Home Blog Page 1060

ลองดูมั๊ย? นั่งรถไฟเที่ยวเชียงใหม่ 2 วัน 1 คืน แบบไม่ลางาน(สำหรับสายโหด)

ลองดูมั๊ย? นั่งรถไฟเที่ยวเชียงใหม่ 2 วัน 1 คืน แบบไม่ลางาน(สำหรับสายโหด)

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ ชาว Inzpy ทุกท่าน เรามีแพลนเที่ยวเด็ด ๆ มาแนะนำอีกเช่นเคย สำหรับวันนี้ เราจะพาทุกท่าน นั่งรถไฟเที่ยวเชียงใหม่ 2 วัน 1 คืน กันค่ะ หลาย ๆ คนคงจะตกใจว่า ทริปแบบนี้มันจะเป็นเช่นไร แล้วไปเที่ยวไหนได้บ้าง วันนี้เราจะพาไปดูกันค่ะ

นั่งรถไฟเที่ยวเชียงใหม่
เริ่มแรกเรามาทำการจองตั๋วรถไฟก่อนเลยค่ะ สำหรับขาไป มีเที่ยวแนะนำอยู่ 2 เที่ยวค่ะ คือ รถไฟด่วนพิเศษ ขบวนที่ 13 เวลาออก 19.35-08.40 น. หรือ รถไฟด่วนพิเศษ CNR ขบวนที่ 9 เวลาออก 18.10-07.15 น. ค่ะ ถ้าใครเลิกงานแล้วมาขึ้นรถไฟได้ไว แนะนำว่าให้เลือกขบวนหมายเลข 9 นะคะ ถึงไวกว่า และตรงเวลากว่าค่ะ ส่วนขบวนที่ 13 มีความเสี่ยงที่รถไฟจะถึงช้ากว่ากำหนดมากกว่า สามารถเข้าไปดูรีวิวฉบับเต็มได้ค่ะ ทั้ง 2 ขบวนนี้ สามารถเลือกได้ทั้งแบบประหยัดเป็นตู่นั่งแบบพัดลม หรือแบบราคาสูงขึ้นไปหน่อย แต่สบายแบบตู้นอนปรับอากาศ เลือกเอาตามงบประมาณได้เลยค่ะ

เมื่อจองตั๋วเรียบร้อย ก็เดินทางไปขึ้นรถไฟได้เลยค่ะ ถ้าใครทำการจองตั๋วรถไฟแบบออนไลน์ไปแล้ว ก็สามารถแคปหน้าจอที่มือถือ แล้วเดินขึ้นขบวนรถไฟได้เลยค่ะ ไม่ต้องไปทำการออกตั๋วโดยสารใหม่ เจ้าหน้าที่จะเช็คตั๋วจากมือถือเลย สะดวกและรวดเร็ว จากนั้นก็พักผ่อนตามอัธยาศัยค่ะ ก่อนถึงปลายทาง จะมีประกาศจากเจ้าหน้าที่ เราจะต้องทำการลงทะเบียนใน CM-CHANA ก่อนลงจากขบวนรถไฟนะคะ

และก่อนออกเจ้าหน้าที่จะขอดูตั๋วโดยสาร และข้อมูลการฉีดวัคซีน อย่าลืมเตรียมเอาไว้ให้พร้อมค่ะ เมื่อผ่านจุดตรวจแล้วออกไปด้านนอก ก็จะเจอกับรถรับส่งมากมาย ทั้งรถแดง รถเช่าต่าง ๆ ซึ่งเราก็ควรแพลนมาแต่เนิ่น ๆ ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนบ้างนะคะ สำหรับสถานที่เที่ยว 1 วันในเชียงใหม่ เรามีโปรแกรมแนะนำดังนี้ค่ะ

นั่งรถไฟเที่ยวเชียงใหม่

1.ม่อนแจ่ม ตั้งอยู่ที่อำเภอแม่ริม อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 40 กิโลเมตร ที่นี่ใช้เวลาเดินทางไปประมาณ 1 ชั่วโมงค่ะ ซึ่งที่ม่อนแจ่มนี้มีจุดเช็คอิน และสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลายจุดมาก ๆ โดยเฉพาะสวนดอกไม้ ซึ่งมีเยอะมาก ๆ เลยค่ะ
สถานที่ท่องเที่ยวที่แนะนำเช่น จุดชมวิวม่อนแจ่ม, ห้วยตึงเฒ่าหุ่นฟางคิงคองยักษ์, น้ำตกแม่สา, สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์, สวนดอกไม้ และสวนส้ม เช่น สวนของฉัน my garden, สวนส้มยอดดอย, สวนป้างฮวา, แม่ขิฟาร์มสเตย์ เป็นต้น หรือจะเป็นคาเฟ่สวย ๆ เช่น ภูวินคาเฟ่ ม่อนอิงดาวคาเฟ่

2.พระธาตุดอยสุเทพ ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองเชียงใหม่ อยู่ห่างจากสถานีรถไฟไปประมาณ 20 กิโลเมตรเท่านั้นค่ะ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่น อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย, วัดพระธาตุดอยสุเทพฯ, พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์, จุดชมวิวดอยปุย, หมู่บ้านม้งดอยปุย, บ้านขุนช่างเคี่ยน(ดูดอกนางพญาเสือโคร่ง) สวนสัตว์เชียงใหม่ เป็นต้น

นั่งรถไฟเที่ยวเชียงใหม่

3.บ้านแม่กำปอง ตั้งอยู่ในอำเภอแม่ออน อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 50 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า ๆ ที่บ้านแม่กำปองนี้ เป็นหมู่บ้านยอดฮิต ที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางเข้ามากันมากค่ะ เนื่องด้วยที่นี่เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มีความเก่าแก่ มีอายุกว่า 100 ปี ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขา
ที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีลำห้วยเล็ก ๆ ไหลตัดผ่านหมู่บ้าน ทั้งยังมีร้านอาหาร คาเฟ่ โฮมสเตย์ที่มีบรรยากาศแบบชิล ๆ เหมาะแก่การมานั่งเล่น พักผ่อน ในวันสบาย ๆ รับอากาศบริสุทธิ์ นอกจากสถานที่นั่งเล่นแล้ว ที่นี่ยังมีวัดป่าชุมชน และน้ำตกสวย ๆ อีกด้วยค่ะ

 

4.ผาช่อ ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแม่วาง อำเภอดอยหล่อ อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 60 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง ที่นี่ได้รับฉายาว่า “แกรนด์แคนยอนเมืองไทย” จากทัศนียภาพที่มองจากด้านล่างแล้วเห็นเป็นหนาผาและเสาดินที่มีความสูงเหมือนหน้าผา
เชื่อกันว่าเมื่อหลายร้อยปีก่อนบริเวณแห่งนี้ เคยเป็นทางเดินของแม่น้ำปิง ซึ่งสังเกตได้จากก้อนกรวดหินกลมมนกระจัดกระจายอยู่ในเนื้อดินจำนวนมาก จนกระทั่งแม่น้ำปิงได้เปลี่ยนสายย้ายทิศไหลผ่านไปที่อื่น บริเวณนี้ก็ได้ถูกยกตัวเป็นเนินเขาสูง ตะกอนแม่น้ำปิงก่อตัวทับถมกันเป็นชั้น ๆ จนมีรูปร่างอย่างปัจจุบันนี้
หากต้องการจะมาชมผาช่อต้องขับรถมาที่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ จากนั้นติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานเป็นไกด์นำทางพาเดินเข้าไปชมผาช่อ ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง ก็เที่ยวได้ครบค่ะ

นั่งรถไฟเที่ยวเชียงใหม่

5.ดอยอินทนนท์ ตั้งอยู่ที่อำเภอจอมทอง ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 50 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า ๆ มีสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ มากมาย ทั้งการเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ซึ่งมีไฮไลท์ที่การขึ้นไปชมทะเลหมอกในช่วงเช้า (ใช้เวลาเดินเที่ยวประมาณ 2-3 ชั่วโมง) วัดพระธาตุจอมทอง ทุ่งนาขั้นบันไดบ้านแม่กลางหลวง น้ำตกต่าง ๆ เช่น น้ำตกแม่ยะ น้ำตกวชิรธาร น้ำตกสิริธาร สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ เป็นต้น

โปรแกรมที่กล่าวมาข้างต้น สามารถเที่ยวได้ภายใน 1 วันค่ะ ต้องจัดสถานที่ท่องเที่ยว ให้อยู่ในเส้นทางเดียวกัน เลือกโปรแกรมที่เราชอบมากที่สุดมา 1 ที่ และเลือกเที่ยวในเส้นทางที่ผ่านค่ะ และต้องจำกัดเวลาการเที่ยวให้ค่อนข้างเป๊ะนิดนึงนะคะ ถ้าเป็นสายชิล อาจจะเลือกเที่ยวเพียงแค่ 1-2 ที่ แต่สายเร่งรีบก็จัดเวลาได้ตามใจชอบเลยค่ะ สำหรับขากลับแนะนำให้จอง รถไฟด่วนพิเศษ CNR ขบวนที่ 10 เวลาออก 18.00-06.52 น. นะคะ

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับโปรแกรมแนะนำของเรา อาจจะดูเป็นไปได้ยาก แต่มันก็เป็นไปได้ค่ะ สำหรับใครที่อยากลองท้าทายตัวเอง ก็ลองตามรอยไปกันได้นะคะ สำหรับวันนี้เราขอลาไปก่อน ครั้งหน้ามีโปรแกรมเด็ด ๆ จะมาแนะนำกันอีกครั้ง สวัสดีค่ะ

แจกพิกัด ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์แก้ปีชง 2565

  1. แจกพิกัด ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์แก้ปีชง 2565
ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์แก้ปีชง
Cr.วัดทิพยวารีวิหาร-กัมโล่วยี่

อีกไม่นานก็จะก้าวเข้าสู่ปีใหม่แล้ว ครั้งที่แล้วเราแจกพิกัดขอเนื้อคู่ไปแล้ว  สำหรับวันนี้ใครที่มีความเชื่อเกี่ยวกับโหราศาสตร์จีน เราจะพาทุกท่านมาตรวจสอบกันว่า ในปี 2565 หรือ ปีนักษัตรปีขาล(เสือ) นั้น ปีไหนเป็นปีชงกันบ้าง แล้วเราก็จะบอกวิธีแก้ปีชง พร้อมแจกพิกัด ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์แก้ปีชง กันอีกด้วย

คำ “ปีชง” ในภาษาจีน แปลว่า การปะทะ ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งในทางที่ดีและร้าย “ปีชง” จึงหมายถึงปีที่อาจมีการปะทะ

ความเชื่อเรื่องปีชงส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับ “องค์เทพไท้ส่วยเอี๊ย” หรือ “เทพเจ้าผู้คุ้มครองดวงชะตา” ที่จีนเชื่อว่ามีอิทธิพลต่อดวงชะตาหรือการดำเนินชีวิตของคน จึงมีการไหว้ขอพรเทพเจ้าองค์นี้เพื่อแก้ปีชง ขอให้ช่วยปัดเป่าความทุกข์ บรรเทาเคราะห์กรรม

ปีชงตรง-ปีชงร่วม
ในแต่ละปีจะมีทั้งปีชงตรง ๆ หรือชง 100% หมายถึงผู้ที่ปะทะโดยตรง ได้รับผลมากที่สุด

