Home Blog Page 1034

กรงวงกต นิทรรศการศิลปะ โดย ศิลปิน/นักสร้างภาพยนตร์ ผู้มีผลงานปรากฏในเวทีระดับสากล

กรงวงกต นิทรรศการศิลปะ โดย ศิลปิน/นักสร้างภาพยนตร์ ผู้มีผลงานปรากฏในเวทีระดับสากล

กรงวงกต

นิทรรศการ กรงวงกต เป็นผลงานของ “อชิตพนธิ์ เพียรสุขประเสริฐ” ที่เป็นการนำเสนอสมมติฐานของชีวิต นำไปสู่คำถามของคุณค่าการมีอยู่ และองค์ประกอบที่สำคัญของการยึดโยงชีวิตและความตาย ซึ่งนั่นก็คือ “ความสัมพันธ์”

การที่มนุษย์ยังดำรงอยู่มีลมหายใจ มีสิ่งที่เชื่อมโยงไว้ไม่ให้ตายไป หรืออย่างน้อยที่สุด จิตต้องสัมพันธ์กับร่าง ซึ่งในฐานความคิดของศิลปิน หากขาดส่วนองค์ประกอบใดไป ชีวิต (การมีอยู่) จะไปสู่การไม่มี (ความตาย) นั่นเอง

กรงวงกต

จากสมการนี้ทำให้เขาเชื่อว่าการประกอบเหตุผลการมีอยู่ ได้แก่ เรื่องราว ความทรงจำ ประวัติศาสตร์ส่วนตัว โลกทัศน์จากสิ่งแวดล้อม สังคม และความเชื่อ รวมเป็นคุณค่าหรือจินตนาการ

และทุก ๆ เหตุผลนั้น เชื่อมโยงกันในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งเผยให้เห็นกระบวนการทำงานของเขาที่สะท้อนผ่านผลงานศิลปะในครั้งนี้ อันประกอบด้วย ภาพเคลื่อนไหว เสียง จิตรกรรมนามธรรม และศิลปะจัดวาง

กรงวงกต

ดังนั้นการทำงานศิลปะก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ศิลปินได้รับรู้ถึงการตอบสนองว่าในร่างกายยังมีชีวิตที่มีความคิด และสามารถบันทึกความคิดเป็นรูปธรรมได้ เป็นการเยียวยาการคำนึงถึงความตาย รวมทั้งเป็นเครื่องมือบรรเทาความหมองหม่นไปในคราวเดียวกัน

กรงวงกต

สำหรับ อชิตพนธิ์ เพียรสุขประเสริฐ นับว่าเป็นศิลปิน / นักเขียน / นักสร้างภาพยนตร์ที่มากความสามารถ ทำงานได้หลากหลายรูปแบบ แถมผลงานภาพยนตร์บางส่วนของเขา มีการสร้างสรรค์งานด้วยหลากหลายวิธีการ จึงทำให้มีผลงานมากมายได้รับคัดเลือกฉายในเทศกาลสากล เช่น ภาพยนตร์เรื่องสั้น “หลงรัก” ที่ได้รับเลือกฉายในเทศกาลภาพยนตร์ Girona Film Festival ครั้งที่ 28 (ปี 2559) ณ ประเทศสเปน ภาพยนตร์ “ปรัมปรากากี” ที่ฉายในโรงภาพยนตร์อิสระ และเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ BOGOTA EXPERIMENTAL FILM FESTIVAL 2563 ณ ประเทศโคลอมเบีย เป็นต้น

กรงวงกต

ส่วนนิทรรศการ “ กรงวงกต ” จัดแสดงให้ชมแล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 20 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 9.00 – 18.00 น. (ปิดทุกวันอาทิตย์) ณ Art4C (MRT สามย่าน) หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB : Art4C 

 

บทความน่าสนใจ : บ้านเก่า อายุมากกว่า 15 ปี เราควรตรวจเช็คอะไรบ้าง ?

รวม น้ำมันหอมระเหย กลิ่นสมุนไพรไทย หอมชื่นใจช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย

น้ำมันหอมระเหย กลิ่นสมุนไพรไทยหอมชื่นใจใคร ๆ ก็ชอบ

น้ำมันหอมระเหย อีกหนึ่งไอเทมเครื่องหอมที่ช่วยสร้างบรรยากาศ และความผ่อนคลายที่ใครหลายคนเลือกใช้ เพราะใช้งานง่าย และยังมีให้เลือกหลากหลายกลิ่นตามความชอบอีกด้วย ยิ่งเลือกใช้กับเครื่องพ่นไอน้ำแล้วนอกจากได้ผ่อนคลายกับกลิ่นหอม ๆ แล้วยังช่วยให้อากาศภายในบริเวณห้องไม่แห้งอีกด้วย Inzpy เลยมีน้ำมันหอมระเหยกลิ่นสมุนไพรไทย 8 กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยมาแนะนำกัน จะมีอะไรบ้างตามมาดูกันเลย

  • PHUTAWAN Essential Oil Jasmine ภูตะวัน น้ำมันหอมระเหยกลิ่นมะลิ

น้ำมันหอมระเหย

เริ่มจากกลิ่นดอกมะลิ ความหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของไทย จากแบรนด์ Phutawan (ภูตะวัน) น้ำมันหอมระเหยกลิ่นมะลิสกัด 100% มีคุณสมบัติช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย และช่วยทำให้ผ่อนคลาย ให้ความรู้สึกสงบ คลายความเครียด สามารถใส่บนเตาน้ำมันหอมระเหย หรือใช้กับอุปกรณ์สำหรับช่วยกระจายกลิ่น

  • hHom Essential Oil White Champaca น้ำมันหอมระเหยกลิ่นดอกจำปี

น้ำมันหอมระเหย

ต่อกันที่กลิ่นดอกจำปี ดอกไม้ของไทยที่หลาย ๆ คนคุ้นเคย จากแบรนด์ hHom ที่มีคุณสมบัติช่วยปรับให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น ช่วยบรรเทาความเครียดอ่อนเพลียและซึมเศร้าและความกังวล เพียงหยดน้ำมันหอมระเหย 2-3 หยดบนเตาน้ำมันหอมระเหย หรือใช้กับอุปกรณ์สำหรับช่วยกระจายกลิ่น

  • Yu Aroma Diffuser Fragrance Oil Pandan น้ำมันหอมระเหยกลิ่นใบเตย

Essential Oil

น้ำมันหอมระเหยกลิ่นใบเตยเข้มข้น ปราศจากแอลกอฮอล์ จากแบรนด์ Yu มีคุณสมบัติช่วยปรับสมดุลของอารมณ์ ช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายจากความเครียดและความกังวลต่าง ๆ สูตรนี้จะมีส่วนช่วยในการถนอมเครื่องพ่นไอน้ำ

Essential Oil

น้ำมันหอมระเหยกลิ่นการบูร จากแบรนด์ hHom กลิ่นหอมของการบูรมีคุณสมบัติช่วยทำให้ความรู้สึกสบาย สดชื่นและผ่อนคลาย ให้ความรู้สึกมีพลังและกระปรี้กระเปร่า บรรเทาความเครียดอ่อนเพลีย เพียงหยดน้ำมันหอมระเหย 2-3 หยดบนเตาน้ำมันหอมระเหย หรือใช้กับอุปกรณ์สำหรับช่วยกระจายกลิ่น

  • SENODOS Essential Oil Ginger น้ำมันหอมระเหยกลิ่นขิง

น้ำมันหอมระเหย

น้ำมันหอมระเหย กลิ่นขิงแท้ 100% กลิ่นหอมสดชื่น ช่วยให้ผ่อนคลาย ทำให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับความหอมสบาย ๆ ที่มาจากธรรมชาติอย่างแท้จริง ส่วนผสมนำเข้าจากแหล่งต้นกำเนิดที่ดีที่สุด จึงมั่นใจได้ว่าจะปลอดภัยต่อร่างกาย ไม่มีสารเจือจางใด ๆ

Essential Oil

น้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์สกัดจากธรรมชาติ ปลอดสารพิษ 100% กลิ่นตะไคร้จาก THAILAND DIY กลิ่นหอมสดชื่น ช่วยสร้างบรรยากาศให้ผ่อนคลาย และดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ ช่วยเบาอาการปวดเมื่อยและผ่อนคลายร่างกาย ช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น

  • hHom Essential Oil Lotus น้ำมันหอมระเหยกลิ่นดอกบัว

Essential Oil

อีกหนึ่งกลิ่นจากแบรนด์ hHom คือกลิ่นดอกบัว ให้ความหอมแบบอ่อน ๆ กลิ่นดูเรียบหรู ที่มีคุณสมบัติช่วยปรับให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น และผ่อนคลายจากความเครียดและความกังวลต่าง ๆ เพียงหยดน้ำมันหอมระเหย 2-3 หยดบนเตาน้ำมันหอมระเหย หรือใช้กับอุปกรณ์สำหรับช่วยกระจายกลิ่น

น้ำมันหอมระเหย

น้ำมันหอมระเหยผิวมะกรูด ช่วยให้จิตใจสงบผ่อนคลายความเครียด มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียผิวหนัง ใช้ผสมน้ำมันพื้นฐานเพื่อบรรเทาโรคผิวหนังอักเสบ อาการระคายเคืองของผิวหนังได้ หรือจะนำมาใช้กับเตาอโรม่าหรือเตาน้ำมันหอมระเหยเพื่อกระจายกลิ่นก็ได้

เป็นยังไงกันบ้างกับ น้ำมันหอมระเหย ที่เราเอามาแนะนำกัน ยิ่งช่วงเวลาที่ต้อง Work from home แบบนี้บอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่จะช่วยผ่อนคลายความเครียดได้แบบง่าย ๆ เลย ยิ่งถ้าใครใช้กับเครื่องพ่นไอน้ำนี่จะช่วยให้อากาศไม่แห้งได้ด้วยนะ บอกเลยว่าถูกใจหลาย ๆ คนที่ชอบกลิ่นหอมของสมุนไพรไทยแน่นอน 🙂

