Home Blog Page 1131

Feel The Beach Cafe เที่ยวคาเฟ่ฟิลชายหาดริมทะเล ที่ จ.ลำพูน

Feel The Beach Cafe เที่ยวคาเฟ่ฟิลชายหาดริมทะเล ที่ จ.ลำพูน

Feel The Beach

คาเฟ่สุดชิค Feel The Beach Cafe เค้ายกบรรยากาศชายหาดมาไว้ที่ลำพูนไปเลยค่า ไอเดียการแต่งร้านแปลกใหม่ที่ทำให้คิดถึงบรรยากาศริมทะเล แค่หน้าทางเข้าร้านก็คืออลังการมากมาย เดินเข้าไปเหมือนหลุดไปอีกโลกเลยล่ะค่ะ ต้องถามตัวเองว่านี่เรามาเที่ยวเหนือจริง ๆ ใช่มั้ยนะ 555+

Feel The Beach

ฟิลร้านคือดีมากค่ะทุกคน มองไปก็จะเห็นทุกมุมที่ถูกตกแต่งเหมือนอยู่ทะเลจริง ๆ ตรงลานกลางร้านก็ถูกปูด้วยทรายละเอียดสีขาว จัดวางด้วยเก้าอี้ริมหาดสวยงาม ตกแต่งเพิ่มเติมด้วยแผ่นเซิร์ฟ เหมือนเที่ยวทะเลทิพย์ไปอี๊ก ใครอยู่เหนือแต่ชอบบรรยากาศนั่งริมทะเล ไม่ต้องลงไปถึงใต้แล้วค่า แวะมาที่ลำพูนก็ได้ ฟิลริมหาด แล้วเด้อ

Feel The Beach

ร้านนี้จะไม่มีโซนที่เป็นห้องแอร์นะคะ จะมีแค่โซนที่เป็น outdoor ค่ะ กลางวันอาจจะร้อนนิดหน่อย ถ้ามาเจอวันที่ไม่มีลม แต่ตอนเย็นคืออากาศดี เย็นสบาย นั่งได้ยาว ๆ เลย

โซนร้านกาแฟสดถ้าเดินเข้ามาจะอยู่ฝั่งทางงขวามือ แต่งสไตล์ขาวคลีนประดับด้วยความเขียวของต้นไม้ แต่จริง ๆ แล้วที่นี่ไม่ได้มีแค่กาแฟนะคะ เพราะว่าเค้าเปิดเป็นร้านอาหารด้วยค่ะ หาร้านใกล้ตัวเมืองลำพูนห่างออกไปเพียงไม่กี่กิโลก็ถึงแล้วค่ะ

ด้านหน้าที่เป็นผนังขาวฝั่งด้านใน ก็จะมีโซนให้นั่งชิค ๆ ด้วยนะคะ ตกแต่งด้วยต้นกระบองเพชร เข้ากับบรรยากาศได้ดีสุด ๆ ถ่ายภาพได้อีกเยอะเลยค่ะ

Feel The Beach

สำหรับห้องน้ำแยกเป็น ชาย-หญิง จัดโซนได้ค่อนข้างดี ไม่ไกลจากจุดที่นั่ง แถมยังตกแต่งได้น่ารักมากอีกด้วยค่ะ มองมุมก็คือเหมือนไม่ได้อยู่เหนือเลย เหมือนมาผิดที่เลยนะเนี่ย 555+ ก็ถือว่าเป็นอะไรที่แปลกใหม่ดีนะคะ ต้องลองมากันนะคะ

ที่ร้านจะมีโซนสระน้ำที่จัดแบบสวนน้ำเล็กไว้ด้วยนะคะ ถ้าสถานการณ์ปกติแล้วสามารถลงเล่นได้ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ค่ะ สระไม่ลึกมาก สามารถให้เด็กโตเล่นได้สบายใจหายหวงค่ะ ผู้ใหญ่สามารถนั่งเฝ้าเลย เพราะโซนนั่งก็อยู่ใกล้ๆกันกับจุดสวนน้ำตรงนี้ค่ะ

Feel The Beach

แดดเริ่มมา อากาศเริ่มมีร้อนนิด ๆ วันนี้เลยสั่งเป็นไอศกรีม ทางร้านจะมีไอศกรีมของ ete ในราคาคัพละ 50 บาท มันชื่นใจดีซะจริง ๆ เลยค่ะ แต่ถ้าใครไปช่วงหน้าหนาวก็คงไม่ต้องกลัวร้อนนะคะ นั่งลมเย็น ๆ ได้สบายเลยแหละเราว่า

Feel The Beach

แค่นั่งถ่ายรูปมุมนี้ก็มองไม่รู้แล้วว่าอยู่ลำพูน บอกเพื่อนว่ามาเที่ยวทะเล เพื่อนยังเชื่อเลยค่ะ 555+ เนียนไปอี๊ก โชคดีมากไปตอนมีแสง แะไม่เจอฝน เลยได้ภาพที่เป็นฟิลทะเลทิพย์ สวยงาม นอกจากฝั่งด้านหน้าที่เป็นโซนฟิลริมหาดแล้ว ด้านหลังร้านยังมีสวนเล็ก ๆ สำหรับเลี้ยงกระต่าย ซึ่งเราสามารถซื้ออาหารป้อนเจ้ากระต่ายได้ด้วยนะคะ ใครเป็นสาวกรักสัตว์น่าจะถูกใจ

Feel The Beach

สำหรับ Feel The Beach Cafe เราให้ 5/5 ดาวเลยค่ะ ถ้าเป็นคนที่ชอบทะเลอยู่แล้วคือดีต่อใจมากเลย ไปเที่ยวเหนือ แถมได้ภาพฟิลทะเลไปด้วยในตัว ทางก็มาไม่ยาก หาเจอง่าย แถมอยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง มานั่งทานอาหาร จิบกาแฟ กินไอศกรีม หรือจะสั่งน้ำมะพร้าวให้เข้ากับบรรยากาศก็มีนะคะ หรือใครที่กำลังอยู่ลำพูนอยู่ตอนนี้ก็ลองแวะไปดูกันนะคะ

ร้านมีที่จอดรถ (หยุดวันจันทร์)
อังคาร-พฤหัสบดี: 10.00 – 21.00 น.
ศุกร์-อาทิตย์: 10.00 – 21.00 น.
เบอร์โทร: 089-755-0029
พิกัด: Google Map

 

Seoul Cafe คาเฟ่ที่เหมือนบินไปดื่มกาแฟที่ เกาหลี ทิพย์ คลิกเลย

เทคนิค “การแต่งหน้า สมัครงาน” แบบไหนจึงจะมัดใจกรรมการ

การเริ่มต้นการทำงานสิ่งแรกที่ต้องทำคือการสมัครงานในตำแหน่งที่ต้องการ จากนั้นฝ่ายบุคคลจะติดต่อกลับเพื่อให้เข้าไปสัมภาษณ์งานตามระเบียบของบริษัท การเตรียมพร้อมในการสัมภาษณ์เป็นสิ่งสำคัญมากเพื่อให้กรรมการสัมภาษณ์ประทับใจและรับเข้าทำงาน สำหรับผู้หญิงแล้วนอกจากความรู้ความสามารถที่ใช้ในการสัมภาษณ์ สิ่งที่จะสร้างความประทับใจ และความมั่นใจให้กับตนเอง คือ การแต่งหน้า

การแต่งหน้าในการสัมภาษณ์งานให้ออกมาดูสวย ดูสุภาพนั้นจะทำให้ตัวเราเองเกิดความมั่นใจมากขึ้น และยังทำให้กรรมการที่สัมภาษณ์มองเห็นถึงความใส่ใจในการดูแลตนเองให้ดูดีอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นหนึ่งในเรื่องของการสร้างความน่าเชื่อถือและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับตนเองอีกด้วย เพราะฉะนั้นการแต่งหน้าในการสัมภาษณ์งานแต่ละครั้งจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ยิ่งถ้าเป็นตำแหน่งงานที่ต้องพบเจอกับผู้คน ก็จะต้องใส่ใจในเรื่องของการแต่งหน้ามากขึ้นเท่านั้น

เทคนิค "การแต่งหน้า สมัครงาน" แบบไหนจึงจะมัดใจกรรมการ1
Cr: Photo freepik.com/master1305

ข้อห้ามของการแต่งหน้าสัมภาษณ์งาน

สิ่งหนึ่งที่ผู้หญิงต้องรู้ในการสัมภาษณ์งาน คือการแต่งหน้าให้ดูพอดี ถูกกาลเทศะ เพื่อให้ตนเองดูมีความหน้าเชื่อถือมากที่สุด และการแต่งหน้าสัมภาษณ์งานไม่จำเป็นต้องแต่งหน้าจัดหนักจัดเต็มมากจนเกินไป เพราะเราต้องสัมภาษณ์ในการเข้าไปทำงาน ไม่ได้เป็นนางงาม เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรแต่งหน้าจัดจนเกินไป เช่น การทาปากสีแดงสด อาจจะทำให้ลุคของคุณดูแรงและมั่นใจจนเกินไป หากเกิดความผิดพลาดในการตอบคำถาม คุณอาจจะไม่ได้รับความเอ็นดูจากกรรมการก็เป็นได้

