Home Blog Page 1159

ทำเล็บอยู่บ้านด้วย 3 อาวุธลับ

ช่วงสถานการณ์ที่พวกเราทุกคนจำเป็นต้องอยู่บ้านเป็นเวลานาน ร้านเสริมสวยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านทำผม สปา หรือแม้กระทั้งร้านทำเล็บต่างก็ต้องปิดตัวลงชั่วคราว ส่งผลให้สาว ๆ หลายคนอดเสริมสวยจนต้องเร่งพัฒนาสกิลของตนเองเพื่อเสริมสวยแก้ขัดกันไปก่อน บางคนถึงกลับปลดล็อคสกิลทองคำเฉพาะด้านกันเลยทีเดียว

คอนเทนต์วันนี้เราอยากเสนอขั้นกว่าการทำผมหรือขัดผิวทั่วไป นั่นก็คือ “การทำเล็บ” ที่หากใครไม่ชำนาญรับรองเลยว่ามีเก้ ๆ กัง ๆ แน่นอน เพราะมือของเราที่ถนัดทำให้กับมือที่ไม่ถนัดยังไม่เท่าไหร่ แต่หากกลับล่ะก็ มือเราแค่สั่นยังไม่พอ ลวดลายของเล็บก็เละเทะตามไปด้วยเช่นกัน

เพราะงั้นเราดู 3 อุปกรณ์ทำเล็บอยู่บ้านไปพร้อมกันดีกว่าว่ามีอะไรช่วยทุ่นแรงเราให้กลายเป็นมืออาชีพบ้าง

ทำเล็บ
Picture : promotions.co.th

1.ปากกาทาเล็บ
ใช้ง่ายมาก อารมณ์ประมาณเหมือนเอาสีเมจิกมาเขียนบนเล็บ ใช้ถนัดมือ ไม่เยิ้มหรือเละเทะ มีหลากหลายให้เลือก แถมยังอยู่ทนนานด้วย ใครที่อยากตกแต่งลายบนเล็บที่ต้องใช้ความละเอียดสูง ปากกาทาเล็บนี้ตอบโจทย์แน่นอน

ทำเล็บ
Picture : pinterest.com

2.เครื่องอบเล็บเจลอัตโนมัติ
ควรมีมากอันนี้ ใครที่เคยทาเล็บอยู่บ้านแล้วต้องรอนาน ๆ ทาไปสักพักก็มีเหตุที่ทำให้ต้องลุกไปทำนู่นนั่นนี่อยู่เรื่อย สุดท้ายเป็นไง เละ! เล็บเละไม่เหลือ เพราะฉะนั้นของมันต้องมีกับเครื่องอบเล็บเจลจะทำให้สีเล็บแห้งไวและติดทนนานมากขึ้น

ทำเล็บ
Picture : Twitter เล็บปลอมสำเร็จรูปราคาถูก

3.เล็บปลอม
ชื่ออาจจะฟังดูไม่น่าใช้สักเท่าไหร่ แต่สมัยนี้แบรนด์ต่าง ๆ กลับผลิตออกมาได้น่ารักน่าใช้มาก ๆ แถมเป็นการถนอมเล็บจากน้ำยาทาเล็บทางอ้อมอีกต่างหาก ไม่ชอบปุ๊ปก็ถอดเปลี่ยน ไม่เลอะไม่เละ ไม่ต้องนั่งทาเองให้เมื่อย

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 3 อาวุธลับในการทำเล็บอยู่ที่บ้าน ถูกใจอันไหนกันบ้าง อย่าลืมไปค้นหาและซื้อตามกันนะ

บทความที่คุณอาจสนใจ

ทริคแต่งหน้าตอนใส่มาส์กให้ไม่พัง

5 ที่เที่ยวห้ามพลาด เมื่อมาถึง “บึงกาฬ” จังหวัดน้องใหม่ ประเทศไทย

บึงกาฬจังหวัดน้องใหม่ลำดับที่ 77 ของประเทศไทย เป็นจังหวัดที่แยกตัวออกมาจากจังหวัดหนองคาย ตั้งอยู่บนจุดเหนือสุดของแดนอีสาน

วันนี้เราจะมาแนะนำสถานที่เที่ยวเด็ด ๆในบึงกาฬที่หลายๆคนยังไม่ทราบ ขอบอกเลยว่าถ้าได้ลองไปแล้วรับรองว่าติดใจจนต้องมาซ้ำอย่างแน่นอน ไปเริ่มกันเล้ยยย

หินสามวาฬ

ถ้าพูดถึงหินสามวาฬแล้วหลาย ๆ คนอาจจะจำภาพกันได้จากละครช่องหนึ่งที่ไปถ่ายทำที่นี่ จนทำให้หินสามวาฬเป็นที่รู้จักและโด่งดังในสายตาของคอละคร และทำให้มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลกันมา แต่ใครหลายๆคนอาจจะไม่ทราบว่า เจ้าหินที่รูปร่างคล้ายวาฬ 3 ตัวนี้ตั้งอยู่ที่ อ.ภูสิงห์ จ.บึงกาฬ ซึ่งนับเป็นจุดชมวิว ถ่ายรูปที่สวยงดงามและเป็นเอกลักษณ์อย่างมาก นักท่องเที่ยวจะนิยมมาถ่ายรูปกันในช่วงเช้ายามพระอาทิตย์กำลังขึ้น ซึ่งเมื่อมองไปยังเบื้องล่างจะเห็นแนวป่าเข้าเขียวขจีโอบล้อมหินทั้ง 3 ก้อนนี้ไว้ ให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าหินวาฬพ่อ แม่ ลูก 3 ตัว กำลังแหวกว่ายอยู่ในทะเลสีเขียว เป็นภาพที่ทำให้ทุกคนได้รู้จักกับสถานที่แห่งนี้

การเดินทางก็ไม่ยากค่ะ จะมีรถจอดให้บริการอยู่บริเวณที่ทำการภูสิงห์ ตั้งแต่ 05.30-17.00 น. ค่าบริการไปกลับ 500 บาท/คัน (นั่งได้10 คน) ใช้เวลาในการเดินทาง 30-40 นาที 

พิกัด : หินสามวาฬ

จุดชมวิวส้างร้อยบ่อ

เป็นจุดชมวิวที่อยู่ในภูสิงค์ที่เดียวกับหินสามวาฬ เมื่อมาแล้วก็ควรแวะเป็นอย่างยิ่ง สามารถแจ้งรถรับจ้างให้แวะได้เลย บริเวณตรงนี้จะเป็นชะง่อนลานหินขนาดเล็กที่อยู่ริมหน้าผา มีลักษณะเป็นหลุมเป็นบ่อขนาดต่าง ๆ กันไป นอกจากจะสวยงามแล้วยังมีความแปลกตาที่หาดูได้ยากอีกด้วย และเมื่อมองลงไปด้านล่างจะเห็นป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์และกว้างใหญ่สุดสายตา หากสังเกตุดีๆจุดนี้จะสามารถมองเห็นศาลากลางจังหวัดบึงกาฬได้อีกด้วย หลาย ๆ คนอาจจะรู้สึกแปลกใจกับชื่อของจุดชมวิวนี้ แต่ในภาษาอีสานนั้น คำว่าส้าง มีความหมายว่าหลุมหรือบ่อนั่นเอง 

