Home Blog Page 1158

กัญชาเมดอินเยอรมนี เขาใช้ทำอะไรบ้างน้าา

กัญชาในบ้านเราปลดล็อกได้ไม่นาน ก่อนโควิดระบาดแค่แป๊บเดียว ในเยอรมนีเองก็ไม่ได้เสรีกว่าบ้านเราเท่าไร และเพิ่งมีการอนุญาตให้จำหน่ายผลิตภัณฑ์กัญชาเพื่อการรักษาทางการแพทย์เมื่อปี 2017 ที่ผ่านมานี่เอง โดยมีผลิตภัณฑ์กัญชาล็อตแรกที่เมดอินเยอรมนี มาจากเมือง Neumunster ทางเหนือของประเทศ

กัญชา
Picture: themayor.eu

ความเชี่ยวชาญในการปลูกเลยต้องอาศัยบริษัทจากแคนาดา ที่เป็นแดนกัญชาเสรีและมีการทำวิจัยเรื่องการปลูกกัญชาอย่างกว้างขวางเข้ามาช่วย ภายใต้การรักษาความปลอดภัยของไร่กัญชาระดับสูง ก่อนจะมีบริษัทผู้กระจายสินค้ารับหน้าที่กระจายสินค้าอีกที การกระจายสินค้านี้ก็ไม่ใช่ว่ากระจายไปทั่วนะ เพราะผลิตภัณฑ์ที่ได้ส่วนใหญ่เพื่อการรักษาผู้ป่วยเป็นหลัก กัญชาที่ผลิตภัณฑ์ได้ในเยอรมนี จึงผลิตเป็นยาล้วน ๆ โดยปัจจุบันมีการจำหน่ายในร้านขายยาเพียง 2,000-2,500 ร้านกระจายทั่วประเทศเยอรมนี จากจำนวนร้านขายขาที่มีจำนวน 19,000 ร้าน แสดงว่าร้านไหนจะจำหน่ายยาจากกัญชาได้ต้องได้รับอนุญาตเท่านั้น

มีผู้ป่วยในเยอรมนีที่ได้รับอนุญาตให้ยาสินค้าจากกัญชาปัจจุบันมีจำนวนมากกว่า 90,000 ราย ซึ่งทำให้กัญชาที่ถูกปลูกในเยอรมนี ณ ตอนนี้ราว 10 ตันต่อปี ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการเท่าไร เพราะกัญชาจริง ๆ ก็เป็นพืชเกษตร ที่มีปัญหาด้านการเก็บเกี่ยวไม่ต่างจากพืชอื่น ๆ และมีการเน่าเสียบ้าง

แต่ถึงกระนั้น สถานะของเยอรมนีตอนนี้ในเรื่องกัญชาก็แทบจะถือว่าเป็นศูนย์กลางหนึ่งในยุโรป จากการนำกัญชามาผลิตยาเพียงอย่างเดียว แต่ปัจจุบันก็ยังถือว่าไม่เพียงพอกับความต้องการในประเทศ ทำให้ต้องมีการนำเข้าสินค้าเข้ามาเรื่อย ๆ แต่ด้วยมาตรฐานเยอรมนีแพทย์มักจะเลือกสั่งสินค้าที่เมดอินเยอรมนีเป็นหลัก ทำให้บริษัทผู้ปลูกวางแผนกำลังจะเพิ่มกำลังการผลิตในอนาคต

กัญชา
Picture: independent.co.uk

สรุปแล้วการใช้กัญชาในเยอรมนี แม้จะมีการปลดล็อกแต่การใช้งานก็เพื่อเป็นยา สำหรับการรักษาผู้ป่วยเท่านั้น และเป็นการใช้จากดอกกัญชาที่ให้สารออกฤทธิ์ที่มีอยู่ในกัญชาสูง แตกต่างจากบ้านเราโดยสิ้นเชิงที่ปลดล็อกเกือบทุกส่วนของต้นกัญชาแต่ไม่ปลดล็อกในส่วนของดอก ทำให้มีการนำไปใช้งานและนำไปผลิตสินค้าที่หลากหลายกว่ามาก

อ่านบทความอื่น ๆ

สมุนไพรใกล้ตัว ต้านหวัด สร้างภูมิคุ้มกัน

ผักอบกรอบ All-kill ฆ่าทุกของกินเล่น

5 Beach Club บรรยากาศสุดเจ๋ง สำหรับคนชอบปาร์ตี้ ไม่ควรพลาด

สำหรับสายปาร์ตี้ทั้งหลายไม่ควรพาดกับสถานที่ต่อไปนี้ Beach Club สุดเจ๋ง ที่ทั้งคูลล์ และ มันส์ กันได้ตลอด ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน ได้สนุกสุดเหวี่ยงกันแน่ เริ่มจากสถานที่ใกล้กรุงเทพฯ อย่างพัทยากันเลย

Cave Beach Club

เป็นบีชคลับ ที่นั่งชิลล์ได้ตั้งแต่กลางวัน บรรยากาศ สุดเจ๋ง มาก เพราะที่นี่ทำเหมือนกระโจงอินเดียแดง เป็นเต้นท์ ใหญ่มาก และ มีที่นั่งหลากหลายสไตล์ บางมุมตกแต่ด้วยกระดานเซิร์ฟ ไว้ด้านบน ถ้าใครขับรถมา คือไม่ได้เดินมาจากหน้าหาด ก็จะได้มุมถ่ายรูปกับกระดานโต้คลื่นสวย ๆ อีก พอตกเย็นก็จะได้ยินเสียงเพลงเริ่มดังขึ้น เร้าอารมณ์ได้ดี

พิกัด: cave beach club

facebook: cave beach club

 Nikki Beach Club

ค่อย ๆ ปรับ volumn เพิ่มขึ้นอีกหน่อย และข้ามมาถึงเกาะสมุยกันที่ นิกกี้ บีช คลับ ที่มีเมนูหลากหลายสไตล์ ให้ได้ลิ้มลอง ส่วนเรื่องปาร์ตี้ ที่นี่จะมีเป็นช่วงโอกาสพิเศษที่เข้ามาตลอด ส่วนปกติก็จะนั่ง ๆ นอน ๆ ริมทะเลกันไป ใครอยากกระโดดลงสระก็ลงเลยค่ะ

พิกัด: Nikki beach club

facebook: Nikki beach club

Ark Bar Beach Club
picture: pinteresst

ยังคงอยู่กันที่เกาะสมุยกันค่ะ คลับนี้จะอยู่ที่หาดเฉวง หาดสุดฮิตบนเกาะ สำหรับสายปาร์ตี้ต้องห้ามพลาด เพราะยามค่ำ จะมี DJ แวะเวียนมาเปิดแผ่นกันให้กระหึ่มหาดกันเลยทีเดียว ที่ Ark Bar นี้แต่งได้อารมณ์เหมือน FINN ที่เกาะบาหลีเลย ไม่ไหวแล้ว อยากเปียก อยากเต้น

พิกัด: Ark Bar Beach Club 

instagram: Ark Bar Beach Club

Kudo Beach Club

เราข้ามมาเกาะภูเก็ตกันบ้าง สำหรับสายปาร์ตี้ hard core ต้องที่นี่เลย Kudo Beach Club ไม่ต้องเรียกน้ำย่อยกันล่ะ ที่นี่เปิดขวดแข่งกันเลยทีเดียว มีจัดงานแทบทุกวัน ใครสายแข็งเชิญมาทางนี้ สำหรับคลับนี้จะอยู่สุดหาดป่าตอง เลยขึ้นมาทางหาดกะหลิม ช่วงเย็น ๆ ถ่ายรูปสวยมาก เป็นหากที่ยังคงน่าสนใจอยู่

