Home Blog Page 1022

New Colors อุปกรณ์เสริมเกมเมอร์สาย Console PlayStation 5

0

New Colors อุปกรณ์เสริมเกมเมอร์สาย Console PlayStation 5

Cr.Photo ; Sony

Sony ได้นำเสนออุปกรณ์ตกแต่งสำหรับ PlayStation 5 สีสันใหม่ของคอนโทรลเลอร์ และฝาครอบคอนโซลที่ใช้ สำหรับเครื่อง PlayStation 5 ที่ทำมาให้เหล่าเกมเมอร์สาย Console มาไว้ตกแต่ง และชื่นชมกับตัวเกม

คอลเลกชันนี้ มีด้วยกัน 5 สีใหม่ที่ถูกเปิดเผยเมื่อเดือนที่แล้ว ทั้งอุปกรณ์เสริมตัวคอนโซล Midnight Black และ Cosmic Red จะวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนนี้ ร่วมกับ คอนโทรลเลอร์ที่มีหลายหลากสี เช่น Nova Pink, Starlight Blue และ Galactic Purple ที่จะมาไม่อีกกี่เดือนข้างหน้า ที่คอนโทรลเลอร์จะจับคู่กับคอนโซลของคุณได้อย่างดีเยี่ยม โดยการถอดฝาครอบออก และครอบคลิกเข้ารูปที่โดยติดตั้งอย่างง่ายดาย

Console
Cr.Photo ; Sony

ในแง่ของความพร้อมใช้งานในภูมิภาค Sony กล่าวว่าเมื่อเปิดตัวอุปกรณ์เสริมตัวนี้ จะสามารถซื้อได้ในสหรัฐอเมริกา, แคนาดา, สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, สวิตเซอร์แลนด์, ออสเตรีย, สเปน, โปรตุเกส, อิตาลี, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, ญี่ปุ่น, จีน, ไต้หวัน, ฮ่องกง, สิงคโปร์, มาเลเซีย, ไทย, อินโดนีเซีย, เวียดนาม, เกาหลี และฟิลิปปินส์ พื้นที่อื่น ๆ อีกมากมาย ที่จะตามมาในไม่ช้า สำหรับราคา ฝาครอบคอนโซลจะอยู่ที่ $55 USD และตัวคอนโทรลเลอร์ DualSense จะมีราคา $75 USD

Cr.Photo ; Sony

สำหรับสาย Console PlayStation 5 ที่บอกเลยว่าของมันต้องมี โดยอุปกรณ์เหล่านี้ จะช่วยเพื่อน ๆ เพิ่มอรรถรสในการเล่นเกม และสำหรับใครที่ชอบข่าวสารเกี่ยวกับเกม อย่าลืมติดตาม Inzpy ที่จะมาเพื่อน ๆ ได้มาอ่านบทความเกี่ยวกับเกมกันอีก

รวมไอเดียผมผู้ชายแบบ Messy Hairstyle ให้ลุคเซอร์ ๆ เหมือนไม่ได้ตั้งใจเซต

0

Messy Hairstyle ทรงผมมาดเซอร์ ให้เหมือนเพิ่งตื่นนอน

Messy Hairstyle หรือ ทรงผมในสไตล์ยุ่ง ๆ เหมือนเพิ่งตื่นนอนแบบเซตเหมือนไม่ได้เซต ให้ลุคแบบมาดเซอร์ ซึ่งผมสไตล์นี้สามารถทำได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ทั้งผมยาวและผมสั้นเลยนะ สามารถเซตออกไปไหนในวันสบาย ๆ หรือเวลาแต่งตัวแบบลุคชิล ๆ ก็เข้ากันสุด ๆ Inzpy เราเลยมีไอเดียเซตผมผู้ชายในสไตล์นี้มาฝากกัน จะมีแบบไหนบ้างตามมาดูกันเลย

Sejong Messy Hairstyle

เริ่มกันที่สไตล์แรกกับนักแสดงหนุ่ม Yang Se-jong (ยัง เซจง) ที่มาในลุคแบบหนุ่มผมยาวมาดเซอร์ ที่เข้ากับการเซตแบบยุ่ง ๆ มาก ๆ ด้วยการม้วนลอนผมเล็กน้อย แล้วเอาผลิตภัณฑ์แต่งผมลงขยำ ๆ ในตัวลอนอยู่ตัว จากนั้นทำเป็นสไตล์แบบแสกข้างให้ดูมีความวินเทจนิด ๆ บอกเลยว่าปัง !

Kim Yugyeom

ต่อกันที่ศิลปินมากความสามารถอย่าง Kim Yug-yeom (คิม ยูคยอม) ศิลปินจากค่าย AOMG และสมาชิกวง GOT7 นั่นเอง ทรงนี้อาจจะไม่ได้เซตให้ดูมีความยุ่งมากนัก แต่ก็มีการเซตแบบเน้นความเป็นธรรมชาติ ให้ผมดูเป็นลอนเล็กน้อยเพื่อช่วยให้ผมดูมีวอลลุ่มไม่ลีบแบน จับหน้าม้าแสกกลางเล็กน้อยช่วยเสริมลุคให้ดูเนี้ยบขึ้นด้วย

Zico Messy Hairstyle

มาต่อกันกับศิลปินสาย Hip Hop อย่าง Zico กันบ้าง ที่มาในสไตล์การเซตให้ผมดูยุ่ง ด้วยการดัดผมให้เป็นลอนเล็ก ๆ เพื่อให้ผมดูหยิกทั้งหัวไปเลย แล้วก็เซตไม่ต้องเป็นทรงมากนัก แค่นี้ก็ช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับทรงผมได้แล้ว การเซตผมสไตล์นี้บอกเลยว่าหนุ่ม ๆ ที่ผมสั้นก็ทำได้ง่าย ๆ เลยนะ

Jay B

ต่อมากับสไตล์การเซตผมของหนุ่มเสียงดีแห่งค่าย H1GHR MUSIC กันบ้าง กับสไตล์การเซตให้ดูเนี้ยบแต่ยังคงความดูยุ่ง ๆ ของสไตล์ Messy เอาไว้ โดยการเซตให้ผมด้านบนดูยุ่ง ๆ และไดร์ยกโคนผมขึ้นให้ผมดูมีวอลลุ่มและหนาขึ้น ส่วนหน้าม้าก็ไม่เซตจับช่อให้ไม่ต้องลงมาปรกหน้าเท่าไหร่ ส่วนผมอีกข้างก็เซตเสยขึ้นไปด้านข้างเปิดให้เห็นหน้าด้านข้างชัด ๆ ลุคบอกเลยว่าจะออกเดต ออกงานเลี้ยงยังไงก็รอด

Crush Messy Hairstyle

ต่อกันที่หนุ่มเสียงดี ศิลปิน R&B มากความสามารถอย่าง Crush กันบ้าง กับการเซตผมสั้นในสไตล์ที่ให้ดูยุ่ง ๆ ด้วยการเสยผมด้านบนที่ยาวขึ้นไปไว้ด้านบน แต่ไม่ต้องเสยให้เรียบไปกับศีรษะนะ เพียงแค่เสยขึ้นเล็กน้อยแล้วใส่สเปรย์แต่งทรงผมเพื่อให้ผมอยู่ตัว ส่วนอีกข้างก็เซตผมหน้าม้าให้ดูคล้าย ๆ ทรง Comma ด้านบนก็ไดร์วอลลุ่มให้ผมดูหนาขึ้น บอกเลยว่าหนุ่มคนไหนที่ตัด Undercut แล้วเซตสไตล์นี้คุณจะได้โชว์รอยไถเท่ ๆ ด้านข้างด้วยนะ

Bogum Messy Hairstyleมาต่อกันที่นักแสดงมากฝีมืออย่าง Park Bo-gum (พัค โบกอม) ที่เป็นการเซตผมยาวแบบ Messy Hairstyle ด้วยการม้วนลอนที่ปลายผมเล็กน้อย แล้วจับปอยผมด้านหน้าให้ออกมาเล็กน้อย ส่วนที่เหลือก็ทัดหูไว้ นอกจากจะได้ลุคเซอร์แล้ว ยังเพิ่มความน่ารักได้อีกด้วยนะ

Gray

อีกหนึ่งผมสั้นที่เซตให้ดูยุ่ง ๆ จาก Producer สุดหล่ออย่าง Gray แห่งค่าย AOMG นั้นเอง หนุ่ม ๆ คนไหนที่ตัด Undercut แล้วผมข้างบนไม่สั้นจนเกินไปก็สามารถเซตตามได้เลยนะ เพียงแค่ไดร์ยกด้านหน้าขึ้นเสยไปทางด้านหลังแต่ไม่ต้องในเรียบแบนไปกับหนังศีรษะนะ เอาให้ดูชี้ ๆ ตามสไตล์การเซตแบบ Messy โชว์รอยไถเท่ ๆ กันไปเลย

Yorch Messy Hairstyle

มาต่อกันที่หนุ่มน้อยอย่าง Yorch (ยอร์ช)จาก Trainee A เด็กไทยคนแรกของค่าย BigHit MUSIC กันบ้าง ที่มาในสไตล์การเซตแบบเปิดหน้าผากในลักษณะทรง Comma ที่เปิดผมอีกข้างกว้างกว่าทรง Comma ปกติสักเล็กน้อย ส่วนด้านบนก็ไดร์ยกให้ผมดูมีวอลลุ่มมากขึ้น ส่วนปลายผมก็เซตให้ดูชี้ ๆ ยุ่ง ๆ หน่อย

