Home Blog Page 1150

ส่อง บ้านหรูซีรีส์ใหม่ ในโครงการบางกอก บูเลอวาร์ด ดอนเมือง-แจ้งวัฒนะ

ส่อง บ้านหรูซีรีส์ใหม่ ในโครงการบางกอก บูเลอวาร์ด ดอนเมือง-แจ้งวัฒนะ

ส่อง บ้านหรู

 

“LANAI SERIES”  บ้านหรูซีรีส์ใหม่ ในโครงการบางกอก บูเลอวาร์ด ดอนเมือง-แจ้งวัฒนะ กับการเผยความงามแนวคอนเทมโพรารี่ ที่ตอบโจทย์ความเป็นส่วนตัว ท่ามกลางพื้นที่สีเขียวที่จุใจ

สำหรับใครที่กำลังมองหาบ้านสวย ในทำเลดอนเมือง-แจ้งวัฒนะ ล่าสุด บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น ได้เปิดตัวแบบบ้าน “LANAI SERIES” (ลา-ไน ซีรีส์)  ในโครงการบางกอก “บูเลอวาร์ด ดอนเมือง-แจ้งวัฒนะ”  เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่คนที่ชอบพอความหรูหรามาได้พิจารณากัน

โดยซีรีส์นี้มีความโดดเด่นตรงการให้ความสำคัญกับพื้นที่ Semi-Outdoor (พื้นที่กึ่งภายนอก) ที่ดีไซน์ขึ้นเป็นพิเศษ ผ่านการออกแบบพื้นที่ระเบียงกว้างขวาง โดยจัดสรรให้มีระเบียงในร่มทั้งบริเวณชั้น 1 และชั้น 2 ยาวตลอดแนว เพื่อเสริมทัศนียภาพความเป็นส่วนตัว พร้อมตัวบ้านยังออกแบบคำนึงถึงการอยู่อาศัยที่ร่มเย็น มีการติดตั้ง Dynamic Façade (ลักษณะเป็นระแนงกันแดด) ที่สามารถเปิด-ปิด และพับได้อย่างสะดวกมาใช้ป้องกันแสงแดดและความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน ที่สำคัญดีไซน์ตัวบ้านให้สอดรับกับพื้นที่สีเขียวด้านนอก ผ่านการออกแบบภูมิสถาปัตย์ที่ทันสมัย

ส่อง บ้านหรู

LANAI SERIES  ยังมีแบบบ้านให้เลือกทั้งหมด 3 เเบบ ได้แก่

“CALM” ที่ดินเริ่มต้น 52.3 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 231 ตร.ม. ขนาด 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 ห้องครัว 1 ห้องรับประทานอาหาร 1 ห้องพักผ่อนบน  2 ที่จอดรถ

“SHADE” ที่ดินเริ่มต้น 60.1 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 279 ตร.ม. ขนาด 5 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 ห้องครัว 1 ห้องรับประทานอาหาร 1 ห้องพักผ่อนบน 2 ที่จอดรถ

“CAPTIVATE” ที่ดินเริ่มต้น 70 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 356 ตร.ม. ขนาด 5 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 ห้องครัว 1 ห้องรับประทานอาหาร 1 ห้องพักผ่อนบน 1 ห้องแม่บ้าน 3 ที่จอดรถ

นอกจากเรื่องดีไซน์ภายในโครงการทำมาได้น่าสนใจแล้ว ที่ตั้งโครงการยังถือว่าเป็นทำเลที่ค่อนข้างเดินทางสะดวก เพราะพิกัดอยู่ติดกับแถบชานเมืองริมถนนนาวงศ์– สรงประภาในย่านดอนเมือง-แจ้งวัฒนะ ซึ่งใกล้ทางด่วนศรีรัช (ด่านศรีสมาน) เดินทางได้หลายเส้นทางทั้ง ถ.แจ้งวัฒนะ, ถ.วิภาวดีและ ถ.ศรีสมาน

แถมรายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่อการใช้ชีวิต อาทิ โรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์,โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ, อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี, ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ และห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่างโรบินสัน (สาขาศรีสมมาน) เป็นต้น

“LANAI SERIES”  บ้านหรูซีรีส์ใหม่ ในโครงการบางกอก บูเลอวาร์ด ดอนเมือง-แจ้งวัฒนะ ราคาเริ่มต้นที่ 10 – 20 ล้านบาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก www.scasset.com

 

บทความน่าสนใจ : 4 เรื่องต้องรู้! หลังได้แบบบ้านฟรี 

 

รวมดาว 7 บริษัทอสังหาฯ ไทย กับการซื้อที่อยู่อาศัย ผ่าน Cryptocurrency  

รวมดาว 7 บริษัทอสังหาฯ ไทย กับการซื้อที่อยู่อาศัย ผ่าน Cryptocurrency

รวมดาว 7 บริษัทอสังหาฯ ไทย
Cr. Photo : Miloslav Hamřík on Pixabay

ส่อง 7 บริษัทอสังหาฯ ไทย กับการอ้าแขนกว้าง… เปิดใจรับธุรกรรมทางการเงินในโลกดิจิตัล ยื่นข้อเสนอในการซื้อที่อยู่อาศัยผ่านคริปโตฯ มัดใจคนรุ่นใหม่ และเทรนด์ที่กำลังมาแรง

ในปี 2564 กระแสหนึ่งที่มาแรง… ดึงความสนใจของคนทั่วโลกไม่น้อย คงต้องยกให้เรื่องสกุลเงินดิจิตัล สังเกตได้จากในช่วงเดือนพฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา มีการเสิร์ชหาคำว่า “Cryptocurrency” และ “Bitcoin” บนกูเกิลพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

แต่ในวันที่ 7 กันยายน 64 สกุลเงินคริปโตฯ ก็กลับสวนทาง ดิ่งพร้อมกันหลังจากที่ประเทศเอลซัลวาดอร์ ประกาศใช้บิตคอยน์อย่างถูกกฎหมายเป็นชาติแรกของโลก ทว่าด้านธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด ประเทศอังกฤษ คาดการณ์ว่าช่วงท้ายปี 2564 มูลค่าของบิตคอยน์น่าจะมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น

อย่างไรก็ดีในวงการอสังหาริมทรัพย์ในบ้านเรา ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ต่างมีดีเวลลอปเปอร์พากันปรับตัวรับสกุลเงินดิจิตัลกันหลายบริษัทฯ โดยยื่นข้อเสนอในการซื้อที่อยู่อาศัยผ่านคริปโตฯ ไม่น้อย ส่วนแต่ละที่จะมีกลเม็ดเด็ดพรายอะไรบ้าง เราประมวลข้อมูลมาฝาก (เผื่อคุณสนใจโครงการในบริษัทนั้นๆ)

รวมดาว 7 บริษัทอสังหาฯ ไทย
Cr. Photo : www.ananda.co.th

1. บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)

อนันดา ถือเป็นบริษัทแรกในอสังหาฯ ไทยที่ก้าวเข้ามาชิมลางเส้นทางนี้ โดยร่วมมือกับทาง “Bitkub” นำเสนอการใช้ Cryptocurrency หรือสกุลเงินดิจิทัล ชำระแทนเงินสดสำหรับการซื้อบ้านและคอนโดมิเนียมทุกโครงการของอนันดาฯ ผ่าน Wallet ของ Bitkub เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายแก่กลุ่มลูกค้าที่มีความสนใจในการแลกเปลี่ยนผ่านสกุลเงินคริปโทฯ โดยเปิดรับเงินสกุลคริปโทฯ ที่ได้รับการยอมรับในตลาดโลก 3 สกุล คือ Bitcoin (BTC), Ethereum (ETH) และ Tether USD (USDT) โดยมี 4 ขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

– เตรียม Bitkub Wallet  หรือสมัคร Bitkub Wallet ตัวเอง พร้อมยืนยันตัวตน (KYC)

-เตรียมเหรียญ คริปโทฯ ที่จะใช้ชำระให้พร้อมใน Wallet ของคุณ

-โอนเหรียญเพื่อชำระผ่าน QR CODE ที่เจ้าหน้าที่เตรียมให้เข้า Wallet Ananda

-รอรับเอกสารยืนยันการชำระ

รวมดาว 7 บริษัทอสังหาฯ ไทย
Cr. Photo : www.origin.co.th

2. บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)

สำหรับออริจิ้น เป็นอีกดีเวลลอปเปอร์ ที่หันไปจับมือกับ “BitKub” เพิ่มช่องทางซื้อ-ขายบ้านและคอนโดฯ ด้วยการชำระเงินผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล ครอบคลุมทุกโครงการในเครือฯ ทั้งกรุงเทพฯและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)  ไปจนถึงแบรนด์คอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่อย่าง PARK ORIGIN และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนอย่างแบรนด์ Hampton ซึ่งรองรับเหรียญคริปโทฯ 3 สกุล ได้แก่  Bitcoin (BTC), Ethereum (ETH) และ Tether USD (USDT)  โดยผู้ซื้อสามารถชำระผ่าน Wallet จากบัญชี Bitkub ด้วย 4 ขั้นตอนเช่นกัน  คือ

-สมัคร Bitkub Wallet พร้อมยืนยันตัวตน (KYC)

