Home Blog Page 830

อาหารอร่อย ร้านสะอาด ที่ จันทร์เจริญ

ร้านอาหารแนวใหม่ ต้องสะอาดมาเป็นอันดับหนึ่ง อย่างร้าน จันทร์เจริญ ที่อยู่ในย่านชุมชนบนถนนจันทร์ มีร้านอร่อยหลากหลายร้าน แต่ร้านจันทร์เจริญ เป็นอีกร้านที่ขายอาหารทั่วไป แต่ตกแต่งร้านค้าได้อย่างมีสไตล์

จันทร์เจริญ

เริ่มจากหน้าร้าน ดูดีสะอาดตา ด้วยโทนสีเขียว และยังมีผ้าใบยื่นคลุมหน้าร้าน และส่วนครัวหน้าร้านก็ยังปิดสวยงามอีกด้วย ก่อปิดด้วยปูนเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน ส่วนประตูทางเข้าร้านก็ยังมีพื้นที่สำหรับยืนรอภายใต้หลังคาผ้าใบ กับประตูบานใหญ่ที่เหมือนภัตตาคารเลย

จันทร์เจริญ

 

เข้ามาในโซนด้านหลัง ก่อด้วยซุ้มโค้ง ดูโดดเด่นสำหรับในส่วนของซุ้มน้ำ ที่มีเครื่องดื่มและของหวานไว้คอยบริการ เป็นของหวานจำพวกบัวลอยน้ำขิง เฉาก๊วย หรือของทอดที่ทำจากครัวในอย่างซาลาเปาทอด ก็มีไว้คอยบริการ

 

ส่วนอาหารจานหลัก ที่ทำออกมาจากด้านหน้าร้านอย่างข้าวขาหมู ที่ใส่ในจานสวยงาม และขาหมูที่เป็นคากิ ให้มาทั้งขาเลย กับผักที่ไม่ต้องเลือกว่าจะเอาผักดอก หรือชอบคะน้ามากกว่า ทางร้านให้มาทั้ง 2 อย่างเลย ส่วนน้ำจิ้มของทางร้านก็วางอยู่บนโต๊ะเป็นพริกเหลืองตำ ไม่เปรี้ยวเท่าไหร่ ชามคากินี้มากับพริกลูกโดด และกระเทียมไว้แก้เลี่ยน ละลายไขมันไปในตัว จานนี้คากิทั้งขาราคาอยู่ที่ 100 บาท

ทางร้านยังมีก๋วยเตี๋ยวไก่ ก๋วยเตี๋ยวขาหมู หรือเย็นตาโฟ ต้มยำ ไว้คอยบริการด้วย เป็นร้านที่เข้ามาแล้วติดใจ ด้วยบรรยากาศของการตกแต่ง และความเย็นของร้านที่เปิดแอร์อยู่ตลอด ทำให้ทานอาหารได้อร่อย ส่วนราคาเรียกว่าไม่แพงเลย รสชาติดีอีกต่างหาก เป็นอีกร้านสำหรับอาหารธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา

จันทร์เจริญ
264 22-23 ถนนจันทน์ แขวง วัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร 10120
พิกัด: Google Map
เปิดทุกวัน เวลา 10.00 – 20.00 น.
เบอร์ติดต่อ: 0945161456
Facebook: https://www.facebook.com/chancharoen.bkk

อัปเดต ร้าน ตวงติ่มซำ

ร้านในโครงการ The Garden เลียบคลองประปา

สถานที่พักขนาดย่อม บนถนนเลียบคลองประปา จากเส้นแจ้งวัฒนะ ไปออกถนนศรีสมาน มีโครงการเปิดใหม่ภายใต้ชื่อ The Garden มีร้านค้าน่ารัก และสวนเล็ก ๆ ไว้สำหรับพักก่อนเข้าบ้าน มีร้านอะไรบ้างลองมาดูกันเลย

ด้านหน้าป้ายโครงการ The Garden อาจไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็เห็นได้พอสมควร แต่จุดเด่นก็คงเป็นร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-eleven ที่จับจองอยู่หน้าโครงการเลย เป็นการดึกลูกค้าไปในตัว เพราะเมื่อเข้าเซเว่นแล้ว ก็ต้องเห็นโครงการไปในตัว

The Garden

ร้านคาเฟ่ อเมซอน ก็เป็นอีกร้านที่มาจับจองพื้นที่ด้านหน้าก่อนใครเพื่อน แต่หลบเข้ามาอีกฝั่ง ในแนวที่ยังพอเห็นได้ และอยู่ด้านหน้า อาจมีต้นไม้ใหญ่บังบ้าง แต่ก็ให้ความร่มรื่นเป็นอย่างดี

ร้านซักแห้ง ซิน ไฉ ฮั้ว ร้านซักแห้งในตำนาน ที่ขยายสาขาเข้าห้างเกือบทุกห้าง ก็มาเปิดร้านในโครงการ เดอะ การ์เด้น นี้ มีบริการซักแห้งเสื้อสูท หรือซักรีดธรรมดา รวมไปถึงด้านความสะอาดทั้งหมดของทางบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการกำจัดไรฝุ่น ทำความสะอาดกระเป๋าแพง ๆ หรือซักเบาะ ซักพรม โซฟา คือครบวงจรเรื่องความสะอาด

The Garden

ร้านคาเฟ่ร้านเดียวในโครงการก็คือร้าน all coco เป็นร้านเครื่องดื่มที่ทำมาจากมะพร้าว เป็นแบรนด์ที่เกิดมาจากการส่งออกน้ำมะพร้าวน้ำหอมที่บรรจุขวด ตอนนี้มาเปิดร้าน ตกแต่งได้น่ารักมาก อารมณ์เหมือนอยู่ริมทะเลเลย มีชิงช้าให้นั่ง มีหลังคาหญ้าแฝก ได้อารมณ์ดีเวลาสั่งน้ำดื่มที่เป็นน้ำมะพร้าวด้วย

รสมารี (Rosemary) ร้านอาหารง่าย ๆ มีตั้งแต่อาหารจานเดียว ไปจนถึงสเต็กตกแต่งบรรยากาศสบาย ๆ เหมาะสำหรับครอบครัว มานั่งทานด้วยกัน อาหารหน้าตาดี สะอาด และยังมีเครื่องดื่มที่หลากหลายอีกด้วย

Mammy Clean Food เป็นร้านอาหารคลีน หรืออาหารที่ทำมาเป็นพิเศษ ไม่มีไขมัน ใส่มาในรูปแบบผัก และดอกไม้ สวยงาม ส่วนเนื้อสัตว์ก็จะใช้ประเภทอกไก่ เป็นหลัก แต่รสชาติออกมาน่ารับประทานอย่างมาก เป็นร้านที่จัดจานได้สวยงามมาก ของสดใหม่ทุกวัน

ร้านขายของญี่ปุ่น และเกาหลี ชื่อร้านคือ Seoul Sugoi เป็นร้านขายของทั้งเกาหลี และญี่ปุ่นรวมอยู่ในที่เดียวกัน มีทั้งขนม เครื่องดื่ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และเครื่องปรุง เครื่องใช้ ที่นำเข้ามาจากทั้ง 2 ประเทศ

Athena Lash and Nails ร้านทำเล็บของสาว ๆ หรือแม่บ้าน ก็มาเปิดในโครงการ เดอะ การ์เด้น ไว้ให้แม่บ้านหลบมุมมาทำเล็บ ต่อขนตา หรือมาแต่งสวย ทางร้านยังใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่อันตรายต่อเด็กด้วย

The Garden

ภายในโครงการยังมีพื้นที่ด้านหลังเป็นส่วนขนาดย่อม มีเรือถีบให้เล่น และยังมีสนามสำหรับเด็กขนาดกระทัดลัด เป็นโครงการที่น่ารัก พอประมาณ มีสถานที่จอดรถได้พอสมควร และยังมีพื้นที่เหลือไว้ให้ร้านค้าที่สนใจจะมาเปิดเพิ่มเติมอีก เป็นโครงการที่น่าสนใจอีกโครงการ ไม่ใหญ่มาก แต่มีคุณภาพดีเลิศ

The Garden @Liap Klong
101 ถ. เลียบคลองประปา ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี 11120
พิกัด: Google Map
เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 20.00 น.
เบอร์ติดต่อ: 0924353636
Facebook: The Garden เลียบคลองประปา

มัดรวม 5 คาเฟ่แนวเกาหลี ปทุมธานี

ทำความรู้จัก Ketogenic Diet การทานไขมันเพื่อลดไขมัน

ทำความรู้จัก Ketogenic Diet การทานไขมันเพื่อลดไขมัน

Ketogenic Diet

ปัจจุบันนี้ การลดน้ำหนัก ลดสัดส่วน รักษารูปร่าง ด้วยการทานอาหารนั้น มีอยู่มากมายหลายแขนง ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการทานอาหารแบบ Ketogenic Diet หรือเรียกสั้น ๆ ว่าการทานคีโต การลดน้ำหนักด้วยการทานคีโตนั้น พูดแบบสั้น ๆ ให้เข้าใจรวม ๆ ก็คือ การทานไขมัน เพื่อลดไขมันนั่นเองค่ะ ซึ่งในวันนี้เราจะมาอธิบายให้ทุกคนได้ทราบกันอย่างละเอียดว่า การทานอาหารแบบคีโตนั้น จะช่วยลดน้ำหนักได้อย่างไร

การทานอาหารแบบคีโตคืออะไร?

