Home Blog Page 829

แนะนำ 6 เส้นทางนั่งรถไฟไปทะเล ใจไม่ต้องเซก็ไปเที่ยวทะเลได้

แนะนำ 6 เส้นทางนั่งรถไฟไปทะเล ใจไม่ต้องเซก็ไปเที่ยวทะเลได้

สำหรับใครที่ไม่มีรถส่วนตัวฟังทางนี้ เพราะว่าวันนี้เราจะมาแนะนำ 6 เส้นทางนั่งรถไฟไปทะเล เพื่อเปิดประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวแบบใหม่ให้เพื่อน ๆ กันค่ะ ขอบอกว่าสะดวกสบาย และสนุกมาก ๆ แน่นอนค่ะ แถมค่าโดยสารก็ถูกแสนถูกอีกด้วย ถ้าเทียบกับราคาน้ำมันในวันนี้ ใครที่มีรถก็คงอยากจะจอดเอาไว้ที่บ้าน แล้วนั่งรถไฟไปเที่ยวมากกว่า ไปดูกันว่าเส้นทางท่องเที่ยวทะเลโดยรถไฟนี้ ไปที่ไหนกันได้บ้าง

 

เที่ยวพัทยา – สถานีพัทยา

ราคาตั๋วรถไฟ : ขบวนธรรมดา 283 กรุงเทพฯ – บ้านพลูตาหลวง ราคา 32 บาท (มีบริการเฉพาะวันธรรมดา)
ราคาตั๋วรถไฟ : ขบวนพิเศษ 997 กรุงเทพฯ – บ้านพลูตาหลวง ราคา 170 บาท (มีบริการเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์)
เมื่อมาถึงที่สถานีพัทยาแล้ว ก็สามารถโดยสารรถสองแถวสีแดงไปยังจุดต่าง ๆ ในพัทยาได้เลยค่ะ ชายหาดพัทยานี้มีความยาวถึง 4 กิโลเมตร มีกิจกรรมทางน้ำให้เล่นอย่างมากมาย นอกจากนี้ในยามค่ำคืน ที่พัทยาก็จะมีความคึกคัก และมีสีสันอยู่ตลอด เพราะตลอดถนนริมชายหาด จะมีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และถนนคนเดิน Walking Street เปิดกันอย่างมากมาย หากใครชื่นชอบการมาท่องเที่ยวชายหาดที่มีความสนุกสนาน ครึกครื้น แนะนำว่าให้มาที่พัทยาได้เลยค่ะ

 

เที่ยวบางแสน – สถานีเขาพระบาท

เส้นทางนั่งรถไฟไปทะเล

ราคาตั๋วรถไฟ : ขบวนธรรมดา ราคา 26 บาท (มีบริการเฉพาะวันธรรมดา)
ขึ้นรถไฟขบวน 283 กรุงเทพฯ – บ้านพลูตาหลวง ลงที่สถานีเขาพระบาท จากนั้นก็เดินทางต่อไปยังชายหาดบางแสน โดยรถสองแถวสีส้ม สายศรีราชา-หนองมน แวะซื้อของซื้อของฝาก และของกินอร่อย ๆ ที่นี่ก่อนได้ จากนั้นก็ต่อรถสองแถวสีแดงไปลงที่วงเวียนบางแสน (ค่าโดยสาร 15 บาท) ก็ถึงที่ชายหาดบางแสนแล้วค่ะ

ปัจจุบันบริเวณชายหาดบางแสนนี้ มีการปรับภูมิทัศน์ใหม่ ให้มีความสะอาด ร่มรื่น และน่าเที่ยวมากยิ่งขึ้น ที่ชายหาดแห่งนี้มีความคึกคักเป็นอย่างมาก มีร้านอาหาร ร้านค้าขายของ เตียงผ้าใบ ตั้งเรียงรายอยู่มากมาย ทั้งยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ให้ทำเยอะมาก เช่น บานาน่าโบต เล่นน้ำห่วงยาง เจ็ตสกี เซิร์ฟ หรือพารามอเตอร์ เป็นต้น

 

เที่ยวสัตหีบ – สถานีพลูตาหลวง

เส้นทางนั่งรถไฟไปทะเล

ราคาตั๋วรถไฟ : ขบวนธรรมดา 283 กรุงเทพฯ – บ้านพลูตาหลวง ราคา 32 บาท (มีบริการเฉพาะวันธรรมดา)
ราคาตั๋วรถไฟ : ขบวนพิเศษ 997 กรุงเทพฯ – บ้านพลูตาหลวง ราคา 170 บาท (มีบริการเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์)
เมื่อมาถึงที่สถานีพลูตาหลวงแล้ว ก็สามารถโดยสารรถสองแถวรับจ้าง ไปเที่ยวยังจุดต่าง ๆ ได้เลยค่ะ ที่สัตหีบนี้มีชายหาดสวย ๆ อยู่หลายหาด เช่น หาดเตยงาม หาดนางรำ หาดดงตาล หรือใครที่อยากไปดำน้ำ ก็มีให้เลือกอยู่ 2 เกาะคือ เกาะแสมสาร และเกาะขาม ซึ่งมีความสวยงามมาก ๆ เช่นกันค่ะ

 

เที่ยวชะอำ – สถานีชะอำ

เส้นทางนั่งรถไฟไปทะเล

ราคาตั๋วรถไฟ : ขบวนธรรมดา 261 กรุงเทพฯ – หัวหิน ราคา 40 บาท
เมื่อมาถึงที่สถานีชะอำแล้ว ก็สามารถเรียกวินมอเตอร์ไซค์ไปยังชายหาดชะอำได้เลยค่ะ ชายหาดชะอำ เป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงมาก ๆในจังหวัดเพชรบุรี ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมาอย่างยาวนาน ที่นี่เป็นชายทะเลที่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ที่นี่มีกิจกรรมให้ทำมากมาย รวมทั้งมีร้านค้า ร้านอาหาร มีให้เลือกทานกันเยอะมาก ๆ ที่พักก็มีให้เลือกหลากหลายแบบ หลากหลายราคา เหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกเพศ ทุกวัย และทุกกลุ่มเลยค่ะ นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้ ๆ กับชายหาดแห่งนี้อีกหลายที่ที่สามารถไปแวะเที่ยวได้อีกด้วย

 

เที่ยวหัวหิน – สถานีหัวหิน

ราคาตั๋วรถไฟ : ขบวนธรรมดา 261 กรุงเทพฯ – หัวหิน ราคา 42 บาท
ก่อนที่จะเดินทางไปยังชายหาดหัวหิน ก็อย่าลืมแวะถ่ายรูปที่สถานีรถไฟหัวหินกันก่อนนะคะ เพราะสถานีรถไฟแห่งนี้สถานีรถไฟแห่งนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นสถานีรถไฟที่สวยที่สุดในไทย เนื่องจากตัวอาคารสถานีจะเป็นตึกครึ่งปูนครึ่งไม้ ที่มีความสวยงาม และเก่าแก่ มีอายุกว่า 100 ปี ได้รับอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมแบบวิคทอเรีย ตัวอาคารทาด้วยสีครีม ตัดโครงเสาด้วยสีแดง นอกจากอาคารแล้วที่นี่ยังมีหัวรถจักรไอน้ำเก่าแก่อีกด้วย

จากนั้นก็ค่อยต่อรถสองแถว หรือ วินมอเตอร์ไซค์ไปยังชายหาดหัวหิน ที่ชายหาดแห่งนี้มีความยาวของหาดประมาณ 5 กิโลเมตร มีทรายที่ขาวละเอียด น้ำทะเลสีฟ้าสดใส เหมาะแก่การเล่นน้ำ และทำกิจกรรมทางน้ำ ที่ชายหาดนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นที่พัก ร้านอาหารบรรยากาศดี ๆ จึงไม่แปลกใจที่ชายหาดแห่งนี้ เป็นสถานที่พักตากอากาศยอดนิยม ที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาพักผ่อนกันตลอดทั้งปี

 

เที่ยวอ่าวมะนาว – สถานีประจวบคีรีขันธ์

เส้นทางนั่งรถไฟไปทะเล

ราคาตั๋วรถไฟ : ขบวนธรรมดา 255 ธนบุรี – หลังสวน ราคา 54 บาท
เมื่อมาถึงที่สถานีรถไฟ ก็สามารถเดินต่อมายังชายหาดของอ่าวมะนาวได้เลยค่ะ ชายหาดแห่งนี้ยาวประมาณ 3 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นรูปครึ่งวงกลม มองจากมุมสูงจะเหมือนกับมะนาวครึ่งลูก เราสามารถขึ้นไปชมวิวมุมสูงของอ่าวมะนาวได้ที่เขาล้อมหมวก ที่อยู่บริเวณปลายสุดของอ่าวค่ะ ใครที่ชอบทะเลในบรรยากาศที่สงบ เหมาะแก่การพักผ่อน น้ำใสสะอาด แนะนำว่าให้มาที่อ่าวมะนาวนี้ค่ะ เหมาะแก่การเล่นน้ำ และนอนเล่นรับลมชิล ๆ ในช่วงเวลาที่น้ำลด เราจะได้เห็นสันทรายที่ทอดยาวอยู่ในทะเล สามารถไปเดินเล่นได้อีกด้วยค่ะ นอกจากนี้ก็อย่าลืมแวะไปถ่ายรูปสวย ๆ ที่ สะพานสราญวิถี เป็นสะพานที่ยื่นลงไปในทะเล วิวดีมาก ๆ ค่ะ

