Home Blog Page 1151

เที่ยวพม่า ดินแดนแห่งศรัทธาในพระพุทธศาสนา EP.1

เที่ยวพม่า ดินแดนแห่งศรัทธาในพระพุทธศาสนา

เที่ยวพม่า
Cr.Freepik

“มิงกะลาบา” แปลว่า สวัสดี เปิดหัวมาด้วยคำทักทายภาษาพม่า เป็นอันรู้กันว่าวันนี้เราจะพาไป เที่ยวพม่า กันค่ะ แต่ก่อนที่จะไปเที่ยว เรามาทำความรู้จักกับประเทศนี้กันคร่าว ๆ ก่อนนะคะ ประเทศพม่า หรือ เมียรมาร์ ตั้งอยู่ที่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีพรหมแดนติดกับอินเดีย บังคลาเทศ จีน ลาว และมีพื้นที่ติดกับ 7 จังหวัดของไทย ได้แก่ เชียงราย ตาก ระนอง เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ราชบุรี เพชรบุรี และชุมพร โดย 3 จังหวัดหลังจะไม่มีจุดผ่านแดนนะคะ  เมืองหลวงของประเทศพม่านั้น คือ กรุงเนปิดอร์ ประเทศพม่าเป็นแหล่งอารายธรรมทางพระพุทธศาสนาที่ล้ำค่า ผู้คนชาวพม่านั้นยังคงรักษาขนบธรรมเนียมปฏิบัติกันเอาไว้อย่างแนบแน่นและสืบต่อกันไป วันนี้เราจะพาทุกท่านมาเที่ยวพม่ากันค่ะ

เราเริ่มต้นการเดินทางจากกรุงเทพฯ โดยเครื่องบินไปลงที่สนามบินที่เมืองย่างกุ้งค่ะ โดยสายการบินที่บินไปนั้นมีให้เลือกหลากหลายมาก สามารถขึ้นได้ทั้งที่สนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมินะคะ(เลือกสายการบินไหนเช็คให้ดีก่อนเดินทางระวังไปผิดสนามบินนะคะ) ควรเดินทางมาถึงเคาน์เตอร์เช็คอินก่อนเวลาบินประมาณ 2-3 ชั่วโมงค่ะ เพราะก่อนขึ้นเครื่องนั้นมีขั้นตอนค่อนข้างเยอะ หากมาช้าอาจจะตกเครื่องอดเที่ยวกันได้นะคะ  การนั่งเครื่องบินไปพม่านั้นใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งชั่วโมงกว่า ๆ เท่านั้นเอง ถือว่าเป็นการบินในระยะสั้น ๆ ไม่ต่างจากการบินในประเทศเลยค่ะ และที่สำคัญไม่ต้องทำวีซ่าด้วยนะคะ ใช้เพียงหนังสือเดินทางที่มีอายุเกิน 6 เดือนขึ้นไป และกรอกใบตรวจคนเข้าเมืองก็ถือว่าเป็นอันเรียบร้อย เมื่อถึงสนามบินพม่าแล้วเราก็เดินทางไปยังสถานที่แรกกันค่ะ

ที่แรกที่เรามาในวันนี้นั่นก็คือ เจดีย์ชเวดากอง(Shwedagon Pagoda) ซึ่งถือว่า เป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของประเทศพม่า ลักษณะเป็นเจดีย์ทองคำขนาดใหญ่ ตั้งตระหง่านมองเห็นมาแต่ไกล ภายในตัวเจดีย์จะบรรจุพระเกศาธาตุเอาไว้ทั้งหมด 8 เส้น ความหมายของชื่อเจดีย์ชเวดากองนั้นก็คือ เจดีย์ทองคำแห่งเมืองย่างกุ้ง โดยคำว่า “ชเว” หมายถึง ทอง ส่วน “ดากอง” ก็คือตะเกิง ชื่อเดิมของเมืองย่างกุ้งนั่นเองค่ะ บนยอดสูงสุดของเจดีย์นั้นถูกประดับด้วยเพชรขนาดใหญ่ 72 กะรัต 1 เม็ด และโดยรอบยังมีเพชรนิลจินดา พลอย ทับทิม ประดับอยู่เกือบ 7 พันเม็ด รวมถึงระฆังทองอีกจำนวนพันกว่าใบ เรียกว่ามีค่ามหาศาลแทบประเมินไม่ได้เลยค่ะ เราสามารถมองไปยังยอดเจดีย์นี้ได้ด้วยการมองผ่านกล้องขยายที่อยู่บริเวณรอบตัวเจดีย์ ผิวของตัวเจดีย์นั้นถูกครอบด้วยแผ่นทองขนาดใหญ่โดยคาดเดากันว่ามีน้ำหนักทองคำโดยรวมราวๆ 1,100 กิโลกรัมกันเลยทีเดียว การเข้ามาที่เจดีย์ชเวดากอง จะต้องขึ้นลิฟต์มาจากทางขึ้นทางทิศใต้นะคะ โดยก่อนขึ้นมาจะต้องทำการถอดรองเท้าฝากเอาไว้ด่านล่างก่อน ห้ามใส่ถุงเท้าด้วยนะคะ และที่สำคัญต้องแต่งตัวให้มิดชิดเคารพสถานที่ค่ะ

วิธีการสักการะที่เจดีย์แห่งนี้เริ่มต้นจากการซื้อชุดดอกไม้ค่ะ จะมีขายอยู่ก่อนทางเข้ามา ราคาจะอยู่ที่ 500-1000 จ๊าด ( 1,000 จ๊าด เท่ากับ 20-30 บาทไทย) หรือจะใช้เป็นพวงดอกมหาหงส์ก็หอมสดชื่นเช่นเดียวกันค่ะ

รดน้ำพระประจำวันเกิด
บริเวณโดยรอบเจดีย์จะมีพระประจำวันเกิดตั้งอยู่นะคะ เลือกพระประจำวันเกิดของเราได้แล้วก็ทำการรดน้ำกันค่ะ โดยจะรดทั้ง 3 จุดคือ พระพุทธรูปหินอ่อน เทพที่อยู่ด้านหลังพระพุทธรูป และสัตว์ประจำวันเกิดค่ะ โดยการรดจะต้องรดให้มากกว่าอายุของตัวเอง 1 ขัน ถือเป็นศิริมงคล

วันอาทิตย์(ตะนิ้นกะหนู่เอเนะ):สัญลักษณ์เป็นรูปปั้นครุฑ
วันจันทร์ (ตะนิ้นลาเนะ):สัญลักษณ์เป็นรูปปั้นเสือ
วันอังคาร (เอ็งก่าเนะ):สัญลักษณ์เป็นรูปปั้นสิงห์
วันพุธกลางวัน (บูดาหู้):มีสัญลักษณ์เป็นรูปปั้นช้างมีงา
วันพุธกลางคืน (ราหูเนะ):มีสัญลักษณ์เป็นรูปปั้นช้างไม่มีงา
วันพฤหัสบดี (จ่าฏ่าบเดเนะ):สัญลักษณ์เป็นรูปปั้นหนูใหญ่หางสั้น
วันศุกร์ (เฏ้าจ่าเนะ):สัญลักษณ์เป็นรูปปั้นหนูหางยาว
วันเสาร์ (เสน่ห์เนะ):สัญลักษณ์เป็นรูปปั้นพญานาค

เที่ยวพม่า

ไหว้ขอพร ที่ ลานอธิษฐาน
จุดนี้จะอยู่ในบริเวณลานรูปดาวทิศเหนือ ใกล้กับเสาร์ที่มีรูปปั้นหงส์ เราจะนำดอกไม้ที่ซื้อมาตอนแรกมากราบไหว้และขอพรกันที่จุดนี้ค่ะ มีความเชื่อกันว่าหากได้มาขอพรที่นี่แล้วพระจะสัมฤทธิ์ผลเป็นได้อย่างใจหวังค่ะ

นอกจากนี้แล้วยังมีอีกหลายจุดที่คนนิยมไปกราบไหว้ขอพร เช่น แม่ยักษ์ ช่วยเรื่องหน้าที่การงานให้สมดังใจหวัง ใครที่กำลังตกงาน หรือเพิ่งเริ่มงานใหม่จะมาขอพรกับแม่ยักษ์ตนนี้ ที่ตั้งจะอยู่บริเวณประตูทางทิศตะวันออกนะคะ ซึ่งสิ่งที่จะต้องนำมาถวายด้วยในการขอพรนั้นก็คือ บุหรี่ และผ้าสีเขียวค่ะ นอกจากนี้ที่นี่ก็ยังมีเทพทันใจหรือ โบโบยี ในภาษาพม่า ซึ่งมีอยู่หลายองค์มาก ๆ แต่ละองค์จะได้รับความศรัทธาแตกต่างกันออกไป หากใครที่ต้องการขอพรแบบเร่งด่วนทันใจ ก็สามารถมากราบไหวเทพทันใจที่เจดีย์ชเวดากองแห่งนี้ได้เช่นกัน เทพทันใจองค์นี้จะตั้งอยู่ทางประตูทิศใต้ค่ะ

เที่ยวพม่า

เจดีย์ชเวดากองแห่งนี้ หากใครมาถึงย่างกุ้งแล้วยังไงก็ต้องแวะมาสักการะ หากไม่ได้มาก็ถือว่ามาไม่ถึงย่างกุ้งนะคะ เป็นยังงัยกันบ้างคะกับความสวยงามอลังการ และประวัติความเป็นมาของเจดีย์แห่งนี้  สำหรับ EP ถัดไปเราจะพาไปเที่ยวพม่าต่อกันที่ไหนอย่าลืมติดตามกันนะคะ


สะบายดี วังเวียง สปป.ลาว เที่ยวง่าย ใช้งบน้อย สัมผัสธรรมชาติที่งดงาม คลิก

 

บุหรี่ไฟฟ้าแท้จริงแล้วอันตรายแค่ไหน ?

0
บุหรี่ไฟฟ้าอันตราย
Cr: Photo pinterest.com
บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร ?

