Home Blog Page 828

จัดเต็ม ! ชวนไปส่อง 20 แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ไทย หลากสไตล์ สวย ปัง ไม่ซ้ำทางใคร

0

จัดเต็ม ! ชวนไปส่อง 20 แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ไทย หลากสไตล์ สวย ปัง ไม่ซ้ำทางใคร

พบกับผลงานดีไซน์ของ 20 แบรนด์ เฟอร์นิเจอร์ไทยสุดปัง ที่ Inzpy คัดสรรมาให้คุณได้เลือกได้พิจารณา ก่อนตามไปส่องในเพจดูสินค้าของพวกเขาเพิ่มเติม ซึ่งแต่ละแบรนด์เรียกว่าจุดประกายมาจากความคิดสุดเฉียบของดีไซเนอร์ระดับแถวหน้าของเมืองไทย เรียกว่าคัดสรรมาให้เลือกชนิดจัดเต็มหลากหลายสไตล์ ทั้งแนวมินิมอล ออเรียนทัล โมเดิร์น ตลอดจนงานที่สะท้อนกลิ่นอายแห่งความอาร์ต… เพื่อให้คุณนำไปตกแต่งบ้านตามความชอบ ส่วนจะมีอะไรบ้างตามมาดูกันเลย…


1. Sumphat Gallery
Cr.Photo / FB : sumphatgallery

สตูดิโอออกแบบที่มีแนวทางชัดเจน สำหรับ Sumphat Gallery หรือ สัมผัส แกลเลอรี่ ก่อตั้งโดยสถาปนิก/นักออกแบบผู้มากความสามารถอย่าง รัฐ เปลี่ยนสุข และช่างภาพชาวฝรั่งเศส Philippe Moisan ซึ่งทั้งคู่ตั้งใจนำเสนอเครื่องเรือนและของตกแต่งบ้านที่สะท้อนงานหัตถกรรมของชุมชนในแง่มุมที่ร่วมสมัยมากขึ้น แถมบางชิ้นงานยังสะท้อนอารมณ์อาร์ตเฉกเช่นงานประติมากรรมตกแต่งบ้านอีกด้วย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB : sumphatgallery


2. Masaya
Cr.Photo / FB : masayafurniture และ Doowoper

อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา เจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 (สาขา Furniture Design) ถือเป็นตัวบทสำคัญที่ขับเคลื่อนการสร้างแบรนด์นี้ให้พุ่งทะยานไปไกลระดับนานาชาติเลยล่ะ และผลงานฮอต… ปรอทแตกก็คือ การนำวัสดุทองเหลืองมาเนรมิตให้กลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นงามที่ดูมีเอกลักษณ์ สะท้อนภาพจำของการออกแบบเครื่องเรือนที่มีลีลาความเป็นงานประติมากรรมเจือปนอยู่ได้อย่างมีเสน่ห์​

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB : masayafurniture 


3. KITT.TA.KHON
จัดเต็ม
Cr.Photo / FB : Kitt.Ta.Khon และ Doowoper

KITT.TA.KHON หรือ ฆิต-ตา-โขน แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ไทย ที่สร้างอัตลักษณ์ในตัวงานผ่านการมองโลกจากชีวิตจริง รวมถึงเล่นกับความไม่สมบูรณ์ในงานหัตถกรรมผ่านลีลาที่สนุกสนาน โดยเครื่องเรือนต่าง ๆ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานหัตถกรรมทั่วโลก มาต่อยอดเป็นงานคราฟท์ที่ฉีกกฎไปจากเดิม ตั้งใจให้เนื้องานสอดไส้ความไร้เดียงสา สนุก และตรงไปตรงมามากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันต้องการแสดงถึงความสดใหม่ทางความคิด ด้วยการนำลวดลายต่างถิ่นมาผสมผสานกัน ผ่านการจัดวางใหม่ เพื่อสร้างเส้นสายลายกราฟิกที่ร่วมสมัยและท้าทาย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB : Kitt.Ta.Khon


4. Yothaka
จัดเต็ม
Cr.Photo / FB : Yothaka-International

แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ไทย ที่ถือว่าแจ้งเกิดมาแล้วในหลากหลายประเทศทั่วโลก ซึ่ง Yothaka (โยธกา) ยังเป็นแบรนด์ที่มีชั่วโมงบินสูงในการผลิตเฟอร์นิเจอร์มากว่า 30 ปี โดยมีคุณ สุวรรณ คงขุนเทียน เป็นผู้ออกแบบ (และเป็นเจ้าของกิจการ) อยู่เบื้องหลัง แถมมีลูกค้าตั้งแต่โรงแรม และรีสอร์ตหรู ไปจนถึงบูติกช็อปทั่วสารทิศ ทั้ง Hermès, Louis Vuitton, FENDI แถมผลงานบางชิ้นยังได้รับเลือกให้เข้าไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์ในเกาหลี และญี่ปุ่นอีกต่างหาก

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB : Yothaka-International


5. KORAKOT
จัดเต็ม
Cr.Photo : Doowoper

แบรนด์ขึ้นชื่อเรื่องไม้ไผ่ ที่ก่อตั้งขึ้นโดยนักออกแบบชื่อดัง กรกต อารมย์ดี ที่เริ่มต้นมาจากการนำงานฝีมือสร้างว่าว ด้วยวิธีผูกและมัด มาประยุกต์ใช้ในงานออกแบบผลิตภัณฑ์ จนกลายเป็นที่ยอมรับในเวทีระดับโลก สำหรับจุดเด่นของ แบรนด์ Korakot คือการนำวิถีงานหัตถกรรมไม้ไผ่ดั้งเดิมของชุมชนบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี มาสร้างเป็นโคมไฟ เฟอร์นิเจอร์ และงานประติมากรรมที่เป็นสไตล์เฉพาะตัวได้น่าสนใจ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB : Korakotdesign


6. TOUCHABLE
จัดเต็ม
Cr.Photo : Doowoper

TOUCHABLE หรือ ทัชเอเบิ้ล (ภายใต้ Able Interior Workshop บริษัท รับออกแบบตกแต่งภายในบ้าน โรงแรม รีสอร์ท คอนโดฯ) นับว่าเป็นแบรนด์ที่นำเสนอเฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งบ้านคุณภาพที่เปี่ยมด้วยเอกลัษณ์ แถมเผยเนื้องานแต่ละชิ้นที่สุดแสนจะประณีต เพราะทั้งหมดผลิตโดยช่างฝีมือที่มีทักษะสูง แถมการออกแบบยังยึดโยงกับสิ่งแวดล้อม ผ่านการใช้วัสดุจากในประเทศที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB : touchablebangkok


7. Corner43 Decor 
จัดเต็ม
Cr.Photo / FB : corner43decor

อีกหนึ่งแบรนด์สุดเจ๋ง ที่เชี่ยวชาญด้านเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านจากงานจักสานด้วยวัสดุหวาย ที่รังสรรค์ออกมาได้เก๋ไก๋แถมสะท้อนถึงความประณีตและร่วมสมัยอยู่ในที  ที่สำคัญยังทำงานร่วมกับดีไซเนอร์ชั้นนำของไทยมากมาย นอกจากงานหวายแล้วยังสร้างสรรค์งานออกแบบจากวัสดุที่แตกต่างออกไปอย่างเชือก หวายเทียม หนัง ฯลฯ เพื่อเพิ่มความหลากหลายที่เข้ากับยุคสมัยและกระแสนิยมที่เปลี่ยนไปอีกด้วย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB : corner43decor


8. P PALLADIO
จัดเต็ม
Cr.Photo / FB : ppalladio

P PALLADIO (พี พัล-ลา-ดิ-โอ) แบรนด์น้องใหม่ ที่ละลานตาไปด้วยเครื่องเรือน และของตกแต่งบ้านอันมีอัตลักษณ์ไม่ซ้ำทางใคร ผ่านการคิด การออกแบบ และบอกเล่าเรื่องราวโดยสองดีไซเนอร์สุดจึ้งอย่าง  ปอม ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง หรือ Pomme Chan นักวาดภาพประกอบชื่อดังระดับโลก และพลอย จินดาโชติ นักแสดงสาวมากความสามารถ แถมทุกชิ้นงานไม่ว่าจะเป็น หมอนอิง โต๊ะ เก้าอี้ หรือวอลล์เปเปอร์ต่าง ๆ ที่นำมาจัดดิสเพลย์ ยังเผยความอาร์ตตตต สุดฤทธิ์ นำเสนอลวดลายสนุกที่ระคนไปด้วยรูปทรงที่แปลกใหม่ทว่าสวยงามตรึงใจ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB : ppalladio


9. Kenkoon
จัดเต็ม
Cr.Photo / FB : kenkoonfurniture

Kenkoon แบรนด์เฟอร์นิเจอร์เอาท์ดอร์ ที่ก่อตั้งโดย เมธชนัน สวนศิลป์พงศ์ ดีไซเนอร์ชื่อดังของไทย ซึ่งมีความเจนจัดในเรื่องการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่ผลิตขึ้นจากไม้สักและสเตนเลสสตีล เพื่อให้สามารถใช้งานในรูปแบบ Amphibian Furniture คือ การใช้งานเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเดียวกันได้ทั้งภายในและภายนอกอาคารนั่นเอง แถมสินค้าของแบรนด์ยังถูกเลือกไปใช้ในโรงแรมชั้นนำทั่วโลก อาทิ W Hotel นิวยอร์ค, Four Seasons สมุย, JW Marriott เกาหลี, Anantara มัลดีล์ฟ และ Casa de la Flora เขาหลัก เป็นต้น

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB : kenkoonfurniture


10. Galvanii
จัดเต็ม
Cr.Photo / FB : galvaniifurniture

แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ ที่นำเสนอความต่าง ด้วยการใช้เหล็กชุบกัลวาไนซ์เป็นวัสดุหลักในการสร้างสรรค์ ผสานกับไอเดียการออกแบบที่เน้นความสวยงาม และด้วยความเชี่ยวชาญในการชุบกัลวาไนซ์แบบจุ่มร้อน พร้อมกับงานออกแบบที่ล้ำสมัย ตอบโจทย์การใช้งานและไลฟ์สไตล์ในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี จึงไม่แปลกที่แบรนด์นี้ถึงได้รับรางวัลการออกแบบระดับประเทศและนานาชาติ (อาทิ Demark , GOOD Design Award และ Red Dot Design Award) เป็นเครื่องการันตีความเจ๋งมาครองนั่นเอง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB : galvaniifurniture


