Home Blog Page 884

อัปเดตสีเสื้อมงคล 2565 เสริมดวงให้พุ่ง การเงินรุ่งตลอดปี!

สวัสดีค่ะ เหล่าสาวกชาว Inzpy กลับมาพบกันอีกแล้วค่ะ วันนี้ขอมาเอาใจหนุ่มสาวแฟชั่นนิสต้าสายมูเป็นพิเศษกันสักหน่อย เวลาผ่านไปไวมากแป๊บ ๆ เราก็เดินทางมาใกล้ถึงช่วงกลางปี 2022 กันแล้ว เราเลยอยากจะมา อัปเดตสีเสื้อมงคล 2565 ให้เหล่าสาวกสายมูได้เตรียมหาเสื้อผ้า รวมไปจนถึงเครื่องประดับ มาใส่ตามสีมงคลในแต่ละวันกันให้ไว เพราะถ้าใครอยากมีชีวิตที่ดี เงินเข้าแบบรัว ๆ อยากมีโชคลาภ ต้องการเพิ่มเสน่ห์ พบเจอแต่ความสำเร็จ ผู้ใหญ่รักใคร่เอ็นดูค้ำชูอุปถัมภ์ โชคดีในชีวิตทุก ๆ วัน ในทุกประการนั้น อย่ารอช้าต้องไปตามหาสีมงคลมาใส่กันแล้วล่ะ ส่วนใครที่พร้อมเสริมดวงให้พุ่ง การเงินรุ่งตลอดปี! ตามแม่หมอ Inzpy ไปดูสีเสื้อมงคลประจำวันไปพร้อมกันเลย

สีเสื้อมงคลประจำวันจันทร์

เริ่มต้นวันแรกของสัปดาห์อย่างวันจันทร์ ถ้าต้องการเสริมเรื่องอำนาจบารมีให้รีบไปเลือกหาไอเทมสีเขียว เทาและครีม มาสวมใส่ ถ้าเน้นเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ อยากมีโชคลาภดวงพุ่ง เงินทองไหลมาเทมาแบบระรัว ก็ต้องใส่สีทอง สีโอรส สีเหลือง หรือสีม่วง ถ้าอยากเน้นให้ผู้ใหญ่รักใคร่เอ็นดู ต้องใส่เป็นไอเทมสีฟ้า น้ำเงิน และสีครามเท่านั้นนะจ๊ะอย่าให้หลุดธีม

ส่วนสีต้องห้าม คือ สีแดง

อัปเดตสีเสื้อมงคล 2565

สีเสื้อมงคลประจำวันอังคาร

ขอเสริมอำนาจบารมี ขอให้การทำงานดีไม่มีปัญหา ราบรื่นประสบความสำเร็จต้องรีบไปหยิบสีม่วง สีชมพู หรือสีน้ำเงินมาใส่ให้ไว ถ้าอยากจะเรียกเงินทองโชคลาภเป็นพิเศษให้เลือกใส่สีดำและสีโอรส ส่วนถ้าใส่สีชมพูนั้นจะช่วยให้ผู้ใหญ่รักใคร่และเอ็นดูเป็นพิเศษ นอกจากนั้นแล้วสีชมพูและสีบานเย็นยังจะช่วยเสริมเมตตา และเสริมเสน่ห์แก่ผู้ที่สวมใส่เสื้อผ้าสีนี้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วยล่ะ

ส่วนสีต้องห้าม คือ สีขาว สีเทา และสีครีม

อัปเดตสีเสื้อมงคล 2565

สีเสื้อมงคลประจำวันพุธ 

อยากทำงานราบรื่นไร้ปัญหาเสริมบารมีรีบไปตามหาสีโอรส สีทอง มาใส่สามารถช่วยได้ อยากมีเงินทองพร้อมโชคลาภต้องสีน้ำเงิน สีฟ้า และสีเทา ถ้าหากอยากให้ผู้ใหญ่รัก มีคนอุปถัมภ์อีกสักหน่อยก็ต้องสีครีม สีเทา และสีขาว

ส่วนสีต้องห้าม คือ สีแดง และสีชมพู

อัปเดตสีเสื้อมงคล 2565

สีเสื้อมงคลประจำวันพฤหัสบดี

อำนาจบารมีต้องมา การงานก็ต้องปัง ไร้กังวลต้องสีน้ำเงิน สีโอรส สีดำและสีทอง ส่วนสีที่จะนำความโชคดีเรียกเงินเรียกทองมาให้ทุกคนในวันพฤหัสบดีก็คือ สีครีม สีแดง สีเทา และสีขาว อยากให้ผู้ใหญ่รักก็ต้องสีเขียวที่ใส่ได้ทุกโทน

ส่วนสีต้องห้าม คือ สีม่วง

อัปเดตสีเสื้อมงคล 2565

สีเสื้อมงคลประจำวันศุกร์ 

งานการไหลลื่น ไม่ติดขัด ประสบความสำเร็จ แถมเสริมบารมีต้องสีฟ้า สีน้ำเงิน และสีน้ำตาล อยากโชคดีชีวิตแฮปปี้ เงินทองมีใช้ไม่ขาดมือต้องไปหยิบเสื้อสีเขียว สีชมพู และสีแดงมาใส่ ส่วนถ้าอยากให้ผู้ใหญ่รักอุปถัมภ์ค้ำจุนต้องสีเหลือง สีทอง และสีโอรสเท่านั้น

ส่วนสีต้องห้าม คือ สีเทา และสีม่วง

อัปเดตสีเสื้อมงคล 2565

สีเสื้อมงคลประจำวันเสาร์

สำหรับสีในวันเสาร์สีน้ำตาลจะช่วยให้การงานแจ่ม เสริมอำนาจบารมีแบบไม่มีสะดุด ส่วนถ้าใครอยากเสริมโชคลาภ เพิ่มเงินทองควรใส่เสื้อสีแดงและสีฟ้า นอกจากนั้นสีแดงยังจะช่วยเสริมเรื่องความรักให้ปัง ช่วยให้ผู้ใหญ่เมตตาอุปถัมภ์ค้ำจุนเอ็นดู

ส่วนสีต้องห้าม คือ สีเขียวทุกโทน

อัปเดตสีเสื้อมงคล 2565

สีเสื้อมงคลประจำวันอาทิตย์ 

วันอาทิตย์อยากให้งานเจริญรุ่งเรืองแบบปังปุริเย่ ก็ต้องใส่สีแดงหรือสีโอรส ถ้าใครอยากเสริมดวงชะตา เสริมโชคลาภ อยากมีเงินทองมั่งคั่งร่ำรวยต้องหาสีเขียว สีม่วง สีน้ำตาล และสีดำมาใส่ให้ไว ถ้าอยากให้คนรักใคร่เอ็นดู เน้นเสริมเรื่องความรักควรใส่สีเทาหรือสีดำ

