Home Blog Page 1043

นั่งจิบกาแฟชิล ๆ ที่ Hey! Coffee สาขาเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา

Hey Coffee สาขาเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา

Hey! Coffee
สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ คอกาแฟทุกท่าน วันนี้ก็เหมือนเดิมอีกเช่นเคย สำหรับใครที่ชื่นชอบการนั่งดื่มกาแฟ แล้วนั่งพักผ่อนสบาย ๆ ไปเรื่อยเปื่อย วันนี้เรามีร้านกาแฟเล็ก ๆ มาแนะนำค่ะ ร้านนี้อยู่แถวถนนเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา ชื่อว่าร้าน Hey Coffee ค่ะ

Hey Coffee ชื่อนี้อาจจะเป็นที่คุ้นชินของใครหลาย ๆ คน เพราะร้านนี้ มีสาขาอยู่เยอะมาก ๆ เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นที่สาขาเกษตร-นวมินทร์, สาขาวัชรพล, สาขามอเตอร์เวย์, สาขาโฮมโปรพระราม 9 เป็นต้น ใครสะดวกที่ไหน สามารถแวะเข้าไปได้เลยค่ะ แต่ละสาขาก็มีการตกแต่งที่สวยงามแตกต่างกันไป

สำหรับวันนี้เราจะพามาดูบรรยากาศของร้าน ที่สาขาเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรากันค่ะ ที่สาขานี้ จะเป็นร้านเล็ก ๆ ที่อยู่ในมุม ตรงทางเข้าโชว์รูมรถนะคะ อาจจะไม่ค่อยมีมุมให้ถ่ายรูปมากนัก เน้นมานั่งดื่มด่ำกับรสชาติของกาแฟ และเครื่องดื่มต่าง ๆ ที่ร้านนี้มีที่คั่วกาแฟภายในร้าน และมีเมล็ดกาแฟให้เลือกหลากหลายเลยค่ะ เช่น Ethiopia, Brazil หรือแม้แต่ Burma ก็มีเช่นกันค่ะ รับรองว่าถูกใจคอกาแฟอย่างแน่นอน

Hey! Coffee

เมนูแนะนำของทางร้านมีหลากหลายเมนูเลยค่ะ ทั้ง Coffee และ Non Coffee เช่น White Melon Cappuccino (120 บาท), Banana Caramel Frappuccino (150 บาท), Mint Choco Caramel (140 บาท), White Peach Apple Tea (90 บาท), Yuzu Orange Tonic (90 บาท) เป็นต้น

Hey! Coffee

วันนี้เราลองสั่งเครื่องดื่มมาทานกัน 2 เมนูค่ะ คือเมนูแนะนำ White Chocolate Macadamia Latte (90 บาท) เมนูกาแฟนมที่หอมกลิ่น Macadamia รสชาติหวานมัน กลมกล่อม และอีกเมนูก็คือ Dirty Coffee (100 บาท) กาแฟรสชาติหอม เข้มข้น ตามด้วยความหวานอ่อน ๆ ของนม อร่อยนัวมากค่ะ

นอกจากเครื่องดื่มแล้ว ที่นี่ยังมีทั้งเค้ก ไอศกรีม และขนมอื่น ๆ ให้เลือกทานอีกหลากหลายเมนูเลยค่ะ เช่น เค้กส้ม และมาการอง เป็นต้น ถ้าใครชื่นชอบการทานกาแฟ อย่าลืมแวะมาชิมกาแฟรสชาติดี ๆ ที่ร้านนี้กันนะคะ สายคาเฟ่เข้าไปติดตามรีวิวร้านต่าง ๆ ได้ ที่นี่

พิกัด : https://goo.gl/maps/gDZEZEJ2n18gftS37
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 06.30-17.00 น.
โทร : 094-9957076
Facebook : Hey! Coffee

 

สีปากรับทรัพย์ เสริมดวงตามวันเกิด หนุนนำเสน่ห์ ส่งเสริมความรัก รับทรัพย์นำโชค

สีปากรับทรัพย์ เสริมดวงตามวันเกิด

สีปากรับทรัพย์

สีปากรับทรัพย์ ต้อนรับปีใหม่ในปี 2022…สายมูเตลูต้องรู้ สีลิปสติกมงคลตามวันเกิด เสริมลุค เสริมดวงให้ปัง… สีลิปสติกเสริมดวง ควรทาลิปสติกสีอะไรดีนะ ? ถึงจะมีโชคในแต่ละวัน บอกเลย ! ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ นอกจากจะช่วยส่งเสริมเรื่องของบุคลิกภาพให้เราดูดีขึ้นแล้ว สีของลิปยังสามารถเสริมดวงได้อีกในหลายด้านของชีวิตเราเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอำนาจ โชคลาภ วาสนา บารมี เงินทอง รวมถึงความรัก

ความเชื่อเรื่องของสี ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรเลย เพราะเราจะเห็นได้ในแทบทุกศาสตร์ทุกวงการ เช่น สีเสื้อมงคล สีกระเป๋าสตางค์เสริมโชค สีบ้านตามวันเกิด สีของรถยนต์ และอีกมากมายนับไม่ถ้วน ทั้งนี้ก็รวมไปถึงเรื่องของสีปากรับทรัพย์ สีลิปสติกเสริมดวงด้วย

แล้วเราควรทาลิปสติกสีอะไรถึงจะมีโชคล่ะ ? ไม่ต้องห่วง วันนี้ Inzpy มีสีลิปสติกประจำวันเกิดมาแนะนำให้กับเพื่อน ๆ กันด้วย เพื่อสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตประจำวันของเรา อย่ารอช้า เลื่อนลงตามไปดูกันเลยว่าเราจะเหมาะกับลิปสติกสีไหนบ้าง !

สีลิปสติกเสริมดวง 2022 ตามวันเกิด

1. สีลิปสติกเสริมดวงสำหรับคนที่เกิด วันอาทิตย์

สีปากรับทรัพย์

สำหรับคนที่เกิดวันอาทิตย์ คนเกิดวันนี้ ค่อนข้างเป็นคนใจร้อน แต่มีเสน่ห์เหลือล้น จุดเด่นคือมีความคิดสร้างสรรค์โดดเด่น ชอบความท้าทายทั้งเรื่องการงาน และความรัก การทาลิปสติกสีแดงจะช่วยเสริมความมั่นใจ เสริมโชคด้านการงาน มีเสน่ห์ในการโน้มน้าวคนฟัง

สีลิปที่ช่วยเสริมเรื่องสิริมงคล โชคลาภ เงินทอง : สีแดง สีลิปเสริมดวงความรัก : สีโทนแดงสด ,สีแดงเลือดหมู

2. สีลิปสติกเสริมดวงสำหรับคนที่เกิด วันจันทร์

สีปากรับทรัพย์

สำหรับคนที่เกิดในวันจันทร์ เป็นคนอารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย แต่บางครั้งก็สุขุม สงบเยือกเย็น เสน่ห์ของคนเกิดวันนี้อยู่ที่การช่างเจรจา มักได้ทำงานที่ต้องพบปะผู้คน สีลิปที่ควรทาจึงควรเลือกทาลิปสีที่เป็นธรรมชาติ ทำให้ผู้พบเห็นรักและเมตตา

สีลิปที่ช่วยเสริมเรื่องสิริมงคล โชคลาภ เงินทอง : สีโทนชมพูอ่อน ,นู๊ดชมพู  สีลิปเสริมดวงความรัก : สีพีช ,สีชมพูหวาน ,สีนู๊ด ,สีส้มอมชมพู

3. สีลิปสติกเสริมดวงสำหรับคนที่เกิด วันอังคาร

สีปากรับทรัพย์

สำหรับผู้ที่เกิดในวันอังคาร ค่อนข้างเป็นคนตรงไปตรงมา ดื้อและจริงจัง แต่ให้อภัยคนง่าย เป็นคนใจอ่อน ควรทาลิปที่ให้สีที่ดูอ่อนโยนและเป็นมิตร อย่างโทนส้มน่ารัก ๆ

สีลิปที่ช่วยเสริมเรื่องสิริมงคล โชคลาภ เงินทอง : สีโทนส้ม สีลิปเสริมดวงความรัก : สีน้ำตาลอมส้ม ,น้ำตาลอมแดง ,น้ำตาลอมชมพู

4. สีลิปสติกเสริมดวงสำหรับคนที่เกิด วันพุธ

สีปากรับทรัพย์

สำหรับคนที่เกิดวันพุธ เป็นคนชอบช่วยเหลือผู้อื่น จิตใจโอบอ้อมอารี ตรงนี้ทำให้มักถูกเอาเปรียบในเรื่องต่าง ๆ ให้ลองทาลิปโทนชมพูอมม่วง จะช่วยเพิ่มความมั่นใจ ให้ดูเป็นสาวกระฉับกระเฉงขึ้น

สีลิปที่ช่วยเสริมเรื่องสิริมงคล โชคลาภ เงินทอง : สีชมพูอมม่วง สีลิปเสริมดวงความรัก : สีส้มอมชมพู ,สีส้มพีช ,ชมพูพีช