-เตรียมเหรียญ คริปโต ที่จะใช้ชำระให้พร้อมใน Wallet

-โอนเหรียญเพื่อชำระผ่าน QR CODE ที่เจ้าหน้าที่เตรียมให้เข้า Wallet ของ Origin Property

-รอรับเอกสารยืนยันการชำระ

รวมดาว 7 บริษัทอสังหาฯ ไทย
Cr. Photo : www.sansiri.com

3.บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

ทางด้าน แสนสิริ นั้นได้ร่วมือกับ XSpring Digital (บริษัทฯ ที่ปรึกษาชั้นนำที่เชี่ยวชาญในด้านการแปลงสินทรัพย์มาเป็นรูปแบบโทเคน)  นอกจากเปิดโอกาสให้ลูกค้าใช้คริปโทฯ ซื้อบ้าน คอนโดฯ และทาวน์โฮมได้ทุกโครงการแล้ว ยังเปิดรับในการจ่ายค่าส่วนกลางได้ตลอดทุกปี สำหรับโครงการที่บริหารโดยพลัส พร็อพเพอร์ตี้

ที่สำคัญคือเปิดรับทุก Wallet ไม่จำกัด และสามารถคอนเฟิร์มเรตได้ภายในระยะเวลาเพียง 5 นาที ทั้งนี้รองรับเหรียญคริปโตทั้งหมด 4 สกุล ได้แก่ Bitcoin (BTC), Ethereum (ETH), USDC และ USDT ผ่านทาง Bitazza หรือบิทาซซ่า โบรกเกอร์-ดีลเลอร์ที่มีเครือข่ายทั้งในไทยและทั่วโลก

รวมดาว 7 บริษัทอสังหาฯ ไทย
Cr. Photo : www.singhaestate.co.th

4.บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)

ส่วน สิงห์ เอสเตท ดอดไปจับมือกับ Genesis Block ในฮ่องกง ที่ถือเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลระบบนอกตลาด (OTC) เบอร์หนึ่งของเอเชีย โดยการร่วมมือกันครั้งนี้เพื่อรับเงินดิจิทัลของทั้งผู้ซื้อในไทย และเป็นการกรุยทางให้ชาวต่างชาติที่ถือสกุลเงินดิจิทัลสามารถซื้อทุกโครงการของสิงห์ในประเทศไทยได้ง่ายขึ้น แถมช่วยให้ลูกค้าใช้สกุลเงินดิจิทัลได้ในราคาอัตราแลกเปลี่ยนที่ดียิ่งขึ้น และสามารถยืนยันอัตราแลกเปลี่ยนได้ในเกือบจะทันที ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย

โดยซื้อบ้าน คอนโดฯ ชำระเงินจอง เงินโอน เงินดาวน์ ผ่านคริปโทฯ ด้วยวิธีง่าย ๆ ดังนี้

-เตรียม coin ในสกุล USDT หรือ USDC ให้พร้อม จาก wallet ใดก็ได้ และต้องมียอดชำระขั้นต่ำ 100,000 บาท หรือ USD 3,000 ขึ้นไป

-สำหรับ coin ในสกุลอื่น แลกเป็น USDT หรือ USDC ผ่าน Genesis Block หรือ wallet ส่วนตัว

-ติดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายเพื่อแจ้งความประสงค์ในการจ่ายด้วยคริปโต พร้อมเช็คราคาและยืนยันจำนวนเหรียญ โดยฝ่ายขายจะทำการคำนวณและแจ้งจำนวนเหรียญที่ต้องใช้กลับ (ภายใน 10 นาที)

-โอนเหรียญคริปโตเข้า Wallet ที่กำหนด โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายจะเป็นผู้ส่ง QR Code ให้

-รอรับเอกสารและยืนยันการชำระ

รวมดาว 7 บริษัทอสังหาฯ ไทย
Cr. Photo : assetwise.co.th

 5.บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน)

อีกหนึ่งบริษัท ที่ผนึกกำลังกับ Bitkub เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคเป็นเจ้าของบ้านและคอนโดมิเนียมทุกโครงการในเครือ ผ่านการแลกสกุลเงินดิจิทัล โดยลูกค้าสามารถแลกเหรียญคริปโทฯ ผ่าน Wallet ของบิทคับ ซึ่งเตรียมความพร้อมเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้แอสเซทไวส์ยังได้จัดตั้ง บริษัท ดิจิโทไนซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยรองรับการศึกษาและลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนไปของเทคโนโลยี โดยมุ่งความสนใจไปที่เทคโนโลยีบล็อกเชน พร้อมแต่งตั้ง บริษัท ฟิวเจอร์คอมแพทเทเร่ จำกัด เป็นที่ปรึกษาผู้ชำนาญการในการจัดการสินทรัพย์ดิจิทัล

Cr. Photo : www.cmc.co.th

6.บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) CMC

ส่วนทางด้าน CMC ได้จับมือกับ บริษัท ซิปเม็กซ์ จำกัด (Zipmex) ) ผู้ให้บริการ Platform การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำของเอเชีย ทั้งในประเทศไทย สิงคโปร์ ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในด้านการซื้อคอนโดมิเนียม-บ้าน ด้วยคริปโทเคอร์เรนซี่ พร้อมให้นักลงทุนซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ได้ทุกโครงการของ CMC รองรับเหรียญคริปโทฯ ทุกสกุล บนแพลตฟอร์ม Zipmex ขณะเดียวกันลูกค้าสามารถจัดสรรการใช้คริปโทฯ ในการชำระค่าจอง ค่าทำสัญญาซื้อขาย ค่าโอนกรรมสิทธิ์ ค่าส่วนกลาง ฯลฯ ได้ทุกโครงการของ CMC GROUP เช่นกัน

Cr. Photo : charnissara.com

7.บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

ชาญอิสสระ เป็นอีกเจ้าที่หันไปกอดคอกับ BITKUB เพื่อช่วยเพิ่มฐานลูกค้าและขยายช่องทางการให้บริการแก่ลูกค้า โดยทุกโครงการของบริษัทและบริษัทในเครือรวม 13 โครงการ ทั้งคอนโดฯ บ้านเดี่ยว บ้านพักตากอากาศ รวมถึงโรงแรม ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด สามารถจ่ายด้วยสกุลเงินดิจิทัล รวมถึงใช้เงินคริปโทฯ วางเงินจอง เงินดาวน์ เงินโอนได้ 100% ของราคาบ้านหรือคอนโดฯ อีกทั้งใช้แลกเปลี่ยนเป็นค่าที่พัก เมื่อเข้ามาใช้บริการโรงแรม ไล่ลามไปถึงค่าใช้จ่ายส่วนกลาง หรือ Sinking Fund ผ่านเหรียญ 4 สกุลเงิน คือ Bitcoin (BTC), Ethereum (ETH), USDC และ USDT โดยผู้ซื้อสามารถดำเนินการผ่าน Wallet จากบัญชี BITKUB นั่นเอง

และทั้งหมดนี้คือเหล่าดีเวลลอปเปอร์ที่พาเหรดกันปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ มองเห็นโอกาสในอนาคต พร้อมจะนำธุรกรรมทางการเงินในโลกของ DeFi (Decentralized Finance) ระบบการเงินแบบกระจายศูนย์อำนาจไม่พึ่งพาตัวกลาง เข้ามามีบทบาทในวงการอสังหาฯ ไทย คู่ขนานไปกับโลกการเงินแบบดั้งเดิม

บทความน่าสนใจ : ส่องบ้านหรูซีรีส์ใหม่ ในโครงการบางกอก บูเลอวาร์ด ดอนเมือง-แจ้งวัฒนะ

Zermatt เมืองเล็ก ๆ ที่สุดแสนโรแมนติก ที่สวิตเซอร์แลนด์

Zermatt เมืองเล็ก ๆ ที่สุดแสนโรแมนติก ที่สวิตเซอร์แลนด์

Zermatt

สวิตเซอร์แลนด์ ประเทศในฝันของนักเดินทางที่หลงไหลการท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ ที่สวิตเซอร์แลนด์นั้นมีเมืองท่องเที่ยว และสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่มากมายหลายแห่ง สำหรับวันนี้เราจะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับ เมือง Zermatt เมืองเล็ก ๆ บนยอดเขาที่ใครได้ไปแล้วต่างก็ตกหลุมรักในความโรแมนติกของเมืองนี้

เมืองเซอร์แมท ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา แมทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn) ซึ่งเป็นยอดเขาที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์ เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้นั้นได้ชื่อว่าเป็นเมืองปลอดมลพิษ พาหนะที่ใช้สัญจรในเมืองนี้เป็นจะใช้ไฟฟ้าในการขับเคลื่อน นอกจากปลอดมลพิษแล้วอีกสิ่งหนึ่งที่เราได้เห็นคือความสะอาด ที่นี่แทบจะไม่มีขยะ หรือถังขยะเลยค่ะ มีการจัดระเบียบเมืองที่ดีมาก ๆ ระหว่างทางเดินในเมืองจะมีจุดใส่ถุงขยะเอาไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วยนะคะ นอกจากจะเป็นเมืองปลอดมลพิษแล้วยังถือว่าเป็นเมืองปลอดขยะอีกด้วย  การเดินทางมายังเซอร์แมท นั้นวิธีที่สะดวกที่สุดก็คือการนั่งรถไฟค่ะ โดยเราขึ้นรถไฟกันที่เมือง Tasch ใช้เวลาเดินทางไปยัง Zermatt เพียง 20 นาทีเท่านั้นค่ะ นั่งชิล ๆ ชมวิวข้างทางไป เพลิน ๆ รู้สึกว่ามาถึงเร็วมากค่ะ การมาสวิตเซอร์แลนด์ในครั้งนี้เราเลือกมาในช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งถือว่าเป็นช่วงหน้าร้อนของที่นี่ (มิถุนายน-กันยายน) แต่อากาศนั้นเย็นสบายเหมือนอยู่ในห้องแอร์ การที่เราเลือกเดินทางมาในช่วงนี้เพราะต้องการเห็นความสดชื่นของต้นไม้ใบหญ้าสีเขียว ดอกไม้นานาพรรณ และแสงแดดที่อบอุ่น

