Home Blog Page 1082

Rank Valorant ไม่ใช่สิ่งที่ Riot ต้องการ เพราะอยากให้เล่นสนุก ๆ มากกว่า

0

การลง Rank Valorant หรือเกมอื่น ๆ และความหัวร้อน เรียกว่ามันแทบจะเป็นของคู่กันเลยก็ว่าได้ สำหรับเหล่าฮาร์ดคอร์เกมเมอร์ทั้งหลาย ที่ร้อยทั้งร้อย ต้องมีเหตุการณ์ปาจอย ทุบโต๊ะ ต่อยจอ หรือเขวี้ยงเม้าส์ กันมาไม่มากก็น้อย

เพราะนอกจากจะหงุดหงิดตัวเองที่บางครั้งอาจจะไม่ได้ดั่งใจ ยังต้องมาคอยลุ้นเพื่อนร่วมทีม ที่ไม่รู้ว่าฟ้าจะส่งอะไรมาให้ สำหรับคนที่กด solo หรือกดหาแมตช์การเล่นแบบไม่ครบทีม

โดยเฉพาะกับเกมแนว Moba และ FPS ที่มักจะมีการเล่นแรงค์แบบเข้ม ๆ จนบางครั้งถึงกับต้องอุทานออกมาว่า “นี่แข่งอยู่หรือเปล่า!” ไม่ว่าจะเป็น Dota2 ,CS:GO หรือ Valorant

Rank Valorant

Rank Valorant จริง ๆ แล้วไม่ควรจะมีอยู่จริง

สำหรับเกมยอดเยี่ยมประจำปี 2021 อย่าง Valorant เองก็เป็นอีกเกมที่มีระแบบการลงแรงค์ที่ “โค-ตะ-ระ” จะเข้มข้น ไม่ว่าจะระดับล่างสุด ไปจนถึงระดับสูงสุด ที่เราพร้อมจะเจอบรรดาปิศาจ พวกSmurf (คนที่แรงค์สูง และหาไอดีแรงค์ต่ำมาเล่น) หรือเหล่า Cheater ที่มาพร้อมโปรแกรมช่วยเล็ง ช่วยยิง หรือเห็นทั่วแมพมาใช้

แต่ล่าสุด เราได้ข่าวมาว่า ในความเป็นจริงแล้ว การลงRank นั้นมันไม่ควรจะเกิดขึ้นตั้งแต่แรก เพราะ Riot Games ผู้พัฒนา Valorant ตั้งใจจะให้เกมนี้เป็นเกมที่เล่นเพื่อความสนุกล้วน ๆ โดยไม่คิดจะใส่ระบบ Ranking หรือ Competitive Mode เข้ามาในตัวเกมแต่อย่างใด

ผู้อำนวยการผลิต Valorant อย่าง Anna Donlon ได้เผยว่า “การไม่ใส่ระบบ Ranking เข้าสู่เกมจะทำให้เราเข้าใจฐานผู้เล่นของเราได้ดีกว่า”

อย่างไรก็ตาม หลังจากได้ทดสอบแบบจริงจัง Riot ก็ได้รู้ความจริงที่ว่า ผู้เล่นกลุ่มที่ใกล้เคียง หรือกลุ่มเดียวกันกับเกม CS:GO และ Rainbow Six Siege คลั่งไคล้การเล่นแบบจัดอันดับเอามาก ๆ

“หนึ่งในการเรียนรู้จากผู้เล่น คือ เราไม่สามารถเปิดตัวเกม VALORANT โดยไม่มีโหมด Ranking ได้ แต่ก็อย่างที่เห็นระบบจัดอันดับของเราอาจทำให้หลายคนประหลาดใจ ด้วยความที่เราไม่ได้ตั้งใจใส่มันเข้าสู่เกม เราอาจต้องการข้อมูลและประสบการณ์ต่าง ๆ เพิ่มเติม แต่ความคาดหวังของผู้เล่นกับระบบนี้ช่างสูงเหลือเกิน”

Rank Valorant

เอาง่าย ๆ เลยคือ การที่ระบบแรงค์กิ้งของเกมยิง No.1 ในยุคปัจจุบัน มันดูงง ๆ มึน ๆ แปลก ๆ ก็คงเป็นเพราะ พวกเขาไม่ได้ตั้งใจจะใส่ระบบนี้ลงไปแต่แรก แต่สุดท้ายต้องรีบยัดเข้ามา เพราะความต้องการของผู้เล่น

ไต๋โทน ซาชิมิหมึก เป็น ๆ ถึงปาก ไม่ต้องตก ไม่ต้องไปตลาด บริการถึงที่ – แสมสาร สัตหีบ

ไต๋โทน ซาชิมิหมึก เป็น ๆ ถึงปาก ไม่ต้องตก ไม่ต้องไปตลาด บริการถึงที่ – แสมสาร สัตหีบ

ไต๋โทน ซาซิมิหมึก เป็น ๆ แสมสาร สัตหีบ

เวลาไปทะเลทุกคนก็จินตนาการกันอยู่บ่อย ๆ ว่าอยากกินอาหารทะเลกันสด ๆ โดยเฉพาะปลาหมึกที่เราเห็นกัน มันดูช่างยากเย็น สุดแสนจะลำบากเวลาออกต้องไปตกหมึกมากว่าจะได้สักตัว มันไม่ง่ายเลยจริง ๆ ค่ะ แต่ถ้ามาที่สัตหีบนี่ บอกเลย อยากกินหมึกสดต้องได้กินที่ แสมสาร กับ ไต๋โทน ซาชิมิหมึก เป็น ๆ ถึงปาก “ไม่ต้องตก ไม่ต้องไปตลาด เราก็มีให้แดก” พี่เค้าว่างี้ค่ะ 555+

ไต๋โทน ซาซิมิหมึก เป็น ๆ แสมสาร สัตหีบ

ปลาหมึกซาชิมิเราคอนเฟิร์มเลยว่าสดจริงค่ะ มีหลายขนาดให้เลือก หรือใครแค่อยากจะลองชิมแค่ตัวเดียวไต๋โทนเค้าก็จัดให้ได้ค่ะ มากันแบบตัวเป็น ๆ แล่ให้เห็นกันแบบสด ๆ ทีเด็ดของเค้าคือ มีบริการไปแล่ให้กินถึงที่ใน แสมสาร สัตหีบ ค่ะ ใครที่ไปอยู่แถวนั้น ก็สามารถเรียกหาไต๋โทนได้เลย (เดี๋ยวทิ้งเบอร์ไว้ให้ท้ายบทความนะคะ)

ทุกส่วนที่ไต๋โทนเค้าแล่มาคือ อยู่ครบทุกส่วนเลยค่ะ แม้กระทั่งลูกตาของปลาหมึกก็ยังอยู่เด้อ ถือว่าคุ้มมากค่ะ เราสนับสนุนให้คนใจสู้แบบนี้มาก ๆ สมัยนี้ไม่ต้องรอให้ใครวิ่งเข้ามา เราก็หาโอกาสให้ตัวเองได้ด้วยการวิ่งไปหามันเองเลยแบบไต๋โทนค่ะ

หลังจากที่แล่หมึกให้เราเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็ได้ลองถามไต๋โทนไปว่า ส่วนไหนของปลาหมึกที่เด็ดที่สุด และแน่นอนไต๋โทนก็บอกเลยว่า ลูกตาของปลาหมึกนั่นเอง เอ่อ ไม่น่าเชื่อเนอะ ปกติเวลาที่เราไปตกหมึกแล้วแล่กันเอง หรือเวลาจะประกอบอาหารก็เช่นกัน ตาปลาหมึกก็มักจะเป็นส่วนที่เราตัดทิ้งเสมอ 5555+ อ่ะ วันนี้ก็ต้องมาลองกันว่า ตาปลาหมึกจะเด็ดจริงหรือเปล่า

ไต๋โทน ซาซิมิหมึก เป็น ๆ แสมสาร สัตหีบ

ว่าแล้วก็ไม่รอช้าค่ะ แล่มาเสร็จปุ๊บก็ต้องทำการทดลองชิมกันเลย อ้อ สำหรับน้ำจิ้มนั้นทางไต๋โทนก็มีให้ครบเลยนะคะ ทั้งน้ำจิ้มซีฟู้ด และน้ำจิ้มแบบวาซาบิ หรือใครจะเตรียมวาซาบิมาเองแบบพวกเราก็ได้ค่ะ น้ำจิ้มซีฟู้ดคือแซ่บซี้ดไม่ไหวจริง ๆ ปลาหมึกเนื้อใส ๆ จิ้มลงไปให้ท่วมทั้งชิ้นแล้วยกเข้าปากไปเลย เด็ดดวงสุด แต่ส่วนที่เราว่ามันแปลก ๆ ก็จะเป็นส่วนหนวดของปลาหมึกนะคะ เพราะเวลาเอาเข้าปากไปแล้ว ตรงตุ่ม ๆ ปลายหนวดมันจะดูดในปากเราค่ะ 555+ ที่พวกเราได้ลองกินนั้นยังดีที่ตัวไม่ใหญ่มาก ถ้าตัวใหญ่นี่เราว่ามีแกะไม่ออกกันเลยทีเดียว

