Home Blog Page 814

การทำงานร่วมกันของ Antihero x Supreme คอลเลกชัน Spring 2022

0

การทำงานร่วมกันของ Antihero x Supreme Spring 2022

Cr. Photo : Antihero

หลังจากเปิด ตัวความร่วมมือ The North Face แล้ว Supreme ได้กลับมารวมตัวกับ Antihero อีกครั้งในการทำงานร่วมกันสำหรับคอลเลกชัน Spring 2022 กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่กำลังจะมาถึงยังคงเป็นซีรีส์ความร่วมมือครั้งสำคัญของสำนักพิมพ์นิวยอร์กสำหรับซีซันนี้ และเน้นที่โลโก้ “SUPR/HERO” ที่ผสมผสานกัน การเปิดตัวในสัปดาห์นี้ประกอบด้วย Work Jacket, Work Pant, Hooded Sweatshirt, เสื้อยืดสองตัว, 5-Panel และสอง Skateboards

Cr. Photo : Antihero

ผู้นำในการทำงานร่วมกันของ Antihero x Supreme Spring 2022 คือชุดเสื้อแจ็คเก็ตและกางเกงทำงานผ้าคอตตอนทวิลล์ มีให้เลือกสามสี ตามด้วยเสื้อสเวตเตอร์แบบมีฮู้ดที่มีลวดลายสุนัขขี้เล่นซึ่งปรากฏบนเสื้อยืดกราฟิก หมวกทรัคเกอร์แบบ 5 แผง และลานสเก็ต ปิดท้ายช่วงพิเศษด้วยเสื้อยืดพิมพ์ลายคอลลาจและรองเท้าสเก็ตที่เข้าชุดกัน

Cr. Photo : Antihero

การทำงานร่วมกันของ Antihero x Supreme Spring 2022 จะวางจำหน่ายทั่วโลก โดยสามารถดูได้จากเว็บไซต์ของสำนักพิมพ์ streetwearในวันที่ 16 มิถุนายน เวลา 11.00 น. ในสหรัฐอเมริกา และ 18 มิถุนายน เวลา 11:00 น. ในญี่ปุ่น

ส่องลุคบิวตี้ของ ‘จีซู BLACKPINK’ จากงานกาล่าดินเนอร์แบรนด์ Cartie

ส่องลุคบิวตี้ของ ‘จีซู BLACKPINK’ จากงานกาล่าดินเนอร์แบรนด์ Cartie

ส่องลุคบิวตี้ของ 'จีซู BLACKPINK'

ในขณะที่เหล่า BLINK ต่างรอคอยการคัมแบ็คของ BLACKPINK  แต่ทั้งนี้พวกเค้าก็ไม่ได้หายไปไหนเลยนะคะ เนื่องจากสมาชิกได้เดินทางไปทั่วโลกและสานต่ออิทธิพลและความนิยมของพวกเขาไปทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สมาชิกคนหนึ่งที่เพิ่งได้รับความสนใจจากการเดินทางทั่วโลก นั่นคือ Jisoo

#JISOOxCartierBeautesDuMonde ไม่ว่าจะปรากฎตัวกี่ครั้งก็ไม่เคยทำให้แฟน ๆ ผิดหวังเลยค่ะ สำหรับสาว Jisoo พี่ใหญ่แห่งวง Blackpink ที่ล่าสุดได้เข้าร่วมงานกาล่าดินเนอร์แบรนด์ Cartier ในฐานะ Global Ambassador ของแบรนด์ #Cartier เฉลิมฉลองการเปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่ Beautés du Monde ที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน ซึ่งแน่นอนว่าลุคบิวตี้ของเธอก็ยังคงโดดเด่นและเป็นที่จับตามองเหมือนเช่นเคย แสบตามาก ความออร่า ความแพง ความสวยยยยยยยยย เต็มสิบแบบไม่มีหัก ! ตอกย้ำให้โลกรู้ว่าคิมจีซูสวยมาก !

โดย Jisoo ปรากฏตัวในชุดมินิเดรสเกาะอกสีดำสุดเซ็กซี่ หรูหรา จากแบรนด์ rokh จับคู่กับรองเท้าสีดำส้นสูงจาก Gianvito Rossi พร้อมสวมเครื่องประดับสุดหรูจาก Cartier โดยทำผมแสกกลางรวบหางม้าต่ำ และปล่อยปอยผมด้านหน้าลงมาทั้งสองข้าง สวยมากแบบมงลง คุณหนูสุด

ส่องลุคบิวตี้ของ 'จีซู BLACKPINK'

ขอผ้าคลุมหลังให้พี่หน่อยค่า หวงงงงงง เห็นด้านหลังแล้วจะวูบเลย ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เห็นพิจีซูในลุคนี้ ขอยาดมหน่อยค่า ไม่ไหวววววววว ใส่อะไรก็สวยใส่อะไรก็ปังจริง ๆ ใครจะต้านคะ พูด !  ไม่แปลกใจเลยที่พี่เค้าคนนี้จะดูสวยแบบไร้ที่ติ เพราะแค่ชุดเดรสสีดำที่เรียบง่าย ก้อัปลุคให้จีซูดูสง่างามแบบเกินต้าน อีกทั้งด้วยโครงสร้างของชุดที่ทำให้จีซูเปล่งประกายจากทุกมุมอย่างแท้จริง

ในส่วนของเมคอัพลุคเนเชอรัลโกลว์ของสาวจีซู มาพร้อมเมคอัพลุคสุดมินิมอลที่เน้นเผยผิวที่ดูเป็นธรรมชาติ เน้นการปกปิดเนียนกริบแต่ยังดูเป็นธรรมชาติโดยใช้เมคอัพเนื้อบางเบา บวกกับเทคนิคการสร้างงานผิวที่ค่อย ๆ บรรจงแต่งอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ได้งานผิวที่สมบูรณ์แบบที่สุด มาพร้อมการแต่งเปลือกตาที่ดูเรียบง่ายด้วยอายแชโดว์เนื้อชิมเมอร์สีโรสโกลว์ จับคู่กับอายไลเนอร์เส้นบางที่ลากยาวเพิ่มความเฉี่ยวคม เพิ่มเสน่ห์ด้วยขนตาที่งอนเด้ง ปิดท้ายด้วยลิปสติกโทนชมพูกุหลาบได้อย่างลงตัว