5. สีลิปสติกเสริมดวงสำหรับคนที่เกิด วันพฤหัสบดี

ใครที่เกิดวันพฤหัสบดี เป็นคนอดทน จิตใจเข้มแข็ง สีลิปสติกโทนนู้ดอมส้มจะเสริมลุคให้คุณดูสดใส ร่าเริง และอ่อนหวานขึ้น

สีลิปที่ช่วยเสริมเรื่องสิริมงคล โชคลาภ เงินทอง : สีนู๊ดอมส้ม สีลิปเสริมดวงความรัก : สีส้มอิฐ ,สีน้ำตาล ,สีนู๊ด

6. สีลิปสติกเสริมดวงสำหรับคนที่เกิด วันศุกร์

ผู้ที่เกิดวันศุกร์ เป็นคนฉลาด มีเสน่ห์อ่อนหวาน แต่ขี้น้อยใจกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ลิปสติกสีชมพูเข้มจะเสริมให้คนที่เกิดในวันศุกร์ดูโฉบเฉี่ยว ดูสตรองขึ้น

สีลิปที่ช่วยเสริมเรื่องสิริมงคล โชคลาภ เงินทอง : สีชมพูเข้ม สีลิปเสริมดวงความรัก : ชมพูสดใส ,ชมพูบานเย็น ,ส้มทอง ,สีโอรส

7. สีลิปสติกเสริมดวงสำหรับคนที่เกิด วันเสาร์

สำหรับคนที่เกิดวันเสาร์ มีความเป็นผู้นำและรับผิดชอบสูง บุคลิกโตเกินวัย เป็นคนตรงไปตรงมา มีความสามารถในการบริหารจัดการ สีลิปโทนอิฐและน้ำตาลอ่อน จะเสริมลุคความเป็นผู้ใหญ่ แต่ช่วยแฝงความอ่อนหวานไว้

สีลิปที่ช่วยเสริมเรื่องสิริมงคล โชคลาภ เงินทอง : สีนู๊ด ,สีโทนน้ำตาล สีลิปเสริมดวงความรัก : สีแดงอมม่วง ,สีชมพูอมม่วง ,สีเลือดหมู ,น้ำตาลแดง

สีปากรับทรัพย์ เสริมดวงตามวันเกิด เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความเชื่อที่อาจช่วยเสริมสร้างเรื่องราวดี ๆ หรือความโชคดี ความจริงแล้วทุกคนก็สามารถทาลิปสติกสีอะไรก็ได้ สีที่ทาแล้วรู้สึกว่าตัวเองมั่นใจ และเหมาะสมกับกาลเทศะนะคะ ในส่วนที่เรานำมาฝากทุกคนกันในวันนี้ อาจช่วยให้หลายคนตัดสินใจเลือกลิปสติกสีต่าง ๆ มาทาริมฝีปากในแต่ละวันได้ง่ายขึ้น ทาแล้วรู้สึกมีกำลังใจ ช่วยเสริมสร้างกำลังใจให้มีมากขึ้น… แต่ใครจะไปรู้ บางทีหากลองทาสีลิปเสริมดวงตามวันเกิดที่เราแนะนำ คุณอาจจะโชคดีในทุก ๆ วัน ก็ได้นะคะ

7 สถานที่ถ่ายดาว ล่าทางช้างเผือก (Milky Way) ในไทย

ในวันเหงา ๆ ที่เรากำลังนั่งฟังเพลงไปเรื่อยเปื่อย แล้ว playlist ของเราก็วนมาที่เพลง ขอดาว “ดาวเธอเองก็อยู่บนฟ้า หากพอมีเวลาช่วยฉันสักที ถ้ามองจากบนฟ้า อาจจะเห็นว่าความรักแท้ยังมี” เพลงนี้มันทำให้เราคิดถึงบรรยากาศของการนั่งมองดาวดวงเล็ก ๆ บนท้องฟ้า มันเป็นภาพที่จะว่าโรแมนติกก็ใช่ จะว่าเหงาก็ไม่เชิง แต่มันก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เรามักจะเฝ้ารอในทุก ๆ ค่ำคืน ของการเดินทางออกไปเที่ยวชมธรรมชาติ ทำให้วันนี้เราเลยอยากจะมาแนะนำสถานที่ถ่ายดาว ล่าทางช้างเผือก ให้เพื่อน ๆ ได้ตามไปสัมผัสบรรยากาศแสนสวยงามแบบนั้นบ้าง

 

แนะนำ 7 สถานที่ถ่ายดาว ล่าทางช้างเผือก (Milky Way) ในไทย

 

ดอยหลวงเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

ล่าทางช้างเผือก
ดอยหลวงเชียงดาว เป็นยอดดอยที่สูงเป็นอันดับที่ 3 ในประเทศไทย สูงถึง 2,225 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นเส้นทางยอดนิยมสำหรับสายเดินป่า แบ่งเป็น 2 เส้นทาง คือ เส้นทางเด่นหญ้าขัด-อ่างสลุง ระยะทาง 8.5 กิโลเมตร และเส้นทางปางวัว-อ่างสลุง ระยะทาง 6 กิโลเมตร
บริเวณด้านบนยอดดอยกิ่วลมใต้ เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นมาล่าทางช้างเผือกกัน ที่นี่แม้จะเป็นเส้นทางเดินป่า ที่มีความยากพอสมควร แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลมากันเป็นจำนวนมาก เพราะวิวที่จะได้สัมผัสนั้น มันคุ้มค่า ที่จะออกเดินทางมานั่นเองค่ะ ลงทะเบียนขึ้นดอยหลวงเชียงดาว คลิก

 

ปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน


“ปางอุ๋ง” หรือ “โครงการพระราชดำริปางตอง 2” อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสุดแสนโรแมนติก ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นสถานที่เที่ยวยอดนิยมในหน้าหนาว ที่นี่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่บนเขา ถูกโอบล้อมด้วยวิวต้นสน ในยามเช้าคุณจะได้เห็นภาพหมอกจาง ๆ ที่ลอยเหนือผิวน้ำ และแสงอาทิตย์สีทองลอดผ่านทิวสนลงมา กระทบกับผิวน้ำ เป็นภาพที่เหมือนอยู่ในฝันเลยล่ะค่ะ แต่ความสวยงามนั้นไม่ได้มีแค่ในตอนเช้าเท่านั้นนะคะ ในช่วงกลางคืน หากมาในคืนเดือนมืด และท้องฟ้าปลอดโปร่ง ไม่มีเมฆ รับรองว่าจะได้เห็นดวงดาว ระยิบระยับ เต็มท้องฟ้าอย่างแน่นอน

 

ภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์


แค่ชื่อก็บอกแล้วว่า “ภูสอยดาว” นักท่องเที่ยวที่มุ่งหน้ามาที่ภูแห่งนี้ นอกจากจะขึ้นมาชมความสวยงามของดอกหงอนนาค ในหน้าฝนแล้ว การมาล่าทางช้างเผือก ในช่วงหน้าหนาว ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่ง ที่หลาย ๆ คนอยากมาสัมผัสที่ภูสอยดาวแห่งนี้ ซึ่งต้องเดินผ่านเส้นทางเดินป่า และขึ้นเขาประมาณ 6.5 กิโลเมตร ด้านบนแทบไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ อาจจะค่อนข้างลำบาก แต่รับรองว่า บรรยากาศที่คุณจะได้รับ คุ้มค่าแน่นอนค่ะ

 

สามพันโบก จังหวัดอุบลราชธานี

ล่าทางช้างเผือก
หรืออีกหนึ่งชื่อเรียกคือ “แกรนด์แคนยอนเมืองไทย” ด้วยทัศนียภาพที่เป็นแก่งหินขนาดใหญ่ ที่ถูกกัดเซาะจนเป็นแอ่งรูปร่างต่าง ๆ มากกว่า 3,000 แอ่งเลยทีเดียว ซึ่งแอ่งที่เป็นจุดไฮไลต์ของที่นี่ก็คือ แอ่งที่เป็นรูป มิกกี้เมาส์ แอ่งรูปดาว และแอ่งรูปหัวใจ ซึ่งพลาดไม่ได้ที่จะต้องไปตามหา และถ่ายรูปคู่ด้วย ส่วนการล่าทางช้างเผือกของที่นี่นั้น จะได้ภาพดวงดาวที่สวยงามเต็มท้องฟ้า ตัดกับแก่งหินธรรมชาติ ขอบอกว่าภาพที่ได้นั้น เหมือนอยู่ที่ต่างประเทศเลยค่ะ

 