ใครอยากลองกินปลากหมึกซาชิมิแบบสด ๆ แต่ไม่อยากเสียเวลาออกไปตกเองก็แนะนำเด้อ เรียกหาไต๋โทน ซาชิมิหมึก เป็น ๆ ถึงปาก “ไม่ต้องตก ไม่ต้องไปตลาด เราก็มีให้แดก” เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบออกไปผจญภัย แล้วอยากหาปลาหมึกสด ๆ มากินแบบนี้ ไปที่สัตหีบแล้วจัดกันเลยค่ะ เบอร์ติดต่อ 097-0602960, 063-2126084 โทรกิ๊งเดียวก็ได้กินปลาหมึกสด ๆ แล้ว ถ้าไม่หมดซะก่อนนะคะ 555+ ใครไม่ชอบกิจกรรมตกหมึกเราว่าลองไป ดำน้ำ ก็สนุกดีเหมือนกันนะคะ

เพลงใหม่ล่าสุด จาก 4 ศิลปินที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์

0

ปล่อย เพลงใหม่ล่าสุด กันออกมาไม่พักเลยสำหรับนักร้อง และศิลปินบ้านเรา หลังจากสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย และเริ่มมีการปลดล็อกดาวน์ MV ดี ๆ และเพลงโดน ๆ ก็เริ่มปรากฎออกมาให้ได้ชมกันมากขึ้น เรียกว่า แต่ละคน แต่ละวงเหมือนจะอัดอั้น และอยากโชว์ของกันแบบสุด ๆ เพราะเพลงดี ๆ มีให้ฟังแทบจะทุกวันจริง  ๆ

เพลงใหม่ล่าสุด

4 เพลงใหม่ล่าสุด จาก 4 ศิลปินที่ใคร ๆ ก็ต่างคิดถึง

และวันนี้เราจะมาใน topic ของเพลงใหม่ ๆ จากศิลปินที่ไม่ได้ปล่อยเพลงให้ฟังมาซักพัก และในสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีถึง 4 เพลง จาก 4 ศิลปิน ที่เชื่อว่าหลายคนรอฟังผลงานของพวกเขาอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็น Big Ass ,Bowkylion ,Zeal และแม้แต่ Scrubb ที่หายไปนานแสนนาน วันนี้ได้ฟังแน่นอน!

บานปลาย – Bowkylion

เพลงใหม่จาก สาวเสียงแมน ที่คราวนี้มาแบบหวาน ๆ ที่มีคุณภาพในแบบที่ทุกคนก็รู้กันอยู่แล้ว โดยเพลงใหม่ของเจ้าตัวชื่อเพลงว่า บานปลาย กับเนื้อหาเพื่อนแอบชอบเพื่อน ยิ่งอยู่ใกล้ ยิ่งหวั่นไหว

 

‘ได้โปรดอย่ามองตา ขอเธอนั้นอย่ามาทัก

อย่าได้สนถ้าเธอนั้นไม่ได้รัก ให้ทำไง

เรื่องมันบานปลายและไปกันใหญ่ในใจของฉัน’

 

เรียกว่า เนื้อเพลงก็คือโดน และน่าจะมีโผล่บนสเตตัสบนโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กของหลายคน ส่วนตัวเอ็มวี เพลงนี้ก็คือทำออกมาแบบน่ารัก ๆ ชุดนักเรียนสไตล์ญี่ปุ่น กับเนื้อหาของเพื่อนแอบชอบเพื่อน เพื่อนที่ทำให้ยิ้มและหัวเราะได้ แต่สุดท้ายจะสมหวังไหม ต้องไปดูครับ

พรุ่งนี้ – SCRUBB

เพลงใหม่ล่าสุด จากศิลปินดูโอ้ ที่ใคร ๆ ก็เฝ้ารอ และพร้อมจะฟังเพลงของพวกเขาเสมอ เพราะไม่ว่าคุณจะเป็นใคร คุณจะฟังเพลงแนวไหน คุณจะเป็นฮิพพอพ หรือชาวร็อค หรือสายอินดี้ แต่ยังไงซะพวกคุณก็จะต้องฟังสครับบ์อยู่ดี นี่แทบจะเป็น Fact ของวงการเพลงไทย ที่ทุกคนรู้ว่า SCRUBB นั้นสุดยอดขนาดไหน

สำหรับเพลง พรุ่งนี้ (Someday) มันคือเพลงที่แบบว่า โคตรจะ สครับบ์ เลย ผมขอใช้คำนี้แล้วกัน เพราะนี่คือเพลงที่เป็นสไตล์ของสครับบ์ เพลงป็อปสบาย ๆ เนื้อหาไหล ๆ ฟังแบบไม่ต้องคิดอะไร สบายหู และให้กำลังใจคนที่กำลังเหนื่อยล้า ได้ดีเหลือเกิน!

เรื่องโง่ขอให้บอก – BIG ASS

ห่างหายจากการออกอัลบั้ม หรือปล่อยเพลงใหม่ของตัวเองมากว่า 4 ปี กลับมาครั้งนี้ คอมเม้นท์เดียวของเพลงนี้คือ “ดี ดี และดี” ทั้งพาร์ทดนตรี ที่เป็นบัลลาดร็อก มีสับเดือด ๆ ในท่อนแยกของ เพลงใหม่ล่าสุด ของพวกเขา

ส่วนเนื้อหาของเพลง ไม่ต้องพูดอะไรมาก เพราะถ้าขึ้นชื่อว่า ขจรเดช พรมรักษา หรือ กบ Big Ass มือกลองของวงเป็นผู้แต่งแล้วล่ะก็ “การันตี” คุณภาพ เพลงนี้ก็มาโดน ๆ เหมือนเดิม กับการรับบทแฟนที่แกล้งโง่ ไม่ว่าจะรู้อะไรมากแค่ไหน ก็แกล้งโง่เท่านั้น เพื่อที่จะรักษาความรักไว้

 

‘ได้อยู่แล้ว​ เธออยากจะให้ฉันโง่เท่าไหร่ตามสบาย

โง่ประมานไหน ขอให้บอกฉันได้ จะทำ เพื่อเธอ

ได้เสมอ ​​ถ้าหากมันจะช้ำมันจะเจ็บสักแค่ไหน

ไม่เป็นไร​ฉันรับได้ ​โง่ก็ได้​ ถ้ายังมีเธอ’

 

แค่นี้ไม่พูดอะไรเยอะ ไปลองฟังกันดู แล้วคุณจะพูดว่า “ดีจริง”

แผลสด – Zeal

วงนี้นอกจากจะได้เห็นหน้าค่าตาตามร้านเหล้า ไม่ว่าจะเป็นการนั่งดื่ม หรือขึ้นไปร้องเพลงก็ตาม ก็แทบจะไม่ได้เสพผลงานอะไรของพวกเขาเลย นอกจาก เป็ก นักร้องนำ ที่มักจะมาปรากฎตัวตามช่องยูทูปต่าง ๆ โดยเฉพาะของ “โคตรคลู” เช่นเดียวกัน เคน มือกลอง ที่มีช่องทำคลิปตีกลองเป็นของตัวเอง

ซึ่งอัลบั้มล่าสุดของพวกเขา หากไม่นับ EP อัลบั้ม ก็ห่างหายไปกว่า 10 ปีเลยทีเดียว เพราะอัลบั้มล่าสุดของพวกเขาคือ Grow ที่ปล่อยออกมาในปี 2554 และวันนี้ 10 ปีผ่าน แผลสด เพลงใหม่ที่รวมทุกเอกลักษณ์ของความเป็น Zeal ทั้งซาวด์วาร์ป ๆ กีต้าร์หนักแน่น สไตล์อีเล็กทรอนิกส์-ร็อก

ส่วนเนื้อหาของเพลง มาแบบเจ็บปวด รวดร้าวเช่นเดิม เรียกว่าเป็นเจ้าพ่อของความเจ็บลึกเลยก็ว่าได้ กับเนื้อหาของคนที่เลิกกัน แต่ด้วยแผลที่ยังสด ๆ อยู่ ยังไม่พร้อมที่จะเจอ หรือพูดอะไร ใด ๆ ทั้งสิ้น มันเจ็บเข้าใจปะ ?

