Home Blog Page 1035

Design แต่งห้องสไตล์สแกนดิเนเวียน สายมินิมอลต้องโดน!!

Design แต่งห้องสไตล์สแกนดิเนเวียน สายมินิมอลต้องโดน!!

Design แต่งห้องสไตล์สแกนดิเนเวียน สายแต่งบ้านต้องโดนกำลังเป็นที่มาแรงเลยก็ว่าได้ในการจัดห้องแบบ “Scandinavian Style” นั้นเป็นการยกเอาไอเดียการตกแต่งที่มีความเรียบง่ายให้ความรู้สึกสบายตา และ สบายใจ เหมือนได้อยู่บ้านต่างประเทศอย่าง นอร์เวย์ สวีเดน และ เดนมาร์ก เลยล่ะ

ด้วยดีไซน์การตกแต่งที่คลาสสิกแตกต่างที่ลงตัว แต่แฝงไปด้วความน่าหลงใหลในเอกลักษณ์ และ การให้ความใส่ใจในเรื่องรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เน้นการใช้วัสดุเฟอร์นิเจอร์ และ การตกแต่งในตัวบ้านให้ป็นโทนสีครีมเรียบ ๆ ไปด้วยความลงตัวทำให้บ้านนั้นดูอบอุ่น และ มีความผสมผสานกลมกลืน

ด้วยสีสัน ด้วยเฟอร์นิเจอร์เล็กน้อย ต้องบอกว่าเหมาะกับสายมินิมอล และ คนที่ชอบความโปร่งโล่งสบายมาก ๆ แถมใคร ๆ สามารถนำมาปรับใช้กับห้องของตัวเอง เพื่อสร้างห้องนอนสไตล์สแกนดิเนเวียนได้อย่างง่าย ๆ  เพื่อตอบโจทย์ความชอบสไตล์สแกนดิฯ เราจึงมีไอเดียการตกแต่งห้องแนวนี้มาฝากกัน

Design

สีผนังห้อง : เน้นใช้สีโทนสว่างแต่ไม่ฉูดฉาด เช่น ขาว เทา ครีม เป็นสีพื้นหลังผนังห้อง สีเหล่านี้จะทำให้ห้องดูละมุน สว่าง กว้าง และ ดูน่าอยู่ ง่ายต่อการคุมโทน และ การเพิ่มลูกเล่นอื่น ๆ ด้วยการ mix  and match ให้เข้าเฟอร์นิเจอร์อีกด้วย นอกจากนี้ตัวเลือกสีเหล่านี้ เมื่อโดนกับแสงธรรมชาติ จะทำให้ห้องดูสว่างยิ่งขึ้นไปอีก

พื้นห้อง : เสริมความอบอุ่นด้วยความเป็น rustic โดยใช้พื้นไม้ ซึ่งอาจจะเป็นไม้บีช ไม้แอช หรือ ไม้ไพน์ แต่จะต้องอยู่ในโทนสีสว่าง และ ไม่เงาจนมากเกินไปเท่านั้น เพื่อให้มู้ดและโทนสีของห้องไปในทางเดียวกันDesign

เฟอร์นิเจอร์ : การใช้เฟอร์นิเจอร์ในการตกแต่งห้องในสไตล์สแกนดิเนเวียน มักนิยมใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์เรียบง่าย แต่มีความเรียบ ๆ หรูหรา ไม่เน้นการมีลวดลาย แต่มักเน้นรูปทรง และ เส้นโครงที่มีความชัดเจน โดดเด่น ตัดเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่น ๆ ส่วนมากมักเป็นวัสดุที่ทำจากธรรมชาติอย่าง ‘ไม้’  หรือ อาจจะมีการเพิ่มความน่าสนใจด้วยเฟอร์นิเจอร์จากวัสดุอื่น ๆ เช่น เหล็ก หรือ พลาสติก โดยส่วนใหญ่จะผสมผสานการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์จากหลากหลายวัสดุ เพื่อเพิ่ม texture ให้กับห้อง ไม่ทำให้ห้องดูน่าเบื่อ โดยอาจจะใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้ แล้วตัดด้วยพรมหรือหนังเทียม ให้ความรู้สึก Country นิด ๆ แบบมีสไตล์ไปอีกแบบ

Designเครื่องนอน : การเลือกเครื่องนอน สามารถจับคู่สีโทนชุดเครื่องนอนสีทึบเข้ากับสีเข้มที่ไม่ฉูดฉาดจนเกินไป เพื่อเพิ่มความรู้สึกอบอุ่น ละมุน หรือ เป็นโทนเครื่องนอนสีขาว สีครีม โทนสีที่สว่าง และ ซอฟท์ ที่สามารถผสมผสานการเข้ากันระหว่าง texture ของผ้าได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ผ้าปูเตียง ผ้านวม ผ้าคลุมเตียง หมอนหนุน และ หมอนอิง เพื่อเพิ่มความละมุน นุ่มนวล และช่วยสร้างสรรค์บรรยากาศที่น่านอนมาก ๆ เลยล่ะ

รวม 6 คาเฟ่น้องเหมียว เอาใจเหล่าทาส มาเล่นกับน้องกันเถอะ!

รวม 6 คาเฟ่น้องเหมียว เอาใจเหล่าทาส มาเล่นกับน้องกันเถอะ!

วันนี้มาเอาใจเหล่าทาสแมวทั้งหลาย ด้วยการรวบรวมเอาทั้ง 6 ร้านที่เป็น คาเฟ่น้องเหมียว มาไว้ให้ทุกคนได้ตามรอยกันที่นี่ แต่ละที่นั้นมีน้องแมวหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งมีความน่ารัก ขี้อ้อน แตกต่างกันไป แต่รับรองว่าถ้าได้ไปเล่นกับน้อง ๆ แล้วล่ะก็ จะต้องติดใจอย่างแน่นอน ทาสแมวและคนรักสัตว์ทั้งหลายต้องห้ามพลาดนะคะ

 

Mohu Mohu Café

คาเฟ่แมวสุดน่ารัก ที่มีจุดเริ่มต้นจากการรับเลี้ยงน้องแมวจรจัด ริมถนน ของชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในเมืองไทย ด้วยความรักที่เจ้าของร้านมีต่อแมวตัวนี้ เขาจึงได้เปิดคาเฟ่แมวแห่งนี้ขึ้นมาค่ะ โดยในปัจจุบันที่คาเฟ่แห่งนี้มีแมวถึง 16 ตัวเลยทีเดียว ที่นี่ถือเป็นบ้านอันแสนอบอุ่น ของเหล่าน้องเหมียวที่ถูกทอดทิ้ง นอกจากคุณจะซื้อขนมป้อนน้องแมวแล้ว ที่นี่ยังมีอาหารของเหล่าทาสแมวอย่างเราด้วย โดยอาหารภายในร้านโดยส่วนใหญ่จะเป็นอาหารญี่ปุ่นแท้ ๆ ที่เจ้าของร้านเป็นคนปรุงเองกับมือ
พิกัด : https://g.page/mohumohucafe?share
เวลาเปิด-ปิด : 12.00-20.00 น. (ปิดวันอังคาร)
Facebook : Mohu Mohu Café

 

Caturday cat cafe

คาเฟ่น้องเมียว
คาเฟ่น้องแมวที่เดินทางมาได้ง่าย ๆ เพราะอยู่ใกล้กับ BTS สถานีราชเทวี เป็นคาเฟ่เล็ก ๆ ที่ตกแต่งร้านได้น่ารัก มุ้งมิ้งมาก ๆ เลยค่ะ และมีน้องแมวหลากหลายสายพันธุ์แบบเยอะมาก ๆ เลยค่ะ เราสามารถเล่นกับน้องได้ตลอด แต่มีข้อแม้ว่าห้ามอุ้มน้องค่ะ หากต้องการอุ้มต้องแจ้งกับพนักงานของร้าน พร้อมชำระเงินเพิ่ม 89 บาท โดยลูกค้าจะได้รับรูปถ่ายจากกล้องโพลารอยด์คู่กับน้องแมว 1 รูป นอกจากนี้ที่ร้านยังมีอาหาร และเครื่องดื่มสำหรับลูกค้าที่มาเล่นกับน้อง ๆ ด้วยนะคะ
พิกัด : https://goo.gl/maps/79VUq5buPAUEifAn9
เวลาเปิด-ปิด : 11.00-19.30 น. (ปิดวันจันทร์)
Facebook : Caturday cat cafe 

 

Hoc Beverage Bar & Cat Cafe


คาเฟ่เล็ก ๆ ในย่านห้วยขวาง ที่มีน้องแมวน่ารัก ๆ อยู่ประมาณ 5-6 ตัว ที่นี่อาจจะมีน้องเหมียวจำนวนไม่มากนัก แต่น่ารักทุกตัวเลยค่ะ นอกจากจะมาเล่นกับน้อง ๆ แล้ว ที่นี่ยังมีเมนูอาหารน่าทานหลาย ๆ อย่าง มีเมนูพิเศษสำหรับสายรักสุขภาพ ที่เป็นเมนูคลีนอีกด้วย ไม่พอแค่นั้นที่นี่ยังจำหน่ายคราฟท์เบียร์หลากหลายรสชาติอีกด้วย มาที่นี่ได้ครบทั้งความเพลิดเพลินกับน้องแมว และอาหาร เครื่องดื่ม อร่อย ๆ อีกด้วยค่ะ รีวิวฉบับเต็ม คลิก
พิกัด : https://goo.gl/maps/26jwJwaWek57MVUn7
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 08.00-19.00 น.
Facebook : Hoc Beverage Bar & Cat Cafe 

 

Year of The Cat Cafe

 

คาเฟ่แมว แถวจรัญสนิทวงศ์ คาเฟ่แห่งนี้ มีน้องแมวหลายตัว หลากหลายสายพันธุ์ ตัวร้านตกแต่งด้วยโทนสีขาว สะอาดตา ให้บรรยากาศแบบอบอุ่น เป็นกันเอง มีอาหารและเครื่องดื่มให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย ก่อนไปจะต้องทำการจองเข้าไปก่อนนะคะ เนื่องจากช่วงนี้ทางร้านจะจำกัดจำนวนคนให้เข้าไปเล่นกับน้อง เป็นรอบ มีทั้งหมด 4 รอบค่ะ โดยจะมีค่าเข้า 100 บาท/ท่าน ซึ่งจะได้รับเครื่องดื่มมูลค่าไม่เกิน 100 บาท/ท่าน
พิกัด : https://goo.gl/maps/GWJ2UV3uS7Fd1god9
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 11.00-19.00 น.
Facebook :Year of The Cat Cafe 

 

CatNip Cafe’

