Home Blog Page 1017

พาส่อง กระเป๋าผู้ชาย ของคนดังเกาหลี จากรายการ What’s in my bag

0

พาส่อง กระเป๋าผู้ชาย ของคนดังเกาหลี จากรายการ What’s in my bag

กลับมาอีกครั้งกับการแนะนำไอเทมของเหล่าคนดังเกาหลีจากรายการ What’s in my bag ของช่อง VOGUE KOREA นั่นเอง ซึ่งในครั้งนี้ Inzpy จะพาไปส่อง กระเป๋าผู้ชาย ของเหล่าคนดังเกาหลีกัน (แอบบอกว่ากระเป๋าของเหล่าสาว ๆ เราก็พาไปส่องมาแล้วนะ) ส่วนกระเป๋าที่หนุ่ม ๆ คนดังเกาหลีเลือกใช้กันจะมีแบรนด์อะไรบ้างตามมาดูกันเลย

  • Balenciaga Men’s Red Bazar Shopper XL

กระเป๋าผู้ชาย

กระเป๋าใบแรกจากแบรนด์ Balenciaga ที่หนุ่ม Bambam เลือกใช้ เป็นกระเป๋าหนังสีน้ำเงินสลับสีแดง ไซส์ XL ที่ผลิตในประเทศอิตาลี ผลิตจากแท้โดดเด่นด้วยไลน์ซิปเปิด-ปิดด้านบน พร้อมสายหิ้วหนังสีดำ การเย็บตะเข็บบนแบบตัดกัน และเพิ่มความเป็นเอกลักษณ์และโดดเด่นด้วย Logo ที่ด้านหน้า บอกเลยว่าใบใหญ่ใส่ได้จุใจมาก ๆ

  • Nike Sportswear RPM

Men Bag

ต่อกันที่นักแสดง Gong Myung ที่เลือกใช้กระเป๋าเป้สะพายหลัง Nike Sportswear RPM ที่ผลิตมาเพื่อให้ผู้ใช้สามารถใส่ของจำเป็นทุกอย่างได้อย่างเต็มที่ ด้วยขนาดกว้าง 13 นิ้ว ลึก 7 นิ้ว และสูง 21 นิ้ว จึงทำให้สามารถใส่แล็ปท็อปขนาด 15 นิ้วได้อย่างสบาย ๆ มีช่องเก็บของพร้อมซิปหลายจุดเพื่อให้มีพื้นที่เก็บของมากมาย สายสะพายไหล่แบบโค้งปรับได้เพื่อให้สะพายได้ง่าย วัสดุทำจากโพลีเอสเตอร์ 100%

  • Burberry Small Colour – Block Messenger Bag

กระเป๋าผู้ชาย

กระเป๋าใบต่อมาที่นักแสดงหนุ่มสุดหล่ออย่าง Cha Eun-woo เลือกใช้ก็คือ Burberry นั่นเอง ซึ่งเป็นกระเป๋าสะพายขนาดเล็ก ที่หนังด้านนอกทำจากหนังวัว 100% ส่วนซับด้านในทำจากหนังแกะ 100% โดดเด่นด้วยสไตล์ของการเล่นสีโอ๊ก น้ำตาลเข้ม และดำ พร้อมด้วยดีไซน์ที่ความทันสมัยและการใช้งานจึงทำให้สามารถเข้าได้กับทุกลุค ด้านหน้ากระเป๋ามาพร้อม Logo แกะลาย และสายสะพายสามารถปรับได้ตามความสะดวกของผู้ใช้งาน

  • Camiel Fortgens Men’s Beige Xl Waterproof Bum Bag

กระเป๋าผู้ชาย

ต่อมากับศิลปินสไตล์ R&B อย่าง Crush ที่เลือกใช้ กระเป๋าผู้ชาย จากแบรนด์ Camiel Fortgens กระเป๋าสะพายข้าง ที่ทำมาจากผ้าแคนวาส สีสโตนเบจ สามารถกันน้ำได้ สายพาดเป็นสายรัดแบบเข็มขัดสามารถปรับขนาดได้ มีช่องซิปสำหรับใส่ของที่ด้านหน้า ขนาดความยาว 15 นิ้ว สูง 9 นิ้ว กว้าง 2 นิ้ว

  • CHANEL Crocodile Embossed Shopping Tote

กระเป๋าผู้ชาย

กระเป๋าใบต่อมาที่ Rapper หนุ่มสุดหล่ออย่าง Zico เลือกใช้ก็คือ CHANEL Crocodile Embossed Shopping Tote นั่นเอง ซึ่งเป็นกระเป๋าในสไตล์ถุงช้อปปิ้งใน Collection Pre-Fall 2019

ซึ่งทำมาจากหนังวัวลายนูนแบบหนังจระเข้ มาพร้อมกับตัวล็อค CC ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวแบรนด์ สายสะพายไหล่แบบโซ่ทองพร้อมด้วยสายหิ้วหนังสีเดียวกับกระเป๋า ด้านในซับด้วยผ้าคุณภาพสูง

  • DIOR HOMME Oblique Jacquard Calfskin Rider Backpack Beige

Men Bag

มาดูกระเป๋าที่ Producer สุดหล่อย่าง Gray กันบ้าง กระเป๋าที่หนุ่มคนนี้เลือกใช้ก็คือกระเป๋าเป้จาก DIOR นั่นเอง ซึ่งรุ่นนี้ดีไซน์มาในลักษณะคล้าย ๆ กระเป๋าเป้ทรงนักเรียน ทำจากผ้าแจ็คการ์ดลวดลาย Dior Oblique ด้านหน้ามีช่องสำหรับใส่ของอีกหนึ่งช่อง พร้อม Logo DIOR สายสะพายหลังทำจากไนลอนบุนวมที่สามารถปรับระดับได้

  • Bottega Veneta Woven handle backpack

กระเป๋าผู้ชาย

มาต่อกันที่สมาชิกวงบอยแบนด์ Seventeen อย่าง Vernon ที่เลือกใช้กระเป๋าจากแบรนด์ Bottega Veneta ที่เป็นกระเป๋าเป้ที่ทำจากหนังวัว 100% ผลิตในประเทศอิตาลี หูหิ้วด้านบนเป็นหนังทอ สายสะพายไหล่ปรับระดับได้ตามความสะดวกของผู้ใช้ ขนาดกว้าง 13 นิ้ว สูง 15 นิ้ว และลึก 5นิ้ว จึงสามารถจุของได้ค่อนข้างเยอะ

  • Black DIOR Oblique Jacquard

Men Bag

กระเป๋าสะพายข้างที่เน้นจุดเด่นของ Dior Oblique motif ในผ้าแจ็คการ์ดสีดำ มาพร้อมสายสะพายไหล่ไนลอน jacquard ที่สามารถปรับความสั้นยาวได้ ตกแต่งภายในด้วยลายเซ็น DIOR พร้อมด้วยหัวเข็มขัดตัวล็อคของสาย เป็นตัว ‘CD’ ทำมาจากอะลูมิเนียมที่มาพร้อมลายเซ็น ‘Christian Dior’

เป็นยังไงกันบ้างกับ กระเป๋าผู้ชาย ของเหล่าคนดังจากเกาหลีที่เราเอามาฝากกัน ถูกใจใบไหนกันเป็นพิเศษหรือเปล่า ? ส่วนใครที่อยากดูรายการ What’s in my bag ของหนุ่ม ๆ ฉบับเต็มก็สามารถเข้าไปติดตามได้ที่ช่อง YouTube ของ VOGUE KOREA ได้เลยนะ รับรองว่าจะได้เห็นไอเทมที่น่าสนใจของเหล่าเซเลบเกาหลีอีกเยอะแน่นอน 🙂

เปิดสูตร Lululun มาสก์หน้าแบรนด์ดังจากญี่ปุ่น

เปิดสูตร Lululun มาสก์หน้าแบรนด์ดังจากญี่ปุ่น — เคยเป็นมั้ย… วางแผนว่าจะดูแลผิวหน้า แวะไปซื้อมาสก์สักหน่อย แต่พอไปถึงหน้าเคาน์เตอร์ถึงกับต้องยืนงงในดงมาสก์เกือบครึ่งชั่วโมง! เพราะไม่รู้ว่าแต่ละสูตร แต่ละสีมันต่างกันยังไง ผิวหน้าแบบไหนต้องใช้มาสก์สูตรไหน เชื่อว่าหลายๆคนเคยถึงกับต้องหยิบมาสก์แต่ละสูตรมาพลิกด้าน ยืนอ่านเปรียบเทียบความต่างกันไปเลย

โดยเฉพาะมาสก์ดังจากญี่ปุ่นแบรนด์ LuLuLun (ลูลูลูน) ที่สายดูแลผิวยังไงก็ต้องรู้จัก เพราะราคาเป็นมิตร คุณภาพดี แถมมีสูตรให้เลือกกว่า 10 สูตรกันไปเลย! วันนี้ Inzpy เลยจะมาเป็นตัวแทนหมู่บ้าน ช่วยเพื่อนๆแยกสูตรแต่ละตัวกันไปเลยว่าสูตรไหนเหมาะกับผิวตัวเอง

1.LuLuLun Facial Mask Whitening

เริ่มต้นกับสูตรแรกกันเลย นั่นก็คือสูตร “ไวท์เทนนิ่ง” มีสารสกัดอย่าง Hyaluron ช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวได้ดีมาก และยังมี พริมโรส, ส้มแมนดาริน, ใบเชอร์รี่, และ Vitamin C ช่วยปรับให้สีผิวดูกระจ่างใส ไม่หมองคล้ำ ไม่โทรม แถมยังช่วยลดเลือนพวกรอยจุดด่างดำต่างๆได้ดี เพื่อนๆคนไหนที่โดนแดดเยอะ รู้สึกผิวหน้าคล้ำก็จัดสูตรนี้ไปเลยสิคะ!

