Home Blog Page 1009

Trick จัดพื้นที่ห้องขนาดเล็กให้กว้างตามใจชอบ

0

Trick จัดพื้นที่ห้องขนาดเล็กให้กว้างตามใจชอบ

Trick Space จัดพื้นที่ห้องขนาดเล็กให้กว้างตามใจชอบ หลาย ๆ คนอยากจะมีพื้นการใช้งานในบ้านที่เราอยู่นั้นสามารถใช้งานได้ทุกตารางนิ้ว หรือ เพิ่มมากขึ้น แต่ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่จะเล็ก และ แคบขนาดไหนในการเก็บของ การจัดโซนเสื้อผ้า เราก็ยังรู้สึกไม่ค่อยพอใจสักเท่าไรอยู่ดี จะย้ายออกก็เสียเงินไปแล้ว Inzpy เลยมาแชร์ไอเดียสุดเก๋ จัดบ้านยังไงให้พื้นที่เท่าเดิมแต่ดูกว้างขึ้นว่าจะมีเทคนิคอะไรบ้างตามมาจ้า…

Trick Space

ทริคการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้ใช้พื้นน้อยลง

การเลือกเฟอร์นิเจอร์ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อขนาดห้อง เฟอร์นิเจอร์ที่มีขนาดใหญ่เกินไป หรือ มีจำนวนมากจนเกินไป อาจจะทำให้พื้นห้องมีขนาดแคบ และ เล็กลงได้ แต่หากว่าเราต้องการให้การใช้งานพื้นที่ของเรานั้นใช้งานได้จริง และ มีพื้นที่กว้างขว้าง การเลือกเฟอร์นิเจอร์ปัจจัยอันดับแรกที่เราต้องเลือกการใช้งานในการตอบโจทย์ในชีวิตประจำวันเลยล่ะ

โต๊ะเครื่องแป้ง และ โต๊ะทำงานใช้งานด้วยกัน

โต๊ะเครื่องแป้ง และ โต๊ะทำงานใช้งานด้วยกัน ช่วยในการประหยัดพื้นที่ได้ เพียงแค่เราใช้เป็นแบบโต๊ะบิ้วอินยาวชิดติดกับผนังของห้องแล้วแบ่งโซนการใช้งานให้ชัดเจนก็สามารถใช้งานได้แบบ 2 in 1 เหมาะสำหรับห้องที่มีพื้นที่ขนาดจำกัด และ ขนาดเล็กมากซึ่งการจัดห้องด้วยเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นก็ช่วยทำให้พื้นที่ห้องนั้นมีขนาดกว้างขึ้น เช่น นำเครื่องสำอางไว้บริเวณมุมหรือด้านข้างของโต๊ะ ส่วนบริเวณตรงกลางใช้เป็นพื้นที่สำหรับทำงานปัจจุบันมีการใช้เฟอร์นิเจอร์แบบบิ้วอินเยอะ เพื่อใช้เป็นทางเลือกสำหรับพื้นที่อันน้อยนิดเลยล่ะ

Trick Space

โซฟาเบด

จัดพื้นที่ การเลือกโซฟาเบด หรือ โซฟาที่สามารถปรับนอนได้ เป็นทางเลือกอีกอย่างหนึ่งสำหรับคนที่อยากใช้งานที่มีฟังก์ชันตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง ที่สามารถใช้เฟอร์นิเจอร์แบบประหยัดพื้นที่ และ เป็นตัวเลือกอีกอย่างเวลามีแขกมานอนบ้านการเลือกโซฟาเบดสามารถช่วยขยายพื้นที่ให้แขกได้สบายมากขึ้น และ สามารถพับเก็บเพื่อประหยัดพื้นที่ได้เวลาที่ไม่ได้ใช้งาน

การแขวนทีวีแทนชั้นวางทีวี

การแขวนทีวีแทนชั้นวางทีวี สามารถช่วยให้ประหยัดพื้นที่มากขึ้น และ ยังทำให้ห้องดูโปร่งโล่งสบาย นอกจากนี้ยังสามารถปรับใช้กับห้องนอนได้อีกด้วย ช่วยให้การใช้งานง่าย เหมาะกับพื้นที่ห้องที่ไม่กว้างจนเกิน ในการวางทีวีกับเฟอร์นิเจอร์ตู้วางนั้นเป็นอุปสรรคในการใช้งาน ดังนั้นการเลือกแขวนทีวีจึงเป็นทางเลือกที่สะดวกอีกหนึ่งทางหนึ่ง

การเลือกเตียงที่สามารถเก็บของได้

การเลือกเตียงที่สามารถเก็บของได้ สามารถช่วยจัดเก็บของที่ไม่จำเป็นไว้ในบริเวณใต้เตียง หรือ ลิ้นชักเตียงซึ่งสามารถช่วยประหยัดพื้นที่ได้มากเลย จะเก็บแบบใส่กล่องแล้ววางไว้ใต้เตียงก็ได้ นอกจากช่วยจัดการความรกแล้ว ที่เก็บของใต้เตียงยังช่วยเพิ่มพื้นที่ในห้องอีกด้วย

Trick Space

การเลือกเตียงติดพื้น

การเลือกใช้เตียงที่ความสูงไม่มากแต่งห้องขนาดเล็กช่วยเพิ่มพื้นที่ระหว่างเตียงกับเพดาน ซึ่งช่วยเพิ่มความรู้สึกโล่งโปร่ง ส่งผลให้เวลานอนไม่รู้สึกอึดอัดจนเกินไป หากห้องไหนที่เพดานไม่ได้มีความสูงมาก สามารถนำเตียงออกแล้วใช้ที่นอนวางกับพื้นเพื่อเพิ่มพื้นที่ว่างระหว่างเพดานกับที่นอนได้ ช่วยทำให้ห้องดูโปร่งอีกด้วย

การจัดวางเตียง

ในดีไซน์การจัดวางเตียงสำหรับแต่งห้องขนาดเล็ก การจัดเตียงแบบมีพื้นที่เหลือสองฝั่งเป็นการเสียพื้นที่โดยเปล่าประโยชน์ ดังนั้นควรจัดให้เตียงชิดติดกับผนังด้านข้างเพื่อเพิ่มพื้นที่ภายในห้อง เช่น วางโต๊ะทำงานหรือเพิ่มตู้ใส่หนังสือ เป็นต้น ก็จะทำให้ดูกว้างโล่ง สบายตา และ ยังมีพื้นที่เหลือในการใช้ประโยชน์ได้อีก

Trick Space การจัดพื้นที่ พอเป็นไอเดียเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เพื่อน ๆ เอาไปดีไซน์จัดห้องนอนให้มีพื้นที่กว้างขึ้นเพื่อสามารถใช้สอยประโยขน์การใช้งานได้จริงในประจำวัน ก็ลองเอาไปปรับตกแต่งกันดูน่าว่าโดนใจไอเดียไหน…

แต่งหน้า Glass Skin ด้วย 7 เครื่องสำอางที่คุณต้องมี!!!

แต่งหน้า Glass Skin ด้วย 7 เครื่องสำอางที่คุณต้องมี – กระจกจะสะท้อนความจริงของใบหน้า… ในทุก ๆ เช้าที่เราตื่นมาพร้อมกับความงัวเงีย สิ่งแรกที่เรามักจะทำนั่นคือการส่องกระจกเพื่อตรวจสอบความสวยงามของใบหน้าของเราว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือแย่ลง เพื่อที่จะได้เสริมเติมแต่งใบหน้าได้อย่างถูกต้อง การแต่งหน้าถือเป็นกิจวัตรประจำวันของผู้หญิงทุกคน แต่เราจะแต่งหน้ายังไงเพื่อให้เวลาเรามองเข้าไปในกระจกเงาแล้วเกิดความมั่นใจและความภาคภูมิใจมากขึ้น

Glass Skin
Cr: Photo www.scmp.com

เทรนด์การแต่งหน้าที่สามารถใช้แต่งหน้าเป็นประจำ และยังได้รับความนิยมอยู่นั้นคือการแต่งหน้าแบบ Glass Skin ที่เป็นเทรนด์แต่งหน้าจากฝั่งเกาหลี หรือที่เรียกว่า K-Beauty สำหรับ กลาสสกิน เป็นการแต่งหน้าที่เน้นเรื่องของผิวเป็นสำคัญ เพราะเพียงแค่คุณมีผิวที่ดูขาวเนียน เปล่งปลั่งกระจ่างใส ก็สามารถทำให้คุณดูสวยขึ้นได้ถึง 50-60% ดังนั้นวันนี้ Inzpy จะมาแนะนำเครื่องสำอางที่จะทำให้การแต่งหน้าแบบ กลาสกิน ง่ายยิ่งขึ้น

7 เครื่องสำอางที่คุณต้องมีในการแต่งหน้า K-Beauty

1.GLAMGLOW GLOWSTARTER™ Mega Illuminating Moisturizer

มอยส์เจอไรเซอร์ครีม GLOWSTARTER™ Mega Illuminating Moisturizer ที่จะช่วยคืนความกระจ่างใสให้แก่ผิวหน้าด้วยประกายของผงมุกที่ใช้ในการเตรียมผิวก่อนแต่งหน้า และยังมีสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น วิตามิน ชาเขียว และ hyaluronic acid ที่จะเข้าไปเติมน้ำให้ผิวแลดูสุขภาพดี เท่านั้นยังไม่พอตัวเนื้อครีมยังมีความบางเบามากอีกด้วย

