Home Blog Page 1157

แช่ออนเซ็น ชมใบไม้เปลี่ยนสีไปกับบรรยากาศฟินๆที่ Takaragawa Onsen

Autumn@Takaragawa Onsen

Takaragawa Onsen

เมื่อพูดถึงประเทศญี่ปุ่น สิ่งแรก ๆ ที่ผู้คนจะนึกถึงก็คงจะเป็นการไปแช่อนเซ็ง ซึ่งเป็นกิจกรรมยอดฮิตของทั้งชาวญี่ปุ่นเอง และของนักท่องเที่ยวอีกด้วย หากพูดถึงแหล่งแช่อนเซ็งที่บรรยากาศดี และไม่ไกลจากโตเกียวมาก เดินทางสะดวกสบาย ใคร ๆ ต่างก็นึกถึง Takaragawa Onsen ที่นี่เป็นที่พักแบบเรียวกัง ที่มีอนเซ็งที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่เมืองมินาคามิ จังหวัดกุนมะ น้ำพุร้อนของที่นี่เป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติ บ่อกลางแจ้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาลึก ซึ่งมีความเป็นธรรมชาติที่สวยงามเป็นอย่างมาก สำหรับใครที่รักการแช่น้ำพุร้อน หรืออยากลองมาแช่เป็นครั้งแรก ที่นี่ถือเป็นจุดไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้

บ่อน้ำพุร้อนของที่นี่ในแต่ละฤดูก็จะมีความสวยงามแตกต่างกันไป ในฤดูฝนจะพบกับความเขียวสดชื่นของต้นไม้ใบหญ้า และถ้าหากท่านเดินทางมาในฤดูหนาว ก็จะพบกับสีขาวโพลนของหิมะ ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกท่านมาเยี่ยมชม Takaragawa Onsen ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งท่านจะได้พบกับความหลากหลายของสีสัน และอากาศที่หนาวเย็นกำลังดี รับรองว่าสวยงดงาม และฟินสุด ๆ ไม่แพ้ฤดูหนาว และฤดูฝนอย่างแน่นอน ไปเริ่มต้นการเดินทางกันได้เลย

Tips: สามารถจองโรงแรมได้ที่ JAPANiCAN

Takaragawa Onsen

การเดินทางมาที่นี่ง่ายนิดเดียวด้วยการนั่งรถไฟความเร็วสูง Shinkansen ครั้งนี้เราเริ่มต้นที่ JR UENO STATOIN ไปลงที่ JR JOMO-KOKEN STATION ใช้เวลาประมาณ 59 นาที ค่าโดยสาร 5,810 เยน จากนั้นต่อรถ Shuttle bus ของเรียวกังเข้าไป ซึ่งรถบัสนี้ทางเรียวกังจะมีให้บริการฟรี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที (ต้องติดต่อจองกับทางที่พักก่อนเดินทาง) ระหว่างทางรถบัสจะขับตัดผ่านหุบเขา ซึ่งขอบอกเลยว่าเป็น 45 นาทีที่สั้นมาก เพราะวิวสองข้างทางนั้นสวยงามดูเพลินมาก ๆ

Takaragawa Onsen

Tips: หากใครมี Tokyo Wide Pass, JR East Pass หรือ JR Rail Pass สามารถนั่ง Joetsu Shikansen ได้ฟรีนะคะ

เมื่อรถบัสมาถึงที่เรียวกังแล้วจะมีพนักงานของที่พักมาคอยต้อนรับ และอำนวยความสะดวก สิ่งแรกที่เราจะต้องทำ คือเปลี่ยนรองเท้าเป็นของโรงแรมค่ะ จากนั้นก็กรอกข้อมูลเล็กน้อยลงในเอกสาร เมื่อเสร็จแล้วพนักงานจะพาเราไปเลือกชุดยูกาตะสำหรับใส่ตลอดเวลาที่อยู่ที่เรียวกังแห่งนี้ เมื่อเลือกได้แล้วพนักงานจะพาเราไปส่งที่ห้อง และแจ้งเวลาทานอาหารเย็น

ห้องพักที่ Takaragawa Onsen จะมีทั้งหมด 3 ตึก คือ First Annex, Main Building และ East Building ซึ่งวันนี้เราเลือกจองที่ East Building ค่ะ เป็นตึกที่มีห้องพักราคาสูงที่สุดใน 3 ตึก เนื่องจากเป็นห้องพักแบบที่มีห้องน้ำในตัว เมื่อถึงห้องแล้วก็จัดแจงเก็บสัมภาระ และเปลี่ยนเป็นชุดยูกาตะ เพื่อเตรียมตัวลงไปแช่บ่อน้ำพุร้อนกัน

การมาแช่อนเซ็งของที่นี่หากต้องการมาแบบ One day Trip ก็สามารถทำได้นะคะ จะมีค่าบริการ 1,500 เยน/ท่าน ค่าเช่าชุดกระโจมอก 600 เยน (ใส่ลงบ่อได้) ค่าเช่าผ้าเช็ดตัว 100 เยน

อนเซ็งกลางแจ้งของที่นี่จะมีทั้งหมด 4 บ่อ ซึ่งเป็นบ่อรวมทั้งหมด 3 บ่อ และบ่อเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น 1 บ่อ นอกจากนี้ก็ยังมีบ่อที่อยู่ภายในอาคาร East Building อีก 2 บ่อ เป็นบ่อแยกชาย-หญิง เปิดบริการ 24 ชั่วโมงอีกด้วยธรรมเนียมการแช่อนเซ็งของญี่ปุ่นนั้น จะต้องเปลื้องผ้าออกทั้งหมด และล้างตัวก่อนลงแช่ แต่ที่นี่อนุโลมให้ผู้หญิงสามารถนุ่งกระโจมอกที่เรียวกังเตรียมไว้ให้ลงแช่ได้
Tips:โดยปกติแล้วอนเซ็งส่วนมากในญี่ปุ่นจะไม่อนุญาตให้คนที่มีรอยสักลงแช่ หากใครมีควรเช็กกับทางที่พักอีกครั้ง ส่วนที่นี่อนุญาตให้คนมีรอยสักลงได้ค่ะ

ไปพบกับรูปฟิน ๆ ของ Takaragawa Onsen กันเลย

การแช่บ่อน้ำพุร้อนในอากาศหนาว ๆ นั่งแช่ไปชมวิวโดยรอบไป มันมีความสุขมาก ๆ อย่างบอกไม่ถูก เรียกว่าฟินสุด ๆต้องมาลองสักครั้ง รับรองว่าติดใจกลับไปกันทุกรายค่ะ เมื่อขึ้นจากบ่อน้ำพุร้อนมาแล้ว ความอบอุ่นจะเข้าสู่ร่างกายเราค่ะ ทำให้ไม่รู้สึกหนาวเลย แต่จะสบายตัวมาก ๆ

