Home Blog Page 1024

DIOR ปรับราคาขึ้นรับต้นปี 2022 เลยจ่ะแม่!!

สวัสดีค่ะสาวกแบรนด์เนมทั้งหลาย เตรียมตัวเตรียมใจตั้งสติกันให้มั่น เพราะในวันนี้ Inzpy อยากจะมาอัปเดตราคากระเป๋าแบรนด์เนมไฮเอนด์สุดหรูหราอย่างแบรนด์ Dior อีกหนึ่งแบรนด์ในดวงใจที่สาวกใฝ่ฝันอยากครอบครอง ที่ได้ทำการขึ้นราคาต่อแบบไม่รอแล้วน้าาา ต้อนรับฉลองต้นปี 2022 กันไปเลยแบบจุก ๆ จ่ะแม่ ๆ โดยคนที่กำลังเล็งวางแผนจะซื้อกระเป๋าแบบจด ๆ จ้อง ๆ ลังเลว่าจะเอาดีหรือไม่เอาดี คงต้องน้ำตาร่วง เพราะต้องซื้อในราคาที่แพงขึ้น  และคงต้องขยายเวลาเก็บเงินเพิ่มกันอีกสักหน่อยเพื่อจะได้เป็นเจ้าของ

แต่สำหรับคนที่ตั้งใจจะขายเก็งกำไรก็คงจะยิ้มหน้าบาน เพราะราคาที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ในทุก ๆ ปี โดยในวันนี้เราได้รวบรวมราคากระเป๋าใหม่ของ Dior 4 รุ่นยอดฮิตตลอดกาล เอามาสรุปไว้ให้ทุกคนที่นี่แล้วค่ะ โดยราคาที่ปรับขึ้นมาคร่าว ๆ ราว 5,000 – 45,000 บาทกันเลยทีเดียว ซึ่งขึ้นอยู่กับรุ่นและขนาดของกระเป๋าด้วยค่ะ เราไปชมกันเลยดีกว่าว่ารุ่นไหนปรับราคาขึ้นเป็นเท่าไหร่กันบ้าง ส่วนใครที่สะดวก ใครที่ไหวนำหน้าไปจัดกันก่อนเลยจ้าาา

dior
Cr.photo ; dior.com
รุ่น Dior Bobby Bag

เริ่มที่ใบแรกกระเป๋ารุ่น Dior Bobby Bag ทำมาจากหนังวัว มีการดีไซน์ที่เป็นทรงโค้ง เรียบหรูผสมผสานสไตล์โบฮีเมียน ตกแต่งด้วยโลโก้ตัวย่อแบรนด์ CD เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นแบรนด์หรูอย่าง Christian Dior ซึ่งสามารถขึ้นแท่นเป็นกระเป๋าใบโปรดใบใหม่ของสาว ๆ หลายคนได้อย่างง่ายดาย ด้วยดีไซน์ที่เรียบหรูและคลาสสิก สามารถนำมาใช้ได้ทุกวัน นำไปแมตช์ลุคต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้หลากหลายโอกาส ตอบโจทย์สาว ๆ ได้ทุกสไตล์

มีให้เลือก 3 ขนาดด้วยกัน ตั้งแต่เล็ก-กลาง-ใหญ่ และทำออกมาให้เลือกถึง 4 สี ไม่ว่าจะเป็นสีดำ ขาว คาเมล และลายผ้าแคนวาส Dior Oblique ซึ่งมีฟังก์ชันที่ได้ทั้งสะพายไหล่ สะพาย Crossbody หรือจะถือหิ้วเก๋ ๆ ก็ย่อมได้ เนื่องจากมีสายสะพายที่สามารถถอดออกได้ เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกในการมิกซ์แอนด์แมตช์ สำหรับลุคในแต่ละวันของสาว ๆ ตามความต้องการ

ต้องบอกเลยว่าเซเลบทั้งไทยและเทศมีถือกันถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็น Jisoo Blackpink, Suzy, Somi, ใหม่ ดาวิกา, เก้า สุภัสสรา ฯลฯ เรียกได้ว่าไม่มีใบนี้ไม่ได้แล้วค่ะซิส คงต้องไปจัดมาสักใบแล้วล่ะ

  • Small Dior Bobby Bag

ราคาเก่า 110,000.-

ราคาใหม่ 115,000.- (เพิ่มขึ้น 5,000 บาท)

  • Medium Dior Bobby Bag

ราคาเก่า 125,000.-

ราคาใหม่ 130,000.- (เพิ่มขึ้น 5,000 บาท) ⇑

  • Large Dior Bobby Bag

ราคาเก่า 140,000.-

ราคาใหม่ 145,000.-  (เพิ่มขึ้น 5,000 บาท) ⇑

dior
Cr.photo ; dior.com
รุ่น Lady Dior Bag

ใบต่อมาทางเรามั่นใจมากว่ากระเป๋ารุ่นนี้ต้องเป็นกระเป๋าในดวงใจของใครหลาย ๆ คนอย่างแน่นอน เพราะกระเป๋ารุ่นนี้สามารถสะท้อนความสง่างดงามออกมาให้เราเห็นได้อย่างน่าทึ่ง ซึ่งเป็นหัวใจหลักสำคัญของแบรนด์ มีดีไซน์ที่เรียบหรู ทันสมัยและมีดีเทลที่ประณีตละเอียดอ่อน เป็นกระเป๋ารุ่นคลาสสิกของแบรนด์ที่คงความนิยมเหนือกาลเวลา ทำมาจากหนังแกะสุดหรูหรา

ความโดดเด่นสะดุดตาอยู่ตรงการใช้รูปแบบการตัดเย็บบุนวมสามมิติที่เรียกว่า “Cannage Quilting” (แพทเทิร์นคานนาจ) ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Dior ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเก้าอี้สานสไตล์นโปเลียนที่ 3 เป็นการตัดเย็บเป็นลายเส้นเล็ก ๆ ตัดไขว้กัน มีฝีเข็มที่มีขนาดเล็กมาก รอยตะเข็บเรียงเป็นระเบียบและมีการเว้นระยะที่สม่ำเสมอ ไม่บิดเบี้ยว ความกว้างของแต่ละฝีเข็มมีขนาดเท่ากันเป๊ะ เป็นเทคนิคที่มีความซับซ้อนและสวยงาม เป็นหนึ่งในรูปแบบการเย็บที่ยากที่สุด ที่ลอกเลียนแบบได้ยาก

นอกจากนั้นแล้วยังประดับตกแต่งด้วยตัวอักษรโลหะสีเงินเขียนคำว่า ‘D.I.O.R.’ เพิ่มความหรูหราอันน่าหลงใหล กระเป๋าใบนี้สามารถใช้ได้หลายแบบ ไม่ว่าจะถือ จะสะพายไหล่ หรือจะใส่แบบ Crossbody ก็ได้ความชิคเก๋ไปคนละแบบ มีให้เลือกทั้งหมด 5 สีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Black, Powder Pink, Blush, Cherry Red และ Latte

  • Small Lady Dior Bag 

ราคาเก่า 150,000.-

ราคาใหม่ 185,000.- (เพิ่มขึ้น 35,000 บาท)

  • Medium Lady Dior Bag

ราคาเก่า 165,000.-

ราคาใหม่ 200,000.- (เพิ่มขึ้น 35,000 บาท) ⇑

  • Large Lady Dior Bag

ราคาเก่า 175,000.-

ราคาใหม่ 220,000.-  (เพิ่มขึ้น 45,000 บาท) ⇑

dior
Cr.photo ; dior.com
รุ่น Dior Caro Bag

มาถึงใบที่ 3 กันแล้ว กระเป๋ารุ่นนี้ก็ฮอตฮิตไม่แพ้รุ่นอื่น ๆ เลยค่ะ โดยชื่อรุ่น “Caro” นั้น มีที่มาจากชื่อของน้องสาว Christian Dior ผู้ก่อตั้งแบรนด์ โดยเธอมีชื่อเต็ม ๆ ว่า “Catherine Dior” แต่เธอมักจะถูกเรียกด้วยชื่อเล่นย่อ ๆ ว่า “Caro” นั่นเอง โดยกระเป๋ารุ่นนี้มาจากคอลเลกชัน Dior Cruise 2021

เป็นกระเป๋าที่มีความโดดเด่นด้วยลวดลายสุดไอคอนิกของแบรนด์อย่างลาย “Cannage” ที่เหมือนกับรุ่น Lady Dior ด้วยเทคนิคการควิลท์ที่ใช้ฝีเข็มกว่า 18,700 ฝี เพื่อความละเอียดอ่อนสวยงาม นอกจากนั้นยังถูกประดับตกแต่งด้วยโลโก้โลหะสีทองตัวย่อรูป CD ที่เป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ที่มาพร้อมกับสายกระเป๋าที่เป็นโซ่เพิ่มความเก๋ไก๋ ทำมาจากหนังวัวที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ช่างเป็นกระเป๋าที่สร้างสรรค์ด้วยความพิถีพิถัน ที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงสมัยใหม่ได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่าเป็นกระเป๋ารุ่นใหม่ที่สาวสายแฟตัวแม่จะต้องมี ไม่งั้นอาจจะตกเทรนด์ได้นะจ๊ะ

  • Small Dior Caro Bag

ราคาเก่า 120,000.-

ราคาใหม่ 140,000.- (เพิ่มขึ้น 20,000 บาท)

  • Medium Dior Caro Bag

ราคาเก่า 135,000.-

ราคาใหม่ 155,000.- (เพิ่มขึ้น 20,000 บาท) ⇑

  • Large Dior Caro Bag

ราคาเก่า 145,000.-

ราคาใหม่ 165,000.-  (เพิ่มขึ้น 20,000 บาท) ⇑

dior
Cr.photo ; dior.com
รุ่น Dior Book Tote

เดินทางมาถึงใบสุดท้ายกันแล้วสำหรับในวันนี้ สำหรับใครที่กำลังมองหากระเป๋า Tote Bag อยู่ ทางแบรนด์ Dior ก็มีเจ้ารุ่น Book Tote เป็นตัวเลือกอีกหนึ่งใบที่เหมาะมากเลยค่ะ สามารถจุของได้เยอะ ถ้าได้เป็นเจ้าของรับรองว่าได้ใช้คุ้มค่าแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ที่สวยเก๋มีสไตล์ และเอกลักษณ์เฉพาะด้วยลาย Oblique สุดซิกเนเจอร์ ที่ไม่ว่าใครเห็นปุ๊บ ก็จะรู้ปั๊บในทันทีว่านี่เป็นกระเป๋าของ Dior นะจ๊ะ

