Home Blog Page 1153

“ลาวปั้นข้าว” ร้านอาหารลับ ๆ ที่ปากช่อง เขาใหญ่

“ลาวปั้นข้าว” ร้านอาหารลับ ๆ ที่ปากช่อง เขาใหญ่

ลาวปั้นข้าว

วันนี้เราจะมาแนะนำร้านอาหารอีสานลับ ๆ สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวที่เข้าใหญ่ ร้านอาหารอีสาน “ลาวปั้นข้าว” เป็นร้านอาหารเล็ก ๆ ที่คนท้องถิ่นแนะนำมา สำหรับใครที่มาโคราชก็ต้องมาทานอาหารอีสานกัน ซึ่งร้านดัง ๆนั้นต่างก็มีรีวิวแนะนำกันค่อนข้างเยอะอยู่แล้ว ใครที่ไม่ชอบความวุ่นวาย ไม่อยากรออาหารนาน ๆ และชอบบรรยากาศแบบบ้าน ๆ แต่รสชาติแบบท้องถิ่นดั้งเดิม แนะนำให้มาร้าน ลาวปั้นข้าว ร้านนี้

 

สำหรับการตกแต่งภายในร้านนั้นก็ดูมีความเรียบง่ายแบบสไตล์ชาวบ้าน แต่น่ารักลงตัว ภายในร้านจะมีที่จอดรถอยู่ไม่มาก สามารถจอดได้ประมาณ 10 คัน มาดูเมนูแนะนำของร้านนี้กันค่ะ

เมื่อดูเมนูกันเรียบร้อยแล้วก็จัดการลงมือสั่งอาหารกันได้เลย ซึ่งเมนูที่เราสั่งมานั้นส่วนมากก็อยู่ในเมนูแนะนำนั่นแหละค่ะ เช่น ผัดหมี่โคราช น้ำตกปลาช่อนทอด ไก่นาย่างถังแดง แกงลาว และอื่น ๆ อีกมากมายรอไม่นานอาหารก็ทยอยมาเสิร์ฟค่ะ พวกเราไม่รอช้าลงมือทานกันอย่างหิวโหย

ลาวปั้นข้าว

ไก่นาย่างถังแดง เป็นเมนูที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ชอบทานกันมาก ๆ เลยค่ะ รสชาติออกเค็ม ๆ กลมกล่อม หอมสมุนไพร ไก่ย่างมาแบบแห้ง ๆ หน่อยอร่อยกำลังดี ถึงกับต้องเบิ้ลมาอีกตัวกันเลยทีเดียว

ลาวปั้นข้าว

น้ำตกปลาช่อนทอด ปลาช่อนนาตัวใหญ่มากกกก ทอดมากรอบอร่อยเคี้ยวกรุบ ๆ น้ำราดรสชาติเปรี้ยวนำหวานเล็กน้อยพร้อมเครื่องสมุนไพรคลุกเคล้ากับเนื้อปลากรอบอร่อยเต็ม ๆ คำ เข้ากันมาก ๆ โรยหน้าด้วยใบโหระพาทอดกรอบอีกชั้น คืออร่อยดีงามลงตัว

ลาวปั้นข้าว

แกงลาว ลักษณะจะเป็นแกงเห็ดหลาย ๆ ชนิดรวมกันนะคะ น้ำจะมีรสชาติเค็ม ๆ นัว ๆ อร่อยคล่องคอ ซดตอนร้อน ๆ ในอากาศที่ฝนกำลังตกพรำ ๆ บอกได้เลยว่าฟิน เอาไปห้าดาวเลยค่ะ

ลาวปั้นข้าว

ตำโคราช ขอยกให้เมนูนี้เป็นเมนูที่ถูกใจที่สุดค่ะ แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในเมนูแนะนำก็ตาม รสชาติคือถูกใจมาก ๆ เปรี้ยวเค็มกำลังดี ที่สำคัญคือปลาร้าเค้าดีมาก ๆ หอมนัว  ใครที่ทานปลาร้าแนะนำว่าต้องลองเมนูนี้ให้ได้นะคะ ถูกใจแน่นอนคอนเฟิร์ม

ลาวปั้นข้าว

ผัดหมี่โคราช เป็นเมนูขึ้นชื่อใครมาที่นี่ก็ต้องลองทานกันดูค่ะ ลักษณะจะเป็นเส้นเล็กผัดกับน้ำซอสที่มีรสชาติหวานเค็มค่ะ ใส่เนื้อหมูลงไปคลุกเคล้า ตอนทานก็ให้ทานคู่กับถั่วงอกนะคะ อร่อยเข้ากันดีค่ะ

ลาบหมูทอด เป็นอีกเมนูที่ผู้ร่วมโต๊ะขอรีเควสเบิ้ลมาอีก 1 จาน ด้วยรสชาติที่จัดจ้าน ทอดออกมาได้กำลังดี กรอบนอกนุ่มใน อร่อยถูกใจมาก ๆ ค่ะ

ลาวปั้นข้าว

ลาบปลาหมึก เมนูนี้เราสั่งมาแบบ งง ๆ นะคะ เพราะคิดว่าขึ้นเขามาทำไมเมนูปลาหมึกถึงเป็นเมนูแนะนำไปได้ เลยลองสั่งมาทาน สรุปว่า อร่อยค่ะ รสชาติดีที่สำคัญปลาหมึกสดไม่คาวเลยค่ะ ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมถึงเป็นเมนูแนะนำได้

ลาวปั้นข้าว

แหนมซีโครงหมูทอด เมนูนี้ก็อร่อยกำลังดีค่ะ แหนมหมูไม่ค่อยเปรี้ยวนะคะ รสชาติออกลาง ๆ เป็นเมนูปิดท้ายสำหรับวันนี้

สรุป รสชาติโดยรวมของอาหารร้านนี้ถือว่าอร่อยแซ่บกำลังดีนะคะ ไม่เผ็ดจัดจ้านมากจนเกินไป เด็ก ๆ ทานได้ ผู้ใหญ่ทานอร่อย ราคาก็อยู่ในระดับทั่วไปของร้านที่เปิดในแหล่งท่องเที่ยว ผู้เขียนขอให้คะแนนร้านนี้อยู่ที่ 4/5 คะแนนนะคะ สำหรับใครที่กำลังจะผ่านขึ้นเขาใหญ่ทางปากช่องก็อย่าลืมลองแวะทานกันดูค่ะ

พิกัด  https://goo.gl/maps/tVhX9grTBqsZQvmm9 


เทศกาลกินเจ 2564 คลิก

6 ของว่างช่วยลดพุง กินตอนไหนก็ไม่อ้วน

0

6 ของว่างช่วยลดพุง กินตอนไหนก็ไม่อ้วน

เราเป็นคนนึงที่เวลาหิวจะสรรหาอะไรมาทาน ยิ่งตอนนั่งทำงานหรือดูหนังมันจะเป็นอะไรที่ฟินมาก ๆ แหม่ ก็นคนมันเบื่อ ปากก็ว่างอะเนอะ ก็อยากหาไรเคี้ยว ๆ ให้มันเพลิน ๆ บ้าง แต่จะว่าไปที่ผ่านมาเราอาจจะทานแต่ขนมที่ไม่มีประโยชน์  แคลลอรี่สูง หวานเยอะ มันก็คงจะไม่ดีต่อสุขภาพรวมถึงจะทำให้อ้วนมีพุงด้วย ยิ่งใส่เสื้อผ้าอาจจะทำให้ดูไม่เพรียวถ่ายรูปไม่สวยด้วยนะ  อืมมม งั้นมาดูของว่างที่สามารถ ลดพุง และประโยชน์กันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

ลดพุง
Cr: Photo tescolotus.com

1. ทูน่า

บำรุงหัวใจ – ปลาทูน่าประกอบไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ช่วยในการลดคอเลสเตอรอลในหลอดเลือดแดง สร้างความสมดุลในหลอดเลือด ทำให้หัวใจสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับผู้หญิงการวิจัยพบว่าถ้าทานปลาทูน่าในปริมาณสูงจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้อีกด้วย

ลดความดันโลหิต – ปลาทูน่าลดความดันโลหิตได้นั้นเพราะอุดมไปด้วยโพแทสซียม มีฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจวาย

ลดความเสี่ยงมะเร็ง – มีสารต้านอนุมูลอิสระจากเนื้อปลา ช่วยต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง ผลจากการวิจัยพบว่าการทานเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งไตและมะเร็งเต้านม ถือว่าดี ๆ มากเลยนะคะ

ลดพุง
Cr: Photo vichaiyut.com

2. เม็ดแมงลัก

ใช้เป็นยาระบาย – เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเม็ดแมงลักสามารถกระตุ้นการขับถ่ายให้ดีขึ้น แนะนำว่าให้ลองทานเม็ดแมงลักก่อนเข้านอนนะคะ

เหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน – เพราะช่วยทำให้การดูดซึมของน้ำตาลลดลง ข้อนี้สำหรับใครที่ชอบทานหวาน ควรลองมาก ๆ เลยนะ

มีวิตามินอี – วิตามินตัวนี้ช่วยให้ร่างกายผลิตสารต้านอนุมูลอิสระมากขึ้น สร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย

ลดพุง
Cr: Photo sanook.com

3. ถั่วลิงสง

รักษาสมดุลของฮอร์โมนเพศชาย – เพราะแมกนีเซียมในถั่วลิสง ช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค

รักษาโรคบางชนิด – เยื่อหุ้มของเมล็ดถั่วลิสงสามารถช่วยรักษาอาการเลือดออกง่าย รักษาโรคตับอักเสบ

บำรุงทั่วทั้งร่างกาย – เช่น ประสาทตา สมอง กระเพาะ เป็นต้น

มะนาว
Cr: Photo matichonacademy.com

4. มะนาว

บรรเทาอาการอ่อนเพลีย – ใครมีอาการเมื่อยล้า หรือรู้สึกไม่สดชื่น แนะนำว่าให้ดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำตาล หรือจะดื่มน้ำผึ้งมะนาว ใส่น้ำแข็งสักหน่อยก็สดชื่นได้นะ

อาการเมาค้าง – สายปาร์ตี้ไม่ควรพลาดจากการดื่มหลังจัดหนักจนมีอาการเมาค้างหรือมึนหัว วิธีนี้ช่วยได้ดีเลยล่ะ

ฆ่าเชื้อโรค – เวลาเรารู้สึกไม่สบายตัว หรือเริ่มเป้นไข้ ลองใช้มะนาวมาหั่นแล้วชงในน้ำเดือดดู ใช้อมกลั้วคอด้วยก็จะดี เพราะมันช่วยฆ่าเชื้อโรคในลำคอ

ลดพุง
Cr: Photo sanook.com

5. ไข่ต้ม

การสร้างกล้ามเนื้อ – โปรตีนในไข่จะมีกรดอะมิโนช่วยในการเสริมสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อให้กับร่างกาย จะทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง รวมถึงคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยลดโอกาสกล้ามเนื้อฉีกขาดได้ดี

สร้างภูมิคุ้มกัน – ไข่ต้มมีทั้งธาตุเหล็ก วิตามินเอ และวิตามินดี ช่วยการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงเป็นไปอย่างปกติ

บำรุงสมอง – เสริมสร้างการพัฒนาในเรื่องของความจำ ป้องกันการเป็นอัลไซเมอร์ได้

ลดพุง
Cr: Photo dnetworkshop.co.th

6. แอปเปิ้ลเขียว

น้ำตาลในเลือด – ควบคุมน้ำตาลในเลือด ช่วยป้องกันไม่ให้ไขมันถูกดึงมาเก็บสะสมไว้ในร่างกายเพิ่มเติม

วิตามินซีสูง – สามารถช่วยบรรเทาโรคภัยไข้เจ็บได้ เพราะในแอปเปิ้ลวิตามินซีและเบต้าแคโรทีนเยอะมาก ป้องกันหวัดได้ดี และโรคเลือดออกตามไรฟัน รวมถึงระบบย่อยอาหาร

อุดมไปด้วยไฟเบอร์ – ถ้าทานเป็นประจำ  จะส่งผลดีต่อระบบขับถ่าย เพราะเต็มไปด้วยเส้นใยอาหาร แต่ให้พลังงานน้อย

 

  • เป็นยังไงบ้างคะ สำหรับข้อมูลคุณประโยชน์ของแต่ละอย่าง ถือว่าเป็นของว่างที่ทานได้ตลอดเวลา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการทานในปริมาณที่พอดี เหมาะสมกับร่างกาย ไม่มาก ไม่น้อยไป มันก็จะดีที่สุดนะคะ แต่การออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย มันจะเห็นผลที่ดีและชัดกว่าแน่นอนค่ะ

อ่านบทความอื่นๆ

นั่งนานเกินไป อันตรายต่อสุขภาพเราแค่ไหน ?

น้ำนมจากพืช เลือกใหม่สำหรับคนใส่ใจสุขภาพ

เที่ยวอิตาลีทิพย์ที่ “Castello Di Bellagio”

เที่ยวอิตาลีทิพย์ที่ “Castello Di Bellagio”

สำหรับใครที่กำลังมองหาร้านอาหารและคาเฟ่หรูในบรรยากาศที่สุดแสนโรแมนติก ขอเชิญมาสัมผัสบรรยากาศเหล่านั้นที่Castello Di Bellagio(แคสเทลโล ดิ เบลลาจิโอ)  ร้านอาหารและคาเฟ่สไตล์ยุโรป ที่มีความโดดเด่นและอลังการมาก ๆ ด้วยตัวปราสาทที่สร้างจากอิฐเผาสไตล์อิตาลี ล้อมรอบด้วยวิวภูเขาแบบ 360 องศา ภายในนั้นถูกตกแต่งไว้ได้อย่างปราณีตและงดงาม ทั้งเฟอร์นิเจอร์สไตล์แอนทีค ไฟประดับต่าง ๆ โต๊ะทานอาหาร  ไม่ว่าจะเดินไปมุมไหน ๆ ก็สวยไปทุกมุม เหมือนได้อยู่อิตาลีจริง ๆ เลยค่ะ Castello Di Bellagioแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ เขาชีจรรย์ จังหวัดชลบุรี ใครที่กำลังต้องการอยากเดินทางไปเที่ยวยุโรปแต่ยังไปไม่ได้ซักที ก็ลองมาเที่ยวอิตาลีทิพย์แก้ขัดกันไปก่อนได้นะคะ โดยใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯเพียงสองชั่วโมงนิด ๆ เท่านั้นเอง

จุดกำเนิดของการก่อสร้างที่นี่นั้น คุณสุรนาท โตพานิช(ผู้บริหาร) ได้เล่าว่าร้านนี้ได้สร้างมาจากแรงบันดาลใจของคุณพ่อ เมื่อครั้งที่ท่านได้เดินทางไปยัง เมืองเบลลาจิโอ ประเทศอิตาลี ที่เลคโคโม่(Lake Como) บรรยากาศที่นั่นเป็นทะเลสาบที่ล้อมรอบด้วยภูเขา คุณพ่อตกหลุมรักในทันทีที่เห็นสถานที่แห่งนี้ จึงได้เก็บความทรงจำและความประทับใจนั้นกลับมาเป็นแรงบันดาลใจในการก่อสร้างที่นี่ โดยใช้ระยะเวลาสร้างราว ๆ 2 ปีกับทุนในการสร้างหลายร้อยล้านบาท จึงได้เนรมิตมาเป็นCastello Di Bellagio ในตอนนี้

ที่นี่จะมีการแบ่งออกเป็น 2 โซนนะคะ เป็นโซนของร้านอาหาร และโซนคาเฟ่

สำหรับโซนคาเฟ่นั้นชื่อว่า An An Café ดูแลโดย คุณพสิน โตพานิช ที่นี่ก็จะมีบริการเครื่องดื่ม และเบเกอรี่ให้เลือกค่อนข้างเยอะและหลากหลาย โดยเบเกอรี่ทั้งหมดทางร้านนั้นทำขึ้นมาเอง รสชาติดีเหมาะสมกับราคาค่ะ สำหรับโซนร้านอาหารนั้นยังมีห้องต่าง ๆ ไว้คอยรับรองแขก เช่น The Great Hall จะเป็นส่วนแรกที่ใช้ในการรับรองลูกค้าที่มาใช้บริการ ในชั้น 1 และชั้น 2 จะจัด Terrace Outdoor เอาไว้ เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติที่สวยงามภายนอกตัวปราสาท  ในส่วนของชั้นบนก็จะมีห้อง Solor Room ที่สามารถรองรับลูกค้าได้ถึง 80 ท่าน โดยห้องนี้จะตกแต่งด้วยกระจกซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบอังกฤษยุคกลาง นอกจากนี้แล้วยังมีห้องแบบ Private Room แนวลึกลับสำหรับลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัวไว้บริการอีก 3 ห้อง แต่ละห้องจะรองรับลูกค้าได้ประมาณ 10-12 ท่าน