11. Thinkk Studio
Cr.Photo / FB : thinkkstudio

สตูดิโอ สร้างสรรค์ด้านงานออกแบบตกแต่งภายใน เฟอร์นิเจอร์ และผลิตภัณฑ์  ที่ก่อตั้งขึ้นโดยสองดีไซเนอร์มากฝีมืออย่าง พลอย–พลอยพรรณ ธีรชัย และ เดย์–เดชา อรรจนานันท์  ซึ่งต้องบอกว่าแบรนด์นี้สุดโต่งมาก… เพราะเขาพัฒนาผลงานได้ไกลจนไปถึงเวทีงานออกแบบต่างแดนที่เมืองมิลานและปารีส แถมยังดีไซน์ เก้าอี้ โต๊ะ แจกัน โคมไฟ ฯลฯ ออกมาได้อย่างมีคาแรกเตอร์ ผ่านกระบวนการคิดที่ลึกซึ้ง เผยให้เห็นรูปลักษณ์อันเรียบสวย ทว่าแฝงเร้นด้วยฟังก์ชันที่แยบยลทีเดียว

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB : thinkkstudio


 12. niiq
Cr.Photo / FB : niiqshop

แบรนด์ที่ก่อตั้งโดย คุณรังสรรค์ นราธัศจรรย์ ซึ่งคร่ำหวอดอยู่ในวงการรับออกแบบตกแต่งภายในมาอย่างยาวนาน แถมเป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ ที่โชว์เสน่ห์ความเรียบง่ายได้อย่างมีกึ๋น เพราะทุกชิ้นดีไซน์แฝงไปด้วยกิมมิคในตัวเอง เพื่อสร้างงานออกแบบที่แตกต่างไม่เหมือนใคร

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB : niiqshop


13. Podium
Cr.Photo / FB : Podium

อีกหนึ่งเฟอร์นิเจอร์ไม้คุณภาพ ที่นอกจากจะถ่ายทอดกลิ่นอายแห่งโลกตะวันออกได้มีเสน่ห์ ยังสร้างสรรค์ทุกรายละเอียดด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิต รวมถึงผสานเข้ากับศิลปะในออกแบบ เพื่อสร้างให้เกิดเฟอร์นิเจอร์ที่มีความประณีต สวยงาม และมีความอาร์ต… ติดปลายนวมมาด้วยในคราเดียวกัน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB : Podium 


14. Filobula
Cr.Photo / FB : Filobula

เฟอร์นิเจอร์ลุคเรียบง่าย แต่มากเสน่ห์ เผยให้เห็นงานคราฟท์ที่แฝงด้วยความคลาสสิก ส่วนใหญ่มักออกแบบให้มีเส้นสายที่ดูโค้งมนเป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน มอบความรู้สึกเป็นกันเอง นุ่มนวล และอบอุ่น นอกจากนี้เนื้อไม้ยังมีให้เลือกหลายเฉด ผสานกับโทนสีของผ้าและหนังที่นำมาประกอบเป็นเฟอร์นิเจอร์ ยังทำให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกหามามิกซ์ แอนด์ แมทช์ ในการตกแต่งบ้านได้หลากหลายสไตล์เลยทีเดียว

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB : Filobula


15. Hoog
Cr.Photo / FB : hoogbyhygge

แบรนด์เฟอร์นิเจอร์เน้นงานดีไซน์สนุกและสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นผลงานจากดีไซเนอร์ไทยมากฝีมือ โดยมีสินค้าให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นชุดโต๊ะรับประทานอาหาร เก้าอี้ เตียงนอน ตู้เก็บของ โคมไฟ ชุดครัว ไล่ลามไปถึงตี่จูเอี๊ย และโต๊ะหมู่บูชาที่มีดีไซน์ทันสมัย ซึ่งทั้งหมดล้วนผลิตขึ้นมาเอาใจคนรุ่นใหม่ทั้งสิ้น

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB : hoogbyhygge


16. Oggi
Cr.Photo / FB : oggiliving

หลายไอเทมของแบรนด์นี้ เคยได้รับรางวัลการประกวดออกแบบระดับประเทศอย่างเวที DEmark มาแล้ว โดยโต๊ะ ตู้ เตียง ฯลฯ ส่วนใหญ่ทำมาจากไม้โอ๊ก นอกจากจะโชว์ให้เห็นลวดลายธรรมชาติอันสวยงาม สินค้าทุกชิ้นยังสะท้อนลุคที่อบอุ่นเรียบง่าย เผยสไตล์มินิมอลที่ชวนให้นึกถึงงานเฟอร์นิเจอร์กลิ่นอายแบบญี่ปุ่น

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB : oggiliving


17. everyday studio
Cr.Photo / FB : everydaystudio.furniture

everyday studio แบรนด์นี้ก่อตั้งขึ้น ปี 2014 แต่ด้วยความที่แบรนด์มีแนวทางชัดเจน มุ่งนำเสนอเฟอร์นิเจอร์สำหรับตอบโจทย์พื้นที่จำกัดอย่างคอนโดฯ  ภายใต้แนวคิด “Our design makes your everyday special” เน้นสร้างความพิเศษแก่ตัวงานโดยการออกแบบให้เอื้อต่อประโยชน์การใช้สอย จึงไม่น่าแปลกใจที่หลากหลายผลงานของแบรนด์ กลายเป็นพระเอกในพื้นที่เล็ก ที่มีดีไซน์โดดเด่นน่าจับตาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงมีผลงานการันตีคุณภาพด้วยการคว้ารางวัลระดับประเทศและต่างประเทศมาแล้วไม่น้อยอีกด้วย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB : everydaystudio.furniture


18. Pana Object
Cr.Photo / FB : pana.objects 

 

Pana Object อีกหนึ่งแบรนด์ของใช้ของตกแต่งบ้านดีไซน์เรียบง่ายแกมสนุก  ซึ่งมีแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับกระบวนการออกแบบสร้างสรรค์ ใส่ใจในทุกกระบวนการผลิตจากทักษะงานช่างฝีมือ และคำนึงถึงความต้องการของผู้ใช้อย่างสูงสุด โดยมี “ไม้” เป็นวัสดุหลักในการถ่ายทอดผลงาน ตามปรัชญาแนวคิดการทำงานที่ว่า “We just wish our wooden creation will make your life more lively and meaningful” นั่นเอง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB : pana.objects 


19. PDM
Cr.Photo / FB : PDMBRAND

แบรนด์เสื่อสัญชาติไทย ก่อตั้งโดย “ดุลยพล ศรีจันทร์” ดีไซเนอร์ชื่อดัง ซึ่งมีประสบการณ์การทำงานด้านการออกแบบทั้งในไทยและต่างประเทศมาอย่างยาวนาน โดยหยิบนำเสื่อพลาสติกบ้าน ๆ ที่คนไทยคุ้นเคยกันดี มาพัฒนาเป็นพรมสุดเก๋สำหรับบ้านเมืองร้อน ซึ่งต่อยอดใหม่โดยใช้วัสดุพลาสติก Polypropylene มารีไซเคิล พร้อมออกแบบเล่นกับลวดลายกราฟิกได้ดูเท่และทันสมัย ปัจจุบันแบรนด์นี้ยังมีการทำของใช้ และเฟอร์นิเจอร์ร่วมกับแบรนด์และดีไซเนอร์ชื่อดัง สร้างไลน์โปรดักซ์ที่น่าสนใจและหลากหลายมากยิ่งขึ้น

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB : PDMBRAND 


20. Quly Design
Cr.Photo / FB : qualydesign

แบรนด์ของใช้ของตกแต่งบ้านดีไซน์รักษ์โลก ที่ชูโรงด้วยการผลิตขึ้นจากพลาสติกรีไซเคิล โดยมีวางจำหน่ายในไทยและส่งออกถึง 50 ประเทศทั่วโลก ซึ่งแบรนด์นี้ศักยภาพด้านการออกแบบนั้นไม่ธรรมดา เพราะนอกจากรูปลักษณ์ผลิตภัณฑ์ที่ดีไซน์ได้น่ารักสะดุดตาแล้ว Qualy ยังมีไอเดียที่ซุกซน ขยันสรรหาลูกเล่นใหม่ ๆ มาใส่ไว้ในตัวงานได้อย่างชาญฉลาด จนหลากหลายผลิตภัณฑ์สามารถคว้ารางวัลใหญ่ ๆ ระดับประเทศมาแล้วมากมาย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB : qualydesign


 

เป็นอย่างไรบ้างครับ สำหรับบทความ จัดเต็ม ! ชวนไปส่อง 20 แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ไทย ซึ่งแต่ละผลงานบอกเลยว่าไม่ธรรมดา ส่วนใครกำลังมองหาข้าวของมาตกแต่งบ้านใหม่ หรือเติมเต็มห้องหับให้ดูมีชีวิตชีวา ก็ลองคลิกเข้าไปที่ลิงก์ FB (ตัวหนังสือสีฟ้า) ของแต่ละแบรนด์ได้เลย รับรองดีไซน์แต่ละอย่าง ต๊าชเวอร์… ถูกใจวัยรุ่นแน่นอน..