BAPE and Reebok คอลเลกชันรองเท้าโคตรต๊าช SS22 Footwear

BAPE and Reebok คอลเลกชันรองเท้าโคตรต๊าช SS22 Footwear

SS22 Footwear
Cr.Photo ; BAPE and Reebok

สำหรับความร่วมมือครั้งล่าสุด BAPE และ Reebok อีกครั้งสำหรับการทำงานร่วมกันในคอลเลกชัน SS22 Footwear (Spring/Summer 2022) ซึ่งไม่นานมานี้ BAPE และ Reebok ก็พึ่งได้ทำการคอลแลปส์กันใน Model รองเท้า Reebok รุ่น Club C ซึ่งคราวนี้ก็ได้นำเจ้าตัว Model Club C กลับมาใช้อีกครั้ง การคอลแลปส์ครั้งนี้ ได้นำเสนอฟีเจอร์ใหม่ ๆ ใน Model ของ Instapump Fury และ Club C 85 สุดคลาสสิก ที่มีลวดลาย Camo อันเป็นเอกลักษณ์ของ BAPE อย่างแท้จริง ถึงแม้ว่าพื้นฐานของรองเท้าผ้าใบ Reebok นั้นจะขึ้นชื่อในเรื่องของการดีไซน์ที่สวยงามอยู่แล้ว ที่เหมาะกับเทสหรือที่เรียกกันว่ารสนิยมของแต่ละคนนั้น ย่อมไม่เหมือนกันอยู่แล้ว ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อรองเท้า เราจะต้องเลือกสี และการดีไซน์ที่เราชอบ ทั้งนี้ถ้าจะให้แนะนำ เพื่อน ๆ ก็ควรที่จะเลือกรองเท้าผ้าใบที่เหมาะกับสไตล์การแต่งตัวของเพื่อน ๆ ด้วย ที่จะทำให้ลุคการแต่งตัวของเพื่อน ๆ ดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้า

Reebok เป็นแบรนด์ที่เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 1895 หรือเมื่อประมาณ 126 ปีก่อน โดยคำว่า Reebok (รีบอค) นั้นเป็นภาษา Afrikaans ซึ่งเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งในตระกูล “แอนทิโลป” ทั้งนี้ตลอดในช่วงเวลาที่ผ่านมาทาง Reebok นั้นจะเน้นรองเท้าผ้าใบที่เกี่ยวกับแนว Sport รวมไปถึงมีการพัฒนาเทคโนโลยีตลอดมา ทำให้รองเท้าผ้าใบ Reebok เป็นหนึ่งในรองเท้าชั้นนำ ที่ประสบความสำเร็จมาเป็นอันดับต้น ๆ เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก อีกทั้งยังมีสโมสรฟุตบอล และนักกีฬาหลายคน เลือกที่จะเป็นพรีเซ็นเตอร์ และใช้รองเท้ายี่ห้อนี้ ทั้งนี้ทั้งนั้นรองเท้าผ้าใบของ Reebok ก็ไม่ได้ผลิตออกมาเพียงแค่รองเท้ากีฬาเท่านั้น แต่ทางแบรนด์ได้ผลิตรองเท้าลำลองที่เป็น Fashion ออกมาด้วย ซึ่งในปัจจุบัน Reebok มีฐานลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้นในทุก ๆ ปี เนื่องจากคุณสมบัติที่ดี ที่มีวัสดุที่คงทน และความสวยงามของรองเท้า ที่ทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยม ที่บอกเลยว่าการคอลแลปส์ระหว่าง BAPE และ Reebok นั้น ที่ได้ใช้เจ้าตัวโมเดลรองเท้าของ Reebok ที่ทำออกมายังไงก็ปัง!

Cr.Photo ; BAPE and Reebok

การคอลแลปส์ครั้งก่อนที่ใช้เจ้าตัว Model Club C ของ Reebok มีความแตกต่างจากครั้งก่อนอย่างสิ้นเชิง ที่มีลวดลายที่เล็กน้อย ต่างจากคราวนี้ที่มีลวดลายเส้นตามตะเข็บด้าย ตามรูปทรงดีเทลของเจ้าตัวรองเท้า ประกอบด้วยสีแดง และน้ำเงิน มีความเรียบหรู และดูมีอะไรให้เราได้เห็น ที่ไม่ใช่สีขาวล้วน

Cr.Photo ; BAPE and Reebok

ในส่วนของคอลเลกชัน SS22 นี้ ที่เป็นพระเอกของ Reebok นั้นก็คือ BAPE x Instapump Fury ซึ่งมีการผสมผสานแบบพิเศษเฉพาะของ BAPE® CAMO การผสมผสานระหว่างลาย COLOR CAMO และ 1ST CAMO ที่ส่วนบนของรองเท้า เสริมด้วยลวดลาย APE HEAD ที่ประดับบนปุ่ม “Pump” อันเป็นซิกเนเจอร์ของ BAPE ในขณะที่รุ่น Club C 85 นั้นถูกทำเครื่องหมายด้วยส่วนบนของหนังสีขาวที่สะอาด พร้อมการเย็บตะเข็บสีแดง และสีน้ำเงินที่ตัดกัน ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ธรรมดาจริง ๆ เจ้าตัว Model Instapump Fury ของ Reebok ยังมีเครื่องหมาย “BAPE STA” อยู่ที่ป้ายลิ้นรองเท้า และที่ส้นเท้า ให้เราได้เห็นความแตกต่างจากเดิม ก่อนจะมาคอลแลปส์กับ BAPE

ซึ่งคอลเลกชันนี้ ราคาจะเสนออยู่ที่ $200 และ $150 USD ที่เป็นในส่วนของ BAPE x Instapump Fury และ Club C 85 ทั้ง 2 รุ่น จะวางจำหน่ายผ่าน BAPE ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2022 ส่วนตัวแทนจำหน่าย ที่เป็นผู้ค้าปลีกบางแห่ง จะจำหน่ายในวันที่ 21 มกราคม เวลา 10.00 น. ตามโซนเวลาของยุโรป และแน่นอนว่าเพื่อน ๆ อย่าลืมติดตาม Inzpy ที่จะนำข่าวสารเกี่ยวกับแฟชั่น มาให้เพื่อน ๆ ได้มาอ่านกัน

เตรียมของไหว้ ขอลูก ขอการค้า แก้ชง ศาลเจ้าพ่อเสือ

ก่อนที่จะไปถึงขั้นตอนการไหว้ ขอพร ขอลูก ขอการค้า เรื่องงาน บารมี หรือแก้ชง ที่ ศาลเจ้าพ่อเสือ นั้น สิ่งที่เราจะต้องเตรียมก็คือ ของไหว้ ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนมาเตรียมของไหว้กันค่ะ ว่าสิ่งที่ต้องเตรียมนั้น มีอะไรบ้าง

ไหว้ ขอลูก ขอหลาน หรือ ขอการค้า

ในการไหว้ ขอลูก ขอหลาน ที่ศาลเจ้าพ่อเสือ ในหนึ่งปี จะมีเพียงหนึ่งครั้ง จะเรียกกันว่า วันจับโหงวแม้ หรือวันไหว้สิงโต ค่ะ ซึ่งปี 2565 จะตรงกับวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 ค่ะ ในการมาไหว้ จะไหว้ได้ตั้งแต่คืนวันที่ 14 ก.พ. 65 หรือ วันที่ 15 ก.พ. 65 ถ้าเป็นคืนวันไหว้ (15 ก.พ. 2565) ทางศาลเจ้าพ่อเสือจะเปิดถึงเที่ยงคืน ส่วนของไหว้ที่ต้องเตรียมจะมีตามนี้ค่ะ

เตรียมของไหว้ ขอลูก ขอการค้า แก้ชง ศาลเจ้าพ่อเสือ
Photo: bkktigershrine

หากเป็นการไหว้ขอลูก ขอหลาน จะนิยมใช้เป็น สิงโตถั่วค่ะ สิงโตถั่วจะทำมาจากธัญพืชนานาชนิด ซึ่งในความหมายของคนจีนจะหมายถึง การเจริญงอกงาม ความอุดมสมบูรณ์ การแตกกิ่งก้าน และในการไหว้ ให้เช่าเป็นคู่มาถวายค่ะ ซึ่งคนสมัยก่อน เวลาถวายจะใช้เป็นคำว่า (ขโมย) เพื่อเป็นเคล็ดค่ะ แต่ถวายเสร็จแล้วต้องนำกลับด้วยนะคะ

เตรียมของไหว้ ขอลูก ขอการค้า แก้ชง ศาลเจ้าพ่อเสือ
Photo: bkktigershrine

ส่วนคนที่อยากจะมาไหว้ขอเรื่องการค้าขาย เรื่องงาน อำนาจ บารมี (ขอเงินขวัญถุง) ส่วนใหญ่ก็จะเช่าเป็นสิงโตน้ำตาล (ทึ้งไซ) หรือเจดีย์น้ำตาล (ทึ้งถะ) มาถวายค่ะ ซึ่งก็จะถวายเป็นคู่เช่นกัน เวลาถวายก็จะใช้เป็นคำว่า (ยืม) เพื่อเป็นเคล็ดค่ะ ถวายเสร็จแล้วให้นำกลับด้วยนะคะ

สำหรับการไหว้ ขอลูก ขอการค้าแล้ว สำเร็จแล้ว ปีถัดไป ก็จะต้องไป ไหว้ถวายขอบคุณ ด้วยนะคะ หากตอนถวายของไหว้เป็นสิงโตถั่วคู่ ไหว้ขอบคุณก็ใช้เป็นสิงโตถั่วคู่เหมือนเดิมค่ะ ถ้าไหว้ขอด้วยสิงโตน้ำตาล หรือเจดีย์น้ำตาล ตอนไหว้ขอบคุณก็นำไปถวายแบบเดิม แต่ตอนไหว้ขอบคุณแล้ว ไม่ต้องนำกลับนะคะ ถวายไปเลยค่ะ