ส่วนสีต้องห้าม คือ สีฟ้า และสีน้ำเงิน

จบกันไปแล้วกับบทความ อัปเดตสีเสื้อมงคล 2565 เสริมดวงให้พุ่ง การเงินรุ่งตลอดปี! ที่เราเอามาฝากทุกคนกันแบบครบ 7 วัน รวบรวมมาให้ทุกคนแบบครบจบที่นี่ที่เดียว หวังว่าข้อมูลที่เราเอามาฝากทุกคนในวันนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะคะ เชื่อว่าเหล่าสาวกแฟชั่นสายมูสามารถนำ สีเสื้อมงคล ประจำวันที่เราเอามาฝากในวันนี้ ไปปรับใช้กับการแต่งตัวและไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้อย่างแน่นอนค่ะ อย่างไรก็ตามเรื่องแบบนี้ต้องใช้วิจารณญาณในการเลือกสีประจำวันมาใส่กันด้วยนะคะ ส่วนในวันนี้ทาง Inzpy คงต้องขอลาไปก่อน พบกันใหม่คราวหน้า พร้อมสาระและความบันเทิงเกี่ยวกับแฟชั่นที่อัปเดตกันทุกวัน แล้วเจอกันนะคะ

แจกทริปไหว้พระ 9 วัดอยุธยา วันเดียวก็เที่ยวได้

แจกทริปไหว้พระ 9 วัดอยุธยา วันเดียวก็เที่ยวได้

สายบุญ สายเที่ยววัด สายเที่ยวประวัติศาสตร์ ฟังทางนี้ เพราะวันนี้เรามีทริปดี ๆ โปรแกรมเที่ยวเด็ด ๆ มาแนะนำกัน ทริปนี้เป็นทริปสั้น ๆ แบบไปเช้าเย็นกลับ เหมาะสำหรับคนที่อยากเที่ยวแต่ไม่มีเวลามากนัก ไม่อยากขับรถไกล ตามมาได้เลยค่ะ วันนี้เราจะมา แจกทริปไหว้พระ 9 วัดอยุธยา วันเดียวก็เที่ยวได้ รับรองว่าต้องถูกใจใครหลาย ๆ คนแน่นอน

เริ่มต้นเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ควรออกเช้าหน่อยนะคะ ประมาณ 7 โมงเช้า ใช้เวลาเดินทางไปยังอยุธยาประมาณ 1 ชั่วโมงนิด ๆ แวะวัดแรกก่อนเลยค่ะ ที่วัดพนัญเชิงวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ ที่สำคัญ และมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากแห่งหนึ่งในอยุธยา โดยเฉพาะพระประธานของวัด หลวงพ่อโต หรือพระพุทธไตรรัตนนายก พระพุทธรูปที่สร้างขึ้นในศิลปะแบบอู่ทองตอนปลาย ปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบ ขนาดหน้าตักกว้าง 14.20 เมตร สูง 19.20 เมตร นับได้ว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยอยุธยาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

แจกทริปไหว้พระ 9 วัดอยุธยา

จากนั้นก็ไปต่อยังวัดมหาธาตุ ซึ่งอยู่ห่างออกไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร  วัดแห่งนี้มีความโดดเด่น และน่าสนใจ คือ เศียรพระพุทธที่มีอายุกว่าร้อยปี ซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยรากไม้ เศียรนี้ทำจากหินทราย ด้วยศิลปะแบบอยุธยา ซึ่งถูกรากของต้นโพธิ์ปกคลุมเอาไว้ อยู่ในบริเวณข้างวิหาร เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่สวยงามมาก ๆ ของวัดแห่งนี้ค่ะ

แจกทริปไหว้พระ 9 วัดอยุธยา

วัดพระศรีสรรเพชญ์ เป็นอดีตวัดหลวงประจำพระราชวังโบราณอยุธยา สร้างขึ้นประมาณปี 2035 โดยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ที่นี่มีจุดที่น่าสนใจที่สำคัญ คือ เจดีย์ทรงลังกาสามองค์ที่ตั้งตระหง่าน เรียงรายเป็นแนวอย่างโดดเด่น เป็นโบราณสถานที่สำคัญของไทยที่มีมนต์เสน่ห์สวยงาม นอกจากนี้ภายในวัดก็ยังมีซากปรักหักพังของสิ่งก่อสร้างที่สำคัญอื่น ๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นพระวิหาร หอระฆัง พระอุโบสถ เป็นต้น ซึ่งล้วนแต่มีความเก่าแก่ และสวยงามอย่างมาก

แจกทริปไหว้พระ 9 วัดอยุธยา

วัดไชยวัฒนาราม เป็นวัดเก่าแก่ ที่เป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา สร้างขึ้นโดย พระเจ้าปราสาททอง เมื่อปี พ.ศ.2173 วัดไชยวัฒนาราม เป็นวัดหลวงที่บำเพ็ญพระราชกุศลของพระมหากษัตริย์สืบต่อมาหลังจากนั้นทุกพระองค์ จึงได้รับการปฏิสังขรณ์สืบต่อมาทุกรัชสมัย เป็นสถานที่ถวายพระเพลิงศพพระบรมวงศานุวงศ์เกือบทุกพระองค์

วัดท่าการ้อง วัดนี้จะเป็นวัดสุดท้ายในช่วงเช้าของทริปเรานะคะ วัดแห่งนี้ เป็นวัดที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะมาสักการบูชาพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ นามว่า “พระพุทธรัตนมงคล” หรือที่เรียกกันว่า “หลวงพ่อยิ้ม” ที่งดงาม และพระพักตร์ที่มีความเมตตา บริเวณโดยรอบของวัดจะตกแต่งด้วยไม้ดอก ไม้ประดับสวยงาม

นอกจากนี้แล้วด้านหลังของวัดท่าการ้องได้จัดให้เป็นตลาดน้ำ ซึ่งมีของกินหลากหลายชนิด ทั้งก๋วยเตี๋ยวเรือ ข้าวผัด ของกินเล่นต่าง ๆ เราสามารถแวะทานอาหารกลางวันกันได้ที่นี่ แต่ตลาดจะเปิดเฉพาะ วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์เท่านั้นนะคะ

ช่วงบ่ายเราจะไปไหว้พระกันต่ออีก 4 วัดค่ะ ไปต่อกันที่ วัดธรรมิกราช วัดแห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่มาก ๆ เพราะเป็นวัดหลวงที่สร้างขึ้นก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา จุดไฮไลต์ของวัดแห่งนี้คือ เศียรพระขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของวัดแห่งนี้ไปแล้วนั่นเองค่ะ เศียรพระธรรมิกราชในปัจจุบัน ประดิษฐานอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา แต่ทางวัดได้ทำเศียรจำลองขึ้น และประดิษฐานไว้หน้าวัด ที่แม้ว่าจะเป็นเศียรจำลองแต่มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก

วัดเชิงท่า ที่อยุธยามีวัดเชิงท่าอยู่ 2 แห่งคือที่อำเภอบางปะอินและอำเภอเมือง ซึ่งวัดเชิงท่าที่เราจะไปเป็นวัดที่อยู่ในเมืองนะคะ ภายในวัดมีโบราณสถานสำคัญ ได้แก่ ปรางค์ห้ายอดสมัยอยุธยา ซึ่งมีลักษณะพิเศษหาที่อื่นไม่ได้ โดยก่อฐานพระปรางค์เป็นทรงแท่งสี่เหลี่ยมจัตุรัส และสร้างวิหารยื่นออกไปเป็นรูปกากบาท ทางทิศใต้ สร้างเป็นวิหารขนาดใหญ่เป็นมหาปราสาทยอดปรางค์ที่พบที่วัดเชิงท่านี้แห่งเดียว