 

อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

 

บทความน่าสนใจ : A Space Mega คอนโดฯ แห่งแรกใจกลาง MEGA CITY BANGNA

Deadpool 3 เข้าร่วม Marvel Studio บอกเลยเกรียนซ่าเหมือนเดิม

0

ในที่สุดก็เข้าสู่ Marvel Studio กับเขาสักที สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Deadpool 3 ฮีโร่สุดกวนตีน ที่พูดมาก พูดไม่หยุด เกรียนไม่หย่อน พร้อมที่จะไฟว้ และระเบิดเสียงฮาตลอดเวลา คนนี้! คืออย่างที่รู้ครับว่า Deadpool นั้นมาจาก Comic ของ Marvel แต่ตัวหนังอยู่ในมือของ Fox เหมือนกับ X-men

ซึ่งเหล่าแฟนบอยนั้นต้องการเหลือเกินที่จะให้พ่อหนุ่มสุดเกรียนคนนั้นเข้าสู่จักรวาลของ Marvel Studio หลังจากพี่แก ตามแซว ตามแขวะตัวเองในทุกเรื่อง ทุกจักรวาลมาหมดแล้ว ในหนังภาค 1 และ 2 ซึ่งล่าสุดก็สมใจอยากแฟน ๆ เป็นที่เรียบร้อย

Deadpool 3

Deadpool 3 บอกเลย เกรียนแตกเหมือนเดิม

Rhett Reese และ Paul Wernick คนเขียนบท Deadpool ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานร่วมกับ Disney สำหรับหนัง Deadpool ภาคที่ 3 ของผู้กำกับ Shawn Levy โดยบอกว่าการเข้าร่วม Marvel Cinematic Universe จะไม่เปลี่ยนความรู้สึกโดยรวมที่แฟนๆ ชื่นชอบในหนังภาคก่อนๆ

และหนังภาคนี้ถือเป็นเรื่องแรกนับตั้งแต่ Disney ซื้อกิจการ 20th Century Fox ที่เป็นการเปิดตัว Deadpool (2016) หนังแอนตี้ฮีโร่สุดเกรียนที่มาในรูปแบบ Rated R และภาคต่อ Deadpool 2 (2018)

“มันน่าตื่นเต้นมาก พวกเราได้รับการสนับสนุนอย่างดีสำหรับเรื่องนี้” Rhett Reese กล่าวเกี่ยวกับหนังแฟรนไชส์ Deadpool และ ไรอัน เรย์โนลด์สที่เข้าสู่ Marvel

“Deadpool จะต้องเป็น Deadpool” Paul Wernick กล่าวเสริม ซึ่งทำให้เป็นการยืนยันว่าแฟนๆ ไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับสตูดิโอที่พยายามปรับโทนหนังให้เหมาะสำหรับครอบครัวมากขึ้นในหนังเรื่องนี้ และจะยังคงใช้คำหยาบคายที่เป็นอีกหนึ่งจุดขายของหนังเรื่องนี้

Reynolds ผู้รับบท Deadpool เองก็ได้ยืนยันแล้วว่า Deadpool 3 จะเดินหน้าร่วมกับ Marvel Studios และได้ประกาศว่า Shawn Levy ผู้กำกับจากเรื่อง Free Guy (2021) และ The Adam Project (2022) จะมากำกับหนังเรื่องนี้ด้วยครับ

คือเอาง่าย ๆ เลยว่า Deadpool ภาคใหม่ที่จะเข้าสู่ Marvwl Cinematic Universe นั้นยังคงเกรียนซ่า บ้าไม่เลือก เรียกว่าความสัปดน จัญ… ยังคงมาอย่างเต็มเปี่ยม (ต้องขอโทษอภัยหากใช้คำไม่หมดสม พอดีผมอิน) เรียกว่า สเน่ห์ของฮีโร่ชุดแดงตัวนี้จะอยู่ครบมาขาดหายไปไหน แม้ว่า Marvel จะเน้นเด็กดู แต่ Deadpool ยังก็ต้อง เรท R เท่านั้นถึงจะมันส์ครบรส

โดย Deadpool นั้นตัวจริงของเขาคือทหารรับจ้างที่นามว่า เวด วิลสัน ซึ่งเมื่อเขาวางมือก็ได้พบรักกับ วาเนสซ่า แต่เขากับต้องพบว่าตัวเองเป็นโรคร้ายที่รักษาไม่หาย จึงนำร่างกายไปยังห้องทดลองแห่งหนึ่ง และนั่นแหละเลยเป็นเหตุทำให้เขาได้กลายเป็น Deadpool

ซึ่งตัวของ เวด นั้นก็ได้ออกตามล่าหาคนที่ทำให้เขากลายเป็นแบบนี้ คือ เวด วิลสัน เนี่ยหลังจากเข้ารับการทดลองแล้ว เขารอดชีวิตออกมา แต่ว่ามีรุปร่าง อัปลักษณ์ น่ารังเกียจ เลยอยากจะแก้แค้น และนั่นแหละความฮา ความปั่นจึงเริ่มต้นขึ้น

ก็เอาเป็นว่า รอกันไปก่อนครับ อย่างน้อย ๆ Inzpy ก็ถือว่านี่ คือ ข่าวดีของแฟน ๆ ที่รอคอยการกลับมาของไอ้เกรียนชุดแดงคนนี้ และจะกลับมาในจักรวาลของ Marvel ด้วย ฉะนั้นอดใจรอ ผมว่ายังไงก็คุ้มค่าการรอคอยแน่นอน

Marvel Studios เซอร์ไพรส์คนไทยหนักมาก

รวม 8 มาสคาร่าคิ้ว ตัวดังที่ปัดแล้วคิ้วดูหนาดูปังแบบธรรมชาติ

0

รวม 8 มาสคาร่าคิ้ว ตัวดังที่ปัดแล้วคิ้วดูหนาดูปังแบบธรรมชาติ

สาย Make up มาทั้งนี้ ครั้งนี้ Inzpy เรามีไอเทม 8 มาสคาร่าคิ้ว ตัวดังที่ปัดแล้วคิ้วดูหนาดูปังแบบธรรมชาติ มาฝากกัน เพราะคิ้วคือมงกุฎหน้า เพราะฉะนั้นใครที่ชอบลุคแบบคิ้วดูอุยสวย ดูหนาเป็นธรรมชาติห้ามพลาด

  • Essence Lash & Brow Gel Mascara

มาสคาร่าคิ้ว

มาสคาร่าคิ้วจากแบรนด์ Essence ซึ่งตัวนี้เป็นมาสคาร่าแบบใส ที่สามารถใช้ได้กับทั้งขนคิ้วและขนตา ด้วยตัวผลิตภัณฑ์เนื้อเจลเมื่อปัดขนตาก็จะช่วยเพิ่มวอลลุ่มและความหนาและยาวให้ขนตา พร้อมทั้งช่วยเพิ่มมิติและล็อคขนคิ้วให้อยู่ตัว สวยเป็นธรรมชาติ

  • 4U2 BROW COAT

มาสคาร่าคิ้ว

มาสคาร่าคิ้วจากแบรนด์ 4U2 เจลปัดคิ้วสีใส ไอเทมที่ช่วยเซ็ตขนคิ้วให้ฟู หนา ดูมีมิติ สวยเรียงเส้นอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยเซ็ตขนคิ้วให้สวยเป๊ะตลอดวัน พร้อมทั้งมีส่วนผสมจากสารสกัดจากแตงกวา และ Wheat Germ ที่ช่วยบำรุงขนคิ้วให้ดูสวยและสุขภาพดี ผู้ที่มีผิวบอบบางสามารถใช้ได้ไม่ทำให้ระคายเคือง ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น

  • M.A.C BROW SET

มาสคาร่าคิ้ว

ตกแต่งคิ้วให้สวยด้วยเจลบลัชจาก M.A.C. มาพร้อมแปรงปัดคิ้ว ช่วยเติมความเงาและการเซ็ตตัวของขนอย่างมีสไตล์ ไม่แข็งตัวเป็นคราบ ให้สีที่ดูเป็นธรรมชาติ สามารถนำมาประยุกค์ใช้กับกับการปัดขนบริเวณกรอบหน้า ไรขน บริเวณจอนได้เป็นอย่างดี ติดทนนานระหว่างวัน และทนน้ำทนเหงื่อ พร้อมสูตร Flake-proof and smudge-proof
| Non-clumping  | Transfer-resistant

  • IN2IT Pro-Lash Mascara & Base

มาสคาร่าคิ้ว

มาสคาร่าใสบำรุงขนตาและคิ้วจาก IN2IT ที่ช่วยเพิ่มความยาวและความหนาให้กับขนตา ด้วยส่วนผสมของสาร Active หลากหลายชนิด รวมทั้งมีโปรวิตามิน บี 5 ที่ช่วยบำรุงให้ขนตายาวและหนาขึ้น พร้อมแปรงปัดออกแบบมาเพื่อช่วยเคลือบและจัดระเบียบขนตาและขนคิ้วได้เส้นต่อเส้น

  • THREE Advanced Eyebrow Mascara

Eyebrow Mascara

มาสคาร่าคิ้วจาก THREE จะสร้างสีและพื้นผิวคิ้วที่ดูเป็นธรรมชาติเช่นเดียวกับโทนสีคิ้ว เนื้อผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติช่วยเคลือบและล็อคขนคิ้วให้อยู่ทรง ไอเทมที่ช่วยเซ็ตขนคิ้วให้ฟู หนา ดูมีมิติ สวยเรียงเส้นอย่างเป็นธรรมชาติ

  • KIKO MILANO Eyebrow Fibers Coloured Mascara

Eyebrow Mascara

มาสคาร่าคิ้วจาก KIKO MILANO ซึ่งสูตรนี้เป็นมาสคาร่าคิ้วที่มีไฟเบอร์ที่สามารถช่วยจัดทรงคิ้วให้ดูเป็นระเบียบ และดูหนาขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมช่วยทำให้คิ้วดูเป็นทรงสวยได้อย่างสมบูรณ์แบบ และยังมีส่วนผสมของแพนธีนอลที่ช่วยเพิ่มความแวววาวเป็นประกายอย่างมีมิติ

  • KISS ME Heavy Rotation Coloring Eyebrows

Eyebrow Mascara

มาสคาร่าจากแบรนด์ของประเทศญี่ปุ่นอย่าง KISS ME เนื้อมาสคาร่าเป็นแบบฟิล์ม แห้งไว และติดทนนาน ส่วนหัวแปรงออกแบบมาให้ช่วยหลีกเลี่ยงการเสียดสีบนผิวหนัง ทำให้ไม่เกิดการระคายเคือง และตัวมาสคาร่ายังมีส่วนผสมของ Panthenol (โปรวิตามินบี 5) และมอยเจอร์ไรเซอร์ ช่วยปกป้องและบำรุงขนคิ้วไปพร้อมกัน