ที่นี่เค้าจำกัดความ คาเฟ่ของตัวเองเอาไว้ว่า “แคทนิป คือ คาเฟ่ที่มีแมว แต่เราไม่ใช่คาเฟ่แมว” เพราะน้อง ๆ แมวของที่นี่อยู่กันแบบเป็นครอบครัว มีทั้งแมวพันธุ์ไทย และแมวพันธุ์ต่างประเทศ ที่นี่ไม่เสียค่าเข้าชมน้องแมวค่ะ แค่มาใช้บริการ สั่งอาหาร และเครื่องดื่มทาน ก็สามารถเล่นกับน้องแมวได้แล้ว ที่นี่มีเมนูขนมเค้ก เบเกอรี และเครื่องดื่มให้เลือกทานเยอะมาก ๆ น่าทานหลายเมนู สั่งขนมมาทาน พร้อมเล่นกับน้องแมว รับรองว่าฟินสุด ๆ เลยค่ะ แต่จะไม่แนะนำให้อุ้มน้องนะคะ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น
พิกัด : https://g.page/catnipcafebkk?share
เวลาเปิด-ปิด : 11.00-19.00 น. (ปิดวันพุธ)
Facebook : CatNip Cafe’ 

 

Play with cat Cafe


คาเฟ่น้องแมว ที่นครปฐม ที่นี่มีน้องเหมียวน่ารัก ๆ เยอะถึง 44 ตัวเลยค่ะ เป็นคาเฟ่น้องแมวที่เหล่าทาสต้องห้ามพลาด ร้านจะเปิดให้บริการเฉพาะ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และจันทร์นะคะ การเข้าไปเล่นกับน้องแมวของที่นี่ จะมีค่าเข้าอยู่ที่ท่านละ 250 บาท โดยจะได้รับ 1. บัตรห้องแมว 1 ใบ / เครื่องดื่มเย็น 1 แก้ว(มูลค่า 65-75 บาท) / อาหารแมว 1 กระปุก / ถุงเท้าใหม่ 1 คู่ / สเปรย์แอลกอฮอล์ 1 ชิ้น หรือหากใครอยากมาเป็นกลุ่มส่วนตัวก็สามารถจองได้เช่นกันค่ะ แต่ต้องแจ้งกับทางร้านล่วงหน้า 1 วันนะคะ เพื่อที่ร้านจะได้เตรียมห้อง และอาหารสำหรับน้อง ๆ ไว้ให้ค่ะ (ห้องส่วนตัวราคา 1,500 บาท)
พิกัด : https://g.page/playwithcat?share
เวลาเปิด-ปิด : เปิดเฉพาะศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และจันทร์ เวลา 10.30-18.00 น.
Facebook : Play with cat Cafe 

 

รีวิวสูตรเด็ด The Ordinary แต่ละสูตรดียังไง สูตรไหนเหมาะกับใคร ?

0

รีวิวสูตรเด็ด The Ordinary แต่ละสูตรดียังไง สูตรไหนเหมาะกับใคร ?

รีวิวสูตรเด็ด The Ordinary

รีวิวสูตรเด็ด The Ordinary ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าให้ตรงกับปัญหาของผิว ไม่ว่าจะเป็น สิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ ริ้วรอย ผิวหน้ามัน ผิวหน้าแห้ง ผิวขาดน้ำ… บอกเลยว่า… เน้น ๆ ประโยชน์เน้น ๆ สารพัดประโยชน์สุด และแต่ละสูตรจะช่วยบำรุงอะไรเป็นพิเศษ และเหมาะกับใคร เหมาะกับผิวแบบไหนอะไรยังไง ตามไปดูรีวิวตัวเด็ดแต่ละสูตรกันเลยดีกว่า

รีวิว The Ordinary แต่ละสูตร

1. The Ordinary Buffet

รีวิวสูตรเด็ด The Ordinary

เซรั่มครอบจักรวาล อัดแน่นด้วยสารบำรุงผิว ให้ประสิทธิภาพเน้น ๆ… อีกหนึ่งเซรั่มสูตรดังของแบรนด์นี้ เพราะอุดมไปด้วยสารบำรุงผิวในกลุ่ม Anti-Aging เช่น Matrixyl® 3000™, Matrixyl® synthe’6®, SYN®-AKE ซึ่งมีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ลดเลือนริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมบางตัวยังลดการเกิดสิวและผิวอักเสบได้อีกด้วย แถมทางแบรนด์ยังใส่ Hyaluronic Acid เข้ามา เพื่อเติมเต็มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวอีกด้วย ก็เลยเรียกได้ว่าเป็นเซรั่มครอบจักรวาลเลย ไม่ว่าจะมีปัญหาผิวแบบไหน ก็สามารถจัดการทุกปัญหาผิวได้แบบรอบด้าน !

2. The Ordinary Niacinamide 10% + Zinc 1%

รีวิวสูตรเด็ด The Ordinary

ตัวช่วยเด็ดสำหรับคนเป็นสิว รูขุมขนกว้าง ลดรอยแดง… ตัวนี้เน้นจัดการปัญหาสิว และเน้นไปที่สาเหตุของการเกิดสิวนะ ไม่ใช่เซรั่มรักษาสิวขีดเส้นใต้ว่าน้องเค้าจะช่วยแก้ไขสาเหตุของการเกิดสิวมากกว่าค่ะ  น้องมีส่วนผสมของ Niacinamide หรือวิตามิน B3 ซึ่งช่วยในการปลอบประโลมผิว กระชับรูขุมขนและลดเลือนร่องรอยสิวต่าง ๆ ที่ทำให้ผิวหน้าดูไม่เรียบเนียน ช่วยให้หน้ากระจ่างใสลดการอักเสบของผิวหนัง พร้อมด้วยคุณค่าจาก Zinc ที่ช่วยควบคุมความมันส่วนเกินด้วย จึงถือเป็นไอเทมบำรุงผิวที่แก้ไขปัญหาอย่างล้ำลึกและช่วยลดโอกาสการเกิดสิวใหม่ได้ดีทีเดียว ใช้ได้กับทุกสภาพผิว เหมาะกับคนผิวมันนะคะ

3. The Ordinary AHA 30% + BHA 2% Peeling Solution

รีวิวสูตรเด็ด The Ordinary

มาสก์เลือดตัวดัง… อีกหนึ่งสูตรของ The Ordinary ที่เรียกได้ว่าเป็นตัวดังตัวเด็ด เป็นที่หนึ่งในใจของใครหลายคนเลยทีเดียว โดยเค้ามีกรดด้วยกันสองอย่างคือ AHA + BHA ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวที่อุดตันในรูขุมขน พร้อมลดสิวอุดตัน เพิ่มความกระจ่างใสให้ผิวหน้าและยังลดริ้วรอยเมื่อใช้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย

คำเตือน !! ขอเตือนก่อนนะคะว่าน้องคนนี้เค้าแรงอยู่นะ เราแนะนำว่าหากใช้ตัวนี้ต้องใช้ครีมกันแดดควบคู่ด้วยนะคะ เพราะ AHA ทำให้ผิวหน้าไวต่อแสงแดด อาจจะทำให้หน้าน้อย ๆ ของเราโดนแดดทำร้ายได้ง่ายยิ่งขึ้น สูตรนี้ไม่เหมาะกับคนผิวแพ้ง่าย และระคายเคืองง่ายนะคะซิส ใครผิวแพ้ง่ายแนะนำให้ถอยห่างจากตัวนี้ไปก่อนนะ

4. The Ordinary Alpha Arbutin 2% + HA

รีวิวสูตรเด็ด The Ordinary

หน้าอิ่มฟู ผิวดูไม่โทรม… The Ordinary Alpha Arbutin 2% + HA สูตรอัลฟ่า อาร์บูติน สูตรนี้เป็นสูตรที่ช่วยลดจุดด่างดำและฝ้าโดยเฉพาะเลยค่า โดยใช้ที่ความเข้มข้นสูง 2% ซึ่งโดยปกติเซรั่มแบนด์อื่นใช้เพียงแค่ 1% เท่านั้น มาพร้อมด้วยกรดไฮยาลูโรนิก ทางแบรนด์เค้าก็เคลมมาเลยว่าผลิตภัณฑ์ตัวนี้ดีกว่าอาร์บูติน หรือเบต้าอาร์บูติน ที่อยู่ในตลาดทั่วไปเลยนะ เคลมขนาดนี้ก็ต้องลองหน่อยแล้วล่ะ ตัวนี้เหมาะกับทุกสภาพผิวนะคะ ลองเลย !

5. The Ordinary EUK 134 0.1%

รีวิวสูตรเด็ด The Ordinary

ฟื้นฟูผิวใหม่ ป้องกันผิวเสื่อมสภาพ… สารต้านอนุมูลอิสระสุดเข้มข้น เซรั่มตัวนี้ ประกอบไปด้วยสาร EUK 134 หรือสารต้านอนุมูลอิสระที่มีราคาสูงมาก ซึ่ง The Ordinary จัดเต็มมาให้เรามากถึง 0.1% ประสิทธิภาพของเซรั่มตัวนี้จึงโดดเด่นสุด ๆ ด้วยสรรพคุณที่ช่วยในการฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงขึ้น พร้อมป้องกันการเสื่อมสภาพของผิวและลดเลือนริ้วรอยของวัยได้

และด้วยความที่มีสาร EUK 134 ในปริมาณมาก เราขอแนะนำว่าให้หลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกับเซรั่มตัวอื่นที่มีส่วนผสมของวิตามิน C, AHA  หรือ BHA นะคะ

6. The Ordinary Caffeine Solution 5% + EGCG

รีวิวสูตรเด็ด The Ordinary

เน้นบำรุงผิวรอบดวงตาให้เฟรช เพิ่มความไบรท์… เซรั่มตัวนี้ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่มีผิวใต้ตาบวมคล้ำเลย ตัวนี้เป็นการรวมพลังกันของส่วนผสมที่เน้นการบำรุงผิวรอบดวงตาของคุณให้ดูเฟรชและสดใสจนบอกลาความโทรมแทบไม่ทันเลยแหละ ด้วยคุณค่าของสารสกัดจากคาเฟอีนในกาแฟและสาร EGCG หรือสารต้านอนุมูลอิสระจากใบชาเขียว ซึ่งมีส่วนช่วยในการลดอาการตาบวม พร้อมเพิ่มความกระจ่างใสให้กับผิวรอบดวงตา ใครที่กำลังมีปัญหาผิวใต้ตา เซรั่มตัวนี้น่าจะตอบโจทย์นะ !