ดอยม่อนจอง จังหวัดเชียงใหม่


ที่นี่เป็นเส้นทางเดินป่าสำหรับมือใหม่ เส้นทางไม่ยากนัก มีทั้งทางที่เป็นทางราบ สลับกับชันบ้างในบางช่วง หากคุณเดินทางมาที่นี่ในช่วงหน้าหนาว โดยเฉพาะช่วงเดือนกุมภาพันธ์ นอกจากจะได้ไปวิ่งเล่นในทุ่งหญ้าสีทองบนสันเขา พร้อมชมวิวพระอาทิตย์ตกดินในยามเย็นแล้ว ในช่วงกลางคืน คุณยังจะมีโอกาศได้ชมดวงดาว ที่สวยงาม ระยิบระยับอยู่บนท้องฟ้าอีกด้วย โดยเฉพาะจุดผาหัวสิงห์ ที่นักล่าทางช้างเผือก จะเดินขึ้นไปรอถ่ายดาวกันตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ที่นี่สามารถชมดาวได้แบบ 360 องศาเลยค่ะ

 

ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย


ภูชี้ฟ้า เป็นยอดเขาสูงที่สุดในเทือกเขาดอยผาหม่น ติดชายแดนไทย-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เอกลักษณ์ของที่นี่อยู่ตรงหน้าผาของเขายอดเขาที่เป็นปลายแหลม ชี้ไปบนท้องฟ้า ที่ภูชี้ฟ้านอกจากจะเป็น 1 ในสถานที่ล่าทะเลหมอกยอดฮิตแล้ว วิวสุดอลังการแล้ว หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่ทราบว่า ที่นี่ยังเป็นสถานที่ดูดาวที่จะได้เห็นดวงดาว ระยิบระยับ เต็มท้องฟ้าตัดกับยอดของภูชี้ฟ้า เรียกว่าเป็นมุมที่สวยงามมาก ๆ อีกด้วยค่ะ

 

ดอยเสมอดาว จังหวัดน่าน


ถ้าสถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีจุดเด่น เรื่องการชมดาว แล้วล่ะก็ คงจะไม่ได้ชื่อว่า “ดอยเสมอดาว” แน่ ๆ ค่ะ ด้วยลักษณะของพื้นที่ที่เป็นลานหญ้ากว้างบนสันเขา เหมาะแก่การกางเต็นท์ นอนชมวิวท้องฟ้า ในวันที่ฟ้ามืด ไร้เมฆ สามารถมองเห็นดาวเต็มท้องฟ้า ราวกับว่าดวงดาวนั้นอยู่รอบ ๆ ตัวเราเลยค่ะ
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ที่นี่เป็นจุดที่นักล่าทางช้างเผือกนิยมมากันนั่นเอง นอกจากดวงดาวในยามค่ำคืนแล้ว ยังสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก และทะเลหมอก ได้อีกด้วย เรียกได้ว่ามาเที่ยวจุดเดียว ได้ครบทุกบรรยากาศเลยล่ะค่ะ

ในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ จะเป็นเดือนเริ่มต้นของการออกไปล่าทางช้างเผือก ถ้าใครชื่นชอบการท่องเที่ยวในสายนี้ ก็อย่าลืมตามรอยกันนะคะ รับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน คอนเฟิร์ม!

 

เปิดบ้าน ต้อนรับปีใหม่ด้วยของมงคลเรียกทรัพย์เข้าบ้านปัง ๆ ปี 2565

0

เปิดบ้าน ต้อนรับปีใหม่ด้วยของมงคลเรียกทรัพย์เข้าบ้านปัง ๆ ปี 2565

เปิดบ้าน ต้อนรับปีใหม่ด้วยของมงคลเรียกทรัพย์เข้าบ้านปัง ๆ ปี 2565 สำหรับหลาย ๆ คนที่เริ่มต้นการใช้ชีวิตใหม่ ๆ หรือ การขึ้นบ้านใหม่ สิ่งต่าง ๆ ในช่วงเทศกาลต้อนรับปีใหม่ เป็นการเปิดบ้านต้อนรับสิ่งมงคลเข้ามาให้เริ่มต้นปีที่ดี ปัง ๆ กันไปเลย

หลาย ๆ คนนอกจากการชอบดีไซน์ออกแบบตกแต่งบ้านตามใจชอบแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ควรมีอยู่ในบ้านเรียกว่าของมันต้องมีอย่าง “ของแต่งบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล” ซึ่งส่วนมากคนไทยก็มักบูชาสิ่งศักดิ์ และ วัตถุมงคลของจีนกันมากขึ้น เพราะหลาย ๆ คนเชื่อว่าหากมีสิ่งที่เป็นเครื่องรางมงคลของคนจีนอยู่ในบ้านจะช่วยเสริงความเฮงให้คนที่อยู่ในบ้านนั้น ๆ วันนี้ Inzpy ได้รวบรวมนำวัตถุเครื่องรางของจีน มาแชร์ให้เพื่อน ๆ ดูกันมีอะไรบ้างตามไปดูกันเลยจ้า…เปิดบ้านฮก ลก ซิ่ว (Fu Lu Shou หรือ Fuk Luk Sau)เป็น 3 เทพเจ้าจีน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนความเป็นมงคล 3 ประการของจีน เทพแห่งการอวยพร เป็นเทพเจ้า 3 องค์ที่ถูกเล่าขานกล่าวถึงบุคคลในอดีตของจีน และ ได้มีการนับถือการสืบมาถึงในปัจจุบันโดย ฮก ลก ซิ่ว เป็นวัตถุมงคล ที่สื่อความหมายความสำเร็จ ความมั่งคั่ง ความมั่นคง และ อายุยืน ว่ากันว่าหากใครบูชาไว้ที่บ้าน หรือ สถานที่ทำงาน ก็จะช่วยให้ประสบความสำเร็จ เจริญรุ่งเรือง มีความสุข และ สุขภาพดี

เทพทั้ง 3 องค์จะถือเป็นส่วนหนึ่งของกัน และ กัน ดังนั้นจึงต้องบูชาให้ครบทั้ง 3 องค์  ห้ามเลือกบูชาแค่องค์ใดองค์หนึ่งเพียงองค์เดียว ในปัจจุบันนิยมสร้างเป็นเทวรูปประดับตั้งวางอยู่ภายในบ้าน นิยมให้เพื่อเป็นของขวัญขึ้นบ้านใหม่ หรือ ให้เป็นของฝากแก่ผู้ใหญ่ก็ดีเลยล่ะ

เปิดบ้านปี่เซียะ (Pi Xiu หรือ Pi Yao)  ปี่เซียะ มีรูปร่าง และ เขาคล้ายกวาง แต่มีหน้า, หัว, ขาคล้ายสิงโต, มีปีกคล้ายนก, หลังคล้ายปลา และ มีส่วนหางคล้ายแมวปนไปด้วยท้อง และ บางส่วนของหัวคล้ายมังกร เป็นสัตว์สี่ขา และ เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ช่วยป้องกัน และ ปัดเป่าภยันตราย และ ภูตผีปีศาจ สิ่งไม่ดีต่าง ๆ เป็นวัตถุมงคลยอดนิยมของคนจีน

โดยมีเรื่องเล่าว่า ปี่เซียะทำผิดกฎสวรรค์จึงถูกลงโทษให้กินแต่เงิน และ ทอง พร้อมทั้งปิดรูทวารไม่ให้ถ่ายออก จึงทำให้ปี่เซียะกลายเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง ร่ำรวย เนื่องจากผู้คนเชื่อกันว่าเป็นการ “ดูดทรัพย์เข้า กักทรัพย์ออก” หากบูชาไว้จะช่วยให้เงินทองไหลมาเทมา เก็บทรัพย์สมบัติไม่ให้รั่วไหล ทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรือง และ ดึงดูดโชคลาภเข้ามาในชีวิตนั่นเอง

เปิดบ้านตี่จู่เอี้ย คือ ศาลเจ้าที่ในบ้านตามความเชื่อของคนไทยเชื้อสายจีน ด้วยการอัญเชิญเทพเจ้าแห่งพื้นดิน มาประทับไว้ในศาลที่ขนาดเล็กที่วางไว้ติดกับพื้นดินภายในบ้าน เมื่อคนในบ้านมีเรื่องทุกข์ร้อนใจ หรือมีกิจกรรมที่ต้องตัดสินใน ก็จะมาจุดธูปแจ้งบอกกับเจ้าที่ เพื่อให้กิจกรรมนั้นดำเนินไปอย่างราบรื่น เรียกว่า เทพเจ้าแห่งธาตุดินเชื่อว่าเป็นเทพเจ้า

ที่อยู่ใกล้ชิดกับมนุษย์มากที่สุดโดยประวัติความเป็นมาของตี่จู่เอี้ยมีมาตั้งแต่สมัยโบราณที่ชาวจีนเริ่มหาที่อยู่อาศัยใหม่ ๆ จึงต้องการให้เทพเจ้าช่วยปกป้องคุ้มครอง เลยนำกระดาษมาเขียนตัวอักษรว่า “ตีจู่ซิ่งอุ่ย” ซึ่งหมายถึง ที่สถิตของเทพเจ้า และ ก็มีการพัฒนามาเรื่อย ๆ ตามยุคสมัย จนกลายเป็นศาลตี่จู่เอี้ยอย่างทุกวันนี้นั่นเอง โดยว่ากันว่า ถ้าหากบ้านไหนมีศาลตี่จู่เอี้ยบูชาไว้ ก็เหมือนมีเทพเจ้าคอยดูแล คุ้มครอง ทำให้มีแต่ความสุข และช่วยเสริมโชคลาภ และ สิริมงคลในชีวิต