  • Canmake Color Change Eyebrow

Eyebrow Mascara

Canmake อีกหนึ่งแบรนด์จากประเทศญี่ปุ่น มาสคาร่าคิ้วแบบเนื้อแมตต์ ที่มีมาให้เลือกถึง 5 เฉดสีด้วยกันได้แก่ ทั้งสีน้ำตาลอ่อน น้ำตาลเข้ม สีทอง น้ำตาลแดง และน้ำตาลเทา ที่ให้เม็ดสีคมชัดสามารถกลบสีขนคิ้วเดิมได้สนิท พร้อมทั้งกันน้ำและเหงื่อได้ยาวนาน ปราศจากไฟเบอร์ทำให้เนื้อมาสคาร่าไม่เป็นก้อน และดูกลมกลืนไปกับคิ้วจริง มาพร้อมกับหัวแปรงที่เรียวเล็ก ปัดง่าย ทำให้ขนคิ้วเรียงเส้นสวย

เป็นยังไงกันบ้างกับ 8 มาสคาร่าคิ้ว ตัวดังที่ปัดแล้วคิ้วดูหนาดูปังแบบธรรมชาติ มาฝากกัน หวังว่าจะถูกใจสายชอบแต่งหน้าหรือคนที่กำลังหาซื้อมาสคาร่าคิ้วกันอยู่นะ 🙂

DEEMO : MEMORIAL KEYS จากเกมส์สุดฮิตสู่อนิเมะเปิดโลกผจญภัย

0

อีกหนึ่งเกมโทรศัพท์สุดฮิตอย่าง DEEMO โดยเจ้าเกมนี้เป็นเกมแนว Rhythm หรือเกมที่กดไปตามจังหวะของเพลง (คล้าย ๆ กับ Tap Tap หรือ thapster) นี่คืออีกหนึ่งเกมที่ยอดเยี่ยมและลงบนแพลตฟอร์มที่สามารถหามาเล่นได้ง่าย ๆ เพียงคุณมีโทรศัพท์มือถือแค่เครื่องเดียว ซึ่งจริง ๆ แล้วเกมนี้ยังมีภาคอื่น ๆ ที่ลงบนแพลตฟอร์ม PC และ คอนโซล

แต่ล่าสุดเกมนี้ได้แปลงร่างกลายมาเป็น อนิเมะให้เราดูเป็นที่เรียบร้อย แน่นอนว่ามีเพลงประกอบดี ๆ ด้วย จะเป็นอย่างไรไปอ่าน รายละเอียดกันครับ

deemo

DEEMO จากเกมมือถือ สู่อนิเมะ

ต้นฉบับของภาพยนตร์เรื่อง DEEMO Sakura no oto มาจากเกมส์โทรศัพท์ชื่อ “DEEMO” ซึ่งผลิตโดยบริษัท Rayark ของไต้หวันและถูกปล่อยให้ดาวน์โหลดครั้งแรกในปี 2013 เสียงเปียโนและโลกแห่งจินตนาการ เนื้อเรื่องที่เต็มไปด้วยปริศนาทำให้คนจำนวนมากสนใจได้รับความนิยมทั่วเอเชียจนมียอดดาวน์โหลดทั่วโลกสูงกว่า 28 ล้านครั้ง

แนวดนตรีที่ผสมผสานทั้งอิเล็กทรอนิกา , แจ๊ซ , ร็อค กำเนิดเป็นเกมส์กดตามจังหวั ที่สามารถเลือกความยากได้ 3 ระดับ ผู้เล่นสามารถจะได้สัมผัสปราบการณ์เล่นราวกับได้ดัดเปียโนเอง มีแฟนคลับจำนวนมากที่มีความพยายามจะเก็บคอมโบให้ครบทุกเพลง เป็นเกมส์ที่ได้รับการยอมรับว่ามีคุณภาพสูงจนได้อันดับ 1 บนชาร์ตเกมส์เสียเงิน กว่า 69 ประเทศทั่วโลก

หลังจากนั้นมีการปล่อยเวอร์ชั่น PlayStation4, Nintendo Switch เป็นลำดับต่อมา ปัจจุบัน DEEMOII ถูกปล่อยออกมาในปี 2022 และได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเช่นกัน

ตัวอนิเมะได้ผู้กำกับอย่าง จุนอิจิ ฟูจิซาคุผู้เคยฝากฝีมือการเขียนบท “Ghost in the Shell: Stand Alone Complex” มาทำหน้าที่กำกับในส่วนของการออกแบบคาแรคเตอร์รับหน้าที่โดย เมะบาชิ นักวาดผู้เคยออกแบบตัวละครให้กับ “Mitsuboshi Colors” “Shoujo Kageki Revue Starlight”

นอกจากนี้เพลงประกอบยังได้ ยูกิ คาจิอุระ ผู้ที่เคยฝากผลงานไว้ในอนิเมชั่นชื่อดังมากมายอาทิเช่น ” Demon Slayer”, “Sword Art Online”, “Fate / Zero” มาช่วยดูแลเรื่องเพลงประกอบภาพยนตร์ด้วย

DEEMO : MEMORIAL KEYS ดีโมผจญภัยเพลงรักแดนมหัศจรรย์ เล่าเรื่องราวของ อลิซ เด็กสาวที่ตกมาจากฟากฟ้าแม้เธอจะความจำเสื่อมแต่ไม่รู้ว่าทำไมเธอกลับรู้จักชื่อ DEEMOสุภาพบุรุษสีดำ เธอนึกชื่อของตัวเองขึ้นได้ราวกับถูกเสียงเปียโนของ DEEMOปลุกให้ตื่น

deemo

เด็กสาวคนนี้มีชื่อว่า “อลิซ” รอบข้างเธอมีตุ๊กตาที่ชื่อว่า มิไร ตุ๊กตาเดอะนัทแครกเกอร์ และถุงหอมลอยได้กลิ่นฟลุ้งคอยคุ้มครองเธอไว้อย่างอ่อนโยน เหล่าอลิซที่คิดว่าหากต้นไม้ที่เติบโตจากเสียงเปียโนสูงไปจนถึงยอดเพดาน จะทำให้เธอกลับบ้านของตนได้จึงเริ่มปฏิบัติการรวบรวมโน๊ตเพลงที่ถูกซ่อนเอาไว้ในปราสาท

ทันใดนั้นทำให้อลิซพบกับหญิงสาวที่ซ่อนอารมณ์ของตัวเองไว้ภายใต้หน้ากาก เธอพูดกับอลิซว่า “ฉันเกลียดคนอย่างคุณ” เด็กสาวภายใต้หน้ากากกับอลิซมีความเกี่ยวข้องอย่างไรกันแน่?

การผจญภัยรวบรวมโน้ตเพลงกับผองเพื่อน จิตใจของเด็กสาวภายใต้หน้ากาก ปริศนาที่มาของ DEEMOต้นซากุระที่มักจะผุดขึ้นมาในหัวของอลิซ ทำนองในความทรวจำที่ขาดหาย อดีต ปัจจุบัน และอนาคต เสียงของดนตรีที่แผ่จากอดีต ปัจจุบัน ไปสู่อนาคตจะช่วยทำให้ประตูแห่งความทรงจำของอลิซเปิดออกทีละน้อย

นักแสดงสาว ฮันเยริ ประกาศแต่งงานกับแฟนหนุ่มนอกวงการเมื่อต้นปี

0

นักแสดงสาว ฮันเยริ ประกาศแต่งงานกับแฟนหนุ่มนอกวงการเมื่อต้นปี

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน Saram Entertainment บริษัทต้นสังกัดของนักแสดงสาวมากฝีมือ ฮันเยริ ได้ออกมาแถลงเกี่ยวกับการแต่งงานของนักแสดงสาวกับแฟนหนุ่มนอกวงการเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

“สวัสดี นี่คือ Saram Entertainment เราต้องการแจ้งข่าวดีให้คุณทราบเกี่ยวกับศิลปินในสังกัดของเรานักแสดงฮันเยริ (Han Yeri) ได้พบกับความสัมพันธ์อันล้ำค่าและได้ให้คำมั่นสัญญาที่จะรักและไว้วางใจซึ่งกันและกันไปอย่างยาวนาน

แต่ด้วยสถานการณ์ที่ยากลำบาก ทั้งฮันเยริและแฟนหนุ่มจึงได้ใช้เวลาด้วยกัน โดยการรับประทานอาหารและใช้เวลากับครอบครัว และให้คำมั่นสัญญาต่อกันและกันว่าจะใช้เวลาที่เหลือร่วมกันไปตลอดชีวิต โดยไม่ได้มีการจัดพิธีใด ๆ

ทางต้นสังกัดขอให้ทุกท่านเข้าใจว่าทางต้นสังกัดไม่สามารถแจ้งข่าวนี้ให้ทราบล่วงหน้าได้ และนอกจากนี้คู่สมรสของนักแสดงฮันเยริไม่ใช่บุคคลสาธารณะ ทางต้นสังกัดจึงขอให้เคารพและไม่ละเมิดความเป็นส่นตัวของเขาด้วย

และนักแสดงฮันเยริก็ยังจะตอบแทนความรักของแฟน ๆ ด้วยทักษะการแสดงที่ดีในฐานะนักแสดง ดังนั้นช่วยให้การสนับสนุนเธอ รวมทั้งร่วมยินดีกับข่าวดีของทั้งคู่ด้วย”

ฮันเยริ (Han Yeri) นักแสดงสาวชาวเกาหลีใต้ที่เข้าวงการบันเทิงตั้งแต่ปี 2007 และมีผลงานด้านการแสดงที่หลากหลายบทบาท ทั้งผลงานภาพยนตร์และซีรีส์ เช่น Secret Zoo | Love And… | Imaginary Cat | The Table | Six Flying Dragons | Hello, My Twenties! 2 | Worst Woman | Commitment | The Nokdu Flower เป็นต้น

และผลงานที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในระดับนานาชาติกับภาพยนตร์ Minari ซึ่งนับเป็นผลงานการ Debut ผลงานภาพยนตร์อเมริกันของเธอ และภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ด้วยรางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมในงาน Golden Globe Awards 2021 พร้อมทั้งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ถึง 6 สาขา ในเวทีงานประกาศรางวัล 93rd Academy Awards และรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย

Han Yeri Married ฮันเยริสุดท้ายนี้ Inzpy ขอแสดงความยินดีกับนักแสดงสาวมากฝีมือ ฮันเยริ และคู่สมรสด้วยนะ และแน่นอนว่าเราจะรอติดตามและสนับสนุนผลงานของเธอต่อไปแน่นอน 🙂

ขอขอบคุณข้อมูล : allkpop

NIKE SB ไลน์การผลิตที่ครองใจเด็กบอร์ดมากว่า 20 ปี

0

NIKE SB ไลน์การผลิตที่ครองใจเด็กบอร์ดมากว่า 20 ปี

ต้อนรับการกลับมาของ Nike SB หรือ Nike Skateboarding ไลน์การผลิตรองเท้าสเก็ตบอร์ดเเละเครื่องเเต่งกายของเเบรนด์ ที่จะทยอยขนทัพมาให้เเฟน ๆ Swoosh สายสเก็ตได้หายคิดถึงกันอีกครั้ง! แต่ก่อนที่จะไปรู้จักกับรองเท้ารุ่นที่น่าสนใจ เราขอพาทุกคนไปรู้จักกับประวัติคร่าว ๆ ของไลน์การผลิต SB กันซะก่อน

Cr. Photo : Nike

ย้อนกลับในช่วงต้นยุค 90s ที่ Nike นั้นพยายามจะเข้าไปตีตลาดวงการสเก็ตบอร์ดแต่กลับไม่ได้รับความไว้ใจจากเหล่าชาวสเก็ตเลยแม้แต่น้อย เพราะในสมัยก่อนวัฒนธรรมสเก็ตบอร์ดนั้นเป็นเพียง Sub Culture เล็กๆ ชาวสเก็ตในสมัยนั้นจึงไม่อยากให้องค์กรที่ไม่ได้รู้จักวงการนี้ดีพอเข้ามาทำธุรกิจ พวกเขาเชื่อว่า Nike เข้ามาเพื่อหวังผลประโยชน์เท่านั้น แต่สุดท้ายทาง Nike ก็ยังดึงดันและปล่อยโมเดลรองเท้าสเก็ตรุ่นแรกของแบรนด์ออกมาในปี 1996 โดยใช้ชื่อว่า The Choad และก็เป็นไปตามคาดเพราะ The Choad นั้นล้มเหลวไม่เป็นท่า ตัวรองเท้านั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาจากความต้องการจริงๆ ของเหล่านักสเก็ตเลยเเม้เเต่น้อย

เเละทาง Nike ยังพยายามยัดเทคโนโลยีที่มากเกินความจำเป็นลงไป จนถึงขั้นที่ว่าโปรสเก็ตในสมัยนั้นต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “You don’t get us so we’re not gonna drink the kool-aid” หรือที่มีหมายความในเชิงว่า “รองเท้าของ Nike นั้นไม่มีทางได้ใจพวกเขา พวกเขาจะไม่ใส่รองเท้าเด็กเล่น” จนสุดท้ายชื่อของ The Choad ก็ค่อยๆ จางหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์

เเต่จุดเปลี่ยนก็มาถึง! ในปี 2001 Nike ได้ก่อตั้งแผนก Nike SB ขึ้นมาเพื่อหวังจะแก้มือจากความล้มเหลวในครั้งก่อน และการมาถึงของชายชื่อ Sandy Bodecker นั้นได้เปลี่ยนเกมและทำให้ Nike กลับเข้ามามีบทบาทในวงการสเก็ตบอร์ดอีกครั้ง โดย Sandy เขาได้เริ่มจากการย้อนกลับไปศึกษารองเท้าบาสเก็ตบอลในยุค 70s ทั้งหมดของ Nike ทั้งโมเดล Air Jordan 1, Nike Dunk และ Blazer รวมถึง Sandy ยังได้เข้าไปคลุกคลีกับนักสเก็ตบอร์ดมืออาชีพมากมายเพื่อให้เข้าถึงวัฒนธรรมและเข้าใจสิ่งที่คนเล่นสเก็ตนั้นต้องการจริง ๆ

Cr. Photo : Nike

ในที่สุดในช่วงต้นปี 2001 รองเท้าคู่แรกในไลน์การผลิตของ Nike SB ก็ได้ออกสู่ท้องตลาดในชื่อ Nike Dunk Low Pro B โดยทาง Nike ได้ปรับปรุงข้อเสียของโมเดลรุ่นก่อนๆ และใส่เพียงเทคโนโลยีที่จำเป็นลงไปเท่านั้น โดยได้เพิ่มเทคโนโลยีอย่าง Zoom Air Bag ที่ช่วยลดเเรงกระเเทก เเละได้เพิ่มความหนาของลิ้นรองเท้า เพื่อซัพพอร์ตชาวสเก็ตให้ได้มากที่สุด เเละอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนที่ทำให้ Nike นั้นสามารถเอาชนะใจเด็กบอร์ดชาวอเมริกันได้ ก็คือ การก่อตั้งทีม “Nike SB” โดยการจับโปรสเก็ตมากฝีมือในยุคนั้นมาเซ็นสัญญา โดยสมาชิกในยุคก่อตั้งประกอบไปด้วย Reese Forbes, Gino Lanucci , Richard Mulder และ Danny Supa แถม Nike ยังออกแบบรองเท้าให้โปรทั้ง 4 คนอีกด้วยเรียกได้ว่าเอาใจชาวสเก็ตในยุคนั้นสุดๆ

อีกหนึ่งกลยุทธ์ ที่เรียกว่าได้ผลสุดๆ ของ Nike SB ก็คือการเลือกวางจำหน่ายไลน์สินค้า SB เฉพาะร้านสเก็ตช้อปเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แถมยังจำกัดจำนวนการผลิตของสินค้าเพื่อให้สินค้าทุกชิ้นนั้นมีความพิเศษ โดยทาง Sandy เขาได้เดินทางไปยังร้านสเก็ตช้อปท้องถิ่นตามหัวเมืองต่างๆในอเมริกา เพื่อเข้าไปพูดคุยเเนะนำตัวเองเเก่ร้านเหล่านั้น เเละตัวของ Sandy เองนั้นอยากพิสูจน์ให้ชาวสเก็ตทุกคนเห็นว่าทาง Nike SB นั้นพร้อมที่จะซัพพอร์ตวงการสเก็ตบอร์ดท้องถิ่นอย่างจริงจัง

ด้วยบุคลิกที่สนุกสนานบวกกับความเข้าใจหัวอกของเหล่านักสเก็ตอย่างถ่องเเท้ของตัว Sandy จนในที่สุดสังคมสเก็ตบอร์ดก็เริ่มเปิดใจยอมรับสินค้าจากทาง Nike SB มากขึ้น ปัจจุบันเป็นเวลากว่า 35 ปี มาแล้วที่ Nike SB ได้วางรากฐานให้กับวงการสเก็ตบอร์ด และในปัจจุบันพวกเขาก็ยังไม่หยุดที่จะส่งต่อความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการอันไม่หยุดนิ่งให้กับผู้คนทั่วทั้งโลก

เริ่มที่โมเดลเรือธงที่หลายๆ คนรอคอยกับ Dunk SB รองเท้าสุดอมตะ โดดเด่นด้วยดีเทลที่ใครเห็นเป็นต้องจำได้อย่าง “ลิ้นรองเท้า” ที่หนาเเละดูใหญ่กว่า Nike Dunk รุ่นธรรมดา รวมถึงตัว Logo บริเวณลิ้นรองเท้าเเละ Insole ที่ใช้ Nike SB Logo เเทน Nike Logo ปกติ (ยกเว้นตัวที่เป็นงาน Collab บริเวณ Insole อาจจะไม่มี Nike SB Logo เเต่อาจถูกเเทนที่ด้วยลวดลายกราฟิกอื่น ๆ เเทน)

อีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่ซ่อนอยู่บริเวณใต้ Insole นั่นก็คือ พื้น Zoom Air ที่ช่วยลดเเรงกระเเทกในเวลาที่เเผ่นสเก็ตต้องกระเเทกกับพื้น เเละที่สำคัญพื้น Zoom air ยังมีความบางช่วยให้ฝ่าเท้าสัมผัสกับเเผ่นสเก็ตได้มากที่สุด ทำให้นักกีฬาสเก็ตสามารถเล่นท่วงท่าได้อย่างอิสระ เเละในบางรุ่นของ Nike Dunk SB ก็ยังมีเทคโนโลยีอย่าง Hyperfuse เทคโนโลยีที่ช่วยผสานพื้นรองเท้าชั้นกลางให้มีความบางเพื่อให้นักกีฬารู้สึกเหมือนกำลังเท้าเปล่าอยู่บนเเผ่นสเก็ต

อีกหนึ่งความเจ๋งของ Dunk SB ก็คืออิสระในการสร้างสรรค์งาน Collab ที่ทาง Nike อนุญาตให้เหล่านักสเก็ตที่มาร่วมออกแบบได้ใส่ไอเดียสนุกๆอย่างเต็มที่ อย่างรุ่น Nike SB Dunk High Pro Kevin Bradley ที่ภายนอกดูเป็นรองเท้าหนังสีขาวธรรมดา เเต่ถ้าใส่เล่นสเก็ตไปเรื่อยๆหนังสีขาวจะค่อยๆลอกออกเเละเผยให้เห็นซับในสีเเดงที่ซ่อนอยู่ด้านใน เเละไม่ใช่เเค่งาน Collab กับโปรสเก็ตอย่างเดียวเท่านั้น Nike ยังข้ามฝากไป Collab กับศิลปินเเขนงต่างๆ มากมาย เช่น Nike SB Dunk Low Parra ,Nike SB Dunk Low QS “Cactus Jack” (Travis Scott), Nike SB Dunk Low “Futura” เเละอื่นๆ อีกมากมาย สำหรับในปีนี้อยากให้จับตาดู Nike Dunk SB ให้ดีเชื่อว่าทาง Nike นั้นยังไม่หยุดสร้างสรรค์ผลงานสนุก ๆ ออกมาเเน่นอน