นอกจากนั้นแล้วกระเป๋ารุ่นนี้เป็นที่ฮอตฮิตมากในหมู่ Blogger และ Influencers ทั้งในไทยและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นด้วยลวดลายที่สวยเก๋ ไม่เหมือนใคร สามารถนำไปแมตช์เข้ากับลุค ทั้งยังเข้าได้กับทุกสไตล์การแต่งตัว สิ่งที่พิเศษยิ่งไปกว่านั้นอีกขั้นก็คือ เราสามารถปักชื่อตัวเองบนกระเป๋าได้อีกด้วยนะ โดยเฉพาะยิ่งถ้าใช้เดินทางไปต่างประเทศด้วยนะ ยิ่งสะดวกมากเลยล่ะ เพราะกระเป๋านอกจากจะใหญ่แล้วยังเป็นทรง สามารถตั้งวางไปบนกระเป๋าเดินทางและรถเข็นได้พร้อม ๆ กัน พอจะขึ้นเครื่องก็สามารถถือเป็นกระเป๋า Carry on Bag สะดวกสบาย หิ้วขึ้นเครื่องกันแบบชิคเก๋กว่าใครแน่นอน

  • Mini Dior Book Tote

ราคาเก่า 80,000.-

ราคาใหม่ 85,000.- (เพิ่มขึ้น 5,000 บาท)

  • Small Dior Book Tote

ราคาเก่า 100,000.-

ราคาใหม่ 115,000.- (เพิ่มขึ้น 15,000 บาท) ⇑

  • Large Dior Book Tote

ราคาเก่า 105,000.-

ราคาใหม่ 120,000.-  (เพิ่มขึ้น 15,000 บาท) ⇑

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับราคาที่เรานำมาอัปเดตให้ทุกคนในวันนี้ ไม่ว่ายังไงกระเป๋า 4 รุ่นฮิตของ Dior ที่เราคัดมาให้ทุกคนในวันนี้ ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแต่ละใบแฝงไปด้วยเอกลักษณ์และความหรูหรา เป็นความสวยงามที่อมตะอยู่เหนือกาลเวลา ใช้ได้ในหลากหลายโอกาสและมูลค่ายังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามความต้องการของตลาดในทุก ๆ ปี หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้สาว ๆ ตัดสินใจซื้อกระเป๋ารุ่นนี้ได้ง่ายขึ้นไม่มากก็น้อยนะคะ เชื่อเถอะว่าการซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะสามารถปล่อยขายต่อได้ตลอดและกำไรก็ดีมากด้วยนะคะ

ส่วนแฟชั่นนิสต้าคนไหนที่เป็นทาสกระเป๋าตัวยงต้องไม่พลาดบทความ CHANEL เผยโฉมกระเป๋ารุ่นใหม่ “CHANEL 22” สวยจนสาวกต้องร้องกรี๊ดดด ถ้าใครยังไม่ได้เห็นต้องรีบไปส่องกันนะคะ และเตรียมตัวเสียตังค์กันไว้ได้เลย เพราะเราได้เอาข้อมูลกระเป๋าสวย มาป้ายยาไว้ให้ทุกคนที่นี่แล้ว อย่าลืมติดตามกันต่อ ว่าเราจะเอาเรื่องราวที่น่าสนใจในแวดวงแฟชั่นแบบไหนมาฝากทุกคนกันอีก ขอบอกเลยว่ามีอีกเพียบบบ แถมอัดแน่นไปด้วยคุณภาพอย่างแน่นอน รอชมกันเลยนะคะ อย่าหายไปไหนกันล่ะ!!

ทรีทเมนต์ผิวหน้าสไตล์ไทยกับ 5 สปาสุดหรูในกรุงเทพ

ทรีทเมนต์ผิวหน้าสไตล์ไทย กับ 5 สปาสุดหรูในกรุงเทพ – เมื่อชีวิตก้าวเข้าสู่ช่วงของการทำงานเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัวมาสักพัก หลายคนคงรู้สึกเบื่อ และต้องการการผ่อนคลายความเครียดไปพร้อมกับการฟื้นฟูร่างกายให้กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งหลายคนก็มีวิธีการพักผ่อน คลายเครียดที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะ ออกไปแฮงเอ้าท์กับเพื่อน ๆ ออกไปเที่ยวต่างจังหวัด ต่างประเทศ หรือจะนอนหลับอยู่บ้านทำกิจกรรมที่อยากทำเงียบ ๆ โดยขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน

แต่วันนี้สำหรับใครที่ไม่รู้จะพักผ่อนแบบไหนที่ได้พร้อมทั้งฟื้นฟูจิตใจ และผิวหน้าให้กลับมาสดใสได้อีกครั้งหลังจากที่ทำงานอย่างหนักหน่วง Inzpy ขอแนะนำการเข้าสปาเพื่อให้คุณได้ไปสัมผัสกับบริการที่คุณจะต้องรู้สึกผ่อนคลาย และมีความสุขไปกับการทำ ทรีทเมนต์ผิวหน้าเพื่อการพื้นฟูผิว และให้คุณได้พักผ่อนไปบนเตียงนุ่ม และกลิ่นหอมของบรรยากาศโดยรอบ

ทรีทเมนต์ผิวหน้าสไตล์ไทย กับ 5 สปาสุดหรูในกรุงเทพ
Cr: Photo www.freepik.com

การเข้าสปาถือเป็นหนึ่งในบริการที่สาว ๆ หลายคนชื่นชอบ และใฝ่ฝันที่จะเข้าใช้บริการทุก ๆ วัน เพื่อให้ร่างกายได้รับการดูแลแบบเจ้าหญิงในนิยาย วันนี้สำหรับสาว ๆ คนไหนที่กำลังหาสปาในการทำทรีทเมนต์ผิวหน้าสไตล์ไทย เรามี 5 สปาสุดหรูในกรุงเทพมาแนะนำ สามารถเลือกไปตามนี้ได้เลย

5 สปาสุดหรูทำทรีทเมนต์ผิวหน้าสไตล์ไทย

1.Anantara Spa

เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จัก Anantara ที่เป็นแบรนด์ โรงแรม รีสอร์ตชื่อดังระดับโลกที่ให้บริการห้องพักสุดหรูพร้อมทั้งบริการมากมาย ที่ใครเข้ามาใช้บริการจะต้องประทับใจ  ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า Anantara เองยังมี Anantara Spa ที่ให้บริการสำหรับสาว ๆ ที่ต้องการผ่อนคลายร่างกาย และฟื้นฟูผิวหน้าด้วยการทำทรีทเมนต์ผิว ซึ่งมีให้คุณเลือกทำทรีทเมนต์ผิวหน้าตามปัญหา หรือที่ต้องการได้เลย

ทรีทเมนต์ผิวหน้าที่ได้รับความนิยมของ Anantara คือ Intrasutical Rejuvenate Treatment เป็นทรีทเมนต์สำหรับทุกสภาพผิว ทำให้ผิวดูอ่อนวัย ฟื้นฟูผิวให้กลับมาชุ่มชื่นเหมือนเกิดใหม่อีกครั้ง หรือ Intrasutical Clarity Treatment ทรีทเมนต์ผิวสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิว ให้ผิวกลับมาเรียบเรียน และกระจ่างใสได้ดังเดิม

Anantara Spa  ทรีทเมนต์ผิวหน้าสไตล์ไทย กับ 5 สปาสุดหรูในกรุงเทพ

2.PANPURI

แบรนด์สปาสุดหรูที่ให้บริการอย่างอบอุ่น และมีให้คุณเลือกใช้บริการทั้งหมด 2 สาขาด้วยกันในกรุงเทพ ซึ่งแต่ละแห่งนั้นตั้งอยู่ใจกลางเมืองที่ง่ายต่อการเดินทางอีกด้วย หลายคนคงรู้จัก PANPURI ในฐานะแบรนด์สกินแคร์ที่มีผลิตภัณฑ์คุณภาพมากมาย และมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์แบบไทย ๆ นอกจากผลิตภัณฑ์สกินแคร์แล้ว ที่ PANPURI ยังมีบริการสปา และทรีทเมนต์สำหรับผู้ที่ต้องการการผ่อนคลาย และดูแลสุขภาพไปในตัวด้วย

PANPURI มีให้บริการทรีทเมนต์สำหรับสาว ๆ ที่ต้องการฟื้นฟูผิวที่ใช้งานมาอย่างหนักให้กลับมาสดใสได้ใน 1 วัน ไม่ว่าจะเป็น การทำให้หน้าอ่อนเยาว์ ด้วย Organic Foot Ritual + Lotus Defense Rejuvenating Facial + Organic Refreshments ที่เป็นสูตรเฉพาะของ PANPURI หรือ ทรีตเมนต์ออนเดอะร็อค หินร้อน ที่เปิดให้บริการทุกวัน สำหรับใครที่ไปวันธรรมดา อย่างวันจันทร์-ศุกร์ อาจจะได้รับส่วนลดเพิ่มเติมอีกด้วย

PANPURI ทรีทเมนต์ผิวหน้าสไตล์ไทยกับ 5 สปาสุดหรูในกรุงเทพ

3.PHOTHALAI LEISURE PARK

โพธาลัย เลเชอร์ ปาร์ค อาณาจักรแห่งการผ่อนคลาย อีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่จะต้องมาเยือน สำหรับบริการ Phothalai Spa ที่นี่ก็มีให้บริการเช่นเดียวกัน ซึ่งบอกเลยว่าหรูหรามาก ๆ เหมาะกับการมาพักผ่อนในโอกาสพิเศษจริง ๆ ที่ Phothalai Spa นั้นมีบริการทั้งนวดแผนไทย นวดน้ำมัน และทรีทเมนต์ ที่คัดสรรบุคลากร และวัตถุดิบที่ดีที่สุดในโลกมาให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์ที่แสนผ่อนคลาย

สำหรับการทำทรีทเมนต์ของ Phothalai Spa มีให้บริการอยู่ 3 แบบให้เลือก คือ Relaxing Facial เป็นทรีทเมนต์ฟื้นฟูผิวแห้ง ความคล้ำจากแดด ให้กลับมากระจ่างใสขึ้น ด้วยผลิตภัณฑ์ชั้นนำจาก Biodroga ต่อมาคือ Anti-Aging Facial เป็นทรีทเมนต์คืนความอ่อนเยาว์ ด้วยขั้นตอนมากมายจาก Phothalai Spa ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมา และสุดท้ายคือ Revitalize Facial ทรีทเมนต์ที่จะช่วยขจัดของเสีย และสิ่งสกปรกที่ฝังลึกบนใบหน้าให้หมดไป

