Home Blog Page 1033

ตะลุยหา “ของอร่อย” ใกล้ ศาลเจ้าพ่อเสือ เสาชิงช้า

ต้องหิวบ้างแหละเนอะ กว่าจะขับรถไปถึงศาลเจ้าพ่อเสือ หาที่จอดรถ เตรียมของไหว้ และกว่าจะไหว้เสร็จ ท้องก็ร้องไม่หยุด ไหน ๆ ก็มาตั้งไกลแล้ว เราไปเดินตะลุยหา ของอร่อย ใกล้ ศาลเจ้าพ่อเสือ เสาชิงช้า กินให้ยับกันไปข้างนึงเลย ได้ข่าวว่า ร้านอาหารแถวนี้ส่วนใหญ่เป็นร้านที่เปิดมานาน และเป็นสูตรโบราณ งั้นวันนี้ลองเปลี่ยนจากแนว ชาบู Momo Paradise ปลาดิบอิซากายะ มาลองของอร่อย สไตล์อาหารโบราณบ้างกันดีกว่าค่ะ มาลุยกันเล๊ย

ราดหน้ายอดผักสูตร 40 ปี

เมื่อเราเดินออกจากศาลมา ก็เลี้ยวขวาแล้วเดินตามทางไปเรื่อย ๆ เลยค่ะ และร้านแรกที่เราจะแวะนั้นก็คือ ร้านราดหน้ายอดผักสูตร 40 ปี เมนูที่เราสั่งก็คือราดหน้าหมี่กรอบ น้ำราดมีความเข้มข้นมากค่ะ รสชาติถือว่าดีเลยทีเดียว ปรุงแค่พริกก็อร่อยแล้ว

เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 21.00น.
พิกัด: Google Map

หมูสะเต๊ะ ของอร่อย

ร้านหมูสะเต๊ะอยู่หน้าร้านราดหน้าเลยค่ะ ตอนนั่งรอราดหน้า กลิ่นหอมของหมูสะเต๊ะที่เค้ากำลังปิ้งอยู่ มันหอมเย้ายวนเตะจมูกมาก เลยอดใจไม่ไหว ต้องสั่งมากินด้วย สั่งมาทั้งหมด 10 ไม้ อร่อยมาก ทั้งน้ำจิ้ม ทั้งอาจาด เข้ากันได้ดีมากเลยค่ะ ถ้ามานั่งร้านราดหน้า เราว่าสั่งหมูสะเต๊ะมากินด้วยก็ “แก๋ว” ดีนะคะ

เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 21.00น.

เปาะเปี๊ยะสด สูตรโบราณกาล ป้าหมวย

ร้านเปาะเปี๊ยะสด สูตรโบราณของป้าหมวย เป็นร้านรถเข็นเล็ก ๆ ที่มีคนไปมุงซื้อกันเยอะมาก ๆ คนนี่แน่นเต็มหน้าร้านป้าหมวยเลยค่ะ เราเองก็เลยอยากลองด้วยบ้าง สั่งสิคะ รออะไร 555+ หน้าตาคือ น่าทานสุด ๆ แถมเป็นสูตรโบราณแบบนี้ ยิ่งทำให้อยากลองเข้าไปใหญ่เลยค่ะ สำหรับคำแรกที่ได้ลอง บอกเลยว่า ไส้มีความหอมมาก บวกกับรสชาติของน้ำจิ้มที่ราดมา มันกลมกล่อมแบบบอกไม่ถูกเลยล่ะค่ะ เคยกินของเจ้าอื่น ส่วนใหญ่จะมีกลิ่นแป้งโดด เลยรู้สึกว่า เปาะเปี๊ยะสดโบราณของป้าหมวย อร่อยกว่าเยอะเลยค่ะ

กุ้ยช่ายคุณแม่

เราว่าร้านนี้ก็ดูน่ากินน้า ใครเป็นสายเพื่อสุขภาพ ชอบกินผักไม่ควรพลาด ร้านกุ้ยช่ายคุณแม่ค่ะ อยู่ใกล้ ๆ กับร้านราดหน้าเลย เป็นร้านเล็ก ๆ ด้านในจะมีเครื่องนึ่งขนาดใหญ่ที่เอาไว้นึ่งกุยช่ายจำนวนมาก แต่เสียดายตรงที่ เราจะแวะทุกร้านไม่ได้ 555+ แต่ก็อยากเอามาบอกต่อ ให้ทุกคนไปลองกินแทน ใครเคยลองแล้ว รสชาติเป็นยังไงก็มาแชร์ให้ทุกคนฟังด้วยนะคะ

เปิดทุกวัน เวลา 07.00 – 16.00น.
พิกัด: Google Map

ร้านบัวลอย

หลังจากกิน ราดหน้า หมูสะเต๊ะ และเปาะเปี๊ยะสดโบราณจนอิ่มแล้ว แต่เราก็ยังคงเดินหาของอร่อยต่อไปค่ะ เดินไปเรื่อย ๆ ลุยกันต่อ แล้วไปหยุดที่ร้านบัวลอย เป็นบัวลอยที่มีความน่ารักมาก ๆ เพราะลูกบัวลอยนั้นเป็นสีพาสเทล ลูกเล็ก ๆ เราเลือกสั่งเป็น บัวลอยไข่หวานจัดเต็มไปเลยค่ะ พอได้ลองชิม น้ำกะทิคือ “ดีย์” หอมอร่อยเด็ดดวง แล้วก็ไม่หวานมาก ถ้าอยากนั่งกินที่ร้าน เค้าก็จะมีโต๊ะพับเล็ก ๆ กับเก้าอี้ 2 ตัวให้ มีทั้งหมดสองโต๊ะ ก็สามารถนั่งกินได้สบายเลย แต่ถ้าไม่อยากนั่งที่ร้าน ก็สั่งกลับบ้านได้เลยค่ะ ร้านนี้ก็คนมาสั่งเยอะเหมือนกันนะคะ ส่วนใหญ่จะเป็นเด็ก ๆ วัยรุ่น

เปิดวันจันทร์ – เสาร์ เวลา 09.00 – 19.00น. (หยุดวันอาทิตย์)
พิกัด: Google Map

ร้านปาท่องโก๋

ร้านนี้จะอยู่ติดกับร้านบัวลอยเลยค่ะ เห็นเค้าทอดแล้วก็น่าทาน เอาจริงคือ เดินยังไม่ถึงไหน ก็เจอของกินเยอะมาก ๆ ถ้าไหวก็อยากจะกินให้ครบทุกร้านเลย 555+ แต่หลังจากกินบัวลอยไปแล้ว ก็เริ่มแน่นแล้วแหละ เลยลองสั่ง ขนมซาลาเปา กับปาท่องโก๋มาลองกินอย่างละชิ้น ขนมซาลาเปาอร่อยแป้งนุ่ม หอมมาก ส่วนปาท่องโก๋ก็กรอบใช้ได้เลย ชิ้นไม่เล็กไม่ใหญ่ ซื้อแค่สองชิ้นเค้าก็ขายให้นะ น่ารักมาก

ร้านลูกชิ้นในตำนาน

ร้านนี้เป็นร้านลูกชิ้นที่เป็นตำนาน ที่ดังในโลกออนไลน์มากค่ะ เพราะว่าคนขายสวย ร้านนี้ใช้เป็นลูกชิ้นหมูแท้ 100% เลยนะคะ สมัยก่อนก็จะมีทีมปั่นจักรยาน ที่ปั่นผ่านมา ก็มักจะมาหยุดกินลูกชิ้นที่ร้านนี้ประจำ จนเคยมีคนเอาไปลง Social แล้วเป็นที่ฮือฮามากในโลกออนไลน์ เลยเป็นอีกร้านในตำนาน ที่น่าไปลองเหมือนกันค่ะ

ข้าวเหนียว ก.พานิช

ยังไม่จบกับเมนูของหวาน หลังจากกินบัวลอย และปาท่องโก๋เสร็จแล้ว ก็เดินไปอีกนิดนึง จะเจอกับร้าน ก.พาณิช อยู่ฝั่งตรงข้ามค่ะ เสียงลือเสียงเล่าอ้างโด่งดังมาก เราก็ไม่อยากพลาด เพราะไหน ๆ ก็มาถึงที่นี่แล้ว ร้านนี้เค้า ดังในเรื่องของการทำข้าวเหนียวมูลค่ะ มีขายเป็นกิโลเลย เราสั่งเป็น ข้าวเหนียวมูลหน้าสังขยา สั่งแบบเป็นกล่อง กล่องละ 45 บาท พอเปิดกล่องออกมา กลิ่นหอมกะทิของข้าวเหนียวมูลมันฟุ้งกระจายจนน้ำลายแตก ชิมแล้วอร่อยสมคำร่ำลือจริง ๆ ค่ะ ทั้งข้าวเหนียวมูล และสังขยาเลย กินจนแน่นพุงไปหมด คงจะต้องพอไว้เพียงเท่านี้ แต่ยังไงเราก็จะพาเดินไปหา ของอร่อย ต่อให้ค่ะ เพราะเราเชื่อว่ายังคงมีอีกหลายร้านที่น่าสนใจ

เปิดวันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 07.00 – 18.00น. (หยุดวันอาทิตย์)
พิกัด: Google Map

มนต์นมสด

ร้านนี้ทุกคนต้องรู้จักแหละ เพราะเป็นร้านดัง ไม่ว่าจะเป็นคนเก่าแก่ หนุ่มสาว วัยรุ่น ก็มักจะมาดื่มนม กินขนมปังแสนอร่อยกันที่นี่ ทุกวันนี้ร้านก็ยังมีคนแน่นเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ยังไงร้านมนต์นมสดก็ถือว่าเป็นร้านที่ The Best ในย่านนี้เสมอ

เปิดทุกวัน เวลา 12.30 – 21.30น.
พิกัด: Google Map

ชัยปลาหมึกย่าง ในตำนาน

ร้านนี้เราเคยมากินตั้งแต่สมัยเป็นร้านรถเข็นธรรมดา ที่คนผ่านไปมาก็มักจะแวะซื้อประจำ ไม่น่าเชื่อว่าทุกวันนี้เปิดเป็นร้านใหญ่ขึ้นแล้วนะคะ แล้วคนต่อคิวกันแน่นมาก เห็นพี่คนปิ้งปลาหมึก ปิ้งแทบไม่ทันกันเลยทีเดียว ใจนึงก็อิ่มแหละ ใจนึงก็อยากกินมาก แต่เห็นคิวของคนที่ยืนสั่ง ต้องยอมปล่อยผ่านทั้งน้ำตา 555+ พี่เค้าก็ขายดิบขายดีไม่เคยเปลี่ยนเลย

เปิด วันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 11.00 – 22.00น. (หยุดทุกวันจันทร์)
พิกัด: Google Map

เฉาก๊วยตาตั้ม คาเฟ่

เป็นคาเฟ่ที่มองจากด้านนอกแล้วรู้สึกว่าข้างในต้องน่ารักมากแน่นอนเลย ดูจากรถที่จอดอยู่หน้าคาเฟ่ ทรงแนว ๆ เลยค่ะ คาเฟ่อยู่ติดกับเซเว่น ถนนเส้นหน้าศาล ที่ป้ายมีเขียนบอกว่าเป็นเฉาก๊วยแห้ง ราคา 25 บาท เราก็ไม่แน่ใจว่าเป็นยังไง แต่ถ้าใครอยากลอง ก็แวะไปกันได้นะคะ ร้านหาไม่ยากเลย

เปิดทุกวัน 10.00 – 18.00น.
พิกัด: Google Map

Uncle Friends

เดินวน ๆ ไปเรื่อย ก็เริ่มจะเดินรอบแล้ว ถึงเวลาเดินกลับแล้วค่ะ ขาเดินกลับเราเดินไปทางเส้นถนนด้านหน้าศาลเจ้าพ่อเสือ ระหว่างทางก็จะเจอร้านแนว ๆ ที่ตกแต่งร้านดูวินเทจนิด ๆ ตามสไตล์ย่านนี้ ร้านเค้าน่ารักมากเลยนะคะ ชื่อว่าร้าน Uncle Friends ใครชอบแบบนั่งแอร์เย็น ๆ ลองแวะร้านนี้ได้นะคะ

เปิดทุกวัน 07.00 – 22.30น.
พิกัด: Google Map

เอาล่ะค่ะ ทั้งหมดนี้ก็เป็นร้านที่เราพาตะลุย หาของอร่อย มาลองกิน หรือใครที่เดินผ่านมาแถว ศาลเจ้าพ่อเสือ ใครจะมา แก้ชง มาไหว้ขอพร ขอลูก ขอการค้า แล้วอยากจะหาร้านอาหาร ร้านขนมหวานแถวนี้กิน ก็ลองเลือกดูกันนะคะว่าชอบร้านไหน ใครไม่ได้ไปไหว้ศาล แต่ได้แวะไปแถวนั้น ก็ลองดูค่ะ เผื่อร้านอาหารที่เรานำมาแชร์ อาจจะกลายเป็นร้านประจำไปเลยก็ได้ 555+ ส่วนใครที่กำลังตามหา ร้านอาหารดัง คาเฟ่ สถานที่ท่องเที่ยว ที่พักต่าง ๆ สามารถเข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่ Inzpy Travel นะคะ ยังมีอีกหลายที่ ให้คุณออกไปตามหาแรงบันดาลใจค่ะ

Razer เปิดตัวคอนเซ็ปต์ True Gaming Desk ตัวแรกของโลก

Razer เปิดตัวคอนเซ็ปต์ True Gaming Desk ตัวแรกของโลก

True Gaming Desk
Cr.Photo ; Razer

CES 2022 ศูนย์รวมงานเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทั่วทิศบนโลก แต่ละแบรนด์ดังทั่วโลกก็จะนำคอนเซ็ปต์ใหม่ ๆ ได้มาเผยแพร่ให้รับชมกันในงาน ซึ่ง Razer ได้เปิดตัวแนวคิด Project Sophia ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปแบบโมดูลาร์เต็มรูปแบบ True Gaming Desk สำหรับการเล่นเกมที่มีเทคโนโลยีเต็มรูปแบบ

True Gaming Desk
Cr.Photo ; Razer

โต๊ะทำงานมีจอแสดงผล OLED ขนาด 65 นิ้ว และ 77 นิ้ว ที่ตัวโต๊ะนั้นติดตั้งด้วยแสง RGB Chroma ของ Razer ที่เราคุ้นหูคุ้นตามาอย่างยาวนาน ซึ่งขับเคลื่อนโดยระบบโพรเซสเซอร์ของ Intel ในตัวโต๊ะ และ GPU Nvidia ที่ติดแม่เหล็กที่ด้านล่างของโต๊ะที่มีกระจก ซึ่งบอกเลยว่าดีไซน์โคตรล้ำหน้าก้าวใกลมากเว่อร์

โต๊ะสามารถรองรับโมดูล หรือการใช้งานที่สะดวกสบายมากขึ้นที่เป็นได้มากถึง 13 โมดูล ซึ่งในระบบแต่ละส่วนกำหนดการตั้งค่าส่วนประกอบเฉพาะงาน ให้เหมาะกับการใช้งาน เช่น หน้าจอรอง, เครื่องมือตรวจสอบระบบ, แผงปุ่มลัดหน้าจอสัมผัส, แท็บเล็ตปากกา และหน่วยการตั้งค่าเสียง หรือ แม้แต่การ์ดแคปเจอร์ภายนอก” ที่มีการอ้างอิงจากทาง RAZER ว่าเทคโนโลยีนี้ ไปไกลได้มากขนาดนี้เชียวหรือ

Cr.Photo ; Razer

และแน่นอนว่า Project Sophia ของทาง Razer ยังได้เปิดตัวเก้าอี้เกมมิ่ง Enki Pro HyperSense รุ่นใหม่ ซึ่งมีการตอบสนองสัมผัสที่ดีที่สุด ให้กับผู้นั่งในการใช้ทำกิจกรรมต่าง ๆ เก้าอี้นี้ใช้มอเตอร์เพื่อเปลี่ยนรูปแบบการสัมผัสมากกว่า 65,000 แบบ ซึ่งสามารถนำไปใช้กิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเล่นเกม, ดูภาพยนตร์ และฟังเพลงได้ เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานให้ดีที่สุด เก้าอี้สามารถปรับแนวตั้งได้ 1.5 นิ้ว และสามารถเอียงไปข้างหลังได้ เรียกได้ว่า นอนดูหนังเล่นเกมฟังเพลง ที่เห็นแล้วอยากจะลองนั่งสักครั้ง

การออกแบบ HyperSense ของเจ้าตัวเก้าอี้เล่นเกม Enki รุ่นก่อนของบริษัท ซึ่งมีฐานขนาด 22 นิ้ว ส่วนโค้งไหล่ 100 องศา และมีการรองรับเอว แต่เก้าอี้ตัวใหม่ Enki Pro HyperSense gaming chair นี้จะมอบประสบการณ์ที่ดีขึ้น ที่สามารถตอบสนองต่อการเล่นเกมได้อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น F1 2021, Forza Horizon 5 และ Assassin’s Creed ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาใด ๆ ในเกม ก็จะสามารถให้การตอบสนอง มอบประสบการณ์การเล่นเกมอย่างเต็มรูปแบบ แบบสัมผัสในคอนโทรลเลอร์หรือจอย ก็จะทำงานบนเก้าอี้ด้วยเช่นกัน

