Home Blog Page 747

แจกแพลนเที่ยว “บางกะเจ้า” วันเดียวก็เที่ยวได้

แจกแพลนเที่ยว “บางกะเจ้า” วันเดียวก็เที่ยวได้

บางกะเจ้า หรือ คุ้งบางกะเจ้า พื้นที่สีเขียวรูปกระเพาะหมู อยู่ในอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ สถานที่ท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ มีอากาศบริสุทธิ์ มีต้นไม้สีเขียวร่มรื่น และเดินทางไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ทำให้บางกะเจ้าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม เหมาะกับการมาพักผ่อนหย่อนใจ แม้จะมีวันหยุดเพียงวันเดียว ก็เที่ยวได้สบาย ๆ เลยค่ะ

สำหรับแพลนเที่ยวบางกะเจ้าวันเดียว เราจะเริ่มออกจากที่พักกันตั้งแต่เช้านะคะ สำหรับใครที่มีรถส่วนตัวแนะนำว่าให้ปักหมุดไปที่ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งเลยนะคะ เพราะที่นั่นจะเป็นจุดเที่ยวจุดแรกของโปรแกรมนี้ และก็เป็นจุดจอดรถที่สะดวกที่สุดเลยค่ะ

แต่สำหรับใครที่ต้องการเดินทางโดยรถสาธารณะ ทางสะดวกที่สุด คือ ขึ้น BTS มาลงที่สถานีบางนา ออกทางออกที่ 2 จากนั้นเรียกรถรับจ้างไปลงที่ท่าน้ำวัดบางนานอก จากนั้นนั่งเรือข้ามฟากมาลงที่วัดบางน้ำผึ้งนอก ค่าเรือข้ามฟากคนละ 4 บาท สำหรับคนที่มีจักรยาน 6 บาท ที่บริเวณวัดบางน้ำผึ้งนอก จะมีร้านให้เช่าจักรยานปั่นเที่ยวรอบบางกระเจ้าค่ะ

สถานที่แรกที่เราจะแวะเที่ยว คือ ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ภายในตลาดมีของขายหลากหลายชนิด ทั้งเสื้อผ้า ต้นไม้ และของกิน รวมถึงร้านอาหารสวย ๆ อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีจุดให้อาหารสัตว์ด้วยนะคะ เราเดินเที่ยวที่นี่กันเสร็จแล้ว ก็ไปเช่าจักรยานกัน บริเวณด้านหน้าตลาดจะมีจุดให้เช่าจักรยานอยู่ค่ะ ค่าเช่าวันละ 60 บาท

เดินเล่นซื้อของกันเรียบร้อย ก็ไปเที่ยวคาเฟ่กันค่ะ ที่นี่มีคาเฟ่เยอะมาก ๆ สำหรับทริปนี้เราเลือก Hidden Woods ที่นี่จะเป็นเหมือนกับคาเฟ่ลับ ๆ ที่อยู่กลางป่า ด้านหน้าติดกับริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศดีมาก ๆ มีอาหารให้เลือกหลากหลาย สามารถนั่งพักผ่อน ทานอาหาร ถ่ายรูปได้ยาว ๆ เลยค่ะ เราก็เลยเลือกทานมื้อกลางวันกันที่นี่เลยค่ะ อาหารอร่อยมาก

ช่วงบ่ายเราตั้งใจจะไปปั่นจักรยานชมธรรมชาติที่ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ต้องบอกก่อนว่าระยะทางไกลพอสมควรเลยค่ะ ประมาณ 4 กิโลเมตร จากตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง แต่ก็สามารถปั่นชมธรรมชาติไปได้เพลิน ๆ ค่ะ ระหว่างทางเราก็แวะจุดเที่ยวอีก 1 จุด คือ วัดพราหมณ์มหาเทวาลัย ภายในวัดแห่งนี้ ประดิษฐานพระพิฆเนศ ปางมหาราชา สูง 9 เมตร เทียบเท่ากับตึกประมาณ 3 ชั้น ถือว่าเป็นจุดไฮไลต์ของการมาที่วัดแห่งนี้เลยค่ะ

จากนั้นเราก็ปั่นจักรยานกันไปต่ออีกสักพักใหญ่ ๆ ก็ถึง สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ที่นี่เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ มีพื้นที่สำหรับการออกกำลังกาย พักผ่อน สูดอากาศบริสุทธิ์ ปั่นจักรยาน ให้อาหารปลา ซึ่งในสวนนี้จะจัดทำเส้นทางสำหรับปั่นจักรยานเอาไว้ให้ด้วยค่ะ และจุดแวะเที่ยวภายในสวนแต่ละจุด ก็จะทำพื้นที่สำหรับจอดจักรยานเอาไว้ให้บริการอีกด้วย สะดวกสบายมาก ๆ

สำหรับโปรแกรมเที่ยวบางกะเจ้า 1 วัน ของเราก็จบลงเพียงเท่านี้นะคะ เนื่องจากเราเป็นสายเที่ยวที่ชอบใช้เวลาชื่นชมธรรมชาติไปเรื่อย ๆ แบบไม่เร่งรีบ โปรแกรมของเราก็จะค่อนข้างหลวม ๆ หน่อย แต่ถ้าหากเพื่อนไปแล้วยังมีเวลาเหลือ ก็สามารถไปเที่ยวจุดอื่น ๆ เพิ่มได้อีก เช่น บ้านธูปหอม, โอโซนคาเฟ่ และพิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย เป็นต้น

ติดตาม Inzpy ได้ที่
Website:
https://inzpy.com/travel/
Youtube:
https://www.youtube.com/c/Inzpy
Facebook:
https://www.facebook.com/inzpyth
ฝาก กดติดตาม กดไลก์ กดแชร์เป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะคะ

นาย ต. เนื้อตุ๋น วัชรพล เปิดแล้ว คนแน่นมาก

ร้านเนื้อตุ๋นเจ้าเด็ดในซอยวัชรพล ที่ปิดไปนาน ตั้งแต่สถานการณ์โควิด ตอนนี้ นาย ต. เนื้อตุ๋น ได้กลับมาเปิดร้านแล้ว เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม ลูกค้าแน่นมาก จนที่จอดรถไม่พอ ลองมาดูกันว่าร้านเนื้อตุ๋นนาย ต. จะมีสูตรเด็ดอะไรบ้าง

เดิมทีนาย ต. หรือ เฮียตั้ว มีประวัติการขายก๋วยเตี๋ยวมายาวนาน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 และได้รับความนิยม จนไปเปิดร้านในห้างสรรพสินค้า และสุดท้ายเฮียแกตัดสินใจที่จะมาเปิดในซอยวัชรพล และอยู่มาจนถึงปัจจุบัน

หากเข้าไปในร้านจะเห็นป้ายแสดงรายละเอียดการสร้างร้าน ต. เนื้อตุ๋น แต่ที่เยี่ยมยอดกว่านั้น คือทางร้านปิดไปนานและทำร้านใหม่ พอเปิดได้ไม่กี่วัน คนก็แน่นร้านตั้งแต่เช้าไปจนถึงร้านปิดกันเลย

ด้วยความเชี่ยวชาญในด้านเนื้อวัว ทำให้ได้ของสดใหม่ทุกวัน และด้วยสูตรเด็ดที่ไม่เหมือนใคร ทั้งทางด้านการตุ๋น และน้ำซุป ทำให้ร้านได้รับความนิยม ซึ่งหลายคนรอคอยให้ทางร้านรีบกลับมาเปิด จะได้เข้ามาทาน เป็นร้านแห่งความหวังของคนในย่านนี้เลย บางคนติดใจถึงกับต้องขับรถมาทานกันเลย

เมนูเด็ดของทางร้านก็จะเป็นเมนูหม้อไฟ ที่จะมี ลูกชิ้น เนื้อสด เนื้อเปื่อย เอ็นแก้ว และผักบุ้งมาให้อยู่ในหม้อ และมีแผนกทำหม้อไฟ เตรียมเตาถ่านเอาไว้เสิร์ฟให้ลูกค้า ในชุดหม้อไฟนี้ราคาชุดละ 360 บาท อาหารที่เพิ่มได้ก็เป็นเนื้อแบบพิเศษ อย่างเนื้อโกเบ และเนื้อกรอบ ราคาจานละ 90 บาท ส่วนเครื่องในก็จะมี ตับ หัวใจ ไส้ ขอบกระด้ง และม้าม

นาย ต.

วันนี้เราได้สั่งเพียงแค่หม้อร้อน ที่ไม่ใช่เตาถ่าน แต่เป็นก้อนแอลกอฮอล์จุดไฟเท่านั้น แค่นี้ก็ได้ความร้อนเต็มที่แล้ว ส่วนเครื่องที่ใส่ลงไปในวันนี้ จะเป็นเนื้อเปื่อย เนื้อสด และลูกชิ้นเท่านั้น เพราะลูกค้าเยอะมากจนของหมด แต่อย่างไรก็ดี เราได้ทานรสชาติของเฮีย ต. ที่รอมาอย่างยาวนาน ที่ประทับใจร้านนี้อีกอย่างก็คือ การแยกผักกับส่วนเนื้อ เพราะเราเป็นคนทานเนื้อตุ๋น ไม่ใส่ถั่วงอก ทางร้านเข้าใจลูกค้ามาก ก็เลยแยกผักลวกไว้ให้ลูกค้าทุกคน หม้อร้อนนี้ราคา 220 บาท

น้ำซุปของทางร้านให้ความรู้สึกถึงเครื่องยาจีนแบบลึก ๆ หอมยาว ๆ และตบท้ายด้วยกลิ่นหอมของพริกไทยดำ ได้ความรู้สึกดีทีเดียว หวาน หอม เผ็ดพริกไทยตอนปลาย ตัวเนื้อตุ๋นเปื่อย นุ่ม กำลังดี ความจริงอย่างทานน่องลาย ตับ ขอบ แต่ของหมดก่อน เลยสั่งเนื้อสดมาในหม้อด้วย เนื้อสดต้องลวกต่างหากถึงจะนุ่มกว่า แต่ต้มในหม้อก็ต้องรีบทานก่อนที่จะสุกเกินไป ตัวลูกชิ้นก็เด้งดี แต่ก็โชคดีได้น่องลายมาในหม้อร้อนนี้ชิ้นหนึ่ง นุ่ม ละลายในปากไปเลย

นาย ต.