PHOTHALAI LEISURE PARK ทรีทเมนต์ผิวหน้าสไตล์ไทยกับ

4.Let’s Relax

เพื่อความผ่อนคลาย และบรรเทาความตึงเครียด Let’s Relax เป็นหนึ่งในสถานที่ที่จะมอบประสบการณ์สปาที่ดีที่สุดให้กับคุณได้อย่างแน่นอน การให้บริการทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น นวด หรือ ทรีทเมนต์ เป็นการให้บริการที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันนับตั้งแต่เริ่มต้นจนจบเพื่อให้ทุกคนที่มาใช้บริการประทับใจมากที่สุด ด้วยมาตรฐานที่สูงของ Let’s Relax Spa ที่ได้รับการยอมรับเสมอมา

Let’s Relax Spa นั้นมีบริการทรีทเมนต์ใบหน้าที่ขึ้นชื่อ คือ การนวดหน้า 10 ขั้นตอน ด้วยผลิตภัณฑ์จาก Dr. Spiller Pure SkinCare Solutions ที่จะเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับคุณได้อย่างแน่นอน ในแพ็กเกจการนวดแบบ 10-Step Facial Soothing Massage ที่เป็นการทำความสะอาดผิวหน้าอย่างล้ำลึก 4 ขั้นตอน จากนั้นจะทำการสครับผิวอย่างอ่อนโยน ต่อด้วยการฟื้นฟูและปรับสภาพผิวพร้อมรับการบำรุงอย่างล้ำลึกในขั้นตอนต่อไป ก่อนจะนำเซรั่มสกัดเข้มข้นมาโชลมลงบนผิวหน้าอย่างอ่อนโยน

Let's Relax ทรีทเมนต์ผิวหน้าสไตล์ไทย

5.Oasis Spa

Oasis Spa สปาชั้นนำของไทย ที่สุดแห่งความผ่อนคลายที่คุณสามารถสัมผัสได้ในกรุงเทพ ที่จะคอยฟื้นฟู และปรนนิบัติร่างกายอย่างแท้จริง กับการให้บริการจากผู้เชี่ยวชาญ และผลิตภัณฑ์ชั้นนำที่คัดสรรเป็นอย่างดีเพื่อให้ลูกค้าทุกคนได้รับความประทับใจที่สุด ด้วยมาตรฐานระดับสากล ภายใต้แนวคิดที่มุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศในด้านการให้บริการมาตลอดระยะเวลา 17 ปี

สำหรับทรีทเมนต์ผิวหน้าของ Oasis Spa มีให้เลือกอยู่หลายสูตร ไม่ว่าจะเป็น สูตร อาฟเตอร์ ซัน ฟื้นฟูผิวหลังออกแดด ด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสำหรับผิวที่ขาดน้ำและถูกแสงแดดทำร้ายใน 5 ขั้นตอน ,สูตร ดีทอกซิฟาย์ กระตุ้นการผลัดผิว เป็นการขับสารพิษสะสมบนผิวหน้า เน้นการขจัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพเผยผิวใหม่ที่แข็งแรง ,สูตร เซนซิทีฟ สำหรับผิวแพ้ง่าย และ สูตร สมุนไพรไทย สำหรับผิวธรรมดา จากการผสมผสานของผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ

Oasis Spaทรีทเมนต์ผิวหน้าสไตล์ไทย

ทั้งหมดนี้เป็นสปาไทยสุดหรูในกรุงเทพ ที่คุณสามารถเข้าถึงได้ง่ายโดยไม่จำกัดความแตกต่าง พร้อมที่จะให้บริการทุกท่านอย่างประทับใจ สำหรับใครที่กำลังหาที่พักผ่อน และต้องการการดูแลฟื้นฟูผิวไปในตัว ทั้ง 5 สปา ทรีทเมนต์ผิวหน้าสไตล์ไทย ที่เราแนะนำไปนี้จะช่วยปลอบประโลมจิตใจ และผิวพรรณของคุณให้กลับมามีชีวิตชีวาได้อย่างแน่นอน

พลิกชีวิตให้ปัง ด้วย การเลือกทาลิปสติกตามราศี Ep 3

พลิกชีวิตให้ปัง ด้วย การเลือกทาลิปสติกตามราศี Ep 3 – เมื่อรู้สึกไม่ดีขึ้นเมื่อไหร่สิ่งที่จะช่วยเยียวยา และทำให้รู้สึกดีได้คงหนีไม่พ้นเรื่องของการสวดมนต์ขอพร พร้อมกับการเช็กดวงชะตา เพื่อให้จิตใจนั้นเกิดความสงบมากยิ่งขึ้น การดูดวงชะตาไม่ได้เป็นสิ่งที่เลวร้ายอะไรเลย แต่มันกลับเป็นสิ่งที่ทำให้หลายคนเกิดแรงผลักดันในการก้าวสู่เป้าหมายความสำเร็จ ยิ่งมีการเสริมดวงเข้าไปยิ่งทำให้หลายคนเกิดความมั่นใจในตัวเองมากยิ่งขึ้น

อย่างที่รู้กันปัจจุบันการเสริมดวงให้ปังมีอยู่หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญขอพรบวกกับการทำพิธีกรรมต่าง ๆ ที่อาจจะมีค่าใช้จ่ายที่สูง และต้องมีเวลาในการทำ ซึ่งมันอาจจะไม่เหมาะกับผู้หญิงสายหวานอย่างเรา ๆ แต่มันจะมีอีกหนึ่งวิธีในการเสริมดวง คือการเลือกใช้สีมงคลเพื่อเสริมชะตาชีวิตให้ไปในทางที่ดีมากขึ้น เช่น การใส่เสื้อผ้าตามสีมงคล หรือใช้กระเป๋าตามสีมงคล เป็นต้น

พลิกชีวิตให้ปัง ด้วย การเลือกทาลิปสติกตามราศี Ep 3
Cr: Photo www.freepik.com

ใน Ep ที่ 3 นี้ Inzpy จะมาต่อกันที่การเลือกลิปสติกสีมงคลตามราศีอีก 4 ราศีที่เหลือคือ ราศีธนู ,ราศีมังกร ,ราศีกุมภ์ และ ราศีมีน ซึ่งแต่ละราศีจะสามารถใช้สีลิปสติกอะไรได้บ้างไปดูกันเลย

เลือกทาลิปสติกตามราศี

ราศีธนู

ชาวราศีธนูคนไหนที่คิดว่ากำลังจะซื้อรถ ซื้อบ้าน หรือสิ่งของที่มีมูลค่ามาก ๆ ในปี 2565 บอกได้เลยว่าจะประสบผลสำเร็จในการซื้ออย่างแน่นอน และคุณมีสิทธิที่จะได้โชคจากที่อยู่อาศัย บ้านเลขที่ หรือเจ้าที่เจ้าทาง ควรบูชาขอพรแล้วจะสมหวัง สำหรับสีมงคล คือ สีเหลืองเข้ม สีส้ม จะช่วยส่งเสริมบุคลิกและความคิดให้ก้าวหน้า ส่วนสีเหลือง สีชมพู และสีม่วง จะช่วยเสริมสติปัญญาช่วยปลอบโยนจิตใจ

ลิปสติกสีมงคลของชาวราศีธนูสามารถเลือกไปในโทน สีส้ม สีนู้ด สีชมพู และสีม่วงได้ หรือจะเลือกแพคเกจจิ้งตามสีที่เป็นมงคลก็ได้เช่นกัน เช่น GIVENCHY Le Rouge Sheer Velvet Lipstick สี N18 Nude Fumé เป็นสีที่จะช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี

หรือจะเป็น BENEFIT COSMETICS Chachatint Cheek & Lip Stain สามารถเปลี่ยนให้คุณดูสดใส และมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น

ราศีธนู การเลือกทาลิปสติกตามราศี Ep 3

ราศีมังกร

โดยพื้นฐานแล้วชาวราศีมังกรเป็นคนที่มีจิตใจที่มั่นคงอยู่แล้ว ยิ่งในปี 2565 ยิ่งมีจิตที่มั่นคงเข้มแข็งยิ่งกว่าเดิม เรื่องที่โดดเด่นของคนมังกรในปีนี้จะเป็นเรื่องการติดต่อเจรจา จะสำเร็จ ปิดการขายได้ มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ดังนั้นการเลือกสีลิปสติกนั้นจะต้องเลือกให้ดี สำหรับสีมงคล คือ สีดำ สีม่วง สีน้ำตาลเข้ม จะช่วยส่งเสริมด้านการเงิน การงาน และ ม่วง สีคราม สีเทา จะช่วยเสริมในเรื่องสมาธิการโฟกัสชีวิตของคุณให้ชัดเจน

การเลือกลิปสติกสีมงคลของชาวราศีมังกรสามารถเลือกไปในโทนสี ม่วง ชมพู น้ำตาล และสีนู้ดได้ แต่ไม่ควรทาลิปสีแดง เพราะเป็นสีอัปมงคลสำหรับชาวราศีนี้ หรืออาจจะเลือกแพคเกจจิ้งตามสีที่เป็นมงคลก็ได้เช่นกัน เช่น Rouge Dior Couture Color Refillable Lipstick สี 724 Tendresse ที่จะช่วยเสริมดวงการเงินให้กับสาว ๆ ได้เป็นอย่างดี

หรือจะเป็น HUDA BEAUTY Power Bullet – Matte Lipstick สี Board Meeting ที่สามารถเปลี่ยนให้คุณดูมีพลังมากยิ่งขึ้น

ราศีมังกร

ราศีกุมภ์

ชาวราศีกุมภ์ในปี 2565 จะมีเงินทองเข้ามาตลอดปี การเงินโดดเด่นแบบฉุดไม่อยู่ รวมทั้งเรื่องของโชคลาภที่จะได้มาแบบไม่ทันตั้งตัว และคนที่ต้องการก้าวเข้าสู่วงการ หรือต้องการเป็นที่รู้จักบอกเลยว่า คุณสามารถสร้างชื่อเสียงได้ง่าย ๆ ในปีนี้ สำหรับสีมงคลของชาวราศีกุมภ์ คือ สีฟ้าอ่อน สีม่วง สีขาว จะช่วยเสริมพลังในการคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ และสีดำ สีเทา สีน้ำตาล จะช่วยเพิ่มสติปัญญาให้ปลอดโปร่งยิ่งขึ้นในการคิดไอเดียใหม่ ๆ

สีลิปสติที่ชาวราศีกุมภ์ควรเลือกนั้นควรจะอยู่ในสีโทน ม่วง ชมพู น้ำตาล และนู้ด ที่จะช่วยส่งเสริมให้คุณเป็นคนที่น่าเชื่อถือ และโชคดีในเรื่องต่าง ๆ อีกด้วย เช่น TOM FORD BEAUTY Lip Color Matte สี 724 Tendresse เป็นลิปสติกที่หรูหราเหมาะกับชาวราศีกุมภ์มาก ๆ