วัดหน้าพระเมรุราชิการาม วัดแห่งนี้เป็นวัดเดียวในเขตเมืองพระนครศรีอยุธยาที่ไม่ถูกทำลายเมื่อครั้งเสียกรุง ภายในวัดมีสิ่งน่าสนใจมากมาย ตั้งแต่พระอุโบสถแบบอยุธยาขนาดใหญ่ซึ่งมีเสาอยู่ภายใน และสิ่งที่โดดเด่นคือพระประธานในพระอุโบสถซึ่งสร้างปลายสมัยอยุธยา เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องปางมารวิชัยหล่อสำริดขนาดใหญ่ นามว่า “พระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถ” ขนาดหน้าตักกว้าง 4.40 เมตร สูง 6 เมตร

มาถึงวัดสุดท้ายของทริปนี้ค่ะ วัดพระงาม วัดนี้เป็นวัดร้าง ที่สันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น และถูกทิ้งร้างหลังเสียกรุงครั้งที่ 2 เมื่อปี พ.ศ. 2310 ตั้งอยู่นอกเกาะเมืองอยุธยา ทางด้านทิศเหนือ จุดเด่นของวัดร้างแห่งนี้อยู่ที่ ซุ้มประตูโบราณที่มีอายุกว่าร้อยปีค่ะ ซุ้มประตูนี้เป็นซุ้มประตูเก่าที่ถูกโอบล้อมไปด้วยรากของต้นโพธิ์ ที่พันกันตั้งแต่พื้นดินขึ้นไปด้านบนซุ้มประตู และแผ่ขยายกิ่งก้านสาขาออกไปสวยงาม มองดูแล้วจินตนาการเหมือนกับซุ้มประตูที่สามารถเดินก้าวผ่านทะลุมิติไปได้เลยค่ะ แนะนำว่าให้มาให้ช่วงพระอาทิตย์กำลังจะตกดินนะคะ เพราะจะได้แสงสีส้ม ลอดผ่านซุ้มประตู สวยงามมาก ๆ ค่ะ อ่านรีวิวฉบับเต็ม คลิก

เที่ยวครบ 9 วัดกันแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางกลับกรุงเทพฯ แล้วนะคะ ก่อนกลับอย่าลืมแวะทานกุ้งเผา และซื้อโรตีสายไหมกลับไปเป็นของฝากกันด้วยนะคะ หวังว่าเพื่อน ๆ จะชอบทริปที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ ถ้าหากชอบก็อย่าลืมไปติดตามอ่านบทความย้อนหลังกันด้วยนะคะ

 

Han So Hee ขึ้นแท่น Brand Ambassador คนล่าสุดของแบรนด์นาฬิกา OMEGA

Han So Hee ขึ้นแท่น Brand Ambassador คนล่าสุดของแบรนด์นาฬิกา OMEGA

Han So Hee ขึ้นแท่น Brand Ambassador

ปังไม่หยุด ไม่รู้จะไปสุดที่ตรงไหน ! กับนักแสดงสาวสุดฮอต “ฮันโซฮี” กับการขึ้นแท่นเป็น Brand Ambassador คนล่าสุดของแบรนด์นาฬิกาสุดหรู “OMEGA” เป็นอีกหนึ่งครั้งที่แวดวงสินค้าลักชัวรีได้เห็นบทบาทความสำคัญของวงการบันเทิงประเทศเกาหลีใต้ ด้วยภาพลักษณ์ที่มุ่งมั่นในการแสดง พรสวรรค์และเสน่ห์ของเธอ จึงไม่แปลกเลยที่เธอจะได้เป็นตัวแทนของแบรนด์นาฬิการะดับไอคอนิก

Han So Hee ขึ้นแท่น Brand Ambassador

Han So Hee เกิดเมื่อปี 1994 นางเอกสาวชื่อดังอายุ 27 ปีเริ่มเข้าวงการด้วยการเป็นตัวประกอบในละครชุดทางโทรทัศน์หลายเรื่อง อย่าง Money Flower (2017), 100 Days My Prince (2018) และ Abyss (2019) อย่างไรก็ตามเมื่อชื่อเสียงของเธอเพิ่มมากขึ้น เธอก็ได้ขยับไปรับบทนำอย่างรวดเร็วซึ่งรวมถึงละครชุดที่ออกอากาศทางช่อง JTBC ชื่อ The World of the Married (2020) ที่เธอเล่นเป็น Yeo Da-kyung (ยอดาคยอง) นางร้ายเจ้าเสน่ห์ หรือที่หลายคนให้ฉายาในการแสดงว่าเมียน้อย ซึ่งทำให้ Han So Hee ได้รับการยอมรับในวงกว้างและพาเธอก้าวไปสู่บทบาทอื่น ๆ อย่างเรื่อง Nevertheless (2021) กับ My Name (2021)

Raynald Aeschlimann (มร.เรย์โนลด์ เอชลิมานน์) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ OMEGA ให้ความเห็นว่า “พวกเราต่างประทับใจกับฝีมือการแสดงของ So-Hee Han เกิดเมื่อปี 1994 นักแสดงอายุ 27 ปีรายนี้เริ่มเข้าวงการด้วยการเป็นตัวประกอบในละครชุดทางโทรทัศน์หลายเรื่อง รวมถึงตัวตนของเธอ ดาราสาวได้แสดงให้เห็นถึงคุณค่าหลายประการที่เราให้ความสำคัญ ซึ่งทางเรายินดีมากที่เธอตกลงที่จะเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์”

เมื่อถูกถามถึงเรื่องการรับบทบาทเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ OMEGA ทาง So-Hee Han เผยว่า “ฉันชื่นชมประวัติศาสตร์การเป็นผู้ผลิตเรือนเวลาอันโด่งดังของ OMEGA โดยเฉพาะในด้านเรือนเวลาสำหรับสตรี นับเป็นเกียรติที่ได้สวมใส่นาฬิกาที่ทั้งงดงามและเที่ยงตรงนี้บนข้อมือรวมถึงโอกาสที่จะแบ่งปันให้แฟน ๆ ทั่วโลกได้รับชม”

OMEGA หวังอย่างยิ่งว่าจะได้ร่วมงานกับดาราหญิงจากเกาหลีใต้แสนพิเศษรายนี้อีก เธอจะเป็นหนึ่งในดาราหญิงมากความสามารถของแบรนด์ที่ประกอบด้วยคนดัง เช่น Cindy Crawford (ซินดี ครอว์ฟอร์ด), Nicole Kidman (นิโคล คิดแมน), Kaia Gerber (ไคอา เกอร์เบอร์), Alessandra Ambrosio (อเลสซานดร้า อัมโบรซิโอ) และ Liu Shishi (หลิว ซือซือ)

Cushion เกาหลี ผิวสวย หน้าปัง มาแรงในปี 2022!

Cushion เกาหลี ผิวสวย หน้าปัง มาแรงในปี 2022!