บุหรี่ไฟฟ้าคือ อุปกรณ์พกพาที่ซึ่งให้ความร้อนและทำให้ของเหลวกลายเป็นไอเพื่อให้ผู้ใช้สูดดม ของเหลวที่สูบมักจะมีนิโคติน สารปรุงแต่งรส และสารเคมี ส่วนผสมนั้นจะแตกต่างกันไปตามยี่ห้อและรสชาติ แม้ว่าฉลากบรรจุภัณฑ์จะไม่ถูกต้องเสมอไป อันที่จริงพบว่าผลิตภัณฑ์บางอย่างอ้างว่าไม่มีสารนิโคตินดังกล่าวอยู่

สมัยนี้การสูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นที่นิยมกันอย่างมาก โดยเฉพาะหมู่วัยรุ่น บางคนสูบเพราะชอบน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ามีรสชาติหวาน เย็น หอม มีหลายรสชาติที่น่าลอง บางคนสูบเพราะต้องการที่จะเลิกบุหรี่ หรือคนบางกลุ่มชอบที่จะสูบเพราะความเท่ ควันเยอะ หรือที่เรียกว่า สิงห์อมควัน อย่างที่เราเคยได้ยิน

ตามหลักความเป็นจริงแล้วการสูบบุหรี่นั้นไม่ดี เป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิต แต่ก็สามารถป้องกันได้ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การสูบบุหรี่ไฟฟ้าได้รับการขนานนามว่าเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าการสูบบุหรี่ เนื่องจากไม่มีสารเคมีที่เกิดจากการเผาไหม้เข้าสู่ร่างกาย แต่ในทางกลับกันการสูบบุหรี่อาจจะอันตรายมากกว่าก็ได้ ถ้าหากว่าอุปกรณ์ที่เราใช้นั้นมันไม่ได้มาตรฐาน ถึงแม้จะเป็นวิธีที่ช่วยเลิกบุหรี่ได้ แต่การสูบบุหรี่ไฟฟ้านั้นจะปลอดภัยกว่าจริงหรือ?

 

Cr: Photo pinterest.com
มีอะไรอยู่ในบุหรี่ไฟฟ้าของเราบ้าง ?

นิโคติน

น้ำยาที่เราสูบนั้นมีนิโคติน จริง ๆ จำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบระยะยาวของบุหรี่ไฟฟ้า แต่เรารู้อยู่แล้วว่าน้ำยาที่เราสูบนั้น อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ เพราะนิโคตินเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจ เมื่อเราเสพติดอย่างมากมันจะเกี่ยวข้องกับการพัฒนาทางปัญญาที่บกพร่องในวัยรุ่น ความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปอด มะเร็งช่องปาก หลอดอาหาร และตับอ่อน สารนี้ทำให้น้ำตาลในเลือดของเราเพิ่มขึ้น และมันทำให้เส้นเลือดตีบ เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ

สารเพิ่มรสชาติ

ความเป็นไปได้ของรสชาติน้ำยาของบุหรี่ไฟฟ้านั้นดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด เพราะหลาย ๆ คน จะติดใจเพราะสิ่งนี้เอามาก ๆ แต่นอกจากมันจะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสารก่อมะเร็งแล้ว น้ำยาเหล่านี้ยังมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดความเสียหายจากการสูดดมอีกด้วย

สารเคมี

บุหรี่ไฟฟ้านี้มักประกอบไปด้วยสารเคมีหลายชนิดที่เป็นพิษเมื่อถูกความร้อน ตัวอย่างเช่น โพรพิลีนไกลคอลกลายเป็นฟอร์มาลดีไฮต์ที่อุณภูมิสูง

ฟอร์มาลดีไฮต์ คือ สารเคมีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติซึ่งพบในวัสดุก่อสร้างและสารทำความสะอาดในครัวเรือน เป็นสารก่อมะเร็งที่เป็นที่รู้จักซึ่งสามารถทำให้เกิดโรคหอบหืดและส่งผลต่อการทำงานของปอดอีกด้วย

 

ใครใช้บุหรี่ไฟฟ้าบ้าง ?

สังเกตได้เห็นชัดเลยว่าในหมู่วัยรุ่นจะนิยมใช้กันมากที่สุด แม้ว่ามันจะมีข้อจำกัดทางด้านอายุซึ่งระบุว่าบุคลลนั้นต้องมีอายุ 18 ปี จึงจะซื้อบุหรี่ไฟฟ้าได้ ในปี 2020 การสำรวจจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคพบว่า นักเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลายมากกว่า 3.6 ล้านคนในสหรัฐอเมริการายงานว่าใช้บุหรี่ไฟฟ้าภายใน 30 วันที่ผ่านมา และในปัจจุบันเราจะเห็นเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีใช้กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องกังวลมาก ๆ เลยล่ะค่ะ

 

Cr: Photo pinterest.com
ดังนั้นการสูบบุหรี่ไฟฟ้ามันจะปลอดภัยมั้ย ?

ยังต้องมีความจำเป็นที่ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อเรียนรู้ผลกระทบระยะยาวต่อสุขภาพของเรา เพราะการวิจัยแสดงให้เห็นว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีการเชื่อมโยงถึงการเจ็บป่วยหลายอย่างรวมทั้งปัญหาสุขภาพการหายใจ เช่น โรคหอบหืดและโรคเรื้อรังปอดอุดกั้นเรื้อรัง ( COPD )  ความเสี่ยงที่เป็นมะเร็งที่เพิ่มขึ้นก็เป็นไปได้เช่นกัน แม้ว่าจะไม่ได้รับการพิสูจน์อย่างแน่ชัด โดยทั่วไปแล้วบุหรี่ไฟฟ้ามีสารเคมีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ทั่วไป แม้ว่าปริมาณการสัมผัสจะแตกต่างกันไปตามยี่ห้อและนิสัยการใช้ของผู้สูบ ทางที่ดีอะไรที่เราควรเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยงนะคะ เพราะสุขภาพของเราถือเป็นอวัยวะที่ไม่มีเปลี่ยนได้ง่าย ๆ เหมือนอะไหล่รถทั่วไป บางคนเสียไปแล้วเสียไปเลย ยังไงก็อย่าลืมรักตัวเองกันด้วยนะคะ

 


อ่านบทความอื่นๆ

เคล็ดลับในการลดน้ำหนัก ให้พร้อมสำหรับไปเที่ยว

การแต่งหน้า จะทำให้เป็นมะเร็งได้จริงหรือ ?

 

แว่นตาแบบไหนที่ใส่แล้วคือสไตล์ 90s ที่แท้ทรู!

0

สาวสายแฟชั่นลงความเห็นแล้วว่า แฟชั่น 90s กลับมาครองบัลลังก์แฟชั่นในปี 2021 อีกครั้ง รวมไปถึงไอเทมที่บ่งบอกถึงสไตล์ 90 อย่างแว่นตา วัฏจักรและกระแสนิยมของแฟชั่นมักวนเวียนไปเรื่อยๆ แต่ก็มีการพัฒนาตามยุคสมัยด้วยเช่นกัน ยุค 90 เป็นอีกยุคนึงที่มีความแข็งแรงทางด้านแฟชั่นมาก และเป็นยุคสุดคลาสสิค แฟชั่นในยุคนั้นได้รับอิทธิพลมากจาก ดนตรี หรือไอคอนในยุคนั้นและแต่งตัวเลียนแบบบุคคลที่ตัวเองชอบ

แว่นตาสไตล์ 90
Cr.Photo ; whowhatwear.com, buzzfeed.com

รูปทรงของแว่นตาในยุค 90s มีหลากหลายแบบ แต่แบบไหนล่ะที่คือ 90s ตัวจริง

แว่นตาสไตล์ 90
Cr.Photo ; pinterest

แว่นตาทรงสี่เหลี่ยม แว่นกรอบสี่เหลี่ยมกรอบพลาสติกหนาแบบนี้คือสไตล์ 90 เลยล่ะ แว่นทรงนี้ให้ลุคเปรี้ยวแซบ เห็นแล้วนึกถึงสาวใส่เสื้อเอวลอยโชว์หน้าท้องกับกางเกงยีนส์ทรงหลวม ไม่จำกัดเพียงแค่สีดำเท่านั้นนะ แบบสีสันต่างๆ ก็มีนะ

แว่นตาสไตล์ 90s
Cr.Photo ; beqino.com whowhatwear.com

แว่นทรงวงรี สำหรับแว่นทรงนี้เราเห็นกันมาตลอดไม่ใช่เฉพาะแค่ช่วงที่ 90s กลับมาฮิต เพราะแว่นทรงนี้มีความคลาสสิคและค่อยข้างจะเข้ากับรูปหน้าได้หลายรูปหน้า จึงทำให้นักสะสมหรือสายแฟชั่นต้องมีไว้มิกซ์แอนด์แมทช์ สำหรับบางแบรนด์นั้นยิ่งรุ่นเก่าราคายิ่งสูงเลยล่ะ

แว่นตาสไตล์ 90s
Cr.Photo ; jadedldn.com

แว่นตาแบบไร้กรอบ แบบที่เราเหห็นกันบ่อยๆ นั่นแหละคือแว่นสไตล์ 90s แฟชั่นในยุคนั้นเราจะเห็นได้ว่ามีความหลากหลายเหลือเกิน ขนาดแว่นตาก็ยังมีหลายแบบที่ฮิตมาจนถึงปัจจุบัน และแน่นอนว่าแว่นทรงนี้คลาสสิคไม่แพ้ทรงวงรีเลยทีเดียว

แว่นตาสไตล์ 90s
Cr.Photo ; shopakira.com, people.com

แว่นตาแบบสปอร์ตตี้ สำหรับแว่นทรงนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกรูปหน้า ซึ่งมันท้าทายเหลือสำหรับแว่นสปอร์ตตี้ แต่แฟชั่นไม่มีถูกผิด ถ้าเราชอบก็สามารถซื้อเก็บไว้มิกซ์แอนด์แมทช์ได้นะ แว่นทรงนี้คือเอกลักษณ์ของ 90s เลยที่เดียวเพราะศิลปินในสมัยนั้นมักสวมใส่กัน