พิกัด: Kudo beach club

instagram: kudo beach club

Cafe Del Mar

คลับที่เริด หรู อลังการณ์งานสร้างมาก หากใครหลงรัก Ibiza หรือเคยไปเยือน คุณนั้นไม่ต้องไปไกลถึงทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน แล้ว Cafe Del Mar ได้มาเปิดที่เมืองไทย ที่หาดกมาลา อย่างยิ่งใหญ่ อลังการ มาก ห้องอาหารที่นี่ใหญ่โตมาก เตรียมพร้อมรับกับงานใหญ่ ๆ ได้เลย มีมุมถ่ายรูปตั้งแต่ทางเข้าที่ติดถนน ไปจนถึงหาดเลย

พิกัด: cafe del mar phuket

instagram: cafe del mar phuket

Z1mplex Mixology Laboratory คลิกเลย

เปิดตัวใหม่ Gopro Hero 10 Black 2021 มีวางจำหน่ายแล้ว

เปิดตัวใหม่ Gopro Hero 10 Black สำหรับสาย Vlog สาย Adventure

Gopro Hero 10 Black

กล้องสาย Activities คงหนีไม่พ้น Gopro ซึ่งตอนนี้ได้เปิดตัวใหม่ Gopro Hero 10 Black ที่วางจำหน่ายไปเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา มาพร้อมกับความละเอียดกล้องเพิ่มขึ้น และจอด้านหน้าที่ให้เห็นรายละเอียดการจับภาพของคุณเองระหว่าง Selfie ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเจ๋งขนาดไหน ติดตามชมกันเลยค่ะ

Gopro Hero 10 Black

กล้อง Action Camera ตัวใหม่ล่าสุด 2021 ของ Gopro ยังคงความเป็นดีไซน์เดิมเหมือนตัว Gopro 9 แต่เปลี่ยนสีของโลโก้บนตัวกล้องใหม่ให้เป็นสีฟ้า ดูโดดเด่นสวยงามมากยิ่งขึ้น นอกนั้นดีไซน์ด้านนอกแทบจะไม่แตกต่างกันเลยค่ะ

ขนาดหน้าจอด้านหลังความกว้าง 2.27”

ส่วนจอด้านหน้าขนาด 1.4”

Black มีอะไรใหม่บ้าง?

  • โกโปร ฮีโร่ 10 นั้น มาพร้อมกับชิป ตัวใหม่ เป็นแบบ GP2 Processor เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของตัวกล้องมีความเร็ว และแรงมากขึ้น
  • การถ่ายโหมดวิดีโอ สามารถถ่ายไฟล์ได้ขนาดใหญ่สุดที่ 5.3K 60FPS และถ่าย 4K 120FPS ถือว่าได้ภาพที่คมชัดมากขึ้น และนำไปปรับ Slowmotion ได้แบบสมู้ทสุดๆไปเลยล่ะค่ะ
  • ตัวกันสั่นของ โกโปร ฮีโร่ 10 เป็นแบบ Hyper Smooth 4.0 ซึ่งกันสั่นได้ดีมากๆ กว่ากล้อง Action Camera ตัวอื่นๆที่เคยมีมา ปรับเส้นขอบฟ้าให้เอียงได้มากกว่าเดิม จาก 27 องศา เป็น 45 องศา
  • สามารถกันน้ำลึกได้ในระดับ 10 เมตร แบบไม่ต้องใช้ housing ได้ทนทานมากยิ่งขึ้น
การถ่ายภาพนิ่ง

ความละเอียดในการถ่ายภาพนิ่งได้สมจริง ในความละเอียดที่ 23.6 ล้านพิกเซล ได้ภาพที่คมชัด และเก็บรายละเอียดภาพได้ดียิ่งขึ้น แม้ในที่แสงน้อย จัดเก็บภาพเป็นแบบไฟล์ Raw ได้ ดูจากภาพที่ทาง Gopro Preview มันสวยมากจริงๆค่ะ

การถ่ายวิดีโอ

สำหรับการถ่ายวิดีโอ ความละเอียดสูงสุด 19.6 ล้านพิกเซล ให้ขนาดไฟล์ที่ใหญ่สุดในระดับ 5.3K  ใหญ่มากแม่ ใหญ่ไปไหน ลงโปรแกรมตัดต่อคือเครื่องค้างแน่ๆ 55+

  • ความละเอียดวิดีโอสูงสุด 5.3K ที่ 60FPS
  • ความละเอียดวิดีโอ 4K ที่ 120FPS
  • และความละเอียดวิดีโอ 2.7K ที่ 240FPS
ระบบกันสั่น

ตัวระบบกันสั่นแบบ Hyper Smooth 4.0 ที่พัฒนามาใหม่ในตัว Gopro Hero 10 Black จะบอกว่ากันสั่นได้ดีเวอร์เกินไป 555+ ถ้าไปถ่าย Activities ที่ดูสะเทือน หรือดูน่าตื่นเต้น มันนิ่งจนทำให้ความตื่นเต้นนั้นหายไปเยอะมากเลยค่ะ

การถ่าย Slow-Motion

สามารถถ่าย Slo-Mo หรือ Slow Motion ได้ช้าสุด 8 เท่า หรืออยู่ที่ 240เฟรมต่อวินาที ได้วิดีโอแบบสมู้ทสุดๆ ไม่มีสะดุด ถ้าอยากได้ช้ากว่านี้ ก็ดูเป็นแบบภาพนิ่งแล้วแหละค่ะ 555+

การถ่าย Timelapse

ส่วน Timelapse ก็ไม่ธรรมดา สามารถตั้งเวลาถ่าย Timelapse ได้ด้วย และสามารถถ่ายได้ดีแม้ในขณะที่ช่วงแสงน้อย อย่างตอนกลางคืนถือว่าเป็นกล้องที่ จิ๋วแต่แจ๋ว ตัวจริงค่ะ

การ Live Stream

Gopro Hero 10 Black

สำหรับการ Live Stream ผ่านกล้อง Gopro Hero 10 สามารถตั้งได้ในระดับ 1080p พร้อมกับเปิดใช้ตัว Hyper Smooth 4.0 หรือตัวกันสั่นได้

การถ่ายภาพใต้น้ำ

การถ่ายภาพใต้น้ำ สามารถนำกล้องลงถ่ายภาพใต้น้ำได้แบบไม่ต้องใส่ housing ในระดับความลึกที่ 10 เมตร (แต่จริงๆตัวนี้ก็จะเหมือนโกโปรรุ่นก่อนๆที่เคยทำมา) แต่ว่าอาจจะทนขึ้นจากรุ่นก่อนๆ

เท่านั้นยังไม่พอค่ะ ในส่วนของตัวหน้าเลนส์ เค้ายังเปลี่ยนวัสดุให้น้ำเกาะหน้าเบนส์ได้น้อยลง ก็คือหากนำ Gopro ไปถ่ายในที่มีน้ำแล้วกระเด็นโดนหน้าเลนส์ หรือกำลังขึ้นจากน้ำ จะลดการเกาะตัวของน้ำบนกระจกเลนส์ได้ดีขึ้นค่ะ

การเชื่อมต่อ เพื่อ Upload ไฟล์

*เพิ่มตัว upload ใหม่บนระบบ Cloud แบบอัติโนมัติ ผ่าน Quik App (ซึ่งมีค่าสมัครแบบรายเดือนอยู่ที่ 59บาทต่อเดือน หรือเลือกชำระแบบรายปีในราคา 329 บาท)

  • เชื่อมต่อ และ upload ภาพลง มือถือ หรือคอมพิวเตอร์ได้อย่างง่าย ด้วย Wireless ผ่าน Quik App แต่เร็วกว่าเดิม 30%
  • และ การเชื่อมต่อ สามารถ Upload file ได้อย่างรวดเร็วการเชื่อมต่อด้วยสาย USB
แบตเตอรี่