Dongwook Messy Hairstyle

ต่อกันที่นักแสดงรุ่นใหญ่สุดหล่ออย่าง Lee Dong-wook (ลี ดงวุค) กันบ้าง ที่มากับรองทรงต่ำ ส่วนผมด้านบนที่ยาวก็จับดัดปลายให้ดูเป็นลอนเล็ก ๆ แล้วก็เซตให้ดูยุ่ง ๆ ส่วนผมหน้าม้าด้านหน้าก็ปล่อยเป็นปอยผมลงแบบไม่ต้องหนามากพร้อมแสกกลางน้อย ๆ ให้ลุคดูชิล ๆ มากขึ้น

V

มาต่อกันที่ศิลปินสุดหล่อจากวง BTS อย่าง V กันบ้าง ที่มาในสไตล์ผมยุ่ง ๆ ที่สามารถเซตออกงานหรือออกเดตได้ง่าย ๆ  เลย เพียงดัดปลายผมให้ดูหยิกเล็กน้อยแล้วจัดเซตเสยไปด้านหลังแบบไม่ต้องเนี้ยบมาก และแสกผมออกในลักษณะแสกข้างจับปอยผมให้มาปรกหน้าด้านข้างเล็กน้อย  ก็ช่วยให้รับเข้ากับกรอบหน้าได้อย่างพอดี

Jay Park Messy Hairstyle

Messy Hairstyle สุดท้ายที่เราเอามาฝากกันจากศิลปินสไตล์ Hip Hop สุด Swag อย่าง Jay Park ที่มาในลุคชิล ๆ โดยการปล่อยผมลงมาให้ดูเป็นธรรมชาติ และนำการเซตในสไตล์ Wet look มาช่วยเสริมให้ผมอยู่ทรงมากขึ้น แถมการเซตแบบนี้ยังช่วยให้ผมดูหนาขึ้นด้วยนะ

เป็นยังไงกันบ้างกับการเซตผมในสไตล์เซอร์ ๆ แบบเหมือนเพิ่งตื่นนอนที่เราเอามาฝากกัน ถูกใจหนุ่ม ๆ ที่กำลังหาไอเดียเซตผมกันอยู่ใช่มั้ยล่ะ เอาเป็นว่าใครชอบสไตล์ไหนก็สามารถเอาไปลองเซตกันได้นะ เผื่อจะมีอีกสไตล์การเซตผมที่ถูกใจและสามารถนำไปเซตตามกันได้ง่าย ๆ

องค์บาก ครบรอบ 19 ปี การแจ้งเกิดของ “จา พนม”

0

“ไม่ใช่สลิง ไม่ใช่ตัวแสดงแทน” สโลแกนสุดคุ้นหูจากการโปรโมทภาพยนตร์ “องค์บาก” ที่ในวันที่ 30 มกราคม 2565 จะครบรอบ 19 ปี พอดิบพอดี ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้คนไทยได้เปิดโลกอะไรหลาย ๆ อย่าง และเป็นการแจ้งเกิดของชายที่ชื่อว่า “จา พนม ยีรัมย์” สุดยอดพระเอกคิวบู๊ของไทยอีกด้วย

องค์บาก

องค์บาก เล่นจริง เจ็บจริง ไม่ใช่ตัวแสดงแทน

ภาพยนตร์ที่กำกับโดย “ปรัชญา ปิ่นแก้ว” และมีนักแสดงอย่าง “จา-พนม ยีรัมย์” “แอร์-ภุมวารี ยอดกมล” และ “เพ็ชรทราย วงศ์คำเหลา หรือหม่ำ จ๊กมก” แสดงนำ กับเรื่องราวของหนุ่มบ้านนอกที่ต้องออกมาตามหาเศียรองค์บากที่ถูกขโมยไปจากหมู่บ้าน

ซึ่งเขาต้องเดินทางเข้ากรุงเทพ และได้ไปเจอกับ บักหำแหล่ หรือที่เรียกตัวเองว่า ยอร์ช (หม่ำ จ๊กมก) พี่ชายคนสนิทที่อยู่หมู่บ้านเดียวกัน เพื่อที่จะขอให้ช่วยกันตามหาเศียรองค์บาก แต่กลับถูกปฏิเสธ และขับไล่ไสส่ง แต่เมื่อยอร์ชได้เห็นเงินที่ บุญทิ้ง (จา-พนม) พกติดตัวมาก จึงขโมยมาเป็นของตัวเอง

ซึ่งตัวของบุญทิ้งก็ไล่ตามยอร์ชไปจนถึงสนามมวยใต้ดิน และจับผลัดจับผลู ต้องออกโรงสู้เอง และก็ได้โชว์สกิลแม้ไม้มวยไทย ไล่ปราบฝรั่งมั่งค่าจนหมอบไปตาม ๆ กัน ซึ่งก็เป็นที่ถูกอกถูกใจของเหล่าเซียนมวยทั้งหลาย

โดยในภายหลังตัวของ บุญทิ้ง ก็ถูกเซียนมวยที่เป็นคนขโมยเศียรพระพุทธรูปประจำหมู่บ้านไปจ้างให้ล้มมวย ก็จะถูกหักหลัง ซึ่งท้าที่สุดหลัง บุญทิ้ง และยอร์ช ก็ต้องสู้แบบสุดความสามารถ เพื่อที่จะทวง “องค์บาก” กลับสู่หมู่บ้านหนองประดู่ของพวกเขาให้จงได้

สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้บอกเลยว่า เป็นอีกเรื่องที่ทางสหมงคลฟิล์มทุ่มเทสร้างอย่างมาก ทั้งในการถ่ายทำ การโปรโมท รวมถึงปรัชญา ปิ่นแก้วและพันนา ฤทธิไกร อีกหนึ่งยอดนักบู๊ของไทย ก็ได้ทำงานอย่างเต็มที่ในการปั้น จา-พนม ขึ้นมาเป็นพระเอกนักบู๊ครใหม่ของวงการ

ซึ่งอย่างที่หลายคนรู้ครับว่า เรื่องนี้ตัวของ จา พนม นั้นเล่นฉากบู๊ทุกฉาก ฉากเสี่ยงตายทุกซีน ด้วยตัวเอง ไม่มีสแตนด์อินใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งตรงนี้ที่เป็นจุดขาย และจุดเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่ดึงดูดให้คนเข้ามาดูอย่างล้นหลาม ซึ่งมันคุ้มค่าทุกหยาดเหงื่อของทีมงาน

เพราะทำรายได้ทั่วโลกไปกว่า 661,845,999 บาท และส่งให้ตัวของ จา-พนมนั้นโด่งดังเป็นพลุแตก จากลีลาแม่ไม้มวยไทย และคิวบู๊ที่สุดงามดุดัน ซึ่งมันส่งผลให้มีภาพยนตร์อย่าง “ต้มยำกุ้ง” ตามมาในภายหลัง

องค์บาก

องค์บากภาคต่อ ที่น่าผิดหวัง

ไม่ใช่แค่ภาคเดียวเท่านั้นสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะในภายหลังก็ได้มี ภาค 2 และ 3 ตามออกมา กับเรื่องราวการกำเนิดขึ้นมาขององค์บาก เพียงแต่ภาคต่อมันค่อนข้างจะน่าผิดหวังในแง่ของตัวเนื้อเรื่อง และทีมโปรดักชั่น แต่สิ่งที่ยังคงทำได้ดีคือ คิวบู๊ที่สนุกและสวยงามเหมือนเดิม

แต่กระนั้นภาค 2 ก็สามารถทำเงินทั่วโลกไปได้ถึง 294,069,832 บาท ซึ่งเป็นภาคต่อที่ยังถือว่าดีงามอยู่ระดับหนึ่ง เนื้อเรื่องไมไ่ด้ออกทะเลมากมาย คุมโทนได้ดี ดูมีที่มาที่ไป ไม่รู้ศึกว่ารวบรัด

แต่ภาคที่แย่จริง ๆ คือภาค 3 ที่ทำออกมาได้แย่ในส่วนของเนื้อเรื่อง และการดำเนินเรื่องที่ดำเนินไปแบบรีบ ๆ งง ๆ รวบรัดจนเกินเหตุ และตัวของ CG ก็ทำออกมาดูลอย ๆ ชอบกล และทำเงินไปเพียง 77,014,325 บาทจากทั่วโลก แต่ทุนสร้างนั้นสูงถึง 164,562,500 เลยทีเดียว

แต่ถึงกระนั้นครับ เราเองก็ต้องภาคภูมิใจว่าภาพยนตร์เฟรนไชส์นี้ได้นำเสนอ และอนุรักษ์ศิลปะแม่ไม้มวยไทยของเรา พร้อมกับโปรโมทออกไปทั่วโลก ทำให้ต่างชาติได้รู้จักกับมวยไทยมากยิ่งขึ้นว่ามันสวยงาม และดุดันแค่ไหน

และที่สำคัญคือตัวของ “จา-พนม” ก็ทำให้พวกเราได้ภูมิใจเหลือเกินในวันที่เขาก้าวสู่การเป็นนักแสดงระดับ Hollywood ได้ร่วมแสดงภาพยนตร์อย่าง The Fast หรือแม้แต่ Monsters Hunter และการพูดภาษาอังกฤษที่สามารถตอบโต้ได้อย่างคล่องแคล่ว จนทำให้เรารู้สึกว้าวกันเหลือเกิน

ซึ่งเรื่องราวดี ๆ แบบนี้พวกเรา Inzpy จะเอามานำเสนออีกแน่นอน และอยากให้ทุกคนติดตามพวกเราเอาไว้ด้วยนะครับ โดยเฉพาะที่ชอบดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นเกมก็แล้วแต่