ของที่สั่งเพิ่มได้ในวันนี้ก็จะเป็นเนื้อโกเบ ที่มีมันแทรกสวยงาม ตัวเนื้อเป็นชิ้น เป็นอัน มีขอบเอ็นประกบทั้งสองด้าน ตามแบบฉบับของเนื้อโกเบ ทุกชิ้นมีความฉ่ำ หวาน มัน อร่อยมาก จานนี้ 90 บาท ถือว่าไม่แพงเลย ให้มาเกือบ 10 ชิ้น

ทางร้านมีขายก๋วยเตี๋ยวชามเดียวด้วย แต่คนมาทานที่นี่ ส่วนใหญ่สั่งหม้อไฟ ก็จะสั่งเส้นแล้วเอาน้ำซุปราดลงไป ในราคาชามละ 20 บาท ได้ทั้งซดน้ำซุป และทานก๋วยเตี๋ยว โดยไม่ต้องกลัวน้ำซุปจะหมด เพราะจะมีพนักงานมาเติมน้ำซุปให้ คือบริการประทับใจมาก

นาย ต.

ทางร้านมีโต๊ะนั่งมากถึง 30 กว่าโต๊ะ รับลูกค้าได้มากถึง 120 คน ในสถานที่โล่ง กว้างขวาง แต่ก็ยังต้องต่อคิวกัน หากไปช่วงเที่ยง ที่จอดรถหลังร้านที่ว่าเยอะแล้ว ยังไม่พอจอดกันเลย ตอนเราไปได้ทานตอนช่วงบ่าย 2 ทานเสร็จเกือบบ่าย 3 ลูกค้าก็กลับกันแล้ว เพราะลูกค้าแถวนี้ทราบดีว่าของจะหมดเร็ว บ่าย 3 ก็ไม่มีคนเข้ามาแล้ว

เพื่อน ๆ ที่สนใจอยากมาทานเนื้อตุ๋นรสเด็ด ในซอยวัชรพล ลองดูรายละเอียดตามด้านล่างนี้เลย รับรองจะติดใจในรสชาติ และบริการ ความมีระเบียบ ความสะอาด แต่ต้องบอกว่าให้มาช่วงเช้าจะดีที่สุด

นาย ต. เนื้อตุ๋น วัชรพล
ที่อยู่: 90/39 ถ.วัชรพล แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร 10220
พิกัด: Google Map มีที่จอดรถรอบร้าน
เวลาทำการ: 08.30 – 15.00 น.
เบอร์โทร: 0892121796
Facebook: https://www.facebook.com/naitorwatcharaphon

ติดตาม Inzpy ได้ที่
Website:
https://inzpy.com/travel/
Youtube:
https://www.youtube.com/c/Inzpy
Facebook:
https://www.facebook.com/inzpyth

พาส่อง 5 กระเป๋า Charles & Keith รุ่นใหม่ สวยหรูได้ในงบไม่เกิน 3,000

ถ้าให้นึกถึงแบรนด์กระเป๋าดีไซน์สวยเก๋ที่มาพร้อมราคาน่ารักน่าหยิก เชื่อว่าชาวแฟชั่นนิสต้าจะต้องนึกถึงแบรนด์ Charles & Keith (ชาร์ลส แอนด์ คีธ) เป็นแบรนด์แรก ๆ ที่ชนะเลิศทั้งแง่ของการออกแบบที่สวยหรูทันสมัย รวมไปจนถึงในแง่ของราคาที่เข้าถึงจับต้องได้ง่าย นอกจากนั้นแล้วยังออกกระเป๋าหลากหลายทรง หลายประเภท ในรูปแบบต่าง ๆ ออกมาล่อตาล่อใจ ยั่วกิเลสสาว ๆ อยู่เสมอ ซึ่งวันนี้ Inzpy จะพาทุกคนไปส่อง 5 กระเป๋า Charles & Keith รุ่นมาใหม่ปี 2022 ที่ราคาไม่แรง สะพายแล้วดูดีมีระดับ สวยหรูได้ในงบไม่เกิน 3,000 จะมีรุ่นไหนน่าสนใจบ้างตามไปดูกันเลย!

cr.photo ; charleskeith.co.th
Koa Square Push-Lock Shoulder Bag (ราคา 2,590 บาท)

เริ่มต้นกันที่กระเป๋าสะพายไหล่ทรงเหลี่ยม ดีไซน์เรียบง่ายเก๋ไก๋สไตล์มินิมอลรุ่น Koa ที่เชื่อว่าสามารถนำไปมิกซ์แอนด์แมตช์เข้าได้กับการแต่งตัวหลากลุคหลายสไตล์ มาพร้อมตัวล็อกเปิด-ปิดกระเป๋าแบบกดที่ด้านหน้า ทำให้สาว ๆ มั่นใจได้เลยว่าของมีค่าหรือของใช้จำเป็นภายในกระเป๋าจะไม่หล่นหายไปไหน สายกระเป๋าสามารถปรับความยาวได้ ทำให้สามารถสะพายไหล่ก็ได้ หรือจะสะพายแบบ Crossbody ก็ชิคเก๋ไม่หยอก มีให้เลือกทั้งสีเบสิกอย่าง สีเบจและสีดำ หรือถ้าใครอยากเสริมลุคเพื่อเพิ่มความสดใสมีชีวิตชีวา ก็มีเฉดสีสันสดใสอย่าง สีเขียวหรือสีส้ม ให้ได้เลือกกันอีกด้วย

cr.photo ; charleskeith.co.th
Sonnet Two-Tone Chain Handle Shoulder Bag (ราคา 2,790 บาท)

มาต่อกันที่กระเป๋ารุ่น Sonnet ที่มาในรูปทรงโค้งมนเก๋ไก๋ขนาดกะทัดรัด โดดเด่นด้วยดีเทลสายสะพายในรูปแบบโซ่เส้นหนาขนาดใหญ่แบบสี Two-Tone สุดชิคที่ช่วยเพิ่มความทันสมัย แต่ยังคงให้กลิ่นอายความเป็นวินเทจไปในตัว ถึงขนาดจะไม่ใหญ่มาก แต่ช่องใส่ของมีขนาดที่ค่อนข้างกว้าง มีพื้นที่เพียงพอที่จะให้ใส่สิ่งของที่จำเป็นเวลาออกไปทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน มีหลากหลายเฉดสีให้สาว ๆ ได้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็น สีขาว สีดำ สีน้ำตาล สีชมพู สีเขียว และสีฟ้า ที่จะเข้ามาช่วยยกระดับให้ลุคที่ดูเรียบง่ายดูมีเสน่ห์ดึงดูดใจมากยิ่งขึ้น

Charles & Keith
cr.photo ; charleskeith.co.th
Beaded Handle Ruched Shoulder Bag (ราคา 2,890 บาท)

สำหรับใครที่กำลังมองหากระเป๋าใบเล็กกะทัดรัด และเป็นคนที่ไม่ชอบพกของเยอะจะต้องถูกใจสิ่งนี้ เพราะเรากำลังพูดถึงกระเป๋ารุ่น Beaded Handle Ruched Shoulder Bag ที่มาในรูปแบบแบนทรงสี่เหลี่ยมดีไซน์แปลกสะดุดตา โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วยหูหิ้วกระเป๋าที่ตกแต่งด้วยลูกปัดมุก เพิ่มสัมผัสหรูหราที่มาพร้อมความน่ารัก นอกจากถือเก๋ ๆ ได้แล้ว ทางแบรนด์เค้ายังออกแบบให้สามารถสะพายไหล่ ได้ด้วยสายโซ่สีทองอีกต่างหาก เชื่อว่ากระเป๋ารุ่นนี้จะสามารถเติมความสนุกสนานในการแต่งตัว ให้สาว ๆ ได้แมตช์ลุคไปเที่ยวตอนกลางคืนกับเพื่อน ๆ หรือจะหิ้วไปออกงานก็เป๊ะปัง ที่มีให้เลือกทั้งสีดำและสีขาว

Charles & Keith
cr.photo ; charleskeith.co.th
Wren Acrylic Chain-Handle Trapeze Bag (ราคา 2,990 บาท)

ใครที่กำลังมองหากระเป๋าดีไซน์เก๋แปลกตา ที่มาพร้อมกับสีสันตัดกันลงตัวสวยงามสะดุดตา คงต้องยกให้กระเป๋ารุ่น Wren Acrylic Chain-Handle Trapeze Bag เป็นกระเป๋าทรงเหลี่ยมดีไซน์โฉบเฉี่ยว เปรี้ยวเท่ มีการออกแบบโดยการใช้สีตัดกันอย่างเก๋ไก๋สะดุดตา โดดเด่นด้วยตัวล็อกแบบหัวเข็มขัดบริเวณกลางกระเป๋า นอกจากจะมีสายโซ่สีสันสดใสน่ารักมาให้ถือหิ้วกันแบบชิค ๆ แล้ว ทางแบรนด์ยังมีสายหนังแถมมาให้ใช้สำหรับสะพายไหล่หรือสะพายแบบ Crossbody ได้ด้วย เชื่อว่ากระเป๋ารุ่นนี้สามารถช่วยเพิ่มความสนุก และช่วยทำให้การแต่งตัวที่เรียบง่าย ดูมีสไตล์ขึ้นได้อีกหลายเท่าตัว

Charles & Keith
cr.photo ; charleskeith.co.th
Mini Gabine Saddle Bag (ราคา 2,590 บาท)

ปิดท้ายกันไปด้วยกระเป๋าดีไซน์คลาสสิกอีกใบ ที่ไม่อยากให้สาว ๆ สายเรียบหรูต้องพลาด กับกระเป๋าสะพายข้างขนาดกำลังดี ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป มาในดีไซน์เรียบง่ายแมตช์เข้ากับทุกลุค สามารถเอาไปใช้ได้ทุกโอกาส เพิ่มความโก้หรูให้กับกระเป๋าด้วยอะไหล่ฮาร์ดแวร์สีทองบริเวณฝาปิดกระเป๋า สามารถสะพายไหล่ก็ได้หรือจะสะพายแบบ Crossbody ก็โดนใจ พร้อมเข้ามาช่วยให้ทุกคนมีลุคที่สวยชิคดูดีทันสมัย ทั้งยังมาพร้อมเฉดสีให้เลือกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น สีครีม สีดำ สีเหลือง และสีเขียวเข้ม มีติดบ้านไว้รับรองไม่ผิดหวัง

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคนกับ บทความพาส่อง 5 กระเป๋า Charles & Keith รุ่นใหม่ สวยหรูได้ในงบไม่เกิน 3,000 ที่เราเอามาฝากทุกคนกันในวันนี้ หวังว่าวันนี้เราจะสามารถช่วยให้สาวกสายแฟชั่น ตัดสินใจเลือกกระเป๋าดีไซน์สวย คุ้มค่าคุ้มราคาแก่การลงทุนได้ง่ายมากขึ้นนะคะ อย่าลืมติดตามว่าคราวหน้าเราจะเอาไอเทมปัง ๆ แบบไหนมาฝากทุกคนกันอีก รอติดตามเลยค่ะ

จัดเลยสาวๆโปรกำลังมาจ้าาา 

Code : CKKBT300
Condition : (Min 2,500 Disc 300)
Period : (18Nov-31Dec)
(โค้ดนี้สามารถใช้ได้กับสินค้าราคาปกติและสินค้าลดราคา ไม่จำกัดจำนวนครั้งเลยค่ะ)