7. The Ordinary 100% Organic Cold Pressed Rose Hip Seed Oil

ลดเลือนริ้วรอย…  สูตรนี้จะช่วยกอบกู้ผิวให้ผิวสมดุล ช่วยลดเลือนริ้วรอย ลดการระคายเคือง เป็นสูตรที่เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว เนื้อบางเบาไม่เหนียวเหนอะหนะ สามารถซึมซาบลงสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ช่วยฟื้นบำรุงผิวให้กลับมาเรียบเนียน ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอยิ่งขึ้น แถมยังช่วยลดการระคายเคืองผิวจากการถูกทำร้ายของแสงแดดด้วยนะคะ

8. The Ordinary Ascorbic Acid 8% + Alpha Arbutin 2%

ลดรอยดำ รอยแดงจากสิว ฝ้า กระ จุดด่างดํา… The Ordinary Ascorbic Acid 8% + Alpha Arbutin 2% เซรั่มตัวนี้อุดมไปด้วยวิตามินซี และอัลฟาอาร์บูติน ช่วยลดเลือนริ้วรอย ร่องลึก และลดจุดด่างดำต่าง ๆ และสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ พร้อมปรับผิวให้เรียบเนียนแลดูอ่อนเยาว์ กระจ่างใส

สำหรับใครที่มองหาไอเทมเด็ด ๆ ช่วยบำรุงผิวหน้าเพิ่มเติม สามารถกดอ่านบทความ เปิดตัว N°1 de Chanel สกินแคร์เจเนอเรชั่นใหม่ ทั้งสกินแคร์ เมคอัพ และน้ำหอม นี้ได้เลยนะคะ คราวหน้ารับรองว่าเราจะมีไอเทมเด็ดมาฝากทุกคนกันอีกเหมือนเดิมแน่นอน แต่ต้องรอติดตามกันด้วยนะ

สีผมมงคล ประจำราศี ให้ชีวิต ดี๊ดีต้อนรับปี 2565

สีผมมงคล ประจำราศี

ในช่วงขึ้นปีใหม่ 2565 นี้เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงอยากที่จะเปลี่ยนลุค เปลี่ยนตัวเองใหม่ให้ดูดีขึ้นต้อนรับปีใหม่ Inzpy เราเลยมีไอเดียสีผมมาฝากกัน แต่ถ้าเปลี่ยนสีผมเฉย ๆ มันก็คงจะธรรมดาไปเลย เราเลยมี สีผมมงคล ประจำราศีมาฝากกัน บอกเลยงานนี้ได้ทัังลุคใหม่ ได้ทั้งชีวิตดี๊ดีต้อนรับปี 2565 แน่นอน

  • ราศีมังกร (ARIES) : คนที่เกิดระหว่างวันที่ 22 ธ.ค. – 20 ม.ค.

ลักษณะนิสัยของคนที่เกิดในราศีมังกร คือเป็นคนมีระเบียบและค่อนข้างมีความเข้มงวด เป็นคนที่มีจิตใจแข็งแกร่ง สามารถทนต่อการดูถูกกดดันได้ดี และเป็นคนที่ความมั่นคงในทัศนคติความคิดก็ตัวเอง และมีความระมัดระวังและรู้จักหาทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เสมอ

ไอเดียสีผม

สีผมมงคลของคนราศีนี้ก็คือ Dark Brown (สีน้ำตาลช็อกโกแลตเข้ม) ซึ่งจะช่วยส่งเสริมในเรื่องของสถานะทางการเงิน ความมั่งคั่ง และช่วยให้มีความก้าวหน้าในเรื่องของการงานด้วย

  • ราศีกุมภ์ (TAURUS) : คนที่เกิดระหว่างวันที่ 21 ม.ค. – 19 ก.พ.

ลักษณะนิสัยของคนที่เกิดในราศีกุมภ์ คือเป็นนักคิดนักสร้างสรรค์ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น เป็นคนที่ดูมีความเป็นกันเองเข้ากับคนอื่นได้ง่าย และมีความเป็นตัวของตัวเองสูง มีความซื่อสัตย์จริงใจ ไม่ค่อยปักใจเชื่ออะไรง่าย ๆ และไม่ชอบยึดติดอยู่กับอะไรเก่า ๆ เดิม ๆ

ไอเดียสีผม

สีผมมงคลของคนราศีนี้ก็คือ Soft Black (สีดำอ่อน) จะช่วยเสริมความน่าเชื่อถือ ให้ประสบความสำเร็จและก้าวหน้าในเรื่องต่าง ๆ

  • ราศีมีน (PISCES) : คนที่เกิดระหว่างวันที่ 20 ก.พ. – 20 มี.ค.

ลักษณะนิสัยของคนที่เกิดในราศีมีน คือเป็นคนที่มีจินตนาการสูงรักในอิสระ ไม่ชอบให้ใครมากฎเกณฑ์หรือขอบเขตให้ เป็นคนที่จริงใจต่อคนรอบตัว เป็นคนเข้าใจและยอมรับความจริงในความเป็นไปของโลกใบนี้ได้อย่างง่าย ๆ แต่ในขณะเดียวกันคนราศีนี้ก็ไม่ค่อยอยากเอาตัวเองไปวุ่นวายกับเรื่องทางโลกเท่าไหร่นัก

สีผมมงคล

สีผมมงคลของคนราศีนี้ก็คือ Light Golden Brown (สีน้ำตาลทองสว่าง) จะช่วงส่งเสริมในของความคิดสร้างสรรค์ และความก้าวหน้าในทำหน้าที่การงาน

  • ราศีเมษ (AQUARIUS) : คนที่เกิดระหว่างวันที่ 21 มี.ค. – 20 เม.ย.

ลักษณะนิสัยของคนที่เกิดในราศีเมษ คือเป็นคนที่มีความมั่นใจสูง มีเสน่ห์ชวนให้ค้นหา มีลักษณะของความเป็นผู้นำสูง และมองโลกในแง่ดีแม้จะมีเจอเรื่องร้าย ๆ หรืออุปสรรคอะไรก็ตาม แต่ในขณะเดียวกันก็มีความใจเร็วใจร้อน ในข้อดีนั้นหมายถึงคนราศีจะสามารถตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

สีผมมงคลสีผมมงคล ของคนราศีนี้ก็คือ True Red (สีแดงเข้ม) จะช่วยเรียกเงินทองเข้ากระเป๋า เสริมความมั่งคั่งร่ำรวย มีเงินใช้ไม่ขาดมือ เรียกโชคลาภ

  • ราศีพฤษภ (CAPRICORN) : คนที่เกิดระหว่างวันที่ 21 เม.ย. – 20 พ.ค.

ลักษณะนิสัยของคนที่เกิดในราศีพฤษภ คือเป็นคนที่มีความหนักแน่นมั่นคงในอารมณ์ของตัวเอง รักความสงบ รักเพื่อนฝูงและครอบครัว เป็นคนมีความอดทนสูงในทุก ๆ ด้าน สามารถสร้างมั่นคงให้กับตัวเองได้ทั้งด้านอารมณ์และด้านฐานะเงินทอง

สีผมมงคล

สีผมมงคลของคนราศีนี้ก็คือ Light Natural Brown (สีน้ำตาลสว่างธรรมชาติ) จะช่วยส่งเสริมเรื่องความเมตตาและการเป็นที่รัก ช่วยเรียกความมั่นใจและสร้างราบรื่นในเรื่องต่าง ๆ

  • ราศีเมถุน (GEMINI) : คนที่เกิดระหว่างวันที่ 21 พ.ค. – 21 มิ.ย.

ลักษณะนิสัยของคนที่เกิดในราศีเมถุน คือเป็นคนที่มีลักษณะนิสัยแบบสองบุคลิก มีความสนใจในเรื่องต่าง ๆ อย่างหลากหลาย แต่ก็จะสนใจได้เป็นพัก ๆ เบื่อง่าย ไม่ชอบความซ้ำซากจำเจ มีความคล่องตัวสูงเปลี่ยนความคิดได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้คนราศีนี้สามารถปรับตัวและเรียนรู้ต่อสิ่งใหม่ ๆ ได้อย่างดี

สีผมมงคล

สีผมมงคลของคนราศีนี้ก็คือ Medium Ash Blonde (สีบรอนซ์หม่นประกายเทา) จะช่วยเสริมความมั่งคั่งและมั่นคงเรียกทรัพย์ให้กับคนราศีนี้

  • ราศีกรกฎ (CANCER) : คนที่เกิดระหว่างวันที่ 22 มิ.ย. – 23 ก.ค.

ลักษณะนิสัยของคนที่เกิดในราศีกรกฎ คือเป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูงมาก และมีความเป็นผู้นำอยู่ในตัว มีความรอบคอบ สุขุมเยือกเย็น เป็นที่คนที่คนรอบ ๆ ตัวสามารถพึ่งพาได้ แต่ก็เป็นคนที่กลัวความผิดพลาดหรือความล้มเหลว เป็นคนที่เก็บหอมรอมริบ รู้จักใช้เงิน และรู้จักหาเงินเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับตัวเอง

สีผมมงคล

สีผมมงคลของคนราศีนี้ก็คือ Dark Golden Brown (สีน้ำตาลเข้มประกายทอง) ช่วยความสร้างมั่นคง และความน่าไว้วางใจให้ผู้คนรอบตัว เสริมบารมีให้ดูน่าเคารพ

  • ราศีสิงห์ (LEO) : คนที่เกิดระหว่างวันที่ 24 ก.ค. – 23 ส.ค

ลักษณะนิสัยของคนที่เกิดในราศีสิงห์ คือเป็นคนที่ชอบเข้าสังคม มีความเป็นผู้นำและมั่นใจในตัวเอง รักในบรรยากาศที่สนุกสนานครึกครื้นที่เต็มไปด้วยสีสันและผู้คน มีรสนิยมสูง เป็นคนที่มีจิตใจมั่นคง ไม่โลเลทำในสิ่งที่คิดเสมอ มักจะเป็นจุดเด่นและจุดรวมสายตาในหลาย ๆ ครั้ง

สีผมมงคล

สีผมมงคลของคนราศีนี้ก็คือ Rich Auburn Blonde (สีน้ำตาลแดงเข้มประกายทอง) จะช่วยให้ชีวิตราบรื่นขึ้น ช่วยลดภาระต่าง ๆ พร้อมทั้งช่วยเรียกโชคลาภเงินทองด้วย

  • ราศีกันย์ (VIRGO) : คนที่เกิดระหว่างวันที่ 24 ส.ค. – 23 ก.ย.

ลักษณะนิสัยของคนที่เกิดในราศีกันย์ คือเป็นคนที่มีระเบียบและพิถีพิถันในทุก ๆ เรื่อง พร้อมช่วยเหลือผู้อื่น มีความเห็นอกเห็นใจต่อเพื่อนร่วมโลก และมีความสุขุมและดูเยือกเย็น มีความจริงใจและทำให้คนรอบ ๆ ตัวไว้วางใจได้เสมอ โดยเฉพาะในงาน หรือในเรื่องที่ต้องมีความรับผิดชอบ

ไอเดียสีผม

สีผมมงคลของคนราศีนี้ก็คือ Medium Golden Mahogany Brown (สีน้ำตาลทองมะฮอกกานี) จะช่วยให้หลุดพ้นจากเรื่องร้าย ๆ ต่าง ๆ และเสริมดวงช่วยเรียกทรัพย์และโชคลาภ

  • ราศีตุลย์ (LIBRA) : คนที่เกิดระหว่างวันที่ 24 ก.ย. – 23 ต.ค.

ลักษณะนิสัยของคนที่เกิดในราศีตุลย์ คือเป็นคนที่มีความยุติธรรม รักในอิสระและไม่ชอบการถูกกดดันและบีบบังคับ เป็นคนตรงไปตรงมา พูดในเรื่องต่าง ๆ อย่างตรงประเด็นไม่อ้อมค้อม อยู่กับความเป็นจริงของโลกไม่ชอบทำอะไรที่ดูสุดโต่งเกินไป แต่ก็มีมุมศิลปินและความอ่อนโยนอยู่ไม่น้อยเลย

ไอเดียสีผม

สีผมมงคลของคนราศีนี้ก็คือ Medium Golden Blonde (สีบรอนซ์ทองกลาง) ช่วยให้มีความโดดเด่น ดึงดูดแต่เรื่องดี ๆ เข้ามาในชีวิต และช่วยให้เป็นที่รักมีคนเมตตา

  • ราศีพิจิก (SCORPIO) : คนที่เกิดระหว่างวันที่ 24 ต.ค. – 22 พ.ย.