อาหารแนะนำของที่นี่ก็อย่างเช่น สเต็กเนื้อซี่โครงหมักซอสสามเกลอ แซลมอนรีซอตโต้ แก้มวัวตุ๋น และอื่น ๆ ค่ะ อาหารที่นี่เป็นอาหารที่เน้นคุณภาพวัตถุดิบนะคะ ราคาอาจจะสูงซักหน่อย แต่เมื่อเทียบกับบรรยากาศและวัตถุดิบแล้วก็ถือว่าเหมาะสมกับราคาค่ะ นอกจากอาหารที่ดีแล้ว ที่นี่ยังมีไวน์ชั้นดีไว้ให้เลือกชิมกว่า 200 ฉลาก ผู้ที่หลงใหลในรสชาติของไวน์ไม่ควรพลาด

นอกจากนี้แล้วในส่วนด้านหน้าปราสาทก็จัดเป็นโซน Grill On The Hill สำหรับรองรับลูกค้าที่ต้องการมารับประทานอาหารในสไตล์ปิกนิกบนลานหญ้าสีเขียวสวยงาม  บริเวณโดยรอบ ๆ ตัวปราสาทนี้มีความกว้างใหญ่อลังการ มีที่จอดรถเยอะ ในส่วนของลูกค้าทั่วไปอาจจะต้องจอดรถไกลหน่อย แต่จะมีรถกอล์ฟมารับพาไปยังตัวปราสาทค่ะ

สำหรับสายแฟชั่นที่รักการถ่ายรูปต้องห้ามพลาดนะคะ แต่งตัวเต็มที่แล้วมาถ่ายรูปเช็คอินที่นี่ รับรองว่ามาครั้งเดียวได้รูปกลับไปหลายร้อยรูปลงกันทั้งปีไม่มีซ้ำแน่นอนค่ะ

Tips:แนะนำให้มาช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตกนะคะ จะได้แสงที่ถ่ายรูปออกมาแล้วสวยมาก ๆ ค่ะ

พิกัด  : https://goo.gl/maps/Y5YpEQLA14jtVFFJ9
โทร:064 694 6699
Facebook : https://www.facebook.com/CastelloDiBellagio/


“สุขเสมอ” เกาะล้าน ที่พักสไตล์แคมป์ปิ้ง คลิก

 

4 (บาร์ลับ) ร้านดัง ซอย นานา ย่านเยาวราช

4 (บาร์ลับ) ร้านดัง ซอย นานา ย่านเยาวราช ที่ต้องลองไปสักครั้ง

ซอย นานา

เวลาที่เราไปเดินแถวเยาวราช นอกจากจะไปไหว้ศาล แก้บนแล้ว ยังมีร้านอาหารเยอะแยะมากมาย แต่ก็ยังมีอีกแนว ย่าน ซอย นานา ที่มีบาร์ (ลับ) เปิดอยู่ ในช่วงค่ำคืน ที่เต็มไปด้วยแสง สี เสียง ช่วงนี้ใกล้คลายล็อกดาวน์ เผื่อว่าจะมีใครอยากจะลองหาร้านแนวใหม่ไปบ้าง

ร้านที่ 1 TOT  (Teen of Thailand)

ซอย นานา

ขอเปิดตัวร้านแรกด้วงยร้าน TOT เด่นมากคือประตูทางเข้าแบบจีนโบราณ ข้างนอกอาจจะดูธรรมดา พอเปิดเข้ามา โอ้วโหวว ได้เลย แต่งร้านแบบโบราณๆหน่อย ร้านนี้เค้าเน้นสาย จิน นะคะ เมนู cocktail จะออกแนวผสมผสานกลิ่นของ ผลไม้ ดอกไม้ จิบง่ายๆ เพลินๆ หรือจะเน้นโหดดุ ก็มีค่ะ แถมร้านนี้เค้ายังมีรางวัลการันตี สำหรับสายจิน ค็อกเทลที่ยอดเยี่ยมถึง 3 รางวัลกันเลยทีเดียว

หน้าตาเมนูคือดีย์ค่ะ เราแนะนำว่าถ้าใครชอบลอง แต่ไม่อยากดื่มเองคนเดียวหมดเป็นๆแก้ว ลองหาเพื่อนมาเป็นกลุ่ม แล้วแชร์กันดูค่ะ จะได้ลองชิมหลากหลายเมนู ถ้าให้ลองคนเดียวหลายแก้วเนี่ย น่าจะไม่รอดค่ะ 555+

เปิดวันพฤหัส-อาทิตย์
เวลา 18.00 – 23.00 น. ช่วงสถานการณ์ปกติ

ร้านที่ 2 Pijiu bar (ผี้จิ่วบาร์)

ซอย นานา

มองแว๊บ เอ๊! บาร์เบอร์ หรือเปล่า โน่ววว นี่คือ บาร์เบียร์ค่า แต่ถ้ามองจากด้านนอกมันเหมือน ร้านตัดผมชายจริงๆนะทุกคน ร้านนี้จะเน้นพวก Craft Beer ต่าง ๆ หลากหลายแบบ แต่แปลกมากคือเมนูที่ให้สั่งนั้น เป็นภาษาจีนไปอี๊ก

คือแนะนำว่าจะสั่งเมนูอะไรให้ถามเจ้าของร้านก่อนนะคะ ก็เข้าใจว่าที่ทำเมนูแบบนี้มา น่าจะอยากให้ลูกค้าได้ถาม ได้พูดคุย ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันค่ะ ลองดูนะคะ น่าจะถูกใจคอ Craft Beer

เปิด วันอังคาร ถึง วันอาทิตย์
18.00 – 24.00น. ช่วงสถานการณ์ปกติ

ร้านที่ 3 ร้าน Bar Hao

ซอย นานา

บาร์นี้ เป็นบาร์สไตล์จีนจ๋ามากเลยค่ะ ซึ่งของทุกอย่างภายในร้านจะเน้นเป็นของจีนโบราณ รวมถึงเครื่องดื่ม ก็จะเน้นเป็นเหล้าจีน สมุนไพรจีน ในรูปแบบผสมผสานกับเครื่องดื่มค่ะ แล้วชั้นบนของที่นี้เค้าได้ทำการรีโนเวทเปิดเป็น Hostel น่ารักๆ ไว้ให้คนมาพักด้วยนะคะ

เราว่าเป็นอีกร้านที่น่าเข้ามาก บรรยากาศดี เมนูแปลกๆเยอะ ซึ่งจัดว่าเด็ดดวงไม่เบาเลยล่ะค่ะ แต่จริงๆจะบอกว่าที่นี่ไม่ได้มีดีแค่เครื่องดื่มนะคะ ยังมีเมนูอาหาร รวมถึงของหวานที่น่าสนใจหลากหลายเมนูค่ะ จะเน้นประยุกต์เมนูจีนดัดแปลงให้ทานได้ง่ายขึ้นตามยุคสมัยค่ะ ถือเป็นอีกร้านที่ไม่ควรพลาด แนะนำเมนูไอศกรีมผักชี ก่อนหนึ่งค่ะ 55+

เปิดทุกวัน 18.00 24.00น. ช่วงสถานการณ์ปกติ

ร้านที่ 4 เทพบาร์ ร้านสุดท้าย

ซอย นานา

บาร์ของคนเทพๆ ร้านนี้แปลกแหวกแนวสุด ในบรรดาร้านลับ ซอยนานา จะเน้นไปทาง ไทยๆ เริ่ดมากแม่ ดนตรีที่นี่ยกมาแบบโหมโรงกันเลยค่ะ ร้านนี้จะเป็นสืบทอดวัฒนธรรมไทย ให้คนรุ่นใหม่ๆ รวมถึงชาวต่าง เข้าใจถึงความเป็นไทยได้เป็นอย่างดี ทั้งสไตล์แต่งร้าน เครื่องดนตรี รวมถึงเครื่องดื่มด้วย