ถนนหลักของเมืองเซอร์แมท นั้นชื่อว่า Bahnhofstrasse ซึ่งจะไม่อนุญาตให้รถวิ่งนะคะ สองข้างทางของถนนแห่งนี้ จะมีทั้งร้านอาหาร ผับ บาร์ ร้านขายของที่ระลึก และโรงแรม  วันนี้เราเลือกมาพักกันที่ Hotel Schweizerhof Zermatt ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับสถานีรถไฟ และร้านสะดวกซื้อ COOP ค่ะ เป็นโรงที่มีขนาดเล็กแต่หรูหรา และวิวดีมาก ๆ

พรุ่งนี้เราจะพาทุกท่านไปเดินเที่ยวชมเมืองรอบ ๆ และขึ้นไปยังจุดชมวิวยอดเขา Matterhorn กันค่ะ

อาคารและบ้านเรือนที่พักอาศัยหรือแม้แต่โรงแรมในเมืองแห่งนี้ ส่วนใหญ่จะสร้างด้วยไม้ ในสไตล์สวิสชาเล่ด์ ด้วยตัวอาคารที่ไม่สูงมาก ถูกปลูกลดหลั่นกันไปตามแนวเขา ดูแล้วสวยคลาสสิคมาก ๆ บรรยากาศโดยรอบมองเห็นยอดเขาที่มีหิมะปกคลุมอยู่เล็กน้อย มีต้นไม้สีเขียว และแม่น้ำลำธารไหลผ่านกลางเมือง เป็นภาพที่สวยงามประทับใจไม่รู้ลืม เรียกว่าเดินถ่ายรูปภายในเมืองเพลินจริง ๆ ค่ะ เมื่อเดินกันจนทั่วแล้วก็ถึงเวลาขึ้นไปชมวิวเขา Matterhorn ที่เป็นไฮไลท์ของการมาที่นี่กันแล้วค่ะ

Matterhorn นั้นเป็นเขาที่มีชื่อเสียงมาก ๆ แห่งหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์ มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 4,478 เมตร ปลายยอดเขาเป็นรูปทรงพีระมิด หลาย ๆ คนที่อาจจะคุ้นชินรูปภูเขานี้จากช็อกโกแลตยี่ห้องดัง Tobleron ที่ใช้ยอดเขานี้มาเป็นต้นแบบของโลโก้สินค้าค่ะ การเดินทางขึ้นไปชม Matterhorn นั้นมีอยู่ 3 วิธีค่ะ
1. ขึ้นรถไฟ Gormergrat Bahn (เป็นที่นิยมที่สุดเพราะง่ายและสะดวก สบายค่ะ) ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง สำหรับผู้มีบัตร Swiss Pass ได้ส่วนลด 50% ค่ะ สามารถเช็คตารางเวลาได้ที่นี่ คลิก
2.ขึ้นด้วยกระเช้า Matterhorn Express จะเห็นยอดเขาได้ใกล้และชัดเจนที่สุด
3.ขึ้นด้วยรถราง Sunegga และต่อกระเช้าแถมด้วยทริปเดินเขาชม Matterhorn จาก 5 ทะเลสาบ รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก

สำหรับวันนี้เราเลือกวิธีที่ 3 ค่ะ ขึ้นรถรางจาก Zermatt-Sunnegga ต่อกระเช้าขึ้นไปถ่ายรูปด้านบน จากนั้นก็ลงกระเช้ากลับมาถ่ายรูปที่จุดชมวิวทะเลสาบ Leisee จากนั้นค่อยนั่งรถรางกลับลงมายังเมืองเซอร์แมทค่ะ ใช้เวลาในการขึ้นรถรางเพียง 10 นาทีก็ถงจุดชมวิวแล้วค่ะ ไปดูบรรยากาศที่สุดสวยงามอลังการนี้พร้อม ๆ กันเลยค่ะ

เมื่อถ่ายรูปกันอย่างเต็มอิ่มแล้วก็กลับลงมายังเมืองเซอร์แมท แล้วก็ได้เวลาอำลาเมืองเล็ก ๆ สุดโรแมนติกแห่งนี้กันแล้ว ในโอกาศหน้าเราจะมารีวิวสถานที่เที่ยวอื่น ๆ ในสวิตเซอร์แลนด์กันอีก ขอบอกว่าสวยและโรแมนติกมาก ๆ ไม่แพ้ที่นี่แน่นอน รอติดตามกันด้วยนะคะ


หมู่บ้านหิมะดินแดนแห่งจุดเยือกแข็ง คลิก

 

How To สาวอวบแต่งตัวยังไงให้มีเอว!

0

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปผู้หญิงที่มีรูปร่างอวบไม่ใช่สิ่งที่ใครจะมาบูลลี่กันได้อีกต่อไป เพราะทุกวันนี้สังคมเปิดกว้างมากไม่ว่าจะสูงต่ำดำขาวก็ไม่ใช่ปัญหา แต่สาวพลัสไซส์หรือสาวอวบก็มักมีปัญหาหรืออยากหาตัวช่วย เพราะรูปร่างของแต่ละคนเนี้ยไม่เหมือนกัน บ้างก็มีเอวที่ชัดเจน บ้างก็หุ่นตรงมีปัญหาเรื่องการเลือกเสื้อผ้าอยู่บ่อยๆ เชื่อว่าสาวอวบคงต้องการคำแนะนำเหล่านี้

แต่งตัวสาวอวบ
Cr.Photo ; blog.petitedressing.com

เริ่มจากเราต้องรู้จักรูปร่างของตัวเองให้ดีเสียก่อนว่าหุ่นแบบเรานี้เรียกว่าอะไร และจุดด้อยคืออะไรสามารถพรางตาด้วยวิธีใดได้บ้าง ลักษณะบอดี้ของผู้หญิงหลักๆ มีอยู่  5 แบบ คือ ทรงเลขแปด ทรงแอปเปิ้ล ทรงตรง ทรงลูกแพร ทรงสามเหลี่ยมกลับหัว บอกเป็นชื่อง่ายตามนี้ทำให้เข้าใจง่ายขึ้นใช่ไหม

แต่งตัวสาวอวบ
Cr.Photo ; thecurvyfashionista.com
  • ทรงเลขแปด ลองนึกภาพตามนะคะ สาวอวบรูปร่างทรงนี้ถือว่าง่ายต่อการเลือกเสื้อผ้า เพราะเดิมทีสาวๆ เหล่านี้มีเอวอยู่แล้วค่ะ แค่ลองหาเสื้อผ้าที่เน้นให้เกิดส่วนเว้าส่วนโค้งมากขึ้นก็หมดห่วง
แต่งตัวสาวอวบ
Cr.Photo ; thecurvyfashionista.com

Cr.Photo ; thecurvyfashionista.com

  • ทรงแอปเปิ้ล เป็นรูปร่างที่แอบมีพุง เอวหนา รูปร่างช่วงกลางดูกลม จึงต้องมีเทคนิคในการเลือกเสื้อผ้าเข้ามาช่วย เช่น การเลือกกระโปรงหรือกางเกงเอวสูง หรือไอเทมที่มีดีเทลช่วงเอว อย่างเช่นมีการผูกเอว เสื้อสีทึบก็สามารถช่วยพรางหุ่นของคุณได้ดีไม่แพ้กัน เพิ่มดีเทลเล็กน้อยที่คอเสื้อแบบตัววี ทำให้ช่วงบนดูโปร่งและดึงดูดสายตาได้
แต่งตัวสาวอวบ
Cr.Photo ; thecurvyfashionista.com
  • ทรงตรง เป็นหุ่นที่ความกว้างของไหล่ เอว สะโพก ใกล้เคียงกัน เป็นหุ่นที่ไม่มีส่วนเว้าของเอว จึงจำเป็นต้องหาเสื้อผ้าที่ทำให้เกิดส่วนเว้าส่วนโค้งเช่นเดียวกับทรงแปเปิ้ล แต่ต่างกันที่ทรงต้องหาท่อนล่างที่เน้นให้ดูมีสะโพกด้วย
แต่งตัวสาวอวบ
Cr.Photo ; thecurvyfashionista.com
  • ทรงลูกแแพร คือมีลักษณะคล้ายลูกแพร ช่วงไหล่จะเล็กกว่าช่วงสะโพก แต่จะมีส่วนเว้าของเอว ควรหาเสื้อผ้าที่ทำให้รูปร่างดูบาลานซ์กัน เช่น หาเสื้อที่มีดีเทลช่วงแขน มีระบายเพื่อช่วยพลางตาให้ไหล่ดูกว้างขึ้น
แต่งตัวสาวอวบ
Cr.Photo ; thecurvyfashionista.com
  • ทรงสามเหลี่ยมกลับหัว ลักษณะของหุ่นทรงนี้คือจะมีช่วงไหล่กว้าง สะโพกเล็กกว่าไหล่ วิธีแก้คือต้องหาท่อนล่างที่เน้นให้ดูมีสะโพกมากขึ้น

