Home Blog Page 1032

Ferragamo ผจญภัยในดินแดนแฟชั่นแฟนตาซี ฉลองตรุษจีนนี้!!

Ferragamo ผจญภัยในดินแดนแฟชั่นแฟนตาซี ฉลองตรุษจีนนี้!!

ในช่วงต้นปีแบบนี้แน่นอนล่ะว่ามีเทศกาลสำคัญอีกหนึ่งเทศกาลที่ใกล้จะมาถึงในอีกไม่ช้า อย่างเทศกาลตรุษจีน หรือ Chinese New Year ประจำปี 2022 นี้ ต้องเรียกว่าเป็นเทศกาลสำคัญสำหรับชาวเอเชีย โดยเฉพาะพวกเราส่วนใหญ่ที่เป็นคนไทยเชื้อสายจีน ที่ครอบครัวเรานั้นเป็นตระกูลที่สืบทอดเชื้อชาติและถิ่นกำเนิดจากประเทศจีน เป็นเทศกาลแห่งการเริ่มต้นก้าวสำคัญ เพื่อเฉลิมฉลอง รับความโชคดี เสริมสิริมงคลให้ทั้งตนเองและครอบครัวในฤกษ์งามยามดีในปีใหม่แบบนี้ โดยในวันนี้เราจะมาพูดถึงแฟชั่นคอลเลกชันสุดพิเศษที่ทางแบรนด์หรูสัญชาติอิตาเลียนอย่าง Salvatore Ferragamo ตั้งใจมอบความเท่ให้คุณผู้ชาย และความสง่างามให้คุณผู้หญิงด้วยคอลเลกชันเสื้อผ้าแฟชั่นที่มีความโดดเด่น เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมเฉลิมฉลองตรุษจีนปีเสือนี้ที่มาในธีม “Tiger in Wonderland”

Cr.Photo ; lofficielthailand.com

ตามชื่อธีมอันแสนสร้างสรรค์ที่ชื่อว่า “Tiger in Wonderland” ทางแบรนด์เฟอร์รากาโมจึงตัดสินใจเลือกเปิดตัวแคมเปญในครั้งนี้ด้วยภาพยนตร์รูปแบบดิจิทัล โดยอาศัยการถ่ายทำแบบเหนือจริง เพื่อต้องการที่จะนำเสนอฉากมหัศจรรย์เหนือจินตนาการ เหมือนได้พาพวกเราไปผจญภัยในดินแดนแฟชั่นแฟนตาซีสุดอลังการ ที่มาพร้อมกับเสน่ห์ของบรรยากาศและสีสันของฤดูใบไม้ผลิ

Cr.Photo ; lofficielthailand.com

นอกจากนั้นแล้วยังได้ศิลปินชาวจีนอย่าง Sun Yuan และ Peng Yu มาร่วมสร้างสรรค์ลวดลายงานพิมพ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใครเพื่อคอลเลกชันสุดพิเศษนี้โดยเฉพาะ โดยลวดลายงานพิมพ์อันเป็นเอกลักษณ์ถูกถ่ายทอดอยู่ภายในวิดีโอสุดล้ำ พร้อมให้นายแบบและนางแบบชายหญิงเล่าเรื่องราว ควบคู่ไปกับภาพของโลก Wonderland เหนือจินตนาการ นอกจากนั้นแล้วลายพิมพ์แสนสวยยังถูกรวบรวมผสมผสานเข้ากับเครื่องประดับต่าง ๆ ภายในคอลเลกชันพิเศษนี้อย่างงดงามสะกดทุกสายตา

Cr.Photo ; lofficielthailand.com

ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมในส่วนของแรงบันดาลใจหลักนั้นจะมาจากเสือโคร่ง สัตว์ที่เป็นตัวแทนความยิ่งใหญ่ ความน่าเกรงขาม เพราะทางแบรนด์ต้องการต้อนรับปีเสือ 2022 นั่นเอง ยิ่งไปกว่านั้นทางแบรนด์ยังมีความตั้งใจที่จะผสมผสานหลอมรวมวัฒนธรรมและศิลปะเข้าด้วยกันกับเสื้อผ้าแฟชั่นให้กลมกลืนกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างลงตัว ตามวิสัยทัศน์ของผู้ก่อตั้งแบรนด์เฟอร์รากาโมที่นอกจากจะมีความมุ่งมั่นแล้ว ยังได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของผลงานศิลปะ และการทำงานร่วมกันของศิลปินในแขนงต่าง ๆ ในแต่ละสาขา โดยภายในคอลเลกชันนี้ได้นำศิลปะและวัฒนธรรมของชาวเอเชียมาสู่แวดวงแฟชั่น ที่ถ่ายทอดผ่านเสื้อผ้าและไอเทม Accessories ต่าง ๆ ได้อย่างสวยงามไร้ที่ติ

ferragamo
Cr.Photo ; lofficielthailand.com

แน่นอนว่าเจ้าเสือโคร่งถือว่าเป็นพระเอกไฮไลท์ของงานนี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งนอกจากจะได้เห็นเจ้าเสือโคร่งตามไอเทมต่าง ๆ ภายในคอลเลกชันนี้อย่างโดดเด่นและเฉิดฉายแล้ว เรายังจะได้เห็นเสน่ห์อันน่าหลงใหลของภาพวาดจีนโบราณ ที่สะท้อนการเล่าเรื่องต่าง ๆ ผ่านลายเส้นบนภาพวาด ที่สามารถบ่งบอกถึงสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ ความเป็นสิริมงคล ความปลอดภัยและความหลงใหลในวัฒนธรรมจีนอีกด้วย

นอกจากเสือโคร่งแล้วภายในคอลเลกชันนี้ยังมีการหยิบเอาเหล่าบรรดาสัตว์ป่าอันเป็นสัญลักษณ์ที่เป็นสิริมงคลตามความเชื่อของชาวจีนมาอยู่บนลวดลายของไอเทมต่าง ๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นนกกระเรียน นกอินทรี กวาง และลิง ที่เหล่าสรรพสัตว์ได้มาโลดแล่นอย่างมีชีวิตชีวาให้เราได้เห็นในบรรยากาศท่ามกลางสวนตกแต่งแบบจีนสุดคลาสสิก ที่ปกคลุมอย่างอุดมสมบูรณ์ไปด้วยหิน พืช และดอกไม้แสนสวยงามนานาชนิด เพื่อต้องการถ่ายทอดและสื่อถึงความหมายของการมีชีวิตที่ยืนยาวสดใสและมีชีวิตชีวา

ferragamo
Cr.Photo ; lofficielthailand.com

เพื่อต้องการแสดงถึงการเริ่มต้นใหม่อย่างมีชีวิตชีวา ทำให้ภายในคอลเลกชันนี้เราจะได้เห็นการเลือกใช้สีสันที่มีความโดดเด่น รวมไปถึงสีที่บอกถึงความเป็นสิริมงคลที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับชาวจีนอย่างสีแดงสด ที่อยู่บนกระเป๋าถือ Trifolio ที่สื่อถึงความอบอุ่นของฤดูใบไม้ผลิ ทั้งยังมีการนำสีแดงมาจับเข้าคู่กับสีชมพูสำหรับคอลเลกชันของผู้หญิง นอกจากนั้นยังมีผ้าพันคอ Year’s Silk Foulard และ Ferragamo Studio Bag ที่มาในลวดลายพิมพ์อันโดดเด่นสะดุดตา ที่ได้รวมเอาองค์ประกอบของลายเส้นและสีสันเข้าด้วยกันอย่างคลาสสิกลงตัว สามารถสะท้อนเสน่ห์อันน่าหลงใหลในแบบวัฒนธรรมตะวันออกและความทันสมัย ถือว่าเป็นส่วน​​ประกอบการเฉลิมฉลองวันตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงได้แบบเพอร์เฟค

ferragamo
Cr.Photo ; lofficielthailand.com

สำหรับคอลเลกชันผู้ชาย ก็ได้นำสีแดงและดำที่ให้สัมผัสความเท่ โดยจะเห็นได้จากกระเป๋าสะพายข้างแบบพื้นผิว 3 มิติ โดดเด่นสะดุดตาด้วยลวดลาย Gancini (โลโก้รูปตะขอคู่) อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์ ในขณะที่รองเท้าผ้าใบมีอักษรย่อของ Gancini ที่มีสไตล์ร่วมสมัย แสดงถึงการมีรสนิยมแฟชั่น ให้คุณผู้ชายได้เลือกสรร นอกจากนั้นยังมีรองเท้าบูท Chelsea สีแดงสดที่จะกลายเป็นไอเทมเด่นสุดคูลสำหรับผู้ชายอีกหนึ่งชิ้นในซีซั่นนี้

ferragamo
Cr.Photo ; lofficielthailand.com

การเริ่มต้นปีในวันสำคัญอย่างวันตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงนี้แบรนด์เฟอร์รากาโม น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของไอเทมเสื้อผ้าแฟชั่นให้ทุกคนได้ดีทีเดียว ไม่ว่าจะด้วยสีสันและธีมเสือที่ตั้งใจทำมาเพื่อการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนในปีนี้โดยเฉพาะ นอกจากนั้นแล้วยังมาในคอนเซ็ปต์ที่จะนำพาทุกคนไปเปิดประตูมิติใหม่ ร่วมเดินทางไปในโลกแห่งความฝันและจินตนาการ ที่เป็นบรรยากาศของธารน้ำและธรรมชาติอันงดงามดังภาพวาดศิลปะ โดยในคอลเลกชันนี้มีไอเทมให้เลือกสรรมากมาย ที่สามารถเติมเต็มความสวยงามและความโดดเด่นผ่านเสื้อผ้าแฟชั่นให้ทั้งตัวเราเองและคนที่เรารัก

ferragamo
Cr.Photo ; lofficielthailand.com

สามารถสัมผัสความสิริมงคลและความยิ่งใหญ่อลังการต้อนรับปีเสือนี้ได้ที่บูทีคและ ferragamo.com ค่ะ

ก่อนจะจากกันไป เนื่องในปีเสือแบบนี้ทาง Inzpy เลยอยากจะชวนทุกคนแวะไปชมอีกคอลเลกชันที่มาในธีมเสือแบบจัดเต็มเช่นกัน ที่จะสามารถเป็นอีกตัวเลือกให้กับทุกคนเพิ่มเติมได้อย่างแน่นอน ลองแวะไปชม GUCCI เปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษร่วมฉลองปีเสือ กันนะคะ อย่าลืมติดตามคราวหน้า ว่าเราจะเอาสาระและความบันเทิงในวงการแฟชั่นอะไรมาฝากทุกคนกันอีก ฝากติดตามด้วยนะคะ

Leila Amulets เครื่องรางแฟชั่น เสริมดวงให้ปัง รักรุ่ง เงินพุ่ง!!