หรือจะเป็น LANCÔME L’Absolu Rouge Intimatte Lipstick สี 292 Plush Love สีโทนม่วงชมพู ที่มาพร้อมกับด้ามสีน้ำตาลที่จะช่วยเพิ่มโชคลาภ

ราศีกุมภ์

ราศีมีน

เป็นอีกหนึ่งราศีที่มีเรื่องการเงินที่โดดเด่น ชาวราศีมีน ดวงการเงิน และโชคลาภจะโดดเด่นมากที่สุด มีเงินก้อนเข้ามา ธุรกิจมีผลกำไร โดยราศีนี้จะมีผู้หลักผู้ใหญ่ช่วยเหลือ ซัพพอทดีในเรื่องการงานอยู่ตลอดทั้งปี และสีที่เป็นมงคลที่จะช่วยส่งเสริมชาวราศีมีน คือ สีเหลือง สีส้ม สีชมพู จะช่วยส่งเสริมด้านการงานและความสัมพันธ์ และ สีม่วง สีแดง สีเขียว สีขาว จะช่วยส่งเสริมเรื่องของความมั่นใจเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ

การเลือกทาลิปสติกของคนราศีมีนนั้นไม่ยากเลย เพราะแต่ละสีมงคลเป็นสีที่สดใสเข้ากับบุคลิกของชาวราศีมีนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสีส้ม สีชมพู สีม่วง และสีแดง พูดได้เลยว่าชาวราศีนี้สามารถทาได้ทุกสีเลยก็ว่าได้ แต่เพื่อให้ปังกว่านั้นแพคเกจจิ้งก็สำคัญควรเลือกสีที่เป็นมงคลในการใช้ด้วย เช่น DIOR Rouge Dior Ultra Care Flower Oil Liquid Lipstick ลิปสติกที่มาในโทนสีแดง และมีแพคเกจสีแดงที่จะช่วยทำให้ดวงของคุณโดดเด่นยิ่งขึ้น

หรือจะเป็น ANASTASIA BEVERLY HILLS Matte & Satin Velvet Lipstick สี Rose Dream (Satin) ทั้งสีลิปสติก และด้ามลิปสีชมพูโรสโกลด์ เป็นสีที่เพิ่มความหรูหราให้กับผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี

ราศีมีน

# การเลือกทาลิปสติกตามราศี Ep 3

ปลดล็อกความเฮง ด้วย 5 จุดโหงวเฮ้งที่สำคัญบนใบหน้า

0

ปลดล็อกความเฮง ด้วย 5 จุดโหงวเฮ้งที่สำคัญบนใบหน้า

5 จุดโหงวเฮ้งที่สำคัญบนใบหน้า

5 จุดโหงวเฮ้งที่สำคัญบนใบหน้า… “โหงวเฮ้ง” เป็นศาสตร์ชั้นสูงของชาวจีนมาแต่โบราณ ใช้พยากรณ์ความเจริญรุ่งเรือง และความสำเร็จในชีวิตของบุคคล มีความเชื่อว่าศาสตร์โหงวเฮ้งสามารถแก้ไขปัญหาคนดวงตกตั้งแต่เกิดได้ เรียกง่าย ๆ ว่าศาสตร์โหงวเฮ้งใช้ในการทำนายชีวิต เพื่อแก้ไขปัญหาหรือส่งเสริมสำหรับผู้ที่โหงวเฮ้งไม่ดีหรือผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จและมั่งคั่งในชีวิต

ซึ่งบางคนยอมทุ่มเงินไปทำศัลยกรรมเพื่อเสริมโหงวเฮ้ง ปรับลุคให้ดูดีขึ้นทั้งภาพลักษณ์และโชคชะตา โหงวเฮ้ง เป็นภาพรวมทุกอย่างของคนเรา ตั้งแต่ คิ้ว ตา จมูก ปาก ใบหู หน้าผาก โหนกแก้ม กราม ไปจนถึงการเดิน น้ำเสียง แต่จุดที่สำคัญที่มีการพูดถึงมากที่สุดคือ.. คืออะไร ก็ต้องเลื่อนลงไปอ่านต่อด้านล่างนะคะ 🙂

1.หน้าผาก

5 จุดโหงวเฮ้งที่สำคัญบนใบหน้า

หน้าผาก บ่งบอกสติปัญญา หน้าที่การงาน วาสนาชีวิต โชคลาภ การเงิน ความร่ำรวย… ซึ่งหน้าผากที่ดีต้องมีลักษณะนูน หน้าผากอิ่มเอิบ ไม่ลีบแบน ไม่มีรอยตำหนิบนหน้าผาก โดยเฉพาะผู้ชายหน้าผากใหญ่และอิ่มเอิบ จะหมายถึงวาสนาดี ทำงานค้าขายร่ำรวย ส่วนผู้หญิงหน้าผากกว้างและสูงเกินไป ส่วนใหญ่มักหาเนื้อคู่ยาก

หน้าผากที่ดีจะต้องมีความกว้างพอประมาณ และโหนกนูน ที่สำคัญต้องไม่มีริ้วรอยเป็นคลื่นหรือเป็นลอน หรือร่องกระดูก หากหน้าผากกว้างได้มาตรฐานเท่ากับฝ่ามือตนเองนั้นแสดงให้เห็นถึงสติปัญญาที่ดี ชอบการเรียนรู้ กระตือรือร้น ขยัน อดทน สามารถแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้ดี หากหน้าผากกว้างกว่าฝ่ามือ จะมีแต่คนอุปถัมภ์ ชีวิตไม่ถูกบีบคั้น

2.คิ้วและตา

5 จุดโหงวเฮ้งที่สำคัญบนใบหน้า

คิ้ว จะพิจารณาควบคู่กันกับ ดวงตา และยังรวมไปถึงหน้าผากด้วย คิ้วและดวงตา บ่งบอกความคิด สติปัญญา การแก้ไขปัญหาในชีวิต ความรู้สึกนึกคิดต่าง ๆ รวมทั้งเรื่องสุขภาพ การเงิน ความรัก ความเศร้าหมองในชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่พบว่าผู้คนที่วาสนาดี สติปัญญาดี ทำอะไรก็ประสบความสำเร็จในชีวิต มักเป็นคนที่มีแววตาเปล่งประกายสดใส

ลักษณะของคิ้วและตาที่ดี ต้องมีหางคิ้วและหางตาที่ไม่ตก หากตาตกจะทำให้ใบหน้าดูเศร้าหมองไม่สดใส ลักษณะตาคือต้องสดใส เพราะดวงตาสามารถสื่ออารมณ์ ความรู้สึกได้ ทั้งความโกรธ เกลียด ความขยัน ขี้เกียจ แววตาที่สดใสจะช่วยสื่อถึงความกล้าหาญและอดทน ซึ่งคิ้วและตาจะเป็นส่วนที่ต้องคอยเปิดรับสิ่งดี ๆ ดังนั้นรูปคิ้วจะต้องเหมาะสม แววตาแจ่มใส เป็นไปตามรูปหน้า ส่วนคิ้วที่ดี หางคิ้วต้องยาวเสมอหางตา หรือยาวเลยหางตาเพียงเล็กน้อย เส้นขนคิ้วเรียงเส้นขนเป็นแนวนอนจากหัวตาไปทางหางตา อย่างเป็นระเบียบ

2.จมูก

จมูก ถือได้ว่าเป็นส่วนสำคัญของใบหน้าเลยทีเดียว และเป็นอวัยวะที่คนนิยมไปแก้ไขกันบ่อยที่สุดแล้วแม่ ลักษณะของจมูกจะบ่งบอกได้ถึงนิสัยใจคอ ความคิด จิตใจ อำนาจวาสนา รวมถึงยังบ่งบอกทรัพย์สินเงินทอง ทรัพย์สมบัติ ความมั่งคั่งร่ำรวย โดยส่วนใหญ่คนจมูกรูปชมพู่ มักเก็บเงินเก่ง ส่วนใหญ่จะได้เป็นเจ้าสัว หรือผู้หญิงมักเป็นเศรษฐีนี แต่หากจมูกหักหรือมีรอยบุ๋มบนดั้งจมูก มักหมายถึงคนที่เก็บเงินไม่อยู่ หาเท่าไหร่ก็หมด..

จมูกที่ดีต้องเป็นสันตรงตลอดแนว ไม่ว่าจมูกจะใหญ่หรือเล็กต้องมีเนื้อแน่นอิ่มเต็ม ถ้าสันจมูกนูนสูงใหญ่ หมายถึงการมีสุขภาพแข็งแรง การเงินดี ปีกจมูกจะหมายถึง โชคลาภ หากปีกจมูกมีความกลมมนก็หมายถึงมีเงินมาก มีความโชคดีเกี่ยวกับเงินทองนั่นเอง

3.ปาก

ปาก บ่งบอกลักษณะนิสัย การพูดจา ความจริงใจ ลักษณะการทำมาหากิน โดยคนที่มีริมฝีปากบนยื่นออกมาเล็กน้อย เป็นกระจับ มักประสบความสำเร็จกับอาชีพที่ต้องใช้ทักษะการพูด เช่น อาชีพค้าขาย MC พิธีกร นักแสดง ดารา นักร้อง เป็นต้น ปากที่ดี ต้องเข้ากับรูปหน้าและอวัยวะอื่น ๆ ด้วย

ลักษณะของปาก บ่งบอกถึงอุปนิสัย จิตใจ ความซื่อตรง อารมณ์ สุขภาพของเราได้ ตามหลักโหงวเฮ้งลักษณะปากที่ดีต้องมีขอบ มีหยัก มุมปากทั้ง 2 ข้างตรงหรือช้อนขึ้นเล็กน้อยและได้รูปกับใบหน้า ขนาดของปากที่ได้มาตรฐานต้องลากเส้นจากกึ่งกลางลูกตาดำขณะมองตรงมาจนถึงมุมปากทั้ง 2 ข้าง บางคนต้องการผ่าตัดให้ปากบาง ขณะที่ตัวเองใบหน้าใหญ่ กรามกว้าง ก็จะดูไม่เข้ากัน เพราะฉะนั้นต้องดูหลาย ๆ อย่างรวมกันประกอบด้วยนะคะ