Cr.Photo ; Razer

อ่านถึงตรงนี้กันแล้ว เป็นไงกันบ้างครับเพื่อน ๆ สำหรับ Project Sophia ของทาง Razer ที่เรียกได้ว่า เทคโนโลยีตอนนี้ล้ำ และก้าวหน้าเอามาก ๆ หลายคนอ่านแล้ว ก็อยากได้มาประดับห้องนอนตัวเอง ให้เป็นมุมห้องเกมเมอร์สุดเจ๋ง คราวหน้า Inzpy จะนำข่าวสารอะไรมาให้ชมกันอีก อย่าลืมติดตามกันนะครับ

ZTAGE เปิดตัวนาฬิกาอนุรักษ์ธรรมชาติ HYBRID ORIGINAL Our Planet

Our Planet คอลเลกชันอนุรักษ์ธรรมชาติของ ZTAGE 

Our Planet
Cr.Photo ; ZTAGE

การเลือกซื้อนาฬิกาสุดหรูเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติ เพื่อน ๆ สามารถทำได้โดยการซื้อนาฬิกาแบรนด์ ZTAGE ที่ได้เปิดตัวนาฬิกาใหม่ 3 เรือน คอลเลกชัน HYBRID ORIGINAL ที่มีทั้งหมด 3 ตีม ตามสีของแต่ละเรือน เช่น พื้นที่กว้างใหญ่ที่เป็นน้ำแข็ง, ทุ่งหญ้าในทะเลทราย และถิ่นที่อยู่ของป่า คอลเลกชันนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก Our Planet ซีรีส์ปี 2019 ที่ผลิตโดย Netflix ที่มีชื่อรายการว่า Silverback Productions และ WWF ซึ่งเป็นสารคดีธรรมชาติที่นำเสนอความงาม และความเปราะบางของสภาพแวดล้อมธรรมชาติ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการอนุรักษ์พิเศษของ ZTAGE ในปี 2022 รายได้จากการขายนาฬิกาเหล่านี้ จะเป็นประโยชน์ต่อกองทุนสัตว์ป่าโลกในฮ่องกง หรืออีกชื่อที่เราเห็นกันคือ WWF Hong Kong

ZTAGE
Cr.Photo ; ZTAGE

คอลเลกชัน HYBRID ORIGINAL นาฬิกาสีขาว ได้อ้างอิงจากธารน้ำแข็งแอนตาร์กติก ที่ถูกปกคลุมด้วยชั้นน้ำแข็งสีดำ และสีขาว ZTAGE ได้ออกแบบนาฬิกา HYBRID ORIGINAL ในรูปแบบสี “GLACIER” รุ่นนี้มีหน้าปัดโปร่งแสงเพื่อให้บอกเวลาได้ง่าย และบ่งบอกภูมิประเทศอันล้ำค่าที่เป็นภูเขาน้ำแข็งบนโลกของเรา ลวดลายนาฬิกาที่สลับซับซ้อน แบบปฏิทินมีบอกข้อมูลเกี่ยวกับข้างขึ้นข้างแรม, วัน และเวลา ซึ่งคอลเลกชัน HYBRID ORIGINAL จะวางจำหน่ายในจำนวนที่จำกัด โดยจะมีสี “GLACIER” 200 ชิ้น สี “AMAZONIA” 300 ชิ้น และรุ่น “SAVANNA” 300 ชิ้น ที่บอกเลยว่าใส่แล้วรู้สึกรักโลกมาทันทีทันใดเลยล่ะ

Our Planet
Cr.Photo ; ZTAGE

นาฬิกาเรือนที่สองในซีรีส์ คือ “HYBRID – OFF GROUND GMT” ซึ่งพิจารณาจากสภาพแวดล้อมของผืนป่าฝน Our Planet เพื่อให้มีความเข้ากับสีสันผืนป่า “AMAZONIA” นาฬิกาเรือนนี้อยู่ในตีมสีเขียว ไม่ว่าจะเป็นสายนาฬิกา และวงแหวนรอบนอกของนาฬิกา วงแหวนรอบนอกของนาฬิกา ยังประกอบด้วยชื่อเมืองใหญ่ 24 เมืองจากประเทศต่าง ๆ นา ๆ ทั่วโลก โดยเน้นย้ำถึงแนวโน้มคนทั้งโลก ที่จำต้องทำให้เกิดการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หน้าปัดของนาฬิกาเรือนนี้มีการออกแบบเป็นแซนวิชสองชั้นพร้อมหน้าปัดด้านล่างที่เคลือบด้วย Swiss Super-luminova ของ ZTAGE เพื่อช่วยให้นาฬิกาส่องสว่างในเวลากลางคืน

Cr.Photo ; ZTAGE

อีก 1 คอลเลกชันนาฬิกาภูมิประเทศอีกแบบหนึ่ง “HYBRID – OFF GROUND” ในสี “SAVANNA” ที่มีความอนุรักษ์สัตว์ในทุ่งหญ้า นาฬิกามีสีสันของสภาพแวดล้อมทุ่งหญ้าที่เต็มไปด้วยฝุ่น ตามโทนสีที่เป็นสีน้ำตาลอ่อน ซึ่งบ่งบอกถึงภัยคุกคามที่อาจเกิดกับสัตว์ทุกสายพันธุ์ที่สำคัญของโลก โดยนาฬิการุ่นนี้ต่างจากนาฬิกา “AMAZONIA” ตรงที่มีกรอบบอกเวลาโลกแบบสองทิศทางเพื่อให้ผู้สวมใส่เชื่อมต่อกับเพื่อน ๆ ทั่วโลกได้มากยิ่งขึ้น ด้วยสายรัดที่สร้างจากวัสดุสองชั้นของไนลอนคาร์บอน พร้อมยาง FKM สุดไฮเทคที่อยู่ข้างใต้ของตัวเรือน นาฬิกาเรือนนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการผจญภัยนับครั้งไม่ถ้วน

นาฬิกา ZTAGE ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Our Planet ที่พร้อมให้เพื่อน ๆ ได้สั่งจองล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 15 มกราคมถึง 22 มกราคม และจัดส่งได้ในช่วงฤดูร้อนปี 2022 กำไรส่วนหนึ่งจะบริจาคโดย ZTAGE ให้กับ WWF Hong Kong โดยที่เราซื้อแล้ว เหมือนช่วยอนุรักษ์โลกของเราไปอีก คราวหน้า Inzpy จะนำข่าวสารแฟชั่นอะไรมาให้ชมกันอีก อย่าลืมติดตามกันนะครับ

หลากเก้าอี้กินข้าวสัญชาติไทย แนวคิดสุดคูล

หลากเก้าอี้กินข้าวสัญชาติไทย แนวคิดสุดคูล

การซื้อชุดโต๊ะทานข้าวยกเซ็ต ข้อดีคือจบเบ็ดเสร็จ ไม่ต้องยืดเยื้อ ไปหาเก้าอี้ทานข้าวมาเสริม แต่อาจไม่ใช่ไลฟ์สไตล์สำหรับคนรุ่นใหม่บางคนในยุคนี้ ซึ่งชอบความแตกต่าง มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ปัจจุบันจึงมักจะซื้อแยกชิ้นแล้วมามิกซ์ แอนด์ แมทช์ ให้เข้ากับการตกแต่งบ้านของตัวเอง

ดังนั้นใครชอบลับคมความคิดตัวเอง และกำลังมองหาเก้าอี้ทานข้าวงานดีมาเสริมโต๊ะที่มีอยู่ เรามีผลงานหลากหลายเก้าอี้จากดีไซเนอร์ไทยมาแนะนำให้รู้จักกัน แต่ละไอเทม มีลุคที่ชัดเจน แถมออกแบบได้สุดจึ้ง… วัยรุ่นชอบทีเดียว

Maria chair
หลากเก้าอี้กินข้าวสัญชาติไทย
Cr. Photo : www.facebook.com/Filobula/
หลากเก้าอี้กินข้าวสัญชาติไทย
Cr. Photo : www.facebook.com/Filobula/

Maria Chair จากแบรนด์ FILOBULA  ได้รับอิทธิพลการออกแบบมาจาก Windsor chair หนึ่งในตำนานเก้าอี้สไตล์สแกนดิเนเวียนในอดีต ที่ประสบความสำเร็จในวงการอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งนำมาพัฒนาออกแบบในมุมมองใหม่ ให้แมทช์เข้ากับเทรนด์การตกแต่งในยุคปัจจุบัน (แต่ยังคงเคารพคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของต้นฉบับไว้)