บอกแล้วว่าดีทุกเพลง สำหรับ 4 เพลงใหม่ล่าสุด จาก 4 ศิลปิน ที่กลับมาด้วยเอกลักษณ์ ซาวด์คุ้นหู และเนื้อหาของเพลงแบบที่เป็นตัวตนของแต่ละวง ถ้าถูกอกถูกใจก็กดไลค์ กดแชร์ และเข้าไปอุดหนุนผลงานแท้ ๆ ของศิลปินกันด้วยนะครับ

พาไปรู้จักนักแสดงนำจากซีรีส์เกาหลี School 2021

0

ซีรีส์เฟรนไชส์สาขาเกาหลีใต้ School 2021

School 2021 ซีรีส์ใหม่จากช่อง KBS ที่เรียกได้ว่าเป็นซีรีส์เฟรนไซส์ตระกูล School ที่มีมาตั้งแต่ School1 ปี 1999 / School2 ปี 1999-2000/ School3 ปี 2000-2001 / School4 ปี 2001-2002 / School-2013 / School-2015 / School-2017 /

ซึ่งในปี 2021 นี้ทาง KBS ก็ได้เปิดภาพ Teaser ของเหล่านักแสดงนำ มาให้ได้แฟน ๆ ได้รอติดตามกันแล้ว แถมยังได้นักแสดงวัยหน้าใหม่วัยใสที่ได้รับความสนใจ มารับบทเป็นเหล่านักเรียนอีกด้วย Inzpy เลยจะพาทุกคนไปทำความรู้จักเหล่านักแสดงนำ ที่จะมาเจอทุกคนในวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้แล้ว

  • Kim Yohan (คิม โยฮัน) รับบทเป็น กง กีจุน

School 2021

คิม โยฮัน ที่หลายคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตาจากรายการเซอร์ไววัล Mnet Produce X 101 และยังเคยมีผลงานการแสดงมาก่อนด้วย ไม่ว่าจะเป็น A Love So Beautiful / Zombie Detective / Mouse / แถมก่อนเข้าวงการเนี่ยโยฮัน เคยได้รับตำแหน่งแชมป์เยาวชนทีมชาติ ในการแข่งกีฬาเทควันโดระดับชาติ ถึง 2 ครั้งด้วยกัน แหม ! เรียกได้ว่านอกจากจะหน้าตาหล่อเหลาเอาการแล้วเนี่ย ความสามารถยังมาครบ แน่นจัดเต็มทุกด้านจริง ๆ

IG : y_haa.n

YoHan

School 2021

  • Jo Yihyun (โจ อีฮยอน) รับบทเป็น จิน จีวอน

JiHyun

จิน จีวอน สาวหมวยสุดน่ารัก ถ้าใครเคยดูซีรีส์สุดฮิตอย่าง Hospital Playlist เนี่ยต้องจำหมอคู่แฝดหญิงชายอย่าง จาง ยุนบก – จาง ฮงโด ได้แน่นอน และใช่ ! เธอรับบทเป็นยุนบกนั้นเอง แถมผลงานการแสดงก่อนหน้านั้นก็ไม่น้อยเลยไม่ว่าจะเป็นซีรีส์ Bad Papa / Less Than Evil / My Country : The new age / How to buy a friend / รวมถึงผลงาน Music Video เพลง Quit ของรุ่นพี่ อูยอง จาก 2PM และเพลง After You ของ โจ ฮยอนอา ด้วยนะ ถึงจะหน้าใหม่แต่บอกเลยว่างานแน่น งานปังมาก

IG : yihyun_1208

School 2021

  • Chu Young Woo (ชู ยองอู) รับบทเป็น จอง ยองจู

Youngwoo

ชู ยองอู ที่เรียกได้เลยว่าหน้าใหม่จริง ๆ เพราะเพิ่งเดบิวต์ด้วยผลงานการแสดงจากซีรีส์แนว Boys Love สุดฟินอย่างเรื่อง You make me dance  นั้นเอง แต่ก็กลายเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว เพราะบอกเลยว่าฝีมือการแสดงของหนุ่มคนนี้ฉายแววความโดดเด่นตั้งแต่เรื่องแรกที่เล่นกันเลยทีเดียว

You Make Me Dance

จนได้มีผลงานการแสดงต่อมาอย่างซีรีส์ Police University ซีรีส์คอมเมดี้ สืบสวน เล่าเรื่องราวของนักเรียนตำรวจ เอาเป็นว่ารอติดตามฝีมือการแสดงจากเรื่อง School 2021 ได้เลย เชื่อว่าปังไม่แพ้สองเรื่องแรกแน่นอน

IG : cu.young

School 2021

  • Hwang Bo Reum Byul (ฮวัง โบรึมบยอล) รับบทเป็น คัง ซอยอง

Borum

ฮวัง โบรึมบยอล มีผลงานการแสดงซีรีส์เรื่องแรกจากเว็บตูนชื่อเรื่อง The World of My 17 ซึ่งถึงจะเป็นผลงานการแสดงเรื่องแรก แต่เธอก็ได้แสดงความสามารถทางการแสดงไว้ได้อย่างโดเด่นเลยทีเดียว และยังชนะการประกวดนางงาม Chunhyang ปี 2019 อีกด้วย เรียกได้ว่าสวยปัง แถมมีความสามารถด้วยนะ

IG : boreum_byeol

School 2021

  • Kim Kangmin (คิม คังมิน) รับบทเป็น จี โฮซัง

Kangmin

คิม คังมิน หนุ่มตี๋สุดน่ารัก ที่ถ้าคุณคุ้นหน้า โจ อีฮยอน จาก Hospital Playlist ละก็ เป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะไม่คุ้นหน้าหนุ่มน้อยคนนี้ ในบทคุณหมอฝึกหัด อิม ชางมิน นั้นเอง แต่เห็นหน้ายังละอ่อนแบบนี้เค้าไม่ได้มาเล่น ๆ นะ บอกเลยว่าผลงานการแสดงแน่นปึก

Hospital Playlist

เพราะเค้าเดบิวต์ด้วยผลงานการแสดงเรื่อง Stove League และมีผลงานต่อมาอย่าง Hospital Playlist / She Know Everything / Tale of the Nine-Tailed / Growing Season / Half-Fifty / และซีรีส์แนว Boys Love อย่าง To My Star (แอบกระซิบว่าจะมีซีซั่น 2 ด้วยนะ) แหม ! หนุ่มน้อยคนนี้ก็ถือว่าผ่านงานแสดงมาพอสมควรแล้วเหมือนกัน เอาเป็นว่ารอติดตามพัฒนาการด้านฝีมือการแสดงในเรื่อง School 2021 กันได้เลย

IG : ______kangman

To My Star

เป็นยังไงกันบ้าง กับนักแสดงนำในซีรีส์ School 2021 ที่เราเอามาฝากกัน ซึ่งตัวซีรีส์ก็เริ่มออนแอร์ไปแล้วเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมานี้เอง เอาเป็นว่าโดนเหล่านักแสดงคนไหนตกไปแล้วหลังจากอ่านบทความนี้ก็อย่าลืมตามไปติดตามซีรีส์เรื่องนี้กันได้นะ รับรองความสนุก ครบรสแน่นอน

“เวียร์-เบลล่า” ปิดตำนานรักข้ามช่อง 9 ปี !!

0

“เวียร์-เบลล่า” ปิดตำนานรักข้ามช่อง 9 ปี !!

“เวียร์-เบลล่า” ปิดตำนานรักข้ามช่อง 9 ปี !! เลิกจริงช็อกวงการ คู่รักเวียร์เบลล่า เลิกกันแล้วขอลดสถานะเหลือแค่ “พี่น้อง” ยันไร้มือที่ 3 ทำเอาแฟน ๆ ตกใจเป็นอย่างมากปิดตำนานคู่รักข้ามช่อง ที่กองเชียร์กันสนั่น ขอลดสถานะ

เหลือแค่พี่น้อง เหลือเก็บแค่ความทรงจำดี ๆ ให้กันละกันงานนี้ร้อนถึง “วงใน” ที่ไม่ใช่ “คนใกล้ชิด” ย้ำว่า “วงใน” ออกมาการันตี แต่อย่างไรก็ตามรอติดตามฟังจากปากทั้งคู่เองดีกว่าจ้าคู่รักซุปตาร์ปิดฉากรักยาวนาน 9 ปี

ล่าสุดในรายการ วันบันเทิง ทางช่องวัน 31 โดย บอย ธิติพร พิธีกร ก็ได้เผยในรายการเกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า เวียร์ และ เบลล่า ได้เลิกรากันแล้ว โดยที่ผ่านมาทั้งคู่ได้พยายามปรับเข้าหากัน แต่ดูเหมือนจะปรับเข้าหากันไม่ได้ จนตัดสินใจที่

จะเก็บความรู้สึกดี ๆ นี้ไว้ในฐานะพี่น้อง ยันไร้เงามือที่ 3 ยังคงเป็นที่ปรึกษาให้กันอยู่แต่คงลดไว้แค่สถานะพี่น้องได้เท่านั้น

"เวียร์-เบลล่า"

เวียร์-เบลล่า เปิดตำนานรัก 9 ปี ผ่านอะไรกันมาบ้าง

จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ของทั้ง 2 เกิดจากการอยู่สังกัดเดียวกันของ ตัวแม่นักปั้นอย่าง พี่เอ-ศุภชัย ศรีวิจิตร” เป็นโอกาสให้ทั้ง 2 ได้พบปะเจอกันบ่อย ๆ ก่อนต่อมาจะได้เล่นภาพยนตร์ด้วยกันในเรื่อง “ปิตุภูมิ พรหมแดนแห่งรัก”

เมื่อปี 2555 ซึ่งเป็นผลงาน ผู้กำกับมือทอง อย่าง “ต้อม ยุทธเลิศ สิปปภาค” โดยมีนักแสดงร่วมอย่าง อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม และ ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ แต่ว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ถูกแบนห้ามเข้าฉายเนื่องจากเกี่ยวข้องกับสถานการณ์

ชายแดนภาคใต้ ใน 3 จังหวัด ชายแดน และเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ของทั้ง 2 คน อย่างเงียบ ๆ ก่อนที่จะเริ่มศึกษาดูใจกัน ริเริ่มพันธ์ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันในสถานะพี่น้อง และพัฒนามาเป็นแฟนตัวจริงจนถึงปัจจุบันกระนั้นก็ดี