Coldplay: จับมือดีเอชแอลจัดทัวร์คอนเสิร์ตรักษ์โลก

0

Coldplay จับมือดีเอชแอลจัดทัวร์คอนเสิร์ตรักษ์โลก

ดูรายละเอียด

  • DHL ได้รับเลือกเป็นพาร์ทเนอร์ด้านโลจิสติกส์อย่างเป็นทางการของ Coldplay สำหรับทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลก Music Of The Spheres
  • ด้วยความเชี่ยวชาญด้านบริการโลจิสติกส์และโซลูชั่นการขนส่งที่ยั่งยืน ดีเอชแอลสนับสนุน Coldplay ในการลดก๊าซคาร์บอนระหว่างทัวร์คอนเสิร์ต 

กรุงเทพฯ, 18 กรกฎาคม 2565: การจัดทัวร์คอนเสิร์ตระดับโลกในแต่ละครั้งจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ รวมถึงการจัดการด้านโลจิสติกส์และการขนส่งที่ซับซ้อน อย่างไรก็ดีวงดนตรี Coldplay ทำให้ขั้นตอนเหล่านี้มีความท้าทายมากขึ้น ด้วยการตั้งเป้าในการจัดทัวร์คอนเสิร์ต Music Of The Spheres ให้มีความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด พร้อมทั้งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่า 50% ในฐานะผู้บุกเบิกด้านบริการขนส่งและโลจิสติกส์ที่ยั่งยืน ดีเอชแอลจะนำความรู้ความเชี่ยวชาญมาสนับสนุนเส้นทางสู่ความยั่งยืนของ Coldplay ในการจัดทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนี้

โมนิก้า ชาลเลอร์ รองประธานบริหาร ฝ่ายสื่อสารองค์กร ความยั่งยืนและแบรนด์ ของ ดอยช์ โพสต์ ดีเอชแอล กรุ๊ป กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรม เรามีหน้าที่นำความเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งสร้างแรงบันดาลใจและอำนวยความสะดวกในการใช้โซลูชั่นที่ยั่งยืนสำหรับองค์กรธุรกิจและแบรนด์ เรารู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ Coldplay ได้ไว้วางใจเลือกใช้บริการของดีเอชแอลในการสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้”

ความเชี่ยวชาญและโซลูชั่นที่ยั่งยืนของดีเอชแอล

Coldplay ไว้วางใจให้ดีเอชแอลเป็นพาร์ทเนอร์ด้านโลจิสติกส์ เนื่องจากบริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในด้านโซลูชั่นโลจิสติกส์ที่ยั่งยืน และในฐานะผู้ให้บริการโลจิสติกส์ชั้นนำของโลก ดีเอชแอลจะให้การสนับสนุน Coldplay โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการขนส่งที่ยั่งยืน ด้วยการปรับใช้แนวทางที่หลากหลายในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

ภายใต้บริการ GoGreen Plus ลูกค้าของดีเอชแอลสามารถใช้โซลูชั่นต่าง ๆ เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในส่วนที่เกี่ยวกับโลจิสติกส์ รวมถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ในทุกกระบวนการของซัพพลายเชน  ตัวอย่างเช่น การขนส่งทางทะเลและทางอากาศ มีการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพขั้นสูงเพื่อลดการก่อก๊าซคาร์บอน ส่วนการขนส่งทางบกนั้น ดีเอชแอลใช้ยานพาหนะไฟฟ้า และรถบรรทุกที่ขับเคลื่อนด้วย Bio-LNG (ก๊าซธรรมชาติเหลวที่ผลิตจากขยะอินทรีย์) และในส่วนที่เหลือของซัพพลายเชนนั้น จะทำให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ด้วยการปล่อยก๊าซแบบ full lifecycle ชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนส่วนที่เหลือ (full lifecycle emission compensation) ดีเอชแอลสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าด้วยความโปร่งใสในการให้บริการโดยมุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างต่อเนื่อง

โมเดลใหม่ในการจัดทัวร์คอนเสิร์ตรักษ์โลก

นอกเหนือจากนวัตกรรมด้านโลจิสติกส์ที่ยั่งยืนภายใต้การดูแลของดีเอชแอลแล้ว Coldplay ยังได้ดำเนินการในด้านอื่นๆ อีกมากมายเพื่อให้การจัดทัวร์คอนเสิร์ตในครั้งนี้มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนน้อยที่สุด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด โดยการแสดงคอนเสิร์ตทุกครั้งมีการใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานลมพลังงานแสงอาทิตย์ และไบโอดีเซลหมุนเวียน นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งพื้นพลังงานจลน์ที่ล้ำสมัย (Kinetic Floor) โดยผลิตพลังงานจากการเคลื่อนไหวของแฟนเพลงขณะที่เต้นอยู่บนฟลอร์ และจักรยานผลิตไฟฟ้าที่สามารถเก็บกักพลังงานเพื่อใช้ในการแสดงคอนเสิร์ต

Coldplay ยังให้คำมั่นว่าจะปลูกต้นไม้หนึ่งต้นสำหรับบัตรคอนเสิร์ตทุกๆ หนึ่งใบที่จำหน่าย และจะชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการจัดทัวร์คอนเสิร์ตด้วยการลงทุน และสนับสนุนโครงการต่างๆ ด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม

ความหวังร่วมกันของดีเอชแอล และ Coldplay คือ ทำให้การทัวร์คอนเสิร์ต Music Of The Spheres เป็นแบบอย่างที่ดี และเป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับศิลปินอื่นๆ ในการสร้างและผลักดันอุตสาหกรรมดนตรีไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน และก่อก๊าซคาร์บอนน้อยที่สุด

เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของดีเอชแอลในการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 (“Mission 2050”) ดีเอชแอลมุ่งมั่นในการนำเสนอโซลูชั่นโลจิสติกส์ที่ยั่งยืน ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในทุกภาคส่วนของระบบโลจิสติกส์  และภายใต้แผนงานด้านความยั่งยืนระยะกลางของ ดอยช์ โพสต์ ดีเอชแอล กรุ๊ป (Deutsche Post DHL Group) สำหรับปี 2573 กลุ่มบริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายย่อยในการใช้เชื้อเพลิงที่ยั่งยืนอย่างน้อย 30% นอกจากนี้ เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตามความตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Paris Climate Agreement) ทางกลุ่มบริษัทฯ มีแผนที่จะใช้จ่ายงบประมาณ 7 พันล้านยูโรสำหรับเชื้อเพลิงที่ยั่งยืน และเทคโนโลยีสะอาด (Clean Technology) ภายในปี 2573

 Coldplay ให้คำมั่นว่าจะทำให้การทัวร์คอนเสิร์ตมีความยั่งยืนมากที่สุด

Coldplay: จับมือดีเอชแอลจัดทัวร์คอนเสิร์ตรักษ์โลก
Philip Christopher Harvey

ฟิล ฮาร์วีย์ ผู้จัดการร่วมของ Coldplay กล่าวว่า “ตอนที่เราประกาศจัดทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนี้ เราได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนเบื้องต้นมากกว่า 50% เมื่อเทียบกับทัวร์คอนเสิร์ตครั้งล่าสุด ซึ่งความพยายามดังกล่าวจะสำเร็จได้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากพาร์ทเนอร์ที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกันกับเรา และยินดีที่จะลงทุนในทรัพยากรที่จำเป็นเพื่อทำให้เป้าหมายนี้บรรลุผลสำเร็จ ขอบคุณดีเอชแอลที่ให้ความช่วยเหลือในการลดก๊าซคาร์บอนจากการขนส่งโดยอาศัยความเชี่ยวชาญและการลงทุนของดีเอชแอลในด้านบริการโลจิสติกส์ที่ยั่งยืน”

ดีเอชแอล – ผู้ให้บริการลอจิสติกส์ระดับโลก

ดีเอชแอล คือผู้นำระดับโลกด้านการให้บริการลอจิสติกส์ เรามีบริการที่หลากหลายครอบคลุมตั้งแต่การขนส่งสินค้าภายในและระหว่างประเทศ การขนส่งสินค้าอีคอมเมิร์ซและลอจิสติกส์โซลูชั่นครบวงจร การขนส่งด่วนระหว่างประเทศ การขนส่งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ ตลอดจนการบริหารจัดการซัพพลายเชนในธุรกิจต่าง ๆ เรามีบุคลากรกว่า 380,000 คน ใน 220 ประเทศ

จึงสามารถเชื่อมโยงผู้คนและการดำเนินธุรกิจทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่องด้วยบริการขนส่งที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ ด้วยความเชี่ยวชาญด้านลอจิสติกส์โซลูชั่นและสถานะที่แข็งแกร่งในตลาดที่กำลังเติบโต อาทิ ด้านเทคโนโลยี ชีววิทยาศาสตร์และบริการทางการแพทย์ พลังงาน ยานยนต์ รวมถึงธุรกิจค้าปลีก ผนวกกับความมุ่งมั่นในการรับผิดชอบต่อสังคม ดีเอชแอลจึงมั่นใจว่า เราคือ “ผู้ให้บริการลอจิสติกส์ระดับโลก” ที่แท้จริง

ดีเอชแอล เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัท ดอยช์ โพสต์ ดีเอชแอล กรุ๊ป ซึ่งมีรายได้มากกว่า 81,000 ล้านยูโรในปี 2564 ด้วยหลักการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน สังคมและสิ่งแวดล้อม กลุ่มบริษัทฯ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประโยชน์คืนสู่โลก โดยตั้งเป้าเป็นบริษัทลอจิสติกส์ที่ลดการปล่อยของเสียจากกระบวนการผลิตให้เป็นศูนย์ภายในปี 2593

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ 

ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทย ภัทรียา ภาคพาไชย
ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กรโทรศัพท์ +66 2345 5602

อีเมล [email protected]ติดตามข่าวสารได้ที่: https://www.mydhl.express.dhl/th และ https://www.DHLtoYou.comโซเชียลมีเดีย: https://www.facebook.com/DHLExpressTH


อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

Unilever x Shopee: หั่นราคาลดสูงสุด 50% ในแคมเปญ Shopee 8.8 Crazy Flash Sale

0

ยูนิลีเวอร์ จับมือ ช้อปปี้ อัดโปรดียืน 1 ร่วมหั่นราคาลดค่าครองชีพสูงสุด 50% ในแคมเปญ Shopee 8.8 Crazy Flash Sale ลด คุ้ม คลั่ง ประเดิมความพิเศษเพื่อผู้บริโภคกับ Unilever x Shopee Super Brand Day 31 กรกฎาคมนี้

