Home Blog Page 849

เปิดเงื่อนไข โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 4

เปิดเงื่อนไข โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 4

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา ทาง ครม.ได้อนุมัติ ให้ขยายเวลาการใช้สิทธิ์ใน โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 4 โดยมีการขยายสิทธิ์เพิ่มเติมอีก 1.5 ล้านสิทธิ์ โดยคาดว่าจะเริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่ 16 มิถุนายน ไปจนถึง 30 กันยายน 2565 ซึ่งอาจจะล่าช้าจากกำหนดเดิม ที่กำหนดไว้ว่าเป็นวันที่ 1 มิถุนายน 2565 โดยการขยายสิทธิ์ในครั้งนี้ ก็เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศไทย ให้ประชาชนได้ออกเดินทางท่องเที่ยว สนับสนุนการท่องเที่ยวไทย เพื่อเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

รายละเอียดโครงการ

ส่วนลดค่าโรงแรมที่พัก

  • รัฐบาลสนับสนุนค่าโรงแรม 40% ของราคาที่พักต่อห้องต่อคืน ทั้งนี้ไม่เกิน 3,000 บาท ต่อห้องต่อคืน
  • จำกัดสิทธิคนละไม่เกิน 10 ห้อง หรือ 10 คืน
  • เมื่อจองที่พักแล้ว ไม่สามารถยกเลิกได้แต่สามารถเลื่อนวันเข้าพักได้ การเลื่อนเข้าพักต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่โครงการกำหนด

ส่วนลดค่าอาหารและค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว

  • รัฐบาลจะสนับสนุนคูปองอาหาร-ท่องเที่ยวมูลค่า 600 บาทต่อห้องต่อคืน ให้กับประชาชน เมื่อ check-in โรงแรมสำเร็จ
  • จะได้รับคูปองอาหาร-ท่องเที่ยว วันละ 1 ครั้ง หลังเวลา 17:00 น. ของวัน check-in โดยคูปองจะหมดอายุเวลา 23:59 น. ของวัน check-out
  • คูปองอาหาร-ท่องเที่ยวสามารถใช้ได้ที่ร้านอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวที่ร่วมโครงการ โดยประชาชนชำระ 60% และรัฐบาลสนับสนุนอีก 40% ผ่านการตัดเงินจากคูปอง

ค่าเดินทางโดยเครื่องบิน

  • คืนเงินค่าตั๋วเครื่องบิน 40% แต่ไม่เกิน 3,000 บาทหรือผู้โดยสาร (เฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวที่กำหนด) จำกัดห้องพักละ 2 ที่นั่ง ตามจำนวนห้องที่เข้าพักจริง แต่รวมไม่เกิน 20 ที่นั่ง ลงทะเบียน Redeem ได้ที่ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com หลังท่องเที่ยวและเช็กเอาต์โรงแรมแล้ว เฉพาะท่องเที่ยวในจังหวัดที่กำหนด ภูเก็ต พังงา กระบี่ สุราษฎร์ธานี สงขลา เชียงใหม่ และเชียงราย
  • ประชาชนที่เข้ามากรอกข้อมูลเพื่อรับเงินสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบินจะต้องเป็นผู้ที่จองโรงแรมผ่านโครงการเราเที่ยวด้วยกันเท่านั้น โดยมีสิทธิในการได้รับเงินสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบิน 2 สิทธิผู้โดยสาร ต่อ 1 ห้องโรงแรมที่จอง ทั้งนี้เงินสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบินเท่ากับ 40% ของราคาค่าตั๋วเครื่องบิน แต่ไม่เกิน 2,000 บาท ต่อผู้โดยสาร
  • ประชาชนต้องจ่ายเงินค่าตั๋วเต็มจำนวนไปก่อน ณ ตอนจองตั๋วเครื่องบิน และต้องมีการเดินทางในเที่ยวบินนั้นจริง รวมถึง check-in และ check-out ที่โรงแรมที่จองไว้กับโครงการจริง
  • ตั๋วเครื่องบินเป็นประเภทไปหรือกลับ หรือทั้งไปและกลับจากจังหวัดที่อยู่ภาคเดียวกันจังหวัดที่จองโรงแรม (กรณีขึ้นลงคนละจังหวัดก็สามารถทำได้ กับเป็นจังหวัดที่อยู่ในภาคเดียวกันกับจังหวัดที่จองโรงแรม)

ขั้นตอนการจองที่พัก

สำหรับประชาชนที่ต้องการใช้สิทธิ “เราเที่ยวด้วยกัน” สามารถทำการจองได้ 2 ช่องทาง คือ ติดต่อผ่านโรงแรมโดยตรง หรือ จองผ่าน www.เราเที่ยวด้วยกัน.com โดยจะต้องทำการจอง และชำระเงินล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน ก่อนการเดินทาง

คุณสมบัติผู้ที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 4

  • เป็นบุคคลสัญชาติไทย
  • มีบัตรประจำตัวประชาชน
  • มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
  • ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 4 ผ่าน www.เราเที่ยวด้วยกัน.com หรือที่ได้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค. 63
  • มีแอปพลิเคชันเป๋าตัง
  • ให้ความยินยอมแก่โรงแรม-ที่พัก ในการส่งข้อมูลการจองและข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ธนาคารกรุงไทยฯในฐานะผู้จัดทำระบบให้รัฐบาล และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
  • ต้องไม่เป็นผู้ใช้สิทธิโครงการทัวร์เที่ยวไทยในการเดินทางในช่วงเวลาเดียวกัน
  • ต้องไม่ใช้สิทธิจองโรงแรม-ที่พักและไม่ใช้ E-Voucher ในพื้นที่จังหวัดภูมิลำเนา

ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com

 

Reference Sathorn-Wongwianyai คอนโด ฯ แบรนด์ใหม่ ของ SC Asset

Reference Sathorn-Wongwianyai คอนโด ฯ แบรนด์ใหม่ ของ SC Asset

Reference

เพื่อมุ่งโชว์ศักยภาพ พร้อมสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นแบรนด์คอนโดฯ อันดับ 1 ของ Gen Y ล่าสุดทาง SC Asset จึงทำการเปิดคอนโดแบรนด์ใหม่ขึ้นชื่อ “Reference” (เรฟเฟอเรนซ์) พร้อมกับประเดิมโครงการแรกภายใต้ชื่อ “Reference Sathorn-Wongwianyai” (เรฟเฟอเรนซ์ สาทร – วงเวียนใหญ่) มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท ชูจุดเด่นการออกแบบและไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าบนทำเลใกล้ BTS สถานีวงเวียนใหญ่เพียง 130 เมตร

Reference

ด้าน นางกนกอร หลิมกำเนิด Chief Operating Officer – Property Development – High Rise (หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านพัฒนาทรัพย์สินแนวสูง) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ภายใต้ภารกิจหลักการนำทัพคอนโดฯ ของ SC  Asset มุ่งสู่แบรนด์คอนโดอันดับ 1 Gen Y ตามยุทธศาสตร์และเป้าหมายหลักของปี 2022-2025 คือ Thriving  ‘เติบโต บนสมรภูมิเดิม และน่านน้ำใหม่’

Reference

ทีมจึงได้มุ่งพัฒนาและดีไซน์คอนโดฯ แนวคิดใหม่  เพื่อตอบโจทย์ Insight ของคน Gen Y ภายใต้แบรนด์ใหม่ชื่อ ‘Reference’ (เรฟเฟอเรนซ์) โดยตั้งเป้าหมายเป็น Design คอนโดฯ ที่ตอบโจทย์ Lifestyle คน Gen Y มากที่สุด พร้อมสร้าง Inspiration ในการใช้ชีวิต และมั่นใจว่า โครงการ  ‘Reference Sathorn-Wongwianyai’ (เรฟเฟอเรนซ์ สาทร –วงเวียนใหญ่)’ จะสร้างประสบการณ์ในทุก ๆ เช้าที่ดี ทำให้เติมพลังผู้คนออกไปใช้ชีวิตตามที่ออกแบบได้เอง”

Reference

สำหรับโครงการนี้ยังพัฒนาเป็นอาคารสูงจำนวน 2 อาคาร ประกอบด้วยความสูง 32 ชั้น และ 51 ชั้น รวม 815 ยูนิต พร้อมกับพื้นที่เชิงพาณิชย์อีก 4 ยูนิต บนพื้นที่โครงการกว่า 3 ไร่ มูลค่าโครงการกว่า 4,000 ล้านบาท โดยมีแบบห้องให้เลือก 4 แบบ ได้แก่ แบบ Studio, แบบ 1 Bedroom, แบบ 1 Bedroom Plus และแบบ 2 Bedroom โดยขายห้องชุดในรูปแบบ Fully Furnished พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่าง ๆ ภายในโครงการอย่างครบครัน ในราคาเริ่ม 3.29 ล้านบาท