ความรักของทั้งคู่ ก็เคยมีดราม่าเช่นกัน เพราะครั้งหนึ่ง เคยมีความข่าวเกี่ยวกับมือที่ 3 อย่าง สาวชิงชิง คริษฐา สังสะโอภาส ดาราสาวร่วมช่อง แต่ทั้งคู่ก็ได้ออกมาตอบเคลีย์ทุกประเด็นดร่าม่าว่าไม่มีอะไรในกอไผ่ เป็นแค่เพื่อนร่วมงานกันเฉย ๆ  จบปัญหาเรื่องราวมือที่ 3 พร้อมคำยืนยันจากปากของหนุ่มเวียร์ว่า “เบลล่าคือที่หนึ่งในใจ”

"เวียร์-เบลล่า"

จุดเริ่มต้นของความห่างเหิน

เมื่อต้นปีที่ผ่านมาการไล่เรียงทามไลน์ของ เวียร์-เบลล่า มาวิเคราะห์ว่าได้ทำอะไรให้ดูห่างเหินกันได้อย่างไร บรรดาแฟนคลับทั้งหลาย ก็เดาไป ต่าง ๆ นา ๆ รูปล่าสุด คือการที่ฝ่ายหญิงไปส่งฝ่ายชายที่สนามบิน ตอนที่จะไปถ่ายภาพยนตร์ฮอล

ลีวูด “Thirteen Lives” หนังเกี่ยวกับ 13 ชีวิตทีมหมูป่าที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงนางนอน ที่ประเทศออสเตรเลียเมื่อต้นปี ในเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา และ ทั้งคู่ก็ได้โพสภาพคู่ ๆ กันเป็นครั้งสุดท้ายแต่หลังจากที่ฝ่ายชายได้กลับมาจากการถ่าย

ทำภาพยนต์ ทั้งคู่ก็ได้นำเงินที่ได้จาการจำหน่ายภาพคู่ไปมอบให้กับมูนิธิซียูเอ็นเทอร์ไพรส์ เพื่อสมทบทุนพัฒนา และผลิตวัคซีนจุฬาฯ-ใบยา ในโครงวัคซีนเพื่อช่วยเหลือคนไทยในสถานการณ์โควิดระบาด

"เวียร์-เบลล่า"

แต่ด้วยความชวนให้สงสัย อยู่ตรงที่ว่าทั้งคู่ไม่ได้มีภาพถ่ายด้วยกัน และ ไม่ได้มีการลงภาพในไอจี ยิ่งทำให้ความสัมพันธ์นี้คลุมเครือไปอีก แถมยังช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่กำลังระบาดหนักทำให้การปิดประเทศไม่สามารถพบเจอ

กันได้ ณ ช่วงเวลาขณะนั้น ก็ไม่อาจสามารถเห็นภาพการไปออกทริปตั้งแคมป์ตามสไตล์คู่รักนักท่องเที่ยว และ ในขณะที่การถูกจับตามองอย่างมาก “วงใน” ก็ได้เผยว่าทั้งคู่เลิกกันแล้วจริง โดยการยุติความสัมพันธ์ครั้งนี้ เหลือแค่ คำว่า ‘พี่น้อง’ ที่ดีต่อกัน

สาเหตุจริงๆ นั้นจะเป็นอย่างไรรอ จะ ‘ ปิดตำนาน ‘ คู่รักข้ามช่องจริงไหม รอให้ทั้งคู่ออกมาชี้แจ้งเหตุผลจริง ๆ กันดีกว่า ซึ่งถ้าหากเป็นจริงตามที่ “วงใน” เมาท์มอยมาขนาดนี้แล้ว ก็คงไม่ต้องรอให้คุ้กกี้ทำนายกันแล้วล่ะมั้ง แต่ก็ต้องรอ “เวียร์-เบลล่า” ออกมาแถลงอีกครั้งว่าข่าวครั้งนี้จริงเท็จเช่นไรกันเองจะดีกว่า!?

บ้านกระโจมดอย ที่พักเล็ก ๆ ในบรรยากาศดี ๆ ที่ดอยอินทนนท์

บ้านกระโจมดอย ที่พักเล็ก ๆ ในบรรยากาศดี ๆ ที่ดอยอินทนนท์

กระโจมดอย

สำหรับใครที่กำลังจะเดินทางไปเที่ยวดอยอินทนนท์ ไปเดินเล่นที่เส้นทางศึกษาธรรมชาติ กิ่วแม่ปาน ซึ่งต้องออกเดินทางขึ้นไปเพื่อชมทะเลหมอก และพระอาทิตย์ขึ้นกันตั้งแต่เช้าตรู่ วันนี้เรามีที่พัก ที่อยู่ไม่ไกลจากจุดท่องเที่ยวมากนัก ชื่อว่า บ้านกระโจมดอย มาแนะนำค่ะ

บ้านกระโจมดอยนี้ จะอยู่เลยจุดกางเต็นท์ของอุทยานเข้ามาไม่ไกลนะคะ ประมาณ 500 เมตร ทางเข้าค่อนข้างชันนิดหน่อยนะคะ แต่วิวที่ได้ รับรองว่าสวยมาก ๆ ค่ะ บริเวณที่พักจะมองเห็นความสวยงาม ของน้ำตกสิริภูมิ แบบใกล้ชิดมาก ๆ เรียกว่า นอนฟังเสียงน้ำตกจนหลับไปเลยหล่ะค่ะ

ที่บ้านกระโจมดอยนี้ผู้เข้าพักสามารถเลือกพักได้ 5 แบบนะคะ แบ่งเป็น
1. เต็นท์กระโจม แบบใช้ห้องน้ำรวม
2. เต็นท์กระโจม แบบมีห้องน้ำส่วนตัว
3. บ้านทรงกระโจม แบบมีห้องน้ำส่วนตัว
4. เต็นท์พร้อมชุดเครื่องนอน
5. เช่าเฉพาะพื้นที่กางเต็นท์ (นำเต็นท์ และเครื่องนอนมาเอง)

สำหรับวันที่เราไป เราเลือกเป็นจองเต็นท์พร้อมเครื่องนอน ราคา 500 บาท และเพื่อนอีก 1 คนนำเต็นท์ และเครื่องนอนไปเอง เสียค่าพื้นที่ 100 บาทค่ะ นอกจากนี้แล้วที่นี่ก็ยังมีบริการ อาหาร เครื่องดื่ม และของใช้ต่าง ๆ สามารถประกอบอาหารได้ในพื้นที่ที่กำหนด

บ้านกระโจมดอย

และแน่นอน ที่นี่มีเมนูหมูกระทะค่ะ ซึ่งจะมี 2 ราคา ชุดเล็ก 450 บาท ชุดใหญ่ 600 บาท ภายใน 1 ชุด ก็จะมีเนื้อหมู หมูหมัก หมูสามชั้นสไลด์ ชุดลูกชิ้นต่าง ๆ ไข่ไก่ ชุดผักและวุ้นเส้น น้ำจิ้ม รสชาติออกจะติดหวานเล็กน้อย แต่ก็อร่อยพอใช้ได้ค่ะ การทานหมูกระทะ ซดน้ำซุปร้อน ๆ ในที่ที่อากาศหนาว ๆ เป็นอะไรที่ฟินสุด ๆ ไปเลยค่ะ

ระหว่างที่เรานั่งทานอาหารกันอยู่ ตั้งแต่ช่วงเย็น ๆ ก็จะมีชาวบ้านนำผลไม้ และของกิน เดินเข้ามาขายถึงหน้าเต็นท์เลยค่ะ เช่น ผลไม้เมืองหนาวอย่างสตรอว์เบอร์รี มันเผา ปลาหมึกย่าง เป็นต้น

บ้านกระโจมดอย

ในช่วงเช้าเราสามารถชมความสวยงามของพระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตกในยามเย็นได้ ส่วนช่วงกลางคืนนั้น ก็จะมีความสวยงามของแสงไฟที่ชาวบ้านเปิดให้กับต้นไม้และดอกไม้ ที่ถูกปลูกเอาไว้เป็นแนวขั้นบันได ตามไหล่เขา ได้บรรยากาศที่ค่อนข้างโรแมนติกเลยค่ะ ตอนเช้าหากต้องการขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้น และเดินชมทะเลหมอกที่ กิ่วแม่ปาน ก็สามารถขับรถไปได้ใกล้ ๆ ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาทีค่ะ

บ้านกระโจมดอย

และสำหรับใครอาจจะกังวลเกี่ยวกับเรื่องห้องน้ำ ที่นี่ก็มีห้องน้ำส่วนกลางไว้ให้ใช้บริการค่อนข้างเยอะค่ะ จะอยู่บริเวณด้านล่างสุด ห้องน้ำค่อนข้างสะอาดค่ะ มีทั้งหมด 10 ห้อง แยกชาย-หญิง มีจุดล้างหน้า และจุดชำระล้างอุปกรณ์ทำครัวค่ะ

รายละเอียดเพิ่มเติม
Check in : 14.00 น. Check out : 12.00 น.
โทร : 093-243-5155
Facebook : กระโจมดอย
พิกัด : https://goo.gl/maps/zVwvUfAgHDhV1Lwk6

 

 

 

มัดรวม 6 หมวกสานแบรนด์เนม ใส่แล้วจึ้งสุดบนหาดแน่นอน!!

