มีวันลาแล้ว มีเงินในบัญชีพร้อมระดับหนึ่ง แต่ยังติดอยู่ตรงคำถามเดิมว่า “ไปญี่ปุ่นเดือนไหนดี?” เพราะแค่ขยับเดือน ภาพของทริปก็เปลี่ยนตามค่ะ กรกฎาคมอาจได้เดินกลางทุ่งดอกไม้ สิงหาคมเต็มไปด้วยเทศกาล ส่วนพฤศจิกายนเปลี่ยนสวนและวัดให้กลายเป็นสีแดงส้ม ก่อนที่ธันวาคมจะพาไฟประดับและหิมะกลับมาอีกครั้ง
ครึ่งปีหลังของญี่ปุ่นจึงไม่ได้มีเดือนที่ดีที่สุดเพียงเดือนเดียว แต่มีเดือนที่เข้ากับสิ่งที่เราอยากเจอมากกว่า ลองเปิดปฏิทินตั้งแต่กรกฎาคมถึงธันวาคม แล้วดูว่าเดือนไหนตรงกับวันหยุด สไตล์การเที่ยว และอุณหภูมิที่เรารับไหวค่ะ
ปักหมุดญี่ปุ่นครึ่งปีหลัง เดือนไหนเที่ยวเมืองไหนแล้วปังสุด?

กรกฎาคม: หนีร้อนเมืองกรุง ขึ้นไปเสพวิวหลักล้านที่ฮอกไกโด
กรกฎาคมคือช่วงที่ญี่ปุ่นเข้าสู่ฤดูร้อนเต็มตัว เมืองหลักอย่างโตเกียวและเกียวโตจะเริ่มร้อนและชื้น แต่ถ้าขยับขึ้นไปทางเหนือ ฮอกไกโดจะเดินเที่ยวสบายกว่า และเป็นช่วงที่เส้นทางธรรมชาติกับกิจกรรมกลางแจ้งกลับมาคึกคัก
ทริปยอดนิยมคือการต่อจากซัปโปโรไปฟุราโนะ–บิเอะ เพื่อชมทุ่งลาเวนเดอร์และดอกไม้หลากสี เสื้อเชิ้ตบาง กางเกงที่เดินคล่อง และรองเท้าสนีกเกอร์สีอ่อนเข้ากับบรรยากาศช่วงนี้พอดี แต่ควรมีเสื้อคลุมบางติดกระเป๋า เพราะเช้าและค่ำในฮอกไกโดยังเย็นกว่ากลางวันค่ะ (cr.ภาพจาก https://matcha-jp.com/en/6208)
สิงหาคม: เที่ยวญี่ปุ่นโหมดเทศกาลฤดูร้อน ยูกาตะ และดอกไม้ไฟ
ถ้าอยากเห็นญี่ปุ่นในบรรยากาศคึกคัก สิงหาคมมีทั้งงานดอกไม้ไฟ เทศกาลฤดูร้อน และกิจกรรมช่วงค่ำ หลายเมืองเต็มไปด้วยผู้คนในชุดยูกาตะ ร้านอาหารริมทาง และบรรยากาศที่ต่างจากการเที่ยวช่วงอื่นชัดเจน
สิ่งที่ต้องรับมือคืออากาศร้อน โดยเฉพาะโตเกียว เกียวโต และโอซาก้า เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดีจึงสำคัญมาก ลองเลือกเสื้อแขนสั้นตัวหลวม กระโปรงหรือกางเกงเนื้อบาง พร้อมหมวกและกระเป๋าใบเล็กที่ไม่ทำให้เดินงานเหนื่อยกว่าเดิม ช่วงกลางวันอาจจัดแพลน Indoor แล้วค่อยออกไปเดินเทศกาลช่วงเย็นค่ะ
กันยายน: อากาศเริ่มเปลี่ยน แผนที่ยืดหยุ่นคือคีย์เวิร์ด
กันยายนเป็นเดือนรอยต่อ ความร้อนเริ่มลดลงในบางพื้นที่ แต่ฝนและพายุยังเข้ามาเปลี่ยนแผนได้ โดยเฉพาะโอกินาว่าและพื้นที่ทางใต้ คนที่วางแผนเที่ยวเกาะควรเลือกตั๋วกับที่พักที่ปรับวันได้ และไม่จัดตารางต่อเครื่องหรือต่อเรือชิดเกินไป
เสื้อผ้าช่วงนี้ควรเน้นเลเยอร์เบาๆ เสื้อยืดหรือเชิ้ตแขนสั้นยังใช้ได้ แต่เพิ่มเสื้อแจ็กเก็ตกันฝนหรือเสื้อคลุมเนื้อบางอีกหนึ่งตัว รองเท้าควรรับมือกับพื้นเปียกได้ เพราะแดดตอนเช้าอาจไม่ได้หมายความว่าฝนจะไม่มาในช่วงบ่ายค่ะ
ตุลาคม: เดินเมืองได้โดยไม่ต้องพักหลบแดดทั้งวัน