Reference

พร้อมกันนี้นางกนกอร ยังกล่าวสรุปถึงไฮไลท์ของโครงการว่า “ตัวอาคารทั้งภายนอกและภายในมีดีไซน์สวย
โดดเด่นนี้ เราได้แรงบันดาลใจมาจากทำเลโครงการ ซึ่งมองว่าเป็นโซนที่ใกล้ CBD ที่เป็นย่านธุรกิจ และสามารถเดินทางกลับมาพักผ่อนที่โครงการหลังเลิกงาน จึงเป็นที่มาของ Day & Night

Reference

ดังนั้นเราจึงเลือก ‘Moon’ เป็น Concept การออกแบบในโครงการนี้ พร้อมกับการมอบประสบการณ์และสิทธิพิเศษมากมายที่ถูกออกแบบมาอย่างลงตัวจากพันธมิตรธุรกิจหลากหลายองค์กรชั้นนำ ได้แก่ Muvmi, Zipmex และ
Allianz Ayudhaya เป็นต้น รวมถึงซุปเปอร์มาร์เก็ตอย่าง Foodland (ฟู้ดแลนด์) ที่จะเปิดให้บริการภายในโครงการอย่างตอบโจทย์ทุกการอยู่อาศัย”

Reference

ส่วนจุดเด่นด้านทำเล คือที่ตั้งโครงการอยู่ใกล้ BTS สถานีวงเวียนใหญ่ เพียง 130 เมตร สามารถเดินทางเข้าสู่ทำเลใจกลางธุรกิจอย่างสีลม หรือ สาทร ได้อย่างสะดวก ใกล้แหล่งงาน แหล่งช้อปปิ้งสำคัญ ๆ แวดล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้า ICONSIAM, King Power มหานคร, สีลมคอมเพล็กซ์, เดอะมอลล์ท่าพระ

และจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดของทำเลวงเวียนใหญ่ ก็คือรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวส่วนต่อขยายช่วงสะพานตากสิน-บางหว้า เชื่อมต่อการเดินทางของผู้คนฝั่งธนบุรี และฝั่งพระนครอย่างสะดวกสบายมากขึ้น

รวมทั้งรถไฟฟ้าสายสีทอง ที่วิ่งจากกรุงธนบุรี-ประชาธิปก ที่สามารถเชื่อมเข้ากับห้าง ICONSIAM  และยังมีรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ และสายสีแดงเข้ม ที่จะมาเป็นเส้นทางการเดินทางใหม่ในอนาคตอีกด้วย

Reference

นอกจากนี้ยังได้สร้างสรรค์จุดแลนด์มาร์ค ‘Walls of  Wongwianyai’ ต้อนรับทุกท่านที่มาเยือนไว้ยังบริเวณด้านหน้าทางเข้าโครงการ จากการผนึกกำลังกับ 3 ศิลปินชั้นนำร่วมผสมผสานแนวคิดและเอกลักษณ์จากร้านค้าชื่อดังที่ใช้ชีวิตดำเนินธุรกิจในย่าน ซึ่งจะเปิดตัวและมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกในเร็ว ๆ นี้

โครงการ Reference Sathorn-Wongwianyai (เรฟเฟอเรนซ์ สาทร – วงเวียนใหญ่) มีแผนเปิดพรีเซลส์ในเดือน มิ.ย. สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษ และข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  https://bit.ly/RFWYcvsV  สอบถามเพิ่มเติม โทร.1749 Line: @referencecondo หรือ https://lin.ee/tjzpahH

 

อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

บทความน่าสนใจ : แต่งบ้านกับสินเชื่อ SCB เติมเฟอร์ฯ ให้ฟรี ที่ SB Design Square

เสาร์สนามไชย 100 ปีตึกเรา 

0

เสาร์สนามไชย 100 ปีตึกเรา

วันนี้จะแนะนำนิทรรศเชิงประวัติศาสตร์กับ 100 ปีตึกเรา นิทรรศการเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา แนวคิดทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมของอาคาร รวมถึงบริบททางประวัติศาสตร์และสังคมที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้คนที่เกี่ยวข้องกับอาคารหลังนี้ในช่วงระยะเวลาหนึ่งร้อยปี ใครสนใจลองไปอ่านกิจกรรมกัน ตามมาา

เสาร์สนามไชย 100 ปีตึกเรา 
ภาพ – okmd.or.th

ความเป็นมาของโครงการ 100 ปีตึกเรา
เมื่อปี พ.ศ.2548 สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ ได้รับมอบพื้นที่กระทรวงพาณิชย์ (เดิม) เพื่อใช้เป็นที่จัดตั้งพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ หรือ มิวเซียมสยาม โดยได้อนุรักษ์และปรับปรุงอาคารกระทรวงพาณิชย์ (เดิม) เพื่อใช้เป็นอาคารจัดแสดงนิทรรศการหลัก ซึ่งอาคารดังกล่าวเป็นอาคารที่สร้างขึ้นในปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยในปี พ.ศ.2565 อาคารหลังนี้จะมีอายุครบหนึ่งศตวรรษ

อาคารกระทรวงพาณิชย์ (เดิม) หรือ ตึกมิวเซียมสยามในปัจจุบัน สร้างโดยกลุ่มสถาปนิกและวิศวกรชาวอิตาเลียน การออกแบบในครั้งแรกสร้างเห็นได้ชัดว่าทีมสถาปนิกและวิศวกรเน้นให้อาคารมีความภูมิฐานอย่างอาคารราชการ สามารถดำรงอยู่ในสภาพแวดล้อมของพื้นที่ในเขตร้อนชื้นที่ต้องเผชิญทั้งแดด ลม และฝน โดยใช้งบประมาณแผ่นดินอย่างคุ้มค่าในบริบทเศรษฐกิจยุคหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง อาคารแห่งนี้ใช้เวลาก่อสร้างที่รวดเร็วด้วยวัสดุที่ทันสมัย มีความเรียบ ความงาม และความลงตัวทั้งด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม ที่แม้เวลาผ่านมาถึงหนึ่งร้อยปีแล้วตัวอาคารและองค์ความรู้ของอาคารหลังนี้ก็ยังคงมีความทันสมัยในการปรับประยุกต์ให้ใช้ได้ในปัจจุบัน

ในขณะนั้นการสร้างที่ทำการของกระทรวงพาณิชย์ถือเป็นก้าวแห่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญในประวัติศาสตร์การพัฒนาของประเทศและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยในหลายมิติ อาทิ การประกอบกิจการพาณิชย์ระหว่างประเทศ การจัดการระบบชั่งตวงวัด การจดทะเบียนสินค้า รวมถึงการคมนาคม ฯลฯ อาคารแห่งนี้ถือเป็นอาคารสำนักงานแห่งแรก ๆ ของสยาม โดยใช้เป็นที่ทำการของกระทรวงพาณิชย์ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2465 เรื่อยมาจนกระทั่งถึงปีพ.ศ. 2537 ที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้สร้างที่ทำการกระทรวงพาณิชย์แห่งใหม่ที่จังหวัดนนทบุรี และในปีพ.ศ. 2547 รัฐบาลได้ประกาศจัดตั้ง “สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ” ขึ้น เพื่อให้เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนการเรียนรู้ด้านต่าง ๆ แก่สาธารณชน กล่าวได้ว่าเมื่ออาคารแห่งนี้ได้จบบทบาทการเป็นกระทรวงพาณิชย์ลง ก็ได้เริ่มชีวิตบทใหม่ในฐานะอาคารพิพิธภัณฑ์ที่รองรับความปรารถนาในการเรียนรู้ของสาธารณชนทั่วประเทศ

ชีวิตใหม่ของอาคารกระทรวงพาณิชย์ (เดิม) เริ่มต้นด้วยการขุดค้นทางโบราณคดี เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด ตัวอาคารได้รับการบูรณะและอนุรักษ์โดยกลุ่มสถาปนิกที่เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์อาคารเก่า โดยมีแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์เพื่อปรับแปลงการใช้งานให้เป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ โดยรื้อฟื้นให้เห็นความดั้งเดิมของอาคารที่ออกแบบโดยมาริโอ ตามาญโญ สถาปนิกชาวอิตาเลียน และรักษาร่องรอยการใช้งานเมื่อครั้งเป็นกระทรวงพาณิชย์ไว้ในบางจุด ตลอดจนเพิ่มเติมและปรับพื้นที่บางส่วนให้รองรับหน้าที่ใหม่ในฐานะอาคารนิทรรศการ โดยได้เปิดเป็น “พื้นที่สาธารณะ” ครั้งแรกในวันที่ 2 เมษายน พ.ศ.2551 ในนาม “มิวเซียมสยาม” เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของผู้คนในสังคมมาเกือบ 15 ปี

