Home Blog Page 815

Hailey Bieber ปรากฏตัวในแคมเปญ Tiffany & Co. ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์เป็นครั้งแรก!

น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักซูเปอร์โมเดลสาวสุดฮอตอย่าง Hailey Bieber (เฮลีย์ บีเบอร์) คนนี้ เพราะเราน่าจะคุ้นหน้าคุ้นตาเธอเป็นอย่างดี จากการที่เห็นเธอปรากฏตัวตามงานอีเว้นต์ใหญ่และสื่อต่าง ๆ และที่สำคัญเธอเป็นถึงศรีภรรยาสุดที่รักของหนุ่มศิลปินดังอย่าง Justin Bieber (จัสติน บีเบอร์) อีกด้วย

Hailey Bieber
cr.photo ; vmagazine.com

เนื่องจากทั้งคู่มักจะออกงานควงคู่อวดความหวานมดขึ้นจอให้เราอิจฉาเล่นกันเป็นประจำ ทำให้เราเห็นหน้าค่าตาสาวสวยคนนี้อยู่บ่อยครั้ง โดยในวันนี้เธอไม่ได้มาอวดโฉมในฐานะภรรยา แต่มาในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Tiffany & Co. (ทิฟฟานี่ แอนด์ โค) แบรนด์เครื่องประดับสัญชาติอเมริกันระดับโลก ในการร่วมถ่ายแคมเปญคอลเลกชันล่าสุดเป็นครั้งแรก

cr.photo ; vmagazine.com

เพราะตั้งแต่ที่ Hailey Bieber ได้รับแต่งตั้งขึ้นแท่นเป็น Global Ambassador ของแบรนด์ Tiffany & Co. ตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม 2021 ปีที่แล้ว เธอก็ยังไม่เคยได้ปรากฏตัวในแคมเปญโฆษณาของแบรนด์อย่างเต็มตัวอย่างเป็นทางการเลยสักครั้ง จะมีก็แต่การสวมใส่เครื่องประดับของทางแบรนด์โปรโมททางโซเชียลมีเดีย และการสวมใส่เครื่องประดับอันเลอค่าไปร่วมงานพรมแดง

Hailey Bieber
cr.photo ; goldbookmagazine.com

นับว่าครั้งนี้เป็นการเดบิวต์ของเธอเลยก็ว่าได้ โดยล่าสุดเธอได้ร่วมถ่ายแคมเปญที่ถ่ายทำในเมืองลอสแอนเจลิสกับคอลเลกชันเครื่องประดับที่มีชื่อว่า Tiffany T Collection ที่ประกอบไปด้วยเครื่องประดับสวยหรู เปล่งประกายวิบวับหลากหลายแบบ ในรูปลักษณ์อันทันสมัย ที่มาพร้อมกับดีไซน์รูปตัว T อักษรย่อสุดไอคอนิกของแบรนด์ ที่เด่นชัดในความทรงจำของทุกคน

Hailey Bieber
cr.photo ; vmagazine.com

Hailey Bieber ยังได้เผยความรู้สึกของเธอในการทำงานครั้งนี้อีกด้วยว่า “ฉันมีความทรงจำที่แสนพิเศษของเหล่าผู้หญิงที่ฉันชื่นชมเวลาที่พวกเขาใส่เครื่องประดับของ Tiffany & Co. ฉันรู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างมากที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญล่าสุดนี้ ฉันชอบร่วมงานกับทีมของแบรนด์ เป็นความฝันของฉันเลยล่ะที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ และฉันก็ยังรู้สึกขอบคุณมาก ๆ ที่ได้เป็นตัวแทนและเป็นหน้าเป็นตาของคอลเลกชัน Tiffany T”

cr.photo ; tiffany.com

Hailey Bieber ในฐานะที่เป็นหน้าเป็นตาของแบรนด์ เปรียบเสมือนตัวแทนของกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ ที่อายุยังน้อย มีความกระตือรือร้นและสนอกสนใจในเรื่องของแฟชั่น Alexandre Arnault ผู้เป็น Executive Vice President และ Product and Communication ของแบรนด์ Tiffany & Co ยังกล่าวเสริมอีกด้วยว่า “เธอเป็นดั่งสไตล์ไอคอนยุคใหม่ เธอมีจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งของ T Collection แอบแฝงอยู่ในตัว เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่เธอจะมาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์หลักให้กับแคมเปญล่าสุดนี้”

cr.photo ; tiffany.com

เครื่องประดับสุดหรูหราแต่ละชิ้นภายในคอลเลกชัน ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกราฟิกรูปตัว T อักษรย่อสุดไอคอนิกของแบรนด์ โดยดีไซน์และการออกแบบเน้นความทันสมัยและความหรูหรา ที่มาพร้อมกับความเรียบง่าย

Hailey Bieber
cr.photo ; goldbookmagazine.com

ภายในแคมเปญเราจะเห็นซูเปอร์โมเดลสาว สวมใส่ต่างหูประดับเพชรแบบ Pavé (พาเว่) และสร้อยที่มีจี้โรสโกลด์ 18k ประดับเพชรรูปวงกลมขนาดใหญ่สุดเก๋ไก๋รุ่น T1 ที่ทำการวางจำหน่ายแล้ว โดยมีราคาตั้งแต่ $3,500 ถึง $6,800 หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 122,500 – 238,000 บาท

Hailey Bieber
cr.photo ; goldbookmagazine.com / tiffany.com

ในขณะที่ต่างหูโรสโกลด์ 18k แบบ Ear Cuff ประดับเพชรแบบ Pavé และต่างหูแบบห่วง จะถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนกันยายน 2022 ยิ่งไปกว่านั้นในส่วนของสร้อยคอจี้โรสโกลด์, ไวท์โกลด์ และเยลโล่วโกลด์ 18k จะถูกปล่อยออกมาในช่วงต้นปีหน้าตามลำดับ

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับแคมเปญล่าสุดอย่าง Tiffany T Collection ที่เราเอามาฝากเหล่าสาวกสายแฟชั่นทุกคนในวันนี้ แค่เห็นซูเปอร์โมเดลสาวสวมใส่เครื่องประดับสุดหรูในแต่ละลุค ก็สุดแสนจะยั่วยวนชวนให้อยากตามไปชอปมาครอบครอง แฟนตัวยงของแบรนด์ Tiffany & Co. จะต้องไม่พลาดรีบไปจับจองเป็นเจ้าของอย่างแน่นอน วันนี้ Inzpy คงต้องขอลาไปก่อน พบกันใหม่คราวหน้าพร้อมสาระความบันเทิงในวงการแฟชั่นที่รอทุกคนอยู่อีกเพียบ รอติดตามกันได้เลยค่ะ

The PARQ : คว้า 2 ผลงานศิลปะ ศิลปินระดับโลกจากอัมสเตอร์ดัม

0

ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เดอะ ปาร์ค คว้า 2 ผลงานศิลปะมาสเตอร์พีซจาก DRIFT ศิลปินระดับโลกจากอัมสเตอร์ดัม มาจัดแสดงถาวร ใน The PARQ Collection

 

เดอะ ปาร์ค (The PARQ) โครงการไลฟ์สไตล์มิกซ์ยูสภายใต้แนวคิด Life Well Balanced ที่มุ่งพัฒนาออฟฟิศและรีเทลอัจฉริยะพร้อมเผยโฉม “เดอะ ปาร์ค คอลเลคชั่น (The PARQ Collection)” อย่างเต็มรูปแบบกับ 5 งานศิลปะสาธารณะร่วมสมัยภายในพื้นที่โครงการ เดอะ ปาร์ค ซึ่งสะท้อนการเชื่อมต่อกันอย่างสมดุลระหว่างเมืองกับธรรมชาติเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างคุณค่าทางจิตใจ รังสรรค์โดย


ศิลปินไทย 3 ผลงาน 

  1. เกื้อกูล โดย คุณพงษธัช อ่วยกลาง


2. The Cradle โดย คุณอ้อ สุทธิประภา


3. The Cocoon โดย คุณสนิทัศน์ ประดิษฐ์ทัศนีย์ แห่ง สนิทัศน์ สตูดิโอ


และอีก 2 ผลงาน ได้แก่ “Meadow” และ “Amplitude” ที่รังสรรค์ขึ้นโดย DRIFT ศิลปินชาวดัชท์ ที่ได้ฤกษ์บินลัดฟ้าจากอัมสเตอร์ดัมมาติดตั้งอย่างถาวรพร้อมให้รับชมอย่างเต็มรูปแบบที่ เดอะ ปาร์ค ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