เปิดบ้านไฉ่ซิงเอี้ย (Cai Shen) เป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภตามความศรัทธาของคนจีน โดยมีความเชื่อว่า องค์เทพไฉ่ซิงเอี้ยจะมายังโลกมนุษย์เพียงปีละหนึ่งครั้ง ซึ่งนั่นก็คือ วันตรุษจีน นั้นเอง จะทำการตั้งโต๊ะบูชาไฉ่สิ่งเอี้ย โดยการหันหน้าไปทิศต่าง ๆ ที่เชื่อว่าไฉ่สิ่งเอี้ยจะเสด็จลงมา ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละปี โดยเวลาที่จะทำการบูชา คือ 23.00–01.00 น. ของวันตรุษจีน

จึงทำให้คนส่วนใหญ่จะตั้งโต๊ะหมู่บูชาองค์ซึ่งของที่ทำการบูชาใช้ของหวาน เช่น ผลไม้, อาหารเจ, บัวลอย, สาคู หรือ ของรับประทานต่าง ๆ ที่มีสีสันสดใสธนาคาร, เช็ค หรือกระเป๋าเงิน มาตั้งวางไว้ด้วย เป็นต้น และ เมื่อธูปที่ใช้บูชาใกล้มอดให้รีบนำเข้าบ้าน และปิดประตูหน้าต่างให้สนิท เพื่อให้ควันธูปที่เหลือนั้นตลบอบอวลอยู่ภายในบ้าน เชื่อว่าเป็นการอัญเชิญไฉ่สิ่งเอี้ยเข้ามาประทับในบ้าน และ ในการไหว้ไฉ่ซิงเอี้ยเป็นองค์แรกของวันตรุษจีน เพราะเชื่อว่าจะนำความมั่งมีศรีสุข โชคลาภเงินทอง ความสุขสมหวัง และ ความร่ำรวยมาสู่ผู้คนในบ้านนั่นเอง

open houseพระสังกัจจายน์ (Laughing Buddha) เป็นรูปปั้นพระที่อ้วนท้วมสมบูรณ์ ใบหน้ายิ้มแย้มมีความสุข และ ถือเงินในมือเพื่อแสดงถึงความร่ำรวย จึงถือเป็นเทพแห่งโชคลาภ โดยเชื่อกันว่า พระสังกัจจายน์เป็นพระพุทธสาวกองค์หนึ่ง

ที่มีความรู้ ความสามารถ และ มีชื่อเสียงโด่งดังในพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน ถ้าหากใครบูชาพระสังกัจจายน์ที่บ้าน จะช่วยเรื่องการงาน การเงิน ความมั่งคั่ง และ ความสำเร็จในด้านที่ปรารถนา

กิเลน (Qi Lin หรือ Chi Lin) เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าม้ามังกร หรือยูนิคอร์นจีน เป็นสัตว์มงคลนำโชคในตำนาน มีหัวเป็นมังกร ตัวเป็นม้า กีบเป็นกวาง และ ผิวเป็นเกล็ดปลา ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อกันว่า กิเลนสามารถดูดซับพลังงานดี แบ่งแยกความดี และความชั่ว แถมยังซื่อสัตย์กับเจ้าของด้วย

จึงถือเป็นวัตถุมงคลที่ช่วยคุ้มครองคนในบ้านจากความชั่วร้าย ช่วยเสริมความเจริญรุ่งเรือง และช่วยรักษาสุขภาพให้แข็งแรงได้ นอกจากนี้กิเลนหลายตัวยังมีสมบัติอยู่ที่อุ้งเท้า และ เหรียญอยู่ที่ปาก จึงเชื่อกันว่าช่วยนำความมั่งคั่งร่ำรวยมาสู่ผู้คนในบ้านได้อีกต่างหาก

เรือสำเภาจีน (Wealth Ship) ถือเป็นของมงคลศักดิ์สิทธิ์คู่บ้าน และ คู่ออฟฟิศของคนจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักธุรกิจ เนื่องจากสมัยก่อนผู้คนนิยมใช้เรือสำเภาในการค้าขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการค้าขายกับต่างประเทศ

ทำให้เวลาเรือแล่นกลับบ้านก็จะขนเงินทองหรือสินค้ามาเต็มเรือ จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งร่ำรวยนั่นเอง ดังนั้นจึงมีความเชื่อส่งต่อกันมาว่า ถ้าหากบ้านไหนประดับเรือสำเภาจีนไว้ ก็จะช่วยนำโชคลาภทางการเงินเข้ามาสู่คนในบ้าน

อร่อยชัวร์ หม่าล่าช่วนช่วน สาขา 2 (ห้วยขวาง)

อร่อยชัวร์ หม่าล่าช่วนช่วน สาขา 2 (ห้วยขวาง)

หม่าล่าช่วนช่วน
Cr. เพจร้านหม่าล่าช่วนช่วน

ถ้านึกถึงอาหารที่จะทำทานในช่วงหน้าหนาว อากาศเย็น ๆ แบบนี้ หลาย ๆ คนก็คงจะนึกถึงเมนูที่มีทั้งความร้อน และความเผ็ด เวลาที่ได้ทานเมนูแบบนี้ในอากาศที่หนาว ๆ แล้วล่ะก็ รับรองว่าฟินสุด ๆ แน่นอนค่ะ วันนี้เราจะมาแนะนำร้านอาหารแถวห้วยขวาง เป็นร้านหม่าล่าสูตรเด็ดแบบเฉินตู ที่มีชื่อว่า “หม่าล่าช่วนช่วน” ใครที่ชื่นชอบความเผ็ดแบบชาลิ้น ต้องไปตามรอยให้ได้นะคะ

Cr. เพจร้านหม่าล่าช่วนช่วน

หม่าล่าช่วนช่วน (mala chuan chuan) ร้านนี้อยู่ไม่ไกลจาก MRT ห้วยขวาง เดี๋ยวเราจะแปะพิกัดเอาไว้ให้ที่ใต้บทความนะคะ แนะนำว่าไม่ควรเอารถส่วนตัวไปนะคะ เพราะที่นี่เป็นร้านเล็ก ๆ ไม่มีที่จอดรถค่ะ นั่งรถไฟใต้ดินไปสะดวกที่สุดค่ะ ลงสถานีห้วยขวาง ทางออก 1 แล้วต่อวินมอเตอร์ไซค์ไป 15 บาท หรือถ้าใครจะเดินก็ได้ค่ะ ไม่ไกล ร้านอยู่ติดริมถนนเลยค่ะ เดินประมาณ 10-15 นาทีก็ถึงค่ะ

ร้านหม่าล่าช่วนช่วน (mala chuan chuan) ร้านนี้ เป็นหม่าล่าแบบต้นตำหรับ จากเฉินตู ไม่ใช่เมนูปิ้ง ๆ แบบตามร้านทั่วไปที่เราเห็นนะคะ จะมาเป็นแบบหม้อซุปหม่าล่าเลยค่ะ เมื่อเราเข้าไปนั่งที่โต๊ะแล้ว ก็จะมีค่าน้ำซุปหม่าล่า 128 บาท จากนั้นเราก็เดินไปเลือกเนื้อ ผัก ที่เราจะทานได้ในตู้เลยค่ะ มีให้เลือกเยอะมาก ราคาไม้ละ 5 บาท เป็นไม้เล็ก ๆ เมื่อเลือกเรียบร้อย ก็ยื่นให้พนักงานไปทำให้ค่ะ จากนั้นเค้าก็จะนำมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะ

หม่าล่าช่วนช่วน

นอกจากส่วนอาหารที่เป็นแบบเสียบไม้แล้ว ก็ยังมีเมนูอื่น ๆ ที่ต้องลอง หลากหลายเมนูค่ะ เมนูแนะนำ เช่น หอย/ ปลาหมึก/กุ้ง/เนื้อ/ผัดหม่าล่า (180 บาท), ขาหมูเย็น (180 บาท) เป็นต้น แล้วก็ยังมีเมนูพิเศษ เช่น ไส้เป็ด (88 บาท), สมองหมู (88 บาท), เกี๊ยวน้ำ (80 บาท), ยำแตงกวา (60 บาท), โรตีจีนทอด (60 บาท) เป็นต้น

Cr. เพจร้านหม่าล่าช่วนช่วน

ใครที่กำลังหาร้านอาหารทานอร่อย ๆ แล้วชื่นชอบอาหารสไตล์จีนแบบหม่าล่า รสชาติต้นตำหรับจากเมืองเฉินตูแล้วล่ะก็ ต้องมาทานที่ร้าน หม่าล่าช่วนช่วน ให้ได้นะคะ รับรองว่าจะต้องติดใจอย่างแน่นอนค่ะ