เมื่อเราเข้าใจในรูปร่างของตัวเองแล้ว มันทำให้เราเข้าใจรูปร่างของตัวเองมาขึ้นใช่ไหม ในบทความนี้เราจะไม่เน้นไปที่หลักการเดิมแบบที่ว่า สาวอวบต้องใส่เสื้อสีทึบเพื่อพรางร่างกาย มันก็จริงอยู่ค่ะแต่ยุคสมัยนี้มีหลากหลายแบรนด์มากมายที่ทำเสื้อผ้าสำหรับสาวพลัสไซส์ออกมาโดยไม่ได้จำกัดว่าจะต้องใส่เฉพาะสีทึบเท่านั้น หรือใส่ได้แต่ลายทางตรง แฟชั่นไม่มีข้อจำกัดที่ตายตัว แต่ในการไม่มีข้อจำกัดเหล่านั้น ต้องใส่ความละเอียดอ่อนในการเลือกเสื้อผ้าในเข้ากับตัวเราด้วยเช่นกัน และนี่คือไอเดียสำหรับสาวพลัสไซส์เรานำมาแชร์ปลุกความมั่นใจของคุณกลับมากัน

แต่งตัวสาวอวบ
Cr.Photo ; whowhatwear.com, liketk.it

เห็นไหมว่าสาวอวบอย่างเราไม่จำเป็นต้องใส่แต่เสื้อผ้าสีทึบเพื่ออำพรางหุ่นของเราเสมอไป การใส่สีสว่างก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เพื่อแค่เลือกไอเทมที่ทำให้ดูมีเอวหน่อย เช่นเอวสูงแบบนี้ไง และต้องดูไม่ปกปิดเนื้อหนังของเราไปซะหมดล่ะ เพราะมันจะดูตัน คุณต้องพยายามเลือกเสื้อคอวี หรือคอกว้างหน่อยล่ะ

แต่งตัวสาวอวบ
Cr.Photo ; apps.apple.com, nastygal.com

ใครบอกว่าเราต้องใส่แต่ลายทางตรงเท่านั้นนะ เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แบบนั้นแล้ว เพราะถ้าตีกรอบจนเกินไปเราอาจรู้สึกนอยด์จนไม่อยากแต่งตัวออกไปไหนเลย เพรียงแค่รู้จักรูปร่างตัวเองและทำตามทริคที่บอกก็พอ

แต่งตัวสาวอวบ
Cr.Photo ; whowhatwear.com, rae-everyday.com

ถ้าหลักการต่างๆ มันเยอะเกินไปนัก ก็เพียงแค่คิดเอาไว้ว่าด้านคอวีหรือคอกว้างแล้วช่วงเอวเข้ารูปก็จะสามารถช่วยคุณให้ผ่านไปได้ทุกงานเช่นกัน

บทความที่คุณอาจสนใจ

กลิ่นหอมในสกินแคร์คือน้ำหอมที่เป็นอันตรายต่อผิวจริงหรือ?

เทคนิค “ทำผม” สำหรับคนขี้เกียจสระ

มีใครบ้างที่ขี้เกียจสระผม? วันนี้เรามีเทคนิค ทำผม สำหรับคนขี้เกียจสระมาฝากสาวๆ กัน การมีผมยาวนั้นบางครั้งก็ทำให้เราลำบากมากๆ ถึงแม้ว่าการปล่อยผมมันจะทำให้เราสวยขึ้นก็ตาม และการมีผมยาวสามารถทำผมได้หลากหลายทรง แต่การดูแลทำความสะอาดผมนั้นก็มีความยุ่งยากเหลือเกิน และใช้เวลานาน ยิ่งคนที่มีผมหนาการสระผมกว่าผมจะแห้งก็กินเวลาไปเกือบครึ่งวันถ้าไม่มีไดร์เป่าผมช่วย

ปัญหาของการไว้ผมยาวนั้นคือการ “สระ” ยิ่งบางคนมีหนังศีรษะที่เกิดความมันง่ายทำให้ผมจับตัวเป็นกลีบรีบแบนไร้ความสวยงาม ทำให้ต้องทำความสะอาดผมอยู่ทุกๆ วัน ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีบางวันที่เราเร่งรีบ เกิดความขี้เกียจในการสระผม หรือไม่มีเวลาไปซาลอน ทำให้เราต้องคิดหาทรงผม หรือวิธีการทำผมต่างๆ มากลบความขี้เกียจนี้ให้ได้

ผมมันเพราะไม่ได้สระควรทำอย่างไร?

สำหรับใครที่ไม่ได้สระผม และไม่ต้องการให้ผมดูมัน และดูรีบแบน วิธีที่เราจะแนะนำนั้นหลายๆ คนอาจจะเคยนำไปใช้จริงๆ กับหนังศีรษะ และเส้นผมนั้นคือ การเอาแป้งพรมบริเวณโคนผมที่มีความมัน และเส้นผมจับตัวเป็นก้อน จากนั้นให้ใช้มือขยี้ๆ ให้ผงแป้งจากลง เท่านั้นก็แก้ไขปัญหาผมมันได้แล้ว แต่วิธีนี้ก็ไม่ใช้เป็นวิธีที่ดีที่สุด

การใช้ Dry Shampoo ดรายแชมพู ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จะช่วยทำความสะอาดผมได้อย่างรวดเร็วสำหรับคนที่ไม่มีเวลา และต้องการทำให้ผมไม่มีกลิ่นเหม็น Dry Shampoo เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ถึงจะไม่ได้ช่วยให้ผมหายมันได้มากเท่ากับสระผมจริงๆ หรือใช้แป้ง แต่ก็สามารถแก้ปัญหาเรื่องกลิ่น และความเหนียวของผมได้เป็นอย่างดี

ผมมันเพราะไม่ได้สระควรทำอย่างไร
Cr: Photo emedihealth.com

อย่างไรก็ตามผมที่ไม่ได้สระนั้นถึงจะแก้ไขปัญหาอย่างไรก็ดูไม่สวยงาม ทำให้เราจึงอยากที่จะมาแนะนำวิธีการทำทรงผมแบบง่ายๆ ในการกลบปัญหาผมไม่ได้สระ ให้ดูสวยแบบมีลูกเล่นดังนี้

เพิ่มลูกเล่นด้วยเครื่องประดับ

การเพิ่มลูกเล่นด้วยเครื่องประดับนี้ไม่ใช่ว่าจะให้คุณนั้นใส่มงกุฎ หรือใส่หมวกเพื่อปกปิด แต่ให้คุณลองหาที่คาดผม หรือกิ๊บสวยๆ ที่มีขนาดใหญ่นิดนึง เพื่อดึงดูดความสนใจไปที่ที่คาดผม หรือกิ๊บสวยๆ ของเรา เพื่อให้ผมที่ดูรีบแบนถูกทับด้วยเครื่องประดับ

เพิ่มลูกเล่นด้วยเครื่องประดับ
Cr: Photo lapisdenoiva.com

ม้วนผมหน้าเป็นเกลียวไปข้างหลัง

หากใครไม่มีเครื่องประดับ การม้วนผมให้เก็บไปข้างหลังก็เป็นตัวเลือกที่ดีในการแก้ไขปัญหาผมไม่ได้สระ คุณสามารถแบ่งผมหน้าเป็นสองฝั่งแล้วค่อยๆ ม้วนเก็บผมหน้าทีละหนึ่งปอยผมไล่ไปตามกรอบหน้า คุณจะเก็บไปเรื่อยๆ ถึงด้านหลัง หรือเก็บถึงหูแล้วติดกิ๊บให้สวยงามก็ได้ ด้านหลังให้คุณมัดรวบเป็นหางม้าให้ดูเรียบร้อย ทรงนี้สาวผมสั้นก็สามารถ ทำผม ทรงนี้ได้เช่นกันเพียงแค่ไม่ต้องมัดรวบด้านหลัง

ม้วนผมหน้าเป็นเกลียวไปข้างหลัง
Cr: Photo missysue.com

ทําผม บันแบบสบายๆ สไตล์เกาหลี

การทำบันผมเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการกลบผมที่ไม่ได้สระของเราให้ดูดีขึ้นมาได้ แต่ไม่ใช่ให้บันผมมัดรวบแล้วทำเป็นกระจุกเหมือนกับตอนอาบน้ำนะคะ ก่อนอื่นคุณจะต้องมัดรวบผมในระดับกลางศีรษะให้แน่น แล้วค่อยๆ คลี่ผมออกม้วนปลายผมเก็บให้สวยงาม และสิ่งที่คุณต้องมีคือกิ๊บดำเอาไว้เก็บบันของคุณให้เรียบร้อยตามแบบในรูปได้เลย