Leila Amulets เครื่องรางแฟชั่น เสริมดวงให้ปัง รักรุ่ง เงินพุ่ง!!

ช่วงฤกษ์งามยามดีเริ่มต้นปีใหม่แบบนี้ ทุกคนต้องอยากที่จะมีการเริ่มต้นปีที่ดียาวจนตลอดทั้งปีอย่างแน่นอน หลายคนโดยเฉพาะเหล่าสาวสายมู แน่นอนว่าอาจจะกำลังตามหาสิ่งของที่เป็นที่พึ่งทางจิตใจ ที่จะกลายมาเป็นไอเทมพิเศษเพื่อเสริมดวงชะตา เสริมโชคลาภ เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตกันเป็นแน่ เพราะสิ่งของเครื่องรางเหล่านี้ จะสามารถช่วยให้เราดำเนินชีวิตไปได้อย่างสบายใจ ช่วยให้ชีวิตราบรื่นไปได้ทั้งปีแบบไม่มีติดขัด พร้อมเผชิญหน้ากับสิ่งที่จะเข้ามาในชีวิตในปีนี้ และที่สำคัญเนื่องจากพวกเราเป็นสาวสายแฟชั่นนิสต้า ไอเทมพิเศษที่ว่านั้นเลยมาในรูปแบบเครื่องประดับแฟชั่น ที่เราสามารถใส่ติดตัวไปได้ตลอดทุกที่ทุกเวลาในการดำเนินชีวิตประจำวัน เป็นการเสริมดวงกันแบบจัดเต็ม 24 ชม. กันไปเลยเอาสิ ซึ่งในวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับแบรนด์ “Leila Amulets” (ไลลา อมูเลต) แบรนด์เครื่องรางสายแฟชั่นแสนเก๋ ที่ผสานความเป็นเครื่องประดับไว้ได้อย่างโดดเด่นลงตัว นอกจากนั้นยังสามารถทำให้เครื่องรางไม่ดูน่ากลัวสำหรับสาว ๆ อีกต่อไป เราไปรู้จักแบรนด์นี้พร้อม ๆ กันเลยดีกว่าค่ะ

Leila Amulets
Cr.Photo ; vogue.co.th

“Leila Amulets” (ไลลา อมูเลต) เป็นแบรนด์เครื่องประดับแบบเครื่องรางสายแฟชั่นของ คุณจัน–จันทรา จันทร์พิทักษ์ชัย ที่ร่วมกับ คุณเจนนี่-เจนจิรา ตรีวิชาพรรณ ซึ่งคุณจันได้นำแรงบันดาลใจในการนำเครื่องรางของขลัง ที่มีเอกลักษณ์ของคนไทย มาผสมผสานกับเครื่องประดับแฟชั่น ทั้งยังมีแนวคิดแสนสร้างสรรค์โดดเด่นไม่เหมือนใคร ในการตั้งใจที่จะออกแบบเครื่องรางให้ดูมีความเป็นแฟชั่นมากขึ้น เพื่อให้เหมาะกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ภายใต้แบรนด์ “ไลลา” ที่เปิดตัวไปตั้งแต่ปี 2018 ซึ่งเป็นระยะเวลากว่า 3 ปีแล้ว ซึ่งเครื่องประดับของทางแบรนด์ได้รับความนิยมเกินคาดอย่างต่อเนื่อง ฮอตฮิตแบบถล่มถลาย ดารานักแสดงพากันใส่เพียบ ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายและเติบโตอย่างรวดเร็วในเวลาเพียงไม่นาน

Leila Amulets
Cr.Photo ; FB: leilaamulet

คุณจันได้เผยว่า “Leila Amulets มีสโลแกนว่า “ไลลา ศรัทธาอย่างมีสติ” ที่กลายเป็นคอมมูนิตี้เล็ก ๆ ที่ทุกคนสามารถมาคุย มาปรึกษากัน โดยในปัจจุบันมีทั้งหมด 5 สาขาใหญ่ด้วยกันคือ ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และคิงพาวเวอร์ โดยเงินรายได้ 10% จากการเช่าบูชาของลูกค้า ทางแบรนด์จะนำไปทำบุญยังวัดหรือมูลนิธิต่าง ๆ เพราะคุณจันเชื่อว่าสิ่งที่เราได้มา เราก็ต้องตอบแทนกลับสู่ผู้ให้ด้วยเช่นกัน เราจะเป็นฝ่ายรับอย่างเดียวไม่ได้”

คุณจันยังเสริมอีกว่า “จุดประสงค์ของการทำแบรนด์ไลลา คือการลดความน่ากลัวให้กับเครื่องรางของขลัง ซึ่งตัวเธอเองเป็นดีไซเนอร์ จึงมีหน้าที่ตัดทอนความน่ากลัวออกไป ด้วยการนำแฟชั่นเข้ามาผสมผสานแทน”

Leila Amulets
Cr.Photo ; vogue.co.th

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมื่อก่อน ถ้าหากเราพูดถึง “ตะกรุด” หลายคนจะคิดแต่ว่า ของขลังส่วนใหญ่ดูน่ากลัว ดูโบราณ ดูเชย ก็จะมีแต่พวกผู้ใหญ่ใส่เท่านั้นแหละ แถมดีไซน์ก็ไม่ได้ไปกับแฟชั่นเอาซะเลย สาว ๆ สายแฟชั่นจะเอาไปมิกซ์แอนด์แมทช์ก็เห็นจะลำบากน่าดู เลยทำให้คนไม่กล้าที่จะเช่ามาบูชากัน แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แบบนั้นอีกต่อไปแล้วค่ะ เพราะตะกรุดน่ะมาแรงแบบสุด ๆ โดยเฉพาะเมื่อแบรนด์ไลลา ได้แก้ปัญหาให้กับทุกคนด้วยการนำเครื่องรางมาผสมผสานออกมาได้เป็นเครื่องประดับแฟชั่นดีไซน์สวยแสนเก๋ แถมเสริมความเป็นสิริมงคลอีกด้วย แล้วแบบนี้ใครจะต้านทานไหว ทำให้ไม่ว่าเราจะไปไหนก็เจอแต่คนใส่ไลลา

Leila Amulets
Cr.Photo ; PLYPLOYY / FB: leilaamulet

ตั้งแต่เจ้าแม่ Sold Out อย่างสาวน้อย “ลิซ่า BlackPink” ใส่เครื่องรางตะกรุดจากไลลา เมื่อครั้งที่มาแสดงคอนเสิร์ตในประเทศไทย เมื่อปี 2019 ทำเอาแฟนคลับแทบจะพลิกแผ่นดินตามหา ตามรอยเครื่องประดับสุดเก๋มาใส่ตามกันยกใหญ่

Leila Amulets
Cr.Photo ; vogue.co.th

นอกจากนั้นแล้วไหนจะบรรดานักร้อง นักแสดงดาราไทยอีกมากหน้าหลายตาที่แห่กันไปเช่ามาใส่บูชา เพื่อเพิ่มความโชคดี เสริมโชคลาภกันเพียบ จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมแบรนด์ไลลา ถึงกลายเป็นที่รู้จักและโด่งดังได้ขนาดนี้

Leila Amulets
Cr.Photo ; FB: leilaamulet

ถึงเวลาทำความรู้จักกับ “ตะกรุด” ที่ทางแบรนด์ไลลานำมาให้บูชากันดีกว่าค่ะ โดยแต่ละชิ้นเป็นเครื่องรางของขลังที่ทางร้านทำการเฟ้นหาและคัดสรร รวบรวมมาจากวัดดังต่าง ๆ มากมายทั่วประเทศไทยกันเลยทีเดียว โดยแต่ละชิ้นจะมีพุทธคุณในด้านที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเสริมด้านการเงิน การงาน ความรัก ความสำเร็จ ปกป้องคุ้มครองภัย และโชคลาภต่าง ๆ อย่างไรก็ตามต้องบอกกันตรงนี้ก่อนว่า เครื่องรางเป็นวัตถุมงคล การจะใส่แล้วได้ผลจริงหรือไม่นั้น ถือว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคลนะคะ แต่จากรีวิวจากผู้ที่แชร์ประสบการณ์ตรงจากการใส่จริง ที่ทางไลลาได้นำมาแบ่งปัน หลายคนก็ได้รับสิ่งดี ๆ กลับมา ส่วนสำหรับใครที่ต้องการบูชาจะต้องสามารถรักษาศีล 5 กันให้ได้ด้วยนะคะ โดยเฉพาะศีลข้อ 3 สำคัญที่สุดเลยค่ะ

Cr.Photo ; leilaamulets.com

ตะกรุดสายเสน่ห์เรื่องความรัก: ตะกรุดเมียน้อย, ตะกรุดสาวสามหมู่บ้านกินน้ำบ่อเดียวกัน ฯลฯ

Cr.Photo ; leilaamulets.com

ตะกรุดสายโชคลาภ การเงิน เฮงปัง แบบสุด ๆ: ตะกรุดเรียกทรัพย์นะกินไม่รู้สิ้น, ตะกรุดรวยไม่ยั้ง ฯลฯ

Cr.Photo ; leilaamulets.com

ตะกรุดคุ้มครอง ป้องกันภัยแถมโชคลาภ: ลูกสะกดมหารอดหลวงพ่อผิน, ตะกรุดสยบไพรี ฯลฯ

Cr.Photo ; vogue.co.th

นอกจากเครื่องประดับแฟชั่นตะกรุดที่เรานำมาฝากกันในวันนี้แล้ว ยังมีเครื่องรางแฟชั่นอีกหลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น สร้อยคอ, กำไล, กระเป๋า, จี้ และอื่น ๆ อีกมากมาย ใครที่สนใจอยากรู้จักเครื่องรางของขลังของแบรนด์ไลลาแบบอื่น ๆ สามารถดูรายละเอียดและศึกษาเพิ่มเติมได้ที่

