมยังช่วยรักษาอาการนอนไม่หลับและความอ่อนเพลียจากการเดินทางต่อเนื่องเป็นเวลานานได้อีกด้วย

หากเพื่อน ๆ สนใจอยากที่จะนวดบำบัดแบบอายุรเวทของอินเดีย สามารถไปหาทำหรือจองคิวกันได้ที่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ราคาเพียง 2,500 บาท+ / ท่าน / 60 นาที หรือตามสถาบันเสริมความงามและสปาใกล้บ้านได้เลยนะคะ

รวมผลิตภัณฑ์จาก กระชาย สมุนไพรไทยที่ให้ประโยชน์มากกว่าที่คิด

0

กระชาย สมุนไพรคู่ครัวคนไทย ที่มีประโยชน์มากกว่าที่คิด

สมุนไพร กระชาย มีอยู่ด้วยกัน 3 ชนิด คือ กระชายดำ กระชายแดง และกระชายขาว (กระชายเหลือง) เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาเยอะจนได้ชื่อในวงการแพทย์แผนไทยว่าเป็น “โสมไทย” เนื่องจากกระชายกับโสมมีความคล้ายคลึงกันหลายอย่าง และกระชายก็มีประโยชน์ที่สามารถนำมาใช้ได้ทั้งต้น ใบ ดอก และผลกระชาย กระชายที่นิยมใช้กันก็คือกระชายเหลืองและกระชายดำ

กระชาย

ซึ่งกระชายนั้นมีสรรพคุณ ช่วยบำรุงร่างกายเป็นยาอายุวัฒนะ เสริมสมรรถภาพทางเพศ ช่วยบำรุงหัวใจ ช่วยบำรุงกระดูก ช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกาย ช่วยทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองส่วนกลางได้ดีมากขึ้น สรรพคุณกระชายช่วยแก้โลหิตเป็นพิษ สรรพคุณทางยาช่วยแก้โรคในปากและคอ มีสรรพคุณช่วยแก้อาการปวดท้อง มวนในท้อง อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ช่วยบำรุงตับและไตให้แข็งแรง ช่วยรักษาโรคไต งานวิจัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพบว่าสาร Pinostrobin / Pinocembrin / Panduratin A และ Alpinetin ของกระชายนั้นมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียได้หลายชนิด

Krachai

และด้วยสถานการณ์ของโรค Covid – 19 ทำให้มีงานวิจัยออกมาว่าสารสกัดกระชายขาว มีฤทธิ์ในการยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัส Covid -19 (SARS-CoV-2) ได้ที่ปริมาณความเข้มข้นในระดับน้อย ๆ โดยไม่เป็นพิษต่อเซลล์ โดยสารสำคัญที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งไวรัส คือ Panduratin A และ Pinostrobin จึงมีการนำกระชายมาแปรรูปและผสมผสานกับสมุนไพรชนิดอื่น ๆ มาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อให้สะดวกต่อการรับประทานมากขึ้น Inzpy จึงมีผลิตภัณฑ์จากกระชายหลายรูปแบบมาฝากกัน

  • Giffarine S – Krachai Plus Ginger No Sugar Added

กระชาย

ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสมุนไพร กระชาย ผสมขิงแบบผง อุดมไปด้วยคุณประโยชน์จากสังกะสี วิตามินซี และเบต้า-กลูแคน ซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญในการเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน มีส่วนช่วยต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ ต้านแบคทีเรีย เชื้อรา อะมีบา และปริสิต ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่าง ๆ และส่วนผสมของขิง ที่อุดมไปด้วยคุณค่าของวิตามิน และแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินซี ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุแคลเซียม ลดอาการปวดและอักเสบในผู้ที่เป็นโรคข้อเสื่อม โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ลดอาการปวดประจำเดือน

  • Feaga Life ผงกระชายขาว สกัดเข้มข้น

กระชาย Krachai

ผงกระชายขาวแบบสกัดแบบสเปรย์ดราย 10:1 จึงต่างกระชายขาวบดผงทั่วไป มีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อไวรัส ทำให้เชื้อไวรัสไม่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และช่วยเสริมสร้างภูมิขึ้นมาคุ้มกันได้มากเพียงพอที่จะฆ่าเชื้อโรคได้ โดยสารสำคัญทั้ง 2 ตัวที่อยู่ในกระชายขาว ได้แก่ Pandulatin A และ Pinostrobin สามารถทำหน้าที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสต้นเหตุของ Covid – 19 ได้

  • บริษัท ยาดี จำกัด กระชายขาว ชนิดแคปซูล

ยาดี กระชาย Krachai

กระชายขาวชนิดแคปซูล เป็นกระชายขาวสกัดล้วน 404 มก. ช่วยแก้อาการวิงเวียน ช่วยแก้อาการท้องร่วง มีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบ มีสารในการยับยั้งไวรัส คือ Panduratin A และ Pinostrobin จากกระชายขาวช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย สามารถทำหน้าที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสต้นเหตุของ Covid – 19 ได้

  • Donutt ลีฟเนส สารสกัดกระชายขาว ผสมสารสกัดมะขามป้อม

Krachai

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสารสกัดกระชายขาวผสมสารสกัดมะขามป้อม มีสารสกัดจากกระชายขาวที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยแก้อาการวิงเวียน ช่วยแก้อาการท้องร่วง มีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบ ต้านไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย และมีวิตามินซีที่ช่วยชะลอวัย มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ รวมถึงสารสกัดจากเห็ดชิตาเกะและวิตามินบีรวมที่ช่วยฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกันและช่วยบำรุงระบบประสาททำให้ร่างกายนอนหลับได้สนิทมากยิ่งขึ้น

  • ดอยคำ กระชายสกัดเข้มข้น ผสมน้ำผึ้งมะนาว

ดอยคำ Krachai

เครื่องดื่มสารสกัดคุณประโยชน์เข้มข้นจากกระชายเหลือง ช่วยบำรุงร่างกาย ปรับสมดุลฮอร์โมน ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน มีแคลเซียมสูง ช่วยป้องกันกระดูกพรุน ดื่มง่าย รสชาติหอมหวานด้วยการผสมผสานความหวานจากน้ำผึ้งเกสรดอกลำไย และความหอมของมะนาว ทำให้อร่อย กลมกล่อม ลงตัว

  • วิตอะเดย์ เครื่องดื่มกระชายขาว รสส้มยูสุ

วิตอะเดย์

เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของวิตามินซี 120 มก. และกระชายขาวสกัด 500 มก. ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยในระบบการย่อยอาหาร ดื่มแล้วให้ความรู้สึกสดชื่น รสชาติหอมหวานอร่อยลงตัว ด้วยรสชาติของส้มยูสุและเลม่อน ทำให้ดื่มง่าย พร้อมได้ประโยชน์จากวิตามินซีและกระชายขาวสกัด

เป็นยังไงกันบ้างกันผลิตภัณฑ์จาก กระชาย ที่เราเอามาฝากกัน เรียกได้ว่าเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณครบมาก ๆ เลย ใครที่ต้องการหาไอเทมดูแลตัวเองก็ไปหาซื้อมารับประทานกันได้นะ แต่อย่าลืม ! ก่อนรับประทานอ่านฉลากก่อนใช้ด้วยล่ะ 🙂

ขอขอบคุณข้อมูล

กระชาย สรรพคุณและประโยชน์ของกระชายเหลือง