1.Amplitude

– Amplitude ผลงานศิลปะที่เคลื่อนไหวได้ราวกับฝูงนกบิน เปรียบเสมือนชีพจรในธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย การเคลื่อนไหวของผลงานศิลปะชิ้นนี้เกิดขึ้นจากการตั้งค่าด้วยคอมพิวเตอร์ควบคู่กับการถ่ายน้ำหนักภายในหลอดแก้วใสด้วยชิ้นส่วนที่ประกอบขึ้นด้วยมืออย่างประณีต นกแต่ละตัวจะมีท่วงท่าที่แตกต่างกัน แต่ในขณะเดียวกันก็บินรวมกันเป็นฝูงที่สง่างาม สำหรับการจัดแสดงถาวรที่บริเวณโถงล็อบบี้ของอาคารสำนักงาน โครงการ เดอะ ปาร์ค Lonneke Gordijn ให้ความสำคัญกับจังหวะและการเคลื่อนไหวของชิ้นงาน โดยแนะนำให้ทีมติดตั้งหน้างานของสตูดิโอปรับจังหวะการบินของนกให้ช้าลงเล็กน้อย เพื่อสร้างความรู้สึกสงบและผ่อนคลายแก่ผู้ชมและพนักงานออฟฟิศในช่วงก่อนเริ่มงานและหลังเลิกงาน นอกจากนี้ เดอะ ปาร์ค ยังได้รับเกียรติจากคุณวรรณฤทธิ์ พงศ์ประยูร นักดนตรีสมาชิกวง Stylish Nonsense มาเป็นผู้ประพันธ์ดนตรีขึ้นใหม่เพื่อบรรเลงคู่ไปกับชิ้นงาน โดยใช้เสียงเปียโนผสมผสานกับเสียงธรรมชาติของนกและสภาพแวดล้อม ประกอบกับการใช้ซาวนด์แบบอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างลงตัว

สำหรับผลงาน Amplitude มีการจัดแสดงแบบชั่วคราวและถาวรที่พิพิธภัณฑ์ระดับโลกและหน่วยงานราชการของเนเธอร์แลนด์ อาทิ พิพิธภัณฑ์ Stedelijk ในอัมสเตอร์ดัม สถานที่ราชการอย่าง De Knoop เมืองอูเทรคต์ ส่วนในเอเชีย เคยจัดแสดงชั่วคราวในงาน F1 ที่เมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย และสำหรับที่โครงการ เดอะ ปาร์ค ถือเป็นการจัดแสดงแบบถาวรครั้งแรกทั้งในเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

2.Meadow

– Meadow ประติมากรรมศิลปะรูปทรงดอกไม้ที่รังสรรค์ขึ้นด้วยมือทั้งหมด ส่วนกลีบดอกไม้ทำขึ้นจากผ้าย้อมสี ซึ่งศิลปินเลือกโทนสีที่อ่อนโยนเพื่อให้เข้ากับการตกแต่งภายในของอาคาร เดอะ ปาร์ค Meadow สื่อถึงความอัศจรรย์ของการเติบโตตามธรรมชาติและความไม่แน่นอนของฤดูกาล อันเป็นผลลัพธ์จากการที่ศิลปินสังเกตและศึกษาวิธีที่จะทำให้วัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้นสามารถเคลื่อนไหวตามลักษณะและอารมณ์ตามธรรมชาติได้อย่างสวยงาม ด้วยภาพของกลีบดอกไม้ที่หุบและเบ่งบาน ไล่ระดับความสูงต่ำ ระหว่างการติดตั้ง Lonneke Gordijn ได้ร่วมให้คำแนะนำในการจัดกลุ่มและตำแหน่งของดอกไม้ ระดับความสูงต่ำ และการเคลื่อนไหวของดอกไม้ เพื่อให้ผลงานมีความสวยงามและกลมกลืนกับพื้นที่มากที่สุด

ผลงานศิลปะ Meadow มีการจัดแสดงแบบชั่วคราวและถาวรที่พิพิธภัณฑ์และศูนย์การค้าชั้นนำระดับโลก อาทิ พิพิธภัณฑ์ Stedelijk ในอัมสเตอร์ดัม พิพิธภัณฑ์ Superblue ในไมอามี, ศูนย์การค้า Landmark ที่ฮ่องกง และศูนย์การค้า Chodov Centre ในปราก สาธารณรัฐเช็ก นอกจากนี้ยังมีงานติดตั้งถาวรอยู่ที่กรุงปักกิ่ง และฮ่องกง สำหรับการติดตั้งที่โครงการ เดอะ ปาร์ค นับเป็นการจัดแสดงแบบถาวรแห่งที่ 3 ในเอเชีย และเป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Visual search query image
คุณ Lonneke Gordijn และ คุณ Ralph Nauta

DRIFT ก่อตั้งโดย Lonneke Gordijn และ Ralph Nauta สองศิลปินคู่หูชาวดัทช์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดดเด่นในการนำความเชื่อมโยงระหว่างธรรมชาติ มนุษย์ และเทคโนโลยีมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานประติมากรรมศิลปะ DRIFT ได้รังสรรค์ผลงานศิลปะมากมาย โดยจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์และสถานที่สำคัญ ๆ ระดับโลกหลายแห่งทั้งในอเมริกา ยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย สำหรับ Amplitude และ Meadow ผลงานทั้งสองชิ้นนี้มีการผสมผสานระหว่างศิลปะกับเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่มีการวางระบบและกลไลการเคลื่อนไหวผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถควบคุม ดูแล และแก้ไข ได้อย่างทันท่วงทีจากสตูดิโอที่อัมสเตอร์ดัม สร้างประสบการณ์และความประทับใจให้กับผู้ชมเป็นอย่างยิ่ง

จรินทร์ทิพย์ ชูหมื่นไวย หัวหน้าภัณฑารักษ์และผู้บริหารฝ่ายศิลปะและวัฒนธรรม โครงการ เดอะ ปาร์ค กล่าวว่า “เดอะ ปาร์ค ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการใช้ศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัยเป็นองค์ประกอบหลักของการพัฒนาพื้นที่ใช้งานแบบผสมผสาน เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของผู้ใช้อาคารและผู้มาเยือน เรามีความภาคภูมิใจที่ได้ถ่ายทอดวิสัยทัศน์นี้ออกมาผ่านการเลือกเฟ้นงานศิลปะร่วมสมัยติดตั้งที่ เดอะ ปาร์ค โครงการมิกซ์ยูสอัจฉริยะ พร้อมนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาผสมผสานกับงานศิลปะได้อย่างลงตัว ซึ่งปัจจุบันศิลปะถูกนำมาเป็นตัวชี้วัดคุณภาพของอาคารและชีวิตของผู้คน โดยเฉพาะมาตรฐานการออกแบบอาคาร WELL Building Standard ที่คำนึงถึงสุขภาวะ คุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อาศัย ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ซึ่งมาตราฐานนี้จะต้องมีองค์ประกอบที่ผสมผสานระหว่างการออกแบบอาคารและงานศิลปะเข้าด้วยกัน ช่วยสร้างประสบการณ์ ที่ส่งผลเชิงบวกต่ออารมณ์และจิตใจของผู้ใช้อาคาร นอกจากนี้เรายังมุ่งหวังให้ เดอะ ปาร์คเป็นพื้นที่แสดงความสามารถของศิลปิน และเปิดโอกาสให้ผู้คนได้มาสัมผัสใกล้ชิดกับศิลปะมากขึ้น ช่วยจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ และผ่อนคลายด้านร่างกายและจิตใจไปพร้อมกัน

ผลงานศิลปะ “เดอะ ปาร์ค คอลเลคชั่น” ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ซึ่งถูกนำมาถ่ายทอดเป็นผลงานศิลปะที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นชิ้นงานที่รังสรรค์ขึ้นจากวัสดุธรรมชาติ ตลอดจนเลียนแบบลักษณะปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ให้กลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อม โดยออกแบบให้สอดคล้องกับสถาปัตยกรรมของอาคารอย่างลงตัว
.
เดอะ ปาร์ค มีความมุ่งมั่นในการการสนับสนุนและจัดกิจกรรมด้านศิลปะที่เปิดโอกาสให้ผู้ชื่นชอบงานศิลปะได้เข้ามามีส่วนร่วม อาทิ งาน Bangkok Art Biennale และมีการจัดตั้งฝ่ายศิลปะและวัฒนธรรม (Art & Culture) ภายในองค์กรขึ้นมาเพื่อดูแลงานด้านนี้โดยเฉพาะ การให้คุณค่าแก่ศิลปะเมื่อรวมกับการพัฒนาโครงการด้วยแนวคิดความยั่งยืน ส่งผลให้ เดอะ ปาร์ค เป็นโครงการมิกซ์ยูสแห่งแรกของไทยที่ได้รับการรับรองด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมของอาคารตามมาตรฐาน LEED เป็นมาตรฐานล่าสุดสำหรับการออกแบบและก่อสร้างอาคารสีเขียวที่ยั่งยืน และการส่งเสริมสุขภาพที่ดีของผู้ใช้อาคารตามมาตรฐาน WELL รวมทั้งการรับรองตามมาตรฐาน WELL Mind ด้วยการใช้งานศิลปะเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดูแลฟื้นฟูจิตใจผู้ที่อยู่ในอาคาร

The PARQ

เลขที่ 88 ถนนรัชดาภิเษก แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110

เว็บไซต์ : www.theparq.com

วันเวลาทำการ : ทุกวัน 10.00 – 22.00 น.