ดังนั้นสิ่งสำคัญของการแต่งหน้าไปสัมภาษณ์งาน ผู้หญิงทุกคนจะต้องแต่งให้ดูพอดี และเสริมบุคลิกหน้าตาของเราให้ดูมีความน่าเชื่อถือ สุภาพ และสง่างามเท่านั้น วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับเล็กๆน้อยๆในการแต่งหน้าสัมภาษณ์งานที่จะมัดใจกรรมการ และผู้บริหารได้อย่างแน่นอน

วิธี การแต่งหน้า สัมภาษณ์ให้ได้งาน

การแต่งหน้าให้ดูมีความหน้าเชื่อถือและมีภาพลักษณ์ที่ดีนั้นไม่ใช่แค่คุณจะไปสมัครในตำแหน่งสายแฟชั่น หรือสายความงามเท่านั้นที่คุณสามารถแสดงฝีมือของคุณผ่านการแต่งหน้าได้เต็มที่ แต่สำหรับงานทั่วไปก็จำเป็นที่จะต้องแต่งหน้าด้วย สำหรับการแต่งหน้าให้ดูมีความน่าเชื่อถือ และสง่างาม ที่จะประทับใจกรรมการสัมภาษณ์นั้นจะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย

  • แต่งตาให้ดูเป็นประกาย

การแต่งตาให้ดูเป็นประกายในที่นี้ ไม่ใช้ให้สาวๆ โรยชิมเมอร์ทั้งดวงตา แต่หมายถึงการแต่งตาให้ดูสว่างอย่างมีมิติ โดยการเลือกใช้สีที่ไม่เข้มเกินไป แต่สามารถใช้สีเข้มได้ในบริเวณขอบตา หรือเปลือกตาล่างให้ดวงตาดูมีมิติขึ้น สีที่ใช้แต่งตาควรอยู่ในโทนสีโทนน้ำตาล โทนส้มพีช เพื่อให้การแต่งหน้าดูเป็นธรรมชาติ และไม่เด่นจนเกินไป

การเขียนอายไลน์เนอร์ก็เช่นกัน ควรเขียนเป็นเส้นเล็กๆ สวิงหางได้เล็กน้อย แล้วใช้อายแชว์โดวสีเข้มทาทับเข้าไปเพื่อให้เส้นไลน์เนอร์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเปลือกตา และไม่ดูโดดออกจากขอบตาจนเด่นชัดเกินไป

การแต่งหน้า สมัครงาน1

  • ติดขนตาปลอมให้ธรรมชาติที่สุด

สำหรับใครที่ขาดขนตาปลอมไม่ได้ ถ้าไม่ได้ติดจะไม่มีความมั่นใจก็ให้คุณเลือกขนตาปลอมที่มีความบาง และไม่ยาวจนเกินไป ติดเพื่อให้ดวงตาของคุณดูเบิกกว้างขึ้น ซึ่งจะช่วยให้นัยน์ตาดูเป็นประกายขึ้น สำหรับใครที่มีขนตาอยู่แล้วหรือไม่ชอบติดขนตา ไม่จำเป็นต้องติดก็ได้ คุณเพียงแค่ทำการดัดขนตาและปัดมาสคาร่าบางๆ เพียงเท่านี้ก็จะทำให้ดวงตาดูสวยขึ้นแล้ว

  • ปัดแก้มให้ดูระเรื่อ

การเสริมให้ใบหน้าดูสง่างาม คือ การปัดแก้มให้ดูระเรื่อ ไม่ปัดจนเข้มเกินไป ไม่ปัดให้เป็นวงกลมหรือเป็นเส้นกระจุกอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่งจนเด่นชัดเกินไป เพราะอาจจะทำให้กรรมการสนใจแก้มของคุณมากกว่าผลงาน หรือการสัมภาษณ์ได้ การเลือกใช้สีบลัชออนก็สำคัญ ควรเลือกใช้สีที่ไม่เข้มมาก มีชิมเมอร์ผสมได้เล็กน้อย และควรเกลี่ยหรือปัดแก้มให้กระจายอย่างสวยงามและเป็นธรรมชาติมากที่สุด

การแต่งหน้าสมัครงาน2
Cr: Photo brighterdarling.com
  • ทาลิปสติกให้ดูสบายตา

สิ่งที่สำคัญของการสัมภาษณ์งานคือการพูดคุย ซึ่งกรรมการจะต้องสังเกตปากเวลาให้สัมภาษณ์อยู่แล้ว การเลือกสีลิปจึงสำคัญมากๆ ควรเลือกสีที่ดูไม่โดดเด่น เช่น โทนสีชมพู โทนสีส้มพีช ที่ดูแล้วสบายตาเป็นธรรมชาติ อีกทั้งการทาลิปสติกยังเป็นการเสริมความน่าเชื่อถือ ให้กับลุคการแต่งหน้าโดยรวมได้อีกด้วย

การแต่งหน้าสมัครงาน3
Cr: Photo brighterdarling.com

การแต่งหน้า เพื่อสัมภาษณ์งานเป็นส่วนหนึ่งที่จะสามารถทำให้กรรมการประทับใจได้ ไม่ใช่เพราะแต่งหน้าสวย แต่เป็นการแต่งหน้าเพื่อเสริมความน่าเชื่อถือขึ้น ซึ่งผู้หญิงทุกคนสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนโทนสี และเลือกใช้สีที่ดูสุภาพ และเป็นทางการขึ้นเท่านั้น ก่อนที่จะเริ่มสัมภาษณ์งานนอกจากการแต่งหน้าแล้วคือความสามารถ และความมั่นใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่กรรมการจะรับเข้าทำงาน ดังนั้นคุณควรจะต้องเตรียมพร้อมตนเองในทุกๆด้านให้ดีที่สุด

เทคนิค เพิ่มพลังสมอง เตรียมพร้อมใช้งานในทุกๆ เช้า
เทคนิค “เพิ่มพลังสมอง” เตรียมพร้อมใช้งานในทุกๆ เช้า

เทคนิค “เพิ่มพลังสมอง” เตรียมพร้อมใช้งานในทุกๆ เช้า คลิก!!

เทคนิค “เพิ่มพลังสมอง” เตรียมพร้อมใช้งานในทุกๆ เช้า

เทคนิค “เพิ่มพลังสมอง“…..ในทุกๆ วันทุกคนอาจต้องมีการใช้ความคิดและใช้สมองตลอดเวลา หลายครั้งการใช้สมองเยอะๆ ก็ทำให้ร่างกายเกิดความเหนื่อยล้า และไม่มีสมาธิในการทำงาน การใช้ชีวิตอยู่ในสังคมปัจจุบันนี้ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย ทุกอย่างต้องมีการแข่งขัน ต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเตรียมความพร้อม เพิ่มพลังสมอง เพื่อให้ชีวิตของเราก้าวไปสู่ความสำเร็จได้คือความตั้งใจ และการมีสมองที่โปรดโปร่ง การมีความตั้งใจนั้นสามารถสร้างได้ไม่ยาก แต่เรื่องสมองจะต้องทำยังไงให้สมองของเราแล่นอยู่ตลอดเวลา

อย่างที่บอกไปในแต่ละวันเราใช้สมองในการคิดเรื่องต่างๆ รอบตัวอยู่ทุกวินาที ทำให้แต่ละวันสมองของเราเกิดความเหนื่อยล้า พอถึงเวลาก็อยากที่จะหยุดพักเพื่อให้สมองเราได้หยุดคิดและพักผ่อนกับความบันเทิงรอบๆ ตัว แล้วนอนหลับไปอย่างสบายใจ เพื่อที่จะให้สมองได้ฟื้นตัวได้อย่างเต็มที แต่บางครั้งการจะนอนหลับเพื่อพักผ่อนสมองก็ไม่ใชรสิ่งที่จะสั่งแล้วทำได้เลย เพราะสมองไม่สามารถปล่อยวางเรื่องต่างๆ ให้หยุดคิดได้ในทันที

ใช้สมองเยอะ
Cr: Photo freepik.com

การหยุดคิดเพื่อให้สมองของเราได้พักผ่อน

การนอนหลับพักผ่อนให้ครบ 7 ชั่วโมงเป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อให้สมองของเราได้หยุดพัก เพื่อที่จะทำให้สมองปลอดโปร่งในตอนเช้า แต่การนอนหลับสำหรับบางคนเป็นสิ่งที่ยาก ถึงจะเหนื่อยแค่ไหน การข่มตานอนหลับก็อาจจะไม่สามารถทำได้เพราะสมองก็ยังมีการคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้อยู่ดี การที่จะทำให้เรานอนหลับให้สนิทนั้นมีอยู่หลายวิธีด้วยกัน เพื่อที่จะทำให้สมองของเราได้พักผ่อน ไม่ว่าจะเป็น

  • การออกกำลังกาย

การออกกำลังกายจะช่วยให้เราลืมเรื่องเครียดๆในชีวิตได้เป็นอย่างดี อีกทั้งการออกกำลังยังช่วยให้ร่างกายมีการหลั่งสารอะดรีนาลีนออกมาเพื่อเพิ่มความสุขให้กับสมอง ซึ่งการออกกำลังกาย ควรออกช่วงเย็นอย่างน้อย 30 นาที หรือออก 4-6 ชั่วโมงก่อนนอน เพื่อที่จะทำให้ร่างกายเหนื่อยและนอนหลับง่ายขึ้น