การทานอาหารแบบคีโต คือ การทานอาหารเพื่อลดน้ำหนัก โดยเน้นการทานอาหารที่มีไขมันเป็นหลัก ประมาณ 75-80 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาเป็นโปรตีน 15-20 เปอร์เซ็นต์ และทานคาร์โบไฮเดรตให้น้อยที่สุด ไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ ของการทานอาหารทั้งหมด

ทำไมทานอาหารที่มีไขมันมากแล้วทำให้น้ำหนักลด?

Ketogenic Diet

เมื่อเราทานอาหารให้ได้ในปริมาณที่กำหนดข้างต้นแล้ว ทานต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาหนึ่ง จะทำให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะที่เรียกว่า “คีโตซิส” (Ketosis) ซึ่งสภาวะแบบนี้เกิดจากที่ร่างกายไม่สามารถดึงเอาพลังงานจากคาร์โบไฮเดรต (น้ำตาล) ซึ่งปรกติแล้วเป็นพลังงานหลักมาใช้ได้ เนื่องจากเรารับประทานคาร์โบไฮเดรตเข้าไปน้อยมาก จึงต้องไปดึงพลังงานจากไขมันที่สะสมในร่างกายมาใช้แทน ทำให้ร่างกายเผาผลาญไขมัน ซึ่งการเผาผลาญไขมันนี้ทำให้เกิดสารคีโตน (Ketone) เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานทดแทนคาร์โบไฮเดรตที่สูญเสียไปนั่นเองค่ะ

อาหารที่ชาวคีโตทานได้ และทานไม่ได้

Ketogenic Diet

ถ้ากล่าวโดยภาพรวม การทานคีโตเหมือนจะง่าย เพียงแค่งดแป้ง งดน้ำตาล และทานไขมันใช่ไหมล่ะคะ แต่ในความเป็นจริงนั้นทำได้ค่อนข้างยากพอสมควร เพราะเมื่อเราต้องออกไปทานอาหารข้างนอกบ้านนั้น อาหารแทบทุกประเภทมักจะมีน้ำตาลผสมอยู่ โดยเฉพาะในเครื่องปรุงต่าง ๆ ซึ่งทำให้เราไม่สามารถตัดน้ำตาลได้อย่างสิ้นเชิง รวมถึงอาหารจำพวกแป้ง ซึ่งมักจะแฝงอยู่ในอาหารหลาย ๆ ชนิด รวมไปถึงผัก ผลไม้ต่าง ๆ อีกด้วย ดังนั้นหากต้องการทานอาหารคีโตแบบจริงจัง เมื่อเริ่มต้นทาน การทำอาหารรับประทานเอง หรือสั่งจากร้านอาหารคีโตโดยเฉพาะ จึงจะเป็นการดีที่สุด และทำให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะ คีโตซิสได้ไวที่สุดค่ะ

สิ่งที่ผู้เริ่มทานคีโตจะต้องทราบ

ผู้ที่ทานคีโตจะต้องหัดดูตารางโภชนาการในฉลากสินค้า ส่วนผสม และต้องศึกษาพลังงาน และสารอาหารของวัตุดิบที่เรานำมาทำอาหารทาน เนื่องจากผู้ที่ทานคีโตนั้นจะต้องงดน้ำตาล และทานคาร์โบไฮเดรตให้น้อยที่สุด ซึ่งทั้ง 2 ตัวนี้ มักจะแผงมาในเครื่องปรุงและวัตุดิบต่าง ๆ เช่น ในเครื่องปรุงอย่างน้ำปลา ก็ยังมีส่วนผสมของน้ำตาลถึง 5% ทำให้ผู้ที่ทานคีโตไม่สามารถทานน้ำตาลบางยี่ห้อได้ หรือผักบางประเภทที่มีแป้ง และน้ำตาลแฝงอยู่มาก เช่น หน่อไม้ เห็ด ถั่ว ฟักทอง มัน ข้าวโพด เป็นต้น เพราะฉะนั้นการเลือกวัตถุดิบเพื่อมาประกอบอาหาร จึงจะต้องทราบถึงสารอาหาร และส่วนผสมต่าง ๆ ของวัตถุดิบนั้น ๆ ด้วยค่ะ

ทานคีโตมีผลข้างเคียงอย่างไรบ้าง?

การทานคีโตแม้จะเห็นผลได้ดีมากในช่วงแรก ๆ ทำให้ผู้ที่เริ่มต้นลดน้ำหนักนั้น มีกำลังใจที่จะลดต่อไป แต่การทานคีโตนั้น ก็มีผลข้างเคียงเช่นกัน ขึ้นอยู่กับสภาวะทางร่างกายของแต่ละคน

ขาดสารอาหาร เนื่องจากการต้องงด หรือลดปริมาณอาหารบางประเภท จึงอาจทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารสำคัญบางชนิดไม่เพียงพอ จนเกิดปัญหาการขาดสารอาหารได้

ขาดน้ำและแร่ธาตุ คีโตนที่ได้จากกระบวนการคีโตซิส จะถูกขับออกจากร่างกายผ่านทางปัสสาวะ ส่งผลให้ ปัสสาวะบ่อย และมากกว่าปกติ ซึ่งเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ และแร่ธาตุ อาจเสี่ยงต่อภาวะไตเสียหายฉับพลัน หรือเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ ดังนั้นผู้ที่ทานคีโตจะต้องดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 3 ลิตร (ค่อย ๆ จิบ) และควรผสมเกลือเจือจางลงไปในน้ำด้วย เกลือที่ใช้ผสมควรมีแร่ธาตุที่มีประโยชน์ เช่น ดอกเกลือ หรือเกลือชมพู

มวลกระดูกและกล้ามเนื้อลดลง เนื่องจากขาดคาร์โบไฮเดรต และแร่ธาตุ ซึ่งอาจส่งผลต่อกระบวนการสร้างมวลกระดูกและกล้ามเนื้อในระยะยาว

โยโย่เอฟเฟกต์ (Yo – Yo Effect) การลดน้ำหนักแบบคีโต จะต้องลดอย่างต่อเนื่อง และเคร่งครัด ไม่มีวันชีสเดย์เหมือนการทานอาหารลดน้ำหนักแบบอื่น ๆ หากใช้วิธีลดน้ำหนักแบบกินคีโตไม่ต่อเนื่อง อาจทำให้น้ำหนักตัวที่ลดลงไปแล้ว กลับมาเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

ไข้คีโต (Keto Flu) ในช่วงแรก ๆ ที่เริ่มการทานอาหารแบบคีโต อาจทำให้ร่างกายไม่สามารถปรับตัวได้ทัน ทำให้รู้สึกไม่สบายตัว คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย คล้ายกับเป็นไข้ แต่โดยทั่วไป อาการจะค่อย ๆ หายไปภายใน 1 สัปดาห์