โทรศัพท์ 02 080 5700

Bangkok Art Biennale 2020 at The PARQ
เข้าชมฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

วันที่เปิดให้เข้าชม : 12 ตุลาคม 2563 – 31 มกราคม 2564

เวลาเปิด-ปิด : 10.00 – 20.00 น.

ระยะเวลาชมโดยเฉลี่ย : 90 นาที

การเดินทาง : รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ทางออกที่ 2

เว็บไซต์ : www.bkkartbiennale.com/venue/the-parq


อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

Dream Destination : 2 โครงการใหม่แสนสิริ พระราม 2 – ดอนเมือง

Dream Destination : 2 โครงการใหม่แสนสิริ พระราม 2 – ดอนเมือง

การจะซื้อบ้าน เป็นเรื่องสำคัญลำดับต้น ๆ ของชีวิต เพราะว่ากว่าจะทำงานเก็บเงินเก็บทองจนซื้อบ้านได้สักหลังมันลำบาก เราเลยต้องได้บ้านที่ถูกใจและเติมเต็มในสิ่งที่เราอยากได้ ยิ่งถ้าเราได้เป็นเจ้าของบ้านที่บรรยากาศเหมือนเมืองในฝันที่เราอยากไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยแล้ว บอกเลยว่าเปรียบเสมือนฝันที่เป็นจริง คงมีความสุขไม่น้อย

สร้างกระแสแรงไม่หยุด สำหรับ สิริ เพลส ซีรีส์ใหม่ “Dream Destination” ของแสนสิริที่รุกเปิดตัวต่อเนื่อง ทั้ง สิริ เพลส บางนา-เทพารักษ์ แรงบันดาลใจการออกแบบจากมหานครนิวยอร์ก และ สิริ เพลส วงแหวน – ลำลูกกา แรงบันดาลใจการออกแบบจากเสน่ห์แห่งเมืองเกียวโต ที่ได้รับความสนใจและกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้าในปีที่ผ่านมา จนถึงผลงานในปีนี้กับ สิริ เพลส เมกาบางนา, สิริ เพลส พัฒนาการ และ สิริ เพลส บางนา – สุวรรณภูมิแรงบันดาลใจจากเมืองปารีส ที่เขย่าตลาดทาวน์โฮมปี 65 ตอกย้ำผู้นำตลาดแนวราบและเบอร์หนึ่งผู้นำดีไซน์ที่อยู่อาศัยในช่วงต้นปีมาแล้ว
.
.

ล่าสุด แสนสิริเผยโฉมทาวน์โฮม สิริ เพลส Dream Destination ดีไซน์ใหม่ “อัมสเตอร์ดัม” ทาวน์โฮมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสีสันแห่ง พร้อมด้วยมนต์สเน่ห์ของกังหันลมและสายน้ำ แฝงไว้ด้วยความซุกซนเล็กๆ สะท้อนไลฟ์สไตล์ที่มีสีสัน โดดเด่นด้วย Façade บ้านหลากสีสันทรงจั่ว พื้นที่ส่วนกลางที่มาพร้อมคลับเฮาส์สไตล์ Vintage Dutch ตกแต่งด้วยกังหันลม ซิกเนเจอร์ของอัมสเตอร์ดัม
.
พร้อมให้เข้าชมโครงการ บนทำเลศักยภาพ 2 ทำเลใหม่ สิริ เพลส พระราม2 – วงแหวน ทาวน์โฮมฟังก์ชันบ้านเดี่ยว ติดถนนพระราม2 ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนใหม่เพียง 2 นาที เริ่ม 2.89 ล้านบาท* รับโปรโมชันสูงสุด 150,000 บาท* ลงทะเบียน คลิ๊ก http://siri.ly/tfvaN75 สิริ เพลส ดอนเมือง – สรงประภา ตอบทุกแพสชันกับทำเลที่ใช่ ทาวน์โฮมใจกลางดอนเมือง ใกล้รถไฟฟ้าสายสีแดง ใกล้สนามบินดอนเมือง ใกล้ทางด่วน 2 เส้น อุดรรัถยาและทางยกระดับโทลเวย์ เชื่อมต่อแจ้งวัฒนะ ดอนเมือง และวิภาวดี เริ่ม 2.79 ล้านบาท* รับโปรโมชันสูงสุด 100,000 บาท* ลงทะเบียน คลิ๊ก http://siri.ly/sRtlBm5
.
ทั้งนี้ สิริ เพลส ซีรีส์ใหม่ “Dream Destination”ยังมาพร้อม 4 จุดขายเหนือคู่แข่ง ได้แก่ DESIGN โดดเด่นแรงบันดาลใจจาก 4 เมืองท่องเที่ยวระดับโลก ที่ผลักดันให้คนรุ่นใหม่ได้ทำในสิ่งที่ชอบ FUNCTION ที่เหนือกว่า พื้นที่ใช้สอยที่มากกว่า ได้แก่ ห้องอเนกประสงค์ชั้นล่าง My World ปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์ เช่น WFH หรือปรับเปลี่ยนเป็นห้องนอนล่าง ห้องนอน Master Bedroom พร้อม High Ceiling เพดานสูงกว่า 3.7 เมตร เพิ่มความโปร่งโล่ง และ Sky Light ช่องแสงธรรมชาติ บริเวณโถงบันได ช่วยประหยัดพลังงานในการพักอาศัย ช่วงเวลากลางวัน FACILITIES AND COMMUNITY สวนส่วนกลางร่มรื่นพร้อมบรรยากาศสวนจากเมืองอัมสเตอร์ดัม คลับเฮาส์และทางเข้าโครงการขนาดใหญ่
.
พร้อมพบกับ สิริ เพลส ภายใต้แนวคิด Dream Destination Series เปิดตัวครบทุกดีไซน์ใหม่ แรงบันดาลใจจาก 4 เมืองในฝันของคนรุ่นใหม่ นิวยอร์ก – เกียวโต – ปารีส – อัมสเตอร์ดัม ครอบคลุมทุกทำเล ในราคาที่เข้าถึงได้ 2 – 5 ล้านบาท*
.
อ้างอิง:
Sansiri


อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

ครัวซองต์ สูตรพิเศษ ที่ กังสดาล คาเฟ่ยอดนิยม อัมพวา สมุทรสงคราม

มาเที่ยวที่สมุทรสงคราม ก็ต้องมานั่งดื่มด่ำบรรยากาศฟีลสวนกันนะทุกคน ขอแนะนำเป็นที่ กังสดาล คาเฟ่ ที่นี่เค้ามี ครัวซองต์ อร่อยมาก แต่ละเมนูก็จะเป็น สูตรพิเศษ ที่เจ้าของร้านเป็นคนคิดสูตรเองแทบจะทุกเมนูเลยก็ว่าได้ แล้วขอบอกเลยว่า สูตรของที่นี่ไม่เหมือนกับที่เคยไปกินมาแน่นอน มาดูครัวซองต์สูตรพิเศษของ กังสดาลกันเลยค่า

ครัวซองต์ สูตรพิเศษ ที่ กังสดาล คาเฟ่

ครัวซองต์ เป็นขนมปังรูปพระจันทร์เสี้ยว ด้วยรูปร่างลักษณะของพระจันทร์เสี้ยว ที่มีความมะล้ายคล้ายคลึง กับรูป ระฆังวงเดือน ของไทยเรา ที่เรียกกันว่า กังสดาล จึงเป็นที่มาของชื่อร้านนั่นเองค่ะ ฟังดูแล้วมีความลึกซึ้ง กินใจมาก แค่ชื่อร้านก็ประทับใจแล้วค่ะทุกคน

ครัวซองต์ สูตรพิเศษ ที่ กังสดาล คาเฟ่

ครัวซองต์ของทางร้านจะมีให้เลือกหลากหลายเมนูมากเลยล่ะค่ะ หากใครเลือกไม่ถูก สามารถบอกรสชาติที่ชื่นชอบ แล้วให้ทางร้านแนะนำเมนูให้ได้เลยค่ะ และอย่างที่บอกว่า สูตรครัวซองต์แต่ละเมนูเป็นสูตรที่เจ้าของร้านเป็นค้นคิดค้นสูตรเอง จึงกลายเป็นเมนูครัวซองต์สูตรพิเศษ ที่มีแค่ที่ กังสดาล ที่เดียว ใครอยากลองเมนูครัวซองต์สูตรพิเศษนี้ ต้องมาลองที่ กังสดาลคาเฟ่ เท่านั้นนะคะ มาดูเมนูแรกกันก่อนเลย

ครัวซองต์ No.9 (Croissant Classic No.9)