ซึ่งในงานนี้นักแสดงสาวอย่าง คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส ก็เข้าร่วมงานในฐานะ Friend of Cartier ของไทยด้วยเช่นเดียวกัน ทั้งคู่ยังได้ถ่ายเป็นภาพที่ระลึก เก็บความประทับใจไว้ด้วย น่ารักมาก ๆ

ส่องลุคบิวตี้ของ 'จีซู BLACKPINK'

ขอย้ำให้โลกรู้อีกครั้งเลยว่าคุณจี สวยมากกกกกกกกก 10 10 ไม่หักเลย ทั้งชุด หน้าผม รับกันดีมาก สมกับการเป็น “Golden Girl” อย่างแท้จริงเลย !

Hurts Like Hell เจ็บเจียนตาย Limited ซีรีส์อ้างอิงเหตุการณ์จริงจาก Netflix

0

Hurts Like Hell เจ็บเจียนตาย Limited ซีรีส์อ้างอิงเหตุการณ์จริงจาก Netflix

Netflix เตรียมเปิดแผลแห่งความเจ็บปวดของวงการมวยไทย กับ Limited ซีรีส์อ้างอิงเหตุการณ์จริง Hurts Like Hell เจ็บเจียนตาย เปิดม่านสู่เบื้องหลังของสังเวียนกำปั้น ก่อนจะขึ้นชกรวดเดียว 4 สังเวียน 4 EP. พร้อมกันทุกสังเวียนทั่วโลก 13 กรกฎาคมนี้

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Netflix Thailand (@netflixth)

สำหรับ Limited ซีรีส์เรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จริงอันเข้มข้นของสังเวียนแห่งการต่อสู้ ซึ่งเป็นกีฬาที่ต้องใช้ร่างกายเข้าแลก โดยมีการนำเสนอเรื่องราวในรูปแบบสารคดีผ่านการเล่าเรื่องของ นักมวยตัวจริง กรรมการตัวจริง เซียนมวยตัวจริง โปรโมเตอร์ตัวจริง ผู้สูญเสียตัวจริง เทรนเนอร์ เจ้าของค่ายมวย และ แพทย์สนามมวย

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Netflix Thailand (@netflixth)

มาผสมผสานกับการเล่าเรื่องราวในรูปแบบซีรีส์ผ่านฝีมือการแสดงของเหล่านักแสดงอย่าง นัท – ณัฏฐ์ กิจจริต | ปู – วิทยา ปานศรีงาม | ปีเตอร์ – นพชัย ชัยนาม | เอก – ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ | ต๊อก – ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ | ภู – ภูริภัทร พูลสุข ผ่านการกำกับของ กิตติชัย วรรณ์ประเสริฐ และอำนวยการสร้างโดย ภัทนะ จันทร์เจริญสุข

เอก - ธเนศ วรากุลนุเคราะห์

ด้วยพล็อตเรื่องนี้น่าสนใจและเป็นเล่าเรื่องราวของมรดกทางวัฒนธรรมของไทยในมุมมองใหม่ ๆ และอีกหนึ่งสิ่งที่เรียกได้ว่าสามารถดึงดูดความน่าสนใจของเรื่องนี้คงเป็นเหล่านักแสดงที่แค่เห็นรายชื่อก็ทำให้ผู้ชมคาดหวังในผลงานเรื่องนี้ได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็น นัท – ณัฏฐ์ กิจจริต นักแสดงวัยรุ่นที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในช่วงนี้ จากผลงาน App War แอปชนแอป | 4 kings อาชีวะ ยุค 90’s | Fast & Feel Love เร็วโหดเหมือนโกรธเธอ เป็นต้น

Hurts Like Hell เจ็บเจียนตาย ณัฏฐ์ กิจจริต

หรือไม่ว่าจะเป็น ปู – วิทยา ปานศรีงาม นักแสดงชาวไทยเชื่อเลยว่าผู้ชมหลายคนคงคุ้นหน้าคร่าตาคุณอานักแสดงอาวุโสท่านนี้เป็นอย่างดี เพราะคุณอาได้ฝากผลงานการแสดงไว้มากมาย เช่น เพชฌฆาต | รับคำท้าจากพระเจ้า (Only God Forgives) | ศพไม่เงียบ | A Prayer Before Dawn | ไม่มีสมุยสำหรับเธอ (Samui Song) เป็นต้น

Hurts Like Hell เจ็บเจียนตาย ปู - วิทยา ปานศรีงาม

ปีเตอร์ – นพชัย ชัยนาม อีกหนึ่งนักแสดงเจ้าบทบาท ที่มีผลงานไม่น้อยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช | สวัสดีบางกอก | จดหมาย ความทรงจำ | Homestay | สุขสันต์วันกลับบ้าน | นางไม้ | พราก | ฝนตกขึ้นฟ้า

เตรียมเปิดแผลแห่งความเจ็บปวดของวงการมวยไทย ที่อาจไม่ได้แลกด้วยเพียงความเจ็บปวดทางกาย แต่เป็นความเจ็บเจียนตายที่ฝากรอยแผลไว้ในใจ ใน Hurts Like Hell เจ็บเจียนตาย Limited ซีรีส์อ้างอิงเหตุการณ์จริงจาก Netflix พร้อมให้คุณขึ้นชกแบบรวดเดียว 4 สังเวียน 4 EP. ทั่วโลกในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้

อัลบั้มใหม่ Bomb at Track กับค่าย Genie Records บอกเลย “คุณภาพ”

0

ปล่อยอย่างเป็นทางการแล้วจ้าสำหรับ อัลบั้มใหม่ Bomb at Track ที่จะมาระเบิดระบบแบบเดิม ให้มันเละเทะ กับอัลบั้มที่ชื่อว่า “Bomb The System” ที่เพิ่งจะมีคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้มไปเมื่อไม่นานนี้ ล่าสุดก็ได้ฤกษ์ปล่อยแบบเต็มกันสักที ไปดูรายละเอียดกันเลยครับ

Bomb at Track

อัลบั้มใหม่ Bomb at Track บอกเลยว่า เดือด!