เปิดสูตร LuLuLun Facial Mask Whitening

2.LuLuLun Facial Mask Moisturizer Balance

ใครรู้สึกว่าตัวเองผิวหน้าไม่เรียบเนียน บางจุดก็ผิวมั๊นนน..มัน บางจุดก็ผิวแห้งแตกลอกเป็นขุย ใช้สูตรนี้เลยค่ะ! สูตรนี้จะช่วยปรับสภาพผิวให้ไม่มันและไม่แห้งเกินไป ทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้น เรียบเนียน แถมยังช่วยลดการอุดตันของสิวได้ด้วย มีส่วนผสมจาก น้ำผึ้ง, รากโสม, อะโวคาโด, ว่านหางจระเข้. ส้มแมนดาริน, จมูกข้าว, บิลเบอร์รี่, Vitamin B3 และ Hyaluron

เปิดสูตร LuLuLun Facial Mask Moisturizer Balance

3.LuLuLun Facial Mask Deep Moisturizer & Anti-Aging

เพราะอายุไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลข… หลายๆคนมีริ้วรอย หน้าแก่ก่อนวัยเพราะผิวขาดน้ำ ขาดความชุ่มชื้นนี่แหละ สูตรนี้ตอบโจทย์มากๆเพราะเป็นสูตร Moisturizer เข้มข้น ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว และยังช่วยลดเลือนริ้วรอย ด้วยสารสกัดจาก Hyaluron, นมผึ้ง และ สาหร่ายหลายชนิด

เปิดสูตร LuLuLun Facial Mask Deep Moisturizer & Anti-Aging

4.Lululun Face Mask Strawberry

สูตรนี้มีความพิเศษมากเพราะเป็น สูตร “สตรอเบอร์รี่จากเมืองโทชิกิ” ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วอย่างอ่อนโยน แล้วพอเราผลัดเซลล์ผิวมันก็จะช่วยทำให้ผิวหน้ากระจ่างใส พวกรอยดำลดเลือนได้ดี แถมยังทำให้สิวอุดตันไม่ค่อยขึ้นด้วย ใครที่ชอบสตรอเบอร์รี่ สูตรนี้บอกเลยว่าห้ามพลาด

Lululun Face Mask Strawberry

5.Lululun Face Mask Citrus

แค่เห็นซองมาสก์ก็รู้สึกสดชื่นแล้วกับสูตร “ส้มซีทรัส” ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวได้ดีมากด้วยส่วนผสมของVitaminจากซีทรัส และยังทำให้ผิวกระจ่างใส ขจัดสิ่งสกปรก ช่วยแก้ปัญหารูขุมขนอุดตัน เป็นสูตรที่เหมาะกับใครที่ต้องการความ Fresh เพิ่มความกระจ่าง เพิ่มออร่าให้ผิว

Lululun Face Mask Citrus

6.Lululun Face Mask Acerola

Acerola Cherry (อะเซโรลา เชอร์รี่) ขึ้นชื่อว่าเป็นผลไม้ที่ให้ Vitamin และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายเยอะมาก แถมยังมีปริมาณ Vitamin C และสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าผลไม้อื่นๆด้วย ไม่รอช้า LuLuLun จึงหยิบนำ Acerola Cherry จากโอกินาวา มาใส่ในส่วนผสมของมาสก์ซะเลย ช่วยทำให้ผิวกระจ่างใส ลดเลือนจุดด่างดำ ความหมองคล้ำ และเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องผิวจากมลภาวะต่างๆ

Lululun Face Mask Acerola

7.Lululun Face Mask Lemon

เลม่อนจากแหล่งปลูกที่มีชื่อเสียงจากเมืองเซะโตชิก็ถูกนำมาใส่ในส่วนผสมมาสก์ด้วย! ตัวนี้จะมีความเป็นกรดอ่อนๆจากเลม่อน ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ แผลเป็นต่างๆบนใบหน้า ทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น และช่วยลดความมันด้วย นอกจากเลม่อนแล้ว สูตรนี้ยังมีส่วนผสมของรากชะเอมเทศและสารสกัดจากไม้มาทาทาบิ

Lululun Face Mask Lemon

8.Lululun Face Mask Peach

สาวกพีชต้องถูกใจสิ่งนี้! มาสก์ไปด้วยหอมพีชไปด้วยแน่นอน สารสกัดจากลูกพีชนำเข้าจากเมืองYamanashi Nagano ประเทศญี่ปุ่น อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยฟื้นฟูผิว พร้อมมีสารสกัดจากน้ำผึ้งกุหลาบ ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น ใครที่ชอบพีช มาสก์สูตรนี้คือห้ามพลาดแล้ว

Lululun Face Mask Peach

9.Lululun Face Mask Sakura Premium

นอกจากสารสกัดจากผลไม้ LuLuLun ยังมีสูตรสารสกัดจากดอกไม้อย่างซากุระด้วย ซากุระจะช่วยลดการสูญเสียน้ำบนผิวชั้นนอก ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น และยังมีสารสกัดจากหน่อไม้และเสาวรส ช่วยเสริมสร้างHyaluronในผิว รักษาสิว ทำให้ผิวพรรณละเอียดและเรียบเนียนขึ้น

Face Mask Sakura Premium

10.Lululun Face Mask Hakone

ไปต่ออย่าหยุด! มีดอกซากุระ ก็ต้องมีดอกกุหลาบฮาโคเนะจากเมืองฮาโคเนะประเทศญี่ปุ่น และทับทิม อุดมไปด้วย Vitamin C ทำให้ผิวหน้ากระจ่างใส ช่วยชะลอริ้วรอยก่อนวัย และปลอบประโลมผิวอย่างอ่อนโยน

Face Mask Hakone

11.Lululun Face Mask Tohoku

ใครที่อยากเผยหน้าสดแล้วรอด ผิวฉ่ำวาวสดใสแม้กระทั่งไม่แต่งหน้า ต้องใช้สูตรนี้เลย เชอร์รี่จากเมืองยามากาตะและแอปเปิ้ลจากเมืองโอโมริ ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เงางาม ผิวนุ่มชุ่มชื้นมีชีวิตชีวา นอกจากนี้ยังมีลูกแพร์ ช่วยลดความแห้งกร้านได้อีกด้วย ใช้มาสก์สูตรนี้รับรองเลยว่าจะเผยผิวสวยได้แบบไม่อายใครแน่นอน

Face Mask Precious Green

12.Lululun Face Mask Precious Green

สาววัย 30 มามุงสิ่งนี้! ตัวช่วยใหม่ในการแก้ปัญหาผิวสุดพรีเมี่ยม มาสก์หน้าสูตรPrecious Green ด้วยส่วนผสมที่ดีที่สุดที่คัดสรรมาให้อยู่ในแผ่นมาสก์ ได้แก่สารสกัดจากน้ำมันพืช และ Glyco Oligosacchar ให้ความชุ่มชื้น รักษาสมดุลของน้ำหล่อเลี้ยงผิวเหมาะวัย 30 ปีขึ้นไป และยังช่วยทำให้เกิดการไหลเวียนโลหิตได้ดีขึ้น ทำให้ผิวแข็งแรง

Face Mask Precious Green

13.Lululun Face Mask Precious White

สูตรสุดท้ายที่ LuLuLun นำมาฝากกัน เป็นมาสก์ระดับพรีเมี่ยมอีกเช่นกัน ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวหน้า และทำให้ผิวหน้าสว่างใสเหมือนผิวได้อัพเกรด! ด้วยสารสกัดจากผลไม้ Hylocereus Undatus ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ไม่ให้ผิวถูกทำลาย และมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดเลือนร่องรอยแห่งวัย ใครที่อยากแก้ปัญหาผิวหมองคล้ำและลดเลือนริ้วรอยก่อนวัย ตัวนี้ตอบโจทย์เลย

 Face Mask Precious White

เป็นยังไงกันบ้างกับ เปิดสูตร LuLuLun ที่นำมาฝากกัน มีหลายสูตรหลายสีมาก พร้อมแก้ปัญหาให้ทุกสภาพผิวเลย แถมยังเป็นแผ่นมาสก์ผลิตจากใยฝ้าย 100% ปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำหอม และ สี ใครที่อยากใช้ก็ลองดูว่ามีปัญหาสภาพผิวแบบไหนและเลือกมาสก์ที่เหมาะกับผิวดูนะ

Hair Cream ประโยชน์มากมายใช้งานภายในบ้าน

0

Hair Cream ประโยชน์มากมายใช้งานภายในบ้าน

Hair Cream ประโยชน์มากมายใช้งานภายในบ้าน หลาย ๆ คนไม่รู้ว่าครีมนวดผมที่สาว ๆ อย่างเราใช้กันหลังตอนสระเนี่ยย มันสามารถนำมาใช้ประโยชน์มากมายภายในบ้านต่อได้อีก ไม่ว่าจะนำไปทำความสะอาดสิ่งของ หรือ ซักผ้า สารพัดประโยชน์มากมาย วันนี้ Inzpy มาบอกไอเดียการใช้ครีมนวดผมว่าสามารถนำไปทำอะไรได้บ้างตามไปดูเล้ย…

Hair Cream

ประโยชน์ครีมนวดผม

1.ครีมนวดขัดสแตนเลส รู้ หรือ ไม่ ครีมนวดผมทำให้สแตนเลสแวววาว และ สามารถช่วยขัดสแตนเลสให้เหมืออนได้ของใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาขัดเงาแบบเดิม ๆ เลย

2.ครีมนวดผมบำรุงแปรงแต่งหน้า  เพราะครีมบำรุงมีเจลาติน ที่ช่วยให้ผมมีความแข็งแรง และ ยังทำให้แปรงแต่งหน้ามีขนที่อ่อนนุ่ม เช่นแบบเดียวกับการบำรุงเส้นผม แน่นอนว่าถ้าเราใช้ครีมนวดผมทำความสะอาดแปรงแต่งหน้าเป็นประจำก็จะช่วยยืดอายุแปรงแต่งหน้าได้อีกเช่นกัน