นอกจากนี้ยังมี ปีชงร่วม ซึ่งแบ่งย่อยอีก 3 ระดับ ได้แก่
ปีคัก คือ ปีที่เป็นปีนักษัตรเดียวกับปีนั้น ๆ (ชงตัวเอง)
ปีเฮ้ง คือ ปีที่ได้รับผลกระทบในเรื่องเคราะห์กรรม
ปีผั่ว คือ ปีที่ได้รับผลกระทบในเรื่องสุขภาพ

ปีชง 2565 ได้แก่ปีวอก(ปีลิง)
เกิดปี 2475, 2487, 2499, 2511, 2523, 2535, 2547 และ 2559

ปีชงร่วม
ปีคัก คือ ปีขาล(ปีเสือ)
ปีเฮ้ง คือ ปีมะเส็ง(ปีงู)
ปีผั่ว คือ ปีกุน (ปีหมู)
เกิดปี พ.ศ. 2466, 2469, 2472, 2478, 2481, 2484, 2490, 2493, 2496, 2502, 2505, 2508, 2514, 2517, 2520, 2526, 2529, 2532, 2538, 2541, 2544, 2550, 2553, 2556, 2562

วิธีแก้ปีชง
1.ไหว้เทพเจ้าไท้ส่วย จะช่วยบรรเทาเคราะห์กรรมได้
2.ทำบุญช่วยชีวิตสัตว์ต่างๆ เช่นการไถ่ชีวิตโค กระบือ ปล่อยนกปล่อยปลา การบริจาคโลหิต ฯลฯ
3.ไหว้พระ 9 วัด ช่วยเสริมสิริมงคลให้ชีวิต
ตามความเชื่อของชาวจีน การไหว้ องค์ไท้ส่วยเอี้ย สามารถที่จะช่วยบรรเทาเคราะห์กรรมในปีชงนี้ให้เบาบางลงได้ และควรที่จะต้องไปไหว้เป็นอย่างยิ่ง เพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และเสริมสิริมงคลให้กับตัวเอง

ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์แก้ปีชง
Cr.Pinterest

พิกัด ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์แก้ปีชง 2565
1. วัดมังกรกมลาวาส (หรือที่เรียกกันว่า วัดเล่งเน่ยยี่)
อยู่ที่ 423 ถนนเจริญกรุง แขวงป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100
https://th-th.facebook.com/Wat.Mangkonkamalawat.Templ2.

2. วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์(วัดเล่งเน่ยยี่ 2)
คณะสงฆ์จีนนิกายรังสรรค์ (หรือวัดเล่งเน่ยยี่ 2) เลขที่ 75 ถนนเทศบาลสาย 9 ตำบลโสนลอย อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี 11110
https://www.facebook.com/Wat.Boromracha.Temple/

3. วัดทิพยวารีวิหาร (หรือวัดกัมโล่วยี่)
เลขที่ 119 ซอยทิพยวารี ถนนตรีเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
https://www.facebook.com/WatDibayaVariVihara/

4. วัดโพธิ์แมนคุณาราม (หรือวัดโพวมิ้งปออึงยี่)
เลขที่ 323 ถนนสาธุประดิษฐ์ 19 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120
https://www.facebook.com/bhomantemple/

5. วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
เลขที่ 371 แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
https://th-th.facebook.com/WatKanlayanamitra/

ของไหว้สำหรับแก้ปีชง มีดังนี้
1.ส้มมงคล (ไต้กิก) 1 จาน
ไหว้เสร็จแล้วนำกลับบ้านไปกิน เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล

2.น้ำมันเติมตะเกียง 1 ขวด
เพื่อให้ชีวิตมีความเจริญ โชติช่วง ดั่งเปลวเทียน

3.กระดาษหงิ่งเตี๋ย หรือกระดาษเงินกระดาษทอง 13 แผ่น
พร้อมเทียบแดง เขียนชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ถ้าเป็นการแก้ชงตัวเองให้นำกระดาษหงิ่งเตี๋ยมาปัดที่ตัวเอง 13 ครั้ง (ปออุ่ง) ปัดลงมาตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าจนสุดแขน ฝากกระดาษไว้ไม่ต้องเผา

4.นำซองที่บรรจุดวงชะตา ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด
ฝากไว้ที่ศาลเจ้าเพื่อให้พระจีนได้สวดมนต์ (พะเก่ง) ทำพิธีเสริมดวงชะตาให้เราแคล้วคลาดปลอดภัย เป็นสิริมงคลตลอดทั้งปี

ข้อห้ามสำหรับคนปีชง
ไม่ควรไปร่วมในงานศพ แต่ถ้าหากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ให้นำกิ่งใบทับทิมติดตัวไปด้วย และก่อนเข้าบ้านให้ใช้น้ำสะอาดใส่กิ่งใบทับทิมปัดให้ทั่วตัว งดการไปส่งศพ หรือการอยู่ในพิธีฝังศพ นำหีบศพลงหลุม เพราะเชื่อว่าดวงชะตาของผู้นั้นจะได้รับผลกระทบ ทำให้ร่างกายเกิดการเจ็บป่วย หรือกิจการจะประสบปัญหา

 

4Kings ภาค 2 มาแน่! เพราะมีเรื่องราวอีกเยอะที่อยากจะเล่าให้ฟัง

0

เข้าใกล้ 100 ล้านเข้าไปอีกสเต็ป สำหรับ อาชีวะยุค 90’s  ซึ่งล่าสุดได้คอมเฟิร์มแล้วว่า 4Kings ภาค 2 มีอย่างแน่นอน แต่จะมาในรูปแบบไหน จะเล่าเรื่องเกี่ยวกับอะไร หรือใครก็ยังยังไม่รู้ แต่จะขอทำให้ดีเท่าหรือดีกว่าภาคแรกให้ได้ เพราะนี่คือหนังเรื่องแรกของค่าย และพวกเขาคาดหวังกับภาพยนตร์เรื่องนี้

กระแสตอบรับดี สมกับการตลาดที่ทำมา สำหรับ 4Kings อาชีวะยุค 90’s ที่ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ใช่หนังที่ต่อยตีกันอย่างเดียว แต่มันให้อะไรมากกว่าที่คุณคิดจริง ๆ”

และหลังจากที่มีเสียงเรียกร้องว่า “ต้องมีภาค 2 แล้ว” ล่าสุดทางด้านคุณเนติธร พรพิทักษ์สิทธิ์ ผู้อำนวยการสร้างได้ออกมาคอมเฟิร์มแล้วว่า จะมีภาค 2 และจะมีต่อ ๆ ไปอีก นั่นหมายความว่ามันจะไม่จบแค่ภาค 2 อย่างแน่นอน และมันอาจจะเป็นเฟรนไชส์หนังระดับประเทศของไทยก็ได้

4

4KINGS ภาค 2 และเรื่องราวที่ยังไม่ได้เล่า

คนที่ได้รับชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว คงจะรู้ และเข้าใจอะไรหลาย ๆ อย่าง ส่วนคนที่ยังไม่ได้ดู ผมก็ไม่ขอสปอยครับ (ฮา) แต่อย่างที่รู้กันว่าในภาคนี้เป็นเรื่องราวของ อินทรและประชาชล และความดราม่าต่าง ๆ นา ๆ แต่เรื่องราวของตำนานยุค 90 นั้นไม่ได้มีเพียงแค่นี้ และยังมีอีกหลากหลายเรื่องราว และอีกหลากหลายปมเลยล่ะ ที่ถูกทิ้งไว้

โดยคุณเนติธร ได้พูดถึงประเด็นนี้ไว้ว่า “ภาค 2 มีความตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว เพราะเรื่องราวของทั้ง 4 สถาบันนี้มันมีเยอะมาก ไม่สามารถเล่าให้จบในภาคเดียวได้”

“ส่วนเรื่องกลัวเจ๊งไหม ต้องขอตอบไว้เลยว่าเราได้ทำการรีเสิร์ชข้อมูลมาแล้วว่าในแต่ละปีมีเด็กอาชีวะเรียนจบกว่าแสนคน ซึ่งแม้เวลาจะล่วงเลยมานานแล้ว แต่ฐานคนดูหลายล้านคน ก็มีความอยากย้อนยุคกลับไปในยุคสมัยที่ตัวเองเรียนอยู่ อยากดูหนังที่ย้อนกลับไปในวัยเด็กของตัวเอง ก็เลยมั่นใจว่าหนังเรื่องจะดี”

“ในส่วนของภาคสองตอนนี้อยู่ในช่วงกำลังพัฒนาบท และจะยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์เดิม ที่ต้องการทำหนังออกมาเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับนักเรียนอาชีวะว่าความคึกคะนองในวันนี้มันจะมีผลเสีย ผลร้ายอะไรบ้างในอนาคต และในระยะยาว ศักศรีดิ์ที่เคยไขว่คว้ามันใช้อะไรไม่ได้เลย”

4KINGS ภาค 2

เป้ อารักษ์ วอนดูหนังแล้วเก็บเอาไปคิด อย่าเลือดร้อนจนไปตีกัน

สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับครับว่าหลังจากที่ภาพยนตร์ 4KINGS ลงโรงฉายก็เริ่มมีข่าวนักเรียนอาชีวะ ดูหนังแล้วอิน จนต้องยกไปตีกันบ้าง บ้างก็บอกว่ายกพวกไปล้อมสถาบันคู่อริด้วยอาวุธครบมือเพียงเพื่อจบตบช้อปและหัวเข็มขัดของสถาบัน

แต่หากเราใจเย็นลงนิด แล้วใช้ความคิดไตร่ตรองกันซะหน่อย จะเข้าใจว่าด้วยกระแสของตัวหนังที่แสดงด้านมืดของสังคมเด็กอาชีวะออกมา การเขียนข่าวอะไรต่าง ๆ ก็ย่อมมีมากขึ้นตามมา เพราะในภาพยนตร์แทบจะไม่มีเนื้อหาแบบนี้อยู่เลย

ซึ่งทางเป้ อารักษ์ นักแสดงนำของเรื่องก็ออกมาพูดถึงเรื่องนี้เช่นกันครับ

“ผมคิดว่าถ้าดูแล้วจะรู้สึกอีกแบบหนึางแน่นอนครับ เพราะว่าเจตนาของผู้กำกับ เจตนาของทางผู้สร้าง และนักแสดงทุกคน คือการตีกันมันเป็นเรื่องในอดีต เป็นอุทาหรณ์มากกว่า และปัจจุบันอยากให้ทุกคนกลับมารักกัน ก็ไม่ใช่แค่มีตีกันอย่างเดียวนะ

มีหลายๆ ภาพที่ช่างกลต่างสถาบันเดินออกมาข้างนอกแล้วใส่ช็อปคนละสีแล้วมาถ่ายรูปด้วยกันหน้าโรงหนังก็เป็นเรื่องที่ผมประทับใจครับ แต่ก็อยากฝากน้อง ๆ ที่เข้าไปดูหนังกันทุกคนนะครับ ออกมาแล้วได้โปรดอย่าตีกันเลยนะครับ ถ้าชอบหนังอย่าตีกันเลยครับ”