ยังไม่หยุดตั้งคำถามและหาคำตอบจากสังคมสำหรับ บอมบ์ แอท แทร็ค วงดนตรีสุดเดือดเลือดใหม่แห่งค่าย genie records ที่ตั้งแต่เข้าค่ายมาก็ตั้งใจทำผลงานปล่อยออกมาให้แฟนคลับได้ติดตามอย่างต่อเนื่องถึง 4 ซิงเกิลไม่ว่าจะเป็นเพลงอย่าง บ้ายอ, คำสั่ง, เด็กเอ๋ยเด็กดี x MILLIและ จำ Feat.พัด Zweed n’ Roll จนมาถึงงานคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้มที่ได้รับคำชื่นชมจากคนในแวดวงดนตรี สื่อมวลชนและแฟนคลับอย่างล้นหลาม

ล่าสุดถึงเวลาปล่อยอัลบั้มเต็ม “Bomb The System” (บอมบ์ เดอะ ซิสเท็ม) อย่างเป็นทางการ อัลบั้มแห่งการระเบิดระบบกฎเกณฑ์ ความคิดแบบเดิมๆ ที่ทําต่อกันมา และตั้งคำถามกับสิ่งที่เป็นอยู่เพื่อหาคําตอบ ให้พัฒนานําไปสู่สิ่งที่ดีกว่า โดยอัลบั้มนี้มีเนื้อหาเพลงที่หลากหลายมากขึ้น รวมถึงเรื่องมุมมองความรัก

ส่วนด้านดนตรีก็ได้มีการทำลายระบบสมชื่ออัลบั้ม เริ่มตั้งแต่เปลี่ยนวิธีขึ้นโครงเพลง การใส่สีสันของเสียงสังเคราะห์และซาวด์ดนตรีแบบ Industrial วิธีการเรียบเรียงที่เดาทางยากกว่าเดิม เพิ่มความน่าสนใจให้ตัวเพลงและประสบการณ์การฟังที่ต่างจาก Bomb at Trackที่เคยรู้จัก แต่เนื้อหายังคงความตั้งใจเดิมของวงที่อยากเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงขับเคลื่อนสังคม พูดแทนใจวัยรุ่น และผู้คนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงระบบที่เป็นอยู่

แพ็คเกจอัลบั้มชุดนี้ถูกออกแบบภายใต้คอนเซ็ปท์ “Unsolved Case File” (แฟ้มคดีที่ยังไม่ถูกคลี่คลาย) ตัวแทนความหมายของระบบแนวคิดและสิ่งปฏิบัติเดิมๆ ที่ยังไม่ถูกหาคำตอบ รอให้คนมาร่วมแก้ไข เปลี่ยนแปลง และทำลายระบบ

ภายใน Boxset Bomb The System ประกอบด้วย

– CD 9 Tracks CD ที่แตก (แต่ฟังได้จริง) เปรียบเสมือนหลักฐานสำคัญแต่กลับโดนทำลายทิ้ง แก่นของทุกสิ่งแต่ดันเต็มไปด้วยความผุพัง สะท้อนถึงเรื่องราวระบบต่างๆ ที่กำลังเสื่อมโทรม ซึ่งถูกบอกเล่าผ่าน 9 บทเพลงในอัลบั้มชุดนี้

– Confidential BAT File ที่เต็มไปด้วยภาพหลักฐานและเนื้อเพลงที่ถูกวางกระจัดกระจายคล้ายเอกสารรูปคดี

– Stencil Block แม่พิมพ์ลายฉลุไว้พ่นสเปรย์ทำลายหลักฐาน

– Poster ปกอัลบั้มขนาด 32×46 cm แบบที่ไม่ผ่านการเซ็นเซอร์ใดๆ ทั้งสิ้น

– Stickers โลโก้ Bomb at Track

Bomb The System TRACK LIST

  1. คำสั่ง (Bootlicker)
  2. เสียงในหัว (Paranoia)
  3. อะดรีนาลีน (Adrenaline)
  4. บ้ายอ (Narcissist)
  5. จำ (Remember) Feat.พัด Zweed n’ Roll
  6. แค่เรื่องเล่า (After All)
  7. เด็กเอ๋ยเด็กดี (Good Brats) x MILLI
  8. นับถอยหลัง (Countdown)
  9. ช่วงเปลี่ยนผ่าน (Coming of Age)

วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ Shopee และ Amazon (For International Fan) และสำหรับใครที่อยากจะฟังเลยตอนนี้ ก็สามารถฟังผ่านสตรีมมิ่งอย่าง Spotify ได้แบบเต็มอัลบั้มผ่านทาง https://open.spotify.com/album/4DhyelI73GRkyjkHdACt2W?si=zrI_Qz6mRka-IwWaoGdcUQ เลยครับ

สำหรับ Bomb at Trackนั้นประกอบไปด้วย เต้-วงศกร เตมายัง (นักร้องนำ), เมษ-ภควรรษ ประเสริฐศักดิ์ (กีตาร์), ปุ้ย-ปราชญานนท์ ยุงกลาง (กีตาร์), ข้น-ศาสตร์ พรมุณีสุนทร (เบส) และ นิล-สิรภพ เลิศชวลิต (กลอง)

นี่คือวง Rap Metal ที่น่าจับตามองอย่างมากครับ ด้วยเนื้อหาของเพลงที่ออกไปทางเสียดสีสังคม พูดถึงความจริงในด้านแย่ที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย และพวกเขาพร้อมจะเป็นหนึ่งในกระบอกเสียงให้กับประชาชนตาดำ ๆ ด้วยเนื้อเพลงที่พวกเขาเขียน และเรียบเรียงเองทั้งหมด

โดย BAT นั้นปล่อยอัลบั้มเต็มครั้งแรกเมื่อปี 2018 กับอัลบั้ม White ที่มีเนื้อหาสุดดุดัน ซึ่งรวมถึงในพาร์ทของดนตรี ที่โดดเด่น มีกินอายของ Nu Metal ผสมผสานกับการแร็พสุดดุเดือดของ เต้ นักร้องนำ และเนื้อหาที่บอกเลยว่า คนยุคปัจจุบันฟังแล้วต้องยกมือเห็นด้วยทุกเพลง!