3.ครีมนวดผมใช้ซักผ้า หลาย ๆ คนคง งง!! ครีมใช้ซักผ้าได้จริงดิ มันใช้ได้จริงทุกคน มันสามารถซักชุดชั้นใน หรือ ผ้าเนื้ออ่อนด้วยการ ผสมครีมนวดเจื้อจางกับน้ำ จากนั้นนำไปซักชุดชั้นใน หรือ เสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าบอบบาง ไม่เพียงเสื้อผ้าของเราจะมีความนุ่มละมุน แต่ยังมีกลิ่นหอมด้วยจ้า

4.ครีมนวดเช็ดใบไม้ ครีมนวดทำความสะอาดใบไม้ หากต้นไม้ในบ้านของเราเริ่มซีด ดูหมอง สิ่งที่จะช่วยให้พวกเขาดูเปล่งประกายขึ้นคือให้นำครีมนวดผมไปเจือจาง แล้วหยดลงบนใบไม้แต่ละใบแล้วถูเช็ดเบา ๆ ต้นไม้ของก็จะดูมีออร่าขึ้นทันที

5.ครีมนวดขัดรองเท้าหนัง นำครีมนวดผมมาเป็นเครื่องขัดได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น รองเท้าหนัง กระเป๋าหนัง โดยใช้เพียงแค่ฟองน้ำ หรือ ผ้านิ่ม ๆ ขัดถูเบา ๆ ลงที่หนังของเราก็ช่วยให้ของกลับมาดูใหม่อีกครั้ง

6.ครีมนวดขัดเครื่องประดับ ครีมนวดผมจะทำให้เครื่องประดับของเราเปล่งประกาย ใหม่ เจิดจรัส เพียงหยดครีมนวดผมลงบนเครื่องประดับแล้วขัดเบา ๆ ด้วยผ้าแห้งสะอาด

7. ครีมนวดช่วยให้ซิปรูดคล่องขึ้น หากซิปติดขัด คุณสามารถใช้ครีมนวดผมเพียงเล็กน้อยแล้วเกลี่ยให้ทั่วซิป ซึ่งจะช่วยคลายความติดขัดนั้นได้ โดยการนำครีมไปเช็ดบริเวณที่ต้องการก็สามารถใช้งานได้ปรกติแล้ว

8. ครีมนวดทำให้ไหมนุ่มขึ้น ผ้าไหม หรือ เส้นด้ายของไหม เพียงแค่เราเอาครีมนวดไปผสมกับน้ำ แล้วนำเส้นไหมลงไปจุ่ม ก้ช่วยให้เส้นไหมนั้นมีความนุ่มขึ้น และ เงางาม ทำให้การใช้งานง่ายขึ้น สะดวกง่ายต่อการถักทอเส้นไหม หรือ ผ้าไหม อีกด้วย

เป็นยังไงกันบ้างกับสารพัดประโยชน์การใช้งานของ ครีมนวดผม ที่สามารถนำมาใช้งานภายในบ้านได้ด้วยช่วยในเรื่องของการใช้งานให้สะดวกขึ้นแถมยัง บำรุงของใช้ให้ยืดอายุการใช้งานอีกด้วยล่ะ เพื่อน ๆ ก็ลองนำไอเดียไปใช้งานกันได้น้า…

5 ทิปส์การแต่งหน้าด้วยเมคอัพเฉดสีแดง ให้ลุคทันสมัย สดใส รับตรุษจีน

0

5 ทิปส์แต่งหน้าด้วยเมคอัพเฉดสีแดง ให้ลุคทันสมัย สดใส รับตรุษจีน

5 ทิปส์แต่งหน้าด้วยเมกอัพเฉดสีแดง

5 ทิปส์แต่งหน้าด้วยเมคอัพเฉดสีแดง… หลายครั้งเวลาที่เราพูดถึงเมคอัพสีแดง หลายคนคงจะนึกถึงแค่เรื่องของการทาลิปสติกเพียงอย่างเดียว เหมือนเป็นภาพจำภาพติดตาอ่ะเนอะ ว่าถ้าจะแต่งแดง แดงแค่ปากก็คงพอ เพราะปากถือเป็นจุดเด่นที่หลายคนเน้นเพียงจุดเดียว แต่วันนี้ Inzpy จะขอรวมทิปส์การใช้เมคอัพสีแดงในการครีเอตลุคของคุณสาว ๆ ให้ดูป๊อป ทันสมัย สดใส แถมช่วงนี้กำลังใกล้เข้ามาแล้วกับเทศกาลตรุษจีน มาแต่งเมคอัพสีแดงรับเทศกาลตรุษจีนนี้กันไปเลย !

1. เลือกเฉดสีแดงที่ใช่สำหรับตัวเอง

5 ทิปส์แต่งหน้าด้วยเมกอัพเฉดสีแดง

Shades of Red แดงที่ทำเอาคุณผู้ชายงงว่าสรุป… แดงไหน ? เพราะเฉดสีแดงที่มีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะสีแดงสดสุดคลาสสิก สีแดงเข้ม สีแดงอ่อน ๆ สีแดงอมส้ม โอ๊ยสารพัดแดง แนะนำว่าให้คุณสาว ๆ ลองเลือกเฉดสีแดงที่แต่งแล้วรู้สึกมั่นใจ ถ้าสีแดงสดหรือสีแดงเลือกหมูดูซีเรียสเป็นทางการไป แนะนำให้เลือกใช้เป็นสีแดงอมส้มหรืออมชมพูดูนะคะ ก็จะให้ลุคสาวหวาน ๆ สดใส ๆ

และทางเราขอแนะนำเพิ่มเติมว่า ให้เช็กโทนสีผิวของตัวเองกันสักนิดด้วยนะคะ ว่าผิวแบบเราเนี่ยควรจะทาสีแดงในเฉดไหนแบบปัง ๆ ถ้าเป็นสาว ๆ ที่มีผิวขาวอมชมพู แนะนำให้เลือกแดงอมส้มหรืออมชมพู เพื่อไม่ให้หน้าซีดเกินไปและดูไบรท์ขึ้น สาวที่มีผิวขาวเหลือง แนะนำว่าให้เลือกสีแดงสด สีแดงเบอร์รี่ จะทำให้ผิวดูกระจ่างใส อาร่าพุ่งขึ้นอีกระดับ สาวที่มีผิวสองสี ทาเฉดไหนก็รอดพูดเลย ! แต่ถ้าจะให้ปัง ๆ แนะนำเป็นสีแดงอมน้ำตาล สวยคมเข้มแบบสับ สาวผิวเข้ม แนะนำให้ปาดแดงสดไปเลย ดูโดดเด่นแบบสุด ๆ

2.จับคู่สีเมคอัพ

5 ทิปส์แต่งหน้าด้วยเมกอัพเฉดสีแดง

หากอยากให้การแต่งลุคเมคอัพเฉดสีแดงดูสดใส มีชีวิตชีวาขึ้น ลองจับคู่เมคอัพเฉดสีแดงเข้ากับเมคอัพในเฉดสีใกล้เคียงกัน อย่างสีชมพูหรือสีส้มอมน้ำตาล ลองจับคู่เปลือกตาสีสวย ๆ กับลิปสติกให้ดูเข้ากัน การจับคู่สีเมคอัพก็ถือเป็นศิลปะอีกอย่างหนึ่ง ถ้าหากเราจับคู่สีที่มันเข้ากัน ก็จะทำให้การแต่งหน้าของเราดูสวยโดดเด่นขึ้นมาเลยล่ะค่า

3.แต่งผิวให้คลีน

หนึ่งในเคล็ดลับที่ช่วยให้แต่งหน้าด้วยเมคอัพเฉดสีแดงออกมาแล้วดูป๊อป ทันสมัย คือแต่งผิวให้ดูคลีนและเป็นธรรมชาติ เพราะสีแดงเป็นสีโทนวอร์มที่โดดเด่นและสะดุดตาได้ด้วยตัวเอง จึงควรแต่งหน้าแบบมินิมอล เพื่อช่วยให้เมคอัพดูบาลานซ์ และสีแดงเด่นชัดมากยิ่งขึ้น ให้เมคอัพสีแดง ไม่ว่าจะเป็นส่วนของอายแชโดว์หรือลิปสติก เป็นจุดโฟกัสของลุค

4.ใช้คอนซีเลอร์ช่วยเพิ่มความคมชัด

สำหรับทิปส์ข้อนี้ จะเน้นที่บริเวณ 2 ส่วน คือ ตาและปาก เพื่อช่วยอายแชโดว์หรือลิปสติกสีแดงดูโดดเด่นระดับ HD และติดทนมากยิ่งขึ้น ใครที่เวลาทานข้าวดื่มน้ำแล้วลิปสคิกหลุดบ่อย กำลังจะรับอั่งเปาแต่สีลิปดันหลุด มันก็จะไม่ปังแล้วนะคะ วิธีนี้จะทำให้สาว ๆ ไม่ต้องมาคอยเติมปากบ่อย ๆ ช่วยปกปิดรอยคล้ำของริมฝีปาก แถมยังทำให้สีลิปสติกที่ลงนั้นตรงตามสีอีก ไม่เพี้ยน ! แนะนำให้ลงคอนซีเลอร์บริเวณใต้ตาและรอบขอบปาก ซึ่งเป็นหนึ่งในทริคที่ช่วยคลีนอัพเมคอัพสีแดงให้ดูเป๊ะ ไม่เลอะเทอะ

5.ปัดบรอนเซอร์ / ไฮไลท์

ปัดบรอนเซอร์เบา ๆ บริเวณโหนกแก้มหรือสันแก้มที่ถูกแดดตกกระทบเบา ๆ และระวังนะคะ อย่าปัดเยอะเกินไป เพราะนอกจากจะไม่ดูโกลว์แล้ว การปัดบรอนเซอร์ที่หนาเกินไปยังทำให้หน้าดูเยิ้มและแก่ด้วยค่ะ เพราะลุคที่เราจะแต่งรับตรุษจีนปีนี้ เน้นว่าเราต้องแต่งให้ดูเป็นสาวทันสมัย เป็นสาวป๊อป สดใสแบบกรุบ ๆ

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับ 5 ทิปส์การแต่งหน้าด้วยเมคอัพเฉดสีแดง ให้ลุคทันสมัย สดใส รับตรุษจีน ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ รับรองว่าสวยปัง เตรียมรับอั่งเปากันแบบจุก ๆ ไปเลยค่า

Welcome แต่งบ้านต้อนรับ “วันตรุษจีน” ที่กำลังมาถึง!!