อัปเดตรายละเอียดตารางเวลารถไฟ และจองตั๋วรถไฟได้ที่นี่

6 ภู (เขา) ในไทย น่าเที่ยวที่สุดในช่วงนี้

ในช่วงเวลาแบบนี้เหมาะมาก ๆ ที่จะชวนเพื่อน ๆ ไปขึ้นดอย ขึ้น ภู (เขา) กัน บอกเลยว่าเป็นเวลาที่ป่ากำลังเขียวขจีชุ่มฉ่ำ และอุดมสมบูรณ์ มีโอกาสได้เห็น ทะเลหมอก สวย ๆ ใครที่ไม่อยากพลาดช่วงเวลาแบบนี้ตามมาดูกันเลยว่ามีภูไหนที่น่าสนใจ ให้ไปเที่ยวได้บ้าง

1. ภูชี้ฟ้า

ภูชี้ฟ้า เป็นดอยเดียวในภาคเหนือที่ไม่ได้ใช้คำนำหน้าชื่อว่า ดอย เป็น วนอุทยาน ตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงราย ที่อยู่ติดกับฝั่ง สปป.ลาว มีพื้นที่ราว ๆ 2,500 ไร่ และมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1200 – 1,600 เมตร ที่ ภูชี้ฟ้า ถือเป็นภูที่มีจุดชมวิวที่สวยมาก ๆ อีกแห่งหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีจุดท่องเที่ยวใกล้เคียงอย่าง ดอยผาตั้ง ภูชี้ดาว ชูชี้เดือน ที่สามารถแวะชมวิว ทะเลหมอก ได้เช่นกัน

2. ภูทับเบิก ลุ้น ทะเลหมอก

ภูทับเบิก สถานที่เที่ยวยอดฮิตของกลุ่มวัยรุ่น ที่อยู่สูงเลยเขาค้อขึ้นไป ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ภูทับเบิกก็ถือเป็นภูเขาที่ยอดนิยมที่หลายคนมักจะเดินทางมาเพื่อชมทะเลหมอกกันที่นี่ ซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร ถือว่าสูงมาก ๆ แถมในช่วงเวลากลางคืน ยังมีอาการศเย็นตลอดปี และสามารถมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปีเช่นเดียวกัน และช่วงนี้กำลังเป็นช่วงที่เหมาะสำหรับการไปลุ้นชม ทะเลหมอก มาก ๆ ใครกำลังหาที่ไปอยู่เราว่า ที่ภูทับเบิกก็น่าสนใจไม่ใช่น้อยเลยค่ะ

3. ภูลมโล

ภูลมโล หรือที่เรียกกันว่า ดอยสีชมพู ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดเลย มีพื้นกว้างใหญ่ราว 1,000 ไร่ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จุดเด่นของที่นี่ก็คือ จะมีต้นนางพญาเสือโคร่งที่ขึ้นปกคลุมบริเวณพื้นที่ภูลมโลเต็มไปหมด เวลาที่ดอกนางพญาเสือโคร่งเบ่งบาน ภูลมโลทั้งผืนก็จะกลายเป็นสีชมพู เป็นภาพที่งดงามมาก ๆ จริง ๆ ช่วงที่ดอกนางพญาเสือโคร่งจะเบ่งบานพร้อมกันจะอยู่ช่วงประมาณเดือน มกราคม (ต้นปี) แต่ถ้าหากไปช่วงนี้ ก็มีโอกาสได้ลุ้น ทะเลหมอก สวย ๆ ได้นะคะ

4. ภูทอก

ภูทอก เป็นภาษาอีสาน แปลว่า ภูเขาที่โดดเดี่ยว ซึ่งจะประกอบไปด้วยภูทอกใหญ่ และภูทอกน้อย ตั้งอยู่ในจังหวัดบึงกาฬ สมัยก่อนภูทอกเคยเป็นป่าทึบ มีสัตว์มาอาศัยอยู่มากมาย เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่เงียบสงบจึงได้ถูกจัดตั้งเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ต่อมาก็ได้ตั้งเป็นวัด โดยใช้ชื่อว่า วัดภูทอก ในการเดินขึ้นไปบนภูทอก จะเป็นการเดินทางเท้าขึ้นไปตามบัสะพานไม้เวียน สูงขึ้นไปทั้งหมด 7 ชั้นจึงจะถึงยอกภูทอก ใครที่มีโอกาสได้ขึ้นไปถึงชั้นที่ 7 จะถือว่าเป็นมหาบารมี สายบุญทั้งหลายจึงสนใจที่จะมาขึ้นภูทอกกันเป็นจำนวนมาก และสิทธิ์ได้ลุ้นวิว ทะเลหมอก กันด้วยน้า

5. ภูสอยดาว

ถ้าพูดถึงจังหวัดอุตรดิตถ์ หลายคนก็คงจะนั่งคิดกันอยู่ว่าจะต้องไปเที่ยวที่ไหน เราก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกันค่ะ แต่ที่จังหวัดอุตรดิตถ์นั้นเค้ามีภูเขาที่งดงามอย่าง ภูสอยดาว อยู่นะคะ ที่ภูสอยดาวนั้นมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,102 เมตร ถือว่าสูงมาก ๆ ในไทยเลยก็ว่าได้ค่ะ และแน่นอนว่าความสดของธรรมชาติที่นี่ถือว่ายังเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์อยู่มากเลยทีเดียว เวลาที่เราเดินทางไปยังภูสอยดาว

ระหว่างทางจะเห็นว่ามีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมบริเวณพื้นที่มากมาย และจุดเด่นที่ทำให้นักเดินทางรู้สึกประทับใจ และรู้สึกสดชื่นนั่นก็คือ ความสวยงามของดอกหงอนนาค ดอกไม้สีม่วงที่เบ่งบานในป่าสน และบอกเลยว่าช่วงนี้ และกว่าจะได้ขึ้นไปถึงยอดภูสอยดาวชมวิว ทะเลหมอก จะต้องพิชิต 5 เนินให้ได้ก่อน มีเนินส่งญาติ เนินปราบเซียน เนินป่ากอ เนินเสือโคร่ง และเนินมรณะค่ะ ถือว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับเหล่านักเดินทางมาก ๆ และช่วงนี้ใครพร้อมก็เตรียมลุยได้เลย ถือเป็นช่วงที่ป่างดงามที่สุดแล้ว

6. ภูป่าเปาะ ลุ้น ทะเลหมอก

ภูป่าเปาะตั้งอยู่ที่จังหวัดเลย ที่นี่มีจุดชมวิวสวยงามที่เรียกกันว่าเป็น จุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิของเมืองเลยค่ะ เพราะว่าภูเขาที่เรามองเห็นจากภูป่าเปาะ มีลักษณะคล้ายกับการมองเห็นภูเขาไฟฟูจิมาก ๆ และช่วงนี้เป็นช่วงที่เหมาะมาก ๆ ที่จะขึ้นไปชมความงดงามของธรรมชาติบนภูป่าเปาะ และไปเฝ้าดู ทะเลหมอก กับวิวแบบสุดลูกหูลูกตา ใครสนใจจะไปภูป่าเปาะ ลองดูนะคะอยู่จังหวัดเลยนี่เอง

ใครที่อยากขึ้นดอย ขึ้น ภู (เขา) ไปเตรียมชม ทะเลหมอก แต่ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนดี ลองตามภูเขาต่าง ๆ ที่เราลงไว้ให้ดูนะคะ เผื่อมีสักที่ที่ถูกใจ ช่วงหน้าฝนแบบนี้ จะได้เห็นความงดงามเขียวขจีไปทั้งผืนป่า เหมาะมาก ๆ กับการไปเดินป่า ขึ้นภู ใครที่ไม่อยากพลาดล่ะก็เตรียมตัว แล้วเก็บกระเป๋าไปเช็คอินกันได้เลยค่า

หน้าฝนมันดียังไง? 6 เหตุผล หน้าฝน น่าเที่ยว คลิกลิงก์
https://inzpy.com/travel/reason-to-travel-rainy-season/

จุดถ่ายรูป เช็คอิน ที่เที่ยว บาหลี อินโดนีเซีย

บาหลี เป็นเมืองหนึ่งในประเทศ อินโดนีเซีย บาหลีถือเป็นหมู่เกาะหนึ่งที่มีความสวยงามทางธรรมชาติหลายแห่ง เป็นที่น่าสนใจของเหล่านักเดินทางจากหลายประเทศทั่วโลก จุดเด่นที่น่าสนใจของที่นี่ก็จะเป็นวิวทะเลที่สวยติดอันดับโลกเลยก็ว่าได้

ปูราอูลุนดานูบราตัน (Pura Ulun Danu Bratan)

จุดถ่ายรูป เช็คอิน ที่เที่ยว บาหลี อินโดนีเซีย

ปูราเป็นสถานที่ศักสิทธิ์ของบาหลี เป็นลัทธิไศวะ ตั้งอยู่ใจกลางทะเลสาบ ปราตัน บริเวณโดยรอบจะถูกตกแต่งไปด้วยต้นไม้ ดอกไม้เมืองร้อน วิวด้านหลังจะเป็นภูเขาสูงใหญ่ เป็นวิวที่สวยงาม ที่นี่จะอากาศเย็นสบาย สดชื่น บางครั้งก็จะเห็นสายหมอกที่ลอยตัวอยู่แถวภูเขา เป็นอีกจุดที่น่าไปชมความสวยงามที่บาหลี

วัดโบราณ Penataran Lempuyang

วัดโบราณที่อยู่ทางฝั่งตะวันออกของเกาะบาหลี ในเขตการางาเซ็ม ที่นี่จะมีช่องประตู ที่เป็นจุดเด่นของที่นี่ จะเห็นว่าเป็นจุดที่ใครมาบาหลีก็ต้องมาถ่ายรูปที่มุมนี้กัน เป็นมุมที่เวลารูปออกมาแล้วก็จะมีเงาสะท้อนกับพื้นน้ำด้านล่าง ทำให้ได้ภาพถ่ายที่งดงามมากเลยทีเดียวค่ะ