แนะนำ 5 แว่นกันแดดสุดต๊าช ที่หนุ่มสายสตรีทขาดไม่ได้!

สวัสดีค่ะเหล่าสาวกสายแฟชั่นทุกคน กลับมาพบกันอีกแล้วนะคะ วันนี้ Inzpy กลัวหนุ่ม ๆ จะน้อยใจ เลยขอมาเอาใจเหล่าหนุ่มแฟชั่นนิสต้าสายสตรีทกันบ้างดีกว่า ทุกคนรู้กันดีว่าเมืองไทยบ้านเรา อากาศนอกจากจะร้อนเกินบรรยายแล้ว แดดก็ยังแรงจนเหมือนจะเผากันให้ตาย หนึ่งไอเทมสำคัญที่สายแฟจะขาดไปไม่ได้เลยก็คงจะหนีไม่พ้น ‘แว่นตากันแดด’ นั่นเอง แน่นอนว่าแว่นกันแดดสำหรับสาวกสายสตรีทก็ต้องไม่ไก่กาธรรมดา โดยในวันนี้เรามาพร้อมกับลิสต์ 5 แว่นกันแดดสุดต๊าช ที่หนุ่มสายสตรีทขาดไม่ได้! มาฝากทุกคนกัน ถ้าพร้อมแล้ว อย่ารอช้า ไปเริ่มกันเลย

cr.photo ; gentlemonster.com
Gentle Monster : Marine Serre – Visionizer II G1

มาเริ่มกันที่แว่นตากันแดดสุดต๊าชแบรนด์แรกจากแบรนด์ Gentle Monster มาในรูปลักษณ์สุดคูลโฉบเฉี่ยวคล้ายแว่นตาดำน้ำ ตัวกรอบแว่นตาเป็นวัสดุอะซิเตทสีเทาเข้ม ที่ตัดกันกับเลนส์กระจกสีส้มได้อย่างลงตัว สามารถกันแสงยูวีได้ถึง 99.9% มีขนาดกะทัดรัดพกพาสะดวก ดีไซน์เรียบง่ายสามารถเอาไปมิกซ์แอนด์แมตช์ได้ไม่ยาก โดยเป็นแว่นตาผลงานที่ทางแบรนด์ ได้ไปทำการคอลแลปส์กับ Marine Serre จึงโดดเด่นด้วยโลโก้รูปพระจันทร์เสี้ยว สัญลักษณ์สุดไอคอนิกที่บริเวณด้านข้าง เพิ่มความคูลไปอีกขั้นด้วยปลายขาแว่นเจาะรูดีเทล Cut-out นอกจากสีนี้ยังมีอีกสองสีให้เลือกเท่ คือ แว่นกรอบดำเลนส์สีเงิน และแว่นกรอบขาวเลนส์สีฟ้า 

ราคาอยู่ที่ประมาณ 8,310.-

cr.photo ; oakley.com
Oakley : Encoder

มาต่อกันที่แว่นกันแดดสุดล้ำเหมือนอยู่ในโลกอนาคตจากแบรนด์ Oakley เป็นแว่นที่รังสรรค์ขึ้นมาสำหรับคนที่ชอบเล่นกีฬากลางแจ้ง เหมาะกับการใส่เวลาเล่นกีฬาอย่างหลากหลายประเภท แต่ด้วยความต๊าชทั้งสีสันและดีไซน์ที่เด่นสะดุดตา แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร แถมสีสันก็ยังจัดจ้านกระแทกตาอีกด้วย จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมสาวกแฟชั่นสายสตรีท เค้าเลยเอามาประยุกต์ใส่เป็นแว่นตากันแดดแฟชั่นสุดคูลกันไปเลย มีให้เลือกชอปถึง 8 สีด้วยกัน คงต้องขึ้นอยู่กับความชอบของหนุ่ม ๆ แต่ละคนแล้วล่ะ ว่าจะเลือกสีไหนที่เหมาะกับสไตล์การแต่งตัวของตัวเองกัน

ราคาอยู่ที่ประมาณ 8,990.-

แว่นกันแดดสุดต๊าช
cr.photo ; balenciaga.com
Balenciaga : Mono Rectangle Sunglasses

ถัดมากับแว่นตากันแดดสุดล้ำสไตล์ Futuristic อีกรุ่น จากแบรนด์ลักชัวรีสตรีทแวร์ขวัญใจสายแฟคนรุ่นใหม่อย่าง Balenciaga มีลักษณะเป็นแว่นสไตล์ Wrapping คาดเป็นแถบสุดเท่ โดยแว่นที่เราพึ่งพูดถึงไปก่อนหน้านี้เป็นสไตล์คาดผ่านใบหน้าแบบยิ่งใหญ่อลังการ แต่รุ่นนี้กลับตรงกันข้ามเพราะมีดีไซน์แบบบางและโฉบเฉี่ยวกว่ามาก ให้กลิ่นอายคล้าย ๆ แว่นตาในเรื่อง The Matrix สุดแนว มาในสีเงินที่ให้เอฟเฟกคล้ายกระจกเงา เพิ่มความเท่ไปอีกขั้นด้วยการสลักตัวอักษร ‘Balenciaga’ ด้านข้างบริเวณขาแว่น