Instagram @leila_amulets และ “Leila Amulets” ทั้ง 5 สาขาด้านล่าง:

  1. เซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น G (สาขาใหญ่)
  2. เอ็มโพเรียม ชั้น G
  3. สยาม พารากอน ชั้น M
  4. สยามเซ็นเตอร์ ชั้น 1
  5. คิงพาวเวอร์ ชั้น 3
Cr.Photo ; vogue.co.th

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคนกับเครื่องประดับดีไซน์เก๋ แถมยังเป็นเครื่องรางสไตล์แฟชั่นที่มาช่วยเสริมโชคลาภ เสริมดวงชะตาให้เราได้อีกด้วย ทั้งยังเป็นแบรนด์ฝีมือคนไทยแท้ที่น่าภูมิใจ มีแนวคิดสุดแสนสร้างสรรค์สามารถดึงเอาเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครของความเชื่อและวัฒนธรรมของคนไทย มาตีความหมายใหม่ได้อย่างน่าหลงใหล

ทำให้คนไทยรุ่นใหม่เข้าใจความเป็นเครื่องรางของขลังที่ถูกต้องอย่างร่วมสมัย เหมือนเป็นการสืบสานวัฒนธรรมของบ้านเราไปในตัว ทำให้คนไทยกล้าใส่ของดีจากประเทศตนเองด้วยความภูมิใจ กล้าใส่โชว์คนทั้งโลกแบบไม่ต้องอายใคร

ถ้าสายมูยังไม่จุใจ นอกจากเครื่องประดับจากแบรนด์ไลลาที่เราเอามาฝากในวันนี้แล้ว ลองแวะไปดูบทความ RAVIPA เครื่องประดับสัญชาติไทย ดังไกลจน “ลิซ่า” ก็ใส่นะจ๊ะ!! ที่เรารวบรวมข้อมูลเครื่องประดับสัญชาติไทยที่น่าภาคภูมิใจอีกแบรนด์ เอามาไว้ให้สาวสายมูเรียบร้อยแล้ว ส่วนในวันนี้ทาง Inzpy คงต้องขอลาไปก่อน พบกันใหม่คราวหน้า พร้อมแบรนด์แฟชั่นฝีมือคนไทยที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน รอชมกันได้เลยค่ะ!!

Dookki Topokki บุฟเฟต์เกาหลี อิ่มไม่อั้น ในราคาเพียง 299 บาท

Dookki Topokki บุฟเฟต์เกาหลี อิ่มไม่อั้น ในราคาเพียง 299 บาท

อัน-นยอง-ฮา-เซ-โย วันนี้มาทักทายทุก ๆ คนเป็นภาษาเกาหลีกันซักหน่อย จะได้เข้ากับบรรยากาศของร้านอาหารที่เราจะมาแนะนำกันในวันนี้ ซึ่งเรามาเอาใจสายกินกัน ใครที่ชื่นชอบการทานอาหารเกาหลี ที่สามารถทานได้แบบไม่อั้น ในราคาเพียง 299 บาท ขอแนะนำให้มาทานกันที่ร้าน Dookki Topokki ค่ะ

ร้านนี้เป็นร้านบุฟเฟต์ยอดฮิต ที่มีด้วยกันถึง 11 สาขาเลยค่ะ สามารถเลือกทานได้ที่สาขาใกล้บ้านท่าน รายละเอียดแต่ละสาขา เดี๋ยวเราจะแปะลิงก์เพจร้านเอาไว้ให้ด้านล่างนะคะ ราคาบุฟเฟต์ของที่นี่นั้นจ่ายเพียง 299 บาท ไม่มีบวกเพิ่มใด ๆ ทั้งสิ้น สามารถทานอาหารได้ยาว ๆ ถึง 1.30 ชั่วโมงเลยค่ะ

Dookki Topokki

ก่อนจะไปทาน มาดูบรรยากาศภายในร้านกันก่อนนะคะ วันที่เรามาทานเราเลือกทานที่สาขา Union Mall บริเวณ ชั้น 4 ร้านจะเป็นร้านเล็ก ๆ แบบเปิดโล่ง ร้านดูสะอาดตา มีเคาน์เตอร์สำหรับตักอาหารอยู่บริเวณกลางร้าน ในวันที่เราไปนั้นคนไม่ค่อยเยอะค่ะ ไม่แออัด

เมื่อไปถึงได้ที่นั่งแล้ว พนักงานก็จะมาอธิบายวิธีการทาน ภาชนะที่ใช้ตักอาหารแต่ละประเภท และต้องใส่ถุงมือทุกครั้งที่ไปตักอาหารค่ะ ในส่วนของอาหารนั้น จะมีเมนูของสด ที่จะนำมาทำหม้อไฟ เช่น สันคอหมู หมูสามชั้น เนื้อไก่ ปลาหมึก หอยแมลงภู่ เห็ดและผักต่าง ๆ รวมถึงเส้นแบบต่าง ๆ อีกด้วย และทีเด็ดคือ ต็อกที่มีให้เลือกประมาณ 8 ชนิดเลยทีเดียว

Dookki Topokki

บุฟเฟต์เกาหลี ร้านนี้ มีความสนุกของการทำหม้อไฟ อยู่ที่การปรุงน้ำซอสค่ะ ที่นี่จะมีซอสให้เลือกทั้งหมด 7 แบบ คือ ซอสกุงจุง ซอสจาจัง ซอสพุลกช ซอสโรเซ่ ซอสดุ๊กกี้ ซอสต๊อก และครีมซอส ซึ่งซอสแต่ละตัวจะมีการระบุรสชาติ และระดับความเผ็ดเอาไว้ เราสามารถรังสรรค์รสชาติได้ตามความชอบเลย หรือถ้าใครยังไม่เคยมาทาน ทางร้านก็มีสูตรปรุงซอสไว้ให้เลือกทำตามอยู่ 4 แบบ ซึ่งแต่ละแบบก็จะบอกรสชาติ และความเผ็ดเอาไว้เช่นกัน เลือกได้ตามความชอบค่ะ

นอกจากเมนูหม้อไฟ ก็จะมีพวกของทานเล่น ที่เป็นของทอดต่าง ๆ เช่น ไก่ทอดซอสเกาหลี คิมมาริ ปลาหมึกชุบแป้งทอด ยากี้มันดู เป็นต้น นอกจากนี้ก็มีเมนูมาม่าเกาหลี หรือรามยอน รสชาติต่าง ๆ เราจะต้องเลือกแบบที่ต้องการ แล้วพนักงานจะนำไปต้มมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะค่ะ ยังไม่หมดแค่นั้น ยังมีโอเด้ง ซูชิ ข้าวปั้น และผลไม้อีกด้วย เรียกว่าทาน บุฟเฟต์เกาหลี กันแบบจุก ๆ แน่น ๆ เต็มเวลาเลยค่ะ

สายกินที่ชอบหม้อไฟเกาหลี ที่มีอาหารทานเล่นหลายแบบ ในราคาไม่ถึง 300 บาท แถมสามารถ DIY รสชาติอาหารได้ด้วยตัวเอง อย่าลืมตามรอยไปทานที่ร้านนี้นะคะ หรือถ้าใครชอบอาหารเกาหลีในสไตล์ปิ้งย่างแนะนำให้ตามมาอ่านรีวิวร้าน “Kimgane Korea BBQ Buffet” 

ข้อมูลเพิ่มเติม Dookki Topokki Thailand

หาร้านอาหารเพิ่มเติม: https://invol.co/clepxko

โอซองยู คุณตาแห่ง Squid Game คว้ารางวัลลูกโลกทองคำ

0

เชื่อว่าหลายคนยังไม่ลืม Squid Game และคุณตาโอยองซู อย่างแน่นอน สำหรับสควิดเกมนั้น เป็นออริจินัลซีรีส์ของ Netflix ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก โดยสามารถที่จะทำลายสถิติซีรีส์ที่มียอดผู้ชมสูงสุดตลอดกาลของ Netflix โดยภายในหนึ่งเดือนหลังจากออกอากาศก็มีผู้ชมมากกว่า 132 ล้านคนทั่วโลก

แซงแชมป์เดิมอย่าง Bridgerton ที่มียอดผู้ชม 82 ล้านคนได้ และจากสถิติ ซีรีส์ สควิด เกม มีคนดูจนจบครบทุกตอนถึง 66% หรือราว 87 ล้านคน ภายใน 23 วันแรก

Squid Game

หมายเลข 001 คุณตาโอยองซู จาก Squid Game ผงาดคว้าลูกโลกทองคำ

สำหรับ สควิด เกม นั้นได้เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ 2022  หรือ goldenglobes 2022  ถึง 3 รางวัล คือ ซีรีส์ยอดเยี่ยม (ดราม่า), อีจองแจ นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม และ โอยองซู นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม

และ หมายเลข 001 คุณตาโออิลนัม หรือโอยองซู ในวัย 77 ปี ก็สามารถคว้ารางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม สาขาซีรีส์และภาพยนตร์ทางทีวี มาได้จริง ๆ จากบทบาทคุณตาสุดจะน่าสงสาร แต่กลับมีเบื้องหลังที่ทำให้ทุกคนต้องตะลึง

“หลังจากได้รู้ข่าวว่าได้รางวัล ผมบอกกับตัวเองเป็นครั้งแรกในชีวิตว่า แกเป็นคนดี มันไม่ใช่เราในโลกนี้อีกต่อไป แต่เป็นโลกภายในตัวเรา การได้โอบกอดกลิ่นอายวัฒนธรรมของเรา และความรักจากครอบครัวของผม ขอบคุณทุกคนในโลกนี้ ผมขอให้คุณมีชีวิตที่สวยงาม ”

และนี่คือถ้อยแถลงขอบคุณจาก โอยองซู ถึงแฟน ๆ ของเขาผ่านทาง Netflix

สำหรับโอยองซูนั้นเขามีชื่อเสียงในฐานะนักแสดงละครเวที และมีผลงานการแสดงละครเวทีกว่า 200 เรื่อง และเคยได้รางวัลใหญ่ ๆ มามากมายก่อนนี้ และรางวัลนี้ทำให้เขากลายเป็นนักแสดงเกาหลีคนแรกที่คว้ารางวัลสมทบชายยอดเยี่ยม