ยูนิลีเวอร์ (Unilever) ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคที่มียอดขายสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก สานต่อเจตนารมณ์ในโอกาสครบรอบ 89 ปีของการดำเนินงานในประเทศไทย จับมือ ช้อปปี้   ผู้นำอีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์มในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ขนขบวนกองทัพสินค้าของใช้ภายในบ้านกว่า 300 รายการ

มาร่วมจัดโปรโมชั่นหั่นราคาสุดพิเศษใน Unilever x Shopee Super Brand Day และในแคมเปญ ‘Shopee 8.8 Crazy Flash Sale’ ลด คุ้ม คลั่ง เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้คนไทยได้เข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น และร่วมเคียงข้างคนไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตไปด้วยกัน

ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 ยูนิลีเวอร์ ขอประเดิมประสบการณ์หั่นราคาลดค่าครองชีพกับ Unilever x Shopee Super Brand Day ที่ ยูนิลีเวอร์ ขนทัพสินค้าแบรนด์ดังที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคนในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น บรีส (Breeze), คอมฟอร์ท (Comfort) และ ซันไลต์ (Sunlight) มาพร้อมกับโปรดียืน 1 และความพิเศษมากมาย

  • คุ้มได้หลายๆ ต่อ กับ ส่วนลดสูงสุด 50%[1] โค้ดรับ Shopee Coins Cashback สูงสุด 1,000 Coins[2] นอกจากนี้ยิ่งซื้อยิ่งได้กับรางวัล Top Spender สำหรับลูกค้าที่มียอดซื้อสูงสุดเป็นอันดับแรก รับเลย! Samsung Galaxy S22 Ultra 128GB มูลค่าถึง 39,990บาท และอันดับสอง รับฟรี! กล้อง VLOG Sony ZV-1 สำหรับสาย Vlog มูลค่า 22,990 บาท
  • ทั้งคุ้มและฟินกับกิจกรรมบน Shopee Live พบกับคู่จิ้นอย่าง บุ๋น-นพณัฐ กันทะชัย และ เปรม-วรุศ ชวลิตรุจิวงษ์ พร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษและโค้ดส่วนลดมากมายในเวลา 00 น. และพบกับความน่ารักอบอุ่นไปกับ คุณบีม-กวี ตันจรารักษ์, คุณออย-อฏิพรณ์ จิตต์ธรรมวงศ์ และฝาแฝดขวัญใจมหาชน น้องธีร์-น้องพีร์ ที่จะมาแนะนำผลิตภัณฑ์น้ำยาซักผ้า บรีส เบบี้ สูตรใหม่ ที่ถูกคิดค้นพิเศษเพื่อผ้าของลูกน้อยโดยเฉพาะ ด้วยเอนไซม์สกัดจากธรรมชาติ พร้อมสารทำความสะอาดต้นกำเนิดจากธรรมชาติ 100% ขจัดคราบหนักบนผ้าของลูกน้อยได้อย่างง่ายดาย แต่ยังอ่อนโยน ผ่านการทดสอบการระคายเคืองกับผิวแพ้ง่าย พร้อมกลิ่นหอมละมุน หอมนาน พร้อมเทคโนโลยีพิเศษช่วยให้ลูกน้อยผ่อนคลายเมื่อได้กลิ่น พร้อมเผยเคล็ดลับซักผ้าอย่างอ่อนโยนที่พ่อบ้านแม่บ้านห้ามพลาด ในเวลา 19.00 น.

นอกจากนี้ผู้บริโภคชาวไทยยังสามารถคุ้มค่ากันต่อเนื่องกับ ยูนิลีเวอร์ ในแคมเปญ ‘Shopee 8.8 Crazy Flash Sale’ ลด คุ้ม คลั่ง จนถึง 9 สิงหาคม 2565 โดยมีไฮไลท์เด็ด อาทิ

  • ลด คุ้ม คลั่ง กับโปรแรงเกินห้ามใจ เตรียมพบกับโปรสินค้าขายดีราคาสุดคุ้มด้วยส่วนลดสูงสุดถึง 50%[1] ครอบคลุมทั้งน้ำยาซักผ้าและผงซักฟอกจากบรีส น้ำยาล้างจานซันไลต์ และน้ำยาปรับผ้านุ่มคอมฟอร์ท พร้อมโปรส่งฟรีเมื่อช้อปครบ 799 บาท โค้ดส่วนลดอีกหลายต่อ และสิทธิประโยชน์มากมายเมื่อชำระผ่าน ShopeePay
  • โปร Flash Sale สุดเซอร์ไพรส์ ไม่ว่าจะเป็นบรีสเอกเซลลิควิดขนาด 1500-1400 มล. จำนวน 6 ถุง ลดเหลือเพียง 666 บาท, คอมฟอร์ท อัลตร้า ขนาด 1300 มล. จำนวน 6 ถุง ลดเหลือ 662 บาท, ซันไลต์ชนิดถุงเติม ขนาด 550-500มล. จำนวน 6 ถุง ลดเหลือ 150 บาท
  • กิจกรรมพิเศษฟินคุ้มกว่าใคร เตรียมเปิดประสบการณ์ความบันเทิงสุดคุ้มค่ากับเกมในShopee Prizes เพื่อมีสิทธิ์รับโค้ดส่วนลดสูงสุด 20% พร้อมเพลิดเพลินไปกับสาระบันเทิงบน Shopee Live ในวันที่ 8 สิงหาคม 2565 เวลา 00 น.

ห้ามพลาด! ยูนิลีเวอร์ ร่วมหั่นราคาลดค่าครองชีพในแคมเปญ Unilever x Shopee Super Brand Day และ Shopee 8.8 Crazy Flash Sale ลด คุ้ม คลั่ง

ตั้งแต่วันนี้ถึง 9 สิงหาคม 2565 สามารถกดติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นดี ๆ จาก Unilever Official Store บน Shopee Mall หรือคลิก https://shopee.co.th/unilever_householdcare

เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด


อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

ขาหมูเหม่งจ๋าย อร่อย จอดรถสบาย

ร้านข้าวขาหมูเจ้าเก่าในย่านนี้ ขาหมูเหม่งจ่าย ที่เปิดมานานเกิน 20 ปี ร้านนี้ทำอร่อย รสชาติดี และมีที่จอดรถ เป็นร้านใหญ่ มีทั้งขาหมูพะโล้ หมูทอด และข้าวแกง และตบท้ายด้วยน้ำแข็งไส

ขาหมูเหม่งจ๋าย

อาหารจานเดียวอย่างข้าวขาหมู เป็นที่นิยมอย่างมาก มีขายเกือบทุกที่ แต่ร้านขาหมูเหม่งจ๋าย เป็นร้านเก่าแก่ ที่ขายดีมาตลอด ด้วยน้ำพะโล้ที่ออกหวานเค็ม สไตล์จีน เนื้อหนังขาหมูให้มาแน่น หนังไม่มันมาก ส่วนข้าวของร้านนี้ดีมาก ใช้ข้าวหอมมะลิ เรามาทานตอนเช้า ข้าวยังร้อน ๆ อร่อยมาก

ขาหมูเหม่งจ๋าย

ร้านเปิดตั้งแต่ 7.00 น. เราไปแต่เช้า ทางร้านก็เตรียมของไว้เรียบร้อยแล้วทุกอย่าง เป็นคนแรกที่เข้ามาทานในวันนี้เลย ร้านใหญ่ มีที่นั่งเยอะ มีเมนูให้เลือกหลายอย่าง เช่นข้าวหมูกรอบ ข้าวขาหมู ราคาธรรมดา 60 บาท พิเศษ 70 บาท ข้าวคากิ 70 บาท พิเศษ 80 บาท หากใส่ 2 อย่าง จะราคา 80 บาท พิเศษ 90 บาท และยังมีไส้ ไข่ เอ็น เต้าหู้ ที่จะใส่เพิ่มมา ในราคา 10 บาท

ขาหมูเหม่งจ๋าย

สำหรับคนไม่ทานขาหมู ก็จะมีเป็นข้าวราดแกง ที่มีหลากหลาย อย่างเช่น ผัดกะเพรา แกงเขียวหวาน ผัดเผ็ดหน่อไม้ ไก่ผัดขิง ต้มจับฉ่าย วุ้นเส้นผัดไข่ ผัดเผ็ดปลาดุก ซึ่งรายการอาหารหากสั่งอย่างเดียว ราคา 50 บาท 2 อย่าง 60 บาท เพิ่มหมูกรอบจะคิด 20 บาท ไข่ดาว 10 บาท และยังมีน้ำซุปอย่างต้มผักกาดดองซี่โครงหมู ราคา 60 บาท ต้มมะระก็มี ราคาถ้วยใหญ่อยู่ที่ 50 บาท

 

ร้านเก่าแก่อย่างร้านขาหมูเหม่งจ๋าย ยังได้รับรางวัลมากมาย มีการขายแฟรนไชส์อีกด้วย แต่ร้านแรกอยู่ตรงนี้แหละ ขาหมูก็มีสูตรเฉพาะตัว รสชาติดี ครบเครื่อง และยังสะอาด ซึ่งทางร้านยังมีของหวานอย่าง น้ำแข็งไส ทับทิมกรอบ ขายอีกด้วยในราคา 30 บาทเท่านั้น ส่วนขาหมูเป็นขาก็มีขาย ขาละ 700 บาท

สำคัญสุดของร้านอาหารแถวนี้ ก็คือที่จอดรถ ร้านขาหมูเหม่งจ๋าย เป็นร้านที่มีที่จอดรถเป็นของตัวเอง ไม่ต้องกลัวจะโดนใบสั่ง มาทานแล้วรู้สึกสบายใจ ทานเสร็จก็รีบออก เผื่อลูกค้าท่านอื่นเข้ามาจอดกันด้วยนะ และทางร้านรับแต่เงินสดอย่างเดียวเท่านั้นนะ ลองดูรายละเอียดของร้านตามด้านล่างนี้เลย

ขาหมูเหม่งจ๋าย
ที่อยู่: 800-804 ถ.ประชาอุทิศ แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310
พิกัด: Google Map มีที่จอดรถ
เวลาทำการ: 07.00 – 17.00 น.
เบอร์โทร: 022744170

ติดตาม Inzpy ได้ที่
Website:
https://inzpy.com/travel/
Youtube:
https://www.youtube.com/c/Inzpy
Facebook:
https://www.facebook.com/inzpyth

Sansiri: กสศ. จับมือ จังหวัดราชบุรี กับการเปิดตัว “3 พลังอาสา จังหวัดราชบุรี”

0

Sansiri: กสศ. จับมือ จังหวัดราชบุรี กับการเปิดตัว “3 พลังอาสา จังหวัดราชบุรี”