เมื่อแช่อนเซ็งเรียบร้อยแล้ว ก็กลับมาที่ห้องพักเพื่อเตรียมตัวลงไปทานมื้อค่ำกันค่ะ อาหารค่ำทางที่พักจะจัดให้เป็นชุดหม้อไฟให้คนละ 1 ชุด และที่เหลือจะเป็นแบบบุฟเฟต์ค่ะ สามารถเลือกทานได้ตามใจชอบ อาหารก็มีให้เลือกทานพอสมควร รสชาติดีเลยค่ะ

ระหว่างที่เราลงไปทานอาหาร พนักงานจะขึ้นมาที่ห้องพักเพื่อทำการปูฟูกที่นอนให้กับเราค่ะ เมื่อกลับขึ้นมาจะเห็นห้องนอนเป็นตามรูปด้านล่างนี้นะคะ สำหรับใครที่ไม่เคยนอนฟูกแบบนี้ บอกเลยว่าอุ่นสบายมากกกกก หลับแล้วไม่อยากจะตื่น ต้องไปลองสักครั้งนะคะ นอนหลับแบบฟิน ๆ กันยันเช้าเลย

Takaragawa Onsen

ก่อนกลับเพื่อความคุ้มค่า เราก็รีบตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อไปแช่อนเซ็งกันอีกครั้งค่ะ และขึ้นมาเก็บสัมภาระเตรียมตัวขึ้น Shuttle bus กลับ ความน่ารักของชาวญี่ปุ่นก็คือ เมื่อรถเตรียมตัวออกจากเรียวกัง จะมีพนักงานมาตั้งแถวโบกมือลานักเที่ยวจนกว่ารถบัสจะลับสายตา เป็นความประทับใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ของการมาแช่อนเซ็งในครั้งนี้ รถบัสมุ่งหน้าสู่สถานี JOMO-KOGEN เพื่อขึ้น Shinkansen เดินทางกลับสู่โตเกียวต่อไป….


Puerto Princesa – Palawan ที่เที่ยว ฟิลิปปินส์ แบบ Local Style คลิกเลย

 

THE MEDIUM “ร่างทรง” ผู้สืบทอด? ผู้รับกรรม?

0

เรียกได้ว่าเป็นหนังไทย ที่กระแสมาแรงข้ามประเทศกันเลยทีเดียว เพราะตั้งแต่ตัวอย่างหนัง THE MEDIUM ถูกปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการ ก็เป็นที่พูดถึงและถูกวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา กระทั่งเดือนกรกฎาคมหนังไทยเรื่องนี้ก็ได้เข้าฉายในโรงภาพยนต์ที่เกาหลีใต้ และถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก เพราะทางเกาหลีเองก็รอคอยหนังเรื่องนี้ไม่ต่างกับบ้านเรา ส่วนของคิวฉายในไทยนั้นได้ถูกเลื่อนออกไปด้วยสถานการณ์โควิด-19 

และเมื่อสถานการณ์หลาย ๆ อย่างเริ่มดีขึ้น ก็ไม่มีการรีรอใด ๆ อีกต่อไป ภาพยนตร์ “ร่างทรง” ได้ปล่อยภาพโปสเตอร์กำหนดเดือนที่จะได้ฉายในไทยเป็นที่เรียบร้อย นั่นคือ “ตุลาคม 2021″ 

“ร่างทรง” คือภาพยนตร์ที่เป็นโปรเจคข้ามชาติระหว่าง Showbox ค่ายหนังยักษ์ใหญ่จากประเทศเกาหลี และ GDH ค่ายหนังคุณภาพของไทย

ดูแลงานสร้างโดย นา ฮง-จิน ผู้กำกับหนังสยองขวัญจากเกาหลี ที่เคยฝากผลงานอย่าง THE CHASER (2008) , THE YELLOW SEA (2010) และ THE WAILING (2016) กำกับโดย โต้ง – บรรจง ปิสัญธนะกูล จาก พี่มาก..พระโขนง, ห้าแพร่ง, สี่แพร่ง, แฝด และ ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ

“ร่างทรง” หรือ “THE MEDIUM” คือ หนังผีกึ่งสารคดี ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความเชื่อทางไสยศาสตร์ท้องถิ่นทางภาคอีสานของไทย โดยในเรื่องจะตามถ่ายทำครอบครัวหนึ่ง ที่เชื่อในเรื่องเทพเจ้าที่เคารพบูชา และทำหน้าที่เป็นร่างทรง ที่คนในชุมชนเรียกว่า  “ย่าบาหยัน”

อยู่มาวันหนึ่งได้เกิดเหตุประหลาดขึ้นกับหลาน (มิ้ง) ของร่างทรงคนปัจจุบัน (นิ่ม) ซึ่งแม่ของมิ้ง (น้อย) พยายามที่จะไม่เชื่อหรือยอมรับในเรื่องเหล่านี้ เพราะตัวเองนับถือศาสนาคริสต์ จนในที่สุดสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวมิ้งเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนคนในครอบครัวต่างเชื่อว่า มิ้ง คือผู้ที่จะสืบทอดร่างทรงย่าบาหยันคนต่อไป น้อยจึงจำใจที่ต้องยอมให้มิ้งรับขันธ์เพื่อยอมรับการเป็นร่างทรง

แต่… นิ่ม ผู้เป็นป้า (และร่างทรงคนปัจจุบัน) สัมผัสได้ถึงสิ่งที่แปลกกว่านั้น จึงเริ่มตามหาความจริงที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของน้อย ซึ่งก่อนหน้านั้น แม้ก (น้องชายของมิ้ง) ก็ตายจากอุบัติเหตุ และสามีของน้อย (โรจน์) ก็ได้ตายด้วยโรคมะเร็ง ซึ่งนำไปสู่เรื่องราวสุดเข้มข้นในการตามหาความจริงของนิ่ม และวิญญาณที่พยายามจะเข้าสิงร่างของมิ้งคือใคร มันต้องการอะไรจากครอบครัวนี้

“มึงก็ลองทายดูสิ…ว่ากูคือใคร?”

โดยภาพรวมของหนังเรื่องนี้หลังจากที่ได้ดูจบแล้ว สิ่งที่ชัดเจน คือการนำเสนอเรื่องราวผ่านตัวละครหลักโดยการมานั่งสัมภาษณ์ผ่านกล้องของทีมสารคดี อธิบายเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นและความรู้สึกกับสิ่งต่าง ๆ โดยสลับกับการตามถ่ายทำตามติดชีวิตของตัวละครในเนื้อเรื่อง ซึ่งถือว่าเป็นการนำเสนอที่ทำให้เพิ่มอรรถรสในการดูได้เป็นอย่างดี

ถามว่าน่ากลัวมั้ย ก็คงต้องตอบว่า ไม่น่ากลัวแบบที่หวังไว้ แต่สิ่งที่ทำให้อินกับหนังเรื่องนี้คือดนตรีประกอบที่มาถูกจังหวะ และการแสดงของนักแสดงทุกคน ที่แสดงสีหน้าอารมณ์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และสุดท้ายที่หนังเรื่องนี้ทำสำเร็จและทำได้ดีมากคือการได้ถ่ายทอดความเชื่อต่าง ๆ ของคนในพื้นบ้านภาคอีสาน ทั้งพิธีกรรมต่าง ๆ การใช้ชีวิตโดยยึดหลักความเชื่อเรื่องภูตผีที่เข้ามามีบทบาทในการดำรงชีวิตทุกย่างก้าว

ถึงแม้ว่าครึ่งหลังของเรื่องจะเล่าเรื่องเนือย ๆ ไปหน่อย หรือบางทีอาจจะต้องอุทานว่า อิหยังวะ! แต่ก็นั่นแหละ อาจจะเป็นเพราะว่า เรื่องราวของย่าบาหยัน อาจจะยังไม่แมส หรือเป็นที่รู้จักมากเท่าที่ควร เหมือนผีชื่อดังที่เคยเอามาทำเป็นหนังใหญ่และประสบความสำเร็จมาแล้ว แต่เรื่องราวของหนังก็ยังสลับกับฉากที่ตื่นเต้นและการตามหาความจริงจากป้านิ่ม ที่จะช่วยหลาน ให้พ้นจากเคราะห์กรรมนี้ จึงทำให้หนังยังคงน่าติดตามไปจนจบตลอดความยาว 2 ชม.