  • กินกล้วยหอมก่อนนอน

ในกล้วยหอมนั้นมีกรดอะมิโน “ทริปโตเฟน (Tryptophan)” ที่เป็นสารอาหารที่จะช่วยทำให้สมองของเราคลายเครียดและลดความกังวลลงไปได้ ใครที่นอนหลับยากให้ลองทานกล้วยหอมก่อนนอนสัก 1 ผลดูนะคะ

  • ทาน Becoplus (Brain supplement)

สำหรับ Becoplus (Brain supplement) เป็นอาหารเสริมที่มาในรูปของแคปซูลที่สามารถรับประทานได้ง่าย Becoplus มีสารสกัดจาก Bacopa (ใบพรมมิ) ที่จะช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น Becoplus เป็นอาหารเสริมที่ไม่มีอันตรายต่อร่างกาย สามารถทานได้ทุกวัน 1 เม็ด หลังอาหารหรือก่อนนอน 1 ชั่วโมง

การหยุดคิดเพื่อให้สมองของเราได้พักผ่อน
Cr: Photo freepik.com

การนอนหลับไม่ใช่สิ่งเดียวที่จะทำให้สมองของทุกคนฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่ การเพิ่มพลังสมองนอกจากการพักผ่อนให้เพียงพอแล้วก็ยังสามารถเสริมด้วยวิธีอื่นๆ เพื่อให้สมองได้รับการบำรุงให้มากที่สุด เพราะสมองคือส่วนสำคัญของการทำงาน การพัฒนาตนเอง และเรียนรู้สิ่งต่างๆ ให้เข้าใจได้โดยเร็ว

เคล็ดลับการ เพิ่มพลังสมอง

การเพิ่มพลังสมองทุกคนสามารถทำได้ด้วยตนเอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของสมองและความคิดในแต่ละวัน วันนี้ inzpy มีเทคนิคการเพิ่มพลังสมองมาฝากเพิ่มเติมดังต่อไปนนี้

การทานอาหารเช้า

อาหารเช้าถือเป็นมือที่สำคัญที่สุด ในแต่ละวันหลายคนละเลยที่จะทานอาหารเช้า ทำให้สารอาหารที่ควรจะได้รับในมื้อแรกของวันไม่ถูกนำไปเลี้ยงสมองได้ ทำให้การทำงานของสมองทำได้ไม่เต็มที่ อีกทั้งการไม่ทานอาหารเช้ารอจนถึงเที่ยงจะทำให้คุณเกิดความหิว และไม่มีสมาธิในการทำงาน หรือเรียนได้ ดังนั้นการทานอาหารเช้าจึงเป็นมือที่สำคัญต่อสมองที่สุด

เทคนิค เพิ่มพลังสมอง เตรียมพร้อมใช้งานในทุกๆ เช้า1
Cr: Photo freepik.com
ทาน Becoplus ช่วย เพิ่มพลังสมอง

ในแต่ละวันเราไม่รู้เลยว่าเราทานอาหารครบ 5 หมู่ หรือได้รับสารอาหารที่จำเป็นกับสมองของเราหรือไม่ ทำให้การเลือกรับประทานอาหารเสริมจึงเป็นสิ่งที่สามารถทานเสริมเข้าไปได้ในแต่ละวัน Becoplus จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะจะช่วยให้คุณสามารถนอนหลับได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังช่วยบำรุงสมองเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง ทั้งด้านการเรียนรู้ ความจำ และเพิ่มสมาธิให้เด็กในวัยเรียนและวัยทำงาน ป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์ ใน Becoplus มีสารอาหารที่จำเป็นอยู่มากมาย เช่น สารสกัดจากพรมมิ , แคลเซียม แอสคอร์เบต(วิตามินซี) ,ไพริดอกซีน ไฮโดรคลอไรด์,วิตามินบี 12 เป็นต้น Becoplus สามารถทานได้ทุกวัน วันละ 1 แคปซูล หลังอาหาร

Becoplus
Becoplus อาหารเสริมช่วยบำรุงสมอง ป้องกันอัลไซเมอร์ ฿990.00 ช่วยบำรุงสมอง ป้องกันอัลไซเมอร์ เสริมสร้างสมาธิ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สารสกัดจากพรมมิ ผสมวิตามินซี วิตามินบี 12 และวิตามินบี 6 ชนิดแคปซูล เหมาะสำหรับ: นักเรียน, นักศึกษา, ผู้ที่ทำงานใช้สมองเป็นประจำ, ผู้สูงอายุ, ผู้ที่มีปัญหาเรื่องความจำหรือมีความเสี่ยงต่อการเป็นอัลไซเมอร์ Cr: Photo shop.beauraz.com

การพักผ่อนให้เพียงพอบวกกับการรับประทานอาหารเช้าและอาหารเสริมที่ดีต่อสมองจึงเป็นเคล็ดลับสำคัญของการ  เพิ่มพลังสมอง เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ในแต่ละวัน การมีตัวช่วยอย่าง Becoplus จะทำให้คุณได้รับสารอาหารที่สมองของคุณต้องการจริงๆ พร้อมทั้งช่วยในการนอนหลับให้สนิทได้อีกด้วย

https://inzpy.com/beauty/halloween-lipstick/

แนะนำสีลิปสติกสุดสะพรึง ทาแล้วตราตรึง Halloween นี้! คลิก!!

เพ้นท์เล็บจัดเต็มวันฮาโลวีน เน้นสวย ไม่เน้นหลอน

0

เพ้นท์เล็บจัดเต็มวันฮาโลวีน เน้นสวย ไม่เน้นหลอน

เพ้นท์เล็บวันฮาโลวีน
Cr.Photo ; pinterest.com

ความสนุกของวันฮาโลวีนยังไม่สิ้นสุดสำหรับเดือนนี้ หลายคนเตรียมเสื้อผ้า หน้าผม สำหรับกิจกรรมสนุกๆ ในฮาโลวีนนี้ ถ้าจะไม่กล่าวถึงเรื่องเล็บก็คงจะไม่ได้เพราะนั่นก็คือเทรนด์แฟชั่นที่มาแรงมากๆ เช่นกัน เพราะเล็บและนิ้วมือที่ยาวเรียวสวยคือสิ่งที่คนอื่น จะมองเข้ามาแล้วสะดุดตารองจากใบหน้า แต่ถ้าเราจะมาบอกถึงไอเดียวเพ้นท์เล็บแบบหลอนๆ ก็คงจะน่าเบื่อ เพราะใครๆ ก็ทำกันยังไงล่ะ อย่างที่ทราบกันว่าฮาโลวีนคือวัฒนธรรมของทางตะวันตกที่เชื่อว่าโลกของเราและโลกของวิญญาณจะโคจรมาเจอกันในวันนี้ การแต่งตัวก็เลยจะเน้นไปทางความหลอน สีดำ เลือด ผี แฟชั่นต่างๆ ที่ทำให้เกิดความน่ากลัวและลึกลับ แต่บทความนี้เราจะมาแชร์ไอเดียวเพ้นท์เล็บที่เข้ากับเทศกาลฮาโลวีนแต่ไม่ดาร์กเหมือนเคย กลับดูอ่อนหวานและน่ารักไปอีก

เพ้นท์เล็บวันฮาโลวีน
Cr.Photo ; pinterest
เพ้นท์เล็บวันฮาโลวีน
Cr.Photo ; itakeyou.co.uk, oolhaisso.com

เริ่มต้นความคิ้วบ์ด้วยลายเล็บสีขาว ถ้าจะให้นึกถึงผีที่มีสีขาวคงจะคิดเหมือนกันว่าต้องเป็นเจ้าแคสเปอร์ผีน้อยน่ารักแน่ๆ และถ้าเป็นแบบนั้นแล้วล่ะก็นำไอเดียนั้นมาออกแบบให้เป็นลายเล็บสุดน่ารักกันเลย น้อยแต่มากนี่คือพ้อยท์หลักของลายนี้เลย ไม่ต้องแต้มสีอะไรเยอะก็ออกมาดูดีแล้วล่ะ ลองนำรูปไปให้ช่างดูนะ

เพ้นท์เล็บวันฮาโลวีน
Cr.Photo ; stayglam.com, lollyjane.com 

เติมสีสันในนิ้วของเรากันหน่อย ใครว่าฮาโลวีนจะต้องดาร์กและน่ากลัวเสมอไป จริงๆ แล้วเทศกาลนี้เป็นเทศกาลที่เด็กๆ รอคอยกันเลยนะ เพราะฉะนั้นก็แต่งแต้มสีสันกันหน่อย ไม่ว่าสีอะไรก็เป็นวันฮาโลวีนได้เพียงแค่มีไอเดียก็พอ นี่ก็เป็นเพียงแค่ไอเดียนะ ถ้าสาวๆ อยากลองทำดูก็นำรูปแล้วแชร์ไอเดียนี้กับช่างทำเล็บที่รู้ใจกันเลย