สร้างนวัตกรรมการช่วยเหลือกลไกอาสาสมัครท้องถิ่น มุ่งฟื้นฟูเด็กในวิกฤตการศึกษาครอบคลุมทุกมิติ พร้อมมอบทุนการศึกษามูลค่า 1,100,000 บาท แก่นักเรียนกลุ่มชั้นรอยต่อรวมมากกว่า 700 คน รุกหน้าสู่เป้าสูงสุด เด็ก จ.ราชบุรี หลุดนอกระบบต้องเป็น “ศูนย์” ใน ปี ภายใต้โครงการ ‘Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน’

  • แสนสิริ และ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับจังหวัดราชบุรี รุกหน้าโครงการ ‘Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน’ มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงศึกษาไทยให้เด็กหลุดจากการศึกษาเป็น ‘ศูนย์’ ใน 3 ปี กับ ‘ราชบุรีโมเดล’ จังหวัดต้นแบบ
  • เปิดตัว “3 พลังอาสา จังหวัดราชบุรี” นวัตกรรมกลไกอาสาสมัคร เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา แบบ 3 in 1 ครั้งแรกของประเทศไทยที่รวมพลัง อสม./ อพม. / อสศ. ฟื้นฟูเด็กๆ ครอบคลุมทุกมิติ ‘สุขภาพกาย-ใจ/ การคุ้มครองทางสังคม/ โอกาสทางการศึกษา’ ลดความเสี่ยงของเด็กที่อยู่ในช่วงวิกฤตจะหลุดนอกระบบการศึกษาใกล้ชิด
  • เดินหน้าผนึกกำลังร่วมกับกลไกจังหวัด โดยได้รับเกียรติจากรองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีเป็นประธาน จัดตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระดับจังหวัดและคณะทำงานในพื้นที่ ตลอดจนประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ลงลึกถึงปัญหา สร้างความเข้าใจและทำงานร่วมกัน เพื่อแก้ไขปัญหาเด็กหลุดนอกระบบการศึกษาใน จ.ราชบุรี อย่างยั่งยืน
  • พร้อมมอบทุนการศึกษามูลค่ากว่า 1,100,000 บาท เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาแก่นักเรียนกลุ่มชั้นรอยต่อที่มีความเสี่ยงจะหลุดนอกระบบจำนวนรวมมากกว่า 700 คน

นายอังกูร ศีลาเทวากูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า จังหวัดราชบุรีมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ทางแสนสิริและ กสศ. ได้พิจารณาและเห็นว่าพื้นที่จังหวัดราชบุรีมีศักยภาพและเหมาะสมในการเป็นพื้นที่นำร่องของโครงการ “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน” เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ทั้งนี้ จังหวัดราชบุรีมีกรอบแผนยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัดราชบุรี พ.ศ. 2566-2570 เพื่อตอบสนองต่อความต้องการและสามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง ภายใต้วิสัยทัศน์ “เมืองเกษตรสีเขียว เศรษฐกิจเข้มแข็ง สังคมคุณภาพ” ซึ่งการทำงานร่วมกันภายใต้โครงการ “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน” ผ่านการดำเนินงานของ กสศ. และแสนสิริ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจะสอดคล้องกับพันธกิจและประเด็นยุทธศาสตร์ของแผนพัฒนาจังหวัด ประกอบด้วย พันธกิจเสริมสร้างสังคมที่มีคุณภาพ ประชาชนมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลง สู่การพัฒนาคนคุณภาพ เพื่อสร้างสังคมแห่งความสุข โดยจังหวัดราชบุรีทั้งคณะกรรมการและคณะทำงาน ตลอดจนภาคส่วนกลไกจังหวัดและกลไกส่วนท้องถิ่น พร้อมให้ความร่วมมือกับโครงการ “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน” ในการพัฒนาออกแบบกลไกและนวัตกรรมการศึกษาในการช่วยเหลือดูแลเด็กและเยาวชนที่มีความเสี่ยงและเด็กที่หลุดนอกระบบการศึกษา เพื่อให้เด็กในจังหวัดราชบุรี หลุดนอกระบบต้องเป็น “ศูนย์” ภายใน 3 ปี และสามารถดูแลช่วยเหลือให้จำนวนเด็กนอกระบบเป็น “ศูนย์” ต่อไปได้ในระยะยาว

“ห้วงเวลานี้คือการเปลี่ยนผ่าน (Transform) และจังหวะของการลงมือทำเพื่อพาเด็ก ๆ กลับสู่การเรียนที่พัฒนาพวกเขาได้อย่างเต็มศักยภาพ เรียนได้ทันและเรียนรู้มากยิ่งกว่าที่พวกเขาเสียไป องค์การยูเนสโก ชี้ว่า เรื่องนี้ต้องรีบเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วน มิฉะนั้นแล้ว เด็กทั้งรุ่นอาจจะต้องเผชิญกับผลกระทบที่แก้กลับคืนมาไม่ได้ สิ่งที่จะสูญเสียไปก็คือ ‘คนเจเนอเรชันหนึ่งที่จะหายไปทั้งรุ่น’ ซึ่งกุญแจหลักของการแก้ปัญหาที่จังหวัดจะเดินหน้า คือ 1) Recovery การฟื้นฟูผลกระทบจากความเสียหายของไวรัสโควิด-19 2) Resilience การเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และ 3) Changes การปรับเปลี่ยนมุมมองแนวคิด และวิธีการในการแก้ไขปัญหา” รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี กล่าว

นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “แสนสิริยึดมั่นและให้ความสำคัญกับความเสมอภาค, ความเท่าเทียมและการเข้าถึงได้ในทุกมิติเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไทย

ที่เป็นประเด็นสำคัญทางสังคม และสามารถส่งผลกระทบต่อเยาวชนรวมถึงประเทศชาติในระยะยาว เราจึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลงมือและสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างยั่งยืน ภายใต้โครงการ ‘Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน’ ระดมพลังคนไทยเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทยให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษาเป็น  ”ศูนย์” ให้ได้ใน 3 ปี นำร่องผ่าน ‘ราชบุรีโมเดล’ จังหวัดต้นแบบ โดยเราตั้งเป้าที่จะลดจำนวนเด็กในช่วงวัยภาคบังคับ (ป.1-ม.3) ใน จ. ราชบุรี

ที่หลุดออกจากระบบการศึกษาให้เหลือศูนย์ ด้วยการช่วยเหลือทั้งตัวเด็กเอง รวมทั้งช่วยสร้างระบบนิเวศที่เอื้อให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษาได้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการ ‘Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน’ จะสร้างแรงกระเพื่อมให้คนไทย ภาครัฐและภาคส่วนอื่น ๆ

ลุกขึ้นมาช่วยเหลือเด็กทั้งประเทศไม่ให้หลุดจากระบบการศึกษา พร้อมสร้างรากฐานสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยขับเคลื่อนไปข้างหน้า และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องความเสมอภาค เพื่อลดความเหลื่อมล้ำให้กับประเทศ ให้การศึกษาและเด็กไทยอย่างยั่งยืน”

จังหวัดราชบุรี กสศ. และ แสนสิริ ขยายการดำเนินงานของโครงการสู่กลไกระดับจังหวัดและท้องถิ่น เปิดตัว  “3 พลังอาสา จังหวัดราชบุรี” จากการรวมพลัง 3 กลไกท้องถิ่น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) อาสาสมัครการศึกษา(อสศ.) เพื่อฟื้นฟูเด็ก ๆ ทุกมิติ

ครั้งแรกของไทย มุ่งดูแลและฟื้นฟูเด็กที่มีความเสี่ยงหลุดออกนอกระบบการศึกษาและทำงานครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่ ด้านสุขภาพกาย-ใจ, การคุ้มครองทางสังคมและโอกาสทางการศึกษา ซึ่งการผนึกกำลังระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และกลไกท้องถิ่นครั้งนี้ นับเป็นนวัตกรรมกลไกอาสาสมัคร เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา แบบ 3 in 1 ที่ริเริ่มที่จังหวัดราชบุรี เป็นจังหวัดแรกในเมืองไทย!

โดยเชื่อว่านวัตกรรม “3 พลังอาสา จังหวัดราชบุรี” นี้ จะเป็นโมเดลต้นแบบที่จังหวัดอื่น ๆ ในประเทศสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อขยายผลการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้ครอบคลุมทั่วประเทศได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย

“ปัญหาการศึกษาเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย และเป็นสาเหตุของหลายปัญหาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ แสนสิริเชื่อว่า การแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษาจะนำไปสู่การสร้างรากฐานสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างแข็งแกร่ง

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการ ‘Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน’ กับ ‘ราชบุรีโมเดล’ จะเป็นโครงการนำร่องในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาเด็กนอกระบบ และสามารถขยายผลต่อในจังหวัดอื่น ๆ เพื่อสร้างจุดเปลี่ยนเพื่อการศึกษาของประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน” นายเศรษฐา กล่าวสรุป

 


อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

HomePro: เดินหน้าขยายสาขา ดึงกำลังซื้อย่าน รังสิต-ปทุมธานี เปิด โฮมโปร “ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต”

0

HomePro: เดินหน้าขยายสาขา ดึงกำลังซื้อย่าน รังสิต-ปทุมธานี เปิด โฮมโปร “ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต”

“โฮมโปร” บุกทำเลศักยภาพที่สุดย่านกรุงเทพฯ ตอนบน เปิด โฮมโปร “ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต” สาขาแห่งที่ 94 รับกำลังซื้อ และที่อยู่อาศัยขยายตัว ในย่านรังสิตทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ บนพื้นที่กว่า 20,000 ตร.ม. ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ออกไปอยู่ชานเมืองมากขึ้น ด้วยแนวคิด The New Living for All Generation สโตร์ใหม่ ใหญ่กว่าเดิม ช้อปสบาย ที่จอดรถสะดวก ครบครันทั้งเรื่องสินค้าและบริการ โดยสาขาแห่งนี้จะเป็นสาขาสำหรับการพัฒนา และพลิกโฉมศูนย์การค้าของ โฮมโปร ในอนาคตต่อไป

คุณเสาวณีย์ สิราริยกุล

นางสาวเสาวณีย์ สิราริยกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการกลุ่มการตลาด บริษัท โฮม โปรดักต์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” เผยว่า บริษัทได้ทุ่มเงินลงทุนกว่า 866 ล้านบาท เพื่อเปิดสาขาสแตนด์ อโลนแห่งใหม่ โฮมโปร “ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต” สาขาแห่งที่ 94” ที่อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าเต็มรูปแบบทั้งในเรื่องสินค้าและบริการที่หลากหลายครบครัน และมีที่จอดรถสะดวกทุกการเดินทาง บนทำเลศักยภาพที่ดีที่สุดในย่านรังสิตเพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดบ้านที่กลับมาโตอีกครั้ง โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มโครงการบ้าน และคอนโดที่เป็นกลุ่มกำลังซื้อคุณภาพ พร้อมทั้งรองรับจุดเชื่อมต่อถนนสายสำคัญ จากส่วนขยายของรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเข้ม บางซื่อ-รังสิต มีแนวเส้นทางในทิศเหนือของกรุงเทพฯ ที่มีพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่น ทั้งยังมีความต้องการสินค้าเรื่องบ้านค่อนข้างสูง