พิกัด :จุดชมวิวส้างร้อยบ่อ

น้ำตกถ้ำพระ หรือ น้ำตกถ้ำพระภูวัว

ตั้งอยู่บริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว อ.เซกา จ.บึงกาฬ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ 3 ชั้น ที่ไหลพาดผ่านภูเขาหินทรายขนาดมหึมา ลงสู่เบื้องล่างจนเกิดเป็นแอ่งน้ำกว้างให้นักท่องเที่ยวได้เล่นคลายร้อนกันอย่างสดชื่น นอกจากนี้น้ำที่ไหลเซาะหินจนเป็นร่องน้ำเหมือนสไลด์เดอร์จากธรรมชาติ ถือเป็นไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวพากันต่อคิวเล่นกันอย่างสนุกสนาน

การเดินทางมาน้ำตกนั้นจะต้องนำรถจอดไว้ที่ท่าเรือ และนั่งเรือรับจ้างเข้าไป ค่าบริการท่านละ 20 บาท ใช้เวลาประมาณ 15 นาที จากนั้นก็เดินเท้าต่อไปยังตัวน้ำตก ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร 

พิกัด : น้ำตกถ้ำพระ หรือ น้ำตกถ้ำพระภูวัว

น้ำตกเจ็ดสี

ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว จังหวัดบึงกาฬ เป็นน้ำตกที่แห่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อในจังหวัดบึงกาฬ มีขนาดกว้างใหญ่ นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาเล่นน้ำคลายร้อนกันที่นี่ น้ำตกแห่งนี้จะมีทั้งหมด 3 ชั้น ไฮไลท์ของความสวยงามจะอยู่ที่ชั้นที่ 3 ซึ่งเป็นจุดบนสุดของน้ำตก โดยน้ำที่ไหลผ่านนั้นจะมาจากห้วยกระอามไหลผ่านหน้าผาหินลงมากระทบลานหินด้านล่างเกิดเป็นละอองน้ำฟุ้งกระจาย ในตอนที่แดดส่องลงมากระทบละอองน้ำนั้นจะเกิดเป็นสีรุ้งสวยงาม จนได้ชื่อว่าน้ำตกเจ็ดสี บริเวณด้านหน้าทางเข้าน้ำตกจะติดกับวัดถ้ำบูชา ซึ่งจะมีอาหาร เครื่องดื่ม ห้องน้ำและที่จอดรถไว้ให้บริการ 

พิกัด : น้ำตกเจ็ดสี 

วัดภูทอกน้อย หรือ วัดเจติยาศรีวิหาร

ตั้งอยู่ในเขตบ้านคำแคน อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ เป็นสถานที่เงียบสงบ เหมาะกับการบำเพ็ญสมณะธรรมของภิกษุ สามเณร และพุทธศาสนิกชนทั่วไป มีการก่อสร้างสะพานและบรรไดไม้รอบๆภูทอกเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เดินขึ้นไปชมวิว ซึ่งบรรไดและสะพานนี้จะมีทั้งหมด 7 ชั้นโดยที่ 3 ชั้นแรกจะเป็นลักษณะเหมือนขึ้นบันไดตรงทอดยาวขึ้นไป แหละหลังจากนั้นจะเป็นสะพานที่สร้างหมุนวนรอบตัวภูทอกเพื่อให้เห็นทัศนียภาพโดยรอบ แนะนำว่าควรออกกำลังกายขาไปให้พร้อมซักหน่อย ไม่เช่นนั้นอาจจะไปไม่ถึงจุดบนสุดของภูทอกก็เป็นได้ แต่เชื่อเถอะถ้ามาถึงแล้วต้องขึ้นไปให้สุด เพราะวิวที่ได้นั้นบอกเลยว่า มันคุ้ม!!! 

การเดินทางก็ไม่ยากสามารถขับรถมาจอดไว้ในบริเวณวัดและเดินขึ้นได้เลย

พิกัด : วัดภูทอกน้อย หรือ วัดเจติยาศรีวิหาร

เป็นยังงัยกันบ้างคะ กับ 5 ที่เที่ยวที่แนะนำไป ถือว่าเป็นแค่ 5 สถานที่เรียกน้ำย่อยเท่านั้น ในโอกาศต่อไปจะมาเจาะลึกจังหวัดบึงกาฬกันให้ทะลุปรุโปร่งยิ่งขึ้นไปอีก รอติดตามนะคะ

สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ คลิกเลย

ร้านกาแฟ ท่ามกลางบรรยากาศเหมือน อยู่เกาะ ที่ PULSE บางขุนเทียน

Cafe Hopping สายนั่งกินลมชมวิวไม่ควรพลาดอย่างยิ่งเพราะคาเฟ่แห่งนี้ตั้งอยู่กลางน้ำ บรรยากาศเหมือน อยู่เกาะ ไม่ต้องนั่งเรือ แต่ เดินข้ามสะพาน เพื่อมาที่ร้าน วิวด้านหลังร้านคือป่าโกงกางสูงโปร่ง ลมโกรกตลอดเวลาไม่ต้องง้อเครื่องปรับอากาศ

คาเฟ่น้องใหม่มาแรงที่เพิ่งเปิดเมื่อต้นปีนี้ (2021) ก็กลายเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว ด้วยบรรยากาศ และการตกแต่งร้านที่ไม่เหมือนใคร

คอนเซป ของที่นี่คือ​  Coffee – Scenery​ – Music (กาแฟ, บรรยากาศ, เสียงเพลง) ส่วนการตกแต่งร้านจะเป็นสไตล์ Cozy เน้นการใช้โทนสีขาว ๆ ครีม ๆ ผสมกับโต๊ะไม้ และเก้าอี้หวาย ยิ่งบวกกับลมเบา ๆ และสีเขียวของป่าโกงกางทำให้คาเฟ่แห่งนี้เพิ่มความสงบขึ้นมาทันใด

เริ่มด้วยเมนูกาแฟ เมนู Signature ของที่ร้านตั้งชื่อตามชื่อร้าน คือ PULSE Bang khun thian ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอย่างมะพร้าวมาเป็นส่วนผสมเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงชายทะเลบางขุนเทียน ได้ออกมาเป็นกาแฟมะพร้าวที่มีความหอมของกะทิข้างบนมีฟองนมนุ่ม ๆ โรยด้วยมะพร้าวอบกรอบทองคำเปลวและ เกลือทะเล อีกหนึ่งเมนูที่มาแรงคือ Mango Americano Fizz กาแฟที่มีกลิ่นความหอมหวานของมะม่วง เพิ่มความสดชื่นด้วยโซดาซ่า ส่วนเมนู Non caffeine ที่ทางร้านแนะนำคือ french chocolate with peru cocoa nibs ช๊อคโกแลตฝรั่งเศสเข้มข้น

สำหรับ Take Away ก็จะใส่ขวดสไตล์ Minimal นำกลับไปรับประทานที่บ้านได้

ของหวาน ก็จะมีทั้งเค้ก ขนมปังแบบต่าง ๆ รวมทั้งครัวซองค์หลากหลายหน้า

ร้านนี้ต้องพูดถึงเรื่องเพลงและเครื่องเสียง เพราะเจ้าของร้านชอบลำโพงมาก ๆ
จึงเลือกลำโพงระดับHi end ที่หายากอย่าง​ “Diatone DS 2000HR” ซึ่งเป็นรุ่นลำโพงมอนิเตอร์ที่ถูกใช้ในห้องอัดเสียงของ NHK ประเทศญี่ปุ่นในปลายยุค 80s ให้อารมณ์ Organic Sound

ทั้งหมดนี้คือความลงตัวของคาเฟ่แห่งนี้ กาแฟหอมอร่อย บรรยากาศดี เพลงเพราะ และถ่ายรูปได้ทุกมุมของร้านแค่อย่าถ่ายเพลินจนตกน้ำก็พอ ถ้าใครอยากได้แสงดี ๆ สีโทนส้ม ๆ อุ่น ๆ ก็ควรมาในช่วงเวลา Magic Hour ประมาณ 16.00-17.30 .