ลักษณะนิสัยของคนที่เกิดในราศีพิจิก คือเป็นคนที่ดูเงียบ ๆ ไม่ค่อยพูดเท่าไหร่นัก มีบุคลิกนิ่ง ๆ และสีหน้าที่เรียบเฉย เป็นคนที่สามารถควบคุมอารมณ์และความรู้สึกตัวเองได้ดี สามารถปรับเข้ากับคนอื่นได้ง่ายและเป็นคนที่เข้าหาได้ง่าย มีความจริงใจ แต่ถ้าไม่ชอบใครก็จะไม่แสดงออกแต่จะเก็บไว้กับตัวเอง

ไอเดียสีผม

สีผมมงคล ของคนราศีนี้ก็คือ Deep Burgundy (สีแดงเข้ม) จะช่วยเรียกความโชคดีและสิ่งดี ๆ ให้เข้ามาในชีวิต ช่วยคลายเรื่องที่ร้าย ๆ และความวิตกกังวล

  • ราศีธนู SAGITTARIUS : คนที่เกิดระหว่างวันที่ 23 พ.ย. – 21 ธ.ค.

ลักษณะนิสัยของคนที่เกิดในราศีธนู คือเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีมาก มีท่าทีที่เปิดเผยดูเป็นกันเอง มีความสุขสนุกเฮฮาอยู่เสมอ เป็นคนที่ทำทุกอย่างด้วยความบริสุทธิ์ใจ ชอบความตื่นเต้น ท้าทาย หรืออะไรก็ตามที่ทำให้คนราศีนี้รู้สึกร่าเริงและมีชีวิตชีวา

ไอเดียสีผม

สีผมมงคลของคนราศีนี้ก็คือ Intense Auburn (สีน้ำตาลแดงเข้ม) ช่วยปรับอารมณ์สร้างความสมดุลให้จิตใจ เพราะบางครั้งการมองโลกในแง่ดีเกินไปของคนราศีนี้ก็ทำให้เรื่องที่ส่งผลต่อจิตใจได้

เป็นยังไงกันบ้างกับ สีผมมงคลประจำราศี ที่เราเอามาฝากกัน หวังว่าจะถูกใจสายมูหลาย ๆ คนนะ หรือใครที่ไม่ใช่สายมูแต่กำลังหาไอเดียทำสีผมอยู่ก็ลองเอาเป็นหนึ่งในตัวเลือกได้นะ 🙂 (ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับความเชื่อส่วนบุคคลนะ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

ขอขอบคุณข้อมูล :
เปลี่ยนสีผมให้โฉลกกับราศี
เช็กให้ชัวร์!? เราอยู่ราศีอะไรกันแน่ ที่ผ่านมาดูถูกหรือผิดกันนะ
เผยลักษณะนิสัยที่แท้จริงของคน 12 ราศี !

น้ำหอมแบรนด์ไทยกลิ่นยูนีค ! โดดเด่นด้วยกลิ่นเอกลักษณ์จากวัตถุดิบไทย

0

น้ำหอมแบรนด์ไทยกลิ่นยูนีค ! โดดเด่นด้วยกลิ่นเอกลักษณ์จากวัตถุดิบไทย

น้ำหอมแบรนด์ไทยกลิ่นยูนีค ! สาวกน้ำหอมมามุงกันตรงนี้เลย วันนี้ Inzpy จะชวนทุกคนมาลองน้ำหอมแบรนด์ไทยกัน บอกเลยว่าให้กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร หอมไม่แพ้แบรนด์นอกเลย ! บางแบรนด์ดังไกลไปทั่วโลกแล้วด้วยนะเออ เดี๋ยวไปดูกันเลยว่าจะมีแบรนด์อะไรกันบ้าง

รวมน้ำหอมแบรนด์ไทยกลิ่นยูนีค

  • PRYN กลิ่น Morah

น้ำหอมแบรนด์ไทยกลิ่นยูนีค
MORAH PRYN

PRYN PARFUM หนึ่งในแบรนด์ไทยสาย Niche Parfumerie ได้ออกน้ำหอมรุ่น Morah รุ่นนี้ได้เป็นหนึ่งในการเข้าชิงรางวัล The Art and Olfaction Award ประจำปี 2018 ด้วยนะพอสอ PRYN  เป็นแบรนด์น้ำหอมสัญชาติไทย ที่ไปโด่งดังในต่างประเทศ ด้วยดีไซน์สุดเก๋ และกลิ่นที่มีเรื่องราวลึกซึ้งของประวัติศาสตร์หรือวรรณคดีต่าง ๆ

น้ำหอมจาก PRYN กลิ่น MORAH (โมราห์) สร้างสรรค์จาก นางในวรรณคดีของไทยอย่าง กินรี และโมราห์ เป็นกลิ่นที่ผสมผสานความเย้ายวนของดอกไม้ป่าไทยอย่างซ่อนกลิ่น ลีลาวดี ดอกพุดนวล กระดังงา ดอกสาละ ดอกฝิ่น โอ๊ยยยยและอื่น ๆ อีกเยอะแยะมากมายเลยล่ะ นำมาผสมผสานกับกลิ่นไม้หอมไว้ด้วยกัน

Morah ออกมาแบบมาแบบชัดเจนมากในเรื่องของคาแรคเตอร์คือหญิงงามที่มีความ Innocent และ Sex Appeal สูง ทำให้ชายใดที่เห็นเป็นต้องลุ่มหลงรักและต้องการหลอกให้ทำอะไรก็ตามให้ได้นางมาเป็นของตน Morah เป็นอีกหนึ่งในน้ำหอมที่เปิดโลกทัศน์ในเรื่องของกลิ่นที่มีความซับซ้อนและผสมผสานกันอย่างลงตัว ใครสนใจอยากจะลองน้ำหอมกลิ่นที่มีความเป็นเอกลักษณ์อะไรแบบนี้ลองไปหามาลองใช้กันได้นะคะ

  • Journey กลิ่น The Legacy

น้ำหอมแบรนด์ไทยกลิ่นยูนีค
Journey The Legacy

JOURNAL BOUTIQUE Parfum กลิ่น THE LEGACY ส่วนผสมหลักคือไม้กฤษณา เป็นกลิ่นละมุนละไมจากไม้หอม และดอกไม้สีขาว ให้ความรู้สึกมีเสน่ห์ น่าค้นหา จัดจำหน่ายในรูปแบบ Parfum ซึ่งเป็นน้ำหอมที่มีความเข้มข้นสูง มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ที่น้อย ทำให้ติดทนนาน อีกทั้งยังอ่อนโยนต่อผิวของคุณอีกด้วยค่ะ

  • Thichila Parfum กลิ่น Prissana

น้ำหอมแบรนด์ไทยกลิ่นยูนีค
Thichila Parfum Prissana

น้ำหอมแบรนด์ไทย แบรนด์ “ติลิชา” แค่ความหมายของชื่อก็น่าสนใจแล้วนะ เพราะติลิชา ในภาษาบาลีแปลว่าพระจันทร์ แต่พระจันทร์ที่ว่านี้ไม่ได้หมายถึงพระจันทร์สุกสว่างนวลเด่นนะ แต่เป็นพระจันทร์สีเงินอันแสนเยือกเย็น เงียบเชียบ ดูลึกลับและเย้ายวน

สำหรับจุดเด่นของน้ำหอมกลิ่น Prissana คือใช้โครงสร้างการขึ้นกลิ่นแบบน้ำอบไทย ผสมผสานกับทิงเจอร์ของว่านสาวหลง ว่านที่เชื่อกันว่ามีผลทางกามคุณ ให้ความรู้สึกยากจะลืมเลือน กลิ่นนี้จะให้กลิ่นที่จัดจ้านในช่วงแรก แล้วค่อยคลายตัวเป็นความเผ็ดนวลแห้งของควันจากการเผาไม้กฤษณา แทรกด้วยกลิ่นยางไม้หอม และชะมดเช็ด กลิ่นจึงมีความซับซ้อนสูง ใครจะมาเลียนแบบ บอกเลย ยาก !

  • Dusita Moonlight in Chiangmai

น้ำหอมแบรนด์ไทยกลิ่นยูนีค
Dusita Moonlight in Chiangmai

แบรนด์น้ำหอมคนไทยที่ไปสร้างแบรนด์ไกลถึงประเทศฝรั่งเศส Dusita แบรนด์นี้ดังไกลไปทั่วโลกเลยค่ะ น้ำหอมฝีมือคนไทยเรานี่เอง โดยแต่ละกลิ่นก็มีความหอมแตกต่างกันไปและได้รับรางวัลมากมาย ซึ่งกลิ่นที่เราอยากแนะนำกันในวันนี้ คือกลิ่น Moonlight in Chiangmai เป็นกลิ่นที่ได้รับรางวัล Top 10 Best of Scent “CAFLEUREBON 2020” และรางวัล Editors’ Favorite จาก Fragrantica 2020 โดยตัวกลิ่นจะเปิดด้วยซิตรัสจากส้มยูซุญี่ปุ่นผสานกับกลิ่นดอกมะลิ ส่วนโน๊ตกลางจะเป็นกลิ่นของลูกจันทน์เทศอินเดียและกำยาน ปิดท้ายด้วยกลิ่นของไม้หอมและแพทชูรี่อินโดนีเวีย, หญ้าแฝกเฮติ และไม้สักไทย ใครอยากลอง เชิญเลยค่า เชิญไปตำกัน

  • KengSoHigh กลิ่น Lychee Blossom

น้ำหอมแบรนด์ไทยกลิ่นยูนีค
KengSoHigh Lychee Blossom

Lychee Blossom กลิ่นฮอตฮิตของแบรนด์ ซึ่งกลิ่นนี้เป็นกลิ่นที่ผสมผสานกันของดอกลิ้นจี่พวกสีขาวที่บานสะพรั่งกลางดอยกับกลิ่นไอชื้นแห่งเทือกเขา พร้อมด้วยกลิ่นลูกพีชสุกในช่วงต้นฤดูหนาว ผสานกลิ่นหอมหวานจากแอปเปิลฟูจิ เปลือกไม้ขาว และอำพันทอง ฉีดแล้วให้ความรู้สึกหอมสดชื่น กลิ่นนี้ยังเป็นตัวแทนแห่งสายลมและกลิ่นแห่งความสุขยามอยู่ท่ามกลางสวนสาธารณะอีกด้วยนะคะ

  • Sheva Sheva Perfume กลิ่น Phuket

น้ำหอมแบรนด์ไทยกลิ่นยูนีค
Sheva Sheva Perfume Phuket

น้ำหอมแบรนด์ไทย ส่งไปไกลถึงต่างแดน สื่อถึงความประทับใจในแต่ละเมือง มีถึง 6 เมือง 6 กลิ่นเลยทีเดียว…แต่กลิ่นที่เราเลือกมาในวันนี้ คือ Sheva Sheva Perfume กลิ่น Phuket ฟ้าใส หาดทรายขาว กลิ่นทะเลเบา ๆ สดชื่นผ่อนคลาย ผสมผสานไปด้วยกลิ่นของ Pear กับ Lemon ที่ให้ความผ่อนคลาย ชวนให้นึกถึงฟองคลื่น หาดทรายขาว กลิ่นจากดอก Peach ทำให้รู้สึกสดชื่น รับรู้ได้เมื่อสูดหายใจเข้า กลิ่นดอก Lotus และดอก Freesia ให้ความรู้สึกถึงท้องฟ้าและน้ำทะเล ให้ความหอมนานไปตลอดการพักผ่อน เหมือนการชาร์ตแบตเตอรี่ในตัว กระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจในการผจญภัยอีกครั้ง กับ “ภูเก็ตเกาะสวรรค์ ทะเลใต้”

  • MITH กลิ่น Cozy Musk

MITH Cozy Musk

แบรนด์น้ำหอมไทย MITH กลิ่น Cozy Musk กลิ่นนี้ถือเป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกหอมสะอาดและนุ่มละมุน สามารถฉีดได้ทุกวัน ซึ่งกลิ่นที่ได้เกิดจากการผสมผสานกันของดอกกุหลาบ, ดอกลิลลี่ ออฟ เดอะวัลเลย์, ไม้จันทน์ และมัคส์ค่ะ บอกเลยว่าต้องไปโดน !