4.คาง

คาง บ่งบอกถึงเรื่องชื่อเสียง และการมีวาสนา ซึ่งลักษณะคางที่ดี ต้องไม่สั้นและหุบจนเกินไป จะช่วยเรียกทรัพย์ได้ ในระยะยาวจะไม่ลำบาก มีเงินใช้ไม่ขาดมือ และจะต้องกลมมน ได้รูป ไม่แหลมเป็นกระดูก ไม่แบน จะเป็นคางที่แสดงถึงอำนาจ ความกล้าหาญ กำลังใจที่ดี และการจัดการกับบริวารที่ดีได้ด้วย ในขณะเดียวกันก็จะบ่งบอกถึงความรักความราบรื่นที่ดีได้ด้วย

โหงวเฮ้งเป็นศาสตร์การดูลักษณะใบหน้าที่มีความเชื่อมาจากประเทศจีน ที่ไม่ใช่แค่เรื่องของการดูหน้าคนแล้วบอกได้ว่าคนนี้หน้าตาดี สวย มีเสน่ห์ แต่โหงวเฮ้งหมายถึงลักษณะดี 5 ส่วนของใบหน้า ซึ่งสิ่งสำคัญของโหงวเฮ้งคือ ภาพรวมของหน้าจะต้องสะอาดและสมดุล เพราะนอกจากจะถูกต้องตามหลักโหงวเฮ้งแล้ว ยังช่วยเสริมความมั่นใจได้อีกด้วย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ใครที่มีแพลนว่าจะไปศัลยกรรม ควรจะปรึกษาคุณหมอ และดูคลินิกที่น่าเชื่อถือด้วยนะคะ หรือจะไปปรึกษาที่นี่ก็ได้ค่ะ ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่ง โรงพยาบาลกรุงเทพ  เพื่อความสวยที่ปัง และความปลอดภัยของเราเนอะ คราวหน้า Inzpy จะมีอะไรดี ๆ มาฝากทุกคนกันอีก รอติดตามกันด้วยนะคะ

แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ไม้ ฝีมือคนไทย  BY สวนป่าคุณพ่อ

แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ไม้ ฝีมือคนไทย  BY สวนป่าคุณพ่อ

แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ไม้ ฝีมือคนไทย  BY สวนป่าคุณพ่อ เฟอร์นิเจอร์สไตล์เรียบง่ายที่ถูกออกแบบการใช้งานแบบเรียบๆ จากการประยุกต์ การออกแบบดีไซน์วัสดุการใช้งานเป็นงานไม้ที่สามารถใช้งานได้จริง เริ่มต้นแต่งานไม้ชิ้นเล็กไปจนถึงชิ้นใหญ่ไม่ว่าจะเป็น แจกันไม้ตั้งโต๊ะ เก้าอี้ โต๊ะ เป็นต้น ซึ่งแต่ละชิ้นก็เป็นงานที่เพิ่มคุณค่าด้วยเอกลักษณ์ของตัวแบรนด์เอง ว่าแต่จะมีดีไซน์แบบไหนบ้าง ตาม Inzpy ไปดูกันจ้า..

แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ไม้

แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ไม้ฝีมือคนไทย อย่าง สวนป่าคุณพ่อเป็นการถ่ยทอดมรดกของครอบครัวชาวเกษตรกรที่ยังอยากเพิ่มคุณค่าของต้นไม้ในถิ่นฐานที่เติบโตมา และ เป็นการสร้างต้นไม้ที่นำมาสร้างเป็นชิ้นงานเกิดจากการตัดสางต้นไม้

ในหนึ่งแปลงที่มีความหนาแน่นและเบียดชิดกันเกินไป การตัดสาง (Thinning) คือวิถีการดูแลสวนป่าของเกษตรกรที่เมื่อต้นไม้ในสวนป่ามีอายุขัย 15-20 ปี หากปล่อยให้แต่ละต้นมีความใกล้ชิดกันมาก ต้นไม้จะไม่อ้วนใหญ่ขึ้นแต่สูงชะลูดเกินไป ทำให้ต้องมีการตัดสางเพื่อให้ต้นไม้ที่เหลือได้เติบโตเป็นต้นใหญ่ต่อไป ซึ่งต้นไม้ที่เลือกตัดเหล่านี้ตั้งใจให้เหมาะกับแต่ละชิ้นงาน เลือกคัดไม้ที่ได้มาตรฐาน ก่อนจะนำไปสู่ขั้นตอนการอัดน้ำยาเพื่อป้องกันแมลง หรือ มอด

แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ไม้

จากนั้นจึงอบแห้งเพื่อลดการหักงอของชิ้นไม้ เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการทั้งหมดนี้แล้วจึงเพิ่มคุณค่าด้วยการเก็บบล็อกและ ออกแบบเป็นเฟอร์นิเจอร์ ชิ้นไม้ที่ผ่านการคัดสรรจึงต้องมีความแข็งแรงทนทาน ส่วนของไม้ที่มีตำหนิไม่ผ่านการคัดเลือกจะถูกนำไปใช้เป็นไม้แปรรูปอย่างไม่เสียเปล่ากระบวนการสร้างชิ้นงาน และ งานทุกชิ้นจะมีความแตกต่างกัน

การออกแบบดีไซน์ก็จะยึดแบบตามสีเข้มของไม้จากธรรมชาติ แล้วก็เลือกดีไซน์เรียบๆ ให้เข้ากับลวดลายของไม้นั้นๆ  ด้วยความมีเสน่ห์ของไม้แต่ละชิ้นให้ความแตกต่าง และ ความรู้สึกที่ไม่เหมือนกัน แม้ว่าจะเป็นไม้ที่ออกแบบดีไซน์มาเหมือนกันก็ตามก็จะให้ Caracter ที่แตกต่างกันออกไปส่วนมากไม้ที่ปลูกจากสวนป่าของพ่อ ก็จะเป็นไม้มะฮอกกานี ไม้สะเดา ไม้กฐินเทพา ไม้จามจุรี ไม้ประดู่ ไม้ตะเคียน ไม้ยางนา ไม้พยุง ไม้ชิงชัง เพราะสวนปลูกเป็นป่าผสมที่ปลูกต้นไม้ไว้อย่างหลากหลายมากมาย

แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ไม้

ด้วยความมีเสน่ห์ของสวนป่า ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับอายุของต้นไม้ ว่าการใช้งานสามารถเพิ่มคุรค่าในการใช้งานได้อย่างไรบ้าง ต้นไม้ใน ต้นหนึ่งจะสร้างมูลค่าตัวเองได้อย่างไร ซึ่งแต่ละขนาด และ รูปทรงของต้น ก็ต่างที่จะทำไปสร้างผลงานชิ้นเล็กๆ หรือ จะดัดแปรงให้เป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ๆ ก็ได้

การดีไซน์เพิ่มคุณค่าให้ผลงาน ด้วยความที่เนื้อไม้ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นในตัวเอง ทางแบรนด์จึงให้ภาพลักษณ์ของชิ้นงาน เป็นความสนใจของคนที่ชอบสไตล์เรียบง่ายโดยไม่จำเป็นต้องมีความซับซ้อน เริ่มต้นจากรูปทรงเรขาคณิตเข้าใจง่ายที่มองเห็น ชูความเป็นแบรนด์อย่างชัดเจนด้วยเนื้อแท้ของชิ้นไม้ตามธรรมชาติ และ แต่ละชิ้นงานก็มีการเคลือบแลกเกอร์เพื่อป้องกันรอยขีดข่วน หรือถ้าหากเป็นชิ้นงาน Kitchenware โดยไม่ใช้สารเคมีในการเข้ามาเกี่ยวข้อง

แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ไม้

ทั้งหมดนี้คือแบรนด์เฟอร์นิเจอไม้ ที่ไม่ใช้ให้คุณค่าแค่ความสวยงานเพียงอย่างเดียวแต่เป็นการให้คุณค่าด้านจิตใจสำหรับสวนป่าคุณพ่อ การผลิตชิ้นงานไม้แต่ละชิ้นที่มีความละเอียดละอ่อนมาก การใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ในวัสดุชิ้นหนึ่งที่สร้างผลงานให้ความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ก็ต้องใช้ระยะเวลาที่นานพอสมควรในการสร้างสรรค์ เรียกว่า เพิ่ม คุณค่าทางด้านจิตใจ ให้กับคนที่รักธรรมชาติๆ ล้อมรอบกับความสุขที่อยู่บนที่ฐานของการเอื้อประโยชน์ระหว่างธรรมชาติ กับ มนุษย์อีกด้วย

Land Collection เครื่องหอมสำหรับบ้าน จาก เมซอง แบร์เช่ ปารีส 

Land Collection เครื่องหอมสำหรับบ้าน จาก เมซอง แบร์เช่ ปารีส  ต้องยอมรับว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้คนทั่วโลก ต่างได้หันกลับมาตระหนักและให้ความสำคัญถึงการใช้ชีวิตที่เชื่อมโยงสู่ธรรมชาติกันมากขึ้น แถมในงานออกแบบหลากหลายวงการอุตสาหกรรม ยังต่อยอดงานดีไซน์ที่สะท้อนผ่านแนวคิดที่คำนึงถึงความยั่งยืนไม่น้อย สำหรับแบรนด์ เมซอง แบร์เช่ ปารีส ก็ถือเป็นแบรนด์เครื่องหอมสำหรับบ้าน ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้รักในธรรมชาติ ซึ่งล่าสุด! ได้ถ่ายทอด ‘Land Collection’ ออกมาได้อย่างน่าสนใจไม่เบา

Land Collection

เพราะทุนเดิมของ เมซอง แบร์เช่ ปารีส (Maison Berger Paris) นั้นคือผู้นำเครื่องหอมสำหรับบ้านระดับพรีเมี่ยมจากประเทศฝรั่งเศส ที่ได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนาน เกี่ยวกับการคิดค้นนวัตกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ ในการสร้างสรรค์อากาศที่บริสุทธิ์

จุดเด่นคือ มีหัวตะเกียงน้ำหอม ทำงานด้วยปฏิกิริยา Dual Action ระบบ Catalytic Burner ซึ่งเป็นสิทธิบัตรเฉพาะของแบรนด์ ที่ให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้ใช้

แถมทุกผลิตภัณฑ์จาก เมซอง แบร์เช่ ปารีส ยังผ่านมาตรฐานการผลิตระดับ ISO 9001 ปี 2015 รวมทั้งตราสัญลักษณ์ EPV ของประเทศฝรั่งเศส และยังคงพัฒนานวัตกรรมด้านกลิ่นหอมให้เหมาะสำหรับทุกไลฟ์สไตล์

Land Collection

นอกจากนี้ ตะเกียงน้ำหอม ยังมีคอลเลกชันให้เลือกตามรสนิยม ไม่ต่างจากงานศิลปะชั้นยอด ส่วน Land Collection นับว่าเป็นคอลเลกชันล่าสุดในปีนี้ที่ออกแบบภายใต้แนวคิด “ของแท้” (Authentic) และการกลับคืนสู่ความเป็นธรรมชาติ