Squid Game

สำหรับ สควิด เกม นั้นเป็นเรื่องราวสุดลึกลับของเหล่าผู้เข้าแข่งขันหลายร้อยคนที่ประสบปัญหาทางการเงิน และต้องมาแข่งขันกันในเกมเด็กเล่นที่เต็มไปด้วยปริศนาลึกลับ เพื่อชิงเงินรางวัลมหาศาล ซึ่งผู้เล่นตอบรับคำเชิญสุดประหลาดด้วยความหวังที่ว่าจะคว้าเงินรางวัลมหาศาล แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าราคาของความพ่ายแพ้นั้นต้องจ่ายด้วย

เป็นซีรีส์ที่สร้างปรากฎการมากมายในช่วงปี 2021 และสร้างประวัติศาสตร์ และทำลายสถิติไว้แบบเยอะมาก ๆ ฉะนั้นใครที่ยังไม่ได้  หรืออยากชมการแสดงอันยอดเยี่ยมของ โอยองซู แล้วล่ะก็ไปติดตามกันได้ที่ Netflix ครับผม

และใครที่ไม่อยากจะพลาดเรื่องราวดี ๆ ในวงการหนัง ซีรีย์ หรือบันเทิงแบบนี้ล่ะก็อย่าลืมกดติดตาม Inzpy ของเราเอาไว้นะครับ

 

วัย 50 + ก็สวยได้ เคล็ดลับเพิ่มความสาว แบบสาว ๆ Sex and the city

วัย 50 + ก็สวยได้ เคล็ดลับเพิ่มความสาว แบบสาว ๆ Sex and the city – เรื่องราวชีวิตของสาว ๆ Sex and the city จากหนังสือยอดนิยมสู่ซีรีส์ และภาพยนตร์ยอดฮิตที่เป็นเหมือนแรงบันดาลใจให้กับสาว ๆ ทุกคน โดยเริ่มต้นจากการพบกันของเหล่า 4 สาวในมหานครนิวยอร์ก New York ที่ได้พบเจอกันและกลายมาเป็นเพื่อนกันในที่สุด ซึ่งเราจะเห็นถึงมิตรภาพ ชีวิตความรัก และความสัมพันธ์ต่าง ๆ ที่หลายคนจะได้เรียนรู้จากเรื่องนี้มากมาย และสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับ Sex and the city คือเรื่องของแฟชั่นที่ทำให้เรื่องนี้มีสีสันมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม Sex and the city ไม่ว่าจะ หนังสือ ซีรีส์ หรือภาพยนตร์ นั้นก็มีช่วงเวลาที่ต่างกันออกไปที่เราสามารถดูพัฒนาการของตัวละครผ่านสื่อเหล่านี้ได้ โดยประมาณต้นปี 2021 ที่ผ่านมาทาง HBO ประกาศรีเมกซีรีส์นี้ขึ้น ซึ่งจะแตกต่างจาก Sex and the city ในเวอร์ชั่นก่อน

สำหรับเวอร์ชั่นปี 2021จะเป็นการดำเนินเรื่องราวของตัวละครในช่วงวัย 50 ซึ่งเราจะเห็น Carrie Bradshaw ,Charlotte York , และ Miranda Hobbes กลับมาโลดแล่นในมหานครนิวยอร์กอีกครั้งกับเรื่องราวที่เปลี่ยนไป

วัย 50  1

ในวัย 50 ปี ของเหล่าสาว ๆ Sex and the city ที่เราเห็นจากตัวอย่างที่ทาง HBO และสำหรับใครที่อยู่อเมริกาก็อาจจะได้ดูไปแล้ว 2 ตอน ที่ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปี Carrie Bradshaw ,Charlotte York , และ Miranda Hobbes ก็ยังคงดูสวยงามตามอายุไม่เปลี่ยนแปลง

จึงทำให้ชีวิตตัวละคร และชีวิตจริง ๆ ของนักแสดง กลายเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจของผู้หญิงวัย 40-50 ปี ให้ทุกคนลุกขึ้นมาดูแลตัวเองกันมากขึ้น

เคล็ดลับเพิ่มความสาว แบบสาว ๆ Sex and the city

จริง ๆ การมีอายุ วัย 50 + หลายคนคิดว่าตัวเองดูแก่ หากเทียบกับคนที่อายุ 20-30 ปี ก็อาจจะดูแก่กว่าก็จริง แต่เราสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดูดีขึ้นได้ ถึงแม้ว่าผิวพรรณหน้าตาของเรามันจะฟื้นฟูขึ้นมาได้ไม่เท่าแต่ก่อนก็ตาม

วันนี้ Inzpy จึงอยากมาแนะนำเคล็ดลับเพิ่มความสาว แบบสาว ๆ Sex and the city ที่ไม่จำเป็นต้องดูเด็ก แต่ทำตัวเองให้ดูดีขึ้นเท่านั้น

วัย 50 2
Cr: Photo www.pexels.com

เริ่มจากการดูแลตัวเองในเรื่องของสุขภาพที่คนในวัยนี้ต้องใส่ใจมากกว่าคนในวัยอื่น ๆ เพราะยิ่งอายุมากระบบต่าง ๆ ในร่างกายของเราก็จะเสื่อมลงเรื่อย ๆ จึงเป็นหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เราดูไม่สดใสเหมือนแต่ก่อน ซึ่งมันเป็นธรรมชาติของมนุษย์อยู่แล้ว แต่เหนือสิ่งอื่นใดการที่เราดูแก่ลงไม่ได้แปลว่าสุขภาพเราจะแย่ลงตามไปด้วย ดังนั้นการดูแลสุขภาพให้ดีอยู่เสมอถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

โดยต้องเริ่มจากการรับประทานอาหารที่ถูกสุขอนามัยที่ดี ยิ่งอายุมากระบบย่อยอาหารของเราก็อาจจะไม่เท่าสมัยวัยรุ่นทำให้คุณจะต้องเลือกทานอาหารที่ย่อยง่าย และดีต่อระบบขับถ่าย เช่น ผักผลไม้ที่มีกากใยเยอะ ทานเนื้อสัตว์ที่ย่อยง่าย อย่างเช่น เนื้อปลาเป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลพื้นฐานที่ทุกคนรู้อยู่แล้ว

แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นมากขึ้น ก็คือการเลือกทานอาหารเสริม และวิตามินต่าง ๆ ที่เป็นสิ่งที่จะช่วยให้ผู้หญิงวัย 50 กลับมาสดใสได้อย่างสมวัย ซึ่งเราจะเห็นจากตัวละคร Samantha Jones ในภาพยนตร์ Sex and the city 2 ที่จะเห็นว่า Samantha รับประทานอาหารเสริม และวิตามินมากมายเพื่อให้ตัวเองดูสาวดูสวยขึ้น

การมีความรักสามารถทำให้เราดูสาวขึ้นได้จริง ๆ

ไม่เพียงแค่อาหารเสริม และวิตามิน เท่านั้นที่ทำให้เราดูสาว แต่การมีชีวิตที่มีความสุขก็เป็นหนึ่งสิ่งที่สาว ๆ Sex and the city เลือกที่จะมี ซึ่งความสุขของพวกเขาส่วนใหญ่มาจากความรัก ไม่ว่าจะเป็นความรักในรูปแบบไหนก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับวัย 50 ปีอย่างเรา ๆ ทั้งนั้น

อย่าง Carrie Bradshaw ที่มีความรักแบบคู่รักต่างวัยถึงแม้ว่าผู้ชายจะอายุมากกว่าแต่ก็สามารถสร้างความรักให้หวานชื่นได้ไม่แพ้วัยรุ่นเลย ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ Carrie ยังดูสาวอยู่

หรือจะมาทาง Miranda Hobbes ถึงแม้ว่าเธอจะดูเป็นผู้ใหญ่ที่สุดในกลุ่มเพราะมีครอบครัว และลูกที่ต้องดูแล แต่ Miranda ก็สามารถใช้ชีวิตให้มีความสุขโดยการรักตัวเองให้มากขึ้น และไม่พาตนเองไปอยู่ในความเครียดที่เป็นสาเหตุที่ทำให้แก่ก่อนวัยได้

Sex and the city 2

รสนิยมสามารถพาผู้หญิงวัย 50 ให้กลับมาสาวขึ้นได้

ถือเป็นความโชคดีเพราะเรื่องราวชีวิตตัวละคร Sex and the city มีการใช้ชีวิตอยู่ในมหานครนิวยอร์ก New York ที่เป็นหนึ่งในเมืองแห่งแฟชั่น ทำให้การแต่งตัวในแบบต่าง ๆ สามารถทำได้แบบไม่เคอะเขิน แต่จริง ๆ แล้วในชีวิตจริงการแต่งตัวแบบใน Sex and the city อาจจะดูเต็มที่ไปถ้ามาอยู่ในประเทศไทย แต่ก็ใช่ว่าผู้หญิงวัย 50 ทุกคนที่อยู่ในประเทศจะต้องนุ่งชุดผ้าไหมเท่านั้น ที่เราสามารถเห็นได้จากผู้หญิงในสถานที่ราชการต่าง ๆ

จริง ๆ แล้วการแต่งตัวถือเป็นสิ่งที่สามารถช่วยให้ผู้หญิงวัย 50 ดูไม่แก่ แต่ก็ดูไม่น่าเกลียดได้ อย่างเช่น Charlotte York , และ Miranda Hobbes ซึ่งเป็นผู้หญิงเก่ง และมีครอบครัว ทำให้การแต่งกายอาจจะไม่หวือหวาเท่า Carrie Bradshaw แต่ก็ยังคงดูดีและมีสไตล์

ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวอย่างของ Feminism ที่แสดงถึง ความเสมอภาคของสตรีได้เป็นอย่างดี ทำให้ผู้หญิงเราไม่จำเป็นต้องทำตามขนบธรรมเนียมที่เหล่าพวกผู้ชายเป็นคนคิด และอยากให้เป็นได้ในยุคสมัยนี้