ราคาอยู่ที่ประมาณ 17,000.-

แว่นกันแดดสุดต๊าช
cr.photo ; versace.com
Versace : Medusa Biggie Sunglasses

มาถึงแว่นสุดต๊าชรุ่นต่อไปจากแบรนด์ Versace ที่ให้สัมผัสและกลิ่นอายสไตล์แบบฮิปฮอปไอคอนทันทีที่ได้สวมใส่ มาพร้อมกรอบแว่นตาทรงเหลี่ยมสีดำ ประดับตกแต่งด้วยเหรียญรูป Medusa สีทองซิกเนเจอร์ของแบรนด์ได้อย่างโดดเด่นสะกดทุกสายตา เอาแบบต้องประกาศให้รู้ว่าใส่แว่นตาจากแบรนด์อะไรกันไปเลย กรอบแว่นมีลักษณะค่อนข้างหนามาพร้อมกับเลนส์สีเทา นอกจากสีที่เราเอามาฝากยังมีอีกหลากหลายสีให้หนุ่ม ๆ ตามไปเลือกสรร

ราคาอยู่ที่ประมาณ 11,300.-

แว่นกันแดดสุดต๊าช
cr.photo ; farfetch.com / ashops.tk
Off-White : Marfa Rectangular-frame Sunglasses

ปิดท้ายกันไปด้วยแว่นตาสุดแนว จากแบรนด์ลักชัวรีสตรีทแวร์ที่เหล่าสาวกต่างก็ตกหลุมรักอย่าง Off-White ที่นำเสนอแว่นตากันแดด ในรูปแบบแว่นตาทรงเหลี่ยมกรอบหนาแบบต๊าชเกินต้านแบบไม่ไหว ประดับตกแต่งด้วยโลโก้แบรนด์ด้านข้างบริเวณขาแว่น ด้วยสีขาวตัดกันกับตัวแว่นได้อย่างโดดเด่น เป็นแว่นตาที่มีดีไซน์เรียบง่ายแต่เท่แบบสุด ๆ สามารถใส่ได้ทุกวัน จะเอาไปมิกซ์แอนด์แมตช์ก็ง่ายเพราะแว่นตาเป็นสีดำ เชื่อว่าหนุ่ม ๆ สายสตรีทจะต้องชอบและถูกใจแว่นตารุ่นนี้อย่างแน่นอนค่ะ 

ราคาอยู่ที่ประมาณ 8,420.-

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน กับบทความแนะนำ 5 แว่นกันแดดสุดต๊าช ที่หนุ่มสายสตรีทขาดไม่ได้! ที่เราเอามาฝากทุกคนในวันนี้ พร้อมช่วยเป็นไอเดียให้หนุ่ม ๆ เติมเต็มการแต่งตัวสู้แดดแบบไม่หวั่น หวังว่าวันนี้เราจะสามารถช่วยให้หนุ่ม ๆ ตัดสินใจเลือกแว่นกันแดดสไตล์สตรีทแวร์ได้ง่ายมากขึ้นนะคะ อย่าลืมติดตามว่าคราวหน้าเราจะเอาไอเทมปัง ๆ รวมถึงไอเดีย และแรงบันดาลใจแบบไหนมาฝากทุกคนกันอีก รอติดตามนะคะ

Adidas ฟ้อง Nike คดีละเมิดลิขสิทธิ์

0

Adidas VS Nike ฟ้องคดีละเมิดลิขสิทธิ์ 

Cr. Photo : Pinterest

Adidas VS Nike กำลังพาดหัวข่าวร่วมกัน เนื่องจากยักษ์ใหญ่แห่งวงการทั้งสองพัวพันกันในการต่อสู้ทางกฎหมายที่ Adidas กล่าวหา Nike ในการละเมิดลิขสิทธิ์หลายครั้ง แบรนด์ชุดกีฬาชั้นนำของโลก 2 แบรนด์กำลังเผชิญหน้ากันในศาลเท็กซัส เนื่องจาก Adidas ยื่นฟ้อง Nike เมื่อวันศุกร์ โดยกล่าวหาว่าละเมิดสิทธิบัตร 9 ฉบับของ Adidas ที่เกี่ยวข้องกับแอปพลิเคชันบนมือถือและเทคโนโลยีรองเท้า

Adidas

คดีที่ Adidas ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน อ้างว่า Nike ได้ละเมิดสิทธิบัตรของ Adidas 9 ฉบับ โดยระบุว่าแอป Nike SNKRS , Run Club , Training Club และอื่นๆ ได้ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของ Adidas นอกจากนี้ อาดิดาสอ้างว่า รองเท้าผ้าใบรุ่น “ Adidas_1 ” ในปี 2548 ถูกละเมิดในฐานะ “รองเท้าวิ่งอัจฉริยะรุ่นแรกของโลก [ที่] สัมผัสและปรับความสบายของรองเท้าในขณะที่สวมรองเท้า”

Adidas
nike

อันเป็นผลมาจากการฟ้องร้อง (ยื่นในเท็กซัสตะวันออก) อาดิดาสได้เรียกร้องค่าตอบแทนทางการเงินใน “จำนวนที่เพียงพอเพื่อชดเชยอาดิดาสสำหรับการละเมิดสิทธิบัตรในชุดสูทของจำเลย แต่ไม่น้อยกว่าค่าภาคหลวงที่สมเหตุสมผลพร้อมดอกเบี้ยและค่าใช้จ่าย ”

ตรงกันข้าม ข่าวนี้เกิดขึ้นหลังจากการฟ้องร้องของ Nike เมื่อปีที่แล้วกับ Adidas ซึ่งแบรนด์ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนว่า เทคโนโลยี “ Primeknit ” ของ Adidas ละเมิดเทคโนโลยี “ Flyknit ” ที่ได้รับสิทธิบัตร

Matthew M. Williams เปิดตัวน้ำหอม Givenchy “MMW”

0

Matthew M. Williams เปิดตัวน้ำหอม Givenchy “MMW”

Cr. Photo : Givenchy “MMW”

Matthew M. Williams (แมทธิว เอ็ม. วิลเลียมส์) ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Givenchy ได้เปิดตัวน้ำหอมกลิ่นแรกของเขาในชื่อ “MMW” น้ำหอมนี้ เป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชัน La Collection Particulière ของ Givenchy Beauty น้ำหอมได้รับการออกแบบมาให้เหมาะสำหรับทุกเพศ และสามารถสวมใส่เดี่ยวๆ หรือจับคู่กับน้ำหอมอื่นจากคอลเลกชั่น