Land Collection

ที่สำคัญ เป็นผลงานที่ได้ร่วมสร้างสรรค์ครั้งแรกกับ Anthony Gambus นักออกแบบผลิตภัณฑ์ เชิงอุตสาหกรรม (Industrial Designer) ที่มีชื่อเสียงในการออกแบบผลิตภัณฑ์อุปโภค / บริโภคชั้นนำของโลก ซึ่งผลงานดีไซน์ที่มีชื่อเสียงของเขา ได้แก่ นาฬิกาปลุกบลูทูธ SCHNIDER รุ่น Maestria ที่ได้รับรางวัลด้านการออกแบบจาก l’Observeur du Design ในปี 2018

Land Collection

Land Collection เครื่องหอมสำหรับบ้าน จาก เมซอง แบร์เช่ ปารีส ยังโดดเด่นด้วยการผลิตจากแก้วไล่เฉดสีเข้ม – อ่อน ใน 3 โทนสีธรรมชาติ ได้แก่ สีขาว Frosty White สีน้ำตาล Ochre Brown และ สีเขียว Moss Green ส่วนรูปทรงของตะเกียง ได้แรงบันดาลใจจากรูปทรงที่มีความกลมกลึงของเครื่องปั้นดินเผาแบบดั้งเดิม สำหรับฝาครอบ ถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้ายกรงเหล็ก ที่มีความโปร่ง สามารถมองเห็นถึงหัวตะเกียง Catalytic Burner เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญของหัวตะเกียงที่เป็นหัวใจหลักของผลิตภัณฑ์ (ชุดผลิตภัณฑ์ Land Collection จำหน่าย ราคา 3,970 บาท)

Land Collection

ด้าน นนทกานต์ ทัพพะรังสี อึง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบอร์เจอร์ โพรดักส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า

“นอกจากจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างบรรยากาศสดชื่น… รื่นรมย์ให้กับบ้านแล้ว Maison Berger Paris แบรนด์เครื่องหอมสุดพรีเมียม จาก ประเทศฝรั่งเศส นี้ ยังตอบรับกระแสโลก เรื่องการหวนคืนสู่ธรรมชาติของแบรนด์ และคอลเลกชันล่าสุด ‘Land Collection’ จึงถูกถ่ายทอด และบอกเล่าเรื่องราวการหวนคืนสู่ธรรมชาติ ผ่านทั้งแรงบันดาลใจในการออกแบบ และนวัตกรรมตะเกียงน้ำหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของเรา

ยิ่งไปกว่านั้น เรายังตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ดังจะเห็นได้จากโครงการ “From Bottle to Energy” ชวนลูกค้านำขวดน้ำหอมชนิดเติมที่ใช้แล้ว ส่งกลับคืนมายังบริษัท เพื่อนำไปเข้าสู่กระบวนการทำลาย และแปลงเป็นพลังงานในอุตสาหกรรมซีเมนต์ ซึ่งทางแบรนด์ทำมาอย่างต่อเนื่อง โดยเป้าหมายสำคัญ คือต้องการให้ลูกค้า ได้มีส่วนร่วมกับแบรนด์ในหลากหลายมิตินั่นเอง”

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.maisonbergerthailand.com หรือสอบถาม โทร. 02-672-2088

 

บทความน่าสนใจ : ฉลองตรุษจีน ด้วยการชมสวน! และการแสดงหลากหลาย ณ ไอคอนสยาม

6 มอยส์เจอไรเซอร์แบรนด์ไทย ที่ออกแบบมาเพื่อทุกสภาพผิว

0

6 มอยส์เจอไรเซอร์แบรนด์ไทย ที่ออกแบบมาเพื่อทุกสภาพผิว

6 มอยส์เจอไรเซอร์แบรนด์ไทย

6 มอยส์เจอไรเซอร์แบรนด์ไทย มาพร้อมคุณสมบัติแบบจึ้ง ๆ ที่จะมอบความชุ่มชื้นกันแบบจัดเต็ม หาซื้อง่าย ราคาดี๊ดี แถมยังเป็นมิตรต่อผิวอีก… ยิ่งอากาศบ้านเราตอนนี้ร้อนจนทะลุปรอท ยิ่งทำเอาผิวเรายิ่งแห้งกร้าน โดนแดดทำร้ายจนผิวเสียไปหมด

ใครที่กำลังมีปัญหาผิวหน้าแห้งกร้าน ผิวหน้าทรุดโทรมอยู่ คุณมาถูกที่แล้วค่า เพราะวันนี้ inzpy จะมาแนะนำมอยส์เจอไรเซอร์แบรนด์ไทย ที่บอกเลยว่าจะช่วยกอบกู้ผิวหน้าของคุณสาว ๆ ให้กลับมาเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น… เนื้อสัมผัสบางเบา อัดแน่นไปด้วยคุณภาพแบบจุก ๆ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา ตามไปดูเนื้อหาด้านล่างกันเลยดีกว่าค่ะ

รวม มอยส์เจอไรเซอร์แบรนด์ไทย คุณภาพจึ้ง !!

1.Triple C Milky Moisturizer จาก Claire

6 มอยส์เจอไรเซอร์แบรนด์ไทย

โลชั่นน้ำนมบำรุงผิวหน้าและลำคอ อุดมด้วยสารสกัดที่โดดเด่นจากต้น Wild Indigo ผสมผสานระหว่าง Encapsulated Copper Peptides แคปซูลอัจฉริยะที่มี Ligand Peptide อยู่บริเวณรอบนอกของแคปซูล และสารสกัดจากน้ำนม 5 ชนิด ที่มีคุณสมบัติเด่นในเรื่องการให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ช่วยปลอบประโลมและฟื้นบำรุงผิวให้รู้สึกผ่อนคลาย พร้อมผสานประสิทธิภาพกับกรดไฮยารูลอนิคและวิตามินซี ช่วยให้ผิวกระจ่างใส เนื้อโลชั่นบางเบาซึมเข้าผิวง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว

ยังไม่หมด น้องเค้าการันตีด้วย 2 รางวัลเลยนะ รางวัล Best Of Moisturizer สาขา Guru’s Pick จากงานสุดสัปดาห์ Beauty Award 2019 กับ Best Lotion for Glowing skin จาก OK! 14th Anniversary Bold and Beautiful 2019 เพื่อการันตีความปังว่าน้องเค้าดีจริง ! สนใจไปตำ คลิกที่นี่ !

2.Skin Barrier Serum-in-Cream จาก FYNE

6 มอยส์เจอไรเซอร์แบรนด์ไทย

แบรนด์ “FYNE SKIN” น้องเค้าเด่นเรื่องส่วนผสมมากแม่ เป็นแบรนด์ที่ใส่ใจในเรื่องของส่วนผสมม๊ากมาก ซึ่งตอบโจทย์สำหรับคนที่ผิวแพ้ง่าย หรือคนที่เป็นสิวมาก ๆ

ในส่วนของผลิตภัณฑ์ FYNE Skin Barrier+ Prebiotic Serum in Cream น้องเป็นครีมเนื้อเซรั่มที่ประกอบไปด้วยสารสกัดจากใบบัวบก, เซราไมด์, โอเมก้า 3, ไตรกลีเซอไรด์, และไฮยาลูรอนิก ล้วนเป็นส่วนผสมที่จะช่วยเสริมความแข็งแรงของเกราะป้องกันผิว เติมความชุ่มชื้น และปรับสมดุลน้ำและน้ำมันใต้ผิว  แถมปราศจากสารเคมีทั้งหลาย ผิวแพ้ง่ายหรือผิวบอบบางสามารถใช้ได้

3.Dry Rescue Intense Melt-In Cream จาก MizuMi

6 มอยส์เจอไรเซอร์แบรนด์ไทย

มอยส์เจอไรเซอร์สูตรเข้มข้น สำหรับผิวแห้งขาดน้ำที่ต้องการการบำรุงเป็นพิเศษ ปกป้องผิวจากฝุ่นละออง มอบความชุ่มชื้นยาวนาน 48 ชั่วโมง ด้วยคุณค่าจาก Natural Sugar Complex 3 ชนิด และ Bio-P Exopolysaccharide สารสกัดจุลินทรีย์จากธรรมชาติ ช่วยเติมน้ำให้ผิวทันทีที่ใช้ ช่วยปกป้องผิวจากสภาวะอากาศที่ทำร้ายผิวและลดการเกาะผิวของฝุ่นละออง PM2.5 ที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ ผ่านการทดสอบการแพ้ระคายเคืองมาแล้วด้วย !

4.Everyday Soothing Emulsion จาก Dear Skin

อิมัลชั่นเนื้อเจลบางเบา ด้วยสารสกัดหลักจากพืชธรรมชาติ ปลอดภัยจากสารเคมีอันตราย สารสกัดจาก STIMUTEX-AS, NIACINAMIDE, CERAMIDE-3, PENTAVITIN ช่วยปลอบประโลมผิวอย่างอ่อนโยน ช่วยลดอาการระคายเคืองของผิว พร้อมเติมให้ความชุ่มชื้นให้ผิวยาวนานจากสารสกัดของข้าวสาลี ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ถึง 72 ชั่วโมง

5.NOURISH RiceMoss HyaQuench Super Aqua Grenade Gel จาก Panpuri

บอกลาปัญหาผิวแห้งลอกเป็นขุย กับที่สุดของความชุ่มชื้นด้วยมอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวหน้า ช่วยแก้ปัญหาผิวแห้ง แตก ลอกได้อย่างอยู่หมัด… NOURISH RiceMoss HyaQuench Super Aqua Grenade Gel เป็นครีมบำรุงผิวเนื้อเจลที่รวบรวมส่วนผสมของกรดไฮยาลูรอนิกถึง 8 ขนาด จึงช่วยเติมความชุ่มชื่นให้ผิวอย่างล้ำลึก เนื้อซึมซาบลงผิวได้อย่างรวดเร็วและสามารถล็อกเก็บความชุ่มชื่นยาวนาน 120 ชั่วโมง รวมถึงความเย็นของเนื้อเจลทำให้ผิวรู้สึกสดชื่น ช่วยกระชับรูขุมขน พร้อมกับกระตุ้นการสร้างเซราไมด์ เสริมด้วยเป็นเกราะป้องกันการเสียความชุ่มชื้น เหมาะสำหรับผิวแห้งและผิวธรรมดา

6.Rice Extract Moisturizing Cream จาก THANN

มอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวหน้าที่ผสานคุณค่าจาก Rice Bran Oil ที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก ซึมซาบสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่อุดตันรูขุมขน พร้อมอุดมไปด้วยวิตามิน อี ซึ่งมีอยู่ในน้ำมันรำข้าวเท่านั้น ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดี และช่วยรักษาสมดุลความชุ่มชื้นของผิว