แว่นตาสไตล์ 90s
Cr.Photo ; foursixty.com

แว่น Tinted คือแว่นที่เลนส์กระจกมีสีสัน ไม่ว่าจะเหลือง ชมพู แดง แว่นทรงนี้ฮิตมากๆ ในยุค 70s แต่จะมีลักษณะใหญ่ แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไปได้มีการพัฒนาให้รูปทรงแว่นสไตล์นี้ดูเล็กลง ถ้าสังเกตกันดีๆ แว่นในยุค 90s นั้นจะมีรูปทรงที่เล็กมากๆ

แว่นตาสไตล์ 90s
Cr.Photo; westware.shop, sunglassassociates.com

Cat-Eye ไม่กล่าวถึงแว่นทรงนี้ก็คงไม่ได้สำหรับแว่นทรงแคทอาย สำหรับยุค 90s มีแว่นตาหลายทรงที่เป็นทรงสุดคลาสสิค อย่างเช่นทรงแคทอาย แว่นทรงนี้ก็ได้มีการพัฒนาให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปและความคล่องตัวของผู้คนมากขึ้นด้วย

บทความที่คุณอาจสนใจ

บอกช่างยังไงถ้าอยากได้เล็บทรงนี้

 

 

 

 

 

ทำอย่างไร? เมื่อต้องเผชิญหน้ากับช้างป่า

ทำอย่างไร? เมื่อต้องเผชิญหน้ากับช้างป่า

ช้างป่า
Cr.Pinterest

ในการเดินทางท่องเที่ยวในธรรมชาติโดยเฉพาะการขึ้นเขานั้นสิ่งที่เราควรรู้และต้องระวังเป็นอย่างมากคือ การท่องเที่ยวแบบไม่รบกวนธรรมชาติและสัตว์ป่า แต่สิ่งไม่คาดคิดก็อาจจะเกิดขึ้นได้แม้เราจะระวังตัวอย่างดีแล้ว การเดินทางขับรถท่องเที่ยวในป่าบนภูเขานั้น การพบเจอกับสัตว์ป่าถือเป็นเรื่องปกติมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็น ลิง ช้าง หรือกวาง สำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง เมื่อเผชิญหน้ากับสัตว์ใหญ่ที่น่าเกรงขรามอย่าง “ช้างป่า” เริ่มแรกเราจะต้องมารู้จักนิสัยของเจ้าช้างป่ากันค่ะ

ช้างป่า
Cr.กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ช้างป่า
Cr.Pinterest

ช้างทุกสายพันธุ์จะอยู่รวมกันเป็นฝูงค่ะ โดยฝูงนึงจะมีราว ๆ 5-10 เชือก หากเราพบเจอช้างที่หากินเพียงลำพังและไม่ใช่ช้างแก่ที่เดินตามฝูงไม่ทันหล่ะก็ ให้สันนิษฐานเอาไว้เลยว่านั่นคือช้างเกเรที่ถูกขับออกจากฝูง หรือเรียกกันว่า ช้างโทน ซึ่งจะมีนิสัยค่อนข้างดุร้าย และอาจเป็นอันตรายต่อผู้ที่จบเจอเจ้าช้างเกเรนี้ได้

ช้างป่า
Cr.Pinterest

นิสัยโดยทั่วไปของช้าง
1.ตื่นตกใจได้ง่าย เมื่อต้องเจอกับสิ่งที่ไม่คุ้นเคย
2.สัมผัสกลิ่นได้ดีมาก และจำกลิ่นที่คุ้นชินได้
3.มีความเฉลียวฉลาด สามารถฝึกเพื่อใช้งานได้
4.ช้างที่มีนิสัยเกเรจะมีอยู่บ้างแต่ไม่มากนัก
5.ช้างตกมัน จะมีนิสัยที่ดุร้ายมาก สามารถทำลายทุกสิ่งที่ขวางอยู่ตรงหน้า

เราจะสังเกตุได้อย่างไรว่า ช้างป่า ตัวไหนอารมณ์ดี อารมณ์ร้าย หรือช้างตัวไหนที่ตกมัน ช้างที่อารมณ์ดีนั้นจะมีจุดสังเกตุ คือ หูจะสะบัดไปมา มีการแกว่งหางและงวง ส่วนช้างที่อารมณ์ไม่ดี หูจะตั้งกางออก ไม่สะบัดหางและงวงจะอยู่นิ่ง เมื่อเจอคนจะจ้องมองตรงมาเหมือนจะพุ่งเข้าใส่ ส่วนช้างที่ตกมันนั้นให้สังเกตุต่อมที่ขมับทั้ง 2 ข้างจะมีลักษณะบวมขึ้นเหมือนไข่ไก่อย่างชัดเจน และจะมีเมือกสีขาวข้นไหลออกมา มีกลิ่นสาบค่อนข้างรุนแรง ในช้างตัวผู้อวัยวะสืบพันธุ์จะแข็ง มีน้ำปัสวะหรือน้ำอสุจิไหลออกมาเป็นครั้งคราว สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราจะต้องสังเกตุเอาไว้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจเมื่อตอนที่ต้องเผชิญหน้ากับช้างป่า ทีนี้เรามาดูกันว่าหากเราต้องเจอกับช้างป่า เราต้องทำตัวอย่างไรกันบ้าง

ช้างป่า
Cr.Pinterest

1.หยุดรถให้ไกลจากช้างอย่างน้อย 30 เมตร หากเราขับรถอยู่เมื่อเห็นช้างป่าจะต้องหยุดรถและติดเครื่องยนต์ไว้ตลอดเวลา หากช้างเดินเข้าหาให้ค่อย ๆ เคลื่อนรถถอยหนี

2.ห้ามใช้แตรรถเด็ดขาด ด้วยอุปนิสัยของช้างนั้นเป็นสัตว์ที่ตกใจง่าย หากเจอเสียงดังอาจจะทำให้ช้างโกรธและทำร้ายเราได้

3.งดใช้แฟลชในการถ่ายรูป เพราะแสงแฟลชที่แยงตาช้าง อาจจะทำให้ช้างตกใจได้

4.ติดเครื่องยนต์รถไว้เสมอ เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ช้างเดินเข้ามาหาจะได้เคลื่อนตัวหนีได้อย่างทันท่วงที

5.หากพบช้างในเวลากลางคืนควรเปิดไฟรถไว้เสมอ เพื่อสังเกตุอาการของช้างและเว้นระยะห่างจากช้างได้อย่างถูกต้อง แต่ห้ามเปิดไฟกระพริบ หรือไฟสูงใส่ช้าง เพราะจะทำให้ช้างตื่นตกใจและเดินเข้าหาเราได้

6.เมื่อตกอยู่ในวงล้อมของช้าง จะต้องตั้งสติเป็นอย่างแรก พยายามค่อย ๆ เคลื่อนรถอย่างช้า ๆ ไปในทางที่มีช้างน้อยที่สุด เพื่ออกจากวงล้อมของช้าง หากเป็นเวลากลางคืนควรใช้ไฟต่ำและอย่าดับไฟเด็ดขาด

7.ไม่ควรจอดรถดูช้าง หากมีรถคันอื่น ๆ ขับตามหลังคุณมา การจอดรถของคุณจะเป็นการกีดขวางผู้อื่นได้

8.ไม่ควรจอดรถและลงไปถ่ายรูปช้างในระยะใกล้  เพราะหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน คุณอาจจะหนีกลับมาขึ้นรถไม่ทัน

9.ประสาทสัมผัสของช้างดีมาก ๆ หากคุณดับเครื่องยนต์ ช้างจะยิ่งเข้าใกล้คุณเพื่อใช้ประสาทสัมผัสอย่างอื่นแทนหูที่ได้ยินเสียงในตอนแรก ไม่ว่าจะเป็นการดู ดม หรือสัมผัส

10.หากมีการจอดรถเรียงกันอยู่บนถนน แล้วเจอช้าง ควรสังเกตุรถคันหน้าให้ดีแล้วช่วยกันระวัง หากรถคันหน้าเปิดไฟถอยก็ต้องสามัคคีกันถอยรถเปิดทางกันอย่างมีสติ

ช้างป่า
Cr.pinterest

ขอขอบคุณข้อมูลดี ๆ และมีประโยชน์ จาก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 

 


“ลาวปั้นข้าว” ร้านอาหารลับ ๆ ที่ปากช่อง เขาใหญ่ คลิก

Hidden Café ระยอง THE CREEPER HOUSE เค้กดี เครื่องดื่มโดน

Hidden Café ระยอง THE CREEPER HOUSE

เมื่อคุณเปิดดูคอนเทนท์นี้ เชื่อว่าร้านลับ ๆ ใน ระยอง ร้านนี้ อาจจะไม่ลับอีกต่อไป และแม้ว่าต้องเลี้ยวรถคดเคี้ยว เข้าซอย หายากแค่ไหน คุณก็จะตั้งใจขับไปอย่างแน่นอน

ด้านหน้า ทางเข้าภายในตัวร้าน เป็นเหมือนประตูบ้านสวนสไตล์อังกฤษ

ป้ายทางเข้าหน้าร้าน ที่ดูเรียบง่าย แต่มีความน่ารัก

ร้านที่เราจะพาทุกคนมาอิ่มอร่อย และฟินไปกับบรรยากาศวันนี้ นอกจากจะไม่ได้ตั้งอยู่บนถนนเส้นหลักที่เราจะขับผ่านแล้ว ยังต้องขับรถคดเคี้ยวไปในเส้นทางที่ไม่คุ้นชินสักหน่อยถึงจะเจอ แต่งานนี้ ถ้าใครได้เข้าไปสัมผัสด้วยตาตัวเองแล้ว รับรองว่า ต้องยอมตั้งใจขับไปจากกรุงเทพฯ เพื่อไปร้านนี้โดยเฉพาะแน่ ๆ