ตัวแบตเตอรี่ สามารถถอดออกมาชาร์จได้ โดยมีความจุอยู่ที่ 1,720mAh

ใช้เมมแบบ Micro SD Card

อุปกรณ์เสริมที่ใช่ร่วมกับ Gopro Hero 10

Max Lens Mod
เลนส์ที่ช่วยเพิ่มมุมมองของภาพให้กว้างขึ้นกว่าเลนส์ปกติ อีก 155 องศา และ Max Superview สำหรับโหมดมาตรฐาน 16:9 ถ่ายได้ในมุมมองที่กว้างขึ้นเมื่อมีการเปิดโหมดกันสั่น

Media Mod
อุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อ กับการใช้งานอุปกรณ์เสริมอื่นๆได้ง่ายขึ้น คล้ายๆกับเคสที่มีไมโครโฟนในตัว มีช่องต่อ Micro-HDMI ที่สามารถต่อเข้ากับอุปกรณ์อื่นๆได้ มีพอร์ต Type-C ที่สามารถชาร์จแบตได้ โดยไม่ต้องถอดแบตออกมาชาร์จ และมีช่องสำหรับอุปกรณ์เสริม 2 ช่อง เช่น  ช่องต่อไมโครโฟนแยก

Display Mod
ถึงแม้ว่าตัว Gopro จะมีกล้องหน้าไว้สำหรับมองภาพแล้ว แต่ยังสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมได้ ทำให้มองเห็นภาพขณะถ่ายวิดีโอ หรือถ่าย Vlog ได้ใหญ่ขึ้น

Light Mod
ไฟติดกล้อง ช่วยเพิ่มแสง แบบ LED 10 ดวง สามารถปรับความสว่างได้ 4 ระดับ ใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 1ชั่วโมง เมื่อเปิดระดับไฟสูงสุด และ ใช้ได้นานถึง 6 ชั่วโมง เมื่อเปิดระดับไฟต่ำสุด สามารถกันน้ำได้ในระดับความลึกที่ 10 เมตร

รายละเอียดเพิ่มเติม

  • ระบบเสียงแบบ Stereo + RAW
  • ไมโครโฟน 3 ตัว แบบลดเสียงรบกวน
  • รองรับการชาร์จไว แบบ Fast Charging
  • นอกจากนี้ยังมี Power Tool: HingSight, LiveBurt, Scheduled Capture และ Duration Capture

บรรจุภัณฑ์ หรือแพคเกจ เค้าทำออกมาแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ และมี Travel Case ที่พร้อมให้คุณพากล้องออกไปลุยได้แบบสุดสวิงริงโก้ สามารถใส่อุปกรณ์เสริมได้แบบครบจบในใบเดียวค่ะ สายท่องเที่ยวแนะนำอย่างยิ่งค่ะ รับรองไม่ผิดหวัง

GoPro Hero 10 Black วางจำหน่ายแล้ว ในราคา 16,500 บาท

ดูรายละเอียดเพิ่มได้ที่ Gopro Thailand

 

Apple เปิดตัวแล้ว Iphone 13 Series คลิกเลย

แนะนำ 6 ลานกางเต็นท์ใกล้กรุงเทพฯ สำหรับสายแคมป์ที่ต้องการไปสัมผัสธรรมชาติแต่มีเวลาน้อย

แนะนำ 6 ลานกางเต็นท์ใกล้กรุงเทพฯ สำหรับสายแคมป์ที่ต้องการไปสัมผัสธรรมชาติแต่มีเวลาน้อย

สายแคมป์

กระแสของการตั้งแคมป์กำลังจะกลับมาอีกครั้ง หลังจากที่เริ่มมีมาตรการณ์คลายล็อกดาวน์ให้สามารถเดินทางข้ามจังหวัดได้  ลานกางเต็นท์ต่างก็เริ่มทยอยเปิดให้บริการกันมากขึ้น สายแคมป์ที่รักธรรมชาติต่างก็ตื่นตัว และเตรียมตัวเดินทางท่องเที่ยวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากต้องการผ่อนคลายความเครียดจากการทำงานด้วยธรรมชาติบำบัด วันนี้เราจึงจะมาแนะนำ 6 ลานกางเต็นท์ใกล้กรุงเทพฯ สำหรับสายแคมป์ที่มีเวลาน้อย ให้ท่านได้สามารถไปนอนพักสัก 2 วัน 1 คืน แบบไม่ต้องขับรถเหนื่อย ได้พักผ่อนกันอย่างเต็มอิ่ม สายแคมป์ที่มีงานรัดตัวมีเวลาน้อย ลองไปดูกันค่ะ

ปางหวันโฮมสเตย์ อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯถือว่าใช้เวลาเดินทางไม่มากไม่น้อยจนเกินไป ที่นี่ถือเป็นลานกางเต็นท์ที่เคยเป็นกระแสดังมาก ๆ เมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากมีสาวสวยมาถ่ายรูปรีวิวลงในกลุ่มกางเต็นท์ชื่อดังกลุ่มหนึ่ง จนทำให้สายแคมป์แห่กันไปที่นี่อย่างล้นหลาม ที่ปางหวันโฮมสเตย์ หรือบ้านไร่ปางหวันแห่งนี้ ตั้งอยู่ติดกับริมแม่น้ำภาชี ซึ่ง ลานกางเต็นท์ของที่นี่มีให้บริการทั้งแบบติดริมน้ำ และบริเวณสนามหญ้าที่เป็นลานกว้าง มีต้นไม้ใหญ่ริมน้ำที่เป็นจุดเด่น ที่คนนิยมไปถ่ายรูปกัน นอกจากนี้แล้วยังมีห้องพักไว้ให้บริการอีกด้วย ใครที่ต้องการมาเสพธรรมชาติ นอนฟังเสียงธารน้ำไหล ที่นี่ถือเป็นตัวเลือกยอดฮิตของชาวแคมป์อีกที่หนึ่งเลยทีเดียว
ค่าบริการ: 200 บาท/คน/คืน
โทร: 081-700-1133
พิกัด : https://goo.gl/maps/3yncu1naQKKMv9eJ8
Facebook: https://www.facebook.com/pangwhanhomestay

Anthony Campground อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี
Anthony Campground ลานกางเต็นท์แห่งนี้อยู่ห่างจากกรุงเทพฯประมาณ 100 กว่ากิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางสั้น ๆ เพียง 1 หนึ่งชั่วโมงกว่า ซึ่งถือว่าน้อยมาก ๆ สายแคมป์ที่ต้องการมาสัมผัสธรรมชาติ และได้รับความสะดวกสบายไปพร้อม ๆ กัน แนะนำให้เลือกเดินทางมายังลานกางเต็นท์แห่งนี้ จุดเด่นของที่นี่ คือ มีต้นไม้ใหญ่ค่อนข้างเยอะ ให้ความร่มรื่นเป็นอย่างมาก จุดกางเต็นท์จะอยู่เลียบลำธาร สามารถลงเล่นน้ำได้ อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้ง Wifi มีไฟฟ้าให้ต่อใช้ รวมทั้งมีเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญให้บริการอีกด้วย
ค่าบริการ: ค่าลงทะเบียน 130.-
มีค่าบริการพื้นที่ ดังนี้
– เต็นท์นอน (นำมาเอง) ฟรี
– เต็นท์ครัว2×2 และ 2×3 เมตร 100.-
– เต็นท์ครัว3×3 และ 3×4 เมตร 200.-
– เต็นท์ครัว4×4 หรือ 4×5 เมตร 300.-
– รถบ้าน/รถเต็นท์ คันละ 300.-
โทร : 092-632-3655
พิกัด : https://goo.gl/maps/2UiWpYqHQsN7WP4K9
Facebook: https://www.facebook.com/Anthonycampground