“ฉันมุ่งเน้นไปที่สองกลิ่นที่ฉันชอบ Palo Santo (ไม้ศักดิ์สิทธิ์ในภาษาสเปน) และ Cedarwood” วิลเลียมส์เขียนในโพสต์ “ชั้นด้วยกระวานและโน๊ตของซิททรัสผสมผสานกันทำให้เกิดกลิ่นหอมสดชื่น” กลิ่นฮิตเพิ่มเติม ได้แก่ หญ้าแฝกเฮติ ไม้จันทน์อินเดีย และกลิ่นดอกไม้และแป้งอื่นๆ เพื่อสร้างองค์ประกอบที่ทันสมัย Givenchy MMW ผลิตในฝรั่งเศสที่ Givenchy Ateliers

น้ำหอม MMW La Collection Particulière มีวางจำหน่ายแล้วที่เว็บไซต์ของ Givenchy ในราคา 200 ปอนด์ (ประมาณ 240 ดอลลาร์สหรัฐ)

Cr. Photo : Givenchy “MMW”

Givenchy (จีวองชี่) แบรนด์โอต์กูตูร์ชื่อดังจากประเทศฝรั่งเศสก่อตั้งขึ้นในช่วงปีค.ศ. 1950 โดย Hubert de Givenchy (อูแบร์ค เดอ จีวองชี่) ด้วยฝีมือการออกแบบและการตัดเย็บอันไร้ที่ติ ทำให้แบรนด์จีวองชี่เป็นหนึ่งในแบรนด์ชั้นนำของวงการแฟชั่น หนึ่งเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของจีวองชี่คือการผสมผสานระหว่างความทันสมัยและกลิ่นอายของโอต์กูร์ตู ซึ่งเป็นเหมือนบทสรุปใหม่ของแบรนด์ในนามของ แคลร์ เวท เคลเลอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์คนใหม่ของบ้านจีวองชี่

&Tradition แบรนด์เฟอร์นิเจอร์เดนมาร์ก กับนิทรรศการ ‘Study of a Table’

0

&Tradition แบรนด์เฟอร์นิเจอร์เดนมาร์ก กับนิทรรศการ ‘Study of a Table’

Cr. P{hoto : Study of a Table

สำหรับนิทรรศการล่าสุด แบรนด์เฟอร์นิเจอร์เดนมาร์ก &Tradition ได้หันความสนใจไปที่โต๊ะและได้รวบรวมนักออกแบบนานาชาติห้าคนเพื่อสร้างการตีความใหม่เกี่ยวกับวัตถุที่ต่ำต้อย ในการแสดงซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ เทศกาล 3daysofdesign ที่ กำลังจัดขึ้นที่โคเปนเฮเกน นิทรรศการ ‘Study of a Table’ ได้จัดวางไว้อย่างเหมาะสมภายในร้านอาหาร Apollo Kantine

Cr. P{hoto : Study of a Table

ข้างในคุณจะพบโต๊ะข้างสตูดิโอที่ประกอบเข้าด้วยกัน: All the Way to Paris; สตูดิโอวัตถุดิบ; เทรุฮิโระ ยานางิฮาระ; โรงหล่อศิลปะสเตลเลนบอช; และวัตถุทางจิตวิญญาณ เมื่อพูดถึงการคิดวัตถุ แต่ละคนได้มองหาแรงบันดาลใจในประเทศเดนมาร์ก อินเดีย ญี่ปุ่น แอฟริกาใต้ และสหรัฐอเมริกา หลังจากปิดนิทรรศการแล้ว แต่ละโต๊ะจะถูกประมูลโดยรายได้จะนำไปบริจาคให้กับองค์กรการกุศลที่นักออกแบบและสตูดิโอเลือก

Cr. P{hoto : Study of a Table

สำหรับสตูดิโอภาษาเดนมาร์ก-สวีเดน All the Way to Paris มีการใช้แนวทาง “ไร้สาระ” แบบสแกนดิเนเวียคลาสสิก ผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Tanja Vibe และ Petra Olsson Gendt ได้ร่วมงานกับอะลูมิเนียมที่เรียบง่ายเพื่อสร้างชิ้นงาน “ผ้าปูโต๊ะ” ซึ่งมีความสวยงามที่พวกเขาอธิบายว่าเป็นการหลอมรวม “การแสดงออกทางอุตสาหกรรมด้วยการสัมผัสที่นุ่มนวลดุจแพรไหม”

มีการพรรณนาตามตัวอักษรมากขึ้นบน Tulip Table ซึ่งออกแบบโดยสตูดิโอ Spiritual Objects ของสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งโดย Luc Fuller ศิลปินและนักออกแบบในแอลเอ สตูดิโอแห่งนี้ผลิตสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่เครื่องประดับไปจนถึงของใช้ในบ้าน เมื่อขยายขนาดสำหรับโปรเจ็กต์นี้ ฟุลเลอร์ได้เลือกใช้ไม้อัดลามิเนต เหล็ก และแล็กเกอร์เพื่อเลเยอร์สีตามสีเพื่อสร้างรูปทรงดอกทิวลิปที่เข้ากันได้ดีราวกับปริศนา

Cr. P{hoto : Study of a Table

ในโต๊ะเอแคลร์ของเทรุฮิโระ ยานางิฮาระ ความทันสมัยและประเพณีผสมผสานกัน ดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่นมองดูทั้งด้านประวัติศาสตร์และนวัตกรรมของการออกแบบสไตล์ญี่ปุ่น โดยใช้ตัวชี้นำจากงานศิลปะ อาหาร และสิ่งของต่างๆ รอบตัวบ้าน แบบฟอร์มสุดท้ายได้รับอิทธิพลจาก Kamishide ซึ่งเป็นกระดาษที่ใช้ประดับศาลเจ้าญี่ปุ่น ท็อปโต๊ะประกอบด้วยรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหลายรูปซึ่งแยกออกจากกัน โดยแต่ละอันทำจากไม้เกาลัดและเชื่อมเข้าด้วยกันผ่านงานช่างไม้ที่ซับซ้อน