“ถ้าเกิดน้องๆ เขาเลือดร้อนอยู่ ผมก็คิดว่าผมเข้าใจนะ แต่ก็ได้แต่ขอร้องว่าอย่าตีกันเลย มันไม่ใช่แค่เรื่องของภาพยนตร์ ไม่ใช่เรื่องของพลังที่คุณจะได้จากมัน มันเป็นเรื่องของกฎหมาย เรื่องของความเจ็บตัว ที่บางทีคุณไม่สามารถย้อนกลับมาได้นะถ้าคุณพลาดพลั้งอะไรไปบางอย่าง”

คาดเดาเนื้อหาภาคต่อ โดย INZPY

ขอเตือนไว้ก่อนว่า หัวข้อนี้อาจมีสปอยเล็ก ๆ ใครต้องการหลบ ข้ามได้ข้ามนะขอรับ! จากเนื้อเรื่องของ 4KINGS ที่ในภาคแรกนี้บทบาทของ กนกอาชีวะ และ ช่างกลบุรณพนธ์นั้นค่อนข้างน้อย จนส่งผลให้เราได้เห็นอะไรบางอย่างในช่วง End Credit รวมไปถึงที่ฝั่งผู้จัดเองก็ยอมรับว่า เรื่องราวมันมีเยอะ ซะจนเล่าไม่หมดในภาคเดียว

ฉะนั้นนี่เป็นเพียงแค่การคาดการณ์เท่านั้นว่า ในภาคต่อไป อาจจะเป็นแบบนี้! อย่างแรกเลยคือ เรื่องราวของ กนก และ บุรณพนธ์ ที่ต้องบอกว่าในชีวิตจริงนั้นทั้งสองสถาบันนี้มีอาณาเขตที่ทับที่ทับทางกันอยู่ ในเส้นของ บางนา-สุขุมวิท ที่บุรณพนธ์ อยู่ฝั่งบางนา ส่วน กนกไม่ไกลกันมากก็เส้นสุขุมวิทนั่นแหละ เลยทำให้ทั้งสองมีโอกาสได้ปะทะกันบ่อย

ซึ่งตรงนี้แหละที่น่าจะเอามาเหล่าเป็นประเด็นได้มากมายว่า เพราะอะไร และทำไม โดยเฉพาะตัวละครระดับแรร์คาแรคเตอร์ ที่หากเปรียบเป็นเกมผจญภัย ก็คือตัวที่ต้องทำเควสเพื่อปลดล็อคมาอย่าง บ่าง กนก ที่แทบจะไม่มีบทบาทในภาคแรก แต่แม้ว่าจะโผล่มาน้อย แต่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ

4KINGS ภาค 2

เรียกว่าเป็นบทที่คนถามหา และน่าจะพาเราไปรู้จักเขามากขึ้นในภาคต่อไป เช่นเดียวกับเอก บุรณพนธ์ ที่ภาคนี้ยังไม่ค่อยมีบทบาทอะไรมากนัก รู้แค่ว่าเท่เหลือเกิน

และอีกเรื่องราวหนึ่งที่จะถูกนำเสนอคือ เด็กบ้านสุดป่วนอย่าง ยาท ที่เราเห็นแต่การกระทำสุดพลิกผัน แต่เราแทบไม่รู้จักที่มาที่ไปของเขาเลย และในภาคต่อนี้อาจจะถูกขยายความเพิ่มเติม

นอกจากนี้ยังอาจจะมีเรื่องราวของ รูแปง อินทร ที่เป็นขวัญใจของหลายคน จากความกวนส้นตึกมาก ๆ ในเรือง แต่เราไม่ค่อยรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของเขาเท่าที่ควร รวมถึงเรื่องราวที่เขามักจะปะทะกับ เอ็ก ชล (เอ็ก ชื่น) ในชีวิตจริงอยู่บ่อย ๆ

นอกจากนี้อีกสิ่งที่มีความเป็นไปได้ คือจุดเริ่มต้นของการกลับมารวมตัวกันด้วยความสมานฉันท์ของ 4KINGS ซึ่งมันอาจจะมาเป็นบทสรุปทุกอย่างของ เฟรนไชส์หนังเรื่องนี้ในอนาคตก็ได้ใครจะไปรู้

ย้ำอีกครั้งนะครับ นี่เป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น เพราะทาง INZPY เองก็ไมได้รับรู้อะไรจากวงในแต่อย่างใด เพียงแต่ผู้เขียนเองก็ได้ศึกษาเรื่องราวของ ตำนานยุค 90 มาจาก ยูทูปอย่างเช่นช่อง อาชีวะทีวี ซึ่งทำให้รู้ว่า มันมีอีกหลากหลายเรื่องราวเหลือเกิน ที่ยังไม่ถูกพูดถึง

รวมไอเดียทรงผมสไตล์ Korea Boy จาก ONG SEONGWU

0

ไอเดียทรงผมสไตล์ Korea Boy จาก ONG SEONGWU

ใครสาย Korea มาทางนี้ Inzpy เรามีไอเดียทรงผมในสไตล์ Korea Boy จากหนุ่ม ONG SEONGWU ศิลปิน และนักแสดงมากความสามารถ มาฝากเหล่าหนุ่ม ๆ ที่กำลังอยากจะลองเปลี่ยนลุค หรือกำลังหา Reference ทรงผมสไตล์หนุ่มเกาหลีอยู่ตามมาทางนี้ได้เลย

ก่อนอื่นขอแนะนำนายแบบในครั้งนี้กันก่อนเลย อง ซองอู ศิลปินและนักแสดงมากความสามารถ ที่เคยเป็นสมาชิกวง Wanna One บอยแบนด์จาก Project ของรายการเซอร์ไววัล Mnet Produce 101 ซีซั่น 2 ในปี 2017 ในปัจจุบันอง ซองอูมีทั้งผลงานเพลง และผลงานทางการแสดงออกมาให้แฟน ๆ ได้ติดตามอยู่ตลอด

ONE SEONGWU

ทรงแรกมาในสไตล์ทรง 90’S CURTAIN ที่เน้นไว้ผมให้ยาวสักหน่อย และคงความเป็น 90 ด้วยการแสกกลาง แต่ของซองอูจะมีการเซตด้วยการดัดเป็นลอน ๆ ส่วนหน้าม้าด้านหน้าก็ดัดให้โค้งออกด้านข้าง ช่วยให้ผมดูไม่ลีบแบนและเพิ่มความ Cute ให้ลุคได้ด้วยนะ

ONE SEONGWU

มาต่อกันที่ทรงที่สอง บอกเลยว่าทรงนี้ดูเป็น Korea Boy มากกับทรงสไตล์ TWO BLOCK สุดฮิตนั้นเอง โดยการตัดไถด้านหลังและด้านข้าง ส่วนด้านบนและกลางศีรษะปล่อยไว้ให้ยาวหน่อย เพื่อที่จะเอาไว้เซตทรงได้ หรือถ้าต้องการลุคในวันชิล ๆ ก็ปล่อยให้เป็นธรรมชาติแบบในรูปก็ได้ และก็ใช้การแบ่งแสกข้าง ๆ เพื่อให้ดูเรียบร้อยขึ้นก็ได้ลุคที่ดูสบาย ๆ แต่มีความเป็นทางการเล็กน้อย

ONE SEONGWU

ถ้าใครที่เป็นแฟนคลับคุณอง ซองอูเนี่ยจะรู้เลยว่าคุณเค้าชอบเซตผมแบบทรง Camma (คอมม่า) แถมการเซตแบบนี้ให้เกาหลีก็ฮิตมาก ๆ ด้วย เพราะการไดร์แบบยกโคนผมก็ช่วยทำให้ผมดูมีวอลลุ่มไม่ลีบแบน แถมการเซตหน้าม้าเป็นแบบคอมม่าก็ช่วยให้ลุคดูมีความเนี้ยบมากขึ้นด้วย

ONE SEONGWU

ช่วงนี้ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าทรงในสไตล์ 90’S CURTAIN นั้นมาแรงมาก ๆ หนุ่ม ๆ คนไหนที่ผมเริ่มยาวลองเปลี่ยนมาเซตผมยาวให้ดูีความเท่ ๆ เซอร์ ๆ ในสไตล์ 90 ดูได้นะ อย่างของซองอูก็ยังคงสไตล์ของความเป็นวินเทจไว้ด้วยการแสกข้างเล็กน้อย และแบ่งเซตหน้าม้าโดยดัดลอนออกไปด้านข้างเปิดโชว์หน้าผากสวย ๆ กันไปเลย ด้านบนก็ไดร์วอลลุ่มโคนผมให้ไปในทิศเดียวกันกับผมหน้าม้า ก็ได้ลุคสไตล์ผู้ชายมาดเซอร์แล้ว

ONE SEONGWU

ต่อมากับทรงยอดฮิตอย่าง TWO BLOCK แต่สไตล์ของ ONG SEONGWU เนี่ยจะไล่ซอยผมด้านบนให้ดูสั้นกว่าสไตล์ TWO BLOCK ทั่วไปเล็กน้อย และเซตให้ดูมีความยุ่ง ๆ ส่วนหน้าม้าจับยกโคนและแบ่งแสกข้างไปทางเดียวกับผมด้านบน ในลักษณะเปิดโชว์หน้าผาก แต่ก็ยังมีปอยผมมาปรกเล็กน้อยเพิ่มความละมุนของลุค

TWO BLOCK

มาในสไตล์มาเนี้ยบแบบหนุ่มใหญ่กันบ้าง กับการเซตให้ผมด้านหน้าขึ้นไปด้านบน โดยการแบ่งผมแสกไปด้านข้างและไดร์ยกโคนผมไปด้านบนให้มีลักษณะเป็นการเปิดหน้าผากและทำให้ผมดูมีวอลลุ่มไม่ลีบแบนอีกด้วย แหมหนุ่มคนไหนหน้ารูปไข่เนี่ยบอกเลยว่าเข้าสุด ๆ หรือใครที่ต้องออกงานเลี้ยงหรืองานทางการบอกเลยว่าทรงนี้เหมาะสุด

ผู้ชายทรงผมยาว

กลับมาที่ทรงผมยาวกันบ้าง อย่างสไตล์นี้ก็เน้นความเป็นธรรมชาติโดยการปล่อยผมหน้าม้าและผมด้านบนลงมาและแสกกลาง ส่วนผมด้านข้างที่เป็นจอนก็เก็บทัดหู โชว์สันกรามและหน้าด้านข้างแบบชัด ๆ ไปเลย ได้ลุคที่ดูน่ารัก ละมุนอีกด้วย

ทรงผมสไตล์เกาหลี

มาต่อกันกับทรง TWO BLOCK ที่เซตผมด้านบนแบบแสกข้างและไดร์ยกโคนขึ้นให้ผมดูมีวอลลุ่มขึ้น ส่วนด้านหน้าข้างหนึ่งไดร์เซตให้ไปด้านหลัง ส่วนอีกข้างไดร์ยกโคนขึ้นไปด้านบนแต่ปล่อยปอยผมหน้าม้าให้โค้งลงมาปิดหน้าผากไว้เล็กน้อย ทรงนี้บอกเลยว่าจะงานทางการ งานเลี้ยงสังสรรค์ ก็รอดหมด

ทรงผมผู้ชาย

มาต่อกันที่สไตล์ชิล ๆ ในวันสบาย ๆ กันบ้าง กับทรง TWO BLOCK อีกเช่นเคยแต่งานนี้ไม่ต้องเซตในเยอะแยะเลย เพียงแค่ปล่อยผมด้านบนและหน้าม้าให้ลงมาเป็นธรรมชาติ อาจจะไดร์ยกโคนผมด้านบนขึ้นเล็กน้อยให้ผมดูมีวอลลุ่ม และทุยสวยมากขึ้น