ของเตรียมไหว้ แก้ชง ศาลเจ้าพ่อเสือ

สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็จะเป็น ธูป และเทียน โดยเตรียมธูปทั้งหมด 18 ดอก และเทียนแดง 1 คู่ เทียนจะเล็ก หรือใหญ่ตามความศรัทธาของแต่ละคนเลยค่ะ แต่จริง ๆ แล้วการไหว้นั้น ถ้าไหว้ด้วยความตั้งใจจริง จะใช้เทียนเล็ก หรือใหญ่เราว่าไม่มีผลในการไหว้นะคะ
พวงมาลัยดอกไม้ สำหรับพวงมาลัยดอกไม้นั้น โดยส่วนใหญ่ก็จะใช้เป็น พวงมาลัยดอกดาวเรือง หรือพวงมาลัยดอกกล้วยไม้ค่ะ จัดหาตามความสะดวกได้เลยค่ะ
ถวายอาหาร ผลไม้ ที่เห็นไหว้กันก็จะเป็น ไข่ไก่ ข้าวเหนียวแดงหวาน ผลไม้เช่น ส้ม สัก 3 – 4 ลูก หรือ 1 กิโลกรัม ขนมหวานต่าง ๆ ตามความชอบ
หมูสามชั้น อันนี้ตามความศรัทธานะคะ หากใครไม่สะดวก เพราะช่วงนี้ “หมูแพงมาก” เราก็ว่าไม่จำเป็นต้องนำเนื้อหมูไปถวายก็ได้ค่ะ
กระทง กระดาษไหว้แก้ชง (เพ้า) ส่วนนี้เราสามารถไปซื้อเพิ่มที่ด้านในศาลได้เลยค่ะ
น้ำมันเติมตะเกียง จะใช้เป็นขวดเล็ก 1 ขวดก็ได้ค่ะ

เตรียมของไหว้ ขอลูก ขอการค้า แก้ชง ศาลเจ้าพ่อเสือ

ของไหว้ทั้ง 5 อย่างนั้น เตรียมไปแต่พอดีนะคะ พอที่จะจัดวางใส่ถาดเพื่อนำไปวางถวายได้ สิ่งสำคัญในการไหว้ คือการตั้งจิตอธิษฐาน ขอพร ให้ท่านช่วยคุ้มครอง ปกปักรักษา ปัดเป่าเคราะห์ สิ่งชั่วร้ายออกไปค่ะ

สำหรับการไหว้ขออะไรก็แล้วแต่ ทุกอย่างต้องต้ังด้วยจิตอธิษฐาน ขอพรด้วยจิตศรัทธา คือสิ่งสำคัญที่มากกว่าของที่นำไปไหว้สักการะค่ะ และถ้าหากเรื่องที่ขอไปแล้ว สัมฤทธิ์ผล ก็ต้องมาไหว้ขอบคุณ และถวายของที่บนกล่าวไว้ด้วยนะคะ ชีวิตทำอะไรจะได้ไม่ติดขัดค่ะ แต่สุดท้ายแล้ว การตั้งใจ มุ่งมานะ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต

ศาลเจ้าพ่อเสือ เสาชิงช้า
เปิด 06.00 – 17.00น. (วันงานไหว้ขอลูก ขอการค้า 06.00 – 24.00น.)
พิกัด: Google Map

และใครที่อยากไปไหว้พระ 9 วัด เราก็มีแนะนำนะคะ รวบมาให้แล้ว ไหว้พระ ขอพร ต้อนรับปีใหม่ 2565 ลองเข้าไปดูกันได้นะคะ เป็นวัดที่อยู่ใกล้สนามหลวง ไปแบบ One Day Trip ได้เลยค่ะ

Andrew Garfield มีโอกาสในการหวนคืนสู่บทบาท Spider-Man

Andrew Garfield มีโอกาสในการหวนคืนสู่บทบาท Spider-Man

Andrew Garfield
Cr.Photo ; Spider-Man

คำเตือน : โพสต์นี้มีการ Spoilers for Spider-Man: No Way Home

ตั้งแต่การปรากฏตัวของ Andrew Garfield ในภาคที่สามของ Spider-Man: No Way Home ของ Tom Holland แฟน ๆ ทั่วอินเทอร์เน็ตต่างกระตือรือร้นที่จะได้เห็น แอนดรูว์ การ์ฟิลด์ กลับมารับบทของเขาอีกครั้งใน The Amazing Spider-Man 3 ซึ่ง Spider-Man: No Way Home ไม่เพียงแค่ แอนดรูว์ การ์ฟิลด์ เท่านั้น แต่ยังรวมถึง Tobey Maguire บทบาทการกลับมาของ Spider-Man ภาคแรกคนเดิม ที่กลับมารับบท Peter Parker ควบคู่ไปกับ Tom Holland อีกด้วย ซึ่งเร็ว ๆ นี้ ทางสื่อข่าวบันเทิงจาก Los Angeles อย่าง Variety ได้มีการสัมภาษณ์กับ แอนดรูว์ การ์ฟิลด์ ว่าจะยอมกลับมารับบท Spider-Man นี้ในภาคของ The Amazing Spider-Man 3 หรือไม่

แอนดรูว์ การ์ฟิลด์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “ฉันหมายความว่า “ใช่” ถ้ารู้สึกว่าสิ่งนั้นมันใช่ ฉันก็พร้อมที่จะเปิดรับบทบาท Peter Parker และ Spider-Man ตัวละครเหล่านี้ล้วนเกี่ยวกับการปกป้องคนรัก และชาวเมือง เพื่อเป็นประโยชน์ที่ดีมากมาย บทบาทที่เป็นเด็กชนชั้นแรงงานจาก Queens ใจกลางของ New York ที่รู้จักการต่อสู้ และรับรู้ถึงการสูญเสียสิ่งสำคัญ มีความเห็นอกเห็นใจอย่างสุดซึ้ง ฉันจะมีจริยธรรมของ Peter Parker ในเรื่องนั้น หากมีโอกาสในการกลับมาของบทบาท Peter Parker ฉันจะกลับมาบอกเล่าเรื่องราวนั้นให้มากขึ้น”

Cr.Photo ; Spider-Man

เรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นกับ Peter Parker ย้อนรอยตั้งแต่ The Amazing Spider-Man ภาคแรก นักเรียน High School ที่ถูกพ่อแม่ทอดทิ้งตั้งแต่วัยเด็ก โดยมี ลุงเบน (มาร์ติน ชีน) และป้าเมย์ (แซลลี ฟิลด์) ลุง และป้าของเขาเลี้ยงดูมาโดยตลอด ปีเตอร์พยายามค้นหาตัวตนของตัวเอง แล้ววันหนึ่งถูกแมงมุมตัดต่อพันธุกรรมกัดเข้า แต่นั่นทำให้เขาได้รับพลังเหนือมนุษย์ไปด้วย และเขาก็พยายามจะเข้าหาหญิงสาวเพื่อนร่วมโรงเรียน เกว็น สเตซี่ (เอ็มม่า สโตน) ที่เขาตกหลุมรัก แต่เมื่อ Peter Parker พบกับกระเป๋าลึกลับของพ่อ เขาก็เริ่มค้นหาความจริงเกี่ยวกับการหายตัวไปของพ่อ และแม่ ซึ่งนำพาเขาไปพบกับบริษัท ออสคอร์พ และห้องแล็บของ ดอกเตอร์เคิร์ท คอนเนอร์ (ไรส์ ไอแฟนส์) หุ้นส่วนเก่าของพ่อเขา ซึ่งมีอีกตัวตนหนึ่งคือ เดอะ ลิซาร์ด อสุรกายสุดสยองที่ออกอาละวาด ปีเตอร์จึงต้องใช้พลังทั้งหมดเข้าปกป้องคนรัก และชาวเมือง ซึ่ง The Amazing Spider-Man ถือเป็นภาพยนตร์ Superhero ที่มีผู้ที่รอชมมากที่สุดเรื่องหนึ่งของปีก่อนโน้นเลยทีเดียว โดยแฟน ๆ ของหนังเรื่องนี้ ต่างก็ใจจดใจจ่อว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ Andrew Garfield จะกลับมาเป็น Peter Parker ของภาค The Amazing Spider-Man 3 หรือไม่

Cr.Photo ; Spider-Man

ทั้งนี้ทั้งนั้น แอนดรูว์ การ์ฟิลด์ ไม่ได้สำคัญที่สุด แต่ที่สำคัญสุดคือ อย่าลืมติดตาม Inzpy ที่จะนำข่าวสารเกี่ยวกับ Entertain สื่อความบันเทิงต่าง ๆ ที่จะนำมาให้เพื่อน ๆ ได้มาอ่านกัน คราวหน้า Inzpy จะนำข่าวสาร ความบันเทิงอะไรมาเขียนอีก อย่าลืมติดตามกันนะครับ สำหรับวันนี้ ขอลาไปก่อน บ้ายบาย

เปิดประสบการณ์ทาน “Nade’ Collagen Jelly stick” พร้อมกันกับ “เซ้นต์ ศุภพงษ์”

เปิดประสบการณ์ทาน “Nade’ Collagen Jelly stick” พร้อมกันกับ “เซ้นต์ ศุภพงษ์” – ในยุคนี้เป็นยุคแห่งการดูแลตนเองให้ดูดีขึ้นไม่ว่าจะผู้หญิง หรือผู้ชาย การมีสุขภาพที่ดี มีผิวพรรณสดใสเป็นสิ่งที่หลายคนต้องการ ทุกคนจึงหันมาใส่ใจดูแลเรื่องสุขภาพร่างกายกันมากขึ้นทั้งการออกกำลังกาย และอาหารการกินที่มีความสำคัญต่อร่างกายภายในโดยตรง ปัจจุบันการเลือกทานอาหารเสริมถือเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุดสำหรับคนที่ไม่มีเวลา โดยเฉพาะในช่วงที่มีโรคโควิดระบาดเช่นนี้ การดูแลและใส่ใจตนเองถือเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง

การดูแลตนเองเป็นสิ่งที่สามารถเริ่มทำได้ง่าย ๆ ซึ่งมีดาราหลายคนที่เป็นแบบอย่าง และเป็นแรงบันดาลใจในการดูแลตนเองให้ดูดีอยู่เสมอ อย่าง “เซ้นต์ศุภพงษ์ อุดมแก้วกาญจนา ดาราเด็กหนุ่มไฟแรง ที่มีทั้งรูปร่างหน้าตา และผิวพรรณที่สดใส

Nade’ Collagen Jelly stick

เผยเคล็ดลับความหล่อของ “เซ้นต์ ศุภพงษ์”

หลายคนที่เป็นแฟนคลับของ “เซ้นต์” ศุภพงษ์ อุดมแก้วกาญจนา ซึ่งเป็นดารานายแบบชื่อดัง ที่ได้เล่นซีรีส์มามากมาย ไม่ว่าจะเป็น บังเอิญรัก Love By Chance ,ใบไม้ที่ปลิดปลิว และอีกหลาย ๆ เรื่อง ทั้งในจอและนอกจอเราจะเห็นว่า “เซ้นต์” มีหน้าตาผิวพรรณที่สดใส และมีชีวิตชีวา ถึงแม้จะทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำก็ตาม ซึ่งทาง “เซ้นต์” เองก็มีเคล็ดลับในการดูแลผิวที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเราจะเห็นใน Twitter “เซ้นต์” มีการแชร์ และรีทวิตกันอย่างหนาตากับ “เคล็ดลับการดูแลสุขภาพ และผิวพรรณ” ด้วยการทานคอลลาเจนชนิดเจลลี่ของแบรนด์ “Beauraz” ที่มีชื่อว่า “Nade’ Collagen Jelly stick” ที่หนึ่งในอาหารเสริมคอลลาเจนชนิดเจลลี่ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในตอนนี้ และเป็นหนึ่งในคอลลาเจนที่ “เซ้นต์” เลือกรับประทานเป็นประจำทุกวันอีกด้วย

เผยเคล็ดลับความหล่อของ "เซ้นต์ ศุภพงษ์"

ทำไม “เซ้นต์” จึงเลือกทาน “Nade’ Collagen Jelly stick

สำหรับผู้ชายหนึ่งคนการเลือกรับประทานอาหารเสริมโดยเฉพาะ “คอลลาเจน” ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีกลิ่น และรสชาติที่ค่อนข้างคาว เพราะส่วนใหญ่มีการสกัดคอลลาเจนมาจากปลา ทำให้คอลลาเจนจึงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนักในการประรับทาน แต่อย่างไรก็ตามคุณสมบัติของคอลลาเจนก็มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผิวพรรณ สำหรับคนในวงการบันเทิงแล้ว การมีผิวพรรณที่ดีทำให้เวลาอยู่ในจอยิ่งทำให้เราดูมีออร่ามากขึ้น จึงจำเป็นที่จะต้องหาคอลลาเจนมาทานเพื่อช่วยให้ผิวสุขภาพดีมากขึ้นกว่าเดิม

แต่จะมีคอลลาเจนตัวไหนบ้างที่สามารถทานได้อย่างง่ายดาย และไม่ลำบากเวลาต้องออกไปทำงานแบบ Outdoor ทำให้ค้นพบ “Nade’ Collagen Jelly stick” ที่เป็นคอลลาเจนชนิดเจลลี่ สามารถพกพาออกไปทานที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้สะดวกสบาย ไม่ต้องแกะชงให้เสียเวลา แค่เพียงฉีกซองแล้วทานเข้าไปเท่านั้น และมีรสชาติที่อร่อยไม่คาวทำให้เป็นหนึ่งในอาหารเสริมคอลลาเจนที่ “เซ้นต์” ชื่นชอบที่สุดตอนนี้

ทำไม "เซ้นต์” จึงเลือกทาน “Nade’ Collagen Jelly stick”

ประโยชน์ที่มีใน “Nade’ Collagen Jelly stick

คอลลาเจนชนิดเจลลี่ “Nade’ Collagen Jelly stick” มีคุณค่าทางสารอาหารมากมายที่ไม่ได้มีเพียงคอลลาเจนอย่างเดียว แต่ยังมีสารอาหารที่จำเป็นต่อผิวพรรณ และร่างกายมากถึง 12 ชนิด บอกเลยว่าครบจบในซองเดียว

สำหรับคอลลาเจน “Nade’ Collagen Jelly stick” มีคอลลาเจนไตรเปบไทด์ (Fish Collagen Tripeptide) คอลลาเจนไดเปปไทด์ (Fish Collagen Dipeptide) ,คอลลาเจนไทพ์ทู (Undenatured Type II Collagen) ซึ่งทั้งหมดนี้สกัดคอลลาเจนมาจากปลาน้ำจืด จึงเหมาะสำหรับทุกคน และคนที่แพ้พวกอาหารทะเลก็สามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัย ผ่านกระบวนการย่อยสลายเพื่อให้คอลลาเจนมีขนาดเล็กที่สุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดียิ่งขึ้น

ทำให้ “Nade’ Collagen Jelly stick” มีประโยชน์ต่อร่างกาย และผิวพรรณเป็นอย่างมาก ช่วยลดความเหี่ยวย่นของผิวอย่างได้ผล ทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นแลดูอ่อนเยาว์ และเต่งตึง พร้อมดูแลเล็บ ผม เอ็น ข้อต่อ กระดูก เหงือก และฟัน อีกทั้งยังมี คอลลาเจนไทพ์ทู ซึ่งทำหน้าที่ลดอัตราความเสื่อมของกระดูก บำรุงข้อต่อให้ แข็งแรงและช่วยดูแลปัญหาโรคข้อเข่าเสื่อม บรรเทาอาการปวดและลดการอักเสบของข้อเข่าได้ดี ไม่เพียงเท่านี้ “Nade’ Collagen Jelly stick” ยังมีสารอาหารอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น สารสกัดสุดพรีเมี่ยมจากธรรมชาติ 5 ชนิด คือ สารสกัดจากฟักข้าว สารสกัดจากองุ่น สารสกัดจากเมล่อน สารสกัดจากชะเอมเทศ และสารสกัดจากสาหร่ายอีมาโตคอกคัส (แอสตราซานทิน) ที่มีคุณสมบัติดังนี้

  • ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและชะลอการเสื่อมของเซลล์
  • ช่วยลดริ้วรอยร่องลึกต่าง ๆ
  • ช่วยยกกระชับผิวให้ผิวดูอ่อนเยาว์
  • ช่วยลดการอักเสบของผิว
  • ช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดำ ริ้วรอยต่าง ๆ และทำให้สีผิวสม่ำเสมอNade’ Collagen Jelly stick 5

Nade’ Collagen Jelly stick” สามารถดูดซึมเข้าร่างกายได้จริงหรือไม่

ใครที่รับประทานไม่ต้องกลัวว่าคอลลาเจนจะถูกย่อยสลายหายไปในกระเพาะอาหาร และไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย สำหรับ “Nade’ Collagen Jelly stick” จะไม่เป็นเช่นนั้น เพราะทางผลิตภัณฑ์มีการผสม วิตามินซีเข้มข้น แอสคอร์บิก (Ascorbic) เข้าไปในผลิตภัณฑ์ เพื่อช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมคอลลาเจนได้ดียิ่งขึ้น และในวิตามินซียังมีประโยชน์ต่อผิวพรรณ และระบบไหลเวียนโลหิต พร้อมช่วยสังเคราะห์โปรตีนคอลลาเจนในร่างกายอีกด้วย

Nade’ Collagen Jelly stick” เหมาะกับใครบ้าง?

ด้วยความที่เป็นคอลลาเจนในรูปแบบเจลลี่จึงตอบโจทย์วัยรุ่น วัยทำงาน และคนที่รักษาสุขภาพที่ไม่มีเวลาในการเตรียมคอลลาเจนให้อยู่ในรูปแบบพร้อมทานได้ทันที การทานคอลลาเจนแบบเจลลี่จึงเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุด เพียงแค่ฉีกซองแล้วก็รับประทานได้เลยโดยไม่ต้องนำไปชง หรือผสมในเครื่องดื่มต่าง ๆ ให้เสียเวลา

ไม่เพียงแค่วัยรุ่น หรือวัยทำงานเท่านั้น สำหรับผู้สูงอายุก็สามารถทานได้เช่นกัน เพราะใน “Nade’ Collagen Jelly stick” มี คอลลาเจนไทพ์ทู (Undenatured Type II Collagen) ที่ช่วยในเรื่องกระดูก และไขข้อ ซึ่งจะทำให้สามารถช่วยลดอาการของการปวดตามข้อเข่าในผู้สูงอายุได้เป็นอย่างดี

ทำไม "เซ้นต์” จึงเลือกทาน “Nade’ Collagen Jelly stick”

วิธีการทาน “Nade’ Collagen Jelly stick

แนะนำให้รับประทานช่วงที่ท้องว่างจะดีที่สุด เพื่อให้ร่างกายดูดซึมคอลลาเจนเข้าสู่ร่างกายได้ทันที ปริมาณที่ควรทานต่อวันควรทานเพียงแค่วันละ 1 ซองเท่านั้น ซึ่งเป็นปริมาณที่ร่างกายสามารถรับคอลลาเจนได้ในแต่ละวัน เพราะถ้าทานมากกว่านั้นร่างกายก็จะขับออกมา ดังนั้นรับประทานวันละ 1 ซองดีที่สุด

สนใจ “Nade’ Collagen Jelly stick” สามารถหาซื้อได้ที่ไหนบ้าง?