พาชอปปิ้งผลิตภัณฑ์ดูแลผิว กับ 5 แบรนด์สปาไทย

พาชอปปิ้ง ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว กับ 5 แบรนด์สปาไทย – การดูแลผิวพรรณในโลกปัจจุบันทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ หรือบริการความงามต่างๆ ที่สามารถฟื้นฟูทุกปัญหาผิวของเราให้กลับมาเปล่งปลั่งดังเดิมได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับคุณว่าจะชอบวิธีการแบบไหน และมีงบประมาณเท่าไหร่ในการบำรุงและเปลี่ยนแปลงผิวพรรณ เทรนด์การดูแลและบำรุงผิวในปัจจุบันมีอยู่มากมาย แต่สิ่งที่มาแรงในการดูแล และบำรุงผิวในยุคนี้คือ ผลิตภัณฑ์สกินแคร์จากแบรนด์สปา

อย่างที่หลายคนรู้กันสปาแบรนด์ดังของไทยที่ให้บริการก็มีผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้กับลูกค้าที่เป็นแบรนด์ของตนเอง สำหรับใครที่เข้าไปใช้บริการสปาบ่อย ๆ จะรู้ว่าผลิตภัณฑ์แต่ละอย่างที่ทางสปานำมาบริการให้กับเรานั้นมีคุณภาพดีมาก ๆ ทำให้หลายคนติดใจ และอยากได้มาใช้ในชีวิตประจำวันทุก ๆ วัน

พาชอปปิ้ง ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว กับ 5 แบรนด์สปาไทย

วันนี้ Inzpy จึงไปเสาะหาแบรนด์สปาไทยที่มีผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้ามาให้คุณได้รู้จักเพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการดูแลและฟื้นฟูผิวเหมือนได้เข้าไปทำทรีตเมนต์ผิวหน้ากับสปาระดับ 5 ดาวจริง ๆ และใครที่ชอบผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในสปาทั้ง 5 แบรนด์ที่เราแนะนำนี้ก็มีจำหน่ายด้วย ซึ่งทั้งหมดเป็นแบรนด์ที่สร้างผลงาน และสร้างชื่อเสียงไปทั่วโลก ไปดูกันเลยว่าจะมีอะไรบ้าง

5 แบรนด์สปาไทยที่มีผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

1.HARNN

หลายคนคงพบเห็นแบรนด์ HARNN ตามห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ ในกรุงเทพที่มีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสปามากมาย ไม่ว่าจะเป็น สกินแคร์ เครื่องหอม น้ำมันบำรุงผิว และอื่นๆ ให้คุณได้เลือกมากมาย ซึ่ง HARNN ก็มีบริการสปาที่คุณสามารถเข้าไปผ่อนคลายความเครียดได้ ซึ่งคุณจะได้รับประสบการณ์สุดพิเศษจาก HARNN อย่างแน่นอน พร้อมกับผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงโดยใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ

ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของ HARNN เป็นที่รู้ดีว่ามีคุณภาพสูง และมีส่วนผสมจากธรรมชาติที่เป็นเคล็ดลับความงามของไทยตั้งแต่โบราณ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของ HARNN ก็จะมี ETERNITY BLISS CYMBOPOGON SET เป็นเซตสกินแคร์บำรุง ฟื้นฟูผิวให้ดูอ่อนเยาว์ มอบความเนียนนุ่มให้กับผิว มีด้วยกันทั้งหมด 6 ตัว ที่คุณสามารถเข้าไปดูได้ใน https://www.harnn.com/

HARNN

2.PAÑPURI

ปัญญ์ปุริเป็นหนึ่งในแบรนด์ไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพ และความงามชั้นนำจากประเทศไทย ที่คุณสามารถเข้ามารับบริการสปาเพื่อผ่อนคลายจากการทำงานหนักๆ ได้ โดย PAÑPURI เองก็มีผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพ และความงามที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก เพื่อให้ผู้คนได้ผจญภัยไปกับการแสวงหาสุขภาพที่ดีที่สุด

สำหรับ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ของ PAÑPURI มีให้คุณเลือกอย่างหลากหลาย และยังมีการใช้ส่วนผสมของสมุนไพรไทยลงไปในผลิตภัณฑ์อีกด้วย เช่น Nourish RiceMoss HyaQuench™ Watery Milk Oil พรีเซรั่มที่อุดมไปด้วย Calendula Oil ช่วยสร้างวิตามินอีและกรดไขมัน ไม่ทำให้ผิวอุดตัน พร้อมทั้งเพิ่มความสมดุลในทุกชั้นผิว ให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื่น และอิ่มฟู

Nourish RiceMoss HyaQuench™ Pore Minimizer Alcohol-free Toner โทนเนอร์ตัวดังของ PAÑPURI ปราศจากแอลกอฮอล์ ช่วยปลอบประโลมและปรับสมดุลให้ผิวมีความพร้อมสู่การบำรุงในขั้นต่อไป พร้อมทั้งยังช่วยกระชับรูขุมขนอีกด้วย

PAÑPURI

3.THANN

THANN เป็นอีกหนึ่งแบรนด์สปาของไทยที่ขึ้นชื่อเรื่องการดูแลบำรุงผิวและเส้นผม มีการผสมผสานศาสตร์บำบัดแบบธรรมชาติ และวิทยาการสมัยใหม่ด้านการดูแลผิวพรรณที่ได้การยอมรับจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางผิวหนัง ซึ่งคุณสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์จาก THANN ได้จากห้างสรรพสินค้าชั้นนำในไทยได้เลย

ใครที่ยากลองใช้ผลิตภัณฑ์ของ THANN บอกได้เลยว่าคุณจะหลงใหลในกลิ่นที่หอมที่ได้จากธรรมชาติ เป็นการเพิ่มความผ่อนคลายให้กับผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น Rice Extract Moisturizing Cream with Organic Evening Primrose, Rice Bran Oil, Shea Butter and Rice Callus Extract มอยเจอร์ไรเซอร์ ที่มอบความชุ่มชื้น สู่ผิวได้ยาวนาน พร้อมคืนความกระจ่างใสสู่ผิว ที่มีกลิ่นหอมมาก ๆ

THANN

4.ORGANIKA

ORGANIKA แบรนด์สปารูปแบบของคาเฟ่ ที่จะมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับลูกค้าทุกคน ด้วยความมุ่งมั่น และแรงบันดาลใจที่จะนำเสนอประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร เพื่อให้ได้สัมผัสบรรยากาศที่สะดวกสบาย หรูหราและเป็นมิตร ภายใน ORGANIKA มีการผสมผสานกลิ่นหอมของดอกไม้ผลไม้และเครื่องเทศที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองอีกด้วย

การบริการของ ORGANIKA ไม่ได้มีเพียง สปา และคาเฟ่เพียงเท่านั้น ORGANIKA ยังออก ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ที่คัดสรรวัตถุดิบดี ๆ จากทั่วฟ้าเมืองไทยมาให้บริการ ไม่ว่าจะเป็น ORGANIC HAND & BODY WASH ที่ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวหนัง คืนความ เนียนนุ่มชุ่มชื้น ด้วยสารสกัดสำคัญจากดอก แมกโนเลีย เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย ช่วยลดเลือนริ้วรอย และยังช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด พร้อมทั้งยังมีโลชั่นบำรุงผิวที่มีกลิ่มหอมมาก ๆ ให้คุณได้เข้าไปทดลอง

ORGANIKA

5.Erb

สำหรับแบรนด์ Erb หรือที่อ่านว่า เอิบ เป็นคำภาษาไทยที่ย่อมาจากคำว่า “เอิบอิ่ม” ที่สะท้อนถึงความเปล่งปลั่งสดใสของผู้หญิงไทยในสมัยก่อน รวมถึงในสมัยนี้ด้วย เพราะด้วยการดูแลจาก Erb ที่มีการให้บริการด้านความงาม และสุขภาพ เพื่อให้สาวไทยได้มีความ “เอิบอิ่ม” ในด้านความงามอย่างแท้จริง

ทาง Erb ยังมีผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณเพื่อให้สาว ๆ ได้บำรุงกันเป็นประจำที่บ้านอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น Elixir of Youth Organic Face Oil ออยล์บำรุงผิวหน้า ช่วยลดเลือนริ้วรอย ทำให้ผิวกระชับอิ่มฟู และลดเลือนจุดด่างดำ หรือจะเป็น Princess PA Earth Mineral Mineral Facial water สเปรย์น้ำแร่บำรุงผิวหน้า และอย่างสุดท้ายที่อยากแนะนำคือ Seven Pollen Face Cream ครีมบำรุงผิวอย่างล้ำลึกถึงผิวชั้นในและช่วยฟื้นฟูผิวให้เปล่งปลั่ง สดใส อ่อนเยาว์

Erb ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว กับ 5 แบรนด์สปาไทย

ชวนทำความสะอาดเมกอัพให้กลับมาน่าใช้ สะอาดหมดจด ! เหมือนซื้อมาใหม่

ชวนทำความสะอาดเมกอัพให้กลับมาน่าใช้ สะอาดหมดจด ! เหมือนซื้อมาใหม่

ชวนทำความสะอาดเมกอัพให้กลับมาน่าใช้… เครื่องสำอางที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง หรือที่อยู่ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋า รู้อะไรมั้ยเอ่ยยย ว่าน้อง ๆ สะสมคราบ ฝุ่น และแบคทีเรียอยู่มากมาย ยิ่งใช้บ่อยก็ยิ่งสะสมความสกปรก แล้วเราก็หยิบมาใช้บนใบหน้าเราไปเรื่อย ๆ ระวังนะสิวจะตามมา เพราะงั้นแล้วจึงควรใส่ใจเรื่องของการทำความสะอาดเครื่องสำอางทุกชิ้นเลยนะคะ แต่ถ้าหากว่าไม่รู้จะเริ่มทำความสะอาดชิ้นไหน หรืออะไรก่อนดี Inzpy จะมาบอกวิธีทำความสะอาดเมกอัพให้กลับมาน่าใช้เหมือนเดิม เลื่อนลงไปตามอ่านกันเลยค่าาาาาา