เพ้นท์เล็บวันฮาโลวีน
Cr.Photo ; pouted.com, starlettapproved.tumblr.com 

มาต่อกันที่สีพื้นสีดดำ สีหลักของวันฮาโลวีนจับคู่กับลายโครงกระดูกที่เหมือนจะน่ากลัว แต่เอ๊ะ! ทำไมมันกลับดูน่ารักแบบนี้ล่ะ ก็บทความนี้เราเน้นไปที่ลายที่น่ารักมากกว่าน่ากลัวลายโครงกระดูกที่เป็นพ้อยท์หลักของเทศกาลนี้ก็น่ารักได้นะ มีไอเดียกับลายโครงกระดูหรือยังล่ะ ถ้าไม่มีลองดูไอเดียนี้นะ

เพ้นท์เล็บวันฮาโลวีน
Cr.Photo ; glaminati.com, adricollegelife.com

ลาย Sugar Skull เป็นอีกลาย Old School สุดคลาสสิค เหมาะมากกับสาวๆ ที่ชอบความฟุ้งฟิ้งเพราะสำหรับลายนี้นั้นเราสามารถเต้มเพชร มุก หรือแอดเซสเซอรี่เพิ่มเติมลงไปให้ดูหรูหราได้ ถ้าไม้อยากดูแบ๊วมากขอแนะนำลายนี้เลยค่ะ

เพ้นท์เล็บวันฮาโลวีน
Cr.Photo ; ostty.com, fabmood.com 
เพ้นท์เล็บวันฮาโลวีน
Cr.Photo ; maniqure.my
เพ้นท์เล็บวันฮาโลวีน
Cr.Photo ; maniqure.my

สำหรับคอหนังคอซีรี่ส์ที่ชื่นชอบตัวละครในเรื่องที่เราชอบก็ลองเลือกตัวคาแลคเตอร์มาเพ้นท์ลงบนเล็บดูก็ไม่ผิดนะ อย่างเช่น Cruella, มาเลฟิเซนต์, เอมิลี่ จากเรื่อง CorpseBride ลายการ์ตูนเหล่านี้เป็นลายยอดฮิตที่เมื่อนึกถึงฮาโลวีนทีไรมักจะนึกถึงพวกเธอทุกที แต่นาทีซีรี่ส์ Squid Game มาแรงมากถึงแม้จะจบลงไปแล้ว ฮิตจนช่างเพ้นท์เล็บออกแบบลายนี้ก็เยอะมากและกลายเป็นลายที่ได้ความมนิยมกันสุดไปเลย

บอกช่างยังไงถ้าอยากได้เล็บทรงนี้ คลิกเลย

“ภูแก้ว รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ พาร์ค” รีสอร์ทครบวงจรที่เขาค้อ

“ภูแก้ว รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ พาร์ค” รีสอร์ทครบวงจรที่เขาค้อ

ภูแก้ว

หน้าหนาวใกล้เข้ามาแล้วววว… ใครที่กำลังมองหาที่พักอากาศดี ๆ ที่มีกิจกรรมให้ทำด้วยแล้วหล่ะก็ วันนี้เรามีหนึ่งที่ที่จะมาแนะนำกันค่ะ คือที่พักที่มีชื่อว่า ภูแก้ว รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ พาร์ค (Phukaew Resort & Adventure Park) รีสอร์ทครบวงจรในอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์

ที่รีสอร์ทแห่งนี้นอกจากจะมีที่พักให้เลือกหลากหลายแบบแล้ว ยังมีกิจกรรมแอดเวนเจอร์ให้ได้เล่นกันหลายอย่างด้วยค่ะ นอกจากนี้แล้วยังมีร้านคาเฟ่สวย ๆ และจุดชมวิวสุดอลังการงานสร้างอีกด้วย เรียกว่ามาที่เดียวได้เที่ยวครบ และคุ้มอย่างแน่นอน เราจะพาไปรู้จักจุดต่าง ๆ ในภูแก้วรีสอร์ทแห่งนี้กันค่ะ

 

ที่พักภายในรีสอร์ท

ที่รีสอร์ทแห่งนี้มีที่พักให้เลือกมากมาย หลากหลายแบบเลยค่ะ โดยพักได้ตั้งแต่ 2 ท่าน ไปจนถึง 20 ท่านเลย เราจะยกตัวอย่างแบบบ้านมาให้ดูคร่าว ๆ นะคะ

ห้องพักฮิลล์ไซด์ (Hillside Room) เป็นตึก 2 ชั้น อยู่กลางสวนดอกไม้ในแนวราบ พักได้ 1-2 ท่าน ราคาเริ่มต้นที่ 2,200 บาท มีระเบียงส่วนตัว
บ้านคลิฟเคบิน (Cliff Cabin) พักได้ 2-3 ท่าน เหมาะสำหรับครอบครัวเล็ก หรือคู่รักที่ต้องการความเป็นส่วนตัวขึ้นมาหน่อย เพราะบ้านนี้จะเป็นบ้านเดี่ยวแยกออกมา ปลูกลดหลั่นกันบริเวณทางลาดไหล่เขา ราคาเริ่มต้นที่ 3,500 บาทต่อคืน
บ้านลองไลฟ์ (Longlife Home) เป็นบ้านแฝด ที่มีทั้งแบบ 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอนนะคะ พักได้ 2-4 ท่าน ราคาเริ่มต้นที่ 3,000-5,000 บาทต่อคืน
บ้านคลิฟโฮม (Cliff Home) เป็นบ้านที่เราทำการจองมาพักในวันนี้ค่ะ บ้านนี้พนักงานเค้าเครมมาว่าเป็นบ้านที่สวยที่สุดในรีสอร์ท มีทั้งหมด 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ และมีระเบียงกว้างขวางที่สามารถชมวิวได้อย่างสวยงาม เอาไว้จัดปาร์ตี้ทานอาหารกันในกลุ่มเพื่อนแล้วชมวิวไปด้วยก็สุดชิลค่ะ บ้านหลังนี้พักได้ 14-16 ท่าน ราคาเริ่มต้น 17,000 บาท

บรรยากาศโดยรอบของบริเวณที่พักนี้จะเป็นพื้นที่สีเขียวที่ตั้งอยู่บนภูเขา ให้วิวทิวทัศน์ที่สดชื่น สบายตา และใกล้ชิดธรรมชาติ ให้บรรยากาศเหมือนกำลังพักอยู่ในบ้านที่ต่างประเทศมาก ๆ เลยค่ะ

 

ร้านอาหารภูแก้วคอทเทจ

เมนูสุดพิเศษที่มีที่เดียวบนเขาค้อ นั่นก็คือเมนูชาบูผสมคอลลาเจนที่ชวนให้ทุก ๆ มาลองทานกันค่ะ ที่ภูแก้วคอทเทจนี้มีบริการอาหารไทยรสชาติดีเยี่ยม การันตีโดย “เชลล์ชวนชิม” เมนูแนะนำได้แก่ ปลาคังผัดฉ่า ส้มตำยอดฟักม้ง แกงหมูพริกขี้หนูสด+โรตี ต้ำยำกุ้งนมสด และเมนูอื่น ๆ อีกมากมายค่ะ นอกจากของขาวแล้วยังมีเมนูของหวานอีกด้วย เช่น ผลไม้ลอยแก้วชนิดต่าง ๆ เวลาเปิด-ปิด : 17.00 – 20.30 น.

 

ภูแก้วพีคคาเฟ่

ค่าเฟ่วิวภูเขาที่บนจุดสูงสุดของรีสอร์ท สามารถมานั่งจิบกาแฟ หรือเครื่องดื่มอื่น ๆ รวมทั้งทานของกินเล่น แล้วถ่ายรูปชิมวิวกันได้ ที่ร้านคาเฟ่แห่งนี้สามารถชมวิวได้แบบ 180 องศาเลยค่ะ เมนูแนะนำ เช่น เวอร์จิ้นอเมริกาโน่ แฟนซีดิ้งค์ บันบันดิฟ พิซซ่าสไปซี่ลาวา เป็นต้น เวลาเปิด-ปิด : 06.00 – 19.00 น.

 

ภูแก้วพีคจุดชมวิว 180 องศาพาโนรามา

ภูแก้ว
เป็นจุดชมวิวที่สามารถชมวิวได้แบบพาโนรามา ในตอนเช้าอาจจะมีโอกาสได้สัมผัสกับไอหมอกสวย ๆ หรือทะเลหมอกในวันที่ฟ้าฝนเป็นใจ นอกจากนี้การมาชมพระอาทิตย์ตกดินที่นี่ก็สวยงามไม่แพ้กัน บนจุดชมวิวนี้มีจุดถ่ายรูปเก๋ ๆ อยู่หลายจุดเลยค่ะ เช่น “มือพระเจ้า” ลักษณะเป็ฯทางเดินยื่นออกไปริมผา ลักษณะคล้ายกับมือคน หรือจะเป็นการนั่งชิงช้าถ่ายรูป หรือเช็คอินกันที่จุดชมวิวที่มีป้าย Phukaew Peak ก็สวยเช่นกันค่ะ รับรองว่าขึ้นมาตรงนี้ได้รูปกลับไปลงได้ทั้งปีแน่นอน คอนเฟิร์ม!