0

Welcome แต่งบ้านต้อนรับ “วันตรุษจีน” ที่กำลังมาถึง!!

Welcome แต่งบ้านต้อนรับ “วันตรุษจีน” ที่กำลังมาถึง!! ใกล้ถึงวันที่สำคัญสุดประจำปีของชาวจีนในทั่วโลก และ ชาวไทยเชื้อสายจีนกับ “วันตรุษจีน” ที่นับเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีนอย่างเป็นทางการแล้ว ทำให้ชาวจีนทุกคนต่างให้ความสำคัญกับวันตรุษจีนมาก โดยตามความเชื่อของชาวจีนก่อนถึงวันตรุษจีน จะมีการตกแต่งบ้านใหม่ตามหลักฮวงจุ้ย เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล ต้อนรับปีขาล ในปี 2565 นี้ โดยเพื่อนๆ หลายคนก็คงยุ่งการเลือกของตกแต่งบ้านเพื่อต้อนรับเทศกาลตรุษจีน วันนี้ Inzpy มาแชร์ไอเดียการแต่งบ้าน จะมีอะไรบ้างตามมาเลยจ้า…

welcome

1. ทำความสะอาดบ้าน ก่อนเข้า ‘วันตรุษจีน’

ตามธรรมเนียมประเพณีของพี่น้องชาวจีน ต่างมีความเชื่อว่าก่อนที่จะถึงเทศกาลตรุษจีน ให้ทำความสะอาดบ้านกันแบบชุดใหญ่ โดยปัดกวาด เช็ดถู ทุกซอกทุกมุม เริ่มตั้งแต่บริเวณด้านหน้า ให้เปิดโล่ง ไม่รกรุงรัง เนื่องจากบริเวณดังกล่าวถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการรับโชคที่ดีเข้ามาในบ้าน เงินทองจะไหลเวียนมาได้สะดวก ไม่เกิดติดขัดส่วนบรรดาจานชามที่ชำรุดเสียหาย แม้ว่าจะบิ่นเล็กน้อย ก็ให้กำจัดออกไป เพราะหากเก็บไว้อาจจะทำให้สมาชิกในครอบครัวเกิดความบาดหมางกัน อีกทั้งผ้าปูที่นอน หมอน ผ้าห่ม ให้นำไปซักให้เรียบร้อย อันเป็นผลจากสิ่งของเหล่านี้เปรียบเสมือนสุขภาพของเจ้าบ้าน

welcome

2. การติดตั้งภาพรูปเสือในบ้าน

การติดตั้งภาพเสือ ใน ปีขาล เพื่อน ๆ ควรนำรูปเสือ สัญลักษณ์ของปีขาล มาประดับไว้ตามห้องต่างๆ ซึ่งภาพที่นำมาตกแต่งไม่จำเป็นจะต้องเป็นภาพ หรือ รูปปั้นเสือขนาดใหญ่ เพื่อน ๆ อาจใช้เป็นของตกแต่งบ้านชิ้นเล็กๆ วางไว้มุมห้อง ภาพเพนต์รูปเสือขนาดพอเหมาะติดในห้องนั่งเล่นหรือโฮมออฟฟิศ ก็จะช่วยนำความมั่งคั่งมาให้ และ เติมพลังให้แก่ทุกคนในบ้านให้ปัง ๆ ต้อนรับปีเสือกันแล้ว

welcome

3. ประดับโคมไฟจีนอย่างสวยงาม

การประดับโคมไฟจีน เปรียบเสมือน Welcome สัญลักษณ์การต้อนรับของงานเทศกาลรื่นเริงสำคัญต่าง ๆ ดังนั้นจึงนิยมนำมาแขวนประดับตกแต่งทั้งภายในบ้าน และที่ทำงาน แต่มีข้อแม้ว่าห้ามนำมาแขวนไว้หน้าบ้านเวลากลางคืน เนื่องจากมีความเชื่อว่าเป็นการบ่งบอกว่าบ้านหลังนี้มีคนตายดังนั้น หากอยากจะแขวนโคมไฟแดง แนะนำให้ศึกษาธรรมเนียมดี ๆ เสียก่อน ไม่งั้นจากความประสงค์ต้องการสิริมงคล อาจกลายเป็นเรื่องไม่ดีไปได้แต่ถ้าหากรู้สึกไม่สบายใจ กลัวทำผิด สามารถเลือกเป็นดอกโบตั๋น หรือต้นส้มสีทอง มาตั้งในห้องนั่งเล่น หรือโต๊ะทำงานแทนได้ เพราะของตกแต่งเหล่านี้มีความเชื่อกันว่า จะนำความมั่งคั่ง ร่ำรวย และโชคดีมาให้คนในบ้าน

welcome

4. การปลูกต้นไม้มงคล

การปลูกต้นไม้มงคล รู้กันดีว่าช่วงเวลาของเทศกาลตรุษจีน ต่างนิยมนำผลไม้อย่างส้ม ให้แก่ญาติผู้ใหญ่ หรือ คนที่เรารัก โดยทางฝั่งจีนแผ่นใหญ่นั้นก็ไม่น้อยหน้า ถึงขั้นนำต้นส้มมาปลูกรอบบ้านเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะได้นำผลมาไหว้เทพเจ้า บรรพบุรุษ หรือแจกผู้อื่น โดยไม่ต้องซื้อในราคาแพงแล้ว ยังสามารถสร้างมลคลให้กับตัวเองได้ เนื่องจากเจ้าผลไม้ชนิดนี้ มีความหมายถึงเรื่องเงินทอง สังเกตจากสีเอกลักษณ์ของส้มได้นอกจากนี้ยังสามารถนำต้นไม้ชนิดอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น ต้นไผ่ (หมายถึง ความดีงาม เป็นคนดี) ต้นสน (ช่วยเกื้อหนุนให้อายุยืนยาว) ต้นดอกกุ้ยฮวา (ส่งเสริมให้ประสบความสำเร็จในการทำงาน) มาปลูกเสริมมงคลรอบบ้านได้

ตรุษจีน

5. ห้ามลืม!!  จัดหิ้งพระ ศาลพระภูมิ หรือตี่จู้เอี๊ยะในบ้าน

หิ้งพระ ศาลพระภูมิ และตี่จู้เอี๊ยะ ที่พี่น้องชาวจีนต่างเคารพนับถือนั้นถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิที่อยู่คู่บ้าน ดังนั้นจึงไม่ควรให้สกปรกเป็นเด็ดขาด ที่สำคัญจำเป็นต้องจัดระเบียบให้เรียบร้อยและถูกต้อง ดังนี้

1.นำแก้วน้ำสะอาดใส่น้ำให้เต็ม ประมาณ 5 แก้ว แต่หากเป็นตี่จู้เอี๊ยะจะเป็นถ้วยน้ำชา 5 ถ้วย โดยอย่าให้น้ำขาด หมั่นเติม ผลัดเปลี่ยนใหม่ทุกวัน

2.นำดอกไม้ เช่น ดอกบัว กล้วยไม้ มาใส่แจกันให้เรียบร้อย ส่วนตี่จู้เอี๊ยะ ให้นำต้นกวนอิม เสริมมงคล ความมั่งมี มาใส่แจกัน

3.สำหรับตี่จู้เอี๊ยะจะพิเศษกว่าแบบไทย โดยต้องนำผ้าแดงชิ้นเล็ก หรือกิมฮวยและอั่งติ่ว (ผ้าแดงติดกระถางธูป) มาติดประดับ เปลี่ยนใหม่ให้เรียบร้อย เพื่อเป็นการต้อนรับเทพเจ้าให้นำสิ่งดี ๆ มาให้

China Dolls ตำนาน 2 หมวย ขวัญใจปลายยุค 90’s

0

ใกล้จะเทศกาลตรุษจีนแบบนี้มันทำให้ผู้เขียนคิดถึงอดีตดูโอ้สาวระดับตำนานอย่าง China dolls เบล กับหว่าหวา ผู้ที่แทบจะเป็นสัญลักษณ์ของอะไรก็ตามมีความเป็นจีน ของไทยไปแล้ว เพลงของพวกเธอ ภาพลักษณ์ของพวกเธอมันเด่นชัดมาตั้งแต่ไหนแต่ไร

เพลง “หมวยนี่คะ” “โอ๊ะโอ๊ะโอ๊ะ” “ตี๋ไม่เกี่ยว” หรือ “คนหน้า ม.” เพลงฮิตพวกนี้เป็นของพวกเธอทั้งนั้น อย่าง “เฮงเฮงเฮง” ที่ประกอบซิทคอม เฮงเฮงเฮง ทางช่อง 3 เราก็ได้ยินกันมาเกิน 15 ปีแน่ ๆ หรือเพลงก็หมวยนี่คะ ไม่ได้ตั้งใจ เพลงน่ารัก ๆ สำหรับคนหน้าหมวย