เป็นยังไงกันบ้างคะกับน้ำหอมแบรนด์ไทยที่เรานำมาฝากกัน กลิ่นเป็นเอกลักษณ์ หอมแพงไม่แพ้แบรนด์นอกแน่นอน บอกเลยว่าห้ามพลาดนะคะ

และสำหรับใครที่ยังอยากหาไอเทมแบรนด์ไทยดี ๆ แนะนำบทความ รวม สบู่เหลวล้างมือแบรนด์ไทย ช่วยฆ่าเชื้อโรค กลิ่นหอมผ่อนคลาย เหมาะมากกับสถานการณ์ โควิด-19 ตอนนี้ แถมยังช่วยสนับสนุนแบรนด์ไทยอีก ไปตามอ่านกันได้เลยค่า

บ้านเก่า อายุมากกว่า 15 ปี เราควรตรวจเช็คอะไรบ้าง ?

บ้านเก่า อายุมากกว่า 15 ปี เราควรตรวจเช็คอะไรบ้าง ? เคยฉงนใจกันหรือไม่ ? เชื่อว่าขึ้นปีใหม่ หลายคนคงสาละวนกับการจัดระเบียบบ้านครั้งใหญ่ พร้อม ๆ กับการสังคายนาของเก่าที่ไม่ได้ใช้ทิ้งไป แต่อย่าลืม! ตรวจเช็คสภาพบ้านกันบ้างนะคุณ… ยิ่งบ้านที่ปลูกสร้างมาแล้วหลายปี ยิ่งต้องคอยตรวจเช็ค

เอาเป็นว่าเริ่มต้นปีนี้ Inzpy จะพามาจับประเด็น เกี่ยวกับบ้านที่มีอายุมากกว่า 15 ปีขึ้นไป ว่าควรจะตรวจเช็คอะไรบ้างให้ได้ทราบกัน เพราะส่วนใหญ่บ้านในกลุ่มนี้ มักจะเริ่มทำการต่อเติมหรือรีโนเวทรอบใหญ่ อันเนื่องมาจากมีสมาชิกภายในบ้านเพิ่มขึ้น หรือ… ตัวอาคารเริ่มเกิดความเสื่อมโทรม

ดังนั้นเจ้าของบ้านอาจพบปัญหาต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อการอยู่อาศัย ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่บอกเลยว่ามีอยู่สองประเด็นหลัก ๆ ได้แก่ 1. ปัญหาเกี่ยวกับวัสดุกรุผิวในส่วนต่าง ๆ 2. ปัญหาเรื่องงานระบบ

1. ปัญหาเกี่ยวกับวัสดุกรุผิวในส่วนต่างๆ

นับเป็นปัญหายอดนิยม ที่มักเกิดขึ้นในเรื่องความเสื่อมของวัสดุกรุผิวอาคาร ทั้งวัสดุตกแต่งพื้น และวัสดุตกแต่งผนังต่าง ๆ รวมถึงวัสดุมุงหลังคา

1.1 วัสดุกรุพื้น

พื้นที่จอดรถหรือทางเดินรอบบ้านแตกร้าว เนื่องจากการทรุดตัวไม่เท่ากันของพื้นที่

จุดสังเกต

เริ่มต้นด้วยการสังเกตว่า พื้นเริ่มแยก และมีระดับที่แตกต่างกัน หรืออาจมีอาการทรุดตัวเป็นแอ่งลงไปตรงกลางพื้นที่จอดรถ โดยมีรอยร้าวร่วมด้วย สาเหตุมักเกิดจากโครงสร้างพื้นที่ในบริเวณดังกล่าวนั้น มักจะเป็นโครงสร้างพื้นวางบนดิน (Slab on ground) โดยปราศจากโครงสร้างใต้ดินหรือเสาเข็มรองรับด้านล่าง

แตกต่างกับโครงสร้างบ้านที่ถูกออกแบบเป็นโครงสร้างพื้นที่วางบนคาน (Slab on beam) ซึ่งภายใต้ตัวบ้านนั้นจะมีโครงสร้างเสาเข็มรองรับ โดยรอยแยกที่ว่านี้ไม่เป็นอันตราย และไม่มีผลทำให้โครงสร้างบ้านของเราพังทลาย เพียงแต่อาจสร้างความหงุดหงิดใจ และทำให้การใช้งานในบริเวณนั้นเป็นไปอย่างยากลำบาก

วิธีการแก้ไข

กรณีที่คุณไม่อยากรื้อทุบพื้นเดิม สามารถแก้ไขโดยการตัดแยกรอยต่อระหว่างพื้นโครงสร้างที่วางบนคาน และพื้นโครงสร้างที่วางบนดิน จากนั้นบริเวณรอยต่อที่ทำการตัดแยกอาจใช้วิธีโรยกรวด หรือกรณีที่รอยร้าวมีไม่มากนัก อาจใช้วิธีอุดรอยต่อด้วยโฟมเส้น และยาแนวด้านบนด้วยวัสดุอุดรอยต่อ อาทิ PU หรือ ซิลิโคน

บ้านเก่า

ส่วนกรณีที่รอยร้าวเกิดขึ้นบริเวณตรงกลางที่จอดรถ โดยมีรอยแยกบริเวณขอบรอยต่อร่วมด้วยนั้น วิธีนี้การตัดแยกโครงสร้างอาจไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด ควรทำการสกัดพื้นที่จอดรถเดิมที่มีปัญหาและทำการเทพื้นบริเวณใหม่ ซึ่งวิธีการเทพื้นใหม่นั้นควรแยกรอยต่อระหว่างโครงสร้างบ้าน และพื้นที่จอดรถเช่นกัน รวมถึงหากเป็นการเทคอนกรีตใหม่บนพื้นที่ขนาดใหญ่มาก ๆ ควรทำการตัดแยกรอยต่อบนพื้นทุก ๆ 3 เมตร เพื่อป้องกันการแตกร้าวอันเนื่องมาจากการยืด-หดตัวของคอนกรีต

บ้านเก่า

หรืออาจเลือกใช้เป็นบล็อกปูพื้น หรือกระเบื้องคอนกรีตทดแทนพื้นคอนกรีตก็ได้เช่นกัน เพราะหากเกิดการทรุดตัวเพิ่มเติมอีกก็ไม่ทำให้วัสดุปูพื้นเสียหาย เนื่องจากสามารถรื้อบล็อกหรือกระเบื้องคอนกรีตขึ้นมาทำการปรับระดับ และติดตั้งใหม่ก็ง่ายและประหยัดด้วย ยิ่งปัจจุบันมีรูปแบบและสีสันให้เลือกใช้หลากหลาย น่าจะตอบโจทย์เจ้าของบ้านหลายท่านได้เลยล่ะ

1.2 วัสดุกรุผนัง

พบสีลอกล่อน และเกิดเชื้อราบนผนัง

บ้านเก่า

จุดสังเกต

สีลอกล่อน ผนังเป็นเชื้อรานั้นเกิดจากความชื้นสะสมบริเวณผนัง เป็นสัญญาณว่าอาจมีรอยร้าวบริเวณผนัง หรือสีทาผนังอาจมีการเสื่อมสภาพ มักเกิดขึ้นบริเวณชั้น 1 สูงจากพื้นประมาณ 1 เมตร

วิธีแก้ไข

เริ่มแรกที่ควรปฏิบัติ คือ ลงมือทำความสะอาดและกำจัดเชื้อราบนผนังซะก่อน จากนั้นจึงแก้ปัญหาการรั่วซึมของผนังด้วยการใช้เครื่องเจียร์ขัดสีออกให้เหลือแต่เนื้อปูน โดยมีระยะสูงจากพื้นประมาณ 1 เมตร จากนั้นจึงทาด้วยผลิตภัณฑ์กันซึม ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 วัน

และเมื่อตรวจสอบว่าผนังไม่มีความชื้นแล้ว ก่อนจะทาสีบริเวณผนังด้านนอก ควรทาน้ำยาป้องกันความชื้น ให้สูงจากพื้นประมาณ 1 เมตร จากนั้นทิ้งให้แห้งอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง แล้วค่อยทาสี ที่สำคัญควรเลือกใช้สีที่มีประสิทธิภาพป้องกันความชื้นได้ดี เพื่อช่วยป้องกันปัญหาสีลอกล่อนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

1.3 วัสดุหลังคา

กระเบื้องหลังคาแตกร้าว

บ้านเก่า

จุดสังเกต

ตรวจสอบสภาพความสมบูรณ์ของกระเบื้องหลังคาว่ามีการแตกร้าวหรือไม่ เนื่องจากอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการรั่วซึมขึ้นได้ หากเจ้าของบ้านยังไม่สัมผัสถึงน้ำที่มีการรั่วซึมลงมาภายในอาคาร อาจใช้วิธีการสังเกตรอยคราบน้ำบริเวณฝ้าภายในบ้านก็ได้เช่นกัน เพราะนั่นคือสัญญาณบอกเหตุว่าหลังคาของเราอาจจะเริ่มมีปัญหานั่นเอง

วิธีการแก้ปัญหา

เบื้องต้นหากพบคราบน้ำหรือพบการรั่วซึมภายในอาคาร ควรทำการตรวจสอบสภาพหลังคาว่ามีส่วนใดชำรุดเสียหายหรือไม่ เพราะนอกจากสาเหตุจากตัวกระเบื้องหลังคาแล้ว อาจมีสาเหตุมาจากปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย อาทิ อุปกรณ์ครอบต่าง ๆ อาจมีการแตกหักเสียหาย หรืออาจเกิดจากปัญหาน้ำล้นรางก็เป็นไปได้เช่นกัน