มองดูหน้าตาอาจจะดูเพลน ๆ ธรรมดาทั่วไป แต่ว่าความพิเศษของเมนูนี้คือ มีการใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติอย่าง น้ำตาลทรายแดง และน้ำผึ้งเป็นส่วนประกอบ ทำให้ครัวซองต์มีกลิ่นที่หอมพิเศษ และรสชาติแตกต่างจากครัวซองต์ทั่วไป ลองชิมแล้วจะให้รสสัมผัสที่หอมหวานนุ่มละมุน และมีกลิ่นหอมของน้ำผึ้งมากค่ะ และตัวครัวซองต์มีการม้วนทั้งหมด 9 ชั้น จึงเป็นที่มาของชื่อ ครัวซองต์ No.9 ค่ะ บอกเลยว่าแค่เพลนครัวซองต์ก็ไม่ธรรมดาแล้ว

ครัวซองต์ โฮลวีท (Croissant Wholewheat)

จุดเด่นของครัวซองต์โฮลวีทคือ การใช้แป้งโฮลวีทนวดกับนมถั่วเหลือง ทำให้ตัวครัวซองต์จะมีความนุ่มฟูพิเศษ เนื้อสัมผัสเหมือนกินขนมปังโฮลวีท แต่มาในรูปแบบของครัวซองต์ เหมาะกับสายรักสุขภาพมาก ๆ เนื้อแป้งพออบแล้วจะมีความกรอบนอกนุ่มใน ละมุนมากไม่ฝืดคอ เราชอบมากเลยเมนูนี้

ครัวซองต์ลิ้นจี่ (Croissant Lychee)

ครัวซองต์ สูตรพิเศษ ที่ กังสดาล คาเฟ่

อีกหนึ่งเมนูพิเศษของกังสดาล คือ ครัวซองต์ลิ้นจี่ค่ะ เมนูนี้จริง ๆ เป็นเมนูที่จะมีขายเฉพาะช่วงฤดูกาลของลิ้นจี่ แต่ด้วยที่เป็นเมนูที่ลูกค้าติดใจ และเรียกร้องมากที่สุด จนได้กลายเป็นเมนูขายดีของทางร้าน และตอนนี้ก็มีขายตลอดทุกฤดูกาลไปเลยค่ะ เป็นครัวซองต์ที่มีไส้ที่ผสมเนื้อจี่เข้าไปด้วย ทำให้เวลาทานจะได้รสชาติของครัวซองต์ลิ้นจี่ที่มีความเปรี้ยวนำเบา ๆ หวานตาม กลิ่นหอมลิ้นจี่มากค่ะ ทานแล้วรู้สึกสดชื่น เพราะไม่หวานเลี่ยนบาดคอ เหมาะกับอากาศช่วงนี้มาก ใครไม่ชอบรสสัมผัสหวานแหววจนเกินไปก็แนะนำเป็นเมนูนี้เลยค่ะ

ดาร์ก ช็อกโกแลต ครัวซองต์ (Croissant Dark Chocolate)

ครัวซองต์ สูตรพิเศษ ที่ กังสดาล คาเฟ่

ครัวซองต์ ดาร์ก ช็อกโกแลตนี่บอกเลยว่า สายทานช็อกโกแลตต้องชอบมาก ๆ เพราะเค้ามีการเลือกใช้ ดาร์ก ช็อกโกแลตมาเป็นส่วนผสม เพื่อเพิ่มรสชาติให้มีความเข้มข้นมากกว่าครัวซองต์ช็อกโกแลตทั่วไป การตกแต่งครัวซองต์ก็ตกแต่งได้น่ารักมาก ๆ กลิ่นหอมช็อกโกแลต ข้างในครัวซองต์ยังแอบสอดไส้ช็อกโกแลตไว้ด้วยถือว่า เด็ดสุด ๆ ไปเลยค่ะ

ครัวซองต์ โมจิโต (Croissant Mijito)

ครัวซองต์ สูตรพิเศษ ที่ กังสดาล คาเฟ่

ครัวซองต์ที่ถือว่าเป็น Signature ตัวหนึ่งของทางกังสดาลค่ะ คือ ครัวซองต์ โมจิโต นี่แหละค่ะ เค้ามีความพิเศษกว่าครัวซองต์ทั่วไป เป็นครัวซองต์ที่มีไส้ที่ทำรสชาติให้คล้ายกับโมจิโต จะมีกลิ่นหอมของมินต์กับมะนาว รสชาติก็จะได้ความเปรี้ยวอมหวาน และตัดเค็มนิด ๆ จากเกลือสีทอง วิธรการอบก็จะต้องแยกอบนะทุกคน อบตัวครัวซองต์แล้ว ก่อนนำมาเสิร์ฟหลังจากใส่ไส้แล้วก็จะนำไปอบอีกรอบ แล้วตกแต่งหน้าด้วยเจลลี่

ตัวชูรสที่เป็นจุดเด่นอีกอย่างของ ครัวซองต์ โมจิโต คือ เจลลี่ที่ตกแต่งอยู่ด้านบนครัวซองต์นี่แหละค่ะ วัตถุดิบของเจลลี่มีส่วนผสมของ เหล้ารัมกับเหล้าแสงโสมไทย เวลาทานครัวซองต์ตัวนี้ต้องทานครัวซองต์คู่กับเจลลี่ด้านบน เพื่อให้มีความครบรส กลิ่นจะหอมเหล้ารัมนวล ๆ เบา ๆ ด้วยค่ะ เข้ากันได้ดีมาก กับไส้โมจิโต ว้าวเลยเมนูนี้

ครัวซองต์กล้วย (Croissant Banana)

ครัวซองต์ สูตรพิเศษ ที่ กังสดาล คาเฟ่

ตามชื่อเลยค่ะ ครัวซองต์กล้วย ตัวนี้จะวัตถุดิบจะเน้นกล้วยเป็นหลัก ข้างในจะมีไส้ของกล้วยหอมผัดกับเหล้ารัม Top ด้วย Dark Choc Ganache วิธีการทำก็จะคล้ายตัวครัวซองต์โมจิโต คืออบครัวซองต์แล้ว หลังจากใส่ไส้ก็จะทำการอบอีกรอบ ทำให้แป้งมีความกรอบพิเศษกว่าครัวซองต์ที่อบรอบเดียว

แต่งหน้าด้วย Banana Bom และขนมเบื้องรสกล้วย รูปทรงจะเสิร์ฟมาลักษณธคล้าย ๆ กับเรือใบนะทุกคน เวลาทานก็ตัดตัวบอมให้มันละลายบนครัวซองต์ แล้วตักทุกอย่างทานพร้อมกัน รสชาติก็จะมีความหวานหอมของกล้วย ตัดด้วยกลิ่นของเหล้ารัมเบา ๆ เย้ายวนมาก เมนูนี้อร่อยมาก เราชอบสุดเลย

ครัวซองต์ ฮันนี่ มัสตาร์ด แฮมชีส (Croissant Honey And Mustard Ham Cheese)

ครัวซองต์ สูตรพิเศษ ที่ กังสดาล คาเฟ่

จุดเด่นของ ครัวซองต์ ตัวนี้ จะมีความกลมกล่อมของซอสฮันนี่มัสตาร์ดชั้นดี ตัดกับความเค็มเล็กน้อยของชีสนานาชนิด มีทั้งมอสซาเรลล่า, เอมเมนทอล และกรูแยร์ อบออกมาสดใหม่

ส่วนเครื่องดื่มก็มีให้เลือกสั่งเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นเมนูกาแฟ นม ชา หรืออิตาเลี่ยนโซดา อย่างที่เราสั่งมาก็จะเป็นเมนู Signature ของทางร้านนะคะ ก็จะมี Frizzy Honey Lime Cano อเมริกาโน น้ำผึ้งมะนาว, Caramel Macchiato ใช้ Home Made Caramel กลิ่นหอมเฉพาะสูตรของทางร้าน, Mojito ซ่า สดชื่น และ Americano White Coconut Sugar อเมริกาโนผสมกับน้ำตาลมะพร้าวเคี่ยวจนหอม เป็นของขึ้นชื่อจังหวัดสมุทรสงคราม ทุกเมนูก็จะมีจุดเด่นของรสชาติที่แตกต่างกันออกไป

ชอบสุดก็คงจะหนีไม่พ้นตัว โมจิโต ค่ะ 555 ใครไม่ชอบดื่มกาแฟ แต่อยากดื่มอะไรสดชื่น ๆ ครึกครื้นเบา ๆ เมนูนี้แหละเหมาะเลย

ใครที่ได้มีโอกาสไปเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม แนะนำเลยว่าต้องมานั่งคาเฟ่กังสดาลนะคะ เพราะนอกว่าจะเป็นคาเฟ่แนวธรรมชาติ ชมวิวสวนที่รอยล้อมไปด้วยต้นไม้ และสวนมะพร้าว บรรยากาศดี ยังมีเมนูครัวซองต์สูตรเฉพาะที่บอกเลยว่าอร่อยทุกเมนูเลย เป็นเมนูแปลกใหม่ที่ไม่เหมือนกับที่อื่นแน่นอนค่ะ ตามที่เที่ยวสมุทรสงคราม อัมพวาเพิ่มเติมได้ที่ Inzpy Travel

91 หมู่ 7 บ้านปรก เมือง สมุทรสงคราม 75000
พิกัด: Google Map มีลานจอดรถ
เปิดทุกวัน เวลา 10.00 – 18.00 น.
ระดับราคา: ฿฿
เบอร์ติดต่อ: 0823632880
Facebook: https://www.facebook.com/gansdalamphawa/