มุมสวนสวยด้านข้างตัวร้าน จะโพสต์ท่าถ่ายรูปแบบไหน ก็สวย

มุมหน้าต่างข้างร้าน  เต็มไปด้วยต้นไม้ ดูสบายตา

เคาท์เตอร์บาร์ภายในร้าน ที่ก็ยังเต็มไปด้วยต้นไม้อีกเช่นกัน

THE CREEPER HOUSE คือร้านเค้กโฮมเมดในสวนสวย ที่รังสรรค์ และดีไซน์ด้วยดอกไม้นานาชนิด พร้อมกับเครื่องดื่มชา กาแฟหลากหลายชนิดให้คุณเลือกสรร

มุมนั่งเล่นภายในร้าน ที่คุมโทน ให้รู้สึกอบอุ่นเหมือนมุมนั่งเล่นที่บ้าน

อีกมุมโซฟาภายในร้าน อยู่ริมหน้าต่าง ที่สามารถมองออกไปเห็นสวนสวยภายนอกได้

สิ่งหนึ่งที่เป็นไฮไลท์ นอกจากเมนูของหวาน และเครื่องดื่มคือ บรรยากาศทุกมุมภายในร้านที่ถูกตกแต่งให้ดูเป็นสวนสวนสไตล์อังกฤษ ทำให้เป็นคาเฟ่ที่ดึงดูดเหล่า cafe hopper ทั้งหลายมาแวะถ่ายรูปสวย ๆ กัน แน่นทุกวัน ซึ่งร้านนี้ตั้งอยู่บนทางหลวงชนบทระยอง เส้นนิคมพัฒนา ให้ทุกคนขับมาตามเส้นพัทยา 36 หรือจะให้ดีก็เชิร์ช Google Map ว่า “The Creeper House” รับรองถึงแน่นอน

โซนสวนหินภายนอก ที่ถูกดีไซน์ออกมาอย่างลงตัว ทั้งโทนสี และชนิดของต้นไม้

Creeper Backyard โซนใหม่ รองรับสถานการณ์โควิด

ซึ่งในช่วงสถานการณ์โควิดนี้ ทางร้านก็ปรับตัวเพื่อรองรับลูกค้าด้วยการงดเข้าไปนั่งทานในโซนห้องแอร์ พร้อมจัดสวนเก๋ๆ ที่สวยโดดเด่นมากอยู่แล้ว ให้กลายเป็นมุมนั่งเล่น เว้นระยะห่าง ที่ยังคงเอกลักษณ์ไว้อย่างน่ารักเช่นเดิม โดยใช้ชื่อเฉพาะกินว่า CREEPER BACKYARD โดยปรับการชงกาแฟจากเครื่องชงใหญ่ ๆ มาเป็นหม้อโมกาพอต เพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์ ทำให้ลูกค้าได้ฟิลลิ่งการดื่มกาแฟสด เหมาะกับสายกาแฟที่ชอบตระเวณชิมกาแฟแน่นอน

เค้กดอกไม้หลากหลายชนิด ที่ถือเป็นไฮไลท์ของที่นี่

เค้กที่เราสั่งมาลองชิมวันนี้ หน้าตาดีทุกชิ้น

แน่นอนว่านางเอกของคาเฟ่นี้ หนีไม่พ้นเค้กหลากหลายชนิดที่มาพร้อมรสชาติความอร่อย ที่สำคัญถูกตกแต่งมาอย่างสวยงามจนบางคนกว่าจะได้กิน ต้องจับน้องเค้กมาถ่ายรูปจนเมมโมรี่โทรศัพท์จะเต็ม ลองมาดูกันว่า ที่นี่มีอะไรน่ากิน

บ้างนิวยอร์กชีสเค้กฮันนีเลม่อน : 165 บาท

นิวยอร์กชีสเค้กเนื้อนุ่มละมุนลิ้น หอมทั้งกลิ่นครีมชีส และกลิ่นเลม่อนที่ทำให้รู้สึกสดชื่น ทำให้รสชาติชีสเค้กโฮมเมดชิ้นนี้ไม่เลี่ยนอย่างที่เคย พลาดไม่ได้คือต้องประดับประดาด้วยก้านดอกไม้เล็ก ๆ ให้คุณได้ถ่ายรูปเก็บไว้อวดเพื่อน ๆ

ชีสเค้กช็อคเชอร์รี่ : 175 บาท

ครีสชีสรสช็อคโกแลตนุ่ม ๆ ตัดกับเนื้อเค้กช็อคโกแลตเข้มข้น เข้ากันอย่างเหลือเชื่อกับเชอร์รี่สด และทับทิม ที่ใช้ประดับตกแต่งมาจนสีสันน่าทานสุด ๆ

เค้กมะพร้าวน้ำหอม (มะพร้าวอัญชัญ)

สปองค์เค้กกลิ่นหอม ที่ถูกแทรกแซงมาด้วยครีมมะพร้าวอ่อนอัญชัญ ที่ตักเข้าปากทุกคำ คุณได้เนื้อสัมผัสของมะพร้าวอ่อนชิ้นโต และกลิ่นหอมของอัญชัญกระแทกเข้าจมูก ประดับตกแต่งมาด้วยดอกอัญชัญสดจนสวยงาม

เลิฟเอเดน : 85 บาท

ชาพีช เลม่อนที่ผสมโซดา ให้ความรู้สึกสดชื่นตั้งแต่จิบแรก ยิ่งไปกว่านั้นยังหอมทั้งกลิ่นพีช และเลม่อนที่สุด

ช็อคโกแลตพรีเมี่ยม : 85 บาท

สำหรับคอช็อคโกแลตต้องห้ามพลาด เพราะคุณจะได้รับรสชาติเข้มข้น หอม มัน จากช็อคโกแลต และนมในแก้วนี้

มัทฉะเผือก : 125 บาท

มัชฉะเลิฟเวอร์พลาดไม่ได้ สำหรับผงมัชฉะเข้มข้นของทางร้าน ที่ชงกับนมเผือก ทำให้แก้วนี้ หอมทั้งกลิ่นชาเขียว และกลิ่นนมเผือกที่หลายคนโปรดปราน

THE CREEPER HOUSE เปิดให้บริการ วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เวลา 10:00 – 17:00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 096-945-4941 หรือ FB: The Creeper House

บ้านหอมเทียน ราชรี สถานที่ท่องเที่ยวเก่า แต่มาทีไรก็ยังเก๋าอยู่

บ้านหอมเทียน ราชรี สถานที่ท่องเที่ยวเก่า แต่มาทีไรก็ยังเก๋าอยู่

บ้านหอมเทียน

สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อใน อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี รุ่นบุกเบิกคือ บ้านหอมเทียน โดยมีการจัดงานเทียน และดนตรีในเทศกาลต่าง ๆ ในอำเภอสวนผึ้ง จึงทำให้เป็นที่สนใจ และมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้น มีผู้คนพูดถึงความงดงามของการจัดแสดงเทียน เช่น งาน Romantic Art Festival, Candle in the Winter ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปีที่ ซีนเนอรี่ วินเทจ ฟาร์ม

เอกลักษณ์ของบ้านเทียนหอมก็จะมีจุดเด่น ด้วยเรื่องของการตกแต่งสไตล์วินเทจ มีของเก่าหายากมากมายมาจัดวางตามสถานที่ภายในนี้ ซึ่งที่จุดนี้ อยู่ใกล้กับประเทศพม่า ระยะห่างเพียง 21 กม. เท่านั้น

เมื่อเดินเข้ามาจะเห็นว่าที่นี่ตกแต่งเต็มไปด้วยเทียน แทบจะทุกอย่างเลย ซึ่งก็จะมีเทียนที่ปั้นเป็นรูปทรงแปลก ๆ มากมาย ได้บรรยากาศเหมือนเดินเข้าร้านสปา ด้วยกลิ่นหอมของเทียนที่เค้าจุดไว้ตลอดเวลาบนโครงเหล็กรูปทรงต้นคริสต์มาส เริ่ดอยู่น้าอย่าว่าไป

ถ้าลองเดินสำรวจภายในสถานที่ เราจะเจอกับเทียนรูปทรงต่าง ๆ มากมาย หลายแบบ หลายทรง รวมถึงเทียนอโรม่า ที่วางขายเต็มไปหมด ใครชอบจุดเทียนหอมต้องชอบที่นี่แน่ ๆ ค่ะ เราสามารถซื้อไปเป็นของฝาก เป็นของที่ระลึกได้ น่ารักไม่เบาเลยจริงๆ

บ้านหอมเทียน

นอกจากการเข้ามาชมเทียนแล้ว ที่บ้านหอมเทียนยังมีเปิดสอนทำเทียนแบบง่ายด้วยนะคะ เราสามารถเข้าไปดูวิธีทำเทียน หรือเรียนได้ ในจุด เรียนทำเทียนค่ะ เราว่าที่นี่เหมาะกับการพานักเรียนมาทัศนศึกษาเรื่องของเทียน และวิธีทำก็ดีนะคะ ได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ว่ากว่าจะมาเป็นเทียน กว่าจะหลอม และกว่าจะนำมาปั้น ทำลวดลายและจุดให้เกิดแสงสว่างได้ มันมีขั้นตอนที่เราอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน เพื่อให้เข้าใจถึงการให้แสงสว่างที่เกิดจากเทียน

ภายในสถานที่เรียนทำเทียนก็จะเป็นพื้นที่โล่งๆ และมีทีมงานที่คอยต้มเทียนไว้สำหรับสอนคนที่สนใจจะเรียนปั้นเทียน ซึ่งการเรียนที่ใช้เวลาไม่นานเลยค่ะ เพราะทุกอย่างเค้าเตรียมไว้ให้หมดแล้ว เราเพียงทำตามคำแนะนำที่เค้าบอก อย่างเราก็เลือกทำเป็นเทียนรูปแกะค่ะ แต่เอาจริงตอนดูตัวอย่างที่พี่เค้าสอนดูง่ายมากเลย พอทำเองจริง ๆ มันไม่ง่ายอย่างที่เห็นนะทุกคน 555+ แต่ก็คิดว่าไม่ยากเกินกว่าที่ทุกคนจะทำได้นะ เพราถ้าเราทำได้ เราเชื่อว่าทุกคนก็ทำได้ค่ะ ทำเสร็จแล้ว ได้เทียนที่ทำกลับไปเป็นที่ระลึกด้วย เลิฟเลย