“ย่าบาหยัน” จะมีจริงหรือไม่ ? ติดตาม “ร่างทรง” ได้ในโรงภาพยนตร์ เข้าฉายพร้อมกันทั่วประเทศ ตุลาคม 2021

THE MEDIUM

นำแสดงโดย

นริลญา กุลมงพลเพชร (มิ้ง)
สวนีย์ อุทุมมา (นิ่ม)
ศิราณี ญาณกิตติกานต์ (น้อย)
ยะสะกะ ไชยสร( มานิต)
บุญส่ง นาคกู่ (สันติ)
ภัคพล ศรีรองเมือง (โปรดิวเซอร์)

กลิ่นตัว ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น อยากตัวหอมต้องทำตามนี้ รับรองเห็นผลจริง!

0

กลิ่นตัวแรง ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น แต่นั่นคือปัญหาใหญ่สำหรับผู้หญิงอย่างเรา จะไปไหนหรือทำอะไรก็มักไม่มั่นใจถ้ายังมีกลิ่นฉุนแรงแบบนั้น สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดกลิ่นตัวนั้นเกิดจากแบคทีเรียจากเหงื่อแต่ไม่ได้เกิดจากเหงื่อ อาจจะฟังดูงงเล็กน้อยแต่เราจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ แบบนี้ค่ะ ความเข้าใจผิดทั่วไปที่ว่าเหงื่อตัวเองทำให้เกิดกลิ่นตัว ในความเป็นจริง เหงื่อของมนุษย์แทบไม่มีกลิ่นเลยนะ กลิ่นตัวเกิดขึ้นเนื่องจากแบคทีเรียบนผิวหนังของคนทำลายโมเลกุลโปรตีนภายในเหงื่อและทำให้เกิดกลิ่นต่างหาก ในร่างกายของเรามีต่อเหงื่อเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น รักแร้ เท้า ขาหนีบ หัวหน่าวหรือบริเวณที่มีเส้นขน หลังใบหู เป็นต้น

กลิ่นตัวไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
Cr.Photo ; generalpostshub.blogspot.com

ต่อมเหงื่อที่เรียกว่า Apocrine มักเริ่มทำงานหนักเมื่อเราก้าวเข้าสู่วัยรุ่น เจ้าต่อม Apocrine จะเริ่มผลิตเหงื่อออกมาแต่เจ้าเหงื่อเนี้ยไม่มีกลิ่นนะคะ แต่เมื่อเหงื่อได้ไปสัมผัสกับแบคทีเรียที่มีอยู่บนร่างกายของเราเราแล้วจึงทำให้เกิดกลิ่นขึ้น

การเลือกรับประทานอาหารหรือยาที่เราต้องทานเป็นประจำก็มีผลต่อกลิ่นตัวเราเช่นกัน อาหารที่ทำให้เกินกลิ่นตัวมีอะไรบ้าง

กลิ่นตัวไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
unsplash.com
  • แอลกอฮอล์

เมื่อเราดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปร่างกายจัขับออกมาเป็นเหงื่อ ซึ่งแน่นอนว่ามันจะส่งกลิ่นออกมาทำให้มีกลิ่นตัว นอกจากนั้นแล้วลมหายใจของเราก็จะมีกลิ่นตามไปด้วยเพราะฉะนั้นพยายามหลีกเลี่ยงไว้จะดีที่สุดค่ะ

กลิ่นตัวไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
Cr.Photo ; Pinterest
  • อาหารที่มีกลิ่นฉุน

แน่นอนว่าอาหารประเภทที่มีกลิ่นเครื่องเทศเยอะๆ จะมีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งก็ขาดไม่ได้ แต่ถ้ารับประทานเยอะมากเกินไปอาจทำให้มีกลิ่นตัวแรงได้ เช่น กระเทียม หัวหอม แม้กระทั้งตระกูลกะหล่ำปลีเพราะในผักตระกูลนี้นั้นมีกรดกำมะถันซึ่งอาจทำให้มีกลิ่นปากได้ และถูกขับออกมาทางเหงื่อได้ด้วยเช่นกัน

กลิ่นตัวไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
Cr.Photo ; Pinterest
  • ยาบางประเภท

เคยยสังเกตไหมว่ายาบางประเภทที่เราทานทำให้เรามีกลิ่นตัวได้ เช่นยาที่เกี่ยวกับอาการทางจิตทางประสาท ฮอร์โมน ยาประเภทนี้หากรับประทานเป็นประจำก็ให้เข้าใจว่า อาจมีผลให้มีกลิ่นตัวแรงขึ้น

กลิ่นตัวไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
Cr.Photo ; lindseyelmore.com

พฤติกรรมที่ควรเลิก

พฤติกรรมบางอย่างของเราก็อาจทำให้เกิดกลิ่นตัวได้ เพราะฉะนั้นเราควรเลิกมันซะ! ถ้าไม่อยากมีกลิ่นไม่พึงประสงค์

  • การใส่เสื้อผ้าซ้าๆ เหม็นอับ
  • อาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดทุกซอกทุกมุม
  • กำจัดขนรักแร้สม่ำเสมอ
  • ดีท็อกซ์ร่างกาย
  • เลือกผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายที่ไม่มีสารเคมีที่ฉุนเกินไป
  • ใส่รองเท้าตลอดเวลาก็ทำให้เกิดกลิ่นได้ ควรหาเวลาพักเท้าและทำความสะอาดซอกนิ้วด้วย
  • หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าหนาๆ หรือฟิตจนเกินไป
  • ผ่อนคลายความเครียด เพราะทำให้เกิดกลิ่นตัวได้เช่นกัน

บทความที่คุณอาจสนใจ

ลิซ่านำเทรนด์ ปลุกแฟชั่นลาย Paisley ให้กลับมาฮิตอีกครั้ง

 

 

 ทะเลหมอก จังหวัดพังงา ไม่ต้องล่า มาได้ทั้งปี ที่ เขาไข่นุ้ย

ใครไปเที่ยวภาคใต้ ต้องไปทะเล ยิ่งจังหวัดพังงา ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยของท้องทะเลอย่างเกาะสิมิลัน แต่วันนี้เราจะพาไปดูทะเลหมอก ที่ เขาไข่นุ้ย