Cr. Photo : Nike

อีกหนึ่งโมเดลที่นักสเก็ตทั่วโลกต่างเทใจให้ ด้วยตัวโมเดลที่มีโครงสร้างสุดทนทาน ประกบกับพื้นยางวัลคาไนซ์แบบเเข็งที่สามารถยึดเกาะกับกริปเทปบนเเผ่นสเก็ตได้เป็นอย่างดี รวมถึงวัสดุหลักๆ ที่โมเดล SB Blazer เลือกใช้ก็มักจะเป็นหนังกลับแบบหนาที่ฉีกขาดยาก แถมมาในทรงที่มีความบวมเเละหนากว่ารุ่น Blazer ธรรมดา ปิดท้ายด้วยเทคโนโลยี Zoom Air ที่ช่วยลดเเรงกระเเทกถูกใจคอสเก็ตเเน่นอน

เเละทาง Nike ก็ยังจัดเต็มด้วยงาน Collab กับเเบรนด์ดังสายสเก็ตมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Supreme, Stussy หรือ Thrasher Magazine ใครที่ชอบความเรียบง่ายเเต่คลาสสิค เราอยากให้จับตาดูโมเดล SB Blazer ให้ดีว่าปีนี้จะมี Colorway ใหม่ ๆ อะไรออกมาให้ชาวสเก็ตได้เสียทรัพย์กันอีกบ้าง

มหกรรมแสดงศิลปะความหอม ครั้งที่ 1 : The Aesthetics of Scent Awards 2022

0

“มหกรรมแสดงศิลปะความหอม ครั้งที่ 1” The Aesthetics of Scent Awards 2022

เชิญชวนผู้ชื่นชอบกลิ่นหอมทุกท่านมาสัมผัสและ ร่วมให้กำลังใจผลงานที่เข้ารอบสุดท้ายของการ ประกวดน้ำหอมครั้งแรกของประเทศไทยในงาน

มหกรรมแสดงศิลปะความหอม ครั้งที่ 1 : The Aesthetics of Scent Awards 2022

พบกับงานเสวนาจากเหล่าบรรดากูรูในอุตสาหกรรม เครื่องหอมทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ พบปะพูดคุยกับศิลปินผู้รังสรรค์กลิ่นหอม และกิจกรรมต่าง ๆ บนเวทีกลาง รวมถึงตลาดเครื่องหอมแบรนด์ไทยกว่า 25 ร้านค้า ที่เปิดขายเฉพาะในงานนี้เท่านั้น!

วันที่ 15-19 มิถุนายน 2565 สถานที่: ห้าง MBK Center ชั้น 4 โซน D เวลา: 11.00-20.00 น. และร่วมงานประกาศรางวัล The winner ในแต่ละสาขา วันที่ 19 มิถุนายน เวลา 19.00 น.

มหกรรมแสดงศิลปะความหอม ครั้งที่ 1 : The Aesthetics of Scent Awards 2022

งานนี้กลิ่นที่ทางแบรนด์ Damilii-arcrtic ส่งเข้าประกวดก็เข้ารอบfinal และโชว์ในงานด้วย นั่นก็คือกลิ่น
“The Last goodbye” ใครยังไม่เคยดม ไปลองกันได้ในงาน *น้ำหอมกลิ่น :ดอกไม้ในงานเผาศพหญิงคนรัก ซึ่งจริง ๆ แล้ว ชื่อกลิ่นคือ “เสียงเพรียกสิ้นเพียงกลิ่น อุษาสาง” #เสียงเพรียกสิ้นเพียงกลิ่นอุษาสาง ไงล่ะ ชื่อฟังดูไพเราะเพราะพริ้งเชียว ใช้เวลานอน คิดชื่อกลิ่นอยู่18วัน18คืน

สรุปเขาไม่ให้เปิดเผย ชื่อกลิ่น “อะไรเนียะ!!!”55 เปิดเผยแค่รหัส” AEA-541 เราเป็นพวกวี้ดว้ายกระตู้วู้ ไก่โห่ early bird พอรู้กันในกลุ่มว่า THAI Perfumers จะจัดงานประกวด #AestheticsofScentAwards2022 ในปีนี้

ในหัวก็เริ่มวุ่นวาย คิดหาแรงบันดาลใจอยู่เป็นเดือน กลิ่นหอม ๆ สวย ๆ สายแมส สายแฟช คือไม่มีinspire ในหัวเลยในตอนนั้น สายArtเท่านั้นที่คุกรุ่น ใช่ครับ น้ำหอม มีอะไรมากกว่า คำว่า “งื้อออ หอมจัง” น้ำหอมสามารถเป็นอะไร ที่น่าสนใจแบบที่คุณคาดไม่ถึงได้ พาลคิดไปว่า กลิ่นหอมแบบไหนกันนะที่แค่ได้กลิ่นก็รู้สึกหดหู่ หม่นหมองจนอยากจะร้องไห้ได้

มหกรรมแสดงศิลปะความหอม ครั้งที่ 1 : The Aesthetics of Scent Awards 2022กdd

เซลล์สมองนั่งtime machineย้อนไปไกลเลย สมัยวัยเยาว์ ไปจนเจอเหตุการณ์หนึ่ง… ดุจดวงใจจักลอยลิ่วปลิวเคว้ง แว่วเพียงเสียงเพรียกผ่านแผ่ว..สายลม วงแขนแห่งพรากจากงดงาม..เหน็บหน่วง โอบล้อมดวงวิญญาณผู้เป็นที่รักยิ่ง ด้วยห้วงคำนึง ความตายพรากดั่งริ้วคลื่นผืนลมหนาว ละอองหมอกยามเช้าคลุ้งมวลดอกไม้ แสงตะวันเยือนเหมือนยังสัญญาณเศร้า ลับลาโดยปราศจากถ้อยคำฝากฝังทั้งใจ นั่นคือแรงบันดาลใจกลิ่น บทกวีแสนเศร้าท่อนที่2 *ความตายพราก ดั่งริ้วคลื่นผืนลมหนาว เขียนโดยคุณอรอาย

ที่เราอ่านแล้วน้ำตาไหลพราก จนต้องtextไปขอpermitionมาใช้ แต่บทกวี ท่อนแรกเราแต่งขึ้นใหม่ เรียงร้อยถ้อยคำ ให้เข้ากับสตอรี่ที่เคยประสบการณ์ในอดีต กลิ่นในงานศพของหญิงคนรักที่จากไปอย่าง ไม่มีวันกลับ เหลือเพียงความทรงจำแสนเศร้า ที่อบอวลไปด้วยความรัก อัดแน่นด้วยความคิดถึง กลิ่นกายของหญิงคนรัก กลิ่นดอกไม้ยามเช้า ในสวนที่เธอปลูกไว้

และดอกไม้เหล่านั้นก็ได้ใช้ ประดับในงานศพของเธอเอง กลิ่นโลงศพที่กำลังเผาใหม้ร่างที่อาบด้วยฟอร์มาลีน ครุกรุ่นด้วยกลิ่นควันพวยพุ่งผสมปนเปกับดอกไม้ ที่เฉาตามความร้อน กลิ่นหอมหม่น ๆ ที่หน่วงไปถึง ความรู้สึกส่วนลึก ที่เค้าจะจดจำไปจน ลมหายใจสุดท้ายของชีวิต โน๊ตที่ใช้ขอไม่เจาะจง เอาภาพรวมกว้าง ๆ ให้นึกออก Top: Tar ,smoke Mid : florals, phenol Base: yeasty, musk, animalic

ใช่ค่ะ แรงบันดาลใจทั้งหมด ได้มาจากงานเผาศพ แบบไทยพุทธที่เคยไปครั้งแรกในชีวิต ซึ่งอารมณ์ไม่ใช่แบบที่เคยไป ไฟเผาศพคนตาย มันฝังใจนะ มันหดหู่ไปทุกอณูเนื้อ ทั้งภาพไฟและ ควันตรงหน้า ที่ติดตา กลิ่นดอกไม้เฉา ๆ ผสมกลิ่นควันไฟเผาไหม้เนื้อมนุษย์ ทั้งเสียงร้องไห้ อื้ออึงที่ตราตรึงอยู่ในความทรงจำ ภาพและกลิ่น เริ่มมาเป็นฉาก ๆ ยิ่งคนที่จากไป เป็นคนที่รัก มากแค่ไหน ความรู้สึกเจ็บปวดแต่สวยงามก็ โอบล้อมเราอยู่แบบนั้น

ตอนปรุงกลิ่น ถึงกับเปิดเพลง”ธรณีกันแสง” ในyoutubeไปด้วย ได้บรรยากาศงานศพสมัยก่อน ดมไปเบลนด์ไปทีละโน๊ต พยายามหนักมาก ไม่หลับ ไม่นอน เวลาจมูกเราจดจ่ออยู่กับการปรุงกลิ่น จะไม่รู้สึกหิวละหนึ่ง ไม่ง่วงละสอง ผ่านไป1อาทิตย์ หมีแพนด้าตัวนึง ก็กวาดกลิ่นที่พังลงใต้โต๊ะเพราะ ไม่มีที่วาง กลิ่นควันเผาไหม้ที่เราอยากให้เป็นTop ปรากฎว่ามันจมอยู่กับมวลหมู่ดอกตระกูลNarcotic กับน้องลั่นทมเอย ซ่อนกลิ่นเอย ซ่อมอยู่นาน กว่าจะ ดึงกลิ่นควันขึ้นมาได้ และกว่าจะเชื่อมกลิ่นดอกไม้ หลอน ๆ เหล่านั้น ให้flow alongไปกับควันได้ ก็เสียน้ำตาไปไม่น้อย เพราะเสียดาย(สารหอมแพง)

เอาล่ะ!! ใครที่สนใจงานน้ำหอมอาร์ท ๆ ไปหาดมได้ที่งานนี้กันได้เลยนะคะ มีทุกกลิ่นของแบรนด์วางขายที่บูธใกล้ ๆกันด้วย