ทำผม บัน
Cr: Photo www.womansday.com

เปียผมเก็บทั้งหัวแบบคลายๆ

เมื่อต้องออกไปทำงานด้วยทรงผมที่ต้องดูเรียบร้อย การเปียเก็บทั้งหัวแบบคลายๆ จะทำให้คุณดูเรียบร้อยและดูสุภาพขึ้นมากๆ โดยการเปียควรเริ่มตั้งแต่ครึ่งหัวลงมาจนถึงปลาย หรือท้ายทอย แล้วมัดรวบให้แน่น แต่ตอนเปียผมไม่ต้องทำให้แน่นมาก เพื่อให้ทรงผมของเราดูเป็นธรรมชาติ การเปียนี้คุณสามารถเปียเข้าหรือเปียออกก็ได้แล้วแต่ความชอบและความถนัด

ทำผม เปียผมเก็บทั้งหัวแบบคลายๆ
Cr: Photo missysue.com

ทุกทรงผมที่เราแนะนำนั้นคุณสามารถ ทำผม ด้วยตนเองได้แบบง่ายๆ ยิ่งในเวลาที่เร่งรีบคุณสามารถทำได้อย่างรวดเร็วแน่นอนหลายๆ ทรงผมที่เราแนะนำ คุณยังสามารถนำไปปรับเปลี่ยนได้ตามใจคุณได้เลย เพื่อให้ทรงผมที่ทำเข้ากับตัวคุณที่สุด และปกปิดผมที่ไม่ได้สระของคุณได้ สำหรับสาวๆ คนไหนอยากรู้เทคนิควิธีทำผมในแบบอื่นๆ สามารถติดตามได้ที่ https://inzpy.com/

แจกสูตร!! เมนูอาหารเจ ทำง่าย ทานได้ไม่เบื่อ

แจกสูตร!! เมนูอาหารเจ ทำง่าย ทานได้ไม่เบื่อ

อาหารเจ
Cr.Pinterest

เทศกาลถือศีลกินเจใกล้จะมาถึงอีกแล้วววว!! ปีนี้ตรงกับวันที่ 6-14 ตุลาคม 2564 วันนี้เรารวบรวมเมนู อาหารเจ เด็ด ๆ ทำง่าย ทานไม่เบื่อมาฝากกันค่ะ แต่ก่อนที่จะไปดูเมนูกัน เราต้องรู้ก่อนว่าการทานเจนั้นนอกจากห้ามทานเนื้อสัตว์แล้วยังห้ามทานผลิตภัณฑ์ที่ได้มาจากสัตว์ด้วย เช่น นม เนย ไข่ น้ำผึ้ง และน้ำมันสัตว์ นอกจากนี้ยังต้องงดผัก 5 อย่างนั่นก็คือ กระเทียม หอมทุกชนิด(รวมถึงต้นหอมด้วย), หลักเจียว และใบยาสูบ(งดสูบบุหรี่นั่นเอง) หรือผักอื่น ๆ ที่มีกลิ่นฉุนถ้างดได้ก็ควรงดด้วยเช่นกัน เมื่อรู้หลักการทานเจแล้วก็มาดูกันค่ะว่าวันนี้เรามีเมนูอะไรมาแนะนำเพื่อน ๆ กันบ้าง พร้อมแล้วก็ไปดูกันค่ะ

 

อาหารเจ
Cr.Pinterest

ข้าวผัด 8 เซียน
วัตถุดิบ
1.ธัญพืช 8 ชนิด ได้แก่ เห็ดหอม แครอท ข้าวโพด ถั่วลันเตา ถั่วแดง ลูกเกด เผือก แปะก๊วย
2.ข้าวสวย
3.ซอสปรุงรสเจ
4.พริกไทย
5.น้ำมันพืช

วิธีทำ
1.เตรียมธัญพืช 8 ชนิด โดย นำถั่วแดง ถั่วลันเตา แปะก๊วย และข้าวโพด มาต้มให้สุก พักเอาไว้ นำเห็ดหอมแช่น้ำจนฟูขึ้นและหั่นเป็นเส้นส่วนแครอทและเผือก หั่นเป็นลูกเต๋า
2.ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันพืชลงไปเล็กน้อย นำเผือกและแครอทลงไปผัดพอสุก จากนั้นใส่ธัญพืชที่เหลือลงไปผัดตามให้ครบ
3.ใส่ข้าวสวยลงไป เติมซอสปรุงรส ผัดให้เข้ากัน ชิมรสชาติตามชอบใจแล้วก็ตักลง พร้อมทานได้ค่ะ
*เราไม่ใส่น้ำตาลนะคะ เพราะได้ความหวานจากลูกเกดแล้ว แต่หากใครชอบหวานกว่านี้ก็สามารถเติมน้ำตาลได้ตามชอบค่ะ

 

อาหารเจ
Cr.Pinterest

ผัดผักใส้เต้าหู้
วัตถุดิบ
1.เต้าหู้ถั่วเหลือง
2.เห็ดหอม
3.บร็อกโคลี
4.ข้าวโพดอ่อน
5.แครอท
6.ผักกวางตุ้ง
7.ซอสปรุงรสเจ
8.ซอสเห็ดหอมเจ
8.น้ำมันพืช

วิธีทำ
1.เตรียมผักทั้งหมดโดยการล้างทำความสะอาด แล้วนำมาหั่นไว้ให้เป็นชิ้นพอดีคำ นำเห็ดหอมไปแช่น้ำให้นิ่มฟู แล้วหั่นครึ่ง
2.นำเต้าหู้ถั่วเหลืองมาหั่นเป็นชิ้นลูกเต๋า
3.ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันลงไปพอร้อน ใส่เต้าหู้ที่เตรียมไว้ลงไปผัดให้พอเหลือง
4.จากนั้นนำผักทั้งหมดใส่ลงไป เติมซอสปรุงรส น้ำมันเห็ดหอม คลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมรสให้ถูกใจ ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟค่ะ

 

ของทอดเจ
วัตถุดิบ
1.ผักหรือธัญญพืชที่ชอบทาน เช่น ข้าวโพด เผือก มัน
2.แป้งสาลีอเนกประสงค์
3.ผงฟู
4.เกลือป่น
5.พริกไทยป่น
6.น้ำปูนใส
7.น้ำจิ้มบ๊วย
8.ถัวลิสงคั่วบด
9.พริกป่น
10.น้ำมันสำหรับทอด

วิธีทำ
1.หั่นข้าวโพดเอาแต่เมล็ด เผือกและมัน นำไปล้างให้สะอาด ปอกเปลือกออก ใช้ที่ขูดขูดออกมาให้เป็นฝอยเตรียมเอาไว้
2.ผสมแป้งสาลี ผงฟู พริกไทย เกลือ และน้ำปูนใส จากนั้นคนให้เข้ากันในชามผสม
3.แบ่งแป้งที่ผสมแล้วเป็น 3 ถ้วย จากนนั้นนำ ข้าวโพด เผือก และมันลงผสมในแต่ละถ้วย คลุกเคล้าให้เข้ากัน
4.ตั้งกระทะใส่น้ำมันไว้ ใช้ไฟกลาง รอจนน้ำมันร้อนได้ที่ ตักส่วนผสมลงไปทอด รอจนสีดูเหลืองกรอบ ก็ตักขึ้นได้เลยค่ะ
5.ทำน้ำจิ้มง่ายๆโดยโรยถั่วคั่วป่นและพริกป่นลงบนน้ำจิ้มบ๊วย เป็นอันเสร็จพิธี รับประทานได้ค่ะ

 

อาหารเจ
Cr.Pinterest

เปาะเปี๊ยะเจ
วัตถุดิบ
1.กะหล่ำม่วง
2.แครอท
3.ข้าวโพด
4.วุ้นเส้นสด
5.พริกไทย
6.ซีอิ้วขาวสูตรเจ
7.น้ำตาลทราย
8.แผ่นเปาะเปี๊ยะ

วิธีทำ
1.หั่นข้าวโพดออกจากฝัก หั่นกระหล่ำปลีม่วงและแครอทให้เป็นฝอย เตรียมเอาไว้
2.ตั้งกระทะไฟอ่อนใส่น้ำมันเล็กน้อย นำผักที่เตรียมไว้ และวุ้นเส้นลงไปผัดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วย ซีอิ้วขาว พริกไทย และน้ำตาล ชิมดูให้ได้รสตามชอบ ตักลงพักไว้
3.ตักส่วนผสมที่พักไว้ใส่ลงบนแป้งเปาะเปี๊ยะ ทำการห่อให้เรียบร้อย
*เคล็บลับคือใช้ไข่ไก่ทาที่แป้งตอนห่อ เพื่อให้แป้งติดกันไม่แตกเวลาที่เอาลงทอดค่ะ
4.ตั้งน้ำมันในกระทะ ใช้ไฟกลางรอจนน้ำมันร้อน นำเปาะเปี๊ยะลงทอด พอเปาะเปี๊ยะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองก็ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ทานเดี่ยว ๆ ก็ได้ หรือจะจิ้มน้ำจิ้มไก่ก็อร่อยเด็ดไม่แพ้กันค่ะ

 

อาหารเจ
Cr.Pinterest

กิมจิเจ
วัตถุดิบ
1.ผักกาดขาว เลือกที่หัวแน่น ๆ นะคะ
2.แครอท
3.สาลี่
4.ขิง
5.แป้งข้าวเหนียว
6.เกลือเม็ด
7.น้ำตาลทราย
8.พริกป่นเกาหลีแบบหยาบ
9.น้ำเปล่า