เมื่อเพื่อน ๆ ได้รู้จักการทานอาหารแบบคีโตแล้ว ก็ลองพิจารณาดูว่า การลดน้ำหนักแบบนี้ เหมาะกับวิถีชีวิตของเพื่อน ๆ หรือไม่ แล้วลองนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมดูค่ะ และในครั้งหน้า เราจะมาแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจจะเริ่มต้นทานอาหารแบบคีโต ว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง เพราะฉะนั้นอย่าลืมตามไปอัปเดตกันได้ที่ Inzpy Travel นะคะ

 

Camper ส่งรองเท้า Kobarah ดีไซน์สวยแปลก เติมเต็มสีสันให้กับสาวกสายแฟ

ฮัลโหลลล~ สาวกสายแฟชั่นทุกคน วันนี้ Inzpy มาพร้อมข่าวดีสำหรับเหล่าสายแฟที่ชอบใส่รองเท้าสีสันสดใสจี๊ดจ๊าด ที่มาพร้อมกับดีไซน์เก๋ไก๋แปลกตาไม่เหมือนใคร เอาแบบที่พอใส่แล้ว คนไม่เหลียว ไม่หยุดมองให้มันรู้ไป โดยในวันนี้เรามาพร้อมรองเท้าที่ชื่อว่ารุ่น Kobarah สุดต๊าช จากแบรนด์ Camper ที่ออกรองเท้าสีใหม่ถึง 3 สีสุดแซ่บเพื่อมาเอาใจเหล่าสาวกสายแฟโดยเฉพาะ จะน่าสนใจ น่าโดนขนาดไหน ตามไปดูกันเลย

cr.photo ; CamperThailand

Camper (แคมเปอร์) แบรนด์รองเท้าจากประเทศสเปน ได้ออกแบบรองเท้าสุดเก๋ดีไซน์แปลกตาภายใต้ชื่อรุ่น Kobarah ที่มาจากคำว่า ‘Cobras’ ที่แปลว่า ‘งูเห่า’ ในภาษาอังกฤษนั่นเอง โดยรองเท้ารุ่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการขดตัวและการรัดเหยื่อของงู ถ่ายทอดออกมาเป็นรองเท้าที่มีเส้นโค้งมนลื่นไหล พันไปมาเพื่อโอบรัดเท้าของผู้สวมใส่ ทั้งยังมีลักษณะพองเหมือนนวมให้สัมผัสลูกเล่นแบบสามมิติ กลายเป็นรองเท้าส้นสูงอันโดดเด่นแปลกตาสุดทันสมัยไม่เหมือนใคร

Camper
cr.photo ; CamperThailand

ถึงแม้รองเท้ารุ่นนี้จะไม่ใช่รุ่นใหม่ เพราะมีการเปิดตัวให้แฟน ๆ ได้ยลโฉมมาตั้งแต่ปี 2016 แต่ก็ได้ถูกนำมาปรับโฉมเปลี่ยนแปลง ปรับสไตล์ให้ดูโฉบเฉี่ยวมากขึ้นตามยุคสมัยและฤดูกาล จนเป็นเวอร์ชันล่าสุดที่เราเห็นกันนี้ โดยในครั้งนี้เพื่อเติมเต็มสีสันและชีวิตชีวาให้กับสาวกสายแฟ ทางแบรนด์จึงได้ออกสีใหม่ล่าสุดมาให้เหล่าสาวกได้ตื่นตาตื่นใจกัน

cr.photo ; hypebae.com

นอกจากรองเท้าจะมีดีไซน์โดดเด่น สดใส แปลกตา เต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และสวมใส่สบายแล้ว กระบวนการผลิตรองเท้ารุ่นนี้ยังเป็นมิตรกับโลกอีกด้วย เพื่อตอกย้ำแนวคิดของแบรนด์ในการผลิตสินค้าเพื่อความยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

Camper
cr.photo ; hypebae.com

รองเท้ารุ่น Kobarah จึงผลิตมาจากวัสดุยาง EVA ที่มีส่วนผสมของชานอ้อย 20% เพียงชิ้นเดียวในการผลิตรองเท้าแต่ละคู่ นั่นแปลว่กระบวนการทำรองเท้ารุ่นนี้ จะไม่มีขยะเหลือทิ้ง (Zero Waste) และยังสามารถช่วยลดพลังงานในกระบวนการผลิตอีกด้วย

Camper
cr.photo ; CamperThailand

ยิ่งไปกว่านั้นแล้วยังใช้คาร์บอนในกระบวนการผลิตในปริมาณต่ำ ส่งผลให้เกิดการสร้างมลพิษปริมาณน้อยต่อสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญเมื่อรองเท้าหมดอายุการใช้งาน ก็สามารถนำมารีไซเคิลได้อย่างเต็มที่แบบ 100% เรียกได้ว่าเป็นการฉีกกฎของการออกแบบและผลิตรองเท้าอย่างแท้จริง

cr.photo ; CamperThailand

แน่นอนว่าหลังจากที่ Kobarah ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟน ๆ Camper ไปเมื่อปีที่แล้ว การกลับมาครั้งนี้ก็ยังคงเก็บรักษาไว้ ซึ่งดีไซน์สวยงามแปลกตาอันเป็นเอกลักษณ์ ให้สัมผัสที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์น่าหลงใหล ทั้งยังมาพร้อมการออกแบบที่โอบรัดรูปเท้าเป็นอย่างดี สวมใส่สบาย และมีความทนทานต่อการใช้งานอย่างดีเยี่ยม โดยในซีซั่นนี้ทางแบรนด์ได้ออกสีใหม่ล่าสุด ออกมาให้เลือกสรรกันถึง 3 สี ไม่ว่าจะเป็น Pebre (สีเขียว) Blanco Shiny (สีขาว) และสีประจำซีซั่นอย่าง Taca (สีส้ม) โดยมาในราคา 6,950 บาท

Camper
cr.photo ; CamperThailand

เหล่าสาวกสายแฟสามารถตามไปพบกับ Kobarah และ คอลเลกชัน Spring/Summer 2022 ได้แล้ววันนี้ที่: เซ็นทรัลเวิลด์, สยามพารากอน และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ

หรือช่องทางออนไลน์ที่ www.camper.com/TH_TH

cr.photo ; asos.com

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน กับรองเท้า Kobarah ดีไซน์สวยแปลก แถมยังรักษ์โลก ที่สามารถเข้ามาเติมเต็มสีสันให้กับสาวกสายแฟ ที่เราเอามาฝากทุกคนกันในวันนี้ หวังว่าวันนี้เราสามารถช่วยให้สาวกแฟชั่น มีไอเดียในการเลือกรองเท้าคู่ใจ คู่ใหม่ที่จะกลายมาเป็นหนึ่งในรองเท้าลูกรักของทุกคนได้ง่ายขึ้นนะคะ หวังว่าทุกคนจะได้รับทั้งสาระและความบันเทิง ทันเหตุการณ์ความเป็นไปในวงการแฟชั่นไม่มากก็น้อยนะคะ สุดท้ายอย่าลืมติดตามในคราวหน้าว่า เราจะเอาข่าวเกี่ยวกับวงการแฟชั่นที่น่าจับตามองอื่น ๆ ที่น่าสนใจแบบไหนมาฝากทุกคนกันอีก รอติดตามชมที่ Inzpy ห้ามพลาดเลยนะคะ!