น้ำตกมิบูมานา Tibumana Waterfall บาหลี

จุดถ่ายรูป เช็คอิน ที่เที่ยว บาหลี อินโดนีเซีย

น้ำตกที่ขึ้นชื่อแห่งหนึ่งในอินโดนีเซีย เป็นน้ำตกที่สามารถลงเล่นน้ำได้ น้ำจะมีความฟ้าอมเขียวสวยงาม และจะมีสายน้ำตกเล็ก ๆ ไหลลงมางดงามมาก ตั้งอยู่ในเขตบังลี สายน้ำเย็นสบาย ล้อมลอบไปด้วยผาสูง ใครที่ได้มาถ่ายรูปที่นี่บอกเลยว่าได้ภาพที่สวยมากแน่นอนค่ะ

Swing บาหลี

แหล่งท่องเที่ยว ที่น่าสนใจอีกที่หนึ่งในบาหลี ก็จะเป็นที่ Swing นี่แหละค่ะ ที่นี่จะมีชิงช้าที่สายยาวใหญ่ ด้านหน้าของชิงช้าจะเป็นวิวป่าบาหลีที่สวยงาม เป็นความท้าทายอย่างหนึ่งที่นักท่องเที่ยวมักจะไปลองกัน ด้วยความสูงของชิงช้าที่อยู่ใกล้ผา เวลาเล่นอาจจะทำให้รู้สึกตื่นเต้น ก็เป็นที่ที่น่าไปลองเล่นสักครั้งในชีวิตนะคะ

ชายหาดปาดัง ปาดัง Padang Padang Beach

ชายหาดเล็ก ๆ บนเกาะบาหลี เป็นหาดที่ยอดนิยมของคนที่นี่ และบรรดาเหล่านักท่องเที่ยว หาดที่นี่มีหาดทรายที่ขาวสะอาดสวยงาม มีน้ำทะเลที่ใสมาก และเป็นจุดที่หลายคนเลือกที่จะมานอนอาบแดด เล่นกีฬาทางน้ำ แล้วก็พักผ่อนหย่อนใจ ใครที่ไปบาหลีแล้วอยากหาหาดพักผ่อน แนะนำว่ามาหาดนี้เลยค่ะ

Broken Beach และ Angel’s Billabong

จุดถ่ายรูป เช็คอิน ที่เที่ยว บาหลี อินโดนีเซีย

ผาหินแห่งหนึ่งบนเกาะ Nusa Penida ที่เรียกว่า Broken Beach จุดนี้ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่หลายคนมาดูความงดงามของผาหิน ที่โดนน้ำทะเลกัดเซาะจนเกิดเป็นช่องกลม ๆ มีคลื่นทะเลที่ไหลผ่านเข้ากระทบกับหินเป็นภาพที่สวยงามมาก แต่ก็ค่อนข้างอันตราย ใครจะไปถ่ายรูปจุดนี้ก็ต้องระมัดระวังกันด้วยนะคะ

Kelingking Beach

จุดถ่ายรูป เช็คอิน ที่เที่ยว บาหลี อินโดนีเซีย

ชายหาดที่เป็นเอกลักษณ์หนึ่งของบาหลีเลยก็ว่าได้ ถ้าใครเห็นภาพชายหาดนี้จะรู้ทันทีว่านี่คือ บาหลีค่ะ เป็นชายหาดที่ถูโอบล้อมไปด้วยผาหินรูปทรงแปลกตา จึงทำให้เป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับเหล่าบรรดานักท่องเที่ยวทั้งหลาย บอกเลยว่า ถ้าไปบาหลีแล้วไม่มีภาพถ่ายตรงจุดนี้ ถือว่ามาไม่ถึงบาหลีกันนะคะ

Ubud Art Market

ที่บาหลีก็มีตลาดที่น่าสนใจให้เราไปเดินเล่นกันได้ด้วยนะคะ ที่นี่เหมือนเป็นตลาดงานแฮนด์เมด หรือสินค้างานทำมือต่าง ๆ ของคนในบาหลี เป็นย่านตลาดที่นักท่องเที่ยวมาเดินกันเป็นจำนวนมาก ด้วยของทำมือที่น่าสนใจที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวบาหลี ทำให้หลายคนเลือกที่จะมาเดินช็อปปิงของฝาก ของใช้กลับบ้านกันค่ะ

นี่ก็เป็นจุดท่องเที่ยวในบาหลีที่น่าสนใจ จริง ๆ ยังมีอีกหลายสถานที่เลยในบาหลี แต่ถ้าหากเป็นจุดที่ไม่ควรพลาดก็จะเป็นจุดที่เราแนะนำไปเมื่อข้างต้นนี้ค่ะ ส่วนใครที่เคยไปแล้ว คิดว่ามีจุดไหนน่าเที่ยวที่อยากแนะนำเพื่อน ๆ เพิ่มเติมก็แชร์มาบอกต่อกันได้เลยนะคะ ส่วนที่ใครที่ยังไม่อยากออกต่างประเทศอยากเที่ยวในไทย สามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Inzpy Travel ได้เลยค่า

ชอบก็จัด ประหยัดทำไม ! ป้ายยา 8 ไอเทมแบรนเนมด์มาแรง ทั้งนาฬิกา กระเป๋า กำไล

0

ชอบก็จัด ประหยัดทำไม ! ป้ายยา 8 ไอเทมแบรนด์เนมมาแรง ทั้งนาฬิกา กระเป๋า กำไล

ชอบก็จัด ประหยัดทำไม ! ทำงานหนักกันมาครึ่งปี 2022 แล้วก็ต้องให้รางวัลตัวเองบ้าง ใครที่กำลังเกิดความอยากได้ของแบรนด์เนม กระเป๋าแบรนด์เนม ทั้งกำไล ทั้งนาฬิกาใช้แบบปัง ๆ วันนี้ Inzpy มี 8 ไอเทมนี้มาแนะนำกันด้วยนะคะ แต่ละชิ้นถือเป็นตัวท็อปในตำนานที่ปีนี้ต้องมีไว้ใช้กันเลย ใช้แล้วไม่ตกเทรนด์แน่นอน แถมราคายังมีโอกาสพุ่งแรงทุกปีอีกด้วย ต้องรีบไปซื้อตามเก็บไว้ก่อนราคาจะไปไกลกว่านี้นะคะสาวววววว ! เอาไว้ถือไปทำงานเก๋ ๆ แบบทั้งสวยและใช้งานได้จริง

ป้ายยา 8 ไอเทมแบรนด์เนมมาแรง ทั้งนาฬิกา กระเป๋า กำไล

1.CHANEL 22

ชอบก็จัด ประหยัดทำไม !

ประเดิมกันด้วยไอเทมแรกด้วยกระเป๋าใบนี้เลยค่าสาว ๆ กระเป๋า CHANEL 22 ใบใหญ่ หนังลูกวัวเคลือบเงาและโลหะสีทอง สีดำ ราคา 203,500 บาท อย่าพึ่งวูบบบบบบ อย่าพึ่งเข่าอ่อน ใครมีงบต้องจัดสักใบนะคะ ดูหรูหรา สะพายแล้วดูเฟียสสุดอะไรสุด

2.SAINT LAURENT Icare Maxi Shopping In Quilted Lambski

ชอบก็จัด ประหยัดทำไม !

มาต่อกันที่ใบที่สอง กับกระเป๋า SAINT LAURENT Icare Maxi Shopping In Quilted Lambski ราคา 124,200 บาท มาในโทนเฉดสีดำสุดคลาสสิค ประดับด้วยโลโก้ YSL สีทองอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์เลย สวยแบบไร้ที่ติ ต้องมีไว้ครอบครองสักใบนะคะ

3.Prada Saffiano Leather Mini-Bag

ชอบก็จัด ประหยัดทำไม !

ใครเห็นก็ต้องใจสั่น กับ Prada Saffiano Leather Mini-Bag ราคา 70,000 บาท มาพร้อมกับสัญลักษณ์แบรนด์รูปสามเหลี่ยม กระเป๋าสะพายไหล่ขนาดกำลังพอดี สีดำสะพายแล้วดูหรู ใบนี้สะพายแล้วสวยเก๋มากเวอร์ แถมยังแมทช์กับลุคได้ง่ายอีกด้วย

4.Louis Vuitton Nano Noe

ชอบก็จัด ประหยัดทำไม !

กระเป๋ารุ่น Nano Noé ที่รังสรรค์ขึ้นจาก Monogram แคนวาสคือเวอร์ชันขนาดย่อส่วนของรุ่น NéoNoé ยอดนิยม ราคา 44,200 บาท ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากการออกแบบกระเป๋าที่ใส่แชมเปญได้ 5 ขวดของ Gaston-Louis Vuitton ในปี 1932 กระเป๋าใบนี้มีน้ำหนักเบา สามารถใส่ของใช้จำเป็นอย่างสมาร์ทโฟน กระเป๋าสตางค์ และกุญแจต่าง ๆ ได้อย่างลงตัว สามารถสะพายไหล่หรือสะพายเฉียงได้ คุ้มค่าจนบอกเลยว่าต้องมี !

5.Gucci Horsebit 1955 Mini Bag

มาทางด้าน Horsebit 1955 ที่เป็นขนาดมินิกันบ้าง ราคา 42,500 บาทใบนี้เรียกได้ว่าน่ารักสุด ใครชอบกระเป๋าขนาดมินิ เล็กกะทัดรัด ต้องมีเลย เห็นขนาดมินิแบบนี้ แต่จุได้เยอะนะคะ ต้องมีบอกเลย

6.HERMES Clic HH Bracelet Noir Mat

ชอบก็จัด ประหยัดทำไม !