GLAMGLOW GLOWSTARTER™ Mega Illuminating Moisturizer Glass Skin
GLAMGLOW GLOWSTARTER™ Mega Illuminating Moisturizer
2.Sulwhasoo Perfecting Cushion

หนึ่งสิ่งที่เป็นเคล็ดลับของผิวที่เนียนใส แลดูสุขภาพดี คือ การใช้คุชชั่นในการปรับสภาพผิวและสีผิว ซึ่งปัจจุบันมีคุชชั่นให้คุณเลือกมากมายหลายยี่ห้อ วันนี้เราหยิบ Sulwhasoo Perfecting Cushion มาเป็นหนึ่งตัวเลือกในการสร้างผิวแบบ กลาสสกิน ด้วยเนื้อสัมผัสที่ละเอียด บางเบา ให้ความชุ่มชื้น ทำให้ผิวหน้าดูสวยโดดเด่นเปล่งประกายเจิดจรัส สูตร Slim Fit High Coverage อันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของโซลวาซู

Sulwhasoo Perfecting Cushion Glass Skin
Sulwhasoo Perfecting Cushion
3.GIVENCHY Prisme Libre Skin-Caring Glow Foundation

สำหรับใครที่ไม่ถนัดใช้คุชชั่น ก็สามารถใช้เป็นรองพื้นธรรมดาได้เช่นกัน แค่เลือกใช้สูตรรองพื้นที่บางเบาให้ผิวดูเรียบเนียน ชุ่มชื้นอย่างเป็นธรรมชาติอย่าง GIVENCHY Prisme Libre Skin-Caring Glow Foundation ที่มาพร้อมสารสกัดจากแหล่งธรรมชาติถึง 97% พร้อมที่จะเพิ่มความโกลว์แก่ผิวได้เป็นอย่างดี

GIVENCHY Prisme Libre Skin-Caring Glow Foundation
GIVENCHY Prisme Libre Skin-Caring Glow Foundation
4.ZOEVA Liquid Light Drops Highlighter

สำหรับใครที่ชอบงานผิวมาก ๆ การเลือกใช้บลัชออนก็สำคัญ ปัจจุบันมีบลัชออนที่เป็นเนื้อครีมมากมายที่พร้อมให้คุณได้ปาดสีลงไปบนแก้มอย่างเช่น ZOEVA Liquid Light Drops Highlighter ถึงจะเป็นไฮไลท์แต่ก็เป็นไฮไลท์ที่มีสีที่สามารถใช้แทนบลัชออนได้ และยังทำให้ผิวดูมีชีวิตชีวา กระจ่างใสมากกว่าปกติอีกด้วย

ZOEVA Liquid Light Drops Highlighter
ZOEVA Liquid Light Drops Highlighter
5.BENEFIT COSMETICS High Beam Face Highlighter

มาถึงความเปล่งประกายขั้นสุดที่เราสามารถเพิ่มในการแต่งหน้าของเราได้นั้นคือ “ไฮไลท์” นั้นเอง การใช้ไฮไลท์เนื้อครีม หรือไฮไลท์เนื้อลิควิด ยิ่งจะทำให้ใบหน้าดูสว่างอย่างเป็นธรรมชาติมากกว่าเดิม BENEFIT COSMETICS High Beam Face Highlighter เป็นหนึ่งในไฮไลท์ที่เราอยากแนะนำให้คุณได้ใช้เพื่อการแต่งหน้าแบบ Glass Skin บอกเลยว่าใบหน้าคุณจะดูโกลว์แบบสาวเกาหลีอย่างแน่นอน

BENEFIT COSMETICS High Beam Face Highlighter
BENEFIT COSMETICS High Beam Face Highlighter
6.Mamonde Creamy Tint Color Balm Intense

มาที่เครื่องสำอางที่จะเพิ่มสีสันให้กับการแต่งหน้ากันบ้าง ลิปสติกที่คุณควรเลือกใช้ในการแต่งหน้าแบบ Glass Skin ควรจะเป็นลิปที่ให้ความเป็นธรรมชาติอย่าง Mamonde Creamy Tint Color Balm Intense ลิปสติกสไตล์เกาหลีที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสีสันของมวลดอกไม้ ที่จะทำให้ริมฝีปากของคุณดูมีชีวิตชีวาขึ้น พร้อมเติมเต็มความชุ่มชื้นตลอดทั้งวัน

Mamonde Creamy Tint Color Balm Intense
Mamonde Creamy Tint Color Balm Intense
7.OFRA Rodeo Drive Face & Body Mist

สุดท้ายปิดด้วยการเซตเครื่องสำอางทั้งหมดด้วยสเปรย์น้ำแร่ และนี่ไม่ใช่น้ำแร่ฉีดหน้าธรรมดาแต่เป็น OFRA Rodeo Drive Face & Body Mist ที่มีพิกเมนต์ประกายมุกอยู่ในน้ำแร่ที่ฉีดไปด้วย ฉีดเพื่อเพิ่มความกระจ่างใสและโกลว์ อีกทั้งยังทำให้เครื่องสำอางบนใบหน้าที่แต่งไปนั้นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับใบหน้า และทำให้เครื่องสำอางติดทนยิ่งขึ้น

OFRA Rodeo Drive Face & Body Mist

การแต่งหน้าที่เน้นงานผิวไม่ว่าจะแต่งออกไปในโทนสีไหนก็ดูสวยแบบคลาสสิคโดยที่ไม่ต้องแต่งอะไรมาก แต่ทำให้คุณดูสวยเปล่งประกายกว่าใคร ๆ อย่างแน่นอน การแต่งหน้าแบบกลาสสกินจึงเป็นการแต่งหน้าที่คุณสามารถแต่งได้ง่าย ๆ และแต่งได้ในชีวิตประจำวันทุก ๆ วัน

รวม สเปรย์ฉีดหน้ากากอนามัย ช่วยลดเชื้อโรคและทำให้กลิ่นหอมสดชื่น

0

รวม สเปรย์ฉีดหน้ากากอนามัย ช่วยลดเชื้อโรคพร้อมให้กลิ่นหอม

สเปรย์ฉีดหน้ากากอนามัย อีกหนึ่งไอเทมสำคัญในช่วงที่เราต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาอย่างในช่วงนี้เลย เพราะเชื่อว่าหลาย ๆ คนที่ต้องใส่หน้ากากอนามัยเป็นเวลานาน ต้องเจอปัญหาหายใจไม่สะดวก และมีกลิ่นไม่พึงประสงค์เมื่อต้องใส่เป็นเวลานาน ๆ รวมทั้งการเสียดสีของหน้ากากก็อาจจะทำให้เกิดปัญหากับผิวหน้าอีกด้วย Inzpy จึงมีสเปรย์ฉีดหน้ากากอนามัยไอเทมที่ควรมีพกติดตัวมาฝากกัน จะมีอะไรบ้างตามมาดูกันเลย

  • HYDROVA สเปรย์พ่นหน้ากากอนามัย

สเปรย์ฉีดหน้ากากอนามัย

สเปรย์ที่ออกแบบมาเพื่อฉีดพ่นที่หน้ากากผ้าโดยเฉพาะ โดยเมื่อฉีดพ่นไปที่หน้ากากผ้าแล้วจะเพิ่มความสามารถให้กับหน้ากากผ้า ทำให้หน้ากากผ้ามีความสามารถในการป้องกันน้ำลายหรือน้ำมูกจากผู้อื่น ป้องกันได้ทั้งละอองฝอยของน้ำ และหยดน้ำประเภท DROPLET จึงช่วยป้องกันการซึมของสารคัดหลั่งประเภทต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี และยังสามารถลดขนาดของรูของตัวผ้าของหน้ากากลง ทำให้สามารถกรองฝุ่นที่มีความละเอียดมากขึ้นได้ทันทีอีกด้วย

  • Dr. bunlue Spray For Facial Mask

สเปรย์ฉีดหน้ากากอนามัย

สเปรย์อเนกประสงค์ (Non Alcohol) ที่ช่วยป้องกันและช่วยลดการติดเชื้อโรคต่าง ๆ ผ่านทางหน้ากาก โดยที่ไม่ทำลายสารเคลือบบนหน้ากากอนามัย โดยสามารถทำลายเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และเชื้อไวรัสที่เกาะบนหน้ากาก ซึ่งสามารถใช้ได้กับทั้งหน้ากากอนามัย N95 และหน้ากากผ้า พร้อมทั้งช่วยยืดอายุการใช้งานของหน้ากากได้อีกด้วย

  • MD light SPRAY

สเปรย์ฉีดหน้ากากอนามัย

สเปรย์ฆ่าเชื้อไบโอแอคทีฟ ซิลเวอร์นาโน ที่มีสารสกัดจากกระชายขาวจากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการกระจายตัวของเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย และไวรัส ช่วยลดกลิ่นอับของหน้ากากอนามัย แก้ปัญหาสิวที่เกิดจากการเสียดสีของหน้ากากอนามัย ช่วยปกป้องยาวนาน 24 ชั่วโมง จากนวัตกรรม นาโนเทคโนโลยี ปราศจากแอลกอลฮอลล์จึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัยสามารถใช้ได้กับทุกพื้นผิว