รวมตลาดน้ำแนะนำ จ.สมุทรสงคราม > https://inzpy.com/travel/floating-market-samuthsongkhram/

ดูรีวิวที่เที่ยวรูปแบบวิดีโอได้ที่: https://www.youtube.com/c/Inzpy
ฝาก กดติดตาม กดไลก์ กดแชร์เป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะค้า

ตลาดน้ำบางน้อย ยังคงน่าสนใจมั้ย พาชมวิถีชุมชนในย่ายเก่า ที่ไม่ใช่แค่ตลาดธรรมดา

ตลาดน้ำในจังหวัดสมุทรสงครามริมแม่น้ำแม่กลอง ยังคงมีความน่าสนใจอยู่อีกหลายตลาด ไม่ใช่เพียงแค่ตลาดน้ำอัมพวา วันนี้เราจะพามาเดิน ตลาดน้ำบางน้อย ตลาดที่ยังคงความเป็นวิถีชุมชนอยู่ ผู้คนยังคงรักษ์วิถีของชุมชนแห่งนี้ มีทั้งของซื้อ ของขาย หลากหลาย ตามสไตล์ดั้งเดิมไว้อยู่

 

ตลาดน้ำบางน้อย

เริ่มต้นเดินเข้าทางท่าเรือ ก็จะเจอกับ พิพิฐภัณฑ์ตั้งเซียมฮะ หรือที่รู้จักกันในชื่อ บ้านไหพันใบ ที่คุณธวัชชัย คุณประพีร์ภัทร พิเสฎฐศลาศัย ได้รวบรวมเอาไหที่เป็นทั้ง ไหใส่เหล้า ไหไหกระเทียม ไหใส่น้ำปลา ไหใส่เต้าหู้ยี้ ฯลฯ ตั้งแต่สมัยยุคสโขทัย มาให้นักท่องเที่ยวได้ชมกัน และยังเป็นพิพิธภัณฑ์ต้นแบบ ที่เปิดให้ชุมชนอื่นเข้ามาเรียนรู้อีกด้วย บ้านไหพันใบจะเปิดให้เข้าชมได้วันเสาร์ และอาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น.

 

 

ถัดมาก็จะเป็นร้านขายหมอนของที่ชุมชนจัดทำขึ้นอย่างหมอนสามเหลี่ยม หมอนอิง หมอนนอน หรือเบาะรองนั่ง ที่ราคาถูกระดับเริ่มต้น อย่างเบาะรองนั่ง ที่ราคาเพียงแค่ 25 บาทเท่านั้น ยังถูกกว่าทานก๋วยเตี๋ยวเลย น่านำไปประดับตกแต่ง หรือซื้อฝาก หากเป็นโฮมสเตย์ก็ไม่ควรพลาดในการหาไปประดับ ตกแต่ง

 

 

ร้านคุณอุบล

เป็นร้านที่นำเอาสายพลาติกแพ็กสินค้ามาทำเป็นกระเป๋าถือ กระเป๋าหิ้ว ที่มีลวดลายสวยงาม ถักทอได้มีมิติที่สวย มีสีสัน ราคาก็ไม่แพง เป็นแนวคิดที่ดี เพราะวัตถุดิบที่นำมาสาน เป็นวัตถุดิบที่แข็งแรง ทนทาน ใช้งานได้นาน

ตลาดน้ำบางน้อย

อีกแนวคิดของการอนุรักษ์ หรือรักษ์โลก ก็คือร้านรักษ์สาน ที่นำเอาหวาย ไม้ไผ่ มาสานเป็นกระเป๋า เป็นตะกร้า หรือของตกแต่ง อีกมากมาย ที่บางโรงแรมเห็นไอเดียแล้วนำไปเป็นถาดปิดอาหารตามไลน์บุฟเฟ่ต์ก็มากมาย สินค้าทำมือ ราคาท้องถิ่น มีเอกลักษณ์ รักษ์โลกอีกต่างหาก

 

สินค้าประเภทแฟชั่นก็จะมีทั้งกางเกงชาวเล เสื้อคอกระเช้า ชุดนอนแบบผู้ใหญ่ หรือชุดที่ใส่สบาย ของคนในชุมชน เอามาประดับ ตกแต่งเพิ่มลงไป มาวางขาย สีสันสดใส

 

สินค้าอย่างของซื้อของฝาก ที่ทางชุมชนร่วมกันทำก็มีมากหลาย อย่างไข่เค็มที่พอด้วยดินใบเตย สีเขียวสดใส ดูน่าซื้อกลับไป หรือดอกเกลือที่แพ็กมาขายขนาดกำลังพอดี หรืออย่างขนมอัญชันงาดำ ที่คุณป้านั่งปั้นห่อใบตอง ดูน่าทาน ในราคาชิ้นละ 3 บาท เป็นวิถีเรียบง่าย สบายกระเป๋าด้วย

 

ตลาดน้ำบางน้อย

หากใครต้องการของหนักหน่อยระหว่างเดินก็แวะทานอาหารได้หลายร้าน ที่อยากแนะนำก็คือร้านเย็นตาโฟเส้นแมงกะพรุน ที่อยู่ด้านในเกือบถึงสะพานชุมชน ที่เป็นสะพานไม้ เป็นเมนูแปลกใหม่ และยังทำแบบสด เกี๊ยวก็ทอดกันสด ๆ รสชาติดี เหนื่อยก็มาพักร้านนี้พอดี

 

ร้านกาแฟก็มีทั้งแบบวิถีดั้งเดิม หรือแนวกึงสมัยใหม่ อย่างร้านนี้ ก็ออกแนวใหม่หน่อย ดูมีความดิบ บวกกับแนวมินิมอล เป็นจุดพักให้ดูวิถีชีวิตชุมชนได้เป็นอย่างดี

ตลาดน้ำบางน้อย

 

หากใครมาจากถนนมุ่งตรงมาที่สะพานบางคนที ตลาดจะอยู่ตีนสะพานบางคนทีเลย มีที่จอดรถ หากมาจากทางเรือ ก็จะมีท่าเทียบเรือสวยงาม มีของซื้อของขายอยู่บริเวณนี้ เดินตรงเข้าไปด้านในก็จะพบกับวิถีชุมชนแห่งนี้ ลองแวะกันมาเยี่ยมชมกันได้

ตลาดน้ำบางน้อย
ตำบล กระดังงา อำเภอ บางคนที สมุทรสงคราม 75120
พิกัด: Google Map
วันทำการ: วันเสาร์ 05.00-18.00 น. วันอาทิตย์ 08.30-15.00 น.
facebook: https://www.facebook.com/TladNaBangNxy/

รวม ตลาดน้ำ สมุทรสงคราม


รวมตลาดน้ำน่าเดินใกล้กรุงเทพฯ 2026 พิกัดเดินเล่นวันหยุด

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

■ One Day Trip นครปฐม ฉบับวันเดียวครบ! เก็บครบทั้งของอร่อยและคาเฟ่แบบไม่ต้องรีบ

■ รีวิว Nicolo Coffee Ekkamai Corner ทีรามิสุทำสดถึงโต๊ะ กับคอนเซปต์ทำสดใหม่ถึงโต๊ะที่ EKKAMAI CORNER

แนะนำที่พักอัมพวา เรือนเสน่หา House of Passion

แนะนำที่พักอัมพวา เรือนเสน่หา House of Passion

House of Passion

อัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม อีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวกัน ด้วยความน่าสนใจของสถานที่ท่องเที่ยว ที่ยังคงอนุรักษ์ความเป็นดั้งเดิมเอาไว้ และอัมพวาก็อยู่ใกล้กับกรุงเทพฯ ทำให้สะดวกสบายกับการเดินทางมาก ๆ เช่นกันค่ะ  ซึ่งในวันนี้เราก็จะมาแนะนำที่พักสวย ๆ บรรยากาศดี ๆ ที่ชื่อว่า “เรือนเสน่หา House of Passion” ตามเข้ามาเยี่ยมชมที่พักแห่งนี้กันค่ะ

ที่เรือนเสน่หานี้ เป็นที่พักขนาดกะทัดรัด แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องพักที่มีให้เลือกถึง 5 แบบ มีสระว่ายน้ำ ห้องประชุมสัมมนา คาเฟ่ และร้านอาหารริมคลอง สามารถมานั่งจิบเครื่องดื่ม หรือทานอาหารได้ ตื่นเช้าก็มาใส่บาตรพระที่พายเรือมาได้อีกด้วยค่ะ

นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้ ๆ สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง เช่น ตลาดน้ำอัมพวา และวัดจุฬามณี ซึ่งสามารถเดินไปจากที่พักได้เลย สะดวกสบายมากค่ะ