Cushion เกาหลี ผิวสวย หน้าปัง กับคุชชั่นมาแรงที่สาวๆ หลายคนต้องหลงรักเพราะคุชชั่นสายเกานั้นต้องบอกว่าได้งานผิวสวย แถมบางแบรนด์บางรุ่นก็ยังปกปิดได้ดีอีกด้วย ซึ่งใครที่มองหาคุชชั่นที่ปกปิดได้ระดับหนึ่ง แต่ก็ยังบางเบา ไม่หนักหน้า คุชชั่นจากเกาหลีเป็นอีกตัวเลือกที่น่าลองมาก วันนี้ Inzpy มาแชร์คุชชั่นน่าใช้ ว่าจะมียี่ห้อไหนบ้าง เหมาะกับผิวใครบ้างไปดูกันเลยจ้า…Cushion

LANEIGE Neo

มาที่แบรนด์นิยม สำหรับคุชชั่นตัวใหม่ของ LANEIGE เพราะมันคิ้วท์ซะเหลือเกิน ซึ่งคุชชั่นตัวนี้มาในแพ็คเกจปุ๊กปิ๊กน่ารัก ด้วยทรงเหลี่ยมมนๆ เหมือนไอพอดเคส มาในสีชมพู และเขียวมิ้นท์พาสเทลจ 2 แบบให้เราเลือกใช้ตามสภาพผิว และที่น่าตื่นเต้นอีกอย่างก็คือ ทางแบรนด์กระซิบบอกเลยว่า คุชชั่นตัวนี้ไม่ติดแมสก์นะเออ! โดยคุชชั่นตลับสีชมพู จะเป็นรุ่น Glow ให้ผิวโกลว์ฉ่ำวาว งานผิวเกาหลี ส่วนตลับสีเขียวมิ้นท์ จะเป็นรุ่น Matte แต่เป็นแบบ Soft Matte ที่ปกปิดได้ดี แต่บางเบา ไม่หนักหน้าเลย โอ้ยยย แค่นี้ก็ออกไปดินเนอร์ด้วยหน้าสวยๆ ได้แล้ว

Cushion

JUNGSAEMMOOL Masterclass Radiant 

Cushion ตามมอีกแบรนด์ดังจากเกาหลี JUNGSAEMMOOL ออกคุชชั่นมาใหม่ตัวเด่น ตัวดัง ซึ่งตัวนี้บอกเลยว่ามาแรงและน่าโดนมากๆ เพราะนอกจากตัวเนื้อคุชชั่นจะให้งานผิวสวยๆ แถมปกปิดได้ดี เหมือนรวมคุชชั่นตัวเก่ามาอยู่ในนี้ด้วยแล้ว คุชชั่นรุ่นนี้เค้ายังมีส่วนผสมของ Radiant MOOL Ampoule ™ ที่เป็นเหมือนสกินแคร์ช่วยบำรุงผิว เพิ่มความชุ่มชื้นขั้นสุด เรียกว่าตัวนี้คือครบ ซื้อคุชชั่นแถมได้สกินแคร์ไปในตัว อะไรจะดีขนาดนี้แม่ ต้องมีแล้วไหมล่ะ!

HERA Black 

มาเลยแม่! ใครเป็นสาวกสาวๆ วง Black Pink แล้วแบบอยากได้ผิวแบบฉ่ำโกล ดูดี แบบสายเกาหลี ต้องยกให้เขาเลยล่ะงานคุชชั่นดีเด่นอีกหนึ่งเพราะทั้งปกปิดได้ดี แต่ไม่เยิ้ม ไม่เป็นคราบ ตัวเนื้อคุชชั่นเป็นแบบ Semi Matte ให้ลุคแมทท์เบาๆ ไม่ฉ่ำโกลว์มากเกินไป ออกแนวผิวธรรมชาติ ดูดีแบบน่ามองสุดๆ Cushion

Klavuu Urban Pearlsation 

มาจ้า หากใครอยากได้ผิวฉ่ำโกล เราขอแนะนำคุชชั่นเกาหลีตัวนี้เลย! สำหรับแบรนด์ Klavuu เป็นคุชชั่นมาแรงที่ไม่แพ้กัน ด้วยเนื้อครีมเป็นคุชชั่นที่เนื้อฉ่ำโกลว์มาก ให้ผิวดิวอี้แบบสุดๆ ซึ่งถ้าใครอยากได้ลุคผิวฉ่ำวาว ตัวนี้ตอบโจทย์มากจ้า และไม่ได้แค่ผิวฉ่ำๆ เท่านั้น แถมยังปกปิดรอยดำ รอยแดง รอยสิวได้ดีเลยล่ะ

Banila Co Covericious Natural Glow 

ปิดท้ายที่คุชชั่นที่ให้การปกปิดเริ่ดๆ แต่ก็ยังคงความผิวสวย ได้ลุคธรรมชาติ ยังมีตัวนี้อีกตัวจ้า สำหรับตัวนี้ก็เป็นคุชชั่นสูตรใหม่ของ Banila Co ซึ่งในเนื้อคุชชั่นก็มีสารบำรุงมาให้ด้วยย นั่นก็คือ White Hyaluron Ampoule ซึ่งเป็นเซรั่มที่ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส และชุ่มชื้นขึ้นไปในตัวนั่นเอง สำหรับตัวเนื้อคุชชั่นก็บางเบา ไม่หนักหน้า แต่ก็ยังช่วยปกปิดได้ดี ใครเลิฟคุชชั่นที่มีสกินแคร์ในตัวแบบนี้ เหมาะกับสาวๆ ที่ไม่ชอบอะไรหนักหน้าเยอะๆ เป็นอีกตัวที่ต้องมีเลยแม่!

THE FACE SHOP เปิดตัว “ญาญ่า อุรัสยา” พรีเซนเตอร์ดินสอเขียนคิ้วใหม่ล่าสุด

0

THE FACE SHOP เปิดตัว “ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์” พรีเซนเตอร์ดินสอเขียนคิ้วใหม่ล่าสุด

THE FACE SHOP เปิดตัว

THE FACE SHOP เปิดตัว “ญาญ่า อุรัสยา” พรีเซนเตอร์ดินสอเขียนคิ้วใหม่ล่าสุด งานนี้คิ้วท์มากกกกกก เพราะมีนางเอกสาวหน้าหวานมาเป็นตัวแทนผลิตภัณฑ์ fmgt Designing Eyebrow Pencil

เดอะเฟสช็อป (THE FACE SHOP) แบรนด์เครื่องสำอางอันดับ 1 จากประเทศเกาหลี จัดงานเปิดตัว พรีเซนเตอร์สุดคิ้วท์ ญาญ่า – อุรัสยา เสปอร์บันด์ ตัวแทนผลิตภัณฑ์ fmgt Designing Eyebrow Pencil นวัตกรรมดินสอเขียนคิ้วใหม่ล่าสุดส่งตรงจากเกาหลี การันตีด้วยรางวัล 2021 1st half GLOWPICK AWARDS ประเภท Best Eyebrow ที่สาวเกาหลีเทใจโหวตให้เป็นดินสอเขียนคิ้วอันดับ 1 และยังตอกย้ำความนิยมด้วยยอดขายกว่า 10 ล้านแท่ง พร้อมจัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ณ ลานบีคอน 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ไปแล้วเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ดินสอเขียนคิ้วแบบมีรีฟิล หัวตัด เขียนง่าย ได้ทรงสวย นวัตกรรมใหม่ส่งตรงจากเกาหลี การันตีความฮ็อตด้วยยอดขายกว่า 10 ล้านแท่ง ดินสอเขียนคิ้วแบบหมุน เปลี่ยนหัวรีฟิลได้ เนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม แต่ไม่เลอะ เขียนง่ายแม้เป็นมือใหม่หัดเขียน สูตรใหม่มาพร้อมคุณค่าการบำรุงจากวิตามินอี และแว็กซ์ธรรมชาติ ภายใต้รูปทรงหัวแบน ทำให้เขียนได้พลิ้วไหวไปตามทรงคิ้ว สร้างสรรค์ไล่ระดับ 6 เฉดสี ได้แก่ สีน้ำตาลอ่อน สีน้ำตาลเทา สีน้ำตาล สีน้ำตาลดำ สีน้ำตาลเข้ม และ สีเทาเข้ม มอบความเนียนสนิทติดทนนานเสมือนสีคิ้วธรรมชาติ