  • MUKU สเปรย์ฉีดหน้ากากอนามัย กลิ่นส้มยูสุ

สเปรย์ฉีดหน้ากากอนามัย

สเปรย์ฉีดหน้ากากกลิ่นส้มยูสุ ให้กลิ่นหอมอ่อน ๆ และช่วยกลิ่นอับ สูตรอ่อนโยนที่มีส่วนผสมอันอ่อนโยนจากธรรมชาติ เพื่อความสะอาดปลอดภัย ผ่านการทดสอบจากสถาบันเดิร์มสแกนเอเชีย ไม่ก่อให้เกิดการแพ้และระคายเคือง ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ จึงสามารถใช้ได้กับทั้งเด็กเล็กและผู้ที่ผิวบอบบางแพ้ง่าย รวมทั้งผู้ที่มีปัญหาผิวจากการใส่หน้ากากอนามัยด้วย

  • Giffarine Hygienic Refreshing Alcohol Spray

Giffarine Hygienic Refreshing Alcohol Spray

สเปรย์สำหรับฉีดหน้ากากผ้า ด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติและแอลกอฮอล์คุณภาพระดับ Food Grade 75% ช่วยฆ่าเชื้อโรคได้เต็มประสิทธิภาพ ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว ลดปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์มาพร้อมกลิ่นหอมสะอาดสดชื่นจากน้ำมันหอมระเหย Peppermint Oil / Eucalyptus oil และ Spearmint Oil

  • Peppermint Field Mask Drop

Peppermint Field Mask Drop

ผลิตภัณฑ์น้ำยาใส่หน้ากากอนามัย ที่ช่วยลดความอับและกลิ่นไม่พึงประสงค์ใต้หน้ากาก โดยส่วนผสมของ น้ำมันหอมระเหย Peppermint Oil ที่มีคุณสมบัติช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย คลายความเครียด ช่วยทำให้รู้สึกสดชื่น ลดความอึดอัดขณะใส่หน้ากากอนามัย ไม่ทำให้แสบตาและไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว

  • TIGERPLAST สเปรย์ Mask Shield +

TIGERPLAST สเปรย์ Mask Shield +

สเปรย์ Mask Shield + จากแบรนด์ TIGERPLAST ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกรองหน้ากากผ้า ช่วยลดความอับและกลิ่นไม่พึงประสงค์ใต้หน้ากาก ซึ่งคิดค้นและพัฒนาร่วมกับนักวิจัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยเทคโนโลยี Shield + ช่วยให้เส้นใยของหน้ากากเชื่อมกันมากขึ้น ตัวสเปรย์เพิ่มประสิทธิภาพการกรองหน้ากากผ้า ช่วยกรองเชื้อโรคในอากาศได้ดีขึ้น 142% และช่วยกรองฝุ่น PM2.5 ได้ดีขึ้น 83%

  • Specialty Spray สเปรย์ฉีดหน้ากาก

Specialty Spray สเปรย์ฉีดหน้ากากอนามัย

สเปรย์สำหรับฉีดหน้ากาก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกรองของหน้ากากที่ดีขึ้น สามารถกรองเชื้อโรคในอากาศได้ดีขึ้น 142% กรองฝุ่น PM2.5 ได้ดีขึ้น 83% ช่วยสะท้อนฝุ่นและไวรัส ปลอดภัยต่อระบบทางเดินหายใจ ช่วยลดการสะสมของเชื้อโรค แบคทีเรีย และกลิ่นไม่พึงประสงค์ จากผลงานวิจัยโดย นักวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จบไปแล้วกับการแนะนำ 8 สเปรย์ฉีดหน้ากากอนามัย ไอเทมจำเป็นสำหรับช่วงเวลาที่ต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดแบบนี้เลย เพราะนอกจากจะช่วยลดเชื้อโรคแล้ว ยังช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์และอาการอับชื้นภายใต้หน้ากากด้วย แถมใครที่ชอบมีสิวขึ้นจากการใส่หน้ากาก รับรองว่าต้องถูกใจไอเทมนี้แน่นอน 🙂

Bangkok Design Week 2022 งานดีต่อใจ สำหรับผู้รักงานออกแบบ

0

Bangkok Design Week 2022 งานดีต่อใจ สำหรับผู้รักงานออกแบบ กางปฏิทินรอ และเตรียมตัวให้พร้อม กับอีเวนท์สุดสร้างสรรค์แห่งปี ภายใต้ชื่อ “เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2565 หรือ Bangkok Design Week 2022 ซึ่งกำลังจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-13 กุมภาพันธ์ 2565 โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ Creative Economy Agency (CEA)

ซึ่งงานนี้ จะชวนทุกคนมาร่วมสำรวจความคิดสร้างสรรค์ คิดหาหนทางอยู่ร่วมกับสถานการณ์วิกฤต COVID-19 ในหลากหลายแง่มุม เพื่อดำเนินชีวิตได้ตามปกติ (ใหม่) ภายใต้แนวคิด Co With Creation คิด สร้าง ทางรอด”

แถมตลอด 9 วัน อัดแน่นไปด้วยโปรแกรมต่าง ๆ มากมาย (กว่า 150 โปรแกรม) ที่สะท้อนงานดีไซน์ที่ “CO” กับคุณ และเรื่องราวต่าง ๆ รอบตัว ผ่านการเปิดพื้นที่ให้นักสร้างสรรค์ องค์กร และหน่วยงานในสาขาต่าง ๆ ได้มาร่วมกันคิด ร่วมกันทดลองไอเดียการอยู่ร่วมกับ COVID-19 ให้เป็นปฐมบทของการคิด

การค้นหาโอกาส ในการต่อยอดไปสู่การสร้างวิถีชีวิตใหม่ใน 5 ย่านสร้างสรรค์ทั่วกรุงเทพฯ ได้แก่ เจริญกรุง – ตลาดน้อย, สามย่าน, อารีย์ – ประดิพัทธ์, ทองหล่อ – เอกมัย และ “พระนคร” ย่านสร้างสรรค์แห่งใหม่ ที่มีความเก่าแก่ที่สุดในกรุงเทพฯ ผ่าน 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่

Bangkok Design Week  

Showcase & Exhibition การจัดแสดงผลงานต้นแบบ ที่เกิดจากนักสร้างสรรค์หลากหลายวงการ และเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ให้ชีวิต รวมถึงงานศิลปะจัดวางเพื่อเป็นสีสันของเทศกาล

Bangkok Design Week

Event & Program พบกับกิจกรรมอีเวนท์ และโปรแกรมที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ดื่มด่ำกับงานศิลปะ งานออกแบบ และเสียงดนตรี สัมผัสเสน่ห์ในแต่ละย่านของเมือง ที่มาในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์

Bangkok Design Week

Creative Market & Promotion ตลาดนัดสร้างสรรค์ในรูปแบบของออนไลน์ และออฟไลน์ สร้างโอกาสในการขายสินค้า การทดลองตลาดไปสู่โอกาสทางธุรกิจ รวมถึงการกระตุ้นการขายให้ร้านค้าในแต่ละย่าน

Bangkok Design Week

Talk & Workshop เปิดหู เปิดใจ เตรียมอัปเดตเทรนด์ใหม่และอินไซต์ที่น่าสนใจจากวงการออกแบบสร้างสรรค์ประจำปี 2022 จากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ

ยิ่งกิจกรรมทอล์คและเวิร์กชอปในครั้งนี้ (ทั้งในรูปแบบ Online และ Onsite) เรียกว่ามีความน่าสนใจไม่น้อย แต่จะมีอะไรบ้างนั้นเรามีตัวอย่างมาหยิบยกให้ทราบกัน (เผื่อเป็นเรื่องที่คุณกำลังสนใจ) อาทิ

NFT 101 presented by SC​ Asset วันที่ 10 ก.พ. 2022 เวลา 16.00 – 18.00 น. | FB Live : SC Asset  และ Bangkok Design Week

บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ​ ชวนเปิดชั้นเรียนกับเซียน NFT เรียนรู้โอกาสในอนาคตของ NFT จากทุกมุมมอง ทั้งนักลงทุน นักสะสม นักสร้างสรรค์ และแบรนด์ สร้างกระแส NFT สู่ตลาดใหม่  ที่ทุกคนไม่ควรพลาด และมุ่งหน้าทำความเข้าใจ NFT (Non-Fungible Token) ทั้งในฐานะคนซื้อ และคนขาย

2022 ThongEk x Metaverse by ThongEk วันที่ 5 – 13 ก.พ. 2565 |www.metaversethailand.io

ร่วมท่องโลกเสมือนจริง สำรวจธุรกิจ ร้านเฟอร์นิเจอร์ของแต่งบ้าน ร้านอาหารดั้งเดิม ร้านกาแฟชื่อดัง และสตูดิโอนักออกแบบกราฟิก ย่านทองหล่อ – เอกมัย กับโปรเจกต์เชิงทดลองสุดล้ำ ในการพาร้านค้าจากโลกจริงสู่โลกเสมือนจริง รวมทั้งผลงานออกแบบ และ NFT ที่น่าสนใจ

Material Futures 2022  วัสดุเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน : วันที่ 11 ก.พ. 2565 เวลา 14.00 – 16.00 น. | FB Live : Bangkok Design Week