บ้านหอมเทียน

นอกจากเรื่องของเทียนแล้ว ที่นี่ก็มีขนมขายด้วยนะคะ แต่เป็นพวกขนมโบราณ อย่างขนมข้าวตัง ขนมขาไก่ ขนมเมอแรง และของเล่นเด็กยุคสมัยก่อนค่ะ ถือว่าดีนะคะเป็นการถ่ายทอดความเป็นเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทยได้ดีเลยค่ะ

บ้านหอมเทียน

อีกจุดนึงที่น่าสนใจ คือ ร้านกาแฟค่ะ เป็นร้านกาแฟที่มีที่นั่งหลากหลายโซน มีกาแฟให้เลือกหลากหลาย และมีเบเกอรี่ เค้กน่ารัก ๆ มากมายเลย แต่จุดที่ประทับใจบนร้านกาแฟที่นี่ก็คือ จุดชมวิว ซึ่งถ้ามองไปแบบสุดลูกหูลูกตาก็จะเห็น เขาเล็ก ๆ เห็นธรรมชาติสีเขียวของต้นไม้ที่ปกคลุมเขา มันช่างดีต่อใจอะไรเบอร์นี้

บ้านหอมเทียน

สำหรับอำเภอสวนผึ้ง เรามองว่ายังคงมีความเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์ น่าไปพักผ่อน อย่างน้อย ๆ การที่ได้แวะไปบ้านหอมเทียน ถ้าไม่ได้ทำกิจกรรมอะไร ก็มีร้านกาแฟให้นั่ง และชมวิวความงดงามของธรรมชาติที่นี่ได้ ทุกคนคิดว่าไงคะ คิดเหมือนกันกับเราหรือเปล่า ^^

210 หมู่ 2 อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี
เปิดบริการ
จันทร์ – ศุกร์ เวลา 8.30 น. – 19.00 น.
เสาร์-อาทิตย์ เวลา 8.30 น. – 20.30 น.
Facebook Page banhomtien

 

Please Don’t Tell คาเฟ่วิวดีที่เขาใหญ่ คลิกเลย

หมดกังวลแต่งหน้าไม่ติด กับเคล็ดลับเลือก “รองพื้น” สำหรับสาวผิวแห้ง

การเลือกซื้อเครื่องสำอางเลือก “รองพื้น“สักชิ้นสำหรับหลายคนอาจจะไม่ใช่ปัญหา แต่สำหรับบางคนนั้นอาจจะเป็นสิ่งที่ยาก เพราะในปัจจุบันมีเครื่องสำอางที่ผลิตออกมาจำหน่ายมากมาย ก็จะมีนักรีวิว หรือ influencer ที่ค่อยแนะนำให้กับเราเยอะแยะเต็มไปหมด ซึ่งบางครั้งเราก็ไม่สามารถรู้ได้เลยจริงๆ ว่าผลิตภัณฑ์นั้นๆ จะดีกับตัวของเราหรือไม่

ในหลายๆ ครั้ง การตัดสินใจเลือกรองพื้นตาม นักรีวิว หรือ influencer ก็ทำให้เราผิดหวังกับผลลัพธ์ตามที่รีวิวไว้ ปัญหานี้อาจจะไม่ใช่เป็นเพราะผลิตภัณฑ์ แต่อาจจะเป็นเพราะสภาพของผิวหน้าของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างกันนั้นเอง วันนี้เราจะมาแนะนำการเลือกรองพื้นสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแห้ง 

ปัญหาผิวแห้งกับการเลือกรองพื้น

ปัญหาผิวแห้งโดยเฉพาะผิวหน้า เป็นปัญหาที่ส่งผลเสียมากสำหรับคนที่ต้องแต่งหน้าเป็นประจำ หากเราไม่มีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ดีพอ เมื่อเราแต่งหน้าจะพบว่าการเลือก “รองพื้น” ผิดและเครื่องสำอางทั้งหมดของเรานั้นเหมือนลอยอยู่บนหน้า หรือกองอยู่บนผิว โดยไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และทำให้เครื่องสำอางที่เราแต่งไปนั้นไม่ติดทนแบบที่ควรจะเป็น 

ปัญหาผิวแห้งกับการเลือกรองพื้น
Cr: Photo freepik.com

หากใครที่เจอปัญหานี้เราขอแนะนำให้คุณเปลี่ยนรองพื้นดู เพราะ “รองพื้น” จะเป็นตัวที่ช่วยปรับสีผิว ทำให้ผิวหน้าของเราดูเนียนขึ้น การเลือกรองพื้นผิดก็อาจจะทำให้เครื่องสำอางอื่นๆ ไร้ประสิทธิภาพลงไปด้วย 

การเลือกรองพื้นสำหรับคนผิวแห้ง

1.ผิวแห้งแต่ต้องการการปกปิดขั้นสุด

การเลือกรองพื้นสำหรับคนที่ต้องการการปกปิดมากๆ เราไม่แนะนำให้คุณเลือกรองพื้นที่เป็นเนื้อแมตต์ หรือรองพื้นที่แห้งไว้ อย่างเช่น Estee Lauder Double Wear ,NYX Stay Matte But Not Flat Liquid Foundation เป็นต้น ซึ่งจะทำให้หน้าคุณแห้งยิ่งกว่าเดิม จึงอยากให้คุณลองเปลี่ยนมาใช้รองพื้นที่มีความชุ่มฉ่ำอย่างเช่น Bobbi Brown Skin Foundation SPF 15 หรือ NARS Natural Radiant Longwear Foundation  ซึ่งเนื้อจะมีความชุ่มชื้นและปกปิดได้ดีเช่นกัน

เลือก "รองพื้น" ผิวแห้งแต่ต้องการการปกปิดขั้นสุด
Cr: Photo freepik.com/drobotdean

2.ผิวแห้งแต่ต้องการปกปิดปานกลาง

สำหรับใครที่มีปัญหาผิวรอยดำรอยแดงไม่มากเท่าไหร่ ก็มีตัวเลือกรองพื้นมากมายที่มีเนื้อที่ชุ่มชื้นกับผิวหน้า ไม่ควรเลือกรองพื้นเป็นเนื้อแมตต์ หรือเนื้อมูส โดยรองพื้นที่เหมาะกับผิวหน้าคนผิวแห้งที่ต้องการปกปิดปานกลาง ก็จะมีอย่างเช่น MAC Face and Body Foundation ,Benefit Hello Happy Soft Blur Foundation หรือ Bourjois Healthy mix serum ที่มีส่วนผสมของเซรั่มบำรุงผิวอยู่ด้วย

เลือก"รองพื้น"ผิวแห้งแต่ต้องการปกปิดปานกลาง
Cr: Photo freepik.com/drobotdean

3.ผิวแห้งแต่ไม่ต้องการปกปิด

หากคุณมีผิวหน้าที่เรียบเนียนอยู่แล้ว แต่ต้องการปรับสีผิวบนใบให้ให้ดูสม่ำเสมอ และดูเนียนมากขึ้น บางครั้งอาจไม่จำเป็นต้องทารองพื้นก็ได้ แต่ให้เปลี่ยนมาใช้เป็นครีม “BB” หรือ คุชชั่น (cushion) ซึ่งจะช่วยในการปรับสีผิว และยังมีความชุ่มชื้นที่มีมากกว่ารองพื้นอีกด้วย แต่ปัจจุบันอาจจะต้องเลือกรองพื้นให้ดี เพราะหลายแบรนด์ได้ทำ BB หรือ คุชชั่น ที่ควบคุมความมั่นบนผิวหน้า ซึ่งไม่เหมาะกับคนที่มีผิวแห้งเป็นอย่างมาก

เลือก "ร้องพื้น" ผิวแห้งแต่ไม่ต้องการปกปิด

อย่างไรก็ตามการปล่อยให้ผิวหน้าของเราแห้งต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการบำรุงให้ผิวหน้าชุ่มชื้น แต่จะมาแก้ปัญหาด้วยการเลือก “รองพื้น” อย่างเดียวอาจไม่ดีนัก ฉะนั้นคุณควรจะมีการบำรุงผิวอย่างถูกต้องสำหรับคนที่มีหน้าแห้ง การชโลมด้วย มอยเจอร์ไรเซอร์ หรือการมาสก์หน้าเป็นประจำก่อนจะช่วยให้รองพื้นและการแต่งน้าให้ติดทนอยู่บนหน้าได้ แต่สำหรับใครที่หน้าแห้งเพราะการรักษาหรือใช้ยา อย่างการรักษาสิว ควรจะหยุดการแต่งหน้าสักพักจะดีกว่าค่ะ

 

7 ชิ้นเด็ด “ลดรอยสิว” ให้หาย เหมือนไปเลเซอร์

ปัญหาผิวหน้าที่ทำให้ทุกคนนั้นเป็นกังวลที่สุดคงจะเป็นปัญหาเรื่องของรอยดำรอยแดงที่เกิดจากสิว ตอนเป็นวัยรุ่นอาจจะมาเพียงแป๊บๆ เดี๋ยวก็ห้ายไป แต่ยิ่งพออายุมากขึ้นเท่าไหร่เมื่อเป็นสิวรอยดำรอยแดงพวกนี้กลับหายช้าลงมากๆ และการจะกู้ผิวให้เนียนใสเหมือนเดิม หรือ “ลดรอยสิว” นั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย

ที่จริงแล้วรอยดำรอยแดงที่เกิดจากสิวนั้นสามารถทำให้หายได้หลายวิธีไม่ว่าจะทำเลเซอร์ หรือใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ในการช่วยเพื่อทำให้รอยพวกนั้นจางลงและหายไปได้ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยค่ารักษาลดรอยสิวที่แพง และบางครั้งข้อจำกัดในการใช้ชีวิตประจำวันก็มีเยอะทำให้หลายคนไม่สะดวก ทำให้แบรนด์เครื่องสำอางหรือเวชสำอางมากมายได้ออกผลิตภัณฑ์ลดรอยดำรอยแดงที่เกิดจากสิวขึ้นมาเป็นจำนวนมาก

จะรู้ได้อย่างไรว่าผลิตภัณฑ์ลดรอยสิวแบรนด์ไหนดี?