สำหรับผู้ที่สนใจ “Nade’ Collagen Jelly stick” ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคอลลาเจนในรูปแบบเจลลี่ ซึ่งบรรจุมาในกล่องที่มีให้คุณรับประทานถึง 10 ซอง/กล่อง มาในราคากล่องละ 790 บาทเท่านั้น 1 กล่องสามารถทานได้ 10 วัน

ในช่วงนี้ทาง “Nade’ Collagen Jelly stick” มีการจัดโปรโมชั่นเพื่อเอาใจคนรักสุขภาพ และอยากมีผิวพรรณที่สดใส มีชีวิตชีวา ก็สามารถเข้าไปดูโปรโมชั่นได้ที่ FaceBoook ของทาง Beauraz หรือจะเข้าไปสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์ beauraz.com ก็ได้เช่นกัน

คอลลาเจน
“เซ้นต์ ศุภพงษ์” เปิดประสบการณ์ใหม่ไปกับ Nade’ Collagen Jelly stick
ติดต่อสอบถาม

เว็บไซต์ :https://beauraz.com/

FaceBook : https://www.facebook.com/beaurazth

สั่งซื้อออนไลน์ได้เลยที่ : https://shop.beauraz.com/product/nade-collagen-vitamin-c/

Line@ : https://lin.ee/5rHPzzT

เบอร์ติดต่อ : 090-959-5666

“NADE’ Marine Collagen + Dipeptide” สร้างออร่าไปกับ “ก๊อต จิรายุ”

NADE’ Marine Collagen + Dipeptide” สร้างออร่าไปกับ “ก๊อต จิรายุ” – การดูดีในสายตาของผู้คนทั่วไปไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ในปัจจุบันการดูแลตนเองจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ ยิ่งใครที่ดูแลตนเองดีมากเท่าไหร่คน ๆ นั้นก็ยิ่งดูมีอ่อร่าขึ้นมามากเท่านั้น สิ่งที่สามารถสร้างออร่าให้กับคุณได้ไม่ใช่อยู่ที่เสื้อผ้า หน้าผมเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงผิวพรรณที่ดูสดใส เปล่งปลั่ง อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถสร้างขึ้นได้ด้วยตนเองง่าย ๆ แค่เริ่มจากการเลือกรับประทานเท่านั้น

การสร้างออร่าให้เกิดขึ้นกับตนเองเป็นเรื่องที่ไม่ได้ยากเหลือบ่ากว่าแรงที่คน ๆ นึงจะทำได้ ซึ่งก็มีดาราหลายคนที่เป็นแบบอย่าง และเป็นแรงบันดาลใจในการดูแลตนเองให้ดูดีอยู่เสมอ อย่าง “ก๊อต จิรายุ” ที่เป็นดารานักแสดงชื่อดังใครต่างก็รู้จักกันดี ที่จะมาเผยวิธีการสร้างออร่าด้วยการกินของที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

“ก๊อต จิรายุ”

การสร้างออร่าไปกับ “ก๊อต จิรายุ

ก๊อต” หรือ “จิรายุ ตันตระกูล” เป็นหนึ่งในเหล่านักแสดงชายที่มีความสามารถ และยังได้รับเสียงกรี๊ดจากสาว ๆ มากมาย ด้วยรูปร่างหน้าตาที่หล่อเท่ไม่แพ้ใคร พร้อมกับผิวพรรณที่เปล่งปลั่ง มีออร่าอย่างเป็นธรรมชาติ ถึงแม้ “ก๊อต” เองก็ไม่ได้มีผิวที่ขาว แต่ผิวพรรณกลับมีความเปล่งประกาย ดูเนียนนุ่ม ชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นหนึ่งสิ่งที่สร้างความออร่า และความหล่อให้กับตัว “ก๊อต จิรายุ” ได้เป็นอย่างดี

ตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ตัวก๊อตเองนั้นมีผิวที่เปล่งประกาย เนียนนุ่ม ได้นั้นเกิดจากการเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณภาพอย่างผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน และสิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้ก๊อตดูมีออร่าขึ้นได้ก็คือ “NADE’ Marine Collagen + Dipeptide” ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคอลลาเจน ที่เป็นหนึ่งในตัวช่วยให้ผิวพรรณกลับมาเปล่งปลั่งขึ้นอีกครั้ง

NADE’ Marine Collagen + Dipeptide

ทำไม “ก๊อต จิรายุ” จึงเลือกทาน “NADE’ Marine Collagen + Dipeptide

ทุกวันนี้ “NADE’ Marine Collagen + Dipeptide” ถือเป็นหนึ่งตัวช่วยหลักที่ทำให้ผิวพรรณ และสุขภาพของเราดีขึ้นมาได้ เพราะสารอาหารที่อยู่ใน “NADE’ Marine Collagen + Dipeptide” มีอยู่มากมาย โดยเฉพาะคอลลาเจนที่สกัดจากปลาทะเลน้ำลึก ที่ทำให้ผิวกลับมาเปล่งปลั่ง และมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง ยิ่งใครที่ออกกำลังกายเป็นประจำปัญหาหนึ่งที่มักเจอบ่อย ๆ คือ การปวดตามข้อต่อต่าง ๆ ผลิตภัณฑ์คอลลาเจนตัวนี้ก็สามารถช่วยลดอาการเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี

“NADE’ Marine Collagen + Dipeptide” จึงเป็นอาหารเสริมคอลลาเจนที่ “ก๊อต” อยากแนะนำให้ทุกคนที่อยากสร้างออร่าให้กับตัวเองได้รับประทาน ซึ่งสามารถทานได้ทั้งชาย และหญิง สำหรับใครที่อยากดูดี และรักในสุขภาพ จะต้องไม่พลาด เพียงแค่ทานไป 10 วันคุณก็จะเริ่มเห็นผลที่ชัดเจนขึ้นมาได้แล้ว

ทำไม “ก๊อต จิรายุ” จึงเลือกทาน "NADE’ Marine Collagen + Dipeptide"

คุณสมบัติของ “NADE’ Marine Collagen + Dipeptide” ในการสร้างออร่า

อย่างที่รู้กัน “NADE’ Marine Collagen + Dipeptide” เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคอลลาเจน ช่วยในเรื่องของการบำรุงร่างกายให้แข็งแรง ช่วยให้ผิวดูมีออร่าไบรท์อย่างเป็นธรรมชาติ และช่วยให้ ผิว ,ข้อต่อต่าง ๆ ,กระดูก และกล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงขึ้น ยิ่งใครที่ออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยเสริมให้ร่างกายแข็งแรง และไม่เกิดอาการปวดตามข้อต่อต่าง ๆ อีกด้วย

คอลลาเจนที่ “NADE’ Marine Collagen + Dipeptide” เลือกใช้ คือ คอลลาเจนไดเปปไทด์ (Dipeptide Collagen) ,คอลลาเจนไตรเปบไทด์ (Tripeptide Collagen) และคอลลาเจนไทพ์ทู (Undernatured Type II Collagen) ที่สกัดจากปลาทะเลน้ำลึกเป็นคอลลาเจนที่ผ่านการย่อยด้วยกรดจนได้อนุภาคที่เล็กที่สุด ซึ่งมีคุณสมบัติในการดูดซึมได้ดีกว่าคอลลาเจนทั่วไป 3 เท่า คุณจึงมั่นใจได้เลยว่าร่างกายคุณจะได้รับคอลลาเจนไปอย่างเต็ม ๆ แน่นอน

ไม่เพียงแค่นี้ “NADE’ Marine Collagen + Dipeptide” ยังมีส่วนผสมของ อึ้งคี้ หรือ หวงฉี (Astragalus) สมุนไพรจีนชนิดหนึ่งที่ถูกใช้มานับพันปี ช่วยในเรื่องของการลดการเปราะบางของกระดูก ลดการเหนื่อยล้าอ่อนแรง พร้อมด้วย Pine bark Extract (สารสกัดจากเปลือกสน) ช่วยในเรื่องของปัญหา ฝ้า กระ จุดด่างดำ ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส ทำให้ผิวดูเรียบตึง อ่อนกว่าวัย

และ Grape seed extract (GSE) คือสารสกัดจากเมล็ดองุ่น ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระที่สูงกว่าวิตามินซี 20 เท่า และสูงกว่าวิตามินอี 50 เท่า และยังช่วยยับยั้งการทำลายคอลลาเจนในชั้นผิว ลดปัญหา ฝ้า กระ จุดด่างดำได้ เท่านั้นยังไม่พอ ยังมี COENZYME Q10 และ L-GLUTATHIONE ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย ซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอ และทำให้เม็ดสีผิวเปลี่ยนจากสีน้ำตาลดำเป็นสีขาวอมชมพูได้

ทำไม “ก๊อต จิรายุ” จึงเลือกทาน NADE’ Marine Collagen + Dipeptide

ประโยชน์ที่จะได้รับจาก “NADE’ Marine Collagen + Dipeptide

สำหรับคนที่ทานเป็นประจำอย่าง “ก๊อต” คุณจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ 10 วันแรกที่เริ่มทาน ยิ่งทานต่อเนื่องนานเท่าไหร่ ผลลัพธ์ที่ได้ก็ยิ่งชัดเจนยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น

  • ผิวพรรณมีความชุ่มชื้น เรียบเนียน จับแล้วเต่งตึง ไม่หย่อนคล้อย
  • ปรับผิวให้กระจ่างใส เปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ
  • สามารถลดเลือนริ้วรอย และ จุดด่างดำ รอยแดงได้
  • ช่วยให้เหงือก และฟันแข็งแรง
  • ลดปัญหาข้อเข่าเสื่อม
  • เล็บมือ เล็บเท้า ผม มีความแข็งแรงขึ้น