ร่วมเรียนรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับวัสดุและเทคโนโลยีในยุคใหม่ ในหัวข้อ “Material Futures”  การคิดหาไอเดีย สร้างโอกาส ทางรอด เพื่อรับมือและอยู่ร่วมกับโควิด-19 ด้วยนวัตกรรมวัสดุและเทคโนโลยี จึงเป็นการต่อยอดไปสู่ความเป็นไปได้ในการออกแบบ และใช้งานวัสดุในมุมมองใหม่ ในวิถีชีวิตใหม่ ที่ทำให้เราเดินหน้าและเตรียมตัวสำหรับอนาคตได้

“อนาคต” ของอาหารแห่งอนาคต 2022 by BIO BUDDY : วันที่ 5-8 ก.พ. 2565 เวลา 11.00 – 19.00 น. ณ TCDC กรุงเทพฯ, Auditorium ชั้น M (อาคารส่วนหน้า)

พบกับงานเวิร์กชอปรูปแบบใหม่ ที่จัดขึ้นเพื่อพัฒนาไอเดียระบบอาหารยั่งยืน ช่วยระดมสมอง และสร้างสรรค์หมุดหมายเกี่ยวกับอาหารแห่งอนาคตของประเทศไทยให้มั่นคงในประชาคมโลก

Lamunlamai Workshop : Turn food waste into tableware collection วันที่ 10-13 ก.พ. 2565 เวลา 16.00 – 19.00 น. ณ TCDC กรุงเทพฯ, Rooftop Garden 1 ชั้น 5

เวิร์กชอป โดย ละมุนละไม ที่อยากชวนทุกคนมาร่วมทดลองหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ด้วยการเอาเศษวัตถุดิบเหลือทิ้ง วนกลับมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ อาจเป็นได้ทั้งภาชนะบนโต๊ะอาหาร หรือของประดับตกแต่ง

ทั้งนี้ Bangkok Design Week 2022 จะจัดขึ้นภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค โดยมีกระทรวงสาธารณสุข กำหนดอย่างเคร่งครัด ด้วยการนำนวัตกรรม และงานออกแบบมาปรับใช้กับมาตรการป้องกันโควิด-19 ซึ่งยังคง สีสัน ความสนุกสนาน และความปลอดภัยไว้อย่างครบครัน

ติดตามความเคลื่อนไหว และกิจกรรมที่น่าสนใจอื่น ๆ ในงานนี้ได้ที่ www.bangkokdesignweek.com

 

บทความน่าสนใจ : One Origin Sanampao บิ๊กโปรเจกต์ออฟฟิศติด BTS

 

 

กลิ่นหอมจากธรรมชาติ ติดทนนานคลายความเครียด

0

กลิ่นหอมจากธรรมชาติติด ทนนานคลายความเครียด

Natural fragrant กลิ่นหอมจากธรรมชาติ ติดทนนานคลายความเครียด ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ยังไม่ดีขึ้น หลายคนคงไม่ได้ไปไหนในวันหยุดก็คงอยู่บ้านกันแบบเบื่อ ๆ ไม่ได้ออกไปช้อปปิ้ง เจอเพื่อนฝูง ด้วยหลาย ๆ อย่างที่ทำให้เราต้องเว้นระยะห่างในการใช้ชีวิตประจำวัน Inzpy ก็มีไอเดียการจัดบ้านให้ไม่น่าเบื่อด้วยกลิ่นหอมจากธรรมชาติที่ช่วยสร้างบรรยากาสในบ้านให้น่าอยู่ และ ก็คลายความเครียดกันหน่อยตามไปดุกันเล้ย…

 natural fragrant
kapook

กลิ่นลาเวนเดอร์ (Lavender)

กลิ่นหอมลาเวนเดอร์ดอกไม้จากเมืองหนาวที่มีสีสันสวยงาม กลิ่นอาย ที่สาว ๆ หลายคนได้กลิ่นจะต้องตกหลุมรักแน่นนอนด้วยกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ หอมอ่อน ๆ เหมือนอยู่ในทุ่งหญ้าลาเวนเดอร์เลยล่ะ แถมยังมีการจัดแพคเกจจิ้งให้มีการใช้ง่ายได้สะดวก พกพาได้ หลากหลายรูปแบบให้เลือก อาทิ สเปรย์ปรับอากาศ น้ำมันหอมระเหย หรือ เทียนหอม / ก้านไม้หอม ที่นอกจากช่วยให้รู้สึกดี ผ่อนคลาย ลดความเครียด ยังสามารถช่วยให้นอนหลับง่ายอีกด้วย

กลิ่นโรสแมรี่ (Rosemary)

กลิ่นโรสแมรี่กลิ่นหอมแบบเย็น ๆ ให้ความรู้สึก ฟิลลิ่งแบบธรรมชาติ กลิ่นที่มาจากสมุนไพรอ่อน ๆ สร้างความสุขเวลาได้กลิ่นหอม ที่ช่วยลดความเครียดสะสม ช่วยเพิ่มพลังใจให้รู้สึกมีความสุข ลดความเหนื่อยล้าให้กลับมาสดชื่น แถมยังช่วยให้ด้านความจำ พร้อมกับยังมีสรรพคุณที่สามารถช่วยไล่ ยุง แมลง อีกด้วย

กลิ่นเปเปอร์มินต์ (Peppermint)

กลิ่นเปเปอร์มินต์ กลิ่นที่บูทพลังกาย และ พลังใจให้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ด้วยกลิ่นหอมสดชื่นแบบธรรมชาติ ปลอดโปร่งสมอง ช่วยคลายความเหนื่อยล้า ความเครียดที่ถูกสะสมในร่างกาย ลดการต้องการคาเฟอีน กระปรี๊กระเปร่า กลิ่นเปเปอร์มินต์ช่วยได้ แถมยังช่วยให้นอนหลับง่ายสบายพร้อมตื่นนอนด้วย กลิ่นหอม และ อารมณ์ที่สดใส

 natural fragrant
kapook

กลิ่นเลมอน (Lemon)

กลิ่นเลมอน กลิ่นหอมแบบเฟรชสุด ๆ ด้วยกลิ่นที่มีแกลักษณ์ของตนเองเฉพาะ เป็นกลิ่นผลไม้เตระกูลชิตรัส (Citrus Fruit) ชนิดอื่น ๆ เช่น กลิ่นส้ม กลิ่นมะกรูด รวมถึงกลิ่นตะไคร้หอม และ ช่วยบำบัดความเครียด ลดความวิตกกังวล ทำให้จิตใจสงบ สมองปลอดโปร่ง มีสมาธิมากขึ้น กระตุ้นให้เกิดพลังงานในการสร้างสรรค์ อีกทั้งยังมีส่วนช่วยบรรเทาอาการคัดจมูกได้อีกต่างหากต้องเอาติดบ้านไว้แล้วละ

กลิ่นมะลิ (Jasminum)

กลิ่นมะลิ กลิ่นหอมเย็น ๆ สดชื่นให้ความรู้สึกสบายใจ ดอกมะลิมีฤทธิ์ในการช่วยผ่อนคลายความเครียด ลดความวิตกกังวล รวมถึงบรรเทาอาการซึมเศร้า ทำให้สดชื่น และ ยังช่วยทำให้คนนอนหลับยาก นอนหลับได้สบาย ๆ  เพราะกลิ่นหอมของดอกมะลิจะช่วยทำให้นอนหลับง่ายสบายกายสบายใจ และ ยังช่วยทำให้มีสมาธิเวลานั่งทำงานเพิ่มมากขึ้นนั้นเอง

Natural fragrant กลิ่นหอมธรรมชาติที่สามารถวางในบ้านตามจุดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องทำงาน หรือ ห้องนั่งเล่นก็ช่วยทำให้บรรยากาศในบ้านไม่น่าเบื่ออีกต่อไป และ ยังช่วยลดความเครียด ด้วยกลิ่นหอมอ่อนที่ฟุ้งกระจายไปทั่วบ้านให้เรามีอารมณ์ที่ดีด้วย 

เล่าประสบการณ์ แบกเป้เดินป่าครั้งแรก “สันหนอกวัว”

เล่าประสบการณ์ แบกเป้เดินป่าครั้งแรก “สันหนอกวัว”

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ ทุกคน วันนี้เราจะมาเล่าประสบการณ์สนุก ๆ ของตัวเราเอง กับการแบกเป้เดินป่าครั้งแรก ที่ “สันหนอกวัว” อุทยานแห่งชาติเขาแหลม จังหวัดกาญจนบุรี ต้องบอกก่อนเลยว่า ทริปนี้เป็นทริปที่สนุกโคตร ๆ ครบรสมาก ๆ เลยล่ะค่ะ จะเป็นยังไงนั้น มานั่งล้อมวง ฟังเราเล่าไปพร้อม ๆ กันเลย

ขนาดเป้ที่เราแบกในทริปนี้

ก่อนหน้านี้ เราเคยไปทดลองเดินที่ภูกระดึงมาแล้ว แต่ครั้งนั้นเราเดินแบบตัวเบา ๆ กระเป๋าใบเล็ก ใส่แค่มือถือและเงินขึ้นไปเท่านั้น สัมภาระอื่น ๆ เราฝากลูกหาบแบกขึ้นไปหมด ใช้เงินแก้ปัญหานั่นเองค่ะ 555 ไปอ่านรีวิวภูกระดึงได้ที่นี่ ส่วนในครั้งนี้น้านนน เราจัดเต็มอุปกรณ์เดินป่ามาใหม่ยกเซต ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเป้เดินป่า เต็นท์ ถุงนอน แผ่นรองนอน บวกกับโดนดูถูกเอาไว้ว่า “ซื้อของขนาดนี้ ไม่แบกเอง โคตรกาก” ใครจะทนไหว ก็แบกเองไปเลยสิค้าาา