โต๊ะ “Don’t be a Square” โดย Stellenbosch Art Foundry มุ่งสร้างวัตถุทางศิลปะจากชิ้นงานออกแบบโดยใช้กระบวนการหล่อทองแดง ทีมพ่อและลูกชายที่สร้างผลงานจากโรงหล่อขนาดเล็กใน Stellenbosch ประเทศแอฟริกาใต้ ต้องการท้าทายแนวคิดของการสนทนาบนโต๊ะที่กำหนดโดยการจัดที่นั่ง ด้วยแนวคิดที่คำนึงถึง 11 ภาษาของแอฟริกาใต้ และวัฒนธรรมที่หลากหลายและ มรดกอันอุดมสมบูรณ์ ด้านล่างเป็นลูกบาศก์สแตนเลส อลูมิเนียม และบรอนซ์รองรับโต๊ะกระจกอย่างหนา

Cr. P{hoto : Study of a Table

การออกแบบขั้นสุดท้ายในนิทรรศการมาจาก Studio Raw Material ซึ่งผู้ก่อตั้ง Priyanka Sharma และ Dushyant Bansal ต้องการสำรวจธรณีวิทยาผ่านตาราง Khokar ของพวกเขา สตูดิโอตั้งอยู่ในที่ราบทะเลทรายทางตะวันตกของอินเดีย และสภาพแวดล้อมโดยรอบเป็นแรงบันดาลใจให้ทิศทางของสตูดิโอ ตัวโต๊ะทำจากหินอ่อน Dune Yellow และมีเปลือกหอยฟอสซิลและสัตว์ทะเลอยู่บนพื้นผิว สตูดิโออธิบายไว้ว่าเป็น “การแสดงภาพของการสำรวจเชิงลึกเกี่ยวกับนัยทางภาษาศาสตร์ในอดีตและปัจจุบัน”

Study of a Table กำลังจัดแสดงที่ Apollo Kantine ในโคเปนเฮเกนจนถึง 16 มิถุนายน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลการออกแบบ 3daysofdesign ที่จัดขึ้นทั่วเมือง

ชุดราตรีสีขาวราวกับเจ้าหญิง ของ ‘โรเซ่ BLACKPINK’ จากงานเปิดตัวเครื่องประดับแบรนด์ Tiffany & Co.

ชุดราตรีสีขาวราวกับเจ้าหญิง ของ ‘โรเซ่ BLACKPINK’ จากงานเปิดตัวเครื่องประดับแบรนด์ Tiffany & Co.

'โรเซ่ BLACKPINK'

'โรเซ่ BLACKPINK'

‘โรเซ่ BLACKPINK’ เดินเฉิดฉายมาในชุดราตรีสีขาวเว้าหลังจากแบรนด์ ROKH ซึ่งเข้ากับผมสีบลอนด์สว่างของเธออย่างลงตัว พร้อมสวมเครื่องประดับสุดหรูแบบครบชุดจาก Tiffany & Co. ร่วมงานเปิดตัวนิทรรศการเครื่องประดับ Vision & Virtuosity เพื่อฉลอง 150 ปีกับการเปิดตัวสาขาแรกในประเทศอังกฤษของ Tiffany & Co. ที่กรุงลอนดอน บอกเลยค่ะว่างานนี้ สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่สาวโรเซ่ BLACKPINK ที่เดินทางไปร่วมงานในฐานะ Global Ambassador กันแบบตาไม่กะพริบเลยทีเดียว

ปฏิเสธไม่ได้เลยนะคะว่าสาว ๆ สมาชิกวง BLACKPINK ต่างก็เดินสายทำหน้าที่ Global Ambassador กันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ลิซ่า ที่ร่วมชมโชว์คอลเลกชันไฮจิวเวลรีของแบรนด์ Bulgari หรือพี่ใหญ่ของวงอย่าง สาวจีซู ที่ได้รับเชิญไปร่วมงานเปิดตัวไฮจิวเวลรี่คอลเลกชันใหม่ของ Cartier ที่เมืองมาดดริด ประเทศสเปน งานนี้ก็ถึงคราวของสาวโรเซ่กันบ้างค่ะ เดี๋ยววันนี้ Inzpy จะพามาชมความปังและความสวยของสาวโรเซ่กัน

'โรเซ่ BLACKPINK'

ในส่วนของชุดที่โรเซ่สวมใส่ เป็นชุดจากแบรนด์ ROKH ชุดราตรีสีขาวเว้าหลังเซ็กซี่และสวยสุด ๆ เดินมาเฉิดฉายงดงามอย่างกับเจ้าหญิงเลยแหละ ส่วนเครื่องประดับ สาวโรเซ่ก็ได้สวมเครื่องประดับสุดหรูแบบครบชุดจาก Tiffany & Co. ในส่วนของเมคอัพลุคยังคงเน้นเผยผิวที่ดูเป็นธรรมชาติ แต่งแบบบางเบา เผยให้เห็นความเป็นผิว ไม่โป๊ะ ไม่โปะ ไม่จัดจ้าน ดูกลมกล่อมละมุนเข้ากันกับชุดและเครื่องประดับที่สวมอยู่สุด ๆ

'โรเซ่ BLACKPINK'

โดดเด่นด้วยการกรีดอายไลน์เนอร์แบบลากยาวเลยหางตา จากนั้นใช้อายแชโดว์เนื้อชิมเมอร์ที่มีกลิตเทอร์เล็กน้อยทาทับเส้นไลเนอร์ที่เขียนไว้ พร้อมเบลนให้ฟุ้งๆ เพื่อให้ดวงตาดูสวยคม ปิดท้ายด้วยลิปสติกสีชมพูระเรื่อ โอ๊ยยยยยยยยยยยย สวยตาแตกมากพี่สาว สวยแบบทุกอิริยาบถ เรียกได้ว่าเป็นลุคที่เรียบง่ายแต่ดูสวยแพงสุด ๆ