Rimtara Camping อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี
ที่นี่ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯประมาณ 3-4 ชั่วโมง ลานกางเต็นท์ เพิ่งเปิดให้บริการได้ไม่นานมากนัก เหมาะกับสายแคมป์ที่ต้องการความเงียบสงบ ต้องการมาพักผ่อน และดื่มด่ำกับธรรมชาติอย่างเต็มที่ เพราะที่นี่ค่อนข้างเข้มงวดกับการรักษากฎห้ามส่งเสียงดังรบกวนท่านอื่น ๆ เมื่อถึงเวลาที่กำหนด  สัญญาณมือถือของที่นี่จะมีเฉพาะ AIS เท่านั้นนะคะ แต่จะมี WIFI ไว้ให้บริการ  การจัดโซนตั้งแคมป์ของที่นี่จะถูกแบ่งออกเป็น 2 โซน คือ โซนริมน้ำและโซนป่า สามารถเลือกกางได้ตามความชอบของแต่ละท่าน โซนริมน้ำนั้นสามารถลงเล่นน้ำคลายร้อนได้ ในส่วนของโซนป่านั้นมีลักษณะเป็นต้นสนตั้งเรียงรายสวยงาม เหมือนกางเต็นอยู่ที่ต่างประเทศเลยค่ะ
ค่าบริการ: ค่าบริการ 150 บาท/คน/คืน
โทร : 080-206-2232
พิกัด : https://goo.gl/maps/DUwhekf9mgHqZi8p8
Facebook: https://www.facebook.com/rimtara.camping/

บ้านไร่สามพอ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งลานกางเต็นท์ที่เหมาะสำหรับชาวกรุงสายแคมป์ที่มีเวลาน้อยนิด แต่อยากไปสัมผัสธรรมชาติเขียวขจีสดชื่น และร่มรื่น จุดเด่นของลานกางเต็นท์บ้านไร่สามพอแห่งนี้ ก็คือจะเป็นลานกางเต็นท์ที่มีลานหญ้าเขียวขนาดกว้างขวาง มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา มองไปทางไหนก็มีแต่ความสบายตา แถมอยู่ติดกับลำธารอีกด้วยสามารถลงเล่นน้ำคลายร้อนได้ ความสะดวกสบายอีกอย่างคืออยู่ไม่ไกลจากจุดในตัวเมืองทำให้การเดินทางมาที่นี่นั้นค่อนข้างง่ายค่า ยามเช้าที่พระอาทิตย์กำลังจะขึ้นจะได้สัมผัสแสงสีทองที่สาดส่องลงมาเป็นภาพที่สวยงามน่าชมมากๆ รับรองว่ามาแล้วไม่มีผิดหวัง
บริการ: 150 บาท/คน/คืน
โทร : 088-782-1561
พิกัด : https://goo.gl/maps/B7RuBTuFp9STCHnv7

ไร่แตงโมชายสิบ อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี
ลานกางเต็นท์ ของที่นี่จะมีลักษณะเป็นลานโล่งกว้าง ตั้งอยู่ริมน้ำลำตะเพิน เหมาะสำหรับสายแคมป์ที่ชอบทำกิจกรรม เพราะที่นี่จะมีกิจกรรมต่างๆให้ทำมากมาย อาทิเช่น การพายเรือคายัค หรือนั่งเรือถีบ ที่นี่อาจจะไม่มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงามากนักในตอนกลางวันแดดจะค่อนข้างร้อน แต่วิวที่นี่รับรองว่าสวยงามมากๆไม่แพ้ลานกางเต็นท์ที่อื่น ด้านหน้าเป็นวิวอ่างเก็บน้ำกว้างใหญ่สุดสายตา ส่วนฉากด้านหลังมองไปเห็นทิวเขาโอมล้อมไว้อย่างสวยงาม ได้ชมทั้งพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า และพระอาทิตย์ตกยามเย็น เป็นบรรยากาศที่สวยงามโรแมนติกสุดๆยิ่งมากับแฟนรับรองว่าฟินอย่างแน่นอน
บริการ: ค่าบริการ 100 บาท/คน/คืน
โทร : 092-909-5995
พิกัด : https://goo.gl/maps/6UqEMkNAQXFSDEoa9
Facebook: https://www.facebook.com/Chaisibswatermelonfarmcampsite/

บ้านไร่พอเพียง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี
จุดเด่นของที่นี่ก็คือ ลานกางเต็นท์ ขนาดย่อมบนสนามหญ้าสีเขียวสดใสที่อยู่ติดกับบริเวณริมน้ำ สามารถลงเล่นน้ำคลายร้อนได้ และที่นี่ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ในตอนเช้าท่านก็สามารถตื่นขึ้นมาใส่บาตรพระสงฆ์ได้อีกด้วย เรียกว่าอิ่มเอมกับธรรมชาติและยังได้อิ่มอกอิ่มใจกับการทำบุญไปพร้อมๆกันอีกด้วย นอกจากลานกางเต็นท์แล้วที่นี่ยังมีบริการร้านคาเฟ่ให้นั่งทานอาหาร เครื่องดื่มและถ่ายรูปสวยๆลงโซเชียล หากใครไม่ได้นำเต็นท์มาเองก็มีบริการเต็นท์แบบกระโจมให้พักด้วย ขอบอกว่าเจ้าเต็นท์นี้ตกแต่งได้อย่างน่ารักมากๆ ช่วงกลางคืนก็มีการประดับไฟสวยงามเหมาะแก่การถ่ายรูปไปอวดเพื่อนๆ รับรองว่าจะต้องอิจฉาอย่างแน่นอน
ค่าบริการ: นำเต็นท์มาเอง 200 บาท/คน/คืน กระโจมหลังละ 1,500 บาทพักได้ 2 ท่าน
โทร : 082-653-5966
พิกัด : https://g.co/kgs/9Be6VP
Facebook: https://www.facebook.com/baanraiporpiangcamping/

เป็นยังงัยกันบ้างคะ สำหรับ 6 ลานกางเต็นท์ที่เรานำมาแนะนำให้กับทุกๆท่านในวันนี้ มีลานไหนที่ถูกใจกันบ้างหรือป่าว หากถูกใจแล้วก็เตรียมตัวเก็บกระเป๋าออกเดินทางกันได้เลย ไม่ต้องรอช้า ธรรมชาติอันแสนสดชื่อนกำลังรอพวกเราอยู่ ไปกัน!!!

10 อุปกรณ์สำคัญในการ ตั้งแคมป์ กางเต็นท์ ให้สะดวกสบายมากขึ้น คลิกเลย

Pakkret House บ้านท้าแดดสุดเท่ ยืนตัวเด่นหรา… ได้อย่างมีกึ๋น

Pakkret House บ้านท้าแดดสุดเท่ ยืนตัวเด่นหรา… ได้อย่างมีกึ๋น

Pakkret House

โปรเจ็คท์​ Pakkret House คืออีกหนึ่งผลงานสุดคูลของ “เชิงชาย เรียวเรืองแสงกุล” สถาปนิกจาก Archimontage Design Fields Sophisticated ซึ่งชูให้เห็นสถาปัตยกรรมภายนอกอันตระการตา ขณะเดียวกันตอบโจทย์ฟังก์ชั่นการอยู่อาศัยที่สะดวกสบายและร่วมสมัยของเจ้าของบ้านได้อย่างลงตัว

Pakkret House
กำแพงอิฐสูง 7.5 เมตร นอกจากทำหน้าที่บังความร้อนเข้าสู่ภายในโดยตรง ยังสร้างให้ตัวอาคารโดดเด่น และเกิดแสงเงาที่ฉาบไล้ดูสวยงาม

ปูมหลังของการออกแบบ เกิดจากเจ้าของบ้าน ต้องการขยายพื้นที่อยู่อาศัยเพิ่มเติม โดยเลือกที่ดิน ขนาด 96 ตร.ว. ที่ติดกันกับบ้านหลังเดิม (ย่านปากเกร็ด จ.นนทบุรี) เนรมิตเป็นบ้าน 2 ชั้น ขนาดพื้นที่ใช้สอย 420 ตร.ม.