พิกัด : https://goo.gl/maps/8PAgjWJe6pUrb6Uu6
เวลา เปิด-ปิด 13:00-22:00
สำรองที่นั่ง : 0878968686 / 0882528509
Facebook : หม่าล่าช่วนช่วนอร่อยชัวร์ สาขา 2 太好吃麻辣串串香火锅 二店 

 

Coffee Lab @Crystal Design Center (CDC)

Coffee Lab @Crystal Design Center (CDC)

Coffee Lab
สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ ชาว Inzpy สำหรับใครที่ได้มีโอกาสไปเดินเล่นที่ Crystal Design Center (CDC) แถวเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา แล้วกำลังมองหาร้านกาแฟอร่อย ๆ วันนี้เราจะมาแนะนำ ร้านกาแฟเล็ก ๆ ร้านนี้ ที่มีชื่อว่า Coffee Lab ค่ะ

Coffee Lab
ร้านคาเฟ่แห่งนี้ ตั้งอยู่ใน CDC โซนทางฝั่ง Max Value ค่ะ เป็นร้านเล็ก ๆ มีที่นั่งในร้านประมาณ 5-6 โต๊ะ ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่ 11.00-21.00 น. ภายในร้านตกแต่งในสไตล์ลอฟท์ ที่ใช้ปูนเปลือย และอิฐแดง มีการตกแต่งผนังอีกด้านด้วย Wallpaper สามมิติ ให้เหมือนนั่งทานกาแฟ อยู่ในห้องสมุด ที่มีชั้นหนังสือสไตล์ยุโรป ทรงสูง ทำให้ร้านมองดูมีความกว้างขวางมากขึ้น

Coffee Lab
เนื่องจากที่นี่เป็นร้านกาแฟเล็ก ๆ จึงมีจำหน่ายเฉพาะเครื่องดื่มนะคะ ไม่มีเมนูเบเกอรี่ เครื่องดื่มมีทั้งแบบ Coffee และ Non-Coffee ค่ะ วันที่เราไปมีโปรโมชั่นสำหรับเครื่องดื่ม Yuzu Espresso ที่ลดราคาจาก 90 บาท เหลือ 70 บาท เราเลยสั่งมาลองดื่มกันค่ะ รสชาติกาแฟอร่อยเข้ม เข้ากับความเปรี้ยวซ่าของส้มยูสุ ดื่มแล้วสดชื่นค่ะ ส่วนอีกหนึ่งเมนูที่เราสั่งมาทาน ต้องบอกว่าถูกใจเป็นพิเศษเลยค่ะ เพราะเราเป็นสาวกของพีชอยู่แล้ว เมนูนี้คือ Momo Coffee เป็นเมนูกาแฟเย็น Iced Peach Coffee ที่มีความหวาน และหอมกลิ่นพีช ได้ความรู้สึกหวานนวล ๆ เข้ากันกับความขม และกลิ่นของกาแฟค่ะ เมนูนี้ ราคา 90 บาท


นอกจากนี้แล้วที่ร้านยังมีจำหน่ายเมล็ดกาแฟด้วยนะคะ เช่น Sidamo Ethiopia 228 กรัม ราคา 800 บาท, Tanzania 228 กรัม ราคา 700 บาท, Hondurus 228 กรัม ราคา 228 บาท เป็นต้น ใครที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟ อย่าลืมแวะไปลองทานกันได้ที่ร้านนี้นะคะ ส่วนใครที่เป็นสายเที่ยวคาเฟ่ อยากหาลิสต์ร้านคาเฟ่เปิดใหม่ อย่าลืมแวะไปอัปเดตกันได้ที่บทความนี้ 10 คาเฟ่เปิดใหม่ในกรุงเทพฯ 2021

พิกัด : https://goo.gl/maps/MBjtVep5CvN3Ln4BA
Facebook : Coffee Lab
โทร : 087 325 5547
เวลาเปิดทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 11.00-21.00 น.

 

 

แชร์ทริค วิธีเลือกรองเท้าเดินป่า ให้เหมาะสม

การจะออกทริปเดินป่าซักครั้ง มีอุปกรณ์ที่จำเป็นอยู่มากมายหลายอย่าง ซึ่งหนึ่งในนั้น ก็คือรองเท้าเดินป่า การเลือกรองเท้าให้เหมาะสมกับการใช้งาน และเหมาะสมกับเท้าของเรา จะช่วยให้คุณเดินได้อย่างปลอดภัย ลดอาการบาดเจ็บ ลดอาการเมื่อยล้า เดินได้สบายและยาวนานยิ่งขึ้น วันนี้เราจะมาแนะนำ วิธีเลือกรองเท้าเดินป่า กันค่ะ

เรามาทำความรู้จักกับประเภทรองเท้าเดินป่า และข้อดี ข้อเสีย ของรองเท้าทั้ง 3 ประเภทกันก่อนค่ะ

1.รองเท้าเดินป่า Hiking Shoes

วิธีเลือกรองเท้าเดินป่า
Cr. Pinterest

รองเท้าเดินป่าแบบง่าย ๆ ที่มีน้ำหนักเบา ยืดหยุ่นดี พื้นมีการยึดเกาะ ส่วมใส่สบาย สามารถใช้เดินป่าระยะสั้น ใส่เดินเที่ยวทั่วไป หรือใส่ในชีวิตประจำวันได้
ข้อดี คือ มีน้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดี ความคงทนอยู่ในระดับปานกลาง สวมใส่ง่าย สบาย ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ราคาไม่สูงมากนัก
ข้อเสีย คือ รองเท้าชนิดนี้จะไม่ปกป้องนิ้วเท้า และข้อเท้าของเรา ในกรณีที่เดินเตะหิน รากไม้ หรือแม้แต่เดินเหยียบหิน อาจจะทำให้นิ้วเท้าปาดเจ็บ หรือข้อเท้าพลิกได้ การยึดเกาะไม่ดีมาก หากต้องมีการปีนป่ายในเส้นทางที่ลำบาก อาจจะต้องเกร็งเท้ามากกว่าปกติ ทำให้เกิดการเมื่อยล้า

 

2. รองเท้าเดินป่า Hiking Boots

วิธีเลือกรองเท้าเดินป่า
รองเท้าที่ผลิตออกมาสำหรับเดินป่าโดยเฉพาะ จะมีโครงสร้างที่ค่อนข้างแข็งแรง ทนทาน พื้นรองเท้าจะมีดอกยางที่ลึกและหนา มีทั้งแบบน้ำหนักเบา และหนักปานกลาง เหมาะสำหรับกิจกรรมเดินป่าในระดับง่าย ไปจนถึงระดับปานกลาง
ข้อดี คือ โครงสร้างของรองเท้ามีความแข็งแรง ปกป้องเท้าได้ดี ช่วยลดอาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุที่จะเกิดจากการที่นิ้วเท้าเราไปเตะเข้ากับรากไม้หรือหิน ช่วยปกป้องข้อเท้าจากอาการข้อเท้าพลิก พื้นทำออกมาให้สามารถยึดเกาะได้ดีระดับหนึ่ง
ข้อเสีย คือ ราคาค่อนข้างสูง

 

3.รองเท้าเดินป่า Backpacking Boots

วิธีเลือกรองเท้าเดินป่า
รองเท้าเดินป่า สำหรับเส้นทางโหด ๆ เหมาะสำหรับการเดินป่า ที่มีเส้นทางที่ยาก เดินระยะไกล เส้นทางลำบาก มีหินขรุขระ หรือแม้แต่ทางเดินที่ลาดชันมาก ๆ
ข้อดี คือ โครงสร้างรองเท้ามีความแข็งแรงมาก ๆ ป้องกันอาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดี ช่วยซัปพอร์ตข้อเท้า พื้นรองเท้า มีดอกยางที่หนา ลึก ช่วยในการยึดเกาะได้ดี ทำให้สามารถเดินในเส้นทางยาก ๆ ได้ และโดยส่วนมากจะทำจากวัสดุที่กันน้ำ
ข้อเสีย คือ ราคาสูงมาก รองเท้ามีความแข็ง และหนัก

 

วิธีเลือกรองเท้าเดินป่า จากสภาพพื้นที่

ควรเลือกรองเท้าให้เหมาะสมกับสภาพของพื้นที่ที่เราจะไป ว่าเส้นทางที่เราจะเดินป่านั้น เป็นเส้นทางแบบใด มีระยะทางการเดิน และสภาพพื้นดินเป็นอย่างไรบ้าง

เดินทางระยะไกล มีเส้นทางที่ยาก


เช่นการเดินในที่ที่มีความลาดชัน มีหินและรากไม้ ต้องปีนป่ายในระดับหนึ่ง และใช้เวลาเดินยาวนาน ควรเลือกรองเท้าที่ช่วยซัปพอร์ตข้อเท้า และปกป้องเท้าเราอย่างแน่นหนา เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ หรือลดอาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุที่จะเกิดได้