เขาไข่นุ้ย อยู่ไม่ไกลจากท่าเรือทับละมุ ที่ขึ้นเรือไปเที่ยวเกาะสิมิลันกัน ถ้าเดินทางมาจากภูเก็ต เขาไข่นุ้ยจะอยู่ขวามือ ไม่ไกลจากทะเลเลย แต่การเดินทางขึ้นเขาต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญสักหน่อย หรือให้ทาง เจ้าของโฮมสเตย์ที่เราไปพักพาขึ้นไป ซึ่งมีไม่กี่ที่พักเท่านั้นที่เพิ่งเริ่มรวมตัวกันเป็นชุมชน ที่ได้มอบความสุขให้กับนักล่าทะเลหมอก

เขาไข่นุ้ย อยู่ใกล้กับทะเล ที่เป็นอุทยานแห่งชาติ เขาหลักลำรู่ ก็จริง แต่ทำไมมีทะเลหมอกได้ เพราะจังหวัดพังงายังมีอุทยานแห่งชาติคลองพนม หรือ ภูตาจอ ที่ใครสายลุย สายเดินป่า น่าจะไปเปิดเส้นทางใหม่มาก ๆ สำหรับเราแล้ว เขาไข่นุ้ย 1 คืน ก็สุดแสนจะบรรยายแล้ว 

ด้วยความสมบูรณ์ของธรรมชาติ และ เขตอุทยาน ทำให้ต้นไม้ ใบหญ้า ออกดอกผลอย่างเข้มข้น เขียวขจี ยิ่งฉากหลังเป็นทะเลหมอกแล้วสุดแสนจะบรรยาย 

ต้องบอกว่าทะเลหมอกที่ เขาไข่นุ้ย นี่สวย สมบูรณ์ สุดๆ อยากให้เพื่อนๆ ได้ลองมาเที่ยวพังงา และหาเวลาขึ้นมา ซึ่งเราไปเดือน 6 หมอกยังจัดจานขนาดนี้ เจ้าของโฮมเสตย์บอกว่า เดือน 5 นี่เยอะกว่านี้อีก 

เนื่องจากที่ เขาไข่นุ้ย จัดการโดยการรวมตัวกันของชุมชน เลยทำให้มี โฮมสเตย์ น้อยอยู่ ลองเข้าไปดู link และเบอร์โทรติดต่อตามด้านล่าง นี้เลย

ระเบียงหมอก เขาไข่นุ้ย

0808928737

โฮมสเตย์บังไข่ เขาไข่นุ้ย

0932278671

บ้านในหมอกชายนุ้ย

0895931432

ลองเข้าไปเยื่ยมชมนะคะ ใครชอบแบบไหนลองเลือกเอาตามชอบเลยค่ะ ทางโฮมสเตย์จะมีอาหารให้ และเพิ่มเติมติดต่อกับทางที่พักได้เลยค่ะ เช่น หมูกระทะ หรือ อาหารทะเลสดๆ จากท่าเรือ

ภูทับเบิก สวรรค์ ของคนล่า ทะเลหมอก คลิกเลย

5 วิธีเพิ่มพลังบวก สร้างแรงบันดาลใจในแต่ละวัน

0

คนที่มีพลังบวก ก็คือคนที่มักจะคิดบวกอยู่เสมอ ซึ่งในที่นี้หมายถึงคนที่มองโลกอย่างเป็นกลางไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องดีหรือร้าย แต่ก็ไม่ได้หมายความถึงกับ “โลกสวย” ไปซะหมด เพราะในยุคนี้ คนเราจะสามารถคิดบวกไปด้วย และก็ใช้ชีวิตอย่างฉลาดไปด้วยได้เช่นกัน 

 

6 คอนเทนต์ อัพสกิลให้สาว ๆ ดูมีเสน่ห์ขึ้น

ไม่พูดพร่ำทำเพลง จริง ๆ มีคอนเทนต์มากมายที่สามารถหยิบจับได้จากรอบตัวเรา หรือแม้กระทั่งจากตัวเราเอง ที่สามารถทบทวน จัดระเบียบ หรือนำมาปรับปรุง เพื่อสาว ๆ อย่างเราดูดีมีเสน่ห์เพิ่มขึ้น เพียงแค่ลงมือทำ ลุยกันเลยไม่ต้องจัดอันดับ ใครถนัดคอนเทนต์ไหน จับมาจัดทำก่อนเลย รับรองเห็นผลทันทีเมื่อ “ลงมือทำ!”

คอนเทนต์
Picture: pinterest

1.ทบทวนตัวเอง
บางคน WFH มีเวลาเหลือเพิ่มขึ้นล่ะ เอาเวลาเหลือ ๆ มาทบทวนตัวเองดูสักที ถือว่าโควิด-19 จัดเวลาทองให้เราแล้ว เริ่มจากความคิดของเราในช่วงชีวิตที่ผ่านมา สิ่งที่เราทำ งานที่เราทำ ดีไม่ดี ควรปรับปรุงตรงไหน เสร็จแล้วก็ต่อยดไปสู่การตั้งเป้าหมายใหม่ต่อไปได้เลยว่า ต่อจากนี้เราจะดึงศักยภาพอะไรในตัวออกมาใช้ประโยชน์ให้ได้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ขอให้เชื่อ ว่าทุกคนมีดีอยู่ในตัว

คอนเทนต์
Picture: huawei.com

2.วางแผนกิจกรรมที่อยากจะทำ
จะว่าไปก็คือแผนการเพิ่มประสิทธิภาพและการพัฒนาตัวเองดี ๆ นี่เอง พอรู้ตัวว่ารัก ชอบ อยากทำอะไรแล้ว ก็วางแผนเลย บางคนอาจจะมีสกิลพื้นฐานอยู่บ้าง หรือบางคนอยากทำมานานต้องทำตั้งแต่เริ่มต้น ก็กำหนดเป็นขั้นตอนเลยว่า จะเริ่มทำอะไรเมื่อไร อย่าเอาแต่คิด เขียนออกมาแล้วลงมือทำตามแผนนั้น ผลงานเป็นชิ้นเป็นอันก็จะออกมาให้แน่นอน งานนี้นอกจากเก่งขึ้น ยังจะมีผลงานไปโชว์ แลกเปลี่ยนพูดคุยกับเพื่อนหรือคนที่ชอบกิจกรรมเหมือน ๆ กันได้ด้วย

คอนเทนต์
Picture: pinterest

3.ทดลองเรียนรู้สิ่งใหม่ที่ไม่เคยคิดจะทำ
อันนี้เป็นโหมดท้าทายตัวเอง คนเราเวลาลองทำอะไรที่ไม่เคยทำ ไม่คุ้นเคย สมองจะถูกกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ ยิ่งถ้าทำได้สำเร็จ รับรองสารแห่งความสุขจะหลั่งไหลให้ยิ้มหน้าบานกันเลย ถ้าไม่รู้จะเรียนอะไรใหม่ ไปค้นหาแรงบันดาลใจในยูทูป กูเกิล โซเชียลมีเดียอื่น ๆ หรือจะดูจากหนังในเน็ตฟลิกซ์ก็ยังได้นะ