หากเจ้าของบ้านไม่ชำนาญในการตรวจสอบ อาจทำการติดต่อผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบเพิ่มเติมเพื่อทำการวิเคราะห์หาสาเหตุและทำการซ่อมแซมต่อไปก็จะดีกว่า

หลังคาสีซีดจางหรือเกิดราดำบ้านเก่า จุดสังเกต

ปัญหาหลังคาสีซีดหรือเกิดสิ่งสกปรกเกาะที่พื้นผิวจนทำให้เกิดความไม่สวยงาม มักเกิดขึ้นได้กับบ้านพักอาศัยที่อยู่มานาน ทำให้บ้านดูหม่นหมอง โดยเฉพาะหลังคาที่ไม่ได้มีการเคลือบผิวก็มักจะมีคราบสกปรกและตะไคร่เกิดขึ้นเห็นได้ชัดเจน

วิธีการแก้ปัญหา

สามารถทำความสะอาดด้วยเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงได้ แต่ทั้งนี้ควรระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการฉีดน้ำไปยังบริเวณรอยต่อหรือจุดเปราะบาง เพราะอาจทำให้หลังคาเกิดการแตกหักหรือเสียหายได้ นอกจากนี้หากทำความสะอาดหลังคาเรียบร้อยแล้ว อาจทำการทาสีหลังคาใหม่เพิ่มเติม เพื่อคืนความสดใสให้แก่บ้านของเรา

2.ปัญหาเรื่องงานระบบ

 2.1 งานไฟฟ้า

อุปกรณ์เกิดการเสื่อมสภาพ

บ้านเก่า

จุดสังเกต

ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า เต้ารับ เต้าเสียบ สายไฟ สวิตซ์ไฟ ว่ายังสามารถใช้งานได้ดีหรือไม่ มีรอยไหม้ หรือฉีกขาดหรือเปล่า

วิธีแก้ไข

หากพบว่าผิดปกติในบริเวณใดแล้วไม่ควรนิ่งเฉย ต้องรีบทำการแก้ไข เพราะอาจส่งผลต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ โดยเฉพาะสายไฟที่เดินลอย อาจพบว่ามีอัตราความเสื่อมสูงกว่าสายไฟที่เดินในท่อร้อยสายไฟ ดังนั้นควรทำการเปลี่ยนใหม่เลยจะดีกว่า

 2.2 งานสุขาภิบาล

ระบายน้ำเสียออกนอกพื้นที่ไม่ได้

จุดสังเกต

ไม่สามารถระบายน้ำภายในบ้านออกสู่ท่อสาธารณะ เนื่องจากบ้านต่ำกว่าถนน กรณีนี้อาจเกิดขึ้นได้เมื่อบริบทรอบ ๆ บ้านของเรามีการเปลี่ยนแปลง เช่น มีการยกถนนหน้าบ้านให้สูงขึ้นส่งผลให้มีการยกระดับท่อระบายน้ำสาธารณะสูงขึ้นไปด้วย ทำให้การระบายน้ำจากภายในบ้านออกสู่ด้านนอกเป็นไปได้ยาก

วิธีการแก้ปัญหา

ทำการปรับบริเวณรอบบ้าน โดยการทำขอบคันกั้น และขุดบ่อดักน้ำเอาไว้ รวมถึงใช้ปั๊มสูบน้ำออกภายนอกบริเวณบ้าน สำหรับน้ำทิ้งที่ไหลย้อนกลับมาทางท่อระบายน้ำสาธารณะ ต้องทำการอุดปิดตรงปากทางท่อระบายน้ำด้านที่ส่งน้ำลงท่อสาธารณะ จากนั้นต่อขอบบ่อพักเดิมให้สูงขึ้น และติดตั้งปั๊มจุ่มเพื่อสูบน้ำออก เพื่อให้สามารถรับน้ำทิ้งจากบ้านได้ตามปกติ

หรือถ้าปัญหาเรื่องใด คิดว่าเกินกำลัง เกินความสามารถเรา ก็ลองใช้บริการกับผู้เชี่ยวชาญจะดีกว่า หรือปรึกษาเรื่องการปรับปรุง ซ่อมแซม กับผู้เชี่ยวชาญจากทาง เอสซีจี โฮม ได้ที่ https://bit.ly/3CQUNku

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ จาก SCG HOME

 

บทความน่าสนใจ : ROOM DIVIDER ฉากกั้นห้อง ดีไซน์สวย… ปัง! จากฝีมือนักออกแบบไทย

 

6 บอดี้ออยล์ออร์แกนิก แบรนด์ไทย ตัวช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม

0

6 บอดี้ออยล์ออร์แกนิก แบรนด์ไทย.. 

9 บอดี้ออยล์ออร์แกนิก

6 บอดี้ออยล์ออร์แกนิก แบรนด์ไทย.. ตัวช่วยผิวเนียนนุ่ม แถมกลิ่นหอมชวนผ่อนคลาย… แต่แล้วทำไมต้อง Body Oil ด้วยล่ะ ? สงสัยมั้ยว่าทำไมช่วงนี้ Body Lotion ยังต้องหลีกทางให้กับ Body Oil เพราะช่วงหลังมานี้เจ้า Body Oil กลับมาได้รับความนิยมสูงมาก

ต้องบอกว่าปัจจุบันผู้คนทั่วโลกกำลังให้ความสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและการมีสุขภาพที่ดี รวมถึงการดูแลตัวเอง กับเรื่องผิวก็เช่นกัน มาวันนี้ไม่ว่าหนุ่มสาวสีผิวไหนล้วนมั่นใจและดูดีได้ในแบบฉบับของตัวเอง เพราะผิวสวยที่แท้คือ “Healthy Skin” การมีผิวที่ชุ่มฉ่ำและได้รับการดูแลใส่ใจด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงที่รับรู้ที่มาที่ไป และเข้าใกล้ธรรมชาติมากกว่าเดิม

วันนี้ Inzpy มี “6 บอดี้ออยล์ออร์แกนิกแบรนด์ไทย” มาแนะนำกันด้วย ตัวช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวกายเรียบเนียนสวย แถมยังเป็นมิตรต่อโลกอีกต่างหาก จะมีตัวไหนบ้าง ตามไปดูกัน !!

1.Nite Nite Massage Oil จาก Sabai arom

9 บอดี้ออยล์ออร์แกนิก
Sabai arom Nite Nite Massage Oil

น้ำมันบำรุงผิวจากสบายอารมณ์ Sabai arom Nite Nite Massage Oil อัดแน่นไปด้วยน้ำมันธรรมชาติถึง 7 ชนิด แถมยังมีน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์อย่าง ลาเวนเดอร์, กะดังงา, คาโมมายล์, ยูคาลิปตัส, เบอร์กามอตและส้ม ที่เป็นซูเปอร์เบลนด์ หอมละมุนชวนพักผ่อน ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายจากวันที่เหน็ดเหนื่อยได้เป็นอย่างดี  

กลิ่นหอมอบอวลลึกซึ้งของดอกไม้ 3 ชนิด ลาเวนเดอร์ กระดังงา และคาโมมายด์ ทำให้ประสาทคลายตัว คลายกังวล พร้อมเข้าสู่โหมดพักผ่อน หลับลึก กลิ่นเย็นสบายของยูคาลิปตัสตอนท้ายช่วยให้หายใจโล่ง หลับสบายยาวนาน

2.White Tea & Camellia Body Oil Spray จาก HARNN

9 บอดี้ออยล์ออร์แกนิก
HARNN White Tea & Camellia Body Oil Spray

ออยล์บำรุงผิวในรูปแบบสเปรย์ที่มีวิตามินนานาชนิด ผสานโอลีฟออยล์ คาเลนดูลาออยล์ และน้ำมันสกัดจากเมล็ดซีบัคธอร์น ช่วยให้ผิวเนียนนุ่มน่าสัมผัส ล็อกความชุ่มชื่นยาวนานต่อเนื่อง สามารถใช้ได้ทุกสภาพผิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผิวบอบบางระคายเคืองง่าย ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงด้วยคุณค่าการบำรุงจากส่วนผสมธรรมชาติ 98.3% เนื้อสัมผัสเบา ซึมง่าย สบายผิว ไม่เหนียวเหนอะหนะ มอบฟินิชโกลว์สวย ดูสุขภาพดีจากภายใน

3.EVERGREEN ROSEMARY MASSAGE & BODY OIL จาก DONNA CHANG

9 บอดี้ออยล์ออร์แกนิก
DONNA CHANG EVERGREEN ROSEMARY MASSAGE & BODY OIL

น้ำมันนวดบำรุงผิว DONNA CHANG สามารถใช้งานได้ 3 อย่างเลย 1.ใช้ Massage นวดอโรม่า เพื่อความผ่อนคลาย 2.ใช้ทาผิวแทนเบบี้ออย หลังอาบน้ำขณะตัวหมาด 3.ใช้ผสมน้ำอาบ โดยใช้ผสมในอ่างอาบน้ำเพื่อแช่ร่างกาย ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น (เนื่องจาก Oil จะสามารถซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว หากจะให้ได้ผลดีควรแช่ในน้ำอุ่นเพื่อให้รูขุมขนเปิด ช่วยให้ผิวรับสารสกัดจากธรรมชาติได้เป็นอย่างดี) กลิ่นหอมอ่อน ๆ จะทำให้ร่างกายผ่อนคลาย มีสมาธิ นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยสารสกัดจาก Jojoba Oil, Coconut Oil, Safflower และ Sweet Almond ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ช่วยให้ผิวกระชับ และลดริ้วรอย ให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น

4.Spring Forest Bath and Massage Oil จาก THANN

9 บอดี้ออยล์ออร์แกนิก
THANN Spring Forest Bath and Massage Oil

ผสมผสานคุณประโยชน์ธรรมชาติจาก Organic Olive, Organic Jojoba และ Rice Bran Oils ที่อุดมไปด้วย Vitamin E เป็นสารแอนตี้ออกซิเดนซ์ทรงประสิทธิภาพ และบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น พร้อมคุณค่าของน้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติ อาทิ Vetiver ให้กลิ่นสะอาดสดชื่น ผสานกลิ่นหอมอบอุ่นจาก Tonka bean และ Geranium กระตุ้นความรู้สึกมีชีวิตชีวา Dermatologically tested   Mineral oil free ,Paraben free ,No artificial colour and fragrance

5.Lemongrass Mint Massage Oil จาก Bath&Bloom

9 บอดี้ออยล์ออร์แกนิก
Bath&Bloom Lemongrass Mint Massage Oil

น้ำมันที่ช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น อุดมไปด้วยน้ำมันบริสุทธิ์จากธรรมชาติ 100% ลดเลือนริ้วรอยและลดการระคายเคือง ส่วนผสมของตะไคร้จะช่วยต่อต้านแบคทีเรียและเชื้อราตามรูขุมขน ขจัดความมันส่วนเกินบนผิวหนัง ลดปัญหาขนคุดและสิวอุดตัน แนะนำให้ใช้หลังอาบน้ำเสร็จผิวเปียกหมาด ๆ เทออยล์ใส่มือและลูบทั่วเรือนร่าง จะช่วยให้ออยล์ซึมซาบอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

คุณจะรู้สึกได้ถึงความนุ่มนวลของผิวคุณ ขณะที่กลิ่นหอมสดชื่นจาก ใบตะไคร้และใบมิ้นท์จะช่วยทำให้คุณรู้สึกเบาสบายและปลอดโปร่ง วิตามินอีจะช่วยให้ผิวมีสุขภาพดีปกป้องผิวจากรังสียูวี และช่วยให้ผิวเรียบเนียน นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต่อต้านการเกิดริ้วรอยได้อีกด้วย

6.Rosewood Body Oil จาก Delicat

DELICAT Rosewood Body Oil

DELICAT Rose Wood Body Oil คุณค่าของ Oil สกัดจากธรรมชาติสุดพรีเมี่ยม บอดี้ออยล์เนื้อบางเบา เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึมเข้าผิวได้ง่ายดาย ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น รอยดำและผิวแตกลายดูจางลง ช่วยบำรุงผิวกายให้นุ่มเนียนเปล่งประกาย พร้อมทั้งผ่อนคลายไปกับกลิ่นอโรม่าสุดสดชื่น มีติดโต๊ะไว้ รับรองผิวสวยใสแน่นอน !