THE FACE SHOP เปิดตัว

นายพิธาน องค์โฆษิต ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีเอฟเอส (ไทยแลนด์) กล่าวว่า “การจัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์“เอฟเอ็มจีที ดีไซนิ่ง อายโบรว เพ็นซิล” (fmgt Designing Eyebrow Pencil) พร้อมกับการเปิดตัวพรีเซนเตอร์ในครั้งนี้ นับเป็นความท้าทายไม่น้อยสำหรับการกลับมาจัดงานในรอบ 2 ปี หลังจากมีการแพร่ระบาดอย่างหนักของโรคโควิด -19 แต่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจอยากให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงสินค้ากลุ่มเมคอัพที่มีคุณภาพดี ราคาเหมาะสม

ทางเดอะเฟสช็อปจึงได้มีการออกผลิตภัณฑ์ “เอฟเอ็มจีที ดีไซนิ่ง อายโบรว เพ็นซิล” ดินสอเขียนคิ้วนวัตกรรมใหม่ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของชาวเกาหลี โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2021 ผลิตภัณฑ์ดินสอเขียนคิ้ว เอฟเอ็มจีที ดีไซนิ่ง อายโบรว เพ็นซิล ก็ได้รับการโหวตให้เป็น Best Eyebrow ของการจัดอันดับ 2021 1st half GLOWPICK AWARDS รางวัลที่มาจากการรีวิวของผู้ใช้จริงในประเทศเกาหลีใต้ รวมทั้งยังมียอดจำหน่ายสูงถึง 10 ล้านแท่งในเวลาอันรวดเร็ว ทางแบรนด์จึงมั่นใจว่าผู้บริโภคชาวไทยก็จะต้องชื่นชอบผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มเมคอัพนี้อย่างแน่นอน”

โดยเดอะเฟสช็อปได้เปิดตัว “ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์” ในฐานะพรีเซนเตอร์สำหรับผลิตภัณฑ์“ เอฟเอ็มจีที ดีไซนิ่ง อายโบรว เพ็นซิล” หลังจากที่เคยเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับผลิตภัณฑ์ “แยฮวาดัม ฮวานแซงโก บีบี คุชชั่น” จนผลิตภัณฑ์ได้รับกระแสตอบกลับที่ดีมาก ประกอบกับคุณญาญ่าเป็นผู้หญิงที่มีคาแรกเตอร์สง่างาม แต่ในอีกด้านหนึ่งก็เต็มไปด้วยความสดใส ตรงตามคอนเซ็ปต์ของผลิตภัณฑ์ทางแบรนด์จึงมองเห็นถึงศักยภาพในการเป็นตัวแทนสื่อสารเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ได้ดีที่สุด

ผลิตภัณฑ์ดินสอเขียนคิ้ว “เอฟเอ็มจีที ดีไซนิ่ง อายโบรว เพ็นซิล” (fmgt Designing Eyebrow Pencil) ราคาแท่งละ 129 บาท และ รีฟิล 79 บาท จำหน่ายแล้ววันนี้ที่ The Face Shop ทุกสาขา และ ช่องทางออนไลน์ The Face Shop

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาดข่าวสารใหม่ ๆ ในแวดวงของ Beauty สามารถติดตามเว็บไซต์ Inzpy หรือ Add friend ทาง LINE รับรองว่าไม่พลาดทุกข่าวสาร ทุกไอเทมเด็ด ๆ แน่นอน เพิ่มเพื่อน

Ritalinn โพสต์ตัดพ้อนึกว่า ดราม่า ที่ไหนได้ ปล่อยเพลงใหม่

0

เรียกว่าได้กลิ่นดราม่าขึ้นมาซะงั้นสำหรับ Ritalinn วงอีโม-พังค์ ระดับตำนานของเมืองไทย ที่ปัจจุบันได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง และสังกัดอยู่ในค่ายของ Vom Records ค่ายเพลงที่เน้นหนักไปทางร็อก จริง ๆ คงต้องบอกร้อกล้วน ๆ เลยล่ะครับ จากการนำของ โอ๊ค Big Ass และ สมเมย์ Labanoon หรือ สมเมย์ Oblivious นั่นแหละ

แต่ล่าสุดเหมือนมีดราม่า ที่ไม่รู้ว่าจะใหญ่โตมากแค่ไหนอะไรยังไง เมื่อทางวงRitalinn ได้โพสต์เชิงน้อยใจพร้อม mention ถึงสังกัดเพลง

Ritalinn

Ritalinn ลั่นอยู่มานาน “เสียเวลา”

Ritalinn วงอีโม/พังก์ จากยุค Do It Or Die เจ้าของเพลงดัง “ตายทั้งเป็น” และ “เกิดมาเพื่อสิ่งนี้” ได้โพสต์ข้อความตัดพ้อลงทางโซเชียลเนตเวิร์กด้วยข้อความว่า “อยู่มาตั้งนาน เสียเวลา” พร้อมระบุข้อความถึงต้นสังกัด Vom Records ด้วย ซึ่งไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไรยังไง

โดยโพสต์นี้เป็นทางเพจ Headbangkok นำมาลงเอาไว้ และทางด้านของ Vom Records ก็ได้เข้ามาคอมเม้นท์ว่า อยู่ด้วยกันไม่ได้ ก็แยกย้าย ครับเรียกว่า เพิ่มความสงสัยเข้าไปอีก แม้ว่าคอมเม้นท์ในโพสต์นั้นจะออกแนวว่า “โปรโมทเพลงใหม่” มากกว่า ซึ่งทางวงนั้นมีผลงานกับ Vom Records ด้วยกัน 2 ซิงเกิ้ล ได้แก่ “ดื้อดึง” (2020) และ “ฉันยอมพูด” (2021)

Ritalinn

แต่ล่าสุด อะไร ๆ ก็เคลียร์เป็นที่เรียบร้อย และก็เหมือนกับที่หลายคนคาดการเอาไว้ครับว่า มันคือการโปรโมทเพลงใหม่ของพวกเขา เพราะทางเพจ official ของวงได้โพสต์ว่า

 

“DON’T WASTE MY FXXKING TIME !!!!

“เสียเวลา” มาหลายปี ได้เวลาปล่อย Single ใหม่ซะที

อย่าเสียเวลาอีกเลย ไปเตรียมดู Teaser แรกพร้อมกันคืนนี้ 20.00 !”