ในปีพ.ศ. 2565 อาคารหลังนี้จะมีอายุครบรอบหนึ่งร้อยปี  มิวเซียมสยามในฐานะผู้ดูแลอาคารอนุรักษ์ซึ่งเป็นสมบัติของชาติ มีแนวคิดที่จะเฉลิมฉลองหนึ่งศตวรรษของอาคารตามแนวทางของพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ นั่นคือการถ่ายทอดความรู้อันเกี่ยวข้องกับอาคาร ผ่านสื่อและกิจกรรมในลักษณะต่าง ๆ ให้รองรับ

ความสนใจในการเรียนรู้ของคนหลากหลายกลุ่ม เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับอาคารและชีวิตของอาคารได้นำไปสู่ความตระหนัก ในคุณค่าทั้งทางกายภาพและในมรดกภูมิปัญญาของอาคารเก่าซึ่งเป็นมรดกวัฒนธรรมของชาติ และเกิดแรงบันดาลใจในการรักษาอาคารอันเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมของสังคมไทยอย่างยั่งยืน

กิจกรรมในเสาร์สนามไชย

  1. ชมนิทรรศการหมุนเวียน ชุด 100 ปี ตึกเรา นิทรรศการที่ว่าด้วยประวัติความเป็นมา แนวคิดทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมของอาคาร รวมถึงบริบททางประวัติศาสตร์และสังคมที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้คนที่เกี่ยวข้องกับอาคารหลังนี้ในช่วงระยะเวลาหนึ่งร้อยปี
  2. เสวนาและเวิร์กช้อป  การบรรยายและการอบรมเชิงปฏิบัติการในประเด็นด้านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม สถาปนิกฝรั่งในสยาม การอนุรักษ์สถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์สังคมและประวัติศาสตร์รสนิยม เพื่อให้ผู้ชมได้ความรู้เชิงลึกทางวิชาการและได้แรงบันดาลใจทางสุนทรียศาสตร์ที่ร่วมสมัยกับตึกมิวเซียมสยาม
  3. อาร์คิเทกเจอร์เทรล-นำชมเส้นทางใหม่ในตึกเก่า กิจกรรมนำชมตึกมิวเซียมสยาม เพื่อให้ผู้ชมเข้าใจประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมและเกิดความซาบซึ้งในมรดกวัฒนธรรมผ่านการเรียนรู้ที่หลากหลาย โดยผลัดเปลี่ยนเส้นนำทางนำชมในเดือนต่าง ๆ อาทิ
    • เส้นทาง 30 จุดแห่งความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมมิวเซียมสยาม (มีทั้งรอบภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) นำชมจุดสำคัญของสถาปัตยกรรมตึกมิวเซียมสยาม จำนวน 30 จุด ที่เป็นจุดสำคัญในการออกแบบสถาปัตยกรรมตะวันตกในเมืองที่อากาศร้อนชื้นแบบสยาม โดยเป็นข้อมูลที่ค้นพบจากการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมของมารีโอ ตามาญโญ
    • เดินดูตึกเก่าเส้นทางห้องใต้หลังคา เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เห็นความชาญฉลาดของการออกแบบตึกสำนักงาน เมื่อ 100 ปีก่อน ในการเพิ่มพื้นที่ฟังก์ชั่นเพื่อแก้ปัญหาด้านความร้อนชื้น ปัญหาด้านอัคคีภัย และใช้เป็นพื้นที่ใช้สอยสำหรับสำนักงาน
    • ย้อนอดีตมิวเซียมสยามด้วยภาพเก่า เส้นทางนี้เป็นเส้นทางของการค้นพบอาคารหลังนี้ตั้งแต่ก่อนยุคที่จะเป็นมิวเซียมสยาม บอกเล่าถึงที่มา หนาที่ ของอาคารที่มีต่อประเทศไทยในยุคเปลี่ยนผ่าน เส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่ว่าด้วยสิ่งที่ “เคย”มีอยู่ที่นี่ ที่สามารถเล่าให้รับรู้ด้วยการใช้ภาพถ่ายเก่า เพื่อให้คนได้รับทราบข้อมูลและมองเห็นมิติประวัติศาสตร์ของพื้นที่และอาคารแห่งนี้
    • ชมตึกเรากับภัณฑารักษ์ นำชมนิทรรศการ 100 ปีตึกเราฯ เพื่อทำความเข้าใจเบื้องหลังการออกแบบนิทรรศการ และขยายความคิดเกี่ยวกับประเด็นของสถาปัตยกรรมตึกมิวเซียมสยามจากคนทำนิทรรศการ
    • เดินชมศิลปะคลาสสิกกับตึกเก่ามิวเซียมสยาม นำชมสถาปัตยกรรมมิวเซียมสยาม ผ่านมุมมองของนักประวัติศาสตร์ศิลปะ เพื่อให้เข้าใจภาษาของสถาปัตยกรรม การคลี่คลายรูปแบบทางประวัติศาสตร์ศิลปะที่สถาปนิกหยิบยกมาใช้เป็นรูปแบบในการออกแบบ
    • เดินดูตึกเก่ากับเรไรรายวัน นำประเด็นด้านประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมที่โดดเด่นของตึกมิวเซียมสยาม มาสร้างสรรค์เป็นกิจกรรมนำชมสำหรับเด็กอายุ 6-10 ปี เพื่อให้เกิดความสนุกสนาน เด็กๆ เข้าใจได้โดยง่ายและเห็นคุณค่าของสถาปัตยกรรม
    • ละครนำชม ซ้อน: บียอนด์ เดอะ มิวเซียม นำประเด็นประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับตึกมานำชมผ่านศิลปะการแสดง ให้ผู้เข้าชมเข้าใจชีวิตและเหตุการณ์ที่สัมพันธ์กับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของตึกผ่านเรื่องเล่า โดยสามารถแต่งเติมเส้นเรื่องเพื่อให้เกิดจินตนาการและเกิดความตระหนักในคุณค่าทางมรดกวัฒนธรรม
  4. การแสดงของกลุ่มจำลองประวัติศาสตร์ นำประเด็นทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นระหว่าง พ.ศ.2468 ถึง ยุคสงครามเย็น มาเป็นธีมเรื่อง โดยจัดการแต่งกายและกิจกรรมให้เข้ากับยุคสมัย พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมสามารถสนทนาแลกเปลี่ยนได้
  5. ตามหาตามาญโญ (วอล์คแรลลี่) กิจกรรมการเดินชมสถาปัตยกรรมตึกมิวเซียม ด้วยการหาปริศนาที่ซ่อนไว้ในแผนที่นำทาง เพื่อเปิดมุมมองการดูตึกเก่าด้วยตัวเอง
  6. สตูดิโอถ่ายภาพ เป็นการถ่ายภาพเพื่อเป็นที่ระลึกกับตึกมิวเซียมสยามในวาระครบ 100 ปี พิเศษสำหรับผู้เข้าชมที่ซื้อบัตรเข้าชม
  7. Kidscovery Zone จัดพื้นที่กิจกรรมสำหรับเด็กระหว่าง 4-12 ปี เพื่อให้เข้าใจงานโครงสร้างและการออกแบบสถาปัตยกรรมผ่านกิจกรรมต่อโมเดลตึกมิวเซียมสยามด้วยกระดาษ
  8. ตัวต่อสถาปัตยกรรมจิ๋ว (เวิร์กชอป) เพจ QBrick Design เรียนรู้การออกแบบและเทคนิคพิเศษในการสร้างตัวต่อสถาปัตยกรรมจิ๋ว เวิร์กช้อปตัวต่อจิ๋วจากผลงานการออกแบบสถาปัตยกรรมของมาริโอ ตามาญโญ สถาปนิกชาวอิตาเลี่ยน ผู้ออกแบบตึกมิวเซียมสยาม (ตึกกระทรวงพาณิชย์ ท่าเตียน) อาทิ บ้านนรสิงห์ สะพานมัฆวานรังสรรค์ วังมะลิวัลย์ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน วังปารุสกวัน สถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง สถานีรถไฟสวนจิตรลดา พระที่นั่งอนันตสมาคม สถานีรถไฟกรุงเทพ เป็นต้น
  9. Literature พาเพลิน แลกเปลี่ยนประเด็นด้านวรรณกรรมร่วมสมัยกับตึกเก่า ที่จะพาผู้ร่วมกิจกรรมไปสัมผัสอรรถรสและวรรณกรรมร่วมยุคสมัยที่มีความสัมพันธ์กับตึกมิวเซียมสยาม ตลอดช่วงเวลาทั้ง 100 ปี
  10. ดนตรีมีเรื่องเล่า Music@Museum ฟังดนตรีร่วมสมัยกับตึกร้อยปี นำประเด็นทางประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมของตึกมิวเซียมสยาม มาเป็นแรงบันดาลใจในการคัดเลือกแนวทางดนตรีและเครื่องเล่น เพื่อให้ผู้เข้าชมเกิดสุนทรียศาสตร์ทางการฟัง และรับรู้ความร่วมสมัยของตึกมิวเซียมสยามในยุคต่างๆ
  11. ฟู๊ดทรัก อาหารและเครื่องดื่ม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 02-225-2777 ต่อ 431, 081-927-9328