1.เช็ดตลับแป้ง ตลับคุชชัน

ชวนทำความสะอาดเมกอัพให้กลับมาน่าใช้

แน่นอนว่าที่ตามตลับแป้ง หรือว่าตลับคุชชันของสาว ๆ เนี่ย จะต้องมีคราบแป้งเกาะติดอยู่ตามตลับอย่างแน่นอน แล้วมันก็จะทำให้ผลิตภัณฑ์ของเราดูเก่าด้วยนะเออ แถมยังลามไปทำเครื่องสำอางชิ้นอื่น ๆ ให้เลอะเทอะเปรอะเปื้อนตาม ๆ กันไปด้วยอีก

แนะว่าให้ใช้สำลีหรือกระดาษทิชชูชุบน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนให้เปียกน้ำหมาด ๆ แล้วเช็ดคราบแป้งตามรอบนอกตลับออก และให้ใช้ทิชชูแห้งหรือสำลีแห้งเช็ดซ้ำตามอีกรอบนะคะ เพื่อป้องกันไม่ให้ที่ตลับเป็นคราบซ้ำอีก เช็ดแค่รอบนอกพอน้า ระวังอย่าให้โดนตัวแป้ง เท่านี้ตลับแป้งหรือตลับคุชชั่นของเราก็กลับมาสะอาดหมดจด เหมือนซื้อมาใหม่แล้วค่า

2.เช็ดขอบลิปสติกด้วยแอลกอฮอล์

ชวนทำความสะอาดเมกอัพให้กลับมาน่าใช้

วิธีที่ง่ายที่สุดในการทำความสะอาดลิปสติกที่เลอะตามปลอก คือการใช้แอลกอฮอล์ เพียงใช้กระดาษทิชชูที่สะอาดชุบแอลกอฮอล์ แล้วเช็ดที่รอบ ๆ ปลอกออก หรือถ้าลิปสติกของใครเละมาก เละยันตัวเนื้อลิปสติก คุณสาว ๆ สามารถใช้มีดที่เช็ดด้วยแอลกอฮอล์หรือผ่านความร้อนของน้ำเดือดมาปาดผิวด้านปลายแท่งออกไป และสิ่งที่คุณสาว ๆ ต้องรู้ ถ้าลิปสติกของคุณสาว ๆ มีสีและกลิ่นที่เปลี่ยนไปจากเดิม ให้เลิกใช้ทันทีนะ

4.ทำความสะอาดที่ดัดขนตา

ฮันแน่ ชิ้นนี้หลาย ๆ คนอาจจะมองข้าม ลองสังเกตที่ดักขนตาของตัวเองกันด้วยนะคะ คราบมาสคาร่าแน่น ๆ หนึบ ๆ ที่ยางดัดน่ะ หนาเตอะหรือยัง ถ้าเห็นว่าหนาแล้ว แนะนำว่าให้ทำความสะอาดด่วน ๆ ค่า เพียงใช้ไดร์เป่าผมจ่อที่ดัดขนตาไว้พอให้อุ่นถึงร้อน จากนั้นใช้สำลีเช็ดคราบมาสคาร่าออก จะช่วยให้เช็ดออกได้ง่ายขึ้นค่ะ และอาจนำแผ่นยางที่ดัดขนตาไปล้างด้วยน้ำสบู่หรือแชมพูเพื่อล้างคราบสกปรกออกอีกครั้งหนึ่ง เพียงเท่านี้ที่ดัดขนตาเราก็สะอาด ใหม่ น่าใช้ เหมือนพึ่งซื้อมาใหม่เลยล่ะ

5.ทำความสะอาดฟองน้ำ และพัฟฟ์แต่งหน้า

สารภาพมาเดี๋ยวนี้ว่าใครไม่เคยล้างพัฟฟ์เลยบ้าง… ไม่ได้นะคะพส. เพราะแบคทีเรียและเชื้อโรคต่าง ๆ เจริญเติบโตได้ดีในผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลวและครีม ซึ่งของเหลวและครีมที่ว่านั้นก็คือพวกรองพื้นที่เราใช้พัฟฟ์เกลี่ย สิ่งสกปรกมันสะสมอยู่ในพัฟฟ์นะแม่ แนะนำว่าให้ล้างอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง โดยใช้สบู่ล้างหน้า สบู่เป็นสิ่งที่เราอยากแนะนำที่สุดเลยค่ะ เพราะบางคนอาจจะเคยเห็นมาบ้างแล้วว่ามันมีอีกหลายอย่างเลยที่ใช้ทำความสะอาดพัพฟ์ได้ แต่สบู่เป็นสิ่งที่กำจัดคราบสกปรกได้แทบเกลี้ยงหมดจดเลยนะ ขอบอกกกกกก

เพียงแค่นำสบู่และพัฟฟ์ไปชุบน้ำให้เปียก และถู ๆ เข้าด้วยกัน จากนั้นพอเรานวด ๆ วนไปเรื่อย ๆ พวกคุชชันและรองพื้นจะละลายออกมาเยอะมากเลยค่ะ มันเลิศมาก อยากให้ลอง และอยากให้ทำความสะอาดนะ

6.ทำความสะอาดแปรงแต่งหน้า

ส่วนแปรงแต่งหน้าที่ใช้ทาอายแชโดว์รอบๆ ดวงตา ควรได้รับการทำความสะอาด การทำความสะอาดแปรงแต่งหน้า นอกจากจะดีต่อสุขภาพอนามัยของเราแล้ว ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ได้ด้วยนะ เพราะขนแปรงหรือฟองน้ำที่ได้รับการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอจะอ่อนนุ่มอยู่ทรงและใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยให้ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแปรงโดยเฉพาะหรือใช้สบู่เหลวอ่อน ๆ ที่มีส่วนผสมที่ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย เสร็จแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

7.เช็ดกระจกโต๊ะเครื่องแป้ง

ชวนทำความสะอาดเมกอัพให้กลับมาน่าใช้

โต๊ะเครื่องแป้ง แหล่งรวมสารพัดเครื่องสำอางของคุณสาว ๆ และโต๊ะที่เราต้องใช้นั่งแต่งหน้าทุก ๆ วันเนี่ย ควรจะรักษาความสะอาดด้วยนะคะ ควรเช็ดคราบแป้ง คราบฝุ่นต่าง ๆ บนโต๊ะด้วย เผื่อเวลาที่เราเผลอวางพัพฟ์บนโต๊ะ พัพฟ์เราก็จะได้ไม่สกปรกนะ และเช็ดกระจกด้วยค่ะ เช็ดด้วยน้ำยาเช็ดกระจก หรือกระดาษหนังสือพิมพ์ เพื่อที่เวลาเราส่องหน้าตัวเองจะได้เห็นชัดแบบปัง ๆ

8.ทำความสะอาดกระเป๋าเครื่องสำอาง

อย่างสุดท้ายของวันนี้ที่เราแนะนำว่าให้ทำความสะอาดด้วย คือ กระเป๋าใส่เครื่องสำอาง จำได้มั้ยคะว่าทำความสะอาดครั้งสุดท้ายกันเมื่อไหร่ สีหม่นหรือยัง เน่าแล้วหรือยังคะ นอกจากมันจะดูสกปรกและดูไม่ดีแล้ว มันยังส่งผลทำให้เครื่องสำอางที่เราใส่ไว้ สกปรกตามไปด้วย ส่งผลให้สิวเกิดขึ้นตามมาด้วยนะ เพราะงั้นทำความสะอาดกระเป๋าด้วยนะคะ

และที่สำคัญ ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เวลาที่เราออกไปข้างนอก ออกไปทำงานระหว่างวันแล้วเราต้องหยิบเครื่องสำอางมาเติมหน้า เติมปากเนี่ย เชื้อโรคมันก็สามารถมาเกาะตามเมกอัพของเราได้นะคะ เพราะฉะนั้นควรหมั่นฉีดแอลกอฮอล์ทำความสะอาดที่ตัวอุปกรณ์หรือเครื่องสำอางบ่อย ๆ ด้วยนะคะ แล้วก็อย่าลืมหมั่นทำความสะอาดตามขั้นตอนที่เราแนะนำกันด้วยนะ เพื่อสุขอนามัยที่ดีต่อผิวหน้า และต่อตัวเรากันนะคะ

สัมผัสการดูแลผิวแบบไทย ผ่อนคลายเหมือนได้ไปสปา

สัมผัสการดูแลผิวแบบไทย ผ่อนคลายเหมือนได้ไปสปา Face Steaming – การมีผิวพรรณใบหน้าที่ผ่องใสไม่ใช่เรื่องยากที่คุณเองก็สามารถทำได้ การบำรุงดูแลผิวด้วยผลิตภัณฑ์สกินแคร์ของคุณอยู่เป็นประจำก็เป็นหนึ่งวิธีที่จะช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูอ่อนเยาว์ และสุขภาพดีได้อยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามการดูแลผิวที่เป็นเคล็ดลับความงามของไทยเองก็มีวิธีการที่สามารถทำให้ใบหน้าและผิวกลับมากระจ่างใสมีชีวิตชีวาไม่แพ้สกินแคร์แพง ๆ เลย

เคล็ดลับการดูแลผิวแบบไทยที่เราจะบอกต่อไปนี้ เป็นหนึ่งในวิธีที่สปาหลาย ๆ แห่งนำไปประยุกต์ใช้ในการดูแลรักษาผิวที่คุณจะรู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งคุณเองก็สามารถนำวิธีนี้มาปรับใช้กับอุปกรณ์ และวัตถุดิบที่สามารถซื้อได้ทั่วไป และสำหรับคนธรรมดาที่หาเช้ากินค่ำก็สามารถทำเองได้ที่บ้าน โดยไม่จำเป็นต้องเข้าสปาแพง ๆ เพื่อทำการดูแลผิว