มัดรวม 6 หมวกสานแบรนด์เนม ใส่แล้วจึ้งสุดบนหาดแน่นอน!!

hat

หลังจากที่เราผ่านช่วงเวลาน่าอึดอัดที่จะต้องอยู่แต่กับบ้าน กักตัวเองกันอยู่เป็นระยะเวลาอย่างยาวนาน ถึงฤกษ์ซักทีที่ประเทศเปิด เมืองเปิด ทุกอย่างเปิด รวมถึงทะเลก็เปิดด้วยนะจ๊ะ โดยเฉพาะในช่วงนี้ซึ่งเป็นช่วง High Season แห่งการท่องเที่ยวเลยเชียวล่ะ การไปเที่ยวทะเลในช่วงนี้ทะเลฝั่งอันดามันกำลังเข้าสู่ช่วงที่ทะเลสวยที่สุดในรอบปีเลยด้วยนะทุกคน ใครที่ชอบไปเที่ยวทะเลหรือชอบดำน้ำดูประการังจะต้องคันไม้คันมือเป็นแน่ กักตัวกันมาตั้งนานก็อยากจะออกไปเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศกันบ้างอะไรบ้าง สาว ๆ ที่รักทะเล รักผืนทรายและชายหาดจะต้องไม่พลาดบทความนี้ที่เรามัดรวมหมวกสาน (Straw Hat) แบรนด์เนมเอาไว้ใส่ไปทะเลแบบจึ้ง ๆ เอามาฝากทุกคน ไปลุยกันเล๊ยยย..

Miu Miu : Ribbon Tie 

หมวกสานใบแรกมาจากแบรนด์ Miu Miu แบรนด์เนมไฮเอนสุดหรูจากฝั่งอิตาลี ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Prada นั่นเอง หมวกสานใบนี้มีความเรียบหรูดูแพงที่แอบแฝงไปด้วยความสดใสน่ารัก เป็นหมวกปีกกว้างทรงคล้ายหมวกคาวบอย โดยตั้งใจปล่อยขอบหมวกให้หลุดลุ่ยแบบเซอร์ ๆ เพื่อให้ความรู้สึกที่ชิล ชิล สบาย สบาย เหมาะแก่การใส่ไปเดินเล่นอวดหุ่นสวยบนชายหาดแบบเก๋ ๆ ส่วนด้านหน้าหมวกมีการเจาะรูตกแต่งด้วยริบบิ้นผ้าไหมสีฟ้าผสมเบจ เพิ่มความหรูหราด้วยเครื่องประดับขนาดเล็กกระจุ๋มกระจิ๋มสีทองน่าเอ็นดู ส่วนตัวริบบิ้นนั้นตั้งใจทำให้มีความกว้างแล้วความยาวพอเหมาะเพื่อที่จะทำให้ผู้สวมใส่สามารถผูกปรับหมวกยึดเข้ากับคาง เพื่อไม่ให้หมวกหลุดปลิวหายไปเวลาโดนลมทะเลพัดใส่แรง ๆ

hat

Dior : Beach Hat 

หมวกสานสุดชิคใบนี้มากจากแบรนด์ Dior แบรนด์เนมสุดหรูสัญชาติฝรั่งเศส การออกแบบได้แรงบันดาลใจมาจากการตีความหมายของหมวกสานคลาสสิคในแบบสดใหม่ น่าสนใจ ให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น วัสดุในการถักทอหมวกสานนี้ทำมาจากเส้นใยธรรมชาติที่ชื่อว่า Raffia จากต้นปาล์มชนิดหนึ่ง และเส้นใย Abaca จากพืชในกล้วยพันธุ์มิวซา สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของหมวกใบนี้เห็นจะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากแถบคาดรอบหมวกที่ทำมาจากผ้าฝ้าย ที่มีการปักตกแต่งอย่างประณีตบรรจงด้วยตัวอักษร ‘Christian Dior Paris’ ตัวพิมพ์ใหญ่ Signature ของแบรนด์ ด้วยสีขาวซึ่งตัดกับพื้นหลังสีน้ำเงินเข้มได้อย่างเพอเฟคลงตัวเป็นอย่างมาก ตัดจบด้วยขอบหมวกลุ่ย ๆ สไตล์หมวกใส่ไปทะเล ซึ่งเป็นหมวกที่หรูหราสวยงาม และยังเป็นหมวกสานในอุดมคติที่สามารถแมทช์กับชุดเดรสไปทะเลได้แบบปั๊วะปัง

hat

Loewe : Gate Straw Leather Visor  

หมวกสานสุดหรูแสนเก๋ใบนี้มาจากแบรนด์หรูจากประเทศสเปนอย่าง Loewe (โลเอเว่) ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านเครื่องหนังเป็นพิเศษ จึงไม่น่าแปลกใจที่ทำไมหมวกสานใบนี้ ถึงมีการตกแต่งด้วยดีเทลสายคาดหนังออกมาได้หรูหราขนาดนี้ ส่วนตัวหมวกเป็นทรงแบบ “หมวกไวเซอร์” ที่มีลักษณะรูปร่างแปลกตา เพราะเว้นช่วงบนหัวเอาไว้ ไม่มีตัวหมวกมาปิดด้านบน มีเพียงปีกหมวกและสายรัดเพื่อความกระชับเท่านั้น โดยหมวกประเภทนี้นิยมสวมใส่กันมากในกลุ่มนักกีฬากลางแจ้ง เช่น นักกอล์ฟและนักเทนนิส เนื่องจากลักษณะของหมวกที่ป้องกันแสงแดดได้ดี สวมใส่ง่าย และที่สำคัญคือ ไม่อึดอัดจากการที่เราหัวเหม็นอับชื้นเหงื่อ เพราะไม่มีตัวหมวกด้านบนปิดไว้นั่นเอง มาพูดถึงดีเทลของหมวกกันดีกว่า หมวกใบนี้มีความโดดเด่นมาก ตรงที่มีการประดับตกแต่งด้วยสายคาดหนังเฉดสีน้ำตาล ที่ตัดกับตัวหมวกได้อย่างงดงามลงตัว และยังทำดีเทลสายคาดให้เหมือนเป็นปม ให้สัมผัสที่เก๋ไก๋และหรูหรา ตัวสายคาดทำมาจากหนังวัว ส่วนสายรัดผ้าด้านหลังมีการปักตกแต่งตัวอักษรสีดำตัดขาว เขียนชื่อแบรนด์ด้วยตัวอักษรพิมพ์ใหญ่เด่นชัด ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์อย่างสวยงาม ส่วนอะไหล่ที่เอาไว้ปรับความกระชับของหมวกทำมาจากวัสดุเมทัลลิค เชื่อว่าหมวกใบนี้จะกลายเป็นไอเทมที่ทุกคนจะต้องหลงรัก และกลายเป็นหมวกสำหรับเวลาไปเที่ยวทะเลหน้าร้อนที่ขาดไม่ได้เลยล่ะ

hat

Prada : Woven Raffia Hat

มาต่อกันที่หมวกจากแบรนด์อิตาลีสุดหรูอีกแบรนด์นึงอย่าง Prada กันดีกว่า เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จักแบรนด์นี้อย่างแน่นอนค่ะ เป็นหมวกฟางผสมเส้นใยธรรมชาติ Raffia ที่มีรูปทรงน่ารักแปลกตาคล้ายหมวกทรง Bucket ที่เรารู้จักกันดี โดยหมวกใบนี้มีการใช้เทคนิคการสานหมวกแบบผสมผสาน ทั้งการสานแบบละเอียดถี่แน่นและการสานแบบเว้นช่วงเป็นรูเอาไว้ เพื่อช่วยเรื่องการระบายอากาศที่ด้านบน ทำให้หมวกใบนี้ดูมีมิติและน่าหลงใหลเป็นอย่างมาก นอกจากนั้นแล้วยังมีการประดับตกแต่งด้วยโลโก้แบรนด์รูปสามเหลี่ยม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของแบรนด์ที่ขาดไม่ได้ อีกทั้งยังมีการเพิ่มความน่ารักหรูหรา ด้วยสายหนังสีน้ำตาลที่ทำคล้ายเข็มขัดเส้นเล็กบางเฉียบ ตกแต่งเป็นดีเทลครอบหมวกเอาไว้ ทำให้หมวกสานใบนี้ออกมาทั้งหรูหราและน่ารักอย่างปฏิเสธไม่ได้เลยค่ะ

hat
Cr.Photo ; nordstrom.com

Gucci : Alba Straw Hat

พอพูดถึงแบรนด์เนมระดับไฮเอนจะไม่มีการพูดถึงไอเทมจาก Gucci แบรนด์จากอิตาลีระดับโลกก็คงไม่ได้ หมวกใบนี้มีความเรียบหรูไฮโซเป็นอย่างมาก ด้วยรูปลักษณ์การดีไซน์แบบเรียบ ๆ สไตล์มินิมอล แต่ทำออกมาด้วยเทคนิคและความประณีตบรรจง เลยได้หมวกที่เรียบหรูแบบไร้ที่ติ มีการแต่งดีเทลริบบิ้นผ้าไหมพิมพ์ลายดอกไม้ผูกรอบหมวก สะท้อนความเป็นสาววินเทจออกมาได้อย่างสวยงามน่าหลงใหล เชื่อเถอะค่ะว่าแค่เราใส่หมวกใบนี้ไปเดินสวย ๆ บนชายหาด ใครจะว่าไม่จึ้ง.. ก็ให้มันรู้ไป!!