คอนเทนต์
Picture: pinterest

4.เรียนออนไลน์
นอกจากได้วิชาที่ลงเรียน ยังได้เพื่อนใหม่ ได้สังคมใหม่ ๆ และยังได้ฝึกสกิลการสื่อสารผ่านระบบดิจิทัลที่เป็นความจำเป็นของการเรียนและการทำงานยุคนี้ไปในตัวอีกด้วย

คอนเทนต์
Picture: pinterest

5.อ่านหนังสือ
เป็นการแบ็กทูเบสิก บางคนอาจจะไม่เคยจับหนังสือมานานมากกกก ตั้งแต่รู้จักยูทูบ เน็ตฟลิกซ์ หรือแค่เฟซบุ๊ค ลองย้อนกลับไปสู่โหมดการหาความรู้และความบันเทิงยุคดั้งเดิมแบบการอ่านหนังสือ นอกจากเพลินอาจจะได้สมาธิจนเกิดไอเดียใหม่ ๆ ขึ้นมาก็ได้ แล้วก็นะรู้มั้ย ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย เวลาตั้งใจอ่านหนังสือ ดูดีทุกคน!

คอนเทนต์
Picture: pinterest / Starbucks Thailand

6.ฝึกใช้งานแอปฯ สั่งอาหาร
ทำไมต้องฝึก เรื่องแบบนี้ถือเป็นสกิลที่เพื่อนในกลุ่มชื่นชอบได้นะ ถ้าคุณเป็นนักเก็บคูปอง สะสมแต้ม รู้เทคนิคการสั่งเพื่อให้ค่าบริการถูกลง เพราะแอปฯสมัยนี้มีโปรฯจนดูกันไม่ทัน บางคนเห็นโปรฯแล้วใช้ไม่เป็นก็ยังมี ถ้าคุณเป็นมือสั่งที่ได้ของถูก ไว ค้นหาได้ทุกอย่างที่เพื่อนอยากกิน รับรองใคร ๆ ก็รักเลย

เห็นมั้ยว่า ทุกวันนี้ ดิจิทัลทำห้โลกของเรารายล้อมไปด้วยคอนเทนต์หลากหลายและสารพัดรูปแบบ อยู่ที่เราจริง ๆ ว่าจะอัพเกรดสิ่งที่มีอยู่รอดตัวให้กลายเป็นสกิลที่มีเสน่ห์ของเราได้อย่างไร

อ่านบทความอื่น ๆ

กัญชาเมดอินเยอรมนี เขาใช้ทำอะไรบ้างน้าา

น้ำนมจากพืช เลือกใหม่สำหรับคนใส่ใจสุขภาพ

Puerto Princesa – Palawan ที่เที่ยว ฟิลิปปินส์ แบบ Local Style

Puerto Princesa – Palawan ที่เที่ยว ฟิลิปปินส์ แบบ Local Style

Puerto Princesa

ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นประเทศที่มีหมู่เกาะเล็กๆ อยู่เยอะมาก ขึ้นชื่อในเรื่องของทะเล ที่สวยใส ติดอันดับโลกเลยก็ว่าได้ แต่ที่ฟิลิปปินส์ยังมีอีกมุมมองนึงที่น่าสนใจ ที่ Puerto Princesa บนเกาะ Palawan ทุกอย่างยังคงความเป็นธรรมชาติ ชนบทแบบ Local สุดๆ ที่อยากลองไปสัมผัสสักครั้ง

Puerto Princesa

ค่าเงินที่ ฟิลิปปินส์ เป็นค่าเงิน เปโซ ซึ่งคำนวณเป็นเงินไทย 1 เปโซ จะราวๆ 0.6 บาท ถือว่าค่อนข้างถูกพอสมควรค่ะ ค่าเงินถูกแบบนี้ ของใช้ และอาหารที่นี่ก็ถือราคาเบามากถ้าเทียบกับบ้านเรา โดยเฉพาะอาหารทะเล เก๋กู๊ดสุดๆ

ที่ เปอร์โตพรินเซซา ยังคงความเป็นวิถีชนบทมากๆ แม้แต่อาคาร บ้านเรือน ร้านต่างๆ ขนาดถ่ายภาพออกมายังได้ฟิลเหมือนเราใช้ฟิลเตอร์ภาพฟิล์มแบบนั้นเลยค่ะ ดูเป็นวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ไม่ได้วุ่นวายมากนัก อาจจะเป็นเพราะเป็นเมืองเล็กๆบนเกาะ ที่น้อยคนจะรู้จัก

Puerto Princesa

การเดินทางของเราในครั้งนี้ ก็จะต้องนั่งเครื่องไปลงที่มะนิลาก่อน แล้วต่อเครื่องบินภายในประเทศมาลงที่ เปอร์โตพรินเซซา อีกที แล้วหลังจากนั้น การเดินทางของเราบนเกาะนี้ก็จะใช้เป็นรถสาธารณะ ที่คล้ายๆสามล้อบ้านเรา แต่เอามอเตอร์ไซต์มาทำเป็นรถพ่วง เริ่ดมั้ยล่ะคะ 555+ ขึ้นครั้งนึง ตกคนละประมาณไม่เกิน 10 บาท

Puerto Princesa

สำหรับร้านอาหารในเมืองนี้ ถือว่าค่อนข้างหาร้านดีๆยากอยู่นะคะ ถ้าที่เจอจากการเสิร์ชบน Google Map ก็จะมีร้าน Badjao Seafront Retaurant ร้านนี้แหละค่ะ ที่คิดว่าโอเคสุด ประตูทางเข้าไปในร้านล้อมรอบไปด้วยไม้ป่าโกงกาง ก็บ่งบอกได้ว่าที่นี่ ยังคงเป็นความธรรมชาติอยู่พอสมควรเลยค่ะ

เมนูอาหารที่นี่ ถือว่าคล้ายกับบ้านเราอยู่บ้างนะคะ แต่จะเน้นไปในเรื่องของอาหารทะเลซะส่วนใหญ่ เพราะที่นี่หาง่ายกว่า หมู หมา กา ไก่ ก็คือ สัตว์ทะเลนี่แหละค่ะ แถมราคาไม่แรงด้วยนะคะ น้ำจิ้มซีฟู้ดที่นี่แปลกมาก คล้ายๆน้ำส้มสายชูหมัก หรือน้ำหมักเกลืออะไรสักอย่าง ซึ่งเราว่ารสชาดมัน ไม่ได้เลย 555+ เลยขอพริก มะนาว น้ำปลา มาปรุงเอง แต่ที่แปลกตาเห็นจะเป็นมะนาว เพราะมะนาวที่นี่คือ ส้มจี๊ด บ้านเราค่า มันเป็นความเปรี้ยวอมหวานไปอีก ก็เป็นเรื่องที่แปลกดี