ทรงผมผู้ชายเกาหลี

ทรงสุดท้ายกันแล้วกับทรง CURLY BOWL CUT ที่ไถผมด้านหลังและด้านข้าง ส่วนปลายผมด้านบนก็ซอยน้อย ๆ โดยไม่ต้องให้สั้นมากให้หัวดูทุย ๆ แล้วดัดเป็นลอนเล็ก ๆ ทั้งหัวไปเลย บอกเลยว่าให้ลุคที่ดูน่ารักและมีความเซอร์นิด ๆ ในทรงเดียวเลยนะ แถมทรงนี้เนี่ยเวลาจัดทรงก็ไม่ยากมากด้วย

เป็นยังไงกันบ้างกับทรงผมในสไตล์ Korea Boy จากหนุ่ม ONG SEONGWU ที่เราเอามาฝากกัน โดนใจหนุ่ม ๆ ที่กำลังหาทรงผมในสไตล์เกาหลีกันอยู่หรือเปล่า ถ้าถูกใจทรงไหนก็เอายื่นให้ช่างดูได้เลย รับรองว่าตัดเสร็จได้เป็น Korea Boy กันแน่นอน 🙂 ส่วนใครที่อยากติดตามคุณอง ซองอู ก็สามารถติดตามได้ที่ IG : osw_onge ได้เลยนะ บอกไว้ก่อนเลยว่าระวังจะโดนคุณเค้าตกเอาล่ะ

ทุ่งกังหันลม จุดที่ต้องแวะ เมื่อมาเที่ยวที่ เขาค้อ เพชรบูรณ์ วิวดีมาก

ทุ่งกังหันลม จุดที่ต้องแวะ เมื่อมาเที่ยวที่ เขาค้อ เพชรบูรณ์ วิวดีมาก

ทุ่งกังหันลม ทุ่งดอกไม้ เขาค้อ

จุดชมวิว ที่อยากให้ทุกคนได้ลองมา อีกจุดนึงของ เขาค้อ เพชรบูรณ์ ก็คือ ทุ่งกังหันลม เพราะว่าที่นี่อากาศดีมาก วิวทิวทัศน์สวยกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา เราจะได้เห็นความสวยงามของกังหันลมที่มองไกล ๆ ก็ดูจะธรรมดา แต่พอมามองใกล้ ๆ แล้วนั้น โอ้โหว มันใหญ่มากแม่ และที่นี่ยังมีสวนดอกไม้เมืองไม้หนาวน่ารัก ๆ ให้เราได้มาถ่ายรูปมากมายด้วยค่ะ มาชมความสวยงามของ ทุ่งกังหันลมกันดีกว่าค่า

ทุ่งกังหันลม ทุ่งดอกไม้ เขาค้อ

เส้นทางขับรถขึ้นมาบนทุ่งกังหันลมนั้นบอกเลยว่าไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ ขับเข้ามาไกลพอประมาณ ตอนแรกก็เข้าใจว่ามาผิดทางกัน ขับไปเรื่อย ๆ สักพัก ก็จะมองเห็นความสูงใหญ่ของกังหันลม ที่ตั้งตระหง่าน เรียงรายกันได้แบบงดงามจริง ๆ ค่ะ เท่านั้นยังไม่พอค่ะทุกคน ที่นี่คือวิวดีมาก ก.ไก่ล้านตัว อากาศดี มีลมเย็น ๆ พัดมาตลอดเวลา มีที่ให้จอดรถเยอะแยะเลย จุดชมวิวที่นี่ มีชิงช้าม้งขนาดใหญ่ให้นั่งไกวให้ไกลออกไป ถ้าแกว่งธรรมดาก็วิวสวยดีนะคะ แต่พอเริ่มสูงก็จะรู้สึกหนาว ๆ นิดนึง 55+ แต่ไปถึงขนาดนี้แล้ว ก็คงต้องลองกันบ้างแหละเนอะ

ทุ่งกังหันลม ทุ่งดอกไม้ เขาค้อ

ช่วงที่เรามาถึง เป็นช่วงที่มีทุ่งดอกไม้ไฮเดรนเยีย ให้ได้เก็บภาพถ่ายรูปสวย ๆ ถือว่าโชคดีมาก ๆ เลยค่า ไม่ต้องไปไกลขนาด เชียงใหม่ ก็มีให้ได้เห็น ได้ถ่ายรูปกันแล้ว หลายคนอาจจะงงว่าทำไมเขาค้อถึงปลูกดอกไม้เมืองหนาวได้ถึงแม้ว่าจะหมดช่วง High Season ไปแล้วก็ตาม จากที่เคยฟังการบอกเล่าของคนที่นี่ คือ ที่เขาค้อในช่วงเวลากลางคืนแม้จะไม่ใช่ช่วงหน้าหนาว แต่อุณหภูมิของที่นี่ไม่เคยเกิน 25 องศาเซลเซียสนะคะ และก็เป็นแบบนี้ตลอดทั้งปีเลยค่ะ

มองเห็นทุ่งดอกไม้มากมายแล้วรู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันทีเลยค่ะ ใครที่อยากหนีรักมาพักร้อน แนะนำว่ามาขับรถชมวิวที่เขาค้อ แล้วแวะถ่ายรูปเล่นที่ทุ่งกังหันลมสบาย ๆ ก็ดีเหมือนกันนะคะ ถือว่ามาพักผ่อนสมอง รับลมเย็น ๆ สูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอดกันไปเลยค่ะ

คนบนนี้ส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นชาวม้งนะคะ เด็ก ๆ ที่นี่น่ารักนะ แต่เราคุยกับเค้าไม่รู้เรื่องเท่าไหร่ 555+ เห็นแบบนี้แล้วทำให้นึกถึงบรรยากาศตอนไปเที่ยวภาคเหนือเลยค่ะ ฟิลเดียวกันเลย เรารู้สึกว่าที่นี่บรรยากาศค่อนข้างดีเลยทีเดียวค่ะ บางคนอาจจะขึ้นมาช่วงเย็น ๆ เพื่อที่จะมาดูพระอาทิตย์ตกที่นี่ คงเป็นภาพที่สวยงามมากเลยล่ะค่ะ

สีสันความสดใสของดอกไม้ที่เบ่งบานของที่นี่ เห็นแล้วก็พลอยทำให้ใจเราเบิกบานตามดอกไม้พวกนี้ไปด้วยเลย ปกติมองเห็นแค่ตึกสูง ๆ ไม่ค่อยมีสีสันสักเท่าไหร่ พอมาเจออะไรแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะคะ ทุ่งดอกไม้ต่าง ๆ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลาที่เรามา อย่างทุ่งดอกเวอร์บีน่าสีม่วงอ่อน ๆ ดอกขนาดเล็กชูช่อเบียดกันขึ้นมาเต็มไปหมด มองแล้วดูงดงามมาก

อีกหนึ่งทุ่งดอกไม้ ที่ก็ช่วยเพิ่มสีสันให้กับสถานที่แห่งนี้ก็คือทุ่งนี้เลยค่ะ สีสันสีชมพูอมม่วงพุ่มชูช่อขึ้นมา คล้าย ๆ ดอกกระเจียวประมาณนั้นมั้งคะ 555+ แต่พอมันมาอยู่รวม ๆ กันแบบนี้แล้วดูสวยมากเลยนะคะ ถ่ายรูปกันแทบไม่หวาดไม่ไหวกันเลยทีเดียว

ทุ่งกังหันลม ทุ่งดอกไม้ เขาค้อ

ทุ่งดอกไม้ตรงนี้จะมีที่ให้นั่งถ่ายภาพสวย ๆ ช่วงที่กำลังมีแดด แล้วดอกไม้สะท้อนกับแสงแดดนั้น สีสันดูสดใสมาก เอาล่ะเรามากระจุกอยู่ตรงทุ่งดอกไม้กันสักพักแล้ว เดี๋ยวมาดูจุดที่เป็นกังหันลมกันบ้างค่ะ ที่อยู่อีกฝั่งของทุ่งดอกไม้ ซึ่งก็เป็นแลนด์มาร์คของที่นี่เลย มาดูความสวยงามของกังหันลมกันดีกว่าค่ะ

ทุ่งกังหันลม ทุ่งดอกไม้ เขาค้อ

และนี่ก็คือสิ่งที่ดึงดูดให้เราต้องมาที่ค่ะ ทำไมกังหันลมต้องขึ้นมาสร้างไว้สูงขนาดนี้ นั้นเป็นเพราะว่า พื้นที่ตรงนี้มีความโล่ง มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,000 เมตร ทำให้รับลมที่พัดผ่านกังหันลมแล้วเกิดแรงหมุนได้ และมีระดับความเร็วต่อเนื่องประมาณ 18-22 กิโลเมตร/ชั่วโมง กังหันลมบนนี้สร้างขึ้นมาทั้งหมด 24 ต้น ความสูงประมาณ 110 เมตร ใบพัดยาวประมาณ 60 เมตรกันเลยทีเดียวค่ะ มองไกล ๆ ก็สวยดีนะคะ แต่ถ้าได้ไปอยู่ใกล้ ๆ ก็แอบกลัวอยู่เหมือนกันน้า 555+ เพื่อความปลอดภัยในหลาย ๆ สิ่ง เรายืนถ่ายรูปจากมุมไกลสวยกว่าค่ะ และได้วิวกังหันลมได้แบบเต็มตาสุด ๆ ยังไงก็อย่าลืมแวะไปกันนะคะ เพราะที่นี่สามารถมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปีเลยค่ะ ทุ่งกังหันลม เขาค้อ

พิกัด: Google Map

รวมไอเดียแมทช์สีเขียว ไปเปรี้ยววันคริสต์มาส

รวมไอเดียแมทช์สีเขียว ไปเปรี้ยววันคริสต์มาส

green
Cr.Photo ; Pinterest

ใกล้จะส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันแล้ว แต่ทุกคนจะต้องนึกถึงเทศกาลและวันสำคัญที่เราขาดไปไม่ได้ และใกล้จะมาถึงก่อนปีใหม่ก็คือ “วันคริสต์มาส” นั่นเอง ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและการเฉลิมฉลองที่ทุกคนต่างรอคอย แน่นอนล่ะว่าสาว ๆ จะต้องนึกถึงฤดูกาลแห่งการปาร์ตี้และการสังสรรค์กับเพื่อนฝูงและคนพิเศษอย่างแน่นอน เชื่อเถอะว่าพวกเราสาวสายแฟชั่นต้องกำลังวางแผนคิดหาไอเดีย มองหาชุดสวยสำหรับไปงานเฉลิมฉลองในช่วงเดือนธันวาคมสิ้นปีแบบนี้กันอยู่อย่างแน่นอน เพราะเราชาวแฟชั่นนิสต้าจะพลาดพลั้งแต่งตัวโป๊ะในวันสำคัญแบบนี้ไปได้อย่างไรกัน ทางเราไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นแน่ค่ะ ซึ่งในวันนี้เราจะพาทุกคนไปดูไอเดีย Mix & Match ลุคชุดสีเขียว (Green) ไปเปรี้ยวในวันคริสต์มาสยังไงให้สวยครบจบลงตัวที่นี่ที่เดียว เพื่อเตรียมทุกคนให้พร้อมสำหรับการไปปาร์ตี้ในช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองช่วงสิ้นปีนี้ แบบเป๊ะปังอลังการกันไปเลยค่ะ

green
Cr.Photo ; Pinterest
green
Cr.Photo ; Pinterest

ก็คลุมโทนเขียวทั้งชุดไปเลยสิคะ  (Monochrome style)