NEW WITH BOX HERMES CLIC HH สีดำด้าน รุ่นนี้สีนี้ของหายากสุด ๆ เลยนะคะ ราคา 27,800 บาท รุ่นนี้สำหรับผู้ชายนะคะ ดีไซน์ที่ดูเรียบง่ายเหนือกาลเวลา และตัวล็อคแบบหมุนได้รูปตัว ‘H’ สวมใส่ง่าย เพียงกดเปิดหรือปิดตัว H ก็จะมีเสียงดัง ‘คลิก’ ซึ่งก็เป็นที่มาของชื่อรุ่นกำไล Hermes Clic นั่นเอง

7.CELINE TRIOMPHE ARTICULATED BRACELET (GOLD)

ชิ้นนี้น่ารักมากค่าสาววววววว น่ารักแบบตะโกนนน ตะโก๊นนนนน เพราะน่ารักมากจริง ๆ สาวๆ อย่างเราต้องมีติดข้อมือสักชิ้นนะคะ กับ CELINE TRIOMPHE ARTICULATED BRACELET สี GOLD ราคา 17,000 บาท ใส่แล้วดูหรู ดูดีไปหมด มันน่ารักขนาดนี้จะห้ามใจไม่ให้เสียเงินยังไงไหวล่ะเนอะ

8.OMEGA AquaTerra 150M Co-Axiel Master Chronometer (Pink Shell)

มาถึงไอเทมสุดท้าย กับนาฬิกาสุดหรุจาก OMEGA AquaTerra 150M Co-Axiel Master Chronometer (Pink Shell) ราคาอยู่ที่ 191,235 บาท เมื่อสวมใส่นาฬิกาเรือนนี้จะให้ลุคที่ดูหรูหราอย่างแน่นอน สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวันทุก ๆ วันเลย

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับไอเทมสุดหรูที่เรานำมาฝากชาว Inzpy กันในวันนี้ ป้ายยาแรงขนาดนี้แล้ว ต้องรีบพุ่งตัวไปตำกันแล้วนะคะ ถ้าอยากได้ก็ต้องจัดนะคะ ไม่ต้องประหยัดกันแล๊วววววววว 😉

A CONVERSATION WITH THE SUN นิทรรศการภาพถ่ายของ เจ้ย อภิชาติพงศ์

0

A CONVERSATION WITH THE SUN นิทรรศการภาพถ่ายของ เจ้ย อภิชาติพงศ์

A CONVERSATION WITH THE SUN นิทรรศการภาพถ่ายของ เจ้ย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ร่วมกับ DuckUnit ซึ่งเป็นผลงานที่ศิลปินถ่ายด้วยตัวเองมาเป็นเวลาหลายปี และจัดแสดงโดยการนำภาพเหล่านั้นมารวมเข้ากับบทสนทนาระหว่างศิลปินและปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยนักเทคโนโลยี พัทน์ ภัทรนุธาพร จนเกิดเป็นเรื่องราวใหม่ ๆ ที่ถูกถ่ายทอดออกมา

A CONVERSATION WITH THE SUN
Credit Photo : FB : BANGKOK CITYCITY GALLERY

ทิวทัศน์ ก้อนเมฆ ต้นไม้ อนุสาวรีย์ของเผด็จการ ท่าทีของผู้คนและสัตว์ ทะเล ม่านในตอนเช้า และหลากหลายสิ่งที่เข้ามาในชีวิตคือเพื่อนร่วมทาง ที่ผมเพิ่งเข้าใจว่า ผมบันทึกภาพพวกมันไว้ เพื่อที่จะไม่หวนกลับไปเวลาขณะนั้นอีก การบันทึกภาพไม่ใช่เพื่อการเก็บรักษา ไม่ใช่เพื่อจดจำ แต่คือการสร้างบทสนทนากับปัจจุบัน กล้องเป็นผู้บันทึกแทนเรา 

A CONVERSATION WITH THE SUN
Credit Photo : FB : BANGKOK CITYCITY GALLERY

มันมีหน้าที่เพียงแค่ปฏิสัมพันธ์กับแสงและเก็บข้อมูล มันโอบล้อมเราด้วยเฟรมภาพ ปกป้องเราจากความคิดที่ไม่หยุดนิ่ง กล้องทำให้การมองเห็นเป็นสิ่งสำคัญที่สุด คุณไม่มีตัวตนขณะที่จ้องมองผ่านเลนส์กล้อง คุณเป็นก้อนเมฆและในขณะเดียวกันก็เป็นต้นไม้ เมื่อคนและกล้องเป็นหนึ่งเดียวกัน พวกเขาได้สนทนาโดยตรงกับดวงอาทิตย์ส่วนหนึ่งจากบทสนทนากับดวงอาทิตย์

A CONVERSATION WITH THE SUN
Credit Photo : FB : BANGKOK CITYCITY GALLERY

เจ้ย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล เป็นที่รู้จักในฐานะผู้สร้างภาพยนตร์และศิลปินทัศนศิลป์แนวหน้าในระดับนานาชาติ เขาเริ่มสร้างภาพยนตร์และงานภาพเคลื่อนไหวแบบสั้นในช่วงปี 2537 และเริ่มสร้างภาพยนตร์ขนาดยาวครั้งแรกในปี 2543 และยังมีการจัดนิทรรศการและงานศิลปะต่าง ๆ ในหลายประเทศ

เจ้ย อภิชาติพงศ์
Credit Photo : FB : BANGKOK CITYCITY GALLERY

ด้วยผลงานที่มีความเอกลักษณะเฉพาะตัวที่มักจะมีการเล่าเรื่องในแบบของตัวเอง ไม่ตามใคร และมักเป็นเรื่องเกี่ยวกับประเด็นเรื่องประวัติศาสตร์ การสูญเสีย ความทรงจำ ความปรารถนาน และด้านอัตลักษณ์ จึงทำให้ผลงานของคุณเจ้ย อภิชาติพงศ์ เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติอย่างกว้างขวาง และเขายังได้รับรางวัล Cannes Jury Prize ในปี 2564 สำหรับผลงาน Memoria ซึ่งเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของเขาที่ถ่ายทำนอกประเทศไทย

เจ้ย อภิชาติพงศ์
Credit Photo : FB : BANGKOK CITYCITY GALLERY

สำหรับนิทรรศการ A CONVERSATION WITH THE SUN นั้นจะเปิดในเข้าชมได้ฟรีที่ BANGKOK CITYCITY GALLERY ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 10 กรกฎาคม ทุกวันพฤหัส – อาทิตย์ (ปิดวันหยุดนักขัตฤกษ์) ในเวลา 13:00 – 18:00 น. 

งานนิทรรศการ เจ้ย
Credit Photo : FB : BANGKOK CITYCITY GALLERY

ขอขอบคุณข้อมูล : 1 | 2

BenQ ส่งจอ ZOWIE สนับสนุนศึกการแข่งขัน PUBG NATIONS CUP 2022

0

BenQ ส่งจอ ZOWIE สนับสนุนศึกการแข่งขัน PUBG NATIONS CUP 2022

บริษัท BenQ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ ZOWIE ประกาศความร่วมมือกับ KRAFTON, Inc. (คราฟตัน อินคอร์ปอเรชั่น) ผู้พัฒนาและให้บริการเกมชั้นนำ PUBG: BATTLEGROUNDS โดยร่วมเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของการแข่งขัน PUBG NATIONS CUP 2022 (PNC 2022) ด้วยการสนับสนุนจอ ZOWIE XL2546K 240Hz เพื่อใช้เป็นจอมอนิเตอร์หลักในการแข่งขันระดับโลกครั้งนี้

Cr. Photo : PNC 2022

PNC 2022 เป็นการรวมนักแข่งขันตัวแทนทีมชาติ ทั้งหมด 16 ประเทศจาก 5 ทวีป ทั้งอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย และโอเชียเนีย รวมถึงประเทศไทยซึ่งถือเป็นเจ้าภาพในการจัดงานแข่งในครั้งนี้ PNC 2022 การแข่งขันระดับโลกนี้นอกจากจะเป็นการต่อสู้ของนักแข่งระดับท็อปจากแต่ละประเทศแล้ว ยังถือเป็นการชิงถ้วยรางวัลแห่งศักดิ์ศรีพร้อมเงินรางวัลกว่า 500,000 ดอลล่าสหรัฐ (หรือประมาณ 17 ล้านบาท)

Cr. Photo : PNC 2022

ทาง ดร. ธนพล คงฤทธิ์ ผู้อำนวยการ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท คราฟตัน อินคอร์ปอเรชั่น ผู้จัดการแข่งขัน PNC 2022 เปิดเผยว่า “ เรารู้สึกยินดีที่ได้รับการตอบรับจากทาง เบ็นคิว ประเทศไทย ในการสนับสนุนจอมอนิเตอร์สำหรับการแข่งขัน PNC 2022 เพราะจอมอนิเตอร์ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการแข่งขันระดับโลก โดยเฉพาะการแข่งขันรายการ PNC ที่เป็นการกลับมาสู่สังเวียนในรอบ 3ปี เราจึงอยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับนักแข่งของเรา รวมถึงมาตรฐานที่ตอบโจทย์ความคาดหวังของแฟน ๆ ”

ในฐานะผู้สนับสนุนจอมอนิเตอร์หลักของการแข่งขัน PNC 2022 นายวัชรพงษ์ วงษ์มา กรรมการผู้อำนวยการ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ ทาง BenQ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ PUBG ซึ่งเป็นหนึ่งในเกมที่ขายดีที่สุดตลอดกาลและได้รับเลือกให้เป็นจอมอนิเตอร์หลักสำหรับนักกีฬาทีมชาติของการแข่งขันระดับโลก เราภูมิใจที่จอ ZOWIE ยังคงเป็นจอมอนิเตอร์ที่ได้รับความสนใจจากโปรเกมเมอร์ทั่วทุกมุมโลก ด้วยการเข้าไปมีบทบาทสำคัญในเกมการแข่งขันกีฬาอีสปอร์ตที่จัดขึ้นในทุกปี และในประเทศไทยนั้นมียอดจำหน่ายกว่า 12,873 เครื่องในปี 2564 ที่ผ่านมา นับว่าจอมอนิเตอร์ ZOWIE ประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมอีสปอร์ตอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ Ecosystem ที่ตอบโจทย์ทั้งสนามแข่งและห้องซ้อมนักกีฬาและเบื้องหลังการถ่ายทอดสด ”