ซอย นานา

ซอย นานา

เมนูเครื่องดื่มก็เป็นเมนูไทยๆนะคะ ชื่อแบบ พระอภัยมณี อุ สาโท ต้องมีคุ้นกันบ้างแหละ 55+ กลิ่นหอมสมุนไพรไทย ถือเป็นเมนูที่ก็เหมือนจะไม่แปลก แต่ลองชิมแล้วต้องแปลกใจ มันให้ความรู้สึกถึงความเป็นไทยแบบสุดๆ นึกถึงบรรยากาศตามท้องถิ่นของคนสมัยก่อน ซึ่งเชื่อว่าหลายคนยังไม่ลอง เราว่าต้องมีสักหนึ่งเมนูค่ะ

ส่วนเมนูอาหารที่นี่ก็จัดว่าเด็ดดวงดีนะคะ หลายเมนูพื้นบ้าน ที่ทำออกมาได้มาก รสชาติถูกคอ ทั้งหมูโสล่งเอย ลาบทอด เนื้อย่าง ผัดไท หรือยำต่าง ๆ เชฟเค้ารังสรรค์ได้ดีไม่แพ้ร้านอื่น ๆ เลย นั่งชิลๆไป ดูโหมโรงบรรเลงเพลงไป บรรยากาศช่างได้เหลือเกิน

เปิดทุกวัน 17.00-24.00น. ช่วงสถานการณ์ปกติ

จาก 4 บาร์ที่แนะนำ ซอย นานา คุณคิดว่าชอบบาร์ไหนมากที่สุดคะ เราเลือกมาให้คนละสไตล์เลย ใครที่แวะไปไหว้ศาล แก้ชง หรือทานอาหารแถวเยาวราช แล้วอยากลองไปสัมผัสบรรยากาศ สามารถไปได้ที่ ซอยนานา แถวเจริญกรุงค่ะ อยู่รถไฟใต้ดิน หัวลำโพง เดินไปประมาณ 5 นาที ก็ถึงแล้วค่ะ

 

Z1MPLEX Mixology Laboratory
ค๊อกเทลบาร์ ของคนชอบทดลอง คลิกเลย

อยากเป็นสาวมินิมอล ควรแต่งหน้าแบบไหนดี?

คำว่า มินิมอล ลิสม์ (minimalist) เป็นหนึ่งในกระแสที่มาแรกมากๆ ซึ่งแนวคิดแบบมินิมอลเกิดขึ้นมานานแล้ว โดยเป็นแนวคิดที่สะท้อนเข้าไปอยู่ในงานศิลปะ รวมทั้งถูกถ่ายทอดลงมาสู่งานออกแบบต่างๆ แนวคิดแบบมินิมอลนี้ยังส่งผลถึงไลฟ์สไตล์ของผู้คนจำนวนมากอีกด้วย ซึ่งเราจะเห็นได้ชัดที่สุดคือประเทศญี่ปุ่น ได้นำแนวคิดแบบมินิมอล (Minimal Style) มาปรับใช้กับทุกๆ มิติในสังคมได้เป็นอย่างดี

ปัจจุบันในประเทศไทยแนวคิดแบบมินิมอลเป็นเทรนที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ทั้งในเรื่องของการออกแบบ และไลฟ์สไตล์ ที่เห็นชัดๆ เลยก็คือ การออบแบบและตกแต่งบ้าน ร้านค้าแบบมินิมอล รวมถึงเข้าไปอยู่ในสไตล์การแต่งตัว หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจคำว่า “มินิมอล” มากนัก ซึ่งแนวคิดนี้จะแสดงถึงความเรียบง่าย แต่ในความเรียบง่ายนี้จะต้องแฝงไปด้วยความตรงไปตรงมา ลดถอนความวุ่นวายออกไป

ไลฟ์สไตล์แบบมินิมอลเป็นอย่างไร?

เมื่อเราเจาะลงมาถึงไลฟ์สไตล์แบบมินิมอล เราจะเห็นได้จากการแต่งตัวทั้งหญิง และชาย ที่มีความเรียบง่ายไม่เยอะ หลายคนอาจจะแยกไม่ออกระหว่างมินิมอล และฮิปสเตอร์ ซึ่งการแต่งตัวแบบฮิปสเตอร์ก็คือการนำแนวคิดแบบของมินิมอลมาปรับใช้นั้นเอง และในหลายๆ ครั้งเราก็มองว่ามันคือสไตล์เดียวกัน

ความเรียบง่ายที่เกิดขึ้นกับการแต่งกายแบบมินิมอลของทั้งผู้หญิงหรือผู้ชายนั้นไม่ได้แตกต่างกันเลย มันคือการลดถอนความยุ่งยากของการออกแบบออกไป ที่ไม่จำเป็นต้องมีลวดลาย หรือ detail ที่จะทำให้งานออกแบบดูมีเอกลักษณ์ที่เด่นชัด แนวคิดแบบมินิมอลนั้นไม่ได้ส่งผลกับเสื้อผ้าเพียงอย่างเดียว ยังส่งผลกับสไตล์ในการแต่งหน้าของผู้หญิงอีกด้วย

แต่งตัวสไตล์มินิมอล
Cr: Photo follettarosamakeup.com

การแต่งหน้าสไตล์มินิมอลควรเป็นแบบไหน?

จริงๆ แล้วการแต่งหน้าสไต์มินิมอล สำหรับแต่ละคนอาจจะมีการนำแนวคิดความเรียบง่ายนี้ไปนิยามคำว่าการแต่งหน้าสไตล์มินิมอลที่แตกต่างกัน ซึ่งใครจะแต่งหน้าออกมาแบบไหนหากมันอยู่ใน concept ของคำว่า “มินิมอล” ก็ถือว่าได้ทั้งนั้น แต่สำหรับผู้หญิงที่นึกไม่ออกว่าแต่งหน้าแบบไหนให้เข้ากับไลฟ์สไตล์แบบมินิมอล อยากเป็นสาวมินิมอล ควรแต่งหน้าแบบไหนดี? ซึ่งเรามีไอเดียมากมายให้คุณได้นำไปปรับใช้กันในบทความนี้

การลดถอนสีบนเปลือกตาให้ดูมินิมอล

การแต่งเปลือกตาของหลายคนอาจจะมีการใช้สีบนพาเลทอายแชโดว์ ที่มีอยู่มากมายในการมาผสมผสานเปลือกตาให้สวยงามและดูมีมิติมากขึ้น การแต่งแบบนี้อาจจะไม่เข้าคอนเซปมินิมอลของความเรียบง่ายสักเท่าไหร่ จึงอยากให้คุณลองลดถอนจากปกติใส้สีจากพาเลทประมาณ 4-5 สี ให้ลองลดลงมาเหลือ 1 หรือ 2 สีที่มีความใกล้เคียงกันในการทาบนเปลือกตา และสีที่ใช้ควรเป็นสีที่ดูไม่หนัก ดูแล้วสบายตา เช่น สีส้ม สีชมพู สีน้ำตาล หรือสีแนวเอิร์ธโทน และให้ส่วนอื่นๆ ของใบหน้าควรแต่งให้ดูน้อยที่สุด

แต่งตาสไตล์ มินิมอล
Cr: Photo theblueprint.ru

เน้นไปที่แก้มเพียงอย่างเดียวแบบมินิมอล

การปัดแก้มที่กำลังจะแนะนำนี้ คือการให้ความสำคัญกับการปัดแก้มให้ดูโดดเด่นกว่าการแต่งส่วนอื่นๆ ของใบหน้าเพียงอย่างเดียว และการปัดแก้มนั้นควรจะปัดไปที่บริเวณหน้าแก้มขึ้นไปจนถึงบริเวณโหนกแก้ม เพื่อให้หน้าของเราดูเด็ก เหมือนกับแก้มของเด็กที่วิ่งเล่นอยู่กลางแสงแดด อย่างไรก็ตามให้ค่อยๆ ปัดที่ละนิด ใช้แปรงปัดแก้มเกลียบรัชออนให้ดูธรรมชาติและแบบมินิมอลที่สุด