 

ภูแก้ว แอดเวนเจอร์ พาร์ค


ศูนย์รวมกิจกรรมแอดเวนเจอร์แบบมันส์ ๆ เร้าใจ เอาไว้ ที่นี่มีกิจกรรมให้เลือกเล่นกันมากมาย และเล่นได้ทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมของเด็ก ๆ เช่น Baby Racing, Mini Bike, Kid Canopy หรือกิจกรรมของผู้ใหญ่ เช่น Tower Jump, High Flying, Giant Swing เป็นต้น เวลาเปิด-ปิด : 08.30 – 17.30 น.

 

ห้องจัดเลี้ยงและสัมมนา

ที่นี่มีห้องประชุมที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และสามารถรองรับสมาชิกได้ถึง 200 ท่าน นอกจากนี้ยังมียริการ คาราโอเกะ และเครื่องเสียงสุดมันส์ไว้ให้สำหรับคอปาร์ตี้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีลานเอนกประสงค์พร้อมเวทีขนาดใหญ่ สำหรับจัดงานเลี้ยงสังสรรค์

 

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

Line : @Phukaewresort
Facebook : https://www.facebook.com/Phukaewresort/
โทร : 090-261-4591
พิกัด : https://goo.gl/maps/pXurtHzS214BnmpL8

 

 


นั่งชิล ๆ จิบกาแฟชมวิว@Pino Latte เขาค้อ คลิก

 

Apollo Cafe ร้านกาแฟน่ารักใจกลางเมือง จ.ลำพูน

Apollo Cafe ร้านกาแฟน่ารักใจกลางเมือง จ.ลำพูน

Apollo Cafe

คาเฟ่สุด Cute! ใจกลางเมือง ลำพูน Apollo Cafe ร้านอยู่ฝั่งตรงข้าม วัดจามเทวี สีเขียวพาสเทล มีเครื่องดื่มกาแฟ และไม่ใช่กาแฟ ร้อน-เย็น-ปั่น เยอะแยะเลยค่ะ รวมถึงเบเกอรี่ ขนมเค้กน่ารัก ๆ กลิ่นหอมเย้ายวนมาก แวะลำพูน ไหว้พระ แล้วอย่าลืมมาแวะคาเฟ่นี้กันด้วยน้า

โทนสีของร้านตกแต่งด้วยโทนสีเขียวพาสเทล ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์มูจินิด ๆ จัดมุมหน้าน่ารัก ๆ ไว้ให้เหล่านักรีวิวมาเก็บภาพกัน บรรยากาศชิล ๆ เย็นสบาย มาช่วงคนไม่เยอะนี่แฮปปี้มากเลยค่ะ

Apollo Cafe

มุมก็น่ารักมากเลย มุมแบบคิดว่าอยู่ร้านกาแฟที่ เกาหลี 555+ มุมขาวคลีนตัดกับกระเบื้องตารางยอดฮิต ประดับด้วยแจกันดอกไม้ และรูปภาพโปสการ์ดน่ารัก ๆ แปะไว้บนผนัง

มุมนี้ก็น่ารักไม่เบานะคะ ชั้นหนังสือรูปทรงเหมือนเตาผิง ตั้งอยู่กับข้าง ๆ โต๊ะเมื่อสักครู่

Apollo Cafe

และถ้าหันกลับมาอีกฝั่งนึกก็จะเห็นกับมุมโต๊ะนั่งสีขาว ตัดกับผนังสีเขียวพาสเทล พร้อมกับติดชื่อร้านไว้ตรงผนัง มุมนี้ก็คือดีย์ มีแสงส่องลงมาเบาๆ ทำให้เป็นมุมที่ถ่ายภาพได้ดูละมุนมากเลยล่ะค่ะ

ถ้านั่งตรงมุมติดกระจกด้านหน้ามองเข้าไปในร้าน ก็จะได้บรรเห็นบรรยากาศร้านประมาณนี้ค่ะ น่ารักไม่เบาใช่มั้ยล่ะคะ ใครที่ลำพูน ไปเดินเที่ยววัด แล้วอยากหาคาเฟ่น่ารัก ๆ นั่งจิบกาแฟเย็น ๆ ในห้องแอร์ แนะนำคาเฟ่นี้เลยนะคะ

Apollo Cafe

โซนหน้าบาร์เค้าก็ตกแต่งได้น่ารักสุด ๆ เลยค่ะ ดูสะอาด ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย ตกแต่งได้ดูดีเลยทีเดียว พี่ ๆ เจ้าของร้านสองคนก็น่ารักค่ะ ทำเครื่องดื่มเร็ว ไม่ต้องรอนาน ชอบตรงนี้

ยังมีมุมอื่น ๆ ที่น่ารักอีกหลายมุมเลย ใครชอบถ่ายภาพแนว มินิมอล มูจิ เกาหลี ๆ หน่อย เราว่าร้านนี้ได้ค่ะ

Apollo Cafe

คือเริ่ดมาก เลือกสั่งเครื่องดื่มที่สีคุมโทน เข้ากับร้านพอดีเลยค่ะ 555+ แถมอร่อยด้วยน้า แถมราคาเบากว่าร้านทั่วไปด้วยนะเราว่า เพราะแก้วเค้าใหญ่ดีจริง อิอิ

Apollo Cafe

จะมาร้านนี้หาได้ไม่ยากเลยค่ะ ปักหมุดมาที่จามเทวีได้เลย ร้านจะเป็นสีขาวคลีน ประตูเขียวพาสเทลด้านหน้าของวัดเลยค่ะ ช่วงแดดแรง ๆ เหมาะมากที่จะเข้าไปพักดื่มเครื่องดื่มเย็น ทานของหวานอร่อย ๆ พักเหนื่อยก่อนค่ะ

ApolloCafe ถนนจามเทวี ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน
เปิดทุกวัน 09.00 – 17.00น.
พิกัด: Google Map
Facebook: ApolloCafe
ที่ร้านเข้าร่วมโครงการ คนละครึ่ง นะคะ

 

Afterglow คาเฟ่สุดมินิมอล ในหมู่บ้านต้นกล้า จ.ลำพูน คลิกเลย

#JENNIExChanelEvent สร้างปรากฏการณ์ Sold out ให้กับ คอลเลคชั่น Coco Neige 2021/22 ในเวลาอันรวดเร็ว

0
#JENNIExChanelEvent สร้างปรากฏการณ์ Sold out ให้กับ คอลเลคชั่น Coco Neige 2021/22 ในเวลาอันรวดเร็วCoco Neige

กระแสแรงเกินต้านทานกับการงานเปิดตัว คอลเลคชั่น Coco Neige 2021/22 ซึ่งมี JENNIE ศิลปินและแอมบาสเดอร์ของแบรนด์เป็นผู้ถ่ายทอดลุคต่าง ๆ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณของ CHANEL ในหลากหลายแง่มุม ทางแบรนด์ CHANEL ให้เกียรติ Jennie โดยให้เกาหลีเป็นประเทศแรกที่ได้ชมคอลเลคชั่นนี้ก่อนประเทศอื่น ๆ การเปิดคอลเลคชั่นนี้จัดขึ้นที่ Fagship ชองดัม โดยทาง ชาเนล ได้มีการเชิญ Fashion artist และสื่อมวลชนเข้าร่วมชมคอลเลคชั่นนี้ด้วย ซึ่ง Jennie ในฐานที่แอมบาสเดอร์คอลเลคชั่นนี้ก็มาร่วมงานด้วยเช่นกัน

Coco Neige

เธอมาในลุคโทนสีขาวดำ สวมใส่เสื้อสเวตเตอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ CHANEL ที่เป็นหนึ่งในคอลเลคชั่นนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้ว เป็นคอลเลคชั่นสปอร์ตของฤดูหนาโดยชุดจะตัวใหญ่และดูจะเป็นแฟชั่นหนัก ๆ  แต่เธอกลับ Mix & Match ออกมาได้สวยมาก และถึงแม้ว่าจะมีเพียง 3 รูปเท่านั้นที่ถูกปล่อยออกมาตามสื่อต่างๆ แต่กลับเธอกลับสร้างความตื่นเต้นให้กับแคมเปญคอลเลคชั่นนี้ ในบางบูติคเสื้อผ้าและแอคเซสเซอรี่ในคอลเลคชั่นนี้ Sold out กันไปเรียบร้อยแล้วค่ะ ตามมาด้วยแฮชแท็ก #JENNIExChanelEvent ที่ติดเทรดทวิตเตอร์ไปแบบไม่ต้องมีข้อสงสัย

Coco Neige

แต่นี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่สร้างปรากฏการ Sold out ก่อนหน้านี้เธอก็สร้างปรากฏการ Sold out ให้กับแคมเปญ #.Mycalvins FW ของ Calivin Klein มาแล้วเช่น และกระแสความนิยมในตัวเธอยังไม่เท่านั้นทุกไอเท็มที่เจนนี่ใช้ แฟน ๆ ของเธอก็จะมาซื้อด้วยเช่นกัน