หมายเหตุ เวลาและกำหนดการอาจมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม

อ้างอิง : www.museumsiam.org


อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

 

อุไรข้าวมันไก่ ถนนสาธุ 57

เช้านี้ใครอยู่ย่านสาธุประดิษฐ์ กำลังมองหาอาหารเช้าอยู่ ลองแวะเข้ามาที่ปากซอยสาธุประดิษฐ์ 57 ก่อนแยกที่จะออกถนนพระราม 3 กัน มีร้านขายของหลากหลายที่เกือบจะเป็นตลาดย่อม ๆ แล้ว และมีร้านที่สามารถนั่งทานได้ อย่างร้าน อุไรข้าวมันไก่ และทางร้านยังขายข้าวขาหมูด้วย

อุไรข้าวมันไก่

เห็นหน้าร้านก็รู้แล้วว่าขายดีแน่ เพราะแขวนไก่มาโชว์เต็มตู้เลย ส่วนที่เตรียมไว้เรียกว่าเยอะแล้ว แต่ไม่น่าจะพอขายได้ทั้งวัน ซึ่งถนนสาธุนี่เป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่ มีบ้านเรือน และคอนโดขึ้นมามากมาย การจะหาอาหารเช้าที่นั่งทานได้ค่อนข้างยากในเวลาเช้า แต่อุไรข้าวมันไก่ ก็เปิดแต่เช้า รองรับคนตื่นเช้าทุกท่าน

อุไรข้าวมันไก่

ข้าวมันไก่เม็ดขาวสวย มันไม่มาก ยิ่งเช้า ๆ กำลังร้อน ๆ เลย ส่วนไก่หั่นมาเป็นชิ้นหนา ๆ แบบไม่ตบให้แบน เวลาทานเคี้ยวเพลิน หนึบหนับ หนานุ่มมาก ใส่เลือดมาชิ้นใหญ่ มีแตงกวาแก้เลี่ยนมาหน่อย น้ำจิ้มก็เข้มข้นดี จานธรรมดาเป็นไก่ต้มราคา 40 บาท หากใส่ไก่ทอดด้วยจะเป็น 50 บาท ทางร้านมีข้าวขาหมูด้วย ธรรมดา 50 ส่วนพิเศษ 60 บาท

ด้านหน้าร้าน อุไรข้าวมันไก่ ก็เต็มไปด้วยร้านค้ามาเปิดร้านยามเช้าริมทางเท้า อย่างร้านที่น่าสนใจก็เห็นจะเป็นร้านข้าวเหนียวมะม่วง ที่ทำข้าวเหนียวมูนออกมาตั้งแต่เช้า หอมดี น่าทานมาก และยังมีสังขยาที่ทำออกมาใส่ถ้วยเป็นก้อน หรือจะเป็นมะม่วงน้ำดอกไม้ที่วางเรียงรายอยู่ เราก็เลยจัดไปสักชุด เป็นข้าวเหนียวสังขยา ชุดละ 100 บาท หรือใครจะทานแบบห่อใบตองก็มีขายเป็นห่อเหมือนกัน

ยังมีของขายอยู่หน้าร้านอุไรข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู อีกหลายร้านนะ ใครผ่านไป ผ่านมาลองแวะมาทาน หรือจับจ่ายซื้อของเข้าบ้านกัน ลองดูรายละเอียดตามด้านล่างนี้เลย

อุไรข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู
พิกัด : Google Map
ที่อยู่ : 1/5 บางโพงพาง​ เขต ยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120
โทร : 0946289244
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 06.30-16.00 น.
ลักษณะร้านค้า : จอดรถริมทาง
ระดับราคา : 40 บาท

ไปปราจีน ลอง เย็นตาโฟรสเจ็บ

UCL FINAL 2022 ศึกล้างตาจาก 4 ปีก่อน

0

ถึงเวลาแล้วครับสำหรับบทสรุปของฟุตบอลยุโรปฤดูกาล 2021/2022 กับ UCL FINAL ที่ในปีนี้เป็นการหวนกลับมาพบกันอีกครั้ง ระหว่าง ลิเวอร์พูล และ เรอัล มาดริด ที่บอกเลยว่าแมตช์นี้คือ “ศึกล้างตา” จากนัดชิงเมื่อปี 2018 ที่ค่ำคืนนั้น ราชันต์ชุดขาว สามารถเด็ดปีก หงส์แดง ไปด้วยสกอร์ 3-1

แต่เรื่องราวในค่ำคืนนั้น นอกจากสกอร์ที่ออกมา และเรอัล มาดริด ที่ได้ชูถ้วยแล้ว มันมีอะไรอีกมากมายในรายละเอียด ที่วันนี้ Inzpy ซึ่งได้ดูเกมนั้นแบบเต็ม ๆ จะมาเล่าให้ฟัง

UCL FINAL

เซร์คิโอ รามอส กับวิชายูโดใน UCL FINAL

เกมนัดนั้นบอกเลยว่านักเตะของทั้งสองทีมกำลังอยู่ในฟอร์มที่โคตรจะดี แนวรุกของทั้งสองทีมนั้นรวดเร็ว ดุดันและเด็ดขาดกันทั้งคู่ ฝั่งของลิเวอร์พูลนำทัพมาโดย โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ดาวยิงทีมชาติอียิปต์ ส่วนฝั่งของเรอัล มาดริด มีคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงเบอร์หนึ่งของโลกนำทัพมา

ส่วนแนวรับก็แข็งแกร่งทั้งคู่ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ที่ย้ายมาอยู่กับลิเวอร์พูลปีแรก แต่สามารถเปลี่ยนแปลงหงส์แดง เป็นพญาหงส์ได้ในชั่วข้ามคืน จากเกมรับที่อ่อนปวกเปียก เสียลูกตั้งเตะเหมือนเสียจุดโทษ แต่การเข้ามาของกองหลังทีมชาติฮอลแลนด์ มันทำให้ ลิเวอร์พูลเสียประตูน้อยลงชนิดว่าหลังยี่สิบ เหลือเพียงหลักหน่วยประมาณนั้นเลย

ส่วนฝั่งของ เรอัล มาดริด พวกเขามีคู่เซนเตอร์แบ็คที่แกร่งและเข้าคู่กันที่สุดคู่หนึ่งในโลกนั่นคือ ราฟาเอล วาราน และ เซร์คิโอ รามอส คนหนึ่งยังเด็กและสด ส่วนอีกคนเก๋า หนักหน่วง และตุกติก ซึ่งประเด็นมันอยู่ตรงนี้แหละครับ

เกมนี้ลิเวอร์พูลและเรอัล มาดริด ลงสนามด้วยผู้เล่นเต็มสูบ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ วิ่งป่วนริมเส้นให้กับลิเวอร์พูลเรียกว่า จี๊ดจ๊าดเอาเรื่อง แม้ว่าฟอร์มตอนนั้นจะยังไม่ดุดันเหมือนวันนี้ แต่ต้องบอกว่า ซาล่าห์ถือเป็นตัวท็อป ๆ ของโลกในเรื่องความเร็ว และนี่คือความหวังสูงสุดของเหล่า “เดอะ ค็อปส์”

แต่ความหวังสูงสุดของพวกเขานั้นถูกทำลายลงภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงจากชายที่ชื่อว่า “เซร์คิโอ รามอส” โดยในนาทีที่ 24 ของเกมแข่งขัน โม ซาล่าห์ วิ่งเบียดไปกับ รามอส ครับ ซึ่งจังหวะมันไม่มีอะไรเลย เพียงแต่ว่าจังหวะที่ล้มลงไปของทั้งคู่ แขนของ ซาล่าห์นั้นเกี่ยวไปแขนของรามอส และมันทำให้รามอสนั้นลงไปทับแขนของซาล่าห์

ซึ่งตรงนี้ที่มันเหมือนจะไม่มีอะไร แต่มันก็มีตรงจนได้ เพราะซาล่าห์เจ็บจนต้องถูกออกจากสนามเพราะจังหวะนั้น ซึ่งมันกลายเป็นประเด็นใหญ่ในช่วงท้ายเกมเลยว่า รามอส นั้นจงใจที่จะเกี่ยวแขนของซาล่าห์ เหมือนการจับทุ่มและทำให้ดาวยิงตัวเก่งของหงส์แดงต้องบาดเจ็บ