ปัดแก้มสไตล์ มินิมอล
Cr: Photo stylekorea.tumblr.com

ทาลิปให้ริมฝีปากดูระเรื่อแบบมินิมอล

การเลือกสีลิปสติกเพื่อให้การแต่งหน้าของเราดูเรียบง่ายแบบมินิมอล ควรเลือกสีที่ดูไม่จัดจ้านจนเกินไป เน้นให้ริมฝีปากดูระเรื่อมากที่สุด การเลือกประเภทของลิปก็สำคัญ ควรเลือกลิปที่มีความชุ่มฉ่ำ อย่าง ลิปสติกเนื้อชายน์ เนื้อทินท์ กลอสแบบมีสี เนื้อเชียร์และซาติน และเนื้อฟรอสตี้ ที่จะทำให้ปากของคุณดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

ทาลิปสไตล์ มินิมอล
Cr: Photo intothegloss.com

การแต่งหน้าให้เข้ากับแนวคิดแบบมินิมอล บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องทำให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด เพียงแค่ลดถอนการแต่งหน้าแบบปกติของเราลงมา เพื่อให้การแต่งหน้าของเราดูน้อยลง แต่ก็ยังคงความสวย ความเก๋ไก๋ และมีสไตล์ไว้คงเดิม ไอเดียการแต่งหน้าที่เราแนะนำไปนี้คุณสามารถนำไปปรับใช้กับความชอบ และเครื่องสำอางของคุณได้อย่างเต็มที่แบบไม่มีผิดไม่มีถูกได้เลย

กลิ่นหอมในสกินแคร์คือน้ำหอมที่เป็นอันตรายต่อผิวจริงหรือ?

0

ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีกลิ่นหอมย่อมเป็นที่ต้องตาต้องใจสาวๆ เหลือเกิน ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันน่าใช้ซะเหลือเกิน น้ำหอมนั้นมักถูกผสมลงในผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น สกินแคร์ เครื่องสำอางค์ หรือโทนเนอร์ หรือครีมอาบน้ำ แต่รู้หรือไม่…ว่าเจ้าน้ำหอมเนี้ยอาจทำให้ผิวหน้าของสาวๆ ระคายเคืองได้

น้ำหอมในสกินแคร์ไม่ดีจริงหรือ
Cr.Photo ; galmeetsglam.com

ทำไมน้ำหอมถึงอันตรายต่อผิว? นี่คือคำถามที่ผู้คนสงสัยทั้งๆ ที่มันหอมชวนลิ้มลองซะเหลือเกิน

นำ้หอมแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ น้ำหอมสังเคราะห์ (Perfume/Fragrance) และ น้ำมันหอมระเหย (Essential Oil) จริงๆ แล้วน้ำหอมแทบไม่จำเป็นเลยที่จะต้องใส่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าถ้าในสกินแคร์มีกลิ่นหอมแล้วมันน่าใช้จริงๆ  น้ำหอมที่นำมาผสมในครีมนั้นไม่ได้เพิ่มประสิทธิภาพของครีมตัวนั้นๆ เลยค่ะ เพียงแค่ทำให้มีกลิ่นหอมเฉยๆ อาการแพ้น้ำหอมจากสกินแคร์นั้นคือก็เหมือนอาการแพ้ครีมทั่วไป แต่หลังจากที่เราแพ้แล้วผิวของเราจะอ่อนแอลง กว่าจะบูสให้ผิวกลับมาแข็งแรงอีกครั้งมันไม่ง่ายและต้องใช้เวลาอีกด้วย เพราะฉะนั้นแล้วการเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ผสมน้ำหอมจะดีที่สุด เพราะผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บ้างก็แพ้มาก บ้างก็แพ้น้อย ตามลักษณะของผิวแต่ละคน

น้ำหอมในสกินแคร์ไม่ดีจริงหรือ
Cr.Photo ; nytimes.com

ปัจจุบันนี้ตลาดสกินแคร์มีการแข่งขันสูง ผลิตภัณฑ์ก็มีให่เลือกใช้มากมาย ก่อนที่เราจะตัดสินใจเลือกซื้อต้องดูส่วนผสมต่างๆ ให้ดีเสียก่อน เพราะนอกจากน้ำหอมที่ทำให้เกิดการแพ้แล้ว ส่วนผสมอื่นๆ ก็มีผลเช่นกันเราจึงควรหลีกเลี่ยงให้มากที่สุด ส่วนผสมที่ว่ามานั้นก็อย่างเช่น

  • แอลกอฮอล์
  • พาราเบน
  • ซิลิโคน
  • มิเนอรัลออยล์
น้ำหอมในสกินแคร์ไม่ดีจริงหรือ
Cr.Photo ; glowsly.com 

ถ้าไม่อยากผิวพังเรามาดูวิธีเช็คส่วนผสมของสกินแคร์กัน

  1. หลีกเลี่ยงสกินแคร์ที่มีส่วนผมของน้ำหอม โดยสังเกตจากฉลาก ชื่อของน้ำหอมบนฉลากมักจะใช้คำว่า Perfume, Fragrance เพราะฉะนั้นถ้าเราเห็นว่ามีคำเหล่านี้อยู่แล้วล่ะก็ วางลงบนชั้นโดยด่วนเลยจ้า
  2. นอกจากน้ำหอมแล้ว พวกสารสกัดจากธรรมชาติที่ทำให้เกิดกลิ่นก็สามารถทำให้เกิดการแพ้ได้เช่นกัน น้ำมันหอมระเหยกลิ่น Lavender Oil , Chamomile เหล่านี้เป็นต้น ดูดีๆ นะ
  3. เช็คลำดับส่วนผสม ส่วนผสมที่ขึ้นเป็นอันดับแรกแสดงว่าสกินแคร์ตัวนี้ใช้ส่วนผสมนี้เยอะที่สุด และเรียงตามลำดับลงไป อย่างที่กล่าวว่าไม่ใช่แค่น้ำหอมเท่านั้นที่จะก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว แต่ส่วนผสมอื่นๆ ที่กล่าวมาแล้วก็อาจทำให้แพ้ได้เช่นกัน
  4. ทดสอบกับผิวหนังตัวเองก่อนใช้กับใบหน้า วิธีนี้น่าจะเซฟที่สุดหลังจากได้สกินแคร์ที่ต้องการมาแล้ว ต้องทดสอบบนผัวหนังเราซะก่อน เช่น บริเวณกกหูกรืใต้ท้องแขน แล้วทิ้งไว้โดยไม่ต้องล้างออกประมาณ 24 ชั่วโมง เพื่อดูว่ามีผื่นแดงขึ้นหรือมีอาการแพ้อย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่

บทความที่คุณอาจสนใจ

บอกช่างยังไงถ้าอยากได้เล็บทรงนี้

 

“สุขเสมอ” เกาะล้าน ที่พักสไตล์แคมป์ปิ้ง

“สุขเสมอ” เกาะล้าน ที่พักสไตล์แคมป์ปิ้ง

สุขเสมอ
Cr.สุขเสมอ – Camping & Bed koh Larn

เกาะล้าน เป็นเกาะที่ตั้งอยู่ในทะเลฝั่งอ่าวไทยในพื้นที่ของจังหวัดชลบุรี เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการไปพักผ่อนเอนกายเล่นน้ำทะเลใส ๆ หาดทรายสวย ๆ แต่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ การเดินทางไปยัง เกาะล้าน นั้นสะดวกสบายมาก ๆ สามารถขับรถส่วนตัวไปได้ง่าย ๆ ด้วยการขึ้นเส้นทางมอเตอร์เวย์ไปยาว ๆ แล้วจอดรถไว้ที่ท่าเรือแหลมบาลีฮายได้เลย หรือหากใครไม่มีรถส่วนตัวก็สามารถเดินทางได้ดังนี้

1.นั่งรถไฟจากสถานีหัวลำโพงไปลงที่พัทยา แล้วต่อรถสองแถวที่หน้าสถานีรถไฟเพื่อไปที่ท่าเรือแหลมบาลีฮาย วิธีนี้เหมาะสำหรับสายชิลที่ไม่เร่งรีบนะคะ เป็นวิธีเดินทางที่เสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด

2.นั่งรถทัวร์หรือรถมินิบัสที่สถานีขนส่งหมอชิต(จตุจักร) หรือขนส่งเอกมัยก็ได้ ไปลงที่พัทยา วิธีนี้จะต้องต่อรถสองแถว 2 ต่อนะคะ จากขนส่งพัทยาไปที่ Terminal 21(วงเวียน) จากนั้นก็นั่งจากวงเวียนไปลงที่ Walking Street แล้วเดินต่อไปยังท่าเรือแหลมบาลีฮาย