วิธีทำ
1.เตรียมน้ำใส่พาชนะเอาไว้ เติมเกลือลงไป จากนั้นนำผักกาดขาวลงไปแช่เอาไว้จนเริ่มนิ่ม(ประมาณ 3-4 ชั่วโมง) จากนั้นตักขึ้น บีบน้ำออก พักเอาไว้
2.ตั้งหม้อใส่น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง ใส่แป้งข้าวเหนียวลงไปเคี่ยว ใช้ไฟกลางค่อนไปทางอ่อนนะคะ แล้วกวนแป้งไปเรื่อย ๆ ให้เข้ากันจนรู้สึกว่าแป้งเหนียวขึ้นก็ตักลงพักไว้
3.เตรียมซอสหมักโดยใส่ส่วนผสมคือ สาลี่และขิง ใส่ลงไปปั่นให้เข้ากัน
4.เตรียมชามผสมไว้ เติมแป้งกวน สาลี่และขิงปั่น พริกป่นเกาหลี น้ำตาลทราย แครอทซอยฝอย คลุกเคล้าให้เข้ากัน
5.จากนั้นนำน้ำซอสที่ผสมไว้เรียบร้อย ลงไปคลุกเคล้ากับผักกาดที่เราเตรียมไว้ในตอนแรกให้เข้ากัน ตักใส่ขวดโหลหรือพาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด วางไว้ที่อุณหภูมิในห้องเรา ทิ้งไว้ข้ามคืนให้เกิดการหมักให้มีรสเปรี้ยวก็เป็นอันเรียบร้อย ทานได้แล้วค่ะ
*หากชอบเปรี้ยวมากก็สามารถหมักทิ้งไว้เพิ่มได้นะคะ เมื่อได้ความเปรี้ยวที่ต้องการก็นำไปจัดเก็บในตู้เย็นได้เลย
กิมจินี้สามารถนำไปทำอาหารได้สารพัดเมนู อาหารเจ ได้เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นซุปกิมจิเต้าหู้เจ ข้าวผัดกิมจิ ผัดกิมจิใส่โปรตีนเกษตร และอื่นๆอีกมากมายค่ะ

 


เทศกาลกินเจ 2564 คลิก

 

 

 

การเลือกใช้อุปกรณ์ “การเขียนคิ้ว” ให้ปังแบบมืออาชีพ

ใครๆ ก็คิดว่า “การเขียนคิ้ว” นั้นเป็นส่วนสำคัญมากๆ บนใบหน้าไม่ว่าจะเพศไหน ๆ โดยเฉพาะผู้หญิง คิ้วคือส่วนหนึ่งที่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมาก เหมือนกับคำกล่าวที่ว่า “คิ้ว คือมงกุฎของใบหน้า” แต่ก็ใช่ว่าคิ้วของผู้หญิงทุกคนจะสวยงามและน่ามองเหมือนกันหมด และแน่นอนปัญหาที่เกิดกับคิ้วส่วนใหญ่ก็มีอยู่ไม่กี่สาเหตุที่จะต้องคอยรับมือกับมันในทุกๆ วัน

ปัญหาที่เกิดกับคิ้ว ที่ทำให้หมดความมั่นใจ

อย่างที่รู้ๆ กันปัญหาเกี่ยวกับคิ้วของสาวๆ ส่วนใหญ่จะมีอยู่ไม่กี่เรื่องที่ทำให้เป็นกังวลนั่นก็คือ การมีคิ้วที่ไม่ได้รูปไม่ได้ทรง ยากต่อการเขียนคิ้วหรือจะเป็นฝั่งของผู้หญิงที่มีคิ้วบางจนแทบจะไม่เห็นขนคิ้วอยู่แล้ว ก็ต้องมานั่งเขียนมันขึ้นมาใหม่ ปัญหาคิ้วเหล่านี้จะอยู่กับเราไปตลอด ทำให้เราต้องเตรียมความพร้อมกับการรับมือกับปัญหาคิ้วของเราอยู่เสมอ โดยให้คุณเตรียมพร้อมอุปกรณ์ และเครื่องสำอางที่จะทำให้คิ้วคุณดูสวยธรรมชาติเหมือนแบบที่ต้องการในทุกๆ วัน เราจึงจะมาแนะนำอุปกรณ์ และเครื่องสำอางที่ใช้ในการเขียนคิ้ว แบบมืออาชีพ อย่างช่างแต่งหน้า หรือ กูรูที่แต่งหน้าเก่งๆ พวกเขาจะใช้อะไรบ้างในการเขียนคิ้ว

ปัญหา-การเขียนคิ้ว
Cr: Photo freepik.com/master1305

อุปกรณ์ การเขียนคิ้ว ที่ควรมี เพื่อให้คิ้วเป๊ะแบบมืออาชีพ

1.ที่กันคิ้ว (ไฟฟ้า)

หลายคนอาจจะคิดในใจว่า “ใช้มีดโกนธรรมดาในการกันคิ้วไม่ได้หรือ?” จริงๆ ก็สามารถใช้ได้หากคุณมีความสามารถพอและไม่เกรงกลัวต่อของมีคม แต่สำหรับมือใหม่ หรือคนที่กลัว และไม่อยากไปที่ร้านซาลอนบ่อยๆ แนะนำให้มี “เครื่องกันคิ้วไฟฟ้า” สักหนึ่งชิ้น เพราะมันง่ายและมีความอันตรายน้อยมากกว่ามีด อย่างไรก็ตามควรค่อยๆ ใช้อย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้คิ้วคุณหายไปทั้งคิ้ว และทางที่ดีควรวาดกรอบคิ้วที่ต้องการก่อนแล้วค่อยตัดแต่งให้เข้าตามรูปที่ตั้งใจ

2.ดินสอเขียนคิ้ว

หากใครที่ต้องการเขียนคิ้วให้ที่มีความคมชัดมากขึ้น หรือต้องการมีหางคิ้วที่แหลมเฉี่ยวแบบสายฝอ อาจจะต้องมี “ดินสอเขียนคิ้ว” ติดโต๊ะไว้สักหนึ่งแท่ง และควรเลือกสีที่เข้ากับสีผมของเราให้มากที่สุด ไม่เช่นนั้นสีคิ้วของคุณจะดูโป๊ะยิ่งกว่าเดิม

ดินสอเขียนคิ้ว-การเขียนคิ้ว

3.พาเลทเขียนคิ้วแบบฝุ่น

สิ่งนี้จะเหมาะกับผู้หญิงที่ต้องการมีคิ้วที่ดูธรรมชาติ ดูนุ่มนวลแบบสาวเกาหลี การใช้ “พาเลทเขียนคิ้วแบบฝุ่น” นั้น ถือได้ว่าเป็นที่นิยมใช้กันมากในหมู่ช่างแต่งหน้า เพราะจะทำให้คิ้วของผู้ถูกแต่งดูไม่แข็งเป็นทรงเป๊ะๆ และไม่ดูเข้มมากเกินไป ใครที่ชอบคิ้วแบบธรรมชาติควรจะมีติดเอาไว้สักหนึ่งพาเลท

ฝุ่นเขียนคิ้ว-การเขียนคิ้ว

5.แปรงเขียนคิ้ว และแปรงปัดคิ้ว

ใครที่กำลังจะหันมาใช้ที่เขียนคิ้วแบบฝุ่น สิ่งที่คุณควรมีคือ “แปรงเขียนคิ้ว” และ “แปรงปัดคิ้ว” ซึ่งทั้งสองจะช่วยให้การเขียนคิ้ว และวาดให้เกิดทรงที่ต้องการได้ง่ายขึ้น แปรงทั้งสองยังสามารถนำมาเบลนจัดทรงของคิ้วให้ดูเรียบเนียนขึ้นได้อีกด้วย

แปรงเขียนคิ้ว และแปรงปัดคิ้ว

6.มาสคาร่าคิ้ว

สำหรับคนที่ทำสีผมให้สีอ่อนลงที่ไม่ใช่ย้อมผมตามสีแฟชั่น หากต้องการให้สีคิ้วกับสีผมดูไปในทิศทางเดียวกันแนะนำให้ลองไปเลือกซื้อมาสคาร่าคิ้วที่มีสีเข้ากับเส้นผม เพื่อนำมาปัดขนคิ้วให้ดูจางลง และยังสามารถใช้จัดทรงขนคิ้วได้อีกด้วย

มาสคาร่าคิ้ว

7.เจลปัดคิ้ว

ในยุคนี้การมีคิ้วตั้งๆ กำลังได้รับความนิยมมากๆ เราจะเห็นได้จากการแต่งหน้าของเหล่าดารา เซเลบ หรือ อินฟลูเอนเซอร์ หลายๆ คนมักจะปัดขนคิ้วให้ดูฟูขึ้นตั้งขึ้น เพื่อให้ขนคิ้วมีการจัดเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบ และยังทำให้คิ้วดูเป็นธรรมชาติอีกด้วย

เจลปัดคิ้ว

ทุกอย่างที่ได้แนะนำไปนี้คุณอาจจะเลือกเฉพาะที่คิดว่าจำเป็นและได้ใช้จริงๆ ก็ได้ แต่สำหรับใครที่อยากมีคิ้วที่เป๊ะปัง! ก็สามารถมีทุกอุปกรณ์ที่ได้แนะนำไปทั้งหมด เพื่อเตรียมความพร้อมในการแก้ไขคิ้วด้วยตนเอง และนำไปปรับใช้กับสไตล์ “การเขียนคิ้ว“ที่ชอบได้เลย สำหรับใครที่ต้องการเขียนคิ้วให้สวยเป๊ะปัง! หรือเขียนให้ดูธรรมชาติสามารถเข้าไปตามอ่านได้ที่ https://inzpy.com/