 

นั่นหมายความว่า หลายปีที่รอคอย Ritalinnกำลังจะได้ปล่อยเพลงใหม่อีกครั้ง และในคราวนี้อาจจะได้ฟังอัลบั้มเต็มเลยก็เป็นได้ เพราะอย่างที่ทราบกันว่า Vom Records นั้นกำลังเดินหน้าเต็มกำลังในการผลักดันให้เพลงร็อกกลับมาอยู่ในกระแสอีกครั้ง และเป็นไปได้ว่า อาจจะมีคอนเสิร์ตรูปแบบกลับ Live coretrack ในตำนานอีกก็เป็นได้

สำหรับ Ritalinn นั้นเป็นวงพังค์ร็อกที่มีส่วนผสมของอีโม ประกอบด้วยสมาชิก เฟิร์น- นันธิภาคย์ สินสิวะมงคล ร้องนำและเล่นกีตาร์, ปารโมทย์ แก้วจันทร์ หรือ โจ ในตำแหน่งมือเบส, พงษ์ดนัย นัยนานนท์ หรือบอล มือกลอง และ คงกฤษ คล้ายแดง หรืออาร์ท ในตำแหน่งมือกีตาร์

ไรทาลินมีโอกาสขึ้นแสดงตามงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นงาน Nirvana Tribute Concert ตั้งแต่ครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ต่อมาได้มีผลงานในเพลง “เกิดมาเพื่อสิ่งนี้” ในโปรเจกต์ DO IT OR DIE งานโปรเจกต์พิเศษฉลองครบรอบ 10 ปี ของค่ายอินดี้ มิวสิก บั๊กส์ จนมีผลงานอัลบั้มเต็มครั้งแรก กับอัลบั้ม Heaven & Hell โดยมีเพลงฮิตอย่าง “ตายทั้งเป็น” ครับ

 

5 ข้อดี 5 ข้อเสีย ของพัดลมเพดาน

5 ข้อดี 5 ข้อเสีย ของพัดลมเพดาน

พัดลมเพดานอาจไม่อยู่ในสายตาใครหลายคน แต่ถ้าพูดถึงเรื่องประสิทธิภาพการทำงานแล้ว ถือว่ามีคุณภาพดีไม่แพ้พัดลมประเภทอื่น ๆ เลยล่ะ แต่ก็ใช่จะไม่มีข้อเสีย ดังนั้นหากใครกำลังคิดอยากจะติดตั้งพัดลมเพดาน แต่ยังรู้สึกสองจิตสองใจ จะทำดี ไม่ทำดีหนอ… เอาเป็นว่า Inzpy จะขอนำ ข้อดี/ข้อเสีย ของพัดลมเพดานมาฝาก  เพื่อให้คุณลองชั่งน้ำหนักดูว่าควรติดตั้งหรือเปล่า เหมาะกับบ้านเราหรือไม่ และข้อด้อยเราสามารถยอมรับได้มั้ย… (ป.ล. อ่านจบแล้ว หวังว่าคงตัดสินใจได้นะครับ)

ข้อดี ของพัดลมเพดาน
5 ข้อดี 5 ข้อเสีย ของพัดลมเพดาน
Cr.Photo : www.lightology.com

1. ช่วยให้บ้านดูกว้างขึ้น แน่นอน สำหรับบ้านที่เลือกติดตั้งพัดลมเพดาน แทนการมีพัดลมตั้งพื้น ก็จะช่วยให้บ้านดูกว้างขึ้น อีกทั้งยังสามารถขจัดปัญหา ความเกะกะ ไม่เป็นระเบียบ ลดอุบัติเหตุในการเดินสะดุดสายไฟได้

 2. ช่วยให้ประหยัดไฟ สำหรับการเปิดพัดลมในห้องที่เปิดแอร์ จะช่วยสร้างความเย็นได้ดีโดยที่ไม่จำเป็นต้องเร่งอุณหภูมิแอร์ แถมมีส่วนช่วยให้แอร์ทำงานน้อยลงจึงทำให้ประหยัดไฟได้มากขึ้น ที่สำคัญใบพัดใหญ่ของพัดลมเพดานยังจะช่วยพัดพากระจายความเย็นสบายได้ทั่วทั้งห้อง เปิดไฟสัก 27 องศาฯ ควบคู่ไปกับการเปิดพัดลม เลยเพื่อน ๆ จัดไป

3. ดีไซน์สวยไปอีกแบบ สำหรับการติดตั้งพัดลมเพดาน นอกจากเพื่อความเย็นแล้ว ยังสามารถโชว์สวยเป็นเสมือนเครื่องเรือนแต่งบ้านได้อีกด้วย เพราะปัจจุบันมีการออกแบบพัดลมเพดานให้เลือกเพียบ! ทั้งสไตล์โมเดิร์น คลาสสิก เรโทร ออเรียนทอล โอ้ยยยย สารพัดความเก๋ให้พี่ ๆ น้อง ๆ เลือกนำมาแมทช์ให้เข้ากับห้อง แถมบางรุ่นยังถูกดีไซน์ให้เป็นโคมไฟด้วยในตัว!

4. ปลอดภัยสำหรับเด็กเล็ก เพราะความไร้เดียงสาของเด็ก บวกกับความอยากรู้ อยากลอง เป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้นหลายบ้านอาจจะเคยประสบปัญหาลูกน้อยของเราเอานิ้วเข้าไปแหย่ในพัดลมตั้งพื้นที่กำลังเปิดใช้งานอยู่ จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุเจ็บตัว ดังนั้นบ้านใดที่มีเด็กเล็กอยากตัดไฟแต่ต้นลม ก็ควรเลือกติดตั้งพัดลมเพดานซะ ก็จะตัดปัญหาเรื่องนี้ออกไปได้

5. ช่วยให้ง่ายขึ้นในการทำความสะอาด การไม่มีพัดลมตั้งพื้นวางเกะกะ ก็ทำให้เราสามารถกวาด / ถู บ้านได้ง่ายขึ้น เพราะไม่ต้องคอยเคลื่อนย้ายพัดลม หรือเก็บสายปลั๊กไฟให้เมื่อยตุ้ม แถมการติดตั้งพัดลมเพดานยังเหมาะกับบ้าน ทาวน์เฮ้าส์ หรือคอนโดฯ ที่มีพื้นที่จำกัดอีกด้วย

ข้อด้อย ของพัดลมเพดาน
5 ข้อดี 5 ข้อเสีย ของพัดลมเพดาน
Cr.Photo : www.lightology.com

1. บ้านต้องมีเพดานสูง หากบ้านใครต้องการติดตั้งพัดลมติดเพดาน แต่ดัน… มีเพดานที่ต่ำ หากดันทุรังติดไปก็อาจจะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ ในช่วงขณะที่เรากำลังยกแขนบิดขี้เกียจ ส่วนระยะความสูงในการติดตั้งพัดลมเพดานที่เหมาะสมและปลอดภัยต่อการใช้งาน คือต้องมีความสูงจากพื้นถึงปลายพัดลมเริ่มต้นที่ 2.7 เมตรขึ้นไป