Oatmeal เมนูจากข้าวโอ๊ต อาหารเช้าทำง่าย เริ่มต้นเช้าวันใหม่อย่างสุขภาพดี

0

Oatmeal เมนูจากข้าวโอ๊ต อาหารเช้าทำง่าย เริ่มต้นเช้าวันใหม่อย่างสุขภาพดี

Oatmeal เมนูจากข้าวโอ๊ต

Oatmeal เมนูจากข้าวโอ๊ต อาหารเช้าทำง่าย เริ่มต้นเช้าวันใหม่อย่างสุขภาพดี “ข้าวโอ๊ต” ธัญพืชยอดฮิตที่เป็นที่นิยมไปทั่วโลก โดยเฉพาะทวีปยุโรปและอเมริกาที่ทานข้าวโอ๊ตกันมาอย่างช้านาน ซึ่งข้าวโอ๊ตเป็นหนึ่งในธัญพืชที่เต็มไปด้วยสารอาหารมากมายจนนับไม่ถ้วนเลยล่ะ ปัจจุบัน หลายคนก็หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ข้าวโอ๊ต (Oatmeal) เลยกลับมาเป็นวัตถุดิบเพื่อสุขภาพยอดฮิตอีกครั้ง ข้าวโอ๊ต ธัญพืชชนิดหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มเดียวกับหญ้า แต่เมล็ดของหญ้าชนิดนี้สามารถรับประทานได้ จะมีรสชาติเฝื่อนเล็กน้อยและค่อนข้างแข็ง หลายแบรนด์เลยนิยมนำข้าวโอ๊ตมารีดให้แบนทำออกมาในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อความสะดวกในการรับประทานและนำไปประกอบอาหาร

ซึ่งประโยชน์ของข้าวโอ๊ต เป็นธัญพืชที่อุดมไปด้วยสารอาหารมากมายที่เหมาะสำหรับคนที่กำลังดูแลสุขภาพ ในข้าวโอ๊ตปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 379 กิโลแคลอรี ซึ่งใน 379 กิโลแคลอรีจะประกอบไปด้วยคาร์โบไฮเดรต 66 กรัม, โปรตีน 17 กรัม, ไขมัน 7 กรัม รวมไปถึงวิตามินและแร่ธาตุอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ไฟเบอร์ วิตามินบี1, 2, 3, 6 และ 9 แคลเซียม, ธาตุเหล็ก, แมกนีเซียม, ฟอสฟอรัส, โพแทสเซียม, โซเดียม สังกะสี และมีกรดอะมิโนต่าง ๆ อีกมากมาย มีส่วนลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับแบคทีเรียและเชื้อโรคได้ดี ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในกระแสเลือดได้ มีส่วนลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน นอกจากนี้ยังมีส่วนในเรื่องของการควบคุมน้ำหนักอีกด้วย

ข้าวโอ๊ต อาหารเช้าเพื่อสุขภาพที่ทั้งทำได้ง่ายและประหยัดเวลา เพื่อเริ่มต้นวันใหม่อย่างสุขภาพดี วันนี้ Inzpy ก็ได้ทำการรวบรวมเมนูง่าย ๆ คลีน ๆ อร่อย แถมได้ประโยชน์จากข้าวโอ๊ตมาฝากทุกคนกันด้วยนะคะ ทำตามง่ายมาก ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย !!!

รวมเมนูจากข้าวโอ๊ต ทำง่าย ได้สุขภาพ

  • โจ๊กข้าวโอ๊ต (Oat Porridge)

Oatmeal เมนูจากข้าวโอ๊ต

เริ่มต้นด้วยเมนูโจ๊ก มื้อเช้าแสนอร่อย ใครที่ชอบทานโจ๊ก เราแนะนำให้หันมาทำโจ๊กข้าวโอ๊ตทานเลย เพราะหลังจากที่เราต้มข้าวโอ๊ตจนสุกดีแล้วตัวเมล็ดข้าวจะนุ่มและทานง่าย อาจจะเติมสารเพิ่มด้วยอกไก่อีกนิด เหยาะซอสและพริกไทยเพิ่มรสชาติอีกหน่อย เมนูนี้ก็พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ

ส่วนผสมโจ๊กข้าวโอ๊ต
  • อกไก่สับ
  • ข้าวโอ๊ต
  • พริกไทยป่น
  • ผงปรุงรส
  • ซีอิ๊วขาว
  • น้ำเปล่า
วิธีทำโจ๊กข้าวโอ๊ต

ตั้งหม้อ ใส่น้ำ แล้วนำขึ้นตั้งเตาไฟกลาง รอจนน้ำเริ่มเดือด แล้วค่อย ๆ ใส่ผงปรุงรสลงไปเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติ หลังจากน้ำเดือดอีกครั้งให้นำข้าวโอ๊ตลงไปต้มและรอจนเมล็ดข้าวบานนิ่ม แนะนำให้ใส่ข้าวโอ๊ตครั้งละน้อย ๆ นะคะ เพราะเมื่อสุกแล้วข้าวจะพองตัวขึ้นอีก ข้าวบานนิ่มแล้วเราจะปั้นอกไก่เป็นก้อนแล้วใส่ลงไปเลยค่ะ ต้มต่อจนไก่สุก ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวอีกนิด ปิดเตา ตักใส่ถ้วย โรยพริกไทยป่นเพิ่มความหอมเล็กน้อย ก็ได้โจ๊กข้าวโอ๊ตแสนอร่อยในมื้อเช้าแล้วค่า

  • โอเวอร์ไนท์โอ๊ต (Overnight Oat)

Oatmeal เมนูจากข้าวโอ๊ต

เริ่มต้นกันด้วยเมนูโอเวอร์ไนท์โอ๊ตมีลสูตรคลาสสิกส่วนผสมหลัก ๆ คือ ข้าวโอ๊ต คนผสมกับกรีกโยเกิร์ต เมล็ดเจีย และนมสด สามารถเพิ่มความหวานจากน้ำผึ้งเพื่อความอร่อย กินตอนเช้าสักแก้วรับรองว่าฟินนนนนนนนนน

ส่วนผสม โอเวอร์ไนท์โอ๊ตมีลสูตรคลาสสิก
  • กรีกโยเกิร์ต 1/3 ถ้วย
  • ข้าวโอ๊ต 1/2 ถ้วย
  • นมสด 2/3 ถ้วย
  • เมล็ดเจียหรือเมล็ดแฟลกซ์ 1 ช้อนโต๊ะ
  • กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา
  • เกลือป่น
  • น้ำผึ้งหรือเมเปิลไซรัป 2 ช้อนโต๊ะ (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
วิธีทำโอเวอร์ไนท์โอ๊ตมีลสูตรคลาสสิก

คนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน เทใส่ลงภาชนะ ปิดฝา นำเข้าแช่เย็นประมาณ 4 ชั่วโมง หรือข้ามคืน เท่านี้ก็ได้โอเวอร์ไนท์โอ๊ตมีลสูตรคลาสสิกทานกันแบบง่าย ๆ แล้วค่าาาา ง่ายม๊ากกกกกกกกกกก !

  • นมข้าวโอ๊ต (Oat Milk)

นมข้าวโอ๊ตพร้อมดื่มเป็นเมนูที่ใช้วัตถุดิบและเวลาในการทำน้อยมาก ไม่เกิน 10 นาทีก็ได้ขนมข้าวโอ๊ตมาดื่มแล้ว ! นำมาอุ่นร้อนดื่มก่อนนอน, ดื่มเย็น ๆ ในตอนเช้า, นำไปผสมในชาหรือกาแฟก็อร่อยยยยยยยย

ส่วนผสมนมข้าวโอ๊ต
  • ข้าวโอ๊ต
  • น้ำเปล่า
  • เกลือ
  • น้ำผึ้ง
วิธีทำนมข้าวโอ๊ต

ขั้นตอนแรกเราจะนำข้าวโอ๊ต 1 ถ้วยใส่ลงในโถปั่น ตามด้วยน้ำสะอาดอีก 3 ถ้วย เพิ่มความหวานด้วยน้ำผึ้ง ตัดรสหวานอีกนิดด้วยเกลือเล็กน้อย จากนั้นปิดฝา เปิดความเร็วสูงสุดแล้วปั่นไม่เกิน 30 วินาที จากนั้นล้างน้ำออกแล้วนำมาปั่นความเร็วสูงสุดค่ะ ย้ำนะคะว่าห้ามเกิน 30 วินาที เพราะถ้าเกินสีและรสชาติของนมจะเปลี่ยนทำให้ไม่อร่อย นำนมที่ปั่นจนละเอียดดีแล้วมากรองด้วยผ้าขาวบางและกรองผ่านกระชอนอีกหนึ่งครั้ง เราจะปล่อยให้น้ำนมไหลลงมาเรื่อย ๆ จนเกือบหมด จากนั้นใช้มือบีบเบา ๆ เพื่อคั้นน้ำออก นำน้ำที่คั้นแล้วมากรองอีกหนึ่งครั้งเพื่อความเนียนละเอียด จากนั้นเทใส่ขวดแก้วที่ลวกน้ำร้อนฆ่าเชื้อเรียบร้อยแล้ว ปิดฝาเก็บไว้ในตู้เย็นได้นาน 3 – 5 วันเลยล่ะค่าาาา

  • แพนเค้กข้าวโอ๊ตกล้วยหอม (Banana Oat Pancak)