โดยเพิ่มเติมความสนุกผ่านสีสัน และออกแบบให้ซี่ไม้ส่วนที่เป็นพนักพิงมีความเรียวและบาง เพื่อทำให้วัสดุเกิดการสปริงตัว สร้างสัมผัสที่นุ่มสบายต่อการพิงมากขึ้น

TAIYOU
หลากเก้าอี้กินข้าวสัญชาติไทย
Cr. Photo : www.facebook.com/woken.wood
หลากเก้าอี้กินข้าวสัญชาติไทย
Cr. Photo : www.facebook.com/woken.wood

ไทยยู (TAIYOU) เก้าอี้ไม้ยางพารา จากแบรนด์ WOKEN WOOD DESIGN ที่เผยลายและสีสันธรรมชาติได้ชวนอบอุ่น แถมยังเป็นผลงานที่เกิดจากการออกแบบผสมผสานความเป็นไทยคู่กับญี่ปุ่น โดยถอดแบบโครงสร้างเก้าอี้จากโครงบ้านไทยสมัยก่อน มาผสานรูปลักษณ์ที่มีกลิ่นอายความเป็นแดนอาทิตย์อุทัย รวมถึงยังถ่ายทอดให้ดูเรียบง่าย แถมนำเสนอความเรียบง่าย แต่เน้นการตอบสนองการใช้งานที่ลงตัว (โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกสีเบาะนั่งได้ตามต้องการอีกด้วย)

Beam chair
หลากเก้าอี้กินข้าวสัญชาติไทย
Cr. Photo : hoog-design.com
Cr. Photo : hoog-design.com

เก้าอี้ไม้โอ๊ก จากแบรนด์ Hoog มาในรูปทรงที่แปลกตา ด้วยวิธีนอกกรอบ โดยลองสร้างวิธีการและความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในงานไม้ แถมสามารถลดปริมาณของวัตถุดิบลง และกลับได้รูปทรงที่แปลกใหม่ แต่มีโครงสร้างที่ยังคงมอบความแข็งแรง ที่สำคัญมีการลบเหลี่ยมมุม เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อการใช้งาน รวมถึงยังดัดไม้ให้เกิดเป็นระนาบโค้ง เพื่อรองรับสรีระร่างกายในการนั่ง

Sexy Dining Chair
Cr. Photo : sculpture.yolasite.com

เก้าอี้จากแบรนด์ Sculpture ออกแบบโดย นัษฐพงษ์ เจริญกิติวรากร ซึ่งเป็นผลงานสุดฮ็อตที่เคยถูกใช้เข้าฉากในภาพยนตร์ The Hunger Games (ปี 2013) รวมถึงถูกใช้เป็นของประกอบฉากถ่ายแฟชั่นในนิตยสารชั้นนำ

ส่วนความเจ๋งอยู่ตรงที่เก้าอี้ตัวนี้ ทำจากวัสดุเส้นใยฝ้ายที่ทอให้มีแถบสีสองด้านในเส้นเดียว เพื่อจะนำมาเป็นลูกเล่นในการทำที่นั่งและพนักพิงของเก้าอี้ ผ่านการสานรูปแบบใหม่ ทำให้เกิดมิติที่งดงาม แถมออกแบบคำนึงถึงสรีระในท่านั่งของผู้ใช้งาน ช่วยให้สามารถนั่งรับประทานอาหารได้อย่างสบาย

Ternary
Cr. Photo : www.plus-sense.com

เก้าอี้จากแบรนด์ +sense กับการออกแบบเน้นสัดส่วนที่สง่างามและดูร่วมสมัย ซึ่งเผยให้เห็นความประณีตบรรจงของเนื้องาน

โดยตัวโครงสร้าง ทำจากวัสดุอะลูมิเนียมเหลือใช้ ส่วนที่นั่งและพนักพิง สานด้วยหวายเทียมที่เป็นวัสดุคุณภาพสูงสำหรับใช้เป็นเฟอร์นิเจอร์กลางแจ้ง

เรียกว่าเป็นผลงานที่งดงาม ที่นำงานหัตถกรรมของไทย มาขมวดเข้ากับนวัตกรรม และเทคโนโลยีการผลิตในปัจจุบันได้อย่างลงตัว โดยทางแบรนด์นิยามเทคนิคนี้ว่า “Techno Craft” นั่นเอง

และทั้งหมดนี้คือ หลากเก้าอี้กินข้าวสัญชาติไทย ที่บอกเลยว่าแต่ละดีไซน์ไม่ธรรมดา บางชิ้นก็โด่งดังไปไกลถึงต่างประเทศ และบางชิ้นก็ขายดี… แถมได้รับรางวัลระดับประเทศอีกด้วย

 

บทความน่าสนใจ :บ้านเก่า อายุมากกว่า 15 ปี เราควรตรวจเช็คอะไรบ้าง ?

เสริมความเฮง ด้วยบอนสีราชินีไม้มงคลต้องมีอยู่ในบ้าน

เสริมความเฮง ด้วยบอนสีราชินีไม้มงคลต้องมีอยู่ในบ้าน

เสริมความเฮง ด้วยบอนสีราชินีไม้มงคลต้องมีอยู่ในบ้าน ความสวยงามของ “บอนสี” กลายเป็นไม้ประดับตกแต่งบ้านที่หลาย ๆ บ้านต้องมี ด้วยสีสันอันสวยงามของใบที่เด่นชัดเป็นเอกลักษณ์สุด ๆ กลายเป็นต้นไม้ชนิดหนึ่งคนนิยมเอามาปลูก และ เพาะพันธุ์ขยายหารายได้เพิ่มเสริม วันนี้ Inzpy ได้นำต้นบอนสีมาแนะนำเพื่อน ๆ รู้จักกันว่ามีสายพันธุ์อะไรกันบ้าง ไปดูกันเลย…

เสริมความเฮง

ลักษณะ บอนสีทั่วไป

บอนสี เป็นพืชในตระกูล Caladium มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศในแถบเขตร้อน เช่น อเมริกาใต้ อินเดีย และอินโดนีเซีย ว่ากันว่าบอนสีเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัย ในอดีตเรียกกันว่า ‘บอนฝรั่ง’ ลักษณะทั่วไปของบอนสี คือ เป็นไม้ประดับล้มลุก มีหัวสะสมอาหารอยู่ใต้ดินคล้ายมันฝรั่ง อวบน้ำ ใบแตกเป็นกอ มีหลายขนาด และหลายรูปแบบ ใบบอนสีแต่ละแบบจะมีสีสัน และลวดลายแตกต่างกันออกไป บอนสีเป็นพืชที่ชอบความชื้น และ แสงแดดแบบรำไร เติบโตได้ดีในอุณหภูมิประมาณ 21-35 องศาเซลเซียส

วิธีการปลูกบอนสี

การปลูกบอนสีนิยมปลูกในกระถาง โดยเฉพาะในกระถางดินเผา เพราะสามารถควบคุมความชื้นในดินได้ง่ายกว่าการปลูกลงดิน สำหรับการปลูกต้องกลบดินให้มิดบริเวณหัวบอน หรือฝังหัวบอนลงดินให้ลึกราว ๆ 3 เซนติเมตร หากต้องการให้บอนสีแตกพุ่ม ออกมาสวย ๆ อาจหาไม้ค้ำใบบอนเอาไว้ และหมั่นเช็ดใบบอนให้สะอาด จะช่วยให้ใบมีสีสดใสอยู่ตลอดเวลา ดินสำหรับปลูกบอนสี ควรเป็นดินที่อุ้มน้ำได้ แต่ก็ต้องร่วนซุยพอมีช่องว่างให้อากาศระบายได้ เพื่อเติมออกซิเจนในดิน ช่วยไม่ให้ราก และหัวบอนสีเน่า เช่น ดินผสมกากมะพร้าว และการรดน้ำ ควรรดให้ชุ่มวันละครั้งตอนเช้า ไม่ควรรดที่โคนต้นโดยตรง เพราะอาจทำให้โคนหักได้ กระถางควรมีจานรองเพื่อกักน้ำเอาไว้ไม่ให้แห้ง เนื่องจากบอนเป็นไม้ที่ชอบความชื้น และต้องการน้ำมากพอสมควร

เสริมความเฮง

บอนสีมีทั้งหมด มีกี่ประเภท…

บอนใบไทย ลักษณะใบเป็นรูปหัวใจ หูใบแบบยาว ปลายใบมีลักษณะแหลมเว้าลึกเกือบถึงสะดือ (ส่วนปลายก้านใบที่จรดกับเส้นกลางใบ) ก้านใบอยู่กึ่งกลางใบ มีทั้งปลายใบแหลมและปลายใบมนขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ใบแผ่กว้าง มีขนาดใหญ่ สีสันสวยงาม ใบดก และไม่ทิ้งใบ เช่น สายพันธุ์เทพทรงศีล ภูพิงค์ พลายชุมพล