เจนนี BLACKPINK

คอลเลคชั่น Coco Neige 2021/22

ออกแบบมาเพื่อกิจกรรมบนภูเขาโดยเฉพาะ นำเสนอเสื้อผ้าและแอคเซสเซอรี่สำหรับการเล่นกีฬาฤดูหนาว ที่มาพร้อมรายละเอียดการตกแต่งอันเป็นเอกลักษณ์ของ CHANEL สำหรับแคมเปญคอลเล็กชั่นนี้ ทาง CHANELได้เลือกให้ช่างภาพสามีภรรยาชาวดัตช์ชื่อดังอย่าง Inez van Lamsweerde และ Vinoodh Matadin มาถ่ายภาพให้อีกครั้ง

Coco Neige เจนนี BLACKPINKCoco Neige เจนนี่ คิม

และภาพของคอลเลคชั่นนี้ได้ถูกปล่อยไปตามด้านสื่อต่าง ๆ  ของ ชาเนล เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะป้ายบิลบอร์ด อย่างหน้าตึก Shinsegae หรือตามบูติคสาขาต่าง ๆ รวมถึงเว็บไซต์ และ instagram

โคโค่ Neige-3

นอกจากนี้แล้วเจนนี่ ยังได้กล่าวถึงความรู้สึกในการทำงานครั้งนี้ว่า “เพียงแค่ได้ยินว่าจะได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอลเล็กชั่น ‘Coco Neige’ ก็เหมือนความฝันแล้ว” เธอยังได้กล่าวเสริมอีกว่า “ฉันชอบที่จะออกไปเล่นหิมะ หรือเล่นกีฬาต่างๆ ในฤดูหนาว ฉันชอบที่หิมะทำให้เรารู้สึกได้ การสวมใส่เสื้อผ้าเหล่านี้ทำให้ฉันรู้สึกพร้อมที่จะเล่นสกีในวันพรุ่งนี้เลยทีเดียว”

ก่อนหน้านี้แบรนด์แอมบาสเดอร์ของ CHANEL ที่เคยขึ้นแคมเปญคอลเล็กชั่น Coco Neige มาแล้วก็มี Margot Robbie ในปี 2018 โดยการที่ทางแบรนด์ตัดสินใจให้ Jennie มาขึ้นแคมเปญในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการตอกย้ำความสัมพันธ์ที่มีต่อเธอ ซึ่ง CHANEL ถือเป็นแบรนด์ลักชัวรีเจ้าแรกที่ได้ร่วมงานกับหนึ่งในสมาชิกวง BLACKPINK บวกกับเป็นการสะท้อนความนิยมของวงนี้ที่ดูทีท่าว่าจะมีแต่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ คอลเลคชั่น โคโค่ Neige 2021/22 ได้ที่ www.chanel.com

เกี่ยวกับ Jennie

“เจนนี่ คิม” หรือที่แฟนๆ รู้จักในชื่อ “เจนนี่ BLACKPINK” เป็นนักร้องชาวเกาหลีใต้ หนึ่งในสมาชิกของวงเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดัง BLACKPINK

เกิดเมื่อวันที่ 16 มกราคม 1996 ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เธอย้ายไปศึกษาต่อที่ ACG Parnell College ในฐานะนักเรียนแลกเปลี่ยนที่เมืองออคแลนด์ 5 ปี ก่อนจะย้ายกลับมาที่ประเทศเกาหลีใต้เมื่ออายุ 14 ปี เพื่อทำตามความฝันที่จะเป็นนักร้อง เจนนี่ผ่านการออดิชันกับวายจีเอนเตอร์เทนเมนต์ในเดือนสิงหาคม 2010 โดยส่งคลิปวิดีโอการร้องและเต้นในเพลง Take A Bow ของ รีฮานน่า

เจนนี่ ได้รับการจัดอันดับเป็น 1 ไอดอล Kpop ที่คนเกาหลีและชาวต่างชาติชื่นชอบที่สุดจากการไปสำรวจสอบถามของสำนักข่าว CBC News ด้วยเหตุผลที่ชอบมีหลากหลากทั้งใบหน้าที่มีเสน่ห์ อิมเมจน่ารักเซ็กซี่ เสียงยูนิค โวคอลยอดเยี่ยม ไปจนถึงความสามารถเรื่องภาษาอังกฤษ

LOUIS VUITTON  ปรับขึ้นราคารอบที่ 2 ของปี 2021 คลิกเลย

Face Mask รวม 3 หน้ากากอนามัยสุดต๊าช… ภายใต้แนวคิดรักษ์โลก

0

3 หน้ากากอนามัยสุดต๊าช… ภายใต้แนวคิดรักษ์โลก

การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้ผู้คนต่างหยิบ Face Mask มาใส่เพื่อป้องกันตัวเอง ส่วนมากนิยมใช้หน้ากากแบบครั้งเดียวแล้วทิ้ง ทำให้การย่อยสลายของขยะนั้นเพิ่มมากขึ้น แต่หากว่าเราสามารถนำหน้ากากกลับมาใช้ได้ใหม่อีกครั้งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีและประหยัดเงินในกระเป๋าสตางค์อีกด้วย

Face Mask
Cr.Design boom

ขณะเดียวกันในปัจจุบัน ต่างก็มีนักออกแบบทั่วโลกตระหนักถึงเรื่องนี้ไม่น้อย จึงปิ๊งไอเดียในการนำเสนอแนวความคิด รวมถึงดึงเทรนด์ใหม่ ๆ มาสร้างสรรค์หน้ากากป้องกัน COVID-19 กันมากมาย และ 3 ผลิตภัณฑ์หน้ากากจาก 3 นักออกแบบที่นำมาฝากต่อไปนี้ ทางเราเล็งเห็นแล้วมีการออกแบบดี แนวคิดเจ๋ง ส่วนแต่ละคอนเซ็ปท์จะเป็นแบบใด ลองมาติดตามกัน

Face Mask
Cr.Design boom

เริ่มที่นักออกแบบคนแรก “May bar levav” ได้ DIY หน้ากากผ้าเผยลวดลายปักทอได้สวยแซ่บ โดยให้คำจำกัดความว่า ‘อากาศที่เราสวมใส่’ หรือ ‘หน้ากากอนามัยทอมือ’ ซึ่งคอลเลคชั่นนี้ทำจากวัสดุธรรมชาติ และได้รับอิทธิพลมาจากความเป็นจริงหลังเกิดโรคระบาดใหม่อย่าง COVID-19

Face Mask
Cr.Design boom

โดยดีไซเนอร์มุ่งหมายให้งานของเธอเป็นหน้ากากอนามัยรักษ์โลกที่ใช้ซ้ำได้ เพื่อลดปริมาณขยะมูลฝอยและมลพิษทางอากาศ แถม “levav” (เลวาฟ) ได้จับมือกับ “Lanao” บริษัทในประเทศนิวซีแลนด์ เพื่อรับหน้าที่เป็นผู้ผลิตตัวกรองหน้ากาก (ทำจากขนแกะ) ให้เธอ เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ ผ่านการออกแบบหน้ากากที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

Face mask
Cr.Design boom

และเหมาะกับทุกสภาพผิว นอกจากวัสดุที่ถูกเลือกสรรมาเป็นอย่างดีแล้ว  ในความสวยของลวดลายปักทอบนหน้ากากผ้าของเธอยังแฝงไปด้วยเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อแสดงถึงเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นท่ามกลางสภาวะแห่งยุคมลพิษอีกด้วย

 

แมส
Cr.Design boom

ส่วนอีกหนึ่งหน้ากากที่น่าสนใจ คือผลงานของ “Jose Fernandez” (โฮเซ่ เฟอร์นานเดซ) ดีไซน์เนอร์ชื่อดังชาวเม็กซิกัน-อเมริกัน ซึ่งเริ่มทำงานในฮอลลีวูดในช่วงทศวรรษ 1980 จากผลงานการครั้งแรกที่ออกแบบเครื่องแต่งกายให้กับนักแสดงในภาพยนตร์เรื่อง Gremlins ทำให้เขาแจ้งเกิดได้ร่วมมือกับสตูดิโอภาพยนตร์และนักดนตรีรายใหญ่มากมาย

แมส
Cr.Design boom

Jose Fernandez” (โฮเซ่ เฟอร์นานเดซ) ได้จับมือร่วมทำ Project กับ Will I am สร้างหน้ากากอนาคต ที่มีชื่อเรียกว่า  “XUPERMASK” เป็นหน้ากากที่มีความล้ำสมัย ผสมผสานเทคโนโลยีที่ช่วยให้สวมใส่ได้สบาย ในส่วนหน้ากากมีตัวกรอง HEPA มาพร้อมหูฟังแบบเอียร์บัค สามารถตัดเสียงรบกวนได้ ผู้ใช้สามารถฟังเพลงหรือพูดคุยผ่านไมโครโฟนในหน้ากากได้เลยโดยไม่ต้องถอด (wow…) ในส่วนด้านหน้าของหน้ากากชิ้นนี้ มีปุ่ม ไฟ LED ทรงกลม 2 ดวง ที่สามารถเปิดใช้ได้นานถึง 7 ชั่วโมง