ประโยชน์ของ “NADE’ Marine Collagen + Dipeptide” มีอยู่มากมาย ซึ่งเป็นอาหารเสริมที่เหมาะกับคนทุกเพศ ทุกวัย สำหรับผู้สูงอายุก็สามารถทานได้ เพราะช่วยในเรื่องของปัญหาข้อเข่าเสื่อม ปวดตามข้อ ตามกระดูกอีกด้วย

 "NADE’ Marine Collagen + Dipeptide"

การทาน “NADE’ Marine Collagen + Dipeptide” ให้เกิดออร่า

ส่วนใหญ่แล้วการทานคอลลาเจนถ้าอยากให้ได้ผลที่สุดจะต้องทานควบคู่กับวิตามินซี แต่ใน “NADE’ Marine Collagen + Dipeptide” ได้ใส่วิตามินซีที่มีความเข้มข้นสูงเข้าไปในซองแล้ว ทำให้คุณมั่นใจได้เลยว่าร่างกายของคุณจะดูดซึมคอลลาเจนได้เป็นอย่างดีแน่นอน

สำหรับเวลาในการรับประทานคอลลาเจนช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือ ช่วงตื่นนอน เพราะเป็นช่วงที่ท้องของเราว่าง เมื่อทานคอลลาเจน “NADE’ Marine Collagen + Dipeptide” เข้าไปแล้วร่างกายจะรับคอลลาเจนได้ดีกว่าดื่มหลังอาหารอย่างแน่นอน หรือใครที่ลืมรับประทานในตอนเช้า ก็สามารถทานตอนท้องว่างได้เช่นกัน

NADE’ Marine Collagen + Dipeptide” จะมาในรูปแบบของผงที่สามารถชงกับน้ำเปล่าอุณหภูมิห้องได้เลย คอลลาเจน 1 ซองผสมกับน้ำปริมาณ 150 มิลลิลิตร หรือจะนำไปผสมในน้ำผลไม้ก็ได้เช่นกัน ในหนึ่งกล่องจะมีทั้งหมด 10 ซอง สามารถทานได้ทั้งหมด 10 วัน สำหรับใครที่เป็นห่วงว่ารสชาติจะมีความคาวหรือไม่? บอกได้เลยว่าไม่มีความคาวอยู่เลย รับประทานง่าย ไม่มีน้ำตาล เหมาะสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนัก

หาซื้อ “NADE’ Marine Collagen + Dipeptide” ได้ที่ไหนบ้าง

สำหรับผู้ที่สนใจ “NADE’ Marine Collagen + Dipeptide” ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคอลลาเจน บรรจุมาในกล่องให้คุณรับประทานถึง 10 ซอง/กล่อง ในราคากล่องละ 790 บาทเท่านั้น 1 กล่องสามารถทานได้ 10 วัน สามารถติดต่อซื้อผลิตภัณฑ์ได้ที่ เว็บไซต์ beauraz.com หรือทาง FaceBoook ของทาง Beauraz ได้เลย ซึ่งตอนนี้มีการจัดโปรโมชั่นที่บอกได้คำเดียวว่าคุ้มสุด ๆ

NADE’ Marine Collagen + Dipeptide
“NADE’ Marine Collagen + Dipeptide” สร้างออร่าไปกับ “ก๊อต จิรายุ”
ติดต่อสอบถาม

เว็บไซต์ :https://beauraz.com/

FaceBook : https://www.facebook.com/beaurazth

สั่งซื้อออนไลน์ได้เลยที่ : https://shop.beauraz.com/product/nade-marine-collagen-dipeptide/

Line@ : https://lin.ee/5rHPzzT

เบอร์ติดต่อ : 090-959-5666

รีวิว วิธี “แก้ชง” ศาลเจ้าพ่อเสือ

คำว่า “ชง” ในภาษาจีนมีความหมายว่า การปะทะ ซึ่งในปี 2565 ปีขาล (ปีเสือ) คือปีนักษัตร ส่วนปีนักษัตรที่ชงในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็น ชง 100% หรือ ชงร่วม ตามความเชื่อแล้วจะต้องไป แก้ชง ที่ ศาลเจ้าพ่อเสือ หรือวัดเล่งเน่ยยี่ โดยไปไหว้เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย หรือเทพเจ้าแห่งดวงชะตา เพื่อให้ท่านช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไป ตามปกติแล้วการแก้ปีชง มักจะแก้ก่อนที่จะถึงวันตรุษจีนค่ะ

รีวิว แก้ชง ศาลเจ้าพ่อเสือ

เช็ค ปีนักษัตร ที่ชง 100% ในปี 2565 ได้แก่ ปีวอก
และปีนักษัตร ชงร่วม ได้แก่ ปีขาล, ปีกุน และปีมะเส็ง

สถานที่ที่เราคุ้นเคยกันดีสำหรับการไปแก้ชง คือ วัดเล่งเน่ยยี่ ใช่ไหมคะ แต่วันนี้เราจะพาทุกคนไป แก้ชง กันที่ ศาลเจ้าพ่อเสือ ซึ่งเราได้ทำการไป แก้ชง มาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เลยอยากจะมาแชร์ วิธีการเตรียมตัว เตรียมของไหว้ และขั้นตอนการไหว้ ในแบบฉบับ แก้ชงด้วยตัวเอง ไม่ต้องจ่ายแพง มาฝากค่ะ

ก่อนอื่นเลยนั้น การเตรียมตัวก็ไม่มีอะไรมาก แค่แต่งกายให้สุภาพ เหมาะสม ใครที่ไว้ผมยาวอาจจะเตรียมยางมัดผมติดไปด้วยก็ดีค่ะ เวลาไหว้จะได้ไม่โดนไฟจากธูปเทียน

ข้อควรระวัง เวลาเดินผ่านผู้คนค่อนข้างเยอะ ให้ระวังเรื่องทรัพย์สินในกระเป๋า รูดซิปแล้วปิดกระเป๋าให้ดีด้วยนะคะ แล้วใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา เพื่อป้องกันโรคระบาดที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นมาอีกแล้ว

รีวิว แก้ชง ศาลเจ้าพ่อเสือ

ชุดไหว้สำหรับ แก้ชง แบบเตรียมไปเองจะมี ธูป 18 ดอก เทียนแดง 1 คู่ ไข่ไก่ ผลไม้ ขนมหวาน พวงมาลัยดอกไม้ (ดอกดาวเรือง) แล้วมาซื้อกระทง กับเทียบแดง ที่ด้านในศาลเพิ่ม หรือถ้าใครไม่สะดวกเตรียม ก็สามารถไปซื้อที่ศาลเจ้าพ่อได้เลยนะคะ แต่แนะนำว่าให้เข้าไปซื้อด้านในศาลค่ะ ชุดแก้ชง เพียงชุดละ 100 บาทเท่านั้น แต่ถ้าหากซื้อชุดไหว้จากด้านนอก ที่เราเคยซื้อจะตกชุดละ 489 บาท บางเจ้าก็มีของไหว้เสริม ราคาแพงไปจนถึงหลักพันเลยก็มีค่ะ

ขั้นตอนในการจัดของไหว้ ศาลเจ้าพ่อเสือ

รีวิว แก้ชง ศาลเจ้าพ่อเสือ

ขั้นตอนที่ 1 นำชุด แก้ชง พวกกระทง เทียบแดง ของไหว้ ผลไม้ ไข่ไก่ ข้าว ขนมหวาน จัดใส่ถาด (ถาดใช้ฟรี) ใช้ใส่ของถวาย เสร็จพิธีไหว้ ก็นำไปคืนค่ะ
ขั้นตอนที่ 2 นำของไหว้ที่จัดใส่ถาดไว้ ไปถวายตรงเจ้าพ่อเสือ จะอยู่ด้านใน ฝั่งซ้ายมือสุด แต่ต้องจำของเราให้ได้ด้วยนะคะ ว่าเป็นถาดไหน เพราะไหว้เสร็จต้องให้ คุณลุงในศาลลาให้ แล้วนำไปเผาค่ะ
ขั้นตอนที่ 3 จุดเทียนแดง แล้วนำไปถวาย ที่จุดปักเทียน อธิษฐาน ขอพร ให้อยู่เย็นเป็นสุข หมดเคราะห์กรรม นำธูปไปไหว้ปักให้ครบ 6 จุด

จุดไหว้ 8 จุด

จุดที่ 1 ไหว้เทพเจ้าฟ้าดิน (ทีกง) อยู่ใกล้ประตูทางเข้า  ไหว้ ขอพร อธิษฐาน ให้ท่านช่วยปกปักรักษา คุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย แล้วปักธูป 3 ดอก
จุดที่ 2-4 เดินเข้าไปจุดตรงกลางศาล ไหว้ เจ้าพ่อใหญ่ (ตั่วเล่าเอี๊ยะ)  ท่อง นโม 3 จบ แล้ว อธิษฐาน ขอพร ธรรมดา ให้ท่านช่วยปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไป ไหว้ เจ้าพ่อเสือ (ฝั่งซ้ายมือสุด) ไหว้ เทพโชคลาภ (ฝั่งขวามือ) ปักธูป 3 ดอก ทั้ง 3 กระถาง
จุดที่ 5-6 ไหว้ องครักษ์เจ้าพ่อ จะอยู่ฝั่งด้านหน้าประตู ไหว้จาก ขวา ไปซ้าย ปักธูปฝั่งละ 3 ดอก
จุดที่ 7 ไหว้เจ้าพ่อเห้งเจีย
จุดที่ 8 ไหว้เสด็จพ่อปิยมหาราช (รัชกาลที่ 5)

เมื่อเราไหว้ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ให้นำของไหว้ที่นำไปถวายเจ้าพ่อเสือ ส่งให้ลุงที่ยืนข้างใน ลาเจ้าพ่อเสือให้ แล้วนำพวงมาลัยดอกไม้ไปถวายด้านหน้าเจ้าพ่อใหญ่