จริง ๆ ทริปนี้เกิดขึ้นได้แบบกะทันหัน จากแรงยุของน้องคนนึง ด้วยความที่เราซื้อของมาเยอะ หมดเงินไปเกลี้ยง แต่ไม่ได้ไปเดินซักที พอมีทริปว่าง น้องยุให้ไป ก็เลยตัดสินใจ “เออ ไปก็ไปวะ” โดยไม่ได้รู้เลยว่า เขาสันหนอกวัวนั้น มันเป็นยังไง ก็จ่ายตังจองไปซะแล้วค่ะ เปลี่ยนใจไม่ทันแล้ว

เขาสันหนอกวัว ถือว่าเป็นเส้นทางเดินป่าที่ยากระดับ 3 เลยทีเดียว กับระยะเดินที่ถือว่าค่อนข้างไกลพอสมควร สำหรับการเดินป่าแบบ 2 วัน 1 คืน ระยะทางที่อุทยานระบุไว้คือทั้งหมด 9 กิโลเมตร ไปกลับก็ 18 กิโลเมตรค่ะ จุดกางเต็นท์ด้านบนไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรเลย มีเพียงส้วมหลุมเท่านั้น!!! เอาละสิ เอาละสิ ฉันจะรอดไหม

มาถึงวันเดินทาง เนื่องจากเราไปคนเดียว ก็เลยต้องจองทัวร์ไปแบบจอยกับลูกทริปคนอื่น ๆ ขึ้นรถตู้ที่ ปตท. สนามเป้าตอน 4 ทุ่มตรง ระหว่างทางทุกคนหลับหมด มาถึงที่ป้อมปี่ช่วงประมาณตี 4 จอดนอนในรถกันก่อน รอเวลาเช้าก็ตื่นไปทำธุระส่วนตัว ล้างหน้า แปรงฟัน ทานอาหารเช้า และพร้อมกันไปลงทะเบียนตอน 08.00 น.

ภาพหมู่ก่อนเดินขึ้น สดใสกันมาก

จุดเริ่มเดิน

เมื่อลงทะเบียนเสร็จเรียบร้อย ใครที่ต้องการฝากสัมภาระ ก็ทำการฝากกันตรงนี้ได้เลย ส่วนเราไม่ได้ฝากค่ะ น้ำหนักกระเป๋าวันนี้อยู่ที่สิบโลนิด ๆ OMG ก็ร้องไปเลยสิ!!! เมื่อจัดแจงของกันเสร็จก็ขึ้นรถกระบะของอุทยานไปยังจุดเริ่มเดินค่ะ นั่งรถไปประมาณ 10 นาทีก็ถึงจุดเริ่มเดิน ในกรุ๊ปเรามีด้วยกันทั้งหมด 13 คน (มีน้อง Staff ของทัวร์ไปดูแลด้วย 1 คน) ทางอุทยานจะจัดเจ้าหน้าที่มานำทางทั้งหมด 2 ท่านค่ะ เอาละถึงเวลาเริ่มเดินกันแล้ว หน้าตาเพื่อนร่วมทริปสดใสกันทุกคนเลย ไปจ้า ไปลุยกัน

สภาพก่อนเดินขึ้นเนินหมาถอย

ทริปนี้เรามาทำความรู้จักเพื่อนร่วมทริปกันตอนเดินค่ะ เดินไปคุยไป เดินไปสักพักเริ่มสนิทกัน ก็เริ่มคุยไม่หยุดแล้วค่ะทีนี้ เดินไปหยุดถ่ายรูปไป เดินไปหยุดขำไป กรุ๊ปที่เดินตามหลังเราทยอยเดินแซงไปเรื่อย ๆ จนพี่เจ้าหน้าที่อุทยานตาเขียวใส่แล้ว 555 พักถ่ายรูปเก่งมากกกกก

เนินหมาถอย

เส้นทางการเดินของเขาสันหนอกวัวนี้จะเป็นเส้นทางเดินในป่าซะส่วนใหญ่ประมาณ 90% อยู่ที่ร่มค่ะ เส้นทางมีเดินขึ้น เดินลงสลับกันไปเรื่อย ๆ ไม่ค่อยมีทางราบ จุดที่โหดที่สุดจะอยู่ที่เนินหมาถอย ก็คือเป็นทางเดินที่ชันมาก ๆ จนหมาเห็นยังต้องถอยเลยล่ะค่ะ

เนินหมาถอย

จุดนี้จะอยู่ในช่วงกลาง ๆ ของการเดิน ประมาณกิโลเมตรที่ 5 (จุดพักที่ 4) ซึ่งเป็นช่วงที่แรงเริ่มหมด มีความล้าพอสมควร ทางชันแบบที่ต้องมีเชือกให้เราจับเพื่อค่อย ๆ เดินไต่ขึ้นไปค่ะ ตรงจุดนี้จะมีป้ายเตือนให้นักท่องเที่ยวทุกคนนั่งพักให้หายเหนื่อยก่อน เพราะทางทั้งชัน และเป็นระยะทางที่ค่อนข้างยาวเลย เรียกว่าขึ้นอย่างเดียวไม่พัก

ผ่านพ้นจุดนี้ไปก็จะมีจุดให้นั่งพักเพื่อทานอาหารกลางวันกันระหว่างทาง เพราะฉะนั้นใครที่มาเอง อย่าลืมเตรียมอาหารกลางวันมาด้วย พักทานกันที่จุดพักที่ 5 นะคะ จะเป็นพื้นที่ราบกว้าง ๆ ใต้ร่มไม้ ซึ่งทุก ๆ คนก็จะมานั่งพักที่จุดนี้กันค่ะ ทานข้าวอิ่มพักผ่อนจนหายเหนื่อย ก็เดินกันต่อ อีกไม่นานก็ถึงจุดกางเต็นท์ของเรา ซึ่งกลุ่มเราคอยถามพี่เจ้าหน้าที่ตลอด จะถึงยังคะ! จะถึงยังคะ! พี่เจ้าหน้าที่ก็คอยให้กำลังใจเสมอ อีกนิดเดียว อีก 2 กิโลเมตรเอง นั่นไง เห็นเต็นท์อยู่ลาง ๆ แล้ว พี่ค้าาาา 2 กิโลเมตร ทำไมมันนานขนาดนี้คะพี่!!!!

จุดกางเต็นท์ของเราในวันนี้

ถึงจุดกางเต็นท์แล้วพวกเราก็ยังทิ้งตัวไม่ได้นะคะ ต้องจัดการจับจองที่กางเต็นท์กันก่อน ลงมือกางเสร็จ ก็ทิ้งตัวลงพักผ่อนได้ กรุ๊ปเราใช้เวลาเดินเต็มที่เลยค่ะ 6 ชั่วโมงเป๊ะ!! เริ่มเดิน 09.30 น. ถึง 15.30 น. เรานั่งพัก คุยเล่น เฮฮา ขำปอดโยกกันอยู่สักพัก จนถึง 17.00 น. ก็เตรียมตัวเดินต่อไปยังสันหนอกเล็ก เพื่อดูพระอาทิตย์ตกกันค่ะ

สันหนอกเล็ก จุดชมพระอาทิตย์ตกดิน

ด้านบนสันหนอกเล็ก เดินมาจากจุดกางเต็นท์ประมาณ 800 เมตร เป็นทางขึ้นเขาเรื่อย ๆ ริมหน้าผา ขึ้นไปตรงนี้จะมีป้ายให้ถ่ายรูป เพื่อประกาศให้โลกรู้ว่า เรามาถึงวันหนอกวัวแล้ววววว ไปค่ะ ต่อคิวถ่ายกัน ด้านบนนี้ลมค่อนข้างแรงนะคะ เตรียมเสื้อกันหนาว กันลมขึ้นมาด้วย ดูพระอาทิตย์ตก ตัดกับทิวเขาสลับซับซ้อน สวยมาก ๆ เลยค่ะ

จากนั้นเราก็ลงไปทำมื้อค่ำทานกัน ช่วย ๆ กันคนละไม้ คนละมือจนเสร็จ ส่วนการหุงข้าวนั้น จะมีพี่ลูกหาบของเรานำไปหุงให้นะคะ ถึงเวลาที่เรานั่งทานข้าว พูดคุยกันเรื่อยเปื่อย น้ำในการทำอาหารนั้น พี่ลูกหาบจะลงไปตักมาให้ที่เขาด้านล่าง ส่วนน้ำดื่มเราต้องแบกขึ้นมาเองให้พอนะคะ ก็ประมาณคนละ 3 ลิตร กำลังดี

พระอาทิตย์ตกดินในวันนี้ สวยมาก ๆ

ทานข้าวเสร็จ นั่งดูดาวกันอยู่พักใหญ่ ๆ 4 ทุ่ม ก็ได้เวลาที่ทุกคนจะเข้านอนกัน เพราะพรุ่งนี้ตีห้าเราต้องรีบตื่นมาล้างหน้า แปรงฟัน เตรียมตัวเดินขึ้นไปที่สันหนอกใหญ่ เพื่อไปรอดูพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งต้องเดินจากจุดกางเต็นท์ของเราไปประมาณ 1 กิโลเมตรค่ะ