Sex and the city 2

การลุกขึ้นมาเปลี่นแปลงตัวเองใน วัย 50 ปี ให้ดูมีสไตล์เป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ และไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม การดูแลตนเองให้ดูดีอยู่เสมอถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด จึงทำให้ Sex and the city กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงหลาย ๆ คนนับไม่ถ้วนหันมารักตัวเอง และใช้ชีวิตให้มีความสุขมากยิ่งขึ้น

Bomb At Track x Milli กับเพลงตีแผ่ขนบที่ผิด ๆ

0

เด็กเอ๋ยเด็กดีต้องเชื่อฟัง ผู้ใหญ่สอนห้ามเถียงห้ามชี้นำ บอกให้เชื่อก็เชื่อไปตามกัน หากสงสัยไม้เรียวจะลง.. เพลงสุดเดือดจาก Bomb At Track X Milli ที่บอกเลยว่ามีเนื้อหาที่ขัดใจผู้ใหญ่ หลาย ๆ ท่านอย่างแน่นอน กับเพลงที่ใช้ชื่อว่า “เด็กเอ๋ยเด็กดี..” ซึ่งเป็นเพลงต้อนรับวันเด็ก หัวขบถที่อยากจะแหวกขนบเก่า ๆ เดิม ๆ ที่ถูกปลูกฝังมาจากผู้ใหญ่ใน Gen ก่อนพวกเขามาอย่างยาวนาน

แต่ไม่ใช่การแหวกในเชิงต่อต้านแต่อย่างใด แต่มันคือการแหวก แบบเรียกร้อง และอธิบาย ที่หากว่าผู้ใหญ่ถ้าตั้งใจฟังเพลงนี้แบบจริงจังแล้วคิดตามล่ะก็ จะเข้าใจในตัวลูก ๆ ของคุณขึ้นอีกเยอะเลยทีเดียว

BOMB AT TRACK X MILLI ก็การปลดปล่อยเพื่อหยุดขนบที่ถูกปลูกฝัง

แค่เนื้อเพลงท่อนแรกก็คือชัดเจนแล้วว่า มันคือการบ่งบอกว่า ในอดีตผู้ใหญ่นั้นปลูกฝังให้ลูกต้องเชื่อฟังในคำพูดและคำสอนทุก ๆ อย่าง

“เด็กเอ๋ยเด็กดีต้องเชื่อฟัง ผู้ใหญ่สอนห้ามเถียงห้ามชี้นำ บอกให้เชื่อก็เชื่อไปตามกัน หากสงสัยไม้เรียวจะลง”

มันคือการบอกว่า ห้ามเถียง ห้ามถาม พ่อแม่ว่าอย่างไร ก็ต้องอย่างนั้น ถ้าปัญหามากจะโดนตี ซึ่งนี่คือขนบที่ “โดยส่วนใหญ่” จะเป็นอย่างนั้นกัน ทั้งที่คำว่า “เด็กเถียง” ของผู้ใหญ่ มันเป็นเพียงแค่ “การอธิบาย” ของเด็กเพียงเท่านั้น

ส่วนเนื้อหาใน MV ตรงนี้เป็นภาพการนั่งรับประทานอาหารที่ดูสุขสัน และปกติดี โดยมีแม่นั่งอยู่หัวโต๊ะ และลูกน้อยที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็จะตัดเป็นฉากที่ดูรุนแรง แม่ที่ดูใจดี เปลี่ยนเหมือนนางมารร้ายที่ทำร้าย ดุ ด่า และกดดันลูกแบบสุด ๆ

BOMB AT TRACK X MILLI

“เนื้อเพลงที่เขียนขึ้นโดยอิงจากเรื่องราวของผมและมิลลิ ที่พูดถึงความหมายจองคำว่า เด็กดี นอกจากนี้ยังรวมไปถึงเรื่องที่ว่า ความคาดหวังของผู้ใหญ่คือสิ่งที่ทำลายความันของเด็กโดยไม่รู้ตัว หรือการใช้ความอาวุโสกว่าในการโต้ตอบความเห็นที่แตกต่างด้วยวาจาและการกระทำ ส่งผลให้คำถามมากมายถูกก่อตัวขึ้นในตัวของเด็ก ๆ

โดยเฉพาะเรื่องที่ว่า การจะเป็นเด็กดีในสังคมได้ คือต้องทำหน้าที่ตามที่มีใครบัญญัติเอาไว้แล้วเท่านั้นหรือ?”

เต้ วงศกร นักร้องนำของ Bomb At Track เล่าถึงการเขียนเพลงนี้ขึ้นมา

ซึ่งมันก็ค่อนข้างจะชัดเจนในตัวเนื้อหาของเพลงครับ โดยเฉพาะท่อน Verse 2 ของ มิลลิ ที่ร้องว่า

“คุณฆ่าหนูด้วยการวาดหวังภาพฝัน ฆ่าด้วยการเปรียบเทียบกับคนข้างฉัน ฆ่าด้วยมือที่คุณตบที่คุณตี ฆ่าด้วยความเป็นเด็กดีแบบที่ คาดหวังของพวกคนข้างหลัง”

ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเรื่องจริงของพ่อแม่ หรือผู้ใหญ่ในยุคก่อนหน้านี้ที่มักจะเอาความฝันของตัวเองไปฝากไว้ที่ลูก หรือการบังคับให้ลุกทำในสิ่งที่ตัวเองคิดว่ามันดี แต่ไม่เคยถามลูกว่า “มีความสุขหรือเปล่า”

ซึ่งตรงนี้เองที่ตัวของผู้เขียนนั้นได้มีประสบการณ์ตรงของตัวเอง และขอบอกเลยว่ามันเป็นสิ่งที่แย่และเลวร้าย และในบางครั้งการที่ตัดความฝัน ความตั้งใจ หรือความพยายามไปในเส้นทางที่ลูกเลือกแบบไม่ตั้งใจนั้น มันอาจจะกลายเป็นฝันร้าย และความเสียใจแบบตลอดชีวิตของเขาเลยก็ได้

แต่ไม่เป็นไร เรื่องของผู้เขียนช่างมัน มาพูดเรื่องของปัจจุบันและอนาคตดีกว่า เพราะส่วนตัวเพลงนี้เป็นเพลงที่ผมเองก็ชอบมาก ๆ และท่อนที่ชอบที่สุดคือท่อน Pre-Hook ที่ทั้ง เต้ และ มิลลิ ได้ร้องประสานกัน

“ถ้าหากคุณช่วยฟังกันบ้าง ถ้าหากคุยด้วยความใจกว้าง และถ้าทำให้บ้านมันกลายเป็นบ้าน ทุก ๆ อย่างคงดีเราคงรักกันมาก แค่พูดดี ๆ ไม่น่าจะยาก ต้องทำยังไงถึงจะเปิดใจบ้าง ปฏิเสธเพราะกูอยู่คนละgenเหมือนกูผิดไอ้เวร”

มันคือเนื้อหาที่บ่งบอกถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่อัดอั้นอยู่ข้างในของเด็ก ที่ได้ถูกปลดปล่อยออกมา โดยมี Bomb At Track และ Milli เป็นตัวแทน ซึ่งความหมายมันตรงตัวแบบที่ไม่ต้องตีความ ก็คือ เปิดใจ รับฟัง และคุยกันดี ๆ บ้านมันคงจะกลายเป็นบ้านและน่าอยู่มากขึ้นกว่านี้เป็นกอง!

Bomb At Track x Milli

Teaser เล่าประสบการณ์ที่ถูกคาดหวัง

นอกจากตัวของเพลงแล้ว ยังได้มีการปล่อย Teaser ที่มีความยาวกว่า 13 นาที ถามว่า ทีเซอร์อะไรมันยาวขนาดนั้น! ยาวกว่าเพลงอีก ก็คงต้องบอกว่า มันไม่ใช่ทีเซอร์ธรรมดา เพราะคือการเปิดใจ และเล่าเรื่องประสบการณ์ของทั้ง 5 + 1 คน ได้แก่ เต้-วงศกร เตมายัง (นักร้องนำ), เมษ-ภควรรษ ประเสริฐศักดิ์ (กีตาร์), ปุ้ย-ปราชญานนท์ ยุงกลาง (กีตาร์), ข้น-ศาสตร์ พรมุณีสุนทร (เบส) และ นิล-สิรภพ เลิศชวลิต (กลอง) และ MILLI’ (มิลลิ-ดนุภา คณาธีรกุล)

รวมไปถึง เบื้องหลังที่ว่าทำไม บอม แอท แทร็ค ถึงเลือก มิลลิ มาทำเพลงนี้ด้วยกัน มันคือการทำด้วยกันนะครับ ไม่ใช่การ Featuring แต่อย่างใด ซึ่งในวิดีโอทีเซอร์ตัวนี้ก็ได้พูดถึง เบื้องลึกของเนื้อเพลง และเบื้องหลังของแต่ละคน ในด้านของการใช้ชีวิต ของครอบครัว

ในแง่ของการทำตามความฝัน หรือประสบการณ์ที่ไม่ดีที่ถูกกระทำมาจากที่บ้าน และรวมไปถึงสาเหตุของสิ่งที่เรียกว่า ยิ่งห้าม เหมือนยิ่งยุ

ฉะนั้นครับบทความนี้ รวมไปถึงเพลงนี้ ที่ผู้เขียนได้พูดถึง เราไม่แสดงออกว่าเราต่อต้านผู้ใหญ่ แต่เรา และวัยรุ่น หรือเด็กทุก ๆ คนนั่นแหละ อยากจะให้ผู้ใหญ่ได้เข้าใจเราให้มากขึ้น และมากขึ้นว่า เรา และทุกคนมีสิ่งที่ตัวเองอยากจะทำ มีความคิดเป็นของตัวเอง เหมือนที่คุณเองก็มีความคิดในแบบของตัวเองเช่นกัน

อยากให้เคารพความคิดของเด็ก ครูก็อยากให้เข้าใจนักเรียน และที่สำคัญที่สุดพ่อแม่ที่อยากจะให้เข้าใจลูกมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการวางแผนอนาคตของเขา ผู้เขียนเองเชื่อว่า พ่อแม่ และผู้ใหญ่ทุกท่านหวังดีต่อลูกหลาน แต่สิ่งที่ดีที่สุดที่จะทำได้คือปล่อยให้เขาในสิ่งที่เขาชอบ และคอยสนับสนุน หรือให้คำปรึกษาในสิ่งนั้นจะดีกว่าครับ

