More
    spot_img

    นั่ง ๆ นอน ๆ จากกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ รถไฟด่วนพิเศษ ขบวน 13

    นั่ง ๆ นอน ๆ จากกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ รถไฟด่วนพิเศษ ขบวน 13

    รถไฟด่วนพิเศษ ขบวน 13

    หน้าหนาวมาถึงแล้ว หลาย ๆ คนก็คงคิดถึงการเดินทางท่องเที่ยว ไปสัมผัสอากาศหนาว ๆ ที่ภาคเหนือกัน จังหวัดยอดนิยมของการเที่ยวเหนือ ก็คงหนีไม่พ้น จังหวัดเชียงใหม่ ในครั้งที่แล้ว เรารีวิวเจ้ารถไฟ ขบวนด่วนพิเศษ CRN กันไปแล้ว สำหรับวันนี้เราจะพามานอนเล่น ๆ จากกรุงเทพฯ ปลายทางเชียงใหม่ ด้วย รถไฟด่วนพิเศษ ขบวน 13 กันค่ะ

    รถไฟขบวนหมายเลข 13 นี้ เป็นรถไฟขบวนแบบด่วนพิเศษ ( Special Express ) ความหมายคือ จะเป็นเส้นทางที่จะเดินระยะไกล จอดเฉพาะสถานีสำคัญเท่านั้น โดยจะออกจากสถานีกรุงเทพฯ (หัวลำโพง) เวลา 19.35 น. ถึงสถานี เชียงใหม่ เวลา 08.40 น. (ประมาณ 13 ชั่วโมง) ระยะเวลาเดินทางเท่ากับขบวน CNR สามารถเลือกที่นั่งได้ 3 แบบ คือ
    บนอ.ป.24 : รถโบกี้นั่งและนอน ชั้น 1 ปรับอากาศ – ผู้โดยสารทั่วไป
    -เหมาห้อง 1,953 บาท
    -เตียงล่าง 1,453 บาท
    -เตียงบน 1,253 บาท
    บนท.ป.40 : รถโบกี้นั่งและนอน ชั้น 2 ปรับอากาศ – ผู้โดยสารทั่วไป
    -เตียงล่าง 841 บาท
    -เตียงบน 771 บาท
    บชส.76 : รถโบกี้นั่ง ชั้น 3 พัดลม – ผู้โดยสารทั่วไป – ช่วงโควิด
    -นั่ง 311 บาท
    สถานนีที่จอดได้แก่ กรุงเทพฯ(หัวลำโพง), สามเสน, ชุมทางบางซื่อ, บางเขน, หลักสี่, ดอนเมือง, รังสิต, อยุธยา, ลพบุรี, นครสวรรค์, พิจิตร, พิษณุโลก, อุตรดิตถ์, ศิลาอาสน์, เด่นชัย, บ้านปิน, นครลำปาง, ขุนตาล, ลำพูน และปลายทางเชียงใหม่

    สำหรับวันที่เราเดินทาง เราจองเป็นแบบชั้น 2 นะคะ ใน 1 โบกี้ จะมีทั้งหมด 40 เตียงค่ะ เตียงบน 20 ที่ เตียงล่าง 20 ที่ จุดล้างหน้า-แปรงฟัน 2 จุด ห้องน้ำ 2 ห้อง ซึ่งห้องน้ำยังเป็นระบบเก่านะคะ นั่งยอง และห้ามเข้าเมื่อรถจอด ความสะอาดอยู่ในระดับที่พอทนได้ค่ะ ไม่แย่ มีจุดสำหรับชาร์จไฟโบกี้ละ 2 จุด แนะนำว่าให้เตรียมแบตเตอรี่สำรองไปค่ะ ส่วนไฟส่องสว่างของแต่ละเตียงมีให้เฉพาะเตียงบนนะคะ เตียงล่างไม่มี ถ้าจะอ่านหนังสือก็ต้องเปิดม่านรับแสงไฟจากส่วนกลาง จุดเก็บของเล็กตอนนอน เตียงบนจะมีให้เป็นตาข่ายใส่ของเล็ก ๆ ส่วนเตียงล่างจะเป็นตะขอสำหรับแขวน