เดี๋ยวเราจะพาเพื่อน ๆ มาดูห้องพักแต่ละแบบของที่นี่กันนะคะ ต้องบอกก่อนว่าห้องแต่ละแบบนั้น ก็จะมีการตกแต่งที่เป็นไปในโทนเดียวกันทั้งหมด ซึ่งผสมผสานกันระหว่างสไตล์ลอฟท์ กับความวินเทจแบบไทย ๆ ผนังห้องจะเป็นแบบปูนเปลือย ตกแต่งผนังด้วยรูปสวย ๆ เก๋ ๆ ประตู หน้าต่าง ทำด้วยไม้ ห้องน้ำสวยหรูอลังการมาก ๆ เพราะเป็นห้องน้ำหินอ่อนทั้งห้องเลยค่ะ มาดูรายละเอียดของห้องทั้ง 5 แบบกันค่ะ

 

Superior Queen Room

ห้องนี้เป็นห้องสำหรับพัก 2 ท่าน ขนาดห้อง 15 ตารางเมตร มีเตียงเดี่ยวขนาด 5 ฟุต 1 เตียง ห้องนี้ขนาดกะทัดรัดนะคะ แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องครบครัน ไม่ว่าจะเป็นทีวี ตู้เย็นมินิบาร์ กาน้ำร้อน ชา กาแฟ น้ำดื่ม และมุมแต่งหน้า แต่งตัวสำหรับสาว ๆ มีกระจก และไดร์เป่าผมให้ด้วยนะคะ

 

Deluxe Twin Room

ห้องนี้เป็นห้องสำหรับพัก 2 ท่าน ขนาดห้อง 19 ตารางเมตร โดยห้องนี้จะเป็นเตียงเดี่ยวขนาด 3.5 ฟุต 2 เตียงนะคะ ขนาดเตียงคือไม่เล็กเลยค่ะ นอนสบายมาก เหมาะสำหรับเพื่อน ๆ ที่มากัน 2 คน

ภายในห้องก็จะตกแต่งคล้าย ๆ กัน แต่ห้องนี้จะกว้างกว่าแบบแรก ทำให้สามารถใส่เฟอร์นิเจอร์เพิ่มเติมเข้ามาได้ ซึ่งห้องที่เรามาดูในวันนี้ จะมีโซฟาเดี่ยวสีแดง ตัวเล็ก ๆ วางไว้ให้ 1 ตัว เอาไว้นั่งเล่นชิล ๆ ในห้องได้ค่ะ

 

Junior Suite Room

 

ห้องนี้ก็เป็นห้องที่พักได้ 2 ท่านเช่นกันนะคะ แต่มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น มีพื้นที่ 22.5 ตารางเมตร ได้เตียงขนาดใหญ่ 6 ฟุตหนึ่งเตียงค่ะ นอนดิ้นกันได้อย่างสบายใจเลย เตียงกว้างมาก นอกจากนี้ยังมีโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง จัดเอาไว้เป็นพื้นที่สำหรับนั่งชิล ๆ ในห้องได้อีกด้วย ห้องที่เราได้เข้าไปดูนี้ แสงดีมาก ๆ เลยค่ะ เปิดหน้าต่างไปก็จะเจอกับสระว่ายน้ำเลย ชิลมาก ๆ

 

Duplex Suite Room

House of Passion

ห้องนี้เป็นห้องที่มีความเก๋มาก ๆ ค่ะ เพราะเป็นห้อง 2 ชั้น มีบันไดวนอยู่ภายในห้องเลยค่ะ ห้องนี้พักได้ 2 ท่าน ขนาดห้อง 28.5 ตารางเมตร บริเวณชั้นล่างจะมีโซฟาขนาดใหญ่ เป็นแบบเดย์เบดขนาด 3 ฟุต สามารถนอนเล่นได้เลย มีห้องน้ำ มีมุมแต่งตัว มุมทีวี

ในส่วนของเตียงนอนนั้นจะต้องเดินขึ้นบันไดวนไปชั้นบน ก็จะเจอกับเตียงขนาดใหญ่ 6 ฟุตค่ะ มีทีวีด้วยนะคะ สามารถนอนเล่นบนเตียงดูทีวีได้เลย

House of Passion

ต้องบอกเลยว่าถ้าสาว ๆ คนไหนที่เลือกพักห้องนี้ เตรียมชุดราตรียาว สีขาวฟูฟ่องมาถ่ายรูปได้เลย เพราะบันไดเค้าทำมาได้น่ารักมาก ๆ เป็นบันไดเป็นสีขาวลายฉลุอารมณ์แบบเหมือนอยู่ในคฤหาสน์เลยค่ะ

 

Grand Suite Room with Bathtub

เป็นห้องที่เราได้มาพักกันในวันนี้ค่ะ ภายในห้องจะแบ่งออกเป็น 3 โซน มีห้องนอน 2 ห้อง และห้องนั่งเล่น 1 ห้อง มีพื้นที่ทั้งหมด 46 ตารางเมตร ห้องนอนจะมี 2 แบบนะคะ ห้องแรกเป็นเตียง 6 ฟุต 1 เตียง ส่วนอีกห้องจะเป็นเตียงเล็กขนาด 3.5 ฟุต 2 เตียงค่ะ ภายในห้องก็จะมีทีวี และโต๊ะเครื่องแป้งให้อีกด้วย

ในส่วนของพื้นที่นั่งเล่น ก็จะมีเป็นมุมกาแฟ ตู้เย็นมินิบาร์ขนาดใหญ่เลยค่ะ มีทีวี และโซฟาขนาดใหญ่ ให้มานั่งเมาส์มอย พูดคุยกันได้ ความพิเศษของห้องนี้ก็คือ ในส่วนของห้องน้ำ ก็จะมีอ่างอาบน้ำ ให้แช่ตัวสบาย ๆ ห้องน้ำของห้องนี้กว้างมากกกกก มีส่วนที่เป็นฝักบัวแยกออกไปต่างหากด้วยนะคะ

มาดูรูปภาพบรรยากาศภายในโรงแรมกันค่ะ ก็จะมีมุมที่ตกแต่งด้วยของเก่าโบราณเอาไว้เยอะมาก ๆ มุมนี้แสงดี ถ่ายรูปสวยสุด ๆ ไปเลย สำหรับใครที่สนใจมาเที่ยวที่อัมพวา เราแนะนำว่าให้มาแบบ 2 วัน 1 คืน ตามไปอ่านแพลนที่ของเราได้ที่นี่

รายละเอียดเพิ่มเติม
พิกัด : https://g.page/HOPamphawa?share
เบอร์โทร : 089-6137-838
Facebook : เรือนเสน่หา

 

เคล็ดลับประหยัดพื้นที่ปลูกพืชสมุนไพรในถ้วยชา

0

เคล็ดลับประหยัดพื้นที่ปลูกพืชสมุนไพรในถ้วยชา

Herb เคล็ดลับประหยัดพื้นที่สำหรับบ้านไหนที่อยากจะประหยัดงบในการปลูกต้นไม่โดยใช้อุปกรณ์ของใช้ในบ้านมาเป็นไอเทมการใช้งานในการปลูกพืชสมุนไพรเองง่ายๆ ได้ที่บ้าน วันนี้ Inzpy มาแนะนำทริคเล็กๆ น้อยๆ ไปดูกันเลยherb

How to ปลูกพืชในถ้วยชา

อันดับแรกเราต้องเลือกถ้วยชา หรือแก้วกาแฟในลักษณ์ปากกว้าง ฐานแน่นกันหน่อย โดยหลีกเลี่ยงการใช้ถ้วยชาเล็ก เนื่องจากการดูแลที่ยาก และอาจะทำให้พืชนั้นได้รับน้ำไม่ถึงอีกด้วยนั้นเอง

เต่อด้วยการเติมส่วนผสมสำหรับปลูกลงในถ้วย แล้วนำเมล็ดไปปลูก มั่นรดน้ำให้เป็นเวลา จากนั้นวางถ้วยในมุมที่แสงสว่างสามารถส่องผ่านเข้ามาทางอ้อม ให้เข้าถึงต้นไม้ จากนั้นก็รอผลผลิตจากเมล็ดที่เราปลูกจากถ้วยชา หรือแก้วกาแฟที่ปลูกสมุนไพรนี้ไว้ในเรือนกระจกได้ ซึ่งเมล็ดจะใช้เวลางอกประมาณ 1-2 สัปดาห์

วิธีการดูแลต้นไม้จากถ้วยกาแฟ สำคัญอย่างไร

จากวิธีการขั้นต้นในการปลูกต้นไม้ก็รอเมล็ดสมุนไพรงอก และต้นกล้าโตสูงขึ้น 2-3 นิ้วแล้ว ให้เริ่มวางถ้วยตรงที่มีแสงแดดให้มากที่สุดเพื่อการเจริญเติบโตที่ดีที่สุด หากเราต้องการใช้สมุนไพรสำหรับในการทำอาหาร ประกอบกับจานสวยๆ ก็ควรจัดการพื้นที่ ปลูกในกระถางให้เพียงพอ