พระอาทิตย์ขึ้นตอน 6 โมงกว่า ๆ

04.50 น. นาฬิกาปลุกดัง เราแทบไม่อยากลุกออกจากเต็นท์เลยค่ะ ลมแรง และหนาวมาก ๆ แต่ก็ต้องรีบออกมาแปรงฟัน ใส่เสื้อกันหนาว เดินขึ้นไปดูพระอาทิตย์ขึ้น มาทั้งที ไม่ดูได้ไง ซึ่งต้องบอกว่าคุ้มค่ามากที่ตื่นขึ้นมาดู มันสวยมากจนบรรยายไม่ถูกเลยค่ะ พระอาทิตย์ค่อย ๆ โผล่พ้นทิวเขามา ท้องฟ้าค่อย ๆ สว่าง ดวงดาวค่อย ๆ หายไป เห็นวิวทิวเขาที่สลับซับซ้อน สวยมาก ๆ เลยค่ะ

ถ่ายรูปกันจนเต็มอิ่ม ก็ลงไปทานอาหารเช้าง่าย ๆ กัน จากนั้นก็เตรียมตัวเก็บสัมภาระ เดินลงกัน ทางกลับนั้นก็คือทางเดิมเลยค่ะ เนินหมาถอยรอเราอยู่ ก็สไลซ์ตัวลงไปเลยสิคะ 5555 แล้วก็มีคนไถลลงไปจริง ๆ ค่ะ ต้องระวังมาก ๆ เลย ทางมันชัน และเป็นดิน อันตรายพอได้เลย ขากลับเราใช้เวลากันไปแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น

ขอบคุณคนแปลกหน้า ที่วันนี้เราเป็น “เพื่อน” กันแล้วนะ

สำหรับทริปแบกเป้เดินป่าครั้งแรกของเรา ต้องบอกเลยว่าประทับใจมาก ๆ เลย ไม่เหนื่อยเท่าที่คิด แต่ก็หมดแรงอยู่ เพราะเราไม่ได้ออกกำลังกายเลย แต่ความเหนื่อยของเราบางทีเราก็เผลอลืมมันไป เพราะเพื่อน ๆ ร่วมทริปของเราน่ารักมาก ๆ มีเรื่องตลกคุยกันตลอดทาง จนเราเดินถึงแบบเจ็บคอมากกว่าเจ็บขาอีกค่ะ 555 คุยไม่หยุด นี่แหละค่ะ ความสุขของการเดินป่า บางครั้งมันไม่ได้อยู่ที่จุดหมายปลายทางเสมอ แต่ความสุขมันอยู่ระหว่างทางนั่นเอง

Tom Hardy กับการแสดงระดับตำนานในภาพยนตร์ Legend

0

Tom Hardy ชื่อนี้การันตีคุณภาพการแสดงอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Mad Max หรือจะเป็น Venom หรือซีรีส์อย่าง Peaky Blinders ซึ่งทำออกมาได้ดีทุกเรื่อง ซึ่งวันนี้เราจะพูดถึงอีกหนึ่งผลงานขึ้นหิ้งของเขาอย่าง Legend ที่ต้องรับบทมาเฟียฝาแฝด ที่นิสัยต่างกันแบบสุดขั้ว แต่บอกเลยว่า พี่ทอมของเอาอยู่

สำหรับ Legend ไม่ใช่ภาพยนตร์ที่แมสมาก ออกไปทางอินดี้ซะด้วยซ้ำ อย่างในประเทศไทย ก็แทบจะไมได้เข้าโรงภาพยนตร์ใหญ่ ๆ เลย ฉะนั้นผมเลยอยากจะบอกว่า รีวิวนี้จะทำให้คุณอยากไปหาภาพยนตร์เรื่องนี้ดูมากขึ้นแน่นอน

Tom Hardy

Tom Hardy บทบาทมาเฟียฝาแฝดที่ตีบทแตกกระจาย

สำหรับ Legend นั้นเป็นเรื่องราวของ สองพี่น้องตระกูลเครย์ รอน และ เรจจี้ มาเหียที่มีเป้าหมายว่าจะคุมลอนดอนให้อยู่ตราบแทบเท่าของพวกเขา แต่ปัญหาคือ ทั้งสองดันเหมือนกันแค่หน้าตาเท่านั้น แต่นิสัยโคตรจะคนล่ะเรื่อง เมื่อ เรจจี้ เป็นคนที่ดุดันตรงไปตรงมา ความเป็นผู้นำคือสูงปรี๊ด ควบคุมทุกอย่างได้ แต่รอน ดันเป็นคนที่มีปัญหาทางจิต และมักจะสร้างแต่เรื่องปวดหัวให้เรจจี้ พี่ชายอยู่เสมอ

เรียกว่า นอกจากจะต้องอัดกับแก๊งค์อื่นแล้ว ยังต้องมานั่งทะเลาะกันเองอีก รอนเป็นพวกที่อยากทำอะไรก็ทำ ทำอะไรแต่ล่ะอย่างล่อแหลม และมักจะเป็นสิ่งที่เรจจี้เลือกจะไม่ทำ เพื่อความปลอดภัยของกลุ่ม แต่รอนทำ ไหนจะปัญหากับแฟนของเรจจี้ จนสุดท้ายเธอต้อง… (ไปดูเอง)

ด้วยความไม่ลงรอยกันตรงนี้เอง ที่ทำให้ผมชอบหนังเรื่องนี้ ถามว่าเพราะอะไร มันคงเป็นเพราะมันแสดงให้เห็นถึงปัญฆาระหว่างพี่น้อง การทะเลาะกันในครอบครัว และสายสัมพันธ์ของคำว่า “พี่น้อง” อย่างแท้จริง

หนึ่งประโยคที่ติดหูของเรจจี้เลยคือ

“ถ้าแกไม่ใช่น้องชาย ฉันฆ่าแกไปนานแล้ว”

ทีนี้มาพูดถึงการแสดงของทอม กับบทบาทของฝาแฝดคนล่ะขั้วกันดีกว่า ในพาร์ทของ เรจจี้ ทอม แสดงออกมาได้ครบรสมาก ๆ ความโหดเหี้ยม ฉากบู๊ ความสุขุม การเจรจา หรือการสนทนาต่าง ๆ ออกมาน่าเกรงขาม และข้านี่แหละคือหัวหน้าแก๊งค์ ข้านี่แหละคือพี่ชาย และถ้าข้าพูดอะไร เอ็งต้องฟังและทำตาม

ส่วนรอนนี่ คือ ชวนหงุดหงิดในทุกการกระทำ ดูไปจะรู้สึกว่า “มึงทำอย่างงั้นไปทำไมวะ” นอกจากนี้ สีหน้า ท่าทางทุกอย่างที่ชวนน่าขนลุก และวิปริตทางจิต บอกเลยว่า ทอม ฮาร์ดี้ ตีบทแตกกระจาย เป็นอีกหนึ่งการแสดงที่โคตรคุณภาพของ Tom Hardy เลยครับ

Tom Hardy

Legend ภาพยนตร์ที่คุณต้องหาดูสักครั้งในชีวิต

Legend จะพาคุณไปพบกลับจุดสูงสุดและต่ำสุดของ “พี่น้องเครย์” จากการเขียนบทความและกำกับของ  Brian Helgeland นอกจากนี้ยังได้สาวสวยมากด้วยฝีมืออย่าง Emily Browning มาร่วมแสดงบทสำคัญต่างหาก

Legend เป็นหนังที่มีครบทุกรสชาต ตลก บู๊ เครียด ดราม่า และมีความเป็นหนังชีวิต ในช่วงแรกตัวหนังดำเนินไปอย่างสนุกมาก ๆ แต่ในช่วงท้ายมันออกจะดูเนือย ๆ ไปหน่อย แต่เชื่อเถอะว่า คุรจะไม่ผิดหวังกับเรื่องราวของทั้งคู่เลย และที่สำคัญ เรื่องของพี่น้องคู่นี้นั้น ถูกอ้างอิงมาจากเรื่องจริง ทั้งคุ่มีตัวตนอยู่จริง ๆ ฉะนั้นใครที่ชอบหนังแนวนี้ รับรองอินแน่นอน

สิ่งดี ๆ นอกจากนักแสดงแล้ว เรื่องของ ซาวน์ประกอบ เรื่องของคอสตูม ฉากต่าง ๆ ก็คือต้องยกนี้ให้ เพลงดี (จริง ๆ หนังแนวมาเหีย พีเรียดแบบนี้เพลงมักจะดีเสมอ) และใครเป็นแฟน ทอม ฮาร์ดี้ บอกเลยว่า ฟินในฝีมือการแสดงของเจ้าตัวแบบสำลักออกมาแน่นอน

 

ซีรีส์ Twenty-Five, Twenty-One เราตกหลุมรักกันตอนอายุ 21

0

Twenty-Five, Twenty-One เราตกหลุมรักกันตอนอายุ 21

Twenty-Five, Twenty-One (ยี่สิบห้า ยี่สิบเอ็ด) ซีรีส์แนว Romantic-Comedy ของเกาหลีจากช่อง tvN จากผลงานการกำกับของ Jung Ji-hyun (จอง จีฮยอน) และเขียนบทโดย Kwon Do-eun (ควอน โดอึน) เตรียม Streaming ให้แฟน ๆ ชาวไทยได้รับชมกันผ่าน Netflix ในวันเสาร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2022 นี้แล้ว