Bomb At Track x Milli

MILLI พูดถึงการทำงาน

อย่างที่บอกไปว่า เพลงนี้เป็นการทำงานร่วมกันของ 2 ศิลปินจาก Genie และ YUPP! ได้แก่ Bomb At Track และ MILLI โดยมี คำขวัญ ดวงมณี มากำกับตัวมิวสิควิดีโอ ซึ่งทางด้านของ มิลลิ สาวน้อยสุดฮอตก็ได้พูดการทำงานในครั้งนี้ว่า

“เรารู้จักและฟังเพลงของ BOMB AT TRACK อยู่แล้วค่ะ หลังจากนั้นก็มารู้จักกันที่งาน CAT T-SHIRT พี่ๆ เค้าโคตรเท่ค่ะ ตอนที่พี่เต้มาชวนทำเพลงนี้เราใช้เวลาตัดสินใจแป๊บเดียวเลยแต่ว่าคุยงานกันจริง ๆ คือนานมาก ใช้เวลาเป็นปีกว่าที่เพลงนี้จะออกมา

พอได้มาทำงานในห้องอัดด้วยกันคือสนุกมาก คือหนูจะมีไปแต่งท่อนแร็ปตรงห้องอัดก็มีที่แต่งไปเองบ้าง แต่งหน้าไมค์บ้างแต่งที่สตูฯนั่งแต่งกับพี่เต้สนุกมากแฮปปี้มาก พี่ปุ้ยตลกมากค่ะ (หัวเราะ)”

และสำหรับใครที่ชื่นชอบเพลงแนว Nu-Metal หรือ Rap-Metal เดือด ๆ และเนื้อเพลงที่เต็มไปด้วยการเสียดสี และข้อคิด ก็ติดตามทั้ง BATT และ Milli ทางช่อง Genie Rock และ YUPP! ส่วนใครที่ชอบบทความดี ๆ แบบนี้ หรือไม่อยากเพลงดี ๆ ดุ แบบนี้แล้วล่ะก็อย่าลืมติดตาม Inzpy ไว้ด้วยครับ

 

ร่มรื่นกลางเมือง ที่ กัลปพฤกษ์ สีลม

วันนี้เรามาลองร้านอาหารเก่าแก่ ย่านสีลม ที่เปิดมานานมากกว่า 40 ปี แล้ว อย่างร้าน กัลปพฤกษ์ สีลม ที่มีรสชาติแบบอาหารไทยแท้ ๆ และยังคงขยายสาขาออกไปตามห้างสรรพสินค้า อีกหลายสาขา เรามาถึงถนนสีลม ถนนเศรษฐกิจหลักของเมืองหลวง แล้วเลี้ยวเข้ามาที่ซอยประมวล ก็จะเจอกับร้านห้องกระจกเล็ก ๆ แต่พอเลี้ยวเข้ามาที่จอดรถนี่ กว้างใหญ่มากเลยค่ะ นี่คือ ที่ดินที่มีราคาแพงที่สุดในประเทศเลยก็ว่าได้ค่ะ

กัลปพฤกษ์ สีลม

ภายในพื้นที่จอดรถ ยังมีที่จอดรถแบบลิฟต์อีก เผื่อไว้ตอนคนเข้าออกกัน แล้วที่จอดรถจะไม่พอ โชคดีที่เรามาวันเสาร์ เลยไม่ค่อยมีคน ลองดูด้วยสายตาสั้น ๆ รวมลิฟต์แล้ว คิดว่าได้ประมาณ 60 คันค่ะ แต่ด้านข้างเป็น โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน คงได้เก็บค่าจอดรถสำหรับผู้ปกครองที่มารับ ส่ง นักเรียน ไปในตัวด้วย

บรรยากาศด้านนอกร้านก็ดูน่านั่ง ยิ่งช่วงนี้อากาศกำลังดีอยู่ด้วย ดูร่มรื่น ด้วยต้นไม้ใหญ่ และการจัดหาร่ม เก้าอี้ ให้เป็นโทนสีขาว ดูดี สะอาดตา ตัดกับสีเขียวของต้นไม้ ทำให้รู้สึกปลอดโปร่ง น่านั่งดื่มอะไรเย็น ๆ มากค่ะ

กัลปพฤกษ์ สีลม

ภายในร้าน ส่วนของห้องแอร์ เรียกได้ว่าเคาน์เตอร์เก็บเงินนี่เด่นสุดในร้านเลยค่ะ แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการที่เป็นระบบมาก พนักงานทุกคน สามารถมองเห็นลูกค้าได้ทุกมุม ถือว่าเป็นร้านอาหารที่มีการบริการที่ดีมากเลยค่ะ สำหรับอาหารของทางร้าน จะเป็นพวกอาหารไทยดั้งเดิม แต่ไม่ใช่ อาหารชาววัง อย่างที่ทุกคนเข้าใจ เป็นรสชาติที่สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นแรก ๆ แล้ว ที่สำคัญคือ การเลือกวัตถุดิบของดี ที่นำมาใส่ในอาหาร เช่น สะเดาน้ำปลาหวานกุ้งแม่น้ำเผา น้ำพริกมะขามปลาสลิด หรืออย่างโรตีแกงเนื้อ ที่เป็นทีเด็ดเลยค่ะ

ของหวานของทางร้านที่ขึ้นชื่อมากที่สุดเลย ก็คือ เค้กช็อกโกแลต ที่มีหน้าช็อกโกแลตหนานุ่ม ถือเป็นเจ้าแรก ๆ ของเมืองไทยที่เค้กอร่อยมากขนาดนี้ ยังมีเค้กส้ม เค้กมะตูม ที่ขึ้นชื่อเรื่องความฟู หนานุ่ม และไม่ได้มีแค่เค้กนะคะ ทางร้านยังมีผลไม้ไทย รสชาติเลิศ อย่างส้มเช้งลอยแก้ว กล้วยเชื่อมแดง ส้มฉุน ข้าวเหนียวเปียก หรือครองแครง ด้วยนะคะ ซึ่งทุกอย่างในร้านได้เลือกวัตถุดิบตามฤดูกาลมาทำเองทั้งหมดเลย  ไม่ได้ไปซื้อมาค่ะ

กัลปพฤกษ์ สีลม

นอกจากนี้ยังมีพวกน้ำสมุนไพร น้ำผลไม้ ดื่มเพื่อความสดชื่นด้วยนะคะ อย่าง น้ำตะไคร้ น้ำลำไย น้ำกระเจี๊ยบ เหมาะกับการดื่มคลายร้อนได้ดีสุด ๆ เลยล่ะค่ะ เป็นโมเมนต์ ที่เน้นไปในเรื่องของการใช้ วัตถุดิบในไทยได้ดีมาก

ก่อนกลับ ก็หาของติดไม้ ติดมือกลับบ้านไปสักหน่อย อย่างน้ำจิ้มสุกี้ ที่เป็นโฮมเมด เพราะขวดแบบนี้ไม่ได้มีขายตามห้างฯ แน่นอนค่ะ ส่วนของสด จำพวก ผัก ผลไม้ ก็เป็นของโครงการหลวงที่รับประกันความสด ใหม่ ก็นำมาวางขายในห้องแอร์เย็น ๆ ไว้ให้ช้อปติดไม้ ติดมือ กันไปค่ะ

กัลปพฤกษ์ สีลม
เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00น.
พิกัด: Google Map

และถ้าหากใครที่กำลังตามหา คาเฟ่ ร้านอาหารเด็ดดัง สถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก สามารถเข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่ Inzpy Travel นะคะ บอกเลยว่ามีอีกหลายที่ที่ชวนให้คุณไปตามหาแรงบันดาลใจ

Item Minimal ของใช้ภายในบ้านสุดน่ารัก คนรักบ้านต้องโดน!!

Item Minimal ของใช้ภายในบ้านสุดน่ารัก คนรักบ้านต้องโดน!!

Item Minimal ของใช้ภายในบ้านสุดน่ารัก คนรักบ้านต้องโดน วันนี้ Inzpy ได้รวบรวมของใช้ภายในบ้านสุดน่ารักสไตล์มินิมอลด้วยสีสัน ลวดลาย ที่ดีไซน์ออกแบบมาอย่างสุดคิวท์ แบบที่โดนใจหลาย ๆ คน หรือ สาวกสาวเกาหลีทั้งหลาย ด้วยความน่ารัก แสนละมุน อย่างพวก ถ้วย จาน ชาม เซรามิก ที่ต้องซื้อกันไว้ติดบ้านสะหน่อย ไม่ว่าจะเอามาใช้ในการนั่งทานเค้ก หรือ ขนมเบา ๆ ในวันหยุดยามพักผ่อนก็ดี และ ยังสามารถเป็นพร็อพในการใช้ถ่ายรูปลง Instagram เก๋ ๆ ได้อีกด้วย โอ้ยย มันจะน่ารักไปแล้ว จะมีร้านไหนที่เพื่อน ๆ ชอบบ้าง ตามไปดูกันเลยจ้า

Item Minimal
Cr.Trueid

IG: simplyfineday

มาเริ่มกันที่ร้านแรก simplyfineday ร้านสุดมินิมอลอีกหนึ่งร้าน ที่จะมีลวดลายที่แปลกใหม่กว่าร้านอื่น ๆ ในการดีไซน์ บนจานเซรามิก มักเน้นลายดอกไม้ ลาย Polkadot ลายเส้น และลายการ์ตูนต่าง ๆ ซึ่งหากสาว ๆ คนไหนไม่ชอบจานที่มีความเรียบ ก็ต้องลองมาตำร้านนี้กันเลย ด้วยลวดลายที่แตกต่างที่ไม่เหมือนคนอื่น ๆ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะจริง ๆ

Item Minimal

IG: noodle. Storage

ตามกันมาร้านที่สอง เอาใจสายหวานไปเลยจ้า ใครที่ชอบ แก้วน้ำ จาน ชาม เซรามิก สี EARTH TONE แบบละมุน ๆ สไตล์เกาหลี ล่ะก็ ต้องจัดร้านนี้ไปเลย นอกจากของใช้ภายในครัวแล้วนั้น ทางแบรนด์ก็ยังมีพวกอุปกรณ์แต่งบ้านอีกมากมาย อย่างเช่น เก้าอี้หวาย ไม้สาน เก๋ ๆ ให้เป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน หรือ ห้องนอนอีกด้วย ถ้าจะซื้อมาเป็นพร็อพถ่ายภาพอาร์ต ๆ ก็ต๊าชสุด ๆ ไปเลยละเธออ…