Oatmeal เมนูจากข้าวโอ๊ต

เปลี่ยนมื้อเช้าเดิม ๆ ด้วยแพนเค้กทานกันค่ะ แต่คนรักสุขภาพจะทำแพนเค้กแป้ง ๆ ก็ดูจะไม่ใช่แนวสักเท่าไหร่ หันมาเปลี่ยนแป้งเป็นข้าวโอ๊ตเพิ่มใยอาหารดีกว่า เมนูนี้นอกจากจะอิ่มอร่อยแล้วยังได้คุณค่าจากข้าวโอ๊ตเต็ม ๆ เลือกทานพร้อมผลไม้ที่ชอบ เป็นมื้อเช้าที่สดชื่นสุด ๆ เลยนะคะ

วัตถุดิบแพนเค้กข้าวโอ๊ต
  • ข้าวโอ๊ต
  • กล้วยสุก
  • ไข่ไก่
  • เกลือ
  • นมสด
  • น้ำผึ้ง
  • น้ำมันพืช
วิธีทำแพนเค้กข้าวโอ๊ต

ขั้นตอนแรกเราจะนำข้าวโอ๊ตมาปั่นให้ละเอียดก่อน จากนั้นเทข้าวโอ๊ตใส่ภาชนะ ตอกไข่, เทนม, เติมน้ำมันพืชเล็กน้อย แล้วปอกกล้วยใส่ลงในภาชนะเลย ใช้ส้อมบดและตีให้เนื้อกล้วยและส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี ใส่เกลือเพิ่มลงไปอีกนิดเพื่อเพิ่มรสชาติ คนอีกหน่อย ๆ แล้วพักแป้งเอาไว้เพื่อให้ข้าวโอ๊ตดูดน้ำและฟูขึ้นอีกนิด เมื่อแป้งพองตัวได้ที่แล้วตั้งกระทะ เปิดไฟกลางค่อนอ่อนแล้วทาน้ำมันบาง ๆ คนแป้งอีกนิดแล้วตักแป้งเทลงในกระทะให้เป็นวงกลมไม่หนามากนะคะ เมื่อแป้งสุกแล้วแป้งด้านบนจะมีลักษณะแห้งและแซะออกจากกระทะได้ง่าย พลิกกลับเอาอีกด้านลงทอดจนแป้งเหลืองกรอบได้ที่ จากนั้นตักใส่จาน ราดน้ำผึ้งเล็กน้อยแล้วทานพร้อมผลไม้ที่ชอบได้เลยค่าาา

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับเมนูจากข้าวโอ๊ตที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ สามารถทำตามได้ง่าย ๆ เลย ได้ทั้งสุขภาพ ทั้งประหยัดเวลาในการทำอาหาร ดีต่อใจดีต่อสุขภาพสุด ๆ อย่าลืมไปลองทำกันนะคะ ไว้คราวหน้า เราจะนำเรื่องราวดี ๆ ไอเทมเด็ด ๆ รวมไปถึงเรื่องสุขภาพมาฝากทุกคนกันอีกอย่างแน่นอน ยังไงก็อย่าลืมติดตามเว็บไซต์ของเราต่อไปด้วยน้า จะได้ไม่พลาด ! 🙂

“ดนตรีในสวน” กลับมาอีกครั้ง พื้นที่แห่งดนตรีและศิลปะการแสดงของชาวเมืองกรุง

0

“ดนตรีในสวน” กลับมาอีกครั้ง พื้นที่แห่งดนตรีและศิลปะการแสดงของชาวเมืองกรุง

"ดนตรีในสวน"

“ดนตรีในสวน” งานแสดงดนตรีในสวนสาธารณะ จะเริ่มคึกคักทั่วกทม.นับจากวันนี้ !!! ความสุขจากอีเวนต์ ดนตรีในสวน จะเข้าถึงได้ง่ายและบ่อยขึ้นสำหรับผู้คนในกรุงเทพมหานคร เพราะสวนสาธารณะในกทม. 40 แห่ง พร้อมเปิดพื้นที่ให้เล่น และฟังดนตรีในสวนแล้ว จะเปิดให้ผู้ที่อยากปล่อยของเล่นดนตรี และให้ประชาชนได้เข้าฟังดนตรีในสวนมากขึ้น หลังจากที่ห่างหายมานานประมาณ 2 ปี เพราะสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาด

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่การจัดงานดนตรีในสวนครั้งแรกใน กทม. (อย่างที่สื่อบางสำนักรายงาน) เนื่องจากงานดนตรีในสวนมีการจัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่สวนลุมพินี ในช่วงปี 2536 ในสมัย “ร้อยเอก กฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา” เป็นผู้ว่าฯ กทม. หลังจากนั้นก็มีการจัดต่อเนื่องเป็นประจำเรื่อยมาในทุกผู้ว่าฯกทม. (ยกเว้นปีที่ที่มีโควิด-19 ระบาดหนัก)

"ดนตรีในสวน"

ซึ่งสำหรับปีนี้ เมื่อ 4 มิ.ย ที่ผ่านมานี้ เป็นวันงานดนตรีในสวนวันแรก ที่สวนรถไฟ หรือสวนวชิรเบญจทัศ ปรากฏเป็นข่าวโด่งดังในโซเชียล เนื่องจากนายชัชชาติ ผู้ว่าฯกทม. คนใหม่ของเราก็ได้ไปเข้าร่วมในกิจกรรมดังกล่าว ร่วมร้อง เต้น ที่สวนรถไฟอย่างคึกคัก โดยเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าแสดงดนตรีมาขออนุญาต โดยเน้นว่าต้องไม่มีเรื่องการค้าแอบแฝง การแสดงดนตรีในสวนครั้งแรกของปีนี้ มีผู้มาร่วมงานในบริเวณการแสดงดนตรีหลายร้อยคน โดยเป็นการแสดงจากมูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข บรรเลงโดยวง Kasetsart Wind Symphony วง Thailand Brass Quintet วง Bangkok Woodwinds Quintet และ วง Thai Brass Quintet ร่วมเต้น ร้องเพลงกันภายในงานนี้อย่างสนุกสนาน และ 5 มิ.ย. ดนตรีในสวนวันนี้ ก็จัดขึ้นที่สวนสาธารณะกลางเมืองอย่าง สวนลุมพินี ความสุขที่สวนลุมพินีที่ผ่านมา เป็นการแสดงดนตรีเพลงสวิงแจ๊ส จากวงดนตรีสวิงแจ๊ส The Stumbling Swingout และเพลงสวิงโดย DJ Kang

"ดนตรีในสวน"

สำหรับงานดนตรีในสวนถือเป็น 1 ใน 214 นโยบาย คือ กรุงเทพฯ พื้นที่แห่งดนตรีและศิลปะการแสดง มีจุดประสงค์เพื่อให้ทุกคนมีทางเลือกในการทำกิจกรรมนอกบ้าน รวมถึงศิลปินมีพื้นที่แสดงดนตรีและศิลปะการแสดง โดยการจัดงานดนตรีในสวนเมื่อวันที่ 4-5 มิ.ย. 65 ถือเป็นการจัดงานดนตรีในสวนครั้งแรกภายใต้การบริหารงานของนายชัชชาติ ผู้ว่าฯกทม. ให้ประชาชนที่ใช้บริการสวนสาธารณะหลาย ๆ แห่ง ได้รับประโยชน์จากหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น การพักผ่อนหย่อนใจ การออกกำลังกาย ตลอดจนการแสดงออกทางด้านศิลปวัฒนธรรม นันทนาการ และการแสดง “ดนตรีในสวน” สามารถนำอาหารและเครื่องดื่มง่าย ๆ มานั่งกลางสนามหญ้าชมดนตรี โดยมีลูกหลานวิ่งเล่นอยู่ใกล้ ๆ เป็นการปลูกฝังให้เด็กมีจิตใจร่าเริงและชื่นชอบในดนตรี ถือเป็นการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น โดยกิจกรรมนี้มี มีกองสังคีต สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร เป็นแม่งานหลัก

ทั้งนี้งานดนตรีในสวนวันแรก นายชัชชาติ ผู้ว่าฯกทม. คนใหม่ ได้ไปร่วมในกิจกรรมดังกล่าว พร้อมทั้งให้สัมภาษณ์ว่า