Fendi : Contrasting FF Motif Straw Hat

มาถึงหมวกใบสุดท้ายที่เราเอามาฝากสาว ๆ กันในวันนี้ ซึ่งมาจากแบรนด์ Fendi แบรนด์หรูจากอิตาลีเช่นกัน เป็นหมวกฟางที่ดูเรียบ ๆ แต่แอบแฝงไปด้วยความชิคและความหรูหรา ด้วยการออกแบบที่เรียบง่าย ดูสบายเหมาะแก่การใส่ไปชิลริมทะเลเสียจริง มีการใช้เทคนิคพิเศษในการสานหมวกอย่างประณีตงดงาม อีกทั้งยังมีการเพิ่มดีเทลการสานสีฟางธรรมดาสลับฟางย้อมสีน้ำตาลเพื่อให้เกิดเป็นเอฟเฟคลาย FF เอกลักษณ์ตัวย่อของแบรนด์ ที่ปรากฏอยู่รอบ ๆ หมวกอย่างสวยงาม

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน กับ 6 หมวกสานแบรนด์เนมสุดหรูหราอลังการที่เราเอามาฝากทุกคนกันในวันนี้ นอกจากความสวยงามที่เราได้เรียนรู้จากการออกแบบของดีไซน์เนอร์แบรนด์ดังระดับโลกแต่ละแบรนด์แล้ว เรายังได้เรียนรู้เรื่องวัสดุและรายละเอียดของหมวกแต่ละใบอีกด้วย หวังว่าวันนี้เราสามารถช่วยให้สาว ๆ ตัดสินใจเลือกหมวกเตรียมพร้อมไปเที่ยวทะเลในช่วงไฮซีซั่นได้ง่ายมากขึ้นนะคะ เมื่อเรามีหมวกใบเก๋แล้ว เราก็ต้องไม่ลืมพกชุดว่ายน้ำสวย ๆ ไปอวดหุ่นริมทะเลกันด้วยจริงมั้ยคะสาว ๆ งั้นตามไปดูร้านชุดว่ายน้ำใน IG ที่ต้องปัก! จะสายหวาน มินิมอลหรือเซ็กซี่ มีครบจบ ที่นี่!! ไว้คราวหน้าเราจะเอาไอเทมปัง ๆ อะไรมาฝากทุกคนกันอีก รอติดตามเลยค่ะ

 

ไขข้อข้องใจ…กินอย่างไรไม่ให้อ้วน

0

ไขข้อข้องใจ…กินอย่างไรไม่ให้อ้วน

กินอย่างไรไม่ให้อ้วน ? การมีสุขภาพที่ดี ส่วนสูงและน้ำหนักที่เหมาะสม เป็นสิ่งที่หลายคนปรารถนา แต่ในความเป็นจริง ด้วยปัจจัยหลายอย่างอาจทำให้น้ำหนักตัวที่เคยสมส่วน ค่อย ๆ ไต่บันไดขึ้นไปเรื่อย ๆ จนน้ำหนักเกินมาตรฐานกลายเป็นโรคอ้วน ในที่สุด ถึงอย่างนั้น ก็ยังไม่สายเกินไปที่เราจะเริ่มควบคุมและลดน้ำหนักเสียตั้งแต่วันนี้ ซึ่งจะทำได้ไม่ยาก แต่ถ้าปล่อยผ่าน ให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นจนเข้าข่ายภาวะน้ำหนักเกิน หรือแตะบันไดของโรคอ้วนแล้วล่ะก็ คงต้องให้ความสำคัญและเริ่มลดน้ำหนักอย่างจริงจัง

กินอย่างไรไม่ให้อ้วน

ตามติดสถิติคนอ้วนพุ่งสูงต่อเนื่อง…

พญ.กัลยาณี พรโกเมธกุล แพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลยันฮี กล่าวว่า ปัจจุบันจำนวนผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือเข้าสู่ภาวะโรคอ้วนมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยผลการสำรวจประชากรโลก    ล่าสุดพบว่า คนที่มีปัญหาโรคอ้วน หรือมีดัชนีมวลกาย (BMI) เกินกว่า 25 มีจำนวนสูงราว 2,000 ล้านราย หรือประมาณ 39% ของประชากรโลก ขณะที่สถิติอ้างอิงเมื่อปี 2557 พบว่า คนไทยมีปัญหาโรคอ้วนถึง 37.5% ของจำนวนประชากรทั้งหมด โดยเป็นผู้หญิง 41.8% ผู้ชาย 32.9% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

กินอย่างไรไม่ให้อ้วน

พฤติกรรมต้องห้าม…ที่ทำให้โรคอ้วนถามหา

สาเหตุของการมีภาวะน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย แตกต่างกันไปตามรูปแบบการใช้ชีวิต รวมถึงอาจเกิดจากสรีระ ลักษณะพันธุกรรม การมีโรคร่วม เช่น โรคเบาหวาน การทำงานของต่อมไทรอยด์ที่ผิดปกติ การใช้ยาบางประเภทเป็นประจำ หรือภาวะแวดล้อมอื่น ๆ เช่น ความเครียด ก็ส่งผลให้ร่างกายมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น

ภาวะน้ำหนักเกินที่พบได้บ่อยมักเกิดจากรูปแบบการใช้ชีวิตที่ขาดความระมัดระวัง โดยเฉพาะการเลือกรับประทานอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็มจัด อาหารที่ผ่านการทอด อบ หรืออาหารแปรรูป ตลอดจนเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลสูงและเบเกอร์รี่ประเภทต่าง ๆ ขณะที่การทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องใช้พลังงานในชีวิตประจำวัน ไม่สมดุลกับปริมาณสารอาหารที่ร่างกายได้รับ รวมถึงภาวะการอดนอน การนอนดึก ก็มีส่วนสำคัญอันนำไปสู่การมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น และเป็นสาเหตุของการเกิดโรคร่วมอื่น ๆ ตามมา

กินอย่างไรไม่ให้อ้วน

เริ่มปฏิบัติการปรับภาวะน้ำหนักเกิน ให้กลับมาพอดี

“เมื่อพบว่าเริ่มมีน้ำหนักเกิน โดย BMI เกินกว่า 23 สิ่งที่ต้องทำก่อนเป็นอันดับแรกคือ การหาสาเหตุที่แท้จริงของน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น เพื่อวางแผนการลดน้ำหนัก ร่วมกับการเช็คสุขภาพเพิ่มเติมถึงการมีภาวะโรคร่วม เราต้องเข้าใจและยอมรับก่อนว่า ภาวะน้ำหนักเกินในผู้ที่ BMI สูงกว่า 23 ไม่ใช่แค่ปัญหาด้านรูปร่าง แต่เป็นภาวะของการเป็น “โรคอ้วน” ที่ควรได้รับการรักษา

กินอย่างไรไม่ให้อ้วน

โดยบุคลากรหรือทีมสหสาขาที่มีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม ประกอบไปด้วยแพทย์อายุรกรรมที่รักษาผู้ป่วยที่มีโรคร่วม เช่น โรคเบาหวาน ภาวะไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง นักโภชนาการช่วยให้คำแนะนำและจัดตารางการรับประทานอาหาร แพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจและทีมเวชศาสตร์การกีฬาแนะนำการออกกำลังกายที่ช่วยการเผาผลาญให้การลดน้ำหนักทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ จิตแพทย์ที่ช่วยดูแลจิตใจเกี่ยวกับสาเหตุและปัญหาของโรคอ้วนที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต

ตลอดจนพยาบาลที่ช่วยติดตามดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด โดยสิ่งสำคัญคือ การดูแลโดยมีผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ให้รู้ถึงสาเหตุและแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดเฉพาะบุคคล อันนำไปสู่การปรับพฤติกรรม การใช้ชีวิต และควบคุมน้ำหนักอย่างยั่งยืนและมีสุขภาพที่ดี ปัจจุบันมีการรักษาดูแลภาวะโรคอ้วนระดับรุนแรงด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น การใส่บอลลูนในกระเพาะอาหารเพื่อการลดน้ำหนัก และการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร ซึ่งพิจารณาแนวทางการรักษาโดยแพทย์” พญ.กัลยาณี ให้คำแนะนำ

โดยเฉลี่ยแล้วในแต่ละวันผู้ชายต้องการพลังงานที่ใช้ประมาณ 2,000 กิโลแคลอรี ส่วนผู้หญิงต้องการพลังงานที่ใช้ ต่อวันราว 1,600 กิโลแคลอรี ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยร่วมอื่น ๆ เช่น น้ำหนัก อายุ และกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน ดังนั้น ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานและต้องการลดน้ำหนักให้ลดลงสัปดาห์ละ 0.5-1 กิโลกรัม ควรลดปริมาณอาหารและเครื่องดื่มที่บริโภคให้น้อยกว่าพลังงานที่ร่างกายต้องการประมาณ 500-600 กิโลแคลอรีต่อวัน ร่วมด้วยการทำกิจกรรมที่ต่อเนื่อง หรือออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อย 200-300 นาทีต่อสัปดาห์

กินอย่างไรไม่ให้อ้วน

การลดน้ำหนักด้วยการควบคุมแคลอรี่ โดยบาลานซ์ให้ปริมาณพลังงานที่ร่างกายได้รับน้อยกว่าปริมาณพลังงานที่ใช้ไปในแต่ละวัน ควรเริ่มจากรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตให้น้อยลง เพื่อให้ร่างกายเปลี่ยนแป้งให้เป็นพลังงานและทำให้ไขมันลดลง การรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำจะช่วยให้ลดน้ำหนักได้มากกว่าการรับประทานอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำหรือมีไขมันต่ำได้ถึง 2-3 เท่า