3.นั่งรถตู้ตรงไปลงที่ท่าเรือแหลมบาลีฮาย วิธีนี้เรียกว่าสะดวกและรวดเร็วที่สุดเหมือนขับรถส่วนตัวไปเองเลยค่ะ สามารถขึ้นรถตู้ได้ที่ขนส่งหมอชิต(จตุจักร) และขนส่งเอกมัย

เมื่อมาถึงท่าเรือแหลมบาลีฮายแล้วก็สามารถนั่งเรือต่อไปที่ เกาะล้าน ได้เลยโดยมีเรือที่นั่งจะอยู่ 2 แบบนะคะ คือเรือเฟอร์รี่ และเรือ Speedboat สามารถเลือกได้ตามความสะดวกและงบประมาณค่ะ ราคาเรือเฟอร์รี่จะอยู่ที่คนละ 30 บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าถูกมาก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที โดยเรือจะออกเป็นรอบๆ ต้องมาให้ตรงเวลานะคะ ส่วนใครที่ไม่อยากนั่งเรือนานๆแนะนำให้ไปเรือ Speedboat ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15-20 นาที ค่าโดยสารจะอยู่ที่ 200 บาทต่อท่าน สำหรับจุดลงเรือที่เกาะล้านจะมีอยู่ 2 จุดนะคะ แล้วแต่รอบเรือ มีที่ท่าเรือหน้าบ้าน และท่าเรือหาดตาแหวน ไม่ว่าจะลงจุดไหนก็สามารถแจ้งให้ที่พักมารับได้นะคะ

สุขเสมอ เกาะล้าน

สุขเสมอ – Camping & Bed koh Larn คือที่พักที่เราทำการจองมาพักกันในวันนี้ ตั้งอยู่ที่บริเวณหาดตาแหวน ซึ่งเป็นหาดที่ผู้คนนิยมมากันมากที่สุดในเกาะล้าน เนื่องจากเป็นหาดที่มีความกว้างและทอดยาว มีทรายขาวละเอียด น้ำทะเลเป็นสีฟ้าสดใส เป็นที่พักที่ตกแต่งสไตล์แคมป์ปิ้งแบบมูจิ เน้นเรียบ ๆสบายตาแต่ดูดีตกแต่งโทนสีไม้และสีขาว มีต้นไม้ให้สีเขียวสดชื่น ที่พักของที่นี่จะมีหลายแบบนะคะ ทั้งห้องแบบ Standard Room, Deluxe room, Family room และ Seaview room จองที่พัก คลิก

ในวันนี้เราเลือกจองที่พักแบบ Seaview Room ค่ะ ภายในห้องพักสวยน่ารักมาก ๆ มีระเบียงที่มองออกไปเห็นวิวทะเล ตอนกลางคืนสามารถมานั่งเล่นดูทะเลพร้อมจิบเครื่องดื่มเย็น ๆ ไปด้วย บรรยากาศดีมาก ๆ ภายในห้องพักจะมีตู้เย็นมินิบาร์ ตู้เสื้อผ้า เก้าอี้โซฟาหวาย กระจกยาว รวมทั้งพร็อพถ่ายรูปต่างๆอย่างครบครัน มาดูบรรยากาศภายในห้องพักนี้กันค่ะ

นอกจากห้องพักที่สวยถูกใจมากๆแล้ว จุดที่พิเศษอีกอย่างนึงที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาพักที่นี่ก็คือร้านอาหารค่ำหน้าหาดค่ะ ซึ่งเค้าจัดตกแต่งไว้ในสไตล์แคมป์ปิ้ง มีการจัดโซนโต๊ะเอาไว้ให้แขกที่มาพักทุกท่านนะคะ โดยโต๊ะจะตั้งอยู่ริมหาดทรายใต้ต้นไม้ใหญ่ ประดับไฟเอาไว้อย่างสวยงามและโรแมนติกมาก ๆ เมนูที่เป็นตัวชูโรงของที่นี่ก็คือหมึกซาซิมิสด ๆ หวานกรอบจากทะเล เราสามารถเดินไปเลือกหมึกตัวเป็น ๆ มาให้เชฟแร่ให้ทานสด ๆ กันได้เลย ขอบอกว่าหมึกสดและหวานกรอบมากๆ ราคาเริ่มต้นที่ตัวละ 350 บาทเท่านั้น ทานอาหารทะเลในบรรยากาศดี ๆ ฟังเพลงชิล ๆ จิบเครื่องดื่มเย็น ๆ เป็นอะไรที่มีความสุขเกินจะบรรยายได้ เมื่อทานอาหารอิ่มแล้วก็ขึ้นไปพักผ่อนในห้องพักหลับให้เต็มอิ่มกันค่ะ

เมื่อตื่นมาแล้วก็มาทานอาหารเช้ากัน อาหารที่นี่รสชาติดีมาก ๆ มีทั้งอาหารแบบ Breakfast และข้าวต้มทะเลร้อน ๆ สามารถเลือกทานได้ตามอัธยาศัย หากใครเป็นสายถ่ายรูปแนะนำให้เช่าชุดปิกนิกของที่นี่เพื่อไปใช้เป็นพร็อพถ่ายรูปสวย ๆ กับชายหาด ราคาชุดละ 300 บาท ภายในชุดปิกนิกจะประกอบไปด้วยผ้าปู ตะกร้าหวาย แซนด์วิส เครื่องดื่ม และพร็อพน่ารัก ๆ มากมาย สายถ่ายรูปต้องห้ามพลาดนะคะ

เมื่อถ่ายรูปกันจนหนำใจแล้วเราก็มานั่งพักชมวิวบริเวณชายหาดด้านหน้าได้ ซึ่งจะมีการจัดที่นั่งแบบเตียงชายหาดและร่มเอาไว้ให้นั่งฟรีค่ะ สามารถสั่งอาหารกลางวันจากที่พักมานั่งทานตรงนี้ก็ได้เช่นกัน หรือใครอยากจะไปเที่ยวรอบเกาะถ่ายรูปตามหาดอื่น ๆ หรือคาเฟ่ต่าง ๆ ก็สามารถทำได้โดยการเช่ารถมอเตอร์ไซค์ขี่เที่ยวรอบเกาะล้าน ที่พักมีบริการมอเตอร์ไซค์ให้เช่านะคะ

เกาะล้าน มีคาเฟ่น่ารัก ๆ อยู่มากมายเลยทีเดียว ในโอกาสหน้าเราจะมาแนะนำให้ท่านได้รู้จักกันอีกที สำหรับวันนี้ทริปของเราก็ได้จบลงแล้ว เตรียมตัวเดินทางขึ้นเรือจากหาดตาแหวนไปลงที่ท่าเรือแหลมบาลีฮายแล้วกลับบ้านกันค่ะ

จองที่พัก: https://invol.co/cleq3dh


รวมโรงแรมชมพุสวยในงานเทศกาลพลุพัทยา 2021 คลิก

โคเปนเฮเกน กับบทบาท “เมืองหลวงแห่งสถาปัตยกรรมโลกปี 2023″

โคเปนเฮเกน กับบทบาท “เมืองหลวงแห่งสถาปัตยกรรมโลกปี 2023”

โคเปนเฮเกน
Cr.Photo : arquitecturaviva.com

โคเปนเฮเกน เมืองน่าอยู่ของเดนมาร์ก สู่ก้าวสำคัญในการขึ้นแท่นเป็น “เมืองแห่งสถาปัตยกรรมโลก” พร้อมเตรียมผงาดเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม “UIA’s World Congress ปี 2023”

โคเปนเฮเกน
Cr.Photo : peapix.com

โคเปนเฮเกน เป็นอีกหนึ่งเมืองศิวิไลซ์ที่ต้องยอมรับว่าสร้างความตื่นตาให้แก่นักท่องเที่ยวจากทุกสารทิศที่ได้มาเยือนไม่น้อย นอกจากตึกรามบ้านช่องตามรายทางจะวางตัวได้เป็นระเบียบสวยงาม ดินแดนแห่งนี้ยังมีกึ๋นในการดีไซน์สวนสาธารณะให้สอดรับกับวิถีชุมชน ตลอดจนเผยทางเท้า ช่องเดินรถและจักรยาน ที่แบ่งแยกเป็นสัดส่วน ผูกมิตรต่อการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงป้ายหรือสัญลักษณ์บอกทางชัดเจน สามารถเดินเหินได้ไม่กลัวหลง

ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นการวางผังเมืองที่แยบยล ทำให้โคเปนเฮเกน กลายเป็นเมืองมากเสน่ห์ สามารถสร้างความมีชีวิตชีวาและสร้างแรงบันดาลใจในการอยู่อาศัย รวมถึงพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรเมืองได้อย่างแท้จริง

จากที่กล่าวมาข้างต้นจึงไม่แปลกใจที่ล่าสุดทาง UNESCO ได้ออกมาประกาศแต่งตั้งให้โคเปนเฮเกนเป็น “World Capital of Architecture 2023” (เมืองหลวงแห่งสถาปัตยกรรมโลก) เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดประชุม “UIA’s World Congress” ในปี 2023 ทั้งนี้ด้วยเหตุผลที่ว่า โคเปนเฮเกนคือเมืองหลวงที่สะท้อนสถาปัตยกรรมและการวางผังเมืองที่ดี ตอบโจทย์กับการพัฒนาเมืองอันยั่งยืน 17 ประการขององค์การสหประชาชาติ (UN)

โคเปนเฮเกน
Cr.Photo : archdaily.com

สำหรับ UIA’s World Congress ถือว่าเป็นเวทีการจัดประชุมระดับโลก ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1948 โดยองค์การยูเนสโก ร่วมกับสหภาพสถาปนิกนานาชาติ (The International Union of Architects หรือ UIA) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนบทบาทสำคัญของงานสถาปัตยกรรมและการวางผังเมืองที่สามารถสร้างอนาคตอันยั่งยืนให้กับเมือง

โคเปนเฮเกน
Cr.Photo : Peter Lloyd on Unsplash

โดยในปี 2023 นับว่าเป็นการจัดงานขึ้นเป็นครั้งที่ 28 ส่วนการคัดเลือก World Capital of Architecture เพื่อใช้เป็นที่จัดประชุมจะเกิดขึ้นทุกๆ 3 ปี

ซึ่งก่อนหน้านี้ “World Capital of Architecture 2020” เมืองที่ถูกเลือกคือ ริโอเดอจาเนโร (Rio De Janeiro) ประเทศบราซิล

โคเปนเฮเกน
Cr. Photo : Febiyan on Unsplash

ส่วนเวทีครั้งสำคัญต่อจากโคเปนเฮเกนนั้น เมืองใดจะถูกรับเลือกในปี 2026 ต้องคอยลุ้น! (แต่กระแสมาแรงว่า UIA กำลังพิจารณาเมืองบาร์เซโลนา และเมืองปักกิ่งเป็นพิเศษ…)

บทความน่าสนใจ :เกาะติดรูปโฉมใหม่ ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ทันสมัยและใหญ่กว่าเดิม

แต่งเปลือกตาด้วย “ชิมเมอร์” ยังไงไม่ให้ดูโป๊ะ

แต่งเปลือกตาด้วย ชิมเมอร์ ของสาวๆ สมัยนี้มีความแตกต่างกันมากเพราะแต่ละคนก็มีสไตล์การแต่งหน้า และความชอบที่ต่างกันออกไป บางคนก็ชอบแต่งหน้าโทนธรรมชาติปิดแก้มอ่อนๆ ทาลิปสติกจางๆ ก็ออกบ้านได้แล้ว หรือบางคนก็ชอบการแต่งหน้าให้ดูมีลูกเล่นอื่นๆ เช่นเน้นตา เน้นปาก เน้นแก้ม ให้ดูจัดจ้าน หรือแม้แต่แต่งตามเทรนแฟชั่นในขณะนั้น

ในชีวิตจริงการแต่งหน้านั้นจะขึ้นอยู่กับโอกาส และสถานการณ์ที่จะไปเจอ การแต่งหน้าให้เหมาะสมก็ทำให้เรามีความมั่นใจในการพบปะผู้คนมากขึ้นด้วย แต่บางครั้งเราก็หนักมือกับเครื่องสำอางบางอย่างจนทำให้การแต่งหน้าของคุณดูไม่โปรเอาเสียเลย โดยเฉพาะเปลือกตาที่ทาด้วยชิมเมอร์ ที่จัดหนักทั้งสีอ่อนสีเข้มทาทั่วเปลือกตาเต็มไปหมด ซึ่งนั้นทำให้เปลือกตาของคุณดูบวม และดูลอยสุดๆ ยกเว้นว่าคุณจะแต่งเปลือกตาด้วยชิมเมอร์แบบนั้นไปงานแฟนตาซีที่ต้องแต่งตัวแบบจัดเต็ม

การแต่งตาเปลือกด้วยชิมเมอร์ควรทำอย่างไร?

สำหรับสาวๆ คนไหนที่ชอบเครื่องสำอางที่มีความชิมเมอร์ แวววาว โดยเฉพาะอายแชโดว์ การจะนำมาแต่งตาเปลือกด้วยชิมเมอร์นั้นอาจจะต้องดูสถานที่ และเวลาด้วย เพราะหากคุณต้องแต่งไปงานกลางวัน ที่มีแสงเยอะ หรือไปงานกลางคืน ควรแต่งตาด้วยชิมเมอร์แบบไหน inzpy จะพาไปหาคำตอบกันเลย

ตรวจสอบความวาวของอายแชโดว์ชิมเมอร์ที่ใช้

ก่อนที่จะแต่งหน้า หรือการซื้อเครื่องสำอางสักชิ้นเราจะต้องทำการทดลองดูสี ดูเนื้อผลิตภัณฑ์ก่อน เพื่อประเมินดูว่าอายแชโดว์ที่จะนำมาแต่งเปลือกตาด้วยชิมเมอร์ควรที่จะใช้ในปริมาณเท่าไหร่กับการแต่งหน้าในแต่ละครั้ง

แต่งเปลือกตาด้วยชิมเมอร์
Cr: Photo follettarosamakeup.com

การเลือกใช้สีอายแชโดว์ชิมเมอร์กับบริเวณต่างๆ

-การแต่งเปลือกตางานกลางวัน

การแต่งหน้าในตอนกลางวันควรจะแต่งออกมาให้ดูไม่เยอะจนเกินไป โดยเฉพาะเปลือกตา การใช้อายแชโดว์ที่มีชิมเมอร์นั้นจะต้องใช้ในปริมาณที่น้อย และใช้ในบริเวณ หัวตา กลางเปลือกตา และใต้ตาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ควรทาบริเวณใต้โหนกคิ้ว เพราะจะทำให้เราดูเหมือนจะไปประกวดนางงามเอาได้

แต่งเปลือกตาด้วยชิมเมอร์
Cr: Photo stylenanda.com

-การแต่งเปลือกตางานกลางคืน

สำหรับการแต่งเปลือกตาด้วยชิมเมอร์ในงานกลางคืน สาวๆ สามารถใช้ชิมเมอร์ในส่วนต่างๆ ของเปลือกตาได้อย่างเต็มที่ หาต้องการให้การแต่งหน้าของคุณดูเป็นมืออาชีพ ให้ใช้อายแชโดว์ชิมเมอร์สีอ่อนทาทั่วเปลือกตาก่อน ตามด้วยการสร้างมิติด้วยอายแชโดว์สีเข้มเนื้อแมตต์ จากนั้นเบลอด้วยอายแชโดว์สีเข้มที่มีชิมเมอร์อีกที เพื่อให้ดวงตาของเราดูสมูทยิ่งขึ้น

การแต่งตาเปลือกด้วยชิมเมอร์-กลางคืน.
Cr: Photo stylenanda.com

ชิมเมอร์แต่งตาแบบผงควรใช้ยังไง?

หลายๆ แบรนด์เครื่องสำอางได้ทำผงชิมเมอร์แต่งตาขึ้นมา วิธีการใช้นั้นก็ไม่ได้ยากเลย ให้คุณใช้นิ้วมือ หรือ ใช้แปรงหัวแบนแตะสีขึ้นมา และค่อยๆ กดเบาๆ ในบริเวณที่ต้องการ เพียงเท่านี้ชิมเมอร์ก็จะไปติดอยู่บนเปลือกตาอย่างสวยงามลแล้ว

การแต่งตาด้วยซิมเมอร์.
Cr: Photo freepik.com

แต่งออกมาแล้วดวงตาดูมีชิมเมอร์เยอะเกินไปควรทำไงดี?