ร้านตั้งอยู่บนถนนบางขุนเทียนชายทะเล ร้านจะอยู่ทางซ้ายมือ เลยไปทางขวาจะเป็น สน.เทียนทะเล ทางร้านมีที่จอดรถรองรับได้จำนวนมากจอดหน้าร้านได้ประมาณ 7-8 คัน

Pulse Bang Khun Thian
ร้านตั้งอยู่บน ถนนบางขุนเทียนชายทะเล
เปิด 10.00-18.30 ปิดทุกวันจันทร์

สัมผัสรสชาติโกโก้ เข้ม สะใจ ที่ Under Black Coffee คลิกเลย

มัดรวมเทคนิค ทลายพื้นที่เล็กให้กว้างขึ้น

มัดรวมเทคนิค ทลายพื้นที่เล็กให้กว้างขึ้น

มัดรวมเทคนิค

การปลดล็อคมุมเล็กๆ ในบ้านให้ดูกว้าง ไม่ต้องใช้พละกำลังเว่อร์วัง… เพราะนี่คือการบิดแนวคิดง่ายๆ เพื่อประมือกับพื้นที่เล็กให้ดูเก๋าและกว้าง ลดความอึดอัดได้ในแบบเฉพาะตัว

มัดรวมเทคนิค
Cr. Photo : contemporist.com

1. จัดแสง

การจัดแสงนอกจากสร้างบรรยากาศให้ห้องดูมีชีวิตชีวาแล้ว ยังช่วยลวงตาให้ห้องดูกว้างขึ้น อาทิ การซ่อนไฟไว้ที่ผนังด้านหลังหัวเตียง ติดไฟตามหลืบเพดาน หรือแม้แต่ใช้โคมไฟตั้งพื้นฉาบไล้บนผนังมุมห้อง ทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นกลยุทธ์ง่ายๆ ที่ขยายความรู้สึกกว้างได้ผลทั้งสิ้น

มัดรวมเทคนิค
Cr. Photo : realhomes.com

2. เติมสี

วิธีแรกสำหรับห้องเพดานต่ำ แนะนำให้ทาสีผนังห้องเข้มกว่าเพดาน เพื่อสร้างความรู้สึกว่าเพดานโปร่งโล่งมากขึ้น (ใช้สีเข้ม-อ่อนโทนเดียวกัน หรือคนละโทนแต่ไม่ควรตัดกันมาก) วิธีที่สอง (เก๋ขึ้นอีกนิด) คือ ทาสีผนังเป็นลายทางนำสายตา หากห้องแคบใช้เป็นลายทางแนวนอน แต่ถ้าเพดานต่ำ ลองใช้เป็นลายทางแนวตั้ง ก็จะลวงตาให้ผนังดูสูงขึ้น

Cr. Photo : home-designing.com

3. คัดขนาด?

ก่อนที่จะหยอดเฟอร์นิเจอร์ไว้ในห้องเล็กแคบ ควรเลือกแต่ละชิ้นโดยคำนึงถึงขนาดที่กะทัดรัด ควบคู่กับรูปทรงที่ดูเพรียวบาง ดีไซน์ไม่ทึบตัน เมื่อมาวางตั้งก็ช่วยให้ห้องมีสเปซที่ไม่อึดอัด รวมถึงควรจัดวางแต่ละโซนให้เกิดช่องว่าง สามารถเดินได้สะดวก มองแล้วไม่รกตา

รวมเทคนิค
Cr. Photo : bhg.com.au

4. ใช้หลักการสะท้อน

การอุทิศผนังด้านหนึ่งไว้ติดตั้งกระจกเงาบานใหญ่ในพื้นที่แต่งตัวขนาดกะทัดรัด สามารถช่วยลวงตาให้ห้องดูกว้างกว่าเดิมได้ หรือเพียงคุณเลือกตู้เสื้อผ้าที่ดีไซน์หน้าบานเป็นกระจกส่องตัวด้วย ก็ช่วยให้ประหยัดพื้นที่ได้เช่นกัน

Cr. Photo : dezeen.com

5. เล่นแนวดิ่ง

การใช้พื้นที่แนวดิ่งให้เกิดประโยชน์ เป็นอีกทริคหนึ่งที่ใช้ได้ผลกับห้องขนาดเล็ก เช่น การเลือกใช้ชั้นติดผนัง หรือโต๊ะทำงานติดผนังพับเก็บได้ สามารถสร้างสเปซแนวราบให้ดูกว้างขึ้น แต่ถ้าหากมีทุนสักหน่อย การทำชั้น ตู้ โต๊ะ หรือเตียง Built- in ตามพื้นที่แนวดิ่งแบบมัลติฟังก์ชั่น ก็เป็นไอเดียอันน่าสนใจไม่เบา

และทั้งหมดนี้คือไอเดียย่อยง่ายในการทลายพื้นที่เล็กให้กว้างขึ้น ที่เราสรรหามาให้เป็นแนวทางไปใช้กัน สามารถนำไปปรับประยุกต์ในห้องต่างๆ ได้ทุกห้อง ลุย…

บทความน่าสนใจ : 5 ไม้ประดับ น่าจับตาใน MV ใหม่ของ “ลิซ่า” BLACKPINK 

 

5 ไม้ประดับ น่าจับตาใน MV ใหม่ของ “ลิซ่า” BLACKPINK

5 ไม้ประดับ สวยเด่นใน MV ใหม่ของ “ลิซ่า” BLACKPINK

 

“Lalisa” ผลงานเพลงใหม่ ที่ทำให้บลิ๊งค์ทั่วโลกต่างฟินไปตามๆ กัน แถมพาลให้ยอดวิวพุ่งกระฉูดชั่วพริบตา นอกจากเสื้อผ้าหน้าผมสุดบรรเจิดของเธอแล้ว เราแอบเห็นฉากหนึ่ง ที่ฉายภาพบ้านและต้นไม้ประดับตกแต่งสวยงาม ซึ่งแต่ละต้นมีฟอร์มสวยไม่ธรรมดา และทั้งหมดนี้คือ 5 ไม้ประดับ ที่แจ้งเกิดอยู่ในโซโล่เดี่ยวของลิซ่า ที่เราคัดมาฝากกัน

5 ไม้ประดับของลิซ่า
Cr.Photo : homestolove.com.au

1. สิบสองปันนา

พรรณไม้ตระกูลปาล์มฟอร์มสง่า ลำต้นสูงประมาณ 1.5 – 2 เมตร ยอดมีกาบใบแตกเป็นใบสีเขียว แผ่โค้งรอบต้น ที่สำคัญเป็นไม้กลางแจ้งสู้แดดตลอดวัน หรือปลูกไว้ในอาคาร โดนแดดน้อยได้น้ำน้อยก็เจริญเติบโตสบาย แถมสามารถดูดสารพิษ (โดยเฉพาะสารไซรีน) ในอากาศและคายความชื้นได้ดี

5 ไม้ประดับของ MV ลิซ่า
Cr.Photo : apartmenttherapy.com

2. เฟิร์นข้าหลวง

อีกหนึ่งไม้มงคล เชื่อกันว่าช่วยเสริมส่งเกียรติยศ ลักษณะใบเรียวยาวและหยัก วางตัวเรียงซ้อนกันเป็นพุ่ม ปลูกขึ้นดีบริเวณนอกอาคารที่มีแสงรำไร เช่น ใต้ต้นไม้ใหญ่ บ่อปลา สระบัว ฯลฯ แต่ปัจจุบันนิยมนำมาปลูกในบ้าน คอนโดฯ ออฟฟิศ เพราะมีคุณสมบัติช่วยฟอกสารพิษเช่นกัน