Item MinimalIG: simplywithrosie

ต่อกันที่ร้านที่สามอย่าง simplywithrosie เป็นร้านสไตล์ที่มีความเป็นแม่บ้านเกาหลี ด้วยดีไซน์ความน่ารักอย่างมาก โดยทางร้านมักจะเน้นจาน ชาม ที่มีสีสันลวดลายอ่อน ๆ โทนสีพาสเทล หรือ เป็นรูปลายดอกไม้ส่วนใหญ่ So cute สุด ๆ แบบที่ใครเห็นก็ตกหลุมรักแน่นอน

Item Minimal

IG: spring.and.summers

มาที่ร้านสุดท้าย สาว ๆ คนไหนที่อยากเปลี่ยนบ้านให้เป็น Home café ต้องมาช้อปไอเทมร้านนี้เลยจ้า ด้วยดีไซน์ลวดลาย แก้วสวย ๆ ลายน่ารัก มินิมอลหน่อย ๆ เหมาะมากในการใส่กาแฟมาก ๆ แล้วก็ยังมีจานเซรามิกลายเรียบ ๆ แต่ดูคูล ๆ สุด ๆ เหมาะมากในการใส่ขนม หรือ เค้ก วางจัดจานสวย ๆ ไว้ทานเป็นอาหารยามว่างก็ฟินไปกันเลย

แนะนำ 8 ร้านครัวซองต์ ขนมอบชื่อดังจากฝรั่งเศส สุดอร่อย

แนะนำ 8 ร้านครัวซองต์ ขนมอบชื่อดังจากฝรั่งเศส สุดอร่อย

ครัวซองต์ ขนมชื่อดังจากฝรั่งเศส ในช่วงที่ผ่านมา กระแสของขนมชนิดนี้นั้นกำลังเป็นที่นิยมบนโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะที่คาเฟ่ไหน ๆ ก็มักจะมีขนมชนิดนี้วางขาย ซึ่งมีมากมายหลายแบบ หลากหลายรสชาติ แตกต่างกันไปตามสูตรของแต่ละร้าน ในวันนี้เราจะมาแนะนำ ร้านครัวซองต์ รสชาติดี ให้ทุกคนได้ตามรอยไปทานขนมชนิดนี้กันค่ะ

 

PROOF.


ร้านนี้เป็นร้านครัวซองต์ที่โด่งดังมาก ๆ ในเชียงใหม่ มีครัวซองต์ให้เลือกทานกันหลายแบบเลยที่เดียว ตัวเด็ด ๆ ที่แนะนำ เช่น lemon meringue Croissant (130 บาท), Carbonara Croissant (135 บาท), Chocolate Milk Hazelnut Croissant (125 บาท) เป็นต้น ครัวซองต์ของที่นี่นั้น จะมีความกรอบด้านนอก ส่วนด้านในจะมีความนุ่มชุ่มชื้น ไม่แห้ง
บรรยากาศภายในร้าน ก็ตกแต่งออกมาแบบเรียบหรู คุมโทนสี ขาว เขียว และทอง ร้านโปร่ง สูง และกว้างขวาง มีมุมให้ถ่ายรูปเยอะมาก ๆ หากใครชื่นชอบร้านสไตล์นี้ตามไปอ่านรีวิวฉบับเต็มที่นี่ 
พิกัด : https://goo.gl/maps/Je9ugdmYc8Wk6bYa9
เวลาทำการ : 10.00-16.00 น.(ปิดทุกวันพุธ)
Facebook : PROOF. 

Kenn’s Coffee & Croissant

ครัวซองต์
คาเฟ่ครัวซองต์โฮมเมดร้านนี้ เป็นคาเฟ่เล็ก ๆ ที่มีด้วยกัน 2 สาขา ที่อารีย์ และสาทร ที่สาขาสาทรตกแต่งร้านในสไตล์ยุโรป ผนังก่อด้วยอิฐแดง ตัดกับประตูร้านสีดำ มีสวนเล็ก ๆ ให้นั่งทานขนม และเครื่องดื่ม ที่สำคัญราคาไม่แพงด้วยค่ะ เมนูแนะนำ Plain Croissant (65 บาท), Ham Cheese Croissant (105 บาท) Truffle Honey Brie Cheese Croissant (195 บาท) เมนูนี้เป็นเมนูพิเศษที่มีส่วนผสมของครัวซองต์ และ Brie Cheese ราดด้วยน้ำผึ้ง มีความหอมกลิ่น Truffle
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 08.30-16.00 น.
Facebook :Kenn’s Coffee & Croissant

 

James Boulangerie

ครัวซองต์
ร้านเบเกอรีสไตล์ฝรั่งเศสของ เชฟเจมส์ พชร เถกิงเกียรติ การันตีความอร่อยด้วย ดีกรีแชมป์จากรายการ Iron Chef Thailand ขนมทุกแบบของทางร้าน เน้นการใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ ทั้งแป้งและเนยส่งตรงมาจากฝรั่งเศส วัถุดิบทั้ง 2 ตัวนี้เรียกว่าเป็นหัวใจหลักของขนมทุกชนิด ครัวซองต์ของที่นี่มีความกรอบนอก นุ่มใน อบใหม่ ๆ หอมเนยมาก ๆ เป็นร้านดังที่คิวยาวมากกกกกกก
ถ้าใครไม่อยากไปรอคิวให้เหนื่อย สามารถสั่งผ่านบริการ Delivery ได้ค่ะ เมนูแนะนำ คือ Plain Croissant (85 บาท), Dark Chocolate Croissant (150 บาท), Ham & Cheese Croissant (175 บาท) และ Almond Croissant (120 บาท) เป็นต้น
พิกัด : https://goo.gl/maps/pn5gfLHzfyykRjKe6
เวลาทำการ : 09.30-17.30 (ปิดวันจันทร์)
Facebook :James Boulangerie 

 

Wolf Croissanterie


ร้านครัวซองต์ วัตถุดิบพรีเมียม ใช้เนยฝรังเศส มาตรฐาน AOP แป้งครัวซองต์กรอบนอก นุ่มใน มีความหนุบหนับ อาจจะมีครัวซองต์ให้เลือกไม่เยอะมาก ประมาณ 10 กว่าเมนู แต่รับรองว่าเด็ดทุกแบบเลยค่ะ เมนูแนะนำ คือ Milky Way Croissant (ราคา 80 บาท) ครัวซองต์สอดไส้ครีมนมสด เข้มข้น หวาน มัน กำลังดี ไม่เลี่ยน Tiger prawns croissant (ราคา 145 บาท) ครัวซองต์แบบอาหารคาว ที่นำกุ้งลายเสือ มาผัดกับซอสมันกุ้งสูตรพิเศษ โปะด้วยชีสและไข่กุ้ง อร่อยเต็มคำ นอกจากเมนูครัวซองต์แล้ว ที่นี่ยังมี truffle shokupan เมนูต้องห้ามพลาด เป็นขนมปังสูตรพิเศษที่เนื้อเหนียวนุ่มสอดไส้ด้วยเห็ด truffle และ ชีสด้านใน
พิกัด : https://goo.gl/maps/tU9WBUXfpbmstVaX8
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 10.00-20.00 น.
Facebook : Wolf Croissanterie

 

Maison Eric Kayser


ถ้าพูดถึงร้านครัวซองต์ที่ดัง ๆ ยังไง ชื่อร้าน Maison Eric Kayser ก็ต้องติดโผอย่างแน่นอน สาวกครัวซองต์ไม่มีใครไม่รู้จัก ร้านนี้มีสาขาอยู่ทั่วโลก ที่ไทยเองก็มีอยู่ด้วยกันหลายสาขาเลยค่ะ รับรองว่าหาทานได้ง่าย ๆ หรือจะสั่งผ่านบริการ Delivery ก็ได้เช่นกัน ขนมปังของที่นี่มีกรรมวิธีการทำแบบฝรั่งเศสดั้งเดิม โดยใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติที่ไม่มีสารเจือปนใด ๆ ที่นี่มีเบเกอรีหลากหลายแบบให้เลือกทาน เมนูขึ้นชื่อ ก็หนีไม่พ้น เมนูครัวซองต์ (ราคา 65 บาท) ที่มีความหอมกลิ่นเนยแบบละมุน มีความหวานเล็ก ๆ เป็นเมนูที่ขายดีมาก ๆ
Facebook : Maison Eric Kayser 

 

Gontran Cherrier

ครัวซองต์
ร้านครัวซองต์จากฝรั่งเศส ที่ขยายสาขาไปทั่วโลก รวมทั้งในไทยซึ่งมีอยู่หลายสาขา เช่น สาขา Singha complex, Emquartier หรือ C.P Tower1 สีลม เป็นต้น ที่ร้านนี้ใส่ใจรายละเอียดทุกขั้นตอนในการทำ อบครัวซองต์แบบสดใหม่ ทุกวัน เมนู Signature เมนูใหม่ มีชื่อว่า Mont Blanc Chestnut Croissant ซึ่งทางเชฟได้แรงบันดาลใจในการทำเมนูนี้มาจาก เทือกเขา Mont Blanc ใน Switzerland โดยนำแป้งครัวซองต์มารีดเป็นแผ่นบาง แล้วค่อย ๆ ม้วนต่อเป็นชั้นขึ้นไป ให้เหมือนกับภูเขา ด้านในสอดไส้ครีม Chestnut Marron โรยด้านบนด้วยน้ำตาลไอซิ่ง ให้ความรู้สึกเหมือนหิมะ ที่ปกคลุมยอดเขา
Facebook : Gontran Cherrier

 