หน้ากากอนามัย
Cr.Design boom

รวมถึงภายในได้ติดตั้งพัดลมขนาดจิ๋วไว้เพื่อระบายอากาศ ให้ง่ายต่อการหายใจอีกด้วย แถมหน้ากากนี้ยังมีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา และดีไซน์ให้เข้ากับรูปหน้า ที่สำคัญในหน้ากากชิ้นนี้ได้ติดตั้งพัดลมขนาดจิ๋วไว้เพื่อระบายอากาศ ให้ง่ายต่อการหายใจอีกด้วย

แมส
Cr.design boom

แน่นอนย่อมมีผู้ใช้บริโภคคาดหลายคนตั้งคำถามว่า หน้ากากในอนาคตชิ้นนี้ สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้จริงหรือ!!!! แต่เราค้นหาข้อมูลจากเว็บไซต์ต่าง ๆ มาแล้วว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ ถูกผลิตโดยบริษัท Honeywell ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำที่เชี่ยวชาญด้านทางเทคโนโลยีนั่นเอง และราคาตลาดวางขาย อยู่ราวๆขาย $299 USD หรือราคา 10,007.53 บาท ตามราคาประเทศไทย

Mask
Cr.Design boom

และผลงานสุดท้าย คือหน้ากากอนามัยเฟสชิว  “ZGHYBD” ซึ่งดีไซน์มาให้สวมใส่ง่ายและสบาย แถมสามารถบังลม บังแดดได้ดีอีกด้วย โดยเป็นแบรนด์ของทางประเทศญี่ปุ่นที่การันตีว่าเป็น “หน้ากากเฟสชิว” คุณภาพสูง

mask
Cr.Design boom

คุณภาพสูง ทำจากวัสดุโพลีคาร์บอเนต (PC) ซึ่งติดตั้งเลนส์โพลาไรซ์ป้องกันรังสียูวี และเป็นหน้ากากแบบ “unisex” สวมใส่ได้ทั้งชายและหญิง ที่สำคัญออกแบบมาให้ทนทาน ไม่เสียรูปหรือฉีกขาดง่าย รวมถึงคำนึงถึงการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ที่เจ๋งคือง่ายต่อการพกพา และสามารถรองรับได้หลากหลายกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬากลางแจ้งหรือการเดินทางท่องเที่ยว ฯลฯ

Mask
Cr.Design boom

จะเห็นได้ว่าจากการแพร่ระบาดของ CO-VID19 นอกจากจะมีปัญหาในการพบเจอผู้คน การรวมกลุ่มหรือแม้กระทั่งการทำงานแล้ว โรคนี้ยังมีผลกระทบต่อธรรมชาติด้วยเพราะการใช้ Face Mask แบบใช้แล้วทิ้งก็เป็นปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้ธรรมชาติของเราเสื่อมถอยลง ไอเดียของนักออกแบบทั้งสามข้างต้นนอกจากจะเสนอเทคโนโลยี นวัตกรรม หรือ เทรนด์ใหม่ๆแล้ว ผู้เขียนคิดว่ายังเป็นการสื่อสารแบบนัยว่า“เราต้องอยู่กับโรคนี้โดยไม่เบียดบังโลกมากไปกว่านี้”

บทความน่าสนใจ : 5 โรงแรมดีไซน์สวย เปิดตัวในปี 2021

 

 

 

 

5 โรงแรมดีไซน์สวย เปิดตัวในปี 2021 คลิกเลย

4 Kings อาชีวะ ยุค 90’s กับ 7 ปีที่รอคอย เจอกัน 9 ธ.ค. ทุกโรงภาพยนตร์

0

ย้อนกลับไปเมื่อซักประมาณ 7 ปีที่แล้ว ได้มีสิ่งที่เหมือนกับ เทรลเลอร์ภาพยนตร์ถูกปล่อยออกมาบนโลก Social โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการไล่ตีกันของกลุ่มนักเรียนอาชีวะ โดยมีชื่อคลิปว่า “4 kings อาชีวะยุค 90’S ตัวอย่าง” ซึ่งทุกคนก็คาดกันว่านี่คือ ภาพยนตร์ที่กำลังจะเข้าฉายในเร็ว ๆ นี้ (เมื่อช่วงนั้น) และเป็นกระแสฮือฮาอยู่ไม่น้อย เพราะตัวคลิปทำออกมาได้น่าสนใจ และค่อนข้างจะเข้าถึงสายลุยในยุค 90’s อย่างแท้จริง

เท่านั้นไม่พอทางด้านของ “พุฒิ-พุฒิพงษ์ นาคทอง” ผู้กำกับยังได้ปล่อยตัวอย่างอีกหนึ่งคลิปที่มีความยาว 15 นาที ออกมา พร้อมกับตัวละครที่ถูกพูดอย่างมากอย่าง “ลูแปง” แต่กระนั้นเรื่องราวของ 4 kings ก็เงียบหายไปกับสายลม ราวกับว่ามันคือหนังสั้นเรื่องหนึ่งที่ถูกทำขึ้นเพื่อส่งเข้าประกวด

สำหรับ 4 Kings อาชีวะ ยุค 90’s เป็นเรื่องของ 4 สถานบันอาชีวะที่เด่นดังเรื่องการวิวาทในช่วงปี 2535-2540 ได้แก่ โรงเรียนกนกอาชีวะ ,โรงเรียนช่างกลบูรณพนธ์ ,โรงเรียนอินทรอาชีวะศึกษา และโรงเรียนเทคโนโลยีประชาชื่น ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมาซึ่งกันและกัน ที่เจอหน้ากันเมื่อไหร่เป็นต้องใส่กันเมื่อนั้น

4 Kings อาชีวะ ยุค 90's

ขอทุน พร้อมกับเสียงคัดค้านมากมาย

ภาพยนตร์ 4 Kings อาชีวะยุค 90’s จริง ๆ แล้วมันคือโปรเจ็คหนังใหญ่ อย่างที่หลายคนเข้าใจนั่นแหละ เพียงแต่ว่า “พุฒิ-พุฒิพงษ์ นาคทอง” นั้นได้ลองวิ่งขายงานด้วยตัวคลิปวิดีโอดังกล่าว แต่ก็ถูกปฏิเสธกลับมาด้วยหลาย ๆ เหตุผล

โดยเฉพาะเมื่อพูดว่า นี่คือหนังที่เกี่ยวกับ “เด็กช่าง” มันจะมีคำโต้แย้งขึ้นมาทันที อาทิ “เดี๋ยวคนดูจะเอาไปทำตาม” “เดี๋ยวจะกลายเป็นพฤติกรรมตัวอย่างให้เยาวชนเอาไปลอกเลียนแบบ” หรือแม้แต่คำที่ว่า “มันให้อะไรกับสังคม ? วัยรุ่นตีกันจะมาสอนอะไรใครได้ ?” ซึ่งถือว่าเป็นคำถามที่ตอกหน้าและแรงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน สำหรับ 2 นักทำหนังที่จบจากอาชีวะ

 

แต่หากเรามองกันให้ดี ๆ ในประเทศไทยนั้นก็เคยมีการฉายหนังแนวแก๊งสเตอร์ หรือหนังเกี่ยวกับวัยรุ่นตีกัน ก็หลายเรื่อง แต่เราก็แทบจะไม่ได้เห็นอะไรที่เป็นพฤติกรรมเลียนแบบจากภาพยนตร์เหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็น “กู๋ หว่า ไจ๋” หนังแก๊งสเตอร์ฮ่องกงอันโด่งดังที่หลายคนรู้จักกันดี โดยเฉพาะบทบาท “เฉิน ห้าว หนาน” แห่งแก๊งค์หงซิ่ง ผู้ยิ่งใหญ่แห่งย่านถงหลอวาน ซึ่งรับบทโดย เจิ้ง อี้เจี้ยน

หรือหนังไทยที่มีภาพยนตร์แนวนี้ขึ้นหิ้งอยู่ 2 เรื่อง คือ “2499” อันธพาลครองเมือง หนังระดับตำนานที่นำแสดงโดย ติ๊ก-เจษฎาภร ผลดี และ อันธพาล ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับ แดง ไบเล่ (เต๋า-สมชาย เข็มกลัด) และจ๊อด ฮาวดี้ (น้อย วงพรู) ซึ่งในช่วงที่หนังทั้งสองเรื่องฉาย ก็ไมได้มีอะไรที่ดูจะเป็นพฤติกรรมลอกเลียนแบบออกมาให้เห็นเลยด้วยซ้ำ

กระนั้น ด้วยสาเหตุที่กล่าวไปข้างต้นทำให้โปรเจ็คต์ของภาพยนตร์ที่น่าสนใจเรื่องนี้ ต้องถูกพับไปอย่างน่าเสียดาย อย่างไรก็ตามก็ได้มีช่องใน Youtube ที่ใช้ชื่อว่า “อาชีวะ TV” ถือกำเนิดขึ้น โดยมีคอนเท้นท์เกี่ยวกับการพูดถึง คนดัง ๆ ในยุคนั้น ที่เกี่ยวข้องกับตัวภาพยนตร์ และมีตัวตนอยู่จริง