Cr. Photo : PNC 2022

“ ZOWIE XL2546K 240Hz ได้รับการทดสอบและพิสูจน์ให้เห็นถึงมาตรฐานการแข่งขันระดับท็อป ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเน้นการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้เล่น จอมอนิเตอร์ ZOWIE XL2546K มีอัตราการรีเฟรช 240Hz และมาพร้อมกับเทคโนโลยี DyAc+™ ที่เน้นความรวดเร็ว แม่นยำ คำนึงถึงความต้องการและสรีรศาสตร์ของผู้เล่น รวมทั้งฟีเจอร์อื่นๆ ที่มีความจำเป็นต่อตัวผู้เล่น ตลอดจนการออกแบบภายนอกที่ทางเรานั้นตระหนักถึงรายละเอียดต่างๆ แม้กระทั้งองศาการปรับความสูงและการเอียงของหน้าจอที่มากขึ้น เพื่อรองรับต่อท่านั่งของแต่ละคนที่แตกต่างกันออกไป ถือได้ว่า ZOWIE XL2546K เป็นจอมาตรฐานสำหรับทุกการแข่งขันกีฬาอีสปอร์ตที่ได้รับการตอบรับและครองใจเกมเมอร์ทั่วโลก ” นายวัชรพงษ์ กล่าวปิดท้าย

PNC 2022 ถือเป็นการกลับมาครั้งแรกของ PUBG Esports  นับจากการแข่งขัน PUBG GLOBAL Championship ในเดือนพฤศจิกายนปี 2019 ที่จะพาแฟนเกมมานั่งชมกันสดๆ ในงาน และเพื่อเป็นการฉลองได้เปิดให้ทุกคนเข้าชมฟรีในวันที่ 16 – 19 มิถุนายน ณ ทรู ไอคอน ฮอลล์ ชั้น 7 ไอคอนสยาม ซึ่งสามารถรองรับแฟนๆ ได้กว่า 1,200 ที่นั่ง รวมถึงกิจกรรมมากมายจากเหล่าอินฟลูเอ็นเซอร์ชั้นนำ โดยสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ Official PUBG Esports และ Official PUBG Facebook Page

แนะนำวิธีเลือก “แผ่นรองนอน” อุปกรณ์สำคัญสำหรับชาวแคมป์

แนะนำวิธีเลือก “แผ่นรองนอน” อุปกรณ์สำคัญสำหรับชาวแคมป์

แผ่นรองนอน เป็นอุปกรณ์สำคัญมาก ๆ อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย สำหรับชาวแคมป์ปิ้ง เพราะหากเราเลือกแผ่นรองนอนได้อย่างเหมาะสม จะทำให้การนอนในเต็นท์นั้น รู้สึกสบายขึ้นอีกหลายเท่าเลยค่ะ ซึ่งในวันนี้เราจะพาเพื่อนมาทำความรู้จักแผ่นรองนอนแต่ละประเภท และแนะนำวิธีเลือกแผ่นรองนอนให้เหมาะสมกันค่ะ

 

ทำไมแผ่นรองนอนถึงเป็นอุปกรณ์ “จำเป็นต้องมี”

แผ่นรองนอน

เพราะแผ่นรองนอนนี้จะช่วยให้ร่างกายเราไม่ต้องสัมผัสกับความแข็ง ของพื้นดิน ซึ่งพื้นที่เราทำการกางเต็นท์นั้น อาจจะเจอทั้งหิน รากไม้ และดินที่ไม่มีความเรียบเสมอกัน การมีแผ่นรองนอนนั้น จะช่วยให้เรานอนได้อย่างและสบายมากขึ้น นอกจากนั้นยังช่วยเพิ่มความอบอุ่นโดยทำหน้าที่เป็นฉนวนป้องกันการถ่ายเทความร้อนจากร่างกายลงสู่พื้นดินที่เย็นกว่ามาก โดยปกติพื้นดินหรือหินสามารถดูดความร้อนจากร่างกายได้ดีกว่าการถ่ายเทความร้อนจากร่างกายสู่อากาศประมาณ 40-50 เท่าเลยทีเดียว

 

แผ่นรองนอนมีกี่ประเภท?

แผ่นรองนอนจะมีด้วยกัน 3 ประเภทดังนี้

ชนิดแผ่นโฟม (Closed-Cell Foam) ทำจากโฟมที่มีช่องว่างแบบปิดพรุนในเนื้อโฟม  ตัดให้เป็นทรงรองรับร่างกาย แผ่นรองนอนชนิดนี้มีน้ำหนักค่อนข้างเบา ราคาถูก ทนทาน และแข็งแรงดี ไม่ต้องกลัวว่าจะรั่ว ใช้ได้ดีกับสภาพพื้นที่ที่มีหินแหลมคม หนาม กิ่งไม้ หรือรากไม้ที่แข็ง โดยปรกติแล้วแผ่นรองนอนชนิดนี้จะมีความหนาประมาณ 1.5-2.5 เซนติเมตร ขอเสียของแผ่นรองนอนแบบโฟมก็คือ เมื่อม้วน หรือพับเก็บแล้วจะมีขนาดใหญ่เทอะทะ หากเป็นสายเดินป่า โดยส่วนมากจะห้อยติดไว้ด้านนอกกระเป๋า ซึ่งอาจจะทำให้เกะกะ เวลาเดินอาจจะทำให้ไปเกี่ยวเข้ากับกิ่งไม้ได้

แผ่นรองนอน

ชนิดพองตัวเอง (Self-Inflated) แผ่นรองนอนชนิดนี้ โครงสร้างภายในทำจากโฟมที่บีบอัดตัวได้พอสมควร แทรกตัวอยู่ในแผ่นจากวัสดุใยสังเคราะห์ เวลาม้วนพับเก็บแผ่นจะยุบตัวลงได้มาก และเมื่อเปิดวาล์ว และคลี่แผ่นรองนอนออก โครงสร้างโฟมจะยกตัวขึ้นพร้อมกับดูดอากาศเข้าไปในช่องว่างภายใน ทิ้งไว้สักระยะ 10-15 นาที แผ่นรองนอนก็จะขยายตัวพองขึ้นเต็มที่ จากนั้นก็ทำการปิดวาล์วให้เรียบร้อย

แผ่นรองนอนชนิดนี้จะมีความนุ่ม และปรับตัวเข้ากับสรีระร่างกายได้ ทำให้นอนค่อนข้างสบาย และยังให้ความอบอุ่นได้ดีอีกด้วย แต่ก็มีข้อเสียเช่นกัน เพราะการเก็บรักษาอาจจะต้องระวังมากกว่าแบบโฟม ต้องไม่ให้แผ่นรองนอนถูกตำจนเป็นรูรั่ว และหากอยากได้ความสบายมากยิ่งขึ้น ก็มีระดับความหนาให้เลือกตามความเหมาะสม แต่ยิ่งมีความหนามากขึ้น ขนาดตอนพับเก็บ และน้ำหนักก็จะมากขึ้นตามไปด้วยนั่นเองค่ะ ที่สำคัญแผ่นรองนอนชนิดนี้ยังมีราคาค่อนข้างสูงอีกด้วย

แผ่นรองนอน

แผ่นรองนอนแบบเป่าลม (Air construction pad) แผ่นรองนอนชนิดนี้จะต้องทำการสูบลม หรือเป่าลมเข้าไปก่อนการใช้งาน แผ่นรองนอนชนิดนี้ ถือว่านอนได้อย่างสบายพอสมควร มีความนุ่ม และปรับเข้ากับสรีระร่างกายได้ดี และเมื่อพับเก็บจะมีขนาดที่เล็ก และเบามาก เมื่อเทียบกับทั้ง 2 แบบข้างต้น แต่ก็มีข้อเสียคือ แผ่รองนอนเป่าลมนี้จะเจอกับปัญหาการรั่วซึมค่อนข้างบ่อย และหากเกิดการรั่วขณะใช้งาน ก็จะต้องซ่อมก่อนจึงจะกลับมาใช้งานได้ เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นจะต้องพกอุปกรณ์สำหรับปะรูรั่วชั่วคราวพกติดไปด้วย และต้องเลือกที่กางเต็นท์ให้อยู่ในจุดที่ไม่มีวัสดุที่เป็นหิน หรือรากไม้ที่แหลมคม ที่จะทำให้แผ่นรองนอนชนิดนี้ชำรุดได้

 

การเลือกแผ่นรองนอนต้องคำนึงถึงปัจจัยอะไรบ้าง?