สัมผัสการดูแลผิวแบบไทย ผ่อนคลายเหมือนได้ไปสปา Face Steaming
Cr: Photo www.freepik.com

Face Steam หรือการอบไอน้ำให้กับผิวหน้าเป็นหนึ่งวิธีที่จะช่วยบำรุง ฟื้นฟูผิว ของทุกคนให้กลับมามีชีวิตชีวาได้ง่าย ๆ พร้อมคืนความชุ่มชื้น ปรับผิวให้เนียนนุ่มขึ้นได้ง่าย ๆ ซึ่งเป็นเคล็ดลับความงามของสาวไทยดั้งเดิม ที่มักจะเอาหน้าไปอังกับเตาที่ใช้ในการหุงข้าว และมีการพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ จนเกิดเป็นการนำสมุนไพรต่าง ๆ มาต้ม แล้วนำใบหน้าไปอังกับไอน้ำที่ระเหยขึ้นมา

ประโยชน์ของการอบไอน้ำผิวหน้า Face Steaming

1.ทำความสะอาดสิ่งสกปรกอย่างล้ำลึก การอบไอน้ำใบหน้าจะช่วยเปิดรูขุมขนเพื่อปลดปล่อยเซลล์ผิวที่ตายแล้ว แบคทีเรีย และสิ่งสกปรกอื่น ๆ ที่อุดตันรูขุมขน ทั้งหมดนี้จะช่วยปกป้องผิวหน้าไม่ให้เกิดสิวอีกด้วย

2.ลดความมันส่วนเกิน ไอน้ำธรรมชาติจะช่วยทำให้ผิวหน้าที่แห้งกร้านจากภายในกลับมาชุ่มชื้นขึ้น ซึ่งจะทำให้ต่อมไขมันใต้ผิวหนังผลิตน้ำมันเพื่อมาหล่อเลี้ยงผิวหน้าน้อยลง และการอบไอน้ำบนใบหน้าจะช่วยขับน้ำมันที่ติดอยู่ในรูขุมขนออกมาด้วย

3.เพิ่มการไหลเวียนเลือด การผสมผสานของไอน้ำร้อน และเหงื่อที่เพิ่มขึ้นในขณะที่อบไอน้ำอยู่จะขยายหลอดเลือดและเพิ่มการไหลเวียน เมื่อผิวหน้ามีการไหลเวียนของเลือดที่เพิ่มขึ้นจะช่วยบำรุงผิวของคุณ และเติมออกซิเจนให้กับผิวได้มากขึ้น ส่งผลให้ผิวเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ

4.ช่วยในการผลิตคอลลาเจนและอีลาสติน การไหลเวียนของเลือดที่เพิ่มขึ้นในระหว่างการอบไอน้ำบนใบหน้าจะช่วยส่งเสริมการผลิตคอลลาเจนและอีลาสติน ส่งผลให้ผิวกระชับ ดูอ่อนกว่าวัย ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนมากหลังจากการอบไอน้ำใบหน้าตอนเสร็จใหม่ ๆ

5.ช่วยเพิ่มการดูดซึมพร้อมรับการบำรุงผิวในขั้นตอนต่อไป การอบไอน้ำบนใบหน้าช่วยเพิ่มการซึมผ่านของผิวทำให้ดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น หลังจากอบไอน้ำเรียบร้อยคุณควรบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอื่น ๆ เข้าไปทันที

6.ช่วยทำให้ผ่อนคลาย และคลายเครียดได้ แค่รู้สึกถึงไออุ่น ๆ บนใบหน้าก็ทำให้เราผ่อนคลายได้แล้ว การเติมสมุนไพร และน้ำมันหอมระเหยลงบนผิวหน้าจะช่วยปลอบประโลมร่างกาย และจิตใจ คุณสามารถจดจ่อกับการหายใจได้ดี การหายใจลึก ๆ ช้า ๆ จะช่วยคลายความเครียดได้อีกด้วย

Face Steaming
Cr: Photo www.freepik.com

วิธีการการอบไอน้ำผิวหน้า

สำหรับวิธีการอบไอน้ำผิวหน้า Face Steaming นั้นสามารถทำได้ง่าย ๆ โดยไม่จำเป็นต้องไปถึงสปา เพียงแค่มีหม้อต้มน้ำ และสมุนไพรกับน้ำมันหอมระเหย ก็สามารถทำการอบไอน้ำผิวหน้าได้แล้ว โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

1.นำน้ำสะอาดที่เราเตรียมไว้ไปต้มให้น้ำเดือดที่อุณหภูมิ 100 องศา จากนั้นให้ใส่สมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อผิวหน้า และความงามลงไป จากนั้นให้ปิดไฟทันที

2.ให้คุณนำน้ำที่ต้มพร้อมกับสมุนไพร นำมาเทใส่ภาชนะที่มีปากกว้างพอที่จะให้ใบหน้าของเราได้รับไอน้ำจากภาชนะได้ทั้งหน้า เพื่อให้ผิวหน้าได้รับไอน้ำได้ทั่วถึงที่สุด

3.จากนั้นให้คุณนำใบหน้าของคุณไปอังเพื่อรับไอน้ำที่มีการเติมสมุนไพรลงไปในขณะที่น้ำยังร้อนและมีไอน้ำพวยพุ่งขึ้นมาอยู่ อังใบหน้าของคุณไว้ประมาน 10-15 นาที คุณสามารถพักแล้วนำน้ำไปต้มเพื่อให้เกิดไอน้ำขึ้นใหม่อีกได้ แล้วนำมาอังหน้าต่อ ซึ่งคุณจะสามารถอบไอน้ำผิวหน้าได้ 2-3 รอบต่อครั้ง

Face Steaming 2
Cr: Photo www.freepik.com

คุณสามารถสัมผัสการดูแลผิวแบบไทย ผ่อนคลายเหมือนได้ไปสปาง่าย ๆ ได้ที่บ้าน โดยไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์มากมายเลย ส่วนสมุนไพรที่ใช้ก็เลือกจากความชอบได้เลย ไม่ว่าจะเป็นดอกกุหลาบที่มีสาร Hydrosols ที่ช่วยปลอบประโลมผิว ให้เนียนนุ่ม กระจ่างใส และกระชับผิว หรือจะเป็น ตะไคร้ ,ขมิ้น ,ไพล ,มะกรูด ,การบูร และอื่น ๆ ที่คุณสามารถหาได้ ใช้ลงไปต้มได้หมด สำหรับใครที่มีน้ำมันหอมระเหยอื่น ๆ ก็สามารถหยดลงไปเพื่อเพิ่มกลิ่นที่หอม เพื่อให้ร่างกายผ่อนคลายขึ้นได้มากยิ่งขึ้น

All I Want กับ MV ที่รวมชาวร็อคไว้เยอะที่สุด

0

หากคุณรู้จัก A Day To Remember คุณย่อมต้องเคยฟังหรือดูมิวสิควิดีโอเพลง All I want อย่างแน่นอน เพราะเพลงนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเพลงที่ทำให้ ADTR โด่งดังขึ้นมาถึงขีดสุด ด้วยแนวเพลงที่ออกไปทางป็อป-พังค์ และมีการร้องคลีนกว่า 99 % ของตัวเอง

ซึ่งทางวงได้หยิบเพลงนี้ขึ้นมาเป็นเพลงโปรโมทของอัลบั้ม “What Separates Me from You” ด้วยความเรียบง่ายของตัวเพลงนั่นแหละ แต่สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ MV ที่รวบรวมเอาเหล่าวงร็อคและเมทัล เข้ามาร่วมถ่าย MV ถึง 25 วงด้วยกัน เรียกว่าเยอะที่สุดในประวัติศาสตร์วงการร็อคเลยล่ะ

All I Want

All I Want หนักแน่นแต่เรียบง่าย

สำหรับอัลบั้ม “What Separates Me from You” นั้นวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ปี 2010 กับค่ายที่ชื่อว่า Victory Records โดย Chad Gilbert มือกีต้าร์วง New Found Glory โปรดิวซ์ให้ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจที่ All I Want จะมีความป็อป-พังค์ ได้ขนาดนั้น

สำหรับเพลงนี้พูดถึงการทำตามใจตัวเอง ลุยไปในสิ่งที่เชื่อ อยากทำอะไรก็ทำ ไม่ต้องไปแคร์ใคร และใช้ชีวิตให้มีความสุข แค่นั้นพอ

และด้วยตัวเพลงที่ไม่หวือหวามากนัก มีความหนักแน่น แต่ก็เรียบง่ายสุด ๆ ในพาร์ทของดนตรี แต่เพลงนี้มันต้องโปรโมท ทีมงานเลยจัดให้หนัก ๆ แบบให้มันเป็นไวรัลกันไปเลย โดยการรวมพลศิลปินสายร็อค ไม่ว่าจะเบอร์เล็ก หรือเบอร์ใหญ่มาไว้ใน MV ตัวเดียว มากถึง 25 วง อย่างที่ได้บอกไป ซึ่งประกอบไปด้วย