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับ 6 มอยส์เจอไรเซอร์แบรนด์ไทยที่เรานำมาแนะนำ คุณภาพดีแบบแน่น ๆ ใครสนใจก็สามารถตามไปหาซื้อกันได้เลยนะคะ คราวหน้าเราจะมีอะไรมาฝากกันอีก  อย่าลืมติดตามกันด้วยน้าาาาาา

Out door ไอเดียแต่งห้องครัว มุมทานข้าวแบบชิล์

Out door ไอเดียแต่งห้องครัว มุมทานข้าวแบบชิล์

Out door ไอเดียแต่งห้องครัว มุมทานข้าวแบบชิล์บรรยากาศฟินๆ ให้เราทานอาหารให้อร่อยขึ้น พร้อมกับบรรยากาศรอบ ๆ ที่ช่วยเพิ่มอรรถรสให้กับมืออาหารของเพื่อน ๆ อีกด้วย วันนี้ Inzpy ได้รวบรวมมุมทานข้าวแบบสวยๆ มาดูเป็นไอเดียในการแต่งห้องครัวในแต่ละบ้านไว้สำหรับนั่งทานอาหารกับครอบครัวเรียกว่าได้ทั้งแสงสว่างจากธรรมชาติแล้ว บรรยากาศระหว่างมื้อยังเลิศอีกต่างหาก  แต่ว่าจะมีไอเดียอะไรบ้าง จะดีไซน์ตกแต่งแบบไหน บรรยากาสจะดีหรือเปล่า ตามไปดูกันเลยจ้า

out door

มาเริ่มที่อันแรก อย่างมุมทานข้าวที่ตกแต่งล้อไปกับสไตล์บ้าน ผนังด้านหนึ่งทำเป็นตู้บิลต์อินสำหรับวางทีวี และ ของโชว์ เลือกใช้โต๊ะไม้ทรงกลม และ เก้าอี้สีฟ้าขาวสไตล์คลาสสิค ตรงกลางแขวนแชนเดอร์เลียร์คริสตัลเพิ่มความหรูหรา หากบ้านไหนไม่ชอบโต๊ะทรงเหลี่ยมการเลือกโต๊ะทรงกลมก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจเหมือนกัน สวย และ ให้ความรู้สึกอบอุ่นแถมยังช่วยประหยัดเนื้อที่ได้มากกว่าโต๊ะสี่เหลี่ยมด้วยละ

out door

ตามมาอันที่สอง หากใครชอบการแต่งบ้านแบบสไตล์คลาสสิก ที่จัดเป็นมุมทานอาหารที่สร้างความรู้สึกอบอุ่นได้ดี และ มีการผสมผสานระหว่างผนังอิฐที่โชว์ความดิบเท่ของวัสดุตกแต่ง แล้วทาสีผนังห้องเพื่อให้ห้องดูไม่แข็งเกินไป ส่วนโต๊ะทานข้าวเลือกวัสดุไม้สีธรรมชาติมาแมทช์กับเก้าอี้สไตล์คลาสสิกสีครีม เพิ่มความสดชื่นสบายตาด้วยไม้ประดับที่ปลูกอยู่ในกระถางอีกด้วย

out door

มาต่ออันที่สาม อีกมุมทานอาหารที่สามารถแต่งตามได้แบบเรียบๆ ไม่ยุ่งยากจนเกินไป จุดเด่นของห้องนี้อยู่ตรงผนังปูนฉาบเปื่อยๆ  ซึ่งสามารถทำเองได้ (ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ปูนฉาบขัดมันสำเร็จจำหน่าย) ตกแต่งด้วยกรอบรูปขนาดที่ต่างกันกลายเป็นวอลล์อาร์ตเก๋ๆ เลือกใช้โต๊ะทานข้าวไม้ขาเหล็กแมทช์กับเก้าอี้ขาไม้ ตรงหน้าต่างติดผ้าม่านโปร่งสีขาวเพื่อบังแสงแดดทั้งยังทำให้ห้องเกิดความพลิ้วไหว ช่วยสร้างให้บรรยากาศชวนน่านั่ง หรือ จัดเป็นมุมไว้สำหรับนั่งคุยทนข้าวเวลาที่แขกมาบ้านก็ได้ ก็ให้ความรู้สึกสบายตา สบายใจ แบบเรียบง่ายได้เหมือนกัน

out door

ตามมาอันที่สี่ สไตล์โทนสีดุๆ สำหรับหลายๆ คน ชอบการแต่งบ้านแนวสีเข้มๆ ดารก์ๆ  น่าจะถูกใจสไตล์คลาสสิกนี้ ให้ความรู้สึกไม่หนักจนมากเกินไปแม้จะใช้ผนังสีเทาเข้ม และ เฟอร์นิเจอร์สีดำ ให้เข้ากับดีไซน์การตกแต่งห้องครัว แต่กลับดูสดชื่น และ สบายตาอยู่ไม่น้อยเลยจากการตกแต่ง โดยการนำต้นไม้สารพัดชนิดมาปลูก และ วางไว้ตามจุดต่างๆ ที่เราอยากจะวางเพื่อสร้างบรรยากาศ และ การแต่งห้องแบบโทนสีเข้มแต่แฝงความอบอุ่น ก็ให้รู้สึกเหมือนการพักผ่อนเวลา รวมญาติ หรือ เจอเพื่อนฝุง ในช่วงเวลาแห่งความสุขก็สวยไปอีกแบบ

ห้องครัว

แล้วก็ตามมาอันที่ห้า สไตล์ห้องครัวแบบคลาสสิก เท่ๆ ตกแต่งโทนสีดำ และ สีขาวแต่กลับมีบรรยากาศที่ชวนมองไม่รู้เบื่อ ด้วยโทนสีแบบห้องครัวมินิมอลสาบตา ที่มองเห็นวิวรอบนอกด้วยบรรยกาศดีๆ พร้อมแสงธรรมชาติ และ ช่วยเปิดมุมมองให้ห้องครัว และ มุมทานอาหารไม่รู้สึกอึดอัดเลยสักนิด

ห้องครัว

ตามมาที่อันสุดท้าย ที่ห้องครัวในมุมเล็กๆ หรือ พื้นที่ขนาดจำกัดที่สร้างบรรยากาศให้น่ามอง ชวนให้รู้สึกอยากทำอาหารทานกันในครอบครอบแบบสไตลืห้องมินิมอลเล็กๆ เหมาะกับการมีสมาชิกในบ้าน1-2 คน ที่จัดการออกแบบโต๊ะอาหารในแบบมินิบาร์เล็กๆ ที่วางริมหน้สต่างมองให้เห็นวิวรอบๆ ต่อออกมาจากชุดห้องครัว สามารถช่วยประหยัดพื้นที่ และ ประหยัดงบในการจัดแต่งครัวอีกด้วย

Patek Philippe ปฐมบทแห่งกาลเวลา

Patek Philippe
Cr.photo ; lindaelander.com

“You never actually own a Patek Philippe. You merely look after it for the next generation.” — คุณไม่ได้ครอบครองปาเต็ก ฟิลิปป์หรอก จริงๆ แล้ว คุณเก็บรักษามันไว้เพื่อคนรุ่นหลังต่างหาก

วลีในตำนานนี้คงไม่เกินจริงสำหรับนาฬิกาหรูอันมีประวัติศาสตร์ยาวนานอย่าง Patek Philippe ยี่ห้อนาฬิกาข้อมือชื่อก้องโลก ทั้งความประณีตในทุกขั้นตอนการผลิต ทุกชิ้นส่วนประกอบขึ้นจากฝีมือล้วน ๆ ของผู้คนนับพัน ตลอดจนหลากหลายเรื่องราวที่ยืนยันตนในฐานะแบรนด์นาฬิกาข้อมือหนึ่งที่เก่าแก่ที่สุด เพราะอะไรกันที่ทำให้แบรนด์สามารถยืนหยัดอย่างสง่างามมาจนถึงทุกวันนี้  Inzpy จึงขอประเดิมบทความเกี่ยวกับนาฬิกาข้อมือหลากหลายยี่ห้อในซีรีส์ Watch Out! เจาะลึกแบรนด์นาฬิการะดับไฮเอนด์ มาร่วมติดตามและล่องเข้าสู่สายธารแห่งกาลเวลา ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป

Patek Philippev
Cr.photo ; watchcollectinglifestyle.com : สองผู้ก่อตั้ง – อองตวน เดอ ปาเต็ก และเอเดรียง ฟิลิปป์

แรกเริ่มเดิมที ปาเต็ก ฟิลิปป์ ไม่ได้มีชื่อนี้มาตั้งแต่แรก แต่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง อองตวน นอร์เบิร์ต เดอ ปาเต็ก (Antoine Norbert de Patek) และฟรองซัวส์ ซีซาเปค (Franciszek Czapek) เกิดเป็นบริษัท Patek, Czapek & Cie ณ กรุงเจนีวา เมื่อ 1 พฤษภาคม 1839 โดยดำเนินการต่อจากช่วงแรกที่ปาเต็กดำเนินธุรกิจดัดแปลงนาฬิกา ก่อนที่ซีซาเปคจะเข้ามาเป็นหุ้นส่วนและช่างฝีมืออีกแรง พวกเขากว้านซื้ออะไหล่จากบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านกลไกเพื่อผลิตนาฬิกาที่มีคุณภาพดีที่สุด และมียอดผลิตกว่า 200 เรือนต่อปี 

เวลาล่วงเลยไปกว่า 6 ปี แม้ธุรกิจดำเนินไปได้ค่อนข้างดี แต่การร่วมมือกันของทั้งสองเกิดปัญหาขึ้นมากมาย ด้วยความไม่ลงรอยในการทำงาน ทั้งสองจึงตัดสินใจแยกทางกัน ซีซาเปคได้พบกับจูเลียส กรูซาวสกี (Juliusz Gruzewski) และตั้งบริษัทใหม่ภายใต้แบรนด์ Czapek & Cie ขณะเดียวกันปาเต็กก็ได้พบกับเอเดรียง ฟิลิปป์ (Adrien Philippe) ช่างทำนาฬิกาชาวฝรั่งเศส และได้เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Patek, Philippe & Cie. ในปี 1851

Patek Philippe
Cr.photo ; thehourglass.com : นาฬิกาพกพาที่ปาเต็ก ฟิลิปป์ทำถวายพระนางเจ้าวิคตอเรีย