เรื่องของ China Dolls ภาพจำของ เทศกาลตรุษจีน

สมาชิกของ ไชน่า ดอลส์ ประกอบไปด้วย หว่าหวา-ไพลิน รัตนแสงเสถียร และเบล-สุภัชญา ลัทธิโภณณกุล โดยอัลบั้มแรกของพวกเธอถูกปล่อยออกมาในปี 2542 ในอัลบั้มที่ชื่อ “หมวยนี่คะ” กับค่าย GMM Grammy และทำให้ทั้งคู่ขึ้นไปเล่น Asia 2000 Music Festival กับเพลงที่ชื่อเดียวกับชื่ออัลบั้ม

ด้วยความที่ทั้งคู่ภาษาร้องเป็นภาษาจีนกลางได้ด้วย ทำให้เป็นที่นิยมอย่างมากใน ไต้หวัน, มาเลเซีย, จีน, กัมพูชา และสิงคโปร์

ความนิยมของพวกเธอทำให้อัลบั้มชุดที่สองตามมาอย่างรวดเร็วในปี 2543 กับอัลบั้มที่ชื่อ China more โดยมีเพลงฮิตอย่าง “โอ๊ะโอ๊ะโอ๊ะ” และคนหน้า ม. แต่จากหลังจากอัลั้มนี้ ความนิยมของพวกเธอก็ลดลง และได้ออกมาอีกสองอัลบั้มที่ชื่อว่า “China แดง” และ B/W ซึ่งก็ไม่ได้รับความนิยมมากนัก

กระนั้นพวกเธอก็ไปได้รับความนิยมในโปรเจ็ค 5 คนร่วมกับ แคทรียา อิงลิช, เจนนิเฟอร์ โปลิตานนท์ และญาญ่า หญิง หรือหญิง-รฐา ซึ่งเกิร์ลกรุ๊ปเฉพาะกิจนี้เองก็โด่งดังเป็นพลุแตก ชนิดที่เรียกว่า ร้องเล่นเต้นกันได้ทั่วบ้านทั่วเมือง กับเพลง 2002 ราตรี 

นอกจากนี้ยังมีชุด 2005 ทิวา Hula Hula กับ  2007 Show Girls ตามออกมาอีก แม้ว่าสุดท้าย 2002 ราตรี จะเป็นที่จดจำมากกว่า ซึ่งหลังจากนั้นทั้งคุ่ก็ได้แยกย้ายกันไปตามทางของตัวเอง ตัวของหว่าหวา ไปทำวงใหม่กับศิลปินไต้หวัน แดนจุ่น ภายใต้สังกัด Warner Music Taiwan ส่วนเบลล์นั้นออกจากวงการไป

อย่างที่บอกไปครับ ภาพลักษณ์อาหมวยจ๋าของทั้งคู่ ชื่อวงเอย หรือการแต่งตัว รวมไปถึงเพลงที่มีความเป็นจีนอยู่ในตัวแทบจะเกือบ 100% ก็ทำให้ทั้งคู่นั้น มักจะถูกจดจำ หรือเพลงของทั้งคู่จะถูกเอามาเป็น ตามเทศกาลอย่าง ตรุษจีนอยู่ตลอด และต้องยอมรับว่าทั้งคู่ คือตำนานดูโอ้หญิงของเมืองไทยอีกคู่หนึ่งเลย

รางวัลในนาม China Dolls

  • เข้าชิง “The Best Group Singer” ของ Golden Melody Award 12th, Taiwan (May 2001)
  • ชนะ “Top Ten Golden Melody (Dan yan pi nu sheng- Muay Nee Kah)” ของ Singapore Golden Melody Award (2001)
  • ชนะ “Top Ten Hits (Dan yan pi nu sheng- Muay Nee Kah)” ของ Chinese Music Award, Genting, Malaysia (2001.Nov)
  • ชนะ “Top Ten Hits (Bu yao ni de li wu- Mai Sum Kun)” ของ Chinese Music Award at Genting, Malaysia (2001.Nov)
  • ชนะ Bronze Award of “The Best Group Singer” Golden Melody Award 1st, Malaysia (November 2001)
  • ชนะ “The Best Group Singer”, Vietnam (2001)
  • ชนะ “The Best Group Singer” 2nd, Vietnam (2002)
  • ชนะ “Top Ten Hits” ( OH OH OH), Vietnam (2001)
  • ชนะ “Top Ten Hits” ( OH OH OH 2nd ), Vietnam (2002)
  • ชนะ “Top Ten Hits” ( KON NAH MAW), Vietnam (2002)
  • ชนะ “Top Ten Hits” ( TING NONG), Vietnam (2002)
  • เข้าชิง “The Best Group Singer” ของ Golden Melody Award 2nd, Malaysia (November 2002)
  • ชนะ “Best Group Singer” ของ Chinese music award, Malaysia (2002)
  • รางวัล “Best Youth” from Government ของ Thailand, Thailand (2004)
  • รางวัล “Fighting Drug Abuse”, Thailand (2003, 2004)
  • รางวัล “Fighting Gambling”, Thailand (2004)
  • รางวัล “Participating in Blood Donation”, Thailand (2004)
  • Virgin Hitz 40 Award—Kao Mai Ruk, Thailand (2004)
  • No.3 “The best group singer-vote on internet”, Taiwan (2006)
  • “Volunteer artists”, Thailand (2015)

China dolls

ปัจจุบันนั้นทั้งคู่ได้แวะเวียนออกรายการต่าง ๆ อยู่บ้างตามแต่ออกโอกาส ทั้งงานคู่งานเดี่ยว แต่สำหรับชีวิตส่วนตัวของทั้งคู่นั้น ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในบ้านของตัวเอง

เบลล์กับบทบาทครูสอนเต้น และมีครอบครัวที่อบอุ่น เช่นเดียวกับหว่าหวา ที่ชีวิตเคยเจอกับมรสุม แต่ก็ผ่านมาได้ และมีชีวิตที่ดีกับกลุ่มเพื่อน และหน้าที่การงานที่ทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จทั้งในไทยและไต้หวัน

หากว่าคุณคิดถึง ดาราหรือศิลปินคนไหน ลองคอมเม้นท์ หรือขอกันเข้ามาดูครับ Inzpy จะนำเรื่องราวของพวกเขามาเล่าสู่กันฟังให้หายคิดถึงแน่นอน

Take Free ความผิดพลาดบนเว็บไซต์ Marc Jacobs

0

Take Free ความผิดพลาดบนเว็บไซต์ Marc Jacobs 

Take Free
Cr.Photo ; Marc Jacobs 

ความผิดพลาดบนเว็บไซต์ Marc Jacobs ทำให้ลูกค้าสามารถ Take Free สินค้ากระเป๋าถือบนเว็บไซต์ได้แบบฟรี ๆ นักช้อปซื้อกระเป๋าถือของ Marc Jacobs ได้เห็นราคาส่วนลด 100% ในเช้าวันอังคารเว็บไซต์ อันเนื่องมาจากความผิดพลาดทางออนไลน์

The Wall Street Journal สื่อต่างประเทศได้รายงาน นักช้อปรายหนึ่งบอกกับสื่อสิ่งพิมพ์ว่า เธอซื้อกระเป๋าโท้ทแจ็คการ์ดขนาดเล็ก ชื่อคอลเลกชันว่า “The Year of the Tiger” ของ Marc Jacobs เมื่อเธอมาถึงจุดชำระเงิน  แบรนด์ได้ให้ส่วนลดสำหรับราคาเต็ม หรือก็คือลด 100% ให้กับเธอที่สั่งซื้อกระเป๋าโดยอัตโนมัติ

Cr.Photo ; Marc Jacobs 

เธอได้กล่าวว่า “ระบบพังหลายครั้งในขณะที่ฉันอยู่บนเว็บไซต์ แต่ในที่สุดฉันก็สามารถนำกระเป๋าที่ฉันต้องการ ลงในรถเข็นของฉันได้” ที่ได้ให้สัมภาษณ์ The Wall Street Journal ว่าเธอทำการซื้อใส่ลงไปในรถเข็น แต่การสั่งซื้อไม่สำเร็จ ไม่สามารถซื้อได้ ผู้ซื้อกล่าวว่าในตอนแรกเธอได้รับการยืนยันสำหรับการซื้อของเธอ แต่ในบ่ายวันนั้นก็มีข้อความจาก Marc Jacobs แจ้งกับเธอว่าคำสั่งซื้อได้ถูกยกเลิก

Marc Jacobs แจ้งกับเธอว่า “เนื่องจากข้อผิดพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจของระบบใน marcjacobs.com เว็บไซต์ของเราแสดงราคาผลิตภัณฑ์ที่ไม่ถูกต้องชั่วคราว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคำสั่งซื้อของคุณ”  “คำสั่งซื้อทั้งหมดที่มีการกำหนดราคาไม่ถูกต้อง ได้ถูกยกเลิกแล้ว

แต่ก็อย่างว่าล่ะนะ บางคนเห็นเป็นใครก็ต้องตกใจรีบกดสั่งซื้อ เพราะยังมีอีกหลายคนที่ชอบเจ้ากระเป๋า Marc Jacobs รวมถึงแอดมินด้วยเช่นกัน Inzpy ขอเป็นสื่อแหล่งข่าวแฟชั่น ที่ให้เพื่อน ๆ ได้เข้ามาอ่านทุกวันนะครับ อย่าลืมติดตาม เพื่อรับข่าวสารใหม่ ๆ ของแฟชั่น ได้ทุกวันที่ Inzpy 