แต่ด้วยข้อจำกัดที่ตัวบ้านต้องวางขนานไปกับทางยาวของที่ดิน และหันหน้าไปทางตลาด ซึ่งเป็นทางเข้าหลักฝั่งทิศตะวันตกจึงทำให้พื้นที่ใช้งานภายในต้องหันหน้ารับแดดในช่วงกลางวันแทบตลอดเวลา

สถาปนิกจึงแก้ปัญหาโดยออกแบบกำแพงอิฐขนาดใหญ่สูงเสมอหลังคาชั้นบน (สูง 7.5 เมตร) ไว้หน้าอาคาร เพื่อเป็นกันชนอีกปราการหนึ่ง ในการลดทอนความร้อนที่จะแผ่เข้ามาในบ้านโดยตรง รวมถึงแต่ละกำแพงยังถูกกำหนดให้แบ่งแยกจากกัน และทำมุมในองศาที่ต่างกัน ทั้งนี้นอกจากช่วยเสริมส่งให้ตัวอาคาร ดูโดดเด่นแปลกตาแล้ว ความห่างของช่องกำแพง ยังปล่อยให้แสงธรรมชาติลอดผ่านเข้ามาเพิ่มความสว่างแก่พื้นที่ด้านในให้ไม่ดูทึบตัน ที่สำคัญทิศทางของแสงเงาที่ลอดผ่านมาฉาบไล้บนพื้นและผนังอาคารแต่ละห้วงเวลา สร้างให้เกิดรูปแบบและลวดลายที่สวยงามต่างกันอีกด้วย

Pakkret House
การเลือกวัสดุหลังคาแบบโปร่งแสง ถูกนำมาเสริมทัพให้พื้นที่ด้านในนั้นดูไม่ทึบตัน
Pakkret House
การติดตั้งไฟ ส่องฉาบไล้ไปบนกำแพง สำหรับสร้างบรรยากาศในช่วงเวลาพลบค่ำ ขับเน้นให้ตัวอาคารในยามราตรีดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น
Pakkret House
พื้นที่แพนทรี่ ออกแบบเชื่อมต่อกับพื้นที่ทานข้าว และห้องนั่งเล่น/รับแขก ดูโปร่งสบายด้วยการออกแบบเพดานที่สูง ล้อรับกับกำแพงด้านนอก

สำหรับด้านหน้าบ้าน วางแปลนให้มีที่จอดรถ 2 คัน (อยู่ใต้ระเบียงใหญ่) ภายในประกอบด้วยห้องนอน 4 ห้อง (กระจายตัวอยู่ชั้นหนึ่งและชั้นสอง) ด้านล่างออกแบบเป็นห้องรับแขก ต่อเนื่องกับแพนทรี่ และพื้นที่รับประทานอาหาร ซึ่งเผยการดีไซน์เพดานสูงแบบ Double Volumn ดูหรูหราและโปร่งสบาย ส่วนด้านหลังจัดสรรเป็นพื้นที่ครัว ติดกับพื้นที่เก็บของ ซักรีด และลานซักล้าง

Pakkret House

และทั้งหมดนี้คือโปรเจ็กท์เท่ๆ ที่โชว์ให้เห็นความงามของรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ไม่ซ้ำใคร เหมาะใจกับผู้ที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจในการตกแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ ที่มีทั้งความดิบ เท่ และสง่างาม รวมถึงมีกึ๋นในการแก้ปัญหาเรื่องความร้อนและข้อจำกัดของพื้นที่ได้อย่างน่าสนใจ

Pakkret House

Project Name : Pakkret House

Architect : Archimontage Design Fields Sophisticated   

Interior Designer : Archimontage Design Fields Sophisticated

Photographer : DOF Sky|Ground

 

บทความน่าสนใจ : มัดรวมเทคนิค ทลายพื้นที่เล็กให้กว้างขึ้น

 

ภูทับเบิก สวรรค์ ของคนล่า ทะเลหมอก ต้นหนาวนี้ พลาดไม่ได้

ภูทับเบิก อยู่ในตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์  เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัด มีระดับความสูงถึง 1,768 จากระดับน้ำทะเล อากาศที่นี่เย็นสบายตลอดทั้งปี

ช่วงปลายฝนต้นหนาวนี้ ถ้าให้นึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่คนนิยมไปกันอย่างล้นหลามก็คงไม่หนีพ้นการไปเที่ยวเขาซึ่งช่วงนี้เป็นฤดูกาลแห่งการล่าทะเลหมอกที่มักจะเจอหมอกปุย ๆ ขาว ๆ แผ่ขยายเป็นวงกว้างสุดลูกหูลูกตาไม่ต่างจากทะเล สถานที่ขึ้นชื่อที่ใคร ๆ ต่างก็รู้ว่าถ้ามาล่าท้าหมอกต้องมาที่นี่ ภูทับเบิก สวรรค์ของนักล่าทะเลหมอก

ก่อนการเดินทางควรเช็คสภาพรถ และความพร้อมของคนขับให้เรียบร้อย เราเดินทางจากกรุงเทพฯด้วยรถยนต์ส่วนตัวใช้เวลาเดินทางราว ๆ 5-6 ชั่วโมงก็มาถึง อำเภอหล่มเก่า ที่เป็นจุดบริเวณทางขึ้นภูทับเบิก ซึ่งจุดนี้จะมีปั๊มน้ำมัน และร้านสะดวกซื้อ แนะนำเติมน้ำมันให้เต็มถัง ขาดเหลืออะไรให้ซื้อให้ครบจากตรงนี้ไปได้เลย เพราะหลังจากนี้จะเป็นการขับขึ้นเขาด้วยเส้นทางสุดโหดยาว ๆ ไปจนถึงยอดภู ข้อควรระวังในการขับรถ คือ อย่าขับชิดคันหน้าจนเกินไป และควรใช้เกียร์ต่ำ พร้อมแล้วก็ลุยกันเลย!!!

เส้นทางขึ้นภูทับเบิกค่อนข้างชัน มีโค้งติด ๆ กันค่อนข้างเยอะ และยังเจอหมอกตลอดทาง ควรขับอย่างระมัดระวัง อย่ามัวมองวิวเพลินนะคะ เราใช้เวลาจากจุดตีนเขามาถึงด้านบนราวๆ 40 นาที บนยอดภูจะมีที่พักแบบที่เป็นรีสอร์ท เต็นท์ให้เช่า หรือหากใครมีเต็นท์ของตัวเองก็สามารถนำมากางได้ เสียแค่ค่าเช่าพื้นที่กางนิดหน่อยแต่เนื่องจากมีประสบการณ์แล้ว ครั้งนี้เราตัดสินใจจองที่พักค่ะ ที่พักบนภูทับเบิกที่เป็นบ้านพักหรือรีสอร์ทแนะนำให้จองล่วงหน้าก่อนมานะคะ เพราะแม้ที่พักจะเยอะ แต่ถ้าเป็นช่วงพีคเช่นนี้ส่วนมากจะเต็มค่ะ ส่วนใครที่อยากมานนอนเต็นท์สัมผัสบรรยากาศแนะนำให้ทำใจมาซักนิดนะคะ เพราะที่นี่ลมและฝนแรงมาก 

กิจกรรมบน ภูทับเบิก นั้นนอกจากชมทะเลหมอกยามเช้าแล้ว ก็ยังมีจุดถ่ายรูปที่คนนิยมถ่ายคือไร่กะหล่ำปลี และโอ่งแดงค่ะ 