แต่การปลูกพืชสมุนนั้นเราสามารถปลูกลงกระถาง หรือ พื้นที่เล็กๆ จัดเป็นสวนมินิมอลให้น่าใช้ก็เป็นได้ หรืออาจจะปลูกลง ชาม ของใช้ที่มีฐานกว้าง ก็สามารถทำได้เช่นกันน้า และยังสามารถปลูกสมุนไพรในถ้วยชา เพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับเพื่อน และสมาชิกในครอบครัวได้อีกด้วย

อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

 

อเมซฟิตเปิดตัว “อเมซฟิต บิป 3” และ “บิป 3 โปร” สมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ลูกเล่นสุดคุ้ม

0

อเมซฟิตเปิดตัว “อเมซฟิต บิป 3” และ “บิป 3 โปร” สมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ลูกเล่นสุดคุ้ม

Amazfit อเมซฟิตแบรนด์อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะระดับโลกในเครือของเซปป์ เฮลท์ (Zepp Health) (NYSE: ZEPP) ประกาศเปิดตัว อเมซฟิต บิป 3 (Amazfit Bip 3) และอเมซฟิต บิป 3 โปร (Amazfit Bip 3 Pro) สมาร์ทวอทช์สุดคุ้มค่ารุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการ ซึ่งมีหน้าจอขนาดใหญ่พิเศษและฟังก์ชันด้านสุขภาพครบถ้วนรอบด้าน ตามสโลแกน “คิดบิ๊ก คิดถึงบิป” (Think Big, Think Bip) โดยผลิตภัณฑ์ใหม่ในซีรีส์อเมซฟิต บิป นี้ออกแบบมาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ กระฉับกระเฉง และเน้นปฏิบัติ

การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์

หน้าจอสีขนาดใหญ่พิเศษ

อเมซฟิต บิป 3 และบิป 3 โปร ล้วนมีหน้าจอสีขนาดใหญ่พิเศษถึง 1.69 นิ้ว ผลิตจากกระจกนิรภัย 2.5D และเคลือบป้องกันลายนิ้วมือ หน้าจอขนาดใหญ่พิเศษช่วยให้ผู้ใช้งานมองเห็นการแจ้งเตือนทั้งหมดได้อย่างชัดเจน เช่น สายเรียกเข้า ข้อความ การเตือนความจำ และข้อมูลด้านสุขภาพ และการออกกำลังกาย

ปรับแต่งหน้าปัดนาฬิกาให้เป็นส่วนตัว

ซีรีส์อเมซฟิต บิป 3 มีหน้าปัดนาฬิกาให้เลือกกว่า 50 แบบด้วยกัน ซึ่งบางแบบสามารถปรับแต่งได้ด้วยวิดเจ็ต (Widget) โดยทั้งหมดนี้พร้อมให้ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชันเซปป์ และผู้ใช้งานยังสามารถเพลิดเพลินไปกับตัวเลือกในการทำให้จอแสดงผลมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยการอัปโหลดรูปภาพของตัวเอง เพื่อแสดงตัวตนได้อย่างอิสระ

Amazfit

เพื่อนออกกำลังคู่กาย

อายุแบตเตอรี่ยาวนาน 14 วัน

ซีรีส์อเมซฟิต บิป 3 ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานจริงได้อย่างสูงสุด โดยเป็นสมาร์ทวอทช์ที่บรรจุแบตเตอรี่อันทรงพลังที่มีความจุพิกัด 280 มิลลิแอมป์ (mAh) ภายใต้รูปลักษณ์บางเบาพิเศษ ทำให้ใช้งานได้ยาวนานติดต่อกันถึง 14 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

ระบุพิกัดแม่นยำสูง

อเมซฟิต บิป 3 โปร มีระบบ GPS ในตัว พร้อมรองรับระบบระบุพิกัดดาวเทียมทั้งหมด 4 ระบบ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามการเคลื่อนไหวของตนด้วยความแม่นยำสูง ขณะที่อเมซฟิต บิป 3 รองรับการเชื่อมต่อ GPS ของโทรศัพท์มือถือ

ป้องกันน้ำในระดับ 5 ATM

ซีรีส์อเมซฟิต บิป 3 มาพร้อมกับระบบกันน้ำ 5 ATM ทำให้สามารถต้านทานแรงดันน้ำได้ลึกสูงสุดถึง 50 เมตร เพื่อให้ผู้ใช้งานได้สนุกกับการเล่นน้ำ พร้อมกันนี้ บิป 3 โปร ยังมีโหมดกีฬาว่ายน้ำในแหล่งน้ำกลางแจ้ง (Open Water Swimming) ในตัวอีกด้วย ทำให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามข้อมูลการว่ายน้ำของตนเองได้

พรั่งพร้อมด้วยโหมดกีฬา 60+ โหมด

อเมซฟิต บิป 3 มาพร้อมกับโหมดกีฬาถึง 60 โหมดที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามข้อมูลกีฬาได้ทุกประเภท ซึ่งรวมถึง การเดินในร่มและกลางแจ้ง การวิ่งและการปั่นจักรยาน ตลอดจนการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ โยคะ และการฝึกฟรีฟอร์มประเภทอื่น ๆ นอกจากนี้ สมาร์ทวอทช์ทั้งสองรุ่นยังมีฟังก์ชัน อัตราก้าวเป้าหมาย (Target Pace[1]) ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถกำหนดเป้าหมายอัตราการก้าวได้ และบิป 3 โปร ยังมาพร้อมกับโหมดว่ายน้ำในแหล่งน้ำกลางแจ้งแบบพิเศษเพื่อติดตามกิจกรรมเพิ่มเติมอีกด้วย

การจัดการสุขภาพแบบรอบด้าน

วัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด

เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าใจสภาพร่างกายของตนเองได้อย่างง่ายดาย ทั้งอเมซฟิต บิป 3 และบิป 3 โปร จึงมาพร้อมกับฟีเจอร์การวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด ซึ่งสามารถบอกผลลัพธ์ได้ภายใน 25 วินาที ผู้ใช้งานสามารถตรวจดูระดับออกซิเจนในเลือดได้เมื่อใดก็ตามที่รู้สึกไม่สบายหรือหายใจไม่ออก เพื่อตรวจสุขภาพแบบเรียลไทม์

นอนหลับดีขึ้น เครียดน้อยลง

ซีรีส์อเมซฟิต บิป 3 ติดตามข้อมูลด้านสุขภาพที่สำคัญ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ ระดับความเครียด คุณภาพการนอนหลับ (รวมถึงระยะการนอนหลับ และการงีบหลับพักผ่อนในเวลากลางวัน) และรอบประจำเดือนของผู้หญิง และเมื่อตรวจพบความเครียดในระดับสูง สมาร์ทวอทช์รุ่นนี้สามารถแจ้งเตือนให้ผู้ใช้งานฝึกหายใจเพื่อช่วยในการผ่อนคลาย

ระบบการประเมินสุขภาพพีเอไอ

ซีรีส์สมาร์ทวอทช์สุดคุ้มนี้ยังมาพร้อมกับระบบการประเมินสุขภาพพีเอไอ (PAI Health Assessment System) ที่ใช้อัลกอริทึมอัจฉริยะเพื่อนำข้อมูลสุขภาพและฟิตเนสแบบดั้งเดิม เช่น อัตราการเต้นของหัวใจและการนับก้าว รวมถึงข้อมูลที่เก็บมาจากกิจวัตรประจำวันของผู้ใช้งาน เช่น การเล่นกับสัตว์เลี้ยง แล้วนำทั้งหมดนี้มาแปลงเป็นค่าคะแนนเดียวที่ดูง่ายสำหรับผู้ใช้งานแต่ละคนโดยเฉพาะ

ราคาและการวางจำหน่าย

ปัจจุบัน อเมซฟิต บิป 3 สนนราคาอยู่ที่ 59.99 ดอลลาร์/59.90 ยูโร ส่วนอเมซฟิต บิป 3 โปร สนนราคาที่ 69.99 ดอลลาร์/69.90 ยูโร โดยซีรีส์อเมซฟิต บิป 3 จะวางจำหน่ายทั่วโลกตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2655 เป็นต้นไป

ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.amazfit.com/en/ 

ติดตามเราได้ทางเฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม, ทวิตเตอร์ และยูทูบ

เกี่ยวกับอเมซฟิต

อเมซฟิต (Amazfit) คือแบรนด์อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะชั้นนำระดับโลกที่มุ่งเน้นในด้านอุปกรณ์เพื่อสุขภาพและการออกกำลังกาย โดยเป็นแบรนด์ในเครือบริษัทด้านเทคโนโลยีสุขภาพอย่างเซปป์ เฮลท์ (Zepp Health) (NYSE: ZEPP) อเมซฟิตนำเสนอผลิตภัณฑ์มากมายทั้งสมาร์ทวอทช์ และสายรัดข้อมือ