รีวิว แก้ชง ศาลเจ้าพ่อเสือ

จากนั้นนำกระทง และเทียบแดง ที่ลาแล้ว ไปให้คุณลุงที่จุดเผา เผาให้ค่ะ ก็เป็นอันเสร็จพิธีการ แก้ชง ที่ศาลเจ้าพ่อเสือเรียบร้อยแล้ว

หลังจากนั้นเราสามารถไป เสี่ยงเซียมซี ได้ จุดวางเซียมซีจะอยู่ที่โต๊ะวางพวงมาลัยค่ะ ได้เลขแล้ว นำเลขไปแจ้งคุณลุงที่คอยดูใบเซียมซีให้เรา จะอยู่ใกล้กับจุดไหว้เจ้าพ่อเห้งเจีย เมื่ออ่านจบแล้วให้ส่งใบเซียมซีคืนคุณลุงด้วยนะคะ

รีวิว แก้ชง ศาลเจ้าพ่อเสือ

ส่วนสุดท้ายคือ การ เติมน้ำมันตะเกียง ค่ะ ซื้อน้ำมันจากในศาลได้ ขวดละ 20 บาท เพื่อช่วยต่อแสงสว่าง ให้ช่วยส่องนำพาชีวิตเราให้เจริญรุ่งเรือง ทั้งหมดนี้ก็เป็นการไหว้ แก้ชง และไหว้เสริมสิริมงคลครบทุกจุดใน ศาลเจ้าพ่อเสือ แล้วค่ะ หวังว่าใครที่เกิดปีชงในปีนี้ ก็ขอให้ทุกคนพ้นทุกข์ หมดเคราะห์ และพบเจอแต่สิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิตนะคะ

ศาลเจ้าพ่อเสือ เสาชิงช้า
เปิด 06.00 – 17.00น.
พิกัด: Google Map

Yellow Teeth sip n’ snap คาเฟ่แนววินเทจสุดเท่ แถวโชคชัย 4

Yellow Teeth sip n’ snap คาเฟ่แนววินเทจสุดเท่ แถวโชคชัย 4

สวัสดีค่ะ ชาว Inzpy สายคาเฟ่ทุก ๆ ท่าน วันนี้เราจะมาแนะนำอีก 1 คาเฟ่ ที่อยู่ในย่านโชคชัย 4 ที่นี่เป็นคาเฟ่ที่ตกแต่งในสไตล์วินเทจสุดเก๋ มีชื่อร้านที่โคตรเท่ “Yellow Teeth sip n’ snap” ที่นี่พิเศษยังไง ตามมาอ่านกันได้เลยค่ะYellow Teeth

มาดูบรรยากาศของร้านกันก่อน อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นว่า ร้านนี้ออกแบบและตกแต่งในสไตล์วินเทจ ที่นี่เป็นคาเฟ่เล็ก ๆ ที่ได้ Renovate ตึกเก่าที่มีอายุกว่า 30 ปี ขนาด 1 คูหา โดยที่ใช้ชั้น 1 และ 2 มาเปิดเป็นร้านกาแฟแห่งนี้นั่นเองค่ะ โดยเน้นการคงสภาพตึกดั้งเดิมเอาไว้ ทั้งผนังปูนเปลือย และเฟอร์นิเจอร์ไม้ต่าง ๆ ที่จัดตกแต่งได้อย่างลงตัวมาก ๆ

มาดูเมนูต่าง ๆ ของ คาเฟ่แห่งนี้ ที่นี่จะไม่มีเมนูอาหารคาวนะคะ จะเน้นไปที่ขนมหวาน และเครื่องดื่ม ทั้งแบบ Coffee และ non coffee ซึ่งแต่ละเมนูนั้นรสชาติดีมาก ๆ กาแฟมีให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย มีเบลนด์ของทางร้านอยู่ทั้งหมด 3 ตัวซึ่งตัวหลักก็คือ Amer (Phatang+Lao+Ethiopia) ที่มีความหอมกลิ่นถั่วตามมาด้วยกลิ่นช็อกโกแลตปลาย ๆ ใครที่ชอบกาแฟแบบไม่เปรี้ยวต้องลองค่ะ

เมนูที่เราสั่งมาทานกันในวันนี้ มีทั้งหมด 3 เมนูค่ะ เมนูแรกคือ Amer ที่กล่าวเอาไว้ด้านบน ส่วนอีก 2 เมนูเป็น Dark Cocoa (90 บาท) เมนูนี้เข้มข้น หอมมัน หวานน้อย ถูกใจมาก ๆ ค่ะ และเมนูสุดท้าย เป็นเมนูขนมหวานแนะนำ ต้องห้ามพลาดคือ Croffle (140 บาท) เสิร์ฟออกมาแบบร้อน ๆ หอมเนย สุด ๆ ทานคู่กับผลไม้ อร่อยลงตัว นอกจากความอร่อยแล้ว แต่ละเมนูก็ตกแต่งออกมาได้อย่างน่ารัก ถ่ายรูปสวย ถูกใจสายคาเฟ่แน่นอนค่ะ

คาเฟ่แห่งนี้ นอกจากจะเปิดเป็นร้านกาแฟแล้ว ที่นี่ยังได้เปิดเป็นสตูดิโอเช่าถ่ายภาพ เอาไว้บนชั้น 3 ของอาคารอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น การถ่ายสินค้า, ถ่าย vlog, ถ่ายแบบ, ถ่ายแฟชั่น สามารถทำได้ทุกอย่าง แถมมีมุมให้เลือกกว่า 60 มุมอีกด้วยค่ะ

สาวกคาเฟ่อย่างเรา อย่าลืมแวะไปตามรอยนะคะ สำหรับใครที่อยากไปตามรอยคาเฟ่เปิดใหม่ในกรุงเทพฯ ตามไปอ่านบทความได้ที่นี่

 

พิกัด : https://goo.gl/maps/RdTXF3E6shNQ22Xq5
เวลาทำการ : 10.00-18.00 น. (ปิดวันจันทร์)
Facebook : Yellow Teeth sip n’ snap

 

7 เทรนด์แฟชั่นมาแรง เตรียมต๊าชก่อนใคร!!

7 เทรนด์แฟชั่นมาแรง เตรียมต๊าชก่อนใคร!!

สวัสดีค่ะทุกคน เราเดินทางมาถึงต้นปี 2022 กันแล้ว เราก็ต้องมาอัปเดตเทรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นกันสักหน่อยจริงมั้ยคะ?  เราจะได้ไม่ตกรถ ตกเทรนด์กันนะคะ สาว ๆ สายแฟชั่นทั้งหลาย พร้อมกันหรือยังที่จะไปพบกับเทรนด์แฟชั่นที่จะเป็นไวรัล เป็นกระแสที่มีอิทธิพลเป็นอย่างมาก จนสามารถยึดครองสไตล์การแต่งตัวในภาพรวมของแฟชั่นในปีนี้ โดยเราคาดการณ์ว่าสาว ๆ ทุกคนจะได้เห็นไอเทมเหล่านี้แบบทั่วบ้านทั่วเมืองในปี 2022 เลยล่ะ ซึ่งจะสังเกตเห็นได้จากลุคของเหล่านางแบบ นายแบบทั้งหลายบนรันเวย์ โดยเฉพาะจากคอลเลกชัน Spring/Summer 2022 ซึ่งบางเทรนด์เป็นเทรนด์สดใหม่ ที่น่าจับตามอง แต่บางเทรนด์ก็เป็นเทรนด์ที่มีความฮอตฮิตในปีที่แล้วเป็นอย่างมากจนต้านไม่ไหว เลยส่งผลให้วงการแฟชั่นไม่อยากปล่อยเทรนด์เหล่านี้ไปง่าย ๆ จึงยังจะคงความฮอตต่อเนื่องยาวมาจนถึงในปีนี้ และมีแนวโน้มที่จะมาในรูปแบบที่จะใหญ่ปังอลังการกว่าเดิมอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์สีสันฉูดฉาดแสนสดใส เสื้อผ้าเน้นความเซ็กซี่โชว์เนื้อหนัง ไปจนถึงโทนสีของยีนส์ และอีกหลากหลายเทรนด์ที่ทุกคนจะต้องเตรียมตัวรับความตื่นเต้นและความสนุกสนานในการแต่งตัวแฟชั่นในปีนี้ไว้ให้ดี งั้นเราไปดู 7 เทรนด์แฟชั่นมาแรง เตรียมตัวต๊าชก่อนใครกันเลย!!

Cr.Photo ; vogue.com

Electric Colors : สีสันจี๊ดจ๊าดจนใจเจ็บ

โดยในปีที่แล้วพวกเราชาวแฟชั่นนิสต้ารู้กันดีว่า สีเขียวเฉดมรกตแสนสวยอย่างสี “Kelly Green” มาแรงสุด ๆ จนฉุดไม่อยู่ สามารถยึดครองเทรนด์สีของไอเทมแฟชั่นต่าง ๆ จนแทบจะเป็นสีประจำปีของปีที่แล้วเลยก็ว่าได้ นอกจากนั้นยังมีสีโทนสุภาพ สีแนวเอิร์ธโทนที่มีอิทธิพลค่อนข้างสูงในปีที่แล้วเช่นกัน โดยในปีนี้สาว ๆ ที่รักการแต่งตัวด้วยสีสันสดใสจะต้องเลิฟเทรนด์นี้อย่างแน่นอน เพราะนี่คือเวลาของพวกคุณค่ะ เตรียมตัวซื้อเสื้อผ้าสีเจ็บ ๆ มาเพิ่มใส่ตู้เสื้อผ้ารอไว้ได้เลย เพราะสีสันจี๊ดจ๊าดในปีนี้มาแน่แบบไม่ต้องสงสัย ส่วนสีเบา ๆ ที่แสนจืดชืดน่ะลืมมันไปได้เลย เพราะสีจี๊ดจ๊าดจนใจเจ็บกำลังจะมา!!