ซีรีส์เรื่องนี้เล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปี 1988 ถึง 2021 ของหนุ่มสาวที่เจอกันครั้งแรกตอนอายุ 18 ปี และ เจอกันอีกครั้งตอนอายุ 22 ปี และเรื่องราวก็จบลงด้วยความเจ็บปวดตอนอายุ 19 และ 23 ปี จนเมื่ออายุ 20 และ 24 ปี ก็ได้เริ่มเรียนเปิดใจและไว้ใจกันและกัน และเรื่องราวความรักของพวกเค้าก็เริ่มขึ้นตอนอายุ 21 และ 25 ปี

Twenty-Five, Twenty-Oneเรื่องราวของความรัก มิตรภาพและการเติบโตของเหล่าวัยเยาว์อย่าง นา ฮีโด (รับบทโดย คิม แทรี) หญิงสาวสมาชิกชมรมนักฟันดาบมัธยมปลาย ที่ต้องประสบกับปัญหากับวิกฤตเศรษฐกิจ MIF ของเกาหลีในขณะนั้น จนทำให้ชมรมต้องโดนยุบไป เธอจึงต้องฟันฝ่าอุปสรรคมากมายจนกลายมาเป็นนักกีฬาฝันดาบทีมชาติ

Twenty-Five, Twenty-One

แบคอีจิน (รับบทโดย นัม จูฮยอก) เด็กหนุ่มอีกหนึ่งคนที่โดนวิกฤตเศรฐกิจ MIF เล่นงานจนธุรกิจของที่บ้านตัวเองต้องล้มละลาย จนทำให้เค้าต้องดิ้นรนทำงาน Part-Time เพื่อแบ่งเบาภาระของครอบครัว จนเค้าได้เป็นผู้ประกาศข่าวกีฬาในที่สุด โก ยูริม (รับบทโดย โบนา) อีกหนึ่งนักกีฬาฟันดาบผู้ชนะเลิศเหรียญทองที่อยู่น้อยที่สุดคู่แข่งของ นา ฮีโด

มุน จีอุง (รับบทโดย ชเว ฮยอนอุค) ตัวละครที่มีบุคลิกโดดเด่นในเรื่องของแฟชั่น ที่มีความฝันที่ต้องการเป็นสมาชิกดาวเด่นของ Cyworld (Social Media ระดับต้น ๆ ของเกาหลีในช่วงปี 2000)

จี ซึงวาน (รับบทโดย อี จูมยอง) นักเรียนที่โดดเด่นด้วยความสามารถระดับท็อปของโรงเรียน และเป็น DJ หนึ่งในสมาชิกชมรมกระจายเสียงของโรงเรียนมัธยมปลาย

นักแสดงนำ Twenty-Five, Twenty-One

คิม แทรี (Kim Tae-ri) นักแสดงมากความสามารถของเกาหลี ที่ผ่านผลงานการแสดงมาอย่างมากมายทั้งซีรีส์ ภาพยนตร์ เช่น The Handmaiden / 1987: When the Day Comes / Mr. Sunshine / Space Sweepers เป็นต้น

Twenty-Five, Twenty-One

นัม จูฮยอก (Nam Joo-hyuk) อีกหนึ่งนักแสดงแถวหน้สุดหล่อของเกาหลี ที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี จากผลงานการแสดงต่าง ๆ เช่น Who Are You: School 2015 / Moon Lovers: Scarlet Heart Ryeo / Weightlifting Fairy Kim Bok-joo / Start-Up เป็นต้น

Twenty-Five, Twenty-One

ชเว ฮยอนอุค (Choi Hyun-wook) นักแสดงหน้าใหม่วัย 20 ปี ที่เริ่มโชว์ฝีมือการแสดงผ่านผลงานในเราได้เห็นมาแล้ว เช่น Real:Time:Love / Taxi Driver / Racket Boys เป็นต้น

Choi Hyun-Wook

อี จูมยอง (Lee Joo-myung) นักแสดงและนางแบบชาวเกาหลีใต้ที่มีผลงานทางการแสดง เช่น My Fellow Citizens / Missing: The Other Side / Kairos เป็นต้น

Lee Joo-myung

โบนา (Bona) นักแสดงและหนึ่งในสมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ป WJSN ‘Cosmic Girls’ นั่นเอง ซึ่งเธอเองก็เคยฝากฝีมือทางการแสดงไว้บางแล้วเช่น Hit the Top / Your House Helper / Homemade Love Story เป็นต้น

Bona

เรียกได้ว่าแค่เห็นตัวอย่างและรายชื่อนักแสดงก็ชวนให้ติดตามกันสุด ๆ แล้ว เอาเป็นว่าอดใจรอกันอีกนิดแล้วไปร่วมลุ้นเรื่องราวความรักและการเติบโตของพวกเค้าได้ใน Twenty-Five, Twenty-One ทาง Netflix ในวันเสาร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2022 🙂

The Blind side เรื่องราวชีวิตของแชมป์ Super Bowl

0

ใครที่ชื่นชอบอเมริกันฟุตบอล ผมไม่อยากให้พลาดภาพยนตร์เรื่อง The Blind Side เลยครับ มันไม่ใช่หนังแนวอเมริกันฟุตบอลจ๋า แต่มันคือหนังชีวิตของคน ๆ หนึ่ง ที่ถูกเรียกว่า คนไร้บ้าน ก่อนชีวิตจะพลิกผันและก้าวสู่แชมป์ Super Bowl ซึ่งชายคนคือ Machael Oher ที่ได้ครอบครัวผิวขาวเข้ามาดูแลจนชีวิตเปลี่ยนไป

the blind side

The Blind side แม่ผู้มีแต่รักแท้

จริง ๆ ภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับอเมริกันฟุตบอล นั้นมีออกมามากมายหลายรูปแบบ อย่างเช่น the Game Plan ที่นำแสดงโดย The Rock ซึ่งเป็นหนังเรื่องแรก ๆ ของเขาเลย กับเรื่องราวของซุปเปอร์สตาร์ของวงการ ดันมีลูกสาวโผล่มา

หรืออีกเรื่องที่สนุกมาก ๆ อย่าง Draft Day ภาพยนตร์ที่พูดถึงความวุ่นวาย และความน่าปวดหัว ก่อนการดราฟท์ตัวของทีมอเมริกันฟุตบอล ที่บอกเลยว่าถ้าได้ดูจะเข้าใจอะไรขึ้นอีกเยอะเลย สำหรับทีมงานหลังบ้านของทีมกีฬาซักทีมหนึ่ง

the blind side

แต่ “แม่ผู้มีแต่รักแท้” เรื่องนี้ เล่าถึงเด็กผิวสีคนหนึ่งที่อายุ 17-18 ปี เขาไร้บ้าน ไม่มีที่อยู่ที่แน่นอน ต้องนอนในโรงยิม ตามข้างถนน หรืออาศัยบ้านของคนรู้จักนอน แต่โชคดีแรกคือ พ่อของเพื่อนสนิทเขาได้ฝากเขาเข้าโรงเรียนชั้นดีของคนผิวขาว ซึ่งโค้ชของโรงเรียนได้เห็นความสามารถด้านกีฬาของเขา จึงไม่รอช้าที่จะรีบผลักดันให้เด็กคนนี้ได้เข้าเรียน

ในครั้งแรกเขาดูแปลกประหลาด เหล่าอาจารย์ดูจะไม่โอเคกับเขานัก เพราะรู้สึกว่าเขา “โง่” ใช่! ไม่ผิดครับ เหล่าอาจารย์คิดว่าเขาโง่ แต่ในความโชคดีครั้งที่สอง เขาได้เจอกับอาจารย์ที่เข้าใจ และพยายามช่วยเหลือเขา

และความโชคดีครั้งที่สามคือ “ลี แอนน์ ทูฮี” มหาเศรษฐีผิวขาว ที่ให้ที่พักอาศัยเขา ซึ่ง ลี แอนน์ นั้นเป็นผู้ปกครองของ เอสเจ และ คอลลินน์ ซึ่งเรียกอยู่ชั้นเดียวกันกับ ไมเคิล หรืออีกชื่อคือ “บิ๊กไมค์” ซึ่งการเข้ามาของ ลี แอนน์ นี้เองที่ทำให้ชีวิต ไมเคิล เปลี่ยนไป

เธอเป็นคนมีน้ำใจ คอยเชื่อเหลือ และมอบแต่สิ่งดี ๆ ให้กับ ไมเคิล เธอเข้าใจในตัวของไมเคิล ทำให้ไมเคิลเองการที่เปิดใจ ซึ่งมันจะมีฉากกินใจอยู่ฉากหนึ่งคือ ฉากที่ ลี แอนน์ ซื้อเตียงนอนให้กับไมเคิล ซึ่งไมเคิลถามว่า “ของผมหรอ ไม่เคยมีมาก่อนเลย” ลี แอนน์ ก็ถามว่า “ห้องนอนหรอ ?” แต่คำตอบที่ได้กลับมาคือ “เตียงครับ”

ฉากนี้ใน The Blind side เรียกว่า เป็นบทสทนาสั้น ๆ แต่มันประทับใจ จนทำเอาหลายคนบ่อน้ำตาแตก ไหนจะสีหน้า และการแสดงของ แซนดรา บุลล็อค ผู้รับบท “คุณนายทูฮี”

the blind side

สำหรับ ไมเคิล ออร์ ตั้งแต่ที่เขามาอยู่ในครอบครัวนี้ ชีวิตพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เขาได้รับการเลี้ยงดูที่ดี การรับการอบรม ความอบอุ่น ได้รับความช่วยเหลือจากครอบครัว และได้รับการผลักดันแบบเต็มพิกัด ส่งผลให้เขาได้ทุนการศึกษาในฐานะนักกีฬา จนประสบความสำเร็จในบั้นปลาย