สามารถรองรับความต้องการเรื่องบ้านของลูกค้าได้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 10-30 กิโลเมตร ในกรุงเทพฯ และพื้นที่ของจังหวัดปทุมธานี กลุ่มเป้าหมาย สัดส่วนลูกค้าบ้านเก่า 30% บ้านใหม่ 70% สัดส่วนลูกค้าคอนโด 30% โครงการหมู่บ้าน 70% ทำให้ทำเลในสาขา “ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต” ที่มีความสะดวกเรื่องที่จอดรถ รวมไปถึงสินค้าและบริการ มีศักยภาพที่จะกระตุ้นกำลังซื้อสินค้าเรื่องบ้าน คาดว่าจะมีลูกค้ามาช้อปต่อวันไม่น้อยกว่า 2,000 คน และสร้างยอดขายต่อเดือนตั้งเป้ากว่า 125 ล้านบาทต่อเดือน

นอกเหนือจากสินค้าคุณภาพที่หลากหลายแล้ว โฮมโปรยังมีจุดเด่นด้านการบริการหลังการขายไม่ว่าจะเป็นบริการส่ง ติดตั้ง ประกอบ ฟรี ครอบคลุมไปถึงบริการช่างและบริการแม่บ้านที่ช่วยดูแลครอบคลุมทุกปัญหาเรื่องบ้าน และเพื่อฉลองเปิดสาขา 30 ก.ค. 65 นี้ รับส่วนลดสูงสุด 60%

และร่วมสนุกจับคูปองซื้อสินค้าราคาพิเศษ 500 ท่านแรก สินค้าจำนวนจำกัดรวม 500 ชิ้น วันเดียวเท่านั้น พร้อมโปรโมชั่นอื่นๆ มากมาย กดปุ๊บ…ลดเลย 500 บาท, คะแนนลด + รับเพิ่ม 48%, พร้อมรับส่วนลดท้ายใบเสร็จ 500 บาท ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค. 65 – 14 ส.ค. 65 นี้เท่านั้น

นางสาวเสาวณีย์ กล่าวสรุปในตอนท้ายว่า ปัจจุบัน โฮมโปรมีสาขาทั้งสิ้น 93 สาขาในประเทศไทย และโฮมโปรในประเทศมาเลเซีย 7 สาขา และได้มีการขยายดำเนินธุรกิจในประเทศเวียดนามผ่านช่องทาง E-Marketplace ในรูปแบบออนไลน์ ด้วยคอนเซปต์

“เราสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเพื่อทุกคน We Make a Better Living” และ ยังเป็นผู้นำในธุรกิจ Home Solution and Living Experience ในประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตัวจริงอีกด้วย….เรื่องบ้านโฮมโปรคือคำตอบ


อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

GMM Academy: เปิดตัว สถาบันสอนวิชาชีพศิลปินมาตรฐานระดับโลก

0

GMM Academy: เปิดตัว สถาบันสอนวิชาชีพศิลปินมาตรฐานระดับโลก

ในปัจจุบันวงการดนตรีมีศิลปินเกิดใหม่ได้ตลอดเวลาบนโลกออนไลน์ เพราะเด็กรุ่นใหม่มีความสามารถ มีอิสระ และได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวมากขึ้น แต่การจะเป็นศิลปินมืออาชีพนั้น จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาศักยภาพรอบด้าน จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่เป็นหน่วยงานที่มุ่งมั่นในการพัฒนาศิลปินให้เป็นอาชีพที่ยั่งยืนมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง จึงมองเห็นโอกาสในการเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจเพลงในอนาคต จึงเปิด “จีเอ็มเอ็ม อะคาเดมี่” (GMM Academy) เพื่อสอนวิชาชีพศิลปินด้วยมาตรฐานระดับโลก และขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมเพลงให้มีความหลากหลาย สามารถก้าวไปสู่ระดับอินเตอร์ได้

คุณนรมน ชูชีพชัย ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด จีเอ็มเอ็ม มิวสิค บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า

“แนวคิดของจีเอ็มเอ็ม อะคาเดมี่ เราเชื่อว่า อาชีพศิลปิน เป็นอาชีพที่สามารถเติบโตได้ และปัจจุบันมีเด็ก รุ่นใหม่ที่มีพรสวรรค์ มีความสามารถจำนวนมาก ถ้าได้ทำงานกับผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านนี้โดยเฉพาะ จะช่วยพัฒนาและส่งเสริมให้ไปไกลกว่าเดิมมาก จีเอ็มเอ็ม อะคาเดมี่ จึงสร้างหลักสูตรเฉพาะทางที่พร้อมพัฒนา ขัดเกลาศิลปินไปในแบบที่เหมาะกับตนเองทั้งสไตล์เพลง คาแรคเตอร์ จนพร้อมที่จะออกสู่ตลาด เมื่อออกไปแล้วเรายังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายสู่การเป็นมืออาชีพ เป็นซุปเปอร์สตาร์ มีกลุ่มเป้าหมายชัดเจนและมีฐานแฟนคลับ เราจำลองบรรยากาศการเรียนเหมือนโรงเรียน มีรุ่นพี่รุ่นน้อง มีการสอบวัดผลหลักสูตรโดยคณะครูผู้สร้างศิลปินที่มีชื่อเสียงมากมาย นอกจากคลาสเรียนร้อง เต้น โชว์  และดนตรี เราเสริมด้วยกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและฝึกฝนประสบการณ์ด้านอื่นๆ เช่น มีคลาสพิเศษโดยพี่ๆศิลปิน ทั้งยังได้มีโอกาสทำโชว์ ดูงาน และร่วมกิจกรรมต่างๆของจีเอ็มเอ็มแกรมมี่เพิ่มเติมด้วย นอกจากนี้เรามีแผนพาร์ทเนอร์กับสถาบัน คณะดนตรี โรงเรียน มหาวิทยาลัย เพื่อเฟ้นหาศิลปินรุ่นใหม่ และเสริมกำลังในการพัฒนาคนเข้าสู่วงการเพลงมากขึ้น มุ่งหวังให้ จีเอ็มเอ็ม อะคาเดมี่ เป็นประตูสู่โอกาสสร้างอาชีพศิลปิน เป็นอาชีพที่ก้าวหน้า มั่นคง อีกทั้งเป็นช่องทางที่ชัดเจน เดินเข้ามาได้ง่าย สำหรับคนที่สนใจเส้นทางอาชีพนี้ เราเปิดรับทุกเซ็กเมนต์ไม่ว่าจะเป็น ป๊อป ไอดอล, ร็อค, อินดี้ ลูกทุ่ง และ ไทดอล เพียงแค่น้องๆทุกคนที่มีฝันเดินเข้ามาที่ จีเอ็มเอ็ม อะคาเดมี่ เราพร้อมที่จะส่งเสริม และพัฒนาทุกคนให้กลายเป็นเพชรเม็ดงามที่ฉายแสงอยู่ในวงการดนตรีอย่างแท้จริง

อีกฟันเฟืองสำคัญที่เสริมทัพให้ จีเอ็มเอ็ม อะคาเดมี่ เป็นสถาบันสอนวิชาชีพศิลปินด้วยมาตรฐานระดับโลก คุณธนบูลย์ คูรอย ผู้อำนวยการฝ่ายคัดสรรและพัฒนาศิลปิน บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน)  มีประสบการณ์ในวงการมากกว่า 20 ปี

เป็นโปรดิวเซอร์คอนเสิร์ตใหญ่ และโค-เอ็กเซ็กคิวทีฟโปรดิวเซอร์ รายการเรียลลิตี้ค้นหาสุดยอดนางแบบและนายแบบชื่อดังของเมืองไทย, ผู้จัดการศิลปิน และอาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัย  เปิดเผยว่า

จีเอ็มเอ็ม อะคาเดมี่ เราต้องการพัฒนาศิลปินให้ได้มาตรฐานสากลระดับโลก การจะไปสู่ขั้นตอนนั้นได้ต้องประกอบไปด้วย บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ รวมไปถึงทีมงานที่เก่ง พรั่งพร้อมไปด้วยประสบการณ์ ที่สำคัญหลักสูตรการเรียนการสอนต้องได้มาตรฐานสามารถพัฒนาศักยภาพของคนให้ออกมาได้อย่างมีคุณภาพ แบ่งเป็นสองส่วนหลักๆ คือ ส่วนแรกสำหรับศิลปินฝึกหัดเพื่อปูพื้นฐานและพัฒนาไปสู่การเป็นศิลปินมืออาชีพ ส่วนที่สองสำหรับศิลปินทั่วไป หรือกลุ่มศิลปินฝึกหัดที่มีผลงาน เดบิ้วท์แล้ว

จะเห็นได้ว่าสถาบันของเราวางหลักสูตรให้ศิลปินได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองตลอดเวลา ซึ่งทุกคนที่ผ่านการคัดเลือกในรอบออดิชั่นและได้เข้ามาอยู่ใน จีเอ็มเอ็ม อะคาเดมี่จะได้รับการสอนในหลักสูตรที่มีคุณภาพจากคณะครูที่พร้อมจะมอบความรู้ และทักษะต่างๆ ที่เป็นมาตรฐานระดับโลกให้กับน้องๆทุกคน เรามีเป้าหมายว่า ทุกคนที่จบจากจีเอ็มเอ็ม อะคาเดมี่ จะต้องเป็นศิลปินมืออาชีพที่เก่งเทียบเท่าศิลปินระดับสากล และยั่งยืนครับ”

คุณวิทวัส วีระญาโณ (ครูเจ) VOCAL MASTER จบการศึกษาจากหลักสูตรด้านการสอนร้องเพลงจาก 5 สถาบันในต่างประเทศ เป็นคนแรกของเอเชียที่ได้อันดับ 1 จากการสอบ PANEL TEST ของสถาบัน INSTITUTE FOR VOCAL ADVANCEMENT จากอเมริกา เปิดเผยว่า

“หลักสูตร VOCAL เป็นการสอนให้รู้จักเสียง และวิธีการจัดการเสียงของตัวเองเพื่อดึงมาใช้ได้อย่างเต็มที่และดีที่สุด รวมทั้ง ทักษะด้านดนตรี ทักษะด้านอื่นๆ เช่น ความเป็นมืออาชีพเมื่อทำงานร่วมกับผู้อื่น                 

ความมีระเบียบวินัยในตัวเอง และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งทักษะเหล่านี้สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ การจะเป็นศิลปินมืออาชีพไม่ใช่เก่งเพียงอย่างเดียวแต่ต้องรู้จักรักษามาตรฐาน รักษาระดับความเป็นมืออาชีพ เพื่อจะได้เดินบนเส้นทางสายนี้ได้อย่างยาวนานครับ”