เมื่อถึงช่วงค่ำเมนูยอดฮิตของการมาเที่ยวภูเขาก็คือหมูกระทะ  นั่นเองงง อากาศหนาว ๆ ได้ทานหมูกระทะร้อน ๆ หน้าห้องพัก มันฟินจริงๆค่ะ อิ่มจากหมูกระทะแล้วก็มานั่งชิลชมบรรยากาศจิบเครื่องดื่มเย็น ๆ ซักนิด หากโชคดีฟ้าเปิดก็จะได้เห็นดาวสวย ๆ ถือว่าคุ้มค่ากับการมาพักผ่อนมาก ๆ

เช้านี้เราเตรียมตัวตื่นตั้งแต่ช่วงตี 5 ค่ะ เพื่อรอลุ้นทะเลหมอกว่าจะเป็นอย่างไร การจะเจอทะเลหมอกแบบเต็มตามีปัจจัยหลายๆอย่างทั้งความชื้น ความเร็วลม รวมถึงดวงด้วย มาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วก็ยังไม่เจอแบบแน่น ๆ อ้วน ๆเหมือนคนอื่นเขาซักที แอบเศร้าเบา ๆ 

 จากนั้นเราก็เตรียมเก็บของอำลายอดภูทับเบิกกลับกรุงเทพฯกัน แต่ก่อนกลับขอแวะจุดไฮไลท์อีก 2 จุด ที่อยู่ใกล้ๆกัน นั่นก็คือ พระธาตุผาซ่อนแก้ว และร้านกาแฟ Pino Latte มาถึงนี่แล้วจะไม่แวะก็ไม่ได้

 

เที่ยวเหนื่อยมาครึ่งวันท้องเริ่มร้องได้เวลาเติมพลังลงกระเพาะ อาหารขึ้นชื่อของที่นี่ก็หนีไม่พ้นขนมจีนเส้นสด ซึ่งมีร้านดังอยู่หลายร้าน วันนี้เราพามา ร้านขนมจีนต้นตังค์ ร้านที่คนเพชรบูรณ์แนะนำมา ขอบอกว่านอกจากขนมจีนอร่อยยังมีเมนูอื่น ๆ ที่เด็ดไม่แพ้กันอย่างลูกชิ้นแดงทอด และตำด๊องแด๊ง เป็นส้มตำปูปลาร้าที่ใส่แป้งขนมจีนที่ปั้นเป็นตัว ๆ ไม่ทันได้ถ่ายหมดไวมากค่ะ น้ำยาจะมี 4 แบบนะคะ น้ำยาป่า น้ำยากระทิ น้ำพริก และน้ำปลาร้า เป็นน้ำยาที่คนเพชรบูรณ์เค้านิยมกินกัน ใครไม่เคยลองก็ต้องมาลองกันหน่อย 

 อิ่มอกอิ่มใจแถมอิ่มท้องกันแล้ว ก็พร้อมเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ

5 ที่เที่ยวห้ามพลาดเมื่อมาถึง บึงกาฬ คลิกเลย

10 อุปกรณ์สำคัญในการ ตั้งแคมป์ กางเต็นท์ ให้สะดวกสบายมากขึ้น

จะออกไป กางเต็นท์ ตั้งแคมป์ ให้สะดวกราบรื่น ต้องเตรียม 10 อุปกรณ์สำคัญอะไรบ้าง

กางเต็นท์

กางเต็นท์ ตั้งแคมป์ กำลังเป็นที่นิยมมากๆในบรรดาเหล่านักเดินทาง ซึ่งสมัยนี้ก็จะมีเป็นลานกางเต็นท์แบบที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ครบ เช่น มีห้องน้ำ มีจุดล้างอุปกรณ์ มีร้านขายของชำ สามารถขับรถไปจอดแล้วกางเต็นท์ได้เลย กับแบบที่ต้องเดินป่าขึ้นเขาไป เพื่อไปกางเต็นท์แบบจริงจัง ที่ไม่ค่อยจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากนัก เพราะฉะนั้น หากเราจะต้องไปตั้งแคมป์กางเต็นท์กันจริงๆ ล่ะก็ จะต้องมีอุปกรณ์ที่ต้องมี เพื่อให้การกางเต็นท์ของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น

1. เต็นท์นอน
กางเต็นท์
Picture: Pinterest

การเลือกเต็นท์นอนนั้นไม่ได้ตายตัวเสมอไป จากการบอกเล่าของผู้มีประสบการณ์ การเลือกซื้อเต็นท์ หากไป 2 คน อาจจะเลือกใช้เต็นท์ไซส์ 3 คน เผื่อพื้นที่ในการวางของ กระเป๋า สัมภาระต่างๆ เพราะหากวางกระเป๋าไว้นอกเต็นท์ อาจเกินการสูญหาย หรืออาจจะมีอะไรเข้าไปแบบอยู่ในกระเป๋าของเราโดยที่ไม่รู้ตัวก็เป็นได้ค่ะ

2. เป้

การเลือกเป้ก็ถือว่าสำคัญนะคะ เราเลือกใช้เป้ที่พอดีกับอุปกรณ์ที่เราจะต้องเตรียมไป ถ้าเป้ใบเล็ก แล้วเราใส่ของมากเกินไป เป้อาจจะขาดได้ ทีนี้แหละเราจะลำบากมากขึ้นเป็นสองเท่าตัว ฉะนั้นควรเลือกเป้ให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ที่เราจะเตรียมไปดีที่สุดค่ะ

3. ถุงนอน

ตั้งแคมป์

การพกถุงนอน มันค่อนข้างง่าย และสะดวกกว่าการ หอบที่นอนพับ พร้อมหมอน พร้อมผ้าห่มกว่ามาก หากเราพกเพียงถุงนอนก็ลดการแบกของเยอะๆ ลงได้อีกมากค่ะ พับเก็บก็ง่าย แถมน้ำหนักเบาด้วยค่ะ แนะนำเลือกถุงนอนดีๆ ไปเลย เพราะการนอนหลับพักผ่อนคือสิ่งสำคัญ

4. ตะเกียง ไฟฉาย

ขาดไม่ได้เลยจริงๆ สำหรับการเดินป่า กางเต็นท์ เพราะเวลาที่เราอยู่ในป่า หรือจุดกางเต็นท์ ที่ถ้ามีคนน้อยๆ แล้วมันจะมืด และวังเวงพอสมควร อย่างน้อยเรามีแสงสว่างตรงเต็นท์หนึ่ง สำหรับพกติดตัวอีกหนึ่ง หรืออาจจะมีไฟฉายอันเล็กสำรองไปอีกสักอันก็ดีนะคะ เผื่อกรณีฉุกเฉินเนอะ

5. ชุดปฐมพยาบาล

อะไรก็เกิดขึ้นได้ค่ะ การเดินป่า เราจะเจอทั้งสภาพอากาศที่แตกต่างกันออกไป ความชื้น ฝน อากาศที่หนาวเย็น ก็ทำให้เราป่วยได้ หรือแม้แต่แมลง สัตว์ กัดต่อย บางครั้งก็ควรได้รับการปฐมพยาบาล และสิ่งที่ควรเตรียมในชุดปฐมพยาบาล เช่น ยาใส่แผล แอลกอฮอล์ล้างแผล ผ้าพันแผล ยาดม ยาหม่อง ยาแก้ปวด เป็นต้น เราอาจจะซื้อพวกขวดแบ่งมาเติมพกไป จะได้ไม่ต้องแบกขวดใหญ่ๆ ไปหมดเนอะ