ความอุ่นของแผ่นรองนอน มีหน่วยวัดเป็น R-Value ซึ่งตัวนี้จะเป็นค่าความต้านทานในการสูญเสียความร้อน ยิ่งค่า R-Value สูงเท่าไหร่ ก็จะยิ่งป้องกันการสูญเสียความร้อนจากร่างกายได้มากขึ้นเท่านั้น กล่าวง่าย ๆ ก็คือ ค่ายิ่งสูง ก็จะยิ่งอุ่นนั่นเองค่ะ

ขนาดของแผ่นรองนอน แผ่นรองนอนจะมีให้เลือกหลายขนาด ซึ่งก็เลือกให้เหมาะสมกับส่วนสูง และขนาดร่างกายของเราค่ะ หากไม่ใช่สายแบก ที่เน้นน้ำหนักเบาล่ะก็ เลือกแผ่นรองนอนที่ใหญ่กว่าตัวสักหน่อย ก็จะทำให้นอนสบายได้มากยิ่งขึ้น

เลือกแผ่นรองนอนให้เหมาะสมกับการเดินทาง เช่น หากต้องไปเดินป่า ปั่นจักรยาน ที่มีข้อจำกัดในการขน หรือแบกสัมภาระ ก็ควรเลือกแผ่นรองนอนที่มีน้ำหนักเบา และมีขนาดเล็ก หรือหากไปตั้งแคมป์บนยอดเขาที่มีความหนาวเย็นมาก ๆ ก็ควรเลือกแผ่นรองนอนที่ช่วยเรื่องความอบอุ่น แต่หากไปตั้งแคมป์แบบคาร์แคมป์ ไม่ต้องกังวลเรื่องการขนสัมภาระ ก็สามารถเลือกแผ่นรองนอนที่มีขนาดใหญ่ มีความหนามากขึ้น เพื่อการนอนหลับที่สบายมากยิ่งขึ้นค่ะ

A Space Mega คอนโดฯ แห่งแรกใจกลาง MEGA CITY BANGNA

A Space Mega คอนโดฯ แห่งแรกใจกลาง MEGA CITY BANGNA

A Space Mega

อีกหนึ่งความคืบหน้าในวงการตลาดอสังหาฯ ที่ล่าสุดทาง เรียล แอสเสทฯ ได้ทำการเสริมแกร่งเติมพอร์ตคอนโดฯ โดยเข้าเทกโอเวอร์โครงการ A Space Mega (เอ สเปซ เมกา) คอนโดฯ แห่งแรกใจกลาง MEGA CITY BANGNA แถมอัดโปรโมชั่นพิเศษ! มาพร้อมกับเปิดให้ชมห้องจริง ส่วนกลางจริงครั้งแรก!! ในวันที่ 18-19 มิ.ย.นี้ เริ่ม 1.79 ล้านบาท

A Space Mega

ด้าน นายณัฏฐพร กลั่นเรืองแสง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานกลยุทธ์ธุรกิจ บริษัท เรียลแอสเสท
ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯพร้อมที่จะเดินหน้าตามแผนการลงทุน เพื่อรองรับความต้องการที่อยู่อาศัย
ของตลาดผู้บริโภคทั้งที่อยู่อาศัยแนวราบ (บ้านเดี่ยว , บ้านแนวคิดใหม่ , ทาวน์โฮม) และแนวสูง (คอนโดมิเนียม)ให้ครอบคลุมทุก  เซกเม้นท์ โดยจะเน้นทำเลที่มีศักยภาพและมีกำลังซื้อสูง หนึ่งในนั้นคือพื้นที่กรุงเทพฝั่งตะวันออก โซนบางนา-ตราด

บริษัทฯ มองเห็นช่องว่างของตลาดเรียลดีมานด์ย่าน บางนา-ตราด แห่งนี้ และด้วยศักยภาพของทำเลที่อยู่ติดไลฟ์สไตล์มอลล์ขนาดใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ อย่าง MEGA BANGNA ที่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้ครบทุกรูปแบบ รวมทั้งการเติบโตทางด้านราคายังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นโอกาสดีทางธุรกิจ การที่ได้ เอ สเปซ เมกา เข้ามาเพิ่มในพอร์ตคอนโดฯ ทำให้บริษัทฯเติบโตขึ้น

อีกทั้งสามารถสร้างรายได้ทันที โดยโครงการได้รับผลตอบรับดีเกินคาด มียอดขายที่ทำได้แล้วกว่า 85% ซึ่งถือว่าเกินกว่าเป้าหมายที่บริษัทวางไว้  ซึ่งยอดขายนั้นจะสะท้อนผ่าน 3 องค์ประกอบหลักคือ

A Space Mega

1. ทำเลที่ตั้ง (Location) : ด้วยศักยภาพทำเลที่ตั้งของโครงการ เอ สเปซ เมกา คอนโดแห่งแรกใจกลาง MEGA CITY BANGNA ไลฟ์สไตล์มอลล์ ถนนบางนา-ตราด ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองใหญ่กว่า 400 ไร่ ใช้ชีวิตท่ามกลางความสะดวกสบายรอบด้าน รองรับไลฟ์สไตล์ ช้อป ชิม ชิลล์ พร้อมอิสระจากการเดินทางในการเลือกเส้นทางเข้า-ออกเมือง เชื่อมต่อแหล่งไลฟ์สไตล์ ติดศูนย์การค้า

รวมถึงตอบสนองทุกไลฟสไตล์ทั้งสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษาระดับชั้นนำ
ทั้งของภาครัฐและเอกชน อีกทั้งยังใกล้จุดขึ้นลงทางด่วน 1 นาที จากทางพิเศษบูรพาวิถี และทางพิเศษกาญจนภิเษกฯ และใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง (กำลังก่อสร้าง) เชื่อมต่อกับส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ

A Space MegaA Space Mega

2. การออกแบบ (Design concept) : นำเสนอเป็นคอนโดมิเนียมสูง 35 ชั้น ออกแบบในสไตล์ FUTURISTIC MODERN DESIGN ใช้เส้นสายที่สะท้อนถึงคนยุคใหม่ไม่หยุดนิ่ง มาผสมผสานร้อยเรียงกับการใช้สีที่หลากหลาย ถ่ายทอดความเป็น URBAN LIFESTYLE ได้อย่างลงตัว

รวมถึงการใช้วัสดุโทนสีสดใสดูสนุกสนาน พร้อมอัพพลังขับเคลื่อนความ ACTIVE ได้เต็มที่ในทุก ๆ วัน ออกแบบมาเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ไม่จำกัดตลอด 24 ชั่วโมง ภายใต้แนวคิด “THE COMPLETE LIFESTYLE HUB เมืองใหม่ในเมืองใหญ่” เติมเต็มไลฟ์สไตล์ครบครัน  บนเนื้อที่โครงการกว่า 4 ไร่ จำนวน 1 อาคาร (แบ่งเป็น Zone A – Zone B) มีห้องชุดทั้งหมด 1,328 ยูนิต และจำนวนร้านค้า 8 ยูนิต มูลค่าโครงการ 2,166 ล้านบาท

ทั้งนี้มีห้องพักอาศัยให้เลือกแบบ 1ห้องนอน ขนาด 28.52 – 34.97 ตารางเมตร(ตร.ม.) และแบบ 2 ห้องนอน ขนาด 56.73 – 62.55 ตารางเมตร(ตร.ม.) ราคาขายเฉลี่ยทั้งโครงการ 69,000 บาท / ตร.ม. โดยราคาเริ่มเพียง 1.79 ล้านบาท/ยูนิต เท่านั้น และเพื่อความสะดวกสบายทางโครงการได้ติดตั้งลิฟต์โดยสาร 8 ตัว และลิฟต์ขนของอีก 1 ตัว รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ อย่างครบครัน

A Space Mega

3. ส่วนกลาง (Facilities) : ลงตัวกับพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ถึง 5 ชั้น ปกคลุมด้วยพื้นที่สีเขียวกว่า 2.6 ไร่ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจใน CO-WORKING SPACE ที่ออกแบบฟังก์ชันให้มีพื้นที่นั่งแบบลดหลั่นเป็นขั้น ๆ และสวิตช์ไฟที่เตรียมไว้ให้อย่างเพียงพอ เพื่อให้สะดวกสำหรับการนั่งทำงานในระหว่างวัน ลงตัวทุกการใช้ชีวิต 24 ชั่วโมง โดยพื้นที่ส่วนกลางแต่ละชั้นแบ่งออกเป็นดังนี้

ชั้น 1 แบ่งเป็น 8 ร้านค้า และพื้นที่สวนสีเขียวขนาดใหญ่

ชั้น 3 ออกแบบให้เป็น CO-WORKING SPACE ดีไซน์ DOUBLE VOLUME โปร่งโล่งสบาย เปิดให้บริการ 24 ชม.

ชั้น 5 รองรับกิจกรรมที่สร้างความ ACTIVE ให้คุณได้ปลดปล่อยพลัง พร้อมบำบัดความเหนื่อยล้า อาทิ สระว่ายน้ำ INFINITY EDGE POOL, FULL FUNCTION FITNESS, BOXING CORNER และ YOGA CORNER ที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็น DANCING ROOM ได้ด้วย

A Space Mega

ชั้นดาดฟ้า มองเห็น IKEA และชมทัศนียภาพย่านบางนากับ SKY JOGGING TRACK ออกกำลังกายเบา ๆ รับวิวเมืองในมุมสูง

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้เสริมทัพให้ทีมบริหารงานขายแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม โดยได้จับมือกับ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่มีความเชี่ยวชาญอย่างดีในตลาดฝั่งกรุงเทพฯโซนตะวันออกอีกด้วย

ส่วนด้าน นายณัฎฐา คหาปนะ กรรมการผู้จัดการ  บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำศักยภาพทำเลย่านบางนาว่า บางนาเป็นยุทธศาสตร์ทำเลที่มีกำลังซื้อสูง และเป็นพื้นที่เชื่อมโยงเส้นทางไปสู่พื้นที่ EEC ภาคตะวันออกของประเทศไทย (Eastern Economic Corridor เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก) ทำให้ผู้พัฒนาอสังหาฯมีความเชื่อมั่นด้านกำลังซื้อในทำเลนี้มีการพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

บางนาจึงกลายเป็นทำเลที่มีทั้งที่อยู่อาศัย, สนามบิน, ศูนย์ประชุม, ศูนย์การค้าขนาดใหญ่, สนามกอล์ฟ, อาคารสำนักงาน และที่สำคัญเป็นแหล่งรวมโรงเรียนนานาชาติ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดด้านฐานะและกำลังซื้อที่ดีอย่างหนึ่ง อีกทั้งบนเส้นถนนบางนา-ตราด มีโครงการขนาดใหญ่ที่เป็น Magnet ทั้งโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและขั้นเตรียมการ ซึ่งมีเม็ดเงินลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชนรวมกันไม่น้อยกว่า 5 แสนล้านบาท