 

คุณอภิสราฐ์ เพชรเรืองรอง (ครูเจด้า) PERFORMANCE MASTER ได้รับรางวัล BEST CHOREOGRAPHER OF THE YEAR จาก MNET ASIA MUSIC AWARDS 2016 และเป็นตัวแทนประเทศไทยในฐานะกรรมการการแข่งขันระดับโลก THE WORLD HIP HOP DANCE CHAMPIONSHIP HIPHOP INTERNATIONAL เปิดเผยว่า

“หลักสูตร PERFORMANCE ประกอบด้วยการพัฒนาการเต้น การเคลื่อนไหวร่างกาย รวมถึงทักษะด้านอื่นๆที่จำเป็นในการเป็นศิลปิน อาทิ การพัฒนาจุดแข็ง เรียนรู้จุดด้อยของตัวเอง ทักษะการสื่อสาร และการดูแลตัวเอง เป็นต้น เราเชื่อว่าในเมืองไทยไม่มีหลักสูตรไหนที่ทำได้แบบนี้ค่ะ อยากให้น้องๆ เชื่อว่า สิ่งใดที่ได้มายากเราก็ต้องทุ่มเท การเป็นศิลปินมืออาชีพและอยู่ในวงการได้อย่างยั่งยืนก็เช่นกัน นอกจากมีทักษะด้านการร้องเพลงและการเต้นแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ ความคิด  ทัศนคติ และการรักในสิ่งที่ตัวเองทำ สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่ความสำเร็จในชีวิตต่อไปค่ะ”

ผู้ที่สนใจสมัครออดิชั่นและเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งกับจีเอ็มเอ็ม อะคาเดมี่ สามารถสมัครผ่านทาง LINE OFFICIAL @GMMACADEMY ได้ที่ https://bit.ly/GMMACADEMY และติดตามข่าวสารของ จีเอ็มเอ็ม
อะคาเดมี่ ผ่านช่องทาง Social media ดังต่อไปนี้

FACEBOOK : https://www.facebook.com/GMM-Academy-112374444850254

IG : https://www.instagram.com/gmmacademy_official/

TWITTER : https://twitter.com/gmm_academy


อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

เที่ยว พัทยา 2 วัน 2 คืน ตะลุยหาด เดินตลาดดัง คาเฟ่ ซีฟู้ด ปาร์ตี้จัดเต็ม

ไปเที่ยวรอบนี้กะว่าจะไม่ลงทะเลเลย เพราะว่าด้วยเป็นช่วงมรสุมน้ำทะเลคงไม่ใส เลยจะพาทุกคนไปเที่ยวในตัวเมือง พัทยา กันแทนค่ะ พาไปตะลุยหาด เดินตลาดดัง ที่น่าสนใจ ไป คาเฟ่ กลางทะเลสวย ๆ ทาน ซีฟู้ด เลิศ ๆ แล้วก็ปาร์ตี้ยามราตรีแบบจัดเต็ม

สำหรับทริปนี้เราเดินทางไปเที่ยว พัทยา 2 วัน 2 คืน กะว่าจะทัวร์พัทยาแบบไม่ลงทะเลเลยค่ะ ซึ่งตอนนี้ที่พัทยาเองก็เริ่มกลับมาครึกครื้นมากขึ้น หลังผ่อนคลายสถานการณ์โควิด-19 ก็เลยอยากจะพาไปเที่ยวชมบรรยากาศว่าตอนนี้มีที่ไหนเปิดอยู่บ้าง แล้วมีอะไรน่าสนใจ

วันแรก เราเดินทางมาถึงช่วงสาย ๆ หน่อย และเลือกมาพักกันที่ BB House อยู่แถวหาดดงตาลค่ะ ที่นี่ค่อนข้างดูเป็นสถานที่ที่เงียบสงบ และมีครบทั้งหาด ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ และบาร์ที่อยู่ติดกับที่พักเลย แถมที่พักที่นี่ก็ราคาไม่แพง แต่มีสระว่ายน้ำ ออกแนวอาร์ต และมีสระว่ายน้ำด้วย อย่างห้องที่เราไปพักคืนละ 800 กว่าบาทเท่านั้น ก็เลยพักที่นี่ทั้ง 2 คืนเลยค่ะ

หลังจากเก็บข้าวของอะไรเรียบร้อยแล้ว ก็ออกมาเดินสำรวจรอบ ๆ บริเวณ ใครที่ขับรถส่วนตัวสามารถจอดรถที่ด้านหน้าที่พักได้เลยค่ะ คิดค่าจอดรถแบบเหมาวันละ 50 บาท ถัดจากลานจอดรถลงไปก็จะเจอหาดเลย แค่เดินข้ามถนนเล็ก ๆ ด้านหน้าที่พักก็เจอกับวิวหาดสวยงาม วิวทะเลสวย ๆ ร่มรื่นไปด้วยต้นมะพร้าวที่รายล้อม ถือว่าวิวดีมาก จุดหาดดงตาลนี้ ก็จะมีคนมานั่งปิกนิกกันริมหาดเยอะเลย เพราะว่าบรรยากาศดี แล้วลมพัดเย็นสบาย อากาศสดชื่นด้วยค่ะ

หาดดงตาลนี่จะอยู่ติดกับหาดจอมเทียนเลย ตรงโค้งสถานที่ตำรวจหาดดงตาล แล้วก็มีเซเว่นอยู่ใกล้ ๆ ด้วยถือว่าสะดวกมาก ๆ

ดูรีวิวเต็มหาดดงตาล: https://inzpy.com/travel/dongtan-beach-hidden-place-pattaya/

หลังจากที่สำรวจบริเวณโดยรอบแล้วก็ไปตะลุยที่หาดจอมเทียนกันต่อเลยค่ะ เราขับรถกันออกไปไม่ไกลมาก ที่หาดจอมเทียนจะมีที่นั่งที่เป็นเก้าอี้ริมหาดให้นั่งได้อยู่นะทุกคน แต่มีหลายร้านมาก ก็เลือกจุดที่คิดว่าโอเคได้เลยค่ะ แต่ถ้านั่งแถวนี้สิ่งที่ห้ามพลาดเลยก็คือ ร้านส้มตำรถเข็นค่ะ เราสั่งส้มตำรถเข็นจากร้าน ส้มตำเจ๊นวล เจ้าเก่าโคราช เป็นร้านรถเข็นที่เปิดขายโซนนี้มาหลายปีแล้ว บอกเลยว่าส้มตำต่าง ๆ และไก่ย่างอร่อยเด็ดดวงมากทุกคน ถ้าเจอร้านเจ๊นวลก็ลองดูนะคะ ไม่ผิดหวังแน่นอน

หลังจากสั่งส้มตำมาแล้วเราก็นั่งดื่มด่ำบรรยากาศที่หาดจอมเทียนกันสักพัก แล้วก็ไปต่อกันที่ฝั่งนาจอมเทียนต่อค่ะ ที่นาจอมเทียนจะมี Water Sport Club ที่หนึ่งที่น่าสนใจ ชื่อว่า Amara Water Sport ใครที่ชอบเล่นกีฬาทางน้ำ หรือสนใจอยากทดลองเล่น แนะนำที่นี่เลยค่ะ มีหน้าหาดกว้าง มีครูสอนมืออาชีพ และมีกีฬาทางน้ำให้เลือกเล่นแบบครบครันเลย ใครที่ไม่ได้เล่นก็มีร้านให้นั่งรอชิล ๆ ได้ ถือว่าบรรยากาศดีทีเดียวค่ะ

เราใช้เวลาอยู่ที่ Amara Water Sport ไม่นานก็ต้องรีบกลับมาที่ที่พัก เพราะที่นี่จะมีบาร์ชื่อว่า Sandbar by The Sea ที่อยู่ติดกับที่พักเลยค่ะ คืนนี้เค้ามีการเต้น Salsa Bachata Merengue กันด้วย ช่วง 16.00 น. จะเป็นช่วงที่เปิดสอนค่ะ แต่หลัง 18.30 น. เป็นต้นไปเค้าจะเปิด Floor ให้เต้นกันเต็มที่เลย แต่ถ้าหากใครไม่เต้นอยากไปนั่งดื่มด่ำบรรยากาศอย่างเดียวก็ได้ค่ะ ที่ Sandbar มีอาหารให้เลือกหลายเมนู เป็นแบบนานาชาติเลย หรือจะไปนั่งดื่มเบา ๆ ยามค่ำคืนก็ได้ค่ะ ทางร้านเป็นกันเองมาก ชาวต่างชาติมากันเยอะเลย

ดูรีวิวเต็ม เต้น Salsa: https://inzpy.com/travel/sandbar-by-the-sea-pattaya/

สำหรับวันแรกเราไปกันแทบจะหลายมาก
– หาดดงตาล หน้าที่พัก BB House
– หาดจอมเทียน กินส้มตำรถเข็นริมหาด
– ไปดูกีฬาทางน้ำที่ นาจอมเทียน Amara Water Sport
– ต่อกันกับปาร์ตี้สนุก ทานอาหารอร่อย ๆ ที่ Sandabar by The Sea

วันที่ 2 สำหรับวันนี้เป็นวันสบาย ๆ ที่วางแผนไว้ก็จะมีไปหาร้านอาหารอร่อย ๆ ทาน ไปดูกิจกรรมเครื่องเล่นที่ Sanook Park เพราะได้ข่าวว่าเค้ามี บันจีจัมป์ ก็เลยว่าจะแวะไปดูว่าจะกล้าเล่นหรือเปล่า 555 แล้วก็จะหาคาเฟ่ กับร้านอาหารซี้ฟู้ดนั่งดื่มด่ำบรรยากาศความเป็นพัทยาสักหน่อย

แต่ก่อนจะไปแวะที่อื่นก็หิวไม่ไหว เราออกไปนั่งทานอาหารที่ ร้านนายช่าง กันค่ะ ร้านจะอยู่ไม่ไกลจากที่พักมากเท่าไหร่ ที่เลือกมาร้านนี้ก็ว่ามีเมนูให้เลือกสั่งหลากหลายไม่ว่าจะเป็น ก๋วยเตี๋ยวเรือ ขนมจีน ข้าวขาหมู หมูสะเต๊ะ และอื่น ๆ อีกมากมาย ถือว่าค่อนข้างโอเคเลย ร้านก็ใหญ่ด้วย เลือกที่นั่งได้สบายเลย