ซึ่งทั้งหมดได้มาเล่าเรื่องราว พูดคุยถึงยุคของ อาชีวะ 90’s ได้อย่างสนุก และน่าสนใจ และหากคุณเคยดูหนังตัวอย่างเมื่อ 7 ปีที่แล้ว คุณจะได้ฟังเรื่องของราวของตัวเด่นอย่าง ลูแปง จากปากของเจ้าตัวแบบล้วงลึกและมีสีสันอย่างแน่นอน

4 Kings อาชีวะ ยุค 90's

7 ปีที่รอคอย 9 ธันวาคม 2564 “4 Kings อาชีวะ ยุค 90’s” เข้าฉายในโรงภาพยนตร์

แม้ว่าโปรเจ็คต์ 4คิงส์จะเคยถูกพับไป แต่หากอะไรซักอย่างที่มันมีคุณค่า ก็ย่อมมีคนที่เห็นค่าของมัน เพราะเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2563 ก็ได้มีข่าวออกมาอย่างเป็นทางการว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ทำการบวงสรวงเพื่อเปิดกล้องและเดินหน้าถ่ายทำอย่างเต็มรูปแบบ

โดยเป็นบริษัท เนรมิตหนัง ฟิล์ม ที่เข้ามารับช่วงต่อ พร้อมสนับสนุนและให้โอกาสผู้กำกับได้ถ่ายทอดเรื่องราว และมุมมองของพวกเขาที่อยากจะเล่าออกมาผ่านทางกลุ่มนักเรียนอาชีวะในยุค 90

4 Kings อาชีวะ ยุค 90's

โดยมีนักแสดงนำอย่าง เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ ,โจ๊ก-อัครินทร์ อัครนิธิเมธรัฐ (อ็อตโต้ จาก goal Club) ,จ๋าย-อิชณน์กร อินทรโชติ (จ๋าย ไททศมิตร) ,บิ๊ก-อุกฤษ วิลลีย์บอร์ด ดอนกาเบรียล (D Gerrard) และ เนโกะ-เนรัญชรา เลิศประเสริฐ

กลับมาคราวนี้ พุฒิ ผู้กำกับยังคงยึดอุดมการณ์เดิมคือการสานต่อและเล่าเรื่องเกี่ยวกับชีวิตวัยรุ่น และเหล่านักเรียนอาชีวะ ในยุคนั้น โดยอาจจะมีการเปลี่ยนบทนำ เปลี่ยนตัวละครหรือรายละเอียดข้างในจากเมื่อ 7 ปีก่อนบ้าง

แต่เชื่อเถอะว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นภาพยนตร์น้ำดี ที่ให้ข้อคิดและเอาชนะคำดูถูก รวมไปถึงภาพลบ ๆ ของนักเรียนอาชีวะได้อย่างแน่นอน

9 ธันวาคม 2564 เข้าไปพิสูจน์ มิตรภาพ และการต่อสู้ของพวกเขา เข้าไปพิสูจน์กันว่า นี่คือภาพยนตร์น้ำดี และเป็นภาพยนตร์คุณภาพอีกเรื่องหนึ่ง ที่เกิดจากความตั้งใจของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้ในทุกโรงภาพยนตร์กับ “4 Kings อาชีวะยุค 90’s”

 

Seoul Cafe คาเฟ่ที่เหมือนบินไปดื่มกาแฟที่ เกาหลี ทิพย์

Seoul Cafe คาเฟ่ที่เหมือนบินไปดื่มกาแฟที่ เกาหลี ทิพย์

Seoul Cafe

คาเฟ่ที่อยู่ใน อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ที่แต่งร้านจนเหมือนว่าบินไปดื่มกาแฟที่ เกาหลี ชื่อร้านก็บอกเลย Seoul Cafe ตรง ๆ ตามชื่อเลยค่า ทุกอย่างมีความเกาหลี น่ารัก ๆ ซารางเฮ มาก โอ๊ย เหมือนอยู่เกาหลีตั้งแต่ยืนอยู่หน้าร้านแล้วค่า จะน่ารักขนาดไหน ตามมาดูกันเล๊ย

Seoul Cafe

ร้านกาแฟสไตล์เกาหลี ที่เปิดอยู่ไม่ไกลจากใจกลางอำเภอมากนัก ตั้งอยู่ในหมู่บ้านต้นกล้า ขับรถผ่านที่อื่นในระแวกนั้นก็ยังดูร้อน ๆ แต่พอมาถึงร้านนี้ดูคูล ดูเกาหลีเหมือนหลุดมาจากประตูโดเรม่อนยังไงอย่างงั้นเลยล่ะค่า มีความ So Cute! มากแม่

ด้านหน้าร้านจะวางด้วยเก้าอี้พับ สีพาสเทลสุดแสนจะน่ารัก มองผ่านเห็นช่องหน้าต่างบานกลม เข้ากันสุด มุมดีกรุบ แสงลงพอดิบพอดี กว่าจะได้เดินเข้าไปในร้านก็ได้ภาพมาเยอะมากจนเม็มจะเต็มไปแล้วค่ะ 555+

ทุกมุมร้านมีความบังแสงด้วยผ้าม่านสีขาวโปร่ง ผ่านกระจกใสเข้ามา ทำให้ได้โทนแสงที่ธรรมชาติมาก ๆ ถ่ายรูปแล้วสวย ดูเกา ดูหลุดออกมาจากซีรีย์ไปอี๊ก 555+

Seoul Cafe

เอาจริง คือถ่ายรูปมุมไหนก็เหมือนอยู่เกาหลีแหละ ขนาดมุมที่วางโต๊ะเก้าอี้ธรรมดา ๆ ทำไมถึงดูสวย ดูเข้ากัน ดูคุมโทนไปหมด ชอบมาก

Seoul Cafe

โซนนั่งฝั่งด้านในสุดของร้าน ก็น่ารักมาก ร้านค่อนข้างเย็นสบาย เพราะว่าติดแอร์ค่ะ 555+ มันแบบมินิมอลแบบเกาหลีจริง ๆ ค่ะ

ที่นี่ก็จะมีเมนูที่เป็น Signature นะคะ อย่างเมนูเครื่องดื่ม เค้าก็จะมีเมนูมาตั้งให้ดูค่ะว่าจะเลือกแบบไหน มุมกาแฟนี่อยากจะยกมาไว้ที่บ้านเลย ทำไมละมุนได้ขนาดนี้

เมนูที่เราเลือกมาก็จะไม่พลาดที่จะเป็นเมนูพิเศษของทางร้านค่ะ อย่างกาแฟตัวนี้มีชื่อว่า นัมจา รสชาติหอม ๆ กับเค้กที่มีชื่อว่า ชีสเค้กเลม่อน หอมกรุบ นุ่มลิ้น ละลายในปากไปเลยค่า ชอบมาก

สั่งเครื่องดื่มกับเค้กมาแล้ว ต้องมานั่งถ่ายมุมนี้นะคะ คือดีย์มาก ถ้ามาตอนคนน้อย ๆ บอกเลยสวรรค์ชั้นดาวดึงเลยแม่ 555+ ชอบมุมนี้สุด

ตรงนี้ก็จะเป็นฝั่งหน้าต่างกลมสามบานที่อยู่ด้านหน้าร้านนะคะ ใครไปยืนถ่ายอยู่ด้านนอก ถ้ามีคนมานั่งบาร์ตรงนี้ก็จะเห็นคนที่ไปยืนถ่ายรูปหน้าร้านอยู่ มีแอบเขินเลยนะคะ 555+

Seoul Cafe

ด้านนอกร้านก็คือดีย์ไม่แพ้กันค่ะ หวานละมุน กวั๊กมือเรียกกล้องมาก มุมนี้จะอยู่ฝั่งด้านนอกซ้ายมือของร้านนะคะ ก็จะมีพร๊อบให้เราด้วย อย่างเข็นสีแดงนี่น่ารักมาก จะมานี่บอกเลยเลือกชุดเกาหลีหน่อยนะคะ โพสรูปเช็คอินเกาหลีเราว่าก็ไม่มีใครจับได้แน่นอน

เดินถัดมาอีกหน่อย ตรงนี้ก็จะเป็นโซนตัวบ้านของเจ้าของร้านแล้วค่ะ เท่ดีนะ ก็จะมีพร๊อบแบบของโบราณวางประดับตกแต่งได้น่ารักดีค่ะ ถ่ายรูปเก๋ ๆ ได้อีกหลายภาพเลย ร้านนี้อยู่ใกล้กับร้าน Afterglow Cafe ห่างกันเพียงแค่ 50 เมตรเท่านั้นค่ะ ราคาของเมนูแต่ละรายการประมาณ 50 บาทเท่านั้น ถือว่าไม่แพง แถมได้ถ่ายรูปสวย ๆ ที่ร้านด้วย ถือว่าต้องมาค่ะ ห้ามพลาดเด็ดขาด

SeoulCafe หมู่บ้านต้นกล้า โค้งครูบา ถนนสันเหมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน
เปิดทุกวัน เวลา 09.30 – 16.30น.
พิกัด: Google Map
Facebook: Seoul cafe 서울 카페 โซลคาเพ่

 

Afterglow คาเฟ่สุดมินิมอล ในหมู่บ้านต้นกล้า จ.ลำพูน คลิกเลย