การแมทช์ชุดลุคสีเขียวที่ง่ายที่สุดจะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากการใส่ไอเทมสีเขียวมันทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้าไปเลยจ่ะ แต่การแมทช์ด้วยการใช้สีเดียวแบบนี้ทั้งตัวเหมือนจะดูเป็นอะไรที่ทำง่าย แต่เราก็ต้องมีทริคและวิทยายุทธในการแมทช์พอสมควร เพื่อให้การแต่งตัวของเราดูมีมิติและมีสไตล์แบบสาวสายแฟชั่น เพราะการใส่สีเขียวเฉดเดียวกันเป๊ะทั้งตัว เป็นอะไรที่ค่อนข้างจะสุ่มเสี่ยงมากเลยทีเดียวนะคะสาว ๆ ยิ่งถ้าเป็นเฉดสีเขียวปี๋ ๆ ด้วยนะ เราอาจจะกลายเป็นต้นคริสต์มาสเดินได้ไปเลยนะเออ มันอาจจะเป็นลุคที่ดูโอเคก็จริง เพราะชุดสีเขียวเข้ากันหมด แต่มันจะทำให้ชุดของเราดูไม่มีมิติ ไม่มีอะไรโดดเด่นออกมาเลย ทางเรายอมไม่ได้หรอกนะ เพราะเราชาวแฟชั่นนิสต้าต้องโชว์สกิลกันหน่อยว่าพวกเราน่ะแซ่บแบบมือโปร ดังนั้นสิ่งที่เราทำได้ก็คือ การแมทช์ใส่สีเขียวทั้งตัวก็จริง แต่ไอเทมบางส่วนในร่างกายของเราควรจะต้องเป็นสีเขียวที่เป็นคนละโทน คนละเฉดสีกัน หรือเป็นสีอื่นไปเลยค่ะ อย่างเช่น ท่อนบนกับท่อนล่างใส่สีเขียวคนละเฉด เลือกใส่รองเท้า กระเป๋า หรือหมวก เป็นสีอื่นไปเลย ก็จะสามารถทำให้เราจบลุคโมโนโทนได้อย่างปั๊วะปัง ไม่ต้องกลัวคนแยกไม่ออกว่าอันไหนคน อันไหนต้นคริสต์มาสนะจ๊ะ

Cr.Photo ; Pinterest
Cr.Photo ; Pinterest

แมทช์สีดำตัดสีเขียวทั้งเปรี้ยวทั้งเท่

ตัวเลือกนี้น่าจะเป็นตัวเลือกที่ง่ายที่สุดสำหรับสาว ๆ หลาย ๆ คน เพราะทางเราเชื่อว่าอย่างน้อยสาวสายแฟทุกคน จะต้องมีเสื้อผ้าสีดำอยู่ในตู้ เป็นไอเทมเบสิกกันอยู่แล้วอย่างแน่นอน ถือว่าเป็นการแมทช์ที่ค่อนข้างปลอดภัยและง่ายดายมาก เพราะไม่ว่าจะแมทช์ยังไงก็เข้ากันลงตัวไปหมด แบบไม่ต้องใช้ความพยายามให้เหนื่อย ให้ปวดหัววุ่นวาย เนื่องจากสีดำเป็นสีที่มีความคลาสสิกและสามารถเข้ากับทุกสีได้อย่างง่ายดายอยู่แล้วเป็นข้อดีในทุนเดิม นอกจากนั้นแล้วยังช่วยสาว ๆ ประหยัดงบในการต้องวิ่งหาซื้อเสื้อผ้าใหม่ ๆ มาใส่ในช่วงเทศกาล เพราะเราก็แค่ไปหาไอเทมสีเขียวอย่างเช่น กางเกงขาบาน กระโปรงยาวผ่าข้าง หรือเดรสสีเขียว มาใส่แมทช์เพิ่มเติม เราก็จะได้ลุคที่ดูเปรี้ยวเท่ตามสไตล์สาวแฟชั่นนิสต้าที่อยู่ในธีมคริสต์มาส โดยที่เราไม่ต้องลงทุนซื้อชุดทั้งชุดให้งบบานปลายกระเป๋าตังค์ฉีก ลำบากปากท้องในช่วงปลายเดือน

Cr.Photo ; Pinterest
Cr.Photo ; Pinterest

Green + Earth Tone Combo

การแมทช์สีเขียวกับสีโทนสุภาพหรือสีเอิร์ธโทนอย่าง สีครีม สีเนื้อ หรือสีน้ำตาลนั้น เป็นอะไรที่ลงตัวดูดี ทำให้เราได้ลุคที่ออกมาทั้งดูเป็นสาวเกาหลีและมีความมินิมอลไปในตัว เพราะเป็นกลุ่มสีโทนเย็นที่ไม่ฉูดฉาด คู่สีเหล่านี้จึงให้สัมผัสอ่อนละมุนสบายตา เหมาะสำหรับสาว ๆ สายชิล สายมินิมอล ที่ต้องการคุมธีมคริสต์มาสแต่ไม่อยากใส่สีฉูดฉาดบาดตาบาดใจก็ย่อมได้ เราได้จัดไอเดียมาให้ที่นี่แล้วค่ะ รับรองว่าการแมทช์คู่สีนี้จะต้องถูกใจสาว ๆ ที่ชอบแต่งตัวสไตล์นี้อย่างแน่นอน นอกจากจะเป็นกลุ่มสีที่ให้ความมินิมอลที่ดีต่อใจแล้ว เราก็ยังได้ลุคที่ดูชิคเก๋แบบสาวเกาหลีไปงานปาร์ตี้คริสต์มาสในปีนี้ด้วยค่ะ เพราะการแมทช์สีแบบนี้ไม่ได้ยากอย่างที่ทุกคนคิด ฉะนั้นใครที่ชอบลองแต่งตัวแนวใหม่ ๆ การแมทช์คู่สีนี้ก็เป็นอะไรที่น่าสนุกแถมยังดูดีมีสไตล์ ห้ามพลาดกันเลยนะคะทุกคน

Cr.Photo ; Pinterest
Cr.Photo ; Pinterest

สีขาวตัดเขียวขาดไม่ได้เพราะต้องเป๊ะตามธีม

ลุคนี้เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่ไม่ต้องการความยุ่งยากวุ่นวายในการแมทช์สียังไงให้ไม่หลุดธีมคริสต์มาส เพราะ 2 ใน 3 สีประจำวันคริสต์มาสอย่างสีขาวและสีเขียว เราได้เอามารวมไว้ในลุคเดียวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นไม่ต้องกลัวและไม่ต้องกังวล ว่าจะแต่งตัวไม่เป๊ะ ไม่ตรงตามธีม เพราะต้องถามเลยว่าไม่ตรงธีมตรงไหนให้เอาปากกามาวงได้เลยจ่ะ อยากจะบอกว่าการใส่สีขาวแมทช์กับสีเขียวมันช่างดีต่อใจ เพราะมันทำให้เราได้ลุคที่ทั้งเก๋ ทั้งชิคดูดีมีสไตล์ในเวลาเดียวกันเลยล่ะ แถมเสื้อหรือไอเทมอื่นสีขาวก็เป็นสีเบสิกอีกอย่าง นอกจากสีดำที่เราได้กล่าวไปแล้วที่สาว ๆ น่าจะต้องมีติดบ้านกันอยู่แล้วอย่างแน่นอน แค่เราลองหาไอเทมสีเขียวเฉดต่าง ๆ มาลองเล่น มาลองแมทช์ให้ชุดและลุคของเรามันดูมีมิติและสนุกสนานขึ้น มันจะยิ่งทำให้ลุคการแต่งตัวของเราดูดีมีเสน่ห์และดูน่าสนใจมากขึ้นอีกหลายเท่าตัวเลยค่ะ เป็นสาวสายแฟชั่นนิสต้า ห้ามกลัวที่จะลองอะไรใหม่ ๆ เลยนะจ๊ะ

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน การแมทช์สีเขียวที่ดูจะเหมือนยาก แต่จริง ๆ แล้ว ไม่ยากอย่างที่คิดกันเลยใช่มั้ยคะ? หวังว่าบทความนี้จะสามารถเป็นตัวช่วย เป็นไอเดียให้กับสาว ๆ ที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจและไอเดียในการแต่งตัวเพื่อไปเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขและการแบ่งปันรอยยิ้ม อย่างเทศกาลคริสต์มาสที่ใกล้เข้ามาทุกที เพราะเราอยากให้ทุกคนได้แต่งตัวสวยเป๊ะ จะได้ไปสนุกกันให้สุดเหวี่ยงอย่างมั่นใจ ด้วยลุคการแต่งตัวธีมคริสต์มาสแบบคอมพลีทและปังได้ทุกลุค และเรายังอยากเป็นตัวช่วยให้ทุกคนไม่ต้องคิดให้ปวดหัวว่าจะแต่งตัวแบบไหนดี เราจึงได้รวบรวมไอเดียมาให้ทุกคนกันแล้วในวันนี้ ถ้าใครอยากได้ไอเดียเพิ่มเติม หรือใครที่ไม่ถนัดสีเขียวเหนี่ยวทรัพย์ ลองแวะไปดู ไอเดียแต่งตัวไปงานคริสต์มาสจากแบรนด์ ZARA กันได้เลย เผื่อจะได้ไอเดียเพิ่มเติมตรงใจตรงสไตล์ของแต่ละคนกันนะคะ วันนี้ทาง Inzpy ต้องขอลาทุกคนกันไปก่อน ไว้พบกันใหม่คราวหน้า.. อย่าลืมติดตาม Tips and Tricks ใหม่ ๆ ที่เราจะเอามาฝากทุกคนกันในครั้งหน้าค่ะ

Valentino Garavani Stud Sign กระเป๋าซิกเนเจอร์สุดคลาสสิกที่ผู้หญิงทุกคนคู่ควร

Valentino Garavani Stud Sign กระเป๋าซิกเนเจอร์สุดคลาสสิกที่ผู้หญิงทุกคนคู่ควร

stud sign
Cr.Photo ; lofficielthailand.com

เมื่อไม่นานมานี้แบรนด์เนมอิตาเลียนไฮเอนด์สุดหรูอย่าง “Valentino” ได้เผยโฉมคอลเลกชั่นล่าสุด ภายใต้ชื่อ “Valentino Le Progrès Paris 3ème Arrondissement” ที่เป็นคอลเลกชั่นสำหรับฤดูใบไม้ผลิในปีหน้า (Spring 2022) เป็นการสะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผู้สวมใส่ ผ่านทางเสื้อผ้าแฟชั่นที่ตั้งใจสร้างความงดงามที่กลมกลืนไปกับคอนเซ็ปต์ตามชื่อคอลเลกชั่น Valentino Le Progrès Paris 3ème Arrondissement แต่สิ่งที่เป็นไฮไลท์และเป็นไอเทมที่โดดเด่นสะดุดตาเป็นอย่างมากที่เราจะพูดถึงกันในวันนี้ก็คือ กระเป๋ารุ่น Valentino Garavani Stud Sign ที่เป็นกระเป๋าซิกเนเจอร์สุดคลาสสิกที่ผู้หญิงทุกคนคู่ควรมีไว้ครอบครอง