ในปีเดียวกัน จุดพลิกผันของ ปาเต็ก ฟิลิปป์ ต่อวงการนาฬิกาทั่วโลกก็มาถึง เอเดรียงได้คิดค้นและพัฒนาระบบนาฬิกาแบบไม่ต้องใช้กุญแจไข โดยเป็นระบบนาฬิกาแบบใช้เม็ดมะยมในการปรับเวลา เขาต้องการแก้ไขปัญหาระบบเก่าที่เมื่อใช้กุญแจไข จะทำให้ฝุ่นละอองและความชื้นสามารถเข้าไปในตัวกลไก ทำให้เครื่องรวนได้โดยง่าย นาฬิการะบบนี้ถูกนำเสนอที่ Great Exhibition ณ กรุงลอนดอน และภายในนิทรรศการ แบรนด์เองได้ผลิตนาฬิกาพกพาถวายพระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ (Queen Victoria) จึงทำให้ชื่อเสียงของ ปาเต็ก ฟิลิปป์ อยู่ในสายตาของชนชั้นสูงนับตั้งแต่นั้นมา รวมไปถึงระบบกลไกของเอเดรียงเองก็กลายเป็นต้นแบบของนาฬิกาแทบจะทุกเรือนในทุกวันนี้

Cr.photo ; bespokeunit.com : ชาร์ลและฌอง แห่งตระกูลสเติร์น

ปัจจุบันธุรกิจของแบรนด์อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของตระกูลสเติร์น (Stern) ซึ่งแต่เดิมเป็นผู้จัดหาและผลิตวัสดุคุณภาพเยี่ยมให้แก่ ปาเต็ก ฟิลิปป์ ตลอดมา สองพี่น้องตระกูลสเติร์น ชาร์ลและฌอง (Charles and Jean Stern) เข้ามาช่วยแบรนด์ไว้ โดยเข้ามาซื้อหุ้นของบริษัทในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำครั้งยิ่งใหญ่ของอเมริกา หรือ The Great Depression และได้ถือหุ้นเต็มภายในปี 1932 เพื่อสานต่อปณิธานของปาเต็กและเอเดรียงต่อไป 

Cr.photo ; patek.com : ปาเต็ก ฟิลิปป์ รุ่น Nautilus ล่าสุด มาในเรือนสีเขียวมะกอก

Patek Philippe ได้เสกสรรให้กาลเวลาอันเป็นนามธรรม สามารถกลายเป็นรูปร่างรูปธรรมจับต้องได้ เป็นเครื่องประดับสูงค่าบนข้อมือของผู้ที่เห็นคุณค่าของเวลา ด้วยความละเอียดลออทุกขั้นตอนและประวัติศาสตร์น่าจดจำ ทำให้ทุกวันนี้ ปาเต็ก ฟิลิปป์ เป็นแบรนด์หนึ่งที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ทำให้เหล่าเซเลบริตีและบุคคลสำคัญของโลกต่างจับจองเป็นเจ้าของ แน่นอนว่าความพิเศษของ ปาเต็ก ฟิลิปป์ ยังไม่สิ้นสุดเพียงเท่านี้ ติดตามเรื่องราวต่อได้ในบทความถัดไปของซีรีส์ Watch Out! เจาะลึกแบรนด์นาฬิการะดับไฮเอนด์ ในหัวข้อ เรื่องที่คุณไม่น่าจะรู้เกี่ยวกับ PATEK PHILIPPE กันต่อได้เลยครับ

พาไปส่องทรงผม Lee Jehoon คนขับแท็กซี่สุดโหดจากซีรีส์ Taxi Driver

Lee Jehoon

Lee Jehoon (ลี เจฮุน) นักแสดงชาวเกาหลีมากความสามารถ ที่เชื่อเลยว่าสาวกซีรีส์จากแดนกิมจิหลาย ๆ คนเองก็ คงจะเคยเห็นผลงานการแสดงของเค้าผ่านตาคุณมาบ้างแล้วแน่นอน เพราะไม่ว่าจะเป็นงานภาพยนตร์ ซีรีส์ หรือแม้แต่งานมิวสิควิดีโอ หนุ่มสุดหล่อคนนี้ก็เล่นมาหมดแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นลุคอบอุ่นจากซีรีส์เรื่อง Tomorrow, with you / ตำรวจมาดกวน สุดฉลาดจากซีรีส์ Signal / หรือจะเป็นคุณอาหน้าโหด ให้อารมณ์เถื่อน ๆ จากซีรีส์สุดฮิตของ Netflix Original อย่างเรื่อง Move to Heaven / คนขับแท็กซี่สายโหดที่บู๊แหลก เพื่อแก้แค้นให้คุณจาก Taxi Driver / หรือจะให้เป็นองค์รัชทายาทที่ต้องคอยฟาดฟันกับฝ่าบาทอย่างในซีรีส์ Secret Door ก็เป็นมาแล้ว / รวมทั้งภาพยนตร์ Anarchist from Colony ที่ต้องรับบท ‘พัคยอล’ นักอนาธิปไตย นักปฏิวัติที่มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์ / หรือจะเป็นนักโจรกรรมหนุ่มมาดกวนจากภาพยนตร์ Collectors

เรียกได้ว่าผ่านมาแล้วแทบทุกบทบาทเลยสำหรับหนุ่มคนนี้ แถมยังสามารถเล่นได้อย่างเข้าถึงคาแรคเตอร์ในทุกบทบาทอีกด้วยหล่อเท ความสามารถแน่นขนาดนี้ Inzpy เลยพาทุกคนไปส่องทรงผมในสไตล์ ลี เจฮุน อปป้ากันหน่อยว่าเค้าเซตผมสไตล์ไหน แต่งผมยังไงให้ดูดีขนาดนี้ ตามมาดูกันเลย

Hair Style

ทรงแรกที่เอาสาวน้อยสาวใหญ่หลายคนเห็นแล้วแทบจะกรี๊ดกันเลยทีเดียว กับทรงในสไตล์ The Classic Undercut ที่ไม่ได้ไถด้านข้างสูงมากนัก และปล่อยผมด้านบนให้ยาวไว้สำหรับเซตได้หลาย ๆ แบบ ส่วนสไตล์นี้เจฮุนอปป้าก็เซตโดยการเสยผมแสกด้านข้าง และยกขึ้นไปด้านบนแบบไม่ต้องให้เนี้ยบมาก จับปอยผมให้ลงมาปรกหน้าเล็กน้อย บอกเลยว่าลุคนี้ดูเท่แบบ Bad Boy สุด ๆ

Hair Style

ทรงต่อมากับสไตล์การเซตที่ทำให้ผมดูหนาและดูมีวอลลุ่มมากขึ้น โดยการไดร์ยกผมด้านหน้าขึ้นและไล่ไปด้านหลังในทิศทางเดียวกัน เน้นโชว์หน้าผากและจอนผมสวย ๆ ด้านข้าง ให้ลุคที่มีความเนี้ยบเล็กน้อยแต่ก็ยังมีความชิลอยู่บ้าง หนุ่ม ๆ คนไหนที่กำลังหาทรงผมไว้เซตไปออกเดตหรือออกงานเบา ๆ อยู่บอกเลยว่าทรงนี้เอาอยู่

Lee Jehoon

มากับทรง Low fade + Bowl cut หรือทรงรองทรงต่ำกับการผมทรงกะลาที่ปรับให้ดูมีความโมเดิร์นมากขึ้น ผมด้านบนเซตให้ดูยุ่งนิด ๆ เพื่อให้ดูทันสมัยมากขึ้น โชว์หน้าหล่อ ๆ ของพี่เค้าแบบให้เห็นชัด ๆ กันไปเลย แถมยังให้ลุคที่ดูเป็นหนุ่มเนี้ยบขึ้นด้วย ยิ่งหนุ่ม ๆ คนไหนที่ไม่ค่อยได้เซตผมบอกเลยว่าทรงนี้เหมาะมากเข้ากับอากาศบ้านเราอีกด้วย

Lee Jehoon

มาต่อกับสไตล์ Messy Hairstyle ที่เน้นการเซตแบบให้ผมดูหยิก ๆ ยุ่ง ๆ เล็กน้อย เพื่อให้ดูมีลุคแบบมาดเซอร์สุดเท่นั่นเอง เรียกได้ว่าจะเป็นหนุ่มผมสั้นหรือผมยาวก็เซตทรงนี้ได้ง่าย ๆ เลย

Lee Jehoon

Lee Jehoon Hair Style ต่อมากับทรง Low fade หรือรองทรงต่ำ ที่ไว้ผมด้านบนให้ยาวเพื่อให้เซตได้หลากหลายสไตล์ พี่เจฮุนเค้าเลือกเซตในสไตล์ Comma สุดฮิตของเกาหลีเลย ทำให้ได้ลุคในสไตล์คุณชายออกงานแบบหล่อ ๆ เข้ากับชุดสูทสุด ๆ เลย

Lee Jehoon

ทรงต่อมากับ Low fade หรือรองทรงต่ำเหมือนเดิม แต่เน้นสไตล์การเซตที่ดูมีความเรียบง่ายแบบแสกข้าง และปัดผมหน้าม้าไปด้านข้างโชว์หน้าผากไปเลย พร้อมกับไดร์ยกโคนผมเพื่อให้ผมดูมีวอลลุ่มไม่ลีบแบนด้วย สไตล์นี้เหมาะกับวันชิล ๆ สบาย ๆ แต่ให้ลุคที่สะอาดตาสุด ๆ

Hair Style

ทรงในสไตล์ Two Block + Messy Hairstyle ที่เน้นการเซตผมด้านบนโดยการดัดลอน ให้ผมดูมีวอลลุ่มและได้มาดเซอร์สุดเท่ แถมผมหน้าม้ายังช่วยให้ดูหน้าเด็กลงอีกด้วยนะ

Hair Style

เมื่อพูดยังเจฮุนอปป้า ทรงที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือทรง Mullet จากซีรีส์เรื่อง Move To Heaven กับสไตล์ผมยาวรากไทร แต่ขอเจฮุนอปป้าผมด้านหลังอาจจะไม่ได้ยาวมากนัก ทำให้ดูเข้ากับวัยมากขึ้นด้วย

เป็นยังไงกันบ้างกับ Lee Jehoon Hair Style หล่อเท่ดูดีชุดทรงเลยใช่มั้ยล่ะ เอาเป็นว่าหนุ่ม ๆ คนไหนที่กำลังหาไอเดียทรงผมหรือวิธีเซตผมในสไตล์ใหม่ ๆ อยู่ก็ลองเอาไปทำตามกันได้นะ 🙂 ส่วนใครที่อยากติดตามอปป้าสุดหล่อคนนี้ก็จิ้มได้เลย IG : leejehoon_official