อ้างอิง :
Damilii-arcrtic


อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

AMAZFIT เปิดตัว Smart Watch สุดคุ้มค่า AMAZFIT BIP 3 และ BIP 3 PRO

AMAZFIT เปิดตัว Smart Watch สุดคุ้มค่า AMAZFIT BIP 3 และ BIP 3 PRO

Amazfit แบรนด์อุปกรณ์สวมใส่ Smart Watch อัจฉริยะชั้นนำระดับโลกของ Zepp Health ได้เปิดตัวนาฬิกาอัจฉริยะรุ่นใหม่สุดคุ้มค่าอย่างเป็นทางการ Amazfit Bip 3 และ Amazfit Bip 3 Pro ซึ่งมีหน้าจอสีขนาดใหญ่พิเศษและรอบด้าน พร้อมฟังก์ชั่นด้านสุขภาพ ตามสโลแกน “Think Big, Think Bip” ผลิตภัณฑ์ใหม่ในซีรี่ส์ Amazfit Bip ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตอย่างมีประสิทธิผล คล่องแคล่ว และใช้งานได้จริง

Cr. Photo : AMAZFIT

การออกแบบดีไซน์ที่โดดเด่น หน้าจอสีขนาดใหญ่พิเศษ
Amazfit Bip 3 และ Bip 3 Pro มีหน้าจอสีขนาดใหญ่ 1.69 นิ้ว ผลิตจากกระจกนิรภัย 2.5D และเคลือบป้องกันลายนิ้วมือ หน้าจอขนาดใหญ่พิเศษช่วยให้ผู้ใช้ดูการแจ้งเตือนทั้งหมดได้ เช่น สายเรียกเข้า ข้อความ การเตือนความจำ และข้อมูลด้านสุขภาพและการออกกำลังกายได้อย่างชัดเจน

ปรับแต่งหน้าปัดนาฬิกาให้เป็นแบบส่วนตัว
Amazfit Bip 3 ซีรี่ส์ มีหน้าปัดนาฬิกาให้เลือกกว่า 50 แบบ ซึ่งบางแบบปรับแต่งได้ด้วยวิดเจ็ต (widgets) ที่แก้ไขได้ ทั้งหมดนี้พร้อมให้ดาวน์โหลดในแอพ Zepp ผู้ใช้ยังสามารถเพลิดเพลินกับตัวเลือกในการทำให้จอแสดงผลของตนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยการอัปโหลดภาพถ่ายของตนเอง เพื่อแสดงความเป็นตัวตนได้อย่างอิสระ

เพื่อนคู่กายสำหรับการออกกำลังกาย อายุแบตเตอร์รี่ยาวนานถึง 14 วัน
Amazfit Bip 3 ซีรี่ส์ ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานได้อย่างคล่องตัวมากที่สุด โดยเป็นสมาร์ทวอทช์ที่บรรจุแบตเตอรี่อันทรงพลังที่มีความจุพิกัด 280 mAh ด้วยรูปลักษณ์ที่บางและเบาเป็นพิเศษ ซึ่งช่วยให้ใช้งานได้นาน 14 วัน ต่อเนื่องต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

Cr. Photo : AMAZFIT

การระบุตำแหน่งที่แม่นยำสูง
Amazfit Bip 3 Pro มีระบบ GPS แบบ built – in ในตัว และรองรับระบบระบุตำแหน่งดาวเทียมทั้งหมด 4 ระบบ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ติดตามการเคลื่อนไหวของพวกเขาด้วยความแม่นยำสูง ในขณะที่ Amazfit Bip 3 ยังรองรับการเชื่อมต่อกับ GPS ของโทรศัพท์มือถือ

ป้องกันน้ำในระดับ 5 ATM
ด้วยเครื่องในระดับ 5 ATM, Amazfit Bip 3 ซีรี่ส์ สามารถต้านทานแรงดันน้ำได้เทียบเท่ากับความลึกสูงสุด 50 เมตร ดังนั้นผู้ใช้จึงสามารถเพลิดเพลินกับการกระโจนลงน้ำได้อย่างสนุกสนาน ขณะที่ Bip 3 Pro ยังมีโหมดกีฬาว่ายน้ำแบบเปิดด้วย GPS แบบ Built -in ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดตามข้อมูลการว่ายน้ำได้

โหมดกีฬามากกว่า 60+ โหมด
Amazfit Bip 3 มีโหมดกีฬา 60 โหมดที่อนุญาตให้ผู้ใช้ติดตามข้อมูลสำหรับกีฬาประเภทต่างๆ รวมทั้งการเดินในร่มและกลางแจ้ง การวิ่งและการขี่จักรยาน ตลอดจนการฝึกความแข็งแรง โยคะ และการฝึกรูปแบบอิสระประเภทอื่นๆ
ในขณะที่สมาร์ทวอทช์ทั้งสองรุ่นมีฟังก์ชัน Target Pace ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถกำหนดเป้าหมายอัตราการก้าวได้ และ Bip 3 Pro ยังมาพร้อมกับโหมดการว่ายน้ำแบบเปิดเพิ่มเติม สำหรับการติดตามกิจกรรมเพิ่มเติม

การจัดการสุขภาพที่ครอบคลุม และอัตราความเข้มข้นของอ๊อกซิเจนในเลือด
เพื่อช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจสภาพร่างกายของตนได้ง่าย ทั้ง Amazfit Bip 3 และ Bip 3 Pro ได้ติดตั้งคุณสมบัติการวัดความของออกซิเจนในเลือด ซึ่งสามารถให้ผลลัพธ์ได้ภายใน 25 วินาที ผู้ใช้สามารถติดตามออกซิเจนในเลือดได้ทุกเมื่อที่รู้สึกไม่สบายหรือหายใจไม่ออก เพื่อตรวจสุขภาพแบบเรียลไทม์

นอนหลับดีขึ้น เครียดน้อยลง
Amazfit Bip 3 Series ติดตามข้อมูลด้านสุขภาพที่จำเป็น เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ ระดับความเครียด คุณภาพการนอนหลับ (รวมถึงระยะการนอนหลับและการงีบหลับตอนกลางวัน) และรอบประจำเดือนของผู้หญิง และเมื่อตรวจพบความเครียดในระดับสูง สมาร์ทวอทช์เหล่านี้ยังสามารถเตือนผู้ใช้ให้ออกกำลังกายด้วยการหายใจในตัวเพื่อช่วยให้ตัวเองสงบ

Cr. Photo : AMAZFIT

การประเมินค่าสุขภาพ PAI
ซีรี่ส์สมาร์ทวอทช์ที่แสนจะคุ้มค่านี้ยังมาพร้อมระบบการประเมินค่าสุขภาพ PAI ซึ่งใช้อัลกอริธึมอัจฉริยะเพื่อนำข้อมูลสุขภาพและฟิตเนสทั่วไป เช่น อัตราการเต้นของหัวใจและการนับก้าว ตลอดจนข้อมูลที่รวบรวมจากกิจกรรมประจำวันของผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกับสัตว์เลี้ยง แปลงเป็นข้อมูล คะแนนแสดงผล ที่ใช้งานง่ายซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะสำหรับผู้ใช้

ราคาและการวางจำหน่าย
Amazfit Bip 3 ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 1,290 บาท และ Amazfit Bip 3 Pro วางจำหน่ายในราคา 1,650 บาท โดยสินค้าในรุ่น Amazfit Bip 3 ซีรี่ส์ มีวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 3 มิถุนายน 2565 ซึ่งสามารถซื้อได้ที่ Amazfit Shopee Official Store, Zepp Shopee Official Store และช่องทางออฟไลน์ เช่น Com7 / Banana / IT City / B2S/ JIB/ Officemate / Btrend /iBiz / Powerbuy/ Pando Selection/ TGFone และอื่น ๆ

รวมไอเดียแมตช์ ‘รองเท้าบูท’ อยู่เมืองไทยก็ใส่ได้ ลุคไหนก็เริ่ด

ปฏิเสธได้ที่ไหนว่าแฟชั่นไอเทมอย่าง ‘รองเท้าบูท’ กำลังกลับมาครองเทรนด์ ครองใจเหล่าแฟชั่นนิสต้ากันอีกครั้ง โดยเริ่มกลับมาได้รับความนิยมในช่วงปีให้หลัง โดยสามารถนำไปมิกซ์แอนด์แมตช์ได้ในหลากหลายโอกาส ทำให้เราได้ลุคที่ทั้งเท่ทั้งคูล อีกทั้งยังคล่องแคล่วทะมัดทะแมง ได้กลิ่นอายแบบไฮแฟชั่นชิคเก๋แบบสุด ๆ

แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่ว่า ไทยแลนด์ แดนสไมล์ ร้อนตับแตกขนาดนี้ หลายคนก็คงจะกังวลว่าจะแมตช์กันอีท่าไหน เพราะมันช่างไม่เข้ากับสภาพอากาศเมืองไทยเอาซะเลย ไม่ต้องห่วงไปค่ะ เพราะวันนี้ Inzpy มาพร้อมไอเดียแมตช์ ‘รองเท้าบูท’ อยู่เมืองไทยก็ใส่ได้ ลุคไหนก็เริ่ด มาแนะนำกัน ใครพร้อมแล้วตามมาเลย

cr.photo ; pinterest
ท่อนบนจะชิลแค่ไหน ท่อนล่างขอชิคไว้ก่อน

มาเริ่มกันที่ลุคแรก จะมีอะไรเหมาะไปกว่า การใส่เสื้อยืดโอเวอร์ไซส์กับกางเกงยีนส์ขาสั้นไม่มีอีกแล้ว เพราะการแต่งตัวแบบนี้สุดจะเหมาะกับอากาศร้อน ๆ ของเมืองไทย การใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์อาจจะดูชิล แต่ถ้าลองเอาไปแมตช์กับรองเท้าบูทหนังแล้วล่ะก็ กลับกลายเป็นลุคเท่สะดุดตา สุดต๊าชได้ในพริบตาเลยล่ะ ลองเอาไปทำตามกันดูรับรองว่าจะติดใจ

cr.photo ; pinterest
เดรสสั้นกับบูท สุดแสนจะเข้ากัน

ไปต่อกันที่ลุคถัดไป สาว ๆ สามารถเลือกใส่เป็นเดรสสั้นเหนือเข่า หรือจะเลือกนำเอาเสื้อตัวโคร่งสไตล์โอเวอร์ไซส์ มาทำหน้าที่แทนเดรส แล้วใส่คู่กับกางเกงเลกกิ้งรัดรูปขาสั้น แบบกางเกง Biker ที่กำลังเป็นที่ฮอตฮิตติดเทรนด์ ตบท้ายคอมพลีทลุคด้วยรองเท้าบูท เท่านี้ก็ได้ออกมาเป็นลุคแบบสาวสตรีทสุดคูลกันแล้ว

cr.photo ; pinterest
ใส่กระโปรงกับบูทก็ชิคเก๋ไม่หยอก

เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนชอบใส่เสื้อยืด หรือเสื้อครอปคู่กับกระโปรงสอบยาวหรือกระโปรงสั้น ที่ให้ลุคแบบสาวเกาหลีเกาใจ น่ารักสดใสมีชีวิตชีวา แต่บางทีเราก็อยากเปลี่ยนแนวบ้างนี่นา จะให้มาเป็นสาวหวานตลอด ๆ มันก็น่าเบื่อแย่ วิธีแก้ไม่ยากเลยค่ะ แค่เพียงเราเอาไปแมตช์กับรองเท้าบูท ก็จะได้ลุคที่ทั้งเท่ทั้งคูลแบบสาวหวานอมเปรี้ยว แซ่บซ่าในทันที