เท่านั้นไม่พอ ยังมีภาพของ เซร์คิโอ รามอส ที่เอาศอกไปสับใส่หน้าของ ลอริส คาริอุส อีกในจังหวะบุกของ เรอัล มาดริด และเจ้าตัวก็รอดจากโทษสถานหนักอย่างใบแดงด้วย

โอเคการสับศอกครั้งนี้ไม่มีใครบาดเจ็บจนต้องออกจากสนาม เพียงแต่ว่า มันเหมือจะมีเอฟเฟ็คต่อตัวของ คาริอุส ที่ดูเหมือนเขาจะมึน ๆ และก่อความผิดพลาดจนเสียประตูไปถึงสองครั้ง

ครั้งแรกเขารับบอลได้จากลูกที่ไม่มีอะไร และพยายามจะเล่นเร็ว โดยการปาบอลไปให้กองหลังแต่ดันถูก คาริม เบนเซม่า ยื่นเท้าดัก และบอลก็เข้าประตูไปเลย กลายเป็น เรอัล ขึ้นนำ 1-0

ครั้งที่สองคือตอนที่ราชันต์ชุดขาวนำอยู่ 2-1 และยังมีลุ้นกลับมาได้แต่ คาริอุส ก็พลาดอีกครั้ง หลังจากที่โดน แกเร็ธ เบล ลากบอลตัดเข้ามายิงจากระยะ 30 หลา บอลมันพุ่งตรงไปที่เขาซึ่งน่าจะปัดออกหลังไปได้แบบไม่มีปัญหา แต่เจ้าตัวดันปัดบอลผิดเหลี่ยมเข้าประตูไปเลย ทำให้ เรอัล มาดริด ปิดเกมไปด้วยสกอร์ 3-1 คว้าแชมป์สมัยที่ 13 ได้สำเร็จ

ซึ่งหลังเกมแฟนหงส์ก็ยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดี แต่ทั้งนี้ก็ได้มีการโจมตีใส่ เซร์คิโอ รามอสกันยกใหญ่ว่า ลูกตุกติกของเขาเป็นตัวการทำให้ลิเวอร์พูลต้องสูญเสียคีย์แมน และทำให้ผู้เล่นของพวกเขากระทบกระเทือนทางสมอง เป็นต้นเหตุของเกมรุกที่อ่อนลง และเกมรับที่เสียประตูจากข้อผิดพลาดของผู้รักษาประตู

ซึ่งก็ไม่น่าเชื่อนะครับว่า ลอริส คาริอุส ตั้งแต่วันนั้น จนถึงวันนี้เจ้าตัวนั้นถูกดรอปเป็นตัวสำรอง โดนปล่อยยืมไปทีมอื่น ก้ไม่สามารถยึดตัวจริงได้ แถมมีช็อตเหวอ ๆ ให้เห็นอยู่เป็นประจำ เรียกว่า นั่นคือฝันร้ายของเขาเลย

UCL FINAL

ศึกล้างตาเดิมพันแชมป์

เหตุการณ์ผ่านไปกว่า 4 ปีครับ ทั้งสองทีมได้วนเวียนบรรจบมาเจอกันอีกครั้ง คราวนี้ เรอัล มาดริด ไม่มีตัวแสบอย่าง เซร์คิโอ รามอสแล้ว ส่วน โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ อยู่ในช่วงที่ท็อปฟอร์มที่สุดในชีวิต แล้วเรอัล มาดริด ไม่มีทั้ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้และแกเร็ธ เบล แต่พวกเขามี คาริม เบนเซม่า และ วินิซิอุส จูเนียร์ อยู่ในทีม

ก่อนเกมนัดนี้ไม่มีกำลังสำคัญของทั้งสองทีมบาดเจ็บ นั่นหมายความว่า เราจะได้เห็นทั้งสองทีมสู้กันอย่างเต็มสู้ ใส่เต็มที่สุดเท่าที่จะเต็มได้ นี่คือการลุ้นแชมป์ครั้งที่ 14 ของ เรอัล มาดริด และการลุ้นแชมป์สมัยที่ 7 ของลิเวอร์พูล

นอกจากนี้นี่คือเกมที่ โม ซาล่าห์กระสันจะลงสนามมากที่สุด เพราะเขาต้องการจะพิสุจน์ตัวเอง และลบความผิดหวังที่ตัวเองต้องออกจากสนามอย่างรวดเร็วและไม่สามารถช่วยให้ทีมชนะได้ ซึ่งก็ได้มีการไซโคกันไปบ้างแล้ว

นอกจากนี้ฝั่งของลิเวอร์พูลก็โดนคำครหาด้วยว่า ฟลุ๊คที่เข้าชิง เพราะเจอแต่ทีมที่อ่อนชั้นกว่าตัวเอง ไม่เหมือน เรอัล มาดริด ที่เจอแตทีมแข็ง พลิกชนะทั้ง ปารีส แซง-แชร์กแมง และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้มาได้ จากการแบกของ คาริม เบนเซม่า

และด้วยเหตุนี้เองเกมนี้อาจจะเป็นการตัดสินว่าระหว่าง ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซ่าลาห์ หรือ คาริม เบนเซม่า ใครที่จะได้รางวัลบัลลง ดอร์!

Gucci Bloom Eau de Toilette ความหอมหวานของสวนดอกไม้ในเรื่องราวบทใหม่

0

Gucci Bloom Eau de Toilette ความหอมหวานของสวนดอกไม้ในเรื่องราวบทใหม่

Gucci Bloom อีกหนึ่งกลิ่นน้ำหอมที่น่าจะเป็นกลิ่นโปรดปรานของสาว ๆ หลายคน ด้วยกลิ่นหอมโทนฟลอรัลอันน่าหลงใหลของดอกไม้นานาชนิด ที่ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในสวนดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานพร้อมส่งกลิ่นหอมเย้ายวนไปทั่ว

และมาถึงปี 2022 นี้ Gucci ก็ได้กลับมาเปิดสวนดอกไม้พฤกษานานาพรรณอีกครั้ง กับสมาชิกกลิ่นหอมตัวใหม่ของน้ำหอมในตระกูล Classic อย่าง Gucci Bloom Eau de Toilette นั่นเอง

ซึ่งน้ำหอมตัวใหม่นี้นั้นเป็นการนำกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของทั้งดอกซ่อนกลิ่น (Tuberose) / มะลิตูม (Jasmine Bud) / ดอกเล็บมือนาง (Rangoon Creeper) มาตีความใหม่อีกครั้ง ผ่านการผสมผสานของส่วนผสมใหม่ ๆ เช่น กลิ่นหอมหวานเย้ายวนของน้ำผึ้ง (Honey) และกลิ่นหอมสดชื่นของดอกส้มสีเขียว (Green Citrus)

ที่นำมาเติมแต่งด้วยกลิ่นจากดอกเนโรลี (Neroli Accord) ที่ให้กลิ่นของความรู้สึกสดชื่น ละเอียดอ่อนและละมุนละไม พร้อมให้ความรู้สึกสนุกสนานและเต็มไปด้วยความสดใส และยังคงเอกลักษณ์ของน้ำหอมตระกูลนี้ และเปรียบน้ำหอมตัวใหม่นี้เป็นเหมือนกับช่อดอกไม้สีขาวงามสง่า พร้อมความมีชีวิตชีวาที่มากขึ้น

Gucci Bloom Eau de Toilette

มาพร้อมกับดีไซน์ของขวดน้ำหอมที่ได้ขยายความต่อจาก Gucci Bloom แบบดั้งเดิม โดยการเลือกใช้โทนสีชมพูเฉดใหม่ ที่ดูมีความอ่อนละมุน และให้ความสดใสมากขึ้น ทำให้รู้สึกเหมือนได้กลิ่นความหอมของน้ำหอมจากข้างในขวด

พร้อมมาในรูปแบบของขวดทรงสี่เหลี่ยมในดีไซน์เรียบหรูและดูดี และโปร่งแสง เพื่อเพิ่มความดูมีชีวิตชีวาและดูสดใสและเข้าถึงง่าย และเพิ่มความโดดเด่นด้วยการประดับภาพพิมพ์ลายใบสมุนไพรในสไตล์ Toile de Jouy ผสมผสานกับลวดลายของกิ่งและดอกเชอร์รี่ พร้อมด้วยการล้อมกรอบสีดำ และแพคเกจกล่องด้านนอกมีลวดลายและสีสันแบบเดียวกับตัวขวดด้านใน