บอนใบกลม ใบลักษณะค่อนข้างกลม หรือ มนแล้วมีติ่งแหลม สายพันธุ์บอนสีที่พัฒนามาจากบอนใบไทย ลักษณะใบกลมหรือรี หูใบสั้น ปลายใบมน และก้านใบกลมอยู่กึ่งกลางใบ คล้ายกับใบบัว เช่น สายพันธุ์รัตนาธิเบศร์ เมืองอุบล

บอนใบยาว ลักษณะใบทรงหัวใจคล้ายกับบอนใบไทยเช่นเดียวกัน แต่แตกต่างกันที่ใบของบอนสีใบยาวจะเรียวยาว และ มีปลายใบแหลมกว่า หูใบยาวฉีกถึงสะดือ และสามารถแยกได้อีก 3 ลักษณะย่อยคือ บอนใบยาวธรรมดา บอนใบยาวรูปหอก และบอนใบยาวรูปใบไผ่ เช่น สายพันธุ์ดอนเจดีย์ เทพธิดา เจ้าหญิง

บอนใบกาบ ลักษณะคล้ายกับบอนใบไทย แต่บอนใบกาบจะมีก้านใบที่แผ่แบนตั้งแต่โคนใบไปถึงแข้ง (ใบขนาดเล็กที่ยื่นออกจากกาบใบ อยู่กึ่งกลางของก้านหรือต่ำกว่าใบจริงเล็กน้อย) เช่น สายพันธุ์รัชมงคล ฤาษีมงคล เทพพิทักษ์

เสริมความเฮง

 

นอกจากแบ่งตามประเภทใบแล้ว ยังสามารถจำแนกบอนสีออกได้ตามสีสันบนใบบอน ได้แก่

บอนไม่กัดสี คือบอนที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงสีของใบ ว่าง่าย ๆ คือใบอ่อนสีไหน ใบโตเต็มวัยก็จะมีสีเดียวกัน หรือเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เช่น สายพันธุ์นายจันหนวดเขี้ยว หรือ บอนสีตับวีรชน

บอนกัดสี คือบอนที่มีการเปลี่ยนแปลงสีสันบนใบ สีสันของใบจะเปลี่ยนเมื่อบอนโตเต็มวัย เช่น ใบอ่อนมีสีเขียว เมื่อโตเต็มที่ใบจะเปลี่ยนเป็นสีแดง หรือชมพู หรือมีจุดสีแต้มอยู่ที่ใบ

บอนป้าย คือบอนที่มีแถบสีแดงพาดอยู่บนพื้นใบสีเขียว เช่น สายพันธุ์อัปสรสวรรค์

บอนด่าง คือบอนที่มีด่างสีขาวอมเขียว ด่างสีขาวอมแดง หรือด่างเหลือง อยู่บนพื้นใบสีเขียว

ทั้งหมดนี้ก็คือวิธีการการดูแล ‘บอนสีราชินีต้นไม้ ไม้ประดับที่มีความสวยงาม ที่หลายคนต่างอยากจะได้มาครอบครอบ วันนี้เราก็ได้นำวิธีการดูแล วิธีการปลูกบอนสีให้เพื่อน ๆ ได้พอเป็นไอเดียเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับคนรักบ้าน และ สวนได้บ้างน้า… แต่หากเพื่อน ๆ คนไหนอยากจะปลูกเพื่อเสริมรายได้ก็ลองศึกษาข้อมูลดูอีกทีก็ได้จ้า

7 ครีมกันแดดแบรนด์ไทย แดดแรงแค่ไหนก็เอาอยู่ !

0

แดดแรงแค่ไหนก็เอาอยู่ ! กับ 7 ครีมกันแดดแบรนด์ไทย

แดดแรงแค่ไหนก็เอาอยู่

แดดแรงแค่ไหนก็เอาอยู่ เพราะวันนี้ Inzpy มีครีมกันแดดแบรนด์ไทยดี ๆ มาแนะนำให้ทุกคนกันด้วย กันแดดนี่เป็นไอเทมที่ต้องมีติดโต๊ะนะคะ ไม่มีไม่ได้นะ ห้ามขาดสิ่งนี้เด็ดขาดเลย เป็นสิ่งที่ทุกคนควรใช้อย่างเป็นประจำ ง่าย ๆ คือ ต้องใช้ทุกวัน และไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด !

แล้วถ้าไม่ได้ออกแดดล่ะ ? ต้องทาด้วยหรอ ?

ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ออกไปไหน ไม่ได้โดนแดดเป็นประจำ แต่รู้อะไรมั้ยคะ ว่าไลฟ์สไตล์ของพวกเราทุกวันนี้อยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ หน้าจอมือถือแทบจะ 24 ชั่วโมง อีกทั้งแสงจากหลอดไฟในห้องเอย  แสงสีฟ้าจากสิ่งเหล่านี้เป็นตัวการสำคัญเลยนะ ที่ทำให้ผิวของเราถูกทำร้ายโดยไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้นจะมาบอกว่าไม่ได้ออกไปไหน เลยไม่ทากันแดด.. แบบนี้ไม่ได้นะ ตีนะ

จากเหตุผลที่เราพูด ๆ ไปแล้วเนี่ย เราจึงจำเป็นต้องปกป้องผิวของเราด้วยครีมกันแดดดี ๆ ในทุก ๆ วันนะคะ หลังจากล้างหน้าเสร็จแล้วและลงสกินแคร์เสร็จ ให้ลงครีมกันแดดตามเสมอ และวันนี้เราก็ไม่พลาดที่จะมาแนะนำของดีให้ทุกคน กับ 7 ครีมกันแดดแบรนด์ไทย ผิวสวยแถมเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะมีตัวไหนบ้าง เลื่อนลงไปอ่านต่อกันเลยค่ะ

7 ครีมกันแดดตัวเด็ด จากแบรนด์ไทย

1.Luminescence Fabulous UV Shield SPF 50+ PA++++ จาก Srichand

แดดแรงแค่ไหนก็เอาอยู่
Luminescence Fabulous UV Shield SPF 50+ PA++++ จาก Srichand

ครีมกันแดดเนื้อบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ กันแดดของแบรนด์ศรีจันทร์เค้าคิดค้นมาเพื่อผิวของคนเอเชียโดยเฉพาะเลย เหมาะกับคนที่มีสภาพผิวเป็นผิวผสมและผิวมัน ช่วยปกป้องผิวจากแสงยูวี เนื้อครีมซึมซาบเร็ว ไม่ทิ้งคราบและความมันใด ๆ แถมราคาหลักร้อย ถูกและคุณภาพดีมาก ราคาเพียง 159 บาทเองแม่ ไปตำกันได้นะคะ

2.Total Sunscreen SPF50+ PA+++ จาก Smith

แดดแรงแค่ไหนก็เอาอยู่
Total Sunscreen SPF50+ PA+++ จาก Smith

ครีมกันแดดสูตร Physical Sunscreen ปราศจากสารเคมี เนื้อบางเบา ไม่อุดตัน ไม่ก่อให้เกิดสิว ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA, UVB, รังสี Infrared และ Blue-Light แสงสีฟ้าจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พร้อมปกป้องการทำลายคอลลาเจนในชั้นผิว ซึ่งเป็นต้นเหตุหนึ่งของริ้วรอยและสีผิวไม่สม่ำเสมอ แนะนำเลยว่าดือ !