“แล้วเราจะมีดนตรีในสวนแบบนี้ขยายไปในทุกๆสวน สวนชานเมือง สวนหลวงร.9 สวนในชุมชน สวนลานกีฬาชุมชนแออัด ทุกคนจะมีสิทธิได้ฟังดนตรี ได้เสพศิลปะเหมือนกันทุกคนในกรุงเทพฯ กราบขอบพระคุณทุกคนที่ช่วยกันทำให้กรุงเทพฯดีได้และน่าอยู่ได้ กราบขอบพระคุณครับ“ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวขณะร่วมดื่มด่ำกับบทเพลงดนตรีในสวนและบางช่วงก็โยกย้ายสร้างบรรยากาศสนุกสนานร่วมกับประชาชนที่มาร่วมชมดนตรี” และได้บอกว่าตอนนี้มีหลายเขตเรียกร้องมา ซึ่งกทม.พร้อมที่จะจัดขึ้นทุกอาทิตย์ และจะพยายามจัดงานดนตรีในสวนสาธารณะทุกแห่ง แต่ต้องเหมาะสมกับสถานที่ ไม่ทำลายสภาพสวน มีดนตรีทุกแนว

ซึ่งนี่ก็คือเรื่องราวของงานดนตรีในสวน อีกหนึ่งกิจกรรมดี ๆ เพื่อคนเมือง ซึ่งจัดมาต่อเนื่องเป็นเวลายาวนานเกือบ 30 ปี ที่ยังคงตอบโจทย์วิถีคนเมือง และครองใจคนกรุงฯ มาจนทุกวันนี้ และเร็ว ๆ นี้ ! สำหรับใครที่พลาดงานดนตรีในสวนไปเมื่อครั้งก่อน 12 มิถุนายนนี้ !!! ผู้ว่าฯ กทม. ชัชชาติ บอกว่าจะมีการจัดงาน #ดนตรีในสวน ที่เขตคลองเตย ส่วนจะจัดงานตรงไหนจะแจ้งอีกครั้ง โดยจะมีวงของครูแอ๋ม ศีริพร พรมวงศ์ กลุ่มคลองเตยดีจัง กับวงของ สุกรี เจริญสุข ผู้อำนวยการไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา เอาเป็นว่ารอติดตามกันเรื่อย ๆ กันเลยนะคะ ความสุขและความสนุกกำลังจะมาเสิร์ฟพวกเราแล้วววว อย่าลืมไปกันน้า 🙂

S Oasis อาคารสำนักงานสำหรับคนรุ่นใหม่ กับการชูโรงด้วย Workplace Strategy

S Oasis อาคารสำนักงานสำหรับคนรุ่นใหม่ กับการชูโรงด้วย Workplace Strategy

 ต้องยอมรับว่าไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ณ เวลานี้ ต่างต้องปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งยุคปัจจุบันกันไม่น้อย โดยเห็นได้ชัดจากช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ทำให้วิถีชีวิตในการทำงานนั้นต่างหันหน้าเข้ามาสู่โหมด Work from Home สลับกับการเข้าออฟฟิศกันมากขึ้น จนส่งผลให้มุมมองเกี่ยวกับพื้นที่ทำงานนั้นเปลี่ยนแปลงไป

และด้วยเทคโนโลยีที่เข้ามาตอบโจทย์การทำงานแห่งอนาคตที่หลากหลาย ทำให้การทำงานระหว่างบ้านกับที่ทำงานเป็นไปได้อย่างไร้รอยต่อ อีกทั้งบริษัทต่าง ๆ เริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการทำงานบนวัฒนธรรม Hybrid Working Model และมองหาพื้นที่ในการทำงานที่ตอบสนองต่อรูปแบบการทำงานดังกล่าว เพื่อให้สามารถใช้พื้นที่ในการทำงานได้อย่างคุ้มค่า สร้างสรรค์ และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้สูงสุด

S Oasis

เช่นเดียวกับ “S Oasis” (เอส โอเอซิส) อาคารสำนักงานแห่งใหม่ล่าสุดจาก สิงห์ เอสเตท ก็ได้ลุกขึ้นปฏิวัติการทำงานในรูปแบบ Hybrid Workplace โดยเฉพาะ ทั้งนี้เพื่อตอบโจทย์วัฒนธรรมการทำงานยุคใหม่ได้อย่างลงตัว มีการทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อให้บริการในการวางแผนกลยุทธ์ในการจัดพื้นที่ใช้สอยภายในสำนักงาน (Workplace Strategy) เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถออกแบบออฟฟิศที่ตอบรับกับวิถีการทำงานแห่งอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

S Oasis

ด้าน นางอรณีย์ พูลขวัญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายพัฒนาธุรกิจค้าปลีกและการพาณิชย์ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) เผยว่า “กว่าสองปีที่ผ่านมา วิถีชีวิตของคนทำงานนั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง บทบาทของบ้านและที่ทำงานนั้นกลับมีความสัมพันธ์ที่ไม่อาจแยกออกจากกันได้

ทำให้การออกแบบพื้นที่การทำงานในปัจจุบันควรคำนึงถึงความยืดหยุ่น และความสะดวกสบายของพื้นที่ใช้สอย รองรับด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ส่งเสริมประสิทธิภาพของการทำงาน และความเป็นอยู่ที่ดี เราและพันธมิตรจึงได้สร้างสรรค์บริการ Workplace Strategy ขึ้นมาเพื่อตอบสนองต่อวิถีการทำงานแห่งอนาคตสู่รูปแบบ Hybrid Work Model แบบไร้รอยต่อ 

เกิดความยืดหยุ่นและความสะดวกสบายของพื้นที่ใช้สอย โดยสามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่การใช้งานได้ตามความต้องการที่หลากหลาย และเปลี่ยนแปลงได้ตลอด เช่น การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เคลื่อนย้ายได้ง่าย ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ทุกตารางเมตรได้อย่างเหมาะสม คุ้มค่า และสะดวกสบาย เหมือนกับการทำงานในบ้านของตนเอง

S Oasis

นอกจากนี้ พื้นที่ทำงานยุคใหม่แม้จะมีการแบ่งสัดส่วนชัดเจน แต่ก็ยังสามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้กลายเป็น Co-working Space ได้อย่างง่ายดาย เพื่อให้ผู้คนมีอิสระในการใช้พื้นที่ทำงาน ส่งเสริมให้เกิดไอเดียใหม่ ๆ และยังส่งเสริมให้เกิดปฏิสัมพันธ์ร่วมกันระหว่างพนักงานอีกด้วย

รวมถึงออกแบบให้มีความพร้อมด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การทำงานแบบไฮบริด ผ่านอุปกรณ์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นการนำระบบ IoT (Internet of Things) มาใช้ เพื่อให้เจ้าของพื้นที่สามารถควบคุมระบบ Smart Devices ต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ด้วยปลายนิ้วสัมผัส พร้อมระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เชื่อมโลกการทำงานเข้ากับชีวิตประจำวัน รองรับรูปแบบการทำงานแบบ Onsite และ Offsite ได้อย่างลงตัว ตลอดจนยกระดับความใส่ใจด้านสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานในยุค Next Normal

S Oasis

ทั้งนี้ เอส โอเอซิส ให้ความสำคัญในรายละเอียดเหล่านี้ จึงได้ออกแบบระบบมาตรฐานความปลอดภัยในการคัดกรองโควิด และระบบ Touchless Environment เพื่อลดการสัมผัส

พร้อมให้คำปรึกษาด้านการออกแบบ และบริหารจัดการพื้นที่สำนักงานที่เหมาะสมกับรูปแบบการทำงานและจำนวนพนักงาน  ทีมงานด้าน Workplace Strategy ยังสามารถช่วยให้คำปรึกษาด้านอุปกรณ์การทำงานที่สนับสนุนให้คนมีสุขภาพดี เช่น โต๊ะและเก้าอี้ปรับระดับได้ เก้าอี้นวด และการคำนึงถึงความเป็นส่วนตัว เช่น การติดตั้ง Phone Booth และ Private Zone เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้ เอส โอเอซิส ช่วยตอบโจทย์ความต้องการของผู้เช่าในทุกรูปแบบและตรงใจมากที่สุด