รองเท้าบูท
cr.photo ; pinterest
เอาไปแมตช์กับกางเกงยีนส์ คลาสสิกแถมเท่

ไอเทมกันตายคู่ใจหญิงสาวจะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากกางเกงยีนส์ขายาว เป็นไอเทมที่ขาดตู้ไม่ได้เลยนะคะสาว ๆ เพราะจะใส่กับอะไรก็เข้ากันไปหมดทุกอย่าง แถมยังได้ลุคที่คลาสสิกแบบสุด ๆ รวมไปถึงการนำไปมิกซ์แอนด์แมตช์กับรองเท้าบูทด้วยค่ะ โดยสาว ๆ สามารถเลือกใส่แบบกางเกงขาเต่อ เน้นโชว์รองเท้าสุดเท่ หรือจะใส่เป็นแบบพับขากางเกงก็แนวไปคนละแบบ

รองเท้าบูท
cr.photo ; pinterest
คลุมด้วยเบลเซอร์สักตัวก็ดูดีมีสไตล์

มาต่อกันที่ลุคที่อัพเลเวล ที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มลูกเล่นให้กับสาว ๆ ด้วยการเลเยอร์ทับด้วยเบลเซอร์สวย ๆ สักตัวทับด้านนอกนั่นเอง ไม่ว่าจะใส่ข้างในเป็น เดรส กระโปรงหรือกางเกง พอเอาไปแมตช์กับรองเท้าบูทว่าเด็ดแล้ว พอใส่เบลเซอร์เพิ่มเข้าไปอีกก็ยิ่งปังปุริเย่เป็นทวีคูณ ไม่เชื่อก็ต้องลองค่ะ

รองเท้าบูท
cr.photo ; pinterest
ใส่บูทกับชุดเซตก็สุดจะปัง

ปกติเวลาเราเลือกใส่ชุดเซตที่เป็นสีเดียวกันทั้งท่อนบนและท่อนล่าง หรือเลือกใส่เป็นแบบที่มีลวดลายและแพทเทิร์นเหมือนกัน ก็ช่วยทำให้ลุคของเราโดดเด่นพอตัวอยู่แล้ว แล้วคิดดูว่าถ้าเราเอาชุดเซตไปแมตช์กับรองเท้าบูท จะได้ลุคสุดต๊าชเท่คูลขนาดไหน ไม่ว่าจะเอาไปแมตช์กับเซตสูท ก็สุดเท่ดูดีมีสไตล์ หรือจะเอาไปแมตช์กับเซตกางเกงขาสั้น หรือกระโปรงก็สุดปังอลังการเลยล่ะขอบอก

รองเท้าบูท
cr.photo ; pinterest
เดรสยาวก็ใส่กับบูทได้นะ

สำหรับสาวคนไหนที่ชอบแต่งตัวด้วยการใส่เดรสยาว ก็ไม่ใช่เรื่องผิดแปลก ถ้าเราจะเอาไปใส่แมตช์กับรองเท้าบูท เพราะจะให้มามัวแต่ใส่กับรองเท้าแตะ หรือรองเท้าผ้าใบก็น่าเบื่อแย่ เพราะถึงแม้ว่าเดรสยาวจะให้ลุคที่ออกแนวสวยหวาน แต่เมื่อเราเอาไปใส่คู่กับรองเท้าบูทแล้วล่ะก็ จะกลายเป็นการครีเอทลุคสาวหวานอมเปรี้ยว แถมเท่ในคราวเดียวกัน ได้ง่าย ๆ เลยล่ะ

หวังว่าบทความ รวมไอเดียแมตช์ ‘รองเท้าบูท’ อยู่เมืองไทยก็ใส่ได้ ลุคไหนก็เริ่ด จะช่วยทำให้สาวสายแฟชั่น ได้ความรู้และเทคนิคใหม่ ๆ ที่จะทำให้ทุกคนสามารถเลือกแมตช์เสื้อผ้าแฟชั่นกับรองเท้าบูท ที่เหมาะสมกับสไตล์ของตัวเองได้ง่ายขึ้น และเราหวังว่าจะช่วยให้ทุกคนสามารถแต่งตัวกันได้อย่างมั่นใจมากขึ้นนะคะ อย่าลืมติดตามว่าเราจะเอาไอเดียและสาระความบันเทิงแบบไหน มาฝากทุกคนกันอีกในคราวหน้า แล้วเจอกันค่ะ

The Seven Deadly Sins: Grand Cross เฉลิมฉลองครบรอบ 3 ปี!

0

The Seven Deadly Sins: Grand Cross เฉลิมฉลองครบรอบ 3 ปี!

เน็ตมาร์เบิ้ลคอร์ปอเรชั่น ผู้ผลิตและให้บริการเกมมือถือระดับโลก ได้เสนอการอัปเดตครั้งใหม่ล่าสุดของเกม The Seven Deadly Sins: Grand Cross เกมมือถือแนว Cinematic Adventure RPG ฉลองครบรอบ 3 ปี ด้วยอัศวินใหม่ กิจกรรมสุดตื่นตาตื่นใจภายในเกม รางวัลสุดตระการตา และอื่นๆ อีกมากมาย ห้ามพลาด!

Cr. Photo : The Seven Deadly Sins

เริ่มตั้งแต่วันนี้ผู้เล่นสามารถรับ อัศวินธาตุแสงคนแรก [ความทรงจำฟื้นคืน] เอลิซาเบธแห่งสังสารวัฏ ซึ่งสามารถลดดาเมจที่อัศวินพวกพ้องได้รับจากธาตุเสียเปรียบ 10% และจะลดดาเมจที่อัศวินธาตุแสงได้รับจากศัตรูทุกธาตุ ยกเว้นธาตุแสง 10% เช่นเดียวกัน ผู้เล่นสามารถร่วมสนุกการเฉลิมฉลองครบรอบ 3 ปี ผ่านหลากหลายกิจกรรมความสนุก

● สุ่มโพลสำรวจแกรนด์เฟสติวัลครบ 3 ปี Grand Cross – โดยเน็ตมาร์เบิ้ลได้รวบรวมรายชื่ออัศวินที่ได้รับเลือกจากผู้เล่นทั่วโลก ซึ่งอัศวินเหล่านี้นั้นสามารถได้รับผ่านการสุ่ม
● กิจกรรมฉลองครบ 3 ปี : เมื่อล็อกอินเป็นเวลา 28 วัน ผู้เล่นจะได้รับเพชรสูงสุด 300 เพชร
● กิจกรรมสุ่มสตาร์เตอร์ – ใน 14 วันแรก ผู้เล่นใหม่ และผู้เล่นรีเทิร์นสามารถรับตั๋วสุ่ม 11 ครั้ง ฟรีทุกวัน วันละ 1 ครั้ง (สูงสุด 154 ครั้ง) ผู้เล่นจะได้รับ อัศวินเฟสติวัล UR ปลุกพลังครบเซ็ต เมื่อสามารถบรรลุแต้มสะสมแต่ละระดับตามที่กำหนด
○ 300 แต้มสะสม : [ร่างไร้เทียมทาน] “เดอะวัน” เอสคานอร์ หรือ [นักรบแห่งสงครามศักดิ์สิทธิ์] เผ่านางฟ้า เอลิซาเบธ
○ 450 แต้มสะสม: [ฮาโลวีน] อัศวินศักดิ์สิทธิ์ โกเธอร์ หรือ [ตัวแทนราชาเทพอสูร] ผู้สำเร็จโทษ เซลดริส
○ 600 แต้มสะสม: 「โหมดทำลายล้าง」เมลิโอดัสคลุ้มคลั่ง หรือ [พรจากเทพ] ลูกสาวของเบลเลียนลูอิน เมอร์ลิน
● กิจกรรมเช็คชื่อ – ผู้เล่นใหม่ และผู้เล่นรีเทิร์นมีโอกาสจะได้รับของรางวัลสุดพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ตราปลุกพลังสเต็ปเดียว และ ตั๋วอัศวิน SSR
● คอนเทนต์ใหม่ : ศึกทำลายล้างใหม่ เทพอสูรต้นกำเนิด และมีการเพิ่มเข้ามาของเนื้อเรื่องใหม่ บทที่ 23

เกม The Seven Deadly Sins ได้นำเรื่องราวและการผจญภัยของ The Seven Deadly Sins ให้กลายมาเป็นประสบการณ์การเล่นเกมบนมือถือที่น่าดึงดูดและสนุกสนาน พบกับภาพกราฟิกความละเอียดสูงแบบ 3 มิติทั้งกว่า 150 ตัวละคร, กว่า 200 คอสตูม, และรวมไปถึงฉากคัทซีนมากกว่า 200 ฉาก ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการแคสนักพากย์เสียงชาวญี่ปุ่นเพื่อมาพากย์เสียงเหล่าตัวละครและทำให้เหล่าอัศวิน 7 บาป ให้มามีชีวิตสมจริงอีกด้วย!

ดาวน์โหลดเกม The Seven Deadly Sins ได้แล้วทั้งทาง Google Play และ App Store และสามารถติดตามข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับเกมเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์, Forum หรือทาง Facebook