วิธีเลือกรองเท้าเดินป่า ในสภาพพื้นดินนุ่ม


ควรเลือกรองเท้าที่มีพื้นที่ค่อนข้างแข็ง มีดอกยางที่ลึก เพื่อช่วยเพิ่มการยึดเกาะได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้เวลาเราเดินจะไม่ต้องเกร็งเท้ามาก ทำให้เดินได้ง่าย และสบายขึ้น

วิธีเลือกรองเท้าเดินป่า สำหรับการเดินทางที่ต้องลุยน้ำ

ควรเลือกรองเท้าที่มีการระบายอากาศได้ดี แห้งไว หรือใช้วัสดุที่กันน้ำค่ะ จะได้ไม่อับชื้น ทำให้เกิดกลิ่นอับ และจะทำให้การเดินของเราลำบากมากขึ้น

และที่สำคัญที่สุดการที่จะซื้อรองเท้าเดินป่าสักคู่ จะต้องไปทดลองใส่เดินดูก่อนนะคะ ว่าใส่แล้วสบาย เหมาะสมกับรูปเท้าของเราหรือไม่ และควรเลือกรองเท้าที่ใหญ่กว่าเท้าเราเล็กน้อย เพราะการเดินในระยะทางที่ไกล จะทำให้เท้าของเราขยายมากขึ้น หากเราเลือกรองเท้าที่พอดี อาจจะทำให้เล็บนิ้วเท้าของเราเกิดอาการบาดเจ็บได้ค่ะ

 

Yummy แหนมเนือง ร้านอาหารเวียดนาม ราคาไม่แพง แต่อร่อย

ถ้าพูดถึง ร้านอาหารเวียดนาม แล้วล่ะก็ จะบอกว่ายังมีอีกร้านนึงที่อยากจะแนะนำ นั่นก็คือร้าน Yummy แหนมเนือง ค่ะ เป็นร้านในเครือของ แดง แหนมเนือง ต้นตำรับ จาก หนองคาย เป็นร้านอาหารเวียดนามที่รสชาติอร่อย แถม ราคาไม่แพง ด้วยนะคะ เลยอยากแนะนำว่าถ้าอยากจะทานอาหารเวียดนามก็อย่าพลาดที่จะมาลองร้านนี้ค่ะ

Yummy แหนมเนือง ร้านอาหารเวียดนาม

หลังจากช่วงโควิด หลายร้านก็เริ่มปิดตัวลง มีร้านอาหารให้เลือกทานน้อยลง วันนี้เลยอยากจะหาร้านอาหารใหม่ ๆ มาให้ทุกคนได้ลองกันบ้างค่ะ ซึ่งเป็นเมนูที่แปลกไปกว่าก๋วยเตี๋ยว ส้มตำ หรือข้าวแกง เผื่ออยากลองเปลี่ยนเมนูมาทานอาหารแบบใหม่ ๆ กันบ้าง จะบอกว่าที่ ยัมมี่ แหนมเนืองนั้น ถือเป็นอีกร้านอาหารเวียดนามที่ทั้งอร่อย และราคาไม่แพงเลยก็ว่าได้ค่า

Yummy แหนมเนือง

Yummy แหนมเนือง ร้านอาหารเวียดนาม

ซึ่งเมนูหลัก ๆ ที่มาแล้วก็ต้องสั่งคือ แหนมเนือง ค่ะ จะมีให้เลือกแบบชุดเล็ก ชุดกลาง และชุดใหญ่ หน้าตาก็ดูจะคล้าย ๆ กับแหนมเนืองร้านอื่น ๆ ทั่วไปแหละค่ะ แต่ว่าก็จะมีทีเด็ดของเมนูนี้อยู่นะคะ ที่ทำให้เวลาทานจะได้รสชาติที่แตกต่างจากร้านอื่น ๆ เดี๋ยวมาดูในเซตของแหนมเนืองกันดีกว่าค่ะ ว่ามีอะไรมาให้บ้าง

ในเซตที่เราสั่ง จะเป็นแบบชุดเล็กนะคะ เหมาะสำหรับทานสองที่กำลังดีค่ะ ซึ่งก็จะมีชุดผักมาให้ แบบเยอะมากเลย ไม่ว่าจะเป็นผักกาดที่เอาไว้ใช้สำหรับห่อ ผักแพรว และผักอื่น ๆ ที่เรียกได้ว่าจัดมาครบเลยค่ะ

มีพวกเครื่องเคียงต่าง ๆ มาให้ครบตามแบบฉบับของแหนมเนืองที่แท้ทรู ทั้ง มะเฟือง กล้วยดิบ แตงกวา พริก กระเทียม บางที่ก็จะใช้เป็นมะม่วงแทน แต่เราว่ามันไม่ค่อยออริจินอลเท่ากับการใช้เป็น มะเฟืองนะ เราว่าแบบนี้ถือว่าตรงตามแบบฉบับของอาหารญวณมากกว่า

หมูสำหรับชุดเล็กจะได้มาทั้งหมด 3 ไม้ค่ะ รสชาติเนื้อหมูหอม อร่อย ไม่เหนียว แล้วก็มาเป็นชิ้นใหญ่ ๆ แบบนี้ ทำให้เราเลือกแบ่งขนาดให้พอดีคำตามใจชอบได้ ถือว่าโอเคเลยค่ะ

แป้งห่อแหนมเนือง จะมีความบาง แล้วก็เนื้อเหนียวดี ทำให้เวลาห่อไม่ขาดง่าย แล้วแป้งก็คือเหนียวนุ่ม ไม่เละเลย เราชอบมาก ๆ เลยล่ะค่า ให้มาหลายแผ่นพอสมควรเลยค่ะ

Yummy แหนมเนือง ร้านอาหารเวียดนาม

ส่วนทีเด็ดของ แหนมเนือง คือ น้ำจิ้มนี่แหละ จะบอกว่ารสชาติมีความแปลก ไม่เหมือนใคร แต่ถือว่าเป็นรสชาติที่อร่อยมากเลย คงจะเป็นน้ำจิ้มสูตรลับของทางร้านเอง เวลาห่อแล้วราดน้ำจิ้ม เอาเข้าปากคำแรกมันรู้สึกถึงความ อร่อย กลมกล่อม เครื่องทุกอย่างรสชาติเข้ากันได้ดีมากเลยค่ะ

Yummy แหนมเนือง ร้านอาหารเวียดนาม

เวลาที่ห่อออกมาแล้วหน้าตาก็จะประมาณนี้เลยค่ะ จริง ๆ การห่อ แหนมเนือง บางคนก็จะใช้เป็นผักกาดเอาไว้ห่อทีหลัง แต่อันนี้ตามสูตรเราเอง คือเอาแป้งห่อทุกอย่าง 55+ เราว่าพอเอาเข้าปากแล้วมันพอดีคำดีค่ะ การได้ทานแหนมเนือง ก็เหมือนเป็นตำรับของการทานอาหารเพื่อสุขภาพอย่างนึงนะคะ อย่างกล้วยดิบเอง ก็มีสรรพคุณที่ช่วยในการรักษาโรคแผลในกระเพาะอาหารได้ มะเฟืองที่มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน ๆ จะช่วยเคลียร์สิ่งตกค้างภายในลำไส้ รวมไปถึงพริก และกระเทียมก็จะช่วยในเรื่องของระบบย่อยอาหารได้ดี นาน ๆ เปลี่ยนเมนูมาทานแหนมเนืองบ้าง เราว่าก็ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูที่ดีต่อลำไส้ และดีต่อสุขภาพด้วยค่ะ สำหรับราคาชุดเล็ก หมู 3 ไม้ ราคาเพียง 180 บาทเท่านั้น (ราคาอาจจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสาขา และสถานที่) ถือว่าราคาไม่แพง แถมดีต่อสุขภาพด้วยค่ะ

ซึ่งนอกจากเมนู แหนมเนือง แล้วก็ยังมีเมนูอื่น ๆ ให้สั่งอีกมากมายเลยล่ะค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ปากหม้อญวณจานนี้ ชอบตรงที่ให้หอมเจียวมาเยอะดี ได้หมูยอมาท็อปด้านหน้า ปากหม้อมีทั้งหมด 4 ชิ้นแบบใหญ่ ๆ เลยค่ะ เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้มปากหม้อ ไส้เค้าผัดได้หอมอร่อยดีมากเลย สำหรับเรา เราถือว่ารสชาติดีทีเดียวค่ะ เป็นอีกเมนูนึงที่อยากแนะนำให้สั่ง

ส่วนของทานเล่นนั้นก็มีนะคะ อย่างเมนูนี้ก็คือ ปอเปี๊ยะทอดค่ะ แต่ถ้าหากใครไม่ชอบแบบทอด ก็มีแบบปอเปี๊ยะสดให้เลือกสั่งกันได้ด้วยค่ะ นอกจากนี้แล้วก็ยังมีอีกหลายเมนูเลย ไม่ว่าจะเป็น กุ้งพันอ้อย เส้นหมี่หมูย่าง ขนมครกญวณ เมี่ยงญวณ ก๋วยจั๊บญวณ ขนมเบื้องญวณ ขาหมูยัดไส้ เยอะแยะมากมายเลยค่ะ มีเมนูอาหารอีสานด้วยนะคะ