1.Bring Me The Horizon
2.Architects
3.Tim Lambesis จากวง As I Lay Dying
4.Matt Heafy จากวง Trivium
5.August Burns Red
6.Kristian Hallbert วง Crime In Stereo
7.Tom Denny อดีตมือกีตาร์วง A Day To Remember
8.The Devil Wears Prada
9.Veara
10.Pete Wentz วง Fall Out Boy
11.Silverstein
12.Andrew W.K.
13.Millencolin
14.Set Your Goals
15.This Is Hell
16.Winston McCall วง Parkway Drive
17.Ed McRae วง Your Demise
18.Mike Herrera วง MxPx
19.Vincent Bennett วง The Acasia Strain
20.Vic Fuentes วง Pierce The Veil
21.Dallas Taylor วง Maylene And The Sons Of Disaster (อดีตนักร้องนำ Underoath)
22.Johnny Intravaia วง Seventh Star
24.Andrew Neufeld วง Comeback Kid
25.Guy Kozowyk วง The Red Chord
all i want
เรียกว่าแน่นและเยอะมากจริง ๆ ซึ่งการถ่ายทำนี้ ไม่ใช่การให้มารวมตัวกันแล้วถ่ายทำ แต่เป็นการให้เหล่าศิลปิน ถ่ายเองแล้วส่ง Foottage มาให้กับทีมงานนั้นตัดต่ออีกที
ซึ่งหลังจากที่ตัวเอ็มวีได้ถูกปล่อยออกไป มันก็ไปทัชกับความรู้ของแฟนเพลงที่ได้เห็นศิลปินมารวมตัวกันมากมายแบบนี้ ก็ทำให้ผู้คนตื่นเต้นกันมาก ๆ
ในแง่ของการตลาดก็เกิดการสร้างไวรัลการพูดถึงออกไปในวงกว้าง แถมยังเป็นการแชร์แฟนเพลงจากศิลปินที่มาร่วมถ่าย MV ให้มารู้จักวง A Day To Remember เพิ่มเติมกันอีก ซึ่งมันก็เป็นไปตามเป้าเพราะชื่อเสียงของ ADTR ขยายออกไปไกลจนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เติบโตขึ้นจากอัลบั้ม “Homesick” อย่างเห็นได้ชัด
นี่คือปรากฏการณ์อย่างแท้จริงที่เกิดขึ้นบนโลกดนตรีสายหนัก แม้เวลาจะผ่านมานานนับ 10 ปี แต่เพลงนี้ก็ยังคงถูกเปิดอยู่เป็นประจำ ปัจจุบันยอดวิวของ MV ก็พุ่งไปถึง 61 ล้านวิวแล้ว และยังคงมีแฟนเพลงวนเวียนเข้ามาคอมเมนต์อยู่เสมอ
เหมือนเดิมครับ สำหรับใครที่อยากฟังเพลงดี หรือ MV โดน ๆ แบบนี้ ก็อย่าลืมกดติตาม กดไลค์ และแชร์เรื่องราวดี ๆ ของพวกเรา Inzpy เอาไว้นะครับผม

Skinimalism เผยผิวสวย ในแบบที่เป็นผิวตัวเอง

0

Skinimalism เผยผิวสวยในแบบที่เป็นผิวตัวเอง

Skinimalism บอกลาการแต่งหน้าหนาเตอะ พร้อมเผยผิวสวยแบบธรรมชาติ เผยผิวสวยในแบบของตัวเองโดยไม่ต้องแต่งอะไรมาก ! ซึ่งหัวใจสำคัญของ Skinimalism คือ “การเคารพและเข้าใจในผิวของตัวเอง” ซึ่งไม่จำเป็นต้องเพอร์เฟกต์ ไม่ต้องพึ่งแอพรีทัชรูปก็สวยในแบบฉบับของตัวเองได้ เน้นการใส่ใจดูแลผิวหน้าของตัวเองอย่างเรียบง่าย และเปิดเผยผิวหรือความเป็นตัวเองแบบไม่ต้องโปะให้หนา โปะให้เป๊ะเสมอไป

แล้วถ้าอยากบำรุงผิวและแต่งหน้าแบบโชว์ผิว ต้องทำยังไง ? … อยากแรก เรื่องของบำรุงผิว

ให้ลดจำนวนขั้นตอนให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้นะคะ แต่ว่าต้องครบ ! ด้วยสเต็ปการลงสกินแคร์ 3 ขั้นตอนง่าย ๆ  เพียงแค่ ล้าง เติม และป้องกัน… 3 สเต็ปง่าย ๆ ที่จะช่วยทำให้ผิวของคุณสาว ๆ ดูสุขภาพดี สวยครบจบเลย !

  • ล้าง.. ล้างหน้า ชำระสิ่งสกปรก !

Skinimalism

ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดเลย การทำความสะอาดผิวหน้า การขจัดสิ่งสกปรก มลภาวะ รวมไปถึงคราบเมกอัพบนใบหน้าของเรา เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดสิว ป้องกันรูขุมขนอุดตัน สวยใสแบบเป็นธรรมชาติ

  • เติม.. เติมความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า

Skinimalism

การเติมความชุ่มชื้นให้กับใบหน้า เป็นการสร้างผิวให้มีความแข็งแรงมากขึ้น เพื่อเป็นเกราะป้องกันให้กับผิวของเรา และทางเราขอแนะนำว่าควรเลือกผลิตภัณฑ์พวกมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ที่มีส่วนผสมของวิตามินซีหรืออีด้วยนะคะ จะได้เป็นการเติมความชุ่มชื้นและยังบำรุงผิวให้สว่างใส ห่างไกลริ้วรอยด้วย

  • ปกป้อง.. ปกป้องผิวจากแสงแดด

Skinimalism

ขั้นตอนสุดท้าย ขาดไม่ได้และสำคัญไม่แพ้ขั้นตอนอื่น ๆ เลย คือ การปกป้องผิวจากแสงแดด ด้วยการทาครีมกันแดด  เพราะมันจะช่วยป้องกันผิวของเราไม่ให้ถูกทำร้ายจากรังสี UV ได้ ป้องกันไม่ให้ผิวของเราเกิดริ้วรอยก่อนวัยด้วย ควรจะทาก่อนออกแดดอย่างน้อย 15 นาที หรือ 30 นะ

อย่างที่สอง เรื่องของการแต่งหน้า

การแต่งหน้าแบบ Skinimalism จะเน้นบำรุงผิวให้มีความชุ่มชื้น ไม่ขาดน้ำ ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความบางเบา ไม่เน้นปกปิด แต่หากต้องการหรือจำเป็นต้องใช้รองพื้น ให้เน้นเลือกที่มีความบางเบา เกลี่ยง่าย ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพผิวที่ช่วยให้ผิวได้หายใจ ลดการอุดตันของเครื่องสำอาง แต่ก็ยังคงสามารถสนุกกับการแต่งหน้าได้ ผ่านการแต่งตา แต่งคิ้ว และทาลิปสติกเฉดสีโปรดที่ตัวเองชอบได้เลย

  • เน้นการใช้ผลิตภัณฑ์ประเภท Multitasking หรือผลิตภัณฑ์ชนิด All-in-One

เลือกผลิตภัณฑ์เพียงชิ้นเดียวทำหน้าที่ได้หลายอย่าง แต่ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดต่อสภาพผิวของคุณสาว ๆ ด้วยนะคะ การใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแบบ Multitasking แบบนี้นอกจากจะช่วยในเรื่องของความงามแล้ว ยังช่วยให้ประหยัดเวลาในการดูแลผิวหน้า แถมยังช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยนะ เพราะว่ามันไม่สิ้นเปลืองไปกับบรรจุภัณฑ์มากมาย

  • หยุดแต่งหน้าหนา เน้นดูแลผิวให้สุขภาพดี

ไม่แต่งให้หนาเตอะ ! หยุดการแต่งหน้าที่หนักหนามากจนเกินไป เพราะการแต่งหน้าแบบหนัก ๆ มันก็เป็นการทำลายผิวไปแบบไม่รู้ตัวนะ อาจจะทำให้เกิดปัญหาผิวหน้าต่าง ๆ ตามมามากมาย แนะนำว่าให้ลองลดขั้นตอนของการแต่งหน้าลง แค่แต่งให้ผิวดูสุขภาพดีก็พอ ให้เวลาผิวได้พัก ได้ฟื้นฟูบ้างนะ

  • ลดการใช้สารเคมี เลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับผิว และมีผสมจากธรรมชาติ

การใช้เครื่องสำอางที่มีสารเคมีมากไปจะทำให้ลายผิวของเรา ทำให้แพ้ง่ายและบอบบาง การที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก หรือที่ปราศจากสารเคมีที่ไม่เป็นอันตรายต่อผิว ถือว่าเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยมากที่สุด เพื่อดูแลผิวให้สวย และแข็งแรง แถมสวยดูเป็นผิวสุขภาพดีในระยะยาวด้วยนะคะ

เป็นยังไงกันบ้างคะกับ Skinimalism เทรนด์ความงามที่ inzpy มานำเสนอกันในวันนี้ ไม่มีอะไรซับซ้อนเลย บางครั้งเราไม่จำเป็นต้องเพอร์เฟกต์อะไรขนาดนั้น ปล่อยให้ผิวของเราได้หายใจบ้าง ให้ผิวได้พักจากครีมหนัก ๆ และแป้งหนัก ๆ ดูบ้าง ลองมาโชว์ผิวแบบเรียบง่ายในแบบฉบับของตัวเองกันดูนะคะ

เคล็ด (ไม่) ลับ ดูทิศ ปรับบ้าน รับปีขาล

เคล็ด (ไม่) ลับ ดูทิศ ปรับบ้าน รับปีขาล ก้าวย่างเข้าสู่ปีขาลแล้ว… เพียงไม่นาน สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เจ้ากรรม… ดั๊นนน กลับมา เริ่มประทุอีกครั้ง เพราะมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว! ขณะเดียวกันค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง การใช้ชีวิตท่ามกลางโรคภัย และมลพิษทางอากาศเช่นนี้  Inzpy ขอแนะนำให้ทำใจปล่อยวางกันสักนิด (แต่ไม่ปล่อยปละ) เพราะเราจะชวนคุณมาเสริมมงคลด้วยการดูทิศ พร้อมแนะวิธีการสร้างอากาศบริสุทธิ์ให้ภายในบ้าน เพื่อเกิดสุขภาพที่ดี ห่างไกลโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งถือได้ว่าเป็นมงคลให้แก่ชีวิตยิ่งกว่าสิ่งใด