พีคสุดคือการไปเดินตลาดสดของที่นี่ค่ะ คุณพระ! ทูน่าตัวใหญ่ๆวางขายเต็มตลาด ขายเพียงราคากิโล 180เปโซ ตกราวๆกิโลละ 100 บาท โอ้โห อาซาบาลาเฮ่มาก 555+ ถูกจริงจัง นอกจากนี้ก็ยังมี กุ้ง หอย ปู ปลาแบบบิ๊กไซส์วางขายเต็มเลยค่ะ โอ้ยยย อยากซื้อส่งกลับบ้าน แต่กลัวจะเน่าก่อน

อีกสิ่งหนึ่งที่รู้สึกว่า สะดุดตา เพราะเห็นเริ่มมีขายเยอะในบ้านเรา ก็คือสาหร่ายพวงองุ่นค่ะ เค้าวางใส่จานใหญ่ๆขายเพียง จานละ 100 เปโซ แล้วเม็ดมันใหญ่ พวงใหญ่มาก น่าซื้อไปทำยำสาหร่ายสุดๆ

อ้อแล้วก็ตลาดที่นี่จริงๆมีมะนาว ที่เป็นมะนาวจริงๆขายนะคะ แต่ราคาค่อนข้างสูง น่าจะสูงกว่าราคามะนาวบ้านเราด้วยด้วยค่ะ ถ้าได้ไปรอบหน้าตั้งใจไว้ว่าจะพก มะนาว น้ำปลาไปเอง 555+

Puerto Princesa

มาถึงฟิลลิปปินส์ทั้งที จะขาดไม่ได้เลยคือการออกไปลงทะเล เพราะทะเลที่นี่วิวสวย น้ำใสเห็นตัวปลา ขึ้นชื่อจริงๆค่ะ ตอนที่มองเห็นวิวทะเลที่นี่ คือใสสะอาด สุดลูกหูลูกตา มันเป็นธรรมชาติที่ยังดูสดใหม่อยู่เลย นั่งกินลมชมวิว คือสดชื่นมาก รู้สึกปอดสะอาดสุดๆ และวันนี้ก็เป็นวันที่โชคดีของเราที่ฟ้าเปิด

Puerto Princesa

เรือของฟิลิปปินส์ อย่างเรือประมง เค้าจะมีความเป็นเอกลักษณ์ตรง ปีกข้างที่ทำยื่นออกมาค่ะ คือถ้าใครเห็นภาพที่มีเรือแบบนี้อยู่ก็อาจเดาได้ไม่ยาก ว่าที่นั่นคือ ฟิลิปปินส์ การนั่งเรือแบบนี้ถือว่าโอเคค่ะ ไม่ค่อยรู้สึกโครงเครง ชิลๆสบายๆ ดีต่อใจสุดๆไปเลยแกร

รู้สึกพลาดมาก ที่ตอนนั้น Gopro ยังใช้ไม่ค่อยเป็น ก็ถ่ายได้บ้างไม่ได้บ้าง ซึ่งที่เห็นอยู่นี้จะเป็นเกาะ Star Fish ตามชื่อเลยค่ะ ก็จะมีปลาดาว นอนเรียงรายอยู่ใกล้ๆหาด สามารถยืนดูได้เลย เพราะน้ำใสมาก ก.ไก่ล้านตัว แค่ดำ Snokeling ก็แฮปปี้มากแล้วค่ะ

ที่นี่เค้าขายอาหารทะเลสดๆเป็นเรื่องปกติมากเลยค่ะ อย่างหอยเม่นนี้ก็จะมีให้เราเลือกเป็นตัวๆ เสร็จแล้วคนขายก็จะทำการตัดหนาม และผ่าให้เรากินสดๆ กับน้ำจิ้มซีฟู้ดหมัก ที่รสชาดไม่ได้เลย 555+ หอยเม่นถึงหน้าตาจะดูไม่เหมือนตามร้านอาหารญี่ปุ่นที่หลายคนไปทานสักเท่าไหร่นะคะ แต่รสชาดคือได้เลย คือโอเคมาก และราคาไม่แพงด้วย

ตอนเย็นหลังจากกลับมาจากร่องเรือไปดำน้ำแล้ว เราก็เดินหาร้านอาหารกัน จริงๆร้านอาหารที่นี่เมนูค่อนข้างจะเหมือนกันแทบทุกร้าน อยู่ที่ว่าอยากเลือกนั่งร้านที่มีบรรยากาศแบบไหนเท่านั้นเองค่ะ และจะบอกว่าที่นี่ยังมีเมนูทีเด็ดอีกหนึ่งอย่าง ที่ไหนๆมาแล้วก็ขอลองสักครั้ง

Puerto Princesa

มันคือ หนอน ค่ะ ใช่ค่ะ อ่านไม่ผิด หนอนจริงๆ ตัวยาวๆใหญ่พอสมควร หลังจากได้งับไปนิดนึง ฟิลมันคล้ายกับหนวดปลาหมึก ข้างนอกจะกรุบๆ แต่ข้างในจะน้ำๆหน่อย ถามว่ากินต่อมั้ย ก็ไม่นะ 555+ คำเดียวรู้เรื่อง! แต่อย่างน้อยก็ถือว่าได้ลองแล้ว

ถ้าใครอยากมาลองสัมผัสวิถีชาวเกาะ แบบชนบท Local สุดๆ ต้องลองมาที่ เปอร์โตพรินเซซา บนเกาะปาลาวันค่ะ มันคนละฟิลกับไปเที่ยวทะเลใต้บ้านเรา และของที่นี่ราคาไม่แพง ได้มาเห็นบรรยากาศใหม่ ในการใช้ชีวิตเรียบง่ายอีกมุมนึง เราอยู่ที่นี่ แทบจะไม่ได้จับมือถือเลยค่ะ รู้สึกว่า มีอะไรน่าสนใจมากมายที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

 

5 Beach Club บรรยากาศสุดเจ๋ง สำหรับคนชอบปาร์ตี้ ไม่ควรพลาด คลิกเลย

 

ทดลองกินดื่ม แนววิทยาศาสตร์ ในโรงงานยาเก่า Beaker and Bitter

เปิดให้นั่งกินดื่มที่ร้าน มาได้ไม่เท่าไหร่ หลายคาเฟ่เต็มไปด้วยผู้คนที่เข้าไปด้วยความอัดอั้น จากการอยู่แต่บ้าน Beaker and Bitter คือตอบโจทย์

คาเฟ่แห่งนี้ก็เช่นกันที่ได้รับความนิยมจากกลุ่ม Cafehopper เพียงแต่สิ่งที่ต่างออกไปคือ ภายในเงียบ และที่นั่งเพียบ พร้อมตอบโจทย์คนที่ชอบนั่งทำงานในคาเฟ่

Beaker and Bitter คาเฟ่ที่นำพื้นที่โรงงานยาอายุกว่า 50 ปี มาปรับเปลี่ยนให้เป็นคาเฟ่สุดเก๋ ด้วยฝีมือของคนในครอบครัวบิ้วด์ภีมณพัชญ์ ธนชาญวิศิษฐ์บวกกับดีไซน์สุดครีเอทีฟจากเคนนี่เขม อินทรรักษ์ผู้รังสรรค์ธีมสุดเก๋ของร้านนี้