6. เชือก
ตั้งแคมป์
Picture: Pinterest

เชือกนี้พกไว้กรณีฉุกเฉินค่ะ เวลาเราไปเดินป่า กางเต็นท์บางทีก็ต้องเจอฝนบ้าง ลำธารบ้าง การมีเชือกเส้นยาว และแข็งแรงจะช่วยให้เรามัดยกสิ่งของ เคลื่อนย้ายสิ่งต่างๆ หรือผูกต้นไม้เพื่อข้ามลำธารได้ ในกลุ่มอาจจะมีติดไปสักคนก็ดีค่ะ เพื่อช่วยให้การ กางเต็นท์ เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น

7. มีดพก

มีดพกที่พกไปไม่ต้องใหญ่มาก แต่ก็ไม่ควรเล็กมากเกินไป เอาที่สามารถพอจะตัดกิ่งไม้ ใช้ทำอาหารได้ค่ะ ข้อควรระวังคือ ควรเลือกมีดพกที่มีปลอกเก็บที่ปลอดภัยค่ะ ของมีคมไม่ควรประหมาดนะคะ เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้

8. อุปกรณ์จุดไฟ

นี่ก็ถือว่าจำเป็น กรณีทำอาหาร ก่อไฟต่างๆ ต้องมีไฟแช็ค หรือไม้ขีดไฟค่ะ เล็ก เบา พกพาสะดวก แล้วลองหาหัวเชื้อไฟไปด้วยสักนิด ถ้าเราเป็นคนที่ก่อไฟไม่เก่ง เพราะไม่ได้เรียนลูกเสือมา 555+ เช่น เศษยาง ไม้ที่เป็นเชื้อไฟติดง่าย จะช่วยให้เราจุดไฟได้ง่ายขึ้นค่ะ แต่ถ้าใครพกไม้ขีดไฟต้องระวังเรื่องเปียกน้ำไว้ด้วยนะคะ เพราะถ้าเปียกมาจะใช้จุดไฟลำบาก

9. น้ำดื่ม และอาหาร

น้ำดื่มเป็นสิ่งที่จำเป็นควรพกไปเองค่ะ ถ้าจุดนั้นไม่มีน้ำดื่มขาย เราควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำจากแหล่งธรรมชาติ มันค่อนข้างเสี่ยง ทั้งสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยที่เรามองไม่เห็น หรือแม้แต่ความเป็นกรดเป็นด่างของน้ำก็เสี่ยงทำให้เกิดอันตรายได้

10. เข็มทิศ

ถ้าใครต้องเดินป่าจริงจัง จะบอกว่าเข็มทิศก็เป็นเรื่องจำเป็นอยู่เหมือนกัน เวลาที่เราเข้าไปในป่า บางทีสัญญาณต่างๆ  อาจใช้งานไม่ได้ เราอาจจะหลงทาง ก็เป็นได้ แต่การพกเข็มทิศก็อย่าลืมศึกษาเรื่องการดูเข็มทิศด้วยนะคะ พกไปแต่ดูไม่เป็น ก็ไม่ต่างอะไรกับการไม่มีเข็มทิศ

ทั้งหมดนี้เป้นเพียงอุปกรณ์เบื้องต้นที่จำเป็นในการ ออกไปผจญภัย ตั้งแคมป์ กางเต็นท์ เดินป่าค่ะ แต่สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ ก่อนที่เราจะไปที่ไหน เราต้องทำการบ้านให้มากพอ ว่าจุดที่เราไปมี หรือไม่มีอะไร ไปกี่วัน ต้องพกสิ่งของที่จำเป็นไปมากน้อยขนาดไหน เพราะถึงเวลาจริงแล้ว เราจะได้ไม่พลาด และเดินป่า กางเต็นท์ได้อย่างสบายใจค่ะ แต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ค่ะ ค่อยๆ สะสม ถ้าเราชอบ และมีใจรักจริงๆ สักวันเราอาจกลายเป็นนักเดินป่า ขึ้นเขา กางเต็นท์ที่ชำนาญ และรู้ว่าควรพกอะไรบ้าง สำหรับทริปถัดไป ขอให้ทุกคนสนุกกับการตั้งแคมป์ กางเต็นท์อย่างปลอดภัยนะคะ

 

สายลุย ต้องห้ามพลาด จุดกางเต็นท์สุดคูลล์ คลิกเลย

น้ำนมจากพืช เลือกใหม่สำหรับคนใส่ใจสุขภาพ

เครื่องดื่มจากพืชสามารถพัฒนาเป็นน้ำนมพืช เป็นทางเลือกทดแทนน้ำนมจากสัตว์มากขึ้น เมื่อก่อนเรื่องแบบนี้เป็นที่สนใจเฉพาะกลุ่มผู้แพ้นมวัว แต่ตอนนี้กระแสความนิยมกลายเป็นน้ำนมพืชทางเลือกที่เป็นที่นิยม เพราะเรื่องคุณประโยชน์ด้านสุขภาพ ทำให้เป็นทางเลือกที่คนหันมาสนใจมากขึ้น

น้ำนมจากพืช
Picture: proveg.com

น้ำนมจากพืช หรือ Plant Milk ที่มีจำหน่ายในตลาด สมัยก่อนถ้าให้นึกคำตอบแรกก็คือ นมถั่วเหลือง หรือ น้ำเต้าหู้ ที่มีขายแบบสดเกือบทุกหัวถนนในบ้านเรา กับที่ทำเป็นยูเอชทีก็มีให้เลือกหลายยี่ห้อ แต่เดี๋ยวนี้ชั้นในห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อทุกแห่ง อย่างน้อยก็ต้องมีนมอัลมอนด์ เข้ามาเป็นที่รู้จักมากขึ้น นอกจากนี้ก็ยังมีนมจากข้าว แต่เอาเข้าจริงแล้วมีพืชสารพัดชนิดที่สามารถนำมาทำเป็นนมได้

น้ำนมจากพืช
Picture: proveg.com

ถ้าลองส่องดูในตลาดไทย รวมไปถึงตลาดโลก ก็จะเห็นน้ำนม ที่มาจากพืชเหล่านี้ ทั้ง นมข้าวโอ๊ต นมมะม่วงหิมพานต์ นมมะพร้าว (คนละอารมณ์กับกะทิแกง ต้องแยกกันหน่อย) นมกัญชง (ก็ยังมี) นม(สารพัด)ถั่ว เช่น อัลมอนด์ที่คุ้นเคยกันแล้ว พิสตาชิโอ นมจากข้าว นมจากเมล็ดเจีย ฯลฯ พอแค่นี้ก่อน เชื่อว่าหลายคนคงยังชิมไม่หมด แค่อยากให้เห็นเทรนด์ความนิยมของนมจากพืชว่า มีมากจริงๆ

น้ำนม
Picture: shondaland.com

การบริโภคนมจากพืช นอกจากกินเหมือนน้ำนม ผู้บริโภคส่วนใหญ่ก็ใช้น้ำนมจากพืชผสมทั้งในเครื่องดื่มและอาหารทั้งคาวและหวาน เช่น บาริสต้า ที่พยายามหาส่วนผสมใหม่ ๆ สำหรับกาแฟ เหตุผลก็เรื่องสุขภาพล้วน ๆ เพราะส่วนใหญ่นมจากพืช มักจะมีแคลอรี่ และไขมันปริมาณต่ำกว่านมจากสัตว์ แต่มีรสชาติเข้มข้นไม่แพ้กัน แถมยังให้กลุ่มมังสวิรัติดื่มได้อย่างสบายใจและมีตัวเลือกมากกว่านมถั่วเหลืองที่ทานประจำมานานด้วย