หลายๆ ครั้งที่เราเห็นผลิตภัณฑ์ลดรอยดำรอยแดงตามโฆษณาก็ทำให้เรานั้นอยากที่จะลองซื้อมาใช้ ซึ่งเราต้องลองผิดลองถูกกันอยู่หลายครั้ง และในบทความนี้เราจะพาทุกคนได้ไปรู้จักกับผลิตภัณฑ์ลดรอยสิวที่หลายคนใช้แล้วเห็นผลจริง จนเราต้องมาแนะนำให้กับผู้ที่กำลังประสบกับปัญหานี้ได้นำไปใช้ เพื่อให้ผิวกลับมาสดใสเหมือนเดิม

โดยเราได้รวบรวม 7 ชิ้นเด็ดที่จะทำให้รอยดำรอยแดงหายเหมือนไปทำเลเซอร์มาเลยทีเดียว จะมีผลิตภัณฑ์ไหนบ้างไปดูกันเลย…

1. Kiehl’s Dark Spot Serum

ถือเป็นที่สุดของการลดรอยดำรอยแดง ลดรอยสิว ได้ดีมากๆ สำหรับใครที่เคยใช้จะรู้ดี เพราะเพียงใช้แค่ขวดเดียวก็เห็นผลได้ชัดเจนขึ้นแล้ว “Kiehl’s Dark Spot Serum” สำหรับคนที่เป็นสิวอยู่ก็สามารถใช้ได้อย่างไม่มีปัญหาเลย เพราะในเซรั่มมีส่วนผสมของ แอคติเวเต็ดซี (ACTIVATED C) ที่่ช่วยลดความเข้มลอยดำรอยแดงให้จางลง และ ซาลิไซลิกแอซิด(SALICYLIC ACID) ช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นนอก อย่างอ่อนโยน ทำให้รอยต่างๆ หายไปอย่างรวดเร็ว

Kiehl's Dark Spot Serum ลดรอยสิว

คนที่มีผิวแพ้ง่ายใช้ได้หรือไม่? เราบอกไม่ได้ 100 % ว่าสามารถใช้ได้ทุกคน แต่สำหรับคนส่วนใหญ่ไม่เกิดอาการแพ้ แถมยังทำให้การเกิดสิวน้อยลงอีกด้วย และทาง Kiehl’s ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติในการผลิต เราจึงมั่นใจได้ว่าสิ่งนี้จะปลอดภัยกับใบหน้าของเราอย่างแน่นอน

2. Kiehl’s Powerful Strength Line Reducing Concentrate

ยังคงไม่พ้นกับแบรนด์ Kiehl’s ซึ่งตัวนี้เป็นเซรั่มวิตามิน © ที่ทรงพลังในการช่วยลดรอยดำรอยแดงมากๆ พร้อมช่วยฟื้นฟูผิวให้ขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย เพราะในเซรั่มนี้มีส่วนผสมของวิตามินซีความเข้มข้นถึง 12.5% เป็นวิตามินซีบริสุทธิ์ วิตามินซีจี และมีไฮยาลูโรนิก แอซิดเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว มั่นใจได้เลยว่าสิ่งนี้จะช่วยลดรอยดำรอยแดงลดรอยสิวได้จริงอย่างแน่นอน

Kiehl’s Powerful Strength Line Reducing Concentrate

มีข้อควรระวังในการใช้หรือไม่ ? สำหรับตัวนี้ด้วยความที่มีส่วนผสมของวิตามินซีบริสุทธิ์ อาจจะทำให้ผิวของเราไม่ทนต่อแสงแดดเท่าไหร่ ควรที่จะทาเฉพาะเวลากลางคืนเท่านั้นจะดีกว่า และต้องเก็บไว้ในที่ไม่มีแสงส่องถึง

3.Eucerin Pro Acne Solution A.I. Matt Fluid

เป็นอีกหนึ่งชิ้นที่คนรอบข้างซื้อไปใช้ และเห็นผลจริงในการช่วยลดรอยดำรอยแดง ลดรอยสิว ยิ่งคนที่มีหน้ามันมากๆ มอยเจอร์ไรเซอร์ตัวนี้จะช่วยคุมความมันได้เป็นอย่างดี และช่วยลดการระคายเคืองบนผิวได้อีกด้วย

Eucerin Pro Acne Solution A.I. Matt Fluid

เป็นสิวอยู่ใช้ได้หรือไม่ ? สำหรับคนที่เป็นสิวเยอะๆ ไม่แนะนำ ควรรักษาสิวให้หายโดยใช้ผลิตภัณฑ์ของ Eucerin ตัวอื่นรักษาไปก่อน แต่หากมีสิวเพียงเล็กน้อยก็สามารถใช้ได้อย่างไม่มีปัญหา

4.Vichy Liftactiv Specialist Glyco-C Night Peel Ampoules

แบรนด์เวชสําอาง Vichy เป็นที่รู้จักดีในเรื่องของความปลอดภัยอยู่แล้ว เซรั่ม “Liftactiv Specialist Glyco-C Night Peel Ampoules” ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีที่สุดอีกหนึ่งชิ้นในการช่วยลดรอยดำรอยแดงได้จริงๆ โดยผู้ใช้จริงมีการรีวิวไว้เป็นจำนวนมาก สำหรับคนที่แพ้ง่ายก็สามารถใช้ผลิตภัณฑ์นี้ได้ เพราะไม่มีส่วนผสมจาก จากพาราเบน จากน้ำหอม และซิลิโคน ที่จะทำให้เกิดการแพ้ และทำให้สิวขึ้นได้อีก

Vichy Liftactiv Specialist Glyco-C Night Peel Ampoules

ใช้นานมั้ยถึงจะเห็นผล ? อาจจะฟันธงไม่ได้แบบเป๊ะๆ แต่หลายคนที่ใช้ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ภายใน 2 สัปดาห์เท่านั้น ปริมาณที่ใช้อาจจะขึ้นอยู่กับแต่ละคน แต่ควรเน้นที่มีรอยดำรองแดงให้มากกว่าส่วนอื่นๆ

5.La Roche Posay EFFACLAR DUO (+)

เป็นอีกหนึ่งชิ้นที่มีคนแนะนำว่าใช้แล้วรอยดำรอยแดงจากสิวจางลงไปจริงๆ แต่อาจจะใช้เวลาหน่อย สำหรับใครที่มีสิวขึ้นเป็นประจำ EFFACLAR DUO (+) จะช่วยป้องกันสิวเกิดซ้ำ และจำกัดความเสี่ยงของการเกิดรอยแผลเป็นลดรอยสิวขึ้นบนผิวหน้าอีกด้วย และยังทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้น ด้วยเนื้อครีมที่บางทำให้รู้สึกไม่เหนียวเหนอะหนะ ตัวนี้จึงเหมาะสำหรับคนที่เป็นสิวค่อนข้างมากสามารถใช้ได้

La Roche Posay EFFACLAR DUO (+)

6.Clinique Even Better Clinical Radical Dark Spot Corrector

แบรนด์ที่โด่งดังในเรื่องของผลิตภัณฑ์รักษาสิว เชื่อว่าทุกคนที่เป็นสิวจะต้องเคยใช้ “Clinique” จึงได้ออกผลิตภัณฑ์ลดรอยดำรอยแดง ลดรอยสิว ที่บอกได้เลยว่าได้ผลดีมากๆ จากที่เราได้ไปทดลอง และดูจากยอดรีวิว “Even Better Clinical Radical Dark Spot Corrector” มีประสิทธิภาพในการรักษา ด้วยส่วนผสมที่ปลอดภัย เหมาะกับผิวหน้าที่อ่อนแอ แถมยังทำให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใสอีกด้วย

Clinique Even Better Clinical Radical Dark Spot Corrector

สามารถใช้ลดเลือนฝ้ากระได้หรือไม่ ? สำหรับรอยที่ฝังลึกอย่างฝ้ากระ อาจจะต้องใช้เวลามากกว่าการลดรอยดำรอยแดงจากสิวที่ทำให้จางลงได้เร็วผ่ายในไม่กี่สัปดาห์

7.Mederma Intense Gel

ครีมลดรอยสิวที่ใครๆ ต้องรู้จัก “Mederma” มีชื่อเสียงมากในต่างประเทศรวมทั้งในไทยด้วย ที่มีหลายคนรีวิวไว้ว่าเหมาะมากสำหับคนที่ต้องการลดรอยด่างดำ ลดรอยสิว หรือแม้แต่ รอยแผลคีลอยด์, รอยแผลผ่าตัด สามารถทำให้ดูจางลงได้ Mederma Intense Gel อุดมไปด้วยสาร Cepalin สิทธิบัตรล้ำค่าจาก Merz คุณภาพสูงจากประเทศเยอรมนี ทำให้รอยต่างๆ จางลงได้จริง และสามารถมั่นใจถึงคุณภาพ และความปลอดภัยในการใช้ได้เลย

Mederma Intense Gel

เป็นสิวอยู่ใช้ได้หรือไม่? Mederma Intense Gel เป็นครีมที่ใช้ได้กับทุกรอย ทำให้อาจจะมีความเข้มข้นของเนื้อครีมมาก จึงไม่แนะนำให้คนที่เป็นสิวอับเสบให้อยู่ อาจจะทำให้คนที่มีผิวบอบบางอยู่เกิดการแพ้ได้