บางครั้งในการแต่งเปลือกตาด้วยชิมเมอร์ในที่ที่มีแสงไม่เพียงพอ อาจจะทำให้การแต่งหน้าของคุณผิดพลาดได้ สำหรับดวงตาที่มีการทาอายแชโดว์ที่มีชิมเมอร์เยอะเกินไปมีวิธีแก้ที่ง่ายมากๆ โดยไม่ต้องลบใหม่ หากเยอะเกินไปในบริเวณใต้โหนกคิว หัวตา ใต้ตา ให้ใช้แปรงสะอาดแตะไปที่แป้งพัฟ และทาในบริเวณที่มากเกินไป ก็สามารถทำให้ความแวววาวดูลดลงได้ง่ายๆ และดูเนียนไปกับผิว หรือหากออกมาข้างนอกแล้วก็สามารถใช้นิ้วมือของเราแตะแป้งพัฟแล้วทำแบบเดียวกันได้เลย

อ่านบทความอื่นๆ
กู้ผิวใสหลังใส่แมสค์ ช่วงโควิด

สะบายดี วังเวียง สปป.ลาว เที่ยวง่าย ใช้งบน้อย สัมผัสธรรมชาติที่งดงาม

สะบายดี วังเวียง สปป.ลาว เที่ยวง่าย ใช้งบน้อย สัมผัสธรรมชาติที่งดงาม

วังเวียง สปป.ลาว

สะบายดีทุกคน เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยว ที่สายเขา ต้องหลงรัก เพราะมาง่าย ใช้งบน้อย นั่นก็คือ วังเวียง สปป.ลาว ที่นี่ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่ยังคงความเป็นธรรมชาติที่งดงามสุด ๆ ใครมาที่นี่จะพลาดไม่ได้เลย คือการไปพิชิต ผาเงิน วิวทะเลหมอก แบบสวยสะท้านมาก และที่นี่ยังมี บลูลากูน ถ้ำจัง รวมถึงได้เห็นวิถีชีวิตของคนลาวที่นี่ว่าน่าอยู่ขนาดไหน

วังเวียง สปป.ลาว

วังเวียงเป็นเมืองที่ค่อนข้างเงียบสงบ และถูกโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติมากมาย เชื่อว่าทุกคนที่เคยมาที่นี่จะต้องแฮปปี้แน่นอนค่ะ เพราะได้สัมผัสกับธรรมชาติที่บอกเลยว่า ฮิลใจได้ดีมาก ๆ โดยไม่ต้องไปไกล แถมใช้งบเบาบางสุด มาดูที่พักกันดีกว่าค่ะ ว่าดีต่อใจขนาดไหน

เวียงธารา

วังเวียง สปป.ลาว

แน่นอนว่า ใครที่มาที่วังเวียง ก็หวังว่าจะได้พักที่ เวียงธารา เพราะที่นี่อยู่ใกล้กับจุดที่เป็นธรรมชาติ อย่างผาเงินสุด และมีมุมที่ถ่ายรูปได้สวย บนทุ่งนาอันเขียวขจี เดินสวยๆตรงสะพานทอดยาวไปถึงศาลาพักใจ และวิวภูเขาสวย ๆ มันคุ้มค่ามาก สำหรับห้องพักราคาหลักพัน แต่วิวหลักล้านมาก เอากับเค้าสิ เลือกทำเลทำที่พักได้ดีเลยทีเดียว

วังเวียง สปป.ลาว

เซตอาหารเช้าของที่นี่ก็เป็นแบบ ลาว สไตล์ นะคะ ข้าวไข่กระทะ หมูยอ กับขนมปังฝั่งเศษ เมนูเบสิค หน้าตาลาว ที่อร่อยกรุบ หอมกรุ่นกลิ่นไอดินยามเช้า มันดีมากทุกคน แต่ถ้าใครอยากออกไปหาอะไรทานข้างนอก ก็จะมีร้านอาหารที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่มาก เป็นร้านริมแม่น้ำ วิวดี นั่งอยู่บางทีก็จะมองเห็นบอลลูนล่องลอยในอากาศ ไปแล้วยังอยากไปอีก อ่ะ เตรียมพาสปอร์ตกันรึยัง 555+

วังเวียง สปป.ลาว

จะไปผาเงินแนะนำว่าให้ขึ้นไปตั้งแต่เช้าตรู่ เพราะอากาศจะไม่ร้อน แล้วก็ต้องใช้เวลาเดินขึ้นบนทางริมผา ค่อนข้างนาน เพราะทางขึ้นผาเงิน เราว่าโหดอยู่พอสมควร ควรใส่รองเท้าผ้าใบ และพกน้ำไปด้วยสักขวดดีก็นะคะ เหนื่อยก็พักจิบน้ำ เพราะเดินขึ้นไปถึงแสงก็จะมาพอดี แล้วคุณจะได้ภาพที่สวยแน่นอน

ผาเงิน

หลังจากที่เราขึ้นมาถึง ผาเงิน แล้ว แสงอาทิตย์สาดส่องลงมาพอดี พร้อมกับหมอกที่กำลังปกคลุมลงบนเขา บอกเลย มันสวยมากจริง ๆ ในภาพยังเห็นขนาดนี้ คุณลองนึกว่าตัวเองได้ขึ้นไปนั่งอยู่บนยอดผา แล้วชมหมอกแบบใกล้ ๆ จะสุดขนาดไหน หืมมม!! จ่ายค่าขึ้นแค่ 15,000 กีบ ได้เห็นวิวแบบนี้ มันฟินมาก แบบเดินขึ้นมาเหนื่อย ๆ นี่ หายเหนื่อยไปเลยล่ะค่า

Blue Lagoon 2

วังเวียง สปป.ลาว

นอกจากที่ ผาเงินแล้ว ก็ยังบลูลากูน 1 และบลูลากูน 2 ที่ต้องไปดู น้ำที่เค้าว่ามันเขียวอมฟ้า มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ ค่ะ ด้วยแร่ธาตุตามธรรมชาติ ที่ทำให้น้ำมีสีที่สวยขนาดนี้ก็แสดงว่า ที่วังเวียง ยังเป็นแหล่งธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์อยู่ไม่ใช่น้อยเลยค่ะ น้ำค่อนข้างเย็นสบายเหมือนเที่ยวน้ำตกบ้านเราค่ะ พอช่วงเที่ยงๆ เริ่มมีแดด การได้ลงไปเล่นน้ำถือว่าผินมาก

ถ้ำจัง – สะพานส้ม

มาต่อกันที่ ถ้ำจัง ณ ที่แห่งนี้ จะมีจุดไหว้พระ อยู่บนปากถ้ำที่ทุกคนสามารถขึ้นไปกราบไหว้ได้ ระหว่างทางก็จะเจอกับสะพานส้มแห่งนี้ ที่ใช้เป็นทางเดินข้ามผ่านไปยังถ้ำ เราว่าเป็นอีกจุดที่เหมาะจะเก็บภาพสวยๆได้เลย แถมวิวนี่ มองเห็นขาสวยสดงดงามอลังการไม่แพ้ผาเงินเลยค่ะ

วังเวียง สปป.ลาว

สำหรับที่นี่ เราใช้ค่าเงิน LAK (กีบ) 1000 กีบ ประมาณ 3.4 บาทไทย ใช้จ่ายทีเป็นแสนๆ รวยจะบ้า 55+ ต้องเป็นคนที่คิดเลขเก่งมาก เพราะมั้ยงั้นจะเกิดการสับสนและจ่ายผิดทันที และบางทีธนบัตรเค้าก็ดูจะคล้ายๆกัน พลาดแค่ 0 ตัวเดียวนี่รู้เรื่อง!

จากการมาสัมผัสวิถีชีวิตของคนลาวที่ วังเวียง เค้าน่ารักนะคะ พูดจาดี ใจดี ไม่วุ่ยวาย กลับเป็นเราเองที่ไปวุ่นวายเค้า เพราะอยากพูดคุยถึงวิถีชีวิตของการได้ใช้ชีวิตที่วังเวียงค่ะ 555+ หวังว่าทุกคนจะชอบนะคะ สำหรับที่พักเวียงธาราก็สามารถจองผ่าน Agoda ได้เลยค่ะ

 

เที่ยว เวียดนามใต้ 3 วัน 3 เมือง ใช้งบไม่เกินหมื่น คลิกเลย