ในช่วงการลดน้ำหนักควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มหรือน้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง เพราะจะทำให้ได้รับพลังงานในปริมาณมากเกินไป เป็นการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคอ้วน และโรคร่วมอื่น ๆ ตามมาเร็วขึ้น และควรเลือกรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญของร่างกาย ช่วยลดความอยากอาหาร และช่วยเพิ่มปริมาณการเผาผลาญ พลังงานได้ถึง 80-100 กิโลแคลอรีต่อวัน

กินอย่างไรไม่ให้อ้วน

การเลือกรับประทานผักหรือผลไม้เพิ่มเติมเมื่อรู้สึกหิว เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยควบคุมน้ำหนักได้ ควบคู่กับการดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม เฉลี่ยอย่างน้อยวันละ 8 แก้วหรือประมาณ 2 ลิตร จะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรีได้มากขึ้น และการดื่มน้ำก่อนการรับประทานอาหารก็จะช่วยลดความรู้สึกอยากอาหาร และรับประทานอาหารได้น้อยลงอีกด้วย

กินอย่างไรไม่ให้อ้วน

เข้าใจปัญหา พร้อมขจัดอุปสรรค การลดน้ำหนักก็เห็นผล

การลดน้ำหนักที่ได้ผล ควรจะต้องลดได้อย่างน้อย 5-10% ของน้ำหนักตัวที่เป็นต้นทุนเดิมภายใน 3-6 เดือน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร่วมอันเนื่องมาจากโรคอ้วนอย่างได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่หากไม่สามารถทำได้ อาจจะถึงเวลาที่ต้องพบแพทย์เพื่อร่วมกันหาแนวทางการรักษาที่ได้ผลต่อไป

กินอย่างไรไม่ให้อ้วน

“อุปสรรคสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถควบคุมหรือลดน้ำหนักได้ ส่วนใหญ่มาจากการขาดความรู้ที่ถูกต้องในการดูแลตัวเอง ร่วมด้วยปัจจัยแวดล้อมของครอบครัว การใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ภาวะแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการปรับพฤติกรรม        สิ่งเหล่านี้มีผลต่อการลดน้ำหนักตัวอย่างมาก รวมถึงการอดนอนหรือนอนดึก ซึ่งระหว่าง 22.00-02.00 น. เป็นช่วงที่ โกรทแฟคเตอร์ (Growth Factor) ทำงาน ร่างกายมีการเผาผลาญ

การอดนอนจะขัดขวางการหลั่งฮอร์โมนที่ช่วการเผาผลาญ ทำให้ร่างกายไม่สามารถเผาผลาญไขมันออกไปได้ การได้รับความรู้ในการดูแลตนเองเพื่อการลดน้ำหนักที่ถูกต้อง เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เกิดการปรับพฤติกรรมอย่างถูกต้อง และได้ผลลัพธ์จากการลดน้ำหนักอย่างถาวรได้ในที่สุด” พญ.กัลยาณี กล่าว

ติดตามอ่านบทความดี ๆ ได้ที่ Inzpy

Old town สถาปัตยกรรม อนุรักษ์ไอเดียเก๋ในย่านเจริญกรุง

0

Old town สถาปัตยกรรม อนุรักษ์ไอเดียเก๋ในย่านเจริญกรุง

ท่ามกลางย่านเจริญกรุงชุมชนดั้งเดิมที่ไม่เคยหลับใหล ‘ปรินซ์ รามา’ Old town สถาปัตยกรรม อนุรักษ์ไอเดียเก๋ในย่านเจริญกรุงแน่นอน อดีตโรงหนังแสตนด์อโลนเก่าแก่สมัยสงครามโลกครั้งที่สองคือหนึ่งในสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์

อยู่คู่ย่านนี้มานาน แต่เมื่อวันเวลาผันผ่านเป็นธรรมดาที่โรงภาพยนตร์ระดับตำนานแห่งนี้ ได้ถูกรีโนเวทเป็นที่พักให้เหล่าบรรดานักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนสุดคลาสสิกที่กลมกลืนไปกับชุมชนอย่าง

Prince Theatre Heritage Stay Bangkok ไม่ใช่เพียงแค่ความเก่าแก่ของอายุ และ สถานที่เพียงอย่างเดียว แต่ยังคงความเก๋าไปด้วยเรื่องราวในอดีต และ ความเป็นมาของชุมชนจีนกวางตุ้งดั้งเดิม ภายใต้ตึกเก่าที่ซ่อน

เรื่องราวในอดีตไว้มากมาย ครั้งหนึ่งเคยเป็น ‘โรงบ่อนหลวงบางรัก’ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ต่อมาถูกยกเลิกและปิดตัวลงในปี พ.ศ. 2460 และถูกปรับเปลี่ยนไปทำกิจการใหม่อย่าง ‘โรงหนังปรินซ์รามา’ ในยุครุ่งเรืองของโรงหนัง Stand

Alone ตามอิทธิพลจากตะวันตก ภายหลังซบเซาจึงเปลี่ยนมาฉายหนังโป๊ และปิดตัวลงอีกครั้งอย่างถาวร ราว ๆ ปี 2553

Old town สถาปัตยกรรม

ในการออกแบบภายจึงออกแบบภายใต้แนวคิด ‘เฮอริเทจ สเตย์’ คือ แนวความคิดใน Renovate ภายใต้คอนเซ็ปต์และ คงคุณค่าทาง สภาพเดิม โครงเดิม ด้วยการคงวัสดุที่ยังใช้งานได้อย่างไม้ที่ผ่านร่องรอยการใช้งานมานาน

ผสมผสานกับเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่สั่งทำขึ้นมาเป็นพิเศษ  โดยเฉพาะในส่วนของห้อง Master Suites ทั้ง 4 ห้อง ตกแต่งตามยุคสมัยการเปลี่ยนแปลงของปรินซ์ รามา Old town สถาปัตยกรรม

Old town ตั้งแต่ยุคที่เป็น โรงบ่อน  โรงงิ้ว โรงภาพยนตร์ และ ยุคสุดท้ายกับการเป็นโรงภาพยนตร์สำหรับฉายหนังโป๊ เหมือนในประวัติศาสตร์ของสถานเก่าแก่ให้คงอยู่ และ มอบประสบการณ์แบบ Heritage stay ให้แก่นักเดินทางที่เข้ามาพักโดยสองหัวเรือใหญ่

อย่าง คุณป่าน-กิตติศักดิ์ ปัทมเสวี Chief Commercial Officer ของบริษัท Montara เจ้าของพื้นที่ และ อ.ตุ่ย-จิตติพันธ์ ศรีกสิกร Managing Director ผู้ควบโปรเจ็ค ภายใต้คอนเซ็ปต์ของ ‘เฮอริเทจสเตย์’ ได้ผสมผสาน

Old town สถาปัตยกรรม

ระหว่างยุคสมัยใหม่ แต่ยังคงอนุรักษ์ความเป็น สไตล์แบบ ‘Old-town‘ ดั้งเดิมด้วยความตั้งใจที่จะเก็บกลิ่นอายของโรงภาพยนตร์เก่าไว้ให้มากที่สุดด้วยการตกแต่งภายใน และ พื้นที่ส่วนต่าง ๆ หรือ อย่างจอหนังขนาดยักษ์ที่ยังคงฉายหนังจริง ๆ และ หน้าต่าง

กระจกสีด้านหน้าตึกสไตล์ Art Deco ที่หาชมได้ยากมาก เรียบเรียงเรื่องราวความเป็นมาในแต่ละช่วงของโรงหนังปรินซ์ และ กลมกลืนไปกับชุมชนด้วยการดึงเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การเสิร์ฟอาหารเช้าด้วยเมนูท้องถิ่นจากร้านขึ้นชื่อในย่านบางรัก อย่างบ้านผัดไท

สถาปัตยกรรมวินเทจ

ข้าวขาหมู-ข้าวหน้าเป็ดเจ๊พร และ ตำนานโจ๊กดังอย่างโจ๊กปริ๊นซ์ รำลึกความหลังด้วยการฉายภาพยนตร์ และ พาเดินชมจุดน่าสนใจในชุมชน และ รองรับนักเดินทางจากทุกมุมโลกที่ตั้งใจมาหาประสบการณ์การพักผ่อนที่แปลกใหม่

นอกจากเป็นที่พักอาศัยแล้ว ที่นี่ยังตั้งใจให้เป็นจุดนัดพบของกลุ่มเพื่อน และ นักเดินทาง ในส่วนของล็อบบี้ถูกเปลี่ยนเป็นพื้นที่ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างจอหนัง Cinema Social Scenes ขนาดใหญ่พร้อมม่านกำมะหยี่สีแดงสด

Old town

สุดคลาสสิก ที่จัดเป็น Digital Memory ให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาแลกเปลี่ยนไอเดีย เล่าเรื่องราวในการเดินทางร่วมกัน รวมถึงโซนนิทรรศการขนาดย่อมที่บอกเล่าความเป็นมาของโรงแรม Box Office Bar จุดขายตั๋วที่เราคุ้นเคย ถูกปรับมาเป็นบาร์สุดแสนคลาสสิก ที่นำเสนอเครื่องดื่มทั้ง 15 ชนิดที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหนัง เช่น Rosemary’s baby เครื่องดื่มจินผสมโรสแมรี่และชินนามอลไซรัปเสิร์ฟในแก้วทรงกลม และ Love Actually สถาปัตยกรรม