จบกันไปแล้วนะคะสำหรับ 6 บอดี้ออยล์ออร์แกนิก แบรนด์ไทย.. ตัวช่วยผิวเนียนนุ่ม แถมกลิ่นหอมชวนผ่อนคลายที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ อย่าลืมไปตำตามกันได้นะคะ รับรองว่าผิวสวย ผิวดูสุขภาพดีมีออร่าแน่นอนค่า

 

ROOM DIVIDER ฉากกั้นห้อง ดีไซน์สวย… ปัง! จากฝีมือนักออกแบบไทย

ROOM DIVIDER ฉากกั้นห้อง ดีไซน์สวย… ปัง! จากฝีมือนักออกแบบไทย

ถ้าคุณยังฟันธงไม่ได้… ว่าจะก่ออิฐฉาบปูน หรือทำผนังเบา เพื่อกั้นห้องสำหรับแบ่งพื้นที่ในบ้าน “ฉากกั้น” ถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่ดีสำหรับกรณีนี้ เพราะสามารถพับเก็บ และเคลื่อนย้ายได้ จึงทำให้ผู้อยู่อาศัยปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้ตามต้องการตลอดเวลา

หากต้องการความเป็นส่วนตัว ก็แค่นำฉากกั้นมาวางตั้งแบ่งพื้นที่ห้อง หรือบางซีน… อยากให้พื้นที่เปิดโล่งเชื่อมโยงถึงกัน ก็แค่นำฉากกั้นออก แค่นี้ก็สามารถจัดสรรพื้นที่ได้ตามใจแล้ว

แถมปัจจุบันมีฉากกั้นเก๋ ๆ ให้เลือกหามากมาย บางดีไซน์ยังออกแบบสวย สามารถใช้โชว์เป็นของประดับบ้านได้ในตัว สำหรับฉากกั้นที่นำมาให้ยลโฉม… กันต่อไปนี้ เป็นงานออกแบบของไทย ที่เราคัดสรรมาแล้วว่าสวย! ปัง! แถมมาพร้อมแนวคิดอันเด็ดดวง ส่วนจะมีแบรนด์อะไรบ้างนั้น ตาม Inzpy มาส่องกันได้เลย..

Zen Stone จาก แบรนด์ Masaya
ROOM DIVIDER
Cr. Photo : www.bronzeinthai.com/masaya

ผลงานออกแบบโดย อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา ซึ่งเขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากรูปทรงของก้อนหิน Shintai ที่มักถูกจัดไว้ในสวนสไตล์เซน มาถ่ายทอดใหม่ให้อยู่ในโหมดของฉากกั้นห้อง ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เน้นการออกแบบให้ดูเป็นสากล สะท้อนความสวยงามกึ่งเป็นชิ้นงานประติมากรรมที่ถูกจัดวางไว้ในบ้านแล้วดูเด่นเด้งไม่หยอก

แถมผู้ออกแบบเลือกใช้วัสดุทองเหลืองที่ทรงคุณค่า เพื่อแสดงถึงความหรูหราและสง่างาม ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดูดีให้แก่พื้นที่ และตอบสนองผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะอีกด้วย

ที่สำคัญฉากกั้นชิ้นนี้ยังผลิตจากวัสดุทองเหลืองแบบดั้งเดิม ถูกต่อยอดไปสู่งานเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัย ใช้สำหรับตกแต่ง แต่ยังคงไว้ซึ่งคุณค่าและเอกลักษณ์ของงานช่างฝีมือทางการปั้น การถอดพิมพ์ การหล่อ และการเชื่อม ที่เผยเนื้องานอันละเอียดและประณีต

Bilid จาก แบรนด์ Corner 43 Decor
ROOM DIVIDER
Cr. Photo : www.mookblique.com

Bilid ฉากกั้นไว้สำหรับจัดสรรพื้นที่ภายในบ้าน หรืออาคาร ที่เผยเฉดสีสวย ลุคทันสมัย  ออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้ถึงสองด้าน (หน้า-หลัง) เพื่อสร้างให้เกิดความหลากหลายดูไม่จำเจ

ROOM DIVIDER
Cr. Photo : www.mookblique.com

ที่เก๋คือใช้ ‘วัสดุหวายธรรมชาติ’ มาถักสานสร้างแพทเทิร์นในรูปแบบใหม่ ๆ โดยได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากเรื่องของ “Unity” การอยู่ร่วมกันของสองมุมมองที่แตกต่าง จึงนำมาตีความให้เป็นรูปธรรม และสร้างสรรค์เป็นฉากกั้นที่ใช้งานได้สองด้าน นั่นเอง

ซึ่งด้านหนึ่ง (ด้านฝั่งเรียบ) มอบอารมณ์สงบให้กับตัวบ้าน ด้วยเส้นตรงที่วิ่งเรียบไปในทางเดียวกัน ส่วนอีกฝั่งหนึ่ง ฝั่งที่หวายถูกสานเป็นลอนคลื่น มอบอารมณ์ถึงการเคลื่อนไหว เกิดความขัดแย้ง ทว่างามตา ซึ่งจะช่วยเพิ่มอารมณ์ความสนุกมีชีวิตชีวาให้แก่พื้นที่ ทั้งนี้ดีไซเนอร์ยังเลือกใช้สีโทนร้อนและโทนเย็น มาผสมผสานเข้ากัน เพื่อแสดงถึงความเป็นหนึ่งเดียว หรือ UNITY ซึ่งแค่ปรายตามองก็ดูสะดุดตา ไม่เบาเลยล่ะ

 Cane Collection
Cr.Photo : www.pinterest.com

ฉากกั้นห้องจากแบรนด์ Podium ซึ่งเป็นหนึ่งในผลงานออกแบบจากสองดีไซเนอร์ อดา จิระกรานนท์ และวรพงศ์ มนูพิพัฒน์พงศ์ แห่ง ATELIER 2+ ครีเอทีฟสตูดิโอในกรุงเทพฯ ที่มีผลงานปรากฏอยู่ทั้งในและต่างประเทศ

ซึ่งฉากกันรุ่นนี้เลือกใช้วัสดุไม้และหวายมาสร้างสรรค์ โดยหยิบสไตล์สแกนดิเนเวียน มาผสมผสานเข้ากับการถักสานหวาย ที่สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยได้อย่างลงตัวและสวยงาม

ที่สำคัญยังออกแบบได้ผูกมิตรกับผู้ใช้งาน ผ่านการดีไซน์รูปทรงให้มีความโค้งมน ไร้เหลี่ยมคม แถมตัวกรอบของฉากกั้นยังมีสีให้เลือกหลากหลาย ทั้งสีไม้ สีเขียว และสีดำ เพื่อให้ผู้ใช้นำไปแมชท์เข้ากับการตกแต่งบ้านได้ง่ายขึ้น

และทั้งหมดนี้คือ ROOM DIVIDER ฉากกั้นห้อง ดีไซน์สวย… ปัง! ที่นำมาฝากกัน เผื่อใครกำลังมองหามากั้นพื้นที่หรือตกแต่งบ้าน หากต้องตาจะได้ตามไปอุดหนุนฝีมือคนไทยด้วยกัน

 

บทความน่าสนใจ : LG เผยหลากนวัตกรรมสุดว้าว… ในงาน CES 2022

รวม หน้ากากอนามัย ใส่แล้วปลอดภัยแถมหายใจสะดวกไม่อึดอัด

หน้ากากอนามัย ไอเทมจำเป็นในยุคนี้

หน้ากากอนามัย อีกหนึ่งไอเทมจำเป็นในช่วงที่มีโรค Covid-19 ระบาดเลย แต่พอใส่ไปนาน ๆ เนี่ย เชื่อเลยว่าหลายคนคงมีอาการอึดอัด หายใจไม่สะดวก ยิ่งคนที่ใส่แว่นตาเป็นประจำยิ่งเจอปัญหาเลนส์แว่นเป็นฝ้า หรือบางครั้งก็เจอปัญหาหน้ากากเสียดสีกับผิวหน้าจนเกิดเป็นสิวอีก Inzpy เราเลยมีหน้ากากอนามัยที่ใส่สบายหายใจสะดวก ไม่ทำให้อึดอัดมาฝากกัน จะมียี่ห้ออะไรบ้างตามมาดูกันเลย

  • Welcare

หน้ากากอนามัย Welcare

หน้ากากอนามัยยี่ห้อ Welcare รุ่นนี้มีแผ่นกรอง 3 ชั้น ได้รับการรับรองจากสถาบัน Nelson Labatories ห้องแล็บประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วว่าสามารถป้องกันละออง เชื้อแบคทีเรียอนุภาคเฉลี่ย 3 ไมครอน และมาพร้อมสายคล้องหูแบบ Soft Spandex ที่ให้สัมผัสนุ่มสบาย ไม่ทำให้รู้สึกเจ็บหูระหว่างใส่

  • 3M Nexcare Green Earloop Mask

หน้ากากอนามัย 3M

หน้ากากอนามัยยี่ห้อ 3M แผ่นกรอง 3 ชั้น ที่ให้การป้องกันมากถึง 99% ซึ่งได้รับมาตรฐานการรับรองจากสถาบันอาชีวอนามัย และสุขภาพ (NIOSH) จากประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถกรองฝุ่น และเชื้อแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะกับการสวมใส่ได้ตลอดทั้งวันและหายใจได้อย่างสะดวกสบาย

หน้ากากอนามัย

หน้ากากอนามัยจากญี่ปุ่น ที่มีแผ่นกรองทั้งหมด 5 ชั้น ซึ่งสามารถกรองฝุ่นละอองขนาดเล็ก 2.5 PM และแบคทีเรียรวมถึงไวรัสที่มีขนาดเล็กกว่า 0.1 ไมครอนได้อย่างมีประสิทธิภาพปกป้องได้สูงสุด 99% มาพร้อมสายคล้องหูแบบ Soft Spandex ที่ให้สัมผัสนุ่มสบาย ไม่ทำให้รู้สึกเจ็บหูระหว่างใส่