3.Aqua Veil Protect Sunscreen SPF50+ PA+++ จาก Akins

แดดแรงแค่ไหนก็เอาอยู่
Aqua Veil Protect Sunscreen SPF50+ PA+++ จาก Akins

กันแดดสูตรน้ำ เกิดมาเพื่อผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ โดดเด่นด้วยส่วนผสมของดอกบัว ออร์แกนิกและกุหลาบที่เพาะปลูกบนเทือกเขาแอลป์ ปราศจากสารเคมีที่ทำให้เกิดการอุดตัน ช่วยปกป้องผิวจาก PM 2.5 ได้ด้วย  เนื้อครีมซึมซาบไว ไม่ทิ้งคราบให้ว้าวุ่นใจ

4.UV Water Defense Pro SPF50+ PA++++ จาก Mizumi

แดดแรงแค่ไหนก็เอาอยู่
UV Water Defense Pro SPF50+ PA++++ จาก Mizumi

ครีมกันแดดสูตรน้ำ ปราศจากสารกันแดดแบบเคมี  (100% Physical Sunscreen) เหมาะสำหรับผู้ที่มีเหงื่อเยอะ หรือเล่นกีฬากลางแจ้ง เนื้อสัมผัสเบาสบายคล้ายเซรั่มแบบน้ำ ให้ความรู้สึกแห้งเร็ว ซึมไว ที่สำคัญมีสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญถึง 3 ชนิด ไม่ว่าจะเป็น สารสกัดจาก Uji Tea, วิตามินอี และวิตามินซี สามารถใช้ได้ทุกสภาพผิว

5.Water Gel UV Protection SPF50 PA++++ จาก JUV

แดดแรงแค่ไหนก็เอาอยู่
Water Gel UV Protection SPF50 PA++++ จาก JUV

ครีมกันแดดสูตรวอเตอร์เจลผสานเทคโนโลยีการปกป้องผิวจากทุกคลื่นแสง ไม่ว่าจะเป็น UVA, UVB, Visible Light, IR รวมถึงมลภาวะและฝุ่นละอองอนุภาคเล็กถึง 1 ไมครอน ช่วยบำรุงผิว ให้ผิวรู้สึกสดชื่น ไม่อุดตันผิว กันน้ำกันเหงื่อ อ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว และยังปราศจากสารระคายเคืองอีกด้วย

6.Hybrid Light Hydrating Sunscreen Broadspectrum SPF50 PA+++ จาก Fyne

Hybrid Light Hydrating Sunscreen Broadspectrum SPF50 PA+++ จาก Fyne

ผลิตภัณฑ์กันแดดเนื้อบางเบาจากฟายน์ กันแดดที่ถูกพัฒนาเพื่อปกป้องทุกสภาพผิว มีสารสกัดจากมอรินก้า เพื่อลดการเกาะติดของฝุ่นมลภาวะ… เนื้อผลิตภัณฑ์บางเบา ไม่ทิ้งคราบขาวบนผิว เหมาะกับทุกสภาพสีผิวเลยค่า

7.Sunlife Water-Based Sunscreen จาก Dermcells

Sunlife Water-Based Sunscreen จาก Dermcells

ครีมกันแดด water-base แห้งเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ออกแบบมาเพื่อปกป้องผิวจาก ยูวีเอ ยูวีบี รังสีและแสงที่มีพลังงานสูง ที่ทำให้เกิดการอักเสบของผิวและการสร้างเม็ดสีเมลานินที่ผิดปกติ เสริมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยฟื้นฟูผิวเมื่อโดนแสงแดด ให้ผิวคงความอ่อนเยาว์ กระจ่างใส ปังขนาดนี้ควรมีนะคะ…

จบกันไปแล้วนะคะ สำหรับ 7 ครีมกันแดดแบรนด์ไทยที่เรานำมาฝากกัน ใครที่ชื่นชอบแบรนด์ไทย อยากสนับสนุนแบรนด์ไทยของเราเพิ่มเติม สามารถกดอ่านบทความ 6 บอดี้ออยล์ออร์แกนิก แบรนด์ไทย ตัวช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม กันต่อได้เลยนะคะ

The Last Duel ชะตาชีวิตจากความเมตตาของพระเจ้า

0

The Last Duel ชะตาชีวิตจากความเมตตาของพระเจ้า

The Last Duel หรือที่มีชื่อไทยว่า ดวลชีวิต ลิขิตชะตา ภาพยนตร์ที่ทำการดัดแปลงมาจากหนังสือ The Last Duel: A True Story of Trial By Combat in Medieval France ในปี 2004 ของนักเขียน Eric Jager ซึ่งเล่าถึงเรื่อง The last judicial duel in France : เหตุการณ์จริง คดีสไคว์รข่มขืนเลดี้เมียอัศวิน ที่นำมาดัดแปลงและเขียนบทโดยสองนักแสดงในเรื่องอย่าง Matt Damon และ Ben Affleck ร่วมกับ Nicole Holofcener และภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับของ Ridley Scott ผู้กำกับมากฝีมือนั่นเอง

The Truth according to…..

The Truth according to….. ภาพยนตร์เรื่องนี้มีการเล่าและดำเนินเรื่องแบบการบอกเล่าความจริงจาก 3 มุมมองของตัวละครในเรื่อง ที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนได้อ่านหนังสือไปทีละตอนตั้งแต่บทเกริ่นนำ จนไปถึงบทสรุปสุดท้าย โดยเริ่มจาก

1. Chapter One – The Truth according to Jean De Carrouges อัศวินลูกชายของเจ้าเมือง Belleme สามีของ Lady Marguerite

Matt Damon
Matt Damon

2. Chapter Two – The Truth according to Jacques Le Gris สไคว์รคนโปรดของ Count Pierre d’Alençon เพื่อนรักเพื่อนร้ายของ Jean De Carrouges ที่ถูกกล่าวหาว่าขืนใจภรรยาของเพื่อนตัวเอง

Adam Driver
Adam Driver

3. Chapter Three – The Truth according to The Lady Marguerite ภรรยาสาวคนสวยของ Jean De Carrouges สตรีทผู้ไม่ยอมนิ่งเฉยต่อสิ่งที่ตนถูกกระทำ

Jodie Comer
Jodie Comer

The Last Duel ได้เล่า “ความจริง” จากมุมมองของตัวละครแต่ตัว โดยที่อาจจะให้น้ำหนักของความจริงใน Chapter สุดท้ายของ The Lady Marguerite มากกว่า นั่นอาจจะทำให้ผู้ชมเชื่อได้อย่างสนิทใจในตอนจบสุดท้ายว่าใครกันแน่ที่พูดความจริง

เส้นเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศสในปี 1386 รัชสมัยของ King Charles VI หรือ Charles the Mad ซึ่งแสดงในเห็นถึงประวัติศาสตร์รูปแบบสังคมอันโหดต่อผู้หญิงในยุคนั้น ที่ถูกมองเป็นเพียงทรัพย์สมบัติของสามีมากกว่าจะเป็นตัวของพวกเธอเองด้วยซ้ำ

เพราะจากที่ตัวละคร Lady Marguerite จะไม่สามารถไปฟ้องร้องในคดีข่มขืนที่เกิดขึ้นกับตัวเธอได้ถ้าหากสามีไม่ดำเนินเรื่องให้ เนื่องจากกฎหมายในยุคนั้น ไม่ได้มองว่าการที่ผู้หญิงถูกล่วงเกินหรือละเมิดรุกรานสิทธิ์ของพวกเธอเป็นอาชญากรรม แต่มองว่าเป็นการทำให้สามีเสื่อมเสียเกียรติยศและชื่อเสียง หรือเป็นการละเมิดสมบัติของสามีเท่านั้น

The Last Duel

การไต่ตวนหาความจริงจึงเกิดขึ้น บนความกดดันและยังคงเต็มไปด้วยความเหยียดหยามฝ่ายหญิง และเมื่อยังหรือ “ความจริง” ไม่ได้ Jean De Carrouges จึงมีการประกาศขอดวลกับ Jacques Le Gris เพื่อให้พระเจ้าได้ตัดสิน ว่าฝ่ายใดที่ชนะฝ่ายนั้นพูดความจริง แต่เรื่องตลกร้ายคือถ้าหาก Jacques Le Gris ซึ่งเป็นจำเลยชนะ Lady Marguerite จะต้องถูกเผาให้ตายทั้งเป็นไปด้วย บนความที่เหมือนจะออกตัวปกป้องภรรยาตัวเองของ Jean De Carrouges นั้นแท้จริงแล้วเป็นแค่การปกป้องเกียรติยศของตนเองเท่านั้น

ให้คะแนนความน่าดูจาก Inzpy

ด้วยการดำเนินเรื่องราวที่เล่าเป็น 3 องก์ ผ่านมุมมองตัวละครทั้ง 3 ตัว ในระยะเวลากว่า 2 ชั่วโมง บอกตรง ๆ ว่าแอบมีจังหวะหาวบางเหมือนกันเพราะในเราต้องเจอฉากเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ในบางฉากถึง 3 รอบ แต่แน่นอนว่าบนความซ้ำซ้อนจากการเล่าเรื่องของแต่ละ Chapter นั้น ทำให้เราค่อย ๆ มองเห็นลักษณะนิสัย ความคิดความอ่านของตัวละครเปลี่ยนไป และทำให้เรามีความรู้สึกต่อตัวละครเปลี่ยนไปได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเรามองว่าตรงนี้เป็นจุดแข็งของการเล่าเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้มาก

The Last Duel

ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือการแสดงของ Jodie Comer ที่ทำให้เรารับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดของผู้หญิงในยุคนั้นจริง ๆ และการแสดงจุดยืนที่แน่วแน่และเข้มแข็งของเธอ ที่ต้องการปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง ที่ชอบที่สุดคือเธอทำให้เรา “เชื่อ” ในความจริงของเธอได้อย่างไม่มีข้อข้องใจเลย

เอาเป็นว่าภาพยนตร์เรื่อง The Last Duel ถือเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่ควรไปรับชมกันเลย ด้วยบทภาพยนตร์ที่อ้างอิงมาจากเรื่องจริง การรวมกันเขียนบทของ Matt Damon / Ben Affleck / Nicole Holofcener และการกำกับของ Ridley Scott รวมทั้งนักแสดงนำมากฝีมือทั้งหลาย

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วก็ไม่ต้องเชื่อเราทั้งหมดนะ เอาเป็นว่าลองไปหาความจริงกันเองได้แล้วผ่านทาง Application Disney+ นั่นเอง ช่วยกันสนับสนุนช่องทางถูกลิขสิทธิ์เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมทำภาพยนตร์และเหล่านักแสดงกันนะ 🙂

บาล์มลูกคุณตัวใหม่ จาก Chanel… บอกเลย สวยทุกสี !