ซึ่งจริง ๆ แล้วร้าน Yummy แหนมเนือง ถือเป็น ร้านอาหารเวียดนาม ในเครือของ แดง แหนมเนือง เจ้าดังจากหนองคายค่ะ พอเป็นต้นตำรับ จากแหล่งขึ้นชื่อแบบนี้แล้ว บอกเลยว่าไม่ผิดหวังจริง ๆ ถ้ามีโอากาสก็อย่าลืมแวะไปลองกันได้นะคะ ยัมมี่ แหนมเนือง มีเปิดให้บริการทั้งหมด 4 สาขา เดี๋ยวทิ้งรายละเอียดไว้ให้ตามด้านล่างนะคะ ส่วนใครที่กำลังมองหาร้านอาหารอื่น ๆ ลองเข้าไปดูที่นี่ได้เลยค่า Inzpy Travel จะตามหาร้านอาหาร คาเฟ่ ที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว เรามัดรวมมาไว้ให้แล้ว ฝากติดตามเป็นกำลังใจให้ด้วยนะค้า

สาขาแรกที่ The Crystal Park เรียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา ชั้น 1 พิกัด: Google Map
สาขา The Crystal PTT ชัยพฤกษ์ ชั้น 1 พิกัด: Google Map
สาขา The Crystal SB ราชพฤกษ์ ชั้น 2 พิกัด: Google Map
และสาขา ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ ชั้น 4 พิกัด: Google Map
เปิดบริการ 11.00 – 22.00น.

 

ฮื่อแซ ปลาดิบจีน เมนูสุดพิสดาร ที่ เอี่ยวไถ่ สุกี้โบราณ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต

วันนี้พามาลองเมนูแปลกใหม่ เมนูสุดพิสดาร ที่เชื่อว่า หลาย ๆ คนคงยังไม่เคยลอง ที่ เอี่ยวไถ่ สุกี้โบราณ เป็นร้านอาหารสไตล์ภัตตาคารจีน ซึ่งเป็นเมนูที่มีชื่อว่า ฮื่อแซ ปลาดิบจีน มันแปลกเพราะมันไม่ได้ทำมาจากปลาทะเลเหมือนที่เราเคยไปกินตามร้านอาหารญี่ปุ่นค่ะ มาดูกันเลยดีกว่าว่ามันจะเป็นยังไง

ฮื่อแซ ปลาดิบจีน เมนูสุดพิสดาร ที่ เอี่ยวไถ่ สุกี้โบราณ

ร้านเอี่ยวไถ่ สุกี้โบราณ ก็เป็นเหมือนร้านสุกี้ทั่ว ๆ ไปแหละค่ะ แต่ก็จะออกแนวสไตล์จีนหน่อย และบริการทุกระดับประทับใจ คนส่วนใหญ่ที่มาก็จะสั่งเป็นสุกี้ธรรมดาทั่วไปค่ะ มีเมนูให้สั่งแบบปกติเลย เราก็เลือกสั่งมาแบบเป็นเซตง่ายดีค่ะ แต่ว่าอาจจะเลือกเมนูหมูเพิ่ม เพราะในเซตจะมีมาให้แค่เนื้อหมูอย่างเดียว กับชุดผักค่ะ เดี๋ยวมาดูหน้าตาแบบเซตของสุกี้กันก่อนว่าได้อะไรมาบ้าง

เซตสุกี้

เซตสุกี้ก็จะเสิร์ฟเป็นเนื้อหมูมาให้แบบนี้ แล้วก็ใส่ไข่ไก่มาให้สองฟอง เป็นแบบหมูหมักมาแล้วนะคะ กลิ่นหอมเครื่องเทศจีน ๆ นิด ๆ ค่ะ เวลาเอาลงหม้อแนะนำว่าให้เทน้ำหมูลงไปด้วยนะ คือมันจะดีกว่านะทุกคน เนื้อหมูอาจจะได้มาเหมือนไม่ค่อยเยอะนะคะ ถ้าคนทานไม่ค่อยเยอะเราว่าก็พอได้นะสำหรับเซตนี้ แต่ถ้าคิดว่าไม่พอก็สามารถสั่งเพิ่มเป็นอย่าง ๆ ได้ค่ะ หรือจะสั่งเมนูอื่น ๆ เพิ่มก็ได้นะคะ เพราะว่านอกจากสุกี้ก็มีเมนูอื่น ๆ ให้เลือกสั่งเพิ่มเติมได้หลากหลายเมนูเลยค่ะ

ส่วนอันนี้ก็เป็นผักที่มีมาให้ในเซตนะคะ ผักแบบแนวผักใบอ่อน มีผักกาดขาว และผักอื่นมานิดหน่อยค่ะ เราดูแล้วไม่น่าจะพอแหละ 55+ ก็เลยต้องมีสั่งมาเพิ่มซะหน่อยแล้วกัน ปกติเป็นคนชอบทานผักมาก โดยเฉพาะผักที่มีหลากหลายแบบ ทุกคนคงบอกว่า แล้วทำไมไม่ไปกินชุดผักเพื่อสุขภาพที่ สุกี้เอ็มเค 555+ ถ้าไม่ได้ตั้งใจมาลองปลาดิบ เราก็คงเข้าสุกี้เอ็มเคไปแล่ววว

อันนี้คือส่วนที่สั่งเพิ่มแยกมาต่างหากนะคะ เพราะในเซตคือมีแค่เนื้อหมูมา สั่งเพิ่มเป็นผักบุ้ง กับเซี่ยงจี๊ค่ะ ก็จะยกแยกมาให้ตามรายการที่เราสั่ง เสร็จแล้วก็มาเริ่มลุยกันเลยดีกว่า รองท้องกันไปก่อน ก่อนที่จะไปเจอเมนูพิสดารอ่ะเนอะ 555+ จานผักเราว่าได้เยอะอยู่นะ แต่ว่าจานเซี่ยงจี๊ก็คือไม่เยอะ ไม่น้อย ก็เหมือนร้านอื่นทั่วไปนะคะเราว่า

ฮื่อแซ ปลาดิบจีน เมนูสุดพิสดาร ที่ เอี่ยวไถ่ สุกี้โบราณ

น้ำซุปของที่นี่ก็จะเป็นน้ำซุปใสธรรมดาเลยค่ะ แต่ว่ารสชาติกลมกล่อมดี ก็พอน้ำเดือดก็สามารถใส่ทุกอย่างลงไปได้เลยค่ะ แต่ทีเด็ดอยู่ที่น้ำหมักของหมู บอกเลยว่า อย่าเหลือทิ้งไว้ค่ะ เทลงไปในหม้อด้วยเลย เพราะจะทำให้รสชาติของน้ำซุปอร่อยมากขึ้นค่ะ

ฮื่อแซ ปลาดิบจีน เมนูสุดพิสดาร ที่ เอี่ยวไถ่ สุกี้โบราณ

ส่วนอันนี้เป็นเมนูขนมจีบหมูค่ะ สั่งมาทานขั้นเวลาระหว่างช่วงพักเบรคจากการทานสุกี้ รสชาติดีค่ะ เราชอบมาก ชิ้นกำลังดีเลย ไม่ใหญ่ไม่เล็กไป ไส้เยอะ อร่อย หลังจากทานทุกอย่างไปเรื่อย ๆ ในที่สุดเมนูพิสดารของเราก็มาเสิร์ฟ เราว่าใช้เวลาเตรียมค่อนข้างนานนิดนึงนะคะ มาดูหน้าตากันดีกว่าว่ามันเป็นยังไงกัน

ฮื่อแซ ปลาดิบจีน

ฮื่อแซ ปลาดิบจีน เมนูสุดพิสดาร ที่ เอี่ยวไถ่ สุกี้โบราณ

และนี่ก็คือหน้าตาของเมนูพิสดาร ที่มีชื่อว่า ฮื่อแซ ค่ะ ปลาที่ใช้ทำ จะเป็นปลาจีน เสิร์ฟมาแบบเนื้อดิบ ๆ แล่มาชิ้นบาง ๆ พอดีคำ มีเครื่องเคียงมาให้ด้วยเป็น สับปะรด แตงกวา ไชเท้าดอง ส่วนน้ำจิ้มนั้นเราว่าหน้าตามันแปลกมากเลย เป็นน้ำจิ้มถั่วรสชาติหวาน ๆ คล้าย ๆ กับน้ำจิ้มปอเปี๊ยะทอด แต่เติมน้ำพริกเผาเพิ่มความเผ็ดเข้าไปนิดนึงค่ะ ตอนแรกคิดว่าจะเป็นแนวน้ำจิ้ม เปรี้ยว หรือเผ็ดหน่อย