S Oasis

เอส โอเอซิส ยังเป็นอาคารสำนักงานระดับพรีเมียมเพื่อคนยุคใหม่ ตั้งอยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต ใกล้กับสถานี BTS หมอชิต สถานี MRT จตุจักร และสถานีกลางบางซื่อ บนพื้นที่โครงการ 6 ไร่ 3 งาน 24 ตารางวา สูง 35 ชั้น พร้อมชั้นใต้ดิน 1 ชั้น

แถมประกอบด้วยพื้นที่ใช้สอย 54,000 ตร.ม. พื้นที่ค้าปลีก 1,700 ตารางเมตร ที่จอดรถยนต์จำนวน 870 คัน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ EV Charger สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อร่วมสนับสนุนทุกการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยังมีอาคารจอดรถโดยรอบที่สามารถรองรับได้กว่า 1,400 คัน

S Oasis

โดย เอส โอเอซิส เปิดให้เยี่ยมชมสำนักงานตัวอย่างแล้ว โดยโครงการจะเริ่มเปิดให้บริการในไตรมาส 2 ปี 2565 นี้ หากสนใจสามารถคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  www.singhaestate.co.th

 

อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

บทความน่าสนใจ : สุดปัง ! ซิกส์เซนส์ เรสซิเดนซ์ บ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์พรีเมียม ขายแล้ว 78%

Showcase & Talk #2 : CIRCULAR ECONOMY

0

Showcase & Talk #2 : CIRCULAR ECONOMY

Showcase & Talk #2 : CIRCULAR ECONOMY
เชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเสวนา ภายใต้หัวข้อ “CIRCULAR ECONOMY: นวัตกรรมวัสดุหมุนเวียน เพื่อธุรกิจที่ยั่งยืน” มาร่วมเรียนรู้ และพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวคิด เกี่ยวกับนวัตกรรมและการพัฒนาศักยภาพของวัสดุใหม่จากเศษเหลือในอุตสาหกรรมและชุมชน ตอบโจทย์กระแสรักษ์โลก สร้างแรงบันดาลใจในการเลือกใช้วัสดุสำหรับงานออกแบบ โดยกิจกรรมในครั้งนี้จะนำเสนอผ่านวัสดุจากผู้ประกอบการ 5 ราย ดังนี้

Showcase & Talk #2 : CIRCULAR ECONOMY

1. RE-Hub studio โดย คุณปองภพ เกณฑ์ชัยภูมิ
“นวัตกรรมวัสดุทดแทนไม้ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจาก เศษเหลือทางการเกษตรและอุตสาหกรรม ที่สามารถตอบสนองการออกแบบทั้งลวดลาย พื้นผิวและดีไซน์ได้อย่างไรขีดจำกัด”
2. GEMIO โดย คุณอัครชัย เตชะวีรภัทร
“การนำเศษเหลือจากระบบอุตสาหกรรม มาผสานกับความเชี่ยวชาญในด้านการแปรรูปคอมพาวด์ยาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของวัสดุให้ไกลกว่าที่เคย”
3. D&C Design and Concept โดย คุณสัมฤทธิ์ ชูกลิ่น
“ผ้ากระสอบข้าวเก่าที่ใช้งานแล้ว นำมาเคลือบยางพาราธรรมชาติ นำเทรนด์วัสดุใหม่ในการผลิตสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์”
4 .PANAE CRAFT, Ban Duhun โดย คุณสราวุธ กลิ่นสุวรรณ
“กระดาษปาหนัน ที่เป็นได้มากกว่าเศษเหลือในกระบวนการผลิตงานหัตถกรรมเตยปาหนัน การพัฒนาต่อยอดผลิตภัณเชิงสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างโอกาสเชิงสังคม และเศรษฐกิจชุมชนตามแนวคิดการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน (SDGs)”
5. REWASTEC CO., LTD. โดย คุณวิศรุต ชาลี
“ก้าวใหม่ของเม็ดพลาสติกและเชือกพลาสติกรีไซเคิล ที่ได้มีการพัฒนาสูตรจนมีคุณสมบัติเชิงกลที่ดี เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีกลิ่นธรรมชาติ”
งานเสวนา CIRCULAR ECONOMY: นวัตกรรมวัสดุหมุนเวียน เพื่อธุรกิจที่ยั่งยืน
วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน 2565 เวลา 13.00 – 15.30 น. ที่ Material & Design Innovation Center ชั้น 2 อาคารส่วนหลัง TCDC กรุงเทพฯ
รับจำนวน 30 คน สมัครเลย! ไม่มีค่าใช้จ่าย
https://forms.gle/AR3wKAHCFzCKc8Yc6

กำหนดการ
13.00 – 13.30 ลงทะเบียน
13.30 – 15.00 แนะนำวัสดุแนวคิด CIRCULAR ECONOMY โดยผู้ประกอบการสร้างสรรค์ 5 ราย
15.00 – 15.30 เสวนาเรื่องการต่อยอดและแนวโน้มวัสดุ CIRCULAR ECONOMY
15.30 เป็นต้นไป Q&A และชมการจัดแสดงผลงานวัสดุ CIRCULAR ECONOMY ได้ตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน – 21 สิหาคม 2565

หมายเหตุ :
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเสวนา ต้องแสดงผลการตรวจ ATK อย่างน้อย 48 ชม. โดยนำผลมาแสดง ณ จุดลงทะเบียนหน้างาน และขอความร่วมมือทุกท่านสวมหน้ากากอนามัยตลอดระยะเวลาของการจัดกิจกรรม


อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

มินิคอนเสิร์ต Nanglen Band บนหญ้า : ธีร์ ไชยเดช

0

เสาร์นี้ เวลา 17:30 ห้ามพลาด ฟรีมินิคอนเสิร์ต วงนั่งเล่น – Nanglen Band กับ ธีร์ ไชยเดช ที่ MuseumSiam

มาตอนเช้า จะได้เข้าชมนิทรรศการและร่วมกิจกรรม 100 ปีตึกเรา ตึกเก่าเล่าเรื่อง มิวเซียมสยาม
นอกจากนี้ ในเวลา 18.00 – 22.00 น. บนตัวตึกมิวเซียมสยามก็มีกิจกรรมแสดงแสงไฟสีรุ้ง เพื่อร่วมฉลอง
มี food trucks บริการจำหน่ายอาหารเครื่องดื่ม ผู้ชมช่วยเก็บขยะไปทิ้งลงถังด้วยนะครับ
ที่จอดรถ ? ห้ามนำรถเข้าในพื้นที่มิวเซียม ริมถนนรอบๆ ค่อนข้างอัตคัต ถ้าหาไม่ได้ ไปจอดแบบเสียเงินที่ตลาดยอดพิมาน ปากคลองตลาด เดินมา 500 ม. หรือ ลานจอดรถ ร.ร.วัดราชบพิธ ฝั่งตรงข้ามมิวเซียม
นั่งฟังบนสนามหญ้าหน้าตึก ไม่มีเสาไฟสปอตไลท์สว่างทั้งลานแบบด้านหลัง ใครมีไฟชาร์จ USB พกมาส่องให้ตัวเองด้วยก็ดีครับถ้าฝนมา

ขอความร่วมมือช่วยกันขนย้ายอุปกรณ์ไปบรรเลงต่อในห้องโถงกระจกใกล้ๆ เตรียมแผนอพยพให้แล้วครับ