7 ชิ้นเด็ด ลดรอยสิว ที่เราได้แนะนำไปนั้นเป็นสิ่งที่ผู้เขียนและคนใกล้เคียงได้ลองใช้จริงๆ และมีการบอกต่อกันมาถึงประสิทธิภาพและมีผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ทำให้อยากที่จะมาแนะนำบอกต่อสิ่งดีๆ สำหรับใครที่มีปัญหารอยดำรอยแดงจากสิวให้ผิวหน้ากลับมาเนียนใสได้อีกครั้งอย่างแน่นอน

 

 

7 บุคคล (ตัวละคร) one piece ที่ปฏิเสธ (ว่าที่) เจ้าแห่งโจรสลัด

0

“ฉันจะต้องเป็นราชาโจรสลัดให้ได้เลย”

วลีสุดคุ้นหูจากการ์ตูนดังอย่าง one piece การ์ตูนยอดนิยมอันดับ 1 ตลอดกาล ที่เปิดตัวครั้งในปี 2540 ซึ่งปัจจุบัน ปี 2564 หรือกว่า 24 ปีแล้ว ก็ยังไม่จบ และยังคงดำเนินเรื่องมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกสัปดาห์ ไม่มีขาด (อาจมีงดบ้าง เดือนละครั้ง หรือ 2 เดือนครั้ง) แต่นี่คือ การ์ตูนที่ผูกพันและเติบโตมาด้วยกันกับเด็กยุค 90’s อย่างแท้จริง

One piece คือ เรื่องราวของ มังกี้ ดี ลูฟี่ เด็กหนุ่มที่กิน “ผลโกมุ โกมุ” หรือผลยางยืด ผลไม้ปิศาจที่หากกินเข้าไปจะทำให้ร่างกายมีคุณสมบัติเป็นเหมือนยาง โดยลูฟี่ มีความฝันที่จะเป็น “ราชาโจรสลัด” จึงได้ออกเดินทางเพื่อรวบรวมสมัครพรรคพวก เพื่อท่องไปยังโลกอันกว้างใหญ่

ซึ่งจนถึงปัจจุบัน วันพีซได้ดำเนินมาถึงตอนที่ 1,026 ลูฟี่ก็ได้ลูกเรือมาแล้ว 9 คน รวมเขาเป็น 10 คน ได้แก่ โซโล (นักดาบ) ,นามิ (ต้นหน) ,อุซป (พลแม่นปืน) ,ซันจิ (กุ๊ก) ,ช็อปเปอร์ (หมอ) ,โรบิน (นักโบราณคดี) ,แฟรงกี้ (ช่างซ่อมเรือ) ,บรูค (นักดนตรี)  และ จินเบ (คนคุมหางเสือเรือ)

และอย่างที่หลาย ๆ คนรู้ ลูฟี่เป็นพวกถูกใจใช่เลย ถ้าเจอคนที่ถูกใจก็จะอัญเชิญขึ้นเรือเป็นประจำ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะ “เซย์เยส” เพราะ ทุกคนล้วนมีเหตุผล เป้าหมาย และเส้นทางของตัวเอง วันนี้เราจะมามองย้อนกลับไปว่า กว่า 1,026 ตอนมีใครบ้างที่ปฏิเสธการขึ้นเรือ แมรี่ และ ซันนี่ บ้าง

one piece
one piece

1.ไกมอน

ไกมอน ชายชาตรีแห่งป่า เป็นคนแรก ๆ ที่ลูฟี่นั้นชวนขึ้นเรือ ซึ่งลูฟี่ได้เดินทางไปที่เกาะแห่งหนึ่ง ซึ่งที่นั่นมีสิงสาราสัตว์ที่มีรูปร่างแปลกประหลาดมากมาย และที่นั่นก็ยังมีชายแปลกประหลาดที่อยู่ในหีบสมบัติ นามว่า ไกม่อน เขาคือชายที่ดูแลสถานที่แห่งนี้ ไกม่อนนั้นอยู่ที่นี่มาเป็นเวลา 20 กว่าปี เพื่อเฝ้าสมบัติที่ตัวเองไม่อาจเอื้อมถึง เพราะมันอยู่ในที่สูง!

ซึ่งด้วยความประทับใจในเรื่องราวต่าง ๆ ลูฟี่ได้อาสาเอาสมบัตินั้นมาให้ไกม่อน แต่เจ้ากรรม หีบสมบัตินั้นมัน “ว่างเปล่า” แต่ด้วยสิ่งนี้เอง ลูฟี่ที่มองเห็นถึงความมุ่งมั่นของชายชาตรีแห่งป่า จึงได้ชักชวนขึ้นเรือเพื่อออกเดินทางไปตามหาสมบัติที่ “ราชาแห่งโจรสลัด” ได้ทิ้งไว้ก่อนตาย แต่ด้วยความเป็นห่วง และผูกพันกับบรรดาสัตว์แปลกทั้งหลาย ไกม่อน จึงได้ปฏิเสธลูฟี่ ด้วยเหตุผลที่ว่า เกาะและสัตว์บนเกาะ คือสมบัติที่ลำค่าที่สุดแล้ว! (โคตรเท่)

one piece
one piece

2.คร็อกคัส

บุคคลในตำนานที่กลุ่มหมวกฟางเจอตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้าสู่แกรนด์ไลน์ คร็อกคัสคือผู้ดูแลประภาคารแหลมคู่แฝด หรือ รีเวิร์สเม้าน์เท่น อายุ 71 ปี เกิดราศีคนคู่ กรุ๊ปเลือด AB (บอกทำไม!) ซึ่งทางคร็อกคัสเองได้เล่าว่า เขาเคยเป็นหมอประจำเรือโจรสลัดลำหนึ่ง ลูฟี่เองที่ตอนนั้นอยากได้หมอประจำเรือ ก็ได้ออกปากชวนคร็อกคัสให้ขึ้นเรือ

แต่เจ้าตัวปฏิเสธแบบไร้เยื่อใย (ใช่สิ! ตัวเองเป็นถึงระดับตำนานที่ไปสู่จุดสูงสุดกับ โกล ดี โรเจอร์ มาแล้วนิ) เนื่องจากไม่อยากจะกลับไปเป็นเจ้าสลัดอีกแล้ว พร้อมกับต้องดูแลลาบูน ปลาวาฬยักษ์ ที่เฝ้ารอเพื่อนเก่ามากว่า 50 ปี ที่แหลมแห่งนี้

one piece
one piece

3.คุเรฮะ

ยัยแม่มดดอกทรีนู หรือ หมอคนสุดท้ายแห่งอาณาจักรดรัม ดร.คุเรฮะ หญิงวัย 139 ปี (ณ ตอนที่เจอลูฟี่) ผู้ที่เคยถูกลูฟี่ชวนขึ้นเรือ เพราะว่าเรือแมรี่ ยังต้องการหมอ เนื่องจากนามิ มีอาการป่วยเป็นไข้ แบบทนไม่ไหว ก็ได้หมอคุเรฮะ นี่แหละที่ช่วยเอาไว้ ลูฟี่จึงสุดแสนประทับใจ และได้ช่วย “ป้าคุเรฮะ” ขึ้นเรือ ก่อนจะโดนอัดตูม!! เพราะคำว่า ป้า!!! นี่แหละ

คุเรฮะ ปฏิเสธลูฟี่ด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่ชอบทะเล แต่จริง ๆ แล้วแกแค่อยากอยู่บนเกาะนี้ และอยากจะส่งช็อปเปอร์ ซึ่งเป็นทั้งลูก และลูกศิษย์ของเธอให้ออกไปสู่โลกกว้าง กับกลุ่มโจรสลัดที่แสนบ้าบอนี้เท่านั้นเองแหละ

one piece

4.วีวี่ (และการู)

เจ้าหญิงวีวี่ ที่ตกกระไดพลอยโจร ขึ้นเรือมากับกลุ่มหมวกฟาง เพื่อที่จะไปกอบกู้บ้านเมืองของเธออย่างอาณาจักรอาลาบาสต้า ซึ่งทุกคนน่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่า วีวี่ นั้นเป็นตัวละครที่มีความผูกพันกับกลุ่มหมวกฟางมากแค่ไหน เธอถูกนับเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มหมวกฟางอยู่ตลอด เพราะหลังจากลูฟี่ และเหล่าลูกเรือช่วยเคลียปัญหา (กับครอกโคไดล์) ให้ วีวี่เองก็รู้สึกว่า เธอต้องรับผิดชอบ และอยู่ดูแลอาณาจักรของเธอ จนเธอต้องปฏิเสธการขึ้นเรือ

ซึ่งในตอนท้ายสุด ที่กลุ่มหมวกฟางได้ออกเรือไป ด้วยการไม่พูดอะไรซักคำ ทำได้เพียงโชว์สัญลักษณ์มิตรภาพที่แขน เพื่อเป็นการปกป้องวีวี่ จากทหารเรือ และเพื่อสื่อว่าแม้จะไม่ได้อยู่บนเรือ แต่วีวี่คือเพื่อน และสมาชิกของกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางตลอดไป (ซึ้งจนน้ำตาไหลฉากนี้)

5.ไอซ์เบิร์ก

เรื่องราวดำเนินมาถึง เกาะ “วอเตอร์ เซเว่น” เกาะที่กลุ่มหมวกฟางจะได้เจออะไรมากมาย เป็นอีกภาคที่ ซึ้ง ประทับใจ และเสียน้ำตาในตอนจบ กับการที่เรือ โกอิ้งแมรี่ ถึงเวลาปลดประจำการ ด้วยสภาพที่ไม่สามารถซ่อมได้แล้ว และลูฟี่เองก็ตระหนักได้ว่า ควรจะมีช่างซ่อมเรือจริง ๆ ที่จะออกเดินทางและดูแลไปพร้อม ๆ กัน ขึ้นมาเรือมากับพวกเขา

ไอซ์เบิร์ก คือชื่อแรกที่ลูฟี่ชักชวน ไอซ์เบิร์ก คือเจ้าของบริษัท เกเรลล่า คอมปานี บริษัทต่อเรือที่มีชื่อเสียงและยิ่งใหญ่ที่สุดของ “วอเตอร์ เซเว่น” ซึ่งพระเอกของเราก็ออกไปชักชวนทันทีที่พบเจอ แต่ไอซ์เบิร์กก็ต้องปฏิเสธไป อย่างว่าแหละ เขาเป็นระดับประธานบริษัท และนายกเทศมนตรี มีคนมากมายที่เคารพเขา และเขาก็ต้องอยู่ดูแลเกาะแห่งนี้ จะไปลำบากลำบนกับเรือโจรสลัดเพื่อ!?