สำหรับโครงการคอนโดฯ บริเวณบางนาในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา จากเดิมมีราคาต่อตารางเมตรอยู่ที่ 60,000-80,000 บาท ปัจจุบันเริ่มมีคอนโดฯ ระดับราคา 100,000 บาท/ตารางเมตรในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีโครงการมิกส์ยูส คอนโดฯ ระดับไฮเอนด์ที่ผสมผสาน Wellness Flagship ที่อยู่ระหว่างพัฒนาโครงการ ซึ่งมีระดับราคาสูง ตั้งแต่ประมาณ 160,000- 450,000 บาท/ตารางเมตรเกิดขึ้น

ขณะเดียวกันพบว่ามีโครงการคอนโดมิเนียมระดับกลางเป็นกลุ่มสินค้าที่น่าสนใจ ให้ผลตอบแทนจากราคาค่าเช่าสูงเมื่อเทียบกับราคาเสนอขาย หรือคิดเป็น Yield ที่ประมาณ 5% ซึ่งในอนาคตเมื่อโครงการเมกะโปรเจกต์ต่าง ๆ ทยอยเปิดให้บริการจะเป็นผลบวกต่อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

โครงการ เอ สเปซ เมกา ประกาศเปิดชมห้องจริงและส่วนกลางครั้งแรกอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 18-19 มิถุนายน 2565 นี้ และจัดโปรโมชั่น จองเพียง 5,000 บาท พร้อมห้องราคาพิเศษ! ในราคาเริ่ม 1.79 ล้านบาท หรือเพียง 62,000 บาท/ตร.ม.เท่านั้น

และสำหรับลูกค้าที่สนใจชุดเฟอร์นิเจอร์แบบครบเซตพร้อมเครื่องใช้ไฟ้ฟ้า โครงการก็จะจัดเตรียมแพคเกจเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ในราคา 1 แสนบาท สามารถลากกระเป๋าเข้าอยู่ได้ทันที

สนใจดูรายละเอียดได้ทาง www.realasset.co.th/condominium/ASpaceMega หรือ โทร. 1232

 

อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

 

บทความน่าสนใจ : S Oasis อาคารสำนักงานสำหรับคนรุ่นใหม่ กับการชูโรงด้วย Workplace Strategy

สูตรหมักผม “เร่งผมยาว” ผมเงางามในงบสุดประหยัด ด้วยของใกล้ตัวที่มีติดบ้าน

สูตรหมักผม “เร่งผมยาว” ผมเงางามในงบสุดประหยัด ด้วยของใกล้ตัวที่มีติดบ้าน

สูตรหมักผม “เร่งผมยาว” ผมเงางามในงบสุดประหยัด ด้วยของใกล้ตัวที่มีติดบ้าน…รู้หรือไม่ ? ของกินจากธรรมชาติใกล้ตัวที่มีติดอยู่เกือบทุกบ้านสามารถนำมาประยุกต์ในการใช้บำรุงเส้นผมและหนังศีรษะได้น้าาาา ไม่ว่าจะใช้บำรุงให้ผมนุ่มสลวย เงางาม ลดปัญหารังแค ลดการชี้ฟู หรือแม้แต่บำรุงหนังศีรษะให้แข็งแรงขึ้นได้ ทำได้แบบไม่ต้องไปร้านซาลอนเลย วันนี้ Inzpy ได้ทำการรวมสูตรเร่งผมยาวด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติที่สามารถหาได้ในบ้าน จะมีวัตถุดิบอะไรบ้าง เดี๋ยวไปดูกันโลดดดดดดดดดดด !

1.ดอกอัญชัน

สูตรหมักผม "เร่งผมยาว"

นำดอกอัญชันสดมาคั้นกับน้ำต้มสุกหรือจะนำมาต้มตามปกติก็ได้ จากนั้นนำมาหมักผมประมาณ 20 นาที จะช่วยให้ผมยาวเร็วขึ้น แถมยังบำรุงผมให้ดกดำเงางามอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังสามารถนำมาผสมกับน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันมะพร้าว เพื่อช่วยให้ผมนุ่มลื่น ดูมีน้ำหนัก ฟื้นฟูความแห้งให้ชุ่มชื้นมากขึ้น

2.ผงชาเขียว

สูตรหมักผม "เร่งผมยาว"

ชาเขียวมีสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินในปริมาณสูง มีประโยชน์ต่อสุขภาพของเส้นผม ให้นำชาเขียวสดมาหมักผมหลังสระ ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วล้างออก หรือนำผงชาเขียวมาผสมลงไปกับทรีทเมนต์ผมที่ใช้เป็นประจำ ผสมปริมาณ 2 ช้อนชา ทำเป็นประจำ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จะช่วยจะกระตุ้นให้รากผมแข็งแรงและเงางามมากขึ้น

3.มะกรูด

สูตรหมักผม "เร่งผมยาว"

มะกรูด สมุนไพรชนิดขึ้นชื่อในเรื่องของการบำรุงผมมาแต่โบราณ เป็นสมุนไพรที่นำมารักษาแผลที่หนังศีรษะ ขจัดรังแค แก้ปัญหาอาการคัน เชื้อราบนหนังศีรษะ ฯลฯ เพียงแค่นำมะกรูดมาผ่าครึ่งแล้วคั้นน้ำ เสร็จแล้วนำมาน้ำที่คั้นได้ชโลมและหมักให้ทั่วศีรษะ ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที หรือจะใช้ผสมกับแชมพูที่ใช้เป็นประจำก็ได้ นี่เป็นอีกสูตรการหมักเร่งผมยาวที่นิยมใช้กัน

4.ขิง

สูตรหมักผม "เร่งผมยาว"

ปอกเปลือกขิงออกให้หมดและล้างให้สะอาด นำขิงมาทาถูให้ทั่วเส้นผมและหนังศีรษะ ทิ้งไว้ 30 นาที ล้างออกให้สะอาดและสระผมตามปกติ ขิงจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดบริเวณหนังศีรษะ ช่วยให้หนังศีรษะมีสุขภาพดี ปรับสมดุลผิวบริเวณที่ผมบาง กระตุ้นการเจริญเติบโตและการงอกของเส้นผม

5.ว่านหางจระเข้

สูตรหมักผม "เร่งผมยาว"

ว่านหางจระเข้ไม่ได้แค่ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นและปลอบประโลมจากอาการแสบและระคายเคืองเท่านั้น ว่านหางจระเข้มีเอนไซม์ที่ช่วยขจัดเซลล์ที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป และกระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นผม มีประโยชน์ในการบำรุงผมให้ยาวเร็วขึ้นอีกด้วย จะช่วยฟื้นบำรุงผมให้เงางาม ผมดกดำหนาขึ้น ช่วยขจัดสารพิษตกค้าง โดยนำเอาวุ้นจากว่านหางจระเข้มาปั่นให้ละเอียด แล้วนำมาหมักผมให้ทั่วหนังศีรษะ หมักทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นจึงสระผมตามปกติ

6.มะเขือเทศ

สูตรหมักผม "เร่งผมยาว"

นอกจากจะช่วยบำรุงผิวหน้าและผิวกายให้กระจ่างใสแล้ว มะเขือเทศ อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย ไม่ว่าจะเป็น วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ รวมไปถึงสารไลโคปีนที่พบในผักผลไม้ที่มีสีแดง ซึ่งช่วยบำรุงเส้นผมของเราให้แข็งแรง เงางาม สามารถนำมะเขือเทศมาปั่นและหมักผม เพื่อเร่งผมยาวได้อีกด้วย โดยหมักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดตามปกติ หรือจะสระผมด้วยแชมพูสูตรอ่อนโยนก็ได้เช่นกัน แนะนำให้ทำอย่างต่อเนื่อง 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์จะเห็นผลไวขึ้นนะคะ

7.กล้วยหอม

นำกล้วยหอมมาบดให้ละเอียดแล้วผสมกับน้ำผึ้งเล็กน้อย คนให้เข้ากัน จากนั้นนำมาหมักผมประมาณ 15-20 นาทีเป็นประจำทุกสัปดาห์ สารอาหารจากกล้วยจะเข้าไปบำรุงเส้นผม โดยจะเปลี่ยนจากผมแห้งฟูหยาบกระด้างให้กลับคืนสู่สภาพนุ่มสลวย เส้นผมดูมีน้ำหนักมากขึ้น ไม่แห้งแตก

8.น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์

เริ่มจากการสระผมด้วยแชมพูตามปกติ และนำน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์ผสมกับน้ำเปล่าและคนให้เข้ากัน นำน้ำที่ผสมแล้ว มาใช้ล้างเส้นผมให้ทั่วอีกครั้ง น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์จะช่วยทำความสะอาดหนังศีรษะ รักษาสมดุลของเส้นผมและกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผมให้ยาวเร็วและแข็งแรงขึ้น

9.น้ำมันมะพร้าว

น้ำมันมะพร้าว อุดมไปด้วยฟีนอล วิตามินบี วิตามินซี และไนอะซิน ที่ช่วยปรับสภาพผมให้นุ่มสลวย หากบำรุงผมด้วยน้ำมันมะพร้าวเป็นประจำ จะช่วยบำรุงรากผมให้แข็งแรง มีน้ำหนัก เงางาม และกระตุ้นการงอกของเส้นผม นำเนื้อวุ้นว่านหางจระเข้ 1 ถ้วย และดอกอัญชัน 30 ดอก มาปั่นรวมกันจนละเอียด จากนั้นชโลมนำมันมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะลงบนเส้นผม แล้วใช้ปลายนิ้วนวดให้ทั่วหนังศีรษะและปลายผม ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วสระผมตามปกติ ทำเช่นนี้อาทิตย์ละครั้งจะช่วยให้ผมยาวเร็วขึ้น และดกดำเป็นเงางาม