5 ร้านอาหารริมน้ำ สุดโรแมนติก พาแฟนไปดินเนอร์วันวาเลนไทน์

5 ร้านอาหารริมน้ำ สุดโรแมนติก พาแฟนไปดินเนอร์วันวาเลนไทน์

อีกไม่กี่วันก็จะผ่านพ้นเดือนมกราคม เข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ เดือนแห่งความรัก หลาย ๆ คนที่กำลังมีแฟน หรือมีครอบครัว ก็คงกำลังเตรียมตัวฉลองวันวาเลนไทน์กัน ส่วนคนโสดอย่างเราก็เศร้าต่อไป ฮือ ๆ แต่ไม่เป็นไรนะคะ แม้เราจะเสียใจ แต่เราก็จะเอาบทความดี ๆ มาฝากคนมีความรักกันค่ะ วันนี้เราจะมาแนะนำ 5 ร้านอาหารริมน้ำ สุดโรแมนติก พาแฟนไปดินเนอร์กัน อวดคนโสดให้จุกอกตายกันไปเลยสิคะ มีร้านไหนน่าสนใจบ้าง ตามมาดูกันค่ะ

 

Sala Rattanakosin Bangkok

ที่นี่จะมีที่นั่งแบ่งเป็น 2 โซน แบบ Indoor และ Outdoor จะออกไปนั่งรับลมริมน้ำ หรือนั่งสบาย ๆ ในโซนห้องแอร์ก็สามารถเลือกได้ตามความชอบ ทั้ง 2 โซน สามารถมองออกไปเห็นวิววัดอรุณฯ อยู่ไม่ไกลยิ่งเวลาที่พระอาทิตย์กำลังจะตกดินด้วยล่ะก็ บรรยากาศโรแมนติกมาก ๆ เลยค่ะ อาหารก็มีทั้งอาหารไทย อาหารฝรั่ง เมนูแนะนำ ยำปลาสำลีมะม่วง สลัดปูนิ่ม หมูสามชั้นอบกรอบ เป็นต้น ราคาอาหารถือว่าไม่แพงเลย ถ้าเทียบกับบรรยากาศของทางร้าน
พิกัด : https://goo.gl/maps/92cV1TEwguHVBJna6
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 11.00-22.30 น.
Facebook : Sala Rattanakosin Bangkok 

 

The Deck by Arun Residence

เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารริมน้ำ ที่มองเห็นวิววัดอรุณฯ และสามารถชมพระอาทิตย์ตกดินสวย ๆ เมนูอาหารก็มีทั้งอาหารไทย และอาหารต่างชาติ กว่า 200 เมนูเลยทีเดียว ห้องอาหารที่นี่จะคงความเป็นตึกเก่าสไตล์ชิโน-โปรตุกีส ที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออก
ที่สำคัญช่วงวันวาเลนไทน์นี้ มีโปรโมชั่นพิเศษ จองโต๊ะริมแม่น้ำ พร้อมวิวสุดปัง กับเซตอาหารสุดคุ้ม Full course เพียง 1,000 บาท/set (net) มีเมนูพิเศษเฉพาะวันวาเลนไทน์ เป็นเมนูของหวาน ชื่อว่า My Heart Tiramisu
พิกัด : https://goo.gl/maps/PVGseX2v9vjep1X47
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 11.00-21.00 น.
Facebook : The Deck by Arun Residence

 

Savoey Restaurant

5 ร้านอาหารริมน้ำ

ร้านเสวยมีด้วยกันทั้งหมด 4 สาขา ถ้าอยากได้วิวริมน้ำเจ้าพระยาสวย ๆ บรรยากาศดี ๆ สามารถชมพระอาทิตย์ตกได้แบบนี้ ให้มาทานที่สาขาท่ามหาราชนะคะ ที่นั่งจะมีโซน Indoor ซึ่งจะไม่ได้อยู่ติดริมแม่น้ำ หากอยากได้บรรยากาศริมน้ำ มองออกไปเห็นตึกราม บ้านช่อง วัดต่าง ๆ ต้องเลือกนั่งในโซน Outdoor ค่ะ ที่นี่จะมีบริการอาหารไทย ที่มีรสชาติอร่อยกลมกล่อม วัตถุดิบสด สะอาด โดยเฉพาะอาหารทะเล เมนูแนะนำ ปลากะพงทอดราดซอสน้ำปลา กุ้งแม่น้ำเผา ปูดำผัดผงกะหรี่ และปลาหมึกไข่นึ่งมะนาว เป็นต้น
พิกัด : https://g.page/savoeythamaharaj?share
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน  10.00-22.00 น.
Facebook : Savoey Restaurant 

 

ร้านกินลมชมสะพาน

5 ร้านอาหารริมน้ำ

มาถึงร้านนี้กันบ้าง ยังคงเป็นร้านบรรยากาศดี ๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ความแตกต่างของที่นี่คือ เราจะได้เห็นวิวสวย ๆ ของสะพานพระราม 8 ต้องบอกว่าสวยงามมาก ๆ ค่ะ หรือถ้าใครเป็นคนขี้ร้อน ก็สามารถเลือกนั่งทานอาหารในโซน Indoor ก็ได้เช่นกัน อาหารของที่นี่จะเน้นไปที่เมนูอาหารทะเล ซึ่งเมนูแนะนำ ได้แก่ ปลากะพงทอดน้ำปลา กุ้งแม่น้ำเผา เมี่ยงกุ้งฝอย และห่อหมกหอยเชลล์ เป็นต้น รสชาติดี ที่สำคัญราคาไม่แพงค่ะ

พิกัด : https://g.page/Khinlomchomsaphan?share
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 11.00-23.00 น.
Facebook : Khinlomchomsaphan

ร้านชมอรุณ

ชื่อร้านก็บอกเป็นนัย ๆ ว่าวิวของที่นี่ก็คือวิววัดอรุณฯ นั่นเองค่ะ ที่นี่สามารถมองเห็นวิววัดแบบใกล้ชิด เต็ม ๆ ตา 180 องศา บรรยากาศในร้านโซนด้านนอก  จะออกแบบเหมือนนั่งทานข้าวในสวน มีความเขียว ๆ ประดับไฟในตอนกลางคืน ให้ความรู้สึกโรแมนติก  ในส่วนของโซนด้านในนั้น ก็สามารถนั่งชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้เช่นกัน เพราะทางร้านจะตกแต่งรอบด้านเป็นกระจกใสทั้งหมดค่ะ ที่นี่มีบริการอาหารไทย แบบต้นตำรับ หลากหลายเมนู เช่น ต้มยำกุ้ง ปูผัดพริกเหลือง ผัดไทยกุ้งสด เป็นต้น มาทานอาหารที่นี่ ได้บรรยากาศที่โคตรดี ในราคาที่สบายกระเป๋า
พิกัด : https://goo.gl/maps/DRgxUsM9GCwAKWcw5
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน
Facebook : Chom Arun

6 ข้อเข้าใจผิด เมื่อคิดขายบ้าน! 

6 ข้อเข้าใจผิด เมื่อคิดขายบ้าน! สำหรับอสังหาริมทรัพย์ นับว่าเป็นทรัพย์สินมูลค่าสูง ที่มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เราสามารถลงทุน หรือเป็นช่องทางในการสร้างรายได้ได้เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนปล่อยเช่า เพื่อทำกำไรระยะยาว หรือ ทำกำไรระยะสั้นจากการขายต่อ

แต่… การประกาศขายอสังหาริมทรัพย์ มีรายละเอียดที่แตกต่างจากการขายสินค้าทั่วไป และมีหลายจุดที่ผู้ขายมือใหม่มักเข้าใจผิด ซึ่งจะมีผลเสียหายในภายหลัง ดังนั้น ผู้ขายมือใหม่จึงต้องเรียนรู้ และทำความเข้าใจกับความเคลื่อนไหวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ เพื่อป้องกันข้อผิดพลาด เพิ่มโอกาสในการเจรจาต่อรอง และมีความรู้ในการทำธุรกรรมการซื้อ-ขายให้รอบคอบและชัดเจน เรามีข้อมูลมาฝากให้ทราบกัน

6 ข้อเข้าใจผิด เมื่อคิดขายบ้าน! 
Cr. Photo : Recha Oktaviani on Unsplash
1. ตั้งราคาขายตามใจฉัน

หากคุณจะขายอสังหาริมทรัพย์ ต้องตระหนักเสมอว่าการตั้งราคาขายที่เหมาะสม เป็นเรื่องสำคัญ ผู้ขายต้องศึกษาและเปรียบเทียบราคาตลาด พิจารณาสภาพเศรษฐกิจ หรือสถานการณ์แวดล้อม ณ ช่วงนั้น ๆ อาทิ ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเวลานี้ หากบ้าน/คอนโดฯ ที่ตั้งราคาสูงจนเกินไป อาจจะปล่อยขายได้ยาก หรือ… ไม่ได้เลย

ขณะเดียวกัน การตั้งราคาให้ต่ำกว่าราคาตลาด ถือเป็นอีกกลยุทธ์น่าสนใจ เนื่องจากจะเป็นการเพิ่มจำนวนผู้สนใจเข้ามาติดต่อผู้ขาย ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อเสนอที่ราคาอยู่ใกล้เคียง หรือเท่ากับราคาของตลาดได้ และยิ่งตั้งถูกกว่าคนอื่น ๆ ในประกาศซื้อ-ขายบ้านบนหน้าเว็บไซต์ เป็นไปได้ว่าของคุณอาจจะมีผู้คนคลิกเข้ามาชมมากกว่า

อย่างไรก็ตาม การตั้งราคาขายสามารถอ้างอิงราคาประเมินของราชการ, องค์กรอิสระ, สถาบันทางการเงิน หรือเช็กราคาตลาด/ราคาซื้อ-ขายจริงบนทำเลนั้น ๆ แต่ทั้งนี้ก่อนตั้งราคาขายจะต้องไม่ลืมคำนวณค่าเสื่อมราคาของอสังหาริมทรัพย์ที่ประกาศขายด้วย