อันดับแรกว่าด้วยเรื่องทิศ และการเสริมมงคล ปรมาจารย์ทางด้านศาสตร์ฮวงจุ้ยหลายท่าน มีความเห็นตรงกันว่าในปี 2565 ที่ปีนักษัตรตรงกับปีขาล ทิศที่ดี ได้แก่…

เคล็ด (ไม่) ลับ ดูทิศ ปรับบ้าน รับปีขาล
Cr. Photo : Robin Wersich on Unsplash

ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ธาตุดิน เพราะช่วยส่งเสริมด้านการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร การเสริมพลังในทิศนี้ ท่านแนะนำให้ปลูกต้นไม้สีเขียวสร้างความร่มเงา ร่มเย็นให้แก่ชีวิต

ทิศใต้ ธาตุไฟ ส่งเสริมด้านชื่อเสียงการยอมรับจากคนรอบข้าง แนะนำให้จัดเป็นที่นั่งทำงานใช้ความคิด ควรตกแต่งด้วยโทนสีร้อน เช่น สีแดง หรือติดตั้งโคมไฟให้แสงสว่างเพิ่มพลังหยาง เพื่อให้เกิดความเคลื่อนไหวโดยตลอด การเลือกใช้สอยพื้นที่บ้านในสองทิศนี้ มอบความสอดคล้องกับกิจกรรมในด้านดังกล่าว จะช่วยให้งานราบรื่น ได้ผลดี

เคล็ด (ไม่) ลับ ดูทิศ ปรับบ้าน รับปีขาล
Cr. Photo : Samantha Gades on Unsplash

นอกจากการเสริมมงคลในทิศที่กล่าวมาข้างต้น ปรมาจารย์ทางด้านศาสตร์ฮวงจุ้ยหลายท่านยังลงความเห็นว่า ยังมีทิศร้ายที่ควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปใช้งาน วิธีลดพลังร้ายของทิศทางคือ ควรปรับปรุงพื้นที่นั้น ๆ เพื่อให้ส่งผลเสียน้อยลง สำหรับทิศร้าย ได้แก่

ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ธาตุดิน ส่งเสริมด้านการปกป้องคุ้มครอง การอุปถัมภ์ ครอบครัว การเสริมมงคล โดยทิศนี้ ท่านแนะนำให้จัดพื้นที่ให้สะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย และควรติดตั้งโคมไฟ เปิดให้สว่างอยู่เสมอ

ทิศเหนือ ธาตุน้ำ ส่งเสริมด้านการงานอาชีพ ธุรกิจ ในทิศนี้ แนะนำไม่ให้ทำการทุบ รื้อ ปรับปรุง ต่อเติมใด ๆ ที่จะเป็นการทำให้เกิดการกระทบกระเทือน ควรทิ้งให้สิ่งร้ายตั้งอยู่นิ่ง ๆ และควรจัดพื้นที่ให้สะอาด และสว่างอยู่เสมอเช่นกัน

แต่ถ้าหากพูดตามหลักการออกแบบอาคารแล้ว ทิศแต่ละทิศนั้นเป็นอย่างไร มีจุดเด่น หรือจุดด้อยอะไรบ้าง ลองตามมาสแกนกัน

เคล็ด (ไม่) ลับ ดูทิศ ปรับบ้าน รับปีขาล
Cr. Photo : SCG HOME

ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จัดเป็นทิศรับกระแสลมเย็นตามธรรมชาติ ในช่วงฤดูหนาวของไทย เพื่อเพิ่มการหมุนเวียนอากาศภายในบ้านตามปกติ จึงควรเปิดประตูหน้าต่างรับลมทางทิศนี้ อาจปลูกต้นไม้ช่วยสร้างร่มเงาบังแสงแดดร้อนในช่วงสาย เพิ่มความชื้นให้กับอากาศที่แห้ง และดักจับฝุ่นละอองบางส่วน

ซึ่งปัจจุบันการเปิดรับลมธรรมชาติโดยตรง อาจมีความเสี่ยงกับเชื้อโรค รวมทั้งฝุ่นละอองขนาดเล็ก ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพในวันที่แอปพลิเคชันแสดงค่าฝุ่นละอองในอากาศสูง

ดังนั้น หากต้องการเปิดรับลมธรรมชาติ จึงควรปรับปรุงคุณภาพอากาศที่จะนำเข้ามาใช้ภายในบ้านให้เป็นอากาศบริสุทธิ์เสียก่อน ด้วยการดูดอากาศจากภายนอก นำมาผ่านระบบกรองฝุ่นของเครื่อง ERV (Energy Recovery Ventilation) และผ่านการดักจับเชื้อโรคของเครื่องสร้างประจุอิออนลบ (Ionizer Air Purifier)

นอกจากนี้ เครื่อง ERV ยังสามารถระบายอากาศเสียออกจากบ้านได้อีกด้วย เมื่ออากาศภายในบ้านบริสุทธิ์ไร้ฝุ่น ไร้เชื้อโรค สมาชิกภายในบ้านย่อมมีสุขภาพที่ดี ถือเป็นมงคลชีวิตนะ

(ถ้าใครสนใจ และอยากทำความรู้จักเครื่อง ERV ลองเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://bit.ly/3KtVEwm)

Cr. Photo : SCG HOME

ทิศใต้ จัดเป็นทิศรับแสงแดดเกือบตลอดทั้งวัน การปรับปรุงพื้นที่บ้านส่วนนี้ให้สามารถนั่งทำงานได้ยาวนานขึ้น จึงจำเป็นต้องลดความร้อน และความสว่างจ้าจากแสงแดดช่วงสายจนถึงช่วงเย็น ด้วยการติดตั้งหลังคากันสาดที่มุงด้วยแผ่นโปร่งแสง ยื่นยาวออกมาปกคลุมพื้นที่ภายนอกบ้าน ร่วมกับการติดตั้งไม้ระแนง หรือ แผ่นไม้เทียมฉลุลวดลาย เพื่อลดปริมาณแสงแดดที่จะส่องผ่านประตู / หน้าต่างเข้ามายังพื้นที่นั่งทำงาน ทำให้ยังคงได้ทั้งแสงสว่างธรรมชาติที่พอเหมาะกับการใช้งาน และลดความร้อนไปพร้อม ๆ กัน

ทิศตะวันตกเฉียงใต้ จัดเป็นทิศรับลมร้อนชื้น ในช่วงฤดูร้อน ถึงฤดูฝนของไทย การเปิดประตู / หน้าต่างรับลมทางทิศนี้ จำเป็นจะต้องเก็บกวาดพื้นที่บริเวณนั้นให้สะอาด และไม่มีสิ่งของตั้งกีดขวางทางลม เพื่อให้การหมุนเวียนอากาศคล่องตัว และได้รับอากาศดีเข้าบ้าน

ทิศเหนือ จัดเป็นทิศที่ได้รับความร้อนจากแสงแดดน้อย มีแสงสว่างตามธรรมชาติตลอดทั้งวัน จึงเหมาะกับการใช้งานเป็นพื้นที่นั่งอ่านหนังสือ หรือทำกิจกรรมที่ต้องการความถูกต้องแม่นยำ เช่น การเพนท์สีวาดรูป เป็นต้น

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การปรับบ้านเสริมมงคล ตามศาสตร์ฮวงจุ้ย ก็ไม่ได้พิจารณาเพียงแค่ทิศทางเท่านั้น แต่… ยังต้องพิจารณาในมุมมองของที่ตั้ง รูปลักษณ์ ดวงชะตา และฤกษ์ยาม ควบคู่ไปพร้อม ๆ กัน ดังที่ปรมาจารย์ทางด้านศาสตร์ฮวงจุ้ยท่านหนึ่ง ได้กล่าวสรุปเป็นหลักการในการปรับบ้าน เพื่อเสริมมงคลเอาไว้สั้น ๆ ว่า “หลีกเลี่ยงเคราะห์ภัย มุ่งหามงคล”

เป็นอย่างไรบ้างครับ เคล็ด (ไม่) ลับ ดูทิศ ปรับบ้าน รับปีขาล ที่นำมาฝากกัน ลองนำไปปรับประยุกต์ใช้ดู จะได้เสริมความเป็นมงคลให้แก่ตัวเอง รวมถึงสร้างอากาศบริสุทธิ์ให้แก่ภายในบ้าน เพื่อให้ตัวคุณห่างไกลโรคภัยไข้เจ็บ พบพานแต่ความสุขตลอดปี

ขอบคุณข้อมูล จาก SCG HOME

บทความน่าสนใจ : Land Collection เครื่องหอมสำหรับบ้าน จาก เมซอง แบร์เช่ ปารีส 

สายแฟไม่มีไม่ได้!! ถุงชอปปิงชมพูหวานสุดต๊าชจาก “IKEA”

วันนี้ Inzpy ตั้งใจจะมาเอาใจสายชอปโดยเฉพาะ และเชื่อเถอะว่าเหล่านักล่าห้างขาชอปทั้งหลายจะต้องถูกใจสิ่งนี้อย่างแน่นอน ซึ่งในวันนี้เรามาพร้อมกับถุงชอปปิงสีชมพูสดใสหวานกรุบ ดีไซน์เก๋สุดต๊าชจาก IKEA ที่พึ่งจะเปิดตัวคอลเลกชันพิเศษ เผยโฉมถุงชอปปิงสีสันสดใสล่าสุด ออกมาให้เราได้ตื่นเต้นและตื่นตาตื่นใจกันไม่น้อยเลยทีเดียว

ikea
Cr.photo ; เว็บไซต์อีเกีย

ถ้าเราลองสังเกตเวลาเราไปเดินชอปปิงที่ IKEA เราคงจะหนีไม่พ้นภาพของสาวขาชอปทั้งหลายที่มักจะสะพายถุงหิ้วสีน้ำเงินตัดด้วยตัวอักษรสีเหลืองอันโดดเด่นที่เขียนว่า “IKEA” ที่เป็นสัญลักษณ์สุดไอคอนิกที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี แต่ต้องบอกเลยว่านับแต่นี้เป็นต้นไป โลกของสาวกอีเกียจะถูกแต่งแต้มและเติมเต็มไปด้วยสีสันอันสดใหม่