Netflix ยืนยันสร้างซีรีส์ Sweet Home 2 และ 3 พร้อมนักแสดงนำที่ทุกคนรอคอย

0

Netflix ยืนยันสร้างซีรีส์ Sweet Home 2 และ 3 พร้อมนักแสดงนำที่ทุกคนรอคอย

เรียกได้ว่าเป็นการข่าวที่ทำให้แฟน ๆ ซีรีส์หลายคนต้องดีใจแน่นอน เพราะ Netflix ได้มีการยืนยันประกาศสร้างซีรีส์ ภาคต่อของซีรีส์เกาหลีสายแฟนตาซีอย่าง Sweet Home ใน Season 2 และ 3 อย่างต่อเนื่องไปเลย แถมยังกลับมาพร้อมทัพนักแสดงนำจาก Season แรกที่ทุกคนรอคอยอีกด้วย

โดยเมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา ทาง Instagram ของทาง Netflix เกาหลีได้มีการปล่อย Video สั้น ๆ เพื่อยืนยันกับถึงการกลับมาของซีรีส์สุดฮิตเรื่องนี้

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Netflix Korea (@netflixkr)

และสร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับแฟน ๆ อย่างต่อเนื่อง เพราะนอกจาก Video Teaser แล้ว ยังได้ปล่อยภาพของเหล่านักแสดงนำจาก Season แรก ไม่ว่าจะเป็น ซงคัง | อีจินอุค | อีชียอง | โกมินชี | พัคคยูยอง ที่จะกลับมาสานต่อเรื่องราวและขยายเส้นเรื่องไปในทิศทางต่อไป และเป็นการร่วมงานกับผู้กำกับมากฝีมือ อีอึงบก อีกครั้งด้วย

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Netflix Korea (@netflixkr)

พร้อมด้วยทัพนักแสดง Lineup ใหม่ที่จะมาสร้างสีสันเพิ่มให้ใน Season 2 และ 3 ได้แก่ ยูโอซอง | โอจองเซ | คิมมูยอล | จองจินยอง นั่นเอง ซีรีส์ Sweet Home เป็นซีรีส์แนวแฟนตาซีสิ่งลึกลับเหนือธรรมชาติ เรื่องราวของผู้คนพักอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์กรีนโฮม ที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ประหลาดและน่ากลัวของสัตว์ประหลาดที่เกิดขึ้นจากความโลภภายในจิตใจ

นักแสดงนำ

ซงคัง รับบทเป็น ชาฮยอนซู นักเรียนชั้นมัธยมปลายผู้สูญเสียครอบครัว แต่กลับพบกับประสบการณ์ที่ไม่คาดคิดเมื่อเขาย้ายเข้ามาในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง แต่กลับต้องต่อสู้กับเหล่าสัตว์ประหลาดและต่อสู้กับจิตใจของตัวเอง

Sweet Home 2-3 ซงคัง Netflix

ผลงานที่ผ่านมา : Beautiful Vampire | The Liar and His Lover | When the Devil Calls Your Name | Love Alarm | Navillera | Nevertheless | Forecasting Love and Weather เป็นต้น

อีจินอุค รับบทเป็น พยอนซังอุค ชายที่มีแต่ความลึกลับและไม่มีใครรู้ว่าเพราะอะไรเขาถึงมาอยู่ในอพาร์ตเมนต์แห่งนี้ และลุคที่ดูไม่น่าเข้าหา

Sweet Home 2-3 อีจินอุค Netflix

ผลงานที่ผ่านมา : Welcome to Wedding Hell | Voice | Glass Castle | Return | The Three Musketeers | Goodbye Mr. Black | The Time We Were Not In Love | Bulgasal: Immortal Souls เป็นต้น

อีชียอง รับบทเป็น ซออีคยอง เป็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิง และ อดีตทหารกองกำลังพิเศษ

Sweet Home 2-3 อีชียอง Netflix

ผลงานที่ผ่านมา : Grid | No Mercy | Boys Over Flowers | Killer Toon | Righteous Love | The Guardians | Risky Romance เป็นต้น

โกมินชี รับบทเป็น อีอึนยู น้องสาวของอีฮยอก เป็นคนที่มีความฉลาดหลักแหลมแต่มองโลกในแง่ร้าย

Sweet Home 2-3

ผลงานที่ผ่านมา : Youth of May | Love Alarm | The Witch: Part 1: The Subversion | The Smile Has Left Your Eyes |

พัคคยูยอง รับบทเป็น ยุนจีซู มือเบสของวงดนตรีอินดี้ ที่อาศัยอยู่ห้อง 1510 ห้องข้างบนห้องของชาฮยอนซู

Sweet Home 2-3 พัคคยูยอง

ผลงานที่ผ่านมา : Dali and Cocky Prince | The Devil Judge | It’s Okay to Not Be Okay | Nokdu Flower เป็นต้น

พร้อมด้วยนักแสดง Lineup ใหม่อย่าง ยูโอซอง รับบทเป็น แทคอินฮวาน ตำรวจหัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยซึ่งเป็นหน่วยพิเศษเพื่อปกป้องผู้คนจากปีศาจร้าย

Sweet Home 2-3 ยูโอซอง

โอจองเซ รับบทเป็น ดอกเตอร์อิม แพทย์ผู้กำลังคิดค้นหาวัคซีน

โอจองเซ

คิมมูยอล รับบทเป็น คิมยองโฮ อดีตนายทหารเรือในหน่วยรบพิเศษ UDT ที่เป็นตำแหน่งนำรองที่สองจาก แทคอินฮวาน ในทีมพิเศษ

คิมมูยอล

จองจินยอง รับบทเป็น พัคชานยอง นายตำรวจหนุ่มในทีมจัดตั้งพิเศษเพื่อรักษาความปลอดภัย

จองจินยอง

หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมและวันออกอากาศอย่างเป็นทางการของซีรีส์ Sweet Home Season 2 และ 3 Inzpy จะรีบนำมาอัปเดตให้เพื่อน ๆ ได้รู้กันอย่างแน่นอน ระหว่างนี้ก็สามารถกลับไปย้อนดู Season แรกไปเพลิน ๆ ระหว่างรอกันก่อนก็ได้นะ 🙂

ขอขอบคุณข้อมูล : 1 | 2