น้ำหอมกุชชี่

เรียกได้ว่าเป็นไอเทมที่สาวกน้ำหอมพลาดไม่ได้จริง ๆ กับ Gucci Bloom Eau de Toilette เพราะนอกจากคงความหอมแบบ Classic อันเป็นเอกลักษณ์แล้วยังมีการเพิ่มลูกเล่นความหอมสดชื่นแบบใหม่ ๆ เข้าไปอีกด้วย บอกเลยว่าฉีดทีเดียวเหมือนได้ล่องลอยเข้าไปอยู่สวนพฤกษาดอกไม้นานาพรรณแน่นอน 🙂

ขอขอบคุณข้อมูล : lofficielthailand.com

นักศึกษาศิลปากรร่วมช่วย”ปัญหาสัตว์จรจัด” ผ่านภาพวาดกระตุ้นจิตสำนึกมนุษย์

0

นักศึกษาศิลปากรร่วมช่วย”ปัญหาสัตว์จรจัด” ผ่านภาพวาดกระตุ้นจิตสำนึกมนุษย์

คุณ สุเมธา ดงขุนทด นักศึกษาชั้นปีที่ 5 คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร สื่อสารปัญหา สุนัขและแมวจรจัดที่ทุกข์ทรมานผ่านผลงานศิลปนิพนธ์หัวข้อเรื่อง “ความหวังริมทาง”

นักศึกษาศิลปากรร่วมช่วยปัญหาสัตว์จรจัด ผ่านภาพวาดกระตุ้นจิตสำนึกมนุษย์
ภาพ : ERIA Exhibition

สุนัขและแมวทุกตัวในนิทรรศการเป็นสัตว์จรจัดบาดเจ็บ ป่วยที่มูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย ช่วยชีวิตไว้ บางส่วนสามารถฟื้นฟูร่างกายจนหายดีและได้มีบ้านใหม่อันอบอุ่น แต่บางตัวไม่สามารถทนความบาดเจ็บทางกายได้และต้องจากโลกใบนี้ไปอย่างเงียบงัน
.
เเรงบันดาลใจที่ทำให้คุณอยากจะทำผลงานศิลปะชุดนี้
.
คุณ สุเมธา กล่าว มนุษย์หรือตัวเราที่เป็นส่วนหนึ่งในโครงสร้างของปัญหาสัตว์จรจัด เราจึงต้องการแสดงความรับผิดชอบต่อสัตว์เหล่านั้นโดยใช้รูปแบบที่ตัวเราเองพอจะทำได้ เราต้องการสื่อสารเรื่องราวและชีวิตของสัตว์จรจัด เพื่อให้ผู้คนได้หยุด และสังเกตเห็นปัญหาตรงหน้าบ้าง และวัตถุประสงค์สุดท้ายของเราคือการสร้างรายได้จากผลงานศิลปะ เพื่อนำไปช่วยเหลือมูลนิธิต่างๆที่ประสบปัญหาจากการไม่ได้รับความสนใจของผู้คนในสังคม

.
รูปของสัตว์ในมูลนิธิต่างๆ ที่กระตุ้นใจเรา สัตว์ตัวที่แววตาของเขาบอกเล่าเรื่องราวต่างๆกับเราผ่านครั้งแรกที่ได้มอง อารมณ์ความรู้สึกที่เราสัมผัสได้ เราจะนำไปสเก็ตช์เป็นภาพร่างในสมุด เพื่อบันทึกอารมณ์กับความคิดของเราไว้ จากนั้นค่อยนำมาถ่ายทอดบนเฟรม โดยเราเลือกใช้เทคนิคที่แตกต่างกันไปตามความรู้สึกที่เราสัมผัสได้
.
บทสัมภาษณ์แรงบันดาลใจจากผู้สร้างสรรค์ผลงานคุณเริ่มชอบศิลปะตั้งแต่เมื่อไร?
.
-เริ่มชอบตั้งแต่ช่วงม.ต้น แรงบันดาลมาจากการที่เราชอบอ่านหนังสือการตูนญี่ปุ่น แล้วตื่นตาตื่นใจกับลายเส้นและการลงสีของศิลปินคนนั้นๆ เลยเริ่มเขียนเริ่มวาดรูปตั้งแต่นั้น
ช่วยนิยามหรืออธิบายงานศิลปะของคุณเเบบคร่าว ๆ ให้ฟังหน่อย
-งานศิลปะคือเครื่องมือหนึ่งที่ศิลปินใช้ในการบรรลุวัตถุประสงค์บางอย่างของคนนั้นๆ เช่น การถ่ายทอดความคิด ความรู้สึก การเรียกร้อง หรือแค่สื่อสารเรื่องส่วนตัว
เเรงบันดาลใจที่ทำให้คุณอยากจะทำผลงานศิลปะชุดนี้
-เรามองว่า มนุษย์หรือตัวเราที่เป็นส่วนหนึ่งในโครงสร้างของปัญหาสัตว์จรจัด เราจึงต้องการแสดงความรับผิดชอบต่อสัตว์เหล่านั้นโดยใช้รูปแบบที่ตัวเราเองพอจะทำได้ เราต้องการสื่อสารเรื่องราวและชีวิตของสัตว์จรจัด เพื่อให้ผู้คนได้หยุด และสังเกตเห็นปัญหาตรงหน้าบ้าง และวัตถุประสงค์สุดท้ายของเราคือการสร้างรายได้จากผลงานศิลปะ เพื่อนำไปช่วยเหลือมูลนิธิต่างๆที่ประสบปัญหาจากการไม่ได้รับความสนใจของผู้คนในสังคม
.
ร่วมกันช่วยน้องๆได้ที่นี้

.
น้องสกุลไทย ดวงตาทั้งสองข้างปูดบวมผิดปกติจนแทบถลนออกมาจากเบ้า เนื่องจากกระจกตาเป็นแผลเรื้อรังมานานและมีภาวะอักเสบติดเชื้ออย่างรุนแรง

นักศึกษาศิลปากรร่วมช่วย"ปัญหาสัตว์จรจัด" ผ่านภาพวาดกระตุ้นจิตสำนึกมนุษย์
ERIA Exhibition


.
น้องลอนนี่ เผชิญกับโรคร้ายทั้งโรคเรื้อนที่เรื้อรังและเนื้องอกขนาดใหญ่ที่หน้าท้อง

นักศึกษาศิลปากรร่วมช่วย"ปัญหาสัตว์จรจัด" ผ่านภาพวาดกระตุ้นจิตสำนึกมนุษย์
ERIA Exhibition


.
ทิฟฟี่ทิลลี่ สองพี่น้องตาบอดสนิทถูกพบขณะนั่งซุกตัวกอดกันไม่ยอมห่างอยู่ริมถนนสายหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต เนื้อตัวเปียกปอนและเต็มไปด้วยร่องรอยของบาดแผล

นักศึกษาศิลปากรร่วมช่วย"ปัญหาสัตว์จรจัด" ผ่านภาพวาดกระตุ้นจิตสำนึกมนุษย์
ERIA Exhibition


.
น้องออสม่า สุนัขพุดเดิ้ลแก่โดนทิ้งอย่างไม่ใยดี

ERIA Exhibition

ERIA Exhibition

น้องป๊อปอาย ดวงตาขุ่นมัวขยายใหญ่ขึ้นจนถลนออกมา

รูปภาพบ้างรูปอาจจะหดหู่ไปบ้างนะครับผมต้องขออภัยด้วย แต่นี้คือสิ่งที่ พวกน้องๆ (หมาแมว) ได้ประสบพบเจอมาจริงๆ ขอขอบคุณน้อง สุเมธา ดงขุนทด ที่ได้ตระหนักถึงความสำคัญปัญหาสัตว์จรจัดของพวกน้องๆเพราะทุกชีวิตมันมีค่ามากจริงๆ

อ้างอิง : ERIA Exhibition ,SoiDogInThai 


อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

รวมเพลง สายนักเลงเก่าจากภาพยนตร์ 4Kings อาชีวะยุค 90’s

0

รวมเพลง สายนักเลงเก่าจากภาพยนตร์ 4Kings อาชีวะยุค 90’s

สิ้นสุดการรอคอยกันแล้วสำหรับแฟนภาพยนตร์สัญชาติไทยอย่าง 4Kings อาชีวะยุค 90’s ที่ในที่สุดก็ได้เข้า Netflix ให้ได้ดูแบบ Online แล้วในวันที่ 27 พฤษภาคม ชื่อเรื่องก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวต่าง ๆ ในช่วงยุค 90 บรรยากาศความรู้สึกต่าง ๆ ในเรื่องจึงทำให้คนดูรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปช่วงเวลานั้นอีกครั้ง และแน่นอนว่าเพลงประกอบในภาพยนตร์ต่าง ๆ ก็เป็นในช่วงยุค 90 เช่นกัน และใครที่ไปดูภาพยนตร์มาแล้วยังอินกับเพลงอยู่ Inzpy เรามี รวมเพลง สายนักเลงเก่าจากในภาพยนตร์มาฝากกันด้วย