5 ไม้ประดับของ MV ลิซ่า
Cr.Photo : gardeningknowhow.com

3. เฟิร์นสไบนาง

นิยมแขวน หรือปลูกลงกระถางวางตั้งให้ดูสง่า เพราะแผ่ใบระย้า… (ยาวได้ถึง 3 เมตรเชียว) ตระการตา เหมาะแก่การปลูกในที่แสงรำไร ปัจจุบันมักจะเห็นตามร้านค้า คาเฟ่ นำมาปลูกกันมากมาย เพราะเป็นไม้ฟอร์มสวย แถมเป็นไม้มงคลที่เชื่อว่าจะช่วยให้ค้าขายดี

5 ไม้ประดับของ MV ลิซ่า
Cr.Photo : severin-candrian

4. คล้าขุนแผน

ไม้ประดับอวดริ้วลายของใบได้งดงาม แต่ไม่ปลื้มแดดจัด ชอบอยู่ในที่แสงรำไร โดยข้างหลังใบเผยสีม่วงเข้มอมดำ หน้าใบเป็นเส้นๆ สีชมพูแกมขาว และเป็นไม้มงคล เกื้อหนุนเรื่องเมตตามหานิยม เรียกทรัพย์ ช่วยเรื่องการค้าขาย รวมถึงเป็นไม้ประดับที่มีประโยชน์ช่วยฟอกอากาศได้ด้วย

5 ไม้ประดับของ MV ลิซ่า
Cr.Photo : thelittlebotanical.com

5. หมากเหลือง

ไม้ประดับที่ชอบแสงรำไร เหมาะกับการปลูกลงกระถางตั้งประดับบ้าน ลักษณะใบเหลืองอมเขียว และบางต้นมีสีเหลืองแซมทอง แถมยังขึ้นแท่นเป็นไม้มงคล ที่เชื่อกันว่าปลูกไว้ในบ้านจะเสริมส่งโชคลาภ เกิดความร่ำรวย มีผู้คนให้ความเคารพและเชื่อฟัง

บทความน่าสนใจ : บ้านแบบนี้อยู่แล้วรวย เคล็ดลับปรับฮวงจุ้ยหน้าบ้านเรียกทรัพย์ 

The Memory at On On Hotel ที่พัก ที่เปิดเป็นโรงแรมแห่งแรก ใน ภูเก็ต

The Memory at On On Hotel ที่พัก ที่เปิดเป็นโรงแรมแห่งแรก ใน ภูเก็ต

สมัยก่อนถ้าพูดถึงชื่อ The Memory at On On Hotel คงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเป็นโรงแรมที่เปิดเป็นแห่งแรกในจังหวัดภูเก็ต โดย นักลงทุนชาวจีน เดิมชื่อว่า โรงแรม อัน อัน (ภาษาจีนแปลว่า ความสุขสำหรับผู้มาเยือน) เป็นคูหา 2 ชั้นขนาดใหญ่ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2472 โครงสร้างเป็นสไตล์ ชิโน-โปรตุกีส โดยมีการสร้างคล้ายโบสถ์โปรตุเกส ซึ่งเปิดให้คนเข้ามาพักในราคา 80 สตางค์ แต่เรียกเพี้ยนไปตามการสะกดของภาษาอังกฤษ ณ ปัจจุบันจึงกลายเป็นชื่อ ออน ออน

โรงแรม ออน ออน เคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด เรื่อง The Beach จึงทำให้เป็นที่รู้จักของบรรดาเหล่านักเดินทางทั้งใน และต่างประเทศ และด้วยสมัยก่อนที่โรงแรม ออน ออน เปิดในยุคทองเหมืองแร่รุ่งเรือง ในเมืองไข่มุกอันดามัน สวรรค์เมืองใต้ ตั้งอยู่ ใจกลางเมือง ถนนพังงา อำเภอตลาดใหญ่ จังหวัดภูเก็ต ยิ่งทำให้เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

เมื่อปี 2012 โรงแรมก็ได้มีการรีโนเวตใหม่ โดยการปรับปรุงจากโครงสร้างเดิมให้ดูดี และแข็งแรงมากขึ้น  จนมาถึง ณ ปัจจุบันนี้ เดี๋ยวเราไปทัวร์ที่พักกันดีกว่าค่ะ ว่าจะอลังการขนาดไหน

The Memory at On On Hotel

ครั้งแรกที่ก้าวเข้าไปใน ออน ออน รู้สึกได้ถึงความสะพรึง ตะลึงตึงโป๊ะมากค่ะ เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในยุคสมัยก่อนเลย แต่ไม่ได้น่ากลัวอะไรนะคะ ดูมีความเรียบง่าย เงียบสงบ ของตกแต่งทุกอย่างจะเป็นของเก่า รุ่นอาม่า อากง ยังคงความเป็นยุคสมัยก่อนไว้อยู่ ทั้งโครงสร้าง และพื้นลายชิโน-โปรตุกีส

นี่ไม่ใช่กระเป๋าเดินทางของเรานะคะ 55+ เข้าใจว่าทางที่พักเอาตกแต่งให้สะท้อนถึง การไปมามากมายของเหล่านักเดินทาง หรืออาจจะเป็นกระเป๋าที่นักท่องเที่ยวลืมไว้ แล้วทางที่พักเอามาวางรอให้เจ้าของเดิมกลับมารับกระเป๋าอีกครั้ง บรื๋ย!! คงไม่อย่างงั้นหรอกเนอะ ก็เป็นของตกแต่งที่บ่งบอกถึงการมาพักของนักเดินทางที่แวะเวียนมามากมาย สะท้อนเรื่องราวของยุคสมัยก่อนได้ดีมากมายเลยค่ะ

The Memory at On On Hotel

ฝั่งด้านขวามือ ก่อนเดินเข้าไปเช็กอินรับกุญแจห้อง ก็จะมีร้านขายของเล็กๆเปิดอยู่ ที่ร้านจะมีจำหน่ายของขึ้นชื่อจังหวัดภูเก็ตมากมายเลยค่ะ อย่างผ้าบาติกหลากสีสัน หลายลวดลาย เหมาะกับการซื้อกลับไปเป็นของฝากได้เลย ไม่ต้องเดินหาซื้อที่อื่นให้ลำบาก ตอบโจทย์นักช้อปสุดๆ

The Memory at On On Hotel

อันนี้เราว่าเก๋มาก เหมือนเคยเห็นแถวเยาวราช ที่เป็นลิ้นชักเก็บยาในร้านขายยาจีนโบราณเลยค่ะ ที่ออน ออน นำมาใช้เป็นที่เก็บกุญแจห้องพัก ถ้านับจากจำนวนตัวเลขแล้ว ก็มีห้องพักราวๆ 40 กว่าห้องได้ค่ะ ตอนมองจากด้านนอกดูไม่น่าจะมีห้องพักเยอะขนาดนี้นะคะ แต่ว่าด้านหลังเค้าทำที่พักทอดยาวเข้าไปลึกพอสมควรเลยค่ะ

พอรับกุญแจเสร็จแล้ว เดินขึ้นมาชั้นสอง ก็จะพบกับโถงใหญ่อยู่ตรงกลาง ชั้นบนจะเป็นพื้นไม้ และของตกแต่งที่ดูจีนๆหน่อย มองผ่านไปตรงประตู หน้าต่าง และช่องลม คืองานไม้เค้าทำได้สวยงามมาก รายละเอียดงานคือดือมากค่ะ แต่พื้นไม้นี่อาจจะต้องเดินเบาๆนิดนึง ด้านบนดูรู้สึกร่มรื่น สบายตา เงียบสงบ เหมาะกับพักก่อนจริงๆค่ะ