    ในส่วนของที่นอนนั้น ตอนเราขึ้นมาเจ้าหน้าที่ได้ทำการปูเตียงนอนให้เรียบร้อยแล้ว ก็จะมีหมอน และผ้าห่มให้ เตียงละ 1 ชุด สะอาดมาก ๆ ค่ะแต่เนื่องจากเป็นตู้นอนแบบปรับอากาศ และมีพัดลมเพดาน ทำให้อากาศค่อนข้างหนาวเลยค่ะ แนะนำว่าเตรียมผ้าห่มเพิ่มไปอีกผืน สำหรับคนขี้หนาวนะคะ ผ้าม่านปิดเตียงเป็นสีน้ำเงินเข้ม มีความหนา ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่เราชอบมากกว่าขบวน CNR เพราะทำให้ภายในเตียงนั้นมืด และดูเป็นส่วนตัวมากกว่า ที่เก็บสัมภาระก็มีให้เยอะค่ะ มีขนาดค่อนข้างกว้าง ใช้งานได้จริง เมื่อถึงช่วงเช้าจะมีเจ้าหน้าที่มาทำการเก็บเตียงให้ค่ะ ปรับจากเตียงนอน เป็นเบาะนั่ง

    การจองตั๋วสามารถทำได้ทั้งหมด 3 ช่องทาง
    1. ซื้อตั๋วที่สถานีรถไฟทั่วประเทศ
    2. จองตั๋วผ่านระบบ Call center 1690 แล้วไปรับตั๋วได้ที่สถานีรถไฟไม่เกิน 22.00 น. ในวันถัดไป
    3. จองผ่านช่องทางออนไลน์ https://www.dticket.railway.co.th/DTicketPublicWeb/help/

    จากประสบการณ์การนั่งรถไฟทั้ง 2 สายของเรา ขอสรุปคร่าว ๆ ระหว่างรถไฟขบวนด่วนพิเศษ-ขบวน 13(ชั้น 2) กับขบวนอุตราวิถี-CNR (ชั้น 2) นะคะ
    -เรื่องที่นอนเราชอบขบวน 13 มากกว่า เพราะผ้าม่านมืด ทำให้หลับสบายและเป็นส่วนตัวมากกว่า แต่ความสะอาดของที่นอน หมอน ผ้าปู สะอาดเหมือนกันค่ะ
    -เรื่องความสะอาดโดยรวมทั้งขบวน ให้ขบวน CNR ชนะเลิศไปเลยค่ะ เพราะเป็นรถไฟใหม่ ห้องน้ำเป็นแบบปิดสามารถเข้าได้ตลอดเวลา แม้รถไฟจะจอดที่สถานีก็ตาม
    -เรื่องสิ่งอำนวยความสะดวก ให้ขบวน CNR ค่ะ เพราะมีไฟส่องสว่าง และปลั๊กไฟให้ทุกที่นั่ง
    -เรื่องการตรงต่อเวลาให้ขบวน CNR นะคะ กลับตรงเวลา แต่ขบวนหมายเลข 13 รถไฟมาช้าไป 2 ชั่วโมงค่ะ แต่เวลาออกจากกรุงเทพฯ เราให้ขบวนหมายเลข 3 ชนะค่ะ เวลาดี สำหรับใครที่เลิกงานแล้วเดินทาง ก็สามารถไปขึ้นรถได้ทัน เพราะรถออกเวลา 19.35 แต่ขบวน CNR ออกเวลา 18.00 น. อาจจะกระชั้นชิดเวลาเลิกงานไปหน่อยค่ะ
    -เรื่องที่เก็บสัมภาระให้ขบวนหมายเลข 13 ค่ะ เพราะมีที่เก็บเยอะ แยกชัดเจนทุกที่นั่ง

    สำหรับใครที่กำลังจะเดินทางไปเชียงใหม่ ก็ลองเลือกการนั่งรถไฟดูค่ะ ไม่ได้ลำบากอย่างที่คิด แถมประหยัดค่าโรงแรมไปได้อีก 1 คืนเลยค่ะ

     

    Related Post

    spot_img
    spot_img

    Recommended