10.น้ำมันละหุ่ง

น้ำมันละหุ่ง มีคุณสมบัติต้านเชื้อราและแบคทีเรีย จึงช่วยป้องกันการติดเชื้อบนหนังศีรษะที่ขัดขวางการงอกของเส้นผม และยังมีกรดไขมันโอเมก้า 6 วิตามินอี โปรตีนและสารอาหารอื่นๆ ที่ช่วยบำรุงผมที่แห้งและช่วยปิดเกล็ดผมเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของเส้นผม ให้อุ่นน้ำมันละหุ่งสัก 2-3 วินาทีก่อนนำมานวดศีรษะและเส้นผมให้ทั่ว แล้วใช้หมวกอาบน้ำคลุมไว้ จากนั้นใช้ไดร์เป่าประมาณ 15 นาที เพื่อให้น้ำมันเข้าไปบำรุงผมได้อย่างล้ำลึก แล้วจึงสระผมให้สะอาด

เป็นยังไงกันบ้างคะกับสูตรหมักผมในงบสุดประหยัด ด้วยของใกล้ตัวที่มีติดบ้าน ที่สำคัญ หลังจากหมักผมเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะให้สะอาดหมดจด รับรองเลยค่าว่าผมของสาว ๆ จะต้องสวย สุขภาพดี แข็งแรงและยาวเร็วขึ้นกว่าปกติอย่างแน่นอนค่ะ 🙂

Chopard เปิดตัวนาฬิกาลิมิเต็ดสองรุ่นพิเศษ ฉลองครบรอบ 50 ปี Cortina Watch

กลับมาพบกันอีกแล้วนะคะทุกคน วันนี้เรามาพร้อมข่าวดีล่าสุดสำหรับคนรักนาฬิกาและสาวกนาฬิกาตัวยง โดยทาง Cortina Watch ได้ถือโอกาสเฉลิมฉลองการครบรอบ 50 ปี ของแบรนด์ ด้วยการร่วมมือกับแบรนด์เครื่องประดับสุดหรูระดับโลกอย่าง Chopard ทำนาฬิการุ่น Limited Edition สุดพิเศษออกมาถึง 2 รุ่นด้วยกัน โดยตัวนาฬิกาจะมีความสวยงามและรายละเอียดที่น่าสนใจอย่างไรบ้าง ตาม Inzpy ไปดูพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

cr.photo ; cortinawatch.com

Cortina Watch ตัวแทนจำหน่ายและผู้จัดจำหน่ายนาฬิกาหรูทั่วทั้งทวีปเอเชียแปซิฟิก ที่มุ่งเน้นให้ทุกคนได้ครอบครองนาฬิกาหรูที่ดีที่สุด เป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญที่โลดแล่นอยู่ภายในวงการแห่งเรือนเวลา มาเป็นระยะเวลาอย่างยาวนาน จนได้เดินทางมาถึงวาระครบรอบ 50 ปีของแบรนด์ในปีนี้ และแน่นอนว่าทางแบรนด์ก็ไม่หยุดยั้งในการพัฒนา และเดินหน้าเพื่อมอบความพิเศษให้กับเหล่าสาวกคนรักนาฬิกาในปี 2022 นี้ โดยทางแบรนด์ได้ทำการเฉลิมฉลองโอกาสสุดพิเศษนี้ ด้วยการร่วมมือกับแบรนด์เครื่องประดับและนาฬิกาสุดหรู จากสวิตเซอร์แลนด์อย่าง Chopard

cr.photo ; cortinawatch.com

ที่เป็นคู่ค้าทางธุรกิจอย่างใกล้ชิดมาตั้งแต่ปี 1992 และเพื่อเป็นการตอกย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างทั้งสองแบรนด์ จึงได้ร่วมมือกันรังสรรค์ผลงานคอลเลกชันนาฬิกาข้อมือรุ่น Limited Edition สำหรับสุภาพสตรีโดยเฉพาะ ที่เป็นรุ่นพิเศษถึง 2 รุ่น ที่มีชื่อว่า Happy Hearts Cortina 50th Anniversary และรุ่น Happy Moon Cortina 50th Anniversary

cr.photo ; cortinawatch.com

โดยนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทั้งสองแบรนด์คู่ค้า ได้ร่วมจัดงานครบรอบร่วมกัน แต่เป็นครั้งที่ 3 แล้วต่างหาก เพราะที่ผ่านมาเคยมีการจัดการฉลองร่วมงานกันในวาระครบรอบ 35 ปี และ 40 ปี มาแล้ว ซึ่งในครั้งนี้นาฬิกาทั้ง 2 รุ่นพิเศษ ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เป็นเสมือนหัวใจของ Cortina Watch นั่นเอง

chopard
cr.photo ; cortinawatch.com
Happy Hearts Cortina 50th Anniversary

นาฬิกาสุดพิเศษรุ่นแรกมีชื่อว่า Happy Hearts Cortina 50th Anniversary เป็นนาฬิกาหน้าปัดสีขาวทรงกลมขนาด 36 มม. ผลิตมาจากวัสดุสเตนเลสสตีล ตัวสายเป็นวัสดุหนังจระเข้สีแดง ที่ให้ความโดดเด่นสะดุดตา เพิ่มความหรูหราด้วยเพชรห้าเม็ดที่ถูกประดับไว้ด้านในหน้าปัด ที่สื่อถึงระยะเวลาตลอด 50 ปีที่ทางบริษัท Cortina Watch ได้เริ่มก่อตั้งขึ้นมา

เสริมความน่ารักดึงดูดใจ ด้วยหัวใจสีแดงที่อยู่เคียงข้างกับเหล่าเพชรเม็ดงาม ที่มีความหมายอันลึกซึ้งแฝงอยู่ ซึ่งทางบริษัทมีความตั้งใจที่จะส่งความสุขต่อไปยังสังคมนั่นเอง เนื่องจากรายได้สุทธิจากการขายนาฬิการุ่น Limited Edition ทั้งหมดนี้จะมอบให้กับ Singapore Heart Foundation

chopard
cr.photo ; cortinawatch.com

ยิ่งไปกว่านั้นแล้วบริเวณฝาหลังของนาฬิกา ยังมีความพิเศษที่แอบซ่อนอยู่ ด้วยการถูกแกะสลักตัวอักษรที่เขียนว่า “Cortina Watch 50th Anniversary Since 1972” ที่มาพร้อมสัญลักษณ์รูปหัวใจที่เป็นตัวแทนของ Heart Foundation ในประเทศสิงคโปร์นั่นเอง โดยนาฬิการุ่น Happy Hearts Cortina 50th Anniversary สุดพิเศษนี้ถูกผลิตออกมาในจำนวนจำกัดเพียง 50 เรือนเท่านั้น

chopard
cr.photo ; cortinawatch.com
Happy Moon Cortina 50th Anniversary

มาต่อกันที่อีกหนึ่งรุ่นพิเศษ ภายในคอลเลกชันเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีของแบรนด์กับรุ่น Happy Moon Cortina 50th Anniversary โดยรุ่นนี้ทำหน้าปัดออกมาถึง 3 สีให้เลือกสรรด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น สีน้ำเงินเข้ม – Aventurine, สีเขียวเข้ม – Aventurine และสีแดง – Mother-of-Pearl ซึ่งตัวเรือนทำมาจากทองคำแท้ 18 กะรัต เป็นนาฬิกาที่มีกลไกแบบ Complication ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับสุภาพสตรี

chopard
cr.photo ; cortinawatch.com

มาพร้อมหน้าปัดแสดงฟังก์ชันข้างขึ้นข้างแรม นอกจากกลไกจะมีความสลับซับซ้อนที่ช่วยเพิ่มความเที่ยงตรงแล้ว การออกแบบและประดับตกแต่งบนเรือนเวลา ยังแสดงถึงงานฝีมือชั้นสูงอีกด้วย โดยนาฬิการุ่นนี้ถูกผลิตขึ้นมาในจำนวนจำกัดเช่นเดียวกัน โดยจะมีเพียง 5 เรือนสำหรับแต่ละสีเท่านั้น แน่นอนว่าบริเวณฝาหลังของนาฬิกา จะถูกแกะสลักตัวอักษรที่เขียนว่า “Cortina Watch 50th Anniversary Since 1972” เพื่อสะท้อนถึงความพิเศษของคอลเลกชันนี้เช่นเดียวกัน

สำหรับผู้ที่สนใจนาฬิกา Limited Edition ทั้ง 2 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น Happy Heart 50th Anniversary หรือ Happy Moon Cortina 50th Anniversary โดยจะมีวางจำหน่ายที่ร้าน Cortina Watch Boutiques เท่านั้น

chopard
cr.photo ; cortinawatch.com

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน กับนาฬิกาลิมิเต็ดสองรุ่นพิเศษ ฉลองครบรอบ 50 ปี ของแบรนด์ Cortina Watch นอกจากจะทำออกมาอย่างสวยงามเพื่อฉลองในโอกาสพิเศษแล้ว จำนวนที่วางขายก็ยังมีจำกัดแบบสุด ๆ อีกด้วย สาวกแบรนด์หรือใครที่ติดใจ ลองตามไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมกันนะคะ วันนี้ทางเราคงต้องลาไปก่อน อย่าลืมติดตามในคราวหน้าว่า Inzpy จะเอาข่าวล่าสุดในวงการนาฬิกา หรือเครื่องประดับแบบไหนมาฝากทุกคนอีก ฝากติดตามด้วยนะคะ