มาดูด้านในห้องพักกันบ้างนะคะ การตกแต่งดูเรียบๆ สะอาด เรียบร้อย และมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ครบค่ะ มีระเบียงเล็กๆที่ให้เปิดออกไปสูดอากาศ ถือว่าโอเคเลยค่ะ ไม่ค่อยมีเสียงรบกวน

ห้องนี้เป็นห้องที่ใหญ่ขึ้นมาอีกเบอร์ค่ะ ภายในห้องจะมีโซฟา การตกแต่งจะไม่ต่างกันมาก แต่ห้องนี้จะดูลัคชู (Luxury) ขึ้นมาอีกหน่อยค่ะ ของตกแต่งจะตกแต่งตามโทนสีของห้อง ห้องพักจะมีหลายโซนนะคะ สามารถสอบถามทางที่พักได้เลย พนักงานที่นี่สุภาพ และดูแลดีมากค่ะ โดยรวมแล้วประทับใจสุดๆ

โซนนี้จะเป็นโซนอาหารเช้า เบาๆ จริงๆที่นี่เค้ามีโซนอาหาร และบาร์ด้วยนะคะ แต่ตอนเช้าเราตั้งใจว่าจะออกไปทานข้างนอกอยู่แล้วเลยแวะมาหาอะไรทานลองท้องสักหน่อย การตกแต่งโซนนี้ก็ทำให้รู้เลยว่าเป็นโซนอาหาร น่ารักกรุบ มีเครื่องดื่ม ชา กาแฟ ไว้ให้ชงเองง่ายๆ ไม่ต้องอะไรมาก แล้วก็มีขนมทานเล่นที่เป็นขนมขึ้นชื่อของภูเก็ต น่ารักมากๆเลยค่ะ

และนี่ก็เป็นเมนูที่เราเลือกมา น้ำขิงร้อนๆ กับขนมภูเก็ตที่ก็ไม่แน่ใจว่าชื่ออะไรบ้าง 555+ แต่มันเข้ากันได้ดีเลยล่ะค่ะ ชอบมากเลย

On On Hotel นี่ อย่างที่บอกว่าเค้าอยู่ใจกลางเมืองเก่า ภูเก็ต ก็จะอยู่ใกล้ร้านอาหาร ร้านกาแฟเยอะแยะมากมาย เราสามารถเดินเท้าไปเรื่อยๆได้เลย โดยไม่ต้องเช่ารถนะคะ ตามจุดต่างๆก็จะมีภาพ Street Art บอกเล่าเรื่องราวของเมืองภูเก็ต ส่วนถ้าใครมาถูกวัน ย่านเมืองเก่าที่นี่จะมี ถนนคนเดินช่วงเย็นด้วยค่ะ

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารชื่อดังใน ย่านเมืองเก่า ภูเก็ตค่ะ ร้าน “ตู้กับข้าว” อยู่ไม่ไกลจาก ออน ออน เลย จะเห็นว่ามีหลายคนที่มาแถวนี้ต้อง เช็กอิน กันเยอะมาก ที่ย่านเมืองเก่าตอนนี้ มีร้านกาแฟชิคๆเปิดใหม่เยอะมาก ใครคอกาแฟบอกเลย เหมาะที่จะมาพักที่ออน ออน แล้วเดินไปร้านกาแฟที่ตั้งเรียงรายกันเต็มไปหมด แบบฟินๆเลย

ใครที่กำลังมองหาที่พัก ย่านเมืองเก่า จังหวัดภูเก็ตอยู่ ก็แนะนำที่ The Memory at On On Hotel นะคะ ได้สัมผัสกับบรรยากาศแบบยุคสมัยก่อนได้ดีทีเดียว แถวนี้ยังมีอะไรให้น่าค้นหาอีกเยอะเลยค่ะ สำหรับสถานที่พักแห่งนี้ คิดว่าครั้งหนึ่งในชีวิต ควรมาลองพักดูนะคะ

The Memory at On On Hotel
ถนนพังงา ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
Booking: http://www.booking.com/Share-oQSIhp

 

Casa Papaya Boutique Resort ชะอำ คลิกเลย

สัมผัสรสชาติโกโก้ เข้ม สะใจ ที่ Under Black Coffee ทั้ง 2 สาขา

ร้านนี้เริ่มต้นมาจากร้านเล็ก ๆ ขายเครื่องดื่มริมถนนทาวน์อินทาวน์ ขยับไปสู่ร้าน Black Jack Coffee ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มข้นของโกโก้ที่ไม่เหมือนใคร จนกลายเป็นร้านที่เป็นเอกลักษณ์และถูกกล่าวถึงมากในเวลาอันรวดเร็ว

UNDER BLACK ได้ขยายสาขาใหม่ล่าสุด พิกัด ลาดพร้าว 101 แต่ยังคง Concept คาเฟ่สไตล์ Street Coffee เน้นโทนสีดำ ความดิบ ความอาร์ต บ่งบอกถึงตัวตนของร้านไว้ชัดเจน ภายใต้ UNDER BLACK Street Café

เมนู Signature อย่าง Black Jack Cocoa โกโก้หนึบสูตรเข้มข้น ที่การันตีความเข้ม เต็มรสชาติโกโก้ และ ยังมีเมนูอื่น ๆ อีกมายมาย ที่เข้มไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น โกโก้ชาไทย, Cocoa Mint, Cocoa Caramel Macchiato และ เมนูกาแฟอีกมากมาย

Black Jack Cocoa

Cocoa Mint
โกโก้ชาไทย
Cocoa Caramel Macchiato

รวมถึงเมนูร้อน และ ของหวาน ก็มีให้เลือกหลากหลาย และที่พิเศษสำหรับสาขาทาวน์อินทาวน์ ได้เพิ่มเมนูเครื่องดื่มโซดา 6 รสชาติไว้สำหรับคนที่ชอบความซ่าสะใจที่ไม่ซ้ำใคร

UNDER BLACK สาขาทาวน์อินทาวน์ คลิกเลย
เปิดทุกวัน 08.00 – 19.00 น. 

 โทร. 093-542-4655 

Line ID : @blackjackcoffee 

สั่งผ่านบริการเดลิเวอรี่ 3 ช่องทาง 

Grab : https://1th.me/sJy7u
Line man : https://lin.ee/7XDLlUd
Robinhood : https://bit.ly/3ijCUm2
Foodpanda : https://bit.ly/3kaomHz

UNDER BLACK สาขา ลาดพร้าว 101 คลิกเลย
เปิดทุกวัน 08.00 – 19.00 น. 