0

บาล์มลูกคุณตัวใหม่จาก Chanel… บอกเลย สวยทุกสี ! Lip & Cheek Balm N°1 De Chanel 

บาล์มลูกคุณตัวใหม่จาก Chanel

บาล์มลูกคุณตัวใหม่จาก Chanel Lip & Cheek Balm N°1 De Chanel บอกเลย สวยทุกสี ! ของมันต้องมีอีกแล้ว ! ลิปบาล์มคอลนี้มีมาให้เราได้เลือกตำกันทั้งหมด 6 เฉดสีเลย ทาได้ทั้งปากและแก้ม มีวางจำหน่ายแล้วทั้งหน้าร้านและออนไลน์ ราคาน้อง ๆ อยู่ที่ตลับละ 1,800 บาท

บาล์ม N°1 DE CHANEL บาล์มแบบทินต์ซึ่งมีเนื้อสัมผัสแบบครีม ทาได้ทั้งริมฝีปากและแก้ม อุดมไปด้วยออยล์จากดอกคามิลเลียสีแดงที่มอบความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึกและทำให้ผิวรู้สึกได้ถึงความสบาย สูตรของผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ประกอบด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติถึง 86% เนื้อสัมผัสอันเนียนนุ่มจะซึมเข้าสู่ผิวเพื่อช่วยบำรุงให้ริมฝีปากและแก้มดูเอิบอิ่ม มีสีสัน สามารถใช้เป็นประจำในทุก ๆ วันได้เลย

บาล์มลูกคุณตัวใหม่จาก Chanel

บอกเลยสาวกลิปบาล์มห้ามพลาด ! เพราะแต่ละสีคือละมุน สวยใจเจ็บ สวยไม่ไหว สวยจนไม่รู้จะพูดยังไง แถมในส่วนของตลับก็มีความหรูหราหมาเห่ามากแม่ พิมพ์บอกอย่างเดียวมันไม่เห็นภาพ เพราะงั้นแล้วก็ต้องมีภาพประกอบเนอะ เดี๋ยวเราพาไปชมความละมุนของน้อง ๆ กันเลยดีกว่า อย่ารอช้า ตามไปดูกันเลย !

Lip & Cheek Balm N°1 De Chanel 6 เฉดสี

1.Red Camellia

บาล์มลูกคุณตัวใหม่จาก Chanel
Red Camellia

สีเบอร์ 1 Red Camellia สีแดงก่ำ ฉ่ำ ๆ พิกเม้นต์คือแน่นมาก ปาดแล้วสีชัดแจ๋ว สีสวยมาก ชมว่าสวยสิบล้านครั้ง เริ่ม.. ความเล่นแสง ความชุ่มชื้นบอกเลยว่าจัดเต็ม ทาแล้วผิวหน้าจะดูไบรท์ขึ้นเลย เหมาะกับทุกสีผิว !

2.Healthy Pink

บาล์มลูกคุณตัวใหม่จาก Chanel
Healthy Pink

สีเบอร์ 2 Heathy Pink สีชมพูสุขภาพดีกรุบ ๆ ให้ปากและแก้มดูสุขภาพดี ดูอมชมพูระเรื่อ เป็นสาวหวาน หวานให้มดขึ้นหน้าไปเลยค่า สามารถใช้แต่งหน้า ทาปาก ทาแก้มได้ Everyday look เลย

3.Vital Beige

บาล์มลูกคุณตัวใหม่จาก Chanel
Vital Beige

สีเบอร์ 3 Vital Beige สีชมพูน้ำตาล สีนี้ควรตำมากแม่ เหมาะมากกับทุกสีผิวเลย ! จากรีวิวที่เราเห็นมานะ เค้าบอกสีนี้ควรทุบมากที่สุดเลย เกลี่ยแล้วมีความเล่นแสงดีสุด ๆ ทาแล้วแอบเซ็กซี่นิด ๆ ด้วย ดือมากแม่ คุณค่าที่เราคู่ควร

4.Wake-Up Pink

บาล์มลูกคุณตัวใหม่จาก Chanel
Wake-Up Pink

สีเบอร์ 4 Wake-Up Pink สีชมพูอมส้ม สีนี้น่ารักมากแม่ ทาแล้วลดอายุให้ดูเด็กลงไปเลย ! ทาปาก ทาแก้ม มันจะดูน่ารักขึ้นจริง ๆ ควรนะ ควรมีติดโต๊ะนะ… ก็เหมาให้หมดไปเลยสิคะ ถ้ามันจะสวยทุกสีขนาดนี้

5.Lively Rosewood

Lively Rosewood

สีเบอร์ 5 Lively Rosewood สีชมพูเข้ม ตุ่น ๆ ทาแล้วให้ฟีลหน้าบ่มแดดมาก ปาก แก้มดูระเรื่อ ๆ โอ๊ยยยยมันดี ! หยิบใส่ตะกร้าเพิ่มอีกหนึ่ง

6.Berry Boost

Berry Boost

สีเบอร์ 6 Berry Boost สีเบอร์รี่ชมพูอมม่วงก่ำ ๆ เป็นสีที่ให้ความรู้สึกเซ็กซี่ ทาแล้วดูโตมากกว่าทุกสีเลยนะ

ตอนนี้ SHOP Channel น่าจะแตกไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย… งานนี้ต้องมีในกรุสักอันแล้วนะคะ กับลิปบาล์มสุดเลิศ สีละมุน ๆ แบบนี้ ที่สำคัญ คอลเลกชัน N°1 DE CHANEL เค้าจัดเต็มสุด ๆ เลยนะ ไม่ได้มีแค่ลิปบาล์มเท่านั้น ยังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น สกินแคร์ เมคอัพ และสเปรย์น้ำหอมอื่น ๆ ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง สามารถตามไปอ่านที่บทความฉบับนี้ได้เลยค่า เปิดตัว N°1 de Chanel สกินแคร์เจเนอเรชั่นใหม่ ทั้งสกินแคร์ เมคอัพ และน้ำหอม

ต้นไม้มงคลเรียกทรัพย์ เข้าบ้านในปีขาล 2565

ต้นไม้มงคลเรียกทรัพย์ เข้าบ้านในปีขาล 2565

ต้นไม้มงคลเรียกทรัพย์ เข้าบ้านในปีขาลกับการปลูกต้นไม้มงคลในบ้านที่ให้ความรู้สึกปัง ๆ ในปีเสือรับความเฮง โกยเงินทองให้ไหลเข้ามาในบ้าน เนื่องด้วยสถานการณ์ช่วงนี้หลายคนคงอยู่บ้านกันเป็นส่วนมาก หรือไม่ก็ Work form home วันนี้เราเลยนำวิธีการอยู่บ้านแบบไม่น่าเบื่อมานำเสนอ ด้วยการแนะนำให้เพื่อน ๆ สายมูเตลูได้รู้จักกับไม้มงคลฟอร์มสวยน่าสนใจ นำไปตกแต่งบ้านพร้อมเสริมดวงในด้านทรัพย์ จะมีพันธุ์ใดบ้างนั้น ติดตามมาดูกันได้เลย