คาเฟ่สไตล์ห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์แห่งนี้ ให้ความรู้สึกย้อนวัยไปสมัยที่มัธยมช่วงคาบเรียนวิทยาศาสตร์ เข้าห้องแล็บ พร้อมกับหยิบบีกเกอร์ และหลอดทดลองต่าง ๆ มานั่งพิสูจน์หลักการทางวิทย์ฯ ต่าง ๆ มากมาย หลายต่อหลายครั้ง แต่วันนี้ กับคาเฟ่แห่งนี้ เราได้ใช้อุปกรณ์เหล่านั้นมาเป็นภาชนะในการใส่เครื่องดื่มของทางร้าน เหมือนจำลองเหตุการณ์ในวัยเด็กกลับมาอีกครั้ง ซึ่งกล้าพูดเลยว่า ยังไม่มีคาเฟ่แห่งไหนนำไอเดียเหล่านี้มาใช้ และเป็นธีมหลักของร้านที่น่าสนใจขนาดนี้

ด้วยความที่คาเฟ่แห่งนี้เป็นโรงงานยามาก่อน ทำให้กลิ่นไอของความเป็นห้องทดลองชัดเจน แบบไม่ต้องแต่งเติมอะไรมาก ทุกมุมภายในร้าน สามารถบอกเล่าเรื่องราวความเป็นโรงงานยาได้อย่างดี ทำให้ลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามาสนุกสนาน ไปกับกิมมิกที่ทางร้านเตรียมไว้ให้ ทั้งการหยิบเสื้อกาวน์ แว่นตา เครื่องฟังเสียงหัวใจ มาสวมใส่เพื่อถ่ายรูปได้ ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าได้สนุกมากยิ่งขึ้น 

นอกจากนี้เจ้าของร้านยังคิดธีมมาให้ลูกค้าได้ร่วมสนุกมากยิ่งขึ้น กับกิจกรรมหาหนูทดลองที่หายไป ที่สนุกกันทั้งฝ่ายพนักงานที่เป็นคนหาที่ซ่อนทุกเช้า และฝ่ายลูกค้าที่แทบจะพลิกร้านหาว่าหนูทดลองหายไปซ่อนที่ไหน ถ้าใครหาหนูทดลองเจอและนำมาคืนจะได้รับเครื่องดื่มฟรีหนึ่งแก้วเป็นของตอบแทน

เมนูเครื่องดื่ม และเบเกอร์รี่ของที่นี่น่าสนใจตั้งแต่ชื่อเมนู ไปจนการจัดเสิร์ฟให้กับลูกค้า นอกจากนี้ อีกสิ่งที่น่าประทับใจนั่นก็คือสิ่งที่เห็นว่าเป็นพลาสติกในร้านอย่างแก้ว ฝา หลอด นั้นเป็นพลาสติกแบบ Biodegradable ทั้งหมด แม้แต่ถุงขยะที่ลูกค้ามองไม่เห็นก็เป็นพลาสติกแบบ Biodegradable เช่นกัน ด้วยความตั้งใจของทางร้านที่อยากจะรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อม ๆ กัน

ซึ่งช่วงสถานการณ์โควิดตอนนี้ ทางร้านเปิดให้บริการตามปกติ สามารถนั่งทำงานในส่วน Alpha Lab ได้ มีที่กั้นระหว่างโต๊ะ หรือจะสั่งเดลิเวอรีก็ได้เช่นกัน เมนูที่อยากแนะนำคือ

 Black and White

R.I.P Black Coffee

Peach Tea
Lemon Tart Meringue

Beaker and Bitter ตั้งอยู่ที่ซอยสายลม 1 สามเสนใน พญาไท กรุงเทพฯ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00 – 20.00 . 

Z1mplex Mixology Laboratory คลิกเลย

ท่องไปใน นิยาย คาเฟ่ บรรยากาศ ชวนฝัน แบบ เทพนิยาย

วันนี้อยากจะ Heal ตัวเองด้วยการพักผ่อน จิบกาแฟดี ๆ กับเบเกอรี่อร่อย ๆ ในกรุง ท่ามกลางบรรยากาศสวนสวย ให้ได้รู้สึกผ่อนคลายหลังจากการทำงานอันเหนื่อยล้ามาหลายเดือน เราเลยขอพาทุกคนมาสัมผัสกับบรรยากาศดี ๆ เสมือนอยู่ในนิยายไปด้วยกัน

บรรยากาศสวนภายนอก

นิ ย า ยคาเฟ่สวนสวย ดีไซน์ชวนฝัน คือที่แรกที่เรานึกถึง หลังจากคลายล็อคดาวน์ และสามารถนั่งทานอาหารเครื่องดื่มในร้านได้ 

สไตล์การออกแบบ

นิยาย คือคาเฟ่สวยสวยย่านตลิ่งชัน ถูกออกแบบมาให้มีสไตล์แบบอิงลิชคอทเทจ ทำให้มีบรรยากาศแบบชวนฝันราวกับท่องเข้าไปในเทพนิยาย 

 ภายในร้าน

ภายในโอบล้อมด้วยธรรมชาติ ทั้งสีเขียวของต้นไม้ และสีสันจากไม้ดอกนานาพันธุ์ พร้อมกับโรงเรือนกระจกที่รายล้อมไปด้วยแคคตัส และไม้ใบที่กำลังได้รับการนิยมปลูกกันอยู่ตอนนี้ ทำให้กลายเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มของคอกาแฟ และสายคาเฟ่

 มุมมองภายนอก

ซึ่งนอกจากการดีไซน์สวนสวยของเขาจะน่าสนใจแล้ว เรื่องของอาหาร และเครื่องดื่มก็มีความสวยงาม และรสชาติดีไม่แพ้กัน วันนี้เราลองสั่งเครื่องดื่มมาสองแบบ เริ่มต้นจาก 

 Espresso Mandarin

กาแฟเอสเพรสโซ่ช็อต พร้อมกับน้ำส้มสด มีเกล็ดส้มเจือหน่อย ๆ ได้ความสดชื่นของน้ำส้มแท้ ๆ ผสมกับความเข้มข้นของกาแฟ เป็นเมนูเครื่องดื่มที่ช่วยเติมเต็มวันนั้น ๆ ได้อย่างดี

Matcha

สำหรับสายชาเขียว ขอแนะนำให้ลิ้มรสความเข้มข้นของเมนูนี้ มีให้เลือกทั้งร้อน เย็น และปั่น ชอบแบบไหน รับความเข้มข้นไปเท่า ๆ กัน หอมทั้งกลิ่นชาเขียวเข้มๆ และกลิ่นของนมสด พร้อมความหวานมัน

ของหวาน

พร้อมเลือกขนมเค้กมาทานคู่กับเครื่องดื่ม เป็น Macadamia Cake เป็นเนื้อเค้กช้อกโกแลตเนื้อเค้กนุ่ม ๆ ราดด้วยซอสคาราเมล ที่ท็อปด้วยแมคคาเดเมีย ทานคู่กับเครื่องดื่มได้ทุกรูปแบบ 