โทร. 063-554-4991 

Line ID : @UnderBlackcoffee

Grab : https://bit.ly/3kf4Gmd
Line man : https://bit.ly/2Xlf0jy  
Robinhood : https://bit.ly/3k8Zwrz.
Foodpanda : https://bit.ly/394Omhf

FB : www.facebook.com/UnderBlackCoffee

Labyrinth Cafe

ร้านกาแฟโทนสีดำสุดเท่ Labyrinth Cafe คลิกเลย

ส่องแฟชั่น WFH สวยปังทะลุจอคอม

อยู่บ้านก็ท่องโลกได้ ปาร์ตี้ได้ เปิดเนตรได้ แล้วจะให้มานั่งแต่งตัวเฉิ่มเชย WFH อยู่กับบ้านได้อย่างไร แถมงานที่เราทำก็ยังเหมือนกับที่ต้องเดินทางออกนอกบ้านไปทำที่ออฟฟิศเหมือนกัน แล้วทำไมต้องตัดแฟชั่นทิ้งไปกันล่ะ ฉะนั้นจะให้ดีต้องจัดให้สวยปังทะลุจอคอมฯกันไปเลย

แล้วยิ่งจากข้อมูลที่ยืนยันว่า ต่อให้รู้ว่าต้อง WFH แต่ถ้าเราตื่นแต่เช้าและทำชีวิตปกติเหมือนเตรียมตัวไปออฟฟิศก็จะช่วยให้ทำงานดีขึ้น ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการแต่งตัวมิใช่หรือ แบบนี้ WFH ให้ดีก็ต้องมีแฟชั่นควบคู่ไปด้วย
แต่แฟชั่นแบบไหนที่เหมาะกับการทำงานที่บ้าน ตอบเลยว่าไม่จำกัด แล้วแต่ใครจะถนัดแนวทางไหน เพราะจากที่ส่อง ๆ มามีให้เห็นทุกแนว

WFH
Picture : Cosmopolitan.com

ถ้าใครไม่ใช่สายแฟชั่นจริง ๆ ก็แค่ลองหาชุดที่ใส่สบายแต่ปรับให้ดูดีมีสไตล์ เท่านี้ก็ช่วยเติมเต็มความรู้สึกดีๆ กับการ WFH ได้เช่นกัน คิดไม่ออกส่องหาจากเว็บไซต์แฟชั่นไปเลยมีทั้งสไตล์อินเตอร์ เกาหลี หรือจะที่นิยมในไทยก็ได้ ชอบแบบไหนสไตล์ไหนจัดไปตามนั้น

WFH
Picture : pinterest

คิดไม่ออกจริง ๆ ลองเริ่มจากคิดเป็นธีม เช่น ตามกิจกรรม อย่างเดรสสำหรับดินเนอร์ หมวดเก๋ๆ เวลาแต่งสวนรดน้ำต้นไม้ แต่งตามธีมหนังที่ชอบ หรือสาว ๆ บางรายก็เลือกแต่งแนวหญิงจัดให้สมกับการอยู่เย้าเฝ้าเรือนแม้จะอยู่ในโหมด WFH ก็ตาม เรียกว่า คุณสามารถจัดแฟชั่นที่ชอบหรือเป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่ในช่วง WFH

นอกจากเหตุผลว่าต้องสวย การจัดเต็มแฟชั่นช่วง WFH ยังมีผลทางจิตวิทยาประกอบด้วยนะ เรียกว่าสาระก็มีจ้า เพราะทางจิตวิทยาบอกว่า การแต่งตัวสวย ๆ จะทำให้คนรู้สึกดีและรักตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม เป็นหลักจิตวิทยาอย่างหนึ่งที่จะช่วยจัดการกับปัญหาสุขภาพจิตที่เกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์เลวร้าย เช่น การไม่สามารถออกไปเที่ยวไหนได้ดังใจ ฯลฯ
เห็นมั้ยเล่าว่า “ดูสวย” ยังไง ก็ดีกว่า “ดูโทรม” อยู่กับบ้านทั้งวันเห็น ๆ

บทความที่คุณอาจสนใจ

แฟชั่นกักตัว พร้อมประชุมด่วนช่วง WFH

LVMH ชื่อนี้ไม่ได้มีแค่หลุยส์ วิตตอง

0

LVMH Moët Hennessy • Louis Vuitton หรือที่นิยมเรียกกันว่า LVHM คือบริษัทมหาชนข้ามชาติของสหภาพยุโรป มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งประวัติความเป็นมาของกลุ่มบริษัทเริ่มต้นจากการก่อตั้งแบรนด์หลุยส์ วิตตอง ในปี ค.ศ. 1854 จากนั้นทางโมเอต์แอนด์ชันด็อน ผู้ผลิตแชมเปญ และเฮนเนสซี่ ผู้ผลิตเหล้าคอนญัก ได้รวมกิจการกันเป็นบริษัท โมเอต์เฮนเนสซี่ ก่อนที่จะควบรวมหลุยส์ วิตตอง ก่อตั้งเป็นเครือ LVMH ในปี ค.ศ. 1987 ปัจจุบันมีบริษัทย่อยประมาณ 60 บริษัท ผลิตแบรนด์สินค้าในเครือมากกว่า 75 แบรนด์ เช่น Louis Vuitton, Christian Dior, Marc Jacobs, Celine, Bvlgari, Givenchy, Fendi และอื่นๆอีกมากมาย ซี่ง LVMH ไม่ได้มีแค่ธุรกิจแฟชั่นและเครื่องหนัง แต่ยังมีธุรกิจนาฬิกาและเครื่องประดับ ธุรกิจเครื่องสำอางที่เรารู้จักกันดี เช่น Fenty Beauty, Guerlain, Benefit ธุรกิจไวน์และแอลกอฮอล์ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รวมไปถึงกิจการร้านค้าปลีกอย่าง Sephora อีกด้วย

LVMH
Cr. pnstorestailer.com

มาถึงตรงนี้สาวๆคงอยากรู้แล้วว่าใครกันนะที่โชคดีได้คลุกคลีกับแบรนด์ดังระดับโลก รวมทั้งรับทรัพย์มหาศาลจากยอดขายจนส่งผลให้ติด Top 3 มหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยที่สุดในโลก (แข่งกับ Jeff Bezos, Elon Musk, Bill Gates, Mark Zuckerberg และ Warren Buffett) เขาผู้นั้นก็คือ Bernard Arnault นั่นเอง ซึ่งก่อนที่จะเข้ามาบริหาร LVMH ในปี ค.ศ. 1971 Bernard ได้ไปรับช่วงต่อที่บริษัทก่อสร้างของพ่อ (คุณแบร์นาร์เรียนจบปริญญาสาขาวิศวกรรม) อีกเกือบ 10 ปีถัดมา เขาได้เก็บเกียวประสบการณ์จนขึ้นเป็นประธานบริษัทต่อจากพ่อ แต่เนื่องจากผลกระทบทางการเมือง ทำให้ต้องย้ายไปอยู่รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่นั่นทำให้เขาเริ่มเห็นเส้นทางธุรกิจแฟชั่น เมื่อกลับมาฝรั่งเศส Bernard ได้เข้าซื้อหุ้นของบริษัท Agache-Willot-Boussac ที่เป็นเจ้าของแบรนด์ Christian Dior และห้างสรรพสินค้า Bon Marche ซึ่งในขณะนั้นกำลังมีสถานะทางการเงินที่ย่ำแย่ เขาได้ใช้ความรู้ความสามารถทางการบริหารธุรกิจและการตลาด ทำให้ Dior ประสบความสำเร็จ สร้างกำไรอย่างงดงามจนกลายเป็นตัวชูโรงของแอลวีเอ็มเอช ซึ่งปัจจุบัน Dior มีหุ้นร้อยละ 40.9% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด Bernard จึงขึ้นแท่นเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กลายเป็นประธานและซีอีโอของทั้งสองบริษัท การขยายอาณาจักรแอลวีเอ็มเอชเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในปี ค.ศ. 1999 ได้เข้าซื้อกิจการ Make Up For Ever แบรนด์เครื่องสำอางสัญชาติฝรั่งเศส ก่อตั้งโดยเมคอัพอาร์ติส Dany Sanz เพื่อเสริมการเสนอขายเครื่องสำอางระดับไฮเอนด์ และพัฒนาการเสนอขายให้กับฐานลูกค้าแฟชั่น ปี ค.ศ. 2011 Bvlgari แบรนด์หรูระดับโลกจากอิตาลี ผู้ผลิตเครื่องประดับและนาฬิกา ตัดสินใจจะร่วมมือกับกลุ่มแอลวีเอ็มเอชเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางประวัติศาสตร์ ค่านิยมงานฝีมือ และเอกลักษณ์ของการพัฒนาระยะยาว งานนี้ LVMH เข้าถือหุ้นถึงร้อยละ 50.4% ของบริษัท ปี ค.ศ. 2014 ร่วมทุนกับ Marco De Vincenzo แบรนด์แฟชั่นสัญชาติอิตาลี โดยถือหุ้นร้อยละ 45% ของบริษัท ในเดือนมกราคม ปี ค.ศ. 2018 LVMH ประกาศยอดขาย 42.6 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน พฤษภาคม ปี ค.ศ. 2019 เปิดตัวแฟชั่นเฮาส์ Fenty ซึ่งสร้างสรรค์โดยนักร้องชื่อดัง Rihanna ในกรุงปารีส เป็นแฟชั่นเฮาส์ใหม่แห่งแรกของ LVMH ในรอบ 32 ปี และเธอเป็นผู้หญิงผิวสีคนแรกที่เป็นหัวหน้าแบรนด์ภายใต้ LVMH ถัดมาอีกสองเดือน LVMH ได้ประกาศความร่วมมือครั้งใหม่เพื่อพัฒนา Stella McCartney House ต่อไป ความรวย ความปังยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ ล่าสุดในเดือนมกราคม ปี ค.ศ. 2021 Bernard ได้ทุ่มเงิน 15.8 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ ซื้อกิจการบริษัทจิวเวลรี่สัญชาติอเมริกัน Tiffany & Co. เข้ามาอยู่ในกลุ่มแอลวีเอ็มเอชได้สำเร็จหลังจากเจรจาต้าอ่วยกันมาแรมปี