ม็อกเทลที่มีส่วนผสมของน้ำแอปเปิ้ล ผสมผสานความความลงตัวจากลิ้นจี่ เลมอน และ หอมกลิ่นมินต์อ่อน ๆ ยิ่งทำให้ฟิน เวลาที่ได้มาพักผ่อน ปาร์ตี้กับเพื่อน ๆ เรียกว่าผ่อนคลายไปอีกแบบด้วยมนต์เสน่ห์ของโรงหนังเก่าอย่างเมืองเก่าย่านเจริญกรุง Old town สถาปัตยกรรม ที่สุด

 

 

เดินเล่นรับลมหนาว ชมทะเลหมอกสุดปัง!! ที่ “กิ่วแม่ปาน” ดอยอินทนนท์

เดินเล่นรับลมหนาว ชมทะเลหมอกสุดปัง!! ที่ “กิ่วแม่ปาน” ดอยอินทนนท์

กิ่วแม่ปาน
เส้นทางศึกษาธรรมชาติ “กิ่วแม่ปาน” ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ ดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ที่นี่ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่มีชื่อเสียง และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เป็นเส้นทางเดินชมธรรมชาติระยะสั้น 3.2 กิโลเมตร ซึ่งไฮไลท์ของการมาเดินกิ่วแม่ปาน ก็คือการมาชมทะเลหมอกสุดอลังการ ที่จุดชมวิวด้านบนนั่นเองค่ะ


ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกิ่วแม่ปานกันก่อน คำว่า “กิ่ว” ในภาษาเหนือ หมายถึง เส้นทางเล็กๆ ที่มีขนาดแคบ ส่วนคำว่า “แม่ปาน” นั้นเป็นชื่อของลำห้วยแม่ปานค่ะ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติของที่นี่นั้น มีระยะทางทั้งหมด 3.2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 2-3 ชั่วโมง โดยจะต้องมีมัคคุเทศก์นำทาง มีจุดศึกษาธรรมชาติทั้งหมด 21 จุด เส้นทางเดินแบ่งออกเป็น 4 ระยะ

กิ่วแม่ปาน
ระยะที่1 ป่าดิบชื้น : เต็มไปด้วยต้นไม้ขนาดสูงใหญ่ และปกคลุมไปด้วยมอสและเฟิร์นตลอดสองข้างทาง เส้นทางเดินไม่ลาดชัดมาก มีบันไดไม้สลับกับทางเดินเป็นระยะ

กิ่วแม่ปาน
ระยะที่2 ทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ : เมื่อเดินทะลุป่าในระยะแรกมาแล้ว จะพบกับทุ่งหญ้าและสายลมบนลานกว้าง ทางเดินไม่ลาดชัน เดินง่าย สัมผัสความงดงามของหญ้าที่พริ้วไหวไปตามสายลม
ระยะที่3 กุหลาบพันปีแดง : หลังจากผ่านจุดชมวิวมาแล้ว จะเป็นการเดินลัดเลาะริมหน้าผา โดยมีรั้วกั้นตลอดเส้นทาง โซนของกุหลาบพันปีแดงถือเป็นไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด
ระยะที่4 ลำห้วยแม่ปาน : ระยะการเดินช่วงสุดท้าย จะเป็นทางลาดลงเขาสู่ลำห้วยแม่ปาน ได้ยินเสียงน้ำ เสียงนกร้อง ท่ามกลางป่าไม้ธรรมชาติ

กิ่วแม่ปาน
เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน มีพันธุ์พืช และสัตว์ป่าหายาก หลากหลายสายพันธุ์ พืชพันธุ์ที่พบในป่าเมฆ เช่น ไม้วงศ์ก่อม ก่วมขาว และแข้งไก่ พืชพันธุ์ที่พบในทุ่งหญ้ากึ่งอัลไพน์ เช่น กูดเกี๊ยะ หนาดดอย และบัวทอง พืชพันธุ์ที่พบบริเวณหน้าผา เช่น กุหลาบพันปี และ ช้ามะยมดอย สัตว์ป่าที่พบ เช่น ด้วงครามอินทนนท์ นกศิวะหางสีน้ำตาล และกวางผา เป็นต้น

ประมาณ 1 กิโลเมตรแรกที่เดิน จะอยู่ในโซนที่เดินขึ้น มีทางชัน อยู่ในป่า มีต้นไม้สูงใหญ่ มีความร่มรื่น เมื่อผ่านตรงอุโมงค์แข้งไก่ไปแล้ว ก็จะเจอกับทุ่งหญ้ากว้าง ที่สามารถมองเห็นวิวทะเลหมอก และวิวภูเขาสลับซับซ้อนสวยงาม ตรงจุดนี้ จะมีการสร้างจุดชมวิวเอาไว้ 2 จุด ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปคู่กับทะเลหมอก ที่มีความสวยงามและกว้างใหญ่สุดสายตา

ผ่านช่วงทุ่งหญ้า ในกิโลเมตรที่สองไปแล้ว ไปก็จะเริ่มกลับเข้าสู่ทางเดินในป่าเขา ซึ่งจะมีทั้งทางเดินขึ้นและลงสลับกันไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะถึงทางออกค่ะ เราจะเดินกันเป็นวงกลมนะคะ โดยมีจุดไฮไลท์เด็ด ๆ อยู่หลายจุด เช่น

กิ่วแม่ปาน
1.น้ำตกลานเสด็จ เป็นจุดแวะชมในช่วง 1 กิโลเมตรแรก เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่มีความสวยงาม ลักษณะจะเป็นลำธารน้ำที่ไหลลาดมากับหินหน้าผาเล็ก ๆ บริเวณโดยรอบถูกปกคลุมด้วยมอส และเฟิร์น ให้ความรู้สึกชุ่มชื้น เขียวชอุ่ม
2.ทุ่งหญ้ากึ่งอัลไพน์ ลักษณะเป็นลานโล่งกวางไกลสุดสายตา มีต้นหญ้าเล็ก ๆ ขึ้นทั่วบริเวณ ชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งก็คือ ทุ่งหญ้าเมืองหนาว ซึ่งในฤดูหนาวหญ้าบริเวณนี้จะเป็นเป็นสีน้ำตาลอ่อน เป็นอีกหนึ่งจุดที่เป็นไฮไลท์ที่ถ่ายรูปออกมาสวยงามมาก ๆ ค่ะ
3.จุดชมวิวทะเลหมอก จุดนี้จะถูกสร้างเป็นระเบียงไม้และทางเดินที่ยื่นออกไป หากใครต้องการขึ้นมาชมทะเลหมอก และพระอาทิตย์ขึ้น แนะนำว่าให้เริ่มเดินกันตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่เลยนะคะ
4.หินคู่รัก จะอยู่บริเวณจุดริมหน้าผาค่ะ มองออกไปจะเจอหินแท่งสูง ๆ ลักษณะเป็นหินแกรนิตขนาดใหญ่ มีอายุเก่าแก่หลายร้อยล้านปี จำนวน 2 ก้อนวางติดกัน คล้ายกับรูปหัวใจ
5.กุหลาบแดงพันปี เป็นต้นไม้ที่มีความสูงประมาณ 4-10 เมตร ออกดอกสีแดงสด มีอีกชื่อหนึ่งเรียกว่า ดอกคำแดง พบได้เฉพาะพื้นที่ที่เป็นเทือกเขาสูง มีอากาศหนาวเย็นทั้งปี ถือว่าเป็นพันธุ์ไม้หายากชนิดหนึ่ง ซึ่งจะออกดอกบานเพียงปีละครั้งเท่านั้น ซึ่งจะบานในช่วง ธันวาคม-มกราคม ของทุกปีค่ะ

บริเวณหน้าทางขึ้น จะมีจุดบริการที่จอดรถ ห้องน้ำ ร้านค้า และร้านอาหาร ซึ่งมาเปิดกันตั้งแต่เช้าตรู่ ด้านข้างจุดนี้ จะมีป้ายทางขึ้น ให้เดินเข้าไปแล้วลงทะเบียนขึ้นได้เลยค่ะ จะมีค่าบริการมัคคุเทศก์นำเที่ยว 200 บาท หากมาเป็นกลุ่มสามารถแชร์กันได้ค่ะ มัคคุเทศก์ 1 ท่าน พานำเที่ยวได้ไม่เกินกลุ่มละ 10 ท่านค่ะ

การเดินทาง

สามารถเดินทางมาจากตัวเมืองเชียงใหม่ด้วยการขับรถส่วนตัวมา พิกัด https://goo.gl/maps/diAczVyW7BeKUVsX6 หรือ นั่งรถสองแถวสีเหลืองสายจอมทอง จากประตูเมืองเชียงใหม่ มาลงหน้า พระธาตุจอมทอง แล้วเหมารถสองแถวที่นี่เที่ยวบนดอยอินทนนท์ ราคาประมาณ 1,500-2,000 บาท หรือเช่ารถมอเตอร์ไซค์ขับเที่ยวก็ได้ค่ะ ราคาประมาณ 300-350 บาท/วัน