อาหารคาว หวานเพิ่มเติม

ส่วนเมนูอาหารอื่น ๆ นั้นมีให้เลือกอีกมากมาย ทั้งข้าวราดสไตล์อาหารไทย สลัด สำหรับคนรักสุขภาพ สปาเก็ตตี้แบบอิตาเลียน หรือของว่างทานเล่น เช่น โรตีแกงเขียวหวานไก่ ปีกไก่ทอด ฯลฯ ให้คุณได้เลือกทานกัน

นิ ย า ยตั้งอยู่บนถนนทุ่งมังกร ซอยทุ่งมังกร 8 ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ

มีที่จอดรถกว้างขวาง พร้อมเปิดให้ท่องไปในดินแดนสวนสวยทุกวัน จันทร์ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10.30 – 19.00 เสาร์อาทิตย์ เวลา 9.00 – 18.30 และหยุดทุกวันพุธ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 063-443-1961

The Barn Brasserie คลิกเลย

5 เก้าอี้สุดปัง! ดีไซน์เด่นเหนือกาลเวลา

5 เก้าอี้สุดปัง! ดีไซน์เด่นเหนือกาลเวลา

ทำความรู้จักกับเหล่าเก้าอี้สุดปัง ที่แม้ออกแบบมาแล้วเนิ่นนาน แต่ปัจจุบันก็ยังโด่งดัง เป็นที่นิยมมิเสื่อมคลาย บางไอเทมมีการปรับสี/เปลี่ยนวัสดุใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย และการตกแต่งอันหลากหลายแถมทั้งหมดเคยถูกนำไปอวดโฉมประกอบฉากภาพยนตร์และรายการต่างๆ เพียบ! ที่สำคัญแต่ละชิ้นยังเป็นผลิตผลทางความคิดของเหล่าดีไซเนอร์หัวกะทิระดับโลกอีกด้วย 

5 เก้าอี้
Cr. Photo : einrichten-design.com

LC2

ผลงานคิดนอกกรอบไม่เหมือนใครของ Le Corbusier สถาปนิกชาวฝรั่งเศส-สวิส ที่นำโครงสร้างเฟรมเหล็กด้านในมาไว้ด้านนอก! ส่วนของที่นั่งบุด้วยวัสดุโพลียูรีเธนและเส้นใยธรรมชาติที่มอบสัมผัสนุ่ม พร้อมกับหุ้มตรึงด้วยเครื่องหนังสีดำสุดเท่ จนขึ้นแท่นเป็นงานดีไซน์ไอคอนอันโด่งดังในปี 1929 ต่อมาในปี 1964 แบรนด์ Cassina ได้รับสิทธิ์ในการผลิต ก่อนปัจจุบันจะออกแบบให้มีสีสันละลานตา ตอบโจทย์การตกแต่งห้องหับได้หลากหลายยิ่งขึ้น (ดูสินค้าได้ที่ Euro Creations )

5 เก้าอี้
Cr. Photo : einrichten-design.com

Armchair Serie Up

นับเป็นงานโมเดิร์นสุดจี๊ด ที่ดูแหวกแนวในปี 1969 ซึ่งรังสรรค์โดย Gaetano Pesce สถาปนิกชาวอิตาลีหัวอาร์ติสท์ ที่หยิบนำเรือนร่างของสตรีเพศผู้ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวน มาออกแบบเป็นรูปทรงได้เก๋ไก๋ สะท้อนสัญลักษณ์เชิงศิลปะ แทนความเลื่อมล้ำระหว่างหญิงและชายได้แบบไม่ซ้ำทางใคร เป็นทั้งของใช้และของโชว์ ที่แม้วางตั้งไว้เฉยๆ ก็ดูเท่ ทรงพลัง ราวกับชิ้นงานประติมากรรมสุดล้ำค่าในบ้านทีเดียว (ดูสินค้าได้ที่ B&B ITALIA STORE BANGKOK)

5 เก้าอี้
Cr. Photo : einrichten-design.co.uk

Eames Lounge Chair and Ottoman

ผลิตผลสุดปังของคู่รักนักออกแบบระดับโลกอย่าง Charles และ Ray Eames ซึ่งถูกผลิตขึ้นในปี 1956 โดยเริ่มต้นมาจากทั้งคู่ทำขึ้นเพื่อมอบเป็นของขวัญให้แก่ Billy Wilder ผู้กำกับภาพยนตร์ ผู้เป็นเพื่อนเกลอของพวกเขา ก่อนจะถูกตีแผ่ในรายการ Arlene Francis Home Show (ช่อง NBC) จนโด่งดังในที่สุด และด้วยความที่มีดีไซน์คลาสสิกแกมหรูหรา แถมนั่งสบาย จึงทำให้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผลงานศิลปะถาวร ที่ถูกจัดแสดงขึ้นในพิพิธภัณฑ์ Museum of Modern Art ณ กรุงนิวยอร์กนั่นเอง (ดูสินค้าได้ที่ Chanintr)

5 เก้าอี้
Cr. Photo : zorrobot.de

RED AND BLUE CHAIR

เก้าอี้ในตำนานของ Gerrit Thomas Rietveld สถาปนิกชาวดัทช์ ที่แหกกฎการออกแบบ โดยนำภาพกราฟฟิค ของศิลปินชื่อดังอย่าง Piet Mondrian และ Theo van Doesburg มาเป็นแรงดลใจในการดีไซน์ จนขึ้นแท่นเป็นงานคลาสสิคที่ยืนหยัดมาจนถึงปัจจุบัน โดยความเท่ของมันคือการนำสีดำมาผสานเข้ากับสีแดง น้ำเงิน เหลืองได้อาร์ต… และโดดเด่น แถมวัสดุไม้บีชและไม้อัดที่นำมาถ่ายทอดยังเชื่อมต่อกันได้เท่แบบไร้เดือยและข้อต่อ (ดูสินค้าได้ที่ Euro Creations )

5 เก้าอี้
Cr. Photo : fritzhansen.com

Egg Chair

ไอเทมสุดฮ็อตในปี 1958 ออกแบบเน้นรูปทรงที่โอบรับสรีระท่านั่งอันแสนสบาย โดย Arne Jacobson นักออกแบบชาวเดนมาร์ก ซึ่งรูปทรงเริ่มต้นมาจากการปั้นดินเหนียวเพื่อสร้างงานประติมากรรม รวมถึงทางดีไซเนอร์ได้นำแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจาก Womb Chair ของ Eero Saarinens แต่ดัน… กลับโด่งดังกว่าซะอย่างนั้น โดยเริ่มเป็นที่ประจักษ์ในความงามมากขึ้น ตอนที่นำไปจัดวาง ณ ล็อบบี้โรงแรม Royal กรุงโคเปนเฮเกนนั่นเอง ปัจจุบัน Egg Chair ยังเป็นเก้าอี้ที่ถูกนำไปก๊อปปี้กันเยอะมาก…  (ดูสินค้าได้ที่ The House no.14/1)

บทความน่าสนใจ : Pakkret House บ้านท้าแดดสุดเท่ ยืนตัวเด่นหรา… ได้อย่างมีกึ๋น