มาพูดถึงกลุ่มลูกค้าที่อุดหนุนแบรนด์หรูในเครือกันบ้าง ก็ไม่ใช่ใครอื่นไกลที่ไหน แถบเอเชียเรานี่แหละคือฐานลูกค้าที่ใหญ่ที่สุด ตามมาด้วยประเทศสหรัฐอเมริกา และยุโรป ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเราถึงเห็นศิลปิน K-Pop ศิลปินชาวจีน รวมถึงดารา เซเลบคนไทยเป็น Brand Ambassador, Muse, หรือ Friends ของแบรนด์ต่างๆ เริ่มต้นคนแรกเลย กับน้องลิซ่า ลลิษา มโนบาล หรือ Lisa Blackpink สาวไทยที่ดังไกลในวงการ K-Pop พอเข้ามาเป็น Global Brand Ambassador คนแรกของ Celine ก็ทำให้แฟนคลับหลายๆคนรู้จักแบรนด์นี้กันมากขี้น (แบรนด์นี้ค่อนข้างเป็นที่นิยมเฉพาะกลุ่ม) สารภาพว่าดิฉันเองก็ควักเงินซื้อกระเป๋าตามน้องลิซ่าไปหลายใบ จากที่เมื่อก่อนไม่ค่อยสนใจแบรนด์นี้เท่าไหร่นัก

Lisa
Cr. pnstorestailer.com

ไหนๆพูดถึงน้องลิซ่าแล้ว ไอดอล K-Pop อีกหนึ่งคนที่มาจากวงเดียวกัน นั่นก็คือ Jisoo Blackpink ก็ถูกเชิญให้เป็น Global Brand Ambassador ให้กับ Christian Dior แบรนด์คู่บุญที่ Bernard Arnault บริหารจัดการจนกลายเป็นแบรนด์หรูที่สาวๆหลายคนอยากได้มาครอบครอง

LVMH
Cr. pnstorestailer.com

Louis Vuitton ก็มาพร้อมกับวงบอยแบนด์ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกอย่าง BTS ย้ำว่า “มาทั้งวง” ไม่อยากจะคิดเลยว่าทางแบรนด์ต้องทุ่มทุนหนักขนาดไหน

LVMH
Cr. pnstorestailer.com

ส่วนแบรนด์หรูจากประเทศอิตาลีอย่าง Fendi ก็ไม่น้อยหน้าคว้าตัว Jackson Wang แรปเปอร์หนุ่มชาวฮ่องกง อดีตสมาชิกวง GOT7 ผู้มากความสามารถ ที่ได้รับความนิยมทั้งในเกาหลี จีน และทั่วทั้งเอเชียมาเป็น Brand Ambassador ให้

LVMH
Cr. pnstorestailer.com

ปิดท้ายด้วยสมาชิกอีกหนึ่งคนจากวง K-Pop ที่ตอนนี้ดังระดับโลกแล้ว นั่นก็คือ Rose Blackpink เธอมากับแบรนด์ Tiffany & Co. จิลเวลรี่ยอดฮิตสัญชาติอเมริกัน ที่ตอนนี้เข้ามาอยู่ในเครือแอลวีเอ็มเอชเป็นที่เรียบร้อย

Rose Blackpink
Cr. pnstorestailer.com

ถึงแม้ว่า Bernard Arnault จะเป็นคนที่ร่ำรวยอยู่แล้ว แต่ทางเราคิดว่า แนวคิดของเขาต่างหาก ที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ ร่ำรวยขึ้นมากกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการกวาดซื้อแบรนด์ต่างๆเข้ามาอยู่ในเครือ LVMH เพื่อครองตลาดแบรนด์เนมหรู ไม่ปิดกั้นตัวเองที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ไม่ควบคุมความคิดสร้างสรรค์และรับฟังความคิดใหม่ๆของคนในทีม ทำคุณภาพของผลงานให้มากกว่าผลกำไร สร้างแบรนด์ที่อยู่เหนือกาลเวลา รวมถึงจับกลุ่มเป้าหมายได้ถูกจุด เป็นต้น ยังไงก็ลองนำแนวคิดเหล่านี้ไปเป็นไอเดียในการวางแผนทำธุรกิจของตัวเองกันได้นะคะ

บทความที่คุณอาจสนใจ

4 เทรนด์แฟชั่นที่มาแรงในช่วง covid-19 นี้!!!

บ้านแบบนี้อยู่แล้วรวย เคล็ดลับปรับฮวงจุ้ยหน้าบ้านเรียกทรัพย์

เชื่อว่าหลายๆคนจะซื้อบ้านทั่งทีก็มักจะเลือกจากหลักฮวงจุ้ยบ้าน เพราะมีความเชื่อว่าการจัดบ้านแบบนี้อยู่แล้วดี อยู่แล้วร่มเย็นเป็นสุขอยู่แล้วรวย สมาชิกในบ้านไม่เจ็บไม่ไข้ เงินทองไหลมาเทมา แต่อย่าลืมว่าบ้านที่ดีนั้นต้องมีโครงสร้างที่แข็งแรงมีลมพัดผ่าน อากาศถ่ายเท จัดวางสิ่งของให้เป็นระเบียบและถูกหลักฮวงจุ้ยจึงจะช่วยเสริมพลังงานด้านบวกให้กับเราได้ แต่เรื่องเงินทองน่าจะคือพอยท์หลักของการเสริมฮวงจุ้ยบ้านที่เราอยู่อาศัย อะไรที่เขาว่ากันว่าตั้งไว้มุมนี้เพิ่มไว้มุมนั้นจะช่วยเสริมพลังมงคลรับทรัพย์เราก็มักจะหาทำกัน และจุดที่สำคัญก็คือช่วงหน้าบ้านเพราะไม่ว่าใครผ่านไปผ่านมาหรือมองเข้ามาก็มักจะเห็นด้านหน้าเป็นหลัก เพราะฉะนั้นฮวงจุ้ยหน้าบ้านจึงมีส่วนสำคัญมาก ที่จะช่วยเสริมพลังงานและเรียกทรัพย์ให้กับสมาชิกในบ้าน ถ้าอยากให้เงินทองไหลมาเทมาเราลองมาจัดหน้าบ้านให้ตรงตามหลักฮวงจุ้ยเพื่อเรียกทรัพย์กันดีกว่าค่ะ