 

 

ขนมหวาน ฮิลใจ สายคาเฟ่ The Village Farm To Cafe

ขนมหวาน ฮิลใจ สายคาเฟ่ The Village Farm To Cafe

The Village Farm To Cafe

กาแฟ ก็ต้องคู่กับขนมหวาน เบเกอรี่ จะบอกว่าที่ The Village Farm to Cafe เค้ามี ขนมหวาน ขนมเค้ก เบเกอรี่ น่ารัก ๆ เยอะแยะมากมายเลย ใครที่รู้สึกเบื่อ ๆ ชีวิตไม่สดชื่นเอาซะเลย ชวนเพื่อนไปขับรถไปเลยที่ กาญจนบุรี คาเฟ่ที่นี่มีแต่ของอร่อย

แค่ได้เดินเข้ามาตรงสวนใหญ่ ใบหญ้าเขียวขจีก็แฮปปี้แล้วอ่ะทุกคน มันฟินมากจริง ๆ สดชื่นขึ้นมาทันที สวนด้านหลังของ เดอะ วิลเลจ ฟาร์ม คือวิวดีมากเลยค่ะ สุดทุ่งหญ้าก็จะเป็นทางแม่น้ำไหลผ่าน กับภูเขาลูกเล็กเรียงตัวกันสวยงาม แล้วก็จะเจอกับน้องหารไล่กัด 555+ ล้อเล่นค่ะ น้องหารน่ารัก ส่งเสียงร้องดังกังวาน ทำให้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว ชอบที่นี่มากเลย

The Village Farm To Cafe

เมนูเครื่องดื่มที่นี่ ชื่นฉ่ำมากนะคะ มีเมนูเฮลตี้ด้วย อย่าง Melon Light จะใส่พวกธัญพืช บอกเลย แก้วเดียวจอดค่ะ อิ่มมาก นอกจากนี้แล้วยังมีเมนูเครื่องดื่มอื่นๆ กาแฟ ไอศกรีมสูตรของทางร้านเอง อย่าง Melon Ice Cream รวมถึงอาหารมากมาย สั่งแล้วสามารถเลือกโซนนั่งได้เลยค่ะ ในร้านจะเป็นแบบห้องแอร์เย็นสบาย หรือถ้าชอบแบบโซนด้านนอกก็มีค่ะ นั่งมองทุ่งหญ้ากว้างเขียวสวย สบายตามาก

ขนมหวาน

ภายในร้านส่วนใหญ่แล้วจะตกแต่งด้วย ต้นกระบองเพชร น่ารักกะปุ๊กกะปิ๊กมากค่ะ ชอบในความแต่งร้านเป็นสไตล์มินิมอล มูจิ โทนไม้อ่อนๆ กับผนังอิฐสีขาว แล้วตกแต่งสีเขียวด้วยต้นไม้ฟอกอากาศ ต่าง ๆ นานา เหมาะแก่การมานั่งพักผ่อนกันมากเลยล่ะค่ะ วันหยุดนี้ ต้องไปแล้วมั้งคะ ^^

ขนมหวาน

มาดูเมนูขนมหวาน ฮิลใจกันบ้าง ชุดแรกคือ Stowberry Crape Cake ราดด้วยซอสสตอเบอร์รี่ หอม หวาน ละมุนลิ้นมากทุกคน อ้อ แล้วก็จะบอกว่า ร้านนี้เค้ามีการตกแต่งเค้กแต่ละแบบได้น่ารัก เหมาะแก่การสั่งมาเพื่อถ่ายภาพ Check-In อวดเพื่อน ๆ มากเลยค่ะ ใครไม่ชอบเมนูช็อกโกแลต แนะนำเมนูนี้นะคะ จัดว่าเด็ด

ขนมหวาน

เราต้องไหวค่ะ 555+ ต้องเติมพลังชีวิตกลับไปให้ได้เยอะ ๆ ก่อานเข้าสู่โหมด ทำงาน เพราะจะแนะนำเมนู ขนมปัง สังขยามันม่วง งู้ยยย ขนมปังนุ่มนิ่ม จิ้มกับสังขยามันม่วง มันดีต่อใจมากค่ะทุกคน พลาดไม่ได้จริง ๆ บอกเลย และอีกเมนูนึงคือ ฮอกไกโดเค้กตรีมชาเขียวลาวา สายชาเขียวต้องร้อง ด้านในเป็นเนื้อบัตเตอร์หอมหวานละลายในปาก

ทุกคนต้องเป็นแหละ ทุกคนต้องเป็นเหมือนกับเรา 555+ ขนมเค้กทุกอย่างที่สั่ง จะตักกินเลยไม่ได้ มันต้องได้ภาพสักแชะไปอวดเพื่อน ๆ ก่อนจริงมั้ยคะ จัดวางให้พอดี ถ่ายไปหลาย ๆ มุม ต้องมีสักมุมแหละ ที่จะต้องร้องว่า เอ้อ สวยยย นั่นถึงจะผ่าน แล้วเริ่มเคลียร์เค้กได้ 555+

ขนมหวาน

มีอีกเมนู เหมือนจะเป็นเมนู Signature ของทานร้านค่ะ คือเมนู เต่าปังลุยสวน เป็นขนมเค้กรูปเต่า บนสวนสีเขียว ถ้าอยากรูปว่าหน้าตาเป็นยังไง ต้องไปดูที่ร้านเองนะคะ

The Village Farm to Cafe
ถ.แสงชูโต ต.หนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
เปิดทุกวัน
จันทร์ – ศุกร์ 10.30 – 21.00 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 09.30 – 21.00น.
Google Map: คลิกเลย

 

มาดาม พาเท่ห์ คาเฟ่ เมนูแปลก ไม่เหมือนใคร จ.อุดรธานี คลิกเลย

 

สายท่องเที่ยว ถ่ายภาพ ต้องโดนป้ายยา กับ กล้อง Leica CL edited Paul Smith

สายท่องเที่ยว ถ่ายภาพ ต้องโดนป้ายยา กับ กล้อง Leica CL edited Paul Smith

Paul Smith แบรนด์เสื้อผ้าชื่อดัง ได้ทำการ collab กับผู้ผลิต กล้อง ชื่อดังอย่าง Leica เพื่อผลิตรุ่น Leica CL ขึ้นมา ซึ่งเป็นรุ่น Limited ซึ่งมีเพียง 900 ตัว ขายทั่วโลกเท่านั้น

ซึ่งเอกลักษณ์เด่นของ Paul Smith คือ แถบสีลายทาง หลายแถบ ได้นำมาพิมพ์อยู่บนตัวกล้องด้านล่าง คาดมาถึงด้านหลังของกล้อง และยังมีลายเซ็น ของ Paul Smith ที่เป็นตำนาน logo ลายเซ็นไปแล้ว

การ collab กันยังคงมีรายละเอียดให้ชื่นชมในตัวกล้อง สำหรับผู้ที่หลงใหลใน 2 แบรนด์นี้ คือ มุมที่ไว้ส่องมองเข้าไปในจอ(viewfinder) จะมีการวาดรูปตาเอาไว้ แบบอาร์ต ๆ มาก ส่วนหลังกล้องด้านบน จะมีลายเซ็นคำว่า “look and see” ให้ได้เห็นอยู่ที่ด้านบน

รูปแบบของกล้อง Leica นั้นเป็นเอกลักษณ์ อยู่แล้ว ดูนิ่ง ๆ เท่ ๆ ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง มองทางไหนก็ดูดีไปหมดเลย เห็นแล้วคันไม้ คันมือมาก ส่วนเลนส์ นั้นก็ให้มาเป็น 18mm f/2.8 ASPH Lens ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพเคลื่อนไหวแบบ 4k ได้ สามารถถ่ายภาพ คน ภาพอาหาร portrait หรือ ภาพวิว ก็ได้ เรียกว่าครอบคลุมเลยทีเดียว

ส่วนของที่ให้มาในกล่องนั้นเรียกได้ว่า มีจุดเด่นเฉพาะเลย คือ สายคล้องคอเส้นใหญ่มาก เก็บรายละเอียดด้วยหนัง ให้มาพร้อมสายชาร์จ กับ battery 1 ก้อน  และผ้านาโนไว้เช็ดกล้อง ที่ออกแบบลวดลายสวยงามตามแบบฉบับ Paul Smith

มา unbox กล่องกันค่ะ กล่องที่ให้มาดูหรูหรา hi-end มาก ๆ แพคมาในรูปแบบลิ้นชัก เมื่อเปิดมาด้านบน ก็จะเจอกับ body และ lens ของกล้องเลย ส่วนอุปกรณ์อื่น ก็เปิดในลิ้นชักไปค่ะ

เป็นยังไงบ้างคะ สำหรับสาวก Paul Smith และ Leica หากอดใจไม่ไหว ก็จัดเลยค่ะ อย่างสำนวนไทยที่ว่า กิเลสย่อมระงับด้วยการซื้อ ราคา 3,995 us หรือ ประมาณ 128,000 บาท