มันคือหนังชีวิตครับ หนังชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่กล้าจะทำในสิ่งที่สังคมมองว่าแปลก ๆ (สังคมอเมริกาสมัยนั้นอะนะ) แต่สิ่งที่เธอมันเปลี่ยนชื่อคน ๆ หนึ่งไป และตัวของ อูมา เธอร์แมน เองก็ได้รับรางวัลออสการ์จากบทนี้นี่เอง

สำหรับชื่อเรื่องนั้น มันมาจากตำแหน่งการเล่นของ ไมเคิล ออร์ ซึ่งได้แก่ Left Tackle หรือตัวชนฝั่งซ้ายในทีมบุก ซึ่งจะมีหน้าที่คอยป้องกัน จุดบอดของควอเตอร์แบ็ค ที่จะต้องโฟกัสอยู่กับเหล่า รีซีฟเวอร์ นั่นแหละคือที่มาของคำว่า The Blind side หรือจุดบอดนั่นเอง

ภาพยนตร์เรื่องนี้ เล่าเรื่องสนุก ดำเนินเรื่องรวดเร็ว แม้จะเป็นหนังดราม่า แต่ไม่มีจุดไหนที่ชวนเบื่อเลย มีฉากชวนลุ้น ฉากกระชากอารมณ์ที่ทำออกมาได้ดีด้วย เป็นอีกเรื่องที่ควรค่าแก่การรับชมอย่างยิ่ง โดยภาพยนตร์เรื่องนี้นั้นได้คะแนนจาก IMDb ไปถึง 7.6 เต็ม 10 คะแนน

สำหรับใครที่ชอบหนังแนวนี้ ลองไปหาดูกันครับสำหรับ “แม่ผู้มีแต่รักแท้” หนังดี ผมคอมเฟิร์ม ซึ่งหากคุณชอบหนังแนวนี้ล่ะก็ ทาง Inzpy จะหามารีวิวให้อ่านกันอีกแน่นอนครับ

5 จุดกางเต็นท์ริมทะเล ไปนอนชิล ๆ ฟังเสียงคลื่นกันเถอะ!!

5 จุดกางเต็นท์ริมทะเล ไปนอนชิล ๆ ฟังเสียงคลื่นกันเถอะ!!

สายแคมป์ฟังทางนี้ วันนี้เรามีลานกางเต็นท์บรรยากาศดี ๆ มาแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้ไปตามรอยกันค่ะ บทความที่เราจะนำเสนอวันนี้ก็คือ 5 จุดกางเต็นท์ริมทะเล ให้เพื่อน ๆ สายแคมป์ได้ไปนอนเล่น สบาย ๆ ฟังเสียงคลื่นริมทะเลกัน มีที่ไหนที่น่าสนใจบ้าง ตามมาดูกันเลย

 

บ้านเกาะเตียบ จังหวัดชุมพร


ที่นี่ถือว่าเป็นสถานที่ที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักในฐานะที่เป็นคาเฟ่หมูกระทะริมทะเลแห่งแรก และแห่งเดียว แต่ว่าที่บ้านเกาะเตียบนี้ก็มีลานกางเต็นท์เอาไว้ให้บริการเช่นกัน สำหรับใครที่อยากไปนอนกางเต็นท์ริมทะเลก็มาที่นี่ได้เลย แต่จะรับเพียงแค่วันละ 30 ท่านเท่านั้นนะคะ ค่าพื้นที่กางเต็นท์ 150 บาท/ท่าน ต้องทำการจองไปก่อน เพราะมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด ที่นี่มีกิจกรรมต่าง ๆ ให้ทำ เช่น พายเรือคายัค ตกหมึก ตกปลา ชายหาดก็มีความสะอาด สวยงาม น้ำทะเลใส น่าเล่น จุดกางเต็นท์สามารถต่อไฟฟ้าใช้ได้ มีค่าบริการ 50 บาทค่ะ รีวิวฉบับเต็ม คลิก 
พิกัด : https://goo.gl/maps/xYNMbsyQVCp92Tts8
Facebook : บ้านเกาะเตียบ Baankohteab

 

วังแก้วรีสอร์ท จังหวัดระยอง


เป็นอีกหนึ่งจุดกางเต็นท์ริมทะเล ที่กำลังเป็นที่นิยม สายแคมป์ทยอยไปตามรอยกันเยอะมาก เพราะที่นี่มีบรรยากาศที่ดีมาก ๆ นั่นเองค่ะ หากต้องการนำเต็นท์ไปกางที่นี่ แนะนำว่าให้ไปเช้าหน่อยนะคะ เพราะที่นี่เค้าไม่รับจอง ไปก่อน ได้เลือกที่ก่อน ค่ากางเต็นท์ 250 บาท/ท่าน มีค่ามัดจำสถานที่ 1,000 บาท ได้คืนตอนกลับ มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ครบครัน เช่น จุดต่อไฟ ห้องน้ำสะอาด และมีเยอะเพียงพอ ไม่ต้องแย่งกันค่ะ มีอาหารเช้าขาย มีสัญญาณโทรศัพท์ทุกค่าย แต่ AIS จะแรงสุดค่ะ
พิกัด : https://goo.gl/maps/7nzAALaY37kmhWHA7
Facebook : วังแก้วรีสอร์ท ระยอง 

 

วนอุทยานปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์


ลานกางเต็นท์ที่เงียบสงบ มีความร่มรื่น ภายใต้ทิวสน ให้บรรยากาศโรแมนติก พื้นที่กว้างขวาง มองเห็นวิวทะเลแบบไกลสุดสายตา ถ้าใครชอบกางเต็นท์แบบนี้ล่ะก็ ที่นี่ต้องเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีแน่นอนค่ะ ค่าบริการก็ถูก เนื่องจากเป็นวนอุทยาน เสียค่าเข้า 50 บาท/ท่าน เท่านั้น มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งจุดต่อไฟฟ้า ห้องน้ำสะอาด และมีเพียงพอ นอกจากนี้ยังมีร้านค้าสวัสดิการอีกด้วยค่ะ หรือหากใครอยากทำอาหารทาน ที่นี่ก็อนุญาตให้ประกอบอาหารได้อีกด้วย
พิกัด : https://goo.gl/maps/Kx4JVwB4hFcS1aTP8
Facebook : วนอุทยานปราณบุรี 

 

บ้านไม้บนหาดรีสอร์ท ชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

จุดกางเต็นท์ริมทะเล
ลานกางเต็นท์เอกชนอีกหนึ่งลาน ที่ตั้งอยู่ริชายหาดชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ที่นี่มีการจัดวางซุ้ม ที่นั่ง และตกแต่งลานเอาไว้เป็นมุมถ่ายรูปอย่างสวยงาม แต่ละมุมมีความเก๋มาก ๆ บรรยากาศที่นี่ก็ค่อนข้างเงียบสงบ สามารถชมวิวทะเล และชายหาดได้กว้างไกล แบบ 180 องศาเลยค่ะ ค่าบริการกางเต็นท์ 200 บาท/ท่าน ต้องนำเต็นท์มาเอง ไม่มีให้เช่านะคะ แต่มีบริการห้องพักแบบรีสอร์ท แต่บริเวณจุดกางเต็นท์ถ้าเป็นช่วงกลางวันอาจจะค่อนข้างร้อนนิดนึงค่ะ เพราะต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาอาจจะยังค่อนข้างน้อย เน้นอารมณ์แบบทะเล ๆ หาดทราย ท้องฟ้าและสายลม ถ้าเป็นช่วงเย็น ๆ จะมีลมพัดมา อากาศเย็นสบายอยู่ค่ะ
พิกัด : https://goo.gl/maps/hcjEEsazjP8eQbY98
Facebook : บ้านไม้บนหาดรีสอร์ท ชะอำ 

 

บ้านแหลมเทียน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์


จุดกางเต็นท์ลับ ๆ บรรยากาศเงียบสงบ เป็นส่วนตัว ริมทะเล ที่นี่เป็นลานกางเต็นท์ลับที่เล็กมาก ๆ นะคะ สามารถกางได้เพียง 6-7 หลังต่อวันเท่านั้น ค่าบริการ 200 บาท/ท่าน มีจุดต่อไฟฟ้า ห้องน้ำ จุดซักล้าง ทะเลบริเวณจุดกางเต็นท์นี้ อาจจะไม่ค่อยมีชายหาด แต่ว่าน้ำใสมาก ๆ เลยค่ะ มีกิจกรรมต่าง ๆ ให้ทำ ไม่ว่าจะเป็นตกปลา หรือจะนั่งเรือตกหมึก หากใครไม่ชอบแนวกางเต็นท์ ก็สามารถจองมาเป็นแบบบ้านพักก็ได้ มีบริการทั้งหมด 3 หลังเท่านั้น ถ้าใครสนใจก็รีบติดต่อจองไปก่อนเดินทางนะคะ
พิกัด : https://goo.gl/maps/4f2iuaQnrvAAvvC86
Facebook : Laemtian Beachhouse บ้านแหลมเทียน