มินิคอนเสิร์ต NANGLEN BAND บนหญ้า : ธีร์ ไชยเดช
Museum Siam

การเดินทาง: MRT: สนามไชย ทางออก1 โผล่หน้ามิวเซียมเลย สะดวกที่สุด

ทางรถยนต์ หรือเดินทางด้วย Taxi :
มาจากทางสนามหลวง ลงทางด่วนที่ด่านยมราช วิ่งเข้าเส้นหลานหลวง เข้าสนามหลวง ผ่านวัดพระแก้ว วิ่งตรงมาทางวัดโพธิ์ มิวเซียมสยามอยู่ขวามือ
มาจากทางฝั่งธนบุรี ลงสะพานพระพุทธยอดฟ้า เลี้ยวซ้ายผ่านปากคลองตลาด เมื่อถึงแยก สน.พระราชวัง เลี้ยวขวา มิวเซียมสยามจะอยู่ซ้ายมือ
วิธีเดินทางไปจอดรถที่ยอดพิมาน(จากมิวเซียมสยาม) ให้ออกจากมิวเซียมสยาม วิ่งเข้าเส้นพาหุรัด เลี้ยวขวา จากนั้นวิ่งผ่านโรงเรียนสวนกุหลาบ และกลับรถใต้สะพานพระพุทธยอดฟ้า จะพบทางเข้าสู่ยอดพิมานริเวอร์วอล์ค *เสียค่าใช้จ่ายในการจอด 40 บาทสำหรับ 4 ชั่วโมงแรก ชั่วโมงถัดไป ชั่วโมงละ 40 บาท
.
ทางรถโดยสาร : สาย 3, 6, 9, 12, 32, 44, 47, 53, 82, 524
.
ทางรถไฟฟ้า BTS : ลงสถานี “วงเวียนใหญ่” จากนั้น เดินไปทางแยกสาทร (ป้ายรถเมล์ฝั่งที่จะมุ่งหน้าไปทางวงเวียนใหญ่) แล้วนั่งรถประจำทางสาย 82
.
ทางรถไฟใต้ดิน MRT : ลงสถานี “หัวลำโพง” ขึ้นทางออกที่ 2 หรือฝั่งที่จะมุ่งหน้าไปทางเยาวราช แล้วนั่งรถประจำทางสาย 1, 3, 5, 25
.
ทางเรือ : ลงท่าเรือ “ราชินี” เดินออกมาจนเจอถนนใหญ่แล้วข้ามถนน เดินตรงผ่านสน.พระราชวัง แล้วจะเห็นมิวเซียมสยามอยู่ทางซ้ายมือ
มินิคอนเสิร์ต Nanglen Band บนหญ้า : ธีร์ ไชยเดช
.

อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

เนื้อคู่ประตูถัดไป ซิทคอมสุดโบ๊ะบ๊ะ ในตำนาน

0

เนื้อคู่ประตูถัดไป เชื่อเลยว่าคนที่อายุสักประมาณ 22-23 ขึ้นไปเนี่ยจะต้องจดจำ ซิทคอมอารมณ์ดี ที่ไม่มีความเครียดใด ๆ มีแต่ความอะไรก็ไม่รู้อยู่เต็มไปหมดเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน ซึ่งนี่คือ ซิทคอมที่เต็มไปด้วยตำนาน และดาราหลาย ๆ ท่านเริ่มมีชื่อเสียงจาก ซิทคอมเรื่องนี้นี่แหละ

ฉะนั้น วันนี้เราจะมาเล่าถึงตำนานของสุดยอดซิทคอมเรื่องนี้กันครับ

เนื้อคู่ประตูถัดไป

เนื้อคู่ประตูถัดไป ซิทคอมที่ฮาแบบ อะไรก็ไม่รู้

สำหรับซิทคอมเรื่องนี้นั้นจริง ๆ แบ่งออกเป็น 3 ภาค ภาคแรกคือ เนื้อคู่ประตูถัดไป ภาคสองคือ เนื้อคู่อยากรู้ว่าใคร และภาคสุดท้ายคือ เนื้อคู่ The Final Answer

โดยเรื่องย่อของภาคแรกนั้นคือ ธิดา หญิงสาวผู้มีนิมิตพิเศษที่ฝันอะไรมักจะเป็นจริงเสมอ ได้ฝันว่า เนื้อคู่ของ ขวัญใจ สเตลล่า พรมประทาน เพื่อนสนิทนั้นจะอยู่ประตูถัดไปจากห้องของทั้งคุ่ แต่ประเด็นคือ ไม่รู้ว่ามันอยู่ถัดไปทางซ้าย หรือทางขวา ที่ห้องหนึ่งก็มี โจศักดิ์ ชาญนารี หนุ่มนักดนตรีมาดซกมก กับ คุณวี สวัสดีครับผม ชายหนุ่มสุดเนิร์ด

ซึ่งบอกตรง ๆ ขวัญใจไม่โอเคสักคน จึงวิ่งหนีโชคชะตาทันที “ไม่มีทาง ไม่มีทางเป้นไปได้” แต่ว่าเนื้อคู่แล้วมันแคล้วกัน ทีนี้แหละขวัญใจจะต้องเลือกแล้ว

ส่วนภาคต่อมาคือ เนื้อคู่อยากรู้ว่าใคร ในภาคนี้เริ่มมีตัวละครเพิ่มเข้ามากขึ้น ขวัญใจ มีโอกาสได้ชิดกับโจมากขึ้น และสุดท้ายทั้งคู่ก็ได้คบกันจริงจัง แต่แล้วด้วยอุปสรรคร้อยแปดพันประการที่เกิดขึ้นในภาคนี้ แถมจะเรื่องที่ไม่คาดคิดในท้ายภาคอีก ยิ่งเติมความเข้มข้นไปในภาคสุดท้ายของซิทคอม

หรือ เนื้อคู่ The Final Answer รักสี่ห้าเส้าของเพื่อนแก๊งเดียวกัน ขวัญใจ โจ คุณวี ภูผา ธิดา เริ่มต้นจากนิมิตสุดประหลาดของธิดา ที่ได้ตีความว่าทั้งหมดอาจเป็นเนื้อคู่กัน!! เส้นทางรักของทั้งห้ากำลังดุเด็ดเผ็ดมัน เมื่อขวัญใจและคุณวีได้ตกร่องปล่องชิ้นเป็นของกันและกัน

ในขณะที่ธิดาก็เริ่มยอมเปิดใจรับภูผาไว้พิจารณาในฐานะคนรักอีกด้วย ซึ่ง โจ กลายเป็นหมาหัวเน่าและเพิ่งรู้ใจตัวเองว่ายังคงรักขวัญใจ แฟนเก่าเสมอมา และนั่นแหละบทสรุปสุดป่วนจริงได้เริ่มขึ้น

คือเรื่องนี้นอกจากพล็อตเรื่องสุดฮา น่าสนใจ ชวนติดตามแล้ว ในระหว่างทางของเรื่องมันยยังมีตำนาน ซึ่งเป็นที่จดจำมาจวบจนปัจจุบัน ซึ่งเราจะมาย้อนกันสักหน่อยก่อนกลับไปย้อนดูแบบเต็ม ๆ

เนื้อคู่ประตูถัดไป

ตำนานคุณรุจน์ นี่คือตำนานของสุดยอดการแสดง ที่พลิกวงการ หนึ่งคนเล่น 3-4 บทบาท ไม่ว่าจะคุณรุจ ป้ารุจ พี่รุจ หรือจ่ายรุจ ซึ่งนี่คือตำนรานที่สมควรจะได้ออสการ์เลยด้วยซ้ำ

ตำนานภาษามะละกอ ปุ่มละอองกอ ชื่อของจริง ภูผา แกร่งดั่งภูผา หรือเฮียผาของเรา ก็ภาษาชนเผ่าของเขา สัญลักษณ์มืออะไรต่าง ๆ ที่บอกเลยว่า โคตรจะยูนีค

ตำนานท่าเต้น Super Good หลายคนคงจะรู้จักร้านขายของร้านนี้เป็นอย่างดี ร้านขายตรงที่มีเฮียผา เป็นพนักงาน และขวัญใจเป็นลูกมือ และมีอยู่ตอนหนึ่งที่เปิดมาด้วยท่าเต้น Super Good ที่แบบโคตรว้าว เอาเป็นว่าไปหาดูกันเอง

ตำนานเสื้อ It’s ME ส่วนตำนานเสื้อตัวนี้ตือเสื้อที่ โจ พระเอกของเรื่องใส่ และใส่มันอยู่อย่างนั้น ในทุก ๆ ตอน…

ตำนานตอนจบที่จบไปแบบดื้อๆ ส่วนอันนี้คือ ตอนจบของภาคแรกที่จบแบบโดนจัดจบ เพราะโดนถอดออกจากฝัง ก่อนที่จะมีการฉายในโรงภาพยนตร์ และใส่ไว้ในรูปแบบ DVD

และตำนานเหล่านี้สามารถไปหาย้อนดูได้ที่ ที่ OneD ดูฟรี! แค่มีเน็ตก็ดูได้

เนื้อคู่ประตูถัดไป 23 ตอนรวด / เนื้อคู่อยากรู้ว่าใคร 50 ตอนรวด ตาม Inzpy ไปดูกันให้ไวเลยจ้า