Mask ญี่ปุ่น

หน้ากากอนามัย จากญี่ปุ่นยี่ห้อ IRIS OHYAMA ด้วยประสิทธิภาพแผ่นกรองหนา 3 ช่วยป้องกันเชื้อโรค ไวรัสและฝุ่นละออง PM 2.5 ได้ถึง 99% และมีการออกแบบให้ขอบข้างมีลักษณะเป็น V-Cut ที่ช่วยให้หน้ากากแนบสนิทกับใบหน้า มาพร้อมกับสายคล้องหูแบบนุ่มพิเศษ ช่วยลดอาการบาดเจ็บเมื่อใส่เป็นเวลานาน

หน้ากากอนามัย ญี่ปุ่น

หน้ากากอนามัยจากญี่ปุ่นที่สามารถสวมใส่ได้สบายทุกวัน โดยการออกแบบเป็นรูปทรง 3 มิติ จึงกระชับแนบสนิทกับใบหน้า และมีช่องว่างระหว่างหน้ากากกับริมฝีปาก จึงทำให้สามารถพูดและหายใจได้สะดวกแม้ใส่หน้ากาก ด้วยฟิลเตอร์ 3 ชั้น ระบายอากาศได้ดี และสามารถกรองฝุ่นละอองขนาด 0.1-1 ไมครอน มาพร้อมกับสายคล้องหูแบบนุ่มพิเศษไม่ทำให้รู้สึกเจ็บหูระหว่างใส่

  • Airish Plus Clean Shield KF94 Mask

Mask เกาหลี

หน้ากากอนามัยจากเกาหลี ที่มีแผ่นกรองทั้งหมด 4 ชั้น เป็นหน้ากากทรง 3 มิติ กระชับแนบสนิทกับใบหน้า และมีช่องว่างระหว่างหน้ากากกับริมฝีปาก ทำให้รู้สึกหายใจได้สะดวกและไม่รู้สึกอึดอัดระหว่างสวมใส่ พร้อมทั้งสามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาด 2.5 ไมครอน ได้ 100% และเล็กกว่า 1 ไมครอน ได้ 94%

  • Product Lab KF94 Mask

หน้ากากอนามัยเกาหลี

หน้ากากอนามัย Product Lab KF94 จากเกาหลีหน้ากากทรง 3 มิติที่มีฟิลเตอร์กรอง 4 ชั้น หน้ากากแนบสนิทกับใบหน้า และมีช่องว่างระหว่างหน้ากากกับริมฝีปากจึงทำให้สามารถพูดและหายใจได้สะดวกแม้ใส่หน้ากาก พร้อมทั้งสามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาด 2.5 ไมครอน และเชื้อแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เป็นยังไงกันบ้างกับไอเทมหน้ากากอนามัยที่เราเอามาฝากกัน เรียกได้ว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ในช่วงนี้เลย ใครที่กำลังหาหน้ากากอนามัยแบบสบาย ๆ ใส่แล้วไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดกันอยู่ก็ลองยี่ห้อที่เราแนะนำ ไปเป็นหนึ่งในตัวเลือกได้นะ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน 🙂

Wake Me Up กาแฟ “สายพันธุ์ใหม่”

ร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่เปิดอยู่ริมทาง ชื่อร้านว่า Wake Me Up เป็นร้านที่เพิ่งเปิดใหม่ และที่บอกว่าเป็น กาแฟ สายพันธุ์ใหม่ เพราะเค้ามีการใช้ เมล็ดกาแฟลูกผสม จากสายพันธุ์หนึ่ง กับอีกสายพันธุ์หนึ่ง มาคั่วรวมกัน บางเมล็ดก็จะมีการแต่งกลิ่นให้ได้ความหอมของเบอร์รี่นานาชนิด หรือกลิ่นของน้ำผึ้ง ดอกไม้ ซึ่งมี เมล็ดกาแฟ ให้เลือกหลากหลายแบบมาก มาดูร้านกาแฟกันก่อนเลยค่า

Wake Me Up กาแฟ "สายพันธุ์ใหม่" เมล็ดกาแฟ

บรรยากาศร้านกาแฟที่นี่ จะมีความมินิน่ารัก ตกแต่งแบบ มินิมอล ตามเทรนด์เลยค่ะ เพียงแต่ร้านนั้นตั้งอยู่ริมถนน ในซอย โยธินพัฒนา หน้าร้าน ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นโยธิน​​ ถึงแม้จะเป็นเพียงร้านกาแฟริมทาง แต่สไตล์การตกแต่งร้านมีความดึงดูดสายตาให้ชวนแวะมาก แถมยังมีเมนูให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ กาแฟ นมสด โกโก้ ชาเขียวมากมาย เดี๋ยวพามาดู เมล็ดกาแฟ กันดีกว่าว่า มีให้เลือกเยอะขนาดไหน

Wake Me Up กาแฟ "สายพันธุ์ใหม่" เมล็ดกาแฟ

เมล็ดกาแฟ จะมีตั้งแต่สายพันธุ์ไทย แบบคั่วผสมสายพันธุ์ และสายพันธุ์นอกเลยค่ะ โดยจะเน้นเป็นกาแฟแนวคั่วกลาง และมีกิมมิกด้วยการแต่งกลิ่น ไม่น่าเชื่อเนอะทุกคนว่าร้านเล็ก ๆ แบบนี้ จะมีเมล็ดกาแฟให้เราได้เลือกหลากหลายมากขนาดนี้ แลดูมีความใส่ใจเรื่องรสชาติให้ถูกใจคอกาแฟจริง ๆ ค่ะ

และนี่คือ เมล็ดกาแฟ ที่มี่ให้เลือกทั้งหมดในร้านค่ะ เยอะแบบเลือกไม่ถูกเลยเด้อ ยกตัวอย่างเช่น Strawberry Milkshake เมล็ดกาแฟคั่วกลาง เบลนด์พิเศษระหว่าง ไทย กับ เอธิโอเปีย ให้ความพิเศษด้วยกลิ่น สตรอว์เบอร์รี อ่อน ๆ แนะนำทำเป็นเมนู ลาเต้ ให้ฟีลเหมือนทาน Strawberry Milkshake หากทานเป็นกาแฟดำจะหอม Strawberry มาก

Wake Me Up กาแฟ "สายพันธุ์ใหม่"

โต๊ะบาร์สำหรับทำกาแฟเล็ก ๆ น่ารัก กระติ๊กน้ำร้อน กาน้ำร้อนต่าง ๆ นานา มาแบบจัดเต็มเลย ตอนที่ยืนดูพี่เค้าชง มีความรู้สึกว่า พี่เค้ามีความใส่ใจรายละเอียดในการชงกาแฟมาก ๆ ทุกอย่างทำแบบ พิถีพิถัน แล้วแก้วนึงถ้าใช้ เมล็ดกาแฟ ธรรมดา แก้วละ 40 บาท ก็ถือราคาไม่แรงเลยค่ะ ถือว่าโอเคเลย ทีนี้ลองไปดูเมนูเครื่องดื่มกันบ้างดีกว่าว่าหน้าตาเป็นยังไง

เมนูแรกที่เราสั่งมา เป็นเมนู โกโก้ไอซ์มินต์ เป็นเมนูเครื่องดื่มสำหรับสายไม่ดื่มกาแฟอย่างเรา 555+ ตอนแรกก็กลัวว่าจะแปลก ๆ เหมือนกันค่ะ เพราะส่วนตัวไม่ค่อยชอบดื่มโกโก้ขม ๆ แต่พอลองเมนูนี้แล้วรู้สึกว่า มันไม่ได้ขมมาก แล้วก็มีความหอมของมินต์ พอดื่มไปสักพักก็ได้ความรู้สึกเย็นสดชื่นที่คอ ถ้าอากาศร้อน ๆ เราว่าเมนูนี้เหมาะที่จะสั่งมาดื่ม โดยเฉพาะช่วงพักเที่ยงค่ะ ดื่มแล้ว นั่งทำงานต่อสบายเลย

Wake Me Up กาแฟ เมล็ดกาแฟ "สายพันธุ์ใหม่"

สำหรับใครที่แวะมาที่ร้านแล้วยืนรอนาน ก็จะมีเก้าอี้แคมป์ปิ้งให้นั่งเพลิน ๆ ได้ค่ะ หรือจะนั่งชิล ๆ ระหว่างดื่มกาแฟก่อนจะเข้างานก็ดีนะคะ นั่งอยู่เป็นเพื่อนเจ้าของร้าน 555+

ดูการตกแต่งร้านกันค่ะ น่ารักมาก ถึงแม้จะเป็นเพียงร้านเล็ก ๆ แต่ว่าสไตล์การตกแต่งร้านไม่ธรรมดาเด้อ และถ้าต้องขนของกลับ แล้วตั้งร้านใหม่แบบนี้ทุกวัน ก็ถือว่า มีใจรัก และมีความตั้งใจที่จะเปิดร้านเป็นอย่างมาก ใครที่ผ่านมาซอยโยธินพัฒนา แล้วถ้าเจอร้านกาแฟ Wake Me Up ก็ลองแวะมาได้นะคะ เมล็ดกาแฟ มีให้เลือกเยอะด้วย

ติดตามร้านกาแฟได้ใน Instagram

Wake Me Up กาแฟ "สายพันธุ์ใหม่"

สำหรับใครอยากตามไปดูรายละเอียด เค้าก็มี IG ให้ตามได้ ชื่อว่า wake__meup ร้านเปิดใหม่ด้วยน้า แล้วเค้าก็จะมี เมล็ดกาแฟ สายพันธุ์ใหม่ ๆ มาคอยอัปเดตให้เราดูเรื่อย ๆ ว่า วันถัดไปจะมีเมล็ดกาแฟแบบไหนมาเพิ่มบ้าง อยากให้ช่วยกันสนับสนุนคนไทย ที่มีความตั้งใจ และมีใจรักที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองชอบด้วยงานที่สุจริตแบบนี้ เห็นแล้วน่าชื่นชมมากค่ะ เป็นความประทับใจอย่างหนึ่งเลย

ที่ต้องเอามารีวิวเพราะ อยากสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครที่กำลังสนใจจะเปิดร้านกาแฟ นี่เป็นอีกตัวอย่างนึงที่เริ่มจากร้านเล็ก ๆ เราว่าอนาคตข้างหน้าอาจจะกลายเป็นคาเฟ่ใหญ่ ที่มีลูกค้าประจำมากมายเลยก็เป็นได้ค่ะ ใครผ่านมาแถวนี้ก็อย่าลืมแวะไปอุดหนุนพี่เค้ากันได้นะคะ เปิดแต่เช้าเลย

Wake Me Up ร้านกาแฟ ริมถนน ใน ซอยโยธินพัฒนา มี เมล็ดกาแฟ ให้เลือกเยอะ
เปิดทุกวัน เวลา 07.00 – 14.00น.
พิกัด: Google Map