Cr.Photo ; theshopkeepers.com

เรามาพูดถึงที่มาที่ไปของชื่อคอลเล็กชั่นนี้สักเล็กน้อย โดยชื่อคอลเลกชั่นนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากร้านกาแฟในตำนานของกรุงปารีส บริเวณย่านแฟชั่นอันสุดแสนทันสมัยย่าน “Le Marais” (เลอ มาเรส์) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะศูนย์กลางแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ของทั้งแฟชั่น ศิลปะ และการออกแบบ ดังจะเห็นได้จากบรรยากาศที่เต็มเปี่ยมและห้อมล้อมไปด้วยความมีชีวิตชีวาของสถาปัตยกรรมที่ยังคงอนุรักษ์เอาไว้ ผสมผสานเข้ากับกลิ่นอายความหลากหลายของผู้คน ทำให้ย่านนี้ครึกครื้นมีชีวิตชีวาเหมาะสำหรับการพบปะสังสรรค์ แลกเปลี่ยนความคิดและความสนุกสนานของเหล่าหนุ่มสาวชาวปารีส ทำให้ย่าน Le Marais กลายเป็นจุดนัดพบสุดฮิปสำหรับคนทุกรุ่น ทุกเพศทุกวัยในพื้นที่ โดยเฉพาะจุดนับพบยอดฮิตของคนรุ่นใหม่ที่ทุกคนต้องรู้จักกันดีคือ คาเฟ่ “Le Progrès” ซึ่งเป็นที่มาของชื่อคอลเลกชั่นนี้นั่นเอง

stud sign
Cr.Photo ; lofficielthailand.com

โดยคอลเล็กชั่น Valentino Le Progrès Paris 3ème Arrondissement Spring 2022 นี้ ตั้งใจที่จะนำเสนอไลฟ์สไตล์ของหนุ่มสาวชาวปารีส ที่มักจะชอบใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการอยู่ที่ร้านกาแฟ นอกจากนั้นแล้วเสื้อผ้าภายในคอลเลกชั่นนี้ ยังเป็นการถ่ายทอดแนวคิดและแรงบันดาลใจเบื้องหลังการออกแบบด้วยวิธีที่สร้างสรรค์และแปลกใหม่ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยมิติที่หลากหลาย เป็นการแสดงให้เห็นถึงโลกแห่งความเป็นไปได้ของวงการแฟชั่นที่ไร้ขีดจำกัดเหนือจินตนาการ โดยคอลเล็กชั่นนี้ถูกตีความออกมาในรูปแบบของชุดเดรสโมโนโครมสไตล์สาวปารีเซียง (Parisian Style) และยังตั้งใจให้ไอเทมต่าง ๆ มีรูปลักษณ์และสีสันที่สดใสโดดเด่นสะดุดตา ชวนให้เรานึกถึงชีวิตของหนุ่มสาวชาวปารีสที่น่าจับตามองและน่าหลงใหล ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ เสื้อผ้าแฟชั่นแต่ละชิ้นนั้น สามารถนำมาผสมผสานกับบุคลิกของผู้สวมใส่ได้อย่างแนบเนียนกลมกลืน ทำให้เกิดเป็นสไตล์การแต่งตัวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละคนที่ไม่เหมือนใคร

stud sign
Cr.Photo ; lofficielthailand.com

โดยไอเทมเด่นนางเอกของงานในคอลเล็กชั่นนี้ที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือ กระเป๋ารุ่น Valentino Garavani Stud Sign ผลงานใหม่ล่าสุดที่แตกย่อยต่อขยายออกมาจากกลุ่มกระเป๋าไลน์ประดับหมุดอันโด่งดังเลื่องชื่อของแบรนด์ ซึ่งในครั้งนี้ทางแบรนด์ได้นำเสนอกระเป๋าในรูปแบบใหม่ ที่ไม่ได้ยึดติดกับรูปแบบดั้งเดิม

Cr.Photo ; valentino.com

วาเลนติโนนำเสนอความคลาสสิกสะท้อนผ่านกระเป๋ารุ่นใหม่ล่าสุดด้วยการแสดงให้เห็นภาพลักษณ์ที่แปลกใหม่ ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นอย่างชัดเจน ด้วยการผสมผสานตัวตนของแบรนด์ลงไป ผ่านการออกแบบถ่ายทอดออกมาเป็นกระเป๋ารูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขอบโค้ง พร้อมฝาปิดกระเป๋าด้านหน้าที่โค้งมนทำให้กระเป๋ารุ่นนี้ดูมีสไตล์และทันสมัย เสริมความโดดเด่นด้วยอะไหล่ฮาร์ดแวร์โลหะผิวทองเหลืองรูปตัว V อักษรย่อของแบรนด์อันเป็นเอกลักษณ์

กระเป๋ารุ่นใหม่นี้ถือว่าเป็นไอเทมฮอตแห่งฤดูกาลนี้เลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าจะด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ด้วยโซ่เลื่อนสายสะพายที่สามารถปรับการใช้งานได้อย่างหลากหลาย และยังมีมือจับหนังที่มีดีเทลประดับหมุด (Studs) 7 ตัวในการตกแต่งกระเป๋าอันเป็นไอคอนิก Signature สุดคลาสสิกของแบรนด์อีกด้วย

stud sign
Cr.Photo ; lofficielthailand.com

โดยกระเป๋าในฤดูกาลนี้มาในวัสดุที่เต็มไปด้วยลูกเล่น โดยใช้วัสดุหนังเป็นหลักที่มีให้เลือกระหว่างหนังแบบนิ่มและหนังกลับ ซึ่งอีกหนึ่งความสนุกอยู่ตรงที่ทางแบรนด์เค้ามีสีสันหลากเฉดสี ที่มีให้เลือกตั้งแต่สีเบสิกไปจนถึงสีนีออนสุดจี๊ดสดใสจัดจ้าน ถูกใจสาวกสาวแฟชั่นนิสต้าสุดเปรี้ยวกันเลยล่ะ รับรองว่ากระเป๋ารุ่นนี้จะทำให้แฟน ๆ วาเลนติโนถูกเติมเต็มไปด้วยความสดใสซาบซ่า ไม่หม่นหมองพร้อมเดินเฉิดฉายในปีหน้ากันอย่างแน่นอน

Cr.Photo ; vogue.co.th

สามารถเลือกซื้อกระเป๋าและคอลเลกชั่น Valentino Le Progrès 3ème Arrondissement Spring 2022 ได้แล้ววันนี้ที่ Valentino Boutique ชั้น M อาคาร A ที่ The EmQuartier โทร. 02-003-6111 หรือ 02-727-9996 และยังสามารถเลือกชมคอลเล็กชั่นได้ที่ MyVxp ซึ่งเป็นวิธีการช็อปปิ้งแบบดิจิทัลรูปแบบใหม่ ที่ให้คุณติดต่อโดยตรงกับผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่นของแบรนด์วาเลนติโน รวมถึงการจัดส่งไอเทมชิ้นโปรดฟรีถึงหน้าบ้านกันไปเลย

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน กับกระเป๋าซิกเนเจอร์สุดคลาสสิกจากแบรนด์วาเลนติโน ที่ทางเราเห็นว่าเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนคู่ควรที่จะมีไว้ครอบครองกันสักใบ แต่ถ้าใครอยากจะจัดหลายใบ จัดให้ครบทุกสีก็ไม่ว่ากันนะคะ หวังว่าทุกคนจะชอบคอลเลกชั่นล่าสุดจากแบรนด์วาเลนติโน และกระเป๋าไฮไลท์นางเอกของงานที่เราเอามาฝากทุกคนกันในวันนี้ นอกจากคอลเลกชั่นนี้แล้ว ยังมีคอลเลกชั่นจากแบรนด์เนมไฮเอนด์สตรีทแวร์สุดต๊าชชชอีกแบรนด์ที่พึ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ ที่เหล่าสาวกพลาดไม่ได้เลยเช่นกันอย่าง BALENCIAGA FALL 2022 “THE LOST TAPE” สื่อสารข้อความจากอดีตผ่านคอลเลกชั่น ลองแวะไปชมกันดูนะคะ อย่าลืมติดตามคราวหน้า ว่าทางเราจะนำเอาข่าวและสาระความบันเทิงในวงการแฟชั่นอะไรที่น่าสนใจมาฝากทุกคนกันอีก รอติดตามชม.. อย่าหายไปไหนกันนะคะทุกคน

งานผิวสวยต้องมา ! 5 ขั้นตอนง่ายๆ เตรียมผิวก่อนลงเครื่องสำอาง

งานผิวสวยต้องมา ! 5 ขั้นตอนง่ายๆ เตรียมผิวก่อนลงเครื่องสำอาง – แต่งหน้าออกงานทั้งที ใครๆก็อยากโชว์ผิวสวย เนียนกริบ ไร้ที่ติแต่สุดท้ายก็ได้แค่ฝัน เพราะเชื่อว่าหลายๆคนเคยเจอปัญหาแต่งหน้าไม่ติด ผิวหน้าแห้ง แตก ลอกเป็นขุยแทนซะอย่างนั้น Inzpy เลยจะมาสานฝันทุกคน บอกต่อขั้นตอนการเตรียมผิวก่อนลงเครื่องสำอางยังไงให้ผิวสวยแถมเครื่องสำอางติดทน

ก่อนที่จะเริ่มขั้นตอนการเตรียมผิว เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าเรามีผิวหน้าแบบไหน กิจกรรมไหนควรหลีกเลี่ยงเพราะจะทำให้แต่งหน้าไม่ติด

  • ใช้ยารักษาสิว

หลายๆคนที่มีปัญหาแต่งหน้าไม่ติด สาเหตุเป็นเพราะใช้ยารักษาสิวอยู่ โดยเฉพาะกลุ่ม Benzoyl Peroxide และ Retinoids ที่จะช่วยผลัดเซลล์ผิว ลดการอักเสบและการอุดตันของสิว โดยกลุ่มยาเหล่านี้ ถ้าหากใช้ในปริมาณที่มากเกินไปและไม่ได้บำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื้นพอ ก็จะทำให้ผิวหน้าแห้งลอกเป็นขุย หรือเกิดการระคายเคืองได้ ดังนั้นหากใช้ยารักษาสิวอยู่ แนะนำให้ใช้ยาในปริมาณที่ถูกต้องภายใต้คำแนะนำของแพทย์ หรือหยุดใช้ชั่วคราว 5-7 วัน ก่อนแต่งหน้าเผยผิวสวย

  • ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น

ใครที่ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนอยู่ จงบอกกับตัวเองเดี๋ยวนี้ว่า “จะไม่ทำอีก จะไม่ทำอีก จะไม่ทำอีก” เพราะการล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิสูงทำให้ผิวหน้าแห้งและเกิดริ้วรอยก่อนวัยโดยใช้เหตุ หรือบางคนมีความเชื่อว่าล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจัดจะทำให้รูขุมขนกระชับ ซึ่งที่จริงแล้วสิ่งที่จะได้กลับมาจากการล้างหน้าด้วยน้ำเย็นคือความเสี่ยงที่ผิวจะเกิดการระคายเคืองมากกว่า ดังนั้นสิ่งที่ควรทำและดีที่สุดคือล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง

  • ดื่มน้ำน้อยและพักผ่อนไม่เพียงพอ

อาจฟังดูเป็นคำพูดแบบดารา แต่การดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอคือรากฐานของการบำรุงผิวที่ดีที่สุด ต่อให้บำรุงผิวจากภายนอกให้ดีอย่างไรแต่ถ้าร่างกายภายในขาดน้ำ สุดท้ายผิวก็จะแห้ง ริมฝีปากแตก ลอก และทำให้แต่งหน้าไม่ติดอยู่ดี

จะสังเกตได้ว่าสาเหตุของการแต่งหน้าไม่ติด ส่วนหนึ่งมาจากผิวหน้าแห้งและขาดการบำรุง ดังนั้นสิ่งที่สามารถแก้ไขได้คือหลีกเลี่ยงกิจกรรมดังกล่าวและเตรียมผิวหน้าให้ชุ่มชื้นก่อนลงเครื่องสำอางด้วย 5 ขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

ทำความสะอาดผิวหน้า

ขั้นตอนแรกก่อนที่จะแต่งหน้าคือการทำความสะอาดผิว โดยผลิตภัณฑ์ที่จะใช้ความสะอาดหน้าในขั้นตอนนี้ควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ไม่ทำให้ผิวแห้งเอี๊ยด หรือเกิดอาการตึง สารที่ควรหลีกเลี่ยงคือ แอลกอฮอล์ AHA และ BHA

ทำความสะอาดผิว - เตรียมผิวก่อนลงเครื่องสำอาง

เวชสำอางที่ได้รับความนิยมสำหรับคนผิวแห้งก็หนีไม่พ้น Smooth E Baby Face Gel เจลทำความสะอาดผิวหน้าสูตรอ่อนโยนและธรรมชาติ ไม่มีฟอง ไม่มีประจุไฟฟ้า ไม่ทำให้ผิวแห้งและไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง พร้อมทั้งมี Vitamin E ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวชุ่มชื้น ลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัย

โทนเนอร์

หลายๆคนก็มองข้ามขั้นตอนโทนเนอร์ไป แต่ที่จริงแล้วขั้นตอนนี้เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญในการเตรียมผิวมาก เพราะเป็นขั้นตอนที่จะช่วยผลัดเซลล์ผิวหนังที่แห้งหรือตายแล้วให้หลุดออกก่อนที่เราจะลงเครื่องสำอาง ทำให้เวลาลงรองพื้นผิวหน้าจะเรียบเนียนมากขึ้นอีกด้วย โทนเนอร์ในขั้นตอนนี้ไม่ควรมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพราะจะยิ่งทำให้ผิวหน้าแห้ง ส่วนผสมที่ควรมีคือ Hyaluronic Acid หรือสารที่ช่วยกักเก็บน้ำใต้ผิว ทำให้ผิวชุ่มชื้น

โทนเนอร์ - เตรียมผิวก่อนลงเครื่องสำอาง

SKIN1004 Hyalu-Cica Brightening Toner เป็นอีกตัวที่ไม่ควรมองข้ามเลยในปีนี้ เป็นผลิตภัณฑ์แบรนด์ดังจากเกาหลี อ่อนโยน เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย โทนเนอร์ตัวนี้มาพร้อมส่วนผสมของ Hyaluronic 3 และ Ceramide ช่วยบำรุงผิวให้อิ่มน้ำ ปลอบประโลมผิวจากการระคายเคืองได้ดี

มอยส์เจอร์ไรเซอร์

มอยส์เจอร์ไรเซอร์คือพระเอกของการเตรียมผิวก่อนแต่งหน้า ขั้นตอนนี้สำคัญและห้ามลืมเด็ดขาดเพราะเป็นหัวใจหลักที่จะทำให้ผิวแห้งกลับมาชุ่มชื้นได้อีกครั้ง แต่ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่เนื้อไม่หนักมากจนเกินไป เพราะจะทำให้รองพื้นเป็นคราบได้ ดังน้ันมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ควรใช้ในขั้นตอนนี้ ควรเป็นเนื้อครีมที่บางเบา เกลี่ยง่าย ซึมไว หรือจะเป็นเนื้อเจลก็ได้เช่นกัน

มอยส์เจอร์ไรเซอร์

บำรุงผิวให้อิ่มน้ำขั้นสุดด้วย Neutrogena Hydro Boost Water Gel ช่วยล็อคความชุ่มชื้น กักเก็บน้ำใต้ผิวได้ยาวนานถึง 72 ชั่วโมง เนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นกึ่งเจล ทาลงไปจะช่วยสร้างเกราะป้องกันให้ผิวและลดความไม่เรียบเนียนบนผิวหน้าได้ เมื่อผิวหน้าอิ่มน้ำ ได้รับการบำรุงและชุ่มชื้นพอ ก็จะทำให้เครื่องสำอางเกาะผิวได้ดีขึ้น

ครีมกันแดด

แสง UV จากดวงอาทิตย์ทำร้ายผิวเราได้มากกว่าที่คิด ไม่ว่าจะแต่งหน้าหรือไม่แต่งหน้า ขั้นตอนที่ห้ามลืมเด็ดขาดคือการทาครีมกันแดด นอกจากจะช่วยให้ผิวหน้ากระจ่างใส ไม่หมองคล้ำ ยังช่วยลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัยด้วย
ในขั้นตอนนี้ แนะนำให้ใช้ครีมกันแดดที่ไม่ปรับสีผิว เพราะอาจทำให้หน้าวอกหรือหน้าเทาได้ และควรใช้ครีมกันแดดที่ช่วยคุมความมัน เพื่อทำให้เครื่องสำอางติดทนทั้งวัน หน้าไม่มัน ไม่ไหลเยิ้มระหว่างวัน

ครีมกันแดด

Canmake Mermaid Skin Gel UV SPF50+++ PA++++ ครีมกันแดดที่มาแรงมากในปี 2021 เป็นครีมกันแดดเนื้อเจล ไม่มีสี ไม่มีแอลกอฮอล์ และไม่มีน้ำหอม เหมาะสำหรับการลงเครื่องสำอางต่อ เพราะเป็นครีมกันแดดที่บางเบา ไม่เหนอะหนะ

ไพรเมอร์

ขั้นตอนสุดท้ายที่ขาดไม่ได้คือไพรเมอร์ การลงไพรเมอร์นอกจากจะทำให้เครื่องสำอางติดทน ยังช่วยทำให้ผิวหน้ามันน้อยลงระหว่างวัน ช่วยทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น และยังเบลอรูขุมขนให้ดูเล็กลงได้อีกด้วย

ไพรเมอร์

ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี Benefit The Porefessional ก็ยังครองใจสาวๆหลายๆคนถือเป็นไพรเมอร์ที่ดีและดังที่สุดอีกตัว ด้วยเนื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็นซิลิโคน บางเบา เกลี่ยง่าย ทาแล้วไม่เป็นคราบ ช่วยทำให้เครื่องสำอางติดทน และเบลอรูขุมขน ทาก่อนลงรองพื้น จะทำให้ได้ผิวสวย เนียน ลุคสุขภาพดี

และนี่ก็เป็นตัวอย่างสกินแคร์ และขั้นตอนง่ายๆที่ควร เตรียมผิวก่อนลงเครื่องสำอาง ให้พร้อมสำหรับการลงเครื่องสำอางที่เอามาฝากกัน อย่างไรก็ตามผลิตภัณฑ์ทุกตัวจะได้ผลดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน แต่การดื่มน้ำเยอะๆ พักผ่อนให้เพียงพอ บำรุงดูแลผิวหน้าให้ชุ่มชื้น คือสกินแคร์ที่ดีที่สุดของทุกคนนะคะ

ไอเดียแต่งหน้าปาร์ตี้คริสต์มาส 2021 เกิดสุดในงานแน่นอน!!

ไอเดีย แต่งหน้าปาร์ตี้คริสต์มาส 2021 เกิดสุดในงานแน่นอน!! – ใกล้เข้ามาเต็มทีแล้วกับเทศกาลวันคริสต์มาสที่ใคร ๆ ก็ต่างรอคอยที่จะได้ร่วมเฉลิมฉลองวันที่จะได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว คนรัก และเพื่อน ๆ ที่จะกลับมาเจอกันในช่วงวันคริสต์มาสจนถึงวันปีใหม่ เป็นช่วงเวลาที่ใครหลายคนนั้นตั้งหน้าตั้งตารอคอยมาทั้งปี เพื่อต้องการพบปะสังสรรค์กันอย่างสนุกสนาน และได้แต่งตัวสวย ๆ อวดกันในงานปาร์ตี้ที่จัดขึ้นอีกด้วย

Cr: Photo /glaminati.com

ในต่างประเทศ หรือคนที่นับถือศาสนาคริสต์อาจจะมีการจัดกิจกรรมหรือจัดงานแบบยิ่งใหญ่ แต่ในเมืองไทยเรานั้นก็มีการจัดกิจกรรมในวันคริสต์มาสเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สาว ๆ ไทยชอบที่สุด ไม่ว่าจะเทศกาลไหน วันอะไรก็พร้อมที่จะร่วมและจัดปาร์ตี้ให้เข้ากับเทศกาลนั้น ๆ อยู่แล้ว โดยเฉพาะช่วงใกล้สิ้นปี และวันคริสต์มาสที่จะถึงนี้ หลายคนอาจเตรียมจัดปาร์ตี้กันไว้เรียบร้อยแล้วแน่ ๆ

วันนี้ Inzpy จึงอยากให้สาว ๆ ทุกคนได้โดดเด่นที่สุดในปาร์ตี้ในช่วงวันคริสต์มาสที่หลายคนนั้นเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่ใครที่ยังไม่มีไอเดียในการแต่งหน้าเพื่อไปปาร์ตี้เพิ่มความสนุกสนาน เรามีไอเดียการแต่งหน้าปาร์ตี้วันคริสต์มาสที่มีทั้งแบบแฟนซี และแบบสวยงามมาฝากทุกคนกันที่นี่เลย

แต่งหน้าปาร์ตี้คริสต์มาส

แต่งหน้าปาร์ตี้คริสต์มาสสายแฟนซี ปังสุดในซอย

สำหรับสาว ๆ ที่มีจิตใจกล้าหาญพร้อมที่จะก้าวข้ามคำว่าสวยแบบธรรมดาไปสู่ความสวยแบบแฟนตาซี เราอยากให้คุณได้ทำอะไรใหม่ ๆ ในการแต่งหน้าเพื่อให้ตนเองดูโดดเด่นขึ้นกว่าทุกคนในงาน โดยความที่เป็นธีมคริสต์มาส การแต่งหน้าก็จะต้องมีองค์ประกอบที่เกี่ยวกับคริสต์มาสด้วย ไม่ว่าจะเป็น ต้นสน ไฟประดับ หิมะ ลูกกวาดไม้เท้า หรืออะไรก็ตามที่แสดงถึงคริสต์มาส ที่สาว ๆ สามารถนำมาสร้างสรรค์ได้ทั้งหมด