Cr.Photo ; vogue.com

Maxi Hemlines : ก็ใส่กระโปรงยาวลากพื้นฟาดไปเลยสิคะ

จากที่เราเคยกล่าวถึงเทรนด์กระโปรงสั้นกุด ไซส์มินิอย่าง Micro Skirts ในบทความก่อนหน้านี้ สั้นชนิดที่แบบความยาวแค่สามคืบนิ้วจากเอวลงมาเท่านั้น ที่จะกลายเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ฮอตในปี 2022 แต่ด้วยความหลากหลายในวงการแฟชั่น ทำให้เกิดอีกเทรนด์ที่ตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิงแบบสุดขั้วนั่นก็คือ เทรนด์กระโปรงยาวลากพื้นแบบ Maxi นั่นเอง น่าจะเป็นเพราะต้องการตอบสนองเหล่าสาวกชาวแฟชั่นที่มีหลากหลายสไตล์ ซึ่งพวกเราเป็นชาวแฟชั่นนิสต้าไม่มีการมาทำอะไรครึ่ง ๆ กลาง ๆ หรอกนะ จะทำแล้วก็ต้องไปให้สุด จะสั้นก็จัดไปให้แซ่บ จะยาวก็ต้องถึงพื้นเท่านั้นถึงจะปั๊วะนะจ๊ะสาว ๆ

Cr.Photo ; vogue.com

Dark Denim : ยีนส์สีเข้มจัดว่าเท่

ใครที่ยังใส่ยีนส์ฟอกสีเฟดสีซีดกันอยู่ เตรียมซื้อยีนส์ใหม่ได้เลยจ้า เพราะยีนส์สีเข้มจะเข้ามายึดครองวงการแฟชั่นในปีนี้ โดยเราจะได้เห็นยีนส์สีครามเข้มกลับมาโลดแล่นในเทรนด์ ในกระแสแฟชั่นอย่างแน่นอน ซึ่งเราจะสามารถเห็นได้ชัดจากลุคบนรันเวย์จากแบรนด์ดังระดับโลกต่าง ๆ มากมาย ตั้งแต่ Saint Laurent ไปจนถึง Christian Dior ที่เหล่านางแบบยกทัพสวมใส่ยีนส์สีเข้มเดินขบวนอวดโฉมสุดปังให้เราได้ชม ซึ่งยีนส์เรียบ ๆ คัตติ้งเนี๊ยบสีเข้มนี่ล่ะจะเป็นสิ่งที่จัดว่าทั้งเท่ทั้งคูลสุด ๆ ในปีนี้เลยค่ะ

เทรนด์
Cr.Photo ; vogue.com

Skin-Baring Everything : โชว์นิดโชว์หน่อยจะเป็นไรไป

ปฏิเสธไม่ได้เลยจริง ๆ กับเทรนด์นี้ ซึ่งทุกคนน่าจะสังเกตได้ว่าเสื้อผ้าสไตล์เซ็กซี่ โชว์เนื้อหนังแบบสายฝอ สไตล์สาวฝรั่งนั้น ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งเราจะเห็นไอเทมแฟชั่นเหล่านี้จากทุกหนทุกแห่งเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์เสื้อผ้าแฟชั่นแบบเว้นเนื้อผ้า มีส่วนเว้าส่วนโค้งที่ตั้งใจให้โชว์ผิวหนังของผู้สวมใส่ เพิ่มความเซ็กซี่แบบ (Cutouts) รวมไปถึงเทรนด์การใส่เสื้อท่อนบนที่มีดีไซน์แบบบรา (Bra Tops) ซึ่งเทรนด์นี้สามารถแต่งตามได้อย่างง่ายดาย ตามสไตล์และตามแต่ความครีเอทีฟของแต่ละคนเลยค่ะ ไปลองสร้างสรรค์ลุคเผ็ดแซ่บที่เหมาะกับตัวเองกันดูนะคะทุกคน

เทรนด์
Cr.Photo ; vogue.com

Vacation Wear : แต่งตัวยังไงให้เหมือนไปเที่ยวตลอดเวลา

พร้อมจะไปพักร้อนกันหรือยังคะทุกคน? ทางเราเชื่อว่าทุกคนต้องอยากไปเที่ยวพักผ่อน อยากออกจากบ้านใจจะขาด อยากแต่งตัวสวยไปเที่ยวกันจะแย่ แต่ทำไงได้โควิดกำลังจะมาอีกรอบแล้วน่ะสิ คงต้องเที่ยวทิพย์กันไปก่อนตามเคย ถือว่าเป็นการเตรียมตัว เตรียมเสื้อผ้าแฟชั่นเพื่อไปเที่ยวคราวหน้าละกันเนอะ แก้ขัดกันด้วยการแต่งตัวสไตล์ Vacation Wear หรือการแต่งตัวแบบสายชิลล์ สไตล์เสื้อผ้าพักร้อนกันดีกว่า เป็นสไตล์เสื้อผ้าที่เหมาะกับอากาศเมืองไทยอีกด้วยน้า ไม่ว่าจะเป็นลายปริ้นท์กราฟิกลวดลาย Tropical สีสันสดใส เสื้อฮาวาย หรือกางเกงขาสั้น เชื่อเถอะว่าปีนี้มาแน่นอน

เทรนด์
Cr.Photo ; vogue.com

Luxe Staples : จะซื้อเสื้อผ้าทั้งทีซื้อดี ๆ แล้วใส่ไปยาว ๆ

ในช่วงหลังทุกคนน่าจะทราบกันดีว่า Fast-Fashion มีอิทธิพลในวงการแฟชั่นเป็นอย่างมาก ซึ่งนอกจากจะเป็นกลุ่มไอเทมเสื้อผ้าคุณภาพค่อนข้างต่ำ ใส่ได้ไม่กี่ครั้งก็ต้องทิ้งต้องพังไป ยังมีขั้นตอนการผลิตที่ทำร้ายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างน่าตกใจ ซึ่งเทรนด์ที่เราจะพูดถึงนี้เป็นเทรนด์ที่เราเห็นคุณค่าและคุณภาพของเสื้อผ้าแฟชั่นที่มาก่อนจำนวน เพราะเราไม่จำเป็นต้องมีเสื้อผ้ามากมาย แต่เราควรจะมีเสื้อผ้าสวย ๆ คุณภาพเยี่ยม ที่สามารถใส่ไปได้นาน ๆ ต่างหากถึงจะถูก ซึ่งเทรนด์ Luxe Staples นี่ล่ะ จะต้องกลายเป็นเทรนด์มาแรงในปีนี้ เพราะคนจะหันมาสนใจเลือกซื้อเสื้อผ้าที่มีการออกแบบที่สวย คัตติ้งเนี๊ยบ คุณภาพเริ่ด ที่ถึงแม้ว่าจะต้องลงทุนค่อนข้างสูง แต่เชื่อเถอะว่าคุ้มค่าคุ้มราคา สามารถใส่กันไปได้แบบยาว ๆ เลยค่ะ

เทรนด์
Cr.Photo ; vogue.com

All Things Y2K : วัยรุ่น 2000s ยังไม่แผ่ว

สไตล์การแต่งตัวแบบ Y2K หมายถึงแฟชั่นในช่วงปลายปี 90s จนถึงช่วงต้นของปี 2000s บอกได้เลยว่าจะอยู่กับเราไปอีกยาว ๆ และไม่มีทีท่าว่าจะเอาท์เลยในเร็ววัน มีแต่จะยิ่งฮอต ยิ่งฮิตมากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม และเชื่อเถอะว่า เทรนด์ นี้จะเป็นอีกหนึ่งเทรนด์แฟชั่นใหญ่ที่จะมาแบบอลังการในปีนี้แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อครอปท็อปเอวลอย เสื้อยืดพอดีตัวสกรีนลายกราฟิกใหญ่ ๆ รวมไปถึงพวกกางเกงเอวต่ำทรงหลวม ๆ หรือกระโปรงยีนส์สั้นกุด ซึ่งส่วนใหญ่โทนสีของเสื้อผ้าในยุคนั้น มักจะเน้นไปทางสีที่ค่อนข้างฉูดฉาด เน้นความสนุกสนานและความคิดสร้างสรรค์ในการแต่งตัวอย่างมีเอกลักษณ์

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับเทรนด์เสื้อผ้าและไอเทมปัง ๆ ที่เราคาดการณ์ว่าจะมาแน่และอินเทรนด์สุด ๆ ในปี 2022 นี้ หวังว่าเราจะสามารถช่วยสร้างไอเดียและสามารถแนะนำเสื้อผ้า ที่จะเป็นตัวช่วยให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมสนุกไปกับการแต่งตัวตามเทรนด์แฟชั่นกันได้อย่างมั่นใจ และได้ลุคที่ปั๊วะปัง โดยไอเทมเหล่านี้สามารถนำไปปรับใช้ครีเอทลุคใหม่ ๆ ตามสไตล์ของแต่ละคนได้อย่างแน่นอนค่ะ

นอกจากเทรนด์ที่เราเอามาฝากกันในวันนี้ ยังมีบทความ พาส่องเทรนด์แฟชั่น 2022 ที่สาว ๆ เตรียมแต่งตามได้เลย!! ที่ทางเราได้เขียนข้อมูลเกี่ยวกับเทรนด์แฟชั่นที่น่าจับตามองอื่น ๆ เอามาไว้ให้ทุกคนกันแล้วที่นี่ ลองแวะเข้าไปดูเพิ่มเติมกันนะคะ และสุดท้ายอย่าลืมติดตามในคราวหน้าว่าเราจะเอาไอเทมฮิตหรือ เทรนด์ อะไรที่น่าสนใจมาฝากสาว ๆ กันอีก รอติดตามชมที่ Inzpy ที่นี่ที่เดียว ห้ามพลาดเลยนะคะ!!