ฮื่อแซ ปลาดิบจีน เมนูสุดพิสดาร ที่ เอี่ยวไถ่ สุกี้โบราณ

พอคีบออกมาแล้ว จิ้มน้ำจิ้ม ก็จะเป็นประมาณนี้เลยค่ะ ซึ่งบอกเลยว่าก็ทำใจอยู่นาน 5555+ กว่าจะตัดสินใจคีบได้ก็คือ มองแล้วมองอีก แต่สุดท้ายก็ต้องลอง จะได้มาบอกทุกคนได้ว่ารสชาติมันเป็นยังไง พอชิมเข้าไปคำแรก มันมีความขนลุกไปนิดนึงนะ 555+ แล้วก็ค่อย ๆ เคี้ยว ส่วนรสชาติที่ได้นั้น รสแรกที่สัมผัสได้คือ มันจะมีความหวานของเนื้อปลา แล้วก็หวานผสมไปกับรสชาติของน้ำจิ้มค่ะ มันไม่ลื่น ๆ เหมือนเนื้อปลาแซลมอนนะคะ หนืด ๆ หน่อย พอกลืนหมดคำแรก ก็รีบตบด้วยเครื่องเคียงต่าง ๆ ที่เค้าจัดมาไว้ให้ในเซตค่ะ ก็ถือว่าไม่แย่นะคะ เราว่ารสชาติดี แต่แค่รู้สึกแปลกหน่อยเพราะว่าเราไม่เคยทานปลาดิบที่ไม่ใช่ปลาทะเลมาก่อนเลยในชีวิต

หลังจากคำแรกผ่านไป ก็เริ่มมีคำที่สอง คำที่สามตามมา มันก็เริ่มรู้สึกอร่อยขึ้น กว่าคำแรกนะคะ เราว่าเป็นอีกเมนูนึงที่ทุกคนควรจะไปลอง เมนูปลาดิบจีน พอได้ลองแล้วก็รู้สึกปลดล็อกตัวเองไปอีกหนึ่งอย่างเลย เพราะเมื่อก่อนกลัวการทานปลาดิบที่ไม่ใช่ปลาทะเล แต่ก็คงอาจจะพอไว้เพียงแค่จานนี้แล้ว 555+ แค่ลองให้ได้รู้ว่ามันเป็นยังไง แล้วเพื่อน ๆ คิดว่าเป็นยังไงบ้างคะ ใครเคยลองทานแล้วบ้าง ลองมาแชร์ประสบการณ์ให้ฟังกันด้วยนะคะ และถ้าหากเรามีโอกาสได้ลองอะไรแปลกใหม่ จะรีบเอาลงให้ทุกคนได้ดูกันอีกนะคะ ส่วนใครที่ตามหา คาเฟ่ ร้านอาหาร ที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ Inzpy Travel คลิกเลย

เมนู ฮื่อแซ ปลาดิบจีน จากร้าน เอี่ยวไถ่ สุกี้โบราณ ที่ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต
เปิดเวลา 09.00 – 21.00น.
พิกัด: Google Map
Facebook: Earwthaisukiboraan

AREN by AREEYA บ้านสไตล์ Modern Minimal พร้อม Private Courtyard สุดชิค!

 บ้านสไตล์ Modern Minimal พร้อม Private Courtyard สุดชิค!

AREN by AREEYA

สายมินิมอลต้องตาลุกวาว… เพราะการเปิดตัว โครงการ AREN บางนา-วงแหวนฯ จาก อารียา พรอพเพอร์ตี้ เรียกว่าสร้างความต่างในตลาดอสังหาริมทรัพย์ครั้งใหญ่ ด้วยการนำเสนอบ้านสไตล์ Modern Minimal พร้อม Private Courtyard อยู่กลางบ้าน ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ผู้ชื่นชอบการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายแบบสุดขีด บนทำเลทองย่านบางนา แถมดีไซน์ขึ้นเพียง 25 หลัง (ราคาเริ่มต้น 3.99 ล้านบาท)

AREN by AREEYA

ด้าน คุณพัทธมล เลาหพูนรังษี  ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยให้ฟังว่าทาง อารียา พรอพเพอร์ตี้ ไม่เคยหยุดคิดและพัฒนาโครงการใหม่ ๆ ด้วยความเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ที่เปลี่ยนไปตามสถานการณ์โลก

การเปิดตัวโครงการ AREN บางนา-วงแหวนฯ ครั้งนี้จึงมาภายใต้แนวคิด Madly Minimal ซึ่งรองรับผู้ที่หลงใหลความมินิมอลขนานแท้ ผ่านการออกแบบบ้านในโทนสีขาวเรียบง่ายสบายตา… พร้อม Private Courtyard กลางบ้าน ที่ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ส่วนใดก็สามารถมองเห็นสวนส่วนตัวได้

AREN by AREEYA

หรือเรียกว่าเป็นพระเอกของบ้าน ที่ช่วยดึงแสงธรรมชาติมาเพิ่มความสว่างให้แก่พื้นที่ภายใน อีกทั้งยังเพิ่มบรรยากาศโปร่งโล่งสบาย ด้วยการออกแบบความสูงจากพื้นจรดเพดานถึง 3 เมตร ทั้งนี้เพื่อสอดรับกับความต้องการของกลุ่มคนรุ่นใหม่ มอบการใช้ชีวิตภายในบ้านที่รู้สึกเป็นอิสระ และสร้าง inspiration ได้ทุกพื้นที่

AREN by AREEYA

แถมทาง อารียา พรอพเพอร์ตี้ ยังจัดสรรให้มี EV Charger รองรับรถยนต์ไฟฟ้า และ Zero waste system ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

ที่สำคัญทำเลที่ตั้งของโครงการ AREN อยู่ใจกลางย่านบางนา ซึ่งถือเป็นทำเลที่ดีที่สุด แถมการเดินทางก็สะดวกสบาย เพราะอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าและทางด่วน รวมทั้งสนามบินสุวรรณภูมิ และบริเวณใกล้เคียงยังรายล้อมไปด้วยสถานที่สำคัญ ทั้งสถาบันการศึกษา โรงพยาบาล แหล่งธุรกิจ และศูนย์การค้าต่าง ๆ

นอกจากนี้ คุณพัทธมล ยังกล่าวเพิ่มเติมก่อนทิ้งท้ายไว้ว่า

“โครงการ AREN บ้านสไตล์ Modern Minimal เป็นการต่อยอดแนวคิดในการพัฒนาที่อยู่อาศัยของ อารียา พรอพเพอร์ตี้ ที่ต้องการออกแบบให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์แตกต่างกัน หรือ customization ไปจนถึงการมีรูปแบบการใช้ชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ สอดคล้องกับแนวคิดในการพัฒนาบ้านที่พร้อมปรับเปลี่ยนให้ก้าวทันเทรนด์ของผู้บริโภคในทุกยุค

ซึ่งเราได้ทำการสำรวจข้อมูลเชิงลึกมาเป็นอย่างดี จึงเข้าใจความต้องการของกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ พร้อมรับสถานการณ์โควิด-19 ที่เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมหลายอย่าง ทำให้ทุกคนต้องทำงานและใช้ชีวิตในบ้านมากขึ้น ดังนั้นเราจึงออกแบบบ้านให้มี Private Courtyard และมีพื้นที่โปร่งโล่ง เพี่อสร้างความรู้สึกอิสระแก่ผู้อยู่อาศัย และเติมเต็มความคิดสร้างสรรค์ ให้เกิดแรงบันดาลใจแบบไร้ขีดจำกัด เกิดความสุขกับการใช้ชีวิตภายในบ้านมากขึ้น

สำหรับก้าวต่อไปของอารียา พรอพเพอร์ตี้ ภายใต้ทีมงานที่มีความเข้าใจกลุ่มคนรุ่นใหม่เป็นอย่างดี พร้อมที่จะนำพาบริษัทก้าวไปหาลูกค้ากลุ่ม Gen Y มากขึ้น โดยโครงการนี้ถือเป็นก้าวใหม่ ที่คาดหวังว่าจะได้ผลตอบรับอย่างดี

และจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ละคนแต่ละวัน มีความต้องการที่หลากหลาย บริษัทก็จะมุ่งออกแบบบ้านให้สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่ละเอียดมากขึ้น เพื่อส่งมอบที่อยู่อาศัยและความเป็นอยู่ได้ตรงใจกับลูกค้านั่นเอง”

และนี่คือทาวน์สไตล์ Modern Minimal พร้อม Private Courtyard สุดชิค! ซึ่งหากใครอ่านแล้วเห็นรูปแล้ว อดใจไม่ไหว สามารถติดตามรายละเอียดของโครงการเพิ่มเติมได้ที่ www.areeya.co.th หรือติดต่อเยี่ยมชมโครงการโทรไปที่เบอร์ 1797 กันได้เลย…

Cr. Photo : www.areeya.co.th

 

บทความน่าสนใจ : Lek Mano EiM อาร์ตแกลเลอรี่ สำหรับสร้างผลงาน NFT แห่งแรกในเมืองไทย