อ่านบทความอื่น ๆ

สมุนไพรใกล้ตัว ต้านหวัด สร้างภูมิคุ้มกัน

อยากกิน หม่าล่า ไม่ต้องไปไกลถึงเชียงใหม่แล้ว อยู่แค่เลียบด่วนนี่เอง

หม่าล่าเป็นที่นิยมของวัยรุ่นมากช่วงนี้ มันทั้งเผ็ดทั้งชา เพราะคำว่า หม่า แปลว่า ชา ล่า แปลว่า เผ็ด นั่นเอง ได้รับอิทธิพลมาจากชาวจีน ที่ทำเครื่องปรุง เครื่องเทศ และ น้ำมัน 

เมล็ดฮวาเจียว

เราเคยไปกินที่เชียงใหม่แล้วติดใจ ยิ่งอากาศหนาว ๆ ด้วยแล้ว เหงื่อออกมันเลยทีเดียว ด้วยน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวข้น บวกกับพริก และน้ำมัน รวมถึงเมล็ดฮวาเจียว หรือเมล็ดหม่าล่านั้นเอง กัดลงไปทีลิ้น ปาก นี่ชากันไปเลย เราสั่งอาหารไม่กี่อย่าง แต่ละอย่างก็ให้มาอยู่เยอะนะ

เนื้อวากิว

ไส้อ่อน และ เซี่ยงจี้

เกี๊ยวหมู กับ สันคอหมูสไลด์

ไส้เป็ด

น้ำจิ้มสูตรเฉพาะของทางร้าน

ส่วนน้ำจิ้มก็มีให้เติมไม่อั้นนะ มีสูตรของทางร้านเองด้วย ที่เคี่ยวถั่วเข็มข้นมาก โรยด้วยพริก ต้นหอม ผักชี อีกสักหน่อย และ น้ำจิ้มสุกี้ก็มีนะ เข้มข้นมากเหมือนกัน

เครื่องดื่ม

น้ำที่นี่เชื่อได้เลยว่ามาจากจีน เพราะมี น้ำชาฝักเขียว และ ชาเก็กฮวย หรือ อยากดื่มชาจีนกระป๋องก็มี แบบว่ามาจากซัวเถาแท้ ๆ

อุปกรณ์การลวก

ของที่ใช้ในการลวกที่ร้านนี้ เรียกได้ว่าสะอาด เลยทีเดียว รวมถึงสถานที่ด้วย โปร่ง โล่ง สะอาด

หน้าร้าน หนึ่งหม่าล่า

ร้านนี้ตั้งอยู่ถนนเลียบด่วน เข้ามาในซอย โยธินพัฒนา แค่ 50 เมตรเอง อยู่ด้านซ้ายมือ เห็นได้ชัดเจน

พิกัด: หนึ่งหม่าล่า

ดูร้านอาหารเพิ่มเติม คลิกเลย

Z1mplex Mixology Laboratory ค๊อกเทลบาร์ ของคนชอบทดลอง

Z1mplex Mixology Laboratory ค๊อกเทลบาร์ ของคนชอบทดลอง

Z1mplex Mixology Laboratory

หลายคนอาจจะเคยเจอ การทดลองแนววิทยาศาสตร์เกี่ยวกับ ข้าวของเครื่องใช้ที่มีให้เห็นมากมาย แต่ตอนนี้เค้ามีแนววิทยาศาสตร์ทดลองรูปแบบใหม่ ที่มาในรูปแบบของค๊อกเทล ซึ่งบางคนอาจจะคุ้นชื่อกันมาบ้างแล้ว กับ Z1mplex Mixology Laboratory ค๊อกเทลบาร์ ของคนชอบทดลอง เก๋กรุบมาก

Z1mplex Mixology Laboratory

เมนูค๊อกเทลที่นี่ เรารับประกันได้ว่าแปลก และไม่เหมือนที่ไหนแน่นอน ซึ่งทางร้านได้สร้างสรรค์ และจินตนาการลงบนแก้วช็อต เติมแต่งลวดลายของค๊อกเทลให้ออกมาในรูปแบบต่างๆหลากหลายเมนู เหมือนการทดลองวิทยาศาสตร์ ที่ผสมผสานกับงานศิลปะ สุดคูล สร้างความแปลกใหม่ และสนุกสนานให้ผู้ที่ไปเยือนได้เป็นอย่างดี มันไปด้วยกันได้ทุกคน วิทยาศาสตร์ กับงานค๊อกเทล เริ่ดมาก

Z1mplex Mixology Laboratory

การปรุงแต่งค๊อกเทลของทางร้านทุกช็อต มีความตั้งใจ และใส่ใจทุกอันเลยค่ะ อารมณ์เหมือนงานแฮนเมด แต่ละเมนูก็จะมีความหมายที่แตกต่างกันออกไป คุณลองจินตนาการดูกันนะคะว่าเมนูในช๊อตสีฟ้านั้น ดูเหมือนอะไร เดี๋ยวมีเฉลยท้ายบทความค่ะ ^^ ค๊อกเทลที่นี่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรสชาด รูปลักษณ์ ล้วนมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น แต่เชื่อว่าหลายคนคงไม่ได้อยากรู้ว่าเมนูนั้นจะรสชาดเป็นยังไง เพราะส่วนใหญ่แล้วอยากเห็นวิธีปรุงแต่งค๊อกเทลว่าทำยังไงกันซะมากกว่าค่ะ 55+

ตอนที่เราเลือกเมนูออกไปแล้ว เราจะรู้สึกใจจดใจจ่ออยู่สิ่งที่เราสั่งออกไป ว่าจะมีขั้นตอนการทำแบบไหน และหน้าตาจะออกแบบนั้นได้ยังไง มันรู้สึกตื่นเต้น และเพลิดเพลินสุดๆ คือแบบ เหมือนได้เข้าไปอยู่ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ แล้วมีศาสตราจารย์ ที่กำลังทำการทดลองให้ดูแบบนั้นเลยล่ะค่ะ ลุ้นไปหมด มันเท่ ระเบิดระเบ้ออย่าบอกใครเชียว ทางร้านยังสามารถ create เมนูใหม่ๆให้เหล่านักทดลองที่มาเยือนได้ด้วยนะคะ ถือว่าได้เปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับทั้งผู้ไปเยือน และคนที่แล็ปค่ะ

ประโยค ที่ได้ยินหลังจากเสร็จสิ้นการปรุงเมนูค๊อกเทลก็คือ หูว ว้าว สุดยอด มันคือเรื่องจริงทุกคน 555+ เพราะมันทั้งดูสวย ดูน่าทึ่ง ตะลึงตึงโป๊ะ บวกกับไฟที่สาดส่องลงมาในช็อต ดูเต็มไปด้วยเรื่องราวที่บอกเล่าออกมาเป็นรูปร่าง และสีสันของค๊อกเทล เอาจริงคือ เรากล้าพูดได้เต็มปากว่าเป็นค๊อกเทลที่สวยที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้

ค๊อกเทลบาร์

มาเฉลายกันดีกว่าค่ะว่า เมนูในช็อตสีฟ้าข้างบนมีใครทายถูกบ้าง ชื่อของเมนูนั้น ชื่อว่า Parallel Universe เป็นเหมือนเส้นคู่ขนานของจักรวาลค่ะ ถ้าไม่รู้ชื่อเมนูก็จะดูคล้ายๆพายุเหมือนกันนะคะเนี่ย มีใครทายถูกกันมั้ยคะ ^^ ใครอยากไปดูการทดลองสนุกๆแบบนี้ จำชื่อนี้ไว้เลยค่ะ Zimplex Mixology Laboratory ร้านค๊อกเทลบาร์ ภูเก็ต ที่คุ้มค่าแก่การไปเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต

 

พิกัด: ถนนพังงา ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
https://www.facebook.com/Z1MPLEX

 

The Memory On On Hotel โรงแรมแห่งแรกที่จังหวัดภูเก็ต
ถนนพังงา ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต คลิกเลย