ต้นไม้มงคลเรียกทรัพย์

กวักมรกต

เป็นไม้ประดับ มีใบสีเขียวมันเงา สามารถปลูกได้ทั้งในคอนโดฯ ออฟฟิศ หรือแม้จะเป็นบ้านขนาดเล็ก เพราะไม่ต้องใช้พื้นที่เยอะ นิยมปลูกในร่ม ไม่ต้องการแสงแดดโดยตรง ขอแค่มีแสงสว่างรำไร ๆ แถมกวักมรกตยังเป็นต้นไม้กวักเงิน กวักทรัพย์แบบไม่หยุด เพราะแค่ชื่อก็เป็นมงคลแล้ว เพื่อเรียกสิ่งดี ๆ เข้ามาในบ้าน ให้ความหมายว่าจะมีแต่ความมั่นคง ความราบรื่น การมีโชคลาภ คิดสิ่งใดก็จะสมปรารถนา นับว่าเป็นต้นไม้มงคลปลูกในร่ม ที่ส่งเสริมในด้านโชคลาภ ร่ำรวยนั่นเอง

ต้นไม้มงคลเรียกทรัพย์

กระบองเพชร

กระบองเพชรเป็นพืชพื้นเมืองที่มีแหล่งกำเนิดมาจากในทะเลทราย ต้นกระบองเพชรสามารถยืนต้นอยู่ได้ แม้อยู่ในทะเลทรายที่แห้งแล้งกันดาร โดยไม่ตาย เพราะนาน ๆ ครั้งหนึ่งจะมีฝนตกจำนวนมาก โดยต้นกระบองเพชรจะเก็บน้ำไว้ในลำต้นเป็นจำนวนมาก มันจะใช้น้ำตลอดระยะเวลาแห้งแล้งที่ยาวนาน และมันจะเปลี่ยนใบเป็นหนาม เพื่อลดการคายน้ำแต่คงยังคายน้ำอยู่ ดังนั้นมันจึงสามารถอยู่ในทะเลทรายได้ และส่วนมากนิยมนำมาวางบนโต๊ะทำงานเป็นต้นเล็ก ๆ ที่มีความเชื่อว่าใครที่ปลูกจะช่วยในเรื่องโชคลาภ เงินทองอีกด้วย

ต้นไม้มงคลเรียกทรัพย์

ออมเงิน

ต้นออมเงิน แค่ชื่อก็เรียกว่าน่าปลูกแล้ว ลักษณะของต้นเป็นเถา และมีรูปทรงต้นคล้ายกับถุงเงินเป็นไม้มงคล ที่คนโบราณบอกว่า ถ้าบ้านไหนปลูก บ้านหลังนั้นก็จะมีเงินทองไหลมาเทมา ตามชื่อของต้นไม้นั้น ๆ ทำให้มีความเชื่อกันว่า “ต้นออมเงิน” ช่วยออมทรัพย์เสริมโชคลาภ และ ค้าขายดี

ต้นไม้มงคลเรียกทรัพย์

ไทรใบสัก 

จุดเด่นของไทรใบสักคือมีลำต้นตั้งสูงตรง และโอบล้อมด้วยใบขนาดใหญ่ทรงหยักพลิ้วสีเขียวสวยงาม ดูเผิน ๆ เหมือนต้นไม้ประดิษฐ์ จึงเหมาะกับการปลูกไว้เป็นไม้ประดับภายในบ้าน ร้านอาหาร หรือ คาเฟ่ เพราะถึงแม้มันจะเป็นพันธุ์ไม้ที่ชอบแสงแดด แต่ก็สามารถอยู่ภายในอาคารที่มีแดดรำไรได้ ความหมายของต้นไทรใบสัก คือ ด้านเมตตา และ ความรัก เสริมเรื่องการค้าขาย และเสริมฮวงจุ้ย คนในบ้าน หรือการทำงานด้วย

ไม้มงคลทั้งหมดนี้ เป็นไม้พันธุ์ที่เราคัดมาฝากเพื่อน ๆ ด้วยการดูแลที่ง่าย และยังเสริมพลังใจให้กับหลาย ๆ คนที่มีความชื่นชอบต้นไม้กับสายมูเตลูเข้าด้วยกัน ด้วยความเชื่อที่ว่าใครปลูกต้นไม้มงคลในบ้านจะช่วยเสริมความปังให้กับชีวิตให้ดี และประโยชน์ของต้นไม้นั้นก็ยังเป็นไม้ใบที่สามารถใช้ฟอกอากาศได้อีกด้วย เรียกว่าครบทุกอย่างตามที่ต้องการไปเลยล่ะ

ZBOM แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับโลก เปิดตัวแล้วในเมืองไทย

ZBOM แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับโลก เปิดตัวแล้วในเมืองไทย

ZBOM แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับโลก

อีกหนึ่งเรื่องน่าสนใจ สำหรับผู้รักการตกแต่งบ้าน เพราะล่าสุด Ralph Architecture and Interior Design  ผู้ให้บริการออกแบบตกแต่งภายใน และงานสถาปัตยกรรมแบบครบวงจร เขย่าวงการตลาดอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ในประเทศไทย ด้วยการเปิดตัว “ZBOM” แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ ระดับ High-End เป็นเจ้าแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้หลงใหลในการตกแต่งบ้านโดยเฉพาะ

ZBOM แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับโลก

ซึ่งแบรนด์ ZBOM หรือ ซีบอม นับเป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ ระดับ Hi-End ที่ก่อตั้งในปี 1998 เป็นผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์โดยใช้เทคโนโลยีอันทันสมัย จึงทำให้แบรนด์ ZBOM เป็นที่ยอมรับในระดับโลกและก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดได้อย่างรวดเร็ว

ZBOM แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับโลกZBOM แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับโลก

แถมยังมีผลิตภัณฑ์จากทางแบรนด์ได้รับเลือกให้นำไปใช้บริการในโรงแรมระดับ 5 ดาว ชั้นนำมากมาย อาทิ The Ritz-Carlton และ Rose Wood  Residence

รวมถึงปัจจุบัน ZBOM มีสาขาทั่วโลกทั้งในอเมริกา ยุโรป ออสเตรเลียและในเอเชีย และยังเป็นหนึ่งในศูนย์การผลิตเฟอร์นิเจอร์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีกำลังการผลิตชุดครัว 6,000,000 ชุด/ปี และได้รับการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ในปี 2017

ZBOM แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับโลก

ด้าน นายสรวิศ เอี่ยมธนปกรณ์  Head of business development และ Co-founder  บริษัท Ralph Architecture and Interior Design เปิดเผยว่า…

“จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 ทำให้หลายอุตสาหกรรมในประเทศไทย และในภาพรวมของธุรกิจโลกนั้นชะลอตัว แต่ในทางกลับกันอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นสวนกระแสกับสถานการณ์โควิด-19 ที่กำลังระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยการเปิดตัวแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ ระดับโลกอย่าง ZBOM  ในครั้งนี้ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านบริการตกแต่งภายใน และงานสถาปนิกแบบครบวงจรในประเทศไทย

ทั้งนี้กลยุทธ์ทางการตลาดที่นำมาใช้ในปีนี้ จะเน้นไปที่ชุดครัวและตู้เสื้อผ้าระดับ Hi-end เจาะกลุ่มลูกค้า Super Luxury ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าเดิมของทางบริษัท โดยตัวผลิตภัณฑ์จะนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาผสมกับแนวคิด Turning imaginations of homes into reality บ้านในฝันที่เป็นจริง

นอกจากนี้ยังใช้วัสดุและกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมาตรฐานการผลิต ZBOM มีการปล่อยค่าฟอร์มัลดีไฮด์ E0 ซึ่งเป็นมาตรฐานขั้นสูงสุดในการทำเฟอร์นิเจอร์ระดับโลก ทำให้ไม่เกิดสารก่อมะเร็ง และระบบทางเดินหายใจ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและทุกคนในบ้าน

รวมถึง ในปี 2565 บริษัท Ralph Architecture and Interior Design มีแผนจะเปิด Flagship Store ที่แรกและใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อตอบรับกำลังซื้อของกลุ่มเป้าหมายอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ในประเทศไทย

ส่วนชื่อของแบรนด์นี้ คำว่า ‘BOM’ มาจากภาษาโปรตุเกส ที่หมายถึงคุณภาพสูง และ ZBOM ในภาษาจีน มีความหมายถึง ความปรารถนาอันสูงส่ง ซึ่งตรงกับปณิธานของเราที่มีความปรารถนาอันยิ่งใหญ่ ให้ทุกครัวเรือนได้ใช้งานผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง สวยงาม ทันสมัย และเป็นมิตรต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม”

สำหรับใครอยากทำความรู้จัก ZBOM มากขึ้นลองเข้าไปส่องได้ที่ FB : ZBOMTHAILAND 

Cr. Photo : FB : ZBOMTHAILAND

 

บทความน่าสนใจ : กรงวงกต นิทรรศการศิลปะ โดย ศิลปิน/นักสร้างภาพยนตร์ ผู้มีผลงานปรากฏในเวทีระดับสากล