2. การติดตั้งและซ่อมแซมค่อนข้างยาก สำหรับพัดลมเพดานต้องมีในเรื่องของการติดตั้งเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพราะไม่ได้แค่ซื้อปุ๊บ แล้วสามารถใช้งานได้ปั๊บ เหมือนพัดลมตั้งพื้นที่แค่เพียงเสียบปลั๊ก ดังนั้นทั้งการติดตั้ง ทั้งการซ่อมหรือเปลี่ยนเครื่อง ส่วนใหญ่หลาย ๆ บ้านจะไม่สามารถทำด้วยตัวเองได้ ก็ต้องจ้างช่างผู้ชำนาญมาติดตั้ง หรือซ่อมบำรุงให้นั่นเอง (ก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นนั่นเอง)

3. ทำความสะอาดยาก แม้พัดลมเพดานที่ซื้อมาจะมีดีไซน์สวยเก๋ แต่ก็ต้องแลกกับการที่ต้องห่วงเรื่องการทำความสะอาดตัวพัดลมเพดานนั่นเอง เพราะมันอยู่ไว้สูง… (ใครกลัวความสูงก็จบ) เมื่อจะทำความสะอาด ถอดใบพัดมาเช็ด มาล้าง หรือจะปัดฝุ่น ก็ย่อมยุ่งยากกว่าพัดลมตั้งพื้นอย่างแน่นอน

5 ข้อดี 5 ข้อเสีย ของพัดลมเพดาน
Cr.Photo : www.lightology.com

4. เคลื่อนที่ไม่ได้ หากเป็นพัดลมตั้งพื้น คุณจะย้ายไปโน่น ย้ายไปนี้ แอบยกไปเย็นชิล ๆ ริมระเบียงคนเดียวก็ทำได้ แต่ถ้าเป็นพัดลมเพดานแล้ว หมดสิทธิ์ ติดตั้งไว้ที่ใดแล้วก็อยู่ตรงนั้นเลย ดังนั้นสำรวจพฤติกรรมและจริตความชอบของตัวเองสักนิด…

5. ต้องหมั่นคอยตรวจเช็ค ถ้าการติดตั้งดี โดยช่างผู้เชี่ยวชาญ ก็จะไม่ตกหรือหล่นลงมาง่าย ๆ แต่เมื่อติดตั้งนานไปหลายปี อาจทำให้เผลอลืมดูแลรักษา หรือทำความสะอาด จึงทำให้ไม่ทราบว่ามีอะไรที่ชำรุดบ้างหรือไม่ ดังนั้น หากไม่สะดวกจะทำความสะอาด หรือตรวจเช็คสภาพเอง ต้องจ้างช่างล้างพัดลมเพดานมาทำให้ และช่วยเช็คดูสภาพของพัดลมเพดานเพื่อความปลอดภัยในการใช้งานนั่นเอง

อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

บทความน่าสนใจ : SC Asset เล่นใหญ่! ปูพรมเปิดบ้านแนวราบใหม่ 25 โครงการ

Sony คาดว่าจะเพิ่มการจัดส่ง PlayStation 5 มากกว่า 50%

0

Sony คาดว่าจะเพิ่มการจัดส่ง PlayStation 5 มากกว่า 50%

Cr. Photo : Sony

หากคุณเป็นหนึ่งในหลาย ๆ คนที่ยังคงรอซื้อ PlayStation 5 ที่ร้านค้าปลีก คุณอาจจะโชคดีในเร็ว ๆ นี้ ตามรายงานทางการเงินล่าสุดของ Sony ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีและเกมของญี่ปุ่นคาดว่าจะเพิ่มการจัดส่งสำหรับคอนโซลที่เป็นที่ต้องการอย่างมากในช่วงที่เหลือของปี ในความเป็นจริง ประมาณการว่าการจัดส่งจะเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 56% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งหมายความว่าเกมเมอร์และผู้ที่ชื่นชอบจะสามารถซื้อ PS5 ในราคาขายปลีกได้ในที่สุด แทนที่จะต้องส่งราคาที่โหดร้ายจากนักเก็งกำไร

Cr. Photo : Sony

ซึ่งก่อนหน้านี้ แม้โซนี่จะพยายามทำเว็บไซต์ PlayStation เพื่อที่จะให้เหล่าเกมเมอร์เข้าถึงได้ง่าย แต่ก็ยังไปตกอยู่ในมือ Scalpers หรือก็คือพ่อค้า Resell ที่คอยปล่อยบอททำการซื้อหน้าเว็ปทุกครั้งที่มีการลงสต๊อกของทาง Playstation 

Playstation สามารถขายเครื่อง PS5 ได้มากกว่า 7.8 ล้านเครื่องนับตั้งแต่เปิดตัว โดยมีจำนวนพิ่มขึ้นทุกวัน และแน่นอนที่ขายได้ก็เพราะพ่อค้าคนกลางที่ต้องการนำไปขายต่อในราคาที่สูงจนเกินเอื้อมของเหล่าเกมเมอร์ การเปิดตัว PS5 เป็นการเปิดตัวคอนโซลที่ใหญ่ที่สุดจนถึงปัจจุบันสำหรับโซนี่

ข่าวดังกล่าวยังนำการมองโลกในแง่ดีมาสู่อุตสาหกรรมโดยทั่วไป เนื่องจากแสดงให้เห็นว่าปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกอาจชะลอตัวลงในที่สุด ปัญหาเกี่ยวกับการผลิตไมโครชิปในช่วงการแพร่ระบาดได้ก่อให้เกิดความหายนะในหลายภาคส่วน รวมทั้งอุตสาหกรรมการเล่นเกม เทคโนโลยี และยานยนต์ เมื่อวานนี้ Nintendo รายงานว่ายอดขายสวิตช์ลดลง 20% เนื่องจากไม่สามารถรักษาความปลอดภัยให้กับชิปสำหรับการผลิตได้ และ GPU ส่วนใหญ่จาก NVIDIA และ AMD Radeon ก็หาได้ยากเช่นกัน ดังนั้นการคาดการณ์ใหม่ของ Sony อาจเป็นเรื่องเล็กน้อย

Safeplanet ปล่อยงานอาร์ทสุดเจ๋ง ผ่าน MV “นอนไม่หลับ”

0

Safeplanet ปล่อยงานอาร์ทสุดเจ๋ง ผ่าน MV “นอนไม่หลับ” ดึงทีมโปรดักชั่นชาวญี่ปุ่นชื่อดัง สมการรอคอยของแฟนๆ

ปล่อยผลงานดี ๆ มาให้ฟัง และชมอีกแล้วครับสำหรับ Safeplanetที่คราวนี้ไปดึงโปรดักชั่นชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่นมาทำ MV ให้บอกเลยว่า อาร์ทสุด ๆ งานนี้ ส่วนเพลงก็บอกได้แค่ว่า “เยี่ยม” ไปเลย ใครที่เป็นแฟนเพลงของพวกเขาอย่าพลาดเด็ดขาดครับ

Safeplanet

Safeplanet กับผลงานสุดอาร์ท “นอนไม่หลับ”

เพิ่งปล่อยเพลง “นอนไม่หลับ (Melatonin)” ไปได้เพียง 2 สัปดาห์ กระแสก็ดีเกินต้าน จนทำให้ 3 หนุ่ม วง Safeplanetที่ประกอบไปด้วย เอ – ฐิติภัทร อรรถจินดา (ร้องนำมือ/กีตาร์), ดอย – อภิวิชญ์ คำฟู (มือกลอง) และยี่ – ชยปัญญ์ จันทรานุสนธิ์ (มือเบส) ปลื้มปริ่มสุดๆ กับผลงานเพลงที่ตั้งใจทำจนสุดฝีมือ