รวมเพลง 4Kings อาชีวะยุค 90's

เริ่มกันที่เพลงประกอบภาพยนตร์เพลงแรกอย่าง นักเลงเก่า จากวง TaitosmitH Feat. D GERRARD

เพลง มึงกับกู จากบิลลี่ อินทร หรือ จ๋าย จากวง TaitosmitH นั่นเอง ด้วยเนื้อหาซึ้ง ๆ เกี่ยวกับมิตรภาพก็เชื่อว่าน่าจะถูกใจผู้ชมตั้งแต่ได้ยินในภาพยนตร์แน่นอน

เพลง พลังรัก จากศิลปินระดับตำนานอย่าง หิน เหล็ก ไฟ นั่นเอง เชื่อเลยว่าคนที่เคยดูคอนเสิร์ตหรือเป็นแฟนเพลงของหิน เหล็ก ไฟ เนี่ย เมื่อได้ดูฉากที่เป็นการรวมตัวเพื่อดูคอนเสิร์ตในภาพยนตร์คงทำให้หลาย ๆ คนอินไปฉากนั้น จนแทบจะลุกมาตะโกนร้อง “พลังแห่งรัก ! ใคร่ ! มันมีพลัง” แน่น ๆ เลยใช่มั้ยล่ะ

รวมเพลง จากภาพยนตร์ 4Kings เพลงต่อมากับ หวาดระแวง ของศิลปิน หิน เหล็ก ไฟ เรียกว่าสายร็อคสายปลุกใจเนี่ยต้องยกให้เพลงของพี่ ๆ หิน เหล็ก ไฟ เลยจริง ๆ

Rock Never Die คำนี้คงไม่ผิดไปในความจริงเลย อย่างเพลง คิดไปเอง อีกหนึ่งที่ปรากฏอยู่ในฉากคอนเสิร์ต ของ หิน เหล็ก ไฟ เพราะถึงจะเพลงเก่าในยุค 90 แต่ก็เชื่อเลยว่าเมื่อได้เห็นวงหิน เหล็ก ไฟ เล่นสดหลาย ๆ คนก็คงรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับสู่ช่วงเวลารุ่งโรจน์ของเพลงสไตล์นี้อีกครั้ง แต่ในปัจจุบันเชื่อว่าต่อให้คุณจะมานั่งฟังมันอีกสักกี่รอบ มันก็ยังจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้กลับเข้าไปฟังในช่วงเวลานั้นอีกครั้งเสมอ

เพลง ก่อน ศิลปิน Moderndog เพลงในตำนานที่ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน ก็เชื่อว่าคนต่างรุ่นต่างวัยก็ยังคงจะร้องเพลงนี้ได้เหมือน ๆ กัน อีกเพลงที่เราจะได้ยินกันตอนท้าย ๆ ของเรื่องที่เปิดในร้านจิ้มจุ่มนั่นเอง

มาถึงเพลงสุดท้ายกันแล้วกับเพลง สบายดี จากผู้ชายที่โคตรจะแมนอย่างพี่ ป้าง นครินทร์ นั่นเอง

ก็จบไปแล้วกับการ รวมเพลง สายนักเลงเก่าจากภาพยนตร์ 4Kings อาชีวะยุค 90’s ที่เราเอามาฝากกัน ทั้งเพลงทั้งภาพยนตร์เนี่ยทำให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปให้ช่วง 90 เลยใช่มั้ยล่ะ เอาเป็นว่าถ้าชอบเนี่ยก็สามารถตามฟังกันได้ใน Link ที่เราแปะไว้ให้ได้เลยนะ 🙂

หลงไหลเมนู ซากุระ La Patisserie Okura Cafe ที่ ล้ง 1919

ทุกคน บอกตามตรงว่าเราอ่ะ เคยไปเดิน ล้ง 1919 ครั้งแรกในชีวิต 555 แล้วพอเข้าไปก็ไปเจอกับคาเฟ่ La Patisserie Okura Cafe แล้วคือ หลงใหลในเมนู ซากุระ ของที่นี่มาก เห็นแล้วคือ พุ่งตัวเข้าไปเลยแหละ บรรยากาศก็จะเป้นแนวจีน ๆ นะทุกคน อารมณ์แบบ มินิเยาวราช เรารู้ว่าหลายคนอาจเคยไปแล้วแหละ แต่เราขอรีวิวหน่อยนะ เพราะช่วงนี้มันหน้า ซากุระ มาดูเมนูที่คาเฟ่นี้กันค่ะ

หลงไหลเมนู ซากุระ La Patisserie Okura Cafe ที่ ล้ง 1919

ตอนเดินที่ล้ง เราเห็นร้านนี้สะดุดตามาก ร้านเหรอ? หึ! ป้ายส่วนลด 50% ที่ตั้งอยู่หน้าร้าน 555 เห็นแล้วก็เงยหน้าขึ้นไปมองที่ร้านซะหน่อย โอ้โห! ร้านน่ารักมากเลยค่ะทุกคน ข้างในจะมีเป็นสไตล์จีนโบราณตามคอนเซ็ปต์ของ ล้ง 1919 แหละ แต่ว่าเฟอร์นิเจอร์เอย ของตกแต่งเอย น่ารักกะปุ๊กกะปิ๊กมากเลยล่ะค่ะ

มาดูขนมกันบ้างดีกว่า งื้อ เค้กที่นี้เค้าน่ากินมากเลยล่ะทุกคน มีตั้งแต่พวก ขนมปังเมนูต่าง ๆ แล้วก็เค้กมัจฉะ เค้ก เรด เวลเวท ช็อกโกแลตเค้ก ต่าง ๆ นานา เห็นก็ตานี่เป็นประกายแพรวพราวกันเลยทีเดียวค่าทุกคน

หลงไหลเมนู ซากุระ La Patisserie Okura Cafe ที่ ล้ง 1919

แต่ที่น่าสนใจมาก เพราะเค้าบอกว่ามันเป็นฤดูกาลของ ซากุระ ค่ะ เค้าก็จะมีเป็น เบเกอรีเซต ที่เบเกอรีทุกอย่างจะเป็น รส ซากุระ แล้วทำโทนสีชมพู น่ารักมาก ก.ไก่ล้านตัว จัดมาแบบคล้าย ๆ พวก Afternoon Tea ประมาณนั้นค่ะ เห็นเซตนี้ก็หลงรัก คาเฟ่ร้านนี้ไปเลยสิ

หลงไหลเมนู ซากุระ La Patisserie Okura Cafe ที่ ล้ง 1919

นอกจากเมนู เบเกอรีเซต ซากุระ แล้ว ยังมีเครื่องดื่มที่เป็นเมนู ซากุระ ด้วยนะคะ ก็คือ ซากุระโซดา กรี๊ดไม่ไหวจริง ๆ ใครที่ชอบกลิ่นของความเป็น บ๊วย นะ บอกเลยว่าต้องชอบเครื่องดื่มนี้แน่นอนค่ะ แล้วซากุระก็มีสรรพคุณในเรื่องของการบำรุงผิวพรรณด้วยน้า อีกแก้วนึงที่เห็นตั้งข้างกันเป็นน้ำสีน้ำตาลนั้นคือ ชาโฮจิฉะ มันเป็นชาชนิดหนึ่งค่ะ กลิ่นหอมชามาก ทั้งสองรายการเครื่องดื่ม จะเป็นเมนูแนะนำของทางร้านนะคะ ใครไปก็อย่าลืม ลองไปชิมร้านนี้กันนะคะ

ทีเด็ดมันอยู่ตรงนี้ค่ะ ส่วนลด 555 ถ้าใครสั่งกลับบ้าน จะได้ส่วนลด 50% ไม่มีขั้นต่ำในการสั่งซื้อ (เฉพาะเค้ก และเบเกอรี) ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไปค่ะ บอกเลยว่าคุ้มค่ามาก ได้มาหลายกล่องเลยทีเดียว คุ้มไม่ไหวจริง ๆ

หลงไหลเมนู ซากุระ La Patisserie Okura Cafe ที่ ล้ง 1919

และที่นอกจากจะได้สั่งเครื่องดื่ม กับเค้กอร่อย ๆ แล้ว ที่ล้งยังที่ที่ให้เดินถ่ายรูปได้อีกหลายจุดเลยค่ะ ถือว่าการมาเที่ยวล้ง 1919 ในครั้งนี้คุ้มค่ามาก ประทับใจ ได้ไหว้ศาลขอพรด้วยน้า แล้วก็ได้ถ่ายรูปมาเพียบเลย 555 เพราะแต่ละมุมคือ สวยมาก นาน ๆ ไปที ถ้าไม่ถ่ายก็น่าเสียดายเนอะ