ตุลาคมเป็นช่วงที่อากาศในหลายเมืองเริ่มเย็นลง เหมาะกับการเดินย่าน ช้อปปิ้ง คาเฟ่ หรือออก One Day Trip โดยไม่ต้องแบ่งเวลาไปหลบความร้อนบ่อยๆ พื้นที่ทางเหนือและพื้นที่สูงจะเริ่มเห็นใบไม้เปลี่ยนสีก่อนเมืองใหญ่
เดือนนี้แต่งตัวสนุกขึ้น เพราะเริ่มหยิบเสื้อคาร์ดิแกน แจ็กเก็ตบาง หรือเสื้อไหมพรมเนื้อเบาออกมาใช้ได้ ลองจับคู่กับยีนส์หรือกระโปรงยาว แล้วเพิ่มรองเท้าที่เดินได้ทั้งวัน ส่วนช่วงเช้ากับกลางคืนอาจเย็นกว่าที่คิด จึงไม่ควรฝากความหวังไว้กับเสื้อแขนสั้นตัวเดียวค่ะ
พฤศจิกายน: ฤดูใบไม้แดงเริ่มเข้าฉากเต็มตัว
ถ้าภาพญี่ปุ่นในใจคือวัดเก่า ถนนเล็กๆ และต้นไม้สีแดงส้ม พฤศจิกายนคือเดือนที่ควรจับตาค่ะ ใบไม้เปลี่ยนสีเริ่มเด่นในโตเกียว เกียวโต และคาวากุจิโกะ ทำให้สวน วัด และพื้นที่รอบทะเลสาบมีบรรยากาศต่างจากช่วงอื่น
เสื้อโค้ตบาง แจ็กเก็ตหนัง หรือเสื้อไหมพรมโทนน้ำตาล ครีม และเขียวเข้มเข้ากับสีของฤดูนี้ได้ดี แต่ไม่จำเป็นต้องจัดเต็มจนกระเป๋าหนักเกินไป ใช้วิธีแต่งเป็นชั้นแล้วถอดได้ตอนกลางวันจะคล่องกว่า เพราะอุณหภูมิช่วงเช้า กลางวัน และค่ำต่างกันพอสมควรค่ะ
ธันวาคม: ปิดท้ายปีด้วยไฟประดับ ฟูจิ และหิมะ
ธันวาคมคือช่วงเปลี่ยนจากใบไม้ร่วงเข้าสู่ฤดูหนาว เมืองใหญ่อย่างโตเกียวเริ่มมีไฟประดับตามย่านต่างๆ ขณะที่ฮอกไกโดและภูมิภาคทางเหนือเริ่มมีหิมะ เหมาะกับคนที่อยากได้บรรยากาศหน้าหนาวตั้งแต่ปลายปี
เดือนนี้ควรจริงจังกับเสื้อผ้ามากขึ้น โดยเฉพาะเสื้อกันลม ฮีตเทค ถุงมือ และรองเท้าที่พื้นเกาะได้ดี คนที่ไปซัปโปโรควรเลือกรองเท้าที่รับมือพื้นหิมะและน้ำละลาย ส่วนโตเกียวอาจใช้เสื้อโค้ตกับเลเยอร์ด้านในก็เพียงพอในหลายวันค่ะ
คาวากุจิโกะก็น่าสนใจ เพราะฤดูหนาวมักมีโอกาสเห็นฟูจิชัดขึ้น แต่ควรเผื่อใจไว้ด้วยว่าวิวภูเขาขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของวันนั้น ไม่มีเดือนไหนรับประกันว่าจะเห็นครบทั้งลูกค่ะ (cr.ภาพจาก https://www.club-t.com/en/ct/kanko/guide/kokunai/info/k_254/)
เลือกเดือนจากภาพทริปที่อยากได้
ทุ่งดอกไม้และ Road Trip เหมาะกับกรกฎาคมที่ฮอกไกโด ส่วนเดือนสิงหาคมเด่นเรื่องเทศกาลและดอกไม้ไฟ กันยายนเหมาะกับคนที่ปรับแพลนเก่ง ตุลาคมเดินเมืองสบาย พฤศจิกายนได้ใบไม้แดงเต็มฉาก และธันวาคมพาเข้าสู่ไฟประดับ ฟูจิ และฤดูหิมะค่ะ
ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี หิมะ และพายุอาจขยับในแต่ละปี ก่อนจองควรเช็กพยากรณ์และประกาศล่าสุดอีกครั้ง โดยเฉพาะทริปโอกินาว่า พื้นที่ภูเขา และเมืองทางเหนือ จะได้วางเสื้อผ้าและเส้นทางให้เข้ากับสภาพจริงมากขึ้น
ปฏิทินเที่ยวคาซัคสถาน (Kazakhstan) พฤษภาคม–กันยายน ไปเดือนไหนดี?
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
■ แจกแพลนเที่ยวเชียงใหม่ 4 วัน 3 คืนสำหรับแอ่วเหนือมือใหม่
■ 8 เรื่องที่ควรรู้ก่อนไปญี่ปุ่น มือใหม่เที่ยวได้ง่ายขึ้นเยอะ