กดเข้าไปซื้อเลยค่ะ Paul Smith for Leica

Gopro Hero 10 คลิกเลย

10 กิจกรรมทางทะเล ที่น่าลองเล่นให้ครบ

สายทะเลทั้งหลาย จะรู้กันดีว่า นอกจากการไปเที่ยวทะเล พักรีสอร์ทหรู ๆ เดินถ่ายรูปชิล ๆ ริมหาด หาอาหารทะเลกิน แล้วยังมี กิจกรรมทางทะเล ที่น่าสนใจอีกมากมาย ใครสายลุย ชอบความ Adventure ลองมาดูกัน กับ 10 กิจกรรมที่ไม่ควรพลาด

1. Snorkeling

เวลาไปเที่ยวทะเล จะมัวไปนอนอยู่รีสอร์ทแพง ๆ อย่างเดียวบางทีก็ดูน่าเบื่อเกินไป ลองจองทริปครึ่งวันออกไป ดำน้ำ Snorkeling ดูสัตว์โลกใต้ทะเลกันดู รับรองว่าคุณจะได้เห็นโลกอีกใบ ที่ชิลสุด ไม่รู้ลืม เพลิดเพลินไปกับความสวยงามของปลา และปะการังรูปทรงสวยงามมากมาย สามารถลองได้ใกล้ๆที่ เกาะล้าน เกาะเสม็ด เกาะช้าง

2. Freediving

กิจกรรมทางทะเล

กิจกรรม Freedive จะเป็นขั้น Advance ขึ้นมากว่าการดำน้ำแบบ Snorkeling เป็นการใช้สกิลในการกลั้นหายใจลงไปในน้ำ 1 ลมหายใจ เพื่อลงไปดูฝูงปลา หรือปะการัง ในระยะใกล้ชิดมากขึ้น ใช้อุปกรณ์น้อย มีเพียง มาส์ก และฟิน ก็สามารถ Freedive ได้แล้วค่ะ แต่แนะนำว่า ไม่ควรไปดำน้ำคนเดียว อย่างน้อยเราควรจะมี buddy ไปดำด้วย เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองค่ะ

3. Scuba Diving

กิจกรรมทางทะเล

กิจกรรมดำน้ำอีกหนึ่งกิจกรรม ที่ยอดฮิต ติดอันดับกิจกรรมทางทะเล ก็คือการดำน้ำแบบ Scuba Diving ค่ะ กิจกรรมนี้ อาจจะดูวุ่นวายหน่อย เพราะต้องมีการเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องอุปกรณ์ และต้องมีบัตรอนุญาตดำน้ำแล้ว จึงจะสามารถดำได้ ที่สำคัญคือ พูดอะไรไม่ได้เลย ต้องใช้ภาษามือคุยกันเท่านั้น แต่ถ้าเราเตรียมตัวมาดี ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว ขออย่างเดียว ขออย่าได้หลุดไปกลุ่ม 555+ หลงแล้วจะลำบาก

4. Kayak

พายเรือคายัค พายชิล ๆ Slowlife พายออกไปถ่ายรูปกลางทะเล ได้ความเพลินค่ะ แต่ถ้าออกทะเลไปไกลมาก ก็จะเหนื่อยตอนภายกลับมาค่ะ 55+ ส่วนใหญ่ถ้าไปพักรีสอร์ทติดหาด ก็จะมีให้เราเช่า หรือบางที่ก็มีบริการให้พายฟรีเลยค่ะ ใครเบื่อที่นอนอยู่ในรีสอร์ทก็ลองออกมาพายเรือ ดูความงดงามของทะเลก็เป็นเรื่องที่ไม่เลวนะคะ

5. Paddle Board

กิจกรรมทางทะเล

กิจกรรมนี้ก็จะคล้าย ๆ กับการพายเรือคายัคเลยค่ะ แต่จะสามารถยืนภายในได้ รู่น้ำได้ดี ไปได้เร็ว เหมาะกับการพายเป็นกลุ่มจะสนุกมาก ใช้ทักษะในการทรงตัวนิดหน่อย ที่ต่างประเทศจะฮิตกันมากเลยค่ะ ถ้าใครสนใจ จะมีสถานที่แนะนำสถานที่นึง อยู่แถวปทุมธานี เปิดให้ทุกคนได้ลองพายได้ เพราะอยู่ใกล้คลอง และแม่น้ำเจ้าพระยา ราคาเพียง 500 ต่อ ชั่วโมง ที่ SUP Station Thailand

6. Parasailing

ใครอยากบินได้ ต้องเล่น พาราเซลค่ะ 555+ กิจกรรมที่เหมาะกับการเล่นชิล ๆ แป๊บ ๆ ใช้เวลาไม่นาน แถมไม่ต้องทำอะไรเลย แค่ใส่อุปกรณ์ร่ม รอให้เรือลากไปให้ร่วมรับลมแล้วเราก็จะลอยขึ้นสูง ได้มองเห็นวิวทะเลเหมือนมองผ่านโดรนเลยค่า กิจกรรมนี้สามารถขึ้นได้ทีละคน ใครที่กลัวความสูงอาจจะไม่เหมาะสักเท่าไหร่ค่ะ

7. Surfboard

การเล่น เซิร์ฟบอร์ด เป็นกิจกรรมที่ต้องทรงตัวเก่งมาก ไม่มีอุปกรณ์อะไรช่วยเลย นอกจากต้องยืนทรงตัวให้ได้ด้วยตัวเอง ส่วนใหญ่ก็จะเห็นคนเล่นเยอะกันในช่วงหน้ามรสุม ที่เขาหลัก ขึ้นชื่อมาก กว่าจะเล่นให้ยืนได้ โต้คลื่นได้ก็ไม่ง่ายนะคะ แต่ก็เป็นอีกกิจกรรม ที่คนให้ความสนใจกันเยอะมาก

8. Windsurfing

กิจกรรมทางทะเล

กิจกรรมทางทะเล ที่เราอาจจะเห็นได้ในบางครั้ง เป็นกิจกรรมทางทะเลที่ต้องใช้บอร์ด และใบรับลม กิจกรรมนี้จะเล่นได้ดี จะต้องมีลม เป็นการใช้ลมให้มากระทบกับใบที่ติดอยู่กับบอร์ด เพื่อให้บอร์ดเคลื่อนตัวไปข้างหน้าได้ กิจกรรมนี้ก็ต้องใช้ทักษะในการทรงตัวดีพอสมควรค่ะ แล้วอาจจะต้องรู้เรื่องเกี่ยวกับทิศทางของลม ความเร็วของ Windsurf เร็วๆพอ ๆ กับเจสกีเลยนะคะ ยิ่งเคลื่อนตัวได้เร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งมันส์มากขึ้นเลยล่ะค่า

9. Kite Boarding

กิจกรรมทางทะเล

ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าคือ ว่าว เพราะฉะนั้นกิจกรรมนี้จะเล่นได้ก็ต้องอาศัยลมเช่นเดียวกันกับ Windsurf ค่ะ แต่มีลมเพียงเบาบางก็พอเล่นได้แล้ว กิจกรรมนี้เป็นการใช้ร่มเป็นตัวขับเคลื่อน เราจะเล่นคู่กับแผ่นบอร์ด หรือแผ่นเซิร์ฟก็ได้ค่ะ อยู่ที่ความชอบของแต่คน สามารถเล่นรับลมไปเรื่อยๆ หรือจะเล่นท่า Freestyle ต่าง ๆ กลางอากาศก็ได้เช่นกันค่ะ

10. Jetski

กิจกรรมทางทะเล

สายซิ่งต้องมา เจ๊ทสกี กิจกรรมที่สามารถหาเล่นได้ทั่วไปตาม พัทยา เกาะล้าน แค่บิดแล้วลุยโลด ความสนุกของการเล่นเจ็ทสกี เหมือนการบิดรถมอเตอร์ไซต์เลยค่ะ ยิ่งเร็วยิ่งมัน แต่ใครมือใหม่ อาจจะต้องระวังเรื่องคลื่นด้วยนะคะ คลื่นแรง คลื่นสูงก็ไม่เหมาะที่จะค่ะ เพราะอันตรายเกินไป สมัยนี้คนเล่นกันเยอะมาก ผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ชอบเล่นกันนะคะ ขับวนไป ใกล้หาด ชมนก ชมไม้ ชมทะเล

ทุกคนสนใจ กิจกรรมทางทะเล ไหนกันบ้าง?

10 กิจกรรมนี้ ทุกคนสนใจกิจกรรมทางทะเลไหนกันบ้างคะ ส่วนตัวแล้วเราชอบกิจกรรมดำน้ำมากเลย ไม่ว่าจะเป็น Snorkeling Freediving หรือแม้แต่ Scuba Diving เรารู้สึกว่า ชีวิตได้ relax และเพลิดเพลินไปกับการได้ลงไปดูโลกใต้น้ำ ดูสัตว์ทะเล ดูความสวยงามของปะการังสายพันธุ์ต่าง ๆ เราว่าต้องมีสักกิจกรรมแหละที่มันเหมาะกับคุณ ลองเลือกกันดูนะคะ จะได้ไม่ตกเทรนด์กิจกรรมทางทะเล ^^

 

เกาะนาวโอพี ทะเลพม่า และเกาะช้างเผือก คลิกเลย