ทำให้การชอปปิงสนุกสนานและสดใสยิ่งขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว เพราะคอลเลกชันพิเศษล่าสุดอย่าง “KARISMATISK” (คาริสมาทิสค์) ได้ทำถุงหิ้วอเนกประสงค์สีชมพูหวาน สวยสดใส ออกมาให้เราได้ใช้ชอปปิงซื้อของใส่ได้อย่างจุใจ มาในราคาแสนน่ารักเหมือนสีถุง ที่ทุกคนสามารถจับต้องได้ในราคาเพียงหลักสิบ หลักร้อยเท่านั้น นับว่าเป็นไอเทมไฮไลท์ของคอลเลกชันนี้เลยก็ว่าได้ค่ะทุกคน

ikea
Cr.photo ; lifestyle.campus-star.com / dailymail.co.uk

โดยคอลเลกชัน “KARISMATISK” (คาริสมาทิสค์) ได้รับแรงบันดาลใจหลักมาจากภาพพิมพ์ และเฉดสีที่สดใสโดดเด่น ซึ่งครั้งนี้อีเกียได้จับมือร่วมทำงานกับ “Zandra Rhodes” (แซนดรา โรดส์) นักออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอชาวอังกฤษระดับตำนาน ผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการแฟชั่นมานานกว่า 5 ทศวรรษ โดยเธอมีผลงานการออกแบบแฟชั่นและการแต่งตัวให้กับเซเลบริตี้และคนดังมากมายตั้งแต่ เจ้าหญิงไดอานา, Diana Ross, Kylie Minogue, Paris Hilton ไปจนถึง Freddie Mercury เลยทีเดียว

ซึ่งเธอมีคาแรคเตอร์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ด้วยผมสีชมพูแสนจัดจ้านตัดกับอายแชโดว์สีฟ้า ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นซิกเนเจอร์ประจำตัวของเธอไปแล้วก็ว่าได้ นับว่าเธอเป็นผู้บุกเบิกและเป็นแฟชั่นไอคอนที่ไม่มีใครเหมือน มีสไตล์ของตัวเองที่แตกต่างชัดเจน

ikea
Cr.photo ; lifestyle.campus-star.com

ไม่ว่าจะเป็นการนำลวดลายดอกไม้มาผสมผสานกับดวงดาว ผสมเข้ากับลายเส้นต่าง ๆ ที่ให้ความรู้สึกและสัมผัสที่สนุกสนานขี้เล่น อันเป็นอัตลักษณ์ในผลงานของแซนดรา ซึ่งในคอลเลกชันนี้จะเห็นได้ชัดว่า ลายพิมพ์ที่โดดเด่นสะดุดตาคือ หัวใจหลักสำคัญของ KARISMATISK คอลเลกชันสไตล์ Maximal (แม็กซิมอล) หรือที่เรียกกันว่า “More is More” นั่นเอง

เป็นการออกแบบที่เน้นความสำคัญเรื่องการแสดงตัวตนในพื้นที่ของตัวเอง ที่นอกจากจะมีถุงชอปปิงใบเก๋แล้ว ยังมาพร้อมกับของตกแต่งบ้านอีกมากมาย ในโทนสีสันแสนสดใส ประดับตกแต่งด้วยลวดลายสร้างสรรค์สนุกสนาน ที่น่าจะได้ใจสาว ๆ ไปแบบเต็ม ๆ

Cr.photo ; sanook.com

ยิ่งไปกว่านั้นแล้วภายในคอลเลกชัน KARISMATISK ยังตั้งใจที่จะถ่ายทอดแนวคิดในการออกแบบตามแบบฉบับของอิเกียที่เรียกว่า “Democratic Design” ซึ่งเป็นแนวคิดการออกแบบที่มีครบทุกมิติ ตั้งแต่รูปแบบ คุณภาพ ฟังก์ชัน ความยั่งยืน ไปจนถึงสิ่งที่สำคัญมากอย่างราคา ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ซึ่งสินค้าภายในคอลเลกชันนี้สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ได้อย่างสนุกสนาน พร้อมยังมาในราคาที่เหมาะสมอีกด้วย

Cr.photo ; sanook.com

การแปลงโฉมถุงหิ้ว FRAKTA (ฟรัคต้า) หรือถุงหิ้วสีฟ้าสุดไอคอนิกของอิเกียในครั้งนี้ เริ่มต้นมาจากแนวคิดที่ต้องการนำเอกลักษณ์ของอิเกียมาผสานกับโลกของแฟชั่น ส่งผลให้เกิดเป็นการแปลงโฉมถุงหิ้วเรียบง่าย ให้กลายเป็นถุงหิ้วสุดปังอลังการตามสไตล์ของแซนดรา ที่เพิ่มความโดดเด่นด้วยดีเทลโทนสีชมพู เพิ่มการแต่งระบายจับจีบ ที่สามารถสะท้อนการร่วมงานกันอย่างสมบูรณ์แบบของทั้งอิเกียและแซนดรา จนเธอต้องเอ่ยปากว่า “มันดูขี้เล่นและมีประโยชน์ใช้สอย”

Zandra Rhodes ยังเสริมอีกว่า “ถุงหิ้ว FRAKTA (ฟรัคต้า) คืออิเกีย! และแน่นอนว่ามันถูกนำมารวมไว้ในคอลเลกชัน KARISMATISK/คาริสมาทิสค์ ซึ่งฉันก็ตื่นเต้นมากที่ได้ออกแบบใหม่ในแบบของฉัน การนำประโยชน์ใช้สอยมาผสานกับลุคสนุกสนานในสีชมพูพร้อมจับจีบที่ขอบ กลายเป็นสัญลักษณ์ของทั้งอิเกียและฉันอย่างลงตัว”

ปกติเวลาเราเดินชอปปิงใน IKEA ก็จะเพลิดเพลิน Enjoy Shopping จนลืมตัว ลืมเวลากันเป็นปกติอยู่แล้ว ยิ่งถ้าได้เจอคอลเลกชันนี้เข้าไปแล้วล่ะก็ สาว ๆ ไม่ต้องไปที่อื่นกันแล้วล่ะ

นอกจากจะใช้ไปชอปปิงกันได้อย่างเมามันแล้ว ถุงหิ้วสีชมพูแสนอเนกประสงค์นี้ ยังสามารถนำไปใช้สอยได้ในอีกหลากหลายโอกาสตามชื่อ ไม่ว่าจะเอาไว้ใส่เสื้อผ้าที่ใช้แล้วเพื่อรอนำไปซัก จะเอาไปใส่ใช้จ่ายตลาด แล้วแต่ความครีเอทของแต่ละคนได้เลยค่ะ

ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเราทำการพับ ถุงหิ้วจะแบนราบเรียบ สามารถหาที่เก็บได้อย่างง่ายดายจึงไม่กินพื้นที่ นอกจากนั้นแล้วยังสามารถใช้เป็นกระเป๋าถือ หรือจะสะพายพาดไหล่เป็นเป้หลังก็ได้เป็นอีกสไตล์ ส่วนเวลาจะทำความสะอาดก็ง่ายแสนง่าย เพียงนำผ้าชุบน้ำหมาด ๆ มาเช็ดก็เรียบร้อย

Cr.photo ; sanook.com

โดยถุงหิ้วอเนกประสงค์มี 2 ขนาดด้วยกันคือ

  • ถุงหิ้วไซส์กลางขนาดความจุ 25 ลิตร ราคา 99 บาท
  • ถุงหิ้วไซส์ใหญ่ขนาดความจุ 60 ลิตร ราคา 199 บาท

โดยเริ่มวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่ 20 ม.ค. 65 ที่อิเกียบางนา และอิเกียบางใหญ่เท่านั้น!! ขอย้ำว่า ไม่มีขายทางออนไลน์นะจ๊ะ และสินค้ามีจำนวนจำกัดอีกด้วย ถ้าใครอยากได้ต้องรีบพุ่งตัวไป IKEA กันแบบด่วน ๆ เลยจ่ะ

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับถุงหิ้วชอปปิงอเนกประสงค์สีสันสดใส น่ารักหวานแหวว ดีไซน์เก๋ที่เราเอามาฝากทุกคนในวันนี้ ที่นอกจากจะสวยแล้ว ยังสามารถใช้งานได้หลากหลาย ช่วยลดขยะและการใช้ถุงพลาสติกได้อีกด้วย และทีเด็ดก็คือราคาน้องนั้นน่าโดนมากจริง ๆ ค่ะ ว่าแล้วรีบไปตำกันด่วน ๆ ก่อนของหมดนะคะ

ส่วนแฟชั่นนิสต้าคนไหนเป็นทาสกระเป๋าต้องไม่พลาดบทความ DIOR ปรับราคาขึ้นรับต้นปี 2022 เลยจ่ะแม่!! ถ้าใครยังไม่ได้อัปเดตราคากัน ต้องรีบไปส่องกันแล้วนะคะ และเตรียมตัวเสียตังค์กันไว้ได้เลย เพราะเราได้เอาข้อมูลกระเป๋าสวย ๆ มาป้ายยาไว้ให้ทุกคนที่นี่แล้ว อย่าลืมติดตามกันต่อ ว่าเราจะเอาเรื่องราวที่น่าสนใจในแวดวงแฟชั่นแบบไหนมาฝากทุกคนกันอีก ขอบอกเลยว่ามีอีกเพียบบบ แถมอัดแน่นไปด้วยคุณภาพอย่างแน่นอน รอชมกันได้เลยค่ะ