ดูรีวิวเต็มร้านนายช่าง: https://inzpy.com/travel/boat-noodle-nai-chang/

หลังจากทานข้าวกันเสร็จก็แวะไปดูเครื่องเล่นที่น่าสนใจของพัทยา เรียกได้ว่าเป็นจุดศูนย์รวมกิจกรรม Adventure เลยก็ว่าได้ค่ะ ก่อนที่เราจะเข้าไปยัง Sanook Park จะผ่านทางเข้าสถานที่ โกคาร์ท ก่อน ใครที่ชอบเล่นอยู่แล้วก็ลองแวะไปได้ค่ะ แต่ถ้าใครไม่ชอบขับรถก็ขับเลยเข้าไปหน่อยก็จะเจอกับ Sanook Park

ดูรีวิวเต็มสนามโกคาร์ท: https://inzpy.com/travel/pattaya-cart-speedway-thepprasit/

ที่ Sanook Park เป็นเหมือนสวนสนุกขนาดใหญ่เลยทีเดียวค่ะ อย่างที่บอกว่าเค้ามี บันจีจัมป์ นอกนั้นยังมีเครื่องเล่นกลางบึง มีดำน้ำ Scuba ในบึงที่ลึก 15 เมตร มีเพนท์บอล และอื่น ๆ อีกมากมายเลย แทบจะมีกิจกรรม Adventure เกือบครบทุกรูปแบบเลยก็ว่าได้ค่ะ หลังจากที่นั่งตัดสินใจอยู่นานว่าจะเล่นบันจีจัมป์ดีหรือเปล่า คิดว่าคงไม่ไหวเพราะมองความสูงจากยอดโดดแล้ว ก็เหมือนจะหน้ามืดขึ้นมาทันที 555

ดูรีวิวเต็ม Sanook Park: https://inzpy.com/travel/new-theme-park-sanook-park/

ไม่เป็นไรค่ะ ถึงแม้จะไม่ได้เล่นให้ดู แต่เราจะพาไปต่อกันที่คาเฟ่แสนสวย ที่ไม่ควรพลาดจริง ๆ คาเฟ่นี้เป็นคาเฟ่ที่อยู่ในโรงแรม Kept ฟิลเหมือน มัลดีฟส์สุด ๆ เราต้องเดินผ่านโรงแรมไปทางด้านหลังที่อยู่ริมหาด แล้วเดินตามสะพานที่ทอดยาวออกไปกลางทะเล คาเฟ่ที่นี่ชื่อว่า Kept Pier Cafe นะคะ วิวดีมาก บรรยากาศก็ดีสุด ๆ ตกแต่งแนวกะลาสี มีเมนูให้เลือกสั่งหลากหลาย ฝั่งซ้ายของคาเฟ่จะเป็นวิวเขาเขียวขจี ส่วนฝั่งขวาจะเป็นวิวเมืองพัทยา แต่ถ้ามองออกไปตรงกลางทะเล จะเห็นเรือลำน้อยใหญ่ที่ลอยอยู่กลางทะเล สดชื่นสุด ๆ บอกเลยว่าไม่พลาดจริง ๆ ถ้ามาช่วงเย็นน่าจะโรแมนติกสุด ๆ ไปเลยค่ะ

ดูรีวิวเต็ม Kept Pier Cafe: https://inzpy.com/travel/kept-pier-cafe-pattaya/

หลังจากที่นั่งกันอยู่นานเราก็ไปต่อกันที่หาดบางเสร่ อยากหาร้านซีฟู้ดนั่งกินให้เข้ากับบรรยากาศสักหน่อย ก็มาเจอกับร้าน หมึกเป็น ซาชิมิ บางเสร่ค่ะ ตอนเย็นก็ลองเสิร์ชรีวิวซะหน่อย โอ้โหคนรีวิวกันเยอะมาก ถือเป็นร้านดังร้านหนึ่งในย่านบางเสร่เลยค่ะ ที่ร้านมีทั้งหมึกช็อต หมึกซาชิมิ ปลาซาชิมิ และอื่น ๆ อีกมากมาย วางให้ดูสด ๆ หน้าร้านเลย และที่ควรไปอุดหนุนร้านนี้อย่างยิ่งเพราะว่า ร้านนี้เค้ารับพวกกุ้ง หอย ปู ปลา มาจากกลุ่มประมงเรือเล็กบางเสร่ ถ้าเราทานร้านนี้ก็เหมือนเป็นการช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนบางเสร่กันด้วยค่ะ

ดูรีวิวเต็มหมึกเป็นซาชิมิ: https://inzpy.com/travel/squid-sashimi-bangsaray/

หลังจากที่อิ่มเอมกันแบบสุด ๆ ก็เดินเล่นที่หาดบางเสร่กันหน่อย ฝั่งหาดบางเสร่จะเป็นแบบมีแนวกำแพงกั้นน้ำทะเลนะคะสูงพอสมควรเลย แต่ก็สามารถลงไปเล่นน้ำทะเลได้อยู่นะคะ แล้วก็มีร้านอาหารให้เลือกนั่งอีกหลายร้านทั้งฝั่งริมถนน และฝั่งติดทะเลค่ะ ขับรถชมวิวกันเพลิน ๆ แล้วก็จะไปกันต่อที่ตลาดแห่งหนึ่งที่เป็นตลาดจีนโบราณของพัทยาค่ะ

ตลาดจีนโบราณ ชากแง้ว บางคนอาจจะยังไม่เคยรู้จัก แต่บอกเลยว่าคนมาเดินตลาดนี้กันเยอะมาก ๆ จะเปิดเฉพาะวันศุกร์ – วันอาทิตย์นะคะ ภายในตลาดก็จะเป็นชุมชนหมู่บ้านจีน ผู้คนที่นี่พ่อค้า แม่ขายจะแต่งตัวด้วยชุดสีแดง เป็นตลาดแนว Street Food ขนาดใหญ่ตลาดหนึ่งเลยก็ว่าได้ค่ะ มีของกินหลากหลายอย่างมาก แล้วก็มีรถลากให้นั่งด้วยนะคะ บางบ้านก็ยังคงความเป็นเอกลักษณ์สไตล์จีน ๆ อยู่ มีของสะสมแนววินเทจให้เดินชมเต็มไปหมดเลย พลาดมากที่กินมาซะอิ่มเลย แต่ก็ยังไม่วายที่จะซื้อของกินที่เต็มไม้เต็มมือไปหมด ถือว่ามาเดินย่อยแล้วกันเนอะ ใครชอบถ่ายรูปนะ ที่นี่ถือว่าเหมาะมาก แนะนำเลยค่ะ ตลาดเริ่มเปิด 16.00 – 21.00 น. ใครยังไม่เคยไปลองแวะไปกันดูนะคะ

ดูรีวิวเต็มตลาดชากแง้ว: https://inzpy.com/travel/10-food-chakngeaw-market/

ก่อนกลับที่พักก็ไปแวะชมพระอาทิตย์กันที่หาดจอมเทียนกันอีกครั้ง เราไปนั่งกันที่ ร้านโชคดี ค่ะ เป็นร้านที่ติดฝั่งริมถนนเลย บรรยากาศดี แล้วก็มีเซตโต๊ะเก้าอี้ริมหาดให้นั่งตรงหาดได้ด้วย มาหาดจอมเทียนฝั่งนี้สิ่งเปลี่ยนแปลงไปคือ หน้าหาดจะเป็นหาดทรายทอดยาวเกือบ 100 เมตรกว่าจะเดินถึงทะเลเลยค่ะ เหมือนมีการถมทรายใหม่ แล้วก็จะมีคนมานั่งปิกนิกดื่มด่ำบรรยากาศกันที่นี่ค่อนข้างเยอะเลย ถือว่าเป็นอะไรที่แปลกตาไปพอสมควรเลยค่ะ

เราใช้เวลานั่งรับลมทะเลกันเกือบ 2 ชั่วโมงได้ หลังจากนี้เราจะกลับไปที่ Sandbar ต่อค่ะ เพราะมีนัดกับทางบาร์ไว้ 555 ค่ำคืนนี้จะมี Live Band วงดนตรีสดวงดังในพัทยาที่จะมาบรรเลงเพลงมันส์แนว Pop Dosco Rock n Roll ให้เราได้สนุกกันค่ะ สรุปก็กลับไปที่ BB House เช่นเคย เพราะนอกจากไม่ต้องกลัวว่าเมาต้องขับรถ ยังสนุกได้เต็มที่ แล้วขึ้นที่พักนอนได้เลย ถือว่าโอเคสุดแล้ว

บรรยากาศยามค่ำคืนของวันเสาร์นั้นเราว่าค่อนข้างสนุกเลยค่ะ เพราะว่าใครชอบเพลงไหนก็สามารถลุกออกไปเต้น On The Floor กันได้เต็มที่เลย วงดนตรีก็เล่นสนุกสุดมันส์ บอกเลยว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจมากสำหรับการมาเยือนพัทยาในครั้งนี้

จบไปสำหรับวันที่ 2 ก็ถือว่าไปหลายที่อีกเช่นเคย
– ไปร้านอาหารนายช่าง
– แวะเที่ยวชมกิจกรรม Adventure ที่สนามโกคาร์ท และ Sanook Park
– ไปคาเฟ่กลางทะเลที่ Kept Pier Cafe
– ไปเดินเล่นหาดบางเสร่
– แวะกินซีฟู้ดที่ร้าน หมึกเป็นซาชิมิ บางเสร่
– ไปเดินตลาดจีนโบราณ ชากแง้ว
– แวะนั่งชมพระอาทิตย์หาดจอมเทียน
– ต้นสุดมันส์ยามค่ำคืนที่ Sanbar by The Sea

ก่อนกลับเราตื่นกันเกือบจะเที่ยวแล้ว เลยคิดว่าหาอะไรทานกันก่อนกลับอีกสักหน่อย ไม่งั้นคงจะหิวกันแย่เลย ก็แวะที่ Sandbar อีกเช่นเคยค่ะ ที่นี่เค้ามี Sunday Brunch นะทุกคน เป็นอาหารนานาชาติแบบบุฟเฟต์ ราคา 575 บาท/คน อาหารก็มีให้เลือกตักหลากหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยว ยำ เมนูไข่ สลัดมันฝรั่ง ขนมปังฝรั่งเศส เครื่องดื่มน้ำผลไม้ปั่นเย็นชื่นใจ และอีกมากมายเลยค่ะ

ดูรีวิวเต็ม Sunday Brunch: https://inzpy.com/travel/sunday-brunch-sandbar-by-the-sea/

สำหรับทริป 2 วัน 2 คืนของเราที่ พัทยา ในรอบนี้ถือว่าจัดเต็มมากค่ะ ใครที่มีแผนจะไปเที่ยวพัทยาแนวใหม่ ไม่ต้องลงทะเลก็สนุก อยากปักหมุดตามเราได้เลยนะคะ รับรองว่าสนุกแน่นอนค่ะ

_____

ติดตาม Inzpy ได้ที่
Website:
https://inzpy.com/travel/
Youtube:
https://www.youtube.com/c/Inzpy
Facebook:
https://www.facebook.com/inzpyth