Chez Nous

ครัวซองต์
ร้านนี้มีอยู่ด้วยกัน 2 สาขานะคะ คือ สาขา in town และ สาขา สันกำแพง เป็นอีกหนึ่งร้านดัง ในจังหวัดเชียงใหม่ ที่อบครัวซองต์ด้วยใจ สดใหม่ทุกวัน การตกแต่งของร้านให้บรรยากาศแบบอบอุ่น หอมกลิ่นเนย และขนมปัง เหมือนอบขนมทานกันเองที่บ้านในชนบทของฝรั่งเศส เหมือนกับชื่อของร้าน “Chez Nous” (เชนู) มาจากภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า “บ้านของเรา” เมนูแนะนำ Merry Strawberry ครัวซองต์สอดไส้ครีมสด และสตรอว์เบอร์รี ลูกใหญ่ ๆ เต็มคำ นอกจากนี้ยังเมนูอาหารฝรั่งเศส และเบเกอรีแบบอื่น ๆ อีกด้วยค่ะ
เวลาทำการ : 09.00 – 17.00 น. (หยุดวันพุธ)
Facebook : Chez Nous

 

Susan Croissant

ครัวซองต์
ร้านครัวซองต์โฮมเมดเล็ก ๆ มีด้วยกัน 2 สาขา คือ ซอยเอกมัย 24 และ เซ็นทรัลพระราม 9 ที่นี่มีครัวซองต์รสชาติดี ในราคาที่ถูกมาก ๆ มีรสชาติให้เลือกหลากหลาย เมนูสูตรเฉพาะของทางร้านคือ “Frido” ซึ่งใช้แป้งแบบเดียวกับครัวซองต์ แต่ทำรูปร่างให้ออกมาคล้าย ๆ กับโดนัท ส่วนตัวครัวซองต์นั้น มีทั้งขนาดปกติ และแบบมินิให้เลือก ไส้มีทั้งไส้คาว และหวาน ราคาเริ่มต้น ชิ้นละ 40 บาทเท่านั้นเองค่ะ
Facebook : Susan Croissant

 

7 จุดปัดไฮไลท์ (Highlighter) เพิ่มความเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ!

7 จุดปัดไฮไลท์ (Highlighter) เพิ่มความเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ! – เราไม่สามารถจินตนาการได้ว่าการแต่งหน้าเพียงเล็กน้อยจะสามารถสร้างใบหน้าที่สวยงามได้ อย่างที่หลายคนรู้กันดีว่าการแต่งหน้าแบบ Makeup No Makeup นั้นไม่มีอยู่จริง ยิ่งจะแต่งหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติมากเท่าไร การแต่งหน้ายิ่งต้องมีความพิถีพิถันมากขึ้นเท่านั้น บางครั้งอาจจะใช้เครื่องสำอางพอ ๆ กับการแต่งหน้าแบบสโมกกี้อายเลยก็ได้ ใครที่บอกว่าเพียงแค่ทาลิปสติกก็ทำให้สวยได้นั้นไม่จริงอย่างแน่นอน

สำหรับการแต่งหน้านั้นไม่ใช่สิ่งที่ไกลตัวสำหรับทุกคน โดยเฉพาะผู้หญิง การแต่งหน้าเป็นเรื่องที่ควรทำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้ตนเองดูดี และยังดูเป็นคนที่ใส่ใจในตนเอง อย่างไรก็ตามการแต่งหน้าของผู้หญิงหลายคนนั้นอาจดูไม่เป็นธรรมชาติ จนทำให้หลาย ๆ คนเกิดความกลัว ดังนั้นการเพิ่มความธรรมชาติให้กับการแต่งหน้าเป็นสิ่งที่ดีต่อผู้หญิงทุกคน เพื่อให้ใบหน้าของผู้หญิงดูสวยละมุนมากยิ่งขึ้น

(Highlighter) 2
Cr: Photo www.pexels.com

การทำให้ใบหน้า และการแต่งหน้าดูสวยละมุนละไมแบบธรรมชาติก็สามารถสร้างสรรค์ได้หลากหลายวิธี สำหรับวันนี้สิ่งที่ง่ายที่สุดในการสร้างความความเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติให้กับใบหน้า คือ การลงไฮไลท์ (Highlighter) บนใบหน้าทั้ง 7 จุด เพื่อให้การแต่งหน้าของผู้หญิงทุกคนดูสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

7 จุดบนใบหน้าที่ควรลงไฮไลท์

สำหรับการลงไฮไลท์ส่วนใหญ่แล้วจะนิยมใช้ไฮไลท์แบบฝุ่นเพราะมีความสะดวกและง่ายกว่าการใช้ไฮไลท์แบบครีม โดยขั้นตอนของการลงไฮไลท์บนใบหน้าคุณควรที่จะแต่งหน้าให้เรียบร้อยก่อน เราจะเห็นได้จากช่างมืออาชีพส่วนใหญ่มักจะทำการปัดไฮไลท์ในขั้นตอนสุดท้ายเพื่อเก็บรายละเอียดของการแต่งหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติ และสมบูรณ์แบบที่สุด

1.ปัดไฮไลท์บริเวณหน้าแก้มจนถึงใต้ตา

ในจุดแรกที่อยากให้ทุกคนเน้นเพื่อสร้างความเปล่งประกายให้กับผิวหน้า ก็คือควรเริ่มปัดในบริเวณหน้าแก้มไปจนถึงใต้ตาซึ่งเป็นส่วนที่จะสร้างความกระจ่างใสให้กับผิว และยังทำให้หน้าดูเด็กลงอีกด้วย โดยให้คุณแตะไฮไลท์เบา ๆ ปัดให้ไฮไลท์เนียนไปกับผิว และบลัชออนที่ทาลงไปก่อนหน้านี้ ปัดให้ขึ้นมาถึงใต้ตา และโหนกแก้มด้วยได้ยิ่งดี แต่ไม่ควรปัดไฮไลท์เยอะเกินไป เพราะอาจจะทำให้ผิวหน้าของคุณดูมันวาวเกินไปได้เช่นกัน

hl1

2.ปัดไฮไลท์บริเวณหน้าผาก

สำหรับใครที่มีหน้าผากแบนการปัดไฮไลท์บริเวณนี้สามารถช่วยสร้างมิติจนทำให้หน้าผากของคุณดูนูนขึ้นได้เช่นกัน การปัดไฮไลท์บริเวณหน้าผากไม่ควรปัดไปทั้งหมดบริเวณ เพราะจะทำให้หน้าผากคุณดูเหมือนกระจกเงาเอาได้ ให้ปัดเพียงแค่จุดที่เรากำหนดไว้ และระหว่างคิวก็เพียงพอแล้ว

hl2

3.ปัดไฮไลท์บริเวณสันจมูก

เพื่อให้หน้าดูพุ่ง และดูมีสันจมูก การไฮไลท์บริเวณนี้จึงสำคัญมาก ๆ โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นหนึ่งจุดที่หลายคนจะไม่พลาดที่จะไฮไลท์ในจุดจุดนี้ สันจมูกของเราจะมีลักษณะที่โด่งขึ้นมา แต่สำหรับบางคนก็อาจจะมีน้อยทำให้การสร้างมิติให้กับสันจมูกเป็นสิ่งที่สามารถช่วยในการแก้ไขปัญหานี้ได้เช่นกัน

hl3

4.ปัดไฮไลท์บริเวณหัวตา

สำหรับใครที่ชอบแต่งหน้าเข้ม ๆ ต้องระวังอย่าให้หัวตาของคุณดูหม่นหมองเกินไป เพราะจะทำให้แววตา และสีหน้าของคุณเปลี่ยนได้ การปัดไฮไลท์บริเวณหัวตาเป็นหนึ่งในเทคนิคของช่างแต่งหน้ามืออาชีพ เพื่อสร้างความมีชีวิตชีวาสดใสให้กับใบหน้าได้เป็นอย่างดี และยังทำให้การแต่งหน้าดูเป็นธรรมชาติอีกด้วย

hl5

5.ปัดไฮไลท์บริเวณโหนกคิ้ว

บริเวณนี้สำคัญมาก การเว้นระยะห่างของการแต่งหน้ากับคิ้วสามารถทำให้ใบหน้าของคุณดูเรียวขึ้นได้ อีกทั้งยังช่วยให้คิ้วของคุณดูสวยขึ้นอีกด้วย การไฮไลท์บริเวณโหนกคิ้วจึงเป็นการเพิ่มมิติที่ดีให้กับใบหน้า สำหรับแต่งหน้างานกลางวันแนะนำให้ใช้ไฮไลท์ที่เป็นสีด้านจะดีกว่า เพื่อไม่ให้โหนกคิ้วดูแวววาวมากเกินไป

hl6

6.ไฮไลท์บริเวณกระจับปาก

ใครที่มีรูปหน้าที่แบนมาฟังทางนี้ การไฮไลท์บริเวณกระจับปากสามารถสร้างมิติให้กับใบหน้าให้ดูโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น ซึ่งการไฮไลท์บริเวณนี้จะเป็นการรับกับการไฮไลท์ในบริเวณสันจมูก และหน้าผากลงมา ทำให้ใบหน้าของคุณดูพุ่งยิ่งขึ้น

hl 7

7.ปัดไฮไลท์บริเวณคาง

สุดท้ายเพื่อให้ใบหน้าของคุณดูยาวขึ้น การปัดไฮไลท์บริเวณคางจะช่วยให้ผู้หญิงที่มีลักษณะคางสั้น หรือคางตัดจะทำให้หน้าดูมีรูปทรงที่ดีขึ้น ยิ่งการที่ทำเฉดดิ้งคางด้วยคอนทัวร์ หรือบรอนเซอร์ไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ยิ่งจะทำให้คางของคุณสวยแบบธรรมชาติได้เป็นอย่างมากอีกด้วย

hl8

การปัดไฮไลท์ไม่จำเป็นจะต้องแต่งหน้าเต็มออกบ้านเท่านั้น สำหรับใครที่ชอบแต่งหน้าเบา ๆ ก็สามารถปัดไฮไลท์ได้ตามตำแหน่งที่เราบอกไปได้ทุกจุด เพื่อเสริมให้ใบหน้าของคุณดูเปล่งประกายอย่างธรรมชาติมากขึ้น การปัดไฮไลน์บางตำแหน่งอย่างโหนกคิ้วหรือหัวตาสามารถใช้อายแชโดว์ในการสร้างความสว่างได้ และในส่วนอื่น ๆ ก็สามารถใช้ Highlighter ตามปกติได้เลย

(Highlighter) 5
Cr: Photo www.pexels.com