สโลแกนของแบรนด์คืออัพ ยัวร์ เกม (Up Your Game) ซึ่งสนับสนุนให้ลูกค้าทำในสิ่งที่รักและแสดงพลังของตัวเองอย่างเต็มที่ อเมซฟิตขับเคลื่อนโดยแพลตฟอร์มการจัดการสุขภาพซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของเซปป์ เฮลท์ ซึ่งนำเสนอข้อมูลเชิงลึกและคำแนะนำบนคลาวด์ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง โดยเป็นข้อมูลที่นำไปใช้ได้จริงเพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานบรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพ ด้วยฝีมือการรังสรรค์สมาร์ทวอทช์อันโดดเด่น อเมซฟิตจึงได้รับรางวัลด้านการออกแบบมากมาย รวมถึงรางวัลไอเอฟ ดีไซน์ อวอร์ด (iF Design Award) และรางวัลเรดดอท ดีไซน์ อวอร์ด (Red Dot Design Award)

หลังจากเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2558 ปัจจุบันอเมซฟิตมีผู้ใช้งานหลายล้านคนทั่วโลก ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีจำหน่ายในกว่า 90 ประเทศ ครอบคลุมทวีปอเมริกา ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (EMEA) รวมถึงเอเชียแปซิฟิก (APAC)

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอเมซฟิตได้ที่ www.amazfit.com 

ชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเซปป์ เฮลท์ ได้ที่ www.zepphealth.com

อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

 

เตรียมตัวพบกับเทศกาลศิลปะ Bangkok Art Biennale 2022 ภายใต้คอนเซ็ป โกลาหล : สงบสุข

0

Bangkok Art Biennale (บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่) เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติที่จะจัดขึ้นทุกๆ สองปี

กำลังจะกลับมาจัดเป็นครั้งที่ 3 พร้อมเปิดรายชื่อศิลปินบางส่วนและสถานที่จัดงาน 11 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ให้เตรียมปักหมุดเดินชมงานศิลปะกันแล้ว

สำหรับ Bangkok Art Biennale 2022 หรือ BAB2022 จะกลับมาพร้อมคอนเซ็ปต์ “CHAOS : CALM โกลาหล : สงบสุข” ซึ่งจะสะท้อนภาพของกรุงเทพฯ ในปัจจุบันให้ทุกคนได้สัมผัสผ่านชิ้นงานของหลายศิลปินจากหลายสัญชาติ โดยความพิเศษคือในปีนี้จะมีศิลปินจากประเทศแอฟริกาใต้ เอธิโอเปีย และไนจีเรีย มาร่วมจัดแสดงผลงานเป็นครั้งแรกด้วย ทำให้พวกเราจะได้เห็นมุมมองและความสร้างสรรค์ใหม่ๆ จากศิลปินอีกมุมหนึ่งของโลก

ตอนนี้ทางผู้จัดงานเปิดรายชื่อศิลปินมาแล้วประมาณ 43 คน และบอกว่าจะมีเพิ่มอีกในเดือนสิงหาคม ส่วนโลเคชั่นที่จัดงานมีทั้งหมด 11 แห่ง ได้แก่

วัดพระเชตุพนฯ
วัดอรุณราชวรารามฯ
วัดประยุรวงศ์,
BACC
สามย่านมิตรทาวน์
มิวเซียมสยาม
เดอะ ปาร์ค
เดอะพรีลูด วันแบงค็อก
ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
JWD Art Space
เดอะพรีลูด วันแบงค็อก

 

 

 

 

 

 

 

 

และในพื้นที่เสมือนจริง

BAB Virtual

 

 

 


งานบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2022 จัดแสดงในสถานที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ วัด และโบราณสถานสาคัญ ล้วนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของไทย ที่เป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงศูนย์กลางธุรกิจท่องเที่ยวใจกลางกรุงเทพฯ ที่ถือเป็นจุดศูนย์กลางเที่ยวชมงาน โดยความพิเศษในปี 2022 เราเพิ่มพื้นที่จัดแสดงงานใหม่อย่าง ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่พร้อมเปิดให้บริการต้อนรับนักท่องเที่ยว และผู้รักงานศิลปะด้วยพื้นที่อันกว้างขวาง ทั้งยังมีแผนการจัดกิจกรรมของ BAB 2022 อย่างต่อเนื่อง และเพิ่มพื้นที่เสมือนจริง BAB Virtual Venue ที่จะใช้จัดแสดงผลงาน Digital Art แบบเต็มรูปแบบบนโลกออนไลน์ ซึ่งกาลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในวงการศิลปะ”

Bangkok Art Biennale 2022 ปักหมุดเริ่มจัดเทศกาลในวันที่ 22 ตุลาคม 2565 – 23 กุมภาพันธ์ 2566 และแน่นอนว่าเราจะมาเปิดภาพแรกให้ทุกคนดูก่อนใครเช่นเดิม

สำหรับรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติม

สามารถติดตามได้ทางเพจ BkkArtBiennale,
อินสตาแกรม @bkkartbiennale
เว็บไซต์ www.bkkartbiennale.com

อ้างอิง:


อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

เย็นตาโฟเจ๊ปุ๋ย ย้ายร้านแล้ว

สายก๋วยเตี๋ยวที่หาทานร้านเก่าแก่ บริเวณตรอกจันทร์ คงเคยไปทานร้าน เย็นตาโฟเจ๊ปุ๋ย กันแน่ ซึ่งเปิดมานานหลายสิบปี ตรงข้ามโครงการวนิลา มูน (Vanila moon) เป็นตึกแถวห้องเดียว แต่มีซอยเล็ก ๆ ทำเป็นโต๊ะอาหารอยู่ด้านในอีก แต่ปัจจุบันได้ย้ายร้านแล้ว หากใครไปร้านเดิมก็จะพบกับแมคโคร (Macro Food Service) เป็นที่เรียบร้อย

ร้านเจ๊ปุ๋ยมีความอร่อยครบทุกด้าน อย่างเย็นตาโฟของร้านจะมีเครื่องมาให้แบบครบ ๆ ทั้งลูกชิ้นปลา เกี๊ยวปลา เลือด เกี๊ยวกรอบ ฮือก๊วย และของทอดอย่างลูกชิ้นกุ้งทอด ลูกใหญ่ ๆ ที่หาร้านที่ใส่เครื่องครบทุกอย่างแบบนี้ยากแล้ว และที่สำคัญ น้ำซุปของร้านเจ๊ปุ๋ยมันกลมกล่อม เชง ๆ แบบซดแล้วสดชื่นมาก ยิ่งเป็นเย็นตาโฟ มันรู้สึกหอม หวาน ลึก ๆ ลงไป สำหรับชามครบเครื่องแบบนี้ ปัจจุบันขอขึ้นราคาเป็น  50 บาท ก็ถือว่าไม่แพงเลย

ภายในร้านที่ย้ายมา ทำเลอาจจะสู้ที่เดิมไม่ได้ แต่ทางร้านก็รักษาความสะอาด โดยการใช้โต๊ะ เก้าอี้ ที่เป็นสแตนเลสทั้งหมด ให้ความสะอาด เช็ดถูง่าย และมีโต๊ะไม่มาก แต่ยังคงความอร่อยไว้เหมือนเดิม

ทางร้านยังมีทีเด็ดนอกจากเย็นตาโฟ ก็จะเป็นก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ที่ใส่หมูชิ้น และหมูสับมาด้วย ตัวต้มยำก็จะใส่พริกเผามา เพิ่มสีจัดจาน แต่ไม่ทำลายรสชาติน้ำซุป และอีกทีเด็ดที่ต้องมาทานคู่กับก๋วยเตี๋ยวก็คือ ก๋วยเตี๋ยวหลอดที่นึ่งอยู่หน้าร้าน มีทั้งไส้หน่อไม้ กุยช่าย กะหล่ำปลี และมันแกว ที่มีแป้งบาง แต่ไส้มาแบบเยอะมาก

หน้าร้านก็ยังคงจัดเหมือนเดิม แต่จะเล็กลงหน่อย ที่มีรถเข็นอยู่ด้านหน้า และก๋วยเตี๋ยวหลอดอยู่อีกข้าง ทำเลที่ตั้งจะอยู่ใกล้กับแยกถนนจันทร์ ตัดกับถนนเจริญราษฐร์ ถ้ามาจากถนนเจริญกรุงจะอยู่ฝั่งซ้าย จะจอดรถยากหน่อย แต่สามารถไปจอดอพาร์ทเม้นท์ก่อนถึงได้ ยังไงก็แวะเข้าไปอุดหนุนร้านเก่าแก่กันได้เลยนะ ทางร้านยังมีบริการสั่งผ่านไรเดอร์หลายเจ้าด้วย ลองดูดรายละเอียดเพิ่มเติมตามด้านล่างนี้เลย

เย็นตาโฟเจ๊ปุ๋ย
พิกัด : Google Map
ที่อยู่ : 761/2 ถนนจันทน์ แขวง ทุ่งวัดดอน เขต สาทร กรุงเทพมหานคร 10120
โทร : 0824563701
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.30-17.30 น.
ลักษณะร้านค้า : ที่จอดรถริมถนน หรืออพาร์ทเม้นท์ ซอยจันทร์ 34
Facebook: เจ๊ปุ๋ย-เจ้าเก่า ตรอกจันทร์

ลองร้าน อีสาน ญวน