2. คิดว่าปิดซ่อนปัญหาเกี่ยวกับตัวบ้านได้อยู่หมัด

 ฟันธงได้เลยว่า ปัญหาเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ปิดอย่างไรก็ไม่มิด 100% เพราะปัจจุบันผู้ซื้อและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ศึกษาและทำการบ้านมาอย่างดีจากหลายช่องทาง ทั้งจากเว็บไซต์ที่ให้ความรู้เรื่องที่อยู่อาศัย หรือประสบการณ์ตรงที่มีผู้แชร์บนโลกออนไลน์ นอกจากนี้ แม้ผู้ขายจะพยายามปกปิดดีอย่างไรก็ตาม ปัญหาเหล่านั้นอาจถูกค้นพบเมื่อถึงช่วงตรวจสอบบ้านจากผู้ซื้อ ซึ่งปัจจุบันมีวิศวกร และบริษัทตรวจรับบ้านให้บริการด้านนี้โดยเฉพาะ หากพบปัญหามากกว่าที่คิด อาจทำให้ผู้ซื้อเกิดความไม่ไว้วางใจได้ และยุติการซื้อ-ขายได้

ดังนั้น ควรหาทางออกโดยการเลือกซ่อมแซมจุดเสียหายที่พบทันที หรือตั้งราคาขายต่ำกว่าตลาด หรือตั้งราคาขายปกติแต่ทำสัญญากับผู้ซื้อว่า เราจะออกค่าใช้จ่ายเองหากเกิดกรณีซ่อมแซมในจุดเสียหายที่ตรวจเจอ หรือตั้งราคาขายตามสภาพของบ้าน เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจบานปลายได้ในภายหลัง เพราะผู้ขายอาจจะต้องเจอกับค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด หากสภาพบ้านไม่เป็นไปตามในสัญญาซื้อ-ขายที่ระบุ

6 ข้อเข้าใจผิด เมื่อคิดขายบ้าน! 
Cr. Photo : www.ddproperty.com
3. เชื่อใจผู้ซื้อมากเกินไป อาจทำให้เสียโอกาส

 เมื่อตกลงซื้อ-ขายเรียบร้อย ผู้ขายต้องรอความชัดเจนในการตกลงวันนัดทำสัญญา และดำเนินธุรกรรมกับผู้ซื้อ เพื่อไม่ให้เป็นการปิดโอกาสในการขายอสังหาริมทรัพย์กับบุคคลอื่น

ผู้ขายสามารถขอให้ผู้ซื้อวางเงินมัดจำ หรือขอดูจดหมายอนุมัติสินเชื่อของผู้ซื้อที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์หรือรัฐ เพื่อเป็นการการันตีถึงเรื่องความสามารถด้านการเงินของผู้ซื้อ รวมถึงการันตีในเรื่องเงินที่ผู้ขายจะได้รับจากการขายบ้าน ถือเป็นการสร้างความมั่นใจ และความสบายใจในการซื้อ-ขายของทั้งสองฝ่าย

นอกจากนี้ หากผู้ขายมีกรอบระยะเวลาที่จะต้องปล่อยขายบ้านให้สำเร็จ ไม่ควรเลือกผู้ซื้อที่ติดภาระในการปล่อยขายบ้านเก่าเพื่อนำเงินมาซื้อบ้านใหม่ เพราะแสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอนในการปิดดีลซื้อ-ขายครั้งนี้นั่นเอง

4. รอรับเงินแต่ลืมเตรียมค่าภาษี

 เมื่อการเจรจาตกลงเสร็จเรียบร้อย ไม่ได้หมายความว่าผู้ขายจะรอรับเงินจากผู้ซื้อเพียงอย่างเดียว เนื่องจากในการซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์จะมีภาษีขายบ้านด้วย (ภาษีธุรกิจเฉพาะ) ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อหลายคนมักมองข้ามไป

ผู้ขายที่ไม่มีความรู้ในเรื่องนี้ อาจขาดทุนจากการเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เนื่องจากไม่ได้คำนวณค่าธรรมเนียมและภาษีรวมไว้ในต้นทุนก่อนประกาศขาย โดยทั่วไปค่าใช้จ่ายในการขายอสังหาริมทรัพย์ส่วนที่ผู้ขายต้องจ่ายนั้น มีดังนี้

-ค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์ในอัตรา 2% จากราคาประเมิน (ผู้ซื้อและผู้ขายชำระค่าธรรมเนียม 1% เท่า ๆ กัน)

-ค่าอากรแสตมป์ 0.5%

-ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3%

-ค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

ดังนั้นผู้ขายควรคำนวณค่าใช้จ่ายเหล่านี้ให้ถี่ถ้วน เพื่อวางแผนลดค่าใช้จ่ายในส่วนที่ไม่จำเป็นลงได้ เช่น ถือครองอสังหาริมทรัพย์นานเกิน 5 ปี หรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านครบ 1 ปี ซึ่งจะทำให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

6 ข้อเข้าใจผิด เมื่อคิดขายบ้าน! 
Cr. Photo : www.ddproperty.com
5. ขายเองได้ ไม่ต้องง้อนายหน้า

ส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าการขายที่อยู่อาศัย เหมือนกับการขายทรัพย์สินอื่น ไม่ซับซ้อน จึงอยากจัดการเองมากกว่าไปจ้างนายหน้า ที่มีค่าใช้จ่ายเป็นค่าคอมมิชชั่น เมื่อพิจารณาค่าใช้จ่ายกับความสะดวกที่ผู้ขายจะได้รับแล้ว การมีนายหน้าเพื่อช่วยนำบ้าน /คอนโดฯ ไปเสนอขายผ่านช่องทางต่าง ๆ แล้ว นายหน้ายังช่วยหาหรือนำเสนอทรัพย์สินให้ตรงตามความต้องการของผู้ซื้ออีกด้วย

นายหน้าที่มีประสบการณ์ช่วยให้การขายอสังหาริมทรัพย์สามารถปิดดีลได้ไวขึ้นในราคาที่ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อรับได้ นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดเวลาในการดำเนินการขั้นตอนต่าง ๆ เอง ทั้งการต่อรองหรือพาชมสถานที่จริงได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ทั้งนี้ผู้ขายควรศึกษาวิธีคำนวณค่าคอมมิชชั่นเพื่อเตรียมตัวในการเจรจาก่อนตกลงว่าจ้างกับนายหน้า โดยปกตินายหน้าอสังหาริมทรัพย์จะได้รับค่าตอบแทนในอัตรา 3% ของราคาขาย ทั้งนี้อัตราค่านายหน้าอสังหาริมทรัพย์นั้นจะมีความแตกต่างกันไปบ้างในแต่ละพื้นที่

6. ขายบ้านทุกครั้งต้องมีนายหน้า  

ในทางตรงกันข้าม หากผู้ขายมีความรู้เกี่ยวกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ และมีความรู้พื้นฐานด้านเอกสารธุรกรรมการซื้อ-ขาย สามารถขายที่อยู่อาศัยได้เองโดยไม่จำเป็นต้องจ้างนายหน้าเสมอไป

อย่างไรก็ตาม การประกาศขายด้วยตัวเองนั้นจำเป็นต้องคำนึงถึงเรื่องต้นทุนในเรื่องของเวลาที่ใช้ศึกษาตลาดด้วย หากผู้ขายเข้าใจกลไกต่าง ๆ ในเรื่องเหล่านี้ดี ก็จะลดค่าใช้จ่ายคอมมิชชั่นที่สามารถนำไปปรับเป็นส่วนลดให้ผู้ซื้อ หรือเป็นกำไรให้ตัวเองได้

นอกจากนี้ ผู้ขายต้องคำนวณต้นทุนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ต้องดำเนินการเอง เช่น การนำข้อมูลบ้านลงประกาศขายในเว็บไซต์ต่าง ๆ โดยสิ่งสำคัญคือข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้อง นำเสนอรูปสวย ๆ เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อ

และจะเป็นการดี หากเว็บไซต์รองรับวิดีโอ, Virtual Tour หรือ Live Tour ซึ่งทำให้ผู้ซื้อได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนกว่าเดิม แต่ทั้งนี้หากเป็นเว็บไซต์ที่รวมข้อมูลซื้อ-ขายด้านอสังหาริมทรัพย์อาจมีค่าธรรมเนียมประกาศตามแพ็กเกจโฆษณาของเว็บนั้น ๆ

นอกจากนั้นต้องให้ข้อมูลกับผู้ที่สนใจติดต่อสอบถามเข้ามาเอง ซึ่งก็จะมีทั้งผู้สนใจเข้ามาดูเฉย ๆ และผู้สนใจซื้อจริง ๆ ผู้ขายจะต้องมีเวลาในการรับโทรศัพท์และนัดหมายพาชมบ้าน สรุปได้ว่านอกจากความรู้ความเข้าใจในตลาดอสังหาริมทรัพย์และการทำธุรกรรมแล้ว ผู้ขายควรพัฒนาทักษะและประสบการณ์ในการเจรจาต่อรอง เพื่อให้พร้อมรับมือกับผู้สนใจซื้อที่หลากหลาย ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้ความรู้เช่นกัน

Cr. Photo : Maria Ziegler on Unsplash

และทั้งหมดนี้คือ 6 ข้อเข้าใจผิด เมื่อคิดขายบ้าน! ที่ Inzpy นำข้อมูลมาให้เป็นความรู้ เพื่อให้ผู้ที่คิดจะขายอสังหาริมทรัพย์นำมาประกอบในการพิจารณา และไปใช้ประโยชน์ได้คุ้มค่ากัน

ขอบคุณข้อมูลจาก www.ddproperty.com

 

บทความน่าสนใจ : Origin Plug & Play Sirindhorn Station คอนโดฯ ใหม่ ! ในย่านฝั่งธนฯ

 