แต่งหน้าปาร์ตี้คริสต์มาส

ยิ่งใครที่มีฝีมือในการแต่งหน้า หรือด้านการวาดรูปถึงตอนเรียนจะได้เกรด D วิชาศิลปะก็ตาม แต่งานนี้คุณอย่าได้ยอมแพ้ง่าย ๆ คุณสามารถเพิ่มลวดลายเข้าไปในการแต่งหน้า โดยแต่งเข้าไปที่บริเวณเปลือกตา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เราสามารถสร้างสรรค์งานศิลปะได้อย่างดูไม่น่าเกลียด หรือจะตกแต่งริมฝีปากด้วยการทาลิปสติกให้ดูแแฟนตาซีขึ้น และตกแต่งวาดลวดลายเข้าไปด้วยก็ยิ่งทำให้คุณดูว๊าวมากขึ้นแน่นอน

แต่งหน้าปาร์ตี้คริสต์มาส ไอเดียแต่งหน้าปาร์ตี้คริสต์มาส 1

และใครที่อาจจะไม่มีความสามารถจริง ๆ ในการเพ้นท์ หรือแต่งหน้าให้ออกมาดูคริสต์มาสได้ แนะนำให้คุณลองหาของตกแต่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สามารถนำมาปะติดบนใบหน้าได้ เหมือน แต่งหน้าปาร์ตี้คริสต์มาส ไม่ว่าจะเป็น ดาว โบ หรือสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ ที่สามารถทำขึ้นมาเองได้ ก็นำมาตกแต่งใบหน้าเพิ่มสีสันในงานปาร์ตี้ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

 แต่งหน้าปาร์ตี้คริสต์มาส 6

 แต่งหน้าปาร์ตี้คริสต์มาส 5
Cr: Photo www.momooze.com

แต่งหน้าปาร์ตี้คริสต์มาสสายสวย แต่พร้อมชน

เข้าใจดีว่าจะมีสาว ๆ ที่ไม่กล้าที่จะฉีกตัวเองให้แฟนตาซีได้ เราจึงมีไอเดียการแต่งหน้าแบบธรรมดาแต่ดูไม่ธรรมดาเพื่อให้คนที่ต้องการเป็นที่หนึ่งในสายของความสวยงามที่ดูไม่แฟนตาซี ซึ่งเราจะแบ่งออกเป็น 3 สไตล์เพื่อให้เลือกไอเดียที่ตรงกับใจคุณที่สุด ไม่ว่าจะเป็น แต่งหน้าแบบจัดเต็ม สายฝอ และสายเกาหลี ที่เหมาะกับการแต่งในช่วงฤดูกาลนี้อีกด้วย

มาเริ่มที่สาว ๆ ที่ชอบแต่งหน้าจัด ๆ ทั้งจัดเต็ม และจัดจ้าน ที่จะเน้นการแต่งหน้าให้ดูสะพรึง ไม่ว่าจะเป็น หน้า ตา แก้ม ปาก ที่ใส่เต็มแบบไม่มีกัก โดยเฉพาะ สีตา และสีปาก ที่คุณสามารถสนุกสนานไปกับสีที่คุณไม่เคยลองในชีวิตประจำวันได้ เพราะปาร์ตี้คริสต์มาสต้องการให้คุณได้ปลดปล่อยความสนุกออกมา เช่น แต่งหน้าโทนสีม่วง สีเขียว สีแดง เติมปากด้วยสีแดงสด สีบานเย็น หรือสีที่คุณชอบได้เลย

มาต่อกันที่สายฝอ และสายเกากันบ้าง ใครที่ยังไม่มีความกล้าที่จะแต่งให้ดูจัดเต็มแบบด้านบนก็อาจจะลดการแต่งหน้าให้ดูธรรมดาแบบที่เคย ๆ แต่งก็ได้ แต่อยากให้คุณเลือกสีลิปสติกสีแดงสดในการทาไปที่ริมฝีปาก เพื่อเพิ่มสีสันให้กับใบหน้าและให้ลุคของคุณดูเป็นสาวปาร์ตี้ขึ้นอีกด้วย

ไอเดียแต่งหน้าปาร์ตี้คริสต์มาส 4
Cr: Photo www.stylishbelles.com

สำหรับสายเกาหลี อย่างที่รู้กันช่วงวันคริสต์มาสนั้นอยู่ในช่วงของหน้าหนาว การปัดแก้มให้ดูเหมือนอยู่กลางหิมะก็สามารถสร้างขึ้นได้เช่นกัน โดยการปัดแก้มสีชมพูไปที่บริเวณหน้าแก้ม ให้ใกล้ขอบตามากที่สุด และใช้บลัชออนสีเดียวกันปัดไปที่บริเวณจมูกด้วย เพื่อให้ลุคการแต่งหน้าของคุณดูเป็นสาวเกาหลีที่ติดอยู่กลางหิมะกับผู้ชายในฝัน

ไอเดียแต่งหน้าปาร์ตี้คริสต์มาส 2

อย่างไรก็ตามการ แต่งหน้าปาร์ตี้วคริสต์มาส เป็นส่วนหนึ่งที่จะสร้างความสนุกสนานในวันสำคัญที่คุณจะได้อยู่รวมเฉลิมฉลองกันกับครอบครัว คนรักคนสนิท และเพื่อน ๆ ที่รัก ก็อยากให้ทุกคนเต็มที่เพื่อเก็บเกี่ยวความทรงจำดี ๆ เพื่อที่จะได้เก็บไว้เล่ากันในปีต่อ ๆ ไปได้

New Balance and Raheem Sterling จับมือร่วมทำรองเท้าฟุตบอล

0

New Balance and Raheem Sterling จับมือร่วมทำรองเท้าฟุตบอล

New Balance and Raheem Sterling
Cr.Photo ; pinterest.com

New Balance and Raheem Sterling นักเตะทีมชาติอังกฤษ Manchester City ได้เปิดตัวความร่วมมือครั้งใหม่กับการออกแบบรองเท้า Football Boots หรือที่เราเรียกกันว่า รองเท้าสตั๊ด ซึ่งทาง สเตอร์ลิง ได้ทำการเซ็นสัญญาเมื่อเดือนพฤษภาคมปีนี้ที่ผ่านมาได้สักพักแล้ว ซึ่งการทำรองเท้าสตั๊ดรุ่นใหม่นี้ เป็นการเฉลิมฉลองให้กับชาวจาเมก้าของสเตอร์ลิง ด้วยรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น บนบอดี้ของตัวรองเท้าสตั๊ดรุ่น Furon v6+

New Balance and Raheem Sterling
Cr.Photo ; นิวบาลานซ์

การออกแบบของ รองเท้าสตั๊ด ยังฉลองความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นที่สเตอร์ลิงมีให้กับแม่ของเขาด้วย ทาง สเตอร์ลิง ได้กล่าวอีกด้วยว่า “การทำรองเท้าสต๊ดในครั้งนี้ มีความหมายต่อจิตใจของเขา และแม่ของเขาที่มีความสำคัญต่อชีวิตของเขามากเพียงใด” ส่วนสีของตัวรองเท้านั้น เปรียบเสมือน จานสีเขียวสดใส และสีทอง ด้วยคติประจำชาติของจาเมกา ที่มีคำกล่าวบนตัวของรองเท้านั้น คือ “Out of Many, One People” ซึ่งเช่นเดียวกับหมายเลขปี 1692 และ 1994 ที่อยู่ตรงเชือกรองเท้า แน่นอนว่ามีความหมายเหมือนกัน ซึ่งอ้างอิงถึงรากฐานของเมืองหลวงสมัยใหม่ของจาเมกา คิงส์ตัน และปีเกิดของสเตอร์ลิง 

New Balance and Raheem Sterling
Cr.Photo ; นิวบาลานซ์

คอลเลกชันนี้ สเตอร์ลิง ได้กล่าวเปิดตัวการทำรองเท้าสตั๊ดคู่นี้ว่า “จาเมกาเป็นเกาะเล็ก ๆ ที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อโลก ไม่ว่าจะเป็นดนตรี, ฟุตบอล, อาหาร, หรือการเต้นรำ จาเมกาเป็นตัวแทนสิ่งพวกนี้เสมอ ถึงแม้ตอนเด็กของฉันจะได้จากเกาะนี้ไปอย่างยาวนาน แต่นั่นเป็นส่วนสำคัญของเรื่องราวของฉัน สำหรับฉันแล้ว รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้แสดงสิ่งนั้นเมื่ออยู่ในสนาม”

Cr.Photo ; Liverpool
Cr.Photo ; Manchester city

ราฮีม สเตอร์ลิ่ง หรือ ราฮีม ชาควิลล์ สเตอรลิง เกิดเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 1994 เขาเกิดและเติบโตขึ้นในเมืองคิงส์ตัน ในประเทศ จาเมกา ก่อนที่จะย้ายอพยพเข้ามาอยู่ใน กรุงลอนดอน ในประเทศอังกฤษ ตอนอายุ 5 ขวบ โดย สเตอร์ลิง ได้เริ่มต้นชีวิตการค้าแข้งด้วยการเซ็นสัญญาเป็นนักเตะเยาวชนกับทางสโมสร ควีนส์ ปาร์ค เรนเจอร์ส เขาใช้เวลาฝึกฝนฝีเท้าของตัวเองอยู่เป็นระยะเวลา 4 ปี เขาก็ได้มีโอกาสในการลงสนามให้กับทีมสำรองของสโมสร ก่อนที่จะเริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังไกลไปถึงประเทศจาเมกา ประเทศบ้านเกิดของเขานั่นเอง ด้วยความไว และทักษะที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว ทำให้สโมสรยักษ์ใหญ่ในลีกอย่าง Liverpool ไม่รอช้ารีบจัดการคว้าตัว ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ทันที และก่อนจะย้ายไปสโมสร Manchester City เขาได้ทำลายสถิติค่าตัวนักเตะ ที่แพงที่สุด อายุไม่เกิน 21 ปี 

Cr.Photo ; นิวบาลานซ์

สำหรับเจ้าตัว รองเท้าสตั๊ด รุ่น Furon v6+ ตัวรองเท้าสวมค่อนข้างง่ายเพราะเป็นแบบข้อสั้น ส่วนวัสดุตรงลิ้น และรอบข้อเท้าสามารถยืดหดตัวได้มาก เมื่อสวมแล้วรู้สึกว่าอัพเปอร์กระชับแนบชิดเท้ามาก แทบไม่เหลือพื้นที่ว่างในปลายเท้าเลย แต่ทรงไม่เรียวเกินไป ไม่แน่นเท้าจนเกินไป ไม่รู้สึกอึดอัดเท้า นอกสะจากเราจะมัดเชือกแน่นเกินไป  มีความกระชับฝ่าเท้าที่กำลังดี ยิ่งมาเจอกับคอลเลกชันของ สเตอร์ลิง บอกเลยว่าเป็นรองเท้าที่ทั้งสวย และโคตรดีเลยทีเดียว

เจ้าตัวรองเท้าคอลเลกชันนี้ ในบอดี้ของ Furon 6+ ได้มีชื่อว่า “Jamaica” จะถูกสวมใส่โดย สเตอร์ลิง ในการแข่งขันที่กำลังจะมาถึงของเขา และตอนนี้มี 195 คู่ ในร้านค้าออนไลน์ของทาง New Balance เพื่อน ๆ ทุกคนสามารถไปตามดูได้แล้วตอนนี้ คราวหน้า Inzpy จะนำคอลเลกชันเจ๋ง ๆ อะไรมาให้ดูอีก อย่าลืมมาติดตามกันได้นะครับผม