ฮวงจุ้ยหน้าบ้านเรียกทรัพย์
Cr.Photo ; southernliving.com aliexpress.com

1.ทิศของหน้าบ้าน

ตามหลักฮวงจุ้ยบ้านเชื่อว่าลมจะพัดเอาพลังงานดีเข้ามาในบ้าน จึงควรเลือกบ้านที่หันไปทาง ทิศใต้ จะดีที่สุด เพราะจะอยู่ในทิศทางลมทำให้มีลมพัดเข้ามาในบ้านตลอด เหมือนเงินที่จะไหลมาเทมาในบ้านไม่ขาด ธุรกิจการค้าเจริญรุ่งเรือง

สำหรับคนที่หน้าบ้านไม่ได้หันไปทางทิศใต้นั้น มีวิธีแก้ดังนี้

  • บ้านที่หันทางทิศเหนือ ถ้าเป็นไปได้ประตูควรอยู่ตรงกลางบ้าน หาน้ำพุ อ่างบัว มาประดับเสริมพลัง เนื่องจากทิศเหนือเป็นทิศที่จะได้รับแดดช่วงเช้า ควรเลือกต้นไม้ที่ไม่ต้องการแดดมากนัก จำพวกไม้ใบหรือต้นไม้ที่ต้องการแดดรำไร เช่น สาวน้อยประแป้ง, เขียวหมื่นปี, เฟิร์นสายพันธุ์ต่างๆ, เดหลี, เศรษฐีขอดทรัพย์, หน้าวัว, ลิ้นมังกร เป็นต้น
  • บ้านที่หันทางทิศตะวันออก ประตูทางเข้าควรอยู่ฝั่งซ้ายจะดีมาก ควรหาอ่างเลี้ยงปลาเพื่อความร่มเย็นเป็นสุข ทิศตะวันออกนั้นเป็นทิศที่รับแดดช่วงเช้าจนถึงเที่ยง ต้นไม้ที่เหมาะจะปลูกสำหรับทิศนี้ควรเป็นต้นไม้ที่ไม่ต้องการแดดจัด เช่น ปีป, เลี่ยน, หลิว, พรมญี่ปุ่น, เฟิน
  • บ้านที่หันทางทิศตะวันตก สำหรับทิศนี้นั้นคนความเชื่อของคนไทยเชื่อว่าเป็นทิศที่ไม่ดีนัก เราควรจัดหาแหล่งน้ำมาไว้หน้าบ้าน หรือติดกระดิ่งลมเรียกทรัพย์ และปลูกต้นไม้จำพวก อโศกอินเดีย, กัลปพฤกษ์, ประดู่แดง, หมากเขียว, หมากแดง, กล้วยพัด หรือกลุ่มไม้เลื้อยที่ใบดกแน่น เพราะทิสนี้จะได้รับแดดแรงมากในช่วงบ่าย
  • บ้านที่หันทางทิศใต้ ซึ่งเป็นทิศที่ดีอยู่แล้วตรงตามหลักฮวงจุ้ยเลย แต่ถ้าปลูกต้นไม้เพิ่มความร่มรื่นอีกสักหน่อยจะดีสุดๆ ไปเลยควรเลือกเป็นไม้ยืนต้นที่ให้ดอกหอม อย่างเช่น  จำปี จำปา ประยงค์ แก้ว กันเกรา ตีนเป็ดน้ำ ลำดวน
ฮวงจุ้ยหน้าบ้านเรียกทรัพย์
Cr.Photo ; architecturaldigest.com

2.ความร่มรื่นและสีเขียวจากต้นไม้

ตามหลักของฮวงจุ้ยของจีนต้นไม้คือ ความเจริญงอกงาม ซึ่งจะช่วยเสริมเรื่องความเจริญรุ่งเรืองทั้งการใช้ชีวิต และเงินทองให้งอกงามดั่งเช่นต้นไม้ เพราะฉะนั้นหน้าบ้านจึงควรมีสีเขียวจากต้นไม้ และความร่มรื่นอยู่แล้วร่มเย็นเป็นสุข หลายคนอาจจะหาต้นไม้มงคลมาปลูกเสริมพลังงานอีกทาง และพยายามอย่าให้ต้นไม้เหี่ยวเฉานอกจากไม่สวยแล้วยังดูไม่เป็นมงคลไปอีก

ฮวงจุ้ยหน้าบ้านเรียกทรัพย์
Cr.Photo ; southernliving.com

3.ทางเดินเข้าสู่ภายในบ้าน

ทางเดินควรไม่มีอะไรเกะกะ จัดวางให้พื้นที่ทางเดินโล่งเดินสบายนอกจากจะไม่ทำให้เกิดอุบัติเหตุแล้วยังส่งผลต่อพลังงานบวก ว่ากันว่าทางเดินที่โล่งจนถึงประตูบ้านนั้นทำให้เงินทองไหลเข้าบ้านได้คล่องขึ้น ถ้าอยากจัดตรงแต่งช่วงทางเดินควรหากระถางต้นไม้เล็กๆ มาประดับตกแต่งด้านข้าง หรือปูหินให้เป็นทางเดินสวยงามน่าเดิน

ฮวงจุ้ยหน้าบ้านเรียกทรัพย์
Cr.Photo ; parenting.firstcry.com

4.สระน้ำหรืออ่างน้ำ

สำหรับบางบ้านอาจะมีสระน้ำในบริเวณบ้านอยู่แล้ว ส่วนบ้างบ้านนั้นด้วยพื่นที่ที่จำกัดไม่สามารถมีสระน้ำได้ เราสามารถหาน้ำพุหรือน้ำตกมาตกแต่งทดแทนได้ไม่ต้องกังวลไป เวลาที่เรามองสายน้ำจะทำให้เรารู้สึกสงบร่มเย็น ตามหลักฮวงจุ้ย เชื่อว่าสายน้ำจะนำพาโชคลาภ ความมั่งคั่ง ความเจริญ เงินทองมาให้ผู้อยู่อาศัยด้วย

ฮวงจุ้ยหน้าบ้านเรียกทรัพย์
Cr.Photo ; fenz.pl

5.รั้วบ้าน

ตามหลักฮวงจุ้ยแล้วรั้วที่ดีจะช่วยเก็บกักเงินทองไม่ให้รั่วไหล แต่แบบไหนที่เรียกว่าดีน่ะหรอ อันดับแรกเลยคือประตูรั้วต้องไม่โล่งเกินไปและไม่เตี้ยเกินไป ความสูงของรั้วและประตูควรอยู่ในระดับเดียวกัน รั้วที่มีเหล็กแหลมควรหันออกไม่ควรหันเข้ามาในตัวบ้าน และสีของรั้วไม่ควรมีสีทึบจนเกินไป

บทความที่คุณอาจสนใจ

ลิซ่านำเทรนด์ ปลุกแฟชั่นลาย Paisley ให้กลับมาฮิตอีกครั้ง