ใครที่เคยไปล้งแล้ว หรือว่ายังไม่เคยไปแบบเราก็ลองไปเที่ยวกันดูอีกทีนะคะ ตอนนี้เปิดให้บริการกันแล้ว หลังจากช่วงโควิด – 19 ได้ออกมาเที่ยวเล่นแบบนี้บ้างก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาได้บ้าง ใครที่หาที่เที่ยว หรืออยากไปชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา เราแนะนำให้ไปที่ อำแดง ต่อเลยค่ะ ที่นี่มี Rooftop ลับ ๆ ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย วิวสวยมาก นอกจากนี้ยังมี ร้านอาหารนาย ที่สามารถไปนั่งทานข้าว กินลม ชมวิวสุดโรแมนติกได้ด้วย ดีงามเลยค่ะ ลองตามไปเช็คอินกันได้น้า

La Patisserie Okura Cafe สาขา ล้ง 1919
248 ถนน เชียงใหม่ แขวง คลองสาน เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600
พิกัด: Google Map มีลานจอดรถ
เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น.
ระดับราคา: ฿฿
เบอร์ติดต่อ: 026879000
Facebook: https://www.facebook.com/TheOkuraPrestigeBangkok/

ครั้งแรกในชีวิต “IU” ปรากฏตัวเฉิดฉายบนพรมแดง เทศกาลหนังเมืองคานส์ 2022

งานเทศกาลหนังเมืองคานส์ยังไม่จบ อย่าพึ่งนับศพทหาร อย่าพึ่งเบื่อกันนะคะทุกคน ก็ช่วงนี้มันเป็นช่วงของอีเวนต์สุดยิ่งใหญ่แห่งปีอย่าง “Cannes Film Festival 2022” หรือ เทศกาลหนังเมืองคานส์ 2022 นี่นา ซึ่งงานจะดำเนินไปจนถึงวันสุดท้าย ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2565 (พรุ่งนี้) นั่นเอง แน่นอนว่าเพราะงานยังไม่จบ วันนี้เราขอพาทุกคนไปตามติดแฟชั่นพรมแดงเมืองคานส์กันต่อ ด้วยการพาไปส่องแฟชั่นของศิลปินสาวชาวเกาหลีใต้อย่าง “IU” ที่มาปรากฏตัวเฉิดฉายบนพรมแดงเทศกาลหนังเมืองคานส์ปีนี้ เป็นครั้งแรกในชีวิตของเธอเลยทีเดียว อย่ารอช้าตาม Inzpy ไปดูสาวสวยคนนี้พร้อม ๆ กันเลยค่ะ

cr.photo ; allkpop.com

นับว่าเป็นอีกหนึ่งในโมเมนต์สำคัญที่น่าประทับใจ บนพรมแดงงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ประจำปี 2022 (ครั้งที่ 75) ที่ต้องถูกบันทึกไว้ สำหรับการปรากฏตัวเดินเฉิดฉายบนพรมแดง ของศิลปินนักร้องและนักแสดงสาวชาวเกาหลีใต้มากความสามารถ วัย 29 ปี อย่าง Lee Ji Eun (อีจีอึน) หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อของ IU (ไอยู) หลังจากที่ช่วงอาทิตย์ก่อนหน้านี้ ได้มีการออกมาส่งสัญญาณเคาะคอนเฟิร์มว่า เธอจะเดินทางบินลัดฟ้ามาร่วมเดินพรมแดงเมืองคานส์ในปีนี้อย่างแน่นอน

cr.photo ; elle.com

เทศกาลหนังเมืองคานส์ 2022 ยังคงดำเนินต่อมาเรื่อย ๆ จนเดินทางมาสู่ช่วงโค้งสุดท้ายกันแล้ว ซึ่งล่าสุดในรอบปฐมทัศน์ภาพยนตร์สัญชาติเกาหลีใต้เรื่อง ‘Broker’ ที่กำกับโดย Hirokazu Kore-eda แน่นอนว่าเหล่าทีมนักแสดงนำ ก็ต้องเดินทางมาร่วมรับชมภาพยนตร์กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา รวมไปจนถึงการร่วมเดินเฉิดฉายอวดลุคพรมแดงให้เราได้ยลโฉมกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทีมนักแสดงนำประกอบไปด้วย Song KangHo, Lee JooYoung และ Gang DongWon

cr.photo ; elle.com

แน่นอนว่าคนที่เราจะไม่พูดถึงไม่ได้เลยนั่นก็คือ ศิลปินและนักแสดงสาวชาวเกาหลีใต้อย่าง IU ที่เป็นหนึ่งในทีมนักแสดงนำในเรื่องนี้ ต้องบอกเลยว่าการปรากฏตัวของเธอ กลายเป็นกระแสและเป็นที่ฮือฮาแบบสุด ๆ เพราะการร่วมเดินอวดโฉมบนพรมแดงระดับโลก งานเมืองคานส์ในครั้งนี้ นับว่าเป็นการเดบิวต์ปรากฏตัวครั้งแรก ในฐานะนักแสดงของเธอเลยก็ว่าได้ นอกจากจะทำให้แฟน ๆ ต่างตื่นเต้นรอคอยชมผลงานของเธอแล้ว สื่อต่าง ๆ ก็ต่างให้ความสนใจกันยกใหญ่ เธอจึงสามารถเรียกแสงแฟลชจากเหล่าช่างภาพพรมแดง ไปได้แบบล้นหลามอย่างไม่น่าแปลกใจ

IU
cr.photo ; elle.com / vogue.com

โดยภายในงานครั้งนี้ สาวมากความสามารถอย่าง IU เลือกสวมใส่ชุดราตรีเปิดไหล่กระโปรงยาว ผ้าชีฟองซีทรูสีเทาที่เผยให้เห็นผ้าซับในสีแชมเปญ ตัดกันลงตัวอย่างสวยสง่างดงาม เพิ่มความเก๋ไก๋ด้วยเทคนิคจับเดรปผ้า เป็นกิมมิกที่บริเวณด้านหนึ่งของช่วงหน้าอกและบริเวณเอว ถึงแม้ดีไซน์จะดูเรียบง่าย แต่แอบแฝงไปด้วยความคลาสสิกหรูหรา

IU
cr.photo ; vogue.com

โดยฝีมือการออกแบบผลงานจากดีไซเนอร์ชาวเกาหลีใต้ Choi Jae Hoon จากคอลเลกชัน ‘Provocation of New Colors’ ล่าสุด ไม่ลืมที่จะคอมพลีทลุคและเพิ่มดีกรีความหรูหรา ด้วยสร้อยคอเพชรสไตล์มินิมอลดีไซน์เก๋ไก๋จากคอลเลกชัน “Joséphine Aigrette” สวยหวานเปล่งประกาย เหมาะกับเธอแบบสุดจะเพอร์เฟก จากแบรนด์เครื่องประดับสุดหรูสัญชาติฝรั่งเศสอย่าง Chaumet

IU
cr.photo ; vogue.com

ที่ทำให้ชาวเน็ตต้องตาโตอ้าปากค้าง ด้วยราคาแพงหูฉี่มูลค่าถึงกว่า 3 ล้านบาทเลยทีเดียว โดยต่างหูที่เธอสวมใส่ก็เป็นต่างหูเพชรระยิบระยับดีไซน์สวย คล้ายหยดน้ำซ้อนทับกันจากแบรนด์เดียวกัน ที่มีมูลค่ากว่า 8 แสนบาท ช่วยทำให้ลุคของเธอสวยงามโดดเด่นเป็นสง่า เรียกแสงแฟลชจากเหล่าช่างภาพได้ไม่ยาก เชื่อว่าลุคนี้ของเธอ ไม่ทำให้แฟน ๆ ทั่วโลก ที่เฝ้าติดตามการปรากฏตัวของเธอบนพรมแดงเมืองคานส์ ต้องผิดหวังอย่างแน่นอน!

IU
cr.photo ; elle.com

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน กับลุคของสาว IU บนพรมแดงเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2022 ที่เราเอามาฝากทุกคนในวันนี้ หวังว่าลุคที่เราเอามาฝาก จะสามารถช่วยอัปเดตเรื่องราวความเป็นไปในวงการแฟชั่น ให้ทุกคนได้ทราบไม่มากก็น้อยนะคะ อย่าลืมติดตามว่าในครั้งหน้า Inzpy จะเอาข่าวสารที่น่าสนใจในวงการแฟชั่นแบบไหน มาฝากทุกคนอีก อย่าหายไปไหนนะคะ