หนังจีนกำลังภายใน ที่ครั้งหนึ่งนั้นสุดจะฮิต

0

ก่อนที่ซีรีส์เกาหลีจะเป็นที่นิยมในปัจจุบัน มันคือยุคของ หนังจีนกำลังภายใน มาก่อน ซึ่งในอดีตนั้นมีเยอะชนิดที่ว่าไม่รู้จะชอบเรื่องไหนดี มีให้เลือกแบบหลากหลายแนว ทั้งกังฟู แนววัดเส้าหลิน หรือผจญภัยเพื่อตามหาอะไรซักอย่าง การต่อสู้เพื่อแก้แค้น หรือแม้แต่เรื่องราวของความรัก

ซึ่งความฮิตของหนังจีนในยุคที่ไร้โซเชียลเน็ตเวิร์ก ก็พบเห็นได้ทั่วไป จากเหล่าเด็ก ๆ ที่ชอบเล่น เป็นปรมาจารย์วิชาต่าง ๆ ถือกระบี่ ใช้ฝ่ามือ เลียนแบบซีรีส์จีนกำลังภายในเหล่านี้ ซึ่งจะมีกระบวนท่า มีวิชา หรืออาวุธที่ใช้ต่อสู้แบบเป็นเอกลักษณ์ อาทิ เพลงเตะวายุ จากเรื่องฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า หรือการเอากระบองมาควงทำหน้าตาเลียนแบบลิง เหมือนซุนหงอคงจากไซอิ๋ว

ซึ่งวันนี้เราก็จะมาย้อนดูว่า ภาพยนตร์จีนกำลังภายในยอดฮิตในอดีตนั้น มีเรื่องไหนที่น่าสนใจกันบ้าง

หนังจีนกำลังภายใน แห่งความทรงจำ

หนังจีนกำลังภายใน

ไซอิ๋ว

เรื่องนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเป็นระดับตำนานของวงการวรรณกรรม รวมไปถึงหนังจีนด้วย สำหรับไซอิ๋ว ที่ในปัจจุบันได้มีการรีเมค หรือเอาบางบท บางตอนมันสร้างเป็นภาพยนตร์ หรือแม้แต่แอนิเมชั่นก็ถูกผลิตออกมาโดยมี ไซอิ๋วนี่แหละเป็นพื้นฐาน

เรื่องราวของ “พระถังซัมจั๋ง” ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ไปอัญเชิญพระไตรปิฏก ณ ชมพูทวีป ซึ่งในระวังทางจะต้องพบเจอกับอุปสรรคมากมาย และได้เหล่าปิศาจเข้ามาเป็นลูกศิษย์ร่วมเดินทาง ได้แก่ ซุนหงอคง, ตือโป๊ยก่าย และซัวเจ๋ง

ระหว่างการเดินทางต้องพบกับการขัดขวางของเหล่าปิศาจมากมาย ด้วยเนื้อหาที่เป็นการผจญภัย และมีสัตว์เป็นตัวเอก ทำให้ไซอิ๋วได้รับความนิยมจากหมู่เยาวชนมากที่สุดในวรรณกรรมเอกทั้ง 4 เรื่อง ประกอบด้วย ไซอิ๋ว, สามก๊ก, ความฝันในหอแดง และซ้องกั๋ง

นอกจากนี้ไซอิ๋วยังได้ส่งอิทธิพลไปยังหลาย ๆ ประเทศ อย่างเช่นญี่ปุ่น ที่การ์ตูนเรื่อง Dragon ball ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังจีนเรื่องนี้

หนังจีนกำลังภายใน

ฟงอวิ๋น

ขี่พายุทะลุฟ้า อีกหนึ่งภาพยนตร์ที่ยังคงตราตรึงใจแฟน ๆ เพราะนอกจากจะภาพยนตร์แล้ว ยังมีในรูปแบบของซีรีส์ และฉบับหนังสือการ์ตูนออกให้อ่านกัน ซึ่งในฉบับหนังโรงนั้นก็ได้ ดาราสุดฮอตในยุคนั้นมาร่วมแสดง อาทิ เจิ้ง อี้เจี้ยน ในบทของ ปู้ จิ้งอวิ๋น และกัว ฟู่เฉิง ในบทของเนี๊ย ฟง นอกจากนี้ยังมีซูฉี เซ็กซี่สตาร์ในยุคนั้นร่วมแสดงอีกต่างหาก

กับเรื่องราวของ ฟง และอวิ๋น สองศิษย์ร่วมสำนักของสงป้า อันเป็นบุคคลในคำทำนายของธุลีดิน ที่ว่า “จะดีก็ฟงอวิ๋น จะเลวก็ฟงอวิ๋น” ซึ่งสงป้าก็ได้ฆ่าครอบครัวของทั้งสองและนำมาชุบเลี้ยงไว้ใกล้ตัว แต่สุดท้ายด้วยความรัก ความขัดแย้ง และความแค้น การต่อสู้จึงได้เริ่มต้นขึ้น

หนังจีนกำลังภายใน

สามก๊ก

สุดยอดวรรณกรรมจีนที่เป็นตำนานไปทั่วโลก มีการนำไปรีบูท รีเมค หรือสร้างใหม่ในรูปแบบต่าง ๆ คล้าย ๆ กับไซอิ๋ว ที่มีการนำบางบท บางตอนไปสร้างเป็นภาพยนตร์แยกออกมา เช่น ตอนศึกผาแดง และแน่นอนว่าฉบับที่เป็นซีรีส์นั้นเป็นอะไรที่นิยมมาก ๆ ด้วยความที่ สามก๊กนั้นเนื้อหาเยอะ และยาว ที่กินเวลากว่า 100 ปี กว่าจะได้บทสรุป

โดยเรื่องราวส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของ เล่าปี่ (จ๊กก๊ก), โจโฉ (วุยก๊ก) และซุนกวน (ง่อก๊ก) ที่แบ่งอำนาจออกเป็นสามก๊ก รบราฆ่าฟันกันเพื่อรวมแผ่นดินจีนให้เป็นหนึ่งเดียว

มังกรคู่สู้สิบทิศ

จากวรรณกรรมของ หวงอี้ ซึ่งเป็นเรื่องราวของการก่อตั้งราชวงศ์ถัง ซึ่งมีปฐมฮ่องเต้คือ ถังเกาจู่ มีตัวเอกของเรื่องเป็นเด็กกำพร้าคู่หนึ่ง ในเมืองหยางโจว ชื่อ โค่วจง และ ฉีจื่อหลิง, ไต่เต้าจากเป็นอันธพาลในตลาด จนกระทั่งรวบรวมกำลังเข้าช่วงชิงแผ่นดิน

เรื่องราวเริ่มต้นในยุคที่ราชวงศ์สุยใกล้ถึงกาลล่มสลาย ฮ่องเต้สุยหยางตี้ เรียกเกณฑ์แรงงานอย่างหนัก พร้อมเกณฑ์คนไปรบกับเกาหลีจนมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ประชาชนเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า บรรดาขุนศึกและผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคสมัยต่างตั้งตัวเป็นอิสระจากกษัตริย์สุยหยางตี้

ซึ่งตัวโค่วจงและฉีจื่อหลิงซึ่งเป็นตัวเอกได้โลดเล่นท่ามกลางช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผันนี้ และสร้างตัวจากนักเลงลักเล็กขโมยน้อยในเมืองหยางโจว กลายมาเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการกุมชะตาแผ่นดินจีนช่วงผลัดราชวงศ์

เรื่องนี้ก็เช่นกันครับมีเวอร์ชั่นหนังสือการ์ตูนให้อ่าน และก็เวอร์ชั่นซีรีส์ ที่ทำออกมาได้สนุก และน่าติดตามมากเหลือเกิน ซึ่งตอนนี้ก็สามารถหาชมได้ใน Youtube ทางช่อง TVB Thailand

มังกรหยก

อันนี้ก็ระดับตำนานเป็นหนังกำลังภายในที่ รีเมคแล้ว รีเมคอีก ไม่รู้ว่าถึง สิบเวอร์ชั่นแล้วหรือยัง สำหรับมังกรหยก ที่ฮิตถึงขนาดี่เกมออนไลน์เป็นของตัวเอง สำหรับนิยายกำลังภาในจากปลายปากกาของ กิมหย้ง เรื่องนี้

เรื่องราวการผจญภัยของเด็กหนุ่มชื่อ “เจ๋ง” ที่เติบโตขึ้นมาในดินแดนของมองโกล และเดินทางกลับสู่ยุทธจักรในประเทศจีน ได้พบกับอึ้งย้ง ยังได้ฝึกวิชาต่าง ๆ มากมาย ขับไล่พวกมองโกลจากแผ่นดินจีน ซึ่งมังกรหยกนั้นเป็นเรื่องราวที่สุด มีเรื่องของชาตินิยม และความรักแอบแฝง เรื่องกำลังภายในก็เต็มเปี่ยมไม่ต่าง

ลองไปหาดูกันครับ สำหรับหนังจีนทั้ง 5 เรื่องนี้ คุ้มเกินคุ้ม ครบทุกรสชาติ สำหรับซีรีส์จีนกำลังภายในแต่ละเรื่อง และหากว่าจะให้ดี ลองไปหาดูเวอร์ชั่นอื่น ๆ ของแต่ละภาคให้ครบ เพื่อเก็บรายละเอียดให้ครบจะได้อรรถรสกว่าเดิมเยอะเลยครับ

และสำหรับใครที่ชอบเรื่องราวดี ๆ แบบนี้ก็สามารถติดตามได้ที่ Inzpy นะครับ เราจะหาเรื่องดี ๆ ซีรีส์สนุก ๆ หรือภาพยนตร์ที่ครบทุกรสชาติ ฉะนั้นอย่าลืมกดไลค์ กดแชร์ กดติดตามเอาไว้ด้วยนะครับ