งานนี้หนุ่มๆ จึงขอเซอร์ไพรส์แฟนๆ ด้วยการปล่อยมิวสิกวีดีโอเพลง “นอนไม่หลับ (Melatonin)” ที่ได้ดึงทีมงานโปรดักชั่นชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น มาช่วยดีไซน์ตัวมิวสิกวีดีโอร่วมกับสมาชิกในวง แถมทุกๆฉากยังถ่ายทำและตัดต่อ ส่งตรงมาจากประเทศญี่ปุ่นทั้งหมดอีกด้วย

โดยเรื่องราวของมิวสิกวีดีโอตัวนี้ จะพูดถึงแอนดรอยด์หนุ่ม-สาว ที่อยู่กันคนละ Metaverse ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็กำลังค้นหาสัญญาณ เพื่อตามหารักแท้ของตัวเอง จนวันหนึ่งทั้งคู่ก็ได้ทะลุมิติมาเจอกัน

ส่วนเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อนั้น ต้องไปรับชมกันในมิวสิกวีดีโอ “นอนไม่หลับ (Melatonin)” ของหนุ่มๆ Safeplanetกันได้แล้ววันนี้ ขอบอกว่าแต่ละภาพ แต่ละฉากนั้น เป็นงานอาร์ทสุดเจ๋งที่สวยมากๆ สมกับเป็นผลงานตามสไตล์ของหนุ่มๆ Safeplanetจริงๆ ไม่ผิดหวังที่แฟนเพลงต่างเฝ้ารอผลงานของหนุ่มๆ เพราะถือเป็นงานที่มาช่วยเยียวยาจิตใจได้จริงๆ

Safeplanetเกิดขึ้นจากการที่ เอ – ฐิติภัทร อรรถจินดา และ ดอย – อภิวิชญ์ คำฟู ซึ่งเป็นสมาชิกในวง Shadow Flare เมื่อสมาชิกในวงมีความเห็นไม่ตรงกัน จึงได้แยกทางกัน แต่เอกับดอยที่มีสไตล์ดนตรีใกล้เคียงกัน จึงชวนกันมาตั้งวงดนตรีใหม่ด้วยกัน

ก่อนที่จะได้มือเบสที่เล่นดนตรีแบ็คอัพให้กับ Jelly Rocket ยี่ – ชยปัญญ์ จันทรานุสนธิ์ ซึ่งเป็นรุ่นน้องของดอยที่เรียนอยู่ที่ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล มาร่วมงานในภายหลังด้วย โดยความหมายของชื่อวงเซฟแพลนเน็ตนั้นเหมือนเป็นพื้นที่ปลอดภัย เป็นพื้นที่ที่สามารถแสดงผลงานได้อย่างสบายใจ

โดยเพลงแรกของพวกเขาชื่อว่า “กล่องดำ” ที่ถูกปล่อยออกมาเมื่อปี พ.ศ. 2559 และยังมีเพลงที่เป็นที่นิยมอย่างเช่น “คำตอบ” และ “กอดความเจ็บช้ำ” ที่เป็นซิงเกิลในอัลบัมเต็ม Safeboys อีกด้วย

โดยพวกเขาจัดคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของตัวเอง เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 ในชื่อ “Safeplanet Neonplanet Concert” ณ มนตรี สตูดิโอ โดยมีวง Anatomy Rabbit มาเล่นเปิดอีกด้วย

CISSA GROUP จัดแคมเปญ “หนีร้อนมาพึ่ง Yield” ลงทุนแบบคุ้มค่า ท่ามกลางสถานการณ์ผันผวน

0

ซิซซา กรุ๊ป จัดแคมเปญ “หนีร้อนมาพึ่ง Yield” ลงทุนแบบคุ้มค่า ท่ามกลางสถานการณ์ผันผวน

Cr. Photo : ซิซซา กรุ๊ป

นางสาวธรา รุ่งแสงสุวรรณ (ยืนกลาง) กรรมการผู้จัดการ สายงานการพาณิชย์ บริษัท CISSA GROUP จำกัด บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนรูปแบบ Investment Property” (IP) ได้จัดแคมเปญหนีร้อนมาพึ่ง Yield” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ติดดอยมันร้อนใจ มาหาที่พึ่งใหม่ได้ยีลด์ชัวร์ ๆ ดีกว่า” เพื่อเป็นการเอาใจกลุ่มนักลงทุน ในช่วงที่ภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดอสังหาฯยังไม่ค่อยฟื้นตัว และมองว่าการลงทุนในรูปแบบอื่นจะมีความผวนสูงกว่าการลงทุนในรูปแบบ IP จึงได้จัดแคมเปญดังกล่าวขึ้นมาในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยผู้ที่สนใจลงทุนโครงการ “วินแดม แกรนด์ ในหาน บีช ภูเก็ต” (Wyndham Grand Nai Harn Beach Phuket) จะได้รับ Yield สูงสุด 9%* , มีการันตีซื้อคืน ลงทุนเพียง 1.8 ล้านบาท* พร้อมรับสิทธิพิเศษ!! พักฟรี 6 คืนต่อปี* ที่ Wyndham Grand Nai Harn Beach Phuket พร้อมรับส่วนลดที่พัก 30%* และ Member Card ส่วนลดสำหรับบริการอื่นๆ 15%*

Cr. Photo : ซิซซา กรุ๊ป

อีกทั้งยังร่วมเป็นเจ้าของโรงแรมระดับ  5 ดาวพรีเมียม ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพภูเก็ตใกล้หาดในหาน บริหารงานโดยเครือโรงแรมระดับโลก Wyndham Hotels & Resorts  มีกรรมสิทธิ์ให้ถือครอง, ก่อสร้างและตกแต่งด้วยมาตรฐานโรงแรม 5 ดาวพรีเมียม, สระว่ายน้ำฟรีฟอร์ม 10 สระรอบโครงการ, ฟรีค่าไฟ ค่าน้ำ รายเดือน, ฟรีค่าดูแล บำรุงรักษา และซ่อมแซม โดยแคมเปญดังกล่าว เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2565 *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สนใจติดต่อ โทร. 062-245-8656 | 062-245-9288

Cr. Photo : ซิซซา กรุ๊ป
Cr. Photo : ซิซซา กรุ๊ป

เกี่ยวกับบริษัท ซิซซา กรุ๊ป จำกัด
บริษัท ซิซซา กรุ๊ป จำกัด คือผู้นำด้านการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนในประเทศไทย
โดยมุ่งมั่นสร้างความแตกต่าง และคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับนักลงทุน ด้วยการสร้างสรรค์และพัฒนาโมเดล Investment Property ให้เป็นอนาคตใหม่ของการลงทุน ด้วยรูปแบบที่มีความเสี่ยงต่ำ สร้างผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับผลตอบแทนอย่างยั่งยืน ด้วยความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์
ในจังหวัดท่องเที่ยวมาอย่างยาวนานกว่า 14 ปี ทำให้เราส่งมอบโครงการที่มีคุณภาพพร้อมผลตอบแทนที่คุ้มค่าให้กับ
นักลงทุนอย่างแท้จริง ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัท ซิซซา กรุ๊ปได้ที่ www.cissagroup.com