แต่นั่นแหละแม้จะอกหักจากไอซ์เบิร์ก แต่เจ้าตัวก็สมหวังด้วยการได้เพื่อน และคนที่เปรียบเสมือนพี่-น้องและคู่แข่งของไอซ์เบิร์ก อย่าง “แฟรงกี้” หรือชื่อเก่า “คาติ เฟรม” ผู้มากด้วยพรสวรรค์ด้านการต่อเรือ มาร่วมคณะเดินเรือของเขาในที่สุด

 6-7.ยูนิกาโร และ โมคุโดนัลด์

อันนี้อาจจะแปลกหน่อย เพราะนี่คือ ซอมบี้ม้าลายและซอมบี้ต้นไม้ ซึ่งนั่งก๊งกันอยู่บนเกราะ “ทริลเลอร์บาร์ค” แน่นอนล่ะว่า ต้องโดนปฏิเสธอยู่แล้ว แถมว่าที่เจ้าสลัดผู้ยิ่งใหญ่ยังเกือบโดนลูกเรือของตัวเองรุมสกรัมจากเหตุนี้ ก็คนมันชอบของแปลกอะ ให้ทำยังไง!

และนี่คือทั้งที่ลูฟี่เคยออกปากชวนขึ้นเรือ ทั้งแบบจริงจัง และเล่น ๆ ซึ่งทั้งหมดล้วนปฏิเสธด้วยเหตุผลส่วนตัว แล้วเพื่อน ๆ ล่ะ ถ้าลูฟี่ชวนขึ้นเรือจะออกเดินทางไปกับ “กัปตันสุดป่วน” คนนี้ หรือจะปฏิเสธกัน แล้วถ้าปฏิเสธจะเพราะอะไรกันนะ ?

มาดูวิธีระเบิดไขมันหน้าท้องกันดีกว่าพวกเรา

0

     ฮือออ มันช่างน่าเบื่อซะจริงๆ เวลาเราทานอะไรแล้วมันต้องมากองอยู่ที่พุง จนเป็นก้อนไขมัน ก้นที่หย่อนคล้อย หรือแขนที่หย่อนยาน ทำให้เราหมดความมั่นใจและมีความกังวลในรูปร่างของตัวเอง ลดก็ยาก หยุดกินก็ไม่ได้ อาหารบางอย่างมันก็ต้องโดนกันหน่อย ทั้งรีวิวเอย ของกินที่บูธตามห้างเอย ยิ่งเป็นของหวานนะหรือปิ้งย่าง หมูกระทะ จะบอกว่าเข้าแล้วออกยากเลยแหละ

     ว่าไปนะแม่ ต่อให้มีพุงแค่ไหน ตามหลักแล้วมันก็มีวิธีที่ช่วยให้เรากำจัดไอเจ้าก้อนไขมันนี่ออกไปได้อยู่นะ เอ๊ ว่าแต่มันเกิดจากอะไรได้บ้าง เพราะบางคนออกกำลังกายแต่หน้าท้องไม่หาย เราไปดูสาเหตุและวิธีสลายไขมันหน้าท้องกันดีกว่าค่ะ

สาเหตุที่ทำให้เกิดเจ้าหน้าท้องไขมัน

สลายไขมัน
Cr: Photo pinterest.com

1. คุณเครียดมากเกินไป

  • ฮอร์โมนความเครียดไม่เพียงแต่กระตุ้นห่างกายเพิ่มน้ำหนักแล้ว แต่มันยังรวมถึงไขมันหน้าท้องโดยเฉพาะด้วยนะ มันเป็นสาเหตุที่น่ากลัวข้อนึงเลยที่สามารถพาไปสู่ความอ้วนได้ เพราะมีความอยากกินอาหารที่มีรสหวาน เพราะมันจะเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย

2. คุณมีอายุที่มากขึ้น

  • ยิ่งคุณอายุมากขึ้น ไขมันหน้าท้องเราจะรู้สึกว่าลดยากขึ้นใช่มั้ยละ ไม่เหมือนตอนเด็ก ๆ ที่กินเท่าไรก็ไม่อ้วน รู้สึกอยากจะกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งเลย

3. การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ

  • อันนี้ถือว่าเป็นข้อที่พบมากในหมู่คนที่มีหน้าท้อง เพราะการนอนที่ไม่เพียงพอนั้นจะทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายแปรปรวน เช่น ระดับน้ำตาลในเลือด ระดับฮอร์โมน เป็นต้น
สลายไขมัน
Cr: Photo pinterest.com

4. รีบทานอาหารเร็วเกินไป

  • เมื่อใดที่เราทานอาหารที่เร่งรีบเกินไป จะก่อเกิดปัญหาสุขภาพ เช่น ทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ระบบย่อยอาหารไม่ดี จะมีปัญหาต่อการขับถ่าย และกรดไหลย้อนด้วย

5. มีความเสี่ยงเป็นเบาหวาน

  • จากผลวิจัยเราพบว่าการทานเร็วนั้น โดยเราจะเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด มันจะมีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน

6. สมองสั่งการไม่ทัน

  • เมื่อร่างกายได้รับอาหารที่เร็วเกินไป จะทำให้ร่างกายได้รับปริมาณอาหารที่มากกว่าปกติ แทนที่จะได้รับในปริมาณที่พอดีนั่นเอง

7. ไขมันทรานส์

  • ไขมันชนิดนี้พบได้ใน เค้ก อาหารสำเร็จรูป คุกกี้ เนย และอาหารประเภททอด เรียกว่าไขมันอิ่มตัวสูง เมื่อเราทานเข้าไปมาก ๆ แต่ไม่ออกกำลังกาย ไขมันมันก็จะไปสะสมที่หน้าท้อง

8. ไม่ออกกำลังกาย

  • เราควรขยับร่างกายและคอยหาอะไรทำบ้าง เพราะถ้านอนหรือนั่งเล่นเฉย ๆ ไขมันทีสะสมมันก็จะไม่หายไปหรอกนะ แล้วมันก็จะไปลงพุงเหมือนเดิมนะแม่ พยายามหากิจกรรมที่มันได้ใช้ร่างกาย เช่น งานบ้าน เดินขึ้น-ลงบันได ร่างกายจะได้มีแรงด้วย

 

วิธีง่าย ๆ ที่จะทำให้เจ้าพุงของสาว ๆ สลายหายไป

 

Cr: Photo pinterest.com

1. กินไขมันที่เหมาะสม

  • ดูให้มั่นใจก่อนนะว่าอาหารของเราเต็มไปด้วยไขมันอิ่มตัวเชิงเดียว ซึ่งมันจะพบได้ในถั่ว น้ำมันมะกอก อะโวคาโด และชาเขียวเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการเผาผลาญไขมัน

2. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ

  • ควรพักนอนอย่างน้อย 7 ชั่วโมงต่อคืน เพราถ้านอนไม่เพียงพอ จะส่งผลต่อระดับฮอร์โมนหลายชนิดที่ส่งผลต่อความอยากอาหาร
สลายไขมัน
Cr: Photo pinterest.com

3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

  • ควรทำให้ได้ อย่างน้อย 30 นาที 5-7 วัน ต่อ สัปดาห์ ควรออกกำลังกายทุกส่วน เพื่อที่ร่างกายจะสร้างกล้ามเนื้อและกระดูกที่แข็งแรง

4. เลิกดื่มน้ำอัดลม หรือประเภทที่มีน้ำตาลสูง

  • พยายามลดของหวานและน้ำอัดลมนะ วิธีดื่มนมเพราะลดความอยากของหวานก็ช่วยได้ แต่ต้องเป็นนมจืดเท่านั้น แนะนำเป็นพวกนมแลคโตส หรือพร่องมันเนย จะดีมาก ๆ เลยค่ะ

5. หลีกเลี่ยงความเครียด

  • แต่ละคนมีความเครียดที่แตกต่างกันไป แต่ถ้าจัดการหรือเลี่ยงได้ก็จะดี เพราะไอเจ้าความเครียดนี่แหละที่พาเราอ้วนโดยที่ไม่รู้ตัวกันมาหลายคนแล้ว อาจจะใช้วิธีหาเพลงฟัง ดูหนังตลก หาจังหวะพักให้สมองผ่อนคลาย

6. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

  • สายปาร์ตี้อาจจะไม่ชอบข้อนี้สักเท่าไร แต่มันเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการนสะสมไขมันที่หน้าท้อง ยิ่งดื่มเยอะ ยิ่งสะสมเยอะนะคะ รวมถึงผลเสียทางด้านสุขภาพด้วย
Cr: Photo pinterest.com

การลดไขมันหน้าท้องไม่เพียงพอทำให้สาว ๆ ดูดีขึ้นนะ แต่ยังทำให้มีนสุขภาพที่ดีขึ้นด้วย นั่นเป็นเพราะว่าการแบกน้ำหนักส่วนเกินในช่องท้องทำให้เรามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นสำหรับทุกอย่างตั้งแต่โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ไปจนถึงมะเร็ง ฟังแล้วดูน่ากลัวใช่มั้ยละ การทานอาหารก็ถือเป็นเรื่องที่ควรใส่ใจ ควรเคี้ยวให้นานขึ้น เคี้ยวให้ละเอียดก่อนที่จะกลืน ร่างกายจะรู้สึกถึงอิ่มได้เร็วขึ้น และเพื่อลดความเสี่ยงต่อเจ้าก้อนไขมันลงพุงนั่นเองค่ะ

 


อ่านบทความอื่นๆ

เคล็ดลับในการลดน้ำหนัก ให้พร้อมสำหรับไปเที่ยว

การแต่งหน้า